จี้ พีระพันธุ์ ส่งสัญญาณบวก แก้รธน.สร้างเชื่อมั่นประเทศ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/407797?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

จี้ พีระพันธุ์ ส่งสัญญาณบวก แก้รธน.สร้างเชื่อมั่นประเทศ

31 ธันวาคม 2562 – 12:59 น.
ชวลิต,เพื่อไทย,พีระพันธุ์,กมธรธน,สร้างความเชื่อมั่น,ก่อนเศรษฐกิจจะดิ่งเหว
เปิดอ่าน 61 ครั้ง

“ชวลิต” เรียกร้อง “พีระพันธุ์” ส่งสัญญาณบวก ร่วมมือ กมธ. แก้รธน.สร้างความเชื่อมั่นประเทศ เป็นของขวัญปีใหม่ ก่อนเศรษฐกิจจะดิ่งเหว

เมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 2562 – นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย ให้ความเห็นว่า ในโอกาสส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ตนอยากเห็น กมธ.วิสามัญศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญซึ่ง มีนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เป็นประธาน กมธ.ได้ส่งสัญญาณบวกให้ชาวโลกและประชาชนเกิดความเชื่อมั่นว่า กมธ.จะแก้ รธน.ให้เป็นประชาธิปไตย และมีเสถียรภาพโดยเร็ว

นายชวลิต กล่าวอีกว่า ช่วงกว่า 5 ปีที่ผ่านมา นักลงทุนทั้งไทยและเทศได้ชะลอการลงทุน ปิดกิจการ และย้ายฐานหนี เพราะกติกาบ้านเมือง คือ รธน.ไม่เป็นประชาธิปไตยและส่งผลให้การเมืองไม่มีเสถียรภาพ ปัญหาเศรษฐกิจบ้านเมืองจึงถดถอยอย่างยิ่ง ตนเห็นว่าโดยสามัญสำนึก ไม่มีผู้นำประเทศใดจะมีความสุขอยู่บนความเดือดร้อนของประชาชนได้ ต้องยอมรับว่า เวลากว่า 5 ปีที่ผ่านมาเป็นเครื่องพิสูจน์แล้วว่า รัฐบาลนี้ไม่อาจแก้ปัญหาเศรษฐกิจบ้านเมืองได้ ตราบใดที่รัฐบาลนี้ไม่สร้างความเชื่อมั่นประเทศด้วยการทำให้กติกาบ้านเมืองเป็นประชาธิปไตยและมีเสถียรภาพ

“ผมมั่นใจว่า ท่านประธานพีระพันธุ์ เป็นทั้งนักประชาธิปไตยและนักกฎหมาย และทราบถึงหัวใจของปัญหา คือ ความเชื่อมั่นประเทศทางด้านการเมือง การปกครอง จึงขอเรียกร้องให้ท่านประธาน กมธ.รธน. มอบของขวัญ
ปีใหม่ ปี 2563 แก่ประชาชนคนไทยด้วยการส่งสัญญาณบวกว่าจะร่วมมือกับ กมธ.และภาคส่วนต่างๆ แก้ไข รธน.โดยมีเป้าหมายให้ รธน. เป็นประชาธิปไตย และการเมืองมีเสถียรภาพโดยเร็ว รัฐบาลนี้ได้ใช้เวลาในการบริหารประเทศมานานพอสมควร ควรปล่อยวางอำนาจได้แล้ว มิเช่นนั้น เศรษฐกิจจะดิ่งเหวจนยากที่จะฟื้นฟูเยียวยา ซึ่งจะเป็นตราบาปไว้กับ ครม.ชุดนี้ชั่วชีวิต” นายชวลิต กล่าว

นายชวลิต กล่าวอีกว่า ขณะนี้พี่น้องประชาชนเดือดร้อนแสนสาหัสในปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้อง ขออย่าได้หลงมัวเมาในอำนาจ จนลืมนึกถึงความทุกข์ยากของประชาชน จึงขอเตือนสติไว้ด้วยความหวังดีต่อประเทศชาติและประชาชนมา ณ โอกาสส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ปี 2563

ชวนไม่เอาทหารนั่งส.ส.แต่หนุนดึงร่วมสังคายนารธน. #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/407795?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

ชวนไม่เอาทหารนั่งส.ส.แต่หนุนดึงร่วมสังคายนารธน.

31 ธันวาคม 2562 – 12:52 น.
ชวน หลีกภัย,แก้รัฐธรรมนูญ,สว
เปิดอ่าน 108 ครั้ง

ชวน ไม่เอาผบ.เหล่าทัพ นั่งส.ว. แนะกมธ.แก้รธน.ยึดประโยชน์-ไม่จ้องล้มล้างรธน. เชื่อหากกมธ.ฯ คุยกันจะหาทางออกได้ หนุนโละตำแหน่ง ผบ.เหล่าทัพเป็นส.ว.โดยตำแหน่ง

31 ธันวาคม 2562  “ชวน”ไม่เอาผบ.เหล่าทัพ นั่งส.ว.แนะกมธ.แก้รธน.ยึดประโยชน์-ไม่จ้องล้มล้างรธน.เชื่อหากกมธ.ฯคุยกันจะหาทางออกได้ หนุนโละตำแหน่งผบ.เหล่าทัพ เป็นส.ว.โดยตำแหน่ง

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ว่า ในการพิจารณาหาแนวทางไม่ควรคิดว่าคือการหาแนวทางล้มรัฐธรรมนูญ ส่วนกมธ.ฯ จะหาแนวทางที่นำไปสู่การแก้ไขเป็นรายมาตราหรือเฉพาะส่วนนั้น เป็นประเด็นที่กมธ.ต้องพิจารณา โดยยึดถือความร่วมมือ เพื่อปรับปรุงให้รัฐธรรมนูญมีประสิทธิภาพ มีประชาธิปไตยมากขึ้น

