โฆษก กห. วอนสังคมช่วยกันเตือนสติ ไม่ยั่วยุให้ขัดแย้ง

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/404590?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

โฆษก กห. วอนสังคมช่วยกันเตือนสติ ไม่ยั่วยุให้ขัดแย้ง

14 ธันวาคม 2562 – 19:42 น.
โฆษก กห,วอนสังคมช่วยกันเตือนสติ,ไม่ยั่วยุให้ขัดแย้ง
เปิดอ่าน 99 ครั้ง

โฆษก กห. วอนสังคมช่วยกันเตือนสติ ไม่ยั่วยุให้ขัดแย้ง แตกสามัคคีกันในสังคม

เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ กล่าวถึง กรณีการจัดกิจกรรมแสดงความคิดเห็นทางการเมืองในที่สาธารณะ ว่า ถือเป็นเรื่องปกติในวิถีประชาธิปไตย ที่เราต่างต้องรับฟังและเรียนรู้ร่วมกันไป

โฆษกกลาโหม กล่าวต่อไปว่า เชื่อว่าหัวหน้าพรรคการเมืองที่จัด มีวุฒิภาวะและความรับผิดชอบต่อสังคมเพียงพอ ที่จะไม่สร้างปัญหายั่วยุให้เกิดความขัดแย้งทางสังคมหรือกระทำการใดๆที่ขัดต่อหลักกฎหมาย ซึ่งเราทุกคนต่างได้รับบทเรียนจากอดีตและความเสียหายที่เกิดขึ้นร่วมกันมาแล้ว

ขอยืนยันถึงเจตนาและความตั้งใจในการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐทุกฝ่ายร่วมกัน ในการทำหน้าที่ดูแลประชาชนส่วนใหญ่ มิให้ได้รับผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพและมีความปลอดภัยภายใต้กรอบกฎหมาย โดยเฉพาะไม่ต้องการให้มีการเผชิญหน้าหรือใช้ความรุนแรงกันในทุกกรณี  จึงขอให้ประชาชนเชื่อมั่นและไว้ใจในการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ

อย่างไรก็ตาม ในภาพรวมฝ่ายความมั่นคง ยังก็มีความกังวลอยู่บ้าง หากมีการปลุกปั่น ยั่วยุ รวมทั้งการนำเสนอข้อมูลด้านเดียวหรือไม่ครบถ้วน ทั้งในพื้นที่ชุมชุนหรือในสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะการเผยแพร่ข่าวปลอม ซึ่งผิดกฎหมายและที่มีมากขึ้นในปัจจุบัน  จึงขอให้ประชาชนร่วมกันเตือนสติและใช้วิจารณญาณ ไตร่ตรองข้อมูลที่ได้รับอย่างรอบด้านและเท่าทัน เพื่อมิให้ตกเป็นเหยื่อหรือเครื่องมือของบุคคลใด ยั่วยุให้เกิดความแตกแยกสามัคคีกันดังเช่นอดีต

อย่างไรก็ตาม ในภาพรวมฝ่ายความมั่นคง ยังก็มีความกังวลอยู่บ้าง หากมีการปลุกปั่น ยั่วยุ รวมทั้งการนำเสนอข้อมูลด้านเดียวหรือไม่ครบถ้วน ทั้งในพื้นที่ชุมชุนหรือในสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะการเผยแพร่ข่าวปลอม ซึ่งผิดกฎหมายและที่มีมากขึ้นในปัจจุบัน  จึงขอให้ประชาชนร่วมกันเตือนสติและใช้วิจารณญาณ ไตร่ตรองข้อมูลที่ได้รับอย่างรอบด้านและเท่าทัน เพื่อมิให้ตกเป็นเหยื่อหรือเครื่องมือของบุคคลใด ยั่วยุให้เกิดความแตกแยกสามัคคีกันดังเช่นอดีต

โพลชี้ ปชช. กลัวความวุ่นวายบานปลาย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/404588?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

โพลชี้ ปชช. กลัวความวุ่นวายบานปลาย

14 ธันวาคม 2562 – 19:13 น.
โพลชี้,ปชช,กลัวความวุ่นวายบานปลาย
เปิดอ่าน 150 ครั้ง

ซูเปอร์โพล ชี้ประชาชนกลัวที่ความวุ่นวายบานปลาย ระบุ ไม่เคยได้ประโยชน์จากการเคลื่อนไหวของนักการเมือง ทำไปเพื่อความอยู่รอดของนักการเมือง

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง กลัวที่ความวุ่นวายบานปลาย กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ โดยดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ผ่าน “เสียงประชาชนในโลกโซเชียล” (Social Media Voice) ด้วยระบบ Net Super Poll จำนวน 11,703 ตัวอย่าง ที่เกาะติดความเคลื่อนไหวของนักการเมือง และ “เสียงประชาชนในสังคมดั้งเดิม” (Traditional Voice) จำนวน 1,195 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 12 – 14 ธันวาคม พ.ศ. 2562 ที่ผ่านมา พบว่า

ประชาชนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 85.9 ระบุไม่เคยได้ประโยชน์จากการเคลื่อนไหวของนักการเมือง อาทิ การยกเลิกการเกณฑ์ทหาร การไม่ถวายสัตย์ฯ การวิ่งไล่ลุง และอื่น ๆ เป็นต้น

ในขณะที่ร้อยละ 14.1 ระบุเคยได้รับประโยชน์

ที่น่าพิจารณาคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 70.5 ระบุความเคลื่อนไหวต่าง ๆ เช่น การนัดวิ่ง การชวนนัดคนให้ชุมนุมประท้วง และการโน้มน้าวต่าง ๆ ทำไปเพื่อความอยู่รอดผลประโยชน์ล้วน ๆ ของนักการเมือง

ในขณะที่ร้อยละ 29.5 ระบุทำเพื่อประโยชน์แท้จริงของประเทศชาติและประชาชน

ที่น่าเป็นห่วงคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 82.7 ระบุ ตอนนี้ กลัวที่ความวุ่นวายบานปลาย เศรษฐกิจตกต่ำลงไปอีก ต้องการบ้านเมืองสงบสุขประเทศชาติมั่นคง ในขณะที่ร้อยละ 17.3 ไม่กลัว

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กล่าวด้วยว่า ผลการสำรวจ “เสียงประชาชนในโลกโซเชียล” (Social Media Voice) ผ่านระบบ Net Super Poll พบว่า กลุ่มเคลื่อนไหวของนักการเมืองกำลังเข้าถึงคนในโลกโซเชียลทั้งหมด 8,549,358 คน หรือ แปดล้านกว่าคน แต่มีคนที่สนใจพูดถึง กลุ่มเคลื่อนไหวของนักการเมืองนี้ในโลกโซเชียลจำนวน 101,711 คน หรือ หนึ่งแสนคนเศษ อย่างไรก็ตาม คนในโลกโซเชียลร้อยละ 53.8 ไม่ได้ตอบรับ Like การเคลื่อนไหวดังกล่าว แต่ ร้อยละ 46.2 ให้เสียงตอบรับ Like

ผศ.ดร.นพดล กล่าวต่อว่า ผลสำรวจที่ค้นพบครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่า ประชาชนส่วนใหญ่กลัวที่ความวุ่นวายบานปลาย ซึ่งคนบางกลุ่มในโลกโซเชียลไม่กลัวเพราะมีกินมีใช้อยู่ในช่วงความวุ่นวายของบ้านเมืองได้อย่างสบาย แต่คนยากจนข้นแค้นไม่มีจะกินถ้าวุ่นวายวันหนึ่งกระทบต่อการทำมาหากินของพวกเขาใครจะรับผิดชอบเยียวยารายได้น่าสงสารพวกเขาขนาดไหน ดังนั้น เสียงของคนในโลกโซเชียลที่มาจากคนไทยและต่างชาติจึงมีจำนวนมากที่กลับ Like การเคลื่อนไหวของนักการเมืองเหล่านั้นที่จะนัดชุมนุมกัน จึงเป็นเรื่องที่หลายฝ่ายน่าจะช่วยกันคิดถึงผลกระทบที่จะสร้างความเสียหายต่อประเทศชาติและซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชนหรือไม่

“คนนอกโลกโซเชียลส่วนใหญ่ไม่ต้องการความวุ่นวาย ต้องการความสงบ ความรักความสามัคคีของคนในชาติ ส่วนเรื่อง ความเดือดร้อนของประชาชนปัญหาปากท้องนั้นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในทุกรัฐบาล บ่นกันทุกรัฐบาลไปตรวจสอบย้อนหลังความรู้สึกของประชาชนช่วงรัฐบาลต่าง ๆ ในอดีตดูได้ ตอนนี้กระแสสร้างความเกลียดชังเริ่มต้นในโลกโซเชียลที่แรงและเร็ว จึงจำเป็นที่ประชาชนทุกคนต้อง “รู้จักยับยั้งชั่งใจ” ช่วยกันรักษาความสงบสุขของบ้านเมืองให้ได้ รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งก็เพิ่งเริ่มทำงานแก้ความเดือดร้อนของประชาชนทั้งประเทศได้ประมาณ 6 เดือน ประเทศที่พัฒนาแล้วเขาจะเน้นที่ความมั่นคงของชาติมากกว่าผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ เมื่อประเทศมั่นคงแล้วก็จะทำประโยชน์ทางเศรษฐกิจควบคู่ไปพร้อมกัน เพราะถ้าบ้านรวยแต่ไม่มั่นคงความร่ำรวยก็อยู่ไม่ได้เช่นกัน ประชาชนส่วนใหญ่คิดได้และกลัวในสิ่งที่ควรจะกลัวคือกลัวที่ความวุ่นวายบานปลาย #กลัวที่ความวุ่นวายบานปลาย #กลัวที่ไหน” ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าว

แฟลชม็อบธนาธรชิมลางของจริงวิ่งไล่ลุง

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/404587?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

แฟลชม็อบธนาธรชิมลางของจริงวิ่งไล่ลุง

14 ธันวาคม 2562 – 18:32 น.
แฟลชม็อบ,สกายวอล์ก,ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ,ชิมลาง,วิ่งไล่ลุง
เปิดอ่าน 1,465 ครั้ง

ธนาธร ชี้ แฟลชม็อบแค่ชิมลาง นายกฯ อย่าเพิ่งกลัว ของจริงวิ่งไล่ลุง ตึงเครียดผู้สนับสนุนประจันหน้าตำรวจ

จากกรณี นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ได้มีการโพสต์นัดชุมนุมที่บริเวณลานสกายวอล์ก สี่แยกปทุมวัน กรุงเทพฯ โดยไม่มีการขออนุญาตกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

คลิปที่ 2

ล่าสุด เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 14 ธันวาคม 2562 นายธนาธรได้พูดผ่านไมโครโฟนกับผู้มาร่วมกิจกรรม ว่า กิจกรรมในวันนี้ ไม่ได้มีเพียงในกรุงเทพฯ เท่านั้น ยังมี จ.เชียงใหม่ จ.ลำพูน และ จ.สมุทรปราการ ที่มีพ่อแม่พี่น้องประชาชนพร้อมจะลุกขึ้นมายืนและบอกผู้มีอำนาจว่า “กลัวที่ไหน” ด้วยกัน ทั้งนี้ ก็ขอให้ผู้สนับสนุนช่วยเปิดทางให้กับผู้สัญจรในที่นี้ด้วย ยืนยันว่า ไม่ได้มาสร้างความวุ่นวาย แต่เพื่อแสดงพลังว่าเราจะไม่ยอม และจะไม่ถอยกับระบอบเผด็จการอีกแล้ว กิจกรรมวันนี้เพียงมาพบปะกัน เพื่อแสดงจุดยืนทางการเมือง ซึ่งเป็นเพียงการชิมลางเท่านั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม อย่าเพิ่งกลัว ของจริง (กิจกรรมวิ่งไล่ลุง) อยู่เดือนหน้า

อ่านข่าว – เป๊ปซี่ โพสต์ อนาคตดับ – อนาคตสึก ศิษย์เอกงานเข้าแน่นวล

นายธนาธร กล่าวว่า วันนี้พ่อแม่พี่น้องเรามาพบปะกัน และแสดงจุดยืนทางการเมืองกันด้วยความสงบ มาแสดงพลัง แสดงสัญลักษณ์ของผู้ที่ไม่ยอมจำนนเพื่อวันข้างหน้า ซึ่งพี่น้องตื่นกันหมดแล้ว หลังจากเวลา 18.00 น. จะร่วมกันเคารพธงชาติ เมื่อเสร็จแล้ว แกนนำพรรคจะกระจายกันไปยังจุดต่างๆ เพื่อพบปะประชาชนให้กำลังใจกัน สัมผัสมือส่งพลังใจให้แก่กัน วันนี้เรามาประกาศศักดาว่าประชาชนไม่ถอยและไม่ทนไม่ยอมรับกับการสืบทอดอำนาจของคณะรัฐประหาร เราจะยืนหยัดร่วมกันและต่อสู้ร่วมกัน จนกว่าชัยชนะของประชาชนจะมาถึง วันนี้ไม่ใช่วันที่มาปกป้องพรรคอนาคตใหม่ แต่วันนี้เป็นวันที่เรามาเพื่อปกป้องอนาคตของคนไทยทุกคน พร้อมทั้งตะโกนและชูสามนิ้วว่าประชาธิปไตยจงเจริญ เผด็จการออกไป

จากนั้นทาง น.ส.พรรณิการ์ วานิช หรือ ช่อ ได้ขึ้นพูดพร้อมบอกให้ผู้ที่มาร่วมกิจกรรมชูป้ายข้อความเพื่อให้สื่อมวลชนบันทึกภาพ เพื่อแสดงให้เห็นว่า “อย่าข้ามหัวประชาชน เราทำเพื่ออนาคตของเรา”

ผู้สื่อข่าวรายงาน แกนนำพรรคใช้เวลาปราศัยประมาณ 30 นาที ก่อนกระจายตัวไปพบปะพูดคุยกับประชาชนตามจุดต่างๆ อย่างใกล้ชิด ก่อนเคารพธงชาติร่วมกันในเวลา 18.00 น. และแยกย้ายกันกลับ โดยในกิจกรรมแฟลชม็อบครั้งนี้ คาดว่ามีผู้สนับสนุนประมาณ 800 คน กระจายตัวเป็นแถวยาวตั้งแต่ทางขึ้นสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ ห้างโตคิว ห้างมาบุญครอง ยาวไปจนถึงสยามดิสคัฟเวอรี ทั้งนี้ ได้มีประชาชนบางกลุ่มประจันหน้ากับกำลังตำรวจบริเวณหน้าห้างโตคิว พร้อมตะโกนบอกว่า “ตำรวจมาทำไม การชุมนุมเป็นสิทธิ์ที่ประชาชนพึงกระทำได้” ซึ่งสร้างความตึงเครียดกับกิจกรรมในครั้งนี้ ขณะที่ตำรวจต้องถอยร่นกลับออกมา

ภายหลังนายธนาธรและแกนนำพรรคปราศรัยเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจนำโดย พล.ต.ต.เมธี รักพันธุ์ ผบก.น.6 ได้เดินเข้าตรวจความเรียบร้อยในห้างโตคิว ก่อนเปิดเผยว่า ขณะนี้ ตำรวจยังไม่ดำเนินการแจ้งข้อหากับแกนนำพรรคอนาคตใหม่ แต่ได้สั่งให้ยุติการจัดกิจกรรมที่ไม่ได้รับอนุญาตในทันที ทั้งนี้ หากไม่หยุดการชุมนุม เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ ต่อไป

แฟลชม็อบธนาธรชิมลางของจริงวิ่งไล่ลุง

แฟลชม็อบธนาธรชิมลางของจริงวิ่งไล่ลุง

แฟลชม็อบธนาธรชิมลางของจริงวิ่งไล่ลุง

แฟลชม็อบธนาธรชิมลางของจริงวิ่งไล่ลุง

แฟลชม็อบธนาธรชิมลางของจริงวิ่งไล่ลุง

แฟลชม็อบธนาธรชิมลางของจริงวิ่งไล่ลุง

แฟลชม็อบธนาธรชิมลางของจริงวิ่งไล่ลุง

แฟลชม็อบธนาธรชิมลางของจริงวิ่งไล่ลุง

แฟลชม็อบธนาธรชิมลางของจริงวิ่งไล่ลุง

แฟลชม็อบธนาธรชิมลางของจริงวิ่งไล่ลุง

แฟลชม็อบธนาธรชิมลางของจริงวิ่งไล่ลุง

แฟลชม็อบธนาธรชิมลางของจริงวิ่งไล่ลุง

แฟลชม็อบธนาธรชิมลางของจริงวิ่งไล่ลุง

แฟลชม็อบธนาธรชิมลางของจริงวิ่งไล่ลุง

แฟลชม็อบธนาธรชิมลางของจริงวิ่งไล่ลุง

แฟลชม็อบธนาธรชิมลางของจริงวิ่งไล่ลุง

แฟลชม็อบธนาธรชิมลางของจริงวิ่งไล่ลุง

แฟลชม็อบธนาธรชิมลางของจริงวิ่งไล่ลุง

แฟลชม็อบธนาธรชิมลางของจริงวิ่งไล่ลุง

แฟลชม็อบธนาธรชิมลางของจริงวิ่งไล่ลุง

แฟลชม็อบธนาธรชิมลางของจริงวิ่งไล่ลุง

แฟลชม็อบธนาธรชิมลางของจริงวิ่งไล่ลุง

แฟลชม็อบธนาธรชิมลางของจริงวิ่งไล่ลุง

แฟลชม็อบธนาธรชิมลางของจริงวิ่งไล่ลุง

แฟลชม็อบธนาธรชิมลางของจริงวิ่งไล่ลุง

แฟลชม็อบธนาธรชิมลางของจริงวิ่งไล่ลุง

แฟลชม็อบธนาธรชิมลางของจริงวิ่งไล่ลุง

แฟลชม็อบธนาธรชิมลางของจริงวิ่งไล่ลุง

คลิปที่ 3

พิชัย ทวงสัญญารัฐบาล ไม่ทำแล้วหาเสียงทำไม

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/404583?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

พิชัย ทวงสัญญารัฐบาล ไม่ทำแล้วหาเสียงทำไม

14 ธันวาคม 2562 – 18:24 น.
พิชัย,ทวงสัญญารัฐบาล,ไม่ทำแล้วหาเสียงทำไม
เปิดอ่าน 97 ครั้ง

พิชัย นริพทะพันธุ์ ทวง สัญญารัฐบาล ไม่ทำแล้วหาเสียงทำไม ชี้ เคยค้านแล้วแต่ยืนยันทำได้

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว. พลังงาน กล่าวว่า อยากทวงถามสัญญาประชาคมที่รัฐบาลโดยพรรคพลังประชารัฐ ได้หาเสียงไว้ก่อนการเลือกตั้ง ซึ่งรัฐบาลยังไม่ได้ทำตามที่สัญญาไว้เลย ล่าสุดรัฐบาลขี้นค่าแรงเพียง 5-6 บาท ทำให้ค่าแรงเพิ่มขึ้นอยู่ที่วันละ 313-336 บาท แทนที่จะเป็นวันละ 400-425 บาทตามที่ได้หาเสียงไว้ และ รัฐบาลโดย รมว. พัฒนาสังคมฯ ยังได้ปฏิเสธที่จะเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุเป็น 1,000 บาท ตามที่เคยสัญญากับผู้สูงอายุ โดยอ้างว่ารัฐบาลไม่มีเงิน

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ นายอุตตม สาวนายน รมว. คลัง และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ยังได้ปฏิเสธที่จะลดภาษีบุคคลธรรมดา 10% ตามที่หาเสียงไว้ โดยอ้างว่าเป็นธรรมดาของการหาเสียงที่พูดกว้างๆไม่ได้ลงรายละเอียด นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ที่ออกมาช่วยเหลือเกษตรกร ก็ทำไม่ได้ตามที่เคยสัญญาไว้ดังนี้ ยางพารา 65 บาท /กก. ปาล์มน้ำมัน 5 บาท/กก. อ้อย 1,000 บาท/ตัน มันสำปะหลัง 3 บาท/ กก. ข้าวหอมมะลิ 18,000 บาท/ตัน ข้าวเจ้า 12,000/ ตัน นอกจากนี้ยังมี จบอาชีวะ เงินเดือน 18,000 บาท จบปริญญาตรี เงินเดือน 20,000 บาท และ โครงการมารดาประชารัฐ กองทุนพลังประชารัฐหมู่บ้านละ 2 ล้านบาท ซึ่งยังไม่ได้มีการดำเนินการเลย โดยหากจะไม่ตั้งใจที่จะดำเนินการ แล้วจะหาเสียงทำไม เท่ากับเป็นการหลอกลวงประชาชนใช่หรือไม่ อีกทั้งจะเป็นการผิดกฏหมายการเลือกตั้งหรือไม่ ที่ไม่ทำตามที่ได้สัญญาไว้ โดยอยากขอให้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้เข้าตรวจสอบและดำเนินคดี

โดยในช่วงหาเสียง ตนได้เคยเตือนแล้วว่า นโยบายต่างๆที่พรรคพลังประชารัฐเสนอมาทั้งหมดพรรคพลังประชารัฐได้มีการคำนวณค่าใช้จ่ายหรือไม่ เพราะจะต้องใช้เงินเป็นจำนวนมหาศาลถึงหลายแสนล้านบาทถึงล้านล้านบาทได้ ถ้าจะทำหมดทุกนโยบาย ซึ่งไม่น่าจะทำได้ แต่หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐยืนยันว่าสามารถทำได้จริง แต่พอได้เป็นรัฐบาลกลับไม่ทำเลย อีกทั้งพรรคพลังประชารัฐเองก็ยังไม่ได้ชี้แจงที่มาของรายได้และการคุ้มทุนของแต่ละโครงการตามที่รัฐธรรมนูญได้ระบุไว้ ซึ่งจะเป็นการกระทำผิดหรือไม่

ดังนั้นจึงอยากให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รมว. กลาโหม และ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ แม้จะอ้างว่าไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ แต่ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีสืบทอดต่อมาได้ก็เพราะเป็นผู้ที่พรรคพลังประชารัฐเสนอชื่อเป็นนายกฯ ได้รักษาคำมั่นสัญญาและเร่งปฏิบัติตามนโยบายที่พรรคพลังประชารัฐได้สัญญาไว้ ที่พลเอกประยุทธ์อ้างว่าอ่านหนังสือมากก็อยากให้อ่านนโยบายที่พรรคพลังประชารัฐเสนอไว้ให้ครบ และถ้าหากทำไม่ได้ก็ต้องออกมารับผิดและขอโทษประชาชน และก็อาจจะต้องยอมรับให้ กกต. ลงโทษตามกฏหมาย อย่าให้ประชาชนคิดว่าการที่ต้องคิดตามพลเอกประยุทธ์ให้ทันตามที่พลเอกประยุทธ์บอก หมายถึงต้องคิดแบบถอยหลังย้อนยุค เพราะการหาเสียงแล้วไม่ทำเป็นการเมืองน้ำเน่าในอดีตที่ประชาชนได้ก้าวข้ามมาไกลแล้ว ถ้านี่คือสิ่งที่พลเอกประยุทธ์บอกให้คนคิดให้ทันตัวเอง อาจจะต้องเป็นพลเอกประยุทธ์เองที่ต้องเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ให้ทันโลก การที่อาจจะสำคัญตัวเองผิดจะยิ่งทำให้ประเทศถอยหลังมากขึ้น ประชาชนจะยิ่งลำบากกันมาก

เริ่มแล้ว อนค. ปลุกม็อบสกายวอล์ก

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/404579?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

เริ่มแล้ว อนค. ปลุกม็อบสกายวอล์ก

14 ธันวาคม 2562 – 17:26 น.
สกายวอล์ก,พรรคอนาคตใหม่,อนค,ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ,แฟลชม็อบ
เปิดอ่าน 648 ครั้ง

อนาคตใหม่ เริ่มกิจกรรมปลุกม็อบบริเวณลานสกายวอล์ก สี่แยกปทุมวัน กองทัพนักข่าว – ตำรวจนอกเครื่องแบบพรึ่บหนาแน่นขึ้นถนัดตา

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 14 ธันวาคม 2562  ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณลานสกายวอล์ก สี่แยกปทุมวัน กรุงเทพฯ ที่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กนัดรวมพลจัดกิจกรรมแฟลชม็อบ ในเวลา 17.00 – 18.00 น.

คลิปที่ 2

โดยบรรยากาศเริ่มมีกลุ่มบุคคลจำนวนไม่มาก ได้รวมตัวกันบริเวณบนสกายวอล์ก โดยมีกองทัพสื่อมวลชนจำนวนมาก เดินทางมาดักรอในการทำข่าว

ทั้งนี้ ในช่วงเวลา 16.40 น. น.ส.พรรณิการ์ หรือ ช่อ วานิช ส.ส. บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรค ก็ได้เดินทางมาถึง พร้อมกับมีประชาชนที่มายืนรอเข้ามาขอถ่ายภาพคู่ ขณะที่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส. บัญชีรายชื่อ เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ก็ได้เดินทางมาถึงแล้วเช่นกัน แต่ไม่ได้ให้สัมภาษณ์ ขณะเดียวกันกลุ่มคนที่มาร่วมกิจกรรมได้เตรียมป้ายข้อความต่างๆ เช่น เพื่ออนาคตเรา , ประเทศกูมี , ฉันมาจากโลกออนไลน์ ฯลฯ นอกจากนี้ ยังมีการตะโกนข้อความต่างๆ กับสิ่งที่ผู้มาร่วมกิจกรรมได้แสดงความคิดเห็น พร้อมทั้งชู 3 นิ้ว

ล่าสุด เมื่อเวลา 16.55 น. นายธนาธร ได้เดินทางมาถึงในบริเวณที่มีการนัดชุมนุมแล้ว

อ่านข่าว – เป๊ปซี่ โพสต์ อนาคตดับ – อนาคตสึก ศิษย์เอกงานเข้าแน่นวล

ทั้งนี้ การชุมนุมดังกล่าว มีเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจจาก สน.ปทุมวัน สน.มีนบุรี และ สน.คลองตัน รวมถึงชุด อคฝ.ชาย จำนวน 1 กองร้อย และ อคฝ.หญิง หรือ กองร้อยน้ำหวาน อีก 1 หมวด ได้วางกำลังพักคอยกันที่อาคารนิมิตรบุตร สนามกีฬาศุภชลาชัย เพื่อรับมือการเผชิญเหตุในช่วงเย็นของวันนี้ อย่างไรก็ตาม มีเจ้าหน้าที่ทั้งในเครื่องแบบและนอกเครื่องแบบคอยดูแลความสงบเรียบร้อยอยู่ตลอดเวลา

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบบริเวณโดยรอบ พบว่า กลุ่มบุคคลที่เดินทางมาชุมนุมยังมีจำนวนไม่มากนัก ซึ่งผู้ที่เข้ามาร่วมชุมนุมส่วนใหญ่ค่อนข้างจะมีอายุ โดยมีกองทัพนักข่าวจำนวนมาก และเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบ ยืนปะปนจนเต็มลานสกายวอล์ก

เริ่มแล้ว อนค. ปลุกม็อบสกายวอล์ก

เริ่มแล้ว อนค. ปลุกม็อบสกายวอล์ก

เริ่มแล้ว อนค. ปลุกม็อบสกายวอล์ก

เริ่มแล้ว อนค. ปลุกม็อบสกายวอล์ก

เริ่มแล้ว อนค. ปลุกม็อบสกายวอล์ก

เริ่มแล้ว อนค. ปลุกม็อบสกายวอล์ก

เริ่มแล้ว อนค. ปลุกม็อบสกายวอล์ก

เริ่มแล้ว อนค. ปลุกม็อบสกายวอล์ก

เริ่มแล้ว อนค. ปลุกม็อบสกายวอล์ก

เริ่มแล้ว อนค. ปลุกม็อบสกายวอล์ก

เริ่มแล้ว อนค. ปลุกม็อบสกายวอล์ก

เริ่มแล้ว อนค. ปลุกม็อบสกายวอล์ก

เริ่มแล้ว อนค. ปลุกม็อบสกายวอล์ก

เริ่มแล้ว อนค. ปลุกม็อบสกายวอล์ก

คลิปที่ 3

กองเชียร์ อนค. พรึ่บสกายวอล์กรอเวลาเริ่มแฟลชม็อบ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/404563?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

กองเชียร์ อนค. พรึ่บสกายวอล์กรอเวลาเริ่มแฟลชม็อบ

14 ธันวาคม 2562 – 16:50 น.
สกายวอล์ก,ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ,พรรคอนาคตใหม่,อนค,แฟลชม็อบ,คณะกรรมการการเลือกตั้ง,กกต,ศาลรัฐธรรมนูญ,ศร
เปิดอ่าน 783 ครั้ง

กองเชียร์พรรคอนาคตใหม่ พรึ่บสกายวอล์ก รอธนาธรปรากฏตัวตามที่นัดหมายกิจกรรมแฟลชม็อบ

สกายวอล์ก แยกปทุมวัน 14 ธันวาคม 2562 เมื่อเวลา 15.30 น.  กลุ่มมวลชนได้ทยอยเดินทางมารวมตัวบนทางเดินสกายวอล์ก บริเวณสี่แยกปทุมวัน ตั้งแต่ช่วงบ่าย เพื่อรอการปรากฏตัวของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ที่ได้นัดหมายผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย

คลิปที่ 2

เรียกร้องให้ประชาชนออกมาชุมนุมระยะสั้น หรือ แฟลชม็อบ ตั้งแต่เวลา 17.00 – 18.00 น. ซึ่งการนัดชุมนุมดังกล่าว เกิดขึ้นหลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ส่งคำร้องยุบพรรคอนาคตใหม่ ให้ศาลรัฐธรรมนูญ (ศร.) วินิจฉัยกรณีกู้ยืมเงิน จำนวน 191 ล้านบาท

โดยมวลชนที่มารวมตัวกันตั้งแต่ช่วงบ่าย ก่อนเวลานัดหมายยังคงเป็นกลุ่มคนสูงวัย โดยผู้ที่มาถึงก่อนต่างจับจองพื้นที่นั่งพูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็นต่อสถานการณ์บ้านเมือง มีการชูแผ่นป้ายข้อความต่างๆ เช่น “ผมมาจากโลกออนไลน์” “กฎหมายที่ปราศจากความยุติธรรม” บางคนก็ถือโอกาสถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับอาคารสถานที่ โดยเฉพาะบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าที่มีการตกแต่งพื้นที่เพื่อต้อนรับเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ส่วนประชาชนและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการชุมนุมยังสามารถสัญจรไปมาบนสกายวอล์กได้ตามปกติ

ต่อมาเวลา 16.00 น. น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ ได้เดินทางมาถึงพื้นที่ชุมนุม และเข้าทักทายพูดคุยกับผู้ชุมนุม

อ่านข่าว – เป๊ปซี่ โพสต์ อนาคตดับ – อนาคตสึก ศิษย์เอกงานเข้าแน่นวล

กองเชียร์ อนค. พรึ่บสกายวอล์กรอเวลาเริ่มแฟลชม็อบ

กองเชียร์ อนค. พรึ่บสกายวอล์กรอเวลาเริ่มแฟลชม็อบ

กองเชียร์ อนค. พรึ่บสกายวอล์กรอเวลาเริ่มแฟลชม็อบ

กองเชียร์ อนค. พรึ่บสกายวอล์กรอเวลาเริ่มแฟลชม็อบ

กองเชียร์ อนค. พรึ่บสกายวอล์กรอเวลาเริ่มแฟลชม็อบ

กองเชียร์ อนค. พรึ่บสกายวอล์กรอเวลาเริ่มแฟลชม็อบ

กองเชียร์ อนค. พรึ่บสกายวอล์กรอเวลาเริ่มแฟลชม็อบ

กองเชียร์ อนค. พรึ่บสกายวอล์กรอเวลาเริ่มแฟลชม็อบ

กองเชียร์ อนค. พรึ่บสกายวอล์กรอเวลาเริ่มแฟลชม็อบ

กองเชียร์ อนค. พรึ่บสกายวอล์กรอเวลาเริ่มแฟลชม็อบ

กองเชียร์ อนค. พรึ่บสกายวอล์กรอเวลาเริ่มแฟลชม็อบ

กองเชียร์ อนค. พรึ่บสกายวอล์กรอเวลาเริ่มแฟลชม็อบ

กองเชียร์ อนค. พรึ่บสกายวอล์กรอเวลาเริ่มแฟลชม็อบ

กองเชียร์ อนค. พรึ่บสกายวอล์กรอเวลาเริ่มแฟลชม็อบ

กองเชียร์ อนค. พรึ่บสกายวอล์กรอเวลาเริ่มแฟลชม็อบ

กองเชียร์ อนค. พรึ่บสกายวอล์กรอเวลาเริ่มแฟลชม็อบ

กองเชียร์ อนค. พรึ่บสกายวอล์กรอเวลาเริ่มแฟลชม็อบ

กองเชียร์ อนค. พรึ่บสกายวอล์กรอเวลาเริ่มแฟลชม็อบ

กองเชียร์ อนค. พรึ่บสกายวอล์กรอเวลาเริ่มแฟลชม็อบ

กองเชียร์ อนค. พรึ่บสกายวอล์กรอเวลาเริ่มแฟลชม็อบ

กองเชียร์ อนค. พรึ่บสกายวอล์กรอเวลาเริ่มแฟลชม็อบ

กองเชียร์ อนค. พรึ่บสกายวอล์กรอเวลาเริ่มแฟลชม็อบ

คลิปที่ 3

ธนาธร ชี้ อาจต้องแก้รัฐธรรมนูญด้วยเลือด

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/404562?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

ธนาธร ชี้ อาจต้องแก้รัฐธรรมนูญด้วยเลือด

14 ธันวาคม 2562 – 16:26 น.
พรรคการเมืองร่วมใจแก้ไขรัฐธรรมนูญ,พรรคเพื่อไทย,พท,พรรคอนาคตใหม่,อนค,ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ,เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส,วันมูหะมัดนอร์ มะทา
เปิดอ่าน 415 ครั้ง

เวทีฝ่ายค้านปลุก ปชช. ร่วมแก้รัฐธรรมนูญ ธนาธร ชี้ ทางแก้ด้วยเลือด หากผู้มีอำนาจไม่ผ่อนปรนทุกฝ่ายมีส่วนร่วม

รัฐสภา 14 ธันวาคม 2562 ที่ คณะนิติศาสตร์  กลุ่มพรรคการเมืองร่วมฝ่ายค้าน จำนวน 7 พรรค ร่วมจัดเวทีเสวนา เรื่อง พรรคการเมืองร่วมใจแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดย นายสมพงษ์​ อมรวิวัฒน์ ส.ส. เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวย้ำถึงความจำเป็นต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560

คลิปที่ 2

เพราะปัญหาเศรษฐกิจและการเมือง 6 เดือนที่ผ่านมา เกิดจากความพยายามสืบทอดอำนาจและเขียนเนื้อหาไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ซึ่งตนมองว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนั้นสร้างความฉิบหายให้ประชาชน แม้ที่ผ่านมารัฐบาลเชื่อมั่นว่าภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันต่างชาติให้ความเชื่อมั่นด้านการค้า แต่พบว่าการทำสัญญาทางการค้าที่มีเงื่อนไขต่อความเป็นประชาธิปไตยของประเทศยังไม่พบการลงนาม เพราะต่างชาติต้องการพิสูจน์ว่าประชาธิปไตยในประเทศไทยเป็นของจริงหรือไม่ สำหรับประเด็นที่เป็นปัญหาของรัฐธรรมนูญ คือ ส.ว. จำนวน 250 คน ที่มาจากการแต่งตั้ง , แผนยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งตนไม่เห็นด้วยที่จะให้ใช้เป็นกฎหมาย แต่สนับสนุนให้ใช้เป็นแนวทางเท่านั้น

ทั้งนี้ ตนขอเรียกร้องไปยังสังคมทุกภาคส่วนร่วมประชาสัมพันธ์ไปยังประชาชนให้เข้าใจต่อกระบวนการร่วมแก้ไขรัฐธรรมนูญจากความร่วมมือของประชาชนและขอให้รัฐบาลสละเงินเพื่อทำประชามติ โดยเมื่อถึงเวลาทำประชามติตนขอเสียงประชาชนที่ร่วมออกเสียงให้เป็นคะแนนเสียงแบบถล่มทลาย

นายสมพงษ์​ ยังกล่าวให้กำลังใจต่อ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) และพร้อมจะต่อสู้ในรูปแบบอื่นๆ ต่อไป ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่า หากพรรคเพื่อไทย (พท.) ช่วยเหลือพรรคอนาคตใหม่ พรรคเพื่อไทยอาจถูกยุบ ตนยืนยันว่า ไม่เคยกลัว เพราะเมื่อมาด้วยกันต้องไปด้วยกัน​

นายธนาธร กล่าวขอบคุณพรรคเพื่อไทยที่ร่วมแสดงจุดยืนทางการเมืองและสร้างความสมานฉันท์ที่ทำให้พวกเราเดินหน้าต่อไป และขอบคุณแรงสนับสนุนจากประชาชนทุกคน

ดังนั้น เพื่อตอบแทนประชาชน ตนสัญญาว่าพรรคจะไม่ทรยศต่ออุดมการณ์ประชาธิปไตย ส่วนประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตนมองว่าคือการต่อสู้กับระบอบที่สืบทอดการรัฐประหาร ตั้งแต่ปี 2549 และปี 2557 ที่ฉุดความเจริญของประเทศ ทั้งเศรษฐกิจ , การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ , การแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม รวมถึงสร้างความแตกแยก สร้างความเกลียดชัง รวมถึงความระแวงในกลุ่มประชาชนเพื่อใช้เป็นข้ออ้างทำรัฐประหาร เช่น ปลุกระดม ไล่คนชังชาติ คือ ความพยายามแช่แข็งประเทศไทย

“เราแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อหยุดความขัดแย้ง เรื่องอำนาจ ผ่านการจัดสรรอำนาจใหม่ ทั้งฝ่ายองค์กร ,​ ตุลาการ , ฝ่ายบริหาร , องค์กรในสังคม ,​ เอ็นจีโอ เพื่อให้ทุกฝ่ายพอใจ แต่เมื่อปล่อยให้พวกเขาจัดสรรอำนาจ พบเป็นการดึงอำนาจเข้าสู่ตัวเอง

               การมีรัฐธรรมนูญใหม่ คือ การสร้างกติกาที่ทุกฝ่ายของสังคมยอมรับร่วมกันไม่ว่าพรรคไหน หรือเป็นกลุ่มพลังทางสังคมกลุ่มไหน ไม่ว่าใครแพ้หรือชนะเลือกตั้งต้องปฏิบัติตามกติกา ดังนั้น การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ทุกฝ่ายยอมรับ คือ ทางรอดเดียวของประเทศไทย ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมมองว่ามี 2 ทาง คือ แก้ด้วยเลือด หรือ แก้ด้วยการยินยอมพร้อมใจจากทุกฝ่าย หากฝ่ายผู้มีอำนาจไม่พร้อมเปิดพื้นที่ หรือผ่อนปรนให้คนเห็นต่าง ดังนั้น คงไม่มีทางเลือกใดให้เหลืออยู่ เพราะเขาเป็นฝ่ายผลักให้เราเลือกทางเลือก” นายธนาธร กล่าว

ทั้งนี้ ตอนท้ายของการกล่าวของนายธนาธรได้ระบุถึงการจัดกิจกรรมชุมนุมที่สกายวอร์กที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการทำลายความสุขประชาชนช่วงส่งท้ายปีเก่า ว่า “ของขวัญที่ดีที่สุด คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ออกจากการเป็น นายกฯ”

อ่านข่าว – เป๊ปซี่ โพสต์ อนาคตดับ – อนาคตสึก ศิษย์เอกงานเข้าแน่นวล

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส. บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญที่ทำได้โดยเร็ว คือ ฉีกรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันทิ้ง เพื่อไม่ให้ทุกฝ่ายต้องปวดหัว จากนั้นให้นำรัฐธรรมนูญฉบับที่ทุกฝ่ายยอมรับมาปฏิบัติ จากนั้นใช้เวลา 3 เดือน เพื่อตั้ง นายกฯ​ อย่างไรก็ตาม ที่ตนระบุว่าฉีกรัฐธรมนูญทิ้งนั้นไม่กลัวจะโดนคดี และที่ผ่านมาไม่เคยถูกเชิญไปปรับทัศนคติ เพราะหากมาเมื่อใดตนยิงทิ้งเมื่อนั้น

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ส.ส. บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวให้กำลังใจกับนายธนาธร เพราะมองว่าเป็นการต่อสู้เพื่อคนไทยและประชาธิปไตย ส่วนสู้จะติดคุก แพ้หรือชนะ เกิดขึ้นได้ แต่เผด็จการไม่มีวันได้ชัยชนะจากประชาชน

ดังนั้น ประเด็นที่ประชาชนเรียกร้องหาผู้นำ ขณะนี้มีแล้ว ขอให้อย่าให้ใครละทิ้งผู้นำ และขอให้เป็นเวลาของประชาชน ส่วนรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันของ พล.อ.ประยุทธ์ โดย มีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อ คสช. ​ไม่ใช่ประชาธิปไตย และเป็นรัฐธรรมนูญเลว ตนรับไม่ได้ ส่วนระบบเลือกตั้ง มี ส.ว. จากการแต่งตั้ง ถือเป็นระบบสืบทอดอำนาจ และพบว่ามีการซื้อตัว ส.ส. ซึ่งพรรคของตนมีไป 1 คน ส่วนของพรรคนายธนาธรไป 3 คน ดังนั้น ขอเรียกร้องประชาชนให้ต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน

นายมนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ , นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเพื่อชาติ และนายนิคม บุญวิเศษ ส.ส. บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคปวงชนไทย กล่าวยืนยันถึงความร่วมมือแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดย นายสงคราม ระบุว่า เมื่อมีรัฐธรรมนูญเลว ย่อมได้ผู้นำที่เลว

ธนาธร ชี้ อาจต้องแก้รัฐธรรมนูญด้วยเลือด

คลิปที่ 3

2 รมช.เกษตรฯ ร่วมไถ่ชีวิตโค-กระบือเฉลิมพระเกียรติ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/460175

2 รมช.เกษตรฯ ร่วมไถ่ชีวิตโค-กระบือเฉลิมพระเกียรติ

วันเสาร์ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 12.37 น.

2 รมช.เกษตรฯร่วม ไถ่ชีวิตโค-กระบือเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก 

14 ธ.ค.62 นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีไถ่ชีวิตโค-กระบือ ตามโครงการไถ่ชีวิตโค-กระบือ เฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคล พระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยมี ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ ข้าราชการ และประชาชนทั่วไปร่วมพิธี ณ หอประชุมใหญ่พุทธมณฑล อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม

ทั้งนี้นายประภัตร กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย กรมปศุสัตว์ได้ดำเนินโครงการไถ่ชีวิตโค-กระบือ เฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคล พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ในพื้นที่ 77 จังหวัดทั่วประเทศ โดยมีกิจกรรมไถ่ชีวิตโค-กระบือ จำนวน4,910 ตัว ซึ่งกรมปศุสัตว์ได้ประชาสัมพันธ์เชิญชวนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป ร่วมสมทบทุนโครงการดังกล่าวเพื่อจะนำโค-กระบือ ไปส่งเสริมอาชีพให้กับเกษตรกรตามหลักเกณฑ์ของโครงการธนาคารโค-กระบือ เพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริ โดยการคัดเลือกเกษตรกรตามคุณสมบัติที่กำหนด เพื่อให้ยืมโค-กระบือ และให้ความรู้ในการเลี้ยงและการดูแลสุขภาพโค-กระบือ เพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดี

อย่างไรก็ตามเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก กรมปศุสัตว์จึงได้จัดพิธีไถ่ชีวิตโค-กระบือ ขึ้น เป็นการสร้างบุญกุศลครั้งใหญ่ในเดือนธันวาคม โดยตลอดปีมหามงคลนี้กรมปศุสัตว์กำหนดให้ปศุสัตว์จังหวัด 77 จังหวัด ดำเนินการจัดพิธีไถ่ชีวิตโค-กระบือ เฉลิมพระเกียรติ จังหวัดละ 1 ครั้ง โดยกิจกรรมของส่วนกลางในวันนี้ในช่วงเช้าได้จัดให้มีพิธีสงฆ์ จากนั้นเป็นพิธีไถ่ชีวิตและมอบโค-กระบือ ให้แก่เกษตกรสมาชิกโครงการธนาคารโค-กระบือ เพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ เพศเมียจำนวน 910 ตัว เพื่อนำไปช่วยเหลือเกษตรกรตามโครงการธนาคารโค-กระบือ (โค 820 ตัว กระบือ 90 ตัว) ในพื้นที่ 6 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา ศรีสะเกษ ร้อยเอ็ด นครพนม กาฬสินธ์และชัยนาท ต่อไป

ขณะที่นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์  กล่าวเพิ่มว่า นอกจากนี้ได้มีการสนับสนุนโค-กระบือทุกตัวตามเป้าหมายโครงการฯ จำนวน 4,910 ตัว นำไปให้การสนับสนุนแก่เกษตรกรตามโครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระดำริจำนวน 4,910 ราย  ตลอดจนกิจกรรมมอบกรรมสิทธิ์โค-กระบือ แก่เกษตกรที่ปฏิบัติตามเงื่อนไขของโครงการธนาคารโค-กระบือ เพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ ไม่น้อยกว่า 10,000 ราย อีกด้วย

โดย ประชาชนทั่วไป บุคลากรของกรมปศุสัตว์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะได้ร่วมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ซึ่งเป็นการ สืบสาน รักษา และต่อยอดโครงการธนาคารโค-กระบือ เพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ร่วมกันอนุรักษ์และเพิ่มจำนวนโค-กระบือ ของประเทศไทยให้มากขึ้น โดยเกษตรกรที่ประพฤติดี ปฎิบัติตามกฎของโครงการจะมีโอกาสได้รับโค-กระบือ เป็นกรรมสิทธิ์ของตนเอง และสามารถใช้ประโยชน์ในการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรได้อย่างยั่งยืน

คุณแหน : 28 พฤศจิกายน 2562

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/456776

650935

คุณแหน : 28 พฤศจิกายน 2562

วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ll พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้พลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี เป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ พลเอกถาวรรัตนาวะดี ณ ฌาปนสถานกองทัพอากาศ วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร (เขตบางเขน)1 ธ.ค. 16.00 น. ประทุม รัตนาวะดี และลูกๆ สารัชถ์-สาณิต-สฤษดิ์ รัตนาวะดีเรียนเชิญมาด้วยความเคารพ…ส่วนพิธีสวดพระอภิธรรม มีถึง 30 พ.ย. 19.00 น.ศาลาบุพการีนุสรณ์…

ll พระพรหมมงคลญาณ(หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ในพิธีวางศิลาฤกษ์ ยกเสาเอกอาคารโรงพยาบาลรวมใจรักษ์ ร่วมทุนระหว่าง บมจ.สหยูเนี่ยน และ กลุ่มบมจ.ประกิตโฮลดิ้งส์ ภายใต้ชื่อ บจ.การแพทย์สุขุมวิท 62ให้ ประกิต อภิสารธนรักษ์ ประธานกก.บริหาร 2 ธ.ค. 07.00-10.00 น. เจ้าภาพงดรับกระเช้าดอกไม้และของขวัญ เชิญร่วมทำบุญอายุวัฒนมงคล 100 ปี หลวงพ่อวิริยังค์…

ll ข่าวดีของชาวอุทัยธานี ที่จะมีรพ.เอกชนแห่งใหม่ทันสมัย นพ.สุนทร ศรีทา CEOกลุ่มธุรกิจเฮลท์แคร์ บจม.พริ้นซิเพิลแคปิตอล ไปเป็นประธานในพิธีเปิดรพ.พริ้นซ์ ฮอสพิทอล อุทัยธานี เป็นที่เรียบร้อยพร้อมให้บริการแล้ว…

