เจ้าหญิงอายาโกะ เข้าพิธีเสกสมรสหนุ่มสามัญชน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/569274

  • วันที่ 30 ต.ค. 2561 เวลา 13:29 น.

เจ้าหญิงอายาโกะ เข้าพิธีเสกสมรสหนุ่มสามัญชน

เจ้าหญิงอายาโกะแห่งราชวงศ์ญี่ปุ่น สละฐานันดรศักดิ์ หลังเข้าพิธีเสกสมรสกับหนุ่มสามัญชน

เจ้าหญิงอายาโกะแห่งทาคามาโดะ พระชันษา 28 ปี พระธิดาในเจ้าชายโนริฮิโตะ และเจ้าหญิงฮิซาโกะ พระราชนัดดาในสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโต ทรงเข้าพิธีเสกสมรสกับนายเคอิ โมริยะ พระคู่หมั้นวัย 32 ปี หนุ่มสามัญชน พนักงานของบริษัทขนส่งทางเรือชื่อดังของญี่ปุ่นแล้ว โดยพิธีจัดขึ้นอย่างเรียกง่ายที่ศาลเจ้าเมจิ ในกรุงโตเกียว เมื่อวานนี้ (29 ต.ค.)

 

 

ทั้งนี้ ตามธรรมเนียมของราชวงศญี่ปุ่น หลังจากที่เจ้าหญิงทรงจดทะเบียมสมรสอย่างเป็นทางการแล้วนั้น เจ้าหญิงจะทรงสละฐานันดรศักดิ์ออกจากราชวงศ์ญี่ปุ่นตามกฎมณเฑียรบาล ส่งผลให้เธอกลายเป็นเพียง “นางอายาโกะ โมริยะ” ซึ่งเธอได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า รู้สึกโล่งใจอย่างมาก และเตรียมปรับตัวเข้ากับชีวิตในแบบวิถีของสามัญชนต่อไป แต่ถึงแม้จะสละฐานันดรศักดิ์แล้ว นางอายาโกะ เผยว่าจะยังคงสนับสนุนพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระจักรพรรดิต่อไป

 

 

“อังเกลา แมร์เคิล” ประกาศวางมือทางการเมือง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/569269

  • วันที่ 30 ต.ค. 2561 เวลา 12:54 น.

"อังเกลา แมร์เคิล" ประกาศวางมือทางการเมือง

5 สิ่งที่คุณไม่เคยรู้เกี่ยวกับ “อังเกลา แมร์เคิล” มารดาแห่งชาติของเยอรมนี หลังประกาศลาออกจากหัวหน้าพรรค

เมื่อวานนี้ (29 ต.ค.) นายกรัฐมนตรี อังเกลา แมร์เคิล แห่งเยอรมนี ได้ประกาศหลังจากเสร็จสิ้นการประชุมพรรคสหภาพประชาธิปไตยคริสเตียน (CDU) ซึ่งเธอเป็นนั่งเก้าอี้เป็นหัวหน้าพรรคแห่งนี้มานานถึง 18 ปี ว่า เธอจะก้าวลงจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคดังกล่าวโดยจะไม่ลงชิงตำแหน่งนี้อีก แต่ทว่าเธอจะยังคงดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแห่งเยอรมนีต่อไปจนกระทั่งครบเทอมในปี 2021 นี้ ซึ่งนับว่าจะกลายเป็นครั้งแรกในการเมืองยุคใหม่ของเยอรมนี ที่ผู้นำรัฐบาลไม่ได้เป็นคนเดียวกับตำแหน่งหัวหน้าพรรค

 

 

การลาออกของเธอมีขึ้นเพียงหนึ่งวัน หลังจากที่พรรค CDU สูญเสียคะแนนเลือกตั้งในสภาท้องถิ่นของรัฐเฮสส์ ให้กับพรรคฝ่ายค้านหลายพรรคอย่างพรรค AFD และพรรคกรีน ที่มีจุดยืนต่อต้านนโยบายเปิดรับผู้อพยพของเธอ

รวมถึงหลังจากที่เมื่อช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมาพรรค CSU ซึ่งเป็นพรรคท้องถิ่นของแคว้นบาวาเรีย และเป็นพรรคพันธมิตรกับพรรค CDU ของเธอต้องสูญเสียคะแนนเสียงในสภาบาวาเรียให้กับพรรคฝ่ายค้านเช่นกัน

 

 

