โฉมใหม่ HAMILTON CHRONO-MATIC 50

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/459801

news_default

โฉมใหม่ HAMILTON CHRONO-MATIC 50

วันศุกร์ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

Hamilton เฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี เปิดตัว Hamilton Chrono-Matic 50 ทั้งโดดเด่น หวือหวา และเต็มไปด้วยเสน่ห์ดึงดูดให้ชวนหลงใหล เพราะถูกพัฒนามาจาก Chrono-Matic E ต้นแบบแห่งยุค 70 ซึ่งเป็นผลงานอันเปี่ยมไปด้วยคุณค่าและความมีระดับที่นักสะสมต่างโหยหากันมาโดยตลอด

Hamilton Chrono-Matic 50 มีหน้าจอแสดงวันที่อยู่บริเวณตำแหน่งเลข 6 นาฬิกาและมีหน้าจอโครโนกราฟแสดงอยู่บริเวณตำแหน่งเลข 3 และเลข 9 นาฬิกา ปุ่มกดโครโนกราฟทั้งสองปุ่มใช้สีแดงเพื่อความโดดเด่นอยู่บริเวณทางขวามือของตัวเรือนนาฬิกา นอกจากนี้ สีแดงยังถูกใช้กับส่วนประกอบที่เกี่ยวข้องกับโครโนกราฟอีกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นตัวจับเวลา เข็มโครโนกราฟ และรอบหน้าปัดชั้นใน

กลไกโครโนกราฟแบบอัตโนมัติรหัส H-31 มาพร้อมกำลังลานสำรองสูงสุดถึง 60 ชั่วโมง ซึ่งเป็นความล้ำสมัยที่จะช่วยขับเคลื่อนกลไกนี้ให้เดินหน้าต่อไปแม้ในเวลาที่คุณพักผ่อน ฟังก์ชั่นการแปลี่ยนวันที่อย่างรวดเร็วรองรับความต้องการใช้ความคิดอย่างฉับไวขณะที่คุณสวมใส่  เป็นการย้ำเตือนอีกครั้งว่า Hamilton ได้บรรลุก้าวแห่งประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ในการสร้างสรรค์นาฬิกาในฐานะผู้ร่วมคนสำคัญที่พัฒนาและขับเคลื่อนกลไก Caliber 11 มาจนถึงปัจจุบัน

ตัวเรือนสแตนเลสสตีลของ Hamilton Chrono-Matic 50 นั้นให้ความรู้สึกเสมือนเป็นนาฬิกาในสไตล์ยุค 70 อย่างแท้จริง รวมถึงขนาดที่ใหญ่ถึง 48 มม. ทำให้นาฬิการุ่นพิเศษเรือนนี้ทั้งสะดุดตาและสง่างาม เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการออกจากกรอบความรู้สึกเดิมๆ ในการสวมใส่นาฬิกา

สัมผัสกับนาฬิกาสุดคลาสสิค Hamilton Chrono-Matic 50 ได้แล้วที่เคาน์เตอร์ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ

นิทรรศการ‘ปณิธานความดี…มีแล้วแบ่งปัน’

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/459833

นิทรรศการ‘ปณิธานความดี…มีแล้วแบ่งปัน’

วันศุกร์ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ณัฐศมน วงศ์กิตติพัฒน์ ผู้อำนวยการใหญ่การตลาด เดอะมอลล์ กรุ๊ป ต้อนรับ เทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีที่มาเยี่ยมชมบูธ

เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันพ่อแห่งชาติ5 ธันวาคม 2562 บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ร่วมจัดนิทรรศการ “ปณิธานความดี…มีแล้วแบ่งปัน”จัดโดยสำนักนายกรัฐมนตรี โดยมุ่งหวังที่จะเป็นการน้อมรำลึกแนวพระราชดำริในหลวง รัชกาลที่ 9 และร่วมสืบสาน รักษา ต่อยอด เผยแพร่องค์ความรู้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและศาสตร์พระราชาให้ประชาชนได้รับรู้อย่างกว้างขวาง ระหว่างวันที่ 5-14 ธันวาคม 2562 ณ ท้องสนามหลวง

วรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า “บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ในฐานะที่เป็นองค์กรภาคเอกชนที่ดำเนินธุรกิจเคียงคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคมมาโดยตลอดโดยเฉพาะเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน และการสนับสนุนชุมชน สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนในชุมชนแบบยั่งยืน จึงได้ร่วมจัดนิทรรศการ “ปณิธานความดี…มีแล้วแบ่งปัน”ภายใต้แนวคิด “ตามรอยพ่อ เดอะมอลล์รักษ์โลก ชุมชนสุขใจ” แสดงเจตนารมณ์ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม พลังงาน และการลดใช้ถุงพลาสติกอย่างยั่งยืนซึ่งทางห้างได้มีนโยบายด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ตั้งแต่ปี 2550 โดย ทศวรรษแรก ตั้งแต่ปี 2550-2560 มีแนวคิดการรณรงค์ Reduce, Reuse,Recycle และ ทศวรรษที่สอง ตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นมา มีแนวคิดการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน (Environmental Sustainability) โดยได้ประกาศตัวเป็นห้างสรรพสินค้ารายแรกที่งดบริการถุงพลาสติก ภายใต้โครงการ “เดอะมอลล์ กรุ๊ป โก กรีน” เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2562 ที่ผ่านมาโดยเชื่อว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นปัญหาระดับโลกที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันแก้ไข จึงอยากแบ่งปันความดี เรื่องการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม และปลูกจิตสำนึก ให้ทุกคนร่วมแรงร่วมใจช่วยกันดูแลสิ่งแวดล้อม และโลกใบนี้ให้น่าอยู่มากยิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับการสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ชุมชนด้วยการสนับสนุนผลผลิตชุมชนจากทั่วประเทศให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง เพื่อสร้างอาชีพและกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น”

นิทรรศการ “ปณิธานความดี…มีแล้วแบ่งปัน” ภายใต้แนวคิด“ตามรอยพ่อ เดอะมอลล์รักษ์โลก ชุมชนสุขใจ” โดย เดอะมอลล์ กรุ๊ป นำเสนอแนวคิดการแบ่งปันเป็น2 แนวทาง ได้แก่

1.การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน (Environmental Sustainability) ภายใต้โครงการ “เดอะมอลล์ กรุ๊ป โก กรีน” รณรงค์ลดการใช้ถุงพลาสติกและหันมาใช้ถุงผ้าเปลี่ยนพฤติกรรม เตรียมความพร้อมดีเดย์ 1 มกราคม 2563 ที่จะงดให้บริการถุงพลาสติกทั่วประเทศ นอกจากนี้ยังได้จัดกิจกรรมเวิร์กช็อป สำหรับให้ผู้เข้าร่วมชมงาน ได้เรียนรู้ และเป็นไอเดียห่อของขวัญในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง ด้วยกิจกรรม “ผูกด้วยใจให้ด้วยรัก” สอนการผูกผ้าแบบฟุโรชิกิวัฒนธรรมการห่อของขวัญแบบญี่ปุ่น โดยใช้ผ้าแทนการใช้พลาสติกหรือกระดาษ และยังสามารถนำผ้าห่อของขวัญมาใช้ได้อีกหลายครั้ง เป็นอีกหนึ่งวิธีง่ายๆ ที่สามารถช่วยให้โลกน่าอยู่มากยิ่งขึ้น ผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ทุกวันตลอดการจัดงาน โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือร่วมกิจกรรมเวิร์กช็อปพิเศษที่จะหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนให้ได้ร่วมสนุกในแต่ละวัน เช่น การทำกระเป๋าผ้า D.I.Yออกแบบลวดลายกระเป๋าผ้าในสไตล์ไม่เหมือนใคร, การทำสลัดโรลดอกไม้ และชาดอกไม้สมุนไพร และการเพาะงอกต้นอ่อน ไมโครกรีน-การปรุงดิน จากวัสดุเหลือใช้ในครัว เช่น เปลือกไข่, เศษผัก,เศษอาหาร ฯลฯ เพิ่มแร่ธาตุสารอาหารในดิน เพื่อนำไปปลูกผักสวนครัวปลอดสารพิษไว้ทานกันในครอบครัว เพียงช้อปสินค้าในบูธเดอะมอลล์ กรุ๊ป ครบ 300 บาท รับสิทธิ์ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมเวิร์กช็อปพิเศษได้ทุกวันวันละ 3 รอบ รอบละ 10 ท่าน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 02-3102641 และสำหรับสายกรีนรักษ์โลก เดอะมอลล์ กรุ๊ป ยังได้นำถุงผ้าหลากหลายดีไซน์มาจำหน่าย ในราคาเริ่มต้นเพียง 29 บาท

