แกะกล่องรายการใหม่ ‘ไผ่ พงศธร’ พาทำดีเพื่อสังคม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/353118

แกะกล่องรายการใหม่  ‘ไผ่ พงศธร’ พาทำดีเพื่อสังคม

แกะกล่องรายการใหม่ ‘ไผ่ พงศธร’ พาทำดีเพื่อสังคม

วันจันทร์ ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

พฤหัสบดีนี้ เฝ้าหน้าจอกันได้เลย กับรายการน้ำดีใหม่แกะกล่องจาก จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ที่ชื่อ “เติมฝันคนบ้านไกล กับ ไผ่ พงศธร”รายการที่จะพาคุณผู้ชมบุกไปช่วยเหลือสังคมและสิ่งแวดล้อม ที่ได้รับปัญหาและต้องการการแก้ไขฟื้นฟู ทุกวันพฤหัสบดี เวลา 18.00 น. เริ่มวันพฤหัสบดีที่ 26 กรกฎาคมนี้ ทาง LINE TV ดำเนินรายการโดยนักร้องลูกทุ่งชื่อดัง ใจบุญและชอบช่วยเหลือสังคมอยู่เป็นประจำ “ไผ่ พงศธร”ค่าย แกรมมี่โกลด์ จนแฟนเพลงยกให้เป็นไอดอลด้านจิตอาสา และเป็นแรงบันดาลใจ ประเดิม EP.1ด้วยการพาผู้ชมไปร่วม กู้วิกฤติ สัตว์ทะเล แก้ปัญหาให้ชาวประมง หนึ่งในวิกฤติสิ่งแวดล้อมที่ไทยกำลังเผชิญคือ “ปลากำลังจะหมดทะเล” ซึ่งภารกิจที่ “ไผ่ พงศธร” จะต้องทำนั้น คือ “สร้างบ้านปลา เกาะช้าง จังหวัดตราด” จำนวน 30 ต้น

ไผ่ พงศธร เผยว่า “ต้องขอขอบคุณพี่เจ๋อ-ภาวิต CEO MUSIC พี่ตี่-กริช ทอมมัส ที่ให้โอกาสทำรายการนี้ และเรายังได้รับการสนับสนุนและช่วยเหลือจากชุมชนท้องถิ่นหลากหลายรูปแบบต้องขอขอบคุณทุกๆ ภาคส่วน แล้วก็ฝากติดตามกันด้วยนะครับ“เติมฝันคนบ้านไกล กับ ไผ่ พงศธร”ทุกวันพฤหัสบดี เวลา 18.00 น. เริ่มวันพฤหัสบดีที่26 กรกฎาคมนี้”

‘เมีย2018’ ทวีความแซ่บ ซีนเด็ด ‘มารี’ ปั่นหัว ‘ป้อง’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/353142

‘เมีย2018’ ทวีความแซ่บ  ซีนเด็ด ‘มารี’ ปั่นหัว ‘ป้อง’

‘เมีย2018’ ทวีความแซ่บ ซีนเด็ด ‘มารี’ ปั่นหัว ‘ป้อง’

วันจันทร์ ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ทวีความเข้มขึ้นทุกตอน กับละคร  “เมีย2018” ซึ่ง มารี เบรินเนอร์ เองก็ทวีความร้ายขึ้นเช่นกัน โดยล่าสุดยอมลงทุนทำตัวเอง
ตกจากมอเตอร์ไซค์ เพื่อให้พระเอก (จอมโง่) ป้อง-ณวัฒน์ ไม่ได้ไปพบลูกตามนัด โดยซีนที่พามาชมกันนี้ เป็นฉากหลังจากที่ กันยา (มารี เบรินเนอร์) ลงทุนกระโดดลงจากมอเตอร์ไซค์ จนตนเองได้รับบาดเจ็บ เพราะต้องการให้ ธาดา (ป้อง-ณวัฒน์) อยู่ดูแลตน ไม่อยากให้ธาดาไปพบหน้าลูกสาว