ผลการเลือกตั้งของทั้งสองนั้นได้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในตัวรัฐบาลเยอรมนีภายใต้การนำของเธอ และเกิดกระแสความสั่นคลอนภายในพรรค CDU ที่เธอเป็นผู้นำมานานถึง 18 ปีด้วย และนี่คือ 10 สิ่งที่คุณอาจไม่เคยรู้เกี่ยวกับอังเกลา แมร์เคิล ผู้นำหญิงเหล็กแห่งเยอรมนี

1. นางแมร์เคิล นับว่าเป็นผู้นำหญิงคนแรกของเยอรมนี เธอก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหญิงของเยอรมนีนับตั้งแต่ปี 2005 ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแห่งเยอรมนีมาถึง 4 สมัย และถือว่าเป็นหัวหน้ารัฐบาลของกลุ่มประเทศในสหภาพยุโรปที่ดำรงตำแหน่งนานที่สุด

 

 

2. นิตยสารฟอร์บส์ยกย่องเธอเป็นบุคคลทรงอิทธิพลที่สุดในโลกมากถึง 12 ครั้ง

3. ชื่อเดิมของเธอคือ อังเกลา คาสเนอร์ (Kasner) ส่วนนามสกุลแมร์เคิลนั้น เป็นนามสกุลของสามีเก่าเธอ ซึ่งเธอแต่งงานครั้งแรกเมื่อตอนอายุ 23 ปี กับ Ulrich Merkel ซึ่งทั้งสองรู้จักกันสมัยเป็นนักศึกษาด้านฟิสิกส์ ก่อนที่ทั้งสองจะหย่าร้างกันในปี 1982 แต่เธอก็ยังคงใช้นามสกุลของสามีคนแรกอยู่เช่นเดิม

 

นางแมร์เคิล และสามี ศ.Joachim Sauer

 

4. เธอแต่งงานกับศาสตราจารย์ด้านควอนตัมฟิสิกส์ที่ชื่อ Joachim Sauer โดยสามีของเธอไม่เคยให้สัมภาษณ์สื่อถึงชีวิตส่วนตัวของเธอเลย โดยเธอนั้นเลือกที่จะอาศัยอยู่ในอพาร์เม้นต์ส่วนตัวของ ศ. Sauer ผู้เป็นสามี แทนที่จะพำนักใน Federal Chancellery (Bundeskanzleramt) หรือทำการของรัฐบาลเยอรมนีในกรุงเบอร์ลิน ซึ่งภายในเป็นทั้งที่ทำงานและบ้านพักของผู้ที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเยอรมนีเช่นเดียวกับทำเนียบขาวของสหรัฐ

 

 

5. เธอรับเงินเดือนมากกว่า ประธานาธิบดีแห่งเยอรมนี โดยเงินเดือนของเธอในฐานะนายกรัฐมนตรีนั้นอยู่ที่ราว 299,700 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมากกว่าเงินตอบแทนของผู้ที่ดำรงแหน่งประธานาธิบดีแห่งเยอรมนีซึ่งได้รับเงินเดือนอยู่ที่ราว 240,900 ดอลลาร์สหรัฐ แต่อย่างไรก็ดีมีการคาดว่านางแมร์เคิลนั้นมีทรัพย์สินสุทธิอยู่ที่ราว 11 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ทั้งนี้ แมร์เกิลถือเป็นไอค่อนในวงการการเมืองโลกคนหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบทบาทสำคัญในการแก้วิกฤต การเงินของสหภาพยุโรปและระดับนานาชาติ จนถูกยกให้เป็น “ผู้ตัดสินใจ” ในสถานการณ์ต่างๆ

 

 

อย่างไรก็ดี การประกาศก้าวลงจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค CDU ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลของเยอรมนีนั้น ได้สร้างความกังวลให้กับหลายฝ่ายว่า ช่วงเวลาที่เหลืออยู่ในตำแหน่งของเธอนั้น เธอจะสามารถนำพารัฐบาลผสมภายใต้การนำของเธอไปได้อย่างไร เนื่องจากขณะนี้คะแนนนิยมในตัวเธอนั้นลดลงอย่างมาก หลังจากที่เธอเปิดประตูต้อนรับผู้อพยพในปี 2015 จนสร้างความไม่พอใจให้กับหลายฝ่าย รวมถึงนักการเมืองร่วมพรรค ร่วมรัฐบาลเดียวกัน และเป็นเหตุหนึ่งที่สุดท้ายเธอต้องประกาศวางมือจากการเมืองดังกล่าว

ไลอ้อนแอร์ตก : เครื่องบินรุ่นใหม่ปลอดภัยหรือไม่?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/569256

  • วันที่ 30 ต.ค. 2561 เวลา 11:14 น.

