มิวเซียมสยาม เปิดตัวบัตร ‘ไทยแลนด์ มิวเซียม พาส’ บัตรนักเที่ยวพิพิธภัณฑ์ครั้งแรก ครบจบในบัตรเดียว

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/460006

มิวเซียมสยาม เปิดตัวบัตร ‘ไทยแลนด์ มิวเซียม พาส’ บัตรนักเที่ยวพิพิธภัณฑ์ครั้งแรก ครบจบในบัตรเดียว

วันเสาร์ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

มิวเซียมสยาม

“ไทยแลนด์ มิวเซียม พาส” บัตรนักเที่ยวพิพิธภัณฑ์ต้องมี ให้การเรียนรู้ สนุก คุ้ม จัดเต็มกว่าที่เคยมีมา พร้อมพบพิพิธภัณฑ์ไฮไลท์ของไทยที่ต้องไปเที่ยวปี 2563 รวมถึงรับสิทธิประโยชน์มากมายในราคาสุดคุ้มเพียง 299 บาท

มิวเซียมสยาม เปิดตัวบัตรเที่ยวพิพิธภัณฑ์พรีเมียมใบแรกของเมืองไทย “ไทยแลนด์ มิวเซียม พาส” (Thailand Museum Pass) ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ไม่หยุดเที่ยว ไม่หยุดเรียนรู้”ที่จะพาทุกคนไปพบกับประสบการณ์การเรียนรู้กับเส้นทางพิพิธภัณฑ์ทั่วไทยตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวและออกไปค้นพบแรงบันดาลใจใหม่ๆ จากพิพิธภัณฑ์ทั่วประเทศ ที่มาพร้อมสิทธิประโยชน์เที่ยวพิพิธภัณฑ์ทั่วประเทศ เริ่มต้นที่ 64 แห่ง โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย พร้อมสิทธิพิเศษมากมายจากหน่วยงาน พิพิธภัณฑ์ ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อสร้างกระแสการท่องเที่ยวพิพิธภัณฑ์ให้เป็นส่วนหนึ่งในไลฟ์สไตล์ของคนไทย ได้ใช้เวลาว่างอย่างเป็นประโยชน์ร่วมกันได้ทั้งหมู่คณะ ทั้งเพื่อนฝูง ครอบครัว คนสำคัญ ในทุกๆ โอกาสที่ได้เดินทางท่องเที่ยว ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายตั้งแต่เด็ก วัยรุ่น ผู้ใหญ่ ครอบครัว และผู้สูงอายุ รวมถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาพบว่าคนไทยมีความต้องการและนิยมเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง และยังขยายผลไปยังนักท่องเที่ยวต่างชาติอีกด้วย

ราเมศ พรหมเย็น

นายราเมศ พรหมเย็น ผู้อำนวยการสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (มิวเซียมสยาม) กล่าวว่า โครงการเสริมสร้างการท่องเที่ยวพิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้
ถือเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญของ สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (มิวเซียมสยาม) ที่ได้ริเริ่มและดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 7 ปีแล้ว โดยในระยะแรก มิวเซียมสยามมีแนวคิดในการสร้างวัฒนธรรมการท่องเที่ยวพิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้ หรือ Museum Culture ให้เกิดขึ้นในสังคมไทย โดยเริ่มจากการดึงกลุ่มพันธมิตรพิพิธภัณฑ์บริเวณรอบเกาะรัตนโกสินทร์เข้าร่วมและขยายวงกว้างจากกรุงเทพฯ ไปยังปริมณฑล และจังหวัดต่างๆ ในทุกภูมิภาค เพื่อสร้างกระแสการท่องเที่ยวพิพิธภัณฑ์ ให้เป็นส่วนหนึ่งในไลฟ์สไตล์ของคนไทย ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายตั้งแต่ เด็ก วัยรุ่น ผู้ใหญ่ ครอบครัว และผู้สูงอายุ รวมถึงขยายผลไปยังนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะได้มาท่องเที่ยวและเรียนรู้เรื่องราวๆ ต่างๆ ของประเทศไทยผ่านพิพิธภัณฑ์ที่เข้าร่วมโครงการ

นายราเมศ กล่าวต่อว่า หลังจากที่โครงการดังกล่าวได้สร้างกระแสการตอบรับการท่องเที่ยวพิพิธภัณฑ์ให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้นในสังคมไทยและเป็นส่วนเสริมให้การท่องเที่ยวของประเทศไทยน่าสนใจยิ่งขึ้นในสายตาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ด้วยเหตุนี้ มิวเซียมสยามจึงได้ยกระดับบัตรท่องเที่ยวพิพิธภัณฑ์ ให้เป็น มิวเซียมพรีเมียมการ์ดใบแรกของเมืองไทย และใช้ชื่อใหม่ว่า “ไทยแลนด์ มิวเซียม พาส” ภายใต้แนวคิด “ไม่หยุดเที่ยว ไม่หยุดเรียนรู้” ที่จะเปิดโลกประสบการณ์การท่องเที่ยวและเรียนรู้กับพิพิธภัณฑ์ทั่วไทยตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ค้นพบแรงบันดาลใจใหม่ๆ จากพิพิธภัณฑ์ในราคาเพียง 299 บาท ที่มาพร้อมด้วยสิทธิประโยชน์อีกมากมายที่จะช่วยเพิ่มความคุ้มค่าและประสบการณ์ความสนุกตลอดเส้นทางให้มากยิ่งขึ้น

เปิดโลก เปิดประสบการณ์ เที่ยวพิพิธภัณฑ์ผ่าน บัตร “ไทยแลนด์ มิวเซียม พาส”

บัตรท่องเที่ยวพิพิธภัณฑ์สุดพรีเมียม “ไทยแลนด์ มิวเซียม พาส” (Thailand Museum Pass) เป็นความร่วมมือระหว่าง มิวเซียมสยาม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย บัตรเครดิตเคทีซี เนชั่น บรอดเคสติ้ง บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพสายการบิน ไทยไลอ้อน แอร์ บริษัท แปซิฟิก คอมมูนิเคชั่นจำกัด (จส.100) และพันธมิตรภาคีพิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้พันธมิตรทางธุรกิจที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน นอกจากนี้ บัตร “ไทยแลนด์ มิวเซียม พาส” ยังสามารถใช้ในการเข้าชมพิพิธภัณฑ์ทั่วประเทศ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เริ่มต้นที่ 64 แห่ง และมาพร้อมสิทธิประโยชน์อีกมากมายที่จะช่วยเพิ่มความคุ้มค่าและประสบการณ์ความสนุกตลอดเส้นทางให้มากยิ่งขึ้น ในราคาบัตรเพียง 299 บาท เท่านั้น ในขณะที่ปีนี้ยังมีแคมเปญพิเศษ “เที่ยวครบ ตบรางวัล” สำหรับผู้ถือบัตร สำหรับการสะสมแต้มการใช้บัตรท่องเที่ยวพิพิธภัณฑ์ที่ร่วมโครงการเพื่อแลกของที่ระลึกสุดพิเศษที่ไม่ควรพลาดอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม มิวเซียมสยาม ยังพัฒนาระบบฟังก์ชั่นการใช้งานผ่านแอพพลิเคชั่น “มิวเซียม ไทยแลนด์” (Museum Thailand) ในการเปลี่ยนบัตร “ไทยแลนด์ มิวเซียม พาส” ให้กลายเป็นบัตรดิจิทัลบนโทรศัพท์สมาร์ทโฟน ซึ่งรองรับทั้งระบบปฏิบัติการไอโอเอส (IOS) และแอนดรอยด์ (Android)เพื่ออำนวยความสะดวกสบาย ให้การใช้งานสิทธิ์ง่ายและรวดเร็ว ตอบโจทย์การท่องเที่ยวในยุคดิจิทัลมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ บัตร “ไทยแลนด์ มิวเซียม พาส” (Thailand Museum Pass) กำหนดวางจำหน่ายตั้งแต่เดือนธันวาคม 2562 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2563 ในราคา 299 บาท
โดยมีอายุการใช้งาน 1 ปี นับตั้งแต่วันที่เปิดใช้ สำหรับผู้สนใจสามารถซื้อผ่านตัวแทนพิพิธภัณฑ์ร่วมจำหน่าย38 พิพิธภัณฑ์ทั่วประเทศ หรือสั่งซื้อออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ของมิวเซียม ตลอดจนสั่งซื้อออนไลน์บนแอพพลิเคชั่น “มิวเซียม ไทยแลนด์” (Museum Thailand) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร.02-2252777 ต่อ 529 หรือเฟซบุ๊ค www.facebook.com/thailandmuseumpass

บัตร “ไทยแลนด์ มิวเซียม พาส”

เมื่อองค์กรโปร่งใส ความมั่นใจและความศรัทธาของสาธารณชนที่มีต่อองค์กรจะเพิ่มมากขึ้น

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/460050

เมื่อองค์กรโปร่งใส ความมั่นใจและความศรัทธาของสาธารณชนที่มีต่อองค์กรจะเพิ่มมากขึ้น

วันเสาร์ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

การที่องค์กรของเรามีความโปร่งใส มีความขาวสะอาดนั้น เป็นเพราะทุกคนในองค์กรร่วมมือร่วมใจช่วยกันทำให้องค์กรขาวสะอาด เรื่องสำคัญเช่นนี้ผู้นำองค์กรทำเพียงลำพังไม่ได้ แต่ทุกภาคส่วนในองค์กรต้องช่วยกันอย่างจริงจัง เมื่อองค์กรขาวสะอาดและโปร่งใส บุคลากรทุกคนในองค์กรก็มีความภาคภูมิใจ และสาธารณชนก็ให้ความศรัทธาและไว้เนื้อเชื่อใจกับองค์กรมากขึ้น

แนวหน้าวาไรตี้โดย ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย พาคุณไปสนทนากับ ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ถึงประเด็นการทำให้องค์กรที่เคยถูกวิพากษ์จากสังคมว่าไม่ขาวและไม่สะอาด แต่ล่าสุดองค์กรแห่งนี้ได้รับการรับรองจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่ามีความโปร่งใสมากในลำดับต้นๆ ของการจัดอันดับความโปร่งใสของหน่วยงานต่างๆ ในประเทศไทย

ขอแสดงความยินดีกับท่านผู้ว่าการการกีฬาฯ ที่สามารถนำพาให้หน่วยงานการกีฬาฯ ได้รับการประเมินโดย ป.ป.ช. ว่ามีความโปร่งใสมากเป็นอันดับต้นๆ ของสังคมไทย ช่วยกรุณาเล่าให้ฟังด้วยครับว่าการกีฬาฯ ได้รับการประเมินอยู่ที่อันดับเท่าไร

