ประกวดออกแบบ ‘โลโก้’ 60 ปีไทยน้ำทิพย์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/352423

ประกวดออกแบบ ‘โลโก้’ 60 ปีไทยน้ำทิพย์

ประกวดออกแบบ ‘โลโก้’ 60 ปีไทยน้ำทิพย์

วันพฤหัสบดี ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

บริษัท ไทยน้ำทิพย์ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มรายใหญ่ของประเทศไทย เดินหน้าสู่ความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง จัดกิจกรรมประกวดออกแบบโลโก้ฉลองครบรอบ 60 ปีของไทยน้ำทิพย์ เชิญชวนเยาวชนรุ่นใหม่ตั้งแต่นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย อาชีวศึกษา จนถึงนักศึกษาระดับปริญญาตรี ร่วมส่งผลงานเข้าประกวด เพื่อชิงรางวัลเงินสดมูลค่ารวม 2 แสนบาทและเกียรติบัตร กำหนดเปิดรับผลงานการประกวดระหว่างนี้จนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2561 ประกาศผลรางวัลในวันที่ 19 กันยายน นี้ ผ่านทาง http://www.thainamthip.co.th

นายพรวุฒิ สารสิน ประธานกรรมการบริษัท ไทยน้ำทิพย์ จำกัด กล่าวว่า ในโอกาสที่ไทยน้ำทิพย์ ได้ดำเนินกิจการมาจนย่างเข้าสู่ปีที่ 60 และในฐานะองค์กรของคนไทยที่เติบโตควบคู่กับสังคมไทย บริษัทฯ ได้เตรียมกิจกรรมเฉลิมฉลองเพื่อเป็นการตอบแทนผู้บริโภคที่ให้การสนับสนุนมาอย่างดีโดยตลอด โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่เป็นเหมือนพลังสำคัญ และแรงผลักดันให้ไทยน้ำทิพย์ประสบความสำเร็จในทุกวันนี้ เราจึงได้จัดกิจกรรมประกวดออกแบบโลโก้ 60 ปีของไทยน้ำทิพย์ขึ้นมาเพราะเล็งเห็นถึงศักยภาพและความสามารถเชิงสร้างสรรค์ของเยาวชนไทยในด้านศิลปะและการออกแบบ รวมถึงมุ่งหวังจะพัฒนา กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์และเสริมสร้างทักษะในด้านศิลปะผ่านกิจกรรมครั้งนี้ โดยได้รับเกียรติจาก อ.พิทักษ์ ปิยะพงษ์ผู้คร่ำหวอดในวงการโฆษณามายาวนานและผันตัวเองเป็นศิลปินอิสระ สั่งสมประสบการณ์จนกระทั่งได้รับการนับถือว่าเป็นปราชญ์ด้านทัศนศิลป์ เจย์ สเปนเซอร์ ผู้พัฒนาพื้นที่สร้างสรรค์และที่ปรึกษาด้านแบรนด์ และ โอ๋ ฟูตอง อาร์ติสต์สาวผู้มีผลงานการออกแบบที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และยังเป็นดีไซเนอร์ออกแบบผลิตภัณฑ์ให้แก่แบรนด์ชั้นนำระดับโลกมากมาย ร่วมเป็นคณะกรรมการการตัดสินผลงานการประกวดโลโก้ครั้งนี้

ผู้เข้าร่วมประกวดจะต้องออกแบบโลโก้ที่มีความทันสมัย สวยงาม สื่อให้เห็นถึงอัตลักษณ์และเอกลักษณ์ ในขณะเดียวกันก็ต้องแฝงไปด้วยความมั่นคง และความเจริญก้าวหน้าของ
บริษัท นอกจากนั้นยังต้องสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ในการเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มของเมืองไทย โดยผู้ชนะการออกแบบโลโก้ 60 ปีของไทยน้ำทิพย์ จะได้รับรางวัลเป็นเงินทุนการศึกษา พร้อมเกียรติบัตรอันทรงคุณค่าแทนคำขอบคุณจากบริษัท ประกอบด้วยรางวัลชนะเลิศ จำนวน 1 รางวัล เงินสดมูลค่า 100,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศ จำนวน 1 รางวัล เงินสดมูลค่า 50,000 บาท รางวัลชมเชย จำนวน 5 รางวัล เงินสดมูลค่ารวม 50,000 บาท

ทั้งนี้ ผลงานของผู้ชนะการออกแบบจะถูกนำไปปรับใช้เพื่อเป็นโลโก้ของบริษัท ไทยน้ำทิพย์ จำกัด ตลอดปี 2562 เยาวชนผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติมพร้อมกับดาวน์โหลดใบสมัครและโลโก้ปัจจุบันของบริษัทไทยน้ำทิพย์ จำกัด ได้ที่ http://www.thainamthip.co.th

กรุงเทพประกันภัยจัดกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/352197

กรุงเทพประกันภัยจัดกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน

กรุงเทพประกันภัยจัดกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน

วันพุธ ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

อานนท์ จงสกุล ผจก.สาขาราชบุรี เป็นผู้แทนบริษัท มอบหนังสือส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน

บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BKI ร่วมกับมูลนิธิกรุงเทพประกันภัย นำพนักงานจิตอาสาร่วมกิจกรรมโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน ให้แก่นักเรียนโรงเรียนบ้านแม่คะเมย อำเภอ
แก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

โดยพนักงานจิตอาสาของบริษัท ได้จัดมุมหนังสือ และสนับสนุนตำรา หนังสือเรียน และหนังสือความรู้อื่นๆ เพื่อให้เด็กนักเรียนได้มีโอกาสเรียนรู้และได้รับประสบการณ์จากการอ่าน เป็นการส่งเสริมรณรงค์ให้เด็กนักเรียนรักการอ่านหนังสือมากยิ่งขึ้น และยังได้ร่วมกันทำกิจกรรมส่งเสริมทักษะความรู้และจัดกิจกรรมนันทนาการสร้างความเพลิดเพลินให้แก่เด็กนักเรียน ได้แก่ เล่านิทาน พับกระดาษ Pop-up และปั้นดินน้ำมัน เพื่อช่วยสร้างเสริมคุณภาพการศึกษาที่ดีและสร้างความสุข ความสนุกสนานให้แก่เด็กนักเรียน ณ โรงเรียนบ้านแม่คะเมย อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี เมื่อเร็วๆ นี้