ไลอ้อนแอร์ตก : เครื่องบินรุ่นใหม่ปลอดภัยหรือไม่?

เริ่มกู้ซาก ‘เจที610’ ของสายการบินไลอ้อนแอร์ ตกกลางทะเลอินโดฯแล้ว เผยเป็นเครื่องรุ่นใหม่ใช้งานแค่สองเดือน

จากเหตุการณ์ที่เมื่อวานนี้ (29 ต.ค.) เครื่องบินโบอิ้งรุ่น 737- MAX8 ของสายการบินไลอ้อนแอร์ เที่ยวบินที่ เจที610 ประสบเหตุตกกลางทะเลนอกชายฝั่งของประเทศอินโดนีเซีย หลังจากที่ทะยานขึ้นจากสนามบินในกรุงจาการ์ต้าได้ไม่นานนั้น

รายงานล่าสุดระบุว่า ขณะนี้ทางการได้เริ่มเก็บกู้ซากของเครื่องบินลำดังกล่าวแล้ว โดยในเบื้้องต้นเจ้าหน้าที่ประดาน้ำของอินโดนีเซียจำนวน 50 นาย ได้เริ่มภารกิจกู้ร่างของผู้เสียชีวิตได้ราว 24 ถุงแล้ว จากจำนวนผู้โดยสารและลูกเรือบนเครื่องรวม 189 ราย

 

 

ด้านนาย Muhammad Syaugi หัวหน้าหน่วยงานค้นหาและกู้ภัยของอินโดนีเซียระบุว่า ขณะนี้เบื้องต้นสามารถกู้ร่างของผู้เสียชีวิตราว 10 ราย ซึ่งเตรียมจะส่งไปทำการชันสูตรที่โรงพยาบาลต่อไป ก่อนจะส่งร่างให้ญาติประกอบพิธีตามศาสนา

อย่างไรก็ดี นอกจากที่เจ้าหน้าที่กำลังทำงานอย่างหนักเพื่อค้นหาผู้เสียชีวิตนั้น เจ้าหน้าที่ยังได้ให้ความสำคัญกับการค้นหาหลักฐานชิ้นสำคัญอย่างกล่องดำซึ่งจะสามารถไขคำตอบให้กับเหตุการณ์เครื่่องบินตกนี้ได้

 

 

 

แม้ว่าขณะนี้ยังไม่สามารถระบุถึงสาเหตุของการตกได้ หลายฝ่ายได้ให้ความสนใจไปยังตัวเครื่องบิน ซึ่งเป็นเครื่องบินรุ่นใหม่-ลำใหม่โดยเพิ่งเข้าประจำการในฝูงบินของสายการบินได้ไม่นานเพียงสองเดือนเท่านั้น

ซึ่งหากย้อนมองเหตุการณ์เครื่องบินตกหลายครั้งที่ผ่านมา มักจะเป็นผลจากการผสมผสานระหว่าง “ปัญหาเชิงเทคนิค” ประกอบกับ “ความบกพร่องของมนุษย์” เป็นหลัก

 

 

สำหรับเครื่องบินโบอิ้งรุ่น 737 นี้ ได้รับการเปิดตัวต่อเป็นครั้งแรกในปี 1969 และได้มีการพัฒนา รวมถึงปรับเปลี่ยนมาหลายเป็นหลายรุ่น โดยรุ่นล่าสุดคือ โบอิ้ง 737 MAX 8 ซึ่งได้รับเริ่มให้บริการในเชิงพานิชย์ครั้งแรกเมื่อปี 2017

 

โดยสำหรับสายการบินไลอ้อนแอร์ของอินโดนีเซียนั้นได้สั่งซื้อเครื่องบินรุ่นดังกล่าวเป็นจำนวนล็อตใหญ่ถึง 218 ลำ ขณะที่เครื่องบิน 737 ลำที่ประสบเหตุตกครั้งนี้ เพิ่งเริ่มให้บริการครั้งแรกเมื่อวันที่ 15 ส.ค. ที่ผ่านมา โดยจากการเปิดเผยของคณะกรรมการความปลอดภัยการขนส่งแห่งชาติอินโดนีเซียระบุว่า เครื่องบินลำดังกล่าวนั้น มีชั่วโมงบินเพียงแค่ 800 ชั่วโมงเท่านั้น