ผู้กำกับ สันต์ ศรีแก้วหล่อ ยกกองไปถ่ายทำกันที่คอนโดหรู ย่านซอยลาซาล เมื่อทีมงานเซตทุกอย่างพร้อม ก็เรียก ป้อง, มารี มาซักซ้อมคิวกันก่อนทันที หลังใช้เวลาซ้อมกันอยู่สักพักก็เดินหน้าพร้อมถ่ายทำจริงทันที เริ่มที่ป้องประคองมารีที่เนื้อตัวเขียวช้ำ เข้ามาในห้อง แล้วค่อยๆ จับมารีนั่งบนเตียง ก่อนจะขอตัวออกไปจัดยา และเตรียมอุปกรณ์มาเช็ดตัวให้มารี แต่ระหว่างที่ป้องออกจากห้องไป โทรศัพท์มือถือของป้องก็ดังขึ้นมารีหันไป แล้วเห็นว่าปลายสายที่โทร.เข้ามาคือบี-น้ำทิพย์ มารีจึงรีบคว้ามารับสาย พร้อมเอ่ยปากว่า ป้องกำลังไปจัดโต๊ะอาหาร เตรียมดินเนอร์

พูดจบปุ๊บ มารี ก็กดวางสายปั๊บ และยิ้มเยาะออกมาด้วยความสะใจ จากนั้นป้องก็เดินกลับเข้ามา ทำเอามารีรีบเปลี่ยนสีหน้า ให้ดูน่าสงสารทันที แล้วก็ได้ผล เมื่อป้องค่อยๆ ขยับตัวไปนั่งใกล้ๆ มารี แล้วเอ่ยปากว่าเป็นห่วงมารีต่างๆ นานา แล้วลงมือช่วยมารีถอดเสื้อออกอย่างระมัดระวัง แต่พอปลดเสื้อลงมาจนเห็นไหล่ ป้องก็ถึงกับหยุดกึก!! เพราะเนื้อตัวมารีเต็มไปด้วยรอยเขียวช้ำเต็มตัว ด้วยความเป็นห่วง ป้องจึงอาสาจะเช็ดตัวให้มารีเอง แต่เริ่มเช็ดตัวไปได้ไม่เท่าไหร่มารีก็เปิดเกมรุก ด้วยการโน้มตัวลงไปจุ๊บแก้มป้องเบาๆ ทำเอาป้องถึงกับเคลิ้มตาม วางผ้าขนหนูทิ้ง แล้วจุ๊บกลับทันที จากนั้นทั้งคู่จะพากันล้มตัวลงบนเตียง ทำเอาทีมงานหน้ามอนิเตอร์ ที่อินจัดถึงกับตบเข่าฉาดใหญ่ พร้อมหลุดปากอุทานด้วยความหมั่นไส้ว่า “แหม เจ็บขนาดนี้ยังจะ..ทำ!!” จากนั้นผู้กำกับจึงสั่งคัทเช็คเทป ขนาดเบื้องหลังยังทำเอาคนหมั่นไส้ได้ขนาดนี้ อยากรู้เบื้องหน้าจะขนาดไหน? ติดตามได้คืนนี้ (23 ก.ค.) 3 ทุ่มครึ่ง ช่องวัน 31

“คิม”ส่ง “น้องหมา” พื้นเมืองระดับสมบัติชาติให้ประธานาธิบดีเกาหลีใต้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/566311

  • วันที่ 02 ต.ค. 2561 เวลา 19:15 น.

"คิม"ส่ง "น้องหมา" พื้นเมืองระดับสมบัติชาติให้ประธานาธิบดีเกาหลีใต้

“คิมจองอึน” ส่ง สุนัขล่าสัตว์พันธุ์พื้นเมืองที่ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในสมบัติชาติของเกาหลีเหนือให้ประธานาธิบดีเกาหลีใต้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดี มุนแจอิน แห่งเกาหลีใต้ ได้รับสุนัขล่าสัตว์พันธุ์พื้นเมืองเกาหลีเหนือ 1 คู่ จาก คิมจองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ เมื่อวันที่ 27 ก.ย.ที่ผ่านมา

สุนัขดังกล่าวเป็นลูกสุนัขพันธุ์พุงซาน อายุประมาณ 1 ปี จำนวน 1 คู่ โดยมีการส่งมอบผ่านหมู่บ้านปันมุนจอม ซึ่งเป็นเขตปลอดทหารที่พรมแดนของสองประเทศ พร้อมอาหารสุนัข 3 กก.