พี่ๆ จิตอาสานำน้องๆ เล่นเกมอย่างสนุกสนาน

พี่ๆ จิตอาสานำน้องๆ เล่นเกมอย่างสนุกสนาน
พี่ๆ จิตอาสานำน้องๆ เล่นเกมอย่างสนุกสนาน

พี่ๆ จิตอาสานำน้องๆ เล่นเกมอย่างสนุกสนาน
น้องๆ ทำกระดาษ Pop-up ตามที่พี่ๆ จิตอาสาสอนอย่างตั้งใจ

น้องๆ ทำกระดาษ Pop-up ตามที่พี่ๆ จิตอาสาสอนอย่างตั้งใจ
ผลงานสวยๆ ของน้องๆ

ผลงานสวยๆ ของน้องๆ
ผลงานสวยๆ ของน้องๆ

ผลงานสวยๆ ของน้องๆ

โครงการเพิ่มประสบการณ์ชีวิตสร้างมิตรภาพ ‘เรียนร่วมภาษาและวัฒนธรรมในต่างประเทศ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/352211

โครงการเพิ่มประสบการณ์ชีวิตสร้างมิตรภาพ  ‘เรียนร่วมภาษาและวัฒนธรรมในต่างประเทศ’

โครงการเพิ่มประสบการณ์ชีวิตสร้างมิตรภาพ ‘เรียนร่วมภาษาและวัฒนธรรมในต่างประเทศ’

วันพุธ ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เดินหน้าเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เสริมสร้างประสบการณ์ใหม่ๆในชีวิต กว่าทศวรรษแล้ว ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา (มบส.) บุกเบิกโครงการพัฒนานักศึกษาและบุคลากร ด้วยการจับมือกับมหาวิทยาลัยนานาชาติจัดโครงการเพิ่มประสบการณ์ชีวิตสร้างมิตรภาพ “เรียนร่วมภาษาและวัฒนธรรมในต่างประเทศ” ให้นักศึกษาเดินทางไปแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับสถาบันอุดมศึกษาในต่างประเทศ เป็นเวลากว่า 2 สัปดาห์ ปีนี้พร้อมส่งนักศึกษาและคณาจารย์กว่า 300 คนเดินทางแลกเปลี่ยนกับ 11 มหาวิทยาลัยชั้นนำ ใน 9 ประเทศ ถือเป็นแรงผลักดันให้นักศึกษาเกิดความมุ่งมั่นในการพัฒนาศักยภาพเท่าเทียมประเทศอื่น เน้นสะท้อน “มีจิตสาธารณะ ทักษะสื่อสารดี และมีความเป็นไทย”

ผศ.ดร.ลินดา เกณฑ์มา อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยากล่าวว่า “มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ต้องการเป็นต้นแบบในการพัฒนาสถาบันราชภัฏของไทยสู่มาตรฐานสากล หรือราชภัฏ 4.0 คือ เป็นที่ยอมรับในเวทีการศึกษานานาชาติในทุกมิติ และที่ผ่านมาถึงปัจจุบัน ได้รับผลสำเร็จอย่างมาก ทั้งจากความร่วมมือในเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษาต่างประเทศที่เพิ่มจำนวนทุกปี โดย มบส. จัดสรรงบประมาณ คณาจารย์และพันธมิตรเครือข่ายสนับสนุนเต็มที่ตลอดโครงการ”

ผศ.ดร.ลินดา เกณฑ์มา

“ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นในโครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นของนักศึกษาอย่างเห็นได้ชัดในหลายๆ ด้าน เพราะเป็นการเรียนรู้แบบบูรณาการโดยตรงกับเจ้าของประเทศนั้นๆ และการเรียนรู้การทำงานเป็นทีมกับเพื่อนนักศึกษาที่เดินทางไปด้วยกัน ใช้โอกาสที่มีเรียนรู้ให้เต็มที่ สิ่งที่ย้ำกับนักศึกษาทุกคน คือ หน้าที่ถ่ายทอดความเป็นเยาวชนไทย โดยเฉพาะอัตลักษณ์ของนักศึกษา มบส.ที่ชัดเจน 3 ด้าน ได้แก่ “มีจิตสาธารณะ ทักษะสื่อสารดี และมีความเป็นไทย”

ทางด้าน ดร.สุทิพย์พร โชติรัตนศักดิ์ผู้อำนวยการสำนักวิเทศสัมพันธ์และเครือข่ายอาเซียน ในฐานะผู้จัดการโครงการ เปิดเผยรายละเอียดว่า “นักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการจะเดินทางไปร่วมกิจกรรมในสถาบันอุดมศึกษา ١١ แห่ง ใน ٩ ประเทศ ได้แก่ จีน, สิงคโปร์, ออสเตรเลีย, เวียดนาม, พม่า, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์ และเกาหลี ซึ่งกิจกรรมในแต่ละประเทศก็แตกต่างออกไปตามโปรแกรมของสถาบันนั้นๆ ที่เตรียมให้ทั้งด้านวิชาการและวัฒนธรรมเป็นหลักสูตรระยะสั้นซึ่งมีความร่วมมือต่อยอดโครงการหลังจบกิจกรรมอยู่เนืองๆ อาทิ Nanyang Polytechnic สิงคโปร์ ได้ระบุเชิญนักศึกษาจาก มบส. เป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมงาน Animation International Challenge (AIC) ٢٠١٧

และในปีนี้ มบส.ยังได้เป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรม “โครงการค่ายเยาวชนอาเซียนผสานความร่วมมือด้านภาษาและวัฒนธรรมกับมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ”โดยเชิญคณาจารย์ และนักศึกษาจากสถาบันการศึกษาของประเทศในกลุ่มอาเซียน+٣ ซึ่งได้แก่ ประเทศกัมพูชา, มาเลเซีย, ลาว, เวียดนาม, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์ เมียนมา จีน และเกาหลี เข้าร่วมกิจกรรมในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา”

นอกจากผลลัพธ์ที่จะเกิดกับนักศึกษาของมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา โครงการ “เรียนร่วมภาษาและวัฒนธรรมในต่างประเทศ” นี้ ยังช่วยยืนยันถึงศักยภาพของสถาบันราชภัฏไทย สู่ยุค 4.0 พร้อมสร้างสรรค์บุคลากรสู่สังคมคุณภาพครบทุกมิติ ให้มีมาตรฐานสากลเป็นที่ยอมรับทัดเทียมเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษานานาชาติ

ใช้ผลิตภัณฑ์ใต้วงแขนผิด อาจเสี่ยงต่อโรคอัลไซเมอร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/352205

ใช้ผลิตภัณฑ์ใต้วงแขนผิด อาจเสี่ยงต่อโรคอัลไซเมอร์

ใช้ผลิตภัณฑ์ใต้วงแขนผิด อาจเสี่ยงต่อโรคอัลไซเมอร์

วันพุธ ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ใครจะเชื่อว่าการใช้โรลออนระงับกลิ่นกาย อาจทำให้ความตายอยู่ใกล้กว่าที่คิด ด้วยสภาพภูมิอากาศแบบร้อนชื้นของเมืองไทย ซึ่งเอื้อต่อการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ทำให้เกิดกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์จากเหงื่อและความอับชื้น โดยเฉพาะบริเวณใต้วงแขน แต่ทราบหรือไม่…สารอะลูมิเนียม ซึ่งเป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์ระงับเหงื่อและกลิ่นกาย เป็นหนึ่งในปัจจัยที่เสี่ยงต่อมะเร็งเต้านม และอาจเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรคอัลไซเมอร์

นายแพทย์สมบูรณ์ รุ่งพรชัย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเวชศาสตร์ชะลอวัย แนะข้อควรระวังในการหลีกเลี่ยงสารอะลูมิเนียมที่อาจปนเปื้อนมาในหลากหลายรูปแบบ ซึ่งล้วนใกล้ชิดกับชีวิตประจำวันแทบทั้งสิ้น ลองมาหาคำตอบกันดีกว่า สารอะลูมิเนียมในผลิตภัณฑ์ระงับเหงื่อ ส่งผลลัพธ์อย่างไรต่อสุขภาพในระยะยาวอย่างไร

นายแพทย์สมบูรณ์ รุ่งพรชัย

อะลูมิเนียม เป็นสารที่ถูกนำมาใช้ประโยชน์ในหลากหลายรูปแบบและเป็นสารหลักในการควบคุมการทำงานของต่อมเหงื่อ จึงเป็นสารที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ระงับเหงื่อและกลิ่นกายที่วางจำหน่ายแพร่หลายในท้องตลาด โดยมีรายงานการวิจัยในสัตว์ทดลองพบว่าอะลูมิเนียม ที่สะสมเข้าร่างกายจากยาระงับเหงื่อ มีผลต่อเนื้อเยื่อสมอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพบสารเหล่านี้ในสมองคนไข้อัลไซเมอร์ และยังกระจายไปในกระแสเลือดและทางเดินของสายรกอีกด้วย นอกจากนี้ ยังมีรายงานการศึกษาการสะสมของโลหะอะลูมิเนียมจากการใช้ยาระงับเหงื่อ อาจมีความเสี่ยงต่อมะเร็งเต้านมอีกด้วย

“เราสัมผัสอะลูมิเนียมโดยตรงทุกวันผ่านการทาลงบนผิวหนัง เช่น ใต้วงแขนซึ่งนอกจากจะเป็นบริเวณที่ผิวบอบบางแล้ว ยังอาจมีบาดแผลจากการโกน หรือถอนยิ่งทำให้สารอะลูมิเนียมสามารถซึมผ่านเข้าไปสะสมในร่างกายได้ง่ายยิ่งขึ้น นอกจากนี้โลหะอะลูมิเนียมยังมีอยู่ในข้าวของเครื่องใช้ในครัว เช่น กระทะ ตะหลิว อะลูมิเนียมฟอยล์ ซึ่งสัมผัสกับอาหารที่เรารับประทาน และเข้าสู่ร่างกายได้เช่นกัน โดยเฉพาะการใช้อะลูมิเนียมฟอยล์ในการปรุงเมนูอาหารที่มีฤทธิ์เป็นกรด เช่น มะนาว ซึ่งจะทำปฏิกิริยากับอะลูมิเนียมและออกมาปนเปื้อนในอาหารที่เรารับประทานโดยไม่รู้ตัว”

นายแพทย์สมบูรณ์ แนะนำว่า ผู้บริโภคยุคใหม่ควรต้องหาความรู้ด้วยตัวเองเพื่อการเลือกสรรผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยต่อสุขภาพ แม้จะหลีกเลี่ยงอะลูมิเนียมไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็พยายามลดปัจจัยเสี่ยง เพื่อเลี่ยงการสะสมสารพิษในร่างกาย เช่น เปลี่ยนมาใช้เครื่องครัวที่ทำจากสเตนเลสสตีลหรือกระทะเซรามิก รวมถึงหลีกเลี่ยงเครื่องครัวจานชามที่ทำจากอะลูมิเนียม และเลี่ยงการใช้อะลูมิเนียมฟอยล์ร่วมกับอาหารที่มีฤทธิ์เป็นกรด เป็นต้น หรือเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิคที่มีส่วนจากธรรมชาติ ที่ได้รับการรับรองในระดับสากล โดยเฉพาะในยุโรปที่มีมาตรฐานสูงในการการันตีสินค้าออร์แกนิคออกสู่ตลาด ก็ช่วยทำให้มั่นใจว่าใช้ผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัย และไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว”

สำหรับผู้ใส่ใจสุขภาพที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์ออร์แกนิค เพื่อระงับเหงื่อและกลิ่นกายที่สกัดจากส่วนผสมธรรมชาตินีลส์ ยาร์ด เรมมิดีส์ (Neal’s Yard Remedies)ผู้นำระดับโลกด้านผลิตภัณฑ์ออร์แกนิคสำหรับดูแลผิวพรรณ สุขภาพ และความงามตัวจริงเสียงจริงจากประเทศอังกฤษ การันตีกว่า 50 รางวัล จากสถาบันต่างๆ และล่าสุดรางวัล CEW Eco Award Winner 2018 ภูมิใจนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ อาวุธลับที่จะช่วยขจัดกลิ่นกาย พร้อมระงับเหงื่อใต้วงแขนยาวนานถึง 24 ชั่วโมง

ใช้แล้วเห็นผลจริงที่สำคัญไม่มีส่วนผสมจากอะลูมิเนียม อย่าง นีลส์ ยาร์ด เรมมิดีส์ โรลออน ดีโอโดแรนท์ (Neal’s Yard Remedies Roll On Deodorant) ที่อุดมไปด้วยสารสกัดบริสุทธิ์จากธรรมชาติ อาทิ ไตรเอธิลไซเทรท (Triethyl Citrate) เป็นเอสเตอร์ของกรดซิตริก (ester of acid)ที่ได้จากข้าวโพดมีสรรพคุณช่วยยับยั้งการก่อเกิดเชื้อแบคทีเรียในเหงื่อ แบมบูซา อรุณดินาเซีย สเตม พาวเดอร์ (Bambusa Arundinacea Stem Powder) ที่ช่วยให้ผิวบอบบางใต้วงแขนแห้งสบายตลอดวัน

กรดชิคิมิก (Shikimic Acid) จากโป๊ยกั๊กหรือจันทน์แปดกลีบ ช่วยปกป้องกลิ่นกายและเหงื่อ ว่านหางจระเข้ (Aloe Vera) ช่วยในการรักษาบาดแผล รวมทั้งป้องกันการแพ้อักเสบของผิวหนัง ดูแลผิวบอบบางใต้วงแขน ให้นุ่มและเรียบเนียน กลิ่นหอมอ่อนโยนที่ให้ความรู้สึกแห้งสบาย สดชื่นตลอดวัน สามารถใช้ได้ทุกเพศทุกวัย

สามารถอัพเดตข้อมูลข่าวสารได้ทีwww.facebook.com/NealsYard RemediesThailand และ Instagram: @NYR_TH #ProofOrganicWorks #Neals YardRemediesTH #PremiumOrganic #GlobalLeader หรือช็อปออนไลน์อย่างมั่นใจได้ที่ http://www.nealsyardremedies.co.th

TUMI เปิดตัวคอลเลคชั่น กระเป๋าผู้ชาย Harrison

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/352214

TUMI เปิดตัวคอลเลคชั่น  กระเป๋าผู้ชาย Harrison

TUMI เปิดตัวคอลเลคชั่น กระเป๋าผู้ชาย Harrison

วันพุธ ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

TUMI (ทูมี่) ยังคงสร้างนิยามใหม่ให้กับความหรูหราและล้ำสมัย ผ่านการผสมผสานการออกแบบอันเยี่ยมยอดกับฟังก์ชั่นการใช้งานที่ลงตัว ล่าสุดเปิดตัวคอลเลคชั่นฤดูใบไม้ผลิสำหรับผู้ชายแห่งปี 2018 ยกระดับประสบการณ์การเดินทางของคนเมืองสมัยใหม่ด้วยไลน์กระเป๋าและอุปกรณ์เสริมระดับพรีเมียม ตั้งแต่กระเป๋าเป้ กระเป๋าใส่เอกสาร และอื่นๆ อีกมากมาย แรงบันดาลใจ
ในการออกแบบคอลเลคชั่นนี้มาจากกลิ่นอายผสมกับวัฒนธรรมอันน่าหลงใหลของรัฐแคลิฟอร์เนีย และไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายมากขึ้นของนักเดินทางยุคใหม่ จึงออกมาเป็นคอลเลคชั่นที่เป็นเลิศในด้านการผสมผสานนวัตกรรมเข้ากับดีไซน์ที่เรียบง่าย สวยงามและทันสมัย

สำหรับซีซั่นนี้ ดีไซน์ล้ำสมัยเหนือกาลเวลาของกระเป๋า TUMI คอลเลคชั่น Harrison โดดเด่นด้วยรูปทรงอันเป็นเอกลักษณ์ในวัสดุเส้นใยไนล่อนชนิดใหม่ เส้นสายรูปทรงที่ชัดเจน เรียบง่าย เกิดขึ้นได้ด้วยวัสดุหนังเนื้อนุ่มและผ้าไนล่อนที่มาในสีคลาสสิก ดำและน้ำตาล มีวางจำหน่ายในสีน้ำตาล เพบเบิล (Umber Pebbled) สำหรับกระเป๋าหนัง และสีน้ำเงินเข้มน้ำทะเล (Deep Ocean) สำหรับกระเป๋าที่ทำจากผ้าไนล่อน

กระเป๋า TUMI คอลเลคชั่น Harrison รุ่น Bates Backpack รุ่นยอดนิยมได้รับการออกแบบให้กะทัดรัดขึ้นประกอบด้วยซิปสองชั้นและช่องกระเป๋าด้านนอกสองช่องเพื่อให้หยิบของที่ต้องการได้อย่างสะดวก รวดเร็ว กระเป๋า TUMI คอลเลคชั่น Harrison รุ่น Seneca Slim Brief และ TaylorBrief ทำมาจากวัสดุไนล่อน ให้น้ำหนักเบาเป็นทางเลือกที่ดีกว่ากระเป๋าเอกสารแบบเดิมๆ ทั่วไป