 

 

แต่ถึงอย่างไรก็ดี ด้านสำนักข่าวบีบีซี ได้รายงานระบุว่า โบอิ้ง 737 MAX 8 ลำนี้ ได้ถูกนำไปให้บริการในเส้นทางอื่นก่อนที่จะประสบเหตุตก โดยบันทึกทางเทคนิคระบุว่า เครื่องบินลำดังกล่าวได้พบปัญหาระหว่างเที่ยวบินจากบาหลี ไปยังจาการ์ต้า โดยพบว่าอุปกรณ์อ่านความเร็วลมของกัปตันแสดงผลผิดพลาด และตัวเลขของอุปกรณ์อ่านค่าความสูงของกัปตันก็แตกต่างจากนักบินผู้ช่วย

 

 

และแม้ว่าจะเกิดเหตุขัดข้องดังกล่าว แต่นักบินก็ยังสามารถนำเครื่องลงจอดยังสนามบินในกรุงจาการ์ต้าได้อย่างปลอดภัย

ทั้งนี้ แม้ว่าจะเกิดอุบัติเหตุกับเครื่องบินรุ่นดังกล่าว แต่ทางสายการบินไลอ้อนแอร์ของอินโดฯ ก็ยังคงยืนยันว่ายังคงนำเครื่องบินรุ่น 737 MAX 8 ออกให้บริการตามเดิม จนกว่าจะมีความชัดเจนจากผลการสอบสวนเหตุดังกล่าว

 

น้ำท่วมนครเวนีสหนักสุดรอบ 10 ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/569239

  • วันที่ 30 ต.ค. 2561 เวลา 10:12 น.

น้ำท่วมนครเวนีสหนักสุดรอบ 10 ปี

นครเวนีสของอิตาลีประสบเหตุอุทกภัยหนัก กว่า 75% ของเมืองจมทะเล

สื่อต่างประเทศรายงานว่านครเวนีส ของอิตาลี ได้เกิดเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่สุดในรอบถึง 10 ปี รายงานระบุว่า พื้นที่ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่งของเมืองต้องจมอยู่ใต้น้ำ หลังจากที่เกิดพายุฝนถล่มหลายครั้ง จนส่งผลให้ระดับน้ำในบางพื้นที่สูงกว่า 156 เซนติเมตร  ซึ่งจากการวัดระดับน้ำเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา นับว่าเป็นการทำลายสถิตของระดับน้ำที่เคยวัดได้ในนครเวนีสนับตั้งแต่เดือนธันวาคมปี 2008 โดยพบว่าพื้นที่ของเมืองกว่า 75% หรือเกือบทั้งหมดของเมืองต้องจมอยู่ใต้น้ำด้วย

 

 

เหตุน้ำท่วมดังกล่าวส่งผลให้ทางการต้องติดตั้งทางเดินขึ้นเป็นการเฉพาะจุด เพื่ออำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยว แต่ถึงอย่างไรก็ตาม แม้ระดับน้ำจะเพิ่มขึ้นสูงดังกล่าว แต่ทางการก็ได้สั่งปิดระบบขนส่งทางเรือ และการจราจรทางน้ำอันเป็นเอกลักษณ์ของเมืองแห่งนี้ด้วยเพื่อความปลอดภัย

 

 

ด้านนาย Luigi Brugnaro นายกเทศมนตรีนครเวนีสระบุว่า โครงการ”โมเสส” ซึ่งเป็นโครงการก่อสร้างแนวเขื่อนกันชายฝั่งขนาดใหญ่โดยรอบของเมืองนั้นจะช่วยเป็นปราการป้องกันระดับน้ำเพิ่มขึ้นสูงได้

แต่ทว่า ด้วยปัญหาด้านงบประมาณ คอรัปชั่น และความวุ่นวายทางการเมืองของรัฐบาลกรุงโรม จึงส่งผลให้โครงการดังกล่าววต้องล่าช้ามานาน

 

 

ชาวอินเดียโวยรัฐสร้างอนุสาวรีย์ราคาแพงแต่ชาวบ้านยังยากจน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/569224

  • วันที่ 29 ต.ค. 2561 เวลา 22:12 น.

