“ครูตั้น”วาดฝันปฏิรูปการศึกษาไทย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/382522?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

“ครูตั้น”วาดฝันปฏิรูปการศึกษาไทย

6 สิงหาคม 2562 – 10:00 น.
ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ,ปฏิรูปการศึกษา
เปิดอ่าน 1,573 ครั้ง

“ครูตั้น”วาดฝันปฏิรูปศึกษาไทย โดย…  สมัชชา หุ่นสาระ 

“ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ” รับหน้าที่ “เสมา 1” ในครั้งนี้ โดยภารกิจที่ ”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม มอบให้ “ครูตั้น” ไปดำเนินการเกี่ยวกับการศึกษาของไทยทั้งระบบนั้น ครูตั้นบอกกับเครือเนชั่นว่า ”ต้องขอความร่วมมือจากทุกองค์กรเพื่อร่วมกันผลักดันวาระของชาติที่หลายคนสะท้อนว่าไม่ได้รับการแก้ไขจริงจังมานานปี และเป็นปัญหาเรื้อรังที่ส่งผลให้การพัฒนาประเทศไม่คืบหน้า”

ยุทธศาสตร์ชาติยี่สิบปีที่ลุงตู่วางโรดแม็พไว้นั้น การศึกษาคือบันไดขั้นหนึ่งที่จะทำให้เกิดผลสัมฤทธิ์แบบยั่งยืน ฉะนั้นครูตั้นจะทำหน้าที่นี้ให้ผลบังเกิดอย่างไร ที่นี่มีคำตอบ…

รมว.ศึกษาธิการกล่าวว่า “ผมรับหน้าที่นี้ โดยมองว่าการศึกษาไทยทั้งระบบต้องเปลี่ยนแปลงให้มีคุณภาพ หลักสูตรการเรียนการสอนต้องทันสมัยต่อโลกในวันนี้ที่เทคโนโลยีเข้ามาไวและสังคมเปลี่ยนแปลงเร็ว หากยังใช้หลักสูตรเดิมๆ ที่ไม่เปลี่ยน นักเรียนของเราจะสู้คนอื่นไม่ได้ ทั้งที่ความจริงนักเรียนไทยมีความสามารถไม่แพ้นักเรียนชาติอื่นๆ นะ รางวัลระดับโลกที่คนของเราได้มาก็มีมาก สะท้อนว่าคนของเรามีความรู้ดีแต่เราจะต้องเสริมความแกร่งเข้าเพิ่ม แม้จะเสริมให้ทุกคนไม่ได้ แต่อย่างน้อยจะต้องไม่ทิ้งห่างกัน

ดังนั้นสามปัจจัยที่สำคัญคือ โรงเรียนที่ต้องใช้งบบางส่วนเพิ่มให้มีศักยภาพเท่าเทียมกันทุกแห่ง ครูที่ต้องต่อยอดทางคุณภาพการสอนและการเรียนรู้สิ่งใหม่ รวมทั้งการดูแลสวัสดิการ นักเรียนที่ต้องเริ่มความพร้อมตั้งแต่ขั้นอนุบาลและปฐมวัย เป้าหมายนี้คือลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา

เราต้องสร้างคนให้ตรงความต้องการของโลก ผมหารือผู้ประกอบการเอกชนหลายรายว่าต้องการให้เราผลิตนักเรียนแบบใดที่ตลาดต้องการ เราได้รับฟังเสียงสะท้อนและแนวคิด รวมทั้งการมีส่วนร่วม ผู้ประกอบการพร้อมที่จะมาช่วยยกร่างหลักสูตรและมาช่วยสอนให้ ตรงนี้ผมยินดี เพราะเราจะได้สิ่งที่ดีที่ทุกฝ่ายยอมรับและต้องการ

นักเรียนของเรานั้น ผมมองว่า ช่วงรอยต่อ เช่น ม.3 ขึ้น ม.4 ควรจะตั้งเป้าชีวิตว่า จะเรียนต่อสายใดและอยากทำงานอะไรเมื่อเรียนจบ ตรงนี้จะประสานกระทรวงต่างๆ ในการกำหนดทิศทางการสร้างคนของเราว่า แต่ละปีนั้น สายงานใด ต้องการบุคลากรเข้าทำงานเท่าใด และต้องการเน้นทักษะใด ต้องวางแผนล่วงหน้า เช่น ตอนนี้คนต่างชาตินิยมมาใช้บริการโรงพยาบาลในไทยและเพิ่มขึ้นทุกปี เราก็ต้องหารือส่วนงานที่เกี่ยวข้องว่า ในห้าปีข้างหน้าจะขาดแคลนบุคลากรด้านใดหรือจะเน้นทักษะของคนที่จะรับเข้าทำงานแบบไหน เราจะได้สร้างคนด้วยการศึกษาให้ตรงกับงานที่ตลาดต้องการ และยังสามารถส่งออกบุคลากรของเราไปทำงานในต่างประเทศได้ มันต้องเตรียมความพร้อมทุกด้าน เช่น ภาษา การใช้เทคโนโลยี การเรียนรู้วัฒนธรรมของคนต่างชาติ เพราะองค์ประกอบพวกนี้มันสอดรับกันหมด หรือนักเรียนอาชีวะ เราก็ต้องสร้างคนให้พร้อมรองรับงานที่ต้องใช้ทักษะใหม่ เช่น อีอีซีที่เรากำลังดำเนินการ นักเรียนอาชีวะคือแรงงานคุณภาพที่เราต้องผลิตเพื่อรองรับอุตสาหกรรมใหม่”

ส่วนการดูแลแม่พิมพ์ของชาตินั้น ครูตั้นบอกว่า “สิ่งที่สอบถามมานั้น คือสิ่งสำคัญ นักเรียนคือผ้าสีขาว หากมีเบ้าพิมพ์ที่ดีก็จะสร้างผลผลิตที่ดีออกมาให้สังคมทุกด้าน การพัฒนาครูนั้นแน่นอนว่าต้องมีงบประมาณบางส่วนมาเสริมทักษะครู และผมกำลังพิจารณา รวมทั้งคุณภาพชีวิตครูที่ผมกำลังหาวิธีดูแลแบบยั่งยืน หากครูมีคุณภาพชีวิตที่ดี การทำหน้าที่เบ้าพิมพ์ที่จะสอนคนในชาติก็จะมีผลดี เพราะครูนั้นเสมือนจิตรกร หากมีอุปกรณ์ที่ดี กำลังใจที่ดี จะมีแรงบันดาลใจสร้างสรรค์ผลงานที่ดีออกมา สังคมก็ได้ประโยชน์ตรงนี้ทุกภาคส่วน คือหากครูเข้มแข็ง นักเรียนก็จะเข้มแข็ง สังคมไทยก็จะเติบโตแบบมีคุณภาพ ผมจะเน้นให้สังคมไทยมีครูที่มีมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ และประสานไปยังกระทรวงอุดมศึกษาฯ ในฐานะที่จะผลิตเบ้าหลอมนี้ออกมาเพื่อสอนคนรุ่นใหม่ในโรงเรียนว่า เราอยากได้ครูคุณภาพแบบใด การประสานทุกองค์กรเพื่อให้เรื่องนี้เดินหน้า ต้องดำเนินการ ผมคนเดียวคงไม่สามารถทำได้”

ส่วนกรอบเวลาที่วาดฝันไว้นั้นจะเริ่มเมื่อใดที่จะเห็นผล ครูตั้นกล่าวว่า “การศึกษานั้นต้องมีระยะเวลาดำเนินการ แต่ผมตั้งเป้าเบื้องต้นว่าปีการศึกษา 2563 ในภาคเรียนแรกนั้นจะต้องเริ่มขับเคลื่อนเพื่อให้ผลงานออกมา จะเริ่มต้นที่ชั้นอนุบาลและประถมเพราะเป็นต้นทางของการเรียนรู้ เราต้องสร้างคนรุ่นใหม่ที่นี่เป็นขั้นต้น แต่ก็ไม่ลืมที่จะดูแลเยาวชนที่อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการเรียนรู้ ผมมั่นใจว่าปีการศึกษาหน้าเราจะเริ่มเห็นผลบวกของการเปลี่ยนแปลงการศึกษา

ทุกวันนี้ผมรับฟังทุกหน่วยงานแม้แต่นักเรียนที่ผมไปตรวจเยี่ยมสะท้อนทัศนคติด้านการศึกษาเสมอๆ ผมเชื่อว่าข้อมูลที่ทุกฝ่ายนำเสนอมานั้นจะช่วยให้เราก้าวเดินในรูปแบบใหม่ได้แน่นอน”

เสมา 1 บอกว่า คุณภาพของบุคลากรในกระทรวงนี้มีหลากหลายด้านและเชื่อในความตั้งใจในการทำหน้าที่ แต่บางส่วนที่ภารกิจด้านการศึกษาไม่ก้าวหน้านักคือกติกา ฉะนั้นกฎหมายใดที่ใช้มาแล้วห้าปีต้องมาพิจารณาใหม่เพื่อให้สอดรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมในตอนนั้นๆ เพราะหลายคนสะท้อนว่าอยากเปลี่ยนแต่ติดขัดตรงกติกา ดังนั้นจะร่วมกันกับทุกภาคส่วนแก้กติกาบางอย่างที่ทำให้การขับเคลื่อนการศึกษาสะดุดให้ลุล่วง หากแก้ไขตรงนี้ได้การพลิกโฉมการศึกษาไทยจะไปได้ดีแน่นอน