รุ่นถัดมาคือ รุ่น Clifford Backpack ที่มีช่องเก็บของเปิดได้กว้าง มอบประสบการณ์ใหม่ให้กับการจัดแยกประเภทสัมภาระ ช่องเก็บของด้านในถูกออกแบบมาอย่างเป็นสัดส่วน และมีช่องที่สามารถหยิบของแบบเร่งด่วนได้ นอกจากนี้ยังมี รุ่น Danner BriefTote และ Forest Utility Bag มาในวัสดุไนล่อนเช่นกัน รูปทรงกระเป๋าถูกออกแบบมาให้ดูดี มีช่องใส่ของหลากหลาย เหมาะสำหรับการเดินทางสบายๆ ระหว่างที่ทำงานกับที่บ้าน

คอลเลคชั่นพิเศษเพื่อคุณแม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/352221

คอลเลคชั่นพิเศษเพื่อคุณแม่

คอลเลคชั่นพิเศษเพื่อคุณแม่

วันพุธ ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ในโอกาสวันแม่ที่กำลัง จะมาถึง 12 สิงหาคมนี้   แบรนด์เครื่องหนัง กระเป๋า รองเท้า ST.JAMES& TREND ขอเชิญชวนลูกๆ แสดงความรัก และร่วมสร้างความทรงจำที่น่าประทับใจด้วยการมอบสิ่งที่พิเศษแด่คุณแม่ ผ่านของขวัญจากST.JAMES& TREND ที่ได้เลือกสรร คอลเลคชั่นสุดพิเศษ เพื่อแทนใจจากคุณลูกถึงคุณแม่

St. James “ Rose  Collection” เป็นกระเป๋าดีไซน์เรียบง่าย เน้นประโยชน์การใช้สอยและความสวยงามโดยมี Accessories  เป็นพวงกุญแจดอกไม้ นำมาเป็นเครื่องประดับน่ารักๆ สร้อยข้อมือหรือสร้อยคอมีช่องแบ่งให้จัดของได้ง่าย จุและเบา มีให้เลือก สีดำ, สีฟ้า, สีเนื้อ, สีเทา และสีแดง

นอกจากคอลเลคชั่นพิเศษนี้แล้ว ยังมีกระเป๋ารองเท้าให้เลือกมากมาย ร่วมแสดงความรักให้แก่คุณแม่ได้ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่ ST.JAMES& TREND ทุกสาขา

คุณแหน : 18 กรกฎาคม 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/352232

คุณแหน : 18 กรกฎาคม 2561

วันพุธ ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ll กำลังอินกับข่าวน้องหมูป่าติดถ้ำเมื่อ ผาณิต บุณยวรรธนะ ไปกินอาหารในร้านหนึ่งในเชียงใหม่ พลันก็แลเห็นฝรั่งนักท่องเที่ยว 4 คน อีกโต๊ะหนึ่ง และหนึ่งในนั้นหน้าเหมือนนักดำน้ำถ้ำมาก สุดจะหักห้ามใจรีบรี่เข้าไปหมายจะขอบคุณที่ช่วยชีวิตหมูป่าและตั้งใจจะเลี้ยงอาหารเขาด้วย ปรากฏว่าได้รับคำปฏิเสธว่าไม่ใช่ ก็อยากจะใช่เหมือนกัน…

llนายกสภาสถาปนิกคนใหม่คือ พลเรือเอกฐนิธ กิตติอำพน อุปนายก 1 ผศ.ดร.ไขศรีภักดิ์สุขเจริญ อุปนายก 2 ชาญณรงค์แก่นทอง เริ่มปฏิบัติหน้าที่แล้ว ตั้งแต่ 12 ก.ค.ที่ผ่านมา และนับไปอีก 3 ปี หลังจากมีการส่งมอบงานระหว่างกรรมการชุดเดิมให้กับกรรมการชุดใหม่…

ll ครอบครัว วีรศักดิ์ มีข่าวที่น่ายินดีเพิ่มอีกหลังจากเพิ่งจะยินดีว่าครอบครัวมีแม่ดีเด่นเพิ่มเป็น 4 คน พี่สาวคนโต อ.มนต์ฤดี วัชรประทีป เป็นแม่ดีเด่นปี 2561 และก็มีข่าวดีเพิ่มคือ พญ.ศรีวรรณา พูลสรรพสิทธิ์ อดีตรองอธิบดีกรมสุขภาพจิต ได้รับการคัดเลือกให้เป็นสตรีไทยดีเด่น ประจำปี 2561 ในนามแพทย์สตรีแห่งประเทศไทย…

llสาวไทยอกหักกันเป็นแถวกับข่าวความรักของ “ริค สแตนตัน” หนึ่งในฮีโร่จากทีมนักดำน้ำชาวอังกฤษ ที่ร่วมภารกิจช่วยหมูป่า 13 ชีวิตออกจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน พบรักพยาบาลสาวชาวเชียงราย ก่อนหมูป่าติดถ้ำ 2-3 เดือน โดยทั้งคู่เจอกันเมื่อสาวเชียงราย ไปเที่ยวที่ประเทศอังกฤษเมื่อต้นปีที่ผ่าน…

ll บ้านของ เกศินี ตันประเสริฐ ที่ซอยศูนย์วิจัย กลายเป็นแหล่งนัดพบของสัตว์ที่ไม่มีใครปรารถนาจะเลี้ยง วันหนึ่งตัวเงินตัวทองยาวหัวถึงหางเมตรกว่าจากป่าข้างบ้านเข้ามาเดินในบ้าน ตกเป็นเหยื่อของสองหมาที่บ้านรุมกัด เป็นตัวที่สามของช่วงสองเดือนที่ผ่านมายังไม่ทันเอาไปฝัง ปรากฏว่าไม่ตายค่อยๆ ขยับจากสนามหญ้าไปที่โรงรถได้ สองหมาไม่เห็นเพราะไม่สนใจแล้ว เจ้าของบ้านเลยโทร.ตามทีม กทม. ให้มาพาไปรักษา อีกครั้งหนึ่ง งูเหลือมตัวยาว กำลังรัดลูกแมวอยู่บนเพดานโรงรถ คราวนี้ช่วยลูกแมวไม่ทัน…