การแก้ไขนั้นแล้วแต่กมธ.ฯ แต่ตอนนี้ไม่ยึดหลักการแค่ว่าจะใช้วิธีล้มอย่างเดียว ควรพิจารณาแนวทางที่ควรจะเป็น เชื่อว่ากมธ.ฯ ที่มาจากหลายฝ่ายจะคุยกันได้ เพราะมีปัญหาที่กระทบกับหลายกลุ่ม หากคุยกัน ทำความเข้าใจกันได้ ความขัดแย้งจะเบาลง ส่วนความเห็นหากจะให้เห็นเหมือนกันหมดคงไม่ได้ แต่แนวทางที่สำคัญคือการยึดประโยชน์ของส่วนรวม เพราะหากไม่คิดจะปรับหรือแก้ไข จะทำอะไรไม่ได้ โดยในเวลาที่กมธ.ฯ ศึกษา ตามกรอบ 120 วัน ขณะที่ระยะเวลาการแก้ไขนั้นกำหนดไม่ได้ ทั้งนี้อยู่ที่กมธ. ว่าจะพิจารณาอย่างไร ซึ่งผมสนับสนุนที่เชิญทุกฝ่ายหารือร่วมกัน

นายชวน ยังกล่าวต่อประเด็นการเชิญส.ว. เข้ามามีส่วนร่วมกับกมธ.ฯ ว่า ตนเคยให้ความเห็นว่าควรฟังทุกฝ่าย รวมถึงส.ว. เพื่อคุยในหลักการและเป้าหมายการพัฒนา บทบาทการพัฒนาประเทศ เพราะต้องยอมรับว่าส.ว.มีประโยชน์ เช่น การตรวจสอบบุคคลให้ดำรงตำแหน่งที่ทำได้ดีกว่า ส.ส.

ดังนั้นต้องพิจารณาร่วมกัน ส่วนที่ต้องปรับนั้นตนเห็นว่า เช่น ผู้นำเหล่าทัพที่ได้เข้ามาเป็นส.ว. ไม่ควรระบุตำแหน่งไว้ หากจะเลือกต้องเป็นระบบเดิม ไม่ใช่ยึดโดยตำแหน่งตามหลักประชาธิปไตย.

เปิดแผนเร่งด่วนแก้ปัญหา 6 กลุ่มเป้าหมาย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/407777?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

เปิดแผนเร่งด่วนแก้ปัญหา 6 กลุ่มเป้าหมาย

31 ธันวาคม 2562 – 11:10 น.
แผนแก้ปัญหา,รัฐบาล,นฤมล ภิญโญสินวัฒน์
เปิดอ่าน 123 ครั้ง

เปิดแผนแผนงานรัฐบาล 2563 เร่งแก้ปัญหาปากท้อง ออกแบบมาตรการสอดรับกับรายกลุ่มเป้าหมาย เกษตรกร ผู้มีรายได้น้อย ผู้สูงอายุ ลูกจ้าง SMEs และ startups

31 ธันวาคม 2562 นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า ในปี พ.ศ. 2563 ที่กำลังจะมาถึงนี้ รัฐบาลมุ่งมั่นเดินหน้าดูแลยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน

โดยเน้นมาตรการแก้ปัญหาปากท้องที่จะออกแบบให้เหมาะกับแต่ละกลุ่มเป้าหมาย ดังนี้

1. กลุ่มเกษตรกร มุ่งสร้างเกษตรครบวงจร และเกษตร BCG

นายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำให้ทำการประเมินผลของมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรที่ทำมาในปี 2562 เพื่อพิจารณาทบทวนออกมาตรการที่จะนำไปสู่การสร้างเกษตรครบวงจรและเกษตร BCG โดยจะต้องใช้ตลาดนำการผลิต กล่าวคือ การใช้ข้อมูลความต้องการของตลาดในประเทศ ตลาดส่งออก และตลาดสินค้าเกษตร BCG และเกษตรแปรรูป ที่ชัดเจนมาช่วยกำหนดแผนการผลิตพืชแต่ละชนิดให้กับเกษตรกร ควบคู่ไปกับแผนบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตรตามบริบทของพื้นที่ แผนการทำเกษตรแปลงใหญ่และการใช้นวัตกรรมเพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิต

อย่างไรก็ตาม ในระยะเปลี่ยนผ่าน อาจจะยังต้องมีการสนับสนุนต้นทุนการผลิตสำหรับพืชบางชนิด ทั้งนี้ การทำประกันภัยพืชผลจากความเสี่ยงของภัยธรรมชาติยังเป็นสิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญ สุดท้าย นโยบายที่รัฐบาลจะมุ่งไปสู่ คือ นโยบายรักษาเสถียรภาพของราคาสินค้าเกษตรผ่านมาตรการที่เหมาะสมสำหรับพืชแต่ละชนิด เช่น มาตรการสินเชื่อชะลอการขาย สินเชื่อรวบรวมข้าวเพือดูดซับปริมาณผลผลิตจากท้องตลาดในช่วงที่ผลผลิตออกพร้อมกัน หรือมาตรการส่งเสริมให้นำพืชผลทางการเกษตรไปใช้มากขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการแทรกแซงกลไกราคาตลาด อย่างเช่น นโยบายส่งเสริมน้ำมันไบโอดีเซล บี10 เป็นต้น

2. กลุ่มผู้มีรายได้น้อย ปรับและกำหนดเกณฑ์เพื่อขึ้นทะเบียนผู้มีรายได้น้อย และพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างครอบคลุม

นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ทำการศึกษาทบทวนโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยให้นำเอาข้อมูลผู้มีบัตรสวัสดิการ 14.6 ล้านคน มาวิเคราะห์และพิจารณาทบทวนการกำหนดเกณฑ์คุณสมบัติของผู้มีรายได้น้อย เพื่อนำไปสู่การขึ้นทะเบียนผู้มีรายได้น้อยประจำปี 2563 เพื่อคัดกรองให้ได้ผู้มีรายได้น้อยจริงมาเข้าสู่มาตรการพัฒนาคุณภาพชีวิต 4 ด้านหลัก

ทั้งนี้คือ 1) สวัสดิการขั้นพื้นฐาน ที่ควรจะจัดสรรตามความจำเป็นที่แตกต่างกันในแต่ละกลุ่ม เช่น ผู้สูงอายุ ผู้พิการ เกษตรกร 2) การพัฒนาทักษะทางอาชีพ ที่สอดคล้องกับบริบทของการทำงานและการจ้างงานในพื้นที่ 3) การหางานให้ทำ ทั้งงานที่มีนายจ้าง การรับงานไปทำที่บ้าน และอาชีพอิสระ 4) การเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบ เพื่อแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ ทั้งหมดนี้ เพื่อนำไปสู่การให้โอกาสกับผู้มีรายได้น้อย เพื่อช่วยให้ผู้มีรายได้น้อยหลุดพ้นจากความยากจนได้อย่างยั่งยืน