ll เพื่อนๆ ชาว digital ceo#2 นัดเลี้ยงยินดีกับ2 ผู้ว่าราชการจังหวัด สฤษดิ์ วิฑูรย์ และวัฒนา พุฒิชาติ ที่ได้รับรางวัลสำเภาทองประจำปี 2562 โดยจะรวมพลไปอุบลฯแล้วต่อไปศรีสะเกษ พร้อมขอเยี่ยมวิสาหกิจชุมชนเพื่อไปช่วยสนับสนุนเรื่องการส่งเสริมเศรษฐกิจด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล…

ll งานเปิดโครงการและแถลงข่าว รถโดยสารไฟฟ้าปรับอากาศสาธารณะประจำทาง สาย 1551 วิ่งระหว่าง“รพ.จุฬาภรณ์-ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา” 28 พ.ย. เวลา 12.30 น. ที่สถาบันจุฬาภรณ์ ชั้น 2 โดยได้รับเกียรติจากศ.นพ.นิธิ มหานนท์ เลขาธิการ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ มาเป็นประธานเปิดงานดังกล่าวและบมจ.รถไฟฟ้า (ประเทศไทย) โดย ดร.นุชนาถวสุรัตน์ เป็นผู้ได้รับสัมปทานในการให้บริการเส้นทางนี้…

ll ข่าวดีของพฤกษา ที่ได้รับรางวัลแบรนด์ยอดเยี่ยมแห่งปี (Brand of the Year 2019) จากเวทีระดับโลก WorldBranding Award งานนี้ คุณจุ๋ม-สุพัตราเป้าเปี่ยมทรัพย์ CEO บมจ. พฤกษาเรียลเอสเตท บินไปรับรางวัลเอง งานจัดที่พระราชวังเคนซิงตัน กรุงลอนดอน…

llชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม-นันทิดา แก้วบัวสายบินไปร่วมแสดงความยินดีกับ “น้องเพลง”ชนม์ทิดา อัศวเหม ลูกสาวคนสวยที่จบปริญญาโทจาก University of Westminster แขนง RealEstate Development…

ll อ่อนอุษา ลำเลียงพลนายกกิตติมศักดิ์สมาคมโฆษณาฯ เจ้าของบูทีครีสอร์ท สไตล์ไทยคอนเท็มพอรารี่ แบบฉบับคนโฆษณา ติดทะเล บนหาดสามร้อยยอดปราณบุรี แอบกระซิบมาว่า ตอนนี้มีโปรโมชั่นปิดรีสอร์ท สำหรับเอ็กซ์คลูซีฟกรุ๊ป 18 คน จาก43,999 บาท เหลือ 29,999 บาท รวมอาหารเช้าสวนสีเขียว สระส่วนตัว และความเงียบสงบเช็ครายละเอียดที่ fb Le Way Resortก่อนเต็มค่ะ…ll

น้อง

K·Fish แบรนด์ดังด้านอาหารทะเลจากเกาหลีมาไทย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/456728

K·Fish แบรนด์ดังด้านอาหารทะเลจากเกาหลีมาไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

แบรนด์ดังด้านอาหารทะเลจากเกาหลี  ที่ได้การรับรองมาตรฐานจากรัฐบาลเกาหลี  มาเปิดตัวในไทยเต็มรูปแบบ ที่เรียกว่า Anchor Shop เพียงแห่งเดียว ที่ชั้น จี ศูนย์การค้าพาราไดซ์ ศรีนครินทร์ เอาใจคนรักอาหารทะเลด้วยผลิตภัณฑ์คุณภาพ ทั้ง หอยดอง ปูดอง กุ้งดอง ผลิตภัณฑ์สาหร่ายแปรรูป  พร้อมแนะนำลูกชิ้นปรุงรส ที่หาทานได้ที่เดียวในเมืองไทย

Mr.Shin Sang-woo กล่าวว่า  K·Fish เป็นบริษัทของรัฐบาลเกาหลี ที่ได้รับมาตรฐานและความร่วมมือจากกรมการประมงเกาหลีครั้งแรกในประเทศ จึงเป็นแบรนด์ที่มีความเชื่อมั่นในด้านคุณภาพและความปลอดภัยแก่ผู้บริโภค นอกจากนี้ แบรนด์ K·Fish ยังได้ขยายฐานตลาดไปยัง ประเทศต่างๆ และมีการจดทะเบียนในต่างประเทศถึง 8 ประเทศ เช่น อเมริกา จีน เวียดนาม ฮ่องกง มาเลเซีย ออสเตรเลีย เป็นต้น และหนึ่งในนั้น ก็มีประเทศไทย ที่กำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ    โดยมี บริษัท จีดูบัง ดูแลบริหารจัดการร้านค้าหลัก ที่อยู่ภายใต้การดูแลของ แบรนด์ K·Fish  โดยแต่ละประเทศจะมี Anchor Shop เพียงร้านเดียวเท่านั้น  สำหรับประเทศไทย ตั้งอยู่ที่ชั้นจี ศูนย์การค้าพาราไดซ์ ศรีนครินทร์

“สินค้า 3 อันดับแรกที่คนไทยส่วนใหญ่บริโภคมากที่สุด คือผลิตภัณฑ์สาหร่ายแปรรูป ซึ่งมีความหลากหลาย ทั้งรสชาติและสีสัน แน่นอนว่าสำหรับคนไทย สาหร่าย กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ขายดีที่สุด ต่อมาคือ ของดอง แทบไม่น่าเชื่อ จากสถิติที่ผ่านมา คนไทยหันมาบริโภคของดองกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น หอยดอง ปูดอง กุ้งดอง เป็นต้น จนกลายมาเป็นสินค้ายอดนิยมไปแล้ว และสุดท้ายลูกชิ้นปรุงรส จะแตกต่างจากลูกชิ้นที่คนไทยรู้จัก โดยจะมีลักษณะเป็นแผ่น ทำจากปลา อาจใช้คำว่าออมุกเกาหลีหรือโอเด้ง ส่วนมากถ้าพูดถึงลูกชิ้น แน่นอนว่าหลายคนเข้าใจว่าส่วนผสมส่วนใหญ่จะเป็นแป้งมากกว่า แต่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง ลูกชิ้นที่คัดสรรมานี้ แป้งจะเป็นส่วนผสมที่น้อยที่สุด จึงทำให้มีความอร่อยมากกว่านั้นเอง

นอกจากสินค้าขายดีเหล่านี้แล้ว บริษัทของเรายังมีผลิตภัณฑ์อื่นๆ อีกมากมายให้เลือกสรร อีกกว่า 130 ผลิตภัณฑ์ และมียอดขายเพิ่มขึ้นประมาณ 30% ทุกๆปี นั้นก็หมายความว่า การเติบโตของแบรนด์ K·Fish และผลิตภัณฑ์ กำลังมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ และหากตลาดในประเทศไทยเป็นที่นิยมมากแล้ว อนาคตมีการวางแผน ขยายตัวไปยังประเทศอาเซียนอื่นๆ อีกด้วย