ll สายบู๊…ยุพรัตน์ หอประเสริฐสุข นานๆ เข้ากทม.ทีมีนัดกับเพื่อนสองคน ก็มีอันต้องปะคารมกับสาววัยน้องที่ยืนกีดขวางทางเดิน ก่อนจะเลิกราทางใครทางมัน เธอฝากประโยคเด็ดไว้ว่า“จะบอกให้นะ  แบบเนี้ยะ ถ้ามี …ว สักคนคงจะดีขึ้น”แล้วเดินจากมา ทำเอาสองเพื่อนกลัวว่าแม่สาวคนนั้นจะตามมาเอาคืนแล้วจะโดนลูกหลงไปด้วย…

ll กฤษฎา โรจนกร ไปได้งานออกแบบโรงแรมที่อินเดีย เจ้าของเป็นดาราบอลลีวู้ดเลยเชียว เลยชักเริ่มส่ายคอกระด๊อกกระแด๊กแบบแขกแล้ว ส่งรูปกำลังสัมผัสมือกับดาราวัย 70 กว่ามาให้เพื่อนดูเพื่อนแยกไม่ออกว่าคนไหนสถาปนิก คนไหนเจ้าของโรงแรม…

ll กลุ่มเพื่อนนิเทศศาสตร์รุ่น5 อาทิ วิไลศรี ไกรฤกษ์,จินตนาปั้นทอง ชวนกันไปเที่ยวญี่ปุ่นกลุ่มใหญ่ขาด ศรีวิการ์ เมฆธวัชชัยกุล เพราะต้องอยู่รับแขกวีไอพีที่เชียงราย แต่รายหลังคงยินดีที่ไม่ได้ไป เพราะได้ข่าวว่าญี่ปุ่นร้อนมาก…ll

หนูภา

ศรีทองพาณิชย์ เปิดตัวสุดยอดนาฬิกา ระบบไฮบริดเรือนแรกของโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/352219

ศรีทองพาณิชย์ เปิดตัวสุดยอดนาฬิกา  ระบบไฮบริดเรือนแรกของโลก

ศรีทองพาณิชย์ เปิดตัวสุดยอดนาฬิกา ระบบไฮบริดเรือนแรกของโลก

วันพุธ ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

บริษัท ศรีทองพาณิชย์ จำกัด โดยวิภาวรรณ มหาดำรงค์กุล ร่วมกับ บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด จัดงานเปิดตัวนาฬิกาข้อมือFREDERIQUE CONSTANT รุ่นพิเศษ “3.0Hybrid Manufacture” ระบบไฮบริดเรือนแรกของโลก ปฏิวัติวงการนาฬิกาสวิส โดยการผสมผสานนาฬิการะบบกลไก และนวัตกรรมนาฬิกากลไกอัจฉริยะเข้าไว้ด้วยกัน พร้อมประกาศให้ บริษัท ศรีทองพาณิชย์ จำกัด เป็นผู้จัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการรายใหม่ในประเทศไทย วันที่ 24 กรกฎาคม 2561ตั้งแต่เวลา 15.00 น. ณ ร้าน Escape Bangkok ชั้น 5 ตึก บี ดิ เอ็มควอเทียร์

ภายในงานพบกับเหล่าเซเลบริตี้ที่ชื่นชอบนาฬิกา และซุป’ตาร์สาว วุ้นเส้น-วิริฒิพา ภักดีประสงค์ที่จะมาร่วมเดินแบบโชว์นาฬิกาและพูดคุยถึงความประทับใจเกี่ยวกับนาฬิกาเรือนโปรดที่เป็นเสมือนบันทึกแห่งความทรงจำ ร่วมด้วยบรรดาแขกผู้เกียรติที่มีชื่อเสียงในแวดวงสังคมที่มาร่วมแสดงความยินดีอย่างคับคั่ง

การเปิดตัวนาฬิกา 3.0 Hybrid Manufactureในครั้งนี้ ได้เนรมิตพื้นที่บริเวณร้าน Escape Bangkokดิ เอ็มควอเทียร์ ให้กลายเป็นแหล่งรวมของผู้ที่ชื่นชอบนาฬิการะดับพรีเมียม ด้วยบรรยากาศสบายๆ แต่ให้ความเรียบหรู พร้อมให้แขกผู้มีเกียรติทุกท่านได้ร่วมสัมผัสกับนาฬิกาสุดหรู โดดเด่นด้วยการนำเอา3 เทคโนโลยีอันยอดเยี่ยมรวบรวมเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ได้แก่ กลไกการผลิต FC-750 Hybrid Manufactureเป็นนวัตกรรมใหม่ล่าสุดที่ผสมผสานระบบกลไก และระบบไฟฟ้าเข้าด้วยกัน ฟังก์ชั่นสมาร์ทวอทช์ สามารถติดตามการทำกิจกรรมของผู้สวมใส่ ไม่ว่าจะเป็นการนับจำนวนก้าวการเดินการคำนวณอัตราการเผาผลาญพลังงานในแต่ละวัน และติดตามการนอนหลับ รวมถึงการตั้งเป้าหมายชั่วโมงการนอนหลับได้อีกด้วย ฟังก์ชั่นวิเคราะห์กลไก ภายในตัวเครื่องจะมีระบบอัลกอริทึมสามารถประมวณผลเพื่อตรวจวัดคุณภาพความเที่ยงตรงของกลไกนาฬิกา ซึ่งจะแสดงผลเป็นกราฟให้ผู้ใช้ได้เห็นบนแอพพลิเคชั่นบนมือถือ

นอกจากนี้ยังมีการเดินแบบโชว์นาฬิกา โดยเหล่าเซเลบริตี้ชื่อดัง อาทิ ซอนญ่า สิงหะ, เขริกา โชติวิจิตร, คุณนนท์อัมระนันทน์, ณัฏฐกรณ์ ชุณหะวัณ ปิดท้ายด้วยซุป’ตาร์สาววุ้นเส้น-วิริฒิพา ภักดีประสงค์ และยังได้รับเกียรติจาก มิสเตอร์ วิลเลียมส์ เบส ผู้อำนวยการฝ่ายขายประจำภูมิภาคเอเชียและตะวันออกกลาง FREDERIQUE CONSTANT เป็นประธานเปิดงาน ร่วมกับ วิภาวรรณ มหาดำรงค์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศรีทองพาณิชย์ จำกัด