2.การสนับสนุนกลุ่มชุมชน สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนในชุมชนอย่างยั่งยืน ในโครงการ “เดอะมอลล์ร่วมสร้าง ชุมชนสุขใจ” คัดสรรสินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชนที่มีคุณภาพจากทั่วประเทศมาจัดจำหน่าย อาทิ “บ้านผลไม้” ผลไม้อบแห้งคุณภาพดีที่ช่วยสนับสนุนและยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรในจังหวัดเชียงรายให้อยู่ดีกินดีด้วยการรับซื้อผลผลิตในราคาที่เป็นธรรมเช่น ลำไยอบแห้ง, สตรอเบอร์รี่อบแห้ง, สับปะรดอบแห้ง, มะม่วงอบแห้ง, ผลไม้รวมอบแห้ง เป็นต้น, “ร้านกาละแมศีขรภูมิ” ของฝากขึ้นชื่อจากอำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ กาละแม สด คุณภาพระดับประเทศ กับกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์เพราะห่อด้วยใบตองรีดด้วยเตารีดถ่านแบบดั้งเดิม และขนมทองม้วน, “เกลอ” (Glur) จังหวัดนครศรีธรรมราชของดีภาคใต้ เช่น เม็ดมะม่วงหิมพานต์คั่วอันเลื่องชื่อ, แมคคาเดเมีย, ลูกหยี, กล้วยทอดกรอบ, เผือกทอดกรอบ เป็นต้น”

นอกจากบูธนิทรรศการและกิจกรรมของกลุ่มเดอะมอลล์ ภายในงานยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจให้ประชาชนได้เข้าร่วม เช่น การฝึกอาชีพ บริการซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า ไม่เสียค่าใช้จ่าย นวดแผนไทย การแจกจ่ายกล้าไม้ การออกหน่วยบริการทำบัตรประจำตัวประชาชนเคลื่อนที่ ฯลฯ ประชาชนที่สนใจสามารถเข้าร่วมชมบูธเดอะมอลล์ กรุ๊ป ได้ตั้งแต่วันนี้-14 ธันวาคม 2562 ระหว่างเวลา 10.00-21.00 น.ณ ท้องสนามหลวง

‘ภัทรพรรณ สาลีรัฐวิภาค’ กับคอลเลค ‘HOLIDAY 2019’ ความเป็นไทยมีเสน่ห์ เท่ได้ อยู่ที่มุมมอง

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/459802

‘ภัทรพรรณ สาลีรัฐวิภาค’ กับคอลเลค ‘HOLIDAY 2019’ ความเป็นไทยมีเสน่ห์ เท่ได้ อยู่ที่มุมมอง

วันศุกร์ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ภัทรพรรณ สาลีรัฐวิภาค แฝดเล็ก ลูกสาวคนสวยของ พีระพันธุ์-สุนงค์  สาลีรัฐวิภาค เจ้าของแบรนด์ PATTARAPHAN เครื่องประดับของคนรุ่นใหม่สไตล์ minimal น้อยแต่มาก แปลกแต่สวย สวมใส่สบายและใส่ได้จริง เปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่ “HOLIDAY 2019”  ต้อนรับเทศกาลแห่งความสุข

ภัทรพรรณ สาลีรัฐวิภาค เรียนจบปริญญาตรีจากศิลปกรรมศาสตร์ สาขาการทำและออกแบบ Jewelry ที่ Pratt Institute เกียรตินิยมอันดับ 1 และได้รับรางวัล Outstanding Merits Award หรือนักเรียนดีเด่น หลังจากเรียนจบก็ได้ฝึกงานและทำงานเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่นิวยอร์ก จากความชอบศิลปะ หลงใหลเครื่องประดับ หลงรักความเป็นไทย   จึงได้ดีไซน์เครื่องประดับในแบรนด์ PATTARAPHAN ซึ่งใช้ชื่อจริงของตัวเอง เปิดมาได้ปีกว่าๆ ควบคู่กับการทำงานด้าน Corporate Branding ให้กับโรงแรมในเครือดุสิตธานี

ภัทรพรรณ เผยว่า “ทั้ง 2 งานมีความแตกต่างกัน แต่ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เหมือนกัน ประสบการณ์จากทั้ง 2 งาน สามารถเกื้อหนุนกันได้ สำหรับแบรนด์ PATTARAPHAN นกสร้างมาเองกับมือ ล้มลุกคลุกคลานมาก็เยอะ ดูแลเองทุกขั้นตอน การตัดสินใจทุกอย่างอยู่ที่นก แต่การได้เข้ามาเป็นส่วนร่วมในการทำงานกับโรงแรมในเครือดุสิตฯ นั้น มีอะไรให้ทำเยอะและลงลึกมากกว่า ได้เรียนรู้การทำงานกันเป็นทีม ปรึกษาหารือกัน เพื่อให้ได้ไอเดียที่ดีและเหมาะสมที่สุด ทันสมัยได้ภายใต้กรอบที่มีอยู่

ถ้ามีเวลาว่าง นกชอบท่องเที่ยว เปิดมุมมองใหม่ๆ หาแรงบันดาลใจสร้างไอเดียใหม่ และชอบการเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์หรือสถานที่จัดแสดงศิลปะมากๆ ดูความคิดของคนออกแบบ รูปแบบ รูปทรง และยังเป็นการสะท้อนถึงวัฒนธรรมของเมืองนั้นๆ ได้อีกด้วย นกเที่ยวต่างประเทศและไทยสลับกัน ชอบเที่ยวแบบ local เรียนรู้ความเป็นอยู่ของคนที่นั่นจริงๆ  อย่างล่าสุดไปนอนโฮมสเตย์ที่สมุทรสงคราม อยู่ริมคลอง บรรยากาศเงียบสงบ สบาย ได้เรียนรู้วิถีชีวิตของคนที่นั่น เรียนทำขนมไทย เดินทางด้วยเรือแบบวิถีชีวิตของคนโบราณแบบที่ไม่เคยได้สัมผัส สนุกและมีความสุขมาก ถ้ามีโอกาสก็อยากไปอีก”

ในฐานะจิวเวอรี่ ดีไซเนอร์ ภัทรพรรณ ฝันอยากเห็นแบรนด์ PATTARAPHAN เติบโตไปได้ไกลๆ อยากให้เป็นมากกว่าเครื่องประดับ แต่เป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์ ขยายไลน์ผลิตภัณฑ์มากขึ้น

“นกมองไปถึงของตกแต่งบ้าน ซึ่งจุดเด่นของ PATTARAPHAN คือ ความเป็นไทย เพราะนกเป็นคนที่หลงใหลและหลงรักในความเป็นไทยมาก   ซึ่งน่าจะเป็นอิทธิพลของครอบครัว อย่างคุณยาย (ท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย) เป็นผู้ก่อตั้งโรงแรมดุสิตธานี ท่านจะพยายามใส่ความเป็นไทยในทุกสิ่งที่ท่านทำ ทำให้นกรู้สึกว่าความเป็นไทยมีเสน่ห์และมีความเท่อยู่ในตัวเอง อยู่ที่เราจะเลือกหยิบจับมุมไหนมาใช้หรือนำเสนอ