ก่อนอื่นผมต้องขอขอบพระคุณที่กรุณาให้ความสนใจกับองค์กรของเรา และต้องขอขอบพระคุณผู้บริหารทุกระดับในองค์กร และขอบพระคุณพนักงาน เจ้าหน้าที่ทุกคนในองค์กรการกีฬาครับ ทุกคนช่วยกันทำชื่อเสียงให้กับองค์กรด้วยความตั้งใจอย่างมาก จากการทำงานในระยะเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมาของผม ผมทราบดีว่าผมเพียงคนเดียวไม่สามารถที่จะทำอะไรได้มาก ถ้าไม่ได้รับความร่วมมือจากทุกคนในองค์กร ดังนั้นความสำเร็จครั้งนี้ผมจึงขอมอบให้กับทุกคนในองค์กรการกีฬาฯ ครับ การกีฬาฯ ได้รับการประเมินในเรื่องความโปร่งใสขององค์กรเป็นอันดับสองของบรรดารัฐวิสาหกิจทั้งหมดของไทย และเป็นอันดับที่ 6ของหน่วยงานทั้งหมดที่ได้รับการประเมินในครั้งนี้ ซึ่งมีจำนวนทั้งหมด 8 พันกว่าองค์กร

กล่าวได้ว่าความสำเร็จในครั้งนี้มีส่วนสำคัญที่มาจากความริเริ่มและเอาจริงเอาจังของผู้บริหารองค์กร คือผู้ว่าการฯ ใช่ไหมครับ

ผู้บริหารมีความสำคัญก็จริงครับ แต่ผู้ร่วมงานทุกคนก็คือส่วนสำคัญที่ทำให้งานนี้สำเร็จครับ หน่วยงานของเราเน้นหนักเรื่องความโปร่งใส และหลักธรรมาภิบาล
อย่างจริงจังครับ ที่ผ่านมาภาพลักษณ์ขององค์กรอาจจะดูไม่ค่อยดีมากนักในสายตาสาธารณชน มีเรื่องร้องเรียนมากมาย มีปัญหาเรื่องทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งปัญหาดังกล่าวคือเรื่องในอดีต แต่ขณะนี้เราทุกคนในการกีฬาฯ สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้อย่างน่าพอใจครับ เมื่อทุกคนในองค์กรรู้ปัญหา ทุกคนก็พยายามช่วยกันขจัดปัญหาให้หมดไป โดยเรามีมาตรการตรวจสอบและป้องกันการทุจริตทุกขั้นตอน และทำตามมาตรการนั้นอย่างเข้มงวดจริงจัง เราทุกคนในองค์กรอยากเห็นสังคมไทยมีความขาวสะอาด เราจึงเริ่มทำที่ตัวของเราก่อน เราเริ่มในองค์กรก่อน เพราะเรามั่นใจว่าเราเปลี่ยนแปลให้สังคมมีความขาวสะอาดได้ ผมต้องขอขอบคุณคณะกรรมการของการกีฬาแห่งประเทศไทยทุกท่านด้วย ย้อนหลังไปก่อนที่ผมจะรับตำแหน่งผู้ว่าการการกีฬาฯ ผลการจัดอันดับเรื่องนี้ไม่ดีนัก คือการกีฬาฯ ได้อันดับหลังๆ มากด้วย เรียกได้ว่าต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน คือได้คะแนน 65 คะแนน แล้วก็อยู่ในอันดับที่เกือบจะบ๊วยสุดด้วย ในยุคก่อนนั้นรัฐวิสาหกิจถูกประเมิน 54 แห่ง การกีฬาฯ อยู่ที่อันดับ 53 ดังนั้นบอร์ดจึงให้โจทย์กับผมว่าต้องแก้ไขเรื่องนี้ให้สำเร็จ ต้องปรับปรุงให้อันดับการประเมินดีขึ้นอย่างน้อย 20 อันดับ สิ่งที่บอร์ดกำหนดให้ผมทำนั้นตรงกับเจตนารมณ์ของผม ดังนั้นการทำงานอย่างจริงจังจึงเริ่มขึ้นโดยทันทีเมื่อผมเข้ารับตำแหน่ง ผมพยายามทำให้คนในองค์กรตระหนักในเรื่องความโปร่งใส และตระหนักในเรื่องความเชื่อถือศรัทธาของประชาชนต่อองค์กร เพื่อให้ทุกคนเกิดความภาคภูมิใจว่าองค์กรของเรามีความขาวสะอาด เป็นองค์กรตัวอย่างที่ทุกหน่วยงานอยากทำตามแบบของเรา ดังนั้นเราจึงเน้นเรื่องคุณธรรม และความโปร่งใสเป็นเรื่องแรก เรื่องนี้ผมได้แสดงวิสัยทัศน์ก่อนเข้ารับหน้าที่แล้ว เมื่อเข้ารับหน้าที่จริงจึงพยายามสร้างความเข้าใจ และความตระหนักรู้ให้กับคนในองค์กร และกับผู้มีส่วนได้เสียเกี่ยวข้องกับองค์กร และผู้อื่นๆ ที่มีความสัมพันธ์กับองค์กรของเรา เช่น คู่ค้าในทางการกีฬา สมาคมกีฬาต่างๆ  แล้วผมก็เน้นหนักไปที่การตรวจสอบระบบภายในของเราเอง เช่น การจัดทำข้อมูลต่างๆ ในองค์กร จัดการกระบวนการป้องกันการทุจริต เราทุกคนให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างจริงจังและทำงานกันหนักมาก จนผลออกมาเป็นที่น่ายินดี จากอันดับที่เคยเกือบบ๊วยสุดมาเป็นอันดับสอง เรียกว่ารองแชมป์ เราได้คะแนนอยู่ที่ 97 เปอร์เซ็นต์กว่าๆ เกือบ 98 เปอร์เซ็นต์ คือได้คะแนนสูงกว่าเดิม 32 เปอร์เซ็นต์

 เรียนถามท่านผู้ว่าฯ ว่าสิ่งสำคัญคือต้องทำความเข้าใจกับคนในองค์กรก่อนว่าเป้าหมายคืออะไร แล้วก็ดำเนินการอย่างจริงจัง จึงสามารถพลิกผลลัพธ์ออกมาดังปรากฏ ท่านผู้ว่าฯ เปลี่ยนอะไรในองค์กรก่อนเป็นอันดับแรกครับ

ผมมีหลักการทำงานว่า เราต้องให้ 5 เรื่อง คือ ให้งาน ให้เกียรติ ให้ทำ ให้อภัย และให้การสนับสนุนผมนำเรื่องนี้มาจากหลักธรรมะของพระพุทธเจ้า ผมมีหลักง่าย ๆ ที่ผมถือปฏิบัติมาตลอด แล้วปฏิบัติกับคนในองค์กรเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง แล้วก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้สำเร็จ คือ 1.เราต้องให้งานก่อน เราต้องสั่งการเรื่องงานให้ชัดเจน 2.ก็คือให้เกียรติ ให้เกียรติเพื่อนร่วมงาน ให้เกียรติผู้ใต้บังคับบัญชาทุกคน 3.คือให้ทำ เมื่อเราให้งานไปแล้ว เราต้องให้เขาปฏิบัติ ต้องให้อิสระกับเขา เราต้องลงมือทำงานร่วมกับเขา โดยเราให้อิสระในการคิด ในการสร้างสรรค์งานกับเพื่อนร่วมงาน 4.ต้องให้อภัย เราจะไม่ยึดติดกับเรื่องในอดีตว่าใครเป็นอย่างไรมาก่อน สิ่งสำคัญคือผมจะดูเจตนาเป็นสำคัญ หากมีข้อผิดพลาดใดๆ เราต้องให้ให้อภัยครับ ให้อภัย แล้วเริ่มต้นกันใหม่ ให้กำลังใจกันและกัน และ 5.คือให้การสนับสนุนส่งเสริม เมื่อเราเห็นเขาทำ เราต้องคิดว่าจะทำอย่างไร ที่เราจะช่วยเขาได้เป็นอย่างดี เราจะต้องเป็นแรงเสริม เราต้องเข้าไปมีส่วนร่วมด้วย เข้าไปสนับสนุนการทำงานของเขา เรื่องความโปร่งใส เรื่องคุณธรรมในองค์กร ผมก็ลงไปทำกับเพื่อนร่วมงานทุกระดับ แล้วก็พร้อมที่จะให้ทุกคนมีบทบาทมีส่วนร่วมผมใช้หลัก 5 ให้แบบนี้แหละครับ

น่าสนใจนะครับ ใช้คำง่ายๆ คือ 5 ให้ แต่หลายคนอาจจะดูเหมือนง่าย แต่ทำจริงก็ยากนะครับ ถ้าผู้บริหารองค์กรฟังอยู่ แล้วเขาอยากจะนำไปใช้บ้าง ผู้ว่าฯ มีอะไรเสนอแนะบ้างครับ

