ชวนคนรุ่นใหม่ออกไปใช้ชีวิต ค้นหาแรงบันดาลใจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/352429

ชวนคนรุ่นใหม่ออกไปใช้ชีวิต ค้นหาแรงบันดาลใจ

ชวนคนรุ่นใหม่ออกไปใช้ชีวิต ค้นหาแรงบันดาลใจ

วันพฤหัสบดี ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เพียว โลกุตรพล และ ญาณิศา ศรีรุ่งกิจสวัสดิ์

เพราะแรงบันดาลใจใหม่ๆ ล้วนมาจากประสบการณ์ดีๆ ที่ต้องเดินทางออกไปค้นหาโตโยต้า อยากเห็นผู้คนออกไปใช้ชีวิต เพื่อค้นพบเส้นทางที่ตัวเองเลือก ผ่านแคมเปญ LIVE ALIVE…ออกไปใช้ชีวิต พร้อมปรับโชว์รูมครั้งใหญ่ ให้เป็น ALIVE SPACE โดยชวนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ ร่วมเผยถึงไลฟ์สไตล์และการใช้ชีวิตเพื่อค้นหาแรงบันดาลใจของตัวเอง

ญาณิศา ศรีรุ่งกิจสวัสดิ์  นักวางกลยุทธ์ทางการตลาดของเว็บไซต์ช็อปปิ้งออนไลน์ ที่มองหาประสบการณ์ใหม่ๆ มาต่อยอดไอเดียให้ตัวเองเสมอ เล่าถึงการสร้างแรงบันดาลใจ ทั้งการใช้ชีวิตและการทำงานว่า “ชอบท่องเที่ยวทั้งในประเทศ และต่างประเทศ อย่างวันหยุดสุดสัปดาห์จะชอบไปสรรหาร้านอาหารหรือสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ๆเพื่อหาแรงบันดาลใจมาเป็นไอเดียสำหรับธุรกิจ ซึ่งประสบการณ์เหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ เมื่อเราออกไปใช้ชีวิตเพื่อค้นคว้าหาโอกาสนั้น ดังนั้นยานพาหนะจึงเป็นสิ่งที่สำคัญในการนำพาเราไปยังสถานที่ต่างๆ เพื่อไปพบปะทั้งกลุ่มคนใหม่ๆ อย่าง โตโยต้า เป็นแบรนด์ที่ผูกพันมาตั้งแต่เด็กๆ เพราะครอบครัวเป็นแฟน Toyota Alphard ซึ่งเป็นรถที่มีฟังก์ชั่นตอบโจทย์ได้ดี ทั้งความเป็นรถสำหรับครอบครัว และนักธุรกิจ”

สำหรับตัวเธอเองก่อนจะเลือกซื้อรถยนต์สักคัน จะเลือกแบรนด์ที่มีความน่าเชื่อถือ รวมทั้งหาข้อมูลต่างๆ อย่างรอบด้าน ทั้งสมรรถนะของรถความคุ้มค่าในการใช้งาน และการบริการหลังการขาย เมื่อได้รุ่นที่สนใจแล้วจึงจะเข้ามาดูคันจริงที่โชว์รูม เพื่อให้พนักงานช่วยแนะนำเพิ่มเติมซึ่งบรรยากาศภายในโชว์รูมก็มีส่วนสำคัญในการตัดสินใจเช่นกัน

“ALIVE SPACE” โชว์รูมสร้างแรงบันดาลใจ 

“สมัยก่อนถ้ามาโชว์รูมบางครั้งจะรู้สึกอึดอัด บางครั้งนำรถมาเข้าศูนย์บริการ ก็รู้สึกว่าเสียเวลาทำงาน แต่โชว์รูมแบบใหม่ของโตโยต้า มีความเปลี่ยนแปลงซึ่งสร้างความแปลกใหม่ให้กับแบรนด์โตโยต้าในด้านต่างๆ มีความโมเดิร์นที่ผสานเข้ามาอยู่ในไลฟ์สไตล์ของผู้คนมากขึ้น ให้ความรู้สึกเหมือนไม่ได้มาโชว์รูมแบบสมัยก่อน แต่มีการตกแต่งพื้นที่ให้มีบรรยากาศผ่อนคลาย สบายๆ เหมือนเป็นเลานจ์สำหรับพักผ่อน และเป็น co-working space ที่สามารถนัดพบกับเพื่อนๆ หรือมานั่งทำงานระหว่างวันได้ด้วย รวมทั้งมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยรองรับคนยุคใหม่ที่ชอบหาข้อมูลด้วยตัวเอง ซึ่งน่าจะอยากเข้ามาที่โชว์รูมมากขึ้น เพราะมีความเป็นส่วนตัว อยากให้คนมาลองสัมผัสประสบการณ์นี้ด้วยตัวเอง”

ด้าน เพียว โลกุตรพล นักวาดภาพประกอบมากฝีมือ บอกเล่าถึงการค้นหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ มาใช้ในการทำงานสร้างสรรค์ศิลปะว่า ก่อนจะลงมือเขียน ต้องออกไปเห็นฟอร์มหรือคู่สีที่เราชอบ รวมไปถึงลวดลายต่างๆ ที่สามารถนำมาใช้ในการวาดรูปได้ เพราะสิ่งต่างๆ รอบตัวที่เราได้เห็นนั้น จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับเรา เพราะเราไม่สามารถจินตนาการทุกสิ่งทุกอย่างออกมาได้เองล้วนๆ ส่วนใหญ่ชอบไปนั่งวาดรูปตามร้านกาแฟ หรือไปเดินตามห้างสรรพสินค้า เพื่อไปดูเทรนด์การแต่งตัวของผู้คน เพราะงานของตัวเองเน้นวาดรูปคนเป็นส่วนใหญ่ โดยจะดึงสิ่งที่อยู่ในสมัยนิยมขณะนั้นมาใช้เป็นวัตถุดิบในการวาดรูป

“ALIVE SPACE” โชว์รูมสร้างแรงบันดาลใจ 

“เมื่อไม่นานนี้ ผมเพิ่งไปเมืองนาโกย่า และมีโอกาสได้ไปชมพิพิธภัณฑ์โตโยต้า ได้ทราบประวัติศาสตร์ยาวนานของโตโยต้า ซึ่งเป็นรถที่พัฒนาโดยคนเอเชียที่เจ๋งมาก โตโยต้าถือเป็น
แบรนด์แรกๆ ที่ผลิตรถยนต์ออกสู่ตลาดเอเชียรวมทั้งมีการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ อย่างต่อเนื่อง อย่างโชว์รูมรูปแบบใหม่นี้ ก็เป็นหนึ่งในการพัฒนาด้านบริการที่น่าประทับใจมาก เพราะศูนย์บริการส่วนใหญ่แม้จะมีโซนให้ลูกค้านั่งรอ แต่เราไม่สามารถไปใช้ชีวิตอยู่ได้ทั้งวันจริงๆ อย่างไม่น่าเบื่อ แต่สำหรับโชว์รูม โตโยต้า ALIVE SPACE นั้นมีพื้นที่กว้างขวาง ตกแต่งบรรยากาศสบายๆ ให้ความรู้สึกคล้ายร้านกาแฟที่ผมไปชอบนั่งวาดรูปเป็นประจำ เวลานำรถมาใช้บริการ ก็สามารถนั่งทำงานระหว่างรอได้สบายๆ”

