ไทยโอซูก้าร่วม ‘วิ่งหยุดโรค 10 จังหวัดทั่วไทย’

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/456444

ไทยโอซูก้าร่วม ‘วิ่งหยุดโรค 10 จังหวัดทั่วไทย’

วันพุธ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

บริษัท ไทยโอซูก้า จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจผลิตนำเข้าและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยาปราศจากเชื้อ รวมทั้งคิดค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารทางการแพทย์  ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมงานเดิน-วิ่งการกุศล ครั้งที่ 3 วิ่งหยุดโรค 10 จังหวัดทั่วไทย #เพื่อโอกาสทางการรักษาผู้ป่วยทั่วประเทศของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และร่วมออกบูธกิจกรรมแจกผลิตภัณฑ์อาหารทางการแพทย์สูตรครบถ้วนผสมใยอาหาร สูตรไม่เติมน้ำตาลทราย ที่สามารถช่วยเติมเต็มความต้องการสารอาหาร ให้กับผู้เข้าร่วมงานและนักวิ่งภายในงาน ที่มาเข้าร่วมแสดงพลังหยุดโรคเพื่อสุขภาพที่ดีของประชาชนชาวไทย

เภสัชกร วัฒนชัย อิสระเสนารักษ์  ผู้อำนวยการส่วนงานธุรกิจยาปราศจากเชื้อและอาหารทางการแพทย์ บริษัท ไทยโอซูก้า จำกัด เปิดเผยว่า  ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปี โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ผสานพลังความร่วมมือกับอีก 9 จังหวัด จัดงานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เดิน-วิ่ง การกุศล ครั้งที่ 3 วิ่งหยุดโรค 10 จังหวัดทั่วไทย #เพื่อโอกาสทางการรักษาผู้ป่วยทั่วประเทศ โดย ศาสตราจารย์ นายแพทย์นิธิ มหานนท์ เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และ รองศาสตราจารย์ นายแพทย์องค์การ เรืองรัตนอัมพร รองประธานอำนวยการจัดงานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เดิน-วิ่ง การกุศล ครั้งที่ 3 พร้อมด้วยผู้แทนจังหวัดทั้ง 9 จังหวัดขึ้น โดยทางบริษัท ไทยโอซูก้า จำกัด  ขอเป็นส่วนหนึ่งในการเข้าร่วมสนับสนุนและแสดงออกถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระกรุณาธิคุณของ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานผู้ก่อตั้งโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ประธานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และเจ้าฟ้านักวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของพสกนิกรชาวไทย ที่ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจนานัปการในด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ การแพทย์ การสาธารณสุข และทรงร่วมพัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้าทัดเทียมนานาประเทศ

บริษัทไทยโอซูก้า จำกัด ได้มอบเงินสนับสนุน จำนวน  1 ล้านบาท ในงานแถลงข่าวการจัดงาน เพื่อใช้ในกิจกรรมดังกล่าวและเข้าร่วมออกบูธกิจกรรม โดยได้นำผลิตภัณฑ์ “Once Complete”  อาหารทางการแพทย์สูตรครบถ้วนผสมใยอาหาร สูตรไม่เติมน้ำตาลทราย มาให้ผู้ที่มาร่วมกิจกรรมเดินวิ่งการกุศล ภายในงานอีกด้วย จึงถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมดีๆ ที่ทางบริษัทได้ตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสังคม และร่วมกันพัฒนาสูตรอาหารที่ดีมีคุณภาพเพื่อช่วยให้สุขภาพของคนไทยดีขึ้น  โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสนับสนุนและช่วยเหลือกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมไทยอย่างยั่งยืนต่อไป”

ด้าน เชฟฟาง-ณัฐพงศ์ หน่อชูเวช เจ้าของร้านอาหาร Pain Perdu กล่าวว่า  “ดีใจที่ทางบริษัทไทยโอซูก้าให้ความสำคัญเรื่องการดูแลสุขภาพของคนไทย  ผมเองก็ยินดีให้ความร่วมมือและขอเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมและสนับสนุนให้คนไทยมีสุขภาพกายและใจที่ดี  ผมต้องขอขอบคุณบริษัทไทยโอซูก้า ที่มุ่งมั่นและทุ่มเทในการพัฒนาเวชภัณฑ์และผลิตภัณฑ์อาหารทางการแพทย์ เพื่อมาช่วยเติมเต็มความต้องการของคนไทย