ต้องยอมรับกับอาจารย์ว่า เวลาผมพูดถึงเรื่องนี้ถ้าย้อนไป 1 ปีที่แล้ว ทุกคนคิดว่ามันเป็นเรื่องตลก ทำไม่ได้เพราะชาวบ้านเห็นว่าการกีฬาฯ มีแต่เสือ สิงห์ กระทิงแรด มีปัญหามากมาย ผมก็รับฟังคำพูดเหล่านั้นครับ คำพูดเหล่านั้นไม่ใช่ว่าไม่มีประโยชน์ แต่เรานำสิ่งเหล่านั้นมาคิด แล้วตั้งคำถามว่า มันเกิดอะไรขึ้นในองค์กร คนในองค์กรมีความหวังบ้างไหม หรือว่าความรู้สึกของคนในองค์กรเราเป็นอย่างไร ผมคิดว่าสิ่งแรกที่ต้องทำคือสร้างความเชื่อมั่นให้คนในองค์กรก่อน ผมในฐานะแม่ทัพของการกีฬา ผมมีความจริงจังในเรื่องนี้ แล้วผมก็ชวนทุกคนในองค์กรไปด้วยกันกับผม สร้างความหวังให้เขาเห็นว่า เราค่อยๆ พัฒนาทีละเรื่อง ผมไม่ได้บอกว่า เมื่อเราได้คะแนนแบบนี้แล้วองค์กรเราจะปราศจากเรื่องของทุจริตทั้งหมดนะครับมันเป็นไปไม่ได้ แต่เราทำอย่างไรเพื่อเราจะได้มีกระบวนการป้องกันในอนาคต เราอยากเห็นความโปร่งใส อยากเห็นธรรมาภิบาลก้าวไปเรื่อยๆ เราช่วยกันตรวจสอบ ปัจจุบันเรามีคณะทำงานชุดหนึ่งที่เป็นตัวแทนพวกเราในองค์กรทุกระดับชั้น ทุกคนร่วมเป็นคณะกรรมการส่งเสริมจริยธรรมองค์กร ให้พวกเราช่วยกันทำ ช่วยกันดูแลสอดส่อง ถ้าใครทำไม่ดี ต่อไปคุณจะแย่ คุณจะอยู่ในสังคมไม่ได้ ต้องให้มีความอายเกิดขึ้น ให้มีความรู้สึกว่าทุกคนเอาใจใส่เรื่องนี้ซึ่งผมได้รับการตอบรับที่ดีมากจากเพื่อนพนักงานทุกคนตอนนี้เราเพิ่งเริ่มทำงาน หนทางยังอีกยาวไกลครับ ไม่ใช่ว่าเราได้คะแนนนี้แล้ว เราจะบอกว่ามันเสร็จสิ้นภารกิจแล้ว มันไม่ใช่ มันต้องลงไปลึกกว่านี้อีก ต้องสร้างวัฒนธรรมให้องค์กร เราต้องเริ่ม ผมเชื่อว่าทุกองค์กรถ้าริเริ่มโดยผู้นำอย่างจริงจัง และมีแนวร่วมทุกอย่างจะสำเร็จได้ง่าย เพราะมีพลังมหาศาลช่วยผลักดัน การกีฬาฯ ต้องปรับปรุงตัวเองตลอดเวลา ต้องเดินหน้าต่อ เพราะยังมีงาน เราต้องการสร้างองค์กรคุณธรรม เน้นความโปร่งใส ส่วนที่สำคัญคือการกีฬาฯ มีหน่วยงานลูกๆ ที่ต้องดูแล เรามีสมาคมกีฬาต่างๆ ทั่วประเทศ เฉพาะสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทยประมาณ 85 สมาคม สมาคมกีฬาจังหวัดทุกจังหวัดนอกจากนั้นก็มีสมาคมกีฬาอื่นๆ อีกมาก เราในฐานะนายทะเบียน เราต้องกำกับดูแลและก็ช่วยเหลือการทำงานของสมาคมให้การทำงานมีประสิทธิภาพ เราเล็งเห็นว่าการที่จะทำให้สมาคมกีฬาต่างๆ บริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพ เน้นคุณธรรม ความโปร่งใส เป็นประเด็นสำคัญที่สุดไม่ว่าจะเป็นกระบวนการคัดเลือกนักกีฬา การแข่งขันต่างๆ ล้วนเกี่ยวข้องกับคุณธรรมและโปร่งใส เราต้องทำเป็นตัวอย่างก่อน เราต้องพัฒนาตัวเองให้เป็นโมเดลกับสมาคม ถ้าเราไปสั่งให้สมาคมทำโน่นทำนี่ แต่ตัวเราเองยังไม่ดีพอ ใครจะเชื่อเรา ผมเคยทำงานที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคารแห่งประเทศไทยเน้นความโปร่งใส และคุณธรรม เพราะว่าต้องกำกับดูแลธนาคารพาณิชย์ทั้งหมด ต้องออกเกณฑ์ต่างๆ เช่นเดียวกับการกีฬาฯเราต้องกำกับดูแล ให้ความช่วยเหลือสมาคม เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราทำอยู่ตอนนี้คือเรื่องการวางกฎเกณฑ์ กฎระเบียบมาตรการต่างๆ เพื่อสร้างคุณธรรมและความโปร่งใสเราต้องนำไปใช้กับสมาคมกีฬาทั้งหมด ซึ่งก็คือการยกระดับการบริหารจัดการสมาคมกีฬาทั่วประเทศ เพื่อประโยชน์ต่อวงการกีฬาไทยโดยรวม

เมื่อสักครู่ท่านผู้ว่าฯ พูดถึงเสือ สิงห์ กระทิงแรด ผมเชื่อว่าหลายๆ หน่วยงานมีปัญหานี้ และส่วนของการกีฬาฯ เองนั้น คนไทยส่วนใหญ่ก็เข้าใจว่าเต็มไปด้วยเรื่องดังกล่าว ขอเรียนถามท่านใช้หลักการอะไรปราบเสือ สิงห์ กระทิง แรด ในหน่วยงานครับ

ผมใช้วิธีคุยกันแบบเปิดอก ผมไม่ชอบการใช้อำนาจ ผมจะไม่ชี้นิ้วว่าคุณต้องทำอะไร หรือต้องทำโน่นนี่นั่น แต่ผมจะใช้การคุยกัน แล้วทำความเข้าใจกัน เพราะ
การใช้อำนาจกับเสือ สิงห์ กระทิง แรด จะถูกพวกนั้นต่อต้านและตอบโต้ พวกเขามีแรงต้านมาก แต่ผมทำให้ทุกคนเห็นว่าหากเราปรับปรุงหน่วยงานของเราได้ดีแล้วผลประโยชน์ก็จะตกกับหน่วยงานและกับทุกคนในหน่วยงานแล้วทุกคนจะมีความภาคภูมิใจในหน่วยงาน และภูมิใจในตัวเอง แล้วการทำงานจะสะดวกสบายขึ้น ได้ประสิทธิภาพมากขึ้น เมื่อองค์กรได้ประโยชน์ทุกคนในองค์กรได้ประโยชน์ด้วย คือต้องทำให้เขาเห็นเราทำประโยชน์ให้กับเขา เมื่อเขาเข้าใจ เขาก็จะร่วมมือกับเรา และประโยชน์ก็จะตกกับการกีฬาของประเทศ ตกกับนักกีฬา ตกกับประชาชนทั้งแผ่นดิน เขาก็จะเป็นผู้มีผลงาน เป็นที่ยอมรับของประชาชน และนานาชาติก็ให้การยอมรับนับถือ คือเมื่อทุกคนทำงานด้วยความสบายใจ และมีเกียรติ ทุกคนจะรักษาเกียรติของตนเอง

สังคมไทยถูกวิจารณ์ว่ามีผีพนันมากมายและวิจารณ์ด้วยว่ากีฬากับการพนันแยกกันไม่ได้ท่านผู้ว่าฯ จะแก้ปัญหานี้อย่างไรครับ

เรื่องการพนันนั้น การกีฬาฯ คงไปห้ามไม่ได้ ไม่ใช่เฉพาะคนไทยเท่านั้นนะครับ มันเป็นกันทุกประเทศเลย จริงๆแล้วอย่าไปพูดว่าคนไทยบ้าการพนันเลยครับ มันเป็นกันทั้งโลก แต่สิ่งที่ผมอยากพยายามปลูกฝังคือ การมีจิตวิญญาณ มีน้ำใจนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย และเป็นคนรักการออกกำลังกาย รักการเล่นกีฬา สิ่งที่พยายามทำคือว่าผมอยากเปิดพื้นที่การกีฬาให้เป็นพื้นที่ ที่ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์ได้มากๆ คุณอยากเล่นอะไรมาเลย อยากทำอะไรที่คุณไม่เคยทำ การกีฬาจะเตรียมบุคลากรที่คอยแนะนำคุณ กีฬาไม่จำเป็นต้องเล่นฟุตบอลอย่างเดียว กีฬามีหลากหลายมาก เรามีองค์ความรู้ มีผู้เชี่ยวชาญ มีสถานที่สิ่งที่เขายังไม่เคยลองมาก่อน ผมอยากให้มาลองกับการกีฬา เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราอยากกระตุ้นคนไทยคือ เราอยากให้ทุกคนเล่นกีฬา เพิ่มยอดผู้ออกกำลังกาย เพิ่มยอดของคนเล่นกีฬา ใน 1 ปีที่ผ่านมา เราสามารถเพิ่มยอดผู้ออกกำลังกายในพื้นที่ของเรา ได้ประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ มีคนออกกำลังกายประมาณ 17 ล้านคน โดยใช้พื้นที่ต่างๆเราจะทำต่อไป เพื่อให้เห็นว่าการเล่นกีฬา การออกกำลังกายเป็นการสร้างต้นทุนในอนาคตของประเทศ เป็นต้นทุนที่คุณต้องออกเอง คุณหาซื้อด้วยเงินไม่ได้ คุณต้องลงทุนออกกำลังกายเอง เพื่อเป็นการลงทุน เพื่อประโยชน์ของคุณที่คุณสามารถต่อยอดในทำการงานอื่นๆ ได้ ถ้าคุณร่างกายสมบูรณ์ดี คุณสามารถบริหารงาน และหาเงินได้มากเราไม่ได้หาเงินจากการเล่นกีฬาอย่างเดียว อันนั้นเป็นกีฬาอาชีพ แต่ว่าเราสามารถสร้างร่างกาย สร้างความพร้อมของร่างกาย เพื่อที่จะทำงานทุกๆ อย่างได้ดี อยากให้มองกีฬาเป็นสิ่งที่ทำให้คุณสนุก เป็นเครื่องมือตัวหนึ่งที่ช่วยสร้างชีวิตของคุณให้ดี นี่คือต้นทุนชีวิต เป็นคนละเรื่องกับการพนัน การพนันมีผลเสียกับวงการกีฬามาก ผมอยากเห็นสังคมไทยเล่นกีฬาโดยไม่เกี่ยวข้องกับการพนัน

คุณสามารถพบรายการดีที่ครบครันด้วยสาระและความบันเทิง รายการ แนวหน้าวาไรตี้ ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา16.00-16.25 น. ทางโทรทัศน์TNN2 ช่อง 784 ดิจิทัลทีวี หรือ True Visions 8และชมรายการย้อนหลังได้ที่ YouTube ผู้หญิงแนวหน้าby คุณแหน

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 14 ธันวาคม 2562

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/460030

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 14 ธันวาคม 2562

วันเสาร์ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

“Festive Menu” ชวนชิมเมนูซิกเนเจอร์ประจำเทศกาลอย่างไก่งวงโฮมเมดกับสตัฟฟิ่ง เนื้อนุ่ม ชุ่มฉ่ำ หอมเครื่องเทศ เสิร์ฟพร้อมสตัฟฟิ่งสูตรพิเศษและเครื่องเคียงต่างๆ สำหรับ 8-10 ที่ ในราคา 4,950 บาท,ตับบดกับขนมปังกระเทียม ในราคา 280 บาท, พานาโตเน่เค้กคริสต์มาสยอดฮิตของอิตาลี เค้กเนื้อขนมปัง หอมและชุ่มด้วยเนยแท้ ฉ่ำหวานกับผลไม้อบแห้ง ในราคา 1,950 บาทและพานาคอตต้าเบอร์รี่ เนื้อเนียนละมุนลิ้นกับซอสเบอร์รี่ ในราคา 180 บาท วันนี้-31 ธ.ค. ที่ร้านใหม่ใหม่ อีทเทอร์รี่โถงกลาง ชั้น 1 ศูนย์การค้าเดอะ เพนนินซูล่า พลาซ่า ถ.ราชดำริ โทร.02-6521399