ชาวอินเดียโวยรัฐสร้างอนุสาวรีย์ราคาแพงแต่ชาวบ้านยังยากจน

ชาวอินเดียโวยรัฐสร้างอนุสาวรีย์ขนาดยักษ์ด้วยงบ 420ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ชาวบ้านในพื้นที่ยังยากจน

อินเดียกำลังจะเป็นเจ้าของสถิติอนุสาวรีย์ที่สูงที่สุดในโลก เป็นรูปเหมือนของ วัลลภ ภาย ปะเตล นักต่อสู้เพื่อเอกราชของอินเดีย ซึ่งเกิดที่รัฐคุชรัฐ รัฐแห่งนี้จึงสร้างอนุสาวรีย์เป็นที่ระลึก แต่จะสร้างให้ธรรมดาก็ไม่ได้ ต้องสร้างด้วยสำริดให้สูงใหญ่ถึง 182 ม. เมื่อรวมฐานเข้าไปด้วยจะสูง 240 ม. รวมงบประมาณการสร้าง 420 ล้านเหรียญสหรัฐ จะเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 31 ต.ค.นี้ ซึ่งเป็นวันครบรอบ 138 ปีชาตกาลของวัลลภ ภาย ปะเตล

ปัญหาก็คือ อินเดียต้องการอนุสาวรีย์ขนาดมหึมาไปทำไม ในเมื่อสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานยังไม่ทั่วถึง และประชาชน 124 ล้านคนมีรายได้ต่ำกว่า 2 เหรียญสหรัฐต่อวัน ซึ่งถือป็นคนยากจน แต่ประชากรที่มีรายได้มากกว่า 2 เหรียญสหรัฐ แม้จะไม่ถือเป็นคนจน แต่ก็ยากจะเรียกว่าเป็นคนชั้นกลาง ความที่ประชากรอินเดียมีกว่า 1,350 ล้านคน เรื่องสาธารณูปโภคและสวัสดิการจึงจำเป็นมากกว่าอนุสาวรีย์ราคาหลายร้อยล้าน

เสียงสะท้อนของชาวอินเดียที่แสดงความเห็นในโลกโซเชียล เต็มไปด้วยน้ำเสียงไม่พอใจและเย้ยหยัน แต่ยังไม่น่าสะเทือนใจเท่ากับน้ำเสียงของเกษตรกรที่ยากจน เช่น มีรายหนึ่งให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวบีบีซีว่า “แทนที่จะใช้เงินไปกับอนุสาวรีย์ขนาดใหญ่โต รัฐบาลควรนำเงินมาช่วยเกษตรกรในพื้นที่จะดีกว่า” พร้อมเสริมว่าคนในพื้นที่ยังขาดการชลประทาน

ที่ย้อนแย้งก็คือ อนุสาวรีย์แห่งนี้ ประกอบไปด้วยโรงแรมระดับ 3 ดาว พิพิธภัณฑ์ และศูนย์วิจัยที่จะเน้นการศึกษาธรรมาภิบาล และการพัฒนาเกษตรกรรม ประเด็นสำคัญก็คือ เกษตรกรในพื้นที่ต้องการสาธารณูปโภคโดยตรงมากกว่า ไม่ใช่ศูนย์วิจัยที่จะให้ประโยชน์ในทางอ้อม หรือจะให้ประโยชน์กับพวกเขาเมื่อไรก็ไม่รู้

ภาพ เอเอฟพี

ที่มา www.m2fnews.com

อังกฤษเริ่มตรวจสอบกล่องดำของเฮลิคอปเตอร์ที่ตกใกล้สนามเลสเตอร์แล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/569222

  • วันที่ 29 ต.ค. 2561 เวลา 21:35 น.

อังกฤษเริ่มตรวจสอบกล่องดำของเฮลิคอปเตอร์ที่ตกใกล้สนามเลสเตอร์แล้ว

สำนักงานสืบสวนอุบัติเหตุทางอากาศของอังกฤษ เริ่มตรวจสอบกล่องบันทึกข้อมูลการบิน เพื่อค้นหาสาเหตุเฮลิคอปเตอร์ตกใกล้สนามคิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม แล้ว

สำนักงานสืบสวนอุบัติเหตุทางอากาศของอังกฤษ (AAIB) แถลงว่า เจ้าหน้าที่พบกล่องบันทึกข้อมูลการบินของเฮลิคอปเตอร์ ที่ตกลงใกล้สนาม คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม ของสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ซิตี้แล้ว และเจ้าหน้าที่จะเริ่มตรวจสอบกล่องบันทึกข้อมูลการบินดังกล่าวต่อไป