นาฬิกาข้อมือรุ่นพิเศษ “3.0 Hybrid Manufacture” มีให้เลือก 2 แบบ ได้แก่ สี Silver ราคา 126,000 บาท และสี Rose Gold ราคา 138,000 บาทพิเศษสุดสำหรับสมาชิกM Card รับส่วนลดสูงสุดถึง 30% เมื่อซื้อนาฬิกา FREDERIQUE CONSTANT รุ่นใดก็ได้ภายในงาน และสามารถนำบัตรกำนัลไปเป็นส่วนลดได้ถึง 25% พบกับนวัตกรรมแห่งกาลเวลา สุดยอดนาฬิการะบบไฮบริดเรือนแรกของโลก ภายในห้างสรรพสินค้าในเครือเดอะมอลล์ ทุกสาขา, พารากอน, ดิ เอ็มโพเรียม และดิ เอ็มควอเทียร์ ตั้งแต่วันนี้-31 ธันวาคม 2561 สอบถามเพิ่มเติมโทร M Card Call Center 02-789-5555 หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.mcardmall.com

มุมนี้มีนัด : 18 กรกฎาคม 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/352210

587585

มุมนี้มีนัด : 18 กรกฎาคม 2561

วันพุธ ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

l ท่องเที่ยวตามรอยศาสตร์พระราชา

คณะเอกอัครราชทูตกว่า 25 ประเทศตอบรับคำเชิญจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โดย ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย บินตรงเข้าร่วมในโครงการ “แหล่งท่องเที่ยวตามรอยศาสตร์พระราชา สู่การเชื่อมโยงแอ่งท่องเที่ยว” ใน 5 เส้นทางตัวอย่าง อาทิ โครงการเกษตรวิชญาจ.เชียงใหม่, โครงการ 1 ไร่ แก้จนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชน ทหารบก จ.ราชบุรี, โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช,โครงการศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดงตามพระราชดำริ จ.ระยอง และโครงการปรับปรุงอ่างเก็บน้ำต้นลำปะเทีย จ.บุรีรัมย์ ที่เหล่าคณะทูตจะลงพื้นที่ในระหว่างเดือนก.ค.-ก.ย.นี้ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ http://www.tourismthailand.org/kingwisdom

l มหกรรมสมุนไพรแห่งชาติครั้งที่ 15 

องค์การเภสัชกรรมร่วมจัดงานประชุมวิชาการและมหกรรมแสดงผลงาน 100 ปี การสาธารณสุขไทยและงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติครั้งที่ 15 ขึ้นระหว่างวันที่ 18-21กรกฎาคม 2561 ณ อาคารชาลเลนเจอร์1 และ 2 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพค เมืองทองธานี  โดยมีการจัดแสดงเทคโนโลยีการควบคุมคุณภาพและผลิตยา  โครงการสำคัญ เพื่อสร้างการเข้าถึงยา การจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร ลด 25 เปอร์เซ็นต์ พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ จัดกิจกรรมให้ความรู้เรื่องการผลิตยาคุณภาพ การใช้ยาอย่างสมเหตุสมผล ความรู้เรื่องสมุนไพร และร่วมเล่นเกม และกิจกรรมแจกของรางวัลให้กับประชาชนที่ร่วมกิจกรรมในบูธ

l งานวันวิชาการ

โรงเรียนมัธยมสาธิตวัดพระศรีมหาธาตุ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร จัดงานวันนักวิชาการ ประจำปีการศึกษา 2561 “Active Learning การเรียนรู้สู่อนาคต” ในวันพฤหัสบดี 26 กรกฎาคม 2561 เวลา 08.30-16.30 น. ณ โรงเรียนมัธยมสาธิตวัดพระศรีมหาธาตุ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมแข่งขันรายการต่างๆ ได้ที่เว็บไวต์ :vichakam.wpm.ac.thหรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร.02-521-0690ต่อ 333

นิทรรศการ ‘ชาย หญิง สิ่งสมมุติ : Gender Illumination’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/352228

นิทรรศการ ‘ชาย หญิง สิ่งสมมุติ : Gender Illumination’

นิทรรศการ ‘ชาย หญิง สิ่งสมมุติ : Gender Illumination’

วันพุธ ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ชนน์ชนก พลสิงห์

เพื่อให้ประชาชนได้เข้าใจมีทัศนะที่เปิดกว้างต่อความหลากหลายทางเพศ ทั้งกับตนเอง และบุคคลรอบข้างเพิ่มมากขึ้น เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันอย่างปราศจากอคติทางเพศ และเพื่อจุดกระแสสังคม ในเรื่องราวที่ประชาชนควรให้ความสำคัญ ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นที่มาของการจัดนิทรรศการหมุนเวียนล่าสุดของมิวเซียมสยาม ในชื่อนิทรรศการ “ชาย หญิง สิ่งสมมุติ : Gender Illumination”

ชนน์ชนก พลสิงห์ ภัณฑารักษ์ผู้จัดนิทรรศการ “ชาย หญิง สิ่งสมมุติ”สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ(มิวเซียมสยาม) กล่าวว่า เป็นอีกก้าวสำคัญ ที่หยิบยกประเด็นซึ่งมีความละเอียดอ่อนในสังคม ที่มีทั้งกระแสทั้งในแง่บวกและลบ ซึ่งมิวเซียมสยามที่มุ่งเน้นให้เกิดการเรียนรู้ เพื่อเป็นก้าวสำคัญในการเดินหน้ายกระดับสังคม และมีเป้าหมายสูงสุดเพื่อให้ผู้คนได้เข้าใจ และเปิดใจยอมรับ ในประเด็นความหลากหลายทางเพศ ของทั้งตนเอง บุคคลใกล้ชิด โดยไม่ได้ต้องการเรียกร้อง-ผลักดันสิทธิหรือกฎหมายในประเด็นดังกล่าว