“Ihop Local Faves” ชวนชิมเอาหารไทย หลากหลายความอร่อยกับเมนูใหม่ยอดฮิต เปิดครัวไทยเอาใจนักชิมทุกชนชาติ อาทิ ข้าวหมูกระเทียม, ข้าวผัดคลุกกะเพราเนื้อ,ข้าวหน้าหมูก้อนทอดกระเทียมพริกไทย, พาสต้าไก่กรอบสไตล์ไทย, ข้าวหน้าหมูทอดราดซอสเกรวี่ และอีกมากมายกว่า10 เมนู การันตีความอร่อยด้วยวัตถุดิบชั้นเยี่ยม และรสชาติไทยแท้ๆ ให้เหล่านักชิมและผู้รักอาหารจานด่วนได้มาลิ้มลองกันแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่ร้านไฮฮอป ชั้น L1 โซนFood Walk ห้างสรรพสินค้าเมกาบางนา โทร.065-7281759

“Amor Orange Cake” ชวนชิมเค้กส้มที่หลายคนประทับใจในรสชาติเปรี้ยวอมหวาน หอมกลิ่นน้ำส้มแท้ที่ลงตัวกับเนื้อเค้กนุ่มละมุน ทั้งขนาด 1 ชิ้น, 1 ปอนด์, 2.7 ปอนด์ในราคาเริ่มต้นที่ 45-580 บาท และยังมีคุกกี้ 4 รสชาติ ด้วยวัตถุดิบสดใหม่ หอมกลิ่นเนยถังทองนำเข้าจากนิวซีแลนด์ อาทิ ช็อกโกแลตชิพถั่ว,ดับเบิ้ลช็อกโกแลต, กาแฟอัลมอนด์ และบัตเตอร์ ในแพ็กเกจจิ้งดีไซน์เก๋ที่มีให้เลือกถึง 4 สไตล์ ในราคาเริ่มต้นที่กล่องละ175-320 บาท พิเศษ ซื้อ 4 กล่องขึ้นไปเหลือเพียงกล่องละ145 บาท เฉพาะลูกค้าที่เป็นสมาชิกของอะมอร์เท่านั้น วันนี้-15 ม.ค. 2563 หรือจนกว่าสินค้าจะหมด ที่ร้านอะมอร์ ทุกสาขา โทร.02-6812885

ชวนชิม

“โออิชิ แก๊งซ่า” ชวนชิมเมนูอาหารว่างและของทานเล่น เกี๊ยวซ่าหน้าใหม่ เกี๊ยวซ่าชีสไส้หมู สไตล์ญี่ปุ่น เกี๊ยวซ่าไส้หมู สูตรต้นตำรับ แป้งบ้าง ไส้แน่น ย่างบนกระทะด้วยไฟอ่อน ๆ จนสุกเกรียมกรอบ ก่อนราดและโรยด้วยซอสทาโกะยากิชีสมอสซาเรลล่า และปลาโอแห้งฝอย พร้อมนำมาจัดเป็นเซตเมนูอาหารญี่ปุ่น 2 เซต ทั้งโออิชิแก๊งซ่า 1 เกี๊ยวซ่าชีสไส้หมูสไตล์ญี่ปุ่น 14 ชิ้น เสิร์ฟพร้อมกับข้าวหน้าปลาซาบะ,ข้าวหน้าหมูย่างมิโซะ, ซูชิ จูเนียร์, และกุ้งทอดอิซากายะ ในราคาพิเศษเพียงชุดละ 599 บาท จากปกติ 721 บาท และโออิชิแก๊งซ่า 2 ในราคาพิเศษเพียงชุดละ 899 บาท จากปกติ 957 บาท วันนี้-31 ธ.ค. ที่โออิชิ เดลิเวอรี่ โทร.1773

“โฮมเมดชีสเบอร์เกอร์” ชวนชิมเมนูพิเศษ โฮมเมดชีสเบอร์เกอร์สไตล์เบย์เลาจน์ เอาใจคนรักเบอร์เกอร์ให้เลือกเมนูที่ใช่ได้ ทั้งหมูคุโรบุตะชีสเบอร์เกอร์ เนื้อหมูย่างสุกชุ่มฉ่ำรวมร่างกับชีสเต็มแผ่น หรือไก่สไปซี่ชีสเบอร์เกอร์ เนื้อไก่หมักซอสสุดพิเศษรสชาติจัดจ้านผสมกลิ่นชีสเน้นๆ และขนมปังเบอร์เกอร์บันหอมกรุ่นที่เชฟลงมืออบขนมปังเอง มีให้เลือกทั้งแบบออริจินอล สีขาว และชาโคล สีดำ ในราคาชุดละ 299 บาท เสิร์ฟพร้อมกับเครื่องดื่ม วันนี้-31 ม.ค. 2563 ที่เบย์เลาจน์ โพธาลัยเลเชอร์ปาร์ค โทร.02-5085111 ต่อ 1601

“Chang Chill Park” ชวนชิมเมนูเด็ดในเทศกาลอาหารอร่อย พร้อมช็อปสินค้าไลฟ์สไตล์ แฟชั่น เครื่องประดับ ของฝากของที่ระลึกหลากหลาย ให้ได้เลือกซื้อไปเป็นของขวัญมอบให้กับคนพิเศษ พร้อมร่วมกิจกรรมความบันเทิงจากทัพศิลปินชั้นนำมากมาย อาทิ ศิลปินสาวเสียงนุ่มในเพลงแนวบอสซาโนว่า ลุลา, นักร้องเสียงดี พีท พล,ศิลปินมาดอบอุ่นน้ำเสียงนุ่ม ว่าน-ธนกฤต, ร้องเต้นมันส์กับวงดนตรีขวัญใจมหาชนมัสเกตเทียส์, ศิลปินคุณภาพ วงเดอะพาร์กินสัน และศิลปินดูโอ้อารมณ์ดี ลิปตา ฯลฯ พบกับซุ้มถ่ายภาพสุดชิคเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุข นับถอยหลังส่งท้ายปีเก่าและต้อนรับศักราชใหม่ร่วมกัน ระหว่างวันที่ 18 ธ.ค.-8 ม.ค. 2563 ที่บริเวณลานกิจกรรมอเวนิว ชั้นจี โซนเอและบี ศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์

ชวนช็อป

“Central @ Central World” ชวนช็อปสินค้าแบรนด์ชั้นนำกว่า 3,000 แบรนด์ โปรโมชั่นพิเศษฉลองปรับโฉมใหม่จาก Zen เปลี่ยนเป็น Central สินค้าคอลเลคชั่นใหม่ลดสูงสุด 30% แผนกบิวตี้แกลเลอรี่ลดสูงสุด 15% ลดรับเพิ่มสูงสุด 30% จากเดอะวันและบัตรเครดิตชั้นนำที่ร่วมรายการ พร้อมรับฟรีคูปองแทนเงินสดและบัตรของขวัญเซ็นทรัลรวมสูงสุด 5,000 บาทเมื่อช็อปตามเงื่อนไข บัตรเครดิตเซ็นทรัลเดอะวันรับเพิ่มบัตรของขวัญเซ็นทรัลมูลค่า 300 บาท วันนี้-22 ธ.ค.ที่ชั้น 1-7 ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล สาขาเซ็นทรัลเวิลด์

“Jaspal X Megan Hess” ชวนช็อปคอลเลคชั่นยัสปาลสุดพิเศษ ซึ่งเป็นการร่วมคอลลาบอเรชั่นกันเป็นครั้งแรกในประเทศไทยกับเมแกนเฮส อาร์ติสท์หญิงนักวาดภาพแฟชั่นและออกแบบกราฟิกฝีมือระดับโลก โดยจะนำผลงานอาร์ตเวิร์กที่ได้ดีไซน์ขึ้นมาโดยเฉพาะมาสกรีนลงบนเสื้อทีเชิ้ต รวมไปถึงแอคเซสซอรี่สินค้าไลฟ์สไตล์ อาทิ ผ้าพันคอ, กระเป๋า, กระเป๋าเครื่องสำอาง, หมอน ฯลฯ วันนี้-5 ม.ค. 2563 ที่ชั้น 1แฟชั่นแกลเลอรี่ 3 ศูนย์การค้าสยามพารากอน และร้านยัสปาล ทุกสาขาทั่วประเทศ

“Second Hand รื้อของมาขาย ส่งท้ายปี” ชวนช็อปสินค้ามือสองในราคาแสนถูก กว่า 40 ราย อาทิ เสื้อผ้าชาย หญิง ผู้ใหญ่ เด็ก, เครื่องประดับ, กระเป๋า, รองเท้า, ของตกแต่งบ้าน, เฟอร์นิเจอร์, ของใช้, เครื่องครัว ฯลฯ นำมาจำหน่ายให้ผู้ที่ต้องการไปใช้ประโยชน์ต่อได้ และเป็นการลดปัญหาของไม่ได้ใช้ทิ้งเสียเปล่าอีกด้วย ระหว่างวันที่ 21-22 ธ.ค. เวลา 11.00-19.00 น. ที่ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 ศูนย์การค้าไลม์ไลท์ อเวนิว ภูเก็ต โทร.076-682900, 092-1295468

ชวนใช้

“ห้องพัก 3 จ่าย 2” ชวนใช้โปรโมชั่นห้องพักสุดฮอตท้าลมหนาว สะดวกสบายกับห้องพักสไตล์โมเดิร์นใจกลางกรุงเทพฯ ที่กว้างถึง 25 ตารางเมตร พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน พร้อมบริการฟรี Wi-Fi ใกล้สถานี MRT และแหล่งช็อปปิ้งมากมายโปรโมชั่นพิเศษ พัก 3 คืน แต่จ่ายเพียงแค่ 2 คืนในราคาเพียงคืนละ 900 บาท จากปกติ 1,650 บาท เมื่อจองผ่าน http://www.justicehotel.com เฉพาะวันที่ 1-31 ม.ค. 2563 นี้เท่านั้น ที่โรงแรมจัสติส ถ.รัชดาภิเษก โทร.02-0447777

“SFxGDH Exclusive Fan Pack” ชวนใช้แพ็กเกจบัตรชมภาพยนตร์เรื่อง ตุ๊ดซี่ส์ แอนด์ เดอะเฟคและ ฮาวทูทิ้ง ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอ เรื่องละ 1 ที่นั่งเฉพาะที่นั่ง Deluxe พร้อมโปสการ์ดเบื้องหลังภาพยนตร์จำนวน 5 ใบ และ Movie Planner 2020 จำนวน1 เล่ม ในราคาเพียง 500 บาท จากปกติ 980 บาทวันนี้-31 ธ.ค. หรือจนกว่าสินค้าจะหมด ที่โรงภาพยนตร์ในเครือเอสเอฟ ยกเว้นโรงภาพยนตร์เอ็มพรีเว่ ซีเนคลับ