ในการออกแบบ นกจะนำไอเดียผสมกับความเป็นไทยเสมอ คอลเลคชั่นล่าสุด HOLIDAY 2019  นกได้นำตะขอที่ใช้ในการควบคุมช้าง หรือ Hook มาเป็นไอเดียในการออกแบบ พลิกแพลงด้วยการกลับขึ้น-กลับลง เพิ่มความมนลดความดุดัน ใส่ความเท่ให้กับรูปทรง ทำให้เกิดตุ้มหูที่มีดีไซน์แปลกใหม่ หรือคอลเลคชั่นก่อนนกปิ๊งไอเดียจากห่วงเปิดกระป๋อง ซึ่งกระป๋องสะท้อนถึงไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนเมืองกรุงในปัจจุบันมาเรียงต่อกันเป็นตุ้มหูและสร้อยคอ ถ้านำสร้อยคอมาพันกันก็จะเป็นสร้อยข้อมือได้อีกด้วย เวลาลูกค้าต่างชาติเห็นเขาจะรู้สึกแปลกใจว่า PATTARAPHAN เป็นแบรนด์ของไทย ดูชิค แต่เท่ ยิ่งเขารู้ที่มาของแรงบันดาลใจ เขายิ่งแปลกใจ  เพราะความเป็นไทยมีเสน่ห์ เท่ได้ อยู่ที่มุมมอง”

คอลเลคชั่น Holiday 2019 เปิดว๊าบที่ต่างหู 2 สไตล์แรก GRYO SCREW และ SOLEIL SCREW ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสกรู (Screw) อุปกรณ์งานช่างที่มีลักษณะคล้ายบันไดวน        เพิ่มความเก๋ในการสวมใส่ด้วยการหมุนสลักเกลียว  HOOK ที่ปิ๊งไอเดียจากตะขอที่ใช้ในการควบคุมช้าง โดยดีไซน์ให้กลับหัวลงและเพิ่มความโค้งมนลดความดุดันและ REVERSE HOOK พลิกแพลงด้วยการกลับตะขอขึ้น เวลาสวมใส่ส่วนที่โค้งมนจะเกาะเก๋อยู่บริเวณใบหูด้านในและแทงปลายมนออกมาทางด้านหน้า สำหรับ REVERSE HOOK นั้นออกแบบมาสำหรับหูข้างซ้ายเท่านั้น

ต่างหูอีก 2 สไตล์ จะเป็นการต่อยอดจากคอลเลคชั่นเดิม ต่างหู PRESSURE เรียงร้อยห่วงเปิดกระป๋อง          ให้ยาวขึ้นเป็น 5 ฝา โดยสามารถใส่ได้ทั้งช่วงทำงานกลางวันและปาร์ตี้กลางคืน PAVE RATHA EAR CUFF ต่างหูกลมมนที่เพิ่มโทแพซ (Topaz) โปรยความขี้เล่นด้วยแสงแวววาว การสวมใส่ยังเก๋ด้วยการกดสปริง         เพียงคลิ๊กเดียวช่วยกระตุ้นความสนุกในตัวให้เผยออกมาเตรียมต้อนรับเทศกาล Holiday ที่กำลังจะมาถึง

ปิดท้ายด้วยแหวน RYO RING ดีไซน์ที่ล้อไปกับรูปทรง เพิ่มความสวิง การเคลื่อนไหว ใส่ความมีชีวิตชีวา  หากสังเกตให้ดีแหวนวงนี้แต่ละมุมจะไม่เหมือนกัน เวลาสวมใส่จะเปลี่ยนไปได้มากมายหลากอารมณ์ เปรียบเสมือนความพลิ้วไหวของหางปลาเวลาแหวกว่ายล้อเล่นไปกับสายน้ำ

คอลเลคชั่น HOLIDAY 2019 จากเครื่องประดับ PATTARAPHAN มีทั้งสีเงินและสีทอง สามารถยลโฉมหรือสั่งซื้อได้ที่ IG : _pattaraphan_ และ Line : shop.pattaraphan

คุณแหน : 13 ธันวาคม 2562

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/459832

650935

คุณแหน : 13 ธันวาคม 2562

วันศุกร์ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ll“มหัศจรรย์พรรณภาพ”นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ใน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปี 2562 ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เปิดแล้วและแสดงถึงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563(หยุดทุกวันจันทร์)…กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงเล่าว่า“พรรณภาพ”เหล่านี้ได้จาก“การเดิน”และ“ถ่ายทอด”โดยผ่านรูปเขียน ภาพถ่าย…น่าทึ่ง มีเรื่องเล่ามากมาย…นายแบบ(ตลอดกาล)ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล“ปีนี้ไม่ค่อยยิ้ม”…และพระองค์ท่านจะต้องทำให้“ปู่เมธ”ยิ้มให้ได้…

ll จบงานเลี้ยงวันเกิดปลายปี…ศ.ดร.ทพญ.ธีรลักษณ์สุทธเสถียร พาคณะญาติมิตรคนสนิทเกือบ 20 ชีวิต กลับจากเอนจอยบ้านนอกญี่ปุ่น Okinawa แฮปปี้ทั่วหน้า…“หัวหน้าคณะ”ไม่ได้พัก เดินทางต่อไปทำงานหน่วยทันตกรรมพระราชทานฯ ขึ้นเหนือล่องใต้…สมกับรางวัล“มหิดลทยากร”…และ“ดีเด่น”อีกหลายประเภท…

ll ตั้งปณิธาน“ทำดี”ในงานศพ“คุณแม่”ที่เพิ่งล่วงลับ…อัจฉรา ตั้งมติธรรม เดินสาย“ทำบุญ”…ล่าสุดขึ้นรับรางวัล Star for Children จากยูนิเซฟ ประเทศไทย ในงานช่วยเหลือเด็กที่ขาดแคลนและด้อยโอกาส…ประทีปตั้งมติธรรม ประธาน“ศุภาลัย”ชื่นใจ…

ll สวด พล.อ.อ.อนันต์ กลินทะ อดีตเสนาธิการทหารอากาศและอดีต รมว.มหาดไทย ศาลา 17-18 วัดพระศรีมหาธาตุฯบางเขน ถึง 15 ธ.ค. …

ll ธุรกิจโรงงานสับปะรดปีนี้ปัญหามาก…คุณนายประทุมภรณ์ กิจเถกิง เลยเดินสายท่องเที่ยว…ระหว่างนี้เพลินกับอากาศเย็นของอินเดีย ตระเวนบูชาสังเวชนียสถาน…“ฐานะ”ตอนนี้มีทุกข์ก็พึ่งแค่“วัด”เดียว…สมัย“สร้างตัว”ต้องใช้ถึง 2 วัด…วัดอัมพวันและวัด“ดวง”…

llคนวัยนี้ไม่มีข่าวเที่ยวก็จะขลุกอยู่กับการพักฟื้น…เกียรติ สิทธีอมร นักการเมืองน้ำดี เพิ่งทำ“บายพาส”…นอนพักฟื้นอยู่บ้านโดยมีสาวสวยรองนางสาวไทย จริญญา หาญณรงค์ ดูแล…ส่วน“ขงเบ้งการกีฬา”สันติภาพ เตชะวณิช ก็เพิ่งผ่าเสร็จ ได้ สุมาลี ชูสัตยานันท์ อดีตแชมป์ปิงปองหญิงแห่งประเทศไทย ประคบประหงม…

llสุรีย์ประภา ตรัยเวช สนุกกับทัวร์เซนได…ที่ลูกชายคนเก่ง ภาณุ ตรัยเวช พา“ว่าที่สะใภ้”ไปด้วย…ถึงทำใจได้ว่าหนาวแค่ไหนลูกชายก็ต้องกอดแฟนก่อน…“คุณปุ๊”ต้องรอมา“มหาชัย”ที่สามีใจกุศล นพ.ทวีศักดิ์ ตรัยเวช…ปลีกสังคมมารับใช้ คนไทยคนพม่า ชาวประมง…

ll อดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ รศ.ดร.ไพโรจน์ วงศ์วิภานันท์ ถึงแก่กรรมกะทันหันในบ้านพักที่ไม่มีคนดูแล…คนรู้จักใกล้ชิดบอก“อาจารย์”น่าจะมีความสุข…เพราะได้ทำงานจน“วาระสุดท้าย”ของชีวิต…งานเขียนบทความชิ้นสุดท้าย“เงินบาทแข็ง”น่า “ภูมิใจ”หรือ“กังวลใจ”…คงมีประโยชน์บ้าง…ll