“กล่องบันทึกข้อมูลการบินได้รับผลกระทบจากความร้อน ซึ่งเป็นผลจากการระเบิดของเฮลิคอปเตอร์ หลังจากที่ประสบอุบัติเหตุตกลงมา” สำนักงานสืบสวนอุบัติเหตุทางอากาศของอังกฤษระบุ

รายงานข่าวระบุว่า เจ้าหน้าที่ของสำนักงานสืบสวนอุบัติเหตุทางอากาศของอังกฤษ จะยังคงอยู่ในที่เกิดเหตุจนถึงปลายสัปดาห์นี้ และจะเคลื่อนย้ายชิ้นส่วนเฮลิคอปเตอร์ไปยังห้องปฏิบัติการเพื่อทำการตรวจสอบต่อไป

ภาพ เอเอฟพี

ฝ่ายขวาผงาดบราซิล หลังเสียงสนับสนุนล้นหลาม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/569219

  • วันที่ 29 ต.ค. 2561 เวลา 19:38 น.

ฝ่ายขวาผงาดบราซิล หลังเสียงสนับสนุนล้นหลาม

อดีตนายทหาร นักการเมืองฝ่ายขวาได้รับเสียงสนับสนุนจากประชาชนล้นหลามในการเลือกตั้งประธานาธิบดีบราซิล

การเลือกตั้งประธานาธิบดีบราซิลรอบที่ 2 ซึ่งเป็นรอบสุดท้ายได้สิ้นสุดลงแล้ว ในวันที่ 28 ต.ค. ตามเวลาท้องถิ่น หรือวันที่ 29 ต.ค.ตามเวลาประเทศไทย ไม่ว่าผู้ใดจะเป็นฝ่ายกำชัยชนะก็ตาม การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นศึกที่สูสีและปลุกกระแสความแตกแยกในสังคมบราซิลที่สุดครั้งหนึ่ง เพราะเป็นการขับเคี่ยวกันระหว่าง เฟร์นันโด ฮัดดัด ผู้นำพรรคแรงงาน ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายซ้าย สายสังคมนิยม กับ ชาอีร์ บอลโซนารู แห่งพรรคสังคมเสรี ซึ่งเป็นนักการเมืองฝ่ายขวา อดีตนายทหาร ที่ได้รับเสียงสนับสนุนล้นหลาม จนกลายเป็นไอค่อนคนใหม่ของวงการเมืองแดนแซมบ้า และทำให้บราซิลกลายเป็นอีกหนึ่งประเทศที่ฝ่ายขวาเริ่มผงาดขึ้นมา

บอลโซนารูเข้าสู่วงการเมืองตั้งแต่ปี 1990 โดยได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาล่าง และจากนั้นดำรงตำแหน่งต่อเนื่องกัน 6 สมัย ยาวนานถึง 27 ปี และในระยะหลังสั่งสมชื่อเสียงในฐานะนักการเมืองสายชาตินิยม-อนุรักษนิยม ต่อต้านแนวคิดฝ่ายซ้าย ในด้านเศรษฐกิจเขาสนับสนุนเศรษฐกิจแบบตลาดเสรี ซึ่งตรงกันข้ามกับนโยบายอัดฉีดสวัสดิการขออดีตผู้นำประเทศฝ่ายซ้าย ในด้านการเมือง เขายังสนับสนุนระบอบทหารเป็นใหญ่ และยังแก้ต่างให้กับรัฐบาลทหารที่เคยปกครองบราซิลในอดีต ท่าทีนี้ทำให้เกิดกลุ่มอาสาสมัครอดีตทหาร และกลุ่มนิยมทหารออกมาสนับสนุนเขาอย่างล้นหลาม

ชาอีร์ บอลโซนารู แห่งพรรคสังคมเสรี

ท่าทีหนึ่งที่สวนทางกับกระแสสากลคือ บอลโซนารูมีจุดยืดอนุรักษนิยมสุดโต่งในประเด็นสังคม จนทำให้เขาถูกมองว่าเป็นพวกขวาจัด เช่น เขาต่อต้านการสมรสของคนเพศเดียวกัน ต่อต้านแนวคิดสตรีนิยม คัดค้านการทำแท้ง ไม่เห้นด้วยกับการปฏิบัติต่อชนกลุ่มน้อยอย่างเท่าเทียม คัดค้านการเปิดเสรียาเสพติด และต่อต้านการแยกศาสนาออกจากรัฐ (บราซิลเป็นประเทศคาทอลิกที่ใหญ่ที่สุดในโลก และศาสนามีอทิธิพลต่อชีวิตเป็นอย่างมาก) ในด้านการต่างประเทศ เขาเป็นพวกนิยมอเมริกัน และชื่นชอบนโยบายของ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์