“เราคุยกัน ทำงานร่วมกัน เพราะทุกอย่างต้องทำเพื่อประเทศ การศึกษาคือหัวใจการเดินหน้าของประเทศ มันคือวาระแห่งชาติที่ผมจะไปขอความร่วมมือกับทุกฝ่ายขับเคลื่อน” ณัฏฐพลกล่าว

แน่นอนว่าการเดินหน้านโยบายรัฐบาลจะไปได้หรือไม่…อยู่ที่ความพร้อมของฝ่ายนิติบัญญัติที่เสมือนเป็นฐานเสียงที่หนุนฝ่ายบริหาร “พลังประชารัฐ” คือพรรคหลักของรัฐบาลผสมชุดนี้ ความพร้อมดังกล่าวจะไปได้รอดหรือไม่ ครูตั้นในฐานะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พปชร. และทำหน้าที่รองหัวหน้าพรรคด้วยนั้นกล่าวว่า “มั่นใจศักยภาพของ พล.อ.ประยุทธ์ที่มาทำหน้าที่หัวหน้ารัฐบาล ที่เข้าใจการบริหารประเทศและงานของรัฐสภา นายกฯ มีความพร้อมที่จะตอบคำถามของ ส.ส.และส.ว. เพราะเตรียมตัวมาแล้ว”

“ยอมรับว่ากระบวนการในรัฐสภาจะเป็นส่วนหนึ่งของการล้มรัฐบาล แต่รัฐบาลชุดนี้มีความพร้อม ทุกพรรคร่วมรัฐบาลให้ความร่วมมือดีมากในการประชุม แม้พวกเราจะมีเสียงปริ่มน้ำ แต่ความร่วมมือบังเกิดนะ ครม.มีหน้าที่ขับเคลื่อนผลงานให้ออกมาตามที่แถลงนโยบายรัฐบาลไว้ให้เกิดผลเร็วที่สุด ส.ส.ของพรรคร่วมรัฐบาลจะไปขับเคลื่อนในพื้นที่และฟังเสียงชาวบ้านมาสะท้อน และร่วมประชุมรัฐสภา

นายกฯ บอกกับครม.ว่า ตั้งใจร่วมมือทำงานและอย่าสร้างปัญหา ตรงนี้ก็ชัดแล้วเพราะหากเกิดปัญหาใดๆ ขึ้นมันอาจเป็นจุดจบของครม.ก็ได้ ผมเชื่อมั่นว่าครม.จะตั้งใจทำงานเต็มที่” แกนนำพปชร.คนนี้ระบุ

ส่วนปัญหาขัดขากันในพรรคระหว่างกลุ่มต่างๆ นั้น แกนนำพปชร.กล่าวว่า “เมื่อแกนนำพรรคบางคนไปทำหน้าที่ในครม. แรงกดดันในช่วงก่อนหน้านี้ที่เคยมีมันก็คลายตัวแล้ว คงไม่มีอะไรอีก วันที่พวกเรามาร่วมตั้งพรรคนี้ขึ้นมาไม่คาดว่าพรรคจะเติบโตได้ขนาดนี้ เมื่อร่วมงานกันก็อาจมีสิ่งขลุกขลักบ้างในช่วงแรกๆ แต่ตอนนี้ทุกคนเข้าใจกันดีและมีทิศทางที่ชัดเจนกันแล้ว และหนึ่งเดือนข้างหน้านี้สังคมจะเห็นการพัฒนาของพรรคที่จะตอบโจทย์สังคมได้มาก คือคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคที่จะมีตัวแทนคนหลากกลุ่มและส.ส.ในภูมิภาคต่างๆ มาร่วมขับเคลื่อนภารกิจข้างต้น พปชร.จะสร้างทิศทางการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกทางการเมืองให้สังคมรับรู้และสัมผัสได้จริง เพราะจะยึดประชาชนกับผลประโยชน์ชาติที่มาจากนโยบายรัฐบาลเป็นที่ตั้ง”

รอดูว่าความฝันที่ครูตั้นวาดไว้ทั้งการเมืองและการศึกษาจะบังเกิดผลหรือไม่…

เทิดพระเกียรติ 12 สิงหาพระพันปีหลวง

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/382520?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

เทิดพระเกียรติ 12 สิงหาพระพันปีหลวง

6 สิงหาคม 2562 – 09:14 น.
พระพันปีหลวง,12 สิงหาคม,อ๊อด เทอร์โบดับเครื่องชน
เปิดอ่าน 2,234 ครั้ง

คอลัมน์… อ๊อด เทอร์โบ..ดับเครื่องชน oddturbo1900@gmail.com

เนื่องในโอกาสมหามงคล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเจริญพระชนมพรรษา 87 พรรษา 12 สิงหาคม 2562

รัฐบาลเตรียมจัดกิจกรรมเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาอย่างสมพระเกียรติ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานในพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล ในวันที่ 12 สิงหาคม เวลา 19.30 น. ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ซึ่งโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย จะถ่ายทอดสดเพื่อประชาชนทุกหมู่เหล่าร่วมถวายพระพรชัยมงคล

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเทิดพระเกียรติอีกมากมายซึ่งจะนำมาแจ้งให้ทราบต่อไป
อ๊อด เทอร์โบ


 ขอเชิญร่วมโครงการ
 ที่ดินไม่ได้ทำประโยชน์

นายสมชาย นุชธานี ผู้อำนวยการกองการตลาด สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) หรือ บจธ.แถลงว่า

ปัจจุบันมีที่ดินที่ว่างเปล่าและเจ้าของที่ดินไม่ได้ทำประโยชน์จากผืนที่ดินที่ว่างเปล่าดังกล่าวอีกเป็นจำนวนมากทั่วประเทศ ขณะนี้ประมาณ 1.3 ล้านไร่ ดังนั้นเพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้ที่ต้องการใช้ประโยชน์ในที่ดินและต้องการหาที่ดินที่เหมาะสมทำการประกอบอาชีพด้านเกษตรกรรม

บจธ.จึงขอเชิญชวนเจ้าของที่ดินที่ยังมีที่ดินว่างเปล่าและไม่ได้ใช้ประโยชน์อีกเป็นจำนวนมากเหล่านี้ ได้มาเข้าร่วมโครงการแมชชิ่งกับผู้ที่ต้องการใช้ประโยชน์ในที่ดิน โดยเฉพาะการกระจายที่ดินเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรที่ไม่มีที่ดินทำมาหากิน หรือผู้ที่ต้องการใช้ที่ดินเพื่อการทำมาหากินประกอบอาชีพในด้านเกษตร

บจธ.จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างผู้ต้องการใช้ประโยชน์ในที่ดิน กับเจ้าของที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ หรือยังใช้ประโยชน์ไม่เต็มที่ ภายใต้ชื่อ “โครงการตลาดกลางที่ดิน” โดย บจธ.มีระบบเว็บไซต์ตลาดกลางที่ดินทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลและอำนวยความสะดวกให้กับผู้สนใจรับบริการ อีกทั้ง บจธ.ยังมีบริการให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย และมีส่วนงานที่ทำหน้าที่คัดกรองที่ดินและกลุ่มเกษตรที่มีคุณภาพให้ตรงตามความต้องการของทั้งสองฝ่าย พร้อมติดตามดูแลการใช้ประโยชน์ในที่ดินให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง

สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (บจธ.) จัดตั้งขึ้นตาม พ.ร.ฎ.สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน มีวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งธนาคารที่ดินและดำเนินการผลักดันโครงการกระจายการถือครองที่ดินในรูปแบบที่เหมาะสมให้แก่เกษตรกรและผู้ยากไร้ไม่มีที่ทำกินเป็นของตนเอง ซึ่งที่ผ่านมา บจธ.ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องในหลากหลายรูปแบบและหลายพื้นที่ในทุกภูมิภาคของประเทศไทย

บจธ.พยายามผลักดันภายในหนึ่งปีจากนี้ไปจะต้องเห็นรูปแบบของธนาคารที่ดินที่ชัดเจน ภายใต้การจัดทำโมเดลรูปแบบกระจายการถือครองที่ดิน เพื่อนำไปใช้ดำเนินการกับธนาคารที่ดิน โดยภายในหนึ่งปีนับจากนี้ บจธ.จะต้องจัดทำข้อเสนอไปการจัดตั้งธนาคารที่ดินเสนอให้คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบและดำเนินการให้ได้โมเดลการกระจายการถือครองที่ดินที่เหมาะสมจะนำไปใช้กับธนาคารที่ดินในอนาคต

ปัจจุบัน บจธ.อยู่ระหว่างดำเนินโครงการใน 4 รูปแบบคือ 1.โครงการนำร่องธนาคารที่ดินในพื้นที่นำร่อง 5 ชุมชน ครองคลุมพื้นที่ 2 จังหวัด คือ เชียงใหม่และลำพูน 2.โครงการบริหารจัดการที่ดินแบบครบวงจร 3.โครงการแก้ปัญหาสูญเสียสิทธิ์ในที่ดินของเกษตรและผู้ยากจน และ 4.โครงการช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาด้านที่ดินจากการดำเนินนโยบายของรัฐ

