โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ชวนชาวพุทธทำบุญดูแลสงฆ์อาพาธ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/355104

โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่  ชวนชาวพุทธทำบุญดูแลสงฆ์อาพาธ

โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ชวนชาวพุทธทำบุญดูแลสงฆ์อาพาธ

วันพฤหัสบดี ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

“ศาสนา” เป็นสิ่งที่ประเทศไทยให้ความสำคัญ เห็นได้จากบรรจุไว้เป็น 1 ในสีองค์ประกอบของธงชาติไทย ด้วยเชื่อมั่นว่าศาสนาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวนำทางให้ผู้คนประพฤติดีปฏิบัติชอบรวมถึงในรัฐธรรมนูญก็บัญญัติว่ารัฐมีหน้าที่ทำนุบำรุงศาสนา ทั้ง “ศาสนาพุทธ” ที่คนไทยส่วนใหญ่นับถือ รวมถึงศาสนาสำคัญอื่นๆ ในทางสากล สังคมไทยจึงไม่เคยขาดกิจกรรมสร้างบุญกุศลเลยแม้สักช่วงเวลาหนึ่ง ดังรายงาน World Giving Index ที่จัดอันดับร้อยกว่าประเทศเรื่องความมีน้ำใจ ประเทศไทยนั้นติดอันดับต้นๆของโลกในด้านการบริจาคทรัพย์สินเสมอมา

และครั้งนี้เป็นอีกครั้งที่คนไทยรวมถึงชาวพุทธผู้มีจิตศรัทธา จะได้สมทบทุนช่วยเหลือพระภิกษุสงฆ์ผู้อาพาธ ร่วมกับทาง โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่เพิ่งเปิด โรงพยาบาลสงฆ์แห่งโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ อันเป็นโรงพยาบาลในเครือ สำหรับดูแลพระภิกษุสงฆ์และนักบวชทุกศาสนาอย่างครบวงจร โดย สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก ทรงมีพระบัญชามอบถวายสมเด็จพระวันรัต ปฏิบัติหน้าที่แทนพระองค์เป็นประธานประกอบพิธีเปิดไปเมื่อ 11 ก.ค. 2561ที่ผ่านมา

ศ.นพ.บรรณกิจ โลจนาภิวัฒน์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) เล่าว่า การรักษาพระภิกษุสามเณรในจ.เชียงใหม่ และจังหวัดอื่นๆ ทั่วทั้งภาคเหนือนั้น ทางโรงพยาบาลนครเชียงใหม่ ได้เริ่มให้บริการแยกจากประชาชนทั่วไป ตั้งแต่ปี 2494 ซึ่งมีการก่อสร้างตึกสงฆ์อาพาธของ รพ.นครเชียงใหม่ เป็นอาคาร 2 ชั้น สิ้นค่าก่อสร้างและครุภัณฑ์ต่างๆ เป็นเงิน 3 แสนบาทเศษ ต่อมา ในปี 2506 ได้มีการก่อสร้างสงฆ์อาพาธหลังที่ 2สิ้นค่าก่อสร้าง 670,000 บาท

เมื่อเวลาผ่านไป พื้นที่ใช้สอยไม่เพียงพอกับจำนวนสงฆ์ที่อาพาธ จึงได้ทำการรื้อถอนอาคารเดิมและก่อสร้าง “อาคารสงฆ์อาพาธสุจิตฺโต” เป็นอาคารสูง 5 ชั้น มีพื้นที่ 7,080 ตารางเมตร มีเตียงทั่วไป 26 เตียง ห้องพิเศษ 19 ห้อง ห้องพิธีสงฆ์ โดยที่ พระครูจิตตวิโสธนาจารย์ (พระอาจารย์หนู สุจิตฺโต) เจ้าอาวาสวัดดอยแม่ปั๋ง ได้บริจาคเงินจำนวน 55 ล้านบาทรวมถึงได้รับบริจาคสมทบจากพระสงฆ์และฆราวาสเพิ่มเติมด้วย

“อาคารสงฆ์อาพาธสุจิตฺโตได้เปิดใช้ตั้งแต่ปี 2547 เรื่อยมาจนถึงปี 2560 คณะผู้บริหารของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รวมถึงคณะสงฆ์ เจ้าคณะสังฆาธิการของภาคเหนือมีความเห็นร่วมกันว่าควรเพิ่มศักยภาพของตึกสงฆ์อาพาธให้สามารถบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ครบวงจร ให้มีความสามารถเทียบเท่ากับโรงพยาบาลขนาดเล็ก สามารถดูแลรักษาพระภิกษุสงฆ์ทั้งผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอกอย่างได้มาตรฐาน โดยการให้มีแพทย์ประจำ เพิ่มจำนวนบุคลากรอุปกรณ์ทางการแพทย์ และเพิ่มประโยชน์ใช้สอยของพื้นที่เดิมให้มากที่สุด” นพ.บรรณกิจกล่าว

คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มช. เล่าต่อไปว่า มีการปรับปรุงภายในอาคารในแต่ละชั้นให้มีประโยชน์ใช้สอยเพิ่มขึ้น แบ่งเป็น ชั้นที่ 1จุดคัดกรองผู้ป่วย ห้องตรวจโรค 3 ห้องห้องทำหัตถการ ห้องเอกซเรย์ ห้องการเงินห้องจ่ายยา ห้องพิธีการสงฆ์ ห้องฉันภัตตาหาร ห้องรับบริจาค ห้องเวชระเบียน ห้อง Treatmentชั้นที่ 2 หอผู้ป่วยหนัก 4 ห้อง ห้องพักแพทย์ พยาบาล