ขณะที่ผู้บริหารหนุ่ม วุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด บอกถึงการปรับโชว์รูมครั้งใหญ่ให้เป็น ALIVE SPACE เพื่อตอบโจทย์คน
รุ่นใหม่ว่า “ปัจจุบันโลกมีการเปลี่ยนแปลง เทคโนโลยีถูกพัฒนาอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้รูปแบบการใช้ชีวิตของคนเปลี่ยนไป ความท้าทายใหม่สำหรับโตโยต้าจึงเกิดขึ้น จึงเป็นที่มาของแนวคิด LIVE ALIVE…ออกไปใช้ชีวิต ซึ่งรถยนต์โตโยต้ามีเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้คนและช่วยให้ชีวิตไปได้ไกลกว่า รวมถึง “ALIVE SPACE” โชว์รูมและศูนย์บริการโตโยต้ารูปแบบใหม่ 8 แห่ง ทั่วกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ที่ถูกออกแบบให้ทันสมัย ตอบรับกับพฤติกรรมและไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ครบครันด้วยเทคโนโลยี ข้อมูลผลิตภัณฑ์ พร้อมสร้างความประทับใจในทุกประสาทสัมผัส ทั้ง รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ที่ได้รับการออกแบบพิเศษที่มีเฉพาะโชว์รูมโตโยต้าเท่านั้น โดยติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมได้ที่ www.toyota.co.th/alivespace

4 ศิลปินกับผลงานศิลปะ ‘I SEE’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/352427

4 ศิลปินกับผลงานศิลปะ ‘I SEE’

4 ศิลปินกับผลงานศิลปะ ‘I SEE’

วันพฤหัสบดี ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

4 ศิลปินมากความสามารถ สล่าวารินท์ ใจจรรย์ทึก, ศุภมาส ทวีโชติภัทร์, ณเรศจึง และ ธีธัช ธนโชคทวีพร นำผลงานที่ได้รับแรงบันดาลใจจากผู้พิการทางสายตา มาจัดแสดงให้ชมในนิทรรศการศิลปะ “I SEE” ณ บริเวณสกายล็อบบี้ ชั้น 23 ของโรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์

ผลงานทุกชิ้นในนิทรรศการศิลปะ “I SEE” ถูกสร้างขึ้นใหม่ทั้งหมด โดย 4 ศิลปินได้รับแรงบันดาลใจจากผู้พิการทางสายตา ตีความสร้างสรรค์ชิ้นงานในแนวทางของตนเอง ผ่านผลงานจิตรกรรม เน้นสีสันฉูดฉาดไม่หม่นหมอง รวมถึงการแต่งแต้มสีสันบนโต๊ะและเก้าอี้ ผลงานจากผู้พิการทางสายตาจากศูนย์พัฒนาอาชีพคนตาบอด

ผู้สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 12 ตุลาคม 2561 โดยรายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายผลงานศิลปะร่วมสมทบทุนแก่ ศูนย์พัฒนาอาชีพคนตาบอด มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ สอบถามเพิ่มเติมโทร.02-1001234 ต่อ 6753-5

การสูบบุหรี่และมลภาวะสิ่งแวดล้อม ปัจจัยเสี่ยงโรคหอบหืดและโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/352418

x

การสูบบุหรี่และมลภาวะสิ่งแวดล้อม ปัจจัยเสี่ยงโรคหอบหืดและโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง

วันพฤหัสบดี ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

สตัฟฟาน แฮร์สเตริม เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรสวีเดนประจำประเทศไทย เป็นประธานในพิธีเปิดงาน

เดินหน้ารณรงค์สร้างการตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคหอบหืดและโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง เพื่อส่งเสริมสุขภาพที่ดีของคนไทย ด้วยการเปิดตัวโครงการเพื่อสังคม Healthy Lung Thailand นี้โดยความร่วมมือระหว่าง บ.แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย)ร่วมกับเขตสุขภาพที่ 1 กระทรวงสาธารณสุข สำนักอนามัย สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร โดยมี สตัฟฟาน แฮร์สเตริมเอกอัครราชทูตราชอาณาจักรสวีเดนประจำประเทศไทยเป็นประธานในพิธีเปิดงาน

นายแพทย์มรุต จิรเศรษฐสิริ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข

นายแพทย์มรุต จิรเศรษฐสิริ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า “โรคหืด หรือที่คนไทยมักเรียกว่าโรคหอบหืด (Asthma) และโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง หรือ(COPD-Chronic Obstructive Pulmonary Disease) ต่างเป็นโรคทางระบบการหายใจเรื้อรังชนิดหนึ่งซึ่งไม่ใช่โรคติดต่อ พบได้บ่อยในปัจจุบันและประชาชนจำนวนมากยังขาดความตระหนักและความเข้าใจเกี่ยวกับอันตรายของโรคดังกล่าว รวมไปถึงยังเป็นโรคที่ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางในการดูแลรักษาโรคหอบหืดและโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง จึงถือได้ว่าเป็นปัญหาด้านสาธารณสุขระดับประเทศ”

“ในประเทศไทยมีความชุกของโรคหอบ หืด และโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากมลพิษทางอากาศ และอัตราการสูบบุหรี่ที่เพิ่มมากขึ้น จากสถิติของกระทรวงสาธารณสุข ในปี 2558 พบว่ามีผู้ป่วยโรคหอบหืดนอนรักษาในโรงพยาบาล 115,577 ราย เป็นผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง249,742 ราย ซึ่งในประเทศไทยพบผู้ป่วยโรคหอบหืดประมาณร้อยละ 7 ของประชากร และพบผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังอีกจำนวน 1.5 ล้านราย คาดว่าผู้ที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไปประมาณร้อยละ 5 ป่วยเป็นโรคนี้  นอกจากนี้จากสถิติพบมีผู้ป่วยเสียชีวิตจากโรคหอบหืดและโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังจำนวน 17,347 ราย ในปีพ.ศ.2560 และมากกว่าร้อยละ 30 มาจากกรุงเทพฯ และจังหวัดในเขตภาคเหนือ ได้แก่ จ.เชียงใหม่ จ.เชียงราย จ.ลำพูน จ.แม่ฮ่องสอน จ.น่าน และ จ.พะเยา โดยมีปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญในประเทศไทยคือการสูบบุหรี่และมลภาวะสิ่งแวดล้อม”

“โรคหอบหืดและโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง เป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรังอีกหนึ่งโรคที่ต้องให้ความสำคัญในการเข้าถึงการดูแลและการรักษาเพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาเป็นมาตรฐานในสถานบริการสาธารณสุขระดับชุมชนให้สามารถเข้ารับบริการการดูแลรักษาได้สะดวก โดยกระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดให้โรคหอบหืดและโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (Asthma & COPD) เป็นส่วนหนึ่งของแผนการจัดบริการความเป็นเลิศด้านโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Service Excellence NCDs) มุ่งเน้นการดูแลรักษาแบบองค์รวมในรูปแบบเครือข่ายบริการสุขภาพ”

นางอิงก์ กุสุมา

ด้าน นางอิงก์ กุสุมา ประธานบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า(ประเทศไทย) จํากัด กล่าวถึงโครงการในวันนี้ว่า “แอสตร้าเซนเนก้า เป็นหนึ่งในบริษัทผลิตภัณฑ์ยา มีเป้าหมายในการส่งเสริมสุขภาพที่ดี พร้อมกับสนับสนุนการพัฒนาและความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตผู้คนทั่วโลกโดยโครงการ Healthy Lung Thailand ที่เปิดตัวในครั้งนี้มีระยะเวลาในการดำเนินงานไปจนถึงสิ้นปี 2562 ภายใต้กรอบแนวความคิด 3 ประการ คือ 1.ความร่วมมือกับหน่วยงานในภาคส่วนต่างๆ เพื่อมุ่งเน้นการสร้างการรับรู้และให้ความสำคัญในโรค 2.การเสริมสร้างศักยภาพและการเข้าถึงการบริการ3.การสร้างความรู้ความเข้าใจเพื่อนำไปสู่พัฒนาการด้านการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมองค์ความรู้แก่ผู้ให้บริการสุขภาพ บุคลากรทางการแพทย์ในภาครัฐรวมถึงชุมชนท้องถิ่นเพื่อขยายการเข้าถึงการรักษาที่มีระบบบริการที่ได้มาตรฐานอีกทั้งเพื่อลดการเกิดโรคและอัตราการเสียชีวิต”