ท่าทีที่อื้อฉาวที่สุดของเขาคือ เมื่อปี 2008 เคยเสนอให้คุมกำเนิดคนจน อ้างว่าคนจนไม่มีการศึกษามากพอที่จะวางแผนครอบครัวได้

การผงาดขึ้นมาของฝ่ายขวาและนักการเมืองสายทหารในบราซิล เกิดจากความไม่พอใจกับสภาพบ้านเมืองที่ไร้ขื่อแป จากการใช้นโยบายแบบลด แลก แจก แถม ของฝ่ายซ้ายที่ครองอำนาจติดต่อกันหลายปี จนทำให้เศรษฐกิจร่อแร่ อีกทั้งยังมีปัญหาคอร์รัปชั่นระบาดไปทั่ว คุณภาพชีวิตของประชาชนตกต่ำ ต้องจมปลักกับปัญหาอาชญากรรมที่หนักหน่วง ทำให้บราซิลที่เคยมีอนาคตสดใส ในฐานะตลาดเกิดใหม่ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง กลายเป็นประเทศที่ก้าวหน้าไปไหนไม่ได้ ยิ่งในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา บราซิลยังเผชิญกับวิกฤตการเมือง เนื่องจากการคอร์รัปชั่นของอดีตประธานาธิบดีจากพรรคแรงงานถึง 2 คน คือ ลูลา และรูสเซฟ

จากผลสำรวจความเห็นของประชาชนก่อนเข้าคูหาเลือกตั้งผู้นำยกที่ 2 พบว่าบอลโซนารูมีคะแนนนิยมประมาณ 63-65% เทียบกับฮัดดัด ที่มีคะแนนนิยม 55% และยังมีคะแนนลดลงฮวบฮาบเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หากฮัดดัดต้องการจะพลิกกลับมาเอาชนะ จะต้องเป็นการพลิกด้วยคะแนนถล่มทลาย ซึ่งโอกาสเป็นไปได้น้อยมาก

ภาพ เอเอฟพี

ที่มา www.m2fnews.com

“ข้าพเจ้าโชคดีที่ได้รู้จัก” เจ้าชายวิลเลียมทรงแสดงความอาลัยสูญเสีย”วิชัย ศรีวัฒนประภา”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/569217

  • วันที่ 29 ต.ค. 2561 เวลา 18:56 น.

"ข้าพเจ้าโชคดีที่ได้รู้จัก" เจ้าชายวิลเลียมทรงแสดงความอาลัยสูญเสีย"วิชัย ศรีวัฒนประภา"

เจ้าชายวิลเลียม ดยุกแห่งเคมบริดจ์ทรงมีแถลงการณ์เสียพระทัยต่อการสูญเสีย”วิชัย ศรีวัฒนประภา” ทรงยกย่องเป็นนักธุรกิจที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง

สำนักพระราชวังเคนซิงตันได้เผยแพร่ แถลงการณ์ ของ เจ้าชายวิลเลียม ดยุกแห่งเคมบริดจ์ ต่อกรณีการเสียชีวิตของ นายวิชัย ศรีวัฒนประภา ประธานสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ และประธานกลุ่มคิง เพาเวอร์ และผู้เสียชีวิตอีก 4 ราย จากเหตุเฮลิคอปเตอร์ตกที่เลสเตอร์ ความว่า

ดยุกแห่งเคมบริดจ์ ตรัสว่า วันนี้ความห่วงใยของข้าพเจ้าส่งไปที่ครอบครัว และเพื่อนๆ ของคุณวิชัย ศรีวัฒนประภา และผู้เสียชีวิตทุกคนจากอุบัติเหตุรุนแรงที่สโมสรฟุตบอล เลสเตอร์ ซิตี้

ข้าพเจ้าโชคดีที่ได้รู้จักกับคุณวิชัยมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว เขาเป็นนักธุรกิจที่ทรงคุณค่าอย่างยิ่ง เป็นผู้ที่อุทิศตนเองให้แก่ครอบครัว และ เป็นผู้สนับสนุนงานการกุศลที่มีความสำคัญ

เขาได้ให้การสนับสนุนวงการฟุตบอลอย่างมากมาย โดยเฉพาะการสร้างความมหัศจรรย์ให้กับทีมเลสเตอร์ ในฤดูกาลแข่งขันในปี 2016 ที่ได้สานต่อจินตนาการของคนทั่วโลก

คุณวิชัยจะได้รับการระลึกถึงจากแฟนบอล และทุกๆคนที่โชคดีที่ได้รู้จักกับเขา

พบศพเหยื่อไลอ้อนแอร์ตกที่อินโดฯแล้ว สถานทูตแจงไม่มีคนไทยบนเครื่อง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/569212

  • วันที่ 29 ต.ค. 2561 เวลา 17:42 น.