“Pandora The Wizarding World” ชวนใช้เครื่องประดับและจิวเวลรีแบรนด์แพนดอร่า แบรนด์ดังสัญชาติเดนมาร์ก เพียงซื้อสินค้าคอลเลคชั่นใดก็ได้ครบทุก 7,000 บาท/ใบเสร็จ รับสิทธิ์ชิงโชคตั๋วเครื่องบินไป-กลับญี่ปุ่นและที่พัก 5 วัน 2 คืน พร้อมตั๋วฟรี 1 วัน เข้า Universal Studios Japan ตะลุยโลกแห่งเวทมนตร์ รวมมูลค่ากว่า 62,000 บาท วันนี้-15 ธ.ค. ประกาศรายชื่อผู้โชคดีผ่านทาง Facebook Pandora Thailand ในวันพฤหัสบดีที่ 26 ธ.ค. ที่ร้านแพนดอร่า ทุกสาขาทั่วประเทศ โทร.02-2645080

ชวนชม

“กระจกหกด้าน” ชวนชมสารคดีกระจกหกด้าน ตอนเขมราฐ อำเภอหนึ่งในจังหวัดอุบลราชธานี อยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขงทัศนียภาพสวยงาม เคยเป็นศูนย์กลางการค้าการปกครอง ยังคงอนุรักษ์สถาปัตยกรรมอาคารบ้านเรือนไม้ เครื่องมือเครื่องใช้โบราณอาหารพื้นเมือง ศิลปะการแสดงเก่าแก่ ในวันพฤหัสบดีที่ 19 ธ.ค. เวลา 17.00-17.15 น. และสารคดีร้อยเรื่องเมืองไทย ตอนเคมีโอลิมปิก ในวันอาทิตย์ที่ 22 ธ.ค. เวลา 07.52-07.57 น. ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 7HD

“ดนตรีในสวน ครั้งที่ 14” ชวนชมฟรีคอนเสิร์ตจาก 3 ศิลปินระดับแนวหน้า ได้แก่ นิว จิ๋ว, อะตอม ชนกันต์ และวงมายด์ ติดตามกติกาการเข้าร่วมงานได้ที่ http://www.chaophya.com หรือไลน์ @Chaophya ในวันเสาร์ที่ 14 ธ.ค. เปิดลงทะเบียนเวลา 15.00-17.00 น. ที่บริเวณสวนสุขภาพ โรงพยาบาลเจ้าพระยา ถ.บรมราชชนนี โทร.02-4335666,02-4338222

“Chiangrai Dancing Flowers” ชวนชมงานแสดงดอกไม้ส่งท้ายปี ยลโฉมหม้อดอกบูรณฆฏะหมุนได้ 360 องศา บนพรมดอกไม้ขนาดใหญ่สีอัญมณี
โกเมน เหนือสุดแห่งสยาม ครั้งแรกของเมืองเชียงราย ที่ผสมผสานวัฒนธรรมล้านนา ผลงานการออกแบบของศิลปินชื่อดัง ตื่นตาตื่นใจกับนิทรรศการดอกไม้
เมืองหนาว เฉลิมพระเกียรติ รัชกาลที่ 10 ห้ามพลาดกับดอกไม้กินได้จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย และกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย ระหว่างวันที่ 18-22 ธ.ค. ที่บริเวณลานกิจกรรมชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เชียงราย

ศิครินทร์ เปิด “สถาบันกระดูกและข้อ” ชูรักษาระดับพรีเมียม

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/460016

ศิครินทร์ เปิด “สถาบันกระดูกและข้อ” ชูรักษาระดับพรีเมียม

วันศุกร์ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 15.57 น.

โรงพยาบาลศิครินทร์ เปิด “สถาบันกระดูกและข้อ“ ให้การดูแลรักษาแบบครบวงจร เจาะกลุ่มลูกค้าโรคกระดูกและข้อโดยเฉพาะ พร้อมชูจุดแกร่งด้านการผ่าตัด และเน้นการให้บริการดูแลรักษาในระดับพรีเมียม

นายสุริยันต์ โคจรโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่ด้านปฏิบัติการ บริษัท ศิครินทร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สถาบันกระดูกและข้อ เกิดจากความตั้งใจที่จะยกระดับการรักษา พัฒนาคุณภาพการบริการ และเทคโนโลยีการรักษาอย่างครบวงจร  โดยยึดเอาลูกค้าเป็นศูนย์กลางในการให้บริการ ภายใต้การดูแลโดยทีมแพทย์และทีมสหสาขาวิชาชีพที่มีประสบการณ์สูง และมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน รวมถึงการนำเอาเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพมาตรฐานระดับสากลเข้ามามีบทบาทในขั้นตอนการรักษาให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่ดีที่สุด ทันสมัยที่สุด เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข

สาเหตุของการเกิดโรคกระดูกและข้อของคนไทย สาเหตุหลักมาจากการใช้ชีวิตประจำวันทั่วไป เช่น การทำงาน โภชนาการ หรืออุบัติเหตุจากสภาพการจราจร เป็นต้น หากแต่คนไทยยังไม่ค่อยตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาเหล่านี้ เพราะคนส่วนใหญ่มักคิดว่าปัญหากระดูกและข้อนั้นเป็นเรื่องไกลตัว ทั้งที่จริงแล้วโรคกระดูกและข้อสามารถเกิดขึ้นได้ในคนทุกวัยและเป็นภัยเงียบที่ไม่มีสัญญาณเตือน

“เราเล็งเห็นว่า โรคเกี่ยวกับกระดูกและข้อเป็นปัญหาสำคัญของคนไทย จากสถิติที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปีของผู้ป่วยโรคกระดูกและข้อ ซึ่งโรคกระดูกและข้อถือเป็นภัยเงียบของสุขภาพที่สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกวัย ปัจจุบัน สังคมไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคสังคมผู้สูงอายุ ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องมีอาการเกี่ยวกับกระดูกและข้อไม่มากก็น้อย โรงพยาบาลศิครินทร์จึงต้องการเป็นทางเลือกให้กับลูกค้าที่พร้อมให้การดูแลรักษาอย่างครบวงจร ขณะเดียวกันเรายังหวังเป็นส่วนสำคัญในการกระตุ้นให้กลุ่มลูกค้านอกเหนือจากผู้สูงวัย เช่น กลุ่มคนทำงาน หรือผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกาย หันมาให้ความสำคัญและดูแลตนเอง เพื่อเป็นการป้องกันและลดความเสี่ยงของการเกิดโรค ยืดเวลาการใช้งานของกระดูกและข้อให้ยาวขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น” นายสุริยันต์ กล่าว

สถาบันกระดูกและข้อ โรงพยาบาลศิครินทร์มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญครอบคลุมทุกสาขา โดยแพทย์ทุกท่านมีความชำนาญเรื่องการผ่าตัดและมีความรู้เฉพาะทางซึ่งถือเป็นจุดแข็งของศิครินทร์ เช่น นพ.ไตร พรหมเเสง ศัลยแพทย์ออโธปิดิกส์ เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การกีฬา , นพ.จรูญ จันทร์ดำรงกุล ศัลยแพทย์ออโธปิดิกส์ เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมกระดูกสันหลัง , นพ.เศรษฐวิทย์ ศิริสถิตย์ ศัลยแพทย์ออโธปิดิกส์ เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมข้อสะโพกและข้อเข่า เป็นต้น

ภายใน “สถาบันกระดูกและข้อ” มีห้องผ่าตัดเล็ก (OR Minor) เป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของเรา เนื่องจากคนไข้สามารถเข้ารับการผ่าตัดโดยใช้เวลาเพียงไม่ถึง 1 ชั่วโมงและสามารถกลับบ้านได้เลย หากเทียบกับโรงพยาบาลอื่นๆที่คนไข้ต้องเข้ารับการผ่าตัดที่ห้องผ่าตัดใหญ่เท่านั้น ซึ่งจะทำให้มีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าค่อนข้างมาก โรคที่พบบ่อยและสามารถรับการผ่าตัดใน OR Minor ได้แก่ นิ้วล็อค พังผืดทับเส้นประสาทข้อมือ ปอกหุ้มเอ็นข้อมืออักเสบ หรือการผ่าตัดก้อนต่างๆ เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีการบริการแบบ One Stop Service ครบทุกบริการในพื้นที่เดียว ลูกค้าสามารถลงทะเบียน ชำระเงิน และรับยาภายในสถาบัน โดยมีการแบ่งสัดส่วนพื้นที่ชัดเจน พร้อมด้วยดีไซน์การตกแต่งที่ทันสมัย สบายตา และกว้างขวาง สามารถรองรับลูกค้าได้มากขึ้น โดยไม่ต้องไปใช้บริการดังกล่าวร่วมกับลูกค้าจากแผนกอื่นๆ เพื่อให้ลูกค้าทุกท่านได้รับการบริการที่สะดวก รวดเร็ว และดียิ่งขึ้น ด้วยบริการระดับพรีเมี่ยมที่เข้าถึงได้

สถาบันกระดูกและข้อ ตั้งอยู่บริเวณอาคาร 3 ชั้น 3 เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 8.00 – 20.00 น. ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อนัดหมายเพื่อขอคำปรึกษาจากศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ทุกวัน

‘JASMIN Vacation 2019’ร่วมเดินทางไปกับจิวเวลรี่คู่ใจ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/459946

‘JASMIN Vacation 2019’ร่วมเดินทางไปกับจิวเวลรี่คู่ใจ

วันศุกร์ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 13.26 น.