แอร์โรว์คอลเลคชั่นถนอมโลก ฉลองเทศกาลแห่งความสุข

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/456196

แอร์โรว์คอลเลคชั่นถนอมโลก ฉลองเทศกาลแห่งความสุข

วันอังคาร ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ARROW X-DIMENSION : GIFT & CELEBRATION เปิดคอลเลคชั่นใหม่ เพื่อร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขที่ใกล้จะมาถึง ภายใต้งาน “LET’S JOIN ARROW X-DIMENSION CELEBRATE WITH ICE PARIS” บรรยากาศในงานเต็มเปี่ยมไปด้วยสีสัน ความรื่นเริง สนุกสนาน ทั้งการเดินแฟชั่นโชว์คอลเลคชั่นใหม่จากเหล่านางแบบ-นายแบบ ด้วยลีลาการเดินผสานการเต้นกึ่งแดนซ์ถูกใจผู้ชม นำทีมโดย ไอซ์-พาริส อินทรโกมาลย์สุต แบรนด์แอมบาสเดอร์คนล่าสุด รวมทั้งยังมีการเปิดตัวนักเต้นทีม REDEMPTION ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศจากการประกวด“ARROW : X-DIMENSION – X DANCE COMTEST” อีกด้วย

สิ้นสุดแฟชั่นโชว์และเต้นโชว์ จึงปิดฉากด้วยภาพของการเฉลิมฉลองสุดประทับใจ เพื่อเชื่อมต่อและมอบประกายแห่งความสุขไปถึงแขกผู้มีเกียรติทุกคน จนได้รับเสียงปรบมือ เสียงร้องกรี๊ดกราดเกรียวกราวไปทั่วทั้งงาน อีกทั้ง ยังได้รับเกียรติจาก สวัสดิ์ โพธิ์สินสมวงศ์ ผู้อำนวยการผลิตภัณฑ์เครื่องแต่งกาย ARROW ร่วมด้วย ไอซ์-พาริส อินทรโกมาลย์สุต แบรนด์แอมบาสเดอร์คนล่าสุด ชัยลดล โชควัฒนา ประธานกรรมการ บริษัท มั้งค์ โปรดักชั่น จำกัด และ สุชาติ ลายลักษณ์ศิริ รองกรรมการผู้จัดการและผู้อำนวยฝ่ายธุรกิจ APPAREAL บมจ. ธนูลักษณ์ ขึ้นมาร่วมแสดงความยินดีกันบนเวที  โดยเรื่องราวและงานเฉลิมฉลองทั้งหมดนี้ ได้จัดขึ้นบริเวณชั้น M โซน PARIS @ TERMINAL21

“ARROW X-DIMENSION : GIFT & CELEBRATION” มาพร้อมการมอบของขวัญให้โลก ด้วยการรู้รักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของโลก กับผลงานการสร้างสรรค์ “ARROW UPCLCLING” เสื้อทำจากขวดพลาสติก…ถนอมโลก” โดยการนำเส้นใยที่ได้มาจากขวดพลาสติก (ขวด PET) มาผสานกับเส้นใย COTTON แล้วนำมาผลิตเป็น “เสื้อถนอมโลก” (โดยขวดพลาสติก 12 ขวด ผ่านกระบวนการ UPCYCLING จะได้เสื้อ 1 ตัว) ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่ง HIGHT LIGHT สำคัญในงานนี้ ที่ต้องการเชิญชวนให้ทุกคนมาร่วมรณรงค์ถนอมโลกร่วมกัน

สวัสดิ์  โพธิ์สินสมวงศ์  ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์เครื่องแต่งกาย ARROW กล่าวว่า แอร์โรว์ตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสังคมมาโดยตลอด โปรเจกท์ก่อนหน้านี้ เมื่อปีที่แล้วสิ่งที่ ARROW เราคิดทำก็คือ “แอร์โรว์เสื้อประหยัดไฟเบอร์ห้า” เสื้อยืดแอร์โรว์ถือเป็นแบรด์แรกที่ได้รับอนุญาตจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ ให้ได้รับเครื่องหมายประหยัดไฟเบอร์ 5 เป็นเสื้อไม่ต้องรีด ซัก สะบัด ตาก ใส่ได้เลย