พบศพเหยื่อไลอ้อนแอร์ตกที่อินโดฯแล้ว สถานทูตแจงไม่มีคนไทยบนเครื่อง

เจ้าหน้าที่กู้ภัยของอินโดฯพบศพผู้เสียชีวิตและเศษซากเครื่องบินจากเหตุไลอ้อนแอร์ตกนอกชายฝั่งชวาแล้ว สถานทูตไทยแจงไม่มีคนไทยบนเครื่อง

สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซียแจ้งว่า จากกรณีเครื่องบินของสายการบิน ไลอ้อนแอร์เที่ยวบินที่ JT-610 เส้นทาง กรุงจาการ์ตา-เมืองปังกัลปีนัง ประสบเหตุตกในทะเลนอกชายฝั่งชวาตะวันตก เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 29 ต.ค.นั้น

มีรายงานว่า เที่ยวบินดังกล่าวมีผู้โดยสารจำนวน 181 คน ลูกเรือจำนวน 5 คน และนักบินจำนวน 2 คน รวมจำนวน 188 คน โดยทางการอินโดนีเซียได้จัดหน่วยกู้ภัยออกปฏิบัติการเร่งค้นหาและช่วยชีวิตผู้โดยสารแล้ว

จากการตรวจสอบในเบื้องต้นยังไม่พบว่ามีคนไทยบนเที่ยวบินดังกล่าว

ขณะที่สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่จากสำนักงานฝ่ายปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยของอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า พบผู้เสียชีวิตจากเหตุเครื่องบินสายการบินไลอ้อนแอร์ตกแล้ว 7 ราย รวมทั้งเศษซากเครื่องบินในบริเวณทะเลนอกชายฝั่งชวาตะวันตก

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่คาดว่า ตัวเครื่องบินจมอยู่ในทะเลที่ความลึกระดับ 40 เมตร

ภาพ เอเอฟพี

เครื่องบินไลอ้อนแอร์ตกกลางทะเลอินโดฯ หน่วยกู้ภัยเร่งค้นหา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/569154

  • วันที่ 29 ต.ค. 2561 เวลา 10:14 น.

เครื่องบินไลอ้อนแอร์ตกกลางทะเลอินโดฯ หน่วยกู้ภัยเร่งค้นหา

ทางการอินโดฯเผยเครื่องบินไลอ้อนแอร์ เที่ยวบินในประเทศ ประสบอุบัติเหตุตกในทะเล เจ้าหน้าที่เร่งออกค้นหาแล้ว

เมื่อวันที่ 29 ต.ค. สำนักงานฝ่ายปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยของอินโดนีเซียได้รายงานว่า เครื่องบินของสายการบินไลอ้อนแอร์ เที่ยวบินจากกรุงจาการ์ตาไปยังเมืองปังกัลปีนัง ซึ่งตั้งอยู่นอกชายฝั่งของเกาะสุมาตรา ได้ประสบอุบัติเหตุตกลงในทะเล ในวันนี้

ยูซุฟ ลาทิฟ เจ้าหน้าที่จากสำนักงานฝ่ายปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยของอินโดนีเซีย กล่าวว่า เครื่องบินของสายการบินไลอ้อนแอร์ เที่ยวบินที่ JT 610 ซึ่งมีจุดหมายปลายทางที่เมืองปังกัลปีนังนั้น ได้ประสบอุบัติเหตุตก โดยเครื่องบินลำดังกล่าวมีผู้โดยสารและลูกเรืออยู่บนเครื่องทั้งหมด 189 คน

ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า เมื่อเช้าที่ผ่านมา เครื่องบินของสายการบินไลอ้อนแอร์ ได้ขาดการติดต่อกับศูนย์ควบคุมการบินของท่าอากาศยานจาร์การ์ตา หลังจากขึ้นบินได้เพียงไม่นาน

ขณะที่เจ้าหน้าที่ของทางการอินโดฯได้เริ่มปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยในเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว

ภาพ เอเอฟพี