3. กลุ่มผู้สูงอายุ จัดสวัสดิการที่เหมาะสมและส่งต่อการจ้างงาน

ประชากรไทยที่มีอายุเกิน 60 ปี มีจำนวนประมาณ 11.35 ล้านคน ในจำนวนนี้ 8.4 ล้านคนได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ที่เหลือได้รับบำนาญของหน่วยงานที่เคยสังกัด มีผู้สูงอายุที่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรวม 5 ล้านคน ทั้งนี้ ผู้สูงอายุ 4.06 ล้านคน ยังคงทำงานอยู่ โดยเป็นแรงงานนอกระบบรวม 3.59 ล้านคน ซึ่งส่วนมากคืออาชีพเกษตรกร นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญเป็นอย่างมากกับการดูแลกลุ่มผู้สูงอายุ โดยได้มอบหมายกระทรวงที่เกี่ยวข้องพิจารณามาตรการส่งเสริมการจ้างงานผู้สูงอายุ การจัดสวัสดิการที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุที่มีความแตกต่างกัน เช่น ผู้สูงอายุติดเตียง ติดบ้าน ติดสังคม รวมตลอดถึงมาตรการส่งเสริมให้บุตรหลานดูแลผู้สูงอายุในครอบครัว เพื่อสร้างสังคมกตัญญู

4. กลุ่มลูกจ้าง ยกระดับคุณภาพชีวิต

นายกรัฐมนตรีมีความห่วงใยพี่น้องที่เป็นลูกจ้าง 14.6 ล้านคน ที่ถึงแม้จะมีรายได้เกิน 100,000 บาทต่อปี จึงไม่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่อาจมีค่าครองชีพที่สูง โดยเฉพาะลูกจ้างที่ทำงานในเมือง จึงได้มอบหมายให้กระทรวงที่เกี่ยวข้องร่วมกับภาคเอกชน ในการกำหนดมาตรการดูแลลดภาระค่าครองชีพให้กับลูกจ้าง นายกรัฐมนตรียังได้กำชับให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐพิจารณาหามาตรการช่วยเหลือบรรเทาภาระหนี้นอกระบบให้กับกลุ่มลูกจ้างต่อไปด้วย นอกจากนี้ ในรายที่ถูกเลิกจ้างงาน รัฐบาลจะได้เข้าช่วยพัฒนาทักษะและหางานให้ทำต่อไป

5. กลุ่ม ผู้ประกอบการ SMEs และ startups

กลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจขนาดจิ๋ว เล็ก ถึงกลาง รวมถึงสตาร์ทอัพ นับเป็นฟันเฟืองหลักในระบบเศรษฐกิจของไทยที่รัฐบาลไม่เคยละเลยมาโดยตลอด และจะยกระดับการดูแลพัฒนาผู้ประกอบการในปีหน้า ไม่ว่าจะเป็นด้านนวัตกรรม ความรู้ แหล่งเงินทุน และการปลดล็อคเงื่อนไขที่ทำให้เกิดข้อจำกัดต่อผู้ประกอบการสตาร์ทอัพ

วราวุธ ย้ำหนักแน่นรัฐนาวาพล.อ.ประยุทธ์รอดฝั่ง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/407769?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

วราวุธ ย้ำหนักแน่นรัฐนาวาพล.อ.ประยุทธ์รอดฝั่ง

31 ธันวาคม 2562 – 10:45 น.
วราวุธ,พรรคชาติไทยพัฒนา,ลดโฟม
เปิดอ่าน 100 ครั้ง

“วราวุธ” เชื่อ รัฐนาวาของ พล.อ.ประยุทธ์ จะไปได้ตลอดรอดฝั่ง มอง การชุมนุมเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น ย้ำ ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ไม่เอื้อประโยชน์ฝ่ายใด

31 ธันวาคม 2562 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  กล่าวถึงการทำงานของรัฐบาลในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาภายใต้เสียงปริ่มน้ำ

โดยระบุว่า จะเห็นว่าทุกครั้งสามารถแก้ปัญหาได้ แต่เป็นธรรมดาของสภาที่มาจากการเลือกตั้ง แม้จะมีภารกิจและความท้าทายแต่เชื่อว่าการทำงานของพรรคร่วมรัฐบาล และรัฐมนตรีจะสามารถนำรัฐนาวาของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ไปได้ตลอดรอดฝั่งแก้ปัญหาให้กับประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงกาารอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะมาถึงและต้องให้กำลังใจฝ่ายค้านเพราะตลอด 5-6 ปี นับว่าเป็นครั้งแรกที่ฝ่ายค้านได้มีโอกาสทำหน้าที่ตรวจสอบข้อบกพร่องของรัฐบาล

ส่วนการชุมนุมที่อาจเกิดขึ้น ส่วนตัวคิดว่าไม่ควรเกิดขึ้นเพราะท้ายที่สุดผลของการชุมนุม จะเป็นตัวจุดชนวนความขัดแย้ง ซึ่งต้องควบคุมไม่ให้เกิดเหตุบานปลายอย่างที่ผ่านมา และท้ายที่สุดก็มีบทเรียนให้เห็นเป็นอย่างดีว่าไม่ก่อให้เกิดผลดี

ขณะที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้องเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนรวมถึงการทำงานของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาตและสิ่งแวดล้อม ที่จะมีพระราชบัญญัติตัวใหม่ เช่นเดียวกับรัฐธรรมนูญที่มีทั้งข้อดี และบางส่วนที่จะต้องปรับปรุงโดย ประเด็นสำคัญคือการรับฟังความเห็นของประชาชนอะไรที่เป็นประโยชน์ ต้องรับฟังเสียงประชาชน

นายวราวุธ ยังย้ำการทำหน้าที่ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลในกระทรวงฯ ที่ขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาการรุกที่ป่าที่มีคนของพรรคร่วมเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรณีที่ดินของ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ซึ่งประชาชนอาจยังกังวลว่าจะเอื้อประโยชน์ให้คนในพรรคร่วม ว่า กระทรวงได้แสดงให้เห็นแล้วว่าจริงจังในการทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาไม่ว่าเป็นคดีของบุคคลใด ใช้มาตราฐานทางกฎหมาย และแผนที่เดียวกัน สามารถให้ความมั่นใจแก่ประชาชนได้ ซึ่งต้องใช้เวลาตามกระบวนการทำงานของภาครัฐ อาจไม่รวดเร็วถูกใจประชาชน เพราะต้องรอบคอบว่าไปตามความถูกต้อง