ในปีนี้ ARROW โดยความร่วมมือกับ บริษัท ธนูลักาณ์ จำกัด (มหาชน) ได้คิดค้นหานวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อให้ผู้บริโภคจะได้สวมใส่เสื้อซึ่งใส่แล้วสบาย ดูแลรักษาง่าย และที่สำคัญยังเป็นเสื้อที่ดูแลรักษาโลกควบคู่กันไปด้วย ซึ่งก็ถือเป็นนวัตกรรมใหม่ล่าสุดจาก ARROW นั่นก็คือ ARROW UPCYCLING COLLECTION นี้

“ในฐานะผู้จัดจำหน่าย ARROW มองว่า UPCYCLING เป็นนวัตกรรมสำหรับอนาคต เพราะทุกวันนี้ผู้บริโภคกำลังมองหาสินค้า GREEN PRODUCT ซึ่ง ARROW ได้พัฒนาในจุดนี้มาโดยตลอด ภายใต้การสนับสนุนของผู้ผลิตเองด้วย ดังนั้นสิ่งที่เป็นนวัตกรรม UPCYCLING นี้ จึงเป็นการนำเอาขยะมาอัพเกรดให้ดีขึ้น ซึ่งไม่ใช่ RECYCLE เพราะ RECYCLE เป็นแค่การชะลอ แต่ UPCYCLING คือ การอัพเกรดจากขยะให้มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น ซึ่งนั่นหมายถึง เมื่อคุณได้ใส่เสื้อ ARROW ที่คุณจะได้ทั้งความหล่อแล้ว คุณยังได้ช่วยดูแลรักษาโลกของเราไปด้วยพร้อมๆ กัน นี่คือคอนเซ็ปต์หลักของ ARROW ที่อยากจะคืนสิ่งดีๆ ให้กับสังคม”

คุณแหน : 26 พฤศจิกายน 2562

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/456250

650935

คุณแหน : 26 พฤศจิกายน 2562

วันอังคาร ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ll สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินในการพระราชทานเพลิงศพ ศ.พิเศษ จุลสิงห์ วสันตสิงห์ ณ เมรุหลวง วัดเทพศิรินทราวาส15 ธ.ค. 17.00 น. …

ll งานสังสรรค์ประจำปี“CALIFORNIA NIGHT’19” ของสมาคมเพื่อนแคลิฟอร์เนียผ่านพ้นไปอย่างประสบความสำเร็จ สำหรับมาดาม สุจิตรา ปาลีวงศ์ ประธานศูนย์วัฒนธรรมไทยแห่งรัฐนิวยอร์ก บินลัดฟ้าจากมหานครนิวยอร์กมาพร้อมกับสามี นายห้างสุโชติ โดยไม่รู้ล่วงหน้าว่าตนเองเป็น1 ใน 4 ผู้มีเกียรติที่จะได้รับรางวัลอันทรงเกียรติของสมาคมฯ “THE GOLDEN BEAR”… ภายหลังพิธีมอบรางวัลแล้ว มาดามจึงได้เอ่ยถามกรรมการอาวุโสว่า ตนเป็นนิวยอร์กเกอร์ ไม่ใช่แคลิฟอร์เนี่ยน ทำไมจึงได้รับรางวัล ได้รับคำตอบว่า ความดีไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็คือความดี มาดามให้ความช่วยเหลือสังคมโดยไม่เคยเกี่ยงงานเป็นที่ประจักษ์ คณะกรรมการจึงมีมติเอกฉันท์…