ภิญญ์สิรี

ไอคอนสยามนำความภาคภูมิใจมาสู่ประเทศไทยอีกครั้ง คว้ารางวัลสูงสุดบนเวทีระดับโลก จากเมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศส

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/459539

ไอคอนสยามนำความภาคภูมิใจมาสู่ประเทศไทยอีกครั้ง คว้ารางวัลสูงสุดบนเวทีระดับโลก จากเมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศส

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ไอคอนสยาม อภิมหาโครงการเมืองแห่งการใช้ชีวิตสู่โลกอนาคต สัญลักษณ์แห่งความรุ่งโรจน์ของไทยริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา สร้างประวัติศาสตร์ให้กับประเทศไทยอีกครั้ง เมื่อได้รับคัดเลือกชนะรางวัลแห่งเกียรติยศจากเวทีระดับโลก ได้แก่ รางวัลชนะเลิศ สาขาศูนย์การค้าที่ดีที่สุด (Best Shopping Centre) จากเวที 2019 MAPIC Awards ณ เมืองคานส์ (Cannes) ประเทศฝรั่งเศส และรางวัลชนะเลิศในระดับภูมิภาค สาขาโครงการค้าปลีกที่ดีที่สุด (Best Retail Development) จากเวที MIPIM Asia Awards 2019  ที่ฮ่องกง ซึ่งทั้งสองเป็นเวทีประกวดที่ได้รับการยกย่องให้เป็นเสมือนรางวัลออสการ์ของวงการอสังหาริมทรัพย์ในระดับโลกและในภูมิภาคเอเชีย

ความสำเร็จของไอคอนสยามในครั้งนี้ นับเป็นบทพิสูจน์ความสำเร็จของโครงการและตอกย้ำจุดยืนในฐานะผู้พลิกเกมธุรกิจครั้งยิ่งใหญ่ที่ได้รับการยกย่องในระดับโลกอีกครั้ง โดยไอคอนสยามได้รับรางวัลชนะเลิศ MAPIC Award 2019 ในสาขา Best Shopping Centre หรือศูนย์การค้าที่ดีที่สุดในโลก สามารถเอาชนะคู่แข่งจากทั่วทุกมุมโลก ด้วยการผนวกความคิดสร้างสรรค์ร่วมกับนวัตกรรมล้ำสมัย บุกเบิกแนวคิดแปลกใหม่ของการพัฒนาโครงการเพื่อนำเสนอสิ่งที่สุดของไทยบรรจบกับสิ่งที่ดีที่สุดของโลก  จนได้รับการยอมรับว่าเป็น lifestyle destination ที่มีความโดดเด่นรอบด้านเป็นมากกว่าศูนย์การค้า ทั้งเรื่องของแนวคิดในการพัฒนาโครงการ สถาปัตยกรรมการออกแบบระดับโลก และสามารถนำเสนอประสบการณ์ครบทุกมิติ ทั้งเรื่องศิลปวัฒนธรรม นวัตกรรม ความหลากหลายของแบรนด์สินค้า และความบันเทิงที่แตกต่างโดยมอบให้กับผู้มาเยือนได้อย่างสมบูรณ์จนกลายเป็นต้นแบบของธุรกิจรีเทลรูปแบบใหม่ที่ผู้คนให้ความสนใจ และสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้กับวงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้าปลีกโลก

นอกจากนี้ ไอคอนสยามยังได้รับรางวัลชนะเลิศในสาขา Best Retail Development หรือการพัฒนาโครงการค้าปลีกที่ดีที่สุด จากเวที MIPIM Asia Awards 2019  โดยไอคอนสยามได้รับการคัดเลือกให้เป็นโครงการค้าปลีกในรูปแบบเมืองขนาดใหญ่ ที่เปลี่ยนแนวคิดในการพัฒนาโครงการไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ทั้งองค์ประกอบภายในโครงการ รูปแบบการนำเสนอประสบการณ์ และวิธีการทำธุรกิจสู่ความยั่งยืนโดยบุกเบิกความร่วมมือระดับชาติครั้งประวัติศาสตร์ของผู้ประกอบการและหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ตลอดจนภาคประชาสังคม และชุมชนต่างๆ ริมสองฝั่งแม่น้ำ เพื่อยกระดับความเจริญรุ่งเรือง มุ่งสร้างผลประโยชน์ให้เกิดในวงกว้าง สร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คน

ทั้งนี้ ไอคอนสยาม ได้สร้างปรากฎการณ์กวาดรางวัลชนะเลิศ Global Award จากเวทีอันทรงเกียรติระดับนานาชาติมาแล้วมากมาย ได้แก่ รางวัลชนะเลิศ World Retail Awards 2019 ในสาขา Best Store Design of the Year คือเป็นโครงการที่มีการออกแบบดีที่สุดในโลก สร้างสรรค์สถาปัตยกรรมโดยทีมงาน นักออกแบบ บริษัท เออร์เบิ้น อาร์คิเทค จำกัด, รางวัลชนะเลิศจาก INTERNATIONAL PROPERTY AWARDS สาขา RETAIL DEVELOPMENT, รางวัลชนะเลิศ Prix Versailles South Asia and the Pacific 2019 สาขา Shopping Malls, รางวัล Gold Stevie Award 2019 สาขา Art, Entertainment & Public – Art Event จาก The International Business Awards การประกวดธุรกิจนานาชาติประจำปี 2019 (ประจำปี ครั้งที่16),  รางวัลชนะเลิศ จำนวน 4 รางวัล จากสมาคมศูนย์การค้าโลก หรือ International Council of Shopping Centers’ (ICSC) Asia Pacific Awards อันได้แก่สาขา โครงการแห่งใหม่ที่ดีที่สุด (Design and Development – New Developments), ให้การสนับสนุนธุรกิจรายย่อยดีที่สุด  (Marketing – Business-to-Business (B2B), จัดงานเปิดตัวดีที่สุด (Marketing – Grand Opening, Expansion & Renovation), แคมเปญการประชาสัมพันธ์ที่ดีที่สุด (Public Relations and Events) ซึ่งเป็นโครงการใหม่โครงการเดียวได้รับรางวัลชนะเลิศเป็นจำนวนรางวัลมากที่สุดในคราวเดียวภายในปี

พยาบาลเยี่ยมบ้านแนะนำเทคนิค ดูแลผู้ป่วยสูงอายุทั้งสุขอนามัย และสุขภาพใจ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/459532

พยาบาลเยี่ยมบ้านแนะนำเทคนิค ดูแลผู้ป่วยสูงอายุทั้งสุขอนามัย และสุขภาพใจ

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ปัจจุบันประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุซึ่งเมื่อเข้าสู่วัยนี้จะเริ่มมีปัญหาเรื่องสุขภาพหลายครอบครัวต้องพบกับปัญหาการเจ็บป่วยของผู้สูงอายุที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ซึ่งเมื่อออกจากโรงพยาบาล ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด หน้าที่เหล่านี้จึงเป็นของคนในครอบครัว บางครั้งอาจไม่เข้าใจวิธีการดูแลผู้ป่วยสูงวัยอย่างถูกวิธีทำให้ส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยและตัวผู้ดูแลเอง

ดังนั้น หน่วยบริการพยาบาลผู้ป่วยที่บ้านคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี จึงริเริ่มโครงการพยาบาลเยี่ยมบ้านขึ้น เพื่อติดตามให้คำแนะนำวิธีการดูแลสุขภาพแก่ผู้ป่วยและญาติที่บ้านซึ่ง โครงการอิ่มบุญ กับผ้าอ้อมผู้ใหญ่เซอร์เทนตี้ปีที่7ได้เข้าร่วมสนับสนุนโครงการฯแนะนำเทคนิคการใช้ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ที่ถูกต้อง เพื่อความสบายตัวของผู้ป่วย พร้อมมอบผลิตภัณฑ์ผ้าอ้อมผู้ใหญ่เซอร์เทนตี้  เพื่อช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย

น.ส. พรภัทร จิรเรืองปัญญา ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด  บริษัท ดีเอสจี อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด(มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายผ้าอ้อมผู้ใหญ่เซอร์เทนตี้ (Certainty) กล่าวว่า เซอร์เทนตี้ให้ความสำคัญกับการเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยเหลือสังคมไทย และดูแลผู้สูงอายุ โดยเฉพาะด้านสุขอนามัย ดังนั้น โครงการอิ่มบุญกับผ้าอ้อมผู้ใหญ่เซอร์เทนตี้ ตลอด 6 ปีที่ผ่านมา จึงมอบเงินรายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายผ้าอ้อมผู้ใหญ่ จำนวน 1ล้านบาทให้กับมูลนิธิรามาธิบดีฯ ส่วนในปีนี้ที่ประเทศไทยเริ่มก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นวัยที่ต้องได้รับการดูแลในทุกด้านโดยเฉพาะเรื่องของสุขอนามัย โครงการอิ่มบุญกับผ้าอ้อมผู้ใหญ่เซอร์เทนตี้ปีที่ 7 มีแนวคิดที่จะสนับสนุนมูลนิธิรามาธิบดีฯเช่นเดิม โดยมอบเงินสมทบทุนให้กับโครงการเพื่อผู้ป่วยสูงอายุยากไร้ เป็นโครงการช่วยเหลือผู้ป่วยของมูลนิธิรามาธิบดีฯที่ไม่สามารถรับภาระค่าใช้จ่ายส่วนเกินสิทธิค่ารักษาพยาบาลได้ ให้ได้รับโอกาสเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่ดีและมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังสนับสนุนผ้าอ้อมผู้ใหญ่เซอร์เทนตี้ให้กับโครงการพยาบาลเยี่ยมบ้านอีกด้วย

ด้าน สินีนุช ขำดี หัวหน้าหน่วยบริการพยาบาลผู้ป่วยที่บ้าน คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีกล่าวว่า หน่วยบริการพยาบาลผู้ป่วยที่บ้าน เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2517 จนถึงปัจจุบัน เพื่อเยี่ยมผู้ป่วยที่กลับไปดูแลตนเองต่อที่บ้าน ซึ่งเป็นผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยติดเตียงที่มีอุปกรณ์ทางการแพทย์ โดยก่อนผู้ป่วยกลับบ้าน พยาบาลจะมีการสอนและฝึกทักษะวิธีการดูแลต่างๆ ให้กับบุคคลในครอบครัว เช่น การให้อาหารทางสายยาง การทำแผล การดูดเสมหะ การให้ออกซิเจนที่บ้าน รวมทั้งการดูแลสุขอนามัยระบบขับถ่าย เป็นต้น

ทั้งนี้หน้าที่ของพยาบาลเยี่ยมบ้านจะประเมินผู้ป่วยและครอบครัวในการดูแลตนเองที่บ้าน พร้อมทั้งให้คำแนะนำและจัดการสิ่งแวดล้อมให้เอื้ออำนวยสำหรับการดูแลผู้ป่วย รวมถึงเปิดโอกาสให้ครอบครัวได้แสดงความคิดเห็น และปรึกษาปัญหาต่างๆ ในการดูแลผู้ป่วย ขณะนี้มีผู้ป่วยในโครงการกว่า 300 คนโดยจะดำเนินการออกตรวจเยี่ยมเดือนละประมาณ100  ครั้ง

ผู้ป่วยส่วนหนึ่งที่หน่วยฯ ออกตรวจเยี่ยมจะเป็นผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยติดเตียง ซึ่งการดูแลไม่ใช่เรื่องยากเพียงเน้นทักษะการดูแลเรื่องความสะอาด และถูกต้องตามแผนการรักษา โดยเฉพาะการดูแลด้านสุขอนามัย เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกสบาย ครอบครัวควรฝึกสังเกตพฤติกรรมผู้ป่วยว่าต้องการสิ่งใด เช่น รู้สึกเมื่อยต้องการพลิกตัว  หิวน้ำหรือคันที่ผิวหนังต้องการทำความสะอาดแต่ทำเองไม่ได้ เป็นต้น

นางสินีนุช กล่าวต่อว่าการใช้ผ้าอ้อมผู้ใหญ่เป็นที่นิยมมากขึ้นในกลุ่มผู้สูงวัย โดยเฉพาะในการดูแลผู้ป่วยที่บ้าน เนื่องจากสะดวก ลดภาระหรือความยุ่งยากในการทำความสะอาดสิ่งสกปรกจากการขับถ่าย แต่หากคนในครอบครัวใส่ไม่ถูกวิธี อาจส่งผลให้ผู้ป่วยไม่สบายตัวและปัสสาวะรั่วซึม ดังนั้นครอบครัวจึงควรเลือกใช้ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ให้เหมาะสมกับขนาดและกิจกรรมของผู้ป่วย  เช่น  อ่านฉลากขนาดผ้าอ้อมให้เหมาะกับรอบเอวของผู้ป่วย เลือกใช้ผ้าอ้อมแบบสวมให้กับผู้ป่วยเพื่อทำกิจกรรมฟื้นฟูร่างกาย หรือใช้แผ่นรองซับเสริมสำหรับปูเตียงในผู้ป่วยติดเตียง ปรับระดับการใส่ผ้าอ้อมให้กระชับ เพื่อความสบายตัว ไม่รั่วซึม และที่สำคัญควรหมั่นเปลี่ยนผ้าอ้อมทุก 4  ชั่วโมงหรือทุกครั้งที่ขับถ่าย ทำความสะอาดผิวหนังพร้อมซับผิวให้แห้งเพื่อป้องกันการเกิดแผลบริเวณผิวหนังและไม่โรยแป้งเพื่อป้องกันการสะสมเชื้อโรคในบริเวณที่อับชื้นและจุดซ่อนเร้น หากมีผื่นหรือแผล ควรปรึกษาแพทย์เพื่อให้การรักษาที่ถูกต้องเหมาะสมต่อไป

‘วิ่งวัฒนารันครั้งที่ 2’ มากกว่าการวิ่ง ‘เพื่อคนรักสุขภาพและรักในการให้’

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/459525

‘วิ่งวัฒนารันครั้งที่ 2’ มากกว่าการวิ่ง ‘เพื่อคนรักสุขภาพและรักในการให้’

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

สมาคมศิษย์วังหลัง-วัฒนา นำโดย ลิสา นะวงศ์ นายกสมาคมฯ และ ดร.ชูพรรณ โกวณิชย์ จัดงานวิ่งวัฒนารันครั้งที่ 2 โดยมี พงษ์ทิพย์ เทศะภู, ชลลกา เก่งระดมยิงอดีตนายกสมาคมศิษย์วังหลัง-วัฒนา, ดร.พัชราภรณ์ ดวงชื่น ผู้จัดการโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย และ บราลี ศรีสุวรรณ นายกสมาคมผู้ปกครองและครูฯ ร่วมงาน