ส่วนกรณีอดีต 4 ส.ส.ของพรรคอนาคตใหม่ขณะนี้เขื่อว่า ทุกคนมีทิศทางที่ชัดเจนแล้ว และไม่มีกระแสว่าจะเข้าร่วมกับพรรคชาติไทยพัฒนา

นายวราวุธ ยังย้ำเรื่องการรณรงค์ลดการใช้ถุงพลาสติกตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นไป ที่หัวใจสำคัญในการร่วมกันรณรงค์เรื่องนี้คือการมีวินัยของคน ฝากย้ำ ถึงประชาชนร่วมกันลดใช้ถุงพลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้ง ที่จะสามารถลดปริมาณขยะปีละหลายล้านถุง และขอให้พยายามช่วยกันพกถุงผ้า กระบอกน้ำติดตัว โดยก้าวต่อไปของกระทรวงฯคือการรณรงค์เลิกใช้หลอดพลาสติก ถาดโฟมบรรจุอาหาร เพื่อลดปริมาณขยะในประเทศไทย เพื่อส่งต่อโลกที่น่าอยู่ให้กับลูกหลาน

ท็อป เปิดบ้านอวยพรปีใหม่ คุณหญิงแจ่มใสถึงขั้นน้ำตาคลอ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/407760?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

ท็อป เปิดบ้านอวยพรปีใหม่ คุณหญิงแจ่มใสถึงขั้นน้ำตาคลอ

31 ธันวาคม 2562 – 09:47 น.
อวยพรปีใหม่,ชาติไทยพัฒนา,ศิลปอาชา,วราวุธ,กัญจนา,คุณหญิงแจ่มใส
เปิดอ่าน 304 ครั้ง

ครอบครัวศิลปอาชา เปิดบ้านรับปีใหม่ ภายใต้คอนเซปต์ดูแลโลกเพื่อให้โลกดูแลเรา คุณหญิงแจ่มใสน้ำตาคลอตลอดเวลา ท็อป หนูนา ดูแลไม่ห่าง

31 ธันวาคม 2562  คุณหญิงแจ่มใส-ครอบครัวศิลปอาชา น้ำตาคลอ หวนคิดถึง “บรรหาร” รับทำงานการเมืองไม่ง่าย ย้ำ พาประชาชนพ้นทุกยากเชื่อชาติไทยพัฒนา จะมีโอกาสเพิ่มขึ้นทุกการเลือกตั้ง

คลิปที่ 2

ครอบครัวศิลปอาชา นำโดยคุณหญิงแจ่มใส  นางสาวกัญจนา  และ นายวราวุธ ศิลปอาชา รับกระเช้าของขวัญสวัสดีปีใหม่ 2563 จากสมาชิกพรรคชาติไทยพัฒนา โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างชื่นมื่น  ทั้งนี้ภายใต้คอนเซปต์งานปีนี้ “ดูแลโลกเพื่อให้โลกดูแลเรา” บรรยากาศภายในงานมี ส.ส. และกรรมการบริหารพรรคชาติไทยพัฒนา  ผู้บริหารในกระทรวงทรัพย์ฯ ข้าราชการ-เจ้าหน้าที่ในส่วนที่เกี่ยวข้อง อาทิอธิบดีกรมป่าไม้ นายอรรถพล เจริญชันษา ที่นำกระเช้าของขวัญป่าเป็นเค้กไอศครีมทำจากเมล็ดพรรณพืช 9 ชนิดในรูปแบบป่าจำลองมามอบให้

โดยมีคณะผู้บริหารองการปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดสุพรรณบุรีชาวจังหวัดสุพรรณบุรี ที่เคารพรักในครอบครัวศิลปอาชา เข้าร่วมอวยพรปีใหม่และมอบกระเช้าของขวัญอย่างชื่นมื่นเต็มไปด้วยความอบอุ่น และทุกคนพร้อมใจกันสวมใส่เสื้อสีฟ้าเป็นสัญลักษณ์ในวันใหม่สีประจำวันเกิดของ อดีตนายกรัฐมนตรีและประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา นายบรรหาร ศิลปอาชา

นายวราวุธ กล่าวขอบคุณข้าราชการกระทรวงทรัพยากรพอธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทุกคน ซึ่งถือว่าเป็นกระทรวงที่ตนเองทำงานเป็นรัฐมนตรีครั้งแรกและทำให้ตนเองที่ไม่ค่อยรู้เรื่องเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติ ที่ได้ ให้ข้อมูลที่แม่นยำและถูกต้องกับตัวเอง จนทำให้ตนเองได้รับตำแหน่งรัฐมนตรี อันดับที่ 1  ที่ใจดี เรียบง่าย ไม่มีพิษ ไม่มีภัย ทำงานเก่ง มุ่งช่วยเหลือเกษตรกร ผู้มีรายได้น้อย จากผลสำรวจสำนักวิจัยซูปเปอร์โพล และในปี 2563 เป็นปีที่มีความท้าทายอีกหนึ่งปี จึงคิดว่าจะทำอย่างไรให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากที่สุด สิ่งที่ทำมาโดยตลอดพร้อมให้คำมั่นสัญญาว่าทุกนาทีทุ่มเทแรงกายแรงใจให้กับ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์

นางสาวกัญจนา ศิลปอาชา กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า วันนี้เป็นโอกาสที่ครอบครัวศิลปอาชา ได้มีโอกาสเปิดบ้านจัดงานอีกครั้ง ซึ่งตนเองได้มาทำหน้าที่แทนพ่อ และยอมรับว่าในการทำงานการเมืองข่วงแรกที่ไม่มีพ่อ ค่อนข้างขรุขระ และไม่รู้ว่าพ่อทำมาได้อย่างไร เพราะไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่ด้วยความทุ่มเททำงานของสมาชิกพรรค ทำให้มีวันนี้ได้

โดยเชื่อว่า พรรคชาติไทยพัฒนาจะมีโอกาสมากขึ้นในทุกการเลือกตั้ง ที่จะได้เข้ามาทำหน้าที่เพื่อประชาชน พร้อมเชื่อว่า พ่อบรรหาร ที่มองจากบนฟ้า ต้องดีใจมาก แม้ไม่มีพ่อ แต่ด้วยสิ่งที่พ่อทิ้งไว้ ทำให้ทุกคนมีวันนี้ได้ และที่สำคัญคือคุณแม่แจ่มใส ที่คอยอยู่ข้างๆตนเองอยู่ข้างวราวุธ และพรรค แม้จะอายุ 86 ปี และไม่แข็งแรงเหมือนเดิมแล้ว ก็ลืมความเจ็บป่วย และสู้เต็มที่ พร้อมย้ำว่า ครอบครัวศิลปอาชาจะยืนหยัดทำงานเพื่อประชาชนให้พ้นจากความทุกข์ยาก และในช่วงท้ายยังได้อวยพร ให้ทุกคนก้าวผ่านอุปสรรค และมีความสุขในปี 2563

นางสาวกัญจนา กล่าวต่อว่า ในฐานะหัวหน้าพรรคตั้งใจอยู่แล้วหากได้เสียงข้างมากที่สามารถร่วมจัดตั้งรัฐบาล พรรคจะขอดูแลกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นสิ่งที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่ต้น เนื่องจากมีความตั้งใจที่จะรับผิดชอบและดูแลรักสาสิ่งแวดล้อมตัวเองยอมรับว่าไม่มีความสามารถและความรู้ทางการเมืองแต่น้องชายมีความสามารถมอบหมายให้ทำหน้าที่ดูแลกระทรวงนี้แทนตัวเอง และขอยืนยันว่าหากไม่ได้ดูแลกระทรวงนี้จะขอเป็นฝ่ายตรวจสอบรัฐบาลแทน และให้ความมั่นใจว่าคนในครอบครัวจะเป็นส่วนสนับสนุนเหมือนลมใต้ปีกให้กับนายวราวุธทำหน้าที่อย่างเต็มที่

ทั้งนี้นายวราวุธ ได้มอบของขวัญให้กับผู้ที่เดินทางมาอวยพรปีใหม่วันนี้ ในฐานะรัฐมนตรีของกระทรวงที่ดูแลรักษาเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ได้มอบถุงผ้าลายผ้าขาวม้า ตรงคอนเซปต์รักษ์โลกประกอบกับวิถีไทย  ผลิตภัณฑ์ชุมชน และถุงเอนกประสงค์จากกระสอบปุ๋ยมอบให้ด้วย นอกจากนี้ตามร้านค้าร้านอาหารที่นำมาจัดเลี้ยงยังบรรจุอยู่ในภาชนะที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ระหว่างการให้การต้อนรับสมาชิกพรรค คุณแม่แจ่มใสได้มีน้ำตาคลอตลอดเวลาโดยมีนายวราวุธและนางกาญจนาคอยดูแลอย่างใกล้ชิด

ธนกร ขอคนไทยมีความสุข มั่นใจบิ๊กตู่พาประเทศเดินหน้า #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/407763?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

ธนกร ขอคนไทยมีความสุข มั่นใจบิ๊กตู่พาประเทศเดินหน้า

31 ธันวาคม 2562 – 09:25 น.
ธนกร วังบุญชนะ,อวยพรปีใหม่,นายกฯ,สุขภาพแข็งแรง
เปิดอ่าน 99 ครั้ง

ธนกร อวยพรปีใหม่ ขอให้คนไทยมีความสุข สุขภาพแข็งแรง อยู่ดีกินดี บ้านเมืองสงบ มั่นใจ บิ๊กตู่พาประเทศเดินหน้า วอนทุกฝ่ายลดความขัดแย้ง นึกถึงประเทศเป็นหลัก

31 ธันวาคม 2562 นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ในวาระดิถีขึ้นปีใหม่2563 ขออวยพรให้พี่น้องคนไทยทั่วประเทศมีความสุข สุขภาพแข็งแรง อยู่ดีกินดี บ้านเมืองมีความสงบ

ทั้งนี้ ตนมั่นใจว่า รัฐบาลภายใต้การนำของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม จะนำพาประเทศไปสู่ทิศทางที่ประชาชนคาดหวัง ปีที่ผ่านมารัฐบาลก็พยายามทำทุกอย่างเพื่อช่วยเหลือแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน

อย่างไรก็ตามหลายนโยบายที่รัฐบาลดำเนินการได้ผลเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โครงการพักหนี้กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง โครงการประกันรายได้เกษตรกร ไม่ว่าจะเป็นชาวนา ชาวสวนปาล์ม ชางสวนยาง ชาวไร่อ้อย

รวมทั้งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ เช่น การปล่อยสินเชื่อ โครงการบ้านดีมีดาวส์ ชิมช้อปใช้ และหลังปีใหม่รัฐบาลก็จะดำเนินโครงการดีๆ ต่อไปให้กับพี่น้องประชาชน และจะมีอีกหลายโครงการออกมาใหม่อีกด้วย

นายธนกร กล่าวอีกว่า ในส่วนของภาคการเมืองนั้น ตนอยากจะวิงวอนทุกฝ่ายช่วยลดปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวต่างๆ ที่จะทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ขอให้ทุกพรรคการเมืองใช้เวทีสภาฯ ในการแก้ปัญหาความขัดแย้งต่างๆ เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับพี่น้องคนไทยทั่วประเทศ

ที่ผ่านมาบ้านเมืองเสียหายเพราะวิกฤตปัญหาทางการเมือง มีการชุมนุมลุกลามบานปลายเสียเลือดเสียเนื้อจนบ้านเมืองเสียหาย เกิดความแตกแยกในหมู่ประชาชน ดังนั้น ขอให้ทุกฝ่ายคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้ไว้ด้วย หากคิดจะทำอะไรที่ไม่ควรก็ขอให้นึกถึงพี่น้องประชาชนและประเทศอันเป็นที่รักของเรา

ถึงขั้นล้มรัฐบาลฝ่ายค้านเตรียมซักฟอก 5 รมต.รัฐเชียงกง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/407754?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

ถึงขั้นล้มรัฐบาลฝ่ายค้านเตรียมซักฟอก 5 รมต.รัฐเชียงกง

31 ธันวาคม 2562 – 08:58 น.
ซักฟอก,อภิปราย,ฝ่ายค้าน,เพื่อไทย,5 รัฐมนตรี
เปิดอ่าน 206 ครั้ง