ร่วมฉลองเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปลายปี 2019 JASMIN (จัสมิน) แบรนด์จิวเวลรี่ระดับพรีเมียมถ่ายทอดเรื่องราวความงดงามของเครื่องประดับเมื่อสะท้อนแสงแดดจากท้องฟ้า ส่องประกายระยิบระยับด้วยแหล่งกำเนิดแสงที่ต่างไปจากชีวิตประจำวัน สะท้อนให้เห็นถึงตัวตนและจิตวิญญาณของผู้สวมใส่เมื่อออกเดินทางท่องเที่ยวไปค้นหาประสบการณ์ใหม่จากทั่วทุกมุมโลก ผ่านเครื่องประดับคอลเลกชั่นใหม่ล่าสุด Everyday Shining : Oxygen Concept (เอฟวรี่เดย์ ชายนิ่ง: ออกซิเจน คอนเซ็ปต์) ที่สร้างสรรค์ผ่านแรงบันดาลใจภายใต้คอนเซ็ปต์ Oxygen อันเป็นหัวใจสำคัญของการรังสรรค์เครื่องประดับเพื่อมอบความสวยงามแด่หญิงสาว โดยหยิบยกสัญลักษณ์ประจำออกซิเจนรูปตัวอักษรภาษาอังกฤษ “O” มาเป็นกิมมิกหรือเอกลักษณ์เฉพาะตัวในการดีไซน์ ซึ่งชิ้นงานแต่ละชิ้นล้วนมีการออกแบบที่เน้นรูปทรงของวงกลม และเพื่อให้ระลึกถึงการมีอยู่ของสิ่งมีค่าต่างๆ รอบกายทุกครั้งที่หยิบเครื่องประดับนี้มาสวมใส่

JASMIN (จัสมิน) เลือกสรรเพชร Round Brilliant Cut (ราวด์ บริลเลียนท์ คัท) หรือเพชรรูปทรงกลม มาเป็นตัวแทนของอากาศและธาตุออกซิเจน ด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่นของเพชร Round Brilliant Cut ที่มีความเปล่งประกายกว่าเพชรรูปทรงอื่น เมื่อนำมาประกอบเข้ากับตัวเรือนที่ผลิตจากไวท์โกลด์ (White Gold) แล้วเติมลูกเล่นลงไปในงานดีไซน์ ด้วยการจัดเรียงเพชรรูปทรงกลมที่มีขนาดต่างกันตั้งแต่ขนาดเล็กจนถึงขนาดใหญ่ มาร้อยถักทอในรูปแบบฟรีฟอร์มไม่ซ้ำแบบ ก็ยิ่งเสริมให้ผลงานจิวเวลรี่ในคอลเลกชั่นนี้มีความหรูหราและเจิดจรัส ในขณะเดียวกันก็สามารถนำมาสวมใส่ได้ทุกโอกาส และในทุกๆวัน โดยภายในคอลเลกชั่นนี้ประกอบด้วยแหวน ต่างหู และสร้อยข้อมือ ที่สามารถเลือกสวมใส่เข้ากับเสื้อผ้าได้หลากหลายสไตล์ แม้จะใส่เพียงชิ้นเดียว แต่ก็มีความงดงามโดดเด่นได้อย่างลงตัว

Everyday Shining : Oxygen Concept (เอฟวรี่เดย์ ชายนิ่ง: ออกซิเจน คอนเซ็ปต์) เปิดให้จิวเวลรี่เลิฟเวอร์ได้ยลโฉมพร้อมจับจองกันแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ณ ร้าน JASMIN ทุกสาขา ได้แก่ สาขาดิเอ็มโพเรียม ชั้น M, สาขาโรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ ชั้น Lobby และสาขาสยาม ทาคาชิมายะ (ไอคอนสยาม) ชั้น 1 หรือสามารถอัพเดทข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง Facebook: https://www.facebook.com/jasmin.jewelry , IG: jasmin.jewelry

และ Website:http://www.jasmin-jewelry.com/

#JasminVacation2019 #JasminEverydayShining

สุดยอดสตรีผู้ทรงอิทธิพลและผู้นำยอดเยี่ยมแห่งปี

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/459799

สุดยอดสตรีผู้ทรงอิทธิพลและผู้นำยอดเยี่ยมแห่งปี

วันศุกร์ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

บริษัท นิโอ ทาร์เก็ต จำกัด ที่ปรึกษาประชาสัมพันธ์ด้านการสื่อสารชื่อเสียงองค์กร และ บริษัท อินฟลูเอ็นเชี่ยลแบรนด์ ประเทศสิงคโปร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัยและสำรวจข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภคในเอเชียมากว่า 20 ปี ร่วมกันจัดงานมอบรางวัลสุดยอดแบรนด์ชั้นนำแห่งเอเชีย ครั้งที่ 7 ภายใต้ชื่อ “2019 Asia’s CEO Summit & Award Ceremony” โดยผู้รับรางวัลจากทุกประเทศพร้อมใจกันขึ้นรับรางวัลบนเวทีอันทรงเกียรตินี้ ที่ ประเทศไทย ในฐานะประธานอาเซียนประจำปี 2562 และเจ้าภาพการประชุมASEAN Summit ครั้งที่ 35

งานมอบรางวัลครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานเปิดงานและเป็นผู้มอบรางวัลอันทรงเกียรติ โดยมีผู้บริหาร นักธุรกิจ และตัวแทนจากแบรนด์ต่างๆ เดินทางมาร่วมรับรางวัลกว่า 300 ราย จาก 7 ประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย จีน เวียดนาม และฟิลิปปินส์ ในส่วนของประเทศไทย มีทั้งบุคคลที่ทรงอิทธิพลทางธุรกิจ และแบรนด์ดังอีกกว่า 30 แบรนด์ที่ได้เข้าชิงรางวัลหลากหลายสาขาในปีนี้

นางวรรณี ลีลาเวชบุตร ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร บริษัท นิโอ ทาร์เก็ต จำกัด เผยว่า “แบรนด์ที่ได้รับรางวัลและจัดว่าทรงอิทธิพลต่อผู้บริโภคมากที่สุดแห่งปี 2562 “Influential Brands Awards” นั้นได้รับการโหวตจากผลสำรวจความคิดเห็นผู้บริโภคในกลุ่ม Gen Y คือ ผู้มีอายุตั้งแต่ 25-35 ปี ซึ่งทั่วโลกยกให้เป็นกลุ่มที่อยู่ในวัยจับจ่ายใช้สอยมีความคิดและทรงอิทธิพลต่อแบรนด์สินค้ามากที่สุด ดังนั้น แบรนด์ที่ได้รับเลือกครั้งนี้จึงได้ชื่อว่าเป็นที่ชื่นชอบและมีอิทธิพลสูงสุดต่อประชากรกลุ่มนี้

ส่วนรางวัล Outstanding Brands Awards นั้นเป็นรางวัลที่พิจารณามอบให้กับธุรกิจที่มีผลประกอบการโดดเด่นติดต่อกันต่อเนื่องตลอดสองปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจ B2B  หรือ  B2C ก็ตาม สำหรับรางวัลใหม่ที่เพิ่มมา 2 รางวัลในปีนี้ คือรางวัลสุดยอดนายจ้างแห่งปี หรือ Top Employer Brand Awards ซึ่งเป็นรางวัลสำคัญมากที่สุดของปีนี้ เนื่องจากเป็นรางวัลที่มอบให้แก่องค์กรที่ทำให้พนักงานพึงพอใจมากที่สุด และต้องการเข้ามาร่วมสร้างธุรกิจให้บริษัทมีการเติบโตมากที่สุด และรางวัลผู้นำยอดเยี่ยม (Outstanding Leaders Awards) ซึ่งเป็นรางวัลประเภทบุคคล

สำหรับประเทศไทยในปีนี้ มีผู้ได้รับการคัดเลือกให้ได้รางวัลสตรีผู้ทรงอิทธิพลต่อสังคมแห่งปี (Influential Women)  ได้แก่ นางนวลพรรณ ล่ำซำ หรือที่รู้จักกันดีในนาม “มาดามแป้ง” ผู้จัดการฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย และ นางอาภาภรณ์ โกศลกุล คอลัมนิสต์เจ้าของนามปากกา “โสมชบา” แห่งไทยรัฐ และรางวัลผู้นำยอดเยี่ยม (Outstanding Leaders) ได้แก่ นางสาวปวริศา ชุมวิกรานต์ นักการตลาดสาวผู้อยู่เบื้องหลังแบรนด์ Finn Mobile และเจ้าพ่อเพชร นายสุริยน ศรีอรทัยกุล จาก Beauty Gems ซึ่งได้รับการยอมรับในฐานะผู้นำองค์กรที่มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถพัฒนาโมเดลธุรกิจเพื่อตอบรับต่อโลกยุค Digital Disruption ได้อย่างภาคภูมิ

มร. จอร์จ  โรดิกัส กรรมการผู้จัดการ  อินฟลูเอ็นเชี่ยล แบรนด์ ประเทศสิงคโปร์  กล่าวว่า งานประกาศรางวัล “2019 Asia’s CEO Summit & Award Ceremony”ถือเป็นโอกาสดีที่เราจะได้เห็นบรรดาผู้บริหารระดับสูง นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ตลอดจนผู้ทรงอิทธิพลในอุตสาหกรรมต่างๆ จากทั่วทั้งเอเชียมารวมตัวกันเป็นจำนวนมาก งานนี้จึงไม่ใช่เพียงพิธีมอบรางวัลและเฉลิมฉลองความสำเร็จของแต่ละแบรนด์เท่านั้น แต่ยังเป็นแพลตฟอร์มที่ให้เหล่านักธุรกิจผู้มีวิสัยทัศน์และองค์กรที่มีชื่อเสียงจากประเทศต่างๆ ทั่วเอเชีย ได้มาพบปะพูดคุยทำความรู้จักกัน ถือเป็นการเปิดโอกาสและเป็นช่องทางสนับสนุนให้เกิดการสร้างเครือข่ายในระดับบุคคลและความร่วมมือกันระหว่างองค์กร เพื่อต่อยอดแบรนด์เอเชียสู่เวทีโลกต่อไป

เชฟระดับโลกเปิดร้าน‘ล่องใต้’ที่ เคปฟาน โรงแรมหรูบนเกาะ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/459804

เชฟระดับโลกเปิดร้าน‘ล่องใต้’ที่ เคปฟาน โรงแรมหรูบนเกาะ

วันศุกร์ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ผู้บริหารสาวเก่ง แวว-ธีรวัลคุ์เตชะอุบล ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาโครงการกลุ่มโรงแรมในเครือเคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ ดึงสุดยอดเชฟระดับโลกด้านอาหารไทย ที่เคยได้รับ 1 ดาวมิชลินสำหรับร้านอาหารไทยแห่งแรกในโลก เชฟเดวิด ทอมป์สัน(David Thompson) เข้าหุ้นเปิดร้าน“ล่องใต้” (Long dtai) ร้านอาหารใต้ขนานแท้บนเกาะส่วนตัวสุดหรูณ โรงแรมเคป ฟาน เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ได้ฤกษ์เปิดตัวอย่างเป็นทางการวันที่ 14 ธันวาคม 2562

หลังจาก โรงแรมเคป ฟาน เกาะสมุย โรงแรมหรูบนเกาะส่วนตัวได้กลายเป็น ทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์เมื่อนักแสดงสาวที่กำลังเป็นคุณแม่ เจนนี่อัลภาชน์ ณ ป้อมเพชร หรือ เจนนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ ได้มาปิดโรงแรมฉลองแต่งงานแบบเอ็กซ์คลูซีฟเมื่อปีที่ผ่านมา ล่าสุด ก็กำลังจะเป็นที่กล่าวขานถึงของนักชิมที่หลงรักอาหารใต้ขนานแท้ เมื่อ เชฟเดวิด ทอมป์สัน (David Thompson) เชฟชาวออสเตรเลียหัวใจไทย ตัดสินใจเข้าหุ้นเปิดร้าน “ล่องใต้” (Long dtai) บนท็อปวิวของโรงแรมบนเกาะส่วนตัวสุดหรูแห่งนี้