เสร็จสิ้นลงด้วยเสียงตอบรับที่ดี สำหรับการวิ่งวัฒนารันครั้งที่ 2A FUN DAY TOGETHER ซึ่ง สมาคมศิษย์วังหลัง-วัฒนา นำโดย ลิสานะวงศ์ นายกสมาคมฯ จัดขึ้นเพื่อเป็นการเชื่อมสามัคคีระหว่างโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย สมาคมศิษย์วังหลัง-วัฒนา และ มูลนิธิโรงเรียนวัฒนา เพื่อนำรายได้บางส่วนมอบแด่มูลนิธิดวงใจใหม่ เพื่อการรักษาผ่าตัดโรคหัวใจผู้ยากไร้ได้เร็วขึ้น และมอบให้แก่ชมรมครูเกษียณอายุ โดยงานนี้ ดร.ชูพรรณ โกวณิชย์ได้ริเริ่มนำนวัตกรรมการวิ่งใหม่ๆ มาเผยแพร่ ซึ่งนอกจากชาววัฒนามาร่วมกันวิ่งเพื่อสุขภาพแล้วยังมีผู้รักสุขภาพจากที่อื่นๆ ร่วมลงทะเบียนผ่านแอพพลิเคชั่นแล้ววิ่งพร้อมกันตามสะดวกที่ไหนก็ได้ ช่วงเวลาไหนก็ได้ ระหว่างวันที่ 15 ตุลาคม-15 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา นับเป็นการเสริมสร้างการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องให้แก่ชาววัฒนาเป็นอย่างดี

งาน A Fun Day Together จัดขึ้นเมื่อวันเสาร์ 30 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา รวมตัวกันวิ่ง Fun Run ระยะทาง 2 กม. ภายในบริเวณโรงเรียน พร้อมกิจกรรมยามเช้าเป็นการอบอุ่นร่างกาย ครูคล้ายจันทร์พันธ์แมน รุ่น104 นำเต้น เมื่อถึงเวลา พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ อดีตนายกสมาคมครูผู้ปกครองฯ ปล่อยตัวนักวิ่ง เมื่อวิ่งเสร็จได้พักผ่อนรับประทานอาหารเช้าตามอัธยาศัย ภายในงานแจกรางวัลประเภทต่างๆ โดยมีพิธีกรมืออาชีพ ดารณีนุชปสุตนาวิน รุ่น 111 และ วิน-ชวินทร์วุฒิก้องธรนินทร์ นักแสดงช่อง 7 ประกาศรางวัลประเภท วีไอพีชนะเลิศ บุญส่งแก้วประไพ อันดับ 1 และอันดับ 2 ได้แก่ ม.ล.พรรณวดี วรวรรณ และ กรรัชจำเดิมเผด็จศึก รองชนะเลิศ หญิงเดี่ยว อันดับ 1และ 2 ได้แก่ นันทลี จารุรัตน์ และพญ.สิริยาภรณ์ เลาหคุณากรณ์ รองชนะเลิศชาย อันดับ 1 และอันดับ 2 ได้แก่ รพีภัทรภัทธรางกูร และ วันชาติ จาติเสถียร รางวัลชนะเลิศ Single & Overall มยุรี เลิศมณีทวีทรัพย์ นอกจากนี้ยังมีการแข่งขันประเภทกลุ่ม รุ่น 98 คว้าไป2 รางวัล ชนะเลิศ คือ กลุ่มทาลลิน ทลาย รุ่น 98นำทีมโดย แสงรวี อัศวกุล อีกทั้งเป็นศิษย์เก่าที่สะสมระยะทางสูงสุด รองชนะเลิศอันดับ 1 คือ ทีมแม่เต๋อ เกศนี ตันประเสริฐ นำลูกๆ มาวิ่ง รองชนะเลิศอันดับ 2คือ PPP รุ่น 98 นำทีมโดย ปานหทัย เสรีรักษ์ส่วนนักวิ่งกิตติมศักดิ์ชาววัฒนาที่ไม่เคยพลาดมาทุกนัด ได้แก่ อ.วรรณดี คันธวงศ์, ลานทิพย์ ทวาทศิน อดีตผู้จัดการโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัยและอดีตนายกสมาคมศิษย์วังหลัง-วัฒนา พงษ์ทิพย์ เทศะภู, ชลลกา เก่งระดมยิง, เก็จรุ้ง มาลากุล ณ อยุธยา เรียกว่าจบงานนี้มีชาววัฒนาออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง สุขภาพดีแข็งแรงหุ่นฟิตเปรี๊ยะกันทุกคน อิ่มบุญและอิ่มอร่อยกันถ้วนหน้า

สมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธฯ เลี้ยงแสดงความยินดี ‘บิ๊นท์-สิรีธร ลีห์อร่ามวัฒน์’นางสาวไทย 2562 หลังคว้าตำแหน่ง‘Miss International 2019’คนแรก

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/459544

(ซ้าย) พล.ต.ท.อรรถกฤษณ์ ธารีฉัตร และ ผศ.สุรวุธ กิจกุศล
มอบเข็มเพชราวุธ

สมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธฯ เลี้ยงแสดงความยินดี ‘บิ๊นท์-สิรีธร ลีห์อร่ามวัฒน์’นางสาวไทย 2562 หลังคว้าตำแหน่ง‘Miss International 2019’คนแรก

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

พล.ต.ท.อรรถกฤษณ์ ธารีฉัตร นายกสมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัยฯและคณะกรรมการ จัดงานเลี้ยงต้อนรับและแสดงความยินดีกับ “บิ๊นท์-สิรีธร ลีห์อร่ามวัฒน์” นางสาวไทย ประจำปี 2562 ในโอกาสได้รับตำแหน่ง Miss International 2019

สมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ นำโดย พล.ต.ท.อรรถกฤษณ์ ธารีฉัตร นายกสมาคมฯ พร้อมคณะกรรมการสมาคมฯ อาทิ ผศ.สุรวุธ กิจกุศล ผู้บังคับการ,นายเศรษฐพงศ์ จันทนยิ่งยง เหรัญญิกสมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธฯ, นายพัชโรดม์รักตประจิต เลขานุการสมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธฯ, นายไตรรัตน์ ฉัตรแก้ว กรรมการสมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธฯ,นายณัฐชล อันนวัฒนะ อนุกรรมการสมาคมฯจัดงานเลี้ยงต้อนรับและแสดงความยินดีกับ“บิ๊นท์-สิรีธร ลีห์อร่ามวัฒน์” นางสาวไทย ประจำปี 2562 ในโอกาสได้รับตำแหน่ง Miss International 2019 โดยมีรองนางสาวไทย “ไอติม-สุภางค์ พานทอง”และ “น้ำมนต์-มนชนิตว์ ช่วยบุญ”มาร่วมแสดงความยินดีด้วย

พล.ต.ท.อรรถกฤษณ์ ธารีฉัตรนายกสมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า สมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ผู้ได้รับลิขสิทธิ์การประกวด “นางสาวไทย” ซึ่งปี 2562 นี้ ได้ก้าวสู่ปีที่ 86 ของการประกวดนางสาวไทยแล้ว  โดยสาวงามผู้ได้ตำแหน่งจะเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะทูตวัฒนธรรม ทูตการท่องเที่ยว และทูตพาณิชย์ โดยปีนี้ทางสมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธฯได้ส่ง “บิ๊นท์-สิรีธร ลีห์อร่ามวัฒน์”นางสาวไทย 2562 เป็นตัวแทนเข้าร่วมการประกวดMiss International 2019 และสามารถสร้างประวัติศาสตร์ได้รับตำแหน่ง Miss International 2019 มาครองเป็นคนแรกของไทย

“นับว่าเป็นการกู้ศักดิ์ศรีของนางสาวไทยได้อย่างยอดเยี่ยมเพราะไม่มีเวทีไหนจะได้รับระดับโลกได้ ถ้าไม่ผ่านเวทีนางสาวไทยซึ่งผู้ที่ได้รับตำแหน่งนางสาวไทยในปีนี้มีแต่รอยยิ้ม มีมนุษยสัมพันธ์ตลอดเวลาทำให้ทุกคนมีแต่ความรักให้ และหลังจากนี้Miss International คนล่าสุด จะเริ่มช่วยงานด้านสาธารณกุศลก็อาจจะทำให้เหนื่อยขึ้นกว่าเดิมและเป็นตัวอย่างในการทำความดีแก่เยาวชนและประเทศต่อไป”