อนุสรณ์ เผย เตรียม 25 ขุนพลอภิปรายไม่ไว้วางใจ 5 รัฐมนตร ขู่ถึงขั้นล้มรัฐบาลเชียงกง

31 ธันวาคม 2562 นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย ในฐานะโฆษกและกรรมการกิจการพิเศษ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พรรคพลังประชารัฐ ระบุ เกรงฝ่ายค้านจะไม่มีข้อมูลเด็ดมาซักฟอกรัฐบาล นุสรณ์ กล่าว

โดยกล่าวว่า ขณะนี้คณะกรรมการกิจการพิเศษ พรรคเพื่อไทย ได้จัดเตรียมขุนพลอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลไว้แล้วจำนวน 25 คน จัดหมวดหมู่ แบ่งลักษณะพฤติกรรมและการกระทำที่นำไปสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ 5 รัฐมนตรี ถึงเวลานั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เจ้าของฉายา อิเหนาเมาหมัด แห่งรัฐเชียงกง

จะได้รู้ว่า การตรวจสอบโดยกลไกและเครื่องมือที่เข้มข้นของระบบรัฐสภา จะโดนตรวจสอบหนัก จนมีสภาพบอบช้ำแค่ไหน จะมาชี้นิ้วด่ากราดส.ส.ในสภา เหมือนที่แล้วมาไม่ได้ ส.ส.ไม่ใช่ลูกน้อง หรือกำลังพลในค่ายทหารของใคร ส่วนส.ว.สรรหาจะยอมรับว่า เป็น สภาทหารเกณฑ์ ก็สารภาพไป แต่งานนี้ พี่เลี้ยงลง ไม่มีตัวช่วย ใครไม่เกี่ยวก็ถอยไป

การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ ประชาชนได้ประโยชน์อย่างสูงสุด ส่วนรัฐมนตรีที่น้อยเนื้อต่ำใจได้กระทรวงเกรดซี เกรดดี งบน้อย อยากขยับขยายไปคุมกระทรวงเกรดสูงขึ้น งบมากขึ้น รอลุ้นได้เลย เพราะข้อมูลซักฟอกที่อยู่ในมือพรรคเพื่อไทยขณะนี้ ชัดเจนมาก ทั้งในส่วนพรรคแกนหลักและพรรคร่วมรัฐบาล
“แม้จะมี 25 ขุนพล ในการจับ 5 รัฐมนตรี ขึ้นเขียงซักฟอก แต่ไม่ปิดกั้น ยังเปิดกว้าง ทั้งในส่วนของ พรรคเพื่อไทย และพรรคร่วมฝ่ายค้าน ยืนยันว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ นำไปสู่การล้มรัฐบาลและเปลี่ยนตัวนายกฯได้แน่นอน” นายอนุสรณ์ กล่าว

ชวนพอใจภาพรวมสภาปีใหม่ประเดิมซักฟอกงบชวนขอพูดภาษากลาง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/407756?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

ชวนพอใจภาพรวมสภาปีใหม่ประเดิมซักฟอกงบชวนขอพูดภาษากลาง

31 ธันวาคม 2562 – 08:34 น.
อภิปราย,ภาษาท้องถิ่น,พูดกลาง,ชวน หลีกภัย,งบประมาณ
เปิดอ่าน 314 ครั้ง

ชวน พอใจภาพรวมงานสภาฯ 62 ยันไม่เคยมีอำนาจนอกสภาฯ ชี้ปี 63 ฝ่ายค้านยื่นอภิปรายรัฐบาลได้ 2 ครั้ง ประเดิมงบประมาณ ขอพูดภาษากลาง

31 ธันวาคม 2562 นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวพอใจต่อภาพรวมการทำงานของสภาผู้แทนราษฎร ช่วงปี 2562 ที่ผ่านมาเพราะสามารถสะสางญัตติด่วน และญัตติทั่วไปที่ค้างอยู่ในระเบียบวาระได้เป็นจำนวนมาก

ส่วนกระทู้ถามที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ  และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมไม่เข้าชี้แจง ตนพยายามเชิญชวนให้นายกฯ มาร่วมประชุมสภาฯ รวมถึงฝ่ายบริหาร พร้อมระบุว่าหากไม่จำเป็นอย่าเลื่อนกระทู้ ส่วนการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ขณะนี้มีเพียง 2 ฉบับที่บรรจุไว้ในระเบียบวาระ

ก่อนหน้านี้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เคยส่งมาให้สภาฯ แต่เป็นกฎหมายที่ค้างการพิจารณาจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ยุคของคณะรักษารักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตนบอกให้ว่าไม่ควรรับและให้นำกลับไปทำใหม่ ซึ่งรัฐบาลเห็นด้วย

ทั้งนี้ช่วงต้นปี 2563 ในเดือนมกราคม คาดว่าร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 จะเข้าสู่การพิจารณา ช่วงวันที่ 8-9 มกราคม 2563 และต่อด้วยการพิจารณาสำคัญ คือ การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ที่ต้องรอพรรคฝ่ายค้านเสนอญัตติดังกล่าวให้ที่ประชุมอีกครั้ง

“ปี 2563 การอภิปรายทั่วไป ของฝ่ายค้านจะทำได้ 2 ครั้ง ในสมัยประชุมปีที่หนึ่ง และปีที่สอง ที่อยู่ในปี 2563 ส่วนฝ่ายค้านจะยื่นญัตติวันใดต้องรอให้เขาพิจารณา ทั้งนี้ผมยืนยันว่าการทำงานที่ผ่านมารัฐบาลไม่เคยร้องขอให้สภาฯ ต้องทำอะไร มีเพียงผมที่ร้องขอให้ฝ่ายบริหารมาร่วมประชุมสภาฯ อย่างนายกฯ ผมบอกไปตรงๆ ว่ากระทู้ต้องมาตอบ รวมถึงรัฐมนตรีด้วย ไม่จำเป็นอย่าขาด เว้นมีภาระกิจสำคัญ ทั้งนี้ขอให้เข้าใจถึงงานของสภาฯ ฐานะฝ่ายนิติบัญญัติที่ต้องออกกฎหมาย และควบคุมการบริหารรัฐบาลให้อยู่ภายใต้การปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ตามคำปฏิญาณตน” นายชวน กล่าว