สุนัขพันธุ์พุงซานเป็นที่รู้จักกันดีว่ามีความจงรักภักดีและเฉลียวฉลาด ถือเป็นหนึ่งในสมบัติประจำชาติของเกาหลีเหนือ ลักษณะมีขนสีขาวหนา หูแหลม ตาสีน้ำตาลแดง

ทั้งคู่จะถูกเลี้ยงไว้ที่ทำเนียบประธานาธิบดีบลูเฮ้าส์ ร่วมกับ มารุ สุนัขพันธุ์พุงซานอีกตัวหนึ่ง โทริ สุนัขพันธุ์ทางที่ผู้นำเกาหลีใต้รับเลี้ยงไว้หลังเข้ารับตำแหน่ง รวมถึง จิงจิง แมวเร่ร่อนที่รับเลี้ยงไว้ที่ทำเนียบด้วย

อย่างไรก็ตามนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกาหลีเหนือมอบสุนัขพันธุ์พุงซานให้แก่เกาหลีใต้ ในปี 2000 คิมจองอิล อดีตผู้นำเกาหลีเหนือ ก็เคยมอบลูกสุนัขพันธุ์พุงซานแด่ คิมแดจอง อดีตประธานาธิบดีของเกาหลีใต้ เช่นกัน

ภาพ เอเอฟพี

ที่มา www.m2fnews.com

นักวิทยาศาสตร์ 3 ชาติ คว้ารางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ร่วมกัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/566300

  • วันที่ 02 ต.ค. 2561 เวลา 17:32 น.

นักวิทยาศาสตร์ 3 ชาติ คว้ารางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ร่วมกัน

3 นักวิทย์จากสหรัฐ แคนาดา และฝรั่งเศส คว้าโนเบลสาขาฟิสิกส์ จากการวิจัยเกี่ยวกับเลเซอร์

คณะกรรมการรางวัลโนเบลประกาศชื่อนักวิทยาศาสตร์ผู้คว้ารางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ประจำปี 2018 นี้ โดยตกเป็นของ ศ. Arthur Ashkin นักวิทยาศาสตร์จากสหรัฐ ศ. Gérard Morou นักวิทยาศาสตร์จากฝรั่งเศส และ ศ. Donna Strickland นักวิทยาศาสตร์จากแคนาดา เป็นผู้คว้ารางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ประจำปี 2018 นี้

โดยสำหรับ ศ.Ashkin ได้รับรางวัลโนเบลจากผลงาน “optical tweezers and their application to biological systems” จากการพัฒนา “optical tweezers” เลเซอร์เพื่อค้นคว้าอนุภาคอะตอม ไวรัส และเซลส์มีชีวิตอื่นๆ

ส่วนศ. Mourou และ ศ. Strickland นั้นคว้ารางวัลโนเบลฟิสิกส์ร่วมกันจากผลงาน “วิธีการสร้างคลื่นแสงเลเซอร์ที่มีความเข้มสูงและเป็นระยะเวลาสั้น” สำหรับใช้ในการผ่าตัด

ทั้งนี้สำหรับ ศ.Strickland จากมหาวิทยาลัยวอเตอร์ลู จังหวัดออนทาริโอ ของแคนาดา นั้นนับว่าเป็นนักวิทยาศาสตร์หญิงที่รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ในรอบ 55 ปี นั้บตั้งแต่ปี 1963

ซึ่งรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์นี้ ผู้ได้รับมอบรางวัลดังกล่าวจะได้เงินรางวัลเป็นจำนวน 9 ล้านสวีดิชโครนา หรือราว 32 ล้านบาท เพื่อใช้ต่อยอดการวิจัยต่อไป

 

ผลสำรวจชี้คนเชื่อมั่น “สี-ปูติน” มากกว่า “ทรัมป์”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/566287

  • วันที่ 02 ต.ค. 2561 เวลา 16:16 น.

ผลสำรวจชี้คนเชื่อมั่น "สี-ปูติน" มากกว่า "ทรัมป์"

เผยคนส่วนใหญ่ทั่วโลกหมดความน่าเชื่อถือในตัว ปธน.ทรัมป์

เซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์รายงานว่า ศูนย์วิจัยพิว (Pew Research Center) ได้มีการเผยผลสำรวจจากประชาชนใน 25 ประเทศทั่วโลกในปีนี้จำนวน 26,000 คน พบว่าประชาชนกว่าร้อยละ 70% รู้สึกไม่ไว้วางในในตัวประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ โดยเฉพาะในประเด็นเรื่องนโยบายต่างประเทศ