ด้าน ผศ.สุรวุธ กิจกุศล ผู้บังคับการวชิราวุธวิทยาลัย กล่าวว่า ได้ติดตามการประกวดนางสาวไทยมาตั้งแต่ต้นจนถึงการไปประกวดที่ญี่ปุ่นกระทั่งได้รับตำแหน่ง “Miss International 2019” ถือว่าได้สร้างประวัติศาสตร์เป็นสาวไทยคนแรกที่ได้ตำแหน่งนี้หลังจากที่มีการประกวดมายาวนานกว่า 59 ปี

ขณะที่ บิ๊นท์-สิรีธร ลีห์อร่ามวัฒน์ นางสาวไทย 2562 ที่ไปคว้ามงกุฎในเวที Miss International 2019 ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น  กล่าวว่า  เชื่อว่าเวทีนางสาวไทยเป็นเวทีที่ศักดิ์สิทธิ์จึงเลือกสมัครประกวดที่เวทีนี้ ขอขอบคุณที่สมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธฯ มอบโอกาสให้ และจะเป็นตัวแทน เป็นตัวอย่างที่ดี และมั่นใจว่ารองนางสาวไทยที่ถูกคัดเลือกมาก็มีคุณสมบัติทุกประการในการเป็นตัวอย่างการทำความดีเช่นกัน

ในโอกาสเดียวกันนี้ พล.ต.ท.อรรถกฤษณ์ ธารีฉัตร นายกสมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์และ ผศ.สุรวุธ กิจกุศล ผู้บังคับการวชิราวุธวิทยาลัย ยังได้มอบเข็มเพชราวุธแก่นางสาวไทย 2562 และรองนางสาวไทย 2562 ทั้ง 3 คน อีกด้วย

(ซ้าย) พล.ต.ท.อรรถกฤษณ์ ธารีฉัตร และ ผศ.สุรวุธ กิจกุศล
มอบเข็มเพชราวุธ

(ซ้าย) พล.ต.ท.อรรถกฤษณ์ ธารีฉัตร และ ผศ.สุรวุธ กิจกุศล มอบเข็มเพชราวุธ
คณะกรรมการสมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัยฯ ร่วมแสดงความยินดับกับ
บิ๊นท์-สิรีธร ลีห์อร่ามวัฒน์

คณะกรรมการสมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัยฯ ร่วมแสดงความยินดับกับ บิ๊นท์-สิรีธร ลีห์อร่ามวัฒน์
(ซ้าย) พล.ต.ท.อรรถกฤษณ์ ธารีฉัตร, นํ้ามนต์-มนชนิตว์ ช่วยบุญ, บิ๊นท์-สิรีธร ลีห์อร่ามวัฒน์, ไอติม-สุภางค์ พานทอง และ
ผศ.สุรวุธ กิจกุศล

(ซ้าย) พล.ต.ท.อรรถกฤษณ์ ธารีฉัตร, นํ้ามนต์-มนชนิตว์ ช่วยบุญ, บิ๊นท์-สิรีธร ลีห์อร่ามวัฒน์, ไอติม-สุภางค์ พานทอง และ ผศ.สุรวุธ กิจกุศล

คอนเสิร์ตย้อนรำลึก 42 ปี ‘Memories of ELVIS’ อิ่มบุญ-สุขใจ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/459524

คอนเสิร์ตย้อนรำลึก 42 ปี ‘Memories of ELVIS’ อิ่มบุญ-สุขใจ

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ดร.ศิรินา ปวโรฬารวิทยา, มณีรัตน์ วัฒนสมบัติ และไชยรัตน์ เดชไกรศักดิ์ ประธานชมรมเพื่อนรักเพลง จัดงานคอนเสิร์ต “Memories of ELVIS” เพื่อรวบรวมทุนสมทบโครงการทำแขนขาเทียมให้แก่ผู้ทุพพลภาพ โดยมี Mr.James Francis และ พญ.ปริยสุทธิ์ อินทสุวรรณ ผู้ก่อตั้งกลุ่มไทยฤทธิ์เป็นผู้รับมอบ ร่วมกับ ธวิชชัย ไสยสมบัติ, พญ.ยุวดี เลี่ยวไพรัตน์, กรรณิกา ดวงมณี

ดร.ศิรินา ปวโรฬารวิทยา, มณีรัตน์วัฒนสมบัติ และ ไชยรัตน์ เดชไกรศักดิ์ ประธานชมรมเพื่อนรักเพลง จัดงานคอนเสิร์ต “Memories of ELVIS” ย้อนรำลึก 42 ปี เอลวิส เพรสลีย์ จากไปซึ่งจัดขึ้นเพื่อรวบรวมทุนสมทบโครงการทำแขนขาเทียมให้แก่ผู้ทุพพลภาพ โดยมี Mr.James Francis และ พญ.ปริยสุทธิ์ อินทสุวรรณ จากกลุ่มไทยฤทธิ์เป็นผู้รับมอบ พร้อมแต่งตัวสวยในธีมร็อกแอนด์โรลล์ ณ เดอะพุด อิงลิช การ์เดนท์ ประดิษฐ์มนูธรรม 26

คอนเสิร์ตครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อรวบรวมทุนสมทบโครงการทำแขนขาเทียมให้แก่ผู้ทุพพลภาพ โดยชมรมเพื่อนรักเพลงเป็นผู้จัดกิจกรรม พร้อมกับเพื่อนๆ ที่รักในเสียงเพลง อาทิ คุณหญิงกัญญา หงส์ลดารมภ์, พญ.ยุวดี เลี่ยวไพรัตน์, พล.อ.ต.นพ.วิบูลย์ ตระกูลฮุน, ดวงทิพย์-ชัยณรงค์ ศรีเฟื่องฟุ้ง, ดร.ปารย์รินทร์ อมรถาวรศักดิ์, ปราณี-สุเทพ ชวาลา, มยุรี-ธวิชชัย ไสยสมบัติ, สมพงษ์ทวิวรดิลก, พญ.จิตรา-เจน วงศ์บุญสิน, ทัศนีย์-นพ.ประเสริฐ ศัลย์วิวรรธน์,พรรณี สุภัทรพันธุ์, ศรีสกุล วัฒนวิบูลย์, วิไลวรรณ สุนทรเกตุ ฯลฯที่มาเป็นส่วนหนึ่งของการย้อนรำลึกถึงการจากไปของเอลวิส เพรสลีย์ ราชาแห่งร็อกแอนด์โรลล์ ซึ่งเสียชีวิตผ่านมาแล้ว 42 ปีแต่บทเพลงของเขายังคงมีความเป็นอมตะและตราตรึงใจกับผู้ฟังจนถึงปัจจุบัน ซึ่งทุกคนมาพร้อมเพรียงกันในธีมยุค 60 ที่เอลวิสกำลังเฟื่องฟู นอกจากจะได้ความสนุกสนานเพลิดเพลินไปกับการร่วมร้องเพลง สร้างมิตรภาพ รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และยังได้ร่วมกันทำบุญอีกด้วย

ดร.ศิรินา ปวโรฬารวิทยา ประธานกลุ่มบูติคนิวซิตี้ กล่าวว่า “ถ้าย้อนรำลึกถึงความทรงจำในชีวิตนี้มีเพื่อนรักอยู่ 2 กลุ่ม คือเพื่อนรักเซนต์โยเซฟที่คบกันมาตั้งแต่สมัย 6 ขวบ และกลุ่มเพื่อนรักเพลงซึ่งรวมถึงเอลวิส หากเอลวิสยังอยู่วันนี้อายุก็ครบ 84 ปี 15 วันเมื่อพวกเราเซนต์โยเซฟอายุ 15, 16 ก็เป็นช่วงที่เอลวิสดังมาก เพื่อนๆ เซนต์โยเซฟพากันไปดูหนังรอบเช้าของเอลวิสที่โรงหนังคิงแถววังบูรพา ไปดูการร้องเพลง และการเต้นที่ไม่เหมือนใคร เอลวิสเป็นที่รู้จักของทั้งโลกทำรายได้สูงสุด ความดังของเอลวิสทำให้ความนิยมของคนทั้งโลกเปลี่ยนไป อาหารอเมริกาอย่างแฮมเบอร์เกอร์ ไก่ทอดไอศกรีม ซึ่งเป็นอาหารชาวบ้านของอเมริกากลายเป็นฮิตไปทั่วโลก เสื้อผ้า การแต่งกายก็เปลี่ยนไปเป็นกางเกงยีนส์ แจ๊กเกตยีนส์เสื้อยืดเสื้อฮาวายลายดอก กางเกงขาวกระโปรงบาน ผูกโบที่ผม เมื่อเอลวิสโด่งดังขึ้นทุกอย่างที่ธรรมดาก็กลายเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว ฉะนั้นงานในวันนี้จึงอยากให้เรามาย้อนรำลึกถึงเอลวิสและให้นึกว่าตอนนี้เรามีอายุอยู่ในช่วงวัย 16 ปี และเชื่อว่าทุกคนจะได้รับความสุขจากการเป็นผู้ให้ที่มาร่วมมือร่วมใจกันสร้างบุญสร้างความสุขให้แก่กัน อยากให้ทุกคนสนุกกันให้เต็มที่ ชมรมเพื่อนรักเพลงต้องขอขอบคุณทุกท่าน ที่ร่วมกันสมทบทุนในการสร้างอุปกรณ์แขนขาเทียม โดยมอบผ่านกลุ่มไทยฤทธิ์ในวันนี้”