 ไม่เอาภาษาท้องถิ่น นายหัวชวนขอภาษากลางอภิปราย

นายชวน กล่าวด้วยว่า การทำงานของสภาฯ คือ การทำให้การปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคง มีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ทุกฝ่ายต้องทำหน้าที่ของตนเอง ด้วยความซื่อสัตย์ เพื่อประโยชน์ต่อส่วนรวม การทำงานของสภาฯ ครึ่งปีที่ผ่านมา ถือว่าเข้ารูปเข้ารอยแม้จะไม่ได้เป็นไปตามหวังเต็มร้อย แต่ต้องพยายามสร้างให้การทำงานของสภาฯ เป็นมาตรฐาน เป็นที่ยอมรับ ที่ผ่านมาในเรื่องการแต่งกายที่ไม่เป็นไปตามข้อบังคับที่กำหนดให้เป็นชุดสากล หรือ ชุดพระราชทาน ตนชมว่าสวยดี แต่เหมือนไปซื้อของมากกว่าร่วมประชุมสภาฯ ขณะที่การใช้ภาษาถิ่นในการอภิปรายในสภาฯ ตนขอให้ใช้ภาษากลางเพื่อไม่ให้มีปัญหาต่อการจดชวเลข

ผู้สื่อข่าวถามถึงปรากฎการณ์ที่สภาฯ​ล่มถึง 2 ครั้งที่สวนทางต่อการสร้างมาตรฐานการทำงาน นายชวน กล่าวว่า ไม่ถือเป็นเรื่องร้ายแรง เพราะสภาฯ ล่มครั้งแรก คือองค์ประชุมไม่ครบ ส่วนล่มครั้งที่ 2 เพราะจงใจ และเกิดในช่วงการพิจารณาญัตติไม่ใช่กฎหมายสำคัญ แต่หากเกิดช่วงพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี อาจร้ายแรงเพราะล้มรัฐบาลได้

“ผมยืนยันว่าระหว่างทำหน้าที่ให้สภาฯ เป็นที่ยอมรับ รักษามาตรฐานของสภาฯ เพื่อให้ฝ่ายนิติบัญญัติมีมาตรฐานเชื่อถือได้ อยู่ในระเบียบกติกาที่ถูกต้อง  คารพกติกา เพื่อให้ระบบปกครองเป็นที่ยอมร้ับและพึ่งได้ มีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง ผมยืนยันด้วยว่าที่ผ่านมาไม่เคยมีอำนาจนอกระบบแทรกแซง เพราะรัฐบาลไม่เคยมาร้องขอให้ดำเนินการอะไร ดังนั้นหน้าที่สำคัญคือทำให้การปกครองประชาธิปไตยมีประสิทธิภาพ ไม่เช่นนั้นจะอยู่ไม่ได้” นายชวน กล่าว

กัลยา โชว์ผลงาน กมธ.ดีอีเอส เตรียมพร้อม 5G ลดเหลื่อมล้ำ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/407692?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

กัลยา โชว์ผลงาน กมธ.ดีอีเอส เตรียมพร้อม 5G ลดเหลื่อมล้ำ

30 ธันวาคม 2562 – 16:40 น.
กมธดีดีเอส,พปชร,โชว์ผลงาน,กัลยา,เตรียมพร้อม5G,ลดเหลื่อมล้ำ
เปิดอ่าน 124 ครั้ง

“กัลยา” โชว์ผลงาน “กมธ.ดีอีเอส” กว่า4เดือนลุยลงพื้นที่เตรียมพร้อม 5G ลดเหลื่อมล้ำ ส่งเสริมการศึกษา-การแพทย์ ด้าน “ภาดาท์” สัญญา กมธ.จะทำงานหนักเพื่อประโยชน์ปชช.

เมื่อวันที่ 30 ธ.ค. น.ส.กัลยา รุ่งวิจิตรชัย ส.ส.สระบุรี พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคมและดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ กมธ.ดีอีเอส กล่าวถึงภาพรวมการทำงานของ กมธ.ดีอีเอสในช่วงที่ผ่านมาว่า ตั้งแต่กมธ.ดีอีเอส ได้เริ่มปฏิบัติงานตั้งแต่ช่วงต้นเดือนกันยายน มาถึงตอนนี้เป็นเวลาเกือบ 4 เดือนแล้ว

ซึ่งเราได้ทำงานในส่วนที่กมธ.ดีอีเอส รับผิดชอบ ไม่ว่าจะเป็นการติดตามตรวจสอบ แสวงหาข้อเท็จจริง การศึกษา การส่งเสริมสนับสนุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับเทคโนโลยี 5G ในอนาคต ซึ่งทั้งหมดอยู่บนพื้นฐานประโยชน์ของพี่น้องประชาชนและระบบเศรษฐกิจดิจิทัล โดยกมธ.ดีอีเอส ได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบและศึกษาดูงานเกี่ยวกับการพัฒนาด้านเทคโนโลยีการสื่อสาร การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และมิติอื่นๆที่เกี่ยวข้องจำนวน 3 ครั้งคือ ที่จังหวัดภูเก็ต กมธ.ดีอีเอส ได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามการดำเนินงานด้านเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาภูเก็ตให้เป็นต้นแบบของ “Smart city” และ “Smart Transit” เป็นการยกระดับระบบคมนาคมขนส่งทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ ให้รวดเร็ว ปลอดภัย สอดคล้องต่อการส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว

ประธานกมธ.ดีอีเอส กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังได้ลงพื้นที่ จังหวัดชลบุรี เพื่อติดตามงานด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ในการเตรียมความพร้อมรองรับโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) จังหวัดชลบุรีถือว่าเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการพัฒนาเป็น Hub ด้านดิจิทัลการสื่อสาร เพราะมีทั้งศูนย์ Data center มีระบบสื่อสารผ่านเคเบิลใต้น้ำ และมีสถานีดาวเทียมภาคพื้นดิน จะเห็นได้ว่าพื้นที่ภาคตะวันออก ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ด้านดิจิทัล เพราะเป็นแหล่งเชื่อมโครงข่ายทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ อย่างครบวงจร