“โดยโครงการในครั้งนี้บริษัทได้รับความร่วมมือจากเขตสุขภาพที่ 1 กระทรวงสาธารณสุข ในการผลักดันให้เกิดService Excellence โดยการเพิ่มศักยภาพการตรวจวินิจฉัย การรักษาโรคหอบหืดและโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังภายใต้กิจกรรมให้ความรู้และฝึกอบรมด้านวิชาการในการเพิ่มองค์ความรู้ในการรักษา โดยการดำเนินโครงการจะร่วมกับโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 1 ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 โซน คือ โซนล้านนา 1 ประกอบด้วย จ.เชียงใหม่ จ.ลำพูน จ.แม่ฮ่องสอน โซนล้านนา 2 ประกอบด้วย จ.ลำปาง จ.แพร่ จ.น่าน และโซนล้านนา 3 ประกอบด้วย จ.พะเยา จ.เชียงราย นอกจากนี้ เรามีเป้าหมายที่จะจัดอบรมวิชาการด้านความรู้เรื่องการจัดการโรคให้กับบุคลากรทางการแพทย์ จำนวน 9,000 คน ในสถานพยาบาลปฐมภูมิและผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์จำนวน 3,000 คน ในโรงเรียนแพทย์ สถานพยาบาลทุติยภูมิและตติยภูมิทั่วประเทศ ภายในปีพ.ศ.2562”

นายแพทย์ชวินทร์ ศิรินาค ผู้อำนวยการสำนักอนามัยกรุงเทพมหานคร

นายแพทย์ชวินทร์ ศิรินาค ผู้อำนวยการสำนักอนามัยกรุงเทพมหานคร ได้ให้ข้อมูลในส่วนของพื้นที่กรุงเทพมหานครว่า “ตั้งแต่ต้นปี 2560 มีศูนย์บริการสาธารณสุขเข้าร่วม โครงการHealthy Lung โดยมีศูนย์บริการสาธารณสุขจำนวน 5 แห่งเข้าร่วมเป็นศูนย์นำร่องประกอบด้วยศูนย์บริการสาธารณสุขที่ดูแลประชาชนในเขตพระนคร วังทองหลาง ห้วยขวาง คันนายาว และทวีวัฒนา ซึ่งได้รับการสนับสนุนด้านเครื่องมือและอุปกรณ์ โดยพบว่ามีผู้ป่วยเด็กและผู้ใหญ่ได้รับการพ่นยาขยายหลอดลม รวมทั้งสิ้นกว่า 200 ราย ซึ่งทุกรายมีความพึงพอใจ เมื่อเปรียบเทียบกับวิธีการแบบเดิมทำให้ได้ผลการดูแลรักษาที่ดีขึ้น”

 นายแพทย์สุขสันต์ กิตติศุภกร รองผู้อำนวยการสำนักการแพทย์

ด้าน นายแพทย์สุขสันต์ กิตติศุภกร รองผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร กล่าวเสริมว่า “สำนักการแพทย์กรุงเทพมหานคร ทำหน้าที่ดูแลสถานพยาบาลระดับทุติยภูมิ และตติยภูมิ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ประกอบด้วย โรงพยาบาลกลาง เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย, โรงพยาบาลตากสิน เขตคลองสาน,โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ เขตบางคอแหลม, โรงพยาบาลหลวงพ่อทวีศักดิ์ ชุตินธโร อุทิศ เขตหนองแขม, โรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์ เขตหนองจอก, โรงพยาบาลลาดกระบังเขตลาดกระบัง, โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ เขตบางแค และโรงพยาบาลสิรินธร เขตประเวศ เล็งเห็นประโยชน์ในการเข้าร่วมโครงการ Healthy Lung Thailand โดยเฉพาะการเพิ่มศักยภาพด้านการตรวจวินิจฉัย รักษา และการฝึกอบรมให้ความรู้ด้านโรคหอบหืด และโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังให้กับบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลในสังกัด ซึ่งคาดว่าการเข้าร่วมทำให้เกิดประสิทธิภาพและรับมือสถานการณ์ในอนาคตได้เป็นอย่างดี”

‘กด=ต่อชีวิต’ สมทบทุนซื้อเครื่องมือแพทย์ สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/352382

‘กด=ต่อชีวิต’ สมทบทุนซื้อเครื่องมือแพทย์  สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์

‘กด=ต่อชีวิต’ สมทบทุนซื้อเครื่องมือแพทย์ สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์

วันพฤหัสบดี ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ความร่วมมือครั้งสำคัญ ร่วมกดรหัส *948*1111*100# เพื่อเปิดตัวโครงการ “กด=ต่อชีวิต”

มูลนิธิรามาธิบดี ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคมทั้ง 5 เครือข่ายได้แก่ AIS, CAT, DTAC,TOT และ TRUE เปิดช่องทางใหม่ในการบริจาคผ่านโทรศัพท์มือถือผ่านโครงการ “กด=ต่อชีวิต” (กด เท่ากับต่อชีวิต) เพื่อนำรายได้จากการบริจาคทั้งหมดสมทบทุนการซื้อเครื่องมือแพทย์ สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ที่ปัจจุบันยังขาดงบประมาณอีกกว่า 1,400 ล้านบาท โดยเมื่อเร็วๆ นี้ ได้จัดงาแนะนำโครงการ “กด=ต่อชีวิต” (กด เท่ากับ ต่อชีวิต) โดยมีศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา คณบดีคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีและประธานคณะกรรมการบริหารมูลนิธิรามาธิบดีฯ และ พรรณสิรี คุณากรไพบูลย์ศิริผู้จัดการมูลนิธิรามาธิบดีฯ ร่วมให้รายละเอียดโครงการดังกล่าว พร้อมคณะผู้บริหารตัวแทนของผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ทุกค่าย และนางเอกจิตอาสา ตัวแทนจากค่าย AIS “แต้ว” ณฐพร เตมีรักษ์ ได้ร่วมกดรหัส *948*1111*100# กดโทรออก พร้อมกันบนเวที เพื่อเปิดตัวโครงการอย่างเป็นทางการ นับเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญ และเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการให้ครั้งยิ่งใหญ่นี้ ที่ลานเอเทรี่ยม ชั้น G สยามเซ็นเตอร์

ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี และประธานคณะ กก.บริหารมูลนิธิรามาธิบดีฯ

ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา เผยว่า“คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีและมูลนิธิรามาธิบดีฯ มุ่งมั่นในการพัฒนาประเทศด้านสาธารณสุข เน้นการยกระดับและขยายขีดความสามารถในการให้บริการด้านการแพทย์อย่างเต็มประสิทธิภาพ ผ่านสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ จ.สมุทรปราการ โรงพยาบาลขนาด460 เตียง ซึ่งปัจจุบันเปิดให้บริการในส่วนคลินิกในเวลาและนอกเวลา ในเดือนกรกฎาคมนี้เปิดให้บริการในส่วนคลินิกพิเศษนอกเวลาราชการ ขณะนี้ได้ย้ายผู้ป่วยที่มีความจำเป็นต้องนอน (Admit) จากแผนกอุบัติเหตุและเวชศาสตร์ฉุกเฉิน โรงพยาบาลรามาธิบดี (พระราม 6) ไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์จำนวนหนึ่ง และมีแผนที่จะนำผู้ป่วยที่รอคิวนานในการผ่าตัดหรือผู้ป่วยที่รอคิวทำอัลตราซาวนด์,CT Scan (ซีที สแกน) และ MRI Scan(เอ็มอาร์ไอ) ไปที่โรงพยาบาลรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์เช่นกัน และเมื่อเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบกลางปี 2562 คาดว่าจะสามารถดูแลผู้ป่วยได้มากกว่า 1 ล้านรายต่อปี ขณะเดียวกันสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์เมื่อเปิดให้มีการเรียนการสอนอย่างเต็มศักยภาพในปี 2564 จะช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ เพราะเป็นโรงเรียนสำหรับนักศึกษาแพทย์และพยาบาลอีกด้วย

พรรณสิรี คุณากรไพบูลย์ศิริ ผจก.มูลนิธิรามาธิบดีฯ

พรรณสิรี คุณากรไพบูลย์ศิริ กล่าวว่า มูลนิธิรามาธิบดีฯ ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการระดมทุน ได้รับความร่วมมือและน้ำใจจากภาคเอกชนและประชาชนทั่วไปมาตลอดระยะเวลากว่า 49 ปี มูลนิธิได้นำเงินบริจาคที่ได้ไปช่วยเหลือผู้ป่วยผ่านโครงการต่างๆ ของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี โครงการล่าสุดนี้ “กด=ต่อชีวิต” (กด เท่ากับ ต่อชีวิต) เป็นพลังบุญครั้งยิ่งใหญ่ซึ่งได้รับความร่วมมือจากผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ 5 ค่ายที่พร้อมใจกันสนับสนุนมูลนิธิรามาธิบดีฯ ซึ่งได้ทั้งระบบรายเดือนและเติมเงิน”

นอกจากนี้ มูลนิธิรามาธิบดีฯ ยังได้จัดทำภาพยนตร์ประชาสัมพันธ์ชุดล่าสุด “ต่อชีวิต” บอกเล่าเรื่องราวสะท้อนแนวคิดสำคัญของการสร้างโรงพยาบาล สร้างหมอ เพื่อต่อชีวิตผู้คนอีกหลายล้านคนที่รอความหวังในการรักษาอีกด้วย รับชมได้ที่ยูทูบ หรือเว็บไซต์ และ http://www.facebook.com/RamaGiveShop/ ร่วมกดมือถือ เพื่อต่อชีวิตให้ผู้ป่วยอีกหลายล้านคนได้ง่ายๆ เพียงกดรหัส *948*1111*100# กดโทรออก เท่ากับคุณได้บริจาคครั้งละ 100 บาทสมทบทุนซื้อเครื่องมือแพทย์ ตั้งแต่วันนี้จนถึงเมษายน 2562 หรือบริจาคผ่านบัญชีมูลนิธิรามาธิบดีฯ ธนาคารไทยพาณิชย์ บัญชีกระแสรายวัน สาขารามาธิบดี เลขที่026-3-05216-3 ธนาคารกรุงเทพ บัญชีกระแสรายวัน สาขาศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตน์ (รพ.รามาธิบดี) เลขที่ 090-3-50015-5 บริจาคออนไลน์ได้ที่ http://www.ramafoundation.or.th หรือโทร.02-2011111 เพราะ “คำว่าให้…ไม่สิ้นสุด”

5 บริษัทผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคมทั้ง 5 เครือข่าย 
รัชญา กุลณพงษ์ ผช.ผอ.ฝ่ายการพัฒนาอย่างยั่งยืน ดีแทค, วิไล เคียงประดู่ ผช.กก.ผอ.อาวุโส ส่วนงาน 
ปชส.บจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส, รังสรรค์ 
จันทร์นฤกุล รอง กก.ผจญ.หน่วยธุรกิจสื่อสารไร้สาย บมจ.ทีโอที, ดร.กันทิมา กุญชร ณ อยุธยา ผช.บริหารงาน 
ประธานคณะกก.บริหาร บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น และ ณัฏฐวิทย์ สุฤทธิกุล ผช.กก.ผจญ. กลุ่มขายและผลิตภัณฑ์สื่อสารไร้สาย บมจ.กสท โทรคมนาคม

5 บริษัทผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคมทั้ง 5 เครือข่าย รัชญา กุลณพงษ์ ผช.ผอ.ฝ่ายการพัฒนาอย่างยั่งยืน ดีแทค, วิไล เคียงประดู่ ผช.กก.ผอ.อาวุโส ส่วนงาน ปชส.บจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส, รังสรรค์ จันทร์นฤกุล รอง กก.ผจญ.หน่วยธุรกิจสื่อสารไร้สาย บมจ.ทีโอที, ดร.กันทิมา กุญชร ณ อยุธยา ผช.บริหารงาน ประธานคณะกก.บริหาร บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น และ ณัฏฐวิทย์ สุฤทธิกุล ผช.กก.ผจญ. กลุ่มขายและผลิตภัณฑ์สื่อสารไร้สาย บมจ.กสท โทรคมนาคม
รังสรรค์ จันทร์นฤกุล รอง กก.ผจญ.หน่วยธุรกิจสื่อสารไร้สาย บมจ.ทีโอที, นพ.ชาลี
วชิรศรีสุนทรา ผอ.สำนักการแพทย์ กทม. และ สุทธิรัตน์ ภาณววัฒน์ ผช.กก.ผจญ. กลุ่มงานสื่อสารองค์กร บจ.สยามพิวรรธน์

รังสรรค์ จันทร์นฤกุล รอง กก.ผจญ.หน่วยธุรกิจสื่อสารไร้สาย บมจ.ทีโอที, นพ.ชาลี วชิรศรีสุนทรา ผอ.สำนักการแพทย์ กทม. และ สุทธิรัตน์ ภาณววัฒน์ ผช.กก.ผจญ. กลุ่มงานสื่อสารองค์กร บจ.สยามพิวรรธน์
แต้ว-ณฐพร เตมีรักษ์

แต้ว-ณฐพร เตมีรักษ์
อ้น-ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์ และ ท็อป-ดารณีนุช ปสุตนาวิน

อ้น-ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์ และ ท็อป-ดารณีนุช ปสุตนาวิน

ผู้บริหารจิตอาสามอนเดลีซทั่วโลก สร้างสุขหรรษาให้เด็กไทยใส่ใจอาหารเช้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/352425

ผู้บริหารจิตอาสามอนเดลีซทั่วโลก  สร้างสุขหรรษาให้เด็กไทยใส่ใจอาหารเช้า

ผู้บริหารจิตอาสามอนเดลีซทั่วโลก สร้างสุขหรรษาให้เด็กไทยใส่ใจอาหารเช้า

วันพฤหัสบดี ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

มอนเดลีซ ผนึกกำลังจิตอาสาจากคณะผู้บริหารทั่วโลก ร่วมทำดีเพื่อเด็กไทย ในกิจกรรม “Moments of JOY”สร้างความเข้าใจให้เด็กไทยเห็นความสำคัญของการรับประทานอาหารเช้าและหลักโภชนาการที่ถูกต้อง

บริษัท มอนเดลีซ อินเตอร์เนชันแนล(ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้านขนมและของว่าง นำคณะผู้บริหารระดับสูงของมอนเดลีซจาก 15 ประเทศในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ร่วมสร้างช่วงเวลาแห่งความสุขให้แก่เยาวชนโรงเรียนวัดแหลม อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ในกิจกรรม “Moments of JOY” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ JOY Schools- โรงเรียนสุขหรรษา มุ่งสร้างความเข้าใจให้แก่เด็กไทยถึงความสำคัญของการรับประทานอาหารเช้าและหลักโภชนาการที่ถูกต้อง ผ่านเรื่องราวที่สร้างสรรค์โดยการ์ตูน “M Hero” สื่อเอ็ดดูเทนเมนต์อันเป็นพันธกิจหลักของมอนเดลีซในการส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีให้แก่เยาวชนไทย

นางสาวณัฐณี เกษมรัฐกุล หัวหน้าฝ่ายองค์กรสัมพันธ์และรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท มอนเดลีซ อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า“กิจกรรมในครั้งนี้ตอกย้ำความมุ่งมั่นของมอนเดลีซในการยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีของเยาวชน และส่งเสริมความรู้ด้านโภชนาการผ่านโครงการ JOY Schools-โรงเรียนสุขหรรษา ซึ่งปีนี้เป็นครั้งแรกที่ผู้บริหารระดับสูงของมอนเดลีซจากหลากหลายภูมิภาคของโลกได้มารวมตัวกัน เพื่อร่วมกิจกรรมในประเทศไทยและเราจะยังมุ่งมั่นที่จะดำเนินโครงการนี้อย่างต่อเนื่อง ตามพันธกิจหลักขององค์กร เพื่อเพิ่มช่วงเวลาแห่งความสุขและตอบแทนสังคมที่บริษัทดำเนินธุรกิจอยู่”

กิจกรรม “Moments of JOY” ในครั้งนี้ นอกจากการใช้สื่อเอ็ดดูเทนเมนต์พร้อมมาสคอต M Hero ที่ออกแบบสร้างสรรค์มาเพื่อให้น้องๆ เยาวชนได้เรียนรู้และสนุกสนานไปพร้อมกัน และเข้าใจถึงความสำคัญของการรับประทานอาหารเช้ามากขึ้น คณะผู้บริหารจิตอาสาของบริษัท ยังร่วมมือร่วมใจกันเติมเต็มความสุขหรรษาให้แก่น้องๆ โรงเรียนวัดแหลม ด้วยกิจกรรมที่หลากหลายซึ่งสะท้อน 3 แนวคิดหลักของโครงการ คือ การให้ความรู้ด้านโภชนาการ (Nutrition Education), การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่แข็งแรง (Active Play) และการรับประทานอาหารที่ถูกสุขอนามัย (Access to Fresh Food)

ทั้งนี้ โครงการ JOY Schools- โรงเรียนสุขหรรษา ริเริ่มขึ้นในปี พ.ศ.2556 ครอบคลุมหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมีเยาวชนที่ได้รับประโยชน์จากการเข้าร่วมโครงการแล้ว
กว่า 10,000 คน จาก 48 โรงเรียนในประเทศไทย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และเวียดนาม โดยมีพนักงานจิตอาสาของมอนเดลีซมากกว่า 3,000 คนที่ได้ร่วมแบ่งปันช่วงเวลาแห่งความสุขหรรษาเป็นเวลากว่า 20,000 ชั่วโมง

มาส์กฟื้นคืนผิวเหนื่อยล้า ให้ดูสวยสดใส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/352416

มาส์กฟื้นคืนผิวเหนื่อยล้า ให้ดูสวยสดใส

มาส์กฟื้นคืนผิวเหนื่อยล้า ให้ดูสวยสดใส

วันพฤหัสบดี ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ด้วยไลฟ์สไตล์ของสาวยุคใหม่ในโลกยุคอินเตอร์เนต หลายคนชื่นชอบการหาข้อมูลที่สนใจ/แชทกับเพื่อนๆ ตลอดจนกิจกรรมต่างๆ ผ่านทางโซเชียลมีเดียจนดึกดื่น แม้ทุกคนจะทราบกันดีว่าการนอนหลับพักผ่อนช่วยให้ผิวสวยงาม แต่หลายคนก็อดไม่ได้ที่ต้องนอนดึกจากกิจกรรมที่ติดพัน ประกอบกับแต่ละวัน ความเครียด สภาพอากาศและมลภาวะที่พบเจอ อาจทำให้รู้สึกเหนื่อยล้า และก่อให้เกิดปัญหาผิวตามมาได้ง่าย ทั้งปัญหาผิวหยาบกร้านแต่มันวาว ปัญหาสิวอุดตัน รูขุมขนกว้าง ผิวหมองคล้ำ ขาดความชุ่มชื่น ซึ่งเมื่อผิวร่วงโรย ก็มักจะไวต่อการเกิดความระคายเคือง และบั่นทอนการทำงานของปราการปกป้องผิวด้วยเช่นกัน สุดท้ายจึงกลายเป็นปัญหาผิวซ้ำซ้อน ปรากฏสภาพผิวหยาบกร้าน แห้ง และมัน ไปพร้อมกันอย่างชัดเจน

คงจะดีไม่น้อย ถ้าคุณมีตัวช่วยฟื้นบำรุงผิวเร่งด่วนให้กลับดูสวยสดใส สุขภาพดี ชิเซโด้ขอแนะนำ WASO Purifying Peel Off Mask ขนาด 100 มล. และ WASO Beauty Sleeping Mask ขนาด 80 มล. มาส์ก 2 สูตรใหม่ล่าสุด เพื่อฟื้นคืนผิวเหนื่อยล้า ขาดการบำรุงให้ดูสวยสดใส เพียงชั่วข้ามคืน

WASO Purifying Peel Off Mask

มาส์กแบบลอกออก สีสันสดใส ให้ความรู้สึกสดชื่นสบายผิวทั้งในระหว่างใช้และหลังใช้ ช่วยขจัดสิ่งสกปรก รวมถึงเซลล์ผิวเสื่อมสภาพอุดตันรูขุมขน และฝังตัวบนร่องผิวได้อย่างหมดจด เผยผิวดูกระจ่างใสเรียบเนียนเหมือนใหม่ เนื้อมาส์กมอบสัมผัสสบายผิวระหว่างคลี่ตัวก่อเคลือบ ให้ความรื่นรมย์ระหว่างใช้ และคืนความสดชื่นเมื่อลอกออก

WASO Beauty Sleeping Mask

มาส์กก่อนนอน เนื้อเจลฉ่ำชุ่ม อุดมส่วนผสมมอบความชุ่มชื่นปริมาณมากให้ผิว พร้อมฟื้นบำรุงสภาพผิวและกลิ่นหอมผ่อนคลายยามคุณหลับใหล เพื่อเผยความกระจ่างใสในตอนเช้าให้คุณตื่นขึ้นมาพบกับผิวที่ดูสดใสเสมือนได้รับการพักผ่อนอย่างเต็มที่ตลอดคืน เมื่อมาส์กเนื้อเจลฉ่ำชุ่มคลี่ตัวไปบนผิว เจลกับอณูแค็ปซูลน้ำมันเก็บกักวิตามินและสารบำรุงที่หลอมรวมกันอยู่จะห่อตัวเคลือบผิวเพื่อเติมความชุ่มชื่น เพื่อฟื้นคืนความอิ่มเอิบ กระจ่างใสให้ผิวภายในเวลาชั่วข้ามคืน

‘S&P Great Food Good Health…อร่อยดี มีสุขภาพ’ หวังคนไทยมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/352387

‘S&P Great Food Good Health…อร่อยดี มีสุขภาพ’  หวังคนไทยมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

‘S&P Great Food Good Health…อร่อยดี มีสุขภาพ’ หวังคนไทยมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

วันพฤหัสบดี ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

กำธร ศิลาอ่อน กก.ผจก.ใหญ่สายการผลิตและการเงิน พร้อมด้วย มณีสุดา ศิลาอ่อน ผจก.ฝ่ายสื่อสารองค์กร บมจ.เอส แอนด์ พี ซินดิเคท, เมจิ-อโณมา คุ๊ก วิทยากรผู้สร้างแรงบันดาลใจด้านสุขภาพ, เนศร์ณิชา วิวรรธนภัคกุล, จันทร์จิรา คงทน

บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) จัดกิจกรรม “S&P Great Food Good Health…อร่อยดี มีสุขภาพ” สำหรับสมาชิก S&P Joy Card และบุคคลทั่วไป เพื่อถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการบริโภคอาหารที่ดีตามหลักโภชนาการ รวมทั้งการออกกำลังกายให้เหมาะสมกับร่างกาย ซึ่งสุขภาพที่ดีนั้นเริ่มจากตัวเราเอง ดังนั้น การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคและการออกกำลังกายให้ถูกต้องนั้นถือได้ว่าเป็นการดูแลตัวเองอย่างยั่งยืน โดยมี กำธร ศิลาอ่อนกรรมการผู้จัดการใหญ่สายการผลิตและการเงิน และมณีสุดา ศิลาอ่อน ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัทเอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) ร่วมงาน พร้อมทั้งได้รับเกียรติจาก เมจิ-อโณมา คุ๊ก วิทยากรผู้สร้างแรงบันดาลใจด้านสุขภาพ (Health&Fitness Inspirator) มาพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์และฝึกปฏิบัติจริง ณ โครงการ เดอะ สเตเดียมวัน เมื่อวันเสาร์ที่ 14 กรกฎาคม 2561

มณีสุดา ศิลาอ่อน ผจก.ฝ่ายสื่อสารองค์กร บมจ.เอส แอนด์ พี ซินดิเคท กล่าวเปิดงาน

มณีสุดา ศิลาอ่อน ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) เผยถึง “กิจกรรม “S&P Great Food Good Health อร่อยดีมีสุขภาพ” ในวันนี้เกิดจากความตั้งใจของ เอส แอนด์ พี ที่อยากเห็นคนไทยมีสุขภาพดี เนื่องจาก เอส แอนด์ พี เป็นผู้นำในธุรกิจอาหารของประเทศ การสนับสนุนให้คนไทยมีสุขภาพดีเป็นอีกหนึ่งภารกิจที่เราตั้งใจให้เกิดขึ้น ตามคำมั่นสัญญาของบริษัทที่ว่า “Healthier Family, Happier World” โดยมุ่งหวังจะให้ทั้งลูกค้าและคนไทยมีความสุขไปพร้อมๆ กับการมีสุขภาพที่ดี ดังนั้น การที่จะทำให้คำมั่นสัญญาเราบรรลุผลสำเร็จนั้น เราควรได้จากบุคคลใกล้ตัวก่อนนั่นคือครอบครัวเอส แอนด์ พี ซึ่งเราจัดกิจกรรมไปเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และในครั้งนี้ถือเป็นกิจกรรมครั้งที่ 2 ที่เราตั้งใจจัดขึ้นเพื่อสมาชิก S&P Joy Card และคนไทยผู้รักสุขภาพ ภายในงานทุกท่านจะได้พบกับมุมให้ความรู้ในเรื่องความสำคัญของการดื่มน้ำและการบริโภคอาหารที่ถูกต้อง รวมทั้งยังได้ความรู้ดีๆ ด้านสุขภาพ ตลอดจนการสร้างแรงบันดาลใจในการออกกำลังกาย และได้ร่วมออกกำลังกายอย่างสนุกสนานไปกับ คุณเมจิ-อโณมา ที่ให้เกียรติมาเป็นวิทยากรในวันนี้ เอส แอนด์ พี หวังว่ากิจกรรมนี้จะช่วยสร้างพลังกายและใจให้ทุกคน มีพลังในการดำเนินชีวิตอย่างมีสุขภาพดี และเมื่อเรามีสุขภาพที่ดี เราก็จะพร้อมถ่ายทอดเรื่องราวดีๆ เหล่านี้ไปยังคนที่เรารักต่อไป นับได้ว่าเป็นการส่งต่อสิ่งดีๆ เพื่อให้คนไทย สุขภาพดี มีสุข อยู่คู่กับเอส แอนด์ พี ได้อย่างยั่งยืน”

นอกจากจะมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงแล้ว ผู้รักสุขภาพที่กำลังมองหาเมนูอร่อย เอส แอนด์ พี ได้จัดแคมเปญ “อร่อยเพื่อสุขภาพ Healthy Licious” พร้อมบริการที่ ร้าน เอส แอนด์ พี ทุกสาขา ตั้งแต่วันนี้-30 กันยายน 2561

คณะผู้บริหารร่วมถ่ายภาพ

คณะผู้บริหารร่วมถ่ายภาพ
ข้าวเหนียวคีนัวไก่ย่าง เมนูอร่อยง่ายได้สุขภาพ

ข้าวเหนียวคีนัวไก่ย่าง เมนูอร่อยง่ายได้สุขภาพ
ออกกำลังกายร่วมกัน

ออกกำลังกายร่วมกัน
เมจิ-อโณมา คุ๊ก และทีมนำออกกำลังกาย

เมจิ-อโณมา คุ๊ก และทีมนำออกกำลังกาย
มุมความรู้บริเวณด้านหน้างาน

มุมความรู้บริเวณด้านหน้างาน
รับเมนูสุขภาพที่รถโมบาย เอส แอนด์ พี

รับเมนูสุขภาพที่รถโมบาย เอส แอนด์ พี
สมาชิก S&P Joy Card ร่วมกิจกรรม

สมาชิก S&P Joy Card ร่วมกิจกรรม
“S&P Great Food Good Health…อร่อยดี มีสุขภาพ”

“S&P Great Food Good Health…อร่อยดี มีสุขภาพ”

ททท.เปิดตัวภาพยนตร์ท่องเที่ยวสุดล้ำ เทคโนโลยี 8K ภาพคมชัดเสมือนจริง อะเมซิ่งไทยแลนด์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/352430

ททท.เปิดตัวภาพยนตร์ท่องเที่ยวสุดล้ำ  เทคโนโลยี 8K ภาพคมชัดเสมือนจริง อะเมซิ่งไทยแลนด์

ททท.เปิดตัวภาพยนตร์ท่องเที่ยวสุดล้ำ เทคโนโลยี 8K ภาพคมชัดเสมือนจริง อะเมซิ่งไทยแลนด์

วันพฤหัสบดี ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

 

ดร.ยุทธศักดิ์ สุภสร พร้อมด้วย มร.โยชิฮิโระ ฮาชิโมโตะ, ธเนศวร์ เพชรสุวรรณ และ มร.โรเบิร์ต อู ร่วมกันเปิดตัวภาพยนตร์ท่องเที่ยว 8K

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับ ชาร์ป จัดงาน “เปิดตัวภาพยนตร์ท่องเที่ยว 8K” ภายใต้โครงการ “Amazing Thailand Amazing8K” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย ในธีม “Changing the World with 8K” ซึ่งถ่ายทำโดยใช้กล้องวีดีโอเทคโนโลยีชาร์ป 8K ตัวแรกของโลก ที่ให้ภาพคมชัดเสมือนจริง และมีความละเอียดกว่าโทรทัศน์แบบ Full HD ถึง 16 เท่า โดยมีดร.ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) พร้อมด้วย ธเนศวร์ เพชรสุวรรณ รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, มิสเตอร์ โยชิฮิโระฮาชิโมโตะ กรรมการผู้บริหาร สำนักงานประธานกรรมการ บริษัท ชาร์ป สำนักงานใหญ่ ร่วมงาน ณ ห้องโถง ชั้นล็อบบี้ อาคารการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานใหญ่

ดร.ยุทธศักดิ์ สุภสร

ดร.ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ภาพยนตร์ส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยที่ผลิตด้วยเทคโนโลยี 8K เรื่องแรกของภูมิภาคอาเซียน จะเป็นปรากฏการณ์สำคัญในแวดวงการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว ที่สร้างประสบการณ์ใหม่ น่าตื่นตาตื่นใจ สร้างแรงบันดาลใจ และเชิญชวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศให้ออกเดินทางมาชื่นชมความงดงามที่ไม่สิ้นสุดของเมืองไทย ซึ่งเกิดจากความร่วมมือระหว่างบริษัท ชาร์ป ไทย จำกัด และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภายใต้โครงการ “Amazing Thailand Amazing 8K” โดยการนำเทคโนโลยีล่าสุดของชาร์ป “8K Ecosystem” มาใช้ในการจัดทำภาพยนตร์ประชาสัมพันธ์ เพื่อช่วยนำเสนอภาพความสวยงามของประเทศไทยในมิติใหม่ ที่ให้ความคมชัดสูงสุดเสมือนจริงอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อนซึ่งภาพยนตร์ดังกล่าวจะนำไปเผยแพร่ผ่านช่องทางประชาสัมพันธ์ต่างๆ ของ ททท. และผ่านจอภาพ SHARP AQUOS 8K Series ของชาร์ป ที่มีเครือข่ายเข้าถึงผู้บริโภคจำนวนมาก โดยเฉพาะในตลาดเอเชียและอาเซียน

มิสเตอร์ โยชิฮิโระ ฮาชิโมโตะ

ด้าน มิสเตอร์ โยชิฮิโระ ฮาชิโมโตะ กรรมการผู้บริหาร สำนักงานประธานกรรมการ บริษัท ชาร์ป สำนักงานใหญ่ เผยว่า ชาร์ป ได้ดำเนินการตามที่ประกาศวิสัยทัศน์ทางธุรกิจไว้ คือ “Changing the World with 8K” โดยคิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดสำหรับโทรทัศน์ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ ชาร์ป ได้ดำเนินงานมากกว่าครึ่งศตวรรษ นับตั้งแต่ได้มีการพัฒนาและเปิดตัวโทรทัศน์เครื่องแรกของประเทศญี่ปุ่นในปี ค.ศ.1953 สำหรับเทคโนโลยี 8K พบว่าภาพที่ปรากฏบนจอมีความใกล้เคียงและชัดเจนราวกับภาพจริงที่มองเห็นด้วยตาเปล่ามากที่สุด และเหตุผลที่เราเลือกประเทศไทยเป็นประเทศแรกในอาเซียน ก็เพราะประเทศไทยมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ อีกทั้ง ยังมีวัฒนธรรม และประวัติศาสตร์อันยาวนาน ที่อยากให้คนทั่วโลกได้รับรู้

กล้อง 8K ตัวแรกของโลกที่ใช้ในการถ่ายทำภาพยนตร์ท่องเที่ยวไทย 

ธเนศวร์ เพชรสุวรรณ รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. เผยว่า ความร่วมมือในโครงการ “AmazingThailand Amazing 8K” ถือเป็นมิติใหม่ของการนำเทคโนโลยีชั้นนำแห่งอนาคตมาเป็นเครื่องมือในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว เพื่อนำเสนอภาพความสวยงามและเสน่ห์ของแหล่งท่องเที่ยว วิถีชีวิต ศิลปวัฒนธรรมในประเทศไทย โดยทีม ททท. และชาร์ป จากไต้หวัน ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในการถ่ายทำด้วยเทคโนโลยี 8K ได้ร่วมเดินทางไปบันทึกภาพบรรยากาศความสนุกสนานในพื้นที่ต่างๆ ของประเทศไทย ในวันที่ 12-17 เมษายน 2561 ที่ผ่านมา เช่น วัดโพธิ์ชัยจ.หนองคาย, วัดมหาธาตุ วัดไชยวัฒนาราม และวัดใหญ่ชัยมงคล อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา รวมไปถึงการเล่นน้ำสงกรานต์ที่ถนนข้าวสาร และถนนสีลม นอกจากนี้ ยังเดินทางไปบันทึกภาพในสถานที่มีความงดงาม และโดดเด่น เช่น วัดม่วง จ.อ่างทอง ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของหลวงพ่อใหญ่ พระพุทธรูปที่ใหญ่ที่สุดในโลก พระพุทธไสยาสน์ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม พระปรางค์วัดอรุณราชวราราม และสีสันยามค่ำคืนของถนนเยาวราช ย่านราชประสงค์ ตลาดนัดรถไฟ รัชดา ซึ่งเสน่ห์เหล่านี้ถูกนำมาถ่ายทอดสู่สายตาผู้ชมในรูปแบบของภาพยนตร์ท่องเที่ยวความละเอียด 8Kที่ให้มิติของความคมชัดและความจัดจ้านครบถ้วนของเฉดสีต่างๆ สูงกว่าเทคโนโลยี Full HD ถึง 16 เท่า

เชิญชวนร่วมถวายพระพรชัยมงคล วันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 66 พรรษา 28 กรกฎาคม 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/352433

เชิญชวนร่วมถวายพระพรชัยมงคล วันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 66 พรรษา 28 กรกฎาคม 2561

เชิญชวนร่วมถวายพระพรชัยมงคล วันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 66 พรรษา 28 กรกฎาคม 2561

วันพฤหัสบดี ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เนื่องในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 66 พรรษา 28 กรกฎาคม2561 กลุ่มบริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัดเจ้าของและผู้บริหาร ศูนย์การค้าสยามพารากอนสยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ ได้ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน จัดงานเฉลิมพระเกียรติ เชิญชวนพสกนิกรชาวไทย ร่วมแสดงพลังความจงรักภักดี ถวายพระพรชัยมงคล และถวายพระราชกุศลอย่างพร้อมเพรียงกัน โดยกิจกรรมจะมีขึ้นตลอดเดือนกรกฎาคมนี้ ณ ศูนย์การค้าสยาม พารากอนสยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่

ทั้งนี้ บริเวณรอบศูนย์การค้าทั้ง 3 แห่งได้ประดับตกแต่งธงชาติไทย ร่วมกับธงพระปรมาภิไธย วปร รวมทั้งดอกไม้สีเหลือง ซึ่งเป็นสีประจำวันพระราชสมภพ พร้อมประดับพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมุดลงนามถวายพระพรชัยมงคล โดยรายละเอียดกิจกรรมต่างๆ ดังนี้

นิทรรศการ “สืบราชสันตติวงศ์วิพัฒนมหาวชิราลงกรณ” โดย มูลนิธิสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า กระทรวงวัฒนธรรม และบริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ได้ร่วมกันจัดนิทรรศการขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา66 พรรษา 28 กรกฎาคม พุทธศักราช 2561

เนื้อหานิทรรศการประกอบด้วยพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจที่ทรงสืบสาน รักษา ต่อยอดพระราชปณิธานและพระราชกรณียกิจแห่งสมเด็จพระบูรพกษัตริยาธิราชเจ้า แบ่งเป็น 4 ภาค ได้แก่ ภาคแรก : บดินทรราชประวัติแสดงพระราชประวัติ พระราชจริยาวัตร เมื่อครั้งทรงพระเยาว์ ภาคที่สอง : ขัตติยรัชชกรณีย์แสดงพระราชกรณียกิจนานัปการของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ที่ทรงบำเพ็ญเพื่อประเทศชาติและประชาชน มาแต่ครั้งทรงดำรงพระอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ภาคที่สาม : กตเวทีราชกตัญญุตา แสดงถึงพระกตัญญูกตเวทิตาธรรมแห่ง สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ที่ทรงมีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ภาคที่สี่ :ราชวรากรกิตติคุณ แสดงถึงพระเกียรติคุณอันเป็นที่ประจักษ์ทั้งในพระราชอาณาจักรและแผ่ไพศาลไปยังนานาประเทศ มีสถาบันต่างๆทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทูลเกล้าฯ ถวายปริญญา เหรียญ และรางวัล เพื่อเทิดพระเกียรติในหลายสาขา

นิทรรศการ “สืบราชสันตติวงศ์วิพัฒน มหาวชิราลงกรณ” นี้ จัดขึ้นทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ได้แก่ กรุงเทพมหานคร จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สามารถเข้าชมนิทรรศการได้ทุกวัน ณ สถานที่ ดังต่อไปนี้1.ไลฟ์สไตล์ ฮอลล์ ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน ระหว่างนี้จนถึงวันที่ 22 กรกฎาคม 2561 เวลา 10.00-20.30 น. 2.หอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างนี้จนถึงวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ.2561 เวลา 08.30-16.00 น. ยกเว้นวันจันทร์-อังคาร และที่ศาลาราชประชาสมาคม วังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระหว่างวันที่ 3-7 ตุลาคม พ.ศ. 2561 เวลา 09.00-18.00 น.

กิจกรรม Big Cleaning Day“เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” โดย บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ร่วมกับ สำนักงานเขตปทุมวัน สานต่อโครงการจิตอาสา “เราทำความ ดีด้วยหัวใจ” ตามพระราชปณิธานแน่วแน่ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่จะทำให้ประเทศชาติมั่นคง และประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ด้วยมีพระราชประสงค์ที่จะสืบสาน รักษา และต่อยอดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และแนวพระราชดำริต่างๆ ในการบำบัดทุกข์และบำรุงสุขให้ประชาชน และพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า ทั้งนี้ จะจัดกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ และสาธารณกุศล Big Cleaning Day พร้อมเชิญชวนพี่น้องประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว โดยจัดทำเสื้อยืดสีเหลือง จำนวน 5,000 ตัว สำหรับใส่ร่วมกันอย่างพร้อมเพรียง ในวันพุธที่ 25 กรกฎาคม 2561 เวลา 07.30 น. เป็นต้นไป บริเวณถนนพระราม 1 ด้านหน้า สยามพารากอนสยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ (ติดตามรายละเอียดการรับเสื้อยืดสีเหลืองได้ที่ facebook.com/siamparagonshopping/)

พิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์จำนวน67 รูป ถวายเป็นพระราชกุศล ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมพิธีบำเพ็ญกุศล ทำบุญ ตักบาตรข้าวสาร อาหารแห้ง พระสงฆ์ และสามเณร จำนวน 67 รูป เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระราชกุศล ในวันพฤหัสบดีที่ 26 กรกฎาคม 2561 เวลา 06.30 น.เป็นต้นไป ณ ทางเชื่อมวันสยาม (Sky Walk สี่แยกปทุมวัน)

ร่วมแสดงพลังความจงรักภักดี จุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล ขอเชิญชวนพสกนิกรชาวไทยทุกคน ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงความจงรักภักดีโดยพร้อมเพรียง ด้วยการแต่งกายด้วยสีเหลืองซึ่งเป็นสีประจำวันพระราชสมภพ และร่วมในพิธีถวายเครื่องราชสักการะและพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล โดยมีคณะผู้บริหาร พร้อมด้วยเหล่าศิลปิน นำโดยนนท์-ธนนท์ จำเริญ แชมป์รายการ The Mask Singer Thailand Season 4 และแชมป์รายการ The Voice Season 1, ซานิ-นิภาภรณ์ฐิติธนการ แชมป์ และ แอน-ณัฏฐ์ณัชชานำเจริญสมบัติ มาร่วมพิธี ในวันเสาร์ที่ 28 กรกฎาคม 2561 บริเวณทางเชื่อมวันสยาม(Sky Walk สี่แยกปทุมวัน) และพาร์คพารากอน สยามพารากอน โดยพิธีจุดเทียนชัยจะมีขึ้นพร้อมเพรียงกันทั่วประเทศในเวลา19.19 น.

ความสำคัญของแคลเซียม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/352415

ความสำคัญของแคลเซียม

ความสำคัญของแคลเซียม

วันพฤหัสบดี ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

จากบทความของ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาออร์โธปิดิกส์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวถึงความสำคัญของแคลเซียม ว่าหลายครั้งที่ผู้คนส่วนใหญ่มีความสงสัยเกี่ยวกับแคลเซียม ว่าความจริงนั้นเราจำเป็นต้องรับประทานแคลเซียมหรือไม่ ถ้าทานไปแล้วจะเกิดการสะสมในร่างกายทำให้เกิดกระดูกงอก เกิดนิ่วในไต หรือมีผลเสียต่อร่างกายหรือไม่

ความจริงแล้วร่างกายของคนเรามีความต้องการของแคลเซียมเพื่อช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก โดยมีความต้องการที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงอายุคือ

l เพศชายและเพศหญิงอายุ 9-18 ปี ต้องการแคลเซียม 1,300 มิลลิกรัมต่อวัน

l เพศชายและเพศหญิงอายุ19-50 ปีต้องการแคลเซียม 1,200 มิลลิกรัมต่อวัน

l ผู้หญิงตั้งครรภ์ และให้นมบุตรต้องการแคลเซียม 1,300 มิลลิกรัมต่อวัน

l เพศชายและเพศหญิงอายุมากกว่า 50 ปี ต้องการแคลเซียม 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน

l อาหารที่มีแคลเซียมสูง ได้แก่โยเกิร์ต, นม 1 แก้ว (250 cc) มีแคลเซียม 300มก., ปลากระป๋อง, ผักบร็อกโคลี,ผักใบเขียว

จากการศึกษาวิจัยในคนไทยพบว่าจากอาหารการกินที่เรารับอยู่ในปัจจุบันจะได้ปริมาณแคลเซียมโดยเฉลี่ยประมาณ 400 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งหมายความว่าร่างกายของคนเรานั้นยังขาดแคลเซียมอยู่ ดังนั้นจึงควรได้รับแคลเซียมเสริมเข้าไปให้เพียงพอกับปริมาณที่ร่างกายต้องการ ซึ่งชนิดของแคลเซียมก็ควรเหมาะสมในแต่ละช่วงอายุ เช่น ถ้าเป็นในวัยเด็กและวัยรุ่นร่างกายยังต้องการพลังงาน และโปรตีน การให้ดื่มนมซึ่งมีปริมาณแคลเซียมสูงก็เป็นสิ่งที่เหมาะสมสำหรับในกลุ่มประชาชนที่มีอายุมากขึ้นการดื่มนมเพื่อรับปริมาณแคลเซียมอาจจะทำให้ร่างกายได้รับพลังงานมากเกินไป อาจทำให้อ้วนได้ และโดยเฉพาะในผู้สูงอายุซึ่งมักมีโรคข้อเข่าเสื่อมร่วมด้วยก็อาจทำให้อาการข้อเข่าเสื่อมแย่ลง ถ้าผู้ป่วยดื่มนมและทำให้น้ำหนักร่างกายเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นในผู้สูงอายุจึงแนะนำให้รับประทานแคลเซียมชนิดที่มีปริมาณแคลเซียมประมาณ 1,500 มิลลิกรัม ซึ่งจะแตกตัวให้ปริมาณแคลเซียมประมาณ 600 มิลลิกรัม เมื่อรวมกับปริมาณของแคลเซียมที่ได้จากอาหารก็จะเพียงพอกับความต้องการของร่างกาย

ส่วนช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่ควรรับประทานแคลเซียมคือ หลังอาหารทันที ซึ่งจะเป็นช่วงไหนก็ได้ของวันเพราะระบบทางเดินอาหารจะมีการหลั่งกรดออกมาซึ่งจะทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมแคลเซียมได้ดีขึ้น