ภายในงานเต็มอิ่มไปด้วยบรรยากาศที่สนุกสนาน ครื้นเครง อีกทั้งยังได้พบปะกับเพื่อนๆ ซึ่งทุกคนได้ร่วมกันย้อนรำลึกถึงบทเพลงอมตะของเอลวิส เพรสลีย์ ใน 3 ช่วงวัยด้วยกัน เริ่มตั้งแต่ช่วงวัยรุ่นที่เอลวิสเข้าวงการ ต่อมาเป็นช่วงที่เอลวิสดังมากมีผลงานทั้งเพลงและงานแสดงจนได้ฉายาเป็นราชาแห่งร็อกแอนด์โรลล์ของคนทั้งโลก และช่วงที่ 3 เป็นผลงานเพลงช่วงก่อนเอลวิสเสียชีวิต พร้อมปิดท้ายด้วยบทเพลงอันไพเราะ Can’t Help Falling In Love ส่งท้ายคอนเสิร์ตอย่างน่าประทับใจ

ทานวิตามินซีเพื่อเสริมภูมิคุ้มกัน

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/459527

ทานวิตามินซีเพื่อเสริมภูมิคุ้มกัน

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

หลายคนรู้ว่าวิตามินซี ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายได้ จึงให้ความสำคัญกับการรับประทานผัก ผลไม้มากขึ้น แต่เมื่อสภาพสิ่งแวดล้อมและอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงเกิดฝุ่นพิษ PM 2.5 และรังสียูวีจากแสงแดดที่แรงขึ้นล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดอาการเจ็บป่วย เนื่องจากภูมิคุ้มกันที่ไม่เพียงพอ แล้วปริมาณวิตามินซีเท่าไหร่ที่จะเพียงพอสำหรับเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน

ดังนั้นเมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท แบลคมอร์สจำกัด ผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและวิตามินแบลคมอร์ส จากประเทศออสเตรเลียโดยปทมาภรณ์ วิกิณิยะธนี ผู้จัดการฝ่ายการตลาด และ วรรษยา วิเศษศักดากร ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายผลิตภัณฑ์ ดำเนินกลยุทธ์เชิงรุก ปลุกกระแสให้คนไทยหันมาใส่ใจสุขภาพ เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน เพื่อให้มีสุขภาพที่แข็งแรง ห่างไกลจากโรคต่างๆ จัดกิจกรรมโรดโชว์ ในคอนเซ็ปต์ “Cที่แท้ทรู” สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการรับประทานวิตามินซีที่มีคุณภาพดีอย่างแท้จริงให้ถึง 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรงเป็นประจำ พร้อมปล่อยภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ โดยมี  ณัฐที เทียนศิริ ผู้เชี่ยวชาญด้านการชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ ให้เกียรติเป็นวิทยากร ให้ความรู้แก่ประชาชนและพนักงานออฟฟิศ ณ อาคารยูไนเต็ด ถนนสีลม

ณัฐที เทียนศิริ กล่าวว่า องค์การอาหารและยาได้ให้คำ แนะนำว่าคนไทยควรได้รับวิตามินซีในปริมาณขั้นต่ำตามค่า RDA อยู่ที่ประมาณ 60 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งหากได้รับในปริมาณที่ต่ำกว่านี้ร่างกายอาจมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคขาดวิตามินซีโดยในปัจจุบันได้มีผลงานวิจัยที่สนับสนุนว่า ถ้าเราได้รับวิตามินซี ในปริมาณ1,000-3,000 มิลลิกรัมต่อวันแล้ว ก็อาจมีผลดีเกี่ยวกับสุขภาพของภูมิคุ้มกันของเรานั่นเองซึ่งทั้งนี้ปริมาณความต้องการของวิตามินซีในร่างกายนั้น ก็ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมที่เราอยู่อาศัยด้วยโดยหากอาศัยในพื้นที่ที่สภาพแวดล้อมมีความเป็นธรรมชาติ ปริมาณวิตามินซีที่ร่างกายควรจะได้รับก็ไม่สูงมากนัก ตรงข้ามกับผู้คนที่อยู่ในเมือง เผชิญกับมลภาวะ ปริมาณวิตามินซีที่ร่างกายต้องการก็จะสูงขึ้นเช่นกันซึ่งปริมาณของวิตามิน 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน จะเท่ากับการทานส้มเขียวหวานประมาณ 60 ลูกต่อวันซึ่งในชีวิตประจำวันอาจเป็นเรื่องยากที่จะทานผลไม้ในปริมาณมากเช่นนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันที่ผู้คนใช้วิถีชีวิตที่เร่งรีบ การพักผ่อนให้เพียงพอ และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่เป็นประจำทุกมื้อ ก็เป็นเรื่องที่ยากดังนั้นการเลือกผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ประเภทวิตามินซี จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือก เพื่อให้ร่างกายได้รับวิตามินซีที่เพียงพอกับความต้องการสำหรับเสริมภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงเป็นประจำ

ทั้งนี้ คนที่เป็นโรคกระเพาะ หรือภาวะกรดไหลย้อย ควรเลือกวิตามินซีที่มีความเป็นกรดต่ำเพื่อป้องกันการระคายเคืองที่อาจเกิดขึ้นได้ และการเลือกวิตามินซีนั้น ควรเลือกที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากธรรมชาติด้วย เพราะมีแนวโน้มที่ช่วยในเรื่องของการดูดซึมวิตามินซีในร่างกายอย่างไรก็ตาม วิตามินซีเป็นวิตามินที่สามารถเสื่อมสภาพได้ง่าย เมื่อเจอความร้อนและแสงแดด ดังนั้นการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารประเภทนี้ จึงจำเป็นต้องใส่ใจกระบวนการผลิตโดยเลือกผู้ผลิตที่ได้รับมาตรฐานสากล บรรจุภัณฑ์ควรทำจากขวดแก้วที่สามารถกรองแสงได้ ซึ่งคุณภาพของขวดแก้วที่ใช้บรรจุผลิตภัณฑ์ควรมีมาตรฐานเดียวกับที่ใช้สำหรับบรรจุภัณฑ์ที่เกี่ยวกับยา เพราะทำให้มั่นใจในเรื่องความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพที่ดีในการป้องกันการเสื่อมสภาพของวิตามินได้

ส่วนข้อกังวลสารตกค้างในร่างกายนั้น วิตามินซี เป็นวิตามินที่ละลายน้ำ ดังนั้น หลังจากรับประทานวิตามินซี ควรทานน้ำตามประมาณ 1 แก้วเป็นประจำและใน 1 วันนั้นแนะนำให้ดูแลเรื่องการทานน้ำให้เพียงพอเฉลี่ย 1.5-2 ลิตรต่อวัน ก็จะช่วยลดความเสี่ยงของปัญหาดังกล่าวได้