สถาบันแบลคสอร์สเพิ่มความรู้เภสัชกรไทย แนะผู้บริโภคเลือกใช้วิตามินอย่างถูกวิธี

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/456731

สถาบันแบลคสอร์สเพิ่มความรู้เภสัชกรไทย แนะผู้บริโภคเลือกใช้วิตามินอย่างถูกวิธี

วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ปัจจุบัน วิตามิน เกลือแร่ สมุนไพรและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก หลายท่านใช้เพื่อความงาม แต่บางท่านใช้เพื่อดูแลสุขภาพ ซึ่งการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ส่วนใหญ่จะซื้อตามร้านขายยา ดังนั้นเภสัชกรจึงมีบทบาทสำคัญในการให้คำปรึกษาถึงการใช้ที่ถูกวิธี โดยเมื่อเร็วๆ นี้ สถาบันแบลคมอร์ส สำนักงานใหญ่ ประเทศออสเตรเลีย ได้ร่วมกับวิทยาลัยเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต จัดการประชุมวิชาการ“Complementary Medicine in Pharmacy Practice-Research Update &Application”ส่งเสริมให้ความรู้เภสัชกรและบุคลากรทางการแพทย์ด้านComplementary Medicineหรือ โภชนเภสัชภัณฑ์  เพื่อการใช้ที่ถูกต้อง พร้อมเปิดตัวหลักสูตร Complementary Medicine Education ระดับกลาง (CMEdSliver)ขึ้น

ดร.เลสลีย์ บราวน์  ผู้อำนวยการ สถาบันแบลคมอร์ส สำนักงานใหญ่ประเทศออสเตรเลีย กล่าวว่า ปัจจุบันเภสัชกรมีบทบาทสำคัญในการที่จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพมากขึ้นไม่ใช่เฉพาะเรื่องของยาเท่านั้น เนื่องจากประชาชนหันมาใส่ใจเรื่องของการดูแลสุขภาพแต่หลายคนยังมีข้อสงสัยถึงการทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารว่าจะมีผลเสียต่อร่างกายหรือไม่ จากการรวบรวมข้อมูลโดย Mayo Clinic ในปี 1998-2006 สหรัฐอเมริกาในคนไข้กว่า 80,000 ราย พบว่า การรับประทานสมุนไพรไม่ได้มีผลเสียต่อร่างกาย และไม่พบปัญหาที่ตับ ขณะที่การทานยาพาราเซตามอลและการใช้ยาปฏิชีวนะจะส่งผลต่อตับ ซึ่งพบได้สูงถึง 5.7 รายต่อปี สอดคล้องกับข้อมูลที่สหรัฐอเมริกา พบปัญหาที่ตับซึ่งเกิดจากการใช้ยาสูงถึง 20 รายต่อจำนวนคนไข้ 100,000 ราย ซึ่งขึ้นอยู่กับความแตกต่างของแต่ละบุคคลด้วยเช่นกัน นอกจากนี้เภสัชกรจะได้รับการสอบถามเสมอ ว่าการรับประทานอาหารที่ดี ร่างกายน่าที่จะได้รับสารอาหารที่เพียงพอ แต่ด้วยวิถีชีวิตของผู้คนในปัจจุบันการทานอาหารเพื่อให้ได้สารอาหารที่ครบถ้วนเป็นเรื่องยาก จากข้อมูลขององค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) และองค์การอนามัยโลก(WHO) ได้แนะนำให้ทานผักผลไม้ 400 กรัมต่อวัน แต่สำหรับไทยพบว่า ผู้หญิงมีการทานเฉลี่ยเพียง 283 กรัมต่อวัน ผู้ชาย 268 กรัมต่อวันเท่านั้น นอกจากนี้กระบวนการการทำอาหารก็อาจทำให้เกิดการสูญเสียวิตามินต่างๆ  โดยเฉพาะวิตามินบี วิตามินซี เป็นต้น

ทั้งนี้ การที่ร่างกายได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ อาจมาจากหลายสาเหตุทั้งจากพฤติกรรมการใช้ยาเพื่อรักษาโรคประจำตัว หรือสภาวะต่าง ๆ เช่นการดื่มแอลกอฮอล์ ร่างกายก็จะขับวิตามินต่างๆ ออกจากร่างกายมากขึ้น อาจเกิดปัญหาการขาดวิตามิน การใช้ยารักษาโรคความดันโลหิตอาจทำให้เกิดการขาดธาตุสังกะสี ผู้ป่วยที่มีการใช้ยาลดกรด อาจทำให้เกิดการขาดธาตุแมกนีเซียม นอกจากนี้หญิงตั้งครรภ์ จะมีปัญหาการขาดธาตุเหล็ก ไอโอดีน และวิตามินดี ซึ่งจะส่งผลต่อการพัฒนาการตัวอ่อนของทารก รวมถึงเด็กไทยมากกว่า 50% ยังมีภาวะการขาดแคลเซียม ธาตุเหล็ก สังกะสี วิตามินเอและซี ดังนั้น เภสัชกรจึงมีหน้าที่ที่จะสร้างความรู้ความเข้าใจในการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพที่ถูกวิธีให้กับผู้บริโภค เนื่องจากผู้ที่ขอรับคำปรึกษาส่วนใหญ่ต้องการดูแลสุขภาพอย่างแท้จริง โดยศึกษาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต หรือสอบถามจากคนรอบข้าง ซึ่งอาจมีความคลาดเคลื่อน บทบาทของเภสัชกรจึงมีความสำคัญ ในการพูดคุย สอบถามประวัติอย่างละเอียด เพราะยารักษาโรคประจำตัวบางชนิดอาจทำปฏิกิริยากับสารอาหาร แต่ในขณะเดียวกันสารอาหารบางชนิดจะช่วยเสริมการทำงานของยา เช่น โคเอนไซม์คิวเท็น อาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของยาลดความดันโลหิต และยังช่วยบรรเทาอาการไมเกรนอีกด้วย

“สำหรับสถาบันแบลคมอร์ส ถูกจัดตั้งขึ้นเป็นหน่วยงานอิสระ ทำหน้าที่พัฒนาภาพรวมด้านสุขภาพของสังคมให้ดีขึ้น ผ่านทางการใช้โภชนเภสัชภัณฑ์อย่างมีคุณภาพ โดยสถาบันฯจะเป็นแรงขับเคลื่อนด้านงานวิจัย การให้ความรู้ และให้คำแนะนำสำหรับการดูแลสุขภาพ พร้อมทั้งถ่ายทอดความรู้ให้กับเภสัชกรและบุคลากรทางการแพทย์ ผ่านการจัดสัมมนาและหลักสูตร CMEd” ดร.เลสลี่ย์ กล่าวในที่สุด

ด้าน    ผู้จัดการด้านการศึกษา สถาบันแบลคมอร์ส ประเทศไทย กล่าวว่า สถาบันฯในประเทศไทยได้เริ่มเข้ามาให้ความรู้ด้านสมุนไพรและโภชนเภสัชภัณฑ์ตั้งแต่ 3 ปีที่ผ่านมา โดยร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศจัดการประชุมวิชาการให้กับเภสัชกรและบุคลากรทางการแพทย์  เนื่องจากผลการสำรวจความต้องการด้านการศึกษา พบว่า  เภสัชกรต้องการมีความรู้เรื่องของ Complementary Medicineหรือโภชนเภสัชภัณฑ์ มากขึ้น เพราะประชาชนมีความกังวลในเรื่องของสุขภาพ จึงต้องการผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร โภชนาการ และคำแนะนำด้านการดูแลสุขภาพมากขึ้น

นอกจากนี้ในปีที่ผ่านมาสถาบันฯ ได้เปิดหลักสูตรComplementary Medicine Educationระดับต้น(CMEdBronze) ให้กับเภสัชกร เพื่อเพิ่มพูนความรู้เกี่ยวกับการใช้วิตามิน เกลือแร่ สมุนไพร การใช้โภชนเภสัชภัณฑ์ ร่วมกับการใช้ยาได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความปลอดภัย  ร่วมกับการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม และขณะนี้ได้ต่อยอดเปิด CMEdระดับกลาง (CMEdSilver)เป็นการให้ความรู้แบบเจาะลึกเกี่ยวกับการใช้โภชนเภสัชภัณฑ์  หรือสารอาหาร ที่เชื่อมโยงกับโรคที่มีคนไข้เข้ามาขอรับคำปรึกษาบ่อย  เช่น ความดันโลหิตสูง ไขมันสูง จอประสาทตาเสื่อม เป็นต้น เภสัชกรจะต้องมีความรู้เกี่ยวกับโภชนเภสัชภัณฑ์  ที่จะช่วยเสริมให้ยาทำงานได้มีประสิทธิภาพขึ้น  หรือลดปัญหาอาการข้างเคียงจากยา  นอกจากนี้หลักสูตร CMEd Silver ยังมุ่งเน้นการดูแลสุขภาพสำหรับผู้ป่วยในโรคต่างๆ ซึ่งเป้าหมายของหลักสูตรคือการให้ความรู้ผ่านเภสัชกร โดยมุ่งหวังให้คนไทยมีสุขภาพที่ดีขึ้น

ด้าน ภก.กิตติพิชญ์ ธนผดุงเกียรติ หนึ่งในผู้ร่วมอบรมหลักสูตร CMEdกล่าวว่า Complementary Medicineหรือโภชนเภสัชภัณฑ์ มีความจำเป็นต่อเภสัชกรเป็นอย่างมาก เพราะตอนนี้หากไม่ปรับตัวใช้เฉพาะความรู้เดิมที่เรียนมา จะให้คำปรึกษากับคนไข้ได้เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะปัจจุบันประชาชนให้ความสำคัญกับการป้องกันการเกิดโรคมากกว่าการรักษา ดังนั้นการใช้โภชนเภสัชภัณฑ์จึงสามารถนำมาช่วยในการดูแลสุขภาพได้ การเลือกเรียนหลักสูตรนี้ เพราะได้เพิ่มเติมองค์ความรู้ มีการหยิบยกกรณีศึกษาของผู้รับบริการจริงที่อาจจะมีการใช้ยาแผนปัจจุบันร่วมด้วย ทำให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับตัวเอง ในการให้คำแนะนำการใช้วิตามินหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น

อาการฟกช้ำและปวดเคล็ด

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/456732

news_default

อาการฟกช้ำและปวดเคล็ด

วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ในชีวิตประจำวันของคนเราที่ต้องทำสิ่งต่างๆ มากมายตลอดทั้งวัน เราอาจพบเจออุบัติเหตุต่างๆ ระหว่างวัน ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการฟกช้ำได้ทั้งโดยที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว แม้ว่าอาการเหล่านี้จะไม่รุนแรงมาก แต่ก็ควรทราบวิธีการดูแลอย่างถูกต้อง เพื่อบรรเทาอาการให้ดีขึ้นหากเกิดเหตุการณ์กับตนเอง

รศ.นพ.วธวรรธน์ ลิ้มทองกุล  แห่งรพ.จุฬาฯ เผยถึง สาเหตุและอาการ ฟกช้ำ ว่า เป็นภาวะที่เกิดขึ้นได้กับส่วนต่างๆ ของร่างกายเมื่อถูกกระแทก หรือถูกชน หรือถูกต่อย ทำให้มีเลือดออกในชั้นใต้ผิวหนังมากน้อยต่างกัน ขึ้นอยู่กับความแรงที่มากระทบสำหรับผู้สูงอายุแม้แรงกระทบมีไม่มากแต่เนื่องจากเนื้อเยื่อและเส้นเลือดภายในร่างกายค่อนข้างเปราะบาง จึงเกิดการฟกช้ำได้ง่าย และอาจมีเลือดเป็นจ้ำๆ ห้อเลือดทั่วไปตามร่างกาย หรือในบางรายที่หลังถูกกระแทก และไม่ได้รับการรักษาเบื้องต้นอย่างถูกวิธี อาจทำให้การฟกช้ำของหลังมีมากได้

การรักษาแผลฟกช้ำ แบ่งเป็นมีอาการฟกช้ำในภาย 48 ชั่วโมงแรก ควรประคบเย็น ด้วยน้ำเย็นหรือน้ำแข็ง วันละ 2-3 ครั้ง ครั้งละประมาณ 15-30 นาที ส่วนรอยช้ำบริเวณศีรษะและใบหน้าให้ประคบด้วยน้ำแข็ง หรืออาจใช้ผ้าม้วนให้หนาพอ กดบริเวณที่ฟกช้ำเพื่อลดบวม

มีอาการฟกช้ำหลัง  48 ชั่วโมงแรก ควรประคบร้อน วันละ 2-3 ครั้ง ครั้งละ 15  นาที อาการบวมจะค่อยๆ ลดลง ปกติภาวะฟกช้ำจะดีขึ้นและหายได้ภายใน 10-14 วัน

ปกติภาวะฟกช้ำจะค่อยๆ ดีขึ้นและหายได้ภายใน 10-14 วัน ในกรณีที่ยังไม่หายและมีอาการหลงเหลืออยู่ หรือบางครั้งฟกช้ำมากๆ จนมีเลือดที่ออกมาใต้ผิวหนังสะสมอยู่โดยที่ร่างกายไม่สามารถดูดซึมกลับได้หมด ในกรณีนี้จำเป็นต้องไปพบแพทย์เพื่อการตรวจรักษาและเอาเลือดที่คั่งค้างอยู่ออก

แม็กซ์ มาร่า เปิดแฟล็กชิปสโตร์แห่งใหม่

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/456729

แม็กซ์ มาร่า เปิดแฟล็กชิปสโตร์แห่งใหม่

วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

แม็กซ์ มาร่า (Max Mara) แบรนด์แฟชั่นจากอิตาลี จัดงานเปิดแฟล็กชิปสโตร์แห่งใหม่ย่านใจกลางเมืองกรุงเทพฯ  ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน

แฟล็กชิปสโตร์แห่งใหม่นี้มีพื้นที่ครอบคลุมกว่า 170 ตารางเมตร ตั้งอยู่บริเวณชั้น 1 ของห้าง โดยด้านหน้าร้านตกแต่งด้วยวัสดุหินอ่อนและกรอบทองเหลืองรอบหน้าต่างที่สะท้อนถึงความหรูหรา ส่วนการตกแต่งภายในร้านถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน โดยส่วนหนึ่งตกแต่งด้วยวัสดุซึ่งทำจากไม้รายล้อมรอบเสาหินอ่อนที่ชวนให้สัมผัสถึงความเป็นธรรมชาติและป่าสีเขียว รวมถึงการใช้ประตูบานเลื่อนกั้นบริเวณอีกส่วนด้านหลังของร้าน ซึ่งสามารถปรับให้เป็นห้องรับรองพิเศษสำหรับลูกค้าวีไอพีได้

ผนังของร้านแห่งนี้ทำจากวัสดุทองเหลืองที่สั่งทำขึ้นเป็นพิเศษ ที่สะท้อนถึงความสง่างามและหรูหราโดดเด่นตามแบบฉบับของแม็กซ์ มาร่า นอกจากนั้นยังได้ใช้ลายหินธรรมชาติ, ผนังโลหะ, ไม้โอ๊คและเหล็กซึ่งผ่านการแกะสลักเป็นอย่างดี รวมถึงเหล็กขัดเงา, ทองเหลือง, หินอ่อนสีเทา และเฟอร์นิเจอร์ไม้ นำมาใช้ตกแต่งร้าน

สีโทนอุ่นของร้านแห่งนี้ยังช่วยสร้างบรรยากาศให้ดูผ่อนคลาย อบอุ่น และเป็นกันเองมากยิ่งขึ้น นอกจากนั้นการออกแบบร้านในสไตล์เรียบหรูแต่แฝงไปด้วยรายละเอียดต่างๆที่น่าสนใจยังสะท้อนให้เห็นถึงเอกลักษณ์ของแบรนด์แม็กซ์ มาร่า ที่โดดเด่นทั้งในเรื่องของงานฝีมืออันแสนประณีตตามแบบฉบับอิตาเลียนดั้งเดิมและงานดีไซน์ที่ไร้กาลเวลาของแบรนด์แม็กซ์ มาร่า

พื้นที่ในร้านสะท้อนให้เห็นถึงการผสมผสานระหว่างมรดกทางวัฒนธรรมของแบรนด์แม็กซ์ มาร่าและจิตวิญญาณแบบร่วมสมัยอย่างแท้จริง จัดจำหน่ายทั้งแบรนด์แม็กซ์ มาร่า (Max Mara), สปอร์ตแม็กซ์ (Sportmax),  แม็กซ์ เอส แม็กซ์ มาร่า (Max S Max Mara) และ แม็กซ์ มาร่า คิวบ์ (Max Mara Cube)

‘บัตรเครดิตกรุงศรี’เอ็กซ์คลูซีฟซิกเนเจอร์รังสรรค์มื้ออาหารค่ำสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/456763

‘บัตรเครดิตกรุงศรี’เอ็กซ์คลูซีฟซิกเนเจอร์รังสรรค์มื้ออาหารค่ำสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

วันพุธ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 16.49 น.

เดินหน้ามอบประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟให้กับสมาชิกบัตรอย่างต่อเนื่อง บัตรเครดิตกรุงศรี เอ็กซ์คลูซีฟซิกเนเจอร์ และ บัตรเครดิตกรุงศรี ซิกเนเจอร์ นำโดย ชีวิน ปราชญานุพร ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายกลยุทธ์การตลาด บริษัท บัตรกรุงศรีอยุธยา จำกัด จัดกิจกรรม “UP MOMENT with Signature Dining: Chef’s Table by Chef Art(อัพ โมเม้นต์ วิท ซิกเนเจอร์ ไดนิ่ง- เชฟส์ เทเบิล บาย เชฟ อาร์ต)” เปิดบ้านสุดยอดเชฟ รังสรรค์มื้ออาหารค่ำสุดพิเศษเพื่อเติมเต็มความสุขให้กับลูกค้าคนสำคัญในบรรยากาศที่เป็นส่วนตัว ณ ร้านเชฟอาร์ต เอกมัย ซอย 10

ชีวิน ปราชญานุพร ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายกลยุทธ์การตลาด บริษัท บัตรกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า “บัตรเครดิตกรุงศรี เอ็กซ์คลูซีฟ ซิกเนเจอร์ และกรุงศรี ซิกเนเจอร์ เชื่อว่าความสุขคือผลตอบแทนที่มีค่าที่สุดของชีวิต กิจกรรม“UP MOMENT with Signature Dining Chef’s Table by Chef Art (อัพ โมเม้นต์ วิท ซิกเนเจอร์ ไดนิ่ง เชฟส์ เทเบิล บาย เชฟ อาร์ต)” ถือเป็นอีกหนึ่งความตั้งใจในการสร้างสรรค์และนำเสนอประสบการณ์แห่งความสุข เพื่อตอบแทนให้แก่ลูกค้าคนสำคัญที่ชื่นชอบอาหารรสเลิศ โดยครั้งนี้เราได้รับเกียรติจากเชฟอาร์ต-ศุภมงคล ศุภพิพัฒน์ สุดยอดเชฟอาหารยุโรป ฝรั่งเศส และอิตาเลียนและที่ปรึกษาด้านอาหารชื่อดัง เปิดบ้านต้อนรับสมาชิกบัตรคนสำคัญ พร้อมรังสรรค์อาหารค่ำสุดเอ็กซ์คลูซีฟให้กับสมาชิกบัตรทุกท่านได้ดื่มด่ำกับ 5 เมนูซิกเนเจอร์ในบรรยากาศที่เป็นส่วนตัว เริ่มด้วยเมนูแอพพิไทเซอร์ อย่าง Sweet corn mousse and sauté sweet corn baconมูสข้าวโพดหวานสีเหลืองทองสดใหม่ คัดสรรมาจากไร่นำมาปั่นจนเนื้อเนียนเสิร์ฟพร้อมข้าวโพดหวานผัดเนยและเบคอนรมควัน ต่อด้วยเมนู Hokkaido scallop ceviche with caviar, chilled passion fruit jus and fruits saladหอยเชลล์จากฮอกไกโดสดๆ นำไปหมักกับน้ำผลไม้รสเปรี้ยวและน้ำมันเสริฟ์คู่มากับคาเวียร์สายพันธ์ผสมระหว่างเบลูก้าและออสเซียทรา ทำให้เข้ากันได้อย่างลงตัว จากนั้นตามด้วยเมนูBlack truffle soup with wild mushroom tortellini and grated black truffleเกี๊ยวอิตาเลี่ยนไส้เห็ดทรัฟเฟิลสดที่เชฟอาร์ตบรรจงทำเองกับมือ ผสมผสานกับซุปเห็ดทรัฟเฟิลดำสูตรไม่ใส่ครีมที่มีกลิ่นหอมทำให้รสชาติกลมกล่อมเข้ากันอย่างพอดิบพอดี ต่อกันที่เมนู Butter poached lobster with butternut squash risotto and parmesan cheese ล็อบสเตอร์จากแคนนาดา
เนื้อหวานต้มกับเนยจนชุ่มฉ่ำ กินกับข้าวอิตาเลี่ยนใส่บัตเตอร์นัทสควอชและพาเมซานชีส ตามด้วยเมนูหลักอย่าง Blackangus Tenderloin poached in red wine with mashed potato, vegetables casserole and parmesan cream sauce เนื้อสันในแองกัส หมักด้วยไวน์แดงจนสุกกำลังดีเสิร์ฟคู่กับมันบดเนื้อเนียนนุ่มสูตรพิเศษและผักอบเนยซอสพาเมซานครีม หรือจะเป็นเมนู Pan Seared Pink sea beam with welt baby spinach, confit tomato and baby carrot cream sauceเนื้อปลาซีบีมนำมาจี่กับกระทะให้สุกกำลังพอดี เสิร์ฟคู่กับผักโขมอ่อนผัดเนยและมะเขือเทศเชอร์รี่ลูกเล็กตุ๋นน้ำมันสมุนไพร ซอสครีมเบบี้แครอทผัดกับเบบี้สปิแนช ราดด้วยครีมซอสมะเขือเทศ ก่อนปิดท้ายด้วยเมนูของหวานอย่าง Apple strudel with orange sabayon, fresh fruits and homemade vanilla ice creamแอปเปิ้ลสตูเดิ้ล นำแอปเปิ้ลมาผัดกับน้ำตาล ลูกเกด และผงอบเชย ห่อด้วยแป้งเครปบางและแผ่นแป้งฟิลโล่ นำไปอบจนเหลืองทองกรอบเสริฟ์คู่กับซอสซาบายองสีเหลืองทองรสส้ม ผลไม้สด และไอศกรีมโฮมเมดรสวานิลา สำหรับมื้ออาหารค่ำสุดเอ็กซ์คลูซีฟนี้เราได้รังสรรค์ขึ้นพิเศษเพื่อเป็นการเติมเต็มความสุขและความอิ่มเอมใจให้กับลูกค้าคนพิเศษทุกท่านครับ”

นอกจากนี้ภายในงานยังได้รับเกียรติจากบรรดาเซเลบริตี้ผู้ชื่นชอบในมนต์เสน่ห์อันกลมกล่อมของอาหารสไตล์ยุโรปมาร่วมงาน อาทิ อรชุมา ดุรงค์เดช,ชุติมา ดุรงค์เดช,ภชสร ลีนุตพงษ์และ พีระพัฒน์ เถรว่อง ให้เกียรติร่วมงานณ ร้านเชฟอาร์ต เอกมัย ซอย 10สำหรับกิจกรรม “Up Moment with Signature Dining” เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นสำหรับสมาชิกบัตรเครดิตกรุงศรี เอ็กซ์คลูซีฟ ซิกเนเจอร์ และบัตรเครดิตกรุงศรี ซิกเนเจอร์ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.krungsricard.com/signature

‘หมอปาล์ม’ชวน’ไอซ์-อธิชนัน’ทำสวย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/456704

‘หมอปาล์ม’ชวน’ไอซ์-อธิชนัน’ทำสวย

วันพุธ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 15.10 น.

หลังจากจัดงานแกรนด์โอเพนนิ่ง Infinity Clinic by Dr. Palm @ TaisinSquare Ekamai (อินฟินิตี้ คลินิก บาย ดร.ปาล์ม @ ไทยซินสแควร์ เอกมัย) อย่างอลังการ ไปเมื่อวันที่31 ตุลาคม 2562 ที่ผ่านมาจวบจนปัจจุบัน เหล่าศิลปินดารา เซเลบ และลูกค้าทั้งชายหญิงต่างแวะเวียนมาใช้บริการด้านความงามกันอย่างต่อเนื่อง ภายใต้การควบคุมคุณภาพโดย “หมอปาล์ม-พญ.ชวนัฐดา เกยานนท์” แพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนัง การปรับรูปหน้า และศัลยกรรมน่องเรียวเทคนิคเกาหลี ผู้ก่อตั้งคลินิกเสริมความงามแบบครบวงจร และ เซเลบสาวสวย “เปเป้-วาริธร กันท์ไพบูลย์” ในฐานะหุ้นส่วนคลินิกฯ ทำให้Infinity Clinic by Dr. Palm @ TaisinSquare Ekamai (อินฟินิตี้ คลินิก บาย ดร.ปาล์ม @ ไทยซินสแควร์ เอกมัย) ได้กลายมาเป็นคลินิกด้านความงามและผิวพรรณยอดนิยมของชาวเอกมัย สุขุมวิท

ล่าสุด “หมอปาล์ม”เปิดคลินิกฯต้อนรับนักแสดงสาว “ไอซ์-อธิชนัน ศรีเสวก” ที่กำลังรักษาตัวจากอุบัติเหตุม้วนแรปขนาดใหญ่หล่นกระแทกเบ้าตาจนเขียวช้ำระหว่างเข้าฉากถ่ายทำละครเรื่อง เดอะซีรีส์ รัก ลวง หลอน ตอน ห้องเฮี้ยน ให้มาอัปเดตนวัตกรรมความงาม อาทิ การปรับรูปหน้า คอร์สดูแลรูปร่าง ดูแลผิว คอร์สเจ้าสาวอันเลื่องชื่อ รวมถึงโปรแกรม ดรีม เลกส์ (Dream Legs)เทคนิคลดน่อง เพื่อเรียวขาสวยแห่งเดียวในไทย โดยมี “หมอปาล์ม” เจ้าของฉายาหมอปาล์มน่องเทพ คอยแนะนำให้คำปรึกษาในการดูแลความงาม ผิวพรรณ

“หมอปาล์ม-พญ.ชวนัฐดา เกยานนท์” เผยว่า “ความพิเศษของสาขาไทยซินสแควร์ เอกมัยอย่างแรกคือ มีความพรีเมี่ยมขึ้น อย่างที่สองคือ มีบริการเพิ่มขึ้นในส่วนของ อัลตร้า สลิม (Ultra Slim) เป็นการดูแลรูปร่างกระชับสัดส่วน ที่สามารถใช้บริการได้ทุกเพศทุกวัย ยิ่งเป็นคุณแม่ที่มีลูกแล้วและอยากมีหุ่นเฟิร์มขึ้น ตรงนี้ตอบโจทย์แน่นอน ส่วนความงามด้านอื่นๆ ของเราก็ยังคงมีอยู่เหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็น ดรีม เลกส์ ลดน่อง ที่มีแห่งแรกและแห่งเดียวในเมืองไทย รวมถึงคอร์สเจ้าสาวอันเลื่องชื่อของเรา ตลอดจนการทำเลเซอร์ การดูแลผิวพรรณ มีครบทุกอย่างค่ะ ซึ่งในอนาคตเราก็มีแพลนจะเพิ่มบริการอื่นๆ เข้ามาด้วย อาทิ การดูดไขมัน ที่จะมาต่อยอดการทำดรีม เลกส์เพราะเราตั้งใจจะให้คลินิกฯ มีบริการด้านความงามที่ครบวงจร”

พบกับ Infinity Clinic by Dr. Palm (อินฟินิตี้ คลินิก บาย ดร. ปาล์ม) ทั้ง 2 สาขาได้แล้ววันนี้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสาขาวิภาวดีโทร: (02)276-5881, (095)524-6669 สาขาเอกมัยโทร : (02)006-5489, (096)664-1919Line@ : @infinityclinic,Instagram : infinityclinic_bydrpalm

และ www.infinityclinicbydrpalm.com

‘ROM DESIGN’ เปิดตัว ‘SPOTLIGHT’ Exhibition new wave project

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/456699

‘ROM DESIGN’ เปิดตัว ‘SPOTLIGHT’ Exhibition new wave project

วันพุธ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 14.58 น.

ROM DESIGN บริษัทออกแบบด้านแบรนด์ดิ้งที่โดดเด่นด้วยการผสมผสานความเป็นไทยเข้ากับสากลสร้างบทบาทใหม่ให้วงการออกแบบในประเทศอย่างจริงจังโดยเปิดออฟฟิศและสตูดิโอจัดนิทรรศการและครีเอทีฟแพลตฟอร์มใหม่ ‘SPOTLIGHT’ Exhibitionเพื่อยกระดับงานออกแบบไทยสู่สากลเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ในยุคมิลลิเนียลส์

Project แรกของ ‘SPOTLIGHT’ เป็นการเล่าเรื่องเกี่ยวกับวัฒนธรรมย่อย (sub-culture) ของไทยที่คนทั่วไปชอบมองข้าม โดย ROM DESIGNให้ช่างภาพสายสตรีทอย่าง KANRAPEE (กันต์รพี โชคไพบูลย์)มาจับมือกับแฟชั่นดีไซเนอร์แนวสตรีทลักชัวรี่  TAKARAWONG (ฐกร วรรณวงษ์)ทั้งสองศิลปินได้ร่วมกันถ่ายทอดความพิเศษในครั้งนี้ได้อย่างแยบยลผ่านเสื้อผ้าคอลเลกชั่นพิเศษ THAI MISMATCH โดย “TAKARAWONG x KANRAPEE”

ร่ม สังขะวัฒนะ ผู้ก่อตั้ง ‘SPOTLIGHT’ Exhibition ภายใต้ ROM DESIGNกล่าวว่า “ในฐานะที่ผมสร้าง‘SPOTLIGHT’ ขึ้นมา อยากให้เป็น new wave อยากให้project นี้พูดอะไรเกี่ยวกับคนรุ่นใหม่ยุคมิลลิเนลส์และส่งพลังให้ว่าจริงๆแล้วเราหันกลับมามอง culture ของเราและชื่นชมได้ ”

งานนี้ได้รับความสนใจจากบุคคลที่มีชื่อเสียงในหลายแขนง ตั้งแต่  ดีไซเน่อร์สถาปนิก ศิลปิน นักเขียน ไปจนถึงดาราธาญาตินักธุรกิจอาทิ มัดหมี่ พิมดาว พานิชสมัย, คณชัย เบญจรงคกุล, ออม ล่ำซำ,พันธกร จิราธิวัฒน์,ณัฏฐิ์ประภา ชุณหะวัณ,โชติพลเตชะไกรศรี, แพรี่พาย อมตา จิตตะเสนีย์, ยูน ปัณพัท เตชเมธากุล,อรรถยุทธ พิรวินิจ, กุลวิทย์ เลาสุขศรี,ก้องกาน กันตภณ เมธีกุลเป็นต้น

สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.spotlightexhibition.com

มูลนิธิสัมมาชีพ (มสช.)จัดงานครบรอบ10 ปีสานพลังขับเคลื่อนสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/456673

news_default

มูลนิธิสัมมาชีพ (มสช.)จัดงานครบรอบ10 ปีสานพลังขับเคลื่อนสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

วันพุธ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 14.19 น.

มูลนิธิสัมมาชีพ (มสช.) จัดงาน “ครบรอบ 10 ปี มูลนิธิสัมมาชีพ พร้อมมอบรางวัล ต้นแบบสัมมาชีพประจำปี 2562” เพื่อเดินหน้าขยายผลการดำเนินงานและประชาสัมพันธ์ผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณชน ภายใต้แนวคิด “สัมมาชีพเต็มพื้นที่” สานพลังขับเคลื่อนสัมมาชีพเต็มพื้นที่สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน เชื่อมคน เชื่อมชุมชน เชื่อมสังคม เชื่อมรัฐอธิบายผลงานผ่านรางวัลทั้ง 3 ประเภท ประกอบด้วยรางวัลวิสาหกิจชุมชนต้นแบบสัมมาชีพ รางวัลเอสเอ็มอีต้นแบบสัมมาชีพ และรางวัลบุคคลต้นแบบสัมมาชีพโดยได้รับเกียรติจาก“ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” รองนายกรัฐมนตรีมาร่วมมอบรางวัลบุคคลต้นแบบสัมมาชีพประจำปี 2562 เพื่อเชิดชูผลงานของผู้ประกอบธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ โดยดำเนินธุรกิจตามแนวทางของสัมมาชีพ เพื่อสร้างการยอมรับต่อแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมยกระดับการดำเนินงานของมูลนิธิสัมมาชีพให้เป็นที่รู้จักต่อสาธารณชน และยังเป็นการระดมทุนสนับสนุนเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายของมูลนิธิสัมมาชีพต่อไปมูลนิธิสัมมาชีพได้มีกำหนดการจัดงานขึ้น ในวันเสาร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2562ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์พบกับกิจกรรมดีๆ มากมาย อาทิเช่นบูธกิจกรรมจากชุมชน งานเสวนาและปาฐกถาพิเศษ  ตบท้ายด้วยงานมอบรางวัลต้นแบบ ได้ตั้งแต่เวลา 15.00 – 20.30 น.

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ ฝ่ายสื่อสารและระดมทุนมูลนิธิสัมมาชีพ โทร. 02 530 9204-5 หรือติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวได้ที่ https://www.right-livelihoods.org/ และhttps://www.facebook.com/sammachiv/

ROM DESIGN เปิดตัว ‘SPOTLIGHT’ Exhibition new wave project ครองใจคนรุ่นใหม่ยุคมิลลิเนียลส์

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/456612

ROM DESIGN เปิดตัว ‘SPOTLIGHT’ Exhibition new wave project ครองใจคนรุ่นใหม่ยุคมิลลิเนียลส์

วันพุธ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 08.54 น.

ROM DESIGN เปิดตัว ‘SPOTLIGHT’  Exhibition new wave project ครองใจคนรุ่นใหม่ยุคมิลลิเนียลส์

เมื่อวันศุกร์ที่ 22 พฤจิกายนที่ผ่านมา ROM DESIGN บริษัทออกแบบด้านแบรนด์ดิ้งที่โดดเด่นด้วยการผสมผสานความเป็นไทยเข้ากับสากล สร้างบทบาทใหม่ให้วงการออกแบบในประเทศอย่างจริงจัง โดยเปิดออฟฟิศและสตูดิโอจัดนิทรรศการและครีเอทีฟแพลตฟอร์มใหม่ ‘SPOTLIGHT’ Exhibition  เพื่อยกระดับงานออกแบบไทยสู่สากล เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ในยุคมิลลิเนียลส์

Project แรกของ ‘SPOTLIGHT’ เป็นการเล่าเรื่องเกี่ยวกับวัฒนธรรมย่อย (sub-culture) ของไทยที่คนทั่วไปชอบมองข้าม โดย ROM DESIGN ให้ช่างภาพสายสตรีทอย่าง KANRAPEE (กันต์รพี โชคไพบูลย์) มาจับมือกับแฟชั่นดีไซเนอร์แนวสตรีทลักชัวรี่  TAKARAWONG (ฐกร วรรณวงษ์) ทั้งสองศิลปินได้ร่วมกันถ่ายทอดความพิเศษในครั้งนี้ได้อย่างแยบยลผ่านเสื้อผ้าคอลเลกชั่นพิเศษ THAI MISMATCH โดย “TAKARAWONG x KANRAPEE”

ร่ม สังขะวัฒนะ ผู้ก่อตั้ง ‘SPOTLIGHT’ Exhibition ภายใต้ ROM DESIGN กล่าวว่า “ในฐานะที่ผมสร้าง ‘SPOTLIGHT’ ขึ้นมา อยากให้เป็น new wave อยากให้ project นี้พูดอะไรเกี่ยวกับคนรุ่นใหม่ยุคมิลลิเนลส์และส่งพลังให้ว่าจริงๆแล้วเราหันกลับมามอง culture ของเราและชื่นชมได้ ”

งานนี้ได้รับความสนใจจากบุคคลที่มีชื่อเสียงในหลายแขนง ตั้งแต่  ดีไซเน่อร์ สถาปนิก ศิลปิน นักเขียน ไปจนถึงดารา ธาญาตินักธุรกิจ อาทิ มัดหมี่ พิมดาว พานิชสมัย, คณชัย เบญจรงคกุล, ออม ล่ำซำ, พันธกร จิราธิวัฒน์, ณัฏฐิ์ประภา ชุณหะวัณ, โชติพล เตชะไกรศรี, แพรี่พาย อมตา จิตตะเสนีย์, ยูน ปัณพัท เตชเมธากุล, อรรถยุทธ พิรวินิจ,   กุลวิทย์ เลาสุขศรี,  ก้องกาน กันตภณ เมธีกุล เป็นต้น

สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.spotlightexhibition.com 

ประวัตินักออกแบบ ร่ม สังขะวัฒนะ

ผู้ก่อตั้ง SPOTLIGHT Exhibition ครีเอทีฟไดเรกเตอร์, ROM DESIGN จากกรุงลอนดอนสู่กรุงเทพฯ บริษัท ROM DESIGN ได้ทํางานกับธุรกิจที่หลากหลาย ตั้งแต่ King Power, GQ Magazine, True Coffee, Vogue, Gems Pavilion จนไปถึงการบุกเบิกแบรนด์ใหม่อย่าง One Nimman บริษัท ROM DESIGN สร้าง และออกแบบแบรนด์ให้เกิดความน่าสนใจและมีเอกลักษณ์เพื่อตอบวัตถุประสงค์ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว นําเสนอ กลยุทธ์การสร้างแบรนด์และการแก้ปัญหาธุรกิจอย่างสร้างสรรค์

www.romcompany.com, @romdesigncompany

ฐกร วรรณวงษ์  แฟชั่นดีไซน์เนอร์, TAKARAWONG  ในปี 2559 ฐกร วรรณวงษ์ แฟชั่นดีไซเนอร์ชาวไทยได้ก่อตั้งแบรนด์ TAKARAWONG ขึ้น โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจาก วัฒนธรรมขนาดเล็กทั่วโลก เขาเชื่อว่าความไม่สมบูรณ์แบบคือสิ่งที่ทําให้ทุกอย่างน่าสนใจ แบรนด์ TAKARAWONG ให้ ความสนใจกับการนําเสนอวัฒนธรรม punk, metal และ skateboard ผ่านความ เป็นกบฎ โดยการออกแบบที่ลํ้าสมัย TAKARAWONG ได้นําเสื้อผ้าของตัวเองไปนําเสนอยังที่ต่างๆ ทั่วโลกทั้งจีน เวียดนามและตอนนี้มีโชว์รูมในกรุงปารีส  http://www.takarawong.com, @takarawongofficial

กันต์รพี โชคไพบูลย์ ช่างภาพสตรีท กันต์รพีได้รับการยอมรับในระดับสากลจาก Burn my eye ให้เป็นหนึ่งในผู้นําด้านการถ่ายภาพแนวสตรีท นอกจากนี้เขายัง เคยร่วมงานกับ Business Insider อีกด้วย เริ่มต้นจากเด็กเชียงใหม่ที่หลงรักการถ่ายภาพตั้งแต่วัยเยาว์ สานต่อจนกลาย เป็นช่างภาพมืออาชีพที่นิวยอร์ก ภาพของเขาเล่าเกี่ยวกับวัฒนธรรมไทยและบริบทอื่นๆ ซึ่งเชื่อมต่อหลากหลายวัฒนธรรม เข้าด้วยกันอย่างลงตัว

www.kanrapee.com,@kanrapee.chok

เอ็กซ์คลูซีฟ ไวน์ ดินเนอร์ กับ’แมซเซเนซ์’ เคียงคู่อาหารรสเลิศของ’CARNE’

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/456607

เอ็กซ์คลูซีฟ ไวน์ ดินเนอร์ กับ’แมซเซเนซ์’ เคียงคู่อาหารรสเลิศของ’CARNE’

วันพุธ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 08.21 น.

เอ็กซ์คลูซีฟ ไวน์ ดินเนอร์ กับ “แมซเซเนซ์” ไวน์ชั้นดีจากชิลี เคียงคู่อาหารรสเลิศของ “CARNE” ผู้เชื่ยวชาญด้านเนื้อและเปลวไฟ

บริษัท อิตัลไทย ฮอสพิทาลิตี้ จำกัด (IHC) ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายไวน์ “แมซเซเนซ์” (Massenez)  ไวน์ระดับพรีเมี่ยมที่มีประวัติยาวนานกว่า 150 ปี จากประเทศชิลี ผนึกกำลังกับห้องอาหาร “การ์เน่” (Carne) ผู้เชี่ยวชาญด้านความอร่อยในเเปลวไฟ ด้วยการนำเนื้อสัตว์หลายชนิดระดับพรีเมียม ปรุงออกมาเป็นอาหาร ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากอเมริกาใต้ผสมสเปน เนรมิตมื้อค่ำอันแสนประทับใจกับอาหาร 9 คอร์สพิเศษ โดย เชฟแมทธิว เจสัน โรเบอร์สัน (Matthew Jason Roberson) เคียงคู่อย่างลงตัวกับไวน์จากชิลี   โดย โดมินิค แมซเซเนซ์ (Dominique Massenez) ผู้คร่ำหวอดวงการไวน์ และเป็นผู้บุกเบิกไวน์ Massenez ลงมือควบคุม อย่างเข้มงวดด้วยตนเอง

Massenez มีชื่อเสียงมาจากการเป็นผู้ผลิตสปิริตแต่เพียงผู้เดียวให้แก่กษัตริย์สวีเดน หลังจากนั้นครอบครัว ได้ย้ายถิ่นฐานจากฝรั่งเศสมายังประเทศชิลี และที่นี่เองโดมินิคได้ลงมือสร้างไร่องุ่นขึ้น เมื่อปี 2008 กลางหุบเขาคาชาปาล์ ซึ่งมีสภาพภูมิประเทศเหมาะสมกับการปลูกองุ่น มีแม่น้ำที่เกิดจากการละลาย ของธารน้ำแข็งบนเทือกเขาแอนดีส นำแร่ธาตุมาสร้างความอุดมสมบูรณ์ ให้กับไร่องุ่น ประกอบกับ ภูมิอากาศคล้ายแถบเมดิเตอร์เรเนียน ในฤดูร้อนกลางวันอุณหภูมิอาจสูงถึง 35 เซลเซียส แต่กลางคืน กลับเย็นลงถึง 10 เซลเซียส ทำให้องุ่นที่ได้มีความเป็นกรดและปริมาณน้ำตาลสูง สามารถผลิตไวน์คุณภาพดี และมีรสชาติถูกใจไวน์เลิฟเวอร์ในระดับสากล จนได้รับรางวัลมาแล้วมากมาย

เมื่อมาพบกับอาหารสไตล์ “การ์เน่” ของ เชฟแมทธิว ผู้ที่เชื่อว่า “เมื่อไฟกับเนื้อมาเจอกัน ย่อมเกิดสิ่งดีขึ้นเสมอ” การ์เน่คัดสรรเนื้อสัตว์ทุกชนิด เน้นวัตถุดิบ ของเมืองไทยเพื่อความสดใหม่ แต่คุณภาพต้องได้มาตรฐาน ของทางร้าน ส่วนวิธีการปรุงนั้น เชฟยืนยันว่า ไม่ว่าจะย่าง อบ หรือรมควัน รับประกันความประทับใจ ในกลิ่นและรสทุกคำที่รับประทาน

อาหารในมื้อพิเศษนี้ เชฟได้บรรจงปรุงขึ้นอย่างพิถีพิถันตั้งแต่จานแรกจนจานสุดท้าย เริ่มที่ Sea Bass Ceviche เนื้อปลากระพงสด ๆ ราดซอสสไตล์เปรู เป็นอาหารเรียกน้ำย่อยได้อย่างดี ดื่มคู่กับ Chateau M Gran Reserva Sauvignon Blanc ไวน์ขาวที่มีรสฟรุตตี้หน่อย ๆ สร้างความสดชื่นให้ค่ำคืนนี้  ต่อด้วย Cold Smoked Mackerel เสิร์ฟพร้อมไข่นกกระทา ครีมอโวคาโดและคาเวียร์บนขนมปังชาโคล กับ Ember Roasted Beetroot Salad ในรสชาติใหม่ ไม่ซ้ำใคร คลุกเคล้าด้วยซอส Black Mint and Basil หอมกลิ่นสมุนไพรและดีต่อสุขภาพ เสิร์ฟพร้อมผัก Red Watercress, ควีนัว ถั่วพีแคนคั่วกรอบ

เพลิดเพลินกับมื้อนี้ต่อด้วยการจิบไวน์แดงนุ่มๆ  กลิ่นหอมแบล็คเคอแรนท์อ่อน ๆ อย่าง Chateau M Gran Reserva Cabernet Sauvignon / Merlot จับคู่กับ Smoked Burrata  ชีสเนื้อนุ่ม เท็กซ์เจอร์แปลกใหม่ เคียงคู่มากับมะละกอเชื่อม หวานอร่อยกำลังดี

จานที่หลักที่ถือเป็นความถนัดของการ์เน่ ก็คือ Anticucho สันคอหมูหมักรสเข้มและไส้กรอก chorizo เสียบไม้ไผ่ย่าง พร้อมอีกเมนูที่เป็นซิกเนเจอร์ ได้แก่ Risi Pasta with Blue Swimming Crab หน้าตาคล้าย รีซอตโตแต่เป็นพาสตาที่ใช้ข้าวแทนเส้น ปรุงด้วยมิโสะมันปู ใส่เนื้อปูม้า พร้อมโรย แบล็ก ทรัฟเฟิล และแฮมรมควัน ทั้งสองจานคุณโดมินิคแนะนำให้รับประทานกับ Chateau M Gold Label Red Blend ไวน์แดงที่มีความฟรุตตี้และสไปซี่เข้ากันได้ดีกับอาหารประเภทเนื้อ ชีส และพาสต้า

Skirt Steak Asada เนื้อกระบังลมย่างถ่านหอม ๆ มีทั้งความหนึบผสานความนุ่ม เสิร์ฟพร้อมซอส pumpkin  adobo ทำจากเมล็ดฟักทอง ลงตัวเป็นที่สุดกับไวน์แดงพรีเมียมรสเข้มกำลังเหมาะ หอมกลิ่นไม้และเบอร์รี่ ที่ชนะรางวัลมามากมายอย่าง Donum Massenez Premium Assemblage ก่อนปิดมื้อพิเศษด้วย Passion Fruit-Makrud Sorbet ซอร์เบต์เสาวรสราดซอสมะกรูดเย็นชื่นใจและ Tres Leches เค้กเนื้อบางเบาสไตล์สเปน ทำจากแป้งมะพร้าวและผิวส้ม ตัดด้วยรสเปรี้ยวอมหวานของสับปะรดย่างคาราเมล และไอศกรีมวานิลลา

ลิ้มรสอาหารรสเลิศจากผู้เชี่ยวชาญด้านความอร่อยในเปลวไฟ เคียงคู่ “แมซเซเนซ์” ไวน์ชั้นดีจากชิลี ได้ที่ ร้านอาหาร CARNE (การ์เน่) สุขุมวิท 23 ทุกวัน เวลา 17:30 – 22:30 น. รับรองว่าคอไวน์ต้องประทับใจ ไม่รู้ลืม

‘บำรุงราษฎร์ เฮลท์ เน็ตเวิร์ก’ ผนึกกำลังโรงพยาบาลพันธมิตร ตั้งศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/456442

‘บำรุงราษฎร์ เฮลท์ เน็ตเวิร์ก’ ผนึกกำลังโรงพยาบาลพันธมิตร ตั้งศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์

วันพุธ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เปิดโมเดลธุรกิจใหม่ “บำรุงราษฎร์ เฮลท์  เน็ตเวิร์ก” ร่วมมือกับโรงพยาบาลพันธมิตรแบบเข้มข้นตั้งศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ หวังขยายฐานลูกค้าเซกเม้นต์ใหม่กลุ่มคนระดับกลางทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด เพิ่มโอกาสการเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่ได้คุณภาพมาตรฐาน เฟสแรกเตรียมเปิด  “ศูนย์กระดูกสันหลังและข้อ” ร่วมกับกลุ่มโรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ เป็นต้นแบบแห่งแรกในการทำงานร่วมกับโรงพยาบาลพันธมิตรภายใต้โมเดลธุรกิจใหม่

เภสัชกรหญิง อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์ ผู้อำนวยการด้านบริหาร โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่า โรงพยาบาลบำรุงราษฏร์ มีความยินดีที่มีโอกาสประกาศความร่วมมือทางธุรกิจในรูปแบบใหม่ เพื่อขยายกลุ่มตลาดใหม่ผ่านโรงพยาบาลพันมิตรที่เข้มแข็งของเรา อีกทั้ง ยังเปิดโอกาสให้กลุ่มลูกค้าใหม่ได้มีโอกาสเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่มีมาตรฐานที่สูงขึ้น ซึ่งเรียกโมเดลใหม่นี้ว่า Bumrungrad Health Network ซึ่งต้องขอขอบคุณกลุ่มโรงพยาบาลพริ้นซ์ ที่ถือว่าเป็นพันมิตรรายแรกที่มอบความไว้วางใจและเชื่อมั่นเข้าร่วมโครงการนี้กับ บำรุงราษฎร์ เฮลท์ เน็ตเวิร์ก โดยจะเริ่มความร่วมมือแรกที่ โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ โดยทั้งสองฝ่ายมีเจตนารมณ์ร่วมกันในการส่งมอบการรักษาที่ดีที่สุดแก่ผู้ป่วยและเสริมสร้างการเติบโตไปพร้อมกัน

นายแพทย์สุธร ชุตินิยมการ ผู้อำนวยการด้านบริหาร บำรุงราษฎร์ เฮลท์ เน็ตเวิร์ก กล่าวว่า นับจากที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ได้เริ่มสร้างเครือข่ายโรงพยาบาลพันธมิตร “บำรุงราษฎร์ เฮลท์ เน็ตเวิร์ก” ตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปัจจุบันมีโรงพยาบาลที่ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกัน (MOU) แล้วจำนวน 58 แห่ง ซึ่งมีทั้งโรงพยาบาลภาคเอกชน ภาครัฐ และโรงเรียนแพทย์ โดยการทำงานกับเครือข่ายในช่วงที่ผ่านมาเป็นลักษณะของการส่งต่อผู้ป่วยที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาโดยแพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะทางจากโรงพยาบาลพันธมิตรมาที่บำรุงราษฎร์เพื่อให้เกิดการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง (Continuing of care) อย่างไรก็ดี ทิศทางของบำรุงราษฎร์นับจากนี้เป็นต้นไปจะเพิ่มความร่วมมือกับโรงพยาบาลเครือข่ายอย่างเข้มข้นมากขึ้น เพื่อเสริมพลัง (Empower) สร้างศักยภาพการแข่งขันแก่โรงพยาบาลพันธมิตรและสร้างการเติบโตทางธุรกิจไปด้วยกัน

ทั้งนี้ โมเดลธุรกิจใหม่ที่ “บำรุงราษฎร์ เฮลท์  เน็ตเวิร์ก” นำเสนอนั้นจะเน้นไปที่กลุ่มเป้าหมายกลุ่มใหม่ คือ กลุ่มคนระดับกลางทั้งในเขตกรุงเทพมหานครและในต่างจังหวัด ตลอดจนกลุ่มผู้ซื้อประกันสุขภาพ โดยจะร่วมกันจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ (Center of Excellence) ณ โรงพยาบาลพันธมิตร การดำเนินงานจะร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดในลักษณะ Joint Operation รวมถึงด้านเงินทุน ค่าใช้จ่าย ทรัพยากรและรายได้ มีการฝึกอบรมถ่ายทอดความรู้และความชำนาญทางการแพทย์ให้กับทีมแพทย์ของโรงพยาบาลพันธมิตร เพื่อให้มีขีดความสามารถในการรักษาตามมาตรฐานของโรงพยาบาลบำรุงราษฏร์ และมีแนวทางการรักษาผู้ป่วยบนมาตรฐานใกล้เคียงกัน เป็นการเพิ่มโอกาสให้กลุ่มผู้ป่วยของโรงพยาบาลพันธมิตรได้เข้าถึงการรักษากับแพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะด้านอีกทางหนึ่งด้วย

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นบำรุงราษฎร์จะเน้นการให้บริการใน 4 กลุ่มโรคหลักคือ 1.โรคข้อ 2. โรคกระดูกสันหลัง 3. ผู้ป่วยวิกฤต และ 4. โรคตา ซึ่งการจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์นั้น จะขึ้นอยู่กับความพร้อมของโรงพยาบาลพันธมิตรว่าต้องการให้เข้าไปช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถในด้านใด สำหรับการดำเนินงานในระยะแรกจะมีการจัดตั้ง “ศูนย์กระดูกสันหลังและข้อ” ร่วมกับกลุ่มโรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ เนื่องจากเป็นโรงพยาบาลที่มีวิสัยทัศน์ตรงกันในการส่งมอบคุณภาพการรักษาที่ดีแก่ผู้ป่วยและสร้างการเติบโตไปด้วยกัน ถือเป็นต้นแบบแห่งแรกในการทำงานร่วมกับโรงพยาบาลพันธมิตรภายใต้โมเดลธุรกิจใหม่

“รูปแบบความร่วมมือกันในลักษณะนี้ ยังส่งผลดีต่อระบบสุขภาพโดยรวม เพราะสิ่งสำคัญที่สุดของโมเดลนี้คือการเพิ่มโอกาสการเข้าถึงบริการของผู้ป่วย ถือเป็นทางเลือกที่ช่วยแบ่งเบาภาระแก่โรงพยาบาลภาครัฐ ในขณะเดียวกันยังทำให้ธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนพัฒนาคุณภาพการรักษาพยาบาลที่ดีกว่าเดิม และเกิดผลดีต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยอีกด้วย

ด้าน นาย จอห์น ลี โกะชุน ประธานคณะกรรมการ บริษัท พริ้นซิเพิล แคปิตอล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า  เชื่อว่าความร่วมมือแบบนี้จะไม่มีที่โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิแห่งเดียว เรามีโรงพยาบาล 8 แห่งที่ดำเนินการอยู่แล้ว และมีอีก 2 แห่งที่กำลังจะลงทุนเพิ่ม และภายในระยะเวลาไม่ไกลจากนี้เราตั้งใจจะไปให้ถึง 20 แห่ง เชื่อว่าถ้าโรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิทำได้สำเร็จ เราอาจจะขยายความร่วมมือไปในโรงพยาบาลทั้งหมด 20 แห่ง ซึ่งผู้ที่ได้ประโยชน์มากที่สุดคือคนไข้ของเรา คนไข้ของเราที่อยู่ในพื้นที่ต่างๆ จะได้รับบริการที่ดีจากโรงพยาบาลพริ้นซ์ฯที่จับมือร่วมให้บริการกับโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ นี่คือภาพที่เราต้องการ