และสุดท้าย กมธ.ดีอีเอส ได้ลงพื้นที่จังหวัดหนองคาย เพื่อติดตามการใช้เทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาเศรษฐกิจเมืองหน้าด่าน การเตรียมความพร้อมในการดำเนินเรื่องรถไฟความเร็วสูงและ Smart city ติดตามตรวจสอบการดำเนินโครงการอินเทอร์เน็ตชายขอบ หรืออินเทอร์เน็ตชุมนุม USO net รวมทั้งยังได้ตรวจสอบคุณภาพสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ตามแนวชายแดนที่มีปัญหาสัญญาณจากฝั่งประเทศลาวมีความแรงที่ส่งผลกระทบผู้ใช้บริการของฝั่งประเทศไทย

“ กมธ.ดีอีเอส เราเห็นความสำคัญของการลงพื้นที่ เพื่อที่จะได้สัมผัสปัญหาของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง ทั้งในด้านการใช้บริการเทคโนโลยีสื่อสารต่างๆ รวมถึงการติดตามการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการพัฒนาของเทคโนโลยีดิจิทัลในอนาคต โดยเฉพาะ 5G ที่จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำ ให้ประชาชนเข้าถึงการศึกษา การแพทย์ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ” น.ส.กัลยา กล่าว

ด้าน น.ส.ภาดาท์ วรกานนท์ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการฯ กล่าวว่า การทำงานของกมธ.ดีอีเอส นอกจากการตรวจสอบติดตามงานเกี่ยวกับเทคโนโลยีดิจิทัลแล้ว เรายังให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน โดยเมื่อเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในพื้นที่ภาคอีสานที่ผ่านมา เราได้ติดตามตรวจสอบไปยังผู้ให้บริการในพื้นที่น้ำท่วม เพื่อแก้ไขซ่อมแซมให้จุดปล่อยสัญญาโทรศัพท์เคลื่อนที่ให้ทำงานได้อย่างปกติ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการสื่อสารการ รวมทั้งเรายังได้ลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนด้วย

ส่วนในพื้นที่ กทม. กรรมาธิการดีอีเอส มีความห่วงใยในชีวิตและทรัพย์สินขอคน กทม. จึงได้ติดตามการนำสายสื่อสารลงใต้ดินในเส้นทางต่างๆ ให้เรียบร้อยโดยเร็ว และขอให้พี่น้องประชาชนได้ติดตามการทำงานของ กมธ.ดีอีเอส ในปี 2563 ยืนยันว่าเราจะเดินหน้าทำงานหนักอย่างต่อเนื่องเพื่อผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน

จิรายุ ขู่หลังปีใหม่ รบ.จัดชุดใหญ่ ปูด รมต.เก็บต๋ง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/407658?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

30 ธันวาคม 2562 – 13:31 น.
จิรายุ,นักการเมือง,น่าชื่นชม,รัฐบาล,หลังปีใหม่,ฝ่ายค้าน,จัดชุดใหญ่,เก็บต๋ง,รมตหลายกระทรวง
เปิดอ่าน 122 ครั้ง

“จิรายุ” ปลื้ม โพลชูติดท้อปทรีนักการเมืองน่าชื่นชม ชี้ รัฐบาลเตรียมตัว หลังปีใหม่ฝ่ายค้านจัดชุดใหญ่หลังพบ รมต.หลายกระทรวงเก็บต๋ง นโยบาย ดิน น้ำ ลม ไฟ เกือบ 50%

เมื่อวันที่ 30 ธ.ค. 2562 – นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย และ ส.ส.กทม. กล่าวขอบคุณประชาชน ต่อผลโพลของดุสิตโพลสำรวจถึงความชื่นชอบพรรคการเมืองฝ่ายค้านโดยนายธนากร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ได้อันดับ1 อันดับที่ 2 นายปิยะบุตร แสงกนกกุล ส่วนอันดับ3 เป็นตน

นายจิรายุ กล่าวว่า ตนขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่โหวตให้คะแนนตนเพราะการโหวตในครั้งนี้ถือเป็นการโหวตให้กับฝ่ายค้านและ สส.พรรคเพื่อไทยทุกคนที่ทำงานกันเป็นทีม ในการติดตามตรวจสอบรัฐบาลที่ยังมีรากอำนาจมาจากเผด็จการ ซึ่งประชาชนทั้งประเทศและทั่วโลกที่ติดตามการเมืองในประเทศไทยรู้ดีว่ารัฐบาลไทยชุดปัจจุบันมีรากมาจากใหน สว.ที่โหวตนายก มาจากไหนแบบใด

ทั้งนี้ หลังวันหยุดปีใหม่ พรรคร่วมฝ่ายค้านจะเปิดการตรวจสอบรัฐบาลอย่างเข้มข้น เพื่อตรวจสอบรัฐบาลที่ใช้อำนาจรัฐที่ทำ “นโยบายเอื้อทุจริตให้พวกพ้อง” เรียกว่า รัฐมนตรีหลายคนใช้คนใกล้ชิด เก็บต๋งทุกเม็ด เกือบ 50% ทุกนโยบาย ดิน น้ำ ลม ไฟ กันเลยทีเดียว ซึ่งตนไม่แปลกใจว่ารัฐบาลชุดนี้ที่ถูกตั้งฉายาว่าอิเหนา เพราะทุกสิ่งที่ ด่าเขามาตลอด 6 ปี รัฐบาลนี้ทำทุกเม็ด อย่างไรก็ตาม ในช่วงวันที่ 7-10 ม.ค.นี้ แกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้านจะยื่นญัตติเพื่ออภิปรายไม่ไว้วางใจอย่างแน่นอน

นายจิรายุ กล่าวต่อไปว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ผู้แทนราษฎรของพรรคเพื่อไทยได้ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนต่างพูดกันเป็นเสียงเดียวกันว่ารัฐบาลที่มีนายกฯ เป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทำไมอยู่มา 6 ปี ไม่สามารถพัฒนาประเทศ และทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นได้ ประชาชนมีแต่จนลงจนลง แต่ยังห่วงอำนาจ วันนี้ควรจะปล่อยให้ประเทศเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ทั่วโลกมีตัวอย่างให้เห็น เสมอว่า การฝืนธรรมชาติทางการเมือง ผลของมันเป็นอย่างไร ไม่เห็นมีประเทศไหนเจริญจากการฝืนธรรมชาติของประชาธิปไตย ยิ่งฉายาต่างๆ ที่สะท้อนออกมาล้วนเป็นความจริงทั้งสิ้น เพราะกว่า 7 ปีมานี้ประเทศไทยหยุดอยู่กับที่จนกลายเป็นประเทศที่เป็นผู้ป่วยแห่งเอเชียไปแล้ว