เกษตรกรต้องการรับการช่วยเหลือเงินสินเชื่อดังกล่าว สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ http://www.labai.or.th หรือส่งอีเมลที่ labia@labai.or.th หรือติดต่อได้ที่ โทร.0-2278-1244, 0-2278-1648 ต่อ 601, 602, 610 มือถือ 09-2659-1689
อ๊อด เทอร์โบ


 เรื่อง ราวกั้นสะพานข้ามแยกวงเวียนใหญ่ชำรุด
 เรืยน คุณอ๊อด เทอร์โบ ที่นับถือ

ผมเป็นคนหนึ่งที่ขับรถข้ามแยกวงเวียนใหญ่ขึ้นสะพานสาทรเข้าเมือง ผมเห็นราวกั้นถนนอลูมิเนียมก่อนทางข้ามแยกจากฝั่งถนนราชพฤกษ์ขาเข้าโค้งงอเข้ามากินเลนถนนด้านใน คาดว่าน่าจะเกิดจากอุบัติเหตุรถชน

แต่จนกระทั่งบัดนี้เวลาผ่านมาเป็นเดือนแล้ว ก็ไม่เห็นหน่วยงานไหนเข้ามาซ่อมแซมแก้ไขทำให้เหมือนเดิม ซึ่งจะเป็นอันตรายต่อรถที่วิ่งมากโดยเฉพาะมอเตอร์ไซค์เวลากลางคืน เสียดายผมไม่ได้ถ่ายรูปภาพส่งมาให้ดู ยิ่งไม่กี่วันก่อนอ่านข่าวบิ๊กไบค์ชนราวสะพานจนคอขาดแล้วยิ่งหวั่นใจแทน

รบกวนคุณอ๊อด เทอร์โบ เป็นสื่อกลางแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาซ่อมแซมดูแลก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุด้วยครับ
วิทย์ (วงเวียนใหญ่)

ตอบ คุณ ‘วิทย์’ วงเวียนใหญ่
อ่านจดหมายของคุณแล้วหวาดเสียว นึกถึงภาพเลยทีเดียวครับ ซึ่งสมควรให้หน่วยงานที่รับผิดชอบซ่อมแซมเป็นการด่วน

เรื่องนี้อย่าให้ต้องขยายความให้มากกว่านี้เลย เพราะบางทีเห็นมีหลายจุดที่เกิดปัญหานี้ขึ้นมาแล้วปล่อยทิ้งไว้

ไม่ว่าจะเป็นบิ๊กไบค์หรือมอเตอร์ไซค์ขนาดเล็กถึงอันตรายมากๆ เลยทีเดียว ขอเตือนอีกครั้งว่าอย่าให้เกิดเรื่องราวก่อนค่อยขยับตัวเลย
อ๊อด เทอร์โบ


คำเตือนจากคนกันเอง “ทักษิณตามโลกไม่ทัน”

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/382518?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

คำเตือนจากคนกันเอง “ทักษิณตามโลกไม่ทัน”

6 สิงหาคม 2562 – 09:04 น.
สุนัย จุลพงศธร,ทักษิณ ชินวัตร,กระดานความคิด,เพื่อไทย,พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์,สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์
เปิดอ่าน 61,438 ครั้ง

คอลัมน์…  กระดานความคิด   โดย…  บางนาบางปะกง 

อันเนื่องมาจากงานวันเกิด “ทักษิณ ชินวัตร” ที่มีการโฟนอินข้ามทวีปจากดูไบไปลอสแองเจลิส โดยการประสานของ “เดอะขวด” สุนัย จุลพงศธร ซึ่งตอนหนึ่ง ทักษิณพูดถึงพรรคเพื่อไทย

“ที่เมืองไทยวันนี้มีคนทำหน้าที่แล้ว คุณสมพงษ์ก็เป็นหัวหน้าพรรค คุณสุดารัตน์ก็เป็นประธานยุทธศาสตร์ในการบริหารพรรคกันอยู่ เราก็คงไม่ต้องเป็นกังวล พรรคก็ถือว่าไปได้ดี”

“ผมเป็นหนี้บุญคุณประชาชน เพราะประชาชนรักและห่วงใยผม เลือกตั้งทีไรก็ชนะตลอด ถึงวันนี้จะทั้งถูกโกง ถูกอะไรก็ยังถือว่าทำได้ดีมาก แต้มสูงสุดแล้ว”

คำพูดของทักษิณที่ว่า “เลือกตั้งทีไร ก็ชนะตลอด” นั้น ทำให้ “พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์” นักวิชาการอิสระ และคนเดือนตุลา ต้องอัพข้อความ “เหตุใดพรรคเพื่อไทย จึงเพลี่ยงพล้ำในการเลือกตั้งที่ผ่านมา?” ในเฟซบุ๊กส่วนตัวของเขา เมื่อ 1 สิงหาคม ที่ผ่านมา

พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์

“พิชิต” เป็นนักวิชาการคนหนึ่งที่เอาใจช่วยพรรคเพื่อไทย และขบวนการคนเสื้อแดงมาโดยตลอด แต่อีกด้านหนึ่ง เขาก็วิพากษ์วิจารณ์ในฐานะกัลยาณมิตรอยู่เป็นประจำ

“ทำไมคะแนน 15.7 ล้านเสียงเมื่อปี 54 จึงเหลือ 7 ล้านในวันนี้? การอ้าง “ถูกโกง” ก็อธิบายไม่ได้ทั้งหมด”

พิชิตบอกว่า สาเหตุหลักของพรรคเพื่อไทย ยังเป็น “พรรคเถ้าแก่” ที่ใช้เครือข่าย ส.ส.เป็นโครงสร้างหลัก

“ภูมิทัศน์การเมืองเปลี่ยน แต่เถ้าแก่ยังทำซ้ำๆ แบบเดิม ทษช.ถูกยุบ เสียไป 150 เขต ราว 3 ล้านเสียงจากปี 54 ส.ส.ไหลออก แต่บางส่วนยังสอบได้ เพราะประชาชนในพื้นที่ยังเลือกแม้ย้ายพรรค”

พรรคเพื่อไทยหลงตัวเอง “หาเสียงสไตล์เดิมๆ ชูธงเศรษฐกิจเป็นหลัก แต่วันนี้พรรคอื่นๆ ก็ทำเหมือนกัน โค้งสุดท้ายหวังใช้หวยบำเหน็จ เป็นกระสุนวิเศษเรียกคะแนน แต่กระสุนด้าน”

“พิชิต” ยังวิจารณ์แฟนคลับทักษิณ ที่โทษแต่คนอื่น โทษรัฐธรรมนูญ โทษ กกต. โทษ คสช. ไม่ยอมสรุปบทเรียน และเชื่อว่า เลือกตั้งคราวหน้า เพื่อไทย ส่ง ส.ส.ครบทุกเขต ก็จะชนะกลับมายิ่งใหญู่พรรคเดียวเหมือนเดิมอีก

          “เถ้าแก่ตามโลกไม่ทัน เครือข่าย ส.ส.กับฐานเสียงถูกบ่อนเซาะ แกนนำต้องฟังเถ้าแก่ ไม่มีบทบาทนำจริง ริเริ่มเองไม่ได้ เพื่อไทยวันนี้ มีแต่บุญเก่า ทั้งตัวเถ้าแก่ แนวคิด แกนนำ ส.ส. มีแต่จะหมดไปไม่ได้เพิ่มขึ้น”

นอกจากนี้ พิชิตยังพูดถึง “ประชานิยมทักษิณ” ที่เริ่มเสื่อม เพราะบัตรคนจน โดยยกตัวอย่าง “เสียงบางส่วนในภาคเหนือและอีสานเปลี่ยนไปเลือก พปชร. เพราะ “บัตรคนจน” ประชานิยมทักษิณเริ่มเสื่อม ประชานิยมกลับกลายเป็นจุดแข็งของ พปชร. แทนเพราะเขามีอำนาจรัฐ”

การเป็นฝ่ายค้าน ไม่สามารถทำนโยบายประชานิยมได้ ฐานเสียงประชานิยมจะไหลไป พปชร. ส่วนฐานเสียงประชาธิปไตย จะไหลไปบรรดาพรรคอนาคตใหม่

“ส.ส.จะไหลออกอีกเพราะไม่อยากเป็นฝ่ายค้านอีกต่อไป และเห็นชัดว่า “โปรย้ายค่าย-แถมเงินก้นถุง” ของเขาดีจริง”

กรณีของ “เสี่ยลาว” พรศักดิ์ เจริญประเสริฐ อดีต ส.ส.ศรีสะเกษ เป็นตัวอย่างล่าสุด และไม่ใช่คนสุดท้ายที่จะย้ายออกจากเพื่อไทย

ปิดท้าย พิชิตมองว่า เพื่อไทยเป็นที่รักและความหวังของคนรากหญ้า-ชั้นกลางนับล้าน หลายคนเห็นแล้วว่า ต้องปฏิรูปพรรค

          “ปัญหาอันดับแรกคือ เถ้าแก่ต้องยอมรับว่า เพื่อไทยเป็นของประชาชน ไม่ใช่ทรัพย์สินประจำตระกูล แกนนำไม่ใช่เด็กในบ้าน ไม่ใช่เครื่องมือใช้ต่อรองเพื่อประโยชน์ตัวเอง ให้มีประชาธิปไตยในพรรค ให้คนรุ่นใหม่เข้ามาสืบทอดจริงจัง”

การตัดสินใจเลือก สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ เป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ก็ชัดเจนว่าเป็นใบสั่งใคร? แม้ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ จะพยายามแสดงบทบาทการนำ ด้วยการสัญจรไปภาคอีสาน แต่ก็เหมือนการตามไปกินบุญเก่า ไม่มีอะไรแปลกใหม่

          ที่สำคัญ “เถ้าแก่ตามโลกไม่ทัน” และยังหลงในบุญเก่า ไม่เข้าใจว่าฝ่ายผู้มีอำนาจในปัจจุบัน อ่านเกมขาดและกำลังตอกย้ำคำว่า “รัฐผู้ให้” ด้วยสารพัดนโยบายประชารัฐ

เสรีพิศุทธ์ ยืนยันสมชัย มีความรู้เหมาะนั่งกมธ.

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/405462?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

เสรีพิศุทธ์ ยืนยันสมชัย มีความรู้เหมาะนั่งกมธ.

19 ธันวาคม 2562 – 09:49 น.
เสรีพิศุทธ์,เสรีรวมไทย,กรรมาธิการ,พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค
เปิดอ่าน 61 ครั้ง

เสรีพิศุทธ์ ยืนยันสมชัย มีความรู้ความสามารถเหมาะนั่ง กมธ.ศึกษาแก้รัฐธรรมนูญ มั่นใจการทำงานเป็นไปในทิศทางเดียวกันชี้พีระพันธุ์นั่งปธ.ทำตามผู้มีอำนาจสั่ง

19 ธันวาคม 2562 พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวถึงกรณีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ 2560

อ่านข่าว-สิระ โวย เสรีพิศุทธ์ เบิ้ล 2 เสียง โหวตสอบปมถวายสัตย์

โดยพรรคเสรีรวมไทยเสนอชื่อนายสมชัย ศรีสุทธิยากร เป็นกรรมาธิการว่า เนื่องจากพรรคเสรีรวมไทยมี ส.ส.น้อย และมีภารกิจค่อนข้างมาก ประกอบกับเห็นว่า นายสมชัยมีความรู้ความสามารถเหมาะสมกับการเข้าไปเป็นกรรมาธิการฯ ซึ่งพรรคได้สอบถาม นายสมชัย ก็ทราบว่า ตั้งใจจะร่วมแก้ไข จึงได้ส่งชื่อไปร่วมศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ส่วนประเด็นที่จะฝากเข้าไปสู่การแก้ไขนั้นทอีก 1-2 วันจึงจะพูดคุยว่า มีมาตราใดที่ต้องแก้ไข อาจตรงกับทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน และยืนยันว่า แนวทางการทำงานของนายสมชัยกับพรรคเสรีรวมไทยเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

ทั้งนี้ พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ ยังยอมรับด้วยว่า การศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ เสียงฝ่ายค้านน้อยกว่าเสียงฝั่งรัฐบาล ดังนั้นการทำงานของคณะกรรมาธิการจะออกมาในทิศทางใดขึ้นอยู่กับความตั้งใจที่จะทำเพื่อประชาชนของกรรมาธิการ และแม้ว่าเสียงฝ่ายค้านน้อยกว่า ก็ยังดีกว่าญัตติการตั้งกรรมาธิการศึกษาแก้ไขผลกระทบจากคำสั่ง คสช. ที่ล้มเหลวไป

ญัตตินี้ทั้งสองฝ่ายเห็นร่วมกันว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ เมื่อเห็นพ้องต้องกันทั้งสองฝ่าย ก็ต้องมีที่แก้ไขได้บ้าง ฝ่ายค้านก็จะพยายามได้มากได้น้อยก็ทำให้เต็มที่ แต่ก็ถูกขวางพอสมควรในส่วนที่อาจจะทำให้เกิดการสูญเสียอำนาจ เช่น บทเฉพาะกาลที่ให้ ส.ว.ร่วมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ที่เชื่อว่า ไม่สามารถแก้ไขได้แน่นอน

ส่วนที่มีชื่อนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานกรรมาธิการฯ มีความคาดหวังมากเพียงใดนั้น มองว่า นายพีระพันธุ์ ลาออกพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อมารับตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีแล้ว ถือว่า ประกาศตัวชัดเจนแล้วว่าอยู่ฝั่งใด ก็ทำตามที่ผู้มีอำนาจจะสั่งการ

ส่วนที่มีชื่อของนายอุดม รัฐอมฤต อดีตกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ มาเป็นกรรมาธิการฯด้วยนั้น พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า เป็นชื่อทางฝั่งรัฐบาลเสนอ ไม่สามารถวิจารณ์ได้ เพราะพรรคเล็กเสนอได้แค่เพียงคนเดียว แต่เชื่อว่า คงไม่ผิดหวัง

เสียงเอกฉันท์ 445 ตั้งกมธ.ศึกษาแก้รธน.ประชุมนัดแรก 24 ธ.ค.

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/405420?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

เสียงเอกฉันท์ 445 ตั้งกมธ.ศึกษาแก้รธน.ประชุมนัดแรก 24 ธ.ค.

18 ธันวาคม 2562 – 21:05 น.
สภาฯเสียงเอกฉันท์ 445,ตั้งกมธศึกษาแก้รธน
เปิดอ่าน 258 ครั้ง

สภาฯเสียงเอกฉันท์ 445 ตั้งกมธ.ศึกษาแก้รธน.ใช้เวลา 120 วัน นัดประชุมครั้งแรก 24 ธ.ค.​พบ “เพื่อไทย” ส่งมือกฎหมายสุดเขี้ยวร่วมวง “สมชัย” โผล่ในโควต้าพรรคเสรีรวมไทย

รัฐสภา – 18 ธันวาคม 2563 – สภาฯ เสียงเอกฉันท์ 445 ตั้งกมธ.ศึกษาแก้รธน. ใช้เวลา 120 วัน นัดประชุมครั้งแรก 24 ธ.ค.​พบ “เพื่อไทย” ส่งมือกฎหมายสุดเขี้ยวร่วมวง “สมชัย” โผล่ในโควต้าพรรคเสรีรวมไทย  พปชร.​เสนอชื่อ “สนธิญาณ” ร่วมวง ก่อนลงมติ “บัญญัติ” ซัด3 ปัญหาของรธน. สร้าง3ปมล้มเหลว ห่วงพรรคการเมืองอ่อนแอ ส่งผลปชต.อ่อนแอ “ปิยบุตร” หนุน “พีระพันธ์ุ” นั่งปธ.แก้รธน.

ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการประชุมสภาฯ ในวาระพิจารณาญัตติด่วน ให้สภาฯ ตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาหลักเณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ต่อเนื่อง โดยผลการลงมติเป็นไปอย่างเอกฉันท์ เสียงเอกฉันท์ 445 เสียงเห็นชอบต่อการตั้งกมธ.ฯ โดยมีผู้งดออกเสียง 3 เสียง คือ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ, นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาฯ​ คนที่หนึ่ง และ นายศุภชัย โพธิสุ รองประธานสภาฯ​คนที่สอง โดยมีจำนวน 49 คน  และใช้เวลาพิจารณารวม 120 วัน

ทั้งนี้ก่อนการลงมตินายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ฐานะผู้เสนอญัตติด่วน ให้สภาฯ ตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาหลักเณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 อภิปรายปิดท้ายว่า การเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ และวิกฤตที่จะเกิดในอนาคต รวมถึงแก้ไขเพื่อให้เกิดผลในทางปฏิบัติ โดยการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ จำเป็นต้องอาศัยความมั่นคงของหลักนิติธรรม และเสถียรภาพทางการเมือง

เพื่อเรียกความเชื่อมั่นของนักธุรกิจ หากไม่แก้ไขต่อให้ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ​กลับมา หรือมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมหลายคนไม่มีทางแก้ไขได้หากไม่ได้รับความเชื่อมั่น ทั้งนี้การแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องทำให้เกิดการยอมรับจากประชาชน รัฐธรรมนูญ​พ.ศ. 2560 ผ่านการบังคับใช้ 2 ปี แต่พบปัญหา ซึ่งรัฐบาลได้ตระหนักผ่านการเขียนไว้ในนโยบายของรัฐบาลด้านเร่งด่วน ทั้งนี้ตนเชื่อว่ารัฐธรรมนูญอาจสร้างปัญหากับการเลือกตั้ง และบางมาตราไม่สามารถใช้ได้จริง เพราะเขียนด้วยความอคติ

“หากแก้ไม่ได้ หรือแก้ยาก จะเกิดสงครามการเมือง แก้โดยสันติไม่ได้ สิ่งที่จะเกิดคือรัฐประหาร ที่อ้างว่าเพื่อแก้รัฐธรรมนูญ ดังนั้นเพื่อไม่เป็นข้ออ้าง เราต้องแก้ไขก่อน ทั้งนี้การแก้รัฐธรรมนูญเป็นไปตามความต้องการประชาชน และเพื่อให้เกิดการยอมรับต้องให้ประชาชน จึงเสนอตั้งกมธ.วิสามัญฯศึกษาแนวทางแก้อย่างไร และแก้ไขเมื่อใด ซึ่งแนวทางโดยส.ส.ร.เป็นข้อเสนอ ระยะเวลาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมประมาณการณ์หากเห็นพ้องต้องกัน 2 ปีจะเห็นหน้าเห็นหลัง ดังนั้นจึงไม่ใช่การเสนอที่เร็วเกินไป ผมหวังว่าการเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญสามารถเดินหน้าที่ลุล่วง โดยไม่นำมาเป็นเกมทางการเมือง” นายสุทิน กล่าว

ขณะที่นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวอภิปรายปิดส่วนของญัตติพรรคร่วมรัฐบาล ว่า ปัญหา 3 ประเด็น คือ 1.ความล้มเหลวของระบบเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสม 2.พรรคการเมืองอ่อนแอ และ 3.ขาดเนื้อหาพัฒนาประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งปัญหาของรัฐธรรมนูญทำให้เกิดความล่าช้าของการประกาศผลเลือกตั้ง  , ปัญหาการคำนวณส.ส.พึงมี,สมาชิกภาพของส.ส.ที่ไม่แน่นอน ในระยะเวลา 1 นับหากมีการเลือกตั้งใหม่, มีพรรคการเมืองจำนวนมาก ทั้งในรัฐสภาและในรัฐบาล, จัดตั้งรัฐบาลล่าช้า ส่งผลต่อการทำงานตามนโยบาย, ร่างกฎหมายงบประมาณ รวมถึงเกิดรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำมากที่สุด

ซึ่งทำให้เกิดความล้มเหลว 3 ประการ คือ 1.ระบบเลือกตั้งที่ยุ่งเหยิง, 2.ทำให้พรรคการเมืองอ่อนแอ เสื่อมศรัทธนา และทำให้ประชาธิปไตยอ่อนแอ  และ 3.ทำลายความศรัทธาของพรรคการเมืองเพราะให้ความสำคัญกับผู้สมัคร ส.ส.มากเกินไปซึ่งตนมองว่าเป็นลางร้ายของประชาธิปไตยไทย “เงื่อนไขของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 ขัดหลักการการแก้ไขโดยใช้เสียงข้างมาก เพราะต้องใช้เสียงสนับุสนุนจากพรรคฝ่ายค้าน ถึงร้อยละ 20 และ ใช้เสียของส.ว.จำนวน 84 เสียงจากเดิมที่เนื้อหาแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เขียนในรัฐธรรมนูญ 13 ฉบับจะใช้หลักการเสียงข้างมากเกินครึ่ง, 2 ใน3 หรือ 3 ใน4 ของสมาชิกสภาฯ เท่านั้น

ส่วนนายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ฐานะผู้เสนอญัตติ อภิปรายด้วยว่าตนยินดี หากนายพีระพันธ์ุ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกฯ จะเข้าดำรงตำแหน่งประธานกมธ.ฯ เพราะจากการทำงานร่วมกันในคณะกรรมาธิการ (กมธ.) กฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาฯ นั้นเป็นไปด้วยดี และเชื่อว่าจะทำให้การศึกษาแก้รัฐธรรมนูญเดินหน้า ทั้งนี้การแก้ไขรัฐธรรมนูญอาจมีปัญหาที่ต้องใช้เสียง ส.ว.  84 เสียง ดังนั้นขอให้สภาฯ เร่งกดดันให้ส.ว.เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และสร้างกระแสสนับสนุนจากประชาชน เพื่อไม่ให้รัฐธรรมนูญ ที่ตนมองว่าเป็นระเบิดเวลา มีปัญหาจนนำไปสู่การยกเลิกรัฐธรรมนูญด้วยการรัฐประหารหรือลุกฮือของประชาชน

ผู้สื่อข่าวรายงานถึงรายชื่อ กมธ.วิสามัญฯ ที่เสนอโดยพรรคการเมืองต่างๆ และน่าจับตา อาทิ นายพีระพันธ์ุ ซึ่งคาดว่าถูกวางตัวเป็นประธานกมธ., นายอุดม รัฐอมฤต อดีตกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ซึ่งเคยปฏิเสธการเข้าร่วม, นายปกรณ์​ นิลประพันธ์ เลขาาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา และอดีต กรธ. , นายวุฒิสาร ตันไชย เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า และอดีตกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กมธ.) , นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งมาในโควต้าของพรรคเสรีรวมไทย, พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ, นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม นักเคลื่อนไหวทางการเมือง เสนอโดยพรรคพลังประชารัฐ, ส่วนพรรคเพื่อไทย นั้นเสนอชื่อบุคคลสำคัญ อาทิ นายชัยเกษม นิติศิริ, นายชูศักดิ์ ศิรินิล, นายโภคิน พลกุล, นายพงษ์เทพ เทพกาญจนา, นายวัฒนา เมืองสุข, นายยงยุทธ ติยะไพรัช  เป็นต้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับ พรรคอนาคตใหม่ เสนอชื่อ นายปิยบุตร, นายชำนาญ จันทร์เรือง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และมีสัดส่วนบุคคลภายนอก ได้แก นายเอกพันธ์ ปิณฑวณิช ผู้อำนวยการสถาบันสิทธิมนุษยชนศึกษาและสันติภาพ มหาวิทยาลัยมหิดล, นายบัณฑิต จันทร์โรจนกิจ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ที่พรรคร่วมฝ่ายค้านเตรียมเสนอชื่อ นายพริษฐ์ ชีวารักษ์ หรือ เพนกวิน แนวร่วมกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ตามมติของกลุ่มนักศึกษาที่เข้าร่วมเวทีเสวนาแก้รัฐธรรมนูญของพรรคฝ่ายคั้านนั้น ไม่พบการเสนอชื่อดังกล่าว

ส่วนการเสนอชื่อกมธ.ฯ ในสัดส่วนของพรรคฝ่ายค้านและรัฐบาลนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่าถูกปิดเป็นความลับทั้งจากส.ส.ของพรรคและเจ้าหน้าที่สำนักการประชุมสภาฯ ซึ่งต่างจากปกติที่จะแถลงรายละเอียดและแจ้งให้ทราบก่อนการเสนอชื่อ อย่างไรก็ตามมีรายงานข่าวแจ้งว่า การเสนอชื่อบุคคลดังกล่าวที่ปรับเปลี่ยนเพราาะต้องการชิงไหว ชิงพริบต่อการผลักดันแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้กมธ.ฯ จะมีการประชุมนัดแรกวันที่ 24 ธันวาคม.

ส.ส.อนค.จ่อแก้รธน.เพิ่มช่องทางขรก.ค้านยึดอำนาจ-ฉีกรธน.

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/405417?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

ส.ส.อนค.จ่อแก้รธน.เพิ่มช่องทางขรก.ค้านยึดอำนาจ-ฉีกรธน.

18 ธันวาคม 2562 – 20:42 น.
ประชุมสภา,งูเห่า,ศรีนวล
เปิดอ่าน 158 ครั้ง

“ส.ส.อนค.” จ่อแก้รธน. เพิ่มช่องทาง ขรก.ค้านยึดอำนาจ-ฉีกรธน. จับอาวุธสู้ ซัดรธน.ไม่ดี เพราะคนร่างเลว “โรม” ย้ำวิกฤตรธน. สะท้อน ส.ส.งูเห่า

รัฐสภา – 18 ธันวาคม 2562 – “ส.ส.อนค.” จ่อแก้รธน. เพิ่มช่องทาง ขรก.ค้านยึดอำนาจ-ฉีกรธน. จับอาวุธสู้ ซัดรธน.ไม่ดี เพราะคนร่างเลว “โรม” ย้ำวิกฤตรธน. สะท้อน ส.ส.งูเห่า เย้ย “ศรีนวล” ได้คะแนนเลือกตั้งสูงสุด เพราะยี่ห้อของพรรค “ชทพ.” หนุน “พีระพันธ์ุ” นั่งปธ.กมธ.ฯ ด้าน “ชลน่าน” หนุนกมธ.ฯ เคาะแนวทางแก้รธน. ด้วยส.ส.ร.

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ได้พิจารณาต่อเนื่องในกลุ่มญัตติด่วน ให้สภาฯ ตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาหลักเณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560โดยเป็นการเริ่มอภิปรายของส.ส.​ซึ่งสนับสนุนให้ตั้งกมธ.ฯ  โดยย้ำถึงปัญหาของรัฐธรรมนูญ อาทิ การเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสม ใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว และแยกระบบการคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อ ด้วยการนำคะแนนส.ส. มาคำนวณ และ การให้อำนาจนอกระบบอยู่เหนือสภาฯ​และขาดการคุ้มครองรัฐธรรมนูญจากการรัฐประหารอย่างเป็นรูปธรรม

โดยนายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ส.ส.สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา อภิปรายสนับสนุนให้ตั้งกมธ.ฯ​ ศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหารัฐธรรมนูญ ทั้งนี้จากข่าวที่ระบุว่าจะมีบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ ดำรงตำแหน่งประธานกมธ.ฯ คือ นายพีรพันธ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกฯ ตนขอแสดงความยินดี

ขณะที่นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย  อภิปรายถึงบุคคลจะดำรงตำแหน่ง ประธานกมธ.ฯ ว่า ขอให้เป็นบุคคลที่สังคมยอมรับ และมีความเป็นกลาง ส่วนระยะเวลาศึกษาไม่ควรนานเกิน 90 วัน เพื่อหาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ส่วนผลการศึกษาที่ต้องการเห็น คือ จะแก้ไขเป็นรายมาตรา หรือ แก้ไขเฉพาะมาตรา 256 ว่าด้วยวิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และต้องมีตัวชี้วัดว่าเมื่อแก้ไขแบบรายมาตราหรือแก้ไขเฉพาะมาตรา 256 มีข้อดี ข้อเสีย และเหตุผลอย่างไร เพื่อประกอบให้ส.ส. พิจารณาก่อนลงมติ รวมถึงหากแก้ไขมาตรา 256 ให้จัดตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ  (ส.ส.ร.) ควร พิจารณาสาระของการแก้ไข เช่น ที่มา, จำนวน และอำนาจหน้าที่ รวมถึงส.ส.ร. ต้องตอบถึงสาระและบทบัญญัติที่นำเสนอควรเป็นอย่างไร

ขณะที่ายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ อภิปรายด้วยว่าตนไม่เชื่อว่าตนฐานะผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ จะได้รับเลือกตั้งหากไม่สังกัดพรรค หรือผู้สมัครส.ส.เชียงใหม่ จะได้รับเลือหากไม่ใช่เพราะพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งการเลือกตั้งคือการสะท้อนเจตจำนงของประชาชน อย่างไรก็ตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันชี้ชัดว่ามาจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และยกร่างโดยกลุ่มนักกฎหมายเลว ทำให้เขียนเนื้อหาของรัฐธรรมนูญที่มีปัญหา ซึ่งพรรคการเมืองพรรคหนึ่งที่ถูกยุบพรรค ตนเชื่อว่าเป็นเพราะรัฐธรรมนูญ

ที่กำหนดให้ศาลรัฐธรรมนูญมีที่มาโดยไม่เชื่อมโยงกับประชาชน อย่างไรก็ตามประเด็นที่ตนสนใจต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน คือ มาตรา 49 ว่าด้วยการห้าามบุคคลล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข คือบทที่คุ้มครองรัฐธรรมนูญ แต่ไม่ให้สิทธิประชาชนต่อสู้เพื่อปกป้องรัฐธรรมนูญที่ถูกคณะทหารฉีกผ่านการยึดอำนาจ ดังนั้นการแก้ไขต้องให้สิทธิข้าราชการ ตำรวจ ทหารที่ไม่เห็นด้วยกับการยึดอำนาจ และฉีกรัฐธรรมนูญโดยคณะทหาร มีสิทธินำอาวุธต่อสู้กับคณะยึดอำนาจ ขณะเดียวกันทหารที่ยึดอำนาจควรถูกฟ้องร้องข้อหากบฎและล้มล้างการปกครอง โดยคดีล้มล้างการปกครองนั้นไม่มีวันหมดอายุความ เหมือนกับกรณีทุจริตของนักการเมือง

ส่วนนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่  อภิปรายว่า กรณีมีปรากฎการณ์ส.ส.งูเห่า และถูกขับให้พ้นจากพรรค เช่น น.ส.ศรีนวล บุญลือ ส.ส.จังหวัดเชียงใหม่ ฐานะผู้สมัครรับเลือกตั้งที่ได้รับคะแนนเลือกตั้งสูงสุด สะท้อนถึงวิกฤตของรัฐธรรมนูญ เพราะคะแนนที่เกิดขึ้นนั้น  เป็นความนิยมของประชาชนที่เกิดขึ้นจากพรรคการเมือง อย่างไรก็ตามตนขอให้มีบทพิสูจน์เรื่องดังกล่าว และขอให้พรรคการเมืองที่จะรับส.ส.งูเห่าเข้าพรรคพิจารณาให้ดี อย่างไรก็ตามวิกฤตของรัฐธรรมนูญประเด็นสำคัญ​คือ การให้ส.ว. จำนวน 250 คนมาจากการแต่งตั้งและมีอำนาจเลือกนายกฯ

รวมถึงให้มีนบทบาทตั้งตนเป็นปฏิปักษ์กับรัฐบาลประชาธิปไตย หากเกิดกรณีที่พรรคการเมืองเข้าร่วมกับพรรคอนาคตใหม่ และเสนอบุคคลที่ไม่ใช่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นนายกฯ เป็นคู่ชิงนายกฯ  ซึ่งตนยืนยันว่าพรรคอนาคตใหม่หวังดีกับประเทศ และต้องการไล่ผีที่สิงในบ้านออกไป อย่างไรก็ตามปรากฎการณ์การชุมนุมที่ลานสกายวอร์ค ย่านมาบุญครอง เมื่อวันที่ 14 ธันวาคมประชาชนที่ร่วมชุมนุมตะโกนขับไล่พล.อ.ประยุทธ์ออกจากตำแหน่ง ดังนั้นหากพล.อ.ประยุทธ์ยืนยันอยู่ในอำนาจต่อไป ขอให้พิจารณาประสบการณ์ของต่างประเทศว่า รัฐบาลจะอยู่ไม่ได้ และอำนาจเผด็จการจะพินาศ

ทั้งนี้การอภิปรายของส.ส.​ยังดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง ขณะที่การเตรียมการเสนอชื่อบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งเป็นกมธ.ฯ เบื้องต้นในส่วนของพรรคการเมืองต่างๆ มีความเรียบร้อย ยกเว้นในส่วนของพรรคพลังประชารัฐ​และสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ยังพบการปรับเปลี่ยน สำหรับรายชื่อที่คาดว่าจะเสนอให้ดำรงตำแหน่งเป็นกมธ.ฯ จำนวน 49 คน อาทิ   นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์, นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาาธิปัตย์, นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์, นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา, นายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย, นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย,นายสฤษฎ์พงษ์​ เกี่ยวข้อง ส.ส.กระบี่ พรรคภูมิใจไทย,นายบุญดำรง ประเสริฐโสภา นักกฎหมาย สัด นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย , นายชัยเกษม นิติศิริ แกนนำพรรคเพื่อไทย, นายโภคิน พลกุล แกนนำพรรคเพื่อไทย เป็นต้น

โรม อภิปรายเดือด ชี้กรณี ศรีนวล ตัวอย่างปัญหา รธน.60

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/405411?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

โรม อภิปรายเดือด ชี้กรณี ศรีนวล ตัวอย่างปัญหา รธน.60

18 ธันวาคม 2562 – 20:12 น.
โรม อภิปรายเดือด,ชี้กรณี ศรีนวล,ตัวอย่างปัญหา รธน40
เปิดอ่าน 300 ครั้ง

โรม อภิปรายเดือด ชี้กรณี ศรีนวล ตัวอย่างปัญหา รธน.60 – อัด ส.ว. มีอำนาจล้น ร่วมเลือกนายกฯ-พิจารณา กม. – ปลุกไล่ผีออกจากบ้าน 

เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม ที่รัฐสภา (เกียกกาย) นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ ร่วมอภิปรายในญัตติด่วน ขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้ง กมธ.วิสามัญศึกษาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 โดยระบุว่า วันนี้พรรคอนาคตใหม่ มีจำนวน ส.ส.ลดลง เนื่องจากมี ส.ส.งูเห่า ซึ่งเรื่องนี้สะท้อนถึงวิกฤตของรัฐธรรมนูญได้เป็นอย่างดี เพราะอดีต ส.ส.ของพรรค คือคุณศรีนวล บุญลือ ได้ทำให้ประชาชนตระหนักแล้วว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีปัญหา เพราะได้หลงคิดว่า ตัวท่านได้คะแนนสูงสุดจากความนิยมชมชอบของประชาชน

“แต่หารู้ไม่ว่า ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ถ้าไปดูให้ดี คะแนนนั้นเกิดจากพรรคการเมือง ซึ่งเป็นพื้นที่ เป็นที่อยู่ของคนที่หลากหลายอุดมการณ์ เป็นของสมาชิกพรรค เป็นของกรรมการบริหารพรรค เราอยู่ในวิกฤตการณ์ของรัฐธรรมนูญ ที่ทำให้ ส.ส.หลงคิดว่าตัวเองนั้นเป็นผู้ที่มีความสง่างาม และเข้าสู่สภาได้เพราะประชาชนเลือกมา แต่ไม่เป็นไร ให้กาลเวลา และประชาชนได้พิสูจน์ โดยผมอยากจะฝากเอาไว้ว่า พรรคการเมืองที่จะรับ ส.ส.งูเห่า โปรดคิดให้ดี”

นายรังสิมันต์ กล่าวอีกว่า รัฐธรรมนูญ 2560 สร้างขึ้นมาด้วยความต้องการหวงอำนาจของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นรัฐธรรมนูญที่เกิดจากการยึดอำนาจ และเกิดจากความต้องการในการแสวงหาอำนาจต่อไป แม้จะไม่ได้อยู่ในยุคของการรัฐประหารแล้วก็ตาม เป็นรัฐธรรมนูญที่ไม่ยึดโยงกับประชาชน ขาดความชอบธรรมในทางประชาธิปไตย แล้วทำให้อำนาจของประชาชนด้อยลง ในขณะอำนาจของคณะรัฐประหารเพิ่มขึ้น ส่งผลให้กิจการ ผลประโยชน์ที่ควรจะเป็นของประชาชน ไม่สามารถทำได้ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับนี้

นอกจากนี้ตัวปัญหาที่สำคัญคือ ส.ว. ซึ่งตามบทเฉพาะกาลมีจำนวนทั้งสิ้น 250 คน ไม่มีประชาชนคนใดเป็นผู้เลือก หากมาจากการแต่งตั้งโดยคนไม่กี่คน คือ คสช. ซึ่งมีสมาชิกทั้งสิ้น 15 คน แต่ ส.ว. ชุดนี้กลับมีอำนาจที่มากมายมหาศาล สามารถเข้าไปเลือกนายกรัฐมนตรีได้ ซึ่งอาจจะบอกว่าลำพังแค่ 250 คน ไม่มากพอที่จะเข้าไปเลือกนายกรัฐมนตรีได้ แต่หากบวกกับ ส.ส. 126 คน มากเพียงพอที่จะเข้าไปเลือกนายกรัฐมนตรีได้

“การเลือกตั้งวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา ปรากฏว่ามีคนไทยไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง 35.5 ล้านคน มาเลือกพวกเราในสภาแห่งนี้ ให้มามีโอกาสใช้อำนาจแทนพวกในสภาแห่งนี้ แต่ปรากฏว่าในวันที่เราเลือกนายกรัฐมนตรี ส.ว. 250 คนซึ่งมาจากการสรรหาโดยคน 15 คนบวกกับ ส.ส. 126 คน ถ้าคิดเป็นสัดส่วนคือ 9 ล้านคน กลับเพียงพอที่จะเลือกนายกรัฐมนตรีได้ ผลที่ตามมาก็คือ จากการที่เราไม่มีการเลือกตั้งมาเป็นเวลานาน ก็อาจมีพรรคการเมืองตัดสินใจไปเข้าร่วม แล้วทำให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับมาเป็นนายกมนตรี สืบทอดอำนาจได้ นี่คือปัญหาการที่ 1 ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้” นายรังสิมันต์ กล่าว

นายรังสิมันต์ กล่าวอีกว่า ประการต่อมา คือ ส.ว. มีอำนาจในการพิจารณากฎหมายที่ตัวเองเห็นว่าเป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูป ในฐานะพรรคการเมือง ตนสัญญาไว้กับประชาชนว่า ตนและพรรคอนาคตใหม่ เราจะผ่านร่างกฎหมายในเรื่องของการยกเลิกบังคับเกณฑ์ทหาร แต่เมื่อสักครู่ก็ได้รับหนังสือว่า ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ เป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเงิน แน่นอนต้องให้พลเอกประยุทธ์ เซ็น แต่สิ่งที่จะตามมา คือ ส.ว.จะเห็นว่ากฎหมายฉบับนี้ เป็นกฎหมายการปฏิรูป และเข้ามามีส่วนในการพิจารณาด้วย อยากถามว่า มีประชาชนคนไหนเลือก ส.ว.มา คนที่เลือกส่วนใหญ่เป็นนายพล ซึ่งพวกเขาเห็นว่ากฎหมายฉบับนี้ไปตัดทอนอำนาจของกองทัพ สุดท้ายกฎหมายก็อาจจะตกไปก็ได้ แล้วสิ่งที่เราสัญญาไว้กับประชาชนจะมีความหมายอะไร ดังนั้น การที่ ส.ว.มีอำนาจมากขนาดนี้เป็นปัญหาของรัฐธรรมนูญ

“เรื่องของการตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดิน ก็เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ โดยเฉพาะฝ่ายค้าน เพราะบทบาทของฝ่ายค้าน คือการเข้าไปตรวจสอบการทำงานของฝั่งรัฐบาล หากแต่อำนาจที่เราใช้ และเป็นอำนาจที่มีความหมายที่สุด คืออำนาจในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ต่อให้ฝ่ายค้านสามารถอภิปรายไม่ไว้วางใจ แล้วสามารถถอดถอนพลเอกประยุทธ์ ออกจากการเป็นนายกรัฐมนตรีได้ ผลปรากฏว่า ส.ว. ที่ไม่มีประชาชนคนไหนเลือก ก็สามารถที่จะเอาพลเอกประยุทธ์ กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีได้อีกต่อไป สรุปแล้ว พลเอกประยุทธ์ จะเป็นนายกรัฐมนตรีจนกระทั่งลมหายใจสุดท้ายของผมเลยใช่ไหม ท่านจะอยู่อย่างนี้ เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไปเรื่อยๆ  ท่านจะใช้อำนาจ ใช้คำพูด ดูถูกประชาชน บริหารประเทศไม่เป็น เศรษฐกิจล้มเหลวแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆใช่ไหม” นายรังสิมันต์ กล่าว

นายรังสิมันต์ กล่าวว่า เรามีความหวังดีต่อประเทศชาติ ประเทศของเราเปรียบเสมือนบ้านของเราหลังใหญ่ ที่เราใช้น้ำพักน้ำแรงในการสร้างขึ้นมา แต่วันนี้บ้านของเราเปรียบเสมือนบ้านผีสิง บ้านนี้มีผีเร่ร่อน เป็นกลุ่มผีเร่ร่อนเข้ามา ที่หลงคิดว่าตัวเองเป็นเจ้าที่ ตั้งตัวเองขึ้นมาเป็นเจ้าที่ ผีนี้ได้บอกกับพี่น้องประชาชนว่า ได้โปรดขายวิญญาณให้ข้าหน่อย แล้วหลังจากขายวิญญาณแล้ว ผีเหล่านี้ก็จะไปผุดไปเกิด แต่ปรากฏว่าทันทีที่เราทำสัญญาขายวิญญาณแล้ว แต่ผีเหล่านี้ไม่ยอมไปผุดไปเกิด และยังคงไม่ยอมให้พวกเราได้สร้างบ้านแห่งนี้ให้สวยงาม  ดังนั้น ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องมาเริ่มต้นด้วยการขับไล่ผีตนนี้ออกไปจากบ้าน ด้วยการตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ที่เปรียบเสมือนเป็นมรดกบาปของผีเร่ร่อนตนนี้

“เมื่อวันที่ 14 ธันวาคมที่ผ่านมา ที่มีกิจกรรมที่สกายวอล์ค มีพี่น้องประชาชนตะโกนคำมาประโยคหนึ่งว่า ‘ประยุทธ์ออกไป’ ถ้าท่านยังคงยืนยันว่าจะยังคงอยู่ในอำนาจแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ผมเป็นห่วงจริงๆ จากประสบการณ์ต่างประเทศ ท่านจะอยู่ไม่ได้ ประสบการณ์ในต่างประเทศสอนมาตลอดว่าท้ายที่สุด เผด็จการจะพินาศเสมอ” นายรังสิมันต์ กล่าว

สิระ โวย เสรีพิศุทธ์ เบิ้ล 2 เสียง โหวตสอบปมถวายสัตย์

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/405405?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

สิระ โวย เสรีพิศุทธ์ เบิ้ล 2 เสียง โหวตสอบปมถวายสัตย์

18 ธันวาคม 2562 – 19:38 น.
สิระโวยเสรีพิศุทธ์,โหวตสอบปมถวายสัตย์
เปิดอ่าน 247 ครั้ง

 “สิระ” โวย “เสรีพิศุทธ์” เบิ้ล2เสียง โหวตเดินหน้าสอบ ปมถวายสัตย์ เตรียมเชิญ “เลขาฯครม.”

รัฐสภา – 18 ธันวาคม 2562 –  “สิระ” โวย “เสรีพิศุทธ์” เบิ้ล2เสียง โหวตเดินหน้าสอบ ปมถวายสัตย์ เตรียมเชิญ “เลขาฯครม.” แจง พร้อมแฉ “เสรีพิศุทธ์” ข่มขู่ “อธิรัฐ” นอกประเด็น พร้อมเรียก ตร.​อุ้ม หลังยืนประท้วง

นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ฐานะกรรมาธิกร (กมธ.) ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยถึงผลการพิจารณาของกมธ.ฯ กรณีการเสนอร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 โดยไม่ชอบ เพราะการถวายสัตย์ปฏิญาณตนของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ ช่วงการชี้แจงของนายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ ส.ส.นครราชสีมา พรรคพลังประชารัฐ ฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม  ว่า นายอธิรัฐ ปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดกับกมธ.ฯ ตามประเด็นที่ซักถาม

เช่น ทราบหรือไม่ว่าการถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วน, ผลกระทบที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น อย่างไรก็ตามระหว่างการพิจารณาพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ฐานะประธานกมธ.ฯ ได้ซักถามด้วยถ้อยคำที่เข้าข่ายข่มขู่ และไม่เกี่ยวข้องกับประเด็น เช่น ทราบหรือไม่ว่านายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.นครราชสีมา พรรคพลังประชารัฐ ฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล เป็นใคร นำชื่อมารดา และชื่อน้าของนายอธิรัฐมากล่าวต่อที่ประชุม อย่างไรก็ตามตนใช้สิทธิทักท้วงต่อการทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม แต่ถูกสั่งห้ามอภิปรายด้วย ทำให้ตนต้องยืนขึ้นเพื่อประท้วง ซึ่งพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ใช้อำนาจประธานกมธ.ฯ สั่งตำรวจรัฐสภาเข้ามาเชิญตนออกจากห้อง แต่เมื่อตำรวจรัฐสภาเข้ามาในห้องประชุมตนนั่งลง

นายสิระ กล่าวด้วยว่าในการพิจารณาวาระดังกล่าวที่ประชุมได้ลงมติว่าจะพิจารณาต่อหรือยุติ โดยให้กมธ.​ทั้ง 15 คนลงมติ แต่ผลการออกเสียง รอบแรก ซึ่งพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ออกเสียงด้วย มติเท่ากัน คือ 7 ต่อ7  เนื่องจากนายจารึก ศรีอ่อน ส.ส.จันทบุรี ฐานะกมธ.ฯ​งดออกเสียง ทำให้พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ใช้สิทธิประธานที่ประชุมออกเสียงเป็นครั้งที่ 2 ทำให้มติ 8 เสียงให้เดินหน้าต่อ ขณะที่ 7 เสียงให้ยุติ ดังนั้นในการพิจารณารอบหน้าจะเชิญ นายธีระพงษ์ วงศ์ศิวะวิลาศ เลขาธิการครม. เข้าชี้แจง

“เหตุผลที่คุณจารึกให้ไว้ เพราะต้องการวางตัวเป็นกลาง หลังจากที่พรรคอนาคตใหม่ขับออกจากพรรคและขณะนี้ยังไม่มีพรรคการเมืองสังกัด จึงงดออกเสียง แต่ผมมองว่าการทำงานภายใต้กมธ.ฯ นั้นต้องแสดงความเห็นไปในทางใดทางหนึ่งได้” นายสิระ กล่าว.

ติง ส.ส.อนาคตใหม่ ร่วมปลุกระดมม็อบ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/405404?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

ติง ส.ส.อนาคตใหม่ ร่วมปลุกระดมม็อบ

18 ธันวาคม 2562 – 19:28 น.
สสอนคตใหม่ร่วมปลุกระดมม็อบ,พงศกร ติง สสอนาคตใหม่
เปิดอ่าน 390 ครั้ง

“พงศกร” ติง ส.ส.อนาคตใหม่ ร่วมปลุกระดมม็อบ ต้องลาออกจากตำแหน่ง ยกโมเดล “สุเทพ” เป็นตัวอย่าง ชี้ ส.ส.ต้องยึดมั่นระบบรัฐสภา

รัฐสภา – 18 ธันวาคม 2562 -“พงศกร” ติง ส.ส.อนค. ร่วมปลุกระดมม็อบ ต้องลาออกจากตำแหน่ง ยกโมเดล “สุเทพ” เป็นตัวอย่าง ชี้ ส.ส.ต้องยึดมั่นระบบรัฐสภา แจงเหตุขับ 4 ส.ส.​ไม่ใช่มติสวน แต่พบการกล่าวร้าย-ตระเวนขอเงินลงพื้นที่

พล.ท.พงศกร รอดชมพู ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ฐานะคณะกรรมการพิจารณาวินัย ส.ส. กล่าวยืนยันต่อการลงมติขับ 4 ส.ส.ให้พ้นจากพรรคอนาคตใหม่ ว่าไม่ใช่เพราะการลงมติในสภาผู้แทนราษฎรสวนทางกับมติพรรค เพราะในการพิจารณาของคณะกรรมการวินัย ไม่ได้นำประเด็นดังกล่าาวพิจารณา เนื่องจากกรลงมติในสภาฯ นั้น ถือเป็นการใช้สิทธิโดยอิสระปราศจากการครอบงำตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันบัญญัติไว้ แต่เหตุผลที่ต้องขับออกจากพรรคเพราะส.ส.ทั้ง 4 คนมีอุดมการณ์ที่สวนทางกับพรรค อีกทั้งยังพบการให้สัมภาษณ์กล่าาวร้าย

รวมถึงพบการเดินงานการเมืองในลักษณะเก่าคือการเดินขอและหางบประมาณเพื่อทำโครงการในพื้นที่ของตนเอง  นอกจากนั้นยังมีกรณีที่แสดงความไม่เห็นด้วยกับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ต่อการนำชุมนุมลักษณะแฟลซม็อบ เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม ที่สกายวอร์ค ห้างสรรพสินค้ามาบุญครอง แม้การไม่เห็นด้วยจะเป็นสิทธิส่วนตัว แต่เขาไม่มองว่าการใช้สิทธิของนายธนาธร ในฐานะประชาชน ไม่ใช่ส.ส.

“สำหรับส.ส.ของพรรคอนาคตใหม่ที่จะไปร่วมชุมนุมทางการเมือง ผมบอกเขาแล้วว่าอย่าไป เพราะต้องแยกให้ชัดเจนระหว่างการทำงานการเมืองในระบบรัฐสภากับการเมืองนอกสภาฯ​ต้องแยกให้ชัดเจน แต่มีบางคนที่ยังไป ซึ่งผมมองว่าหากจะไปร่วมชุมนุม ร่วมแรลลี่กิจกรรม  ควรลาออกจากส.ส.ก่อน เหมือนอย่างกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ ลาออกจากส.ส.

เพื่อจัดการชุมนุมทางการเมือง แต่หากส.ส.ของพรรคจะไปให้กำลังใจกลุ่มผู้ชุมนุม แค่ต้นทาง หรือ ปลายทาง หรือขึ้นเวทีวิชาการนั้นยังอยู่ในขอบเขตที่ทำได้ ส่วนกรณีที่น.ส.พรรณิการ์​ วานิชและนายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ ของพรรคไปร่วมชุมนุม ผมมองว่าเป็นแค่ครั้งแรก และบอกกล่าวไปแล้วถึงความเหมาะสม” พล.ท.พงศกร กล่าว.

เพจ อนค. แพร่ข่าวยื่นฟ้อง กกต.พร้อมพวก 14 คนชงยุบพรรค

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/405381?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

เพจ อนค. แพร่ข่าวยื่นฟ้อง กกต.พร้อมพวก 14 คนชงยุบพรรค

18 ธันวาคม 2562 – 17:55 น.
อนคยื่นฟ้อง กกต,พร้อมพวก 14 คนชงยุบพรรค,อนคยื่นฟ้อง กกต
เปิดอ่าน 247 ครั้ง

เพจเฟซบุ๊กอนาคตใหม่ โพสต์ ธนาธร- อนค. ยื่นฟ้อง กกต. พร้อมพวก 14 คนที่ชงยุบพรรค อนค.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.มีมติส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่ จากการที่พรรคกู้เงินนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค เป็นเงินกว่า 191 ล้านบาท เพื่อนำไปใช้ในกิจกรรมทางการเมือง ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องผิดกฎหมาย เป็นการกระทำผิดตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 72 มีโทษถึงยุบพรรค ตามมาตรา 92(3) นั้น

หลังจาก กกต.มีมติดังกล่าว ก็ได้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย ปรากฏว่าเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล ได้แถลงกับผู้สื่อข่าวว่า กกต.ใช้อำนาจโดยมิชอบ ถือว่าเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 157 จึงเตรียมส่งทนายความไปยื่นฟ้อง กกต.ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ในวันนี้ (18 ธ.ค.)

ล่าสุด เพจเฟซบุ๊กของพรรคอนาคตใหม่ ได้โพสต์ข้อความประชาสัมพันธ์ว่า บ่ายวันนี้ ( 18 ธ.ค.) ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และพรรคอนาคตใหม่ ได้มอบหมายทนายความยื่นฟ้องคดีต่อผู้ดำรงตำแหน่งใน กกต. และผู้ใต้บังคับบัญชาที่ดำเนินการเกี่ยวกับคดีเงินกู้ของพรรคอนาคตใหม่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จำนวน 14 คน ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ เป็นคดีหมายเลขดำที่ อท.185/2562 ในฐานะความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 มาตรา 86 มาตรา 157 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560 มาตรา 69 โดยศาลนัดฟังคำสั่งว่าจะรับฟ้องหรือไม่ในวันที่ 6 มกราคม 2563 เวลา 09.00 น.

  ดูรายละเอียดที่นี่..

อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้สื่อข่าวไปสอบถามเจ้าหน้าที่รับฟ้องของศาลอาญาแผนกคดีทุจริตฯ ทางเจ้าหน้าที่ยืนยันว่ายังไม่มีทีมกฎหมายของพรรคอนาคตใหม่ยื่นเรื่องฟ้องกรณีดังกล่าวแต่อย่างใด  ดังนั้นจะต้องทำการตรวจสอบความถูกต้องของข้อเท็จจริงอีกครั้ง ซึ่งจะได้ความกระจ่างในวันพรุ่งนี้ (19 ธ.ค.)ว่าได้มีการยื่นฟ้องแล้วหรือไม่