แวว-ธีรวัลคุ์ เตชะอุบล ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาโครงการกลุ่มโรงแรมในเครือเคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ และเป็นผู้บริหารโรงแรมเคป ฟาน เกาะสมุย กล่าวว่า “ล่องใต้” (Long dtai) เป็นชื่อร้านอาหารใต้แห่งใหม่ของโรงแรมเคป ฟานซึ่งมาจากวลีคุ้นหู “ขึ้นรถ ลงเรือ ไปเหนือ ล่องใต้” และนับเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่สุดยอดเชฟอาหารไทยระดับโลก เชฟเดวิดทอมป์สัน (David Thompson) มาร่วมสร้างสรรค์เมนูอาหารใต้ให้นักชิมได้ลิ้มลองกัน เชฟเดวิด เป็นเจ้าของร้านอาหารมากมายทั่วโลก ร้านอาหารที่เชฟได้ร่วมเปิดและบริหารจนมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง กระทั่งคว้า 1 ดาวมิชลินมาครอง คือร้านอาหาร “น้ำ”กรุงเทพฯ

การตัดสินใจร่วมเปิดร้านอาหาร “ล่องใต้” นี้ เชฟเดวิด ทอมป์สัน (David Thompson) กล่าวว่า เพราะเชฟตกหลุมรักบรรยากาศที่ เคป ฟาน ตั้งแต่แรกเห็น “ตอนที่ผมเดินขึ้นไปบนเกาะส่วนตัวของเคป ฟาน ผมแทบไม่อยากจากมา ช่างเป็นสถานที่ที่มีเสน่ห์น่าหลงใหลและงามจับใจ ในขณะที่ผมนั่งอยู่บริเวณริมระเบียงของห้องอาหารที่แวดล้อมด้วยทะเลสีคราม สมองผมเริ่มคิดว่าจะทำอย่างไรให้ที่นี่ประสบความสำเร็จ และทำให้ร้านอาหารเป็นที่เชิญชวนน่าค้นหาและรู้สึกผ่อนคลายเช่นเดียวกับที่รีสอร์ทแห่งนี้ และล่องใต้ คือคำตอบของผม ห้องอาหารที่ตั้งอยู่บนจุดสูงสุดของเกาะส่วนตัวแวดล้อมด้วยวิวสวยงามของท้องทะเล และนำเสนออาหารท้องถิ่นที่ดีที่สุด”

เชฟเดวิดและทีมงานได้เดินทางไปรอบเกาะสมุย รวมถึงจังหวัดใกล้เคียงเพื่อเสาะแสวงหาวัตถุดิบพื้นบ้าน เครื่องปรุง รวมทั้งอาหารทะเลสด เพื่อสร้างสรรค์เมนูอาหารใต้พื้นบ้านชวนลิ้มลองหลากหลาย และความพิเศษคือ เชฟจะเปลี่ยนเมนูอาหารตามวัตถุดิบที่หาได้ในแต่ละวัน เป็นความท้าทายและความแปลกใหม่ที่เชฟอยากให้ทุกคนได้มาทาน ท่ามกลางบรรยากาศของท้องทะเลยามเย็นที่สวยงาม

“ภาคใต้ของประเทศไทย ขึ้นชื่อว่ามั่งคั่งไปด้วยสีสันทางวัฒนธรรมของการปรุงอาหาร ซึ่งผมจะทำอย่างดีที่สุดในการนำเสนออาหารปักษ์ใต้ให้ทุกคนได้ลิ้มลอง สำหรับผมการปรุงอาหารเลิศรสจะเกิดขึ้นได้ เพราะมีเครื่องปรุงที่ดี ดังนั้นผมจึงเดินทางไปทั่วเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี และ นครศรีธรรมราช เพื่อเสาะแสวงหาวัตถุดิบท้องถิ่น ทั้งผักสดนานาชนิดและอาหารทะเล เพื่อคิดค้นและรังสรรค์เมนูอาหารไทยภาคใต้ให้ได้รสชาติออกมาอย่างสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นหอยแมลงภู่กอและ, เมี่ยงเคยจี่, กุ้งต้มหวาน,คั่วกลิ้งหมู, หมูโค, วายคั่ว (หมึกสายแห้งต้มกะทิ) และ ขนมโค”

ร้านอาหาร “ล่องใต้” โรงแรม เคป ฟาน เกาะสมุย เปิดบริการ 6 วัน (หยุดวันพุธ) ตั้งแต่เวลา 18.00 น. สำรองที่นั่งได้ที่ โทร.077-602301-2
Facebook : Longdtai, Instagram : Longdtai

เทศกาลแห่งของขวัญ ‘Gift Fest 2020’ กับ 6 ศูนย์การค้าชื่อดัง

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/459800

เทศกาลแห่งของขวัญ ‘Gift Fest 2020’ กับ 6 ศูนย์การค้าชื่อดัง

วันศุกร์ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

บริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัดและบริษัท สยาม รีเทล ดีเวลล็อปเม้นท์ จำกัด ภายใต้การบริหาร  6 ศูนย์การค้าชั้นนำในประเทศไทย ได้แก่ ศูนย์การค้าเทอร์มินอล21 อโศก โคราชและพัทยา, แฟชั่นไอส์แลนด์, เดอะพรอมานาด รามอินทรา และ ไลฟ์ เซ็นเตอร์ คิวเฮ้าส์ ลุมพินี เตรียมฉลองส่งท้ายความสุขกับเทศกาลสนุกส่งท้ายปี “Gift Fest 2020” พร้อมสร้างปรากฏการณ์ความสุขสุดพิเศษให้คนไทยและนักท่องเที่ยวได้ประทับใจ โดยทั้ง 6 ศูนย์การค้า เนรมิตบรรยากาศแห่งความสุข สีสันตระการตา มีจุดแลนด์มาร์คถ่ายภาพมุมสวยๆสุดน่ารัก ภายในศูนย์การค้า ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Gift Fest 2020”

พบกับกิจกรรมหลากหลายจากคาแรคเตอร์การ์ตูนระดับโลก โปรโมชั่นร้านค้ามากมายให้เหล่าขาช้อปได้ฟิน และชมมหกรรมคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังระหว่าง วันที่ 20 ธ.ค. 62 – 5 ม.ค. 63 นี้   เริ่มด้วย ศูนย์การค้าเทอร์มินอล21 อโศก และพัทยา ในคอนเซ็ปต์ “Happiness is all around Santa HO HO HO”  ได้ 3 ดาราหนุ่มวัยรุ่นสุดฮอต เจเจ-กฤษณภูมิ, แบงค์-ธิติ และ กัปตัน-ชลธร มาร่วมออกแบบคาแรคเตอร์ของซานตาคลอส  พร้อมเต็มอิ่มกับบรรยากาศความสนุก กับมินิคอนเสิร์ตจากเหล่าศิลปินชื่อดังที่ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 อโศก กับ วง SEASON FIVE (20 ธ.ค. 62) วง DAIFUKU & PARFAIT (21 ธ.ค. 62) วง HONEY TOAST (22 ธ.ค. 62) อิงค์-วรันธร (25 ธ.ค.62) ตู่-ภพธร (31 ธ.ค. 62) และวง MEAN (3 ม.ค.62)

ส่วนศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 พัทยา ขนทัพศิลปินมามอบความสุข อาทิ วงHONEY TOAST ,วงDAIFUKU , วงFMA PARFAIT (วันที่25 ธ.ค. 62) ,ฮั่น-อิสริยะ(31 ธ.ค.62) และแสตมป์-อภิวัชร์(3 ม.ค. 63) พร้อมช้อปปิ้งสินค้าไอเดียสุดเก๋น่ารักเป็นของขวัญสุดพิเศษมาให้ได้เลือกซื้อ ขณะที่ Terminal21 Korat ส่งท้ายปี ขนขบวนคาแรคเตอร์หมูน้อยสุดน่ารัก Peppa Pig กระทบไหล่นักแสดงหนุ่มหล่อที่มามอบความสุขและความสนุกภายในงาน อาทิ แชมป์-พีรพล, กระทิง-ขุนณรงค์ (วันที่28 ธ.ค. 62) และ ลี-ฐานัฐพ์ (29 ธ.ค.62)  จัดMeet & Greet กับ Peppa pig  เมื่อลูกค้าซื้อสินค้าภายในงานหรือที่ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราช มูลค่า 2,000 บาทขึ้นไปได้รับสิทธิ์ถ่ายรูปกับ Peppa Pig ฟรี (มีจำนวนจำกัด) พร้อมรับชมแฟชั่นโชว์จากเหล่าหนูน้อยซานต้าสุดน่ารัก พร้อมกิจกรรมอีกมากมาย

แฟชั่นไอส์แลนด์ จัดบิ๊กเซอร์ไพรส์ต้อนรับเทศกาลของขวัญส่งท้ายปีกับงาน Moomin New Year Celebration  พบกับคาแรคเตอร์การ์ตูน Moomin ที่บินลัดฟ้าจากประเทศฟินแลนด์ เนรมิตเป็น “หมู่บ้าน Moomin ” ภายในศูนย์ฯ พร้อมศิลปินดังสุดพิเศษกับ เป๊ก-ผลิตโชค ในวันที่31 ธ.ค.62 เวลา 16.30น. กับไอเท็มของขวัญสุดพิเศษให้เลือกช้อป จุดแลนด์มาร์คเก็บภาพ สำหรับศูนย์การค้าเดอะพรอมานาด รามอินทรา ร่วมเฉลิมฉลองต้อนรับปีใหม่ GIFT FESTนับถอยหลังสู่ปี 2020 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Santa Celebration”  ในบรรยากาศขบวนซานตาคลอส พร้อมโชว์สุดพิเศษ และพบกับไลฟ์คอนเสิร์ต  อาทิ อ๊อฟ-ปองศักดิ์(22 ธ.ค.62) และบุรินทร์ บุญวิสุทธิ์ (29 ธ.ค.62) เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป

ปิดท้ายด้วย ศูนย์การค้า ไลฟ์ เซ็นเตอร์ คิวเฮ้าส์ ลุมพินี  พบกับขบวนซานต้าคลอสกับซานตาริน่า  เพลิดเพลินกับวงดนตรีอะคูสติก และมินิคอนเสิร์ตจากเหล่าศิลปิน อาทิ ว่าน-ธนกฤต (23 ธ.ค.62), นิว จิ๋ว (24 ธ.ค.62) , และนนท์ ธนนท์ (25 ธ.ค.62) และบรรยากาศเทศกาลคริสต์มาส“HAPPY X’MAS DAY Santa Celebrate” มีLucky Gift ให้ร่วมสนุก ช้อปสินค้าครบ 500 บาท ลุ้นรับของรางวัลสุดพิเศษ (มีจำนวนจำกัด) จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 23-25 ธันวาคม 2562

สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมwww.facebook.com/Terminal21Asok,www.facebook.com

/Terminal21Pattaya,www.facebook.com/Terminal21Korat, http://www.facebook.com/fashionislandmall, http://www.facebook.com/ThePromenadeTH, http://www.facebook.com/lifecenterthailand

สมาคมธรรมศาสตร์ฯ ชวนนักวิ่งทั่วโลกร่วมวิ่งการกุศล ไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล ฮาล์ฟ มาราธอน ครั้งที่ 9

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/459834

สมาคมธรรมศาสตร์ฯ ชวนนักวิ่งทั่วโลกร่วมวิ่งการกุศล ไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล ฮาล์ฟ มาราธอน ครั้งที่ 9

วันศุกร์ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

อีกหนึ่งงานวิ่งที่นักวิ่งทั่วโลกรอคอย 9th Thailand International Half Marathon หรือ งานเดิน-วิ่งการกุศลไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล ฮาล์ฟ มาราธอน ครั้งที่ 9 จัดโดย สมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ในปีนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานถ้วยรางวัล จำนวน 2 ถ้วย สำหรับมอบแก่ผู้ชนะเลิศการแข่งขัน ระยะทาง 21.1 กิโลเมตร ชาย 1 ถ้วยและหญิง 1 ถ้วย วันอาทิตย์ที่ 15 ธันวาคม 2562 เวลา 03.00 น. เป็นต้นไป ณ ลานอเนกประสงค์ ใต้สะพานพระราม 8

หัวเรือใหญ่ของการจัดงานวิ่งครั้งนี้ นำโดย ยอดยิ่ง โสภณ อุปนายกสมาคม, ผาณิต พูนศิริวงศ์ อุปนายกสมาคม, ดร.กวีพงษ์ หิรัญกสิ ประธานฝ่ายจัดการแข่งขัน, ชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ ประธานฝ่ายกำหนดนโยบายและแผนฯ และ จำกัด ศิริพูนทรัพย์ กรรมการจัดงานเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงส่งเสริมให้ประชาชนออกกำลังกายเพื่อสุขภาพพลานามัยที่ดี รวมทั้งนำรายได้สนับสนุนการพัฒนาสังคมในด้านการศึกษา กีฬา และอื่นๆ อันเป็นประโยชน์ต่อสังคม และประเทศชาติ นอกจากนี้ ยังเป็นการสนับสนุนการท่องเที่ยวของไทยโดยใช้การกีฬาเป็นสื่อ พร้อมประชาสัมพันธ์และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศ

พิธีเปิดงานเริ่มเวลา 03.30 น. โดยมี นายชาญศิลป์ ตรีนุชกรนายกสมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขัน ณ ลานอเนกประสงค์ ใต้สะพานพระราม 8 พร้อมกดแตรสัญญาณเริ่มการแข่งขันฮาล์ฟ มาราธอน 21.1 กิโลเมตร ต่อด้วยการปล่อยตัว มินิ มาราธอน 10.5 กิโลเมตร และ เดิน-วิ่ง ฟัน รัน 5 กิโลเมตร ในเวลา 04.00 น. เส้นทางวิ่งปลอดจราจรบนทางยกระดับบรมราชชนนี ฝั่งขาออก และถนนอรุณอัมรินทร์กลับมาสิ้นสุดที่ลานอเนกประสงค์ ใต้สะพานพระราม 8 โดยจะมีพิธีมอบถ้วยรางวัลพระราชทานและถ้วยรางวัลประเภทต่างๆ ตั้งแต่เวลา 05.30 น. เป็นต้นไป

ทั้งนี้ คณะกรรมการจัดงานได้จัดเตรียมความพร้อมในการบริการด้านต่างๆ ดังนี้ สถานที่จอดรถบริเวณใกล้สถานที่จัดงาน อาทิ มูลนิธิชัยพัฒนา บริเวณด้านหน้าสวนหลวงพระราม 8 สวนอาหารต้นตำหนักไทย, บริการน้ำดื่มตามมาตรฐานการจัดการแข่งขัน และเครื่องดื่มเกลือแร่, อาหารและเครื่องดื่มสำหรับบริการแก่นักกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขัน, คณะพยาบาลพร้อมรถพยาบาล คอยดูแลตลอดการแข่งขัน, บริการรับฝากของ, บริการรถสุขาเคลื่อนที่ในเส้นทางวิ่ง 3 จุด รวมทั้งมีเจ้าหน้าที่และนักวิทยุสมัครเล่น พร้อมอาสาสมัครดูแลตลอดเส้นทางวิ่ง

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จฯทรงเปิดงานวันดินโลก

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/459805

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จฯทรงเปิดงานวันดินโลก

วันศุกร์ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดงาน“วันดินโลก 2562” ทรงมีพระราชดำรัสทรงห่วงใย “ปัญหาดินเสื่อมโทรมและดินถูกกัดเซาะพังทลาย” ทรงชี้แนะทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคประชาชน ต้องร่วมมือร่วมใจกัน จะช่วยให้ปัญหาทุเลาเบาบางจนหมดลงไปได้

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จัดงาน “วันดินโลก” 5-8 ธันวาคม 2562 น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร“นักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรม” (Humanitarian Soil Scientist Award) พระองค์แรกและพระองค์เดียวของโลก ภายใต้แนวคิด “ปกป้องอนาคต ลดการชะล้างดิน : Stop Soil Erosion, Save our Future” ภายในงานจัดแสดงนิทรรศการพระราชกรณียกิจด้านการพัฒนาทรัพยากรดินเพื่อการเกษตรอย่างครบวงจร ส่งเสริมให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์หน้าดินให้คงความสมบูรณ์ การเสวนาระดับนานาชาติ และนิทรรศการวิชาการ รวมถึงกิจกรรมต่างๆ อีกมากมาย ณ ศูนย์ศึกษาวิธีการฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้ม อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.โพธาราม จ.ราชบุรี โดยมีคณะผู้จัดงาน อาทิ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คณะทำงานกรมพัฒนาที่ดิน ข้าราชการจากหน่วยงานต่างๆ สังกัดกระทรวงเกษตรฯ ทูตานุทูต ผู้แทนองค์การระหว่างประเทศตลอดจนประชาชน เฝ้าฯรับเสด็จเป็นจำนวนมาก

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชดำรัสเปิดงานความว่า “ปัญหาดินเสื่อมโทรมและดินถูกกัดเซาะพังทลายที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปัญหาใหญ่ที่เราต้องรีบแก้ไข เพราะทรัพยากรดิน มีความเกี่ยวพันกับชีวิตมนุษย์ สัตว์ พืช และสิ่งแวดล้อมของโลกดินเป็นแหล่งกำเนิดของทรัพยากรที่มีคุณค่ามากมาย เพราะการเพาะปลูกพืชผลต่างๆ เพื่อให้ได้อาหารยังชีวิต ก็ต้องอาศัยดินดี ผนวกกับองค์ประกอบอื่นๆ การที่ดินเสื่อมโทรม จนเพาะปลูกไม่ได้ผลหรือถูกกัดเซาะทำลาย ทำให้พื้นที่ดินลดน้อยลงเกิดจากสาเหตุต่างๆ ดังที่ทราบกันดีอาทิ สภาพอากาศ การจัดการที่ไม่ถูกต้องการปลูกพืชเชิงเดี่ยว ตัดไม้ทำลายป่า ขาดความเอาใส่ใจ หรือขาดความรู้ที่จะปรับปรุง บำรุงดินเป็นต้น จึงต้องเร่งลงมือทำก่อนที่สถานการณ์จะเลวลงจนยากจะแก้ไข วิธีการอาจจะด้วยให้การศึกษาให้ความรู้ ความเข้าใจแก่ ประชาชนทั่วไป และเกษตรกรให้เห็นคุณค่าของดินเรื่องการรักษา บำรุงดิน วิธีที่จะหยุดหรือลดปัญหาดินถูกกัดเซาะไม่ว่าจะโดยอาศัยความรู้ทางวิชาการ เทคโนโลยี หรือภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่สำคัญคือ ต้องร่วมมือร่วมใจกัน ทั้งภาครัฐ ภาคประชาชน ก็เชื่อว่าจะช่วยให้ปัญหาทุเลาเบาบางจนหมดลงไปได้ ยังผลให้เกิดการใช้ประโยชน์ จากดินอย่างยั่งยืนสืบต่อไป

ในโอกาสนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ได้พระราชทานเหรียญรางวัล King Bhumibol World Soil DayAward แก่ มร.เอสติบาน โลเรีย โซลาโน(Mr.Esteban Loria Solano) จาก หน่วยงานCosta Rican Soil Science Associationสาธารณรัฐคอสตาริกา ซึ่งเป็นองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร ที่ดำเนินงานด้านการจัดการดิน โดยกิจกรรมที่ส่งเข้าประกวด ได้แก่ การสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในการปรับปรุงบำรุงดินโดยใช้ปุ๋ยหมักในพื้นที่สวนสาธารณะของเมืองซานโฮเซ ทุกวันที่ 5 ธันวาคม โดยดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2558 จนเป็นประเพณี ซึ่งกิจกรรมได้เชื่อมโยงสู่การแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ 2 ประการคือ มลพิษทางดิน และ Climate change และยังส่งผลให้เกิดแผนระดับชาติในการลดปริมาณคาร์บอนในอากาศ ปีนี้มีรายชื่อผู้เสนอเข้าชิงรางวัล จำนวน 34 ราย (เอเชีย 9 ประเทศ ในยุโรป 6 ประเทศ อเมริกาใต้ 4 ประเทศ แอฟริกา 1 ประเทศอเมริกาเหนือ 3 ประเทศ และ ตะวันออก1 ประเทศ) หน่วยงานจากประเทศไทยจำนวน2 หน่วยงาน ได้แก่ กรมพัฒนาที่ดิน และ โรงพยาบาลพนมไพร จ.ร้อยเอ็ด

ทั้งนี้ การจัดงานวันดินโลกครั้งต่อไปจะมีขึ้นภายใต้แนวคิด “Keep soil alive,protect soil biodiversity” ในปี 2563ขอเชิญชวนประชาชนผู้มีความสนใจสามารถติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวและกิจกรรมอื่นๆ ด้านการบริหารจัดการดินได้อย่างต่อเนื่องที่ http://www.worldsoil.in.th/ หรือ โทร.02-5798515