llควันหลงงานใหญ่ “CALIFORNIA NIGHT’19” อีกสักนิด เหตุเพราะคณะกรรมการทุ่มทุนขนดนตรีชุดใหญ่ 10 คน ของ THE UNITY มาเล่นดนตรีตลอดทั้งงาน เทมโป้เลยแน่นเปรี๊ยะ เสียงเบสกระแทกหัวใจอีก เลยทำให้ PRESENTATIONS ของทั้ง THE BEATLES-อามิ, เอลวิส-จิ๊บ, ทอม โจนส์-จารึก และ ต้น ธนสิทธิ์ สมบูรณ์เร้าใจสุดๆ แม้แต่สตรีผู้มีเกียรติคุณหญิงเกิดศิริ ศรุตานนท์, คุณหญิงโรส บริบาลบุรีภัณฑ์ และ ลาวัลย์ กันชาติ ยังขยับตัวตามจังหวะดนตรีไปด้วยความสนุกสนาน…

ll อดิสัยธรรมคุปต์ ผู้แทนน้องใหม่จุฬาฯ 2512 ขอเชิญชวนชาวจุฬาฯและญาติมิตรร่วมทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์“วันพ่อ” ที่บ้านราชาวดี จ.นนทบุรี เพื่อช่วยเหลือเด็กพิการ ผู้บกพร่อง ทางกาย ทางสมอง และปัญญา ด้วยการจัดหาเงินและสิ่งของ อุปกรณ์ เครื่องทำความสะอาด เวชภัณฑ์และเภสัชภัณฑ์ นม อาหารแห้ง และเลี้ยงอาหารกลางวันเด็กบ้านราชาวดี …ผู้สนใจร่วมทำบุญโอนเงินได้ที่บัญชีออมทรัพย์ ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสยามพารากอนเลขที่ 218-268947-1 นางปรียา ปรีดาสา “ฝ่ายจิตอาสาและบำเพ็ญประโยชน์” ได้แต่บัดนี้เป็นต้นไป…

ll ยินดีด้วยกับ สมพงษ์ สวัสดิสุข ประธานชมรมแท็กซี่ผู้ทำความดีเพื่อแผ่นดิน เข้ารับมอบรางวัลมหานาคา 2019 เป็นรางวัลเกียรติยศนานาชาติ โดยประธานฯ ม.จ.อุทัยกัญญา ภาณุพันธ์ุ จัดที่ห้องประชุมพุทธมณฑลเมื่อวันก่อน…

ll วัย สว. มักเป็นเช่นนี้เอง วันก่อน เทวีรัตน์ ลีลานุช ไปพบหมอตามนัดที่รามาธิบดี ปรากฏผลตรวจปลอดภัยทุกประการ หลังจ่ายเงินเสร็จตรงดิ่งกลับบ้าน เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลโทร.มาตามให้ไปรับยา ร้อนถึง นิวัติ กองเพียร สามีต้องบึ่งรถกลับมารับยาให้คุณภรรยาสุดเลิฟ…แก่แล้วแก่เลยไม่ใช่ก็ใกล้เคียง…

ll ไปทริปญี่ปุ่นครั้งนี้ รศ.ยุรฉัตรบุญสนิท ประทับใจออนเซ็นมาก…

ll ส่วน นัยนา เศตะพราหมณ์ จำนงค์ ศรัณยพิพัฒน์ พร้อมคู่ชีวิต ไปทริปยุโรปช่วงนี้…

ll ศันสนีย์ ทุติยะโพธิ์ พร้อมเพื่อนชาวคณะ Line Dance ชวนกันไปทริปลี่เจียงพร้อมแวะชมเมืองโบราณต้าลี แบบมีความสุข…

llดร.จันทรวิภา ธนะโสภณ ชวนเพื่อนเลิฟราชินี 63อาทิ จิราภา มาประเสริฐ สุกาญจนา ลิมปิสวัสดิ์ไปรับทานอาหารอิตาเลียน สุขุมวิท 36 ที่เพิ่งเปิดใหม่…อร่อยแค่ไหนปะหน้าถามกันได้…

ll งาน Retro Night@ศุภาลัย ป่าสัก สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มธุรส โอสถานนท์ทนฤทธิ์ พันธ์ุเมธา ไปร่วมต้อนรับแฟนคลับรายการ Top Radio พร้อมลูกพี่ เทวี แย้มสรวล งานนี้ม.ร.ว.จิราวดี จุฑาสมิต พลาดได้ยังไง…