โดย นิทรรศการ ได้รับการออกแบบให้เล่าเรื่อง ผ่าน 2 ส่วนการจัดแสดง ส่วนแรกคือ “เขาวงกตแห่งเพศ” ในรูปแบบทางวงกตกลางแจ้งที่จะชวนคุณตั้งคำถาม เกี่ยวกับการจำกัดคำนิยามทางเพศ ผ่าน “คำพูด” ที่พบเจอและถูกใช้ในชีวิตประจำวันซึ่งแฝงไว้ด้วยการตีกรอบของสังคมด้านเพศ การแบ่งคู่ตรงข้าม การเหยียดและการเหมารวม ที่ถูกสั่งสมสร้างขึ้นในสังคมไทย อาทิ คำว่า “ชายชาตรี”ที่ถูกใช้เพื่อนิยามเพศ “ชาย” แสดงออกถึงความแข็งแรง ห้าวหาญ กำยำล่ำสัน หรืออย่างคำว่า “ผ้าพับไว้”ที่ถูกใช้เพื่อนิยามลักษณะนิสัยของเพศ “หญิง” เรียบร้อย จริตประณีต เป็นแบบแผน เป็นต้น ซึ่งแท้จริงแล้วในสังคม เพศชาย อาจไม่ต้องมีรูปร่างกำยำล่ำสัน และเพศหญิงเอง อาจไม่ต้องเรียบร้อยเหมือนผ้าพับไว้ ดังมายาคติที่สังคมสร้างขึ้น และเคยชินก็เป็นได้

ส่วนถัดมาเป็นห้องจัดแสดงนิทรรศการ ที่ได้รับการออกแบบเป็นเส้นทางวงกต ภายใต้คอนเซ็ปต์“โรงละคร” ครอบคลุมพื้นที่กว่า 715ตารางเมตร นำเสนอเรื่องราวหลากมิติของความหลากหลายทางเพศ เริ่มต้นด้วยโซนชวนทำความเข้าใจเรื่องเพศด้วยโมเดลมนุษย์ขนมปังขิง ที่จะปลดล็อกมายาคติด้านเพศออกเป็นสองมิติ ระหว่างร่างกายและจิตใจ พร้อมกิมมิคบอดี้สแกนเนอร์ (Kinnect) ที่สะท้อนว่า เพศสภาพ เป็นเพียงลักษณะทางกายภาพภายนอก ที่ไม่สามารถใช้จำกัดความสำนึกทางเพศ การแสดงออก และความรู้สึกภายในได้

ถัดมากับโซน “ห้องน้ำไร้เพศ”นำเสนอการแบ่งนิยามทางเพศ ซึ่งจำกัดจากแค่เพียงเพศสภาพ ความเป็นชายและหญิงที่ถูกแบ่งแยกในพื้นที่สาธารณะอย่างเช่นห้องน้ำ พร้อมชวนตั้งคำถาม “จะดีกว่าหรือไม่ หากมีห้องน้ำไร้เพศ ในที่สาธารณะ”

“บันทึก-เพศ-สยาม” เป็นอีกโซนที่ย้อนกลับไปศึกษาถึงประวัติศาสตร์ ความเป็นมา ของความหลากหลายทางเพศในหน้าประวัติศาสตร์ไทย ที่อาจไม่ได้ถูกบรรจุเข้าไว้ในบทเรียน เช่นการตีตราและการจำกัดสิทธิ์บุคคลผู้มีความหลากหลายทางเพศด้วยกฎหมายตราสามดวง

โซน “ฉากชีวิต” ซึ่งนับว่าเป็นจุดเด่นของนิทรรศการ ภายใต้คอนเซ็ปต์การนำเสนอในธีม “โรงละคร” ที่คอยต้อนรับผู้เข้าชม ให้ได้ก้าวเข้าสู่ม่านละครชีวิตครบรส ของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ

นอกจากนี้ยังมีวัตถุจัดแสดง กว่า 100 ชิ้น ที่ได้รับการจัดแสดงภายในนิทรรศการเต็มเปี่ยมไปด้วยเรื่องราวมากมาย เพื่อเป็นตัวแทนเรื่องราว ที่สังคมควรตระหนัก และเข้าใจถึงผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น จากการตีกรอบกำหนดทางเพศ อาทิ “พวงหรีด”สิ่งของจากคู่รักที่ไม่สามารถเปิดเผยความสัมพันธ์ให้สังคม หรือแม้แต่คนรอบตัวได้รับรู้ หรือ อย่างประเด็น “การใช้ฮอร์โมนเพศประเภทต่างๆ” ของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ ในอดีต ที่ ต้องศึกษา เรียนรู้ และทดลองที่จะบริโภคด้วยตนเอง แม้ในขณะที่ยังเป็นนักเรียนนักศึกษาอยู่ ตลอดจนเพื่อตระหนักถึงความสำคัญของการมีระบบสาธารณสุขรองรับ สำหรับกลุ่มเพศดังกล่าวในด้านต่างๆ ที่ควรจะมีเพิ่มมากขึ้นในสังคมไทย

สุดท้ายกับโซน “ตบแต่งตัวตน”แบ๊กสเตจของโรงละคร พื้นที่อิสระให้ทุกคนได้ทดลองแต่งตัว แบบไม่ต้องกังวลเรื่องกรอบของสังคมเรื่องเพศด้วยเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย เครื่องประดับต่างๆ เป็นต้น

นิทรรศการ เปิดให้เข้าชมแล้วตั้งแต่วันนี้-30 กันยายน 2561 โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ทุกวันอังคาร-วันอาทิตย์(ปิดวันจันทร์) เวลา 10.00-18.00 น.ณ มิวเซียมสยาม ท่าเตียน กรุงเทพฯ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อหมายเลขโทรศัพท์ 02-225-2777หรือ http://www.museumsiam.org