ชั้นที่ 3 หอผู้ป่วยใน เตียงรวม 24 เตียงห้องแยก 2 ห้อง ห้องสวดมนต์ ชั้นที่ 4 หอผู้ป่วยในห้องเดี่ยว 19 ห้อง ห้องสวดมนต์ และ ชั้นที่ 5ห้องพิธีการสงฆ์ ห้องประชุม พิพิธภัณฑ์หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ งบประมาณในการก่อสร้างปรับปรุงรวมประมาณ 80 ล้านบาท ซึ่งได้จากการบริจาคผ่านมูลนิธิโรงพยาบาลสวนดอก เพื่อภิกษุสงฆ์อาพาธจากผู้มีอุปการคุณ วัดต่างๆในภาคเหนือ ภิกษุและฆราวาสทั้งรายใหญ่และรายย่อย จนเสร็จสมบูรณ์และเปิดให้บริการได้ตั้งแต่เมื่อ 11 ก.ค. ดังกล่าว

“ปัจจุบันมีพระภิกษุอาพาธแบบผู้ป่วยนอกประมาณ 50 รายต่อวัน ผู้ป่วยในประมาณ 15 รายต่อวัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพระสงฆ์ในเขต 8 จังหวัดภาคเหนือ โดยปัจจุบันโรงพยาบาลมีค่าใช้จ่ายเกินกว่าสิทธิพื้นฐานประมาณ 16 ล้านบาทต่อปี โรงพยาบาลสงฆ์แห่งโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ จัดให้มีห้องพิธีการโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนทั่วไป มีโอกาสได้ทำบุญแบบพระพุทธศาสนาในโอกาสต่างๆ และรายได้จากการทำบุญทางโรงพยาบาลจะนำไปเป็นค่ารักษาพยาบาลแก่พระภิกษุสงฆ์อาพาธที่มีจำนวนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง” นพ.บรรณกิจ ระบุ

คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มช. ยังกล่าวอีกว่า ท่านที่มีความประสงค์จะทำบุญในโอกาสพิเศษต่างๆ อาทิ ทำบุญวันเกิด ครบรอบวันแต่งงาน ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ญาติผู้ล่วงลับไปแล้ว หรือเลี้ยงเพลพระสงฆ์หรือสามเณรอาพาธ ฯลฯ สามารถไปทำบุญได้ทุกวัน ระหว่าง เวลา 07.30 ถึง 16.30 น. ไม่เว้นวันหยุดราชการโดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานมูลนิธิโรงพยาบาลสวนดอก ณ โรงพยาบาลสงฆ์แห่งโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ หมายเลขโทรศัพท์ 053-938800

เช่นเดียวกัน..โรงพยาบาลสงฆ์แห่งโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ยังรอคอยพลังบุญกุศลของประชาชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา โดยสามารถบริจาคสมทบทุน
เพื่อสนับสนุนกิจการของโรงพยาบาลได้ที่บัญชี“มูลนิธิโรงพยาบาลสวนดอก เพื่อพระภิกษุสงฆ์อาพาธ” ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาคณะแพทยศาสตร์เชียงใหม่ เลขที่บัญชี 566-4-95594-8 และสามารถบริจาคผ่าน Application SCB Easy ของธนาคารไทยพาณิชย์ หรือ Mobile Banking ของธนาคารอื่นๆ โดยสแกนผ่าน QR Code มูลนิธิโรงพยาบาลสวนดอก หรือเดินทางมาบริจาคได้ที่โรงพยาบาล

“ขอเชิญชวนประชาชนที่มีจิตศรัทธาทุกท่านร่วมบริจาค เพื่อทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาโดยการดูแลพระภิกษุสงฆ์อาพาธ ดั่งคำที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ว่า..“ผู้ใดอุปัฏฐากภิกษุไข้ ผู้นั้นเสมือนอุปัฏฐากเราตถาคต”..”นพ.บรรณกิจ กล่าวทิ้งท้าย

‘ต๊อกแต๊ก A4’หมอดูคนดังแนะนำเคล็ดลับ เลือกนาฬิกาและเครื่องประดับตามดวงเกิด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/355086

‘ต๊อกแต๊ก A4’หมอดูคนดังแนะนำเคล็ดลับ  เลือกนาฬิกาและเครื่องประดับตามดวงเกิด

‘ต๊อกแต๊ก A4’หมอดูคนดังแนะนำเคล็ดลับ เลือกนาฬิกาและเครื่องประดับตามดวงเกิด

วันพฤหัสบดี ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

สนุกสนานไปกับการเลือกนาฬิกาและเครื่องประดับที่จะช่วยเสริมภาพลักษณ์ให้ดูมีเสน่ห์อย่างมีสไตล์ โดยล่าสุด “คาลวิน ไคลน์”(CALVIN KLEIN) แบรนด์แฟชั่นชั้นนำระดับโลก ได้เชิญหมอดูชื่อดังอย่าง เขมกร นพเคราะห์ หรือ “ต๊อกแต๊ก A4” หมอดูชื่อดังแห่งวงการบันเทิง มาร่วมแนะนำเคล็ดลับการเลือกเครื่องประดับประจำวันเกิดเพื่อเสริมเสน่ห์และส่งผลดีให้กับผู้สวมใส่

ซึ่ง “ต๊อกแต๊ก A4” แนะนำเคล็ดลับในการเลือกนาฬิกาและเครื่องประดับประจำวันเกิด เพิ่มเสน่ห์ให้กับผู้สวมใส่ว่า

คนเกิดวันจันทร์ พื้นฐานเป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์และมีความเป็นศิลปินสูง มีเสน่ห์โดดเด่นต่อผู้พบเห็น เป็นคนเฮฮารักความสนุกสนาน แต่ลึกๆ ก็แอบเอาแต่ใจตัวเองบ้าง เครื่องประดับที่จะช่วยเสริมเสน่ห์ของคนเกิดวันจันทร์ ควรเน้นเลือกเป็นนาฬิกาสายหนัง ดีไซน์คลาสสิกโทนสีขาว สีฟ้า สีน้ำเงินสีเหลือง หรือสีทองซึ่งถูกโฉลกกับคนเกิดวันจันทร์เป็นอย่างยิ่ง