ll พล.ร.ต.ญ.กมลา แสงชัย คนสวยไม่สร่าง สวมเสื้อขาว กระโปรงแดงหิ้วกระเป๋าสีแดง ไปร่วมงานฉลองตึก 1919 ที่วัฒนาวิทยาลัย…

ll กิตติกรสาริกบุตร หรือโกคุง ตุ๊กตาหอม บินไปมอบเสื้อหนาวขนม ของเล่นแก่เด็กๆ ชาวดอยทุกปีช่วงฤดูหนาวคราวนี้ไปถึงเวียงแก่นชายแดนไทย-ลาว เจอแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นอย่างจัง แต่ปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน…

ll เพิ่งเกษียณจากกรมควบคุมมลพิษ(คพ.)เมื่อก.ย.ที่ผ่านมาสุเมธา วิเชียรเพชร บอกขอทำประโยชน์เพื่อแผ่นดินเกิดอีกครั้ง ได้รับแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการเพื่อติดตามโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนในคณะกรรมาธิการการพลังงาน สภาผู้แทนราษฎร !!…ll

บารอนเนส

โก้หรูด้วยชุดสวยดีไซน์ล่าสุดจากแบรนด์ ‘คานิท’ (CANITT)

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/456207

โก้หรูด้วยชุดสวยดีไซน์ล่าสุดจากแบรนด์ ‘คานิท’ (CANITT)

วันอังคาร ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

สร้างสรรค์คาแรคเตอร์ให้โดดเด่นอย่างแตกต่างรับลมหนาวด้วยชุดสวยดีไซน์ล่าสุดจากแบรนด์ ‘คานิท’ (CANITT) ที่ล่าสุด ขนิษฐา ดรุณเนตร ครีเอทีฟไดเรคเตอร์ฝีมือเฉียบประจำแบรนด์ ได้หยิบยกแรงบันดาลใจจากสไตล์ไอคอนหญิงผู้มีชื่อเสียงอันโด่งดังและมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นอย่าง ดีอาน่า วรีแลนด์ (Diana Vreeland) อดีตบรรณาธิการบริหารนิตยสารที่ทรงอิทธิพลสูงสุดในโลกแฟชั่น มาถ่ายทอดในคอลเลกชั่นออทั่ม/วินเทอร์ 2019 ในชื่อว่า ‘โค้ด คูล’ (CODE COOL) รหัสลับแห่งสไตล์สุดสร้างสรรค์ พร้อมอวดโฉมให้หญิงสาวได้ร่วมสร้างลุคเฉิดฉายพร้อมกันแล้ววันนี้

ขนิษฐา ดรุณเนตร เผยคอลเลกชั่น ‘โค้ด คูล’ (CODE COOL) รหัสลับแห่งการแต่งตัวของสาวๆ ยุคใหม่ นำเสนอชุดดีไซน์โก้หรูอันโดดเด่นด้วยโครงร่างและคัตติ้งที่หลากหลาย อาทิ กระโปรงลายพิมพ์สำหรับสาวหวาน กางเกงขาบานที่มีกลิ่นอายของยุค 70’s เพลย์สูทที่เน้นผิวสัมผัสเพิ่มความหรูหรา ชุดเดรสยาวเข้ารูปสีดำที่เด่นด้วยลูกเล่นแต่งประดับโซ่สีทองบนคัตติ้งสุดคลีน รวมไปถึงพาเหรดชุดเดรสสีเบจบนลูกเล่นซิลลูเอทที่แตกต่างช่วยขับผิวผู้หญิงให้เปล่งประกาย สำหรับชิ้นเด่นประจำฤดูกาลนี้คือเทรนช์โค้ทและสูทที่ถูกนำมาตีความใหม่ให้ดูโมเดิร์น และเป็นชิ้นคลาสสิกที่ไม่ว่าจะหยิบมาสวมใส่เวลาไหนก็ไม่มีวันล้าสมัย รวมถึงกางเกงขายาวและจั๊มสูทสไตล์เทเลอร์เมดที่ผสมสไตล์มาสคิวลีนที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อให้ผู้หญิงยุคใหม่สนุกกับการหยิบแต่ละชิ้นมