พบเศรษฐีใหม่แล้ว! หลังประกาศรางวัลหวยเมกะมิลเลียนส์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/568664

  • วันที่ 24 ต.ค. 2561 เวลา 13:21 น.

พบเศรษฐีใหม่แล้ว! หลังประกาศรางวัลหวยเมกะมิลเลียนส์

มะกันพบผู้ถูกรางวัลแจ็กพอตหวย “เมกะมิลเลียนส์” มูลค่ากว่า 5 หมื่นล้านบาทแล้ว ในรัฐเซาท์แคโรไลน่า

สื่อสหรัฐรายงานว่า หลังจากที่มีการประกาศผลการออกสลากเมกะมิลเลียนส์ ของสหรัฐ ซึ่งขณะนี้เงินรางวัลแจ็กพอตได้สะสมสูงที่สุดในประวัติศาสตร์หวยในสหรัฐแล้ว โดยรางวัลแจ็กพอตขณะนี้อยู่ที่ 1.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 52,500 ล้านบาท

 

 

การประการผลการออกรางวัลสลากเมกะมิลเลียนส์ครั้งนี้มีขึ้นเมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา โดยเลขที่ออกคือเลข  5, 28, 62, 65, 70 และ Mega Ball คือเลข 5

ด้านนิวยอร์กโพสต์รายงานว่า อาจมีผู้ถูกรางวัลแจ็คพอตมูลค่า 1.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังพบว่ามีการขายสลากใบที่ระบุตัวเลขถูกรางวัลในรัฐเซาท์แคโรไลน่า ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการเผยชื่อบุคคลผู้ถูกรางวัลแต่อย่างใด

 

 

ทั้งนี้ หากมีผู้ถูกรางวัลแจ็คพอตเพียงคนเดียว ผู้ถูกรางวัลคนนั้นสามารถเลือกรับเงินรางวัลเป็นก้อนเดียว ซึ่งหลังจากการหักภาษีแล้วเงินรางวัลจะเหลือ 904 ล้านเหรียญสหรัฐ (เกือบ 30,000 ล้านบาท) โดยโอกาสของผู้ที่จะถูกรางวัลแจ็กพอตนี้มีเพียง 1 ใน 300 ล้าน

โสมใต้เตือนปชช.ห้ามสูบกัญชาในแคนาดา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/568656

  • วันที่ 24 ต.ค. 2561 เวลา 12:15 น.

โสมใต้เตือนปชช.ห้ามสูบกัญชาในแคนาดา

เกาหลีใต้เตือนพลเมืองของตนอย่าสูบ “กัญชา” ในแคนาดา ขู่มีโทษจำคุกแม้สูบในประเทศที่เปิดเสรีกัญชาก็ตาม

เดอะโคเรียนไทมส์รายงานว่า ทางการเกาหลีใต้ได้ออกมาเตือนพลเมืองของตนโดยเฉพาะบรรดานักศึกษาชาวเกาหลีที่พำนักในแคนาดาว่าอาจถูกลงโทษตามกฎหมายของเกาหลีใต้ หากพบว่ามีการสูบกัญชาแม้ว่าจะนอกประเทศก็ตาม

รายงานระบุว่าทางการตำรวจเกาหลีใต้ได้เตือนพลเมืองของตนโดยเฉพาะบรรดานักศึกษาชาวเกาหลีใต้ในแคนาดาซึ่งมีอยู่ราว 23,000 คน โดยทางเกาหลีใต้ได้ระบุว่าคำเตือนพลเมืองของตนว่า ไม่ควรสูบกัญชาในแคนดา และอาจถูกจับกุม พร้อมดำเนินคดีอาญาเมื่อเดินทางกลับถึงบ้านเกิด

คำเตือนดังกล่าวมีขึ้นโดยนาย Yoon Se-jin หัวหน้าแผนกสืบสวนและปราบปรามยาเสพติดและกองบัญชาการตำรวจภูธรจังหวัดกูซองกิ  ได้เผยว่าแม้ว่ากัญชาในแคนาดาจะไม่ผิดกฎหมาย หลังจากที่แคนดาเพิ่งผ่านกฎหมายเสรีกัญชาไปเมื่อไม่นานมานี้ แต่ก็ยังถือว่าเป็นความผิดอย่างร้ายแรงสำหรับชาวเกาหลีใต้ที่ใช้กัญชาในแคนาดา แม้ว่าพวกเขาจะเดินทางออกนอกเกาหลีก็ตาม แต่หากพวกเขายังคงถือพาสปอร์ตเกาหลีใต้ ก็นับว่าทำผิดกฎหมายของเกาหลีใต้เช่นกัน ซึ่งตามกฎหมายของเกาหลีระบุว่าการใช้สารเสพติดประเภทกัญชาอาจต้องโทษจำคุกสูงสุดถึง 5 ปี

“ผู้สูบกัญชาจะถูกลงโทษตามกฎหมายเกาหลี แม้ว่าบุคคลนั้นจะอยู่ในประเทศที่สามารถสูบกัญชาได้ถูกกฎหมายก็ตาม แต่ก็ไม่มีข้อยกเว้น” นาย Yoon Se-jin กล่าว

ทั้งนี้ สำหรับการเปิดเสรีกัญชาในแคนาดานับเป็นสิ่งที่หลายประเทศในโลกจับตามองและกำลังศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้กัญชาเพื่อสันทนาการในประเทศของตน

เครื่องบินเล็กสมัยสงครามโลกตกใส่ทางด่วนในแคลิฟอร์เนีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/568650

  • วันที่ 24 ต.ค. 2561 เวลา 11:25 น.

เครื่องบินเล็กสมัยสงครามโลกตกใส่ทางด่วนในแคลิฟอร์เนีย

เครื่องบินโบราณสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ตกลงบนทางด่วนของรัฐแคลิฟอร์เนีย นักบินรอดหวุดหวิด

สื่อสหรัฐรายงานว่า เกิดเหตุเครื่องบินเล็กขนาดเครื่องยนต์เดียวรุ่น  เอที 6 (North American T-6 Texan) ซึ่งเป็นเครื่องบินโบราณสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ตกลงบนทางด่วนหมายเลข 101 ใกล้เมือง Agoura Hills ทางตอนใต้ของรัฐแคลิฟอร์เนีย

 

 

เครื่องบินลำดังกล่าวมีนักบินอยู่บนเครื่องเพียงคนเดียว ซึ่งได้ควบคุมเครื่องบินให้พยายามลงจอดฉุกเฉินกลางถนน ก่อนที่จะเกิดไฟลุกไหม้เครื่องบินอย่างรวดเร็ว แต่นักบินได้รับการช่วยเหลือออกมาได้ทัน

 

 

นอกจากนี้เคราะห์ดีที่การลงจอดฉุกเฉินดังกล่าว ไม่มีรถยนต์ได้รับความเสียหายหรือเกิดอุบัติเหตุ มีเพียงแต่ส่งผลให้รถยนต์ติดอยู่บนถนนยาวกว่า 50 กิโลเมตร ทั้งนี้ รายงานไม่ได้ระบุถึงชื่อของนักบินแต่อย่างใด แต่ระบุว่า นักบินคนดังกล่าวมีประสบการบินมานานถึง 30 ปี

สำหรับเครื่องบินรุ่น เอที 6 รุ่นนี้ถูกพัฒนาขึ้นในช่วงปี 1935 ถูกใช้เป็นเครื่องบินฝึกของทหารสหรัฐในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

 

 

เวียดนามแต่งตั้งผู้นำคนใหม่สุดทรงอิทธิพล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/568640

  • วันที่ 24 ต.ค. 2561 เวลา 10:29 น.

เวียดนามแต่งตั้งผู้นำคนใหม่สุดทรงอิทธิพล

“เหงียนฟู้จ่อง” สาบานตนเป็นประธานาธิบดีเวียดนามแล้ว แถมควบทั้งเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์อีกตำแหน่ง

สื่อเวียดนามรายงานว่า ที่ประชุมสมัชชาแห่งชาติเวียดนามได้มีมติคะแนนเสียงท่วมท้นถึง 477 เสียง จากทั้งหมด 500 เสียง เลือกนาย เหงียนฟู้จ่อง วัย 74 ปี ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 9 ของเวียดนาม แทนที่นาย เจิ่น ดั่ย กวาง ซึ่งเสียชีวิตไปเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา

ส่วนนาง ดั่ง ถิ ง็อก ถิง ซึ่งก่อนหน้านี้ปฎิบัติหน้าที่รักษาการประธานาธิบดีจะดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดี

ทั้งนี้ สำหรับนายเหงียนฟู้จ่อง ก่อนหน้านี้ยังดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามด้วย จึงนับได้ว่านายเหงียนฟู้จ่อง ถือเป็นนักการเมืองคนแรกของเวียดนามนับตั้งแต่ยุคโฮจิมินห์ ที่ดำรงตำแหน่งควบทั้งเลขาธิการพรรคฯ และประธานาธิบดี

น้ำแข็งขั้วโลกแตกเป็นทรงเรขาคณิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/568598

  • วันที่ 23 ต.ค. 2561 เวลา 18:22 น.

น้ำแข็งขั้วโลกแตกเป็นทรงเรขาคณิต

นาซ่าเผยภาพน้ำแข็งขั้วโลกใต้ก้อนยักษ์ แตกออกเป็นรูปทรงเรขาคณิตอย่างสมมาตร

เคยมีคำกล่าวที่ว่า “ธรรมชาติไม่สร้างอะไรเป็นเส้นตรง” แต่คงไม่ใช่กับครั้งนี้ที่แม้แต่นักวิทยาศาสตร์ขององค์การนาซ่าก็งงงวยไปตามๆกัน เมื่อมีการค้นพบว่าน้ำแข็งขั้วโลกใต้ก้อนขนาดมหึมาได้แตกออกเป็นลักษณะรูปทรงเรขาคณิต โดยมีลักษณะมีรูปร่างเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มีพื้นผิวราบเรียบ แถมตามรอยแตกก็มีลักษณะเรียบราวกับมีใครใช้มีดตัดแผ่นน้ำแข็งเหล่านี้

โดยตามปกติแล้วน้ำแข็งขั้วโลกที่แตกออกนั้นจะมีรูปทรงที่ไม่สมมาตร และแตกต่างออกไปตามธรรมชาติ การค้นพบครั้งนี้ มีขึ้นภายใต้โครงการ Ice Bridge ซึ่งเป็นการสำรวจลักษณะของน้ำแข็งขั้วโลกขององค์การนาซ่า

ด้านผู้เชี่ยวชาญของนาซ่าระบุว่า แผ่นน้ำแข็งดังกล่าวเป็นลักษณะการแตกออกแบบ tabular iceberg หรือโต๊ะน้ำแข็ง ที่แตกออกจากแผ่นน้ำแข็งลาร์เซ็นซี (Larsen C) ซึ่งเป็นชั้นน้ำแข็งยาวในส่วนตะวันตกเฉียงเหนือของทะเล Weddell ไปตามชายฝั่งตะวันออกของคาบสมุทรแอนตาร์กติก

ทั้งนี้ แผ่นน้ำแข็งดังกล่าวมีขนาดกว้างราว 1 ไมล์ ซึ่งขณะนี้เหล่านักวิทยาศาสตร์กำลังติดตามการเคลื่อนตัวของแผ่นน้ำแข็งนี้อย่างใกล้ชิด

 

“เรือไททานิค” เตรียมแล่นออกทะเลอีกครั้งในปี 2022

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/568591

  • วันที่ 23 ต.ค. 2561 เวลา 16:59 น.

"เรือไททานิค" เตรียมแล่นออกทะเลอีกครั้งในปี 2022

เตรียมเปิดให้บริการเรือ “ไททานิค 2” ภายในปี 2022 นี้ โดยแล่นตามเส้นทางเดียวกันกับเรือไททานิคที่ล่มในอดีต

สำหรับใครที่อยากมีประสบการณ์แบบแจ็คกับโรส โดยไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัยนั้น เตรียมตัวไว้เลยเพราะ เรือเดินสมุทร “Titanic II” หรือไทนานิค 2 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้าง มีกำหนดออกให้บริการอย่างเป็นทางการครั้งแรกในปี 2022 นี้ โดยจะใช้เส้นทางเดียวกันกับเรือ RMS Titanic ที่ชนเข้ากับภูเขาน้ำแข็งเมื่อวันที่ 15 เมษายน ปี 1912

รายงานระบุว่าเรือไททานิก2 ลำนี้เป็นของบริษัท Blue Star Line Pty. Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทเดินเรือในประเทศออสเตรเลีย สามารถบรรทุกผู้โดยสารได้ 2,400 คน พร้อมลูกเรืออีกราว 900 คน ความยาวตัวเรือทั้งสิ้น 269 เมตร มีทั้งหมด 10 ชั้น มูลค่าในการก่อสร้างราว 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 16,000 ล้านบาท)

 

RMS Titanic ขณะแล่นออกจากท่าเรือเซาท์แฮมตัน ของอังกฤษเมื่อวันที่ 10 เมษายน 1912

 

แน่นอนว่าปัจจุบันนี้มีกฎระเบียบความปลอดภัยด้านเรือเดินสมุทรที่เข้มงวด โดยเรือไททานิก2 จะมีจำนวนเรือชูชีพ เสื้อชูชีพ ที่เพียงพอสำหรับผู้โดยสารและลูกเรือทุกคน แถมยังมีระบบเรดาห์ที่ทันสมัยกว่าเรือ RMS Titanic อย่างมาก และนอกจากความปลอดภัยแล้ว ทางบริษัท Blue Star Line ยังระบุอีกว่าความหรูหราไม่แพ้กับเรือ RMS Titanic เลยทีเดียว

 

เรือ RMS Titanic

 

เรือไททานิค2 ลำนี้ ปัจจุบันกำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างที่อู่ต่อเรือของบริษัท CSC Jinling ในมณฑลเจียงซูของจีน ซึ่งหลังจากที่เรือสร้างเสร็จจะมีกำหนดการเดินทางจากอู่ต่อเรือในจีนไปยังดูไบ ก่อนจะเดินทางต่อไปยังท่าเรือเซาท์แฮมตัน ของประเทศอังกฤษ เพื่อเริ่มการเดินทางพร้อมผู้โดยสาร มุ่งหน้าไปยังนครนิวยอร์กของสหรัฐ ตามเส้นทางที่เรือ RMS Titanic เคยแล่นเมื่อกว่า 105 ปีก่อน

ทั้งนี้ สำหรับแผนการก่อสร้างเรือไททานิค2 นี้ได้รับการเปิดเผยครั้งแรกในปี 2015 โดยบริษัทBlue Star Line ของมหาเศรษฐีชาวออสเตรเลีย และเริ่มทำการต่อเรือในปี 2016 โดยลักษณะการออกแบบส่วนใหญ่ของเรือจะคล้ายกับเรือ RMS Titanic แต่มีเทคโนโลยีและระบบความปลอดภัยหลายอย่างที่ทันสมัยกว่ามาก

 

ภาพ : Blue Star Line 

สงครามเย็นยุคใหม่? ทรัมป์ลั่นเพิ่มแสนยานุภาพนิวเคลียร์สหรัฐฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/568589

  • วันที่ 23 ต.ค. 2561 เวลา 16:30 น.

สงครามเย็นยุคใหม่? ทรัมป์ลั่นเพิ่มแสนยานุภาพนิวเคลียร์สหรัฐฯ

“โลกจะรู้ซึ้ง” ปธน.ทรัมป์ประกาศเพิ่มแสนยานุภาพนิวเคลียร์ หลังขู่ถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์กับรัสเซีย

ซีเอ็นเอ็นรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวถึงประเด็นเกี่ยวกับการเตรียมนำสหรัฐถอนตัวจากสนธิสัญญาอาวุธนิวเคลียร์ที่สหรัฐเคยลงนามกับสหภาพโซเวียตเมื่อปี 1987 ในสมัยอดีตประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน และนายมิคาอิล กอร์บาชอฟ อดีตผู้นำโซเวียต ว่า สหรัฐเตรียมจะเดินหน้าในการพัฒนาขีดความสามารถด้านอาวุธนิวเคลียร์จนกว่าทุกฝ่ายจะตระหนักถึง “ความเป็นจริง” และจะเป็นการข่มขู่ทุกฝ่ายไม่ว่าใครหน้าไหน รวมทั้งจีน รัสเซีย และใครก็ตามที่ใช้อาวุธนิวเคลียร์มาเล่นในเกมนี้

ผู้นำสหรัฐอ้างว่าฝ่ายรัสเซียนั้นฝ่าฝืนข้อตกลงก่อน โดยรัสเซียมีการพัฒนาขีปนาวุธพิสัยกลางรุ่นใหม่อยู่เรื่อยๆ “สหรัฐจะไม่ปล่อยให้รัสเซียละเมิดสัญญาและทำอาวุธ ขณะที่สหรัฐไม่ได้รับอนุญาตให้ทำ” ปธน.ทรัมป์กล่าว

อย่างไรก็ดี เป็นที่หน้าสังเกตว่าผู้นำสหรัฐได้ระบุถึงประเทศจีนด้วย ซึ่งไม่ได้เป็นคู่สัญญาดังกล่าวแต่อย่างใด

สำหรับข้อตกลงดังกล่าวนี้ เป็นแผนการลงนามในสมัยช่วงปลายสงครามเย็น ซึ่งเนื้อหาส่วนใหญ่ของสัญญาดังกล่าวระบุถึงทั้งสองประเทศผลิตและทดสอบขีปนาวุธที่มีพิสัยยิงไกลระหว่าง 500-5,500 กิโลเมตร อีกทั้งสองประเทศต้องนำเนินการลดการสะสมอาวุธนิวเคลียร์ให้ได้อย่างน้อย 2,700 ลูก

นายจอห์น โบลตัน ที่ปรึกษาความมั่นคงประจำทำเนียบขาว ระบุว่า สหรัฐไม่ได้ตั้งใจขู่รัสเซีย แต่เนื้อหาหลายประเด็นของข้อตกลงนั้นไม่สอดคล้องกับยุคสมัยอีกต่อไป

ด้านนายมิคาอิล กอร์บาชอฟ อดีตผู้นำโซเวียตซึ่งเป็นผู้ลงนามข้อตกลงดังกล่าวได้เตือนผู้นำสหรัฐว่าการถอนตัวจากสนธิสัญญาฉบับนี้จะทำให้ความพยายามในการปลดอาวุธนิวเคลียร์ของทั้งสองชาติต้องถดถอย

ขณะที่นายดมิทรี เปสคอฟ โฆษกเครมลินระบุว่า ปธน.ปูติน เคยเตือนปธน.ทรัมป์หลายครั้งว่าหากสหรัฐถอนตัวออกจากข้อตกลงดังกล่าว จะเป็นการบีบให้รัสเซียยิ่งมุ่งพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์เพื่อรักษาสมดุลให้เท่ากับศักยภาพของสหรัฐ ซึ่งจะแทบไม่ต่างจากยุคสมัยสงครามเย็น

พบวัตถุระเบิดถูกส่งไปบ้าน “จอร์จ โซรอส”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/568577

  • วันที่ 23 ต.ค. 2561 เวลา 14:37 น.

พบวัตถุระเบิดถูกส่งไปบ้าน "จอร์จ โซรอส"

ตร.สหรัฐพบวัตถุระเบิดถูกส่งที่ตู้จดหมายหน้าบ้านมหาเศรษฐี “จอร์จ โซรอส” ในรัฐนิวยอร์ก

สื่อสหรัฐรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐนิวยอร์กได้รับรายงานว่า พบพัสดุต้องสงสัยถูกส่งไปยังตู้จดหมายหน้าบ้านของมหาเศรษฐีเชื้อสายฮังการี นายจอร์จ โซรอส ในรัฐนิวยอร์ก นอกนครนิวยอร์กของสหรัฐ เมื่อเวลาประมาณ 15.45 น.วันจันทร์ตามเวลาท้องถิ่น

รายงานระบุว่าลูกจ้างที่บ้านของนายโซรอส ได้เปิดพัสดุออก และสงสัยว่าจะเป็นระเบิด จึงนำไปเก็บไว้ในพุ่มไม้ พร้อมทั้งแจ้งให้เจ้าหน้าที่เก็บกู้ระเบิดมาทำการเก็บกู้และปลดชนวนออกในเวลาต่อมา

ทั้งนี้ นายโซรอส ไม่ได้อยู่ในบ้านพักหลังดังกล่าวขณะเกิดเหตุแต่อย่างใด

สำหรับนายโซรอสนั้น เขาได้ตกเป็นเป้าโจมตีจากรัฐบาลชาตินิยัมฮังการี และหลายกลุ่มที่เกลียดชังเขา โดยเฉพาะกลุ่มนิยมฝ่ายขวาจัดทั้งในยุโรป และสหรัฐ เนื่องจากนายโซรอสได้ให้เงินบริจาคแก่องค์กรการกุศลหลายองค์กรทั่วโลก

สหรัฐฯ สั่งห้ามนำเข้า “น้ำปลาไทย” เสี่ยงก่อมะเร็ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/568549

  • วันที่ 23 ต.ค. 2561 เวลา 13:15 น.

สหรัฐฯ สั่งห้ามนำเข้า "น้ำปลาไทย" เสี่ยงก่อมะเร็ง

สหรัฐฯ ประกาศห้ามนำเข้าน้ำปลาจากไทย ระบุไทยต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าน้ำปลาไทยไม่มีส่วนผสมของสารก่อมะเร็ง ด้านร้านอาหารไทยในสหรัฐฯเริ่มประสบปัญหาขาดแคลนน้ำปลาแล้ว

สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ประจำนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ระบุว่าขณะนี้ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐ (FDA) ได้ประกาศห้ามนำเข้าน้ำปลาไทย เนื่องจากต้องการให้ทางการไทยตรวจสอบและพิสูจน์สารปนเปื้อนที่เกิดจากกระบวนการหมักน้ำปลาเสียก่อนว่าไม่มีส่วนผสมของสารก่อมะเร็ง เนื่องจากในกระบวนการหมักน้ำปลาไทย จะใช้ปลาตัวเล็กในการหมักจึงไม่สามารถชำแหละเพื่อเอาไส้ปลาออกก่อนได้

ทาง FDA สหรัฐระบุว่า จากการสุ่มตรวจนั้นพบว่า น้ำปลาไทยสารทำให้เกิดมะเร็ง ต้องมีการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์หรือต้องต้ม แม้ว่าประเด็นนี้ทางผู้ประกอบการไทยเองมองว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ สคร.ห่วงว่าประเด็นจะส่งผลต่อร้านอาหารไทยในสหรัฐ ซึ่งมีอยู่ประมาณ 5,000 กว่าร้าน และยังมีร้านอาหารเอเชียจากกัมพูชา เวียดนาม ซึ่งต่างก็จำเป็นต้องบริโภคน้ำปลาเป็นส่วนประกอบในการปรุงอาหารทั้งสิ้น

รายงานจากสำนักส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศในสหรัฐระบุให้ บริษัทโรงน้ำปลาไทย (ตราปลาหมึก) จำกัด เข้าในบัญชี Import Alert 16-120 และกักกันการนำเข้า เนื่องจากละเมิดกฎระเบียบ HACCP สำหรับสินค้าอาหารทะเล โดยระบุว่ากระบวนการผลิตน้ำปลาอาจจะก่อให้เกิดสาร Histamine และสารพิษจากเชื้อแบคทีเรีย clostridium butolinum ซึ่งเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค

นอกจากนี้จากการตรวจสอบรายการ Import Alert พบว่าก่อนหน้านี้ทางการสหรัฐเคยสั่งระงับการนำเข้าน้ำปลาไทย 3 แห่งก่อนหน้านี้คือ

1) Saigon International (2004) จ.ราชบุรี

2) Tang Sang Hah จ.สมุทรปราการ (ทิพรส) ครั้งแรก วันที่ 21 เม.ย. 57 และครั้งที่ 2 วันที่ 20 พ.ค. 57

3) Thang Nguan Hah 92 หมู่ 1 วัดปลาคู่อำเภอเมือง สมุทรสงคราม 21 เม.ย.57

การสั่งห้ามนำเข้าน้ำปลาไทยดังกล่าวเริ่มส่งผลให้ร้านอาหารไทยในสหรัฐรายร้านประสบปัญหาขาดแคลนน้ำปลาแล้ว โดยบางร้านแก้ปัญหาโดยการใช้เกลือแทน ซึ่งส่งผลให้รสชาติและกลิ่นของอาหารต้องผิดเพี้ยนไป

ด้านนายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป ระบุว่า ขณะนี้ได้มีการประสานกับบริษัทผู้ที่ถูกห้ามนำเข้าแล้ว ทราบว่าอยู่ระหว่างการแก้ไข โดยเคสนี้จะแตกต่างจากเคสของน้ำปลาทิพรสก่อนหน้านี้ ซึ่งทางสหรัฐขอให้มีการตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์เพื่อพิสูจน์ว่าไม่ได้มีสารเจือปนและให้ต้ม

ทั้งนี้ น้ำปลาของไทยเริ่มถูกกักกันและห้ามนำเข้าไปยังสหรัฐฯตั้งแต่ปี 2557 หลังจาก เจ้าหน้าที่ของFDA ได้ดำเนินการตรวจสอบโรงงานผลิตน้ำปลาเครื่องหมายการค้า ‘ทิพรส’ ของบริษัททั่งซังฮะ (Tang Sang Hah) ตามกฎระเบียบของFDA ที่จะต้องสุ่มตัวอย่างตรวจสอบ พบว่ากระบวนการผลิตน้ำปลาของบริษัททั่งซังฮะ อาจก่อให้เกิดสาร Histamine และสารพิษจากเชื้อแบคทีเรีย Clostridium Butolinum ซึ่งจะเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคและไม่ได้มาตรฐานความปลอดภัยสำหรับสินค้าอาหารทะเลภายใต้กฎระเบียบ HACCP

อย่างไรก็ตาม กระบวนการหมักน้ำปลาโดยใช้ความเค็มเป็นกระบวนการปกติของคนเอเชียที่มีความปลอดภัยสูงตามมาตรฐานสากล สามารถถนอมอาหารโดยใช้ความเค็ม แต่ไม่สามารถนำไปต้มได้เพราะจะทำให้รสชาติเปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ตาม มั่นใจว่าครั้งนี้จะสามารถคลี่คลายปัญหาไปได้ และไม่ส่งผลกระทบต่อการส่งออกน้ำปลาของไทย

5 สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับ”สะพานฮ่องกง-มาเก๊า-จูไห่”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/568535

  • วันที่ 23 ต.ค. 2561 เวลา 12:27 น.

5 สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับ"สะพานฮ่องกง-มาเก๊า-จูไห่"

จีนเปิดสะพานข้ามทะเลยาวที่สุดถึง 55 กิโลเมตร ในโลกวันนี้ เชื่อมฮ่องกง มาเก๊า และแผ่นดินใหญ่ของจีน

วันนี้ ( 23 ต.ค.) ประธานาธิบดีสีจิ้งผิง ผู้นำจีนมีกำหนดเป็นประธานทำพิธีเปิดสะพานข้ามทะเลที่ยาวที่สุดในโลกที่เชื่อมระหว่างเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ไปยัง เขตบริหารพิเศษมาเก๊า และเมืองจูไห่ มณฑลกวางตุ้งบนแผ่นดินใหญ่ของจีน

โดยสะพานดังกล่าวคาดว่าจะช่วยสร้างประโยชน์ได้มากมาย ทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยว และทำให้การเดินทางเชื่อมต่อฮ่องกง มาเก๊าและแผ่นดินใหญ่เป็นไปอย่างสะดวกมากขึ้น ซึ่งความสำเร็จของการสร้างสะพานแห่งนี้ทางการจีนนับว่าเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่

 

 

1. สะพานแห่งนี้มีความยาวทั้งสิ้น 55 กิโลเมตร เชื่อมระหว่าง ฮ่องกง มาเก๊า และเมืองจูไห่บนแผ่นดินใหญ่ของจีน โดยช่วงหนึ่งของสะพานจะมุดลงอุโมงค์ใต้ทะเล เป็นความยาว 7 กิโลเมตร ลึกลงไปใต้ก้นอ่าวราว 44.5 เมตร เพื่อให้เรือเดินสมุทรสามารถแล่นเข้า-ออก อ่าวฮ่องกงได้อย่างสะดวก

 

 

2. สะพานถูกออกแบบให้มีลักษณะคดเคี้ยวเพื่อลดแรงตึงเครียดของคลื่นที่กระทำต่อเสาตอม่อสะพาน แถมยังถูกออกแบบให้ทนต่อแผ่นดินไหวและไต้ฝุ่น โดยมีการใช้เหล็กในการก่อสร้างมากถึง 4 แสนตัน ซึ่งเทียบได้กับการสร้างหอไอเฟลถึง 60 แห่ง จึงนับว่าเป็นหนึ่งในสุดยอดทางวิศวกรรมของจีน

3. ใช้งบก่อสร้างมากถึง 20 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (กว่า 6 แสนล้านบาท) โดยในเริ่มก่อสร้างในปี 2009 ทางฝั่งแผ่นดินใหญ่ของจีน และเริ่มก่อสร้างโครงการฝั่งฮ่องกงในปี 2011 โดยช่วงแรกทางการจีนวางแผนให้โครงการแล้วเสร็จภายในปี 2016 แต่ต้องประสบกับปัญหาล่าช้าและงบประมาณก่อสร้างบานปลายหลายประการกว่าจะแล้วเสร็จในปี 2017 รวมแล้วใช้เวลาก่อสร้างเกือบ 10 ปี

 

4. สะพานมีทางวิ่งสำหรับรถยนต์ทั้งหมด 6 เลน แบ่งเป็นฝั่งละ 3 เลน โดยจะช่วยย่นระยะเวลาเดินทางระหว่าง ฮ่องกงถึงจูไห่เหลือเพียง 30 นาที จากเดิมที่ต้องใช้เวลาเดินทางโดยใช้เรือราว 3-4 ชั่วโมง

 

 

5. สะพานดังกล่าวจะไม่มีขนส่งสาธารณะอย่างรถไฟฟ้าให้บริการ จะมีเพียงรถบัสรับส่งซึ่งเป็นของเอกชนที่ได้รับอนุญาตจากทางการให้บริการเท่านั้น ส่วนรถยนต์ส่วนบุคคลและรถบรรทุกสามารถวิ่งได้ตามปกติ โดยมีค่าบริการช่วงกลางวัน 58 หยวน (ประมาณ 290 บาท) และช่วงกลางคืน 63 หยวน (ประมาณ 315 บาท) ซึ่งเบื้องต้นทางการจีนคาดการณ์ว่าจะมีรถวิ่งผ่านสะพานดังกล่าวประมาณ 9,200 คันต่อวัน

ภาพ : China Xinhua News