คนเกิดวันอังคาร มีนิสัยเป็นคนเจ้าความคิด ชอบออกแบบวางแผนชีวิตตนเอง มีเหตุและผล เน้นลงมือทำมากกว่าการคุยโอ้อวด เสริมดวงด้วยการเลือกนาฬิกาที่มีแมททีเรียลเป็นสเตนเลสสตีล ดีไซน์เรียบหรู โทนสีเงินหรือสีน้ำเงินที่จะช่วยเสริมบุคลิกคนเกิดวันอังคารให้ดูมีภูมิฐาน สร้างความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น

คนเกิดวันพุธ เป็นคนที่โดดเด่นในเรื่องของการใช้วาจา มีความเป็นมิตร เข้ากับผู้อื่นได้ง่าย แต่หากเกลียดใครก็จะหลีกเลี่ยงการพบเจอ เป็นคนรักอิสระ ควรเลือกเครื่องประดับที่มีดีไซน์โค้งมน
ประดับด้วยหินอ่อนโทนสีแดง สีทอง สีเขียว หรือสีดำ ที่จะช่วยเสริมเสน่ห์ได้เป็นอย่างดี

คนเกิดวันพฤหัสบดี พื้นฐานเป็นคนชอบความมั่นคงและจริงจังกับการใช้ชีวิต คนเกิดวันนี้ต้องสู้และอดทนกับการแบกรับภาระแทนคนอื่น ควรเลือกเครื่องประดับเสริมดวงรูปทรงลูกเต๋าที่แสดงถึงความมั่นคง ในโทนสีทอง สีส้ม สีน้ำตาล และสีน้ำเงิน

คนเกิดวันศุกร์ เป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์สูง แต่แอบมีความฟุ้งซ่าน เหมาะกับงานเจรจาพูดคุยสื่อสาร เป็นคนช่างเลือกสรร ควรเติมเต็มอารมณ์ศิลปินด้วยเครื่องประดับดีไซน์ใหม่ที่มีลูกเล่นเพิ่มความสนุกสนาน อย่างสายหนังรัดข้อมือหรือนาฬิกาที่มีลูกเล่นการจับคู่สีในโทนที่แตกต่างกัน อย่าง สีขาว สีฟ้า สีน้ำเงิน และสีชมพู

คนเกิดวันเสาร์ เป็นคนที่ชัดเจน ตรงไปตรงมา ไม่ชอบการเอารัดเอาเปรียบ มีความน่าเกรงขาม พูดตรงและชัดเจน ควรเลือกนาฬิกาที่มีรูปทรงคลาสสิก ด้วยตัวเรือนหน้าปัดวงกลมและสายหนังสีดำหรือสีเทา ซึ่งเป็นสีที่ถูกโฉลก จะช่วยเสริมโชคเพิ่มเสน่ห์ของคนเกิดวันเสาร์ได้เป็นอย่างดี

และคนเกิดวันอาทิตย์ เจ้าแห่งนักคิดทฤษฎี ชอบการวางแผน เป็นคนที่มีเหตุผล และมีโลกความเป็นส่วนตัวสูง เติมพลังให้พื้นดวงของคนเกิดวันนี้ด้วยเครื่องประดับที่มีความเรียบหรูดูเท่ อย่างกำไลข้อมือที่มีโทนสีขาว สีเงิน และสีทอง ที่จะเพิ่มพลังงานของชีวิตคนเกิดวันอาทิตย์

ร่วมสร้างสไตล์อันโดดเด่นด้วยนาฬิกาและเครื่องประดับดีไซน์เก๋ได้แล้ววันนี้ที่ร้าน “คาลวิน ไคลน์”ทุกสาขาทั่วประเทศไทย

3 สาวแชร์ประสบการณ์นักตบทีมชาติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/355096

3 สาวแชร์ประสบการณ์นักตบทีมชาติ

3 สาวแชร์ประสบการณ์นักตบทีมชาติ

วันพฤหัสบดี ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ช่อง 7HD ปักหมุดจัดแข่งขัน“แชมป์กีฬา 7 สี วอลเลย์บอลอุดมศึกษา 2018” ชวน 3 สาวนักตบทีมชาติ “พู่-พรพรรณ, เตย- หัตถยา, บีม-พิมพิชยา” ร่วมแชร์ประสบการณ์แข่งขันระดับทีมชาติ

ช่อง 7HD จัดงานแถลงข่าวการแข่งขันศึกตบลูกยางสาว แชมป์กีฬา 7 สี วอลเลย์บอล อุดมศึกษา2018 (ครั้งที่ 5) โดยมี สมเกียรติเจริญภิญโญยิ่ง รักษาการกรรมการผู้จัดการ ช่อง 7HD สมพร ใช้บางยางนายกสมาคมวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย และ 3 นักกีฬาวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติ พู่-พรพรรณ เกิดปราชญ์,เตย-หัตถยา บำรุงสุข, บีม-พิมพิชยาก๊กรัมย์ ร่วมงาน

การแข่งขัน แชมป์กีฬา 7 สีวอลเลย์บอล อุดมศึกษา จัดขึ้นครั้งแรกในปี 2014 เพื่อส่งเสริมกีฬาวอลเลย์บอลให้แพร่หลายและสร้างนักกีฬาหน้าใหม่ประดับวงการวอลเลย์บอลไทย โดยเปิดรับสมัครทีมวอลเลย์บอลหญิงระดับอุดมศึกษาทั่วประเทศเข้าแข่งขันเป็นประจำทุกปี ซึ่งสถาบันอุดมศึกษาที่เคยได้แชมป์ในการแข่งขันรายการนี้ ได้แก่ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (แชมป์ปี 2014)/มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต (แชมป์ปี 2015)/ มหาวิทยาลัยศรีปทุม (แชมป์ปี 2016)/มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต (แชมป์ปี 2017) และมีนักกีฬาวอลเลย์บอลอาชีพ รวมถึงระดับทีมชาติเคยเข้าร่วมแข่งขันรายการนี้จำนวนมาก อาทิ ปลื้มจิตร์ ถินขาว,ฐาปไพพรรณ ไชยศรี, อัจฉราพรคงยศ, พัชราภรณ์ สิทธิศาสตร์ ฯลฯ เป็นต้น

สมเกียรติ เจริญภิญโญยิ่งรักษาการกรรมการผู้จัดการช่อง 7HD กล่าวว่า ช่อง 7HDมีนโยบายสนับสนุนการกีฬามาอย่างยาวนาน เพื่อมุ่งเน้นส่งเสริมเยาวชนใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ เป็นเวทีที่นักกีฬาได้แสดงศักยภาพด้านกีฬาวอลเลย์บอล และมีส่วนร่วมผลักดันและพัฒนาวงการกีฬาวอลเลย์บอลทีมชาติไทยจากความสำเร็จของการริเริ่มจัดการแข่งขัน แชมป์กีฬา 7 สีวอลเลย์บอลอุดมศึกษา มาอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี ทำให้ปัจจุบันกีฬาวอลเลย์บอลหญิง เป็นกีฬาที่คนไทยให้ความสนใจและติดตามเป็นอย่างมาก สำหรับในปีนี้ ช่อง 7HD ยังคงได้รับการสนับสนุนจาก สมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย ในการร่วมมือกันจัดการแข่งขัน แชมป์กีฬา 7 สี วอลเลย์บอล อุดมศึกษา 2018 (ครั้งที่ 5) โดยจะเริ่มแข่งขันรอบคัดเลือกในช่วงวันที่ 6-10 สิงหาคม 2561 ที่อาคารนันทนาการ มหาวิทยาลัยรังสิต

ด้าน 3 นักกีฬาวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติ พู่-พรพรรณ เกิดปราชญ์,เตย-หัตถยา บำรุงสุข, บีม-พิมพิชยา ก๊กรัมย์ ได้กล่าวชื่นชมน้องๆ เยาวชนนักกีฬาวอลเลย์บอลหญิงที่เข้าร่วมการแข่งขัน ซึ่งนอกจากจะสร้างประสบการณ์ในกีฬาวอลเลย์บอลแล้ว ยังเป็นการสร้างทักษะการเป็นนักกีฬาที่ดีที่จะก้าวไปสู่การเป็นนักกีฬาทีมชาติในอนาคต

สำหรับการแข่งขันแชมป์กีฬา 7 สี วอลเลย์บอล อุดมศึกษา 2018 (ครั้งที่ 5) สนับสนุนโดย มิตรไมตรีคลีนิก, บริษัท ศรีอยุธยา เจนเนอรัล ประกันภัย จำกัด (มหาชน), บริษัท แกรนด์สปอร์ต กรุ๊ป จำกัด โดยการแข่งขันรอบ 10 ทีมสุดท้ายจะมีการจับสลากแบ่งสายภายในเดือนสิงหาคม 2561 และแข่งขันใน วันที่ 28, 30 สิงหาคม และ 4, 6, 11 กันยายน 2561 ที่สนามมหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต และมหาวิทยาลัยศรีปทุม เป็นหลัก เพื่อหา 4 ทีมสุดท้ายเข้าแข่งขันรอบรองชนะเลิศ ในวันที่ 13 กันยายน 2561 และ รอบชิงชนะเลิศในวันที่ 15 กันยายน 2561 นี้ ที่ MCC Hall เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน เพื่อชิงทุนการศึกษารวม 2 ล้านบาท

ปีนี้ยังมีกิจกรรมสุดพิเศษ เปิดโอกาสให้ทีมเชียร์ลีดเดอร์ของสถาบันอุดมศึกษา ที่ผ่านเข้ารอบ 10 ทีมสุดท้าย เข้าร่วมประกวด สปิริตเชียร์ แชมป์กีฬา 7 สี ทุกแมทช์ที่สถาบัน ของตนเองเข้าแข่งขัน เพื่อให้กำลังใจนักกีฬาของสถาบัน และลุ้นเงินรางวัลสนับสนุนทีมเชียร์แบบแมตช์ต่อแมทช์ โดยแต่ละแมทช์ ทีมชนะได้เงินรางวัล 6,000 บาท ทีมแพ้ได้เงินรางวัล 4,000 บาท และวันที่มีการแข่งขัน แชมป์กีฬา 7 สี วอลเลย์บอล อุดมศึกษา 2018 รอบชิงชนะเลิศ ทีมเชียร์ของสถาบันใด เชียร์ได้สวยงามชนะใจกรรมการ จะได้รับเงินรางวัล 20,000 บาท ทีมแพ้จะได้รับเงินรางวัล 10,000 บาทซึ่งในวันงานแถลงข่าว ก็มีทีมเชียร์ของมหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต แชมป์ปี 2561 มาร่วมโชว์เปิดงานอีกด้วย

ทั้งนี้ สามารถส่งกำลังใจให้นักกีฬาได้ทางแฮชแท็ก ทวิตเตอร์ และเฟซบุ๊ก #แชมป์วอลเลย์ 7 สี ตลอดกิจกรรมการแข่งขัน และติดตามรายละเอียด ข่าวสารการแข่งขันได้ทาง ช่อง 7HD กด 35 และ Bugaboo.tv (บักกาบู.ทีวี) หรือ Facebook Fanpage :Ch7HD และ Ch7HD Sports ทางเว็บไซต์ 7seesport.ch7.com , http://www.volleyball.or.th

เปิดตัว ‘M Help Me ช่วยเหลือคนทั้งมวล’ แอพฯ ฟรี เพื่อคุ้มครองทุกชีวิตให้ปลอดภัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/355095

เปิดตัว ‘M Help Me ช่วยเหลือคนทั้งมวล’   แอพฯ ฟรี เพื่อคุ้มครองทุกชีวิตให้ปลอดภัย

เปิดตัว ‘M Help Me ช่วยเหลือคนทั้งมวล’ แอพฯ ฟรี เพื่อคุ้มครองทุกชีวิตให้ปลอดภัย

วันพฤหัสบดี ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ประสิทธิ์ เจียวก๊ก และ อลงกรณ์ พลบุตร

นักธุรกิจภาคเอกชน เปิดตัว“Application M Help Me (ช่วยเหลือคนทั้งมวล)”เพื่อหวังเตือนภัย ป้องกันและให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบเหตุร้ายทุกคนอย่างทันท่วงที ในทุกพื้นที่ของประเทศไทย

นายประสิทธิ์ เจียวก๊ก ประธานโครงการ “คืนคุณแผ่นดิน”, ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เว็บ สวัสดี จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ มัณดาวีต์ กรุ๊ป เปิดเผยถึง “Application M Help Me (ช่วยเหลือคนทั้งมวล)” ซึ่งได้แถลงข่าวเปิดตัวไปเมื่อเร็วๆ นี้ ว่า เนื่องจาก มูลนิธิอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล โดย กฤษนะ ละไลและสมาคมการค้าธุรกิจบริการและผลิตภัณฑ์ผสมผสาน ได้ร่วมมือกับ บริษัท เว็บ สวัสดี จำกัด (มหาชน) และหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ให้มีส่วนร่วมในการจัดทำแอพพลิเคชั่น “Application M Help Me (ช่วยเหลือคนทั้งมวล)” ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือบุคคลทั่วไป ผู้พิการและคนชรา ทุกเพศ ทุกวัยทุกสภาพร่างกาย นักท่องเที่ยว หรือนักเดินทางทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อให้ข้อมูลเตือนภัยและช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่เกิดเหตุได้อย่างอย่างทันท่วงที

“Application M Help Me (ช่วยเหลือคนทั้งมวล) นี้ จะสามารถช่วยเหลือคนไทยและนักท่องเที่ยวในประเทศได้เยอะมาก หรือช่วยลดอุบัติเหตุต่างๆ ลดความเสี่ยงที่จะประสบกับเหตุการณ์ร้ายแรงที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนให้ลดลงได้ นี่คือสิ่งที่เราคาดหวังจากแอพพลิเคชั่นนี้ ซึ่งจะสามารถดาวน์โหลดใช้ได้อย่างสมบูรณ์ ประมาณเดือนธันวาคม 2561 นี้และเชื่อมโยงกับธุรกิจท่องเที่ยวในแง่ที่ทำให้คนทั้งโลกได้รู้จักประเทศไทยมากขึ้น”

นายประสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า เราได้พัฒนาแอพพลิเคชั่นมาถึง 2 ปี ก่อนที่จะเปิดตัวให้บริการ เพื่อให้เป็นแอพพลิเคชั่นที่เกิดประโยชน์อย่างแท้จริงกับคนไทยและคนทั้งโลก ด้วยการสร้างฐานข้อมูลที่มุ่งเน้นให้ความช่วยเหลือใน 4-5 หัวข้อหลัก คือ 1.หมวดสุขภาพ เช่น ผู้ที่เดินทางมาเที่ยวเมืองไทยคนเดียว แต่เกิดเป็นลมจะทำอย่างไร ซึ่งผู้สูงอายุ หรือผู้พิการที่มีแอพพลิเคชั่นนี้ก็สามารถกดปุ่มเพื่อลิงก์ข้อมูลไปยังสถานพยาบาลหรืออนามัยที่อยู่ใกล้สุด หรือหน่วยช่วยเหลือฉุกเฉินให้เร่งเข้าช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที

2.หมวดความปลอดภัย ซึ่งจะแยกย่อยเป็นส่วนเพลิงไหม้ ตำรวจ พยาบาล หน่วยราชการและจุดบริการเข้าให้ความช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง หรืออย่างกรณีเกิดเหตุการณ์เรือล่มที่จังหวัดภูเก็ต
แอพพลิเคชั่นนี้จะลิงก์ข้อมูลกับกรมอุตุนิยมวิทยาเพื่อขึ้นสัญญาณเตือนภัยให้ทราบ ก่อนที่จะออกเรือเพื่อไม่ให้เกิดความเสี่ยงต่อกรณีเรือล่ม จนนำไปสู่การเสียชีวิตและทรัพย์สิน 3.หมวดความช่วยเหลือ เช่น กรณีโจรวิ่งราวนักท่องเที่ยว หรือนักท่องเที่ยวถูกแท็กซี่หลอกลวง แอพพลิเคชั่นนี้จะช่วยประสานและลิงก์ข้อมูลกับตำรวจทางหลวง หรือส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อเข้าให้ความช่วยเหลือทันที

4.หมวดการสร้างฐานข้อมูล เช่น การเดินทางไปที่วัดพระแก้ว จะต้องใช้เส้นทางไหน ระยะทางในการเดินทางเท่าไหร่ และเมื่อไปถึงจะต้องทำอย่างไรให้ถูกต้องตามกฎ ระเบียบ ขนบธรรมเนียม ประเพณีไทยผู้หญิงต้องแต่งตัวให้สุภาพเรียบร้อย ต้องใส่ผ้าถุง หากนุ่งกระโปรงสั้นหรือกางเกงขาสั้น ต้องถอดรองเท้าก่อนเข้าชมวัด เป็นต้น 5.หมวดอื่นๆ เช่น กรณีการเดินทางด้วยการขับรถไปจังหวัดบุรีรัมย์และรถเกิดอุบัติเหตุยางแตกกลางดึก ก็จะมีลิงก์ข้อมูลจากแอพพลิเคชั่นแจ้งให้ทราบถึงร้านปะยางรถตลอด 24 ชั่วโมงที่อยู่ในละแวกนั้นเพื่อให้สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้

ด้าน นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป คนที่ 1 กล่าวถึงการท่องเที่ยวในประเทศไทยว่า สิ่งสำคัญที่สุดนอกเหนือจากรายได้ที่เข้าประเทศแล้ว เราต้องการเป็นบ้านที่ปลอดภัย และให้ความสุขกับคนทั่วโลก ที่จะแวะมาเยี่ยมเยียนบ้านหลังนี้ และกลับไปด้วยความสุข ดังนั้น การเปิดตัว “แอพพลิเคชั่น M Help Me ช่วยเหลือคนทั้งมวล” เพื่อช่วยเหลือนักท่องเที่ยว ถือว่ามาถูกเวลา เพราะจะเกิดการเชื่อมโยงกับแอพพลิเคชั่นของหน่วยงานราชการต่างๆ และช่วยสร้างความมั่นใจในมาตรการด้านความปอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยว เมื่อเกิดความมั่นใจ ชาวต่างชาติก็จะเดินทางมาเที่ยวเมืองไทยอย่างต่อเนื่องแน่นอน

เยี่ยมชมผลงาน ‘โครงการประชารัฐเครือสหพัฒน์’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/355069

เยี่ยมชมผลงาน ‘โครงการประชารัฐเครือสหพัฒน์’

เยี่ยมชมผลงาน ‘โครงการประชารัฐเครือสหพัฒน์’

วันพฤหัสบดี ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เยี่ยมชมบูธแสดงผลงาน “โครงการประชารัฐเครือสหพัฒน์” ที่เครือสหพัฒน์ได้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาประเทศตามนโยบายของรัฐบาล ประกอบด้วยโครงการที่ส่งเสริมทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา วัฒนธรรม สาธารณสุข และสิ่งแวดล้อมที่จะเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้ชมงานเกิดแนวคิดในการสร้างสรรค์โครงการที่เป็นประโยชน์กับประเทศต่อไป ซึ่งงานดังกล่าวจัดขึ้นภายในงานสหกรุ๊ปแฟร์ ครั้งที่ 22@ ไบเทค บางนา โดยมี บุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานเครือสหพัฒน์ ต้อนรับ

ทั้งนี้ โครงการประชารัฐเครือสหพัฒน์ ประกอบด้วย 11 โครงการ ได้แก่ โครงการ LION Oral Health Promotion and Prevention โดย บริษัท ไลอ้อน(ประเทศไทย) จำกัด, โครงการสอนเย็บผ้า สร้างอาชีพสู่สังคม โดย บริษัท ธนูลักษณ์ จำกัด (มหาชน), โครงการ OCC สานพลังประชารัฐ พัฒนาความรู้ สู่เส้นทางสายอาชีพ โดย บริษัท โอซีซี จำกัด (มหาชน), โครงการ ประชารัฐร่วมใจ ต้านภัยมะเร็งเต้านมเพื่อชุมชน โดย บริษัทไทยวาโก้ จำกัด (มหาชน), โครงการประชารัฐร่วมใจ ILCหัวใจสีเขียว เพื่อสิ่งแวดล้อม โดย บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนลแลบบอราทอรีส์ จำกัด, โครงการเกษตรพอเพียง ดร.เทียม โชควัฒนา จังหวัดลำพูน โดย บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน), โครงการ ปลูกไผ่คืนผืนป่า สร้างอาชีพ โดย บริษัท สหโคเจน (ชลบุรี) จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย, โครงการ Science on Mobile โดย บริษัทเอส แอนด์ เจ อินเตอร์เนชั่นแนล เอนเตอร์ไพรส์ จำกัด, โครงการSahapat Admission โดย บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด(มหาชน), โครงการสถานศึกษาต้นแบบทวิภาคี สานพลังประชารัฐ (Excellent Model School) โดย บริษัท ไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) และโครงการ นาฏศิลป์ไทยสู่เยาวชน พัฒนศิลป์สร้างคน สืบทอดวัฒนธรรมไทย โดยความร่วมมือจากบริษัทไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน), บริษัทเพรซิเดนท์ เบเกอรี่ จำกัด (มหาชน),บริษัทไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน), บริษัทสหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)

ไฟไหม้รถยนต์มาเซราติที่ท่าเรือในอิตาลี เสียหายหลายร้อยคัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/569433

  • วันที่ 31 ต.ค. 2561 เวลา 18:07 น.

ไฟไหม้รถยนต์มาเซราติที่ท่าเรือในอิตาลี เสียหายหลายร้อยคัน

ไฟไหม้รถมาเซราติเสียหายนับร้อยคัน ขณะเตรียมส่งออกจากท่าเรือในอิตาลี

สื่อท้องถิ่นของอิตาลีรายงานว่าช่วงเย็นของวันจันทร์ที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น ได้เกิดเหตุไฟไหม้รถยนต์จำนวนหลายร้อยคันที่ท่าเรือ ในเมือง Savona ในภูมิภาค Liguria ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ โดยในจำนวนนี้ส่วนมากเป็นรถยนต์หรูมาเซราติรุ่นใหม่ ซึ่งจอดรอการส่งออกที่ท่าเรือ

 

 

รายงานระบุว่าเหตุเพลิงไหม้นี้ เกิดขึ้นหลังจากที่มีเหตุพายุคลื่นลมแรงพัดถล่มชายฝั่งของเมือง จนเป็นเหตุให้เกิดคลื่นซัดฝั่งพัดถล่มยังท่าเรือ แต่ทว่าหลังจากนั้นได้เกิดเหตุไฟไหม้ขึ้นที่ท่าเรือดังกล่าว และได้เผาทำลายรถยนต์หรูมาเซราติที่จอดรอการส่งออกเสียหายจำนวนหลายร้อยคัน

 

 

จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นพบว่า เหตุที่ทำให้รถยนต์ติดไฟเนื่องจากเกลือที่มาจากความชื้นของน้ำทะเลที่ซัดเข้าท่วมท่าเรือ ได้ทำปฎิกริยากับแบตเตอร์รี่ของรถยนต์จนส่งผลให้เกิดการระเบิดตามมา และไฟได้ลุกลามไปยังรถคันอื่นๆที่จอดอยู่ใกล้เคียงจนได้รับความเสียหายนับร้อยคัน

 

 

ได้เกิดเหตุน้ำท่วมท่าเรือในเมือง Savona ที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ ซึ่งเป็นอิทธิพลมาจากพายุประจำฤดูกาลที่พัดถล่ม แต่หลังจากที่พายุสงบนั้น ได้เกิดเหตุไฟไม

อย่างไรก็ดี รายงานระบุว่าไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บจากเหตุไฟไหม้ดังกล่าว

ทั้งนี้ สำหรับพายุที่พัดถล่มภูมิภาค Liguria ของอิตาลีตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค. ที่ผ่านมานั้นยังคงมีความรุนแรง โดยทางการต้องประกาศแจ้งเตือนภัยระดับสีแดง เนื่องจากมีน้ำท่วมในหลายพื้นที่ และมีรายงานผู้เสียชีวิต 9 ราย สูญหาย 1 ราย

 

ภาพ : ansa.it

สาวเกาหลีเริ่มออกมาแอนตี้ความงามด้วยเครื่องสำอาง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/569423

  • วันที่ 31 ต.ค. 2561 เวลา 16:23 น.

สาวเกาหลีเริ่มออกมาแอนตี้ความงามด้วยเครื่องสำอาง

สาวเกาหลีหลายคนเริ่มออกมาแสดงจุดยืน “สวยใส หน้าสด” แอนตี้ความงามด้วยเครื่องสำอางและศัลยกรรม

สื่อต่างประเทศรายงานว่า สาวเกาหลีหลายคนเริ่มออกมาแสดงจุดยืนเกี่ยวกับความงาม ด้วยการนำเครื่องสำอางที่ตนครอบครองอยู่มาทำลาย ผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญการรณรงค์ “Escape The Corset” ซึ่งนับว่าเป็นการแสดงออกถึงความกดดันด้านบรรทัดฐานความงามของประเทศครั้งล่าสุด จากที่ก่อนหน้านี้ผู้ประกาศข่าวหญิงของสถานีโทรทัศน์แห่งหนี่งของเกาหลีใต้ได้สวมแว่นตาขณะอ่านข่าว

 

ภาพ : Instagram/Been_94)

 

ความเคลื่อนไหวล่าสุดนี้มีขึ้นท่ามกลางหมู่หญิงสาววัยรุ่นหลายคน ที่ลุกขึ้นมาต่อต้านกับ “มาตรฐานความงาม” ในแบบเกาหลีซึ่งเต็มไปด้วยความสมบูรณ์แบบ ทั้งรูปแบบการแต่งหน้า ขั้นตอนการบำรุงผิวหลายขั้นตอนในแต่ละวัน การมีผิวสวยใส รวมถึงใบหน้าที่สมส่วนด้วยวิธีการศัลยกรรม

 

 

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวนี้นับว่าเป็นประเด็นที่น่าสนใจ สำหรับประเทศเกาหลีใต้ซึ่งมีผลสำรวจที่พบว่า หญิงสาววัยรุ่นชาวเกาหลีใต้มากกว่าสามในสี่ของประชากร เคยผ่านการศัลยกรรมมาก่อน อีกทั้งอุตสาหกรรมความงามในเกาหลีใต้นั้นมีมูลค่ามากกว่า 12.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และเป็นหนึ่งในสามของประเทศที่ส่งออกเครื่องสำอางสู่ตลาดโลกมากที่สุด ด้วยเหตุนี้จึงส่งผลให้การแข่งขันในตลาดด้านความงามของเกาหลีใต้เต็มไปด้วยความดุเดือด

จนท.อุทยานญี่ปุ่น ไม่กล้าเก็บเงินนทท.ต่างชาติ เหตุพูดภาษาอังกฤษไม่ได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/569406

  • วันที่ 31 ต.ค. 2561 เวลา 14:48 น.

จนท.อุทยานญี่ปุ่น ไม่กล้าเก็บเงินนทท.ต่างชาติ เหตุพูดภาษาอังกฤษไม่ได้

เจ้าหน้าที่สวนกรุงโตเกียว ทำรัฐสูญรายได้นับล้าน เพราะไม่กล้าสื่อสารภาษาอังกฤษกับนักท่องเที่ยว

สื่อต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ประจำอุทยาน Shinjuku Gyoen ใจกลางกรุงโตเกียว ต้องทำให้รัฐบาลท้องถิ่นสูญเสียรายได้ จากการที่พนักงานเก็บเงินค่าเข้าชมสวน ไม่กล้าเก็บเงินค่าเข้าจากบรรดานักท่องเที่ยว เนื่องจากไม่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้

รายงานระบุว่า พนักงานเก็บเงินค่าเข้าสวนรายหนึ่งอายุประมาณ 70 ปี ต้องทำให้รัฐบาลท้องถิ่นกรุงโตเกียวสูญเสียรายได้จากการเก็บค่าเข้าสวนมานานตลอดกว่า 2 ปี โดยทาง กระทรวงสิ่งแวดล้อมของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบสวนแห่งนี้ ได้เปิดเผยว่าสวนแห่งนี้ แต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากกว่า 160,000 คน สนนราคาตั๋วค่าเข้าคนละ 200 เยน สำหรับผู้ใหญ่ และ 50 เยน สำหรับตั๋วเด็ก

 

 

แต่ทว่าเมื่อช่วงเดือนเมษายน ปี 2014 ช่วงที่ชายรายนี้เข้ามารับหน้าที่พนักงาน การจัดเก็บรายได้ดังกล่าวได้หยุดชะงักลงเป็นเวลานานกว่า 2 ปี เนื่องจากเขาไม่กล้าที่่จะสื่อสารภาษาอังกฤษกับนักท่องเที่ยว ส่งผลให้ทางการสูญเสียรายได้ไปมากถึง 25 ล้านเยน หรือราว 7.3 ล้านบาท

 

 

จากการสืบสวนของกระทรวงพบว่า ชายคนดังกล่าว ก่อนหน้านี้เคยทำหน้าที่พนักงานเก็บมาก่อน จนกระทั่งเขาเคยถูกนักท่องเที่ยวต่างชาติตะโกนใส่ เนื่องจากสื่อสารไม่รู้เรื่อง จึงส่งผลให้ไม่กล้าเก็บค่าเข้าสวนจากนั้นอีก เนื่องจากไม่กล้าสื่อสารกับนักท่องเที่ยว ภายหลังจึงทำได้แค่ยื่นตั๋วให้ รวมถึงขอให้เพื่อนร่วมงานยกเลิกการบันทึกข้อมูลการออกตั๋วในระหว่างที่เข้าปฎิบัติหน้าที่

 

 

อย่างไรก็ดี เรื่องดังกล่าวได้รับการเปิดเผยเมื่อช่วงปลายเดือนธันวาคมปี 2016 หลังจากที่เพื่อนร่วมงานคนหนึ่งไม่เห็นด้วยกับความละเลยของเขา จึงได้แจ้งต่อหัวหน้าของอุทยาน ซึ่งต่อมาตามรายงานของหนังสือพิมพ์  Sankei Shimbun ระบุว่า เขายอมชดใช้ความเสียหายด้วยการ หักค่าตั๋วจากเงินเดือนของเขาราว 10% อีกทั้งมีการเสนอคืนเงินโบนัสที่ได้จากการลาออกลงครึ่งหนึ่งประมาณ 3 แสนเยน เพื่อแสดงความรับผิดชอบก่อนที่เขาจะลาออก

โมเมนต์ประทับใจ! “ทีมหมูป่า”ไหว้ขอบคุณ-สวมกอดนักดำน้ำอังกฤษในรายการทอล์คโชว์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/569389

  • วันที่ 31 ต.ค. 2561 เวลา 13:02 น.

โมเมนต์ประทับใจ! "ทีมหมูป่า"ไหว้ขอบคุณ-สวมกอดนักดำน้ำอังกฤษในรายการทอล์คโชว์

ทีมหมูป่าไหว้และสวมกอดนักดำน้ำอังกฤษที่ช่วยออกจากถ้ำ ในรายการทอล์คโชว์ โค้ชเอกเผย “เป็นเหมือนคนในครอบครัวเดียวกัน”

รายการ This Morning ของอังกฤษได้เผยแพร่เทปรายการที่ออกอากาศเมื่อวันที่ 30 ต.ค. โดยได้มีการเชิญเยาวชนทีมหมูป่า อะคาเดมี่ มาร่วมรายการ รวมทั้งได้เชิญ นักประดาน้ำชาวอังกฤษ 3 คน ได้แก่ เจสัน มัลลิสัน , คอนเนอร์ โร , คริส จีเวลล์ ทีมกู้ภัย ที่ร่วมปฏิบัติช่วยเหลือทีมหมูป่าออกจากถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย มาร่วมรายการด้วย

ในตอนท้ายของรายการ โค้ชเอก เอกพล จันทะวงษ์ ได้เป็นตัวแทนกล่าวขอบคุณ 3 นักประดำน้ำ

“อยากจะขอบคุณจากใจ ทั้งๆที่พี่เขากับพวกเราทุกคนไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ไม่เคยรู้จัก ไม่เคยพบปะ ไม่เคยเป็นญาติด้วย แต่พวกพี่ทุกคนได้เสียสละเสี่ยงชีวิตเข้ามาช่วยเหลือพวกผมทุกคนให้ออกมาได้อย่างปลอดภัย ตอนแรกพวกพี่เขาอาจเป็นแค่คนแปลกหน้า แต่วันนี้เราทุกคนรู้สึกว่าพี่เขาไม่ใช่คนแปลกหน้า แต่เป็นเหมือนคนในครอบครัวเดียวกัน”

จากนั้นเยาวชนทีมหมูป่าได้เข้าไปไหว้นักประดาน้ำทั้ง 3 คน และสวมกวดเพื่อแสดงความขอบคุณ ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นไปอย่างซาบซึ้ง

 

ซูปเปอร์มาร์เก็ตในยูเครนจัดร้านต้อนรับฮาโลวีน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/569388

  • วันที่ 31 ต.ค. 2561 เวลา 12:59 น.

ซูปเปอร์มาร์เก็ตในยูเครนจัดร้านต้อนรับฮาโลวีน

ชาวเน็ตขนลุก แผนกขายเนื้อของซูปเปอร์มาร์เก็ตในยูเครน จัดร้านรับวันฮาโลวีนคอนเซ็ปต์ฮันนิบาล

สื่อต่างประเทศรายงานว่า ซูปเปอร์มาร์เก็ตที่มีชื่อว่า Silpo สาขาหนึ่งในภูมิภาค Oblasts ของประเทศยูเครน ได้สร้างบรรยากาศของร้านให้เข้ากับเทศกาลวันฮาโลวีนได้อย่างชนิดที่ทำเอาลูกค้าหลายคนต่างตกใจไปตามๆกัน เมื่อแผนกขายเนื้อของร้านมีการจัดวางหน้าร้านในคอนเซ็ป ฮันนิบาล โดยการนำเอาเนื้อหมูหลากหลายชิ้นส่วน มาจัดวางให้ดูคล้ายกับโครงกระดูกของมนุษย์

 

 

 

จากภาพแสดงให้เห็นชิ้นส่วนของซี่โครงหมูถูกนำมาวางเรียงให้คล้ายกับ ส่วนซี่โครงของมนุษย์ ขณะที่มีการใช้ไส้กรอกแทนลำไส้ ส่วนด้านบนมีการใช้เนื้อมาทำเป็นลักษณะคล้ายศีรษะ พร้อมมีการตกแต่งด้วยไข่ และใบมะกอก เพื่อให้ดูคล้ายกับชิ้นส่วนร่างกายของมนุษย์มากที่สุด

 

 

ทั้งนี้ หลังจากที่มีการเผยแพร่ภาพดังกล่าวนั้น ทำเอาบรรดาชาวเน็ตหลายคนต่างแสดงความคิดเห็นว่ามันช่างดูน่าขนลุกอย่างมาก ขณะที่บางคนบอกว่ามันดูน่าขยะแขยงมากกว่าที่จะอยู่ในซูปเปอร์มาร์เก็ต

ขณะที่บางส่วนต่างแสดงความคิดเห็นในเชิงชื่นชมทางร้านค้า ที่สามารถจัดวางได้อย่างแนบเนียน