ขณะที่ผลสำรวจระบุว่าประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ได้คะแนนนิยมร้อยละ 30  และประธานาธิบดีสี จิ้งผิง แห่งประเทศจีน ได้คะแนนนิยมร้อยละ 34  ซึ่งทั้งสองนั้นล้วนมีคะแนนความไว้วางใจมากกว่าปธน.ทรัมป์ซึ่งมีอยู่ที่ร้อยละ 27

 

 

รายงานระบุว่าในจำนวน 26,000 คนนี้พบว่าความเชื่อมั่นในตัวของปธน.ทรัมป์จากคนในประเทศพันธมิตรสหรัฐยังลดลงด้วย โดยชาวฝรั่งเศสที่ตอบแบบสอบถามมีเพียง 9% ที่ไว้ใจทรัมป์ ขณะที่มีชาวเม็กซิกันเพียง 6% เท่านั้นที่ไว้ใจปธน.ทรัมป์

อย่างไรก็ดีกลุ่มผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ระบุว่า ยังคงต้องการให้สหรัฐเป็น”ชาติมหาอำนาจ”อันดับหนึ่งของโลกมากกว่าจีน ซึ่งรวมถึงหลายชาติในเอเชียทั้งญี่ปุ่นถึงร้อยละ 81 และฟิลิปปินส์ถึงร้อยละ 77 ของผู้ตอบแบบสอบถามล้วนระบุว่าไม่ต้องการให้จีนกลายเป็นมหาอำนาจเบอร์หนึ่งของโลก

 

นอกจากนี่ประชาชนที่ตอบแบบสอบถามยังระบุด้วยว่าส่วนใหญ่รู้สึก “อึดอัด” กับนโยบาย “อเมริกาต้องมาก่อน” ของปธน.ทรัมป์ ซึ่งนำไปสู่นโยบายสงครามการค้า การตั้งกำแพงภาษี และลดคุณค่าของนโยบายต่างประเทศหลายประการ

นอกจากนี้ ผู้นำโลกจากประเทศอื่นๆอย่าง นางแองเกลา แมร์เคิล ได้รับความนิยมร้อยละ 52 ขณะที่ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง แห่งฝรั่งเศสได้คะแนนไว้วางใจที่ร้อยละ 46

 

อย่างไรก็ดี นายทรัมป์กลับได้คะแนนนิยมพุ่งสูงขึ้นในบางประเทศอย่างอิสราเอล ที่ เขาได้รับคะแนนนิยมสูงถึงร้อยละ 69 จากการที่ประกาศรับรองสถานะนครเยรูซาเล็มเป็นเมืองหลวงของอิสราเอล พร้อมประกาศย้ายสถานทูตสหรัฐ และที่เกาหลีใต้ร้อยละ 44 จากการที่เขามีท่าที่เปิดกว้างต่อเกาหลีเหนือมากขึ้น

พบ 1 ศพ! เหตุเครื่องบินไถลรันเวย์ตกทะเลไมโครนีเซีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/566273

  • วันที่ 02 ต.ค. 2561 เวลา 14:59 น.

พบ 1 ศพ! เหตุเครื่องบินไถลรันเวย์ตกทะเลไมโครนีเซีย

หน่วยกู้ภัยพบร่างผู้เสียชีวิต 1 ราย จากเหตุเครื่องบิน “แอร์ นิวกินี” พุ่งไถลตกทะเล

จากเหตุที่เครื่องบินโบอิ้ง 737-800 ของสายการบินแอร์ นิวกีนี เกิดเหตุไถลออกนอกรันเวย์ของสนามบินนานาชาติทรูก  จนตกลงในทะเลนอกชายฝั่งประเทศไมโครนีเซีย เมื่อวันที่ 28 ก.ย. ที่ผ่านมานั้น

 

 

 

ล่าสุดทีมนักประดาน้ำที่ดำน้ำเข้าไปสำรวจภายในห้องโดยสารของเครื่องบิน ได้พบกับศพของชายรายหนึ่ง โดยทีมนักดำน้ำของนาวิกโยธินสหรัฐ แต่ไม่ได้มีการเปิดเผยรายละเอียดของผู้เสียชีวิตดังกล่าว

ทั้งนี้ รายงานผู้เสียชีวิตดังกล่าวตรงข้ามกับก่อนหน้านี้ที่ทางสายการบินยืนยันว่าไม่ผู้โดยสาร 35 คน และลูกเรือ 12 คนบนเครื่องไม่มีใครเสียชีวิตแต่อย่างใด มีแต่ผู้บาดเจ็บเป็นจำนวน 9 ราย หนึ่งในจำนวน 4 ราย อาการสาหัส

อย่างไรก็ดีทางสายการบินแอร์ นิวกีนี ได้ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจต่อเหตุดังกล่าวแล้ว พร้อมเตรียมส่งประสานงานให้ครอบครัวของผู้เสียชีวิตต่อไป

 

 

โดยขณะนี้ทีมสอบสวนจากไมโครนีเซีย กำลังทำงานรวมมือกับเจ้าหน้าที่สอบสวนจากปาปัวนิวกีนี และสหรัฐอเมริกากำลังสอบสวนหาข้อเท็จจริงจากอุบัติเหตุดังกล่าว โดยแถลงการณ์ระบุว่าขณะนี้ทีมสอบสวนกำลังหาทางกู้กล่องดำของเครื่องบินซึ่งจมอยู่ใต้น้ำ

ตม.เกาหลี ให้โอกาส “ผีน้อย” กลับไทยแถมไม่ถูกแบล็กลิสต์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/566260

  • วันที่ 02 ต.ค. 2561 เวลา 13:48 น.

ตม.เกาหลี ให้โอกาส "ผีน้อย" กลับไทยแถมไม่ถูกแบล็กลิสต์

ตม.เกาหลีใต้เปิดโอกาสแรงงานผิดกม. เดินทางกลับไทย 1 ต.ค. ถึง มี.ค 62 ไม่ติดแบล็คลิสต์

เฟซบุ๊กของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเกาหลีใต้ได้โพสต์พร้อมข้อความเป็นภาษาไทย ระบุว่า คำแนะนำสำหรับคนต่างด้าวที่ลักลอบทำงาน ผิดกฏหมายและตั้งใจที่จะออกนอกประเทศโดยสมัครใจ

ทางการเกาหลีใต้ซึ่งขณะนี้มีความเข้มงวดต่อการเดินทางเข้าทำงานอย่างไม่ถูกกฎหมาย ของชาวต่างชาติหลายประเทศ หรือที่เรียกว่า “ผีน้อย” ซึ่งขณะนี้ทางการเกาหลีใต้กำลังเปิดโครงการสมัครใจส่งแรงงานที่เดินทางเข้าทำงานผิดกฎหมายเหล่านี้สามารถเดินทางกลับประเทศได้โดยสมัครใจ โดยทางเกาหลีใต้จะไม่ขึ้นบัญชีดำรายชื่อเหล่านั้น เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้แรงงานต่างชาติเดินทางเข้ามาทำงานได้อย่างถูกกฎหมายอีกครั้งหนึ่ง

โดยแรงงานผิดกฎหมายที่ต้องการเดินทางกลับสามารถแจ้งความจำนงกับทางการเกาหลีใต้ได้ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2018 ถึง 31 มีนาคม 2019

ทั้งนี้ หากทางการเกาหลีใต้จับกุมแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายในช่วงเวลาดังกล่าว จะถูกจับกุมพร้อมส่งตัวกลับประเทศทันที อีกทั้งจะมีการขึ้นบัญชีดำไม่สามารถเดินทางเข้าเกาหลีใต้ได้อีกเป็นระยะเวลา 10 ปี

สำหรับประกาศดังกล่าวนี้ได้ถูกจัดทำขึ้นทั้งหมด 6 ภาษา ทั้งภาษาเกาหลี อังกฤษ ไทย รัสเซีย จีน และเวียดนาม

ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช.กล่าวภายหลังการประชุมครม.ถึงกรณีที่ทางการเกาลีใต้จะส่งกลับแรงงานไทยที่หลบหนีทำงานอย่างผิดหมายกลับประเทศไทยมาก่อนโดยไม่ดำเนินคดีว่า “ก็กลับมาสิจะยากอะไร”

ภาพถ่ายดาวเทียมชี้ เมืองปาลูถูกสึนามิซัดทำลายล้างหนัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/566252

  • วันที่ 02 ต.ค. 2561 เวลา 12:50 น.

ภาพถ่ายดาวเทียมชี้ เมืองปาลูถูกสึนามิซัดทำลายล้างหนัก

เผยภาพถ่ายดาวเทียมหลังสึนามิกวาดทำลายชายฝั่งเมืองปาลู บนเกาะสุลาเวสี

จากเหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.5 แมกนิจูด ของวันที่ 28 ก.ย. ที่ผ่านมาที่บริเวณนอกจายฝั่งของเกาะสุลาเวสีของอินโดนีเซีย จนส่งผลให้เกิดคลื่นสึนามิขนาด เกือบ 6 เมตร พัดถล่มเข้าชายฝั่งของเมืองปาลู จนส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างหนักและมีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนอย่างน้อย 1,300 รายแล้วนั้น

 

ภาพถ่ายดาวเทียมชายฝั่งเมืองปาลู (ซ้าย) 27 ก.ย. (ขวา) 1 ต.ค.

 

นอกจากที่คลื่นสึนามิจะพัดถล่มเมืองปาลู ซึ่งเป็นเมืองที่มีประชากรอาศัยอยู่ราว 3 แสนคนจนได้รับความเสียหายอย่างหนักแล้ว ยังมีการเปิดเผยภาพถ่ายดาวเทียมจาก  Planet Labs ที่แสดงให้เห็นความเสียหายของชายฝั่งเมืองปาลู ที่คลื่นสึนามิได้ทำลายชายฝั่งเป็นระยะทางยาวเกือบ 32 กิโลเมตร อีกด้วย

 

ภาพถ่ายดาวเทียมชายฝั่งเมืองปาลู (บน) 27 ก.ย. (ล่าง) 1 ต.ค.

 

โดยจากภาพถ่ายดาวเทียมจะเห็นว่า บรรดาสวนสาธารณะ ร้านอาหาร คาเฟ่ หลายแห่งที่ตั้งอยู่ริมชายฝั่งได้ถูกคลื่นสึนามิพัดทำลายและกลืนหายลงทะเลไปจนเกือบหมด นอกจากนี้ คลื่นสึนามิยังได้กวาดเอาตะกอนดินจากปากแม่น้ำปาลู ลงทะเลจนเห็นเป็นภาพของน้ำทะเลสีน้ำตาลขุ่นอย่างเห็นได้ชัด

 

หมู่บ้าน Petodo (ล่าง) 17 ส.ค. (บน) 1 ต.ค.

 

ขณะเดียวกันภาพถ่ายดาวเทียมยังแสดงให้เห็นการทำลายล้างของคลื่นสึนามิที่ซัดเข้าหมู่บ้าน Petodo ทางใต้ของเมืองปาลู จนส่งให้เกิดดินถล่มสร้างความเสียหายกับหมู่บ้านเป็นบริเวณกว้าง

 

อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ทางการคาดว่าจะพบผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีก เนื่องจากการค้นหาส่วนใหญ่ยังทำด้วยมือ เพราะเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถขนอุปกรณ์ค้นหาขนาดใหญ่เข้าพื้นที่ได้เนื่องจากอุปสรรคในการเข้าถึงพื้นที่ที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพัง ขณะที่ผู้ที่รอดชีวิตยังคงประสบปัญหาขาดแคลนอาหารและพลังงานเป็นบริเวณกว้าง

ไต้หวัน-ญี่ปุ่น ลุ้นซุปเปอร์ไต้ฝุ่น “กองเรย” ขึ้นฝั่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/566233

  • วันที่ 02 ต.ค. 2561 เวลา 11:04 น.

ไต้หวัน-ญี่ปุ่น ลุ้นซุปเปอร์ไต้ฝุ่น "กองเรย" ขึ้นฝั่ง

พายุลูกใหม่มาแล้ว “กองเรย” ยกระดับความรุนแรงเป็นซุปเปอร์ไต้ฝุ่น

กรมอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติไต้หวันรายงานว่า พายุไต้ฝุ่นกองเรย ซึ่งจัดเป็นไต้ฝุ่นลูกที่ 25 ของปีนี้ ที่ก่อตัวในมหาสมุทรแปซิฟิกนั้น ขณะนี้กำลังทวีความรุนแรงขึ้นจนกลายเป็นซุปเปอร์ไต้ฝุ่นแล้วเมื่อเวลา 20.00 น.ของวันที่ 1 ต.ค. ที่ผ่านมา  โดยมีความเร็วลมสูงสุดที่ 210 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ตัวพายุมีรัศมี250 กม.

 

 

ภาพ : Taiwan Central Weather Bureau

 

อย่างไรก็ดีทิศทางของพายุไต้ฝุ่นยังคงไม่แน่ชัด ซึ่งต้องรอถึงวันพุธที่ 3 ต.ค.นี้ จึงจะชัดเจนว่าพายุลูกดังกล่าวจะพัดไปในทิศทางใด แต่จากการประเมินของสำนักพยากรณ์อากาศหลายประเทศระบุว่า พายุกองเรยนี้อาจพัดขึ้นฝั่งไต้หวัน หรือญี่ปุ่นในช่วงวันที่ 5-6 ต.ค. ที่จะถึงนี้

ทั้งนี้ พายุลูกดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยแต่อย่างใด

 

แผ่นดินไหวเขย่าอินโดฯซ้ำ 5.9 ยอดตายกว่า 1,300 ราย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/566231

  • วันที่ 02 ต.ค. 2561 เวลา 10:33 น.

แผ่นดินไหวเขย่าอินโดฯซ้ำ 5.9 ยอดตายกว่า 1,300 ราย

เกิดแผ่นดินไหวเป็นครั้งที่สองทางใต้ของอินโดนีเซีย ขณะที่พบศพเยาวชนอย่างน้อย 34 รายถูกฝั่งหมู่ในซากโบสถ์ถล่ม

เช้าวันนี้ (2 ก.ย.) สำนักสำรวจทางธรณีวิทยาสหรัฐรายงานว่าเมื่อเวลาประมาณ 06.59 ตามเวลาในประเทศไทย เกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 5.9 แมกนิจูด โดยอยู่ห่างไป 40 กิโลเมตรทางเกาะซุมบาทางใต้ของอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นชุมชนที่มีผู้คนอาศัยอยู่ราว 7 แสนคน หลังจากนั้นอีก  15 นาทีถัดมาเกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.0 ในบริเวณเดียวกันและลึกลงไป 30 กิโลเมตร

 

 

อย่างไรก็ดีขณะนี้ยังไม่มีรายงานความเสียหาย แต่มีรายงานว่าประชาชนในท้องที่หลายคนต่างรับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือน และต่างวิ่งตกใจกันออกมานอกอาคารบ้านเรือน โดยพื้นที่เกาะซุมบาอยู่ห่างไป 1,600 กิโลเมตรทางใต้ของเกาะสุลาเวสี และเมืองปาลู ซึ่งขณะนี้มีรายงานผู้เสียชีวิติพุ่งสูงกว่า 1,300 คนแล้ว

 

 

 

นอกจากนี้สภากาชาดอินโดนีเซียรายงานว่า เจ้าหน้าที่กู้ภัยของทางการอินโดนีเซียได้พบศพของเยาวชนจำนวนถึง 34 ราย ถูกฝั่งอยู่ภายใต้ซากของโบสถ์คริสต์ที่ถล่มลงมาเมื่อราวเหตุแผ่นดินไหวช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยโบสถ์ดังกล่าวอยู่ในพื้นที่ห่างไกลทางตอนเหนือของเกาะสุลาเวสี ตามรายงานรายงานระบุว่าร่างของเด็กทั้ง 34 รายนี้ ถูกฝั่งอยู่ใต้ซากปรักหักพังของโบสถ์เนื่องจากในระหว่างที่เกิดเหตุแผ่นดินไหว เป็นช่วงปิดภาคเรียน และเด็กๆมาเข้าค่ายศึกษาพระคัมภีร์ไบเบิลที่โบสถ์แห่งนี้ในช่วงที่มีแผ่นดินไหว

 

 

 

ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ทางการอินโดนีเซียเริ่มฝังศพผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวและสึนามิในหลุมขนาดใหญ่แล้ว เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรคระบาด ด้านสหประชาชาติหรือยูเอ็น. เตือนว่า ประชาชนราว 191,000 คน กำลังต้องการความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอย่างเร่งด่วน

 

 

ทั้งนี้ ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด ของอินโดนีเซีย ได้ประกาศรับความช่วยเหลือจากนานาชาติและกลุ่มองค์กรเอกชนหรือเอ็นจีโอ. แล้ว ขณะที่เจ้าหน้าที่กลัวว่ายอดผู้เสียชีวิตจะเพิ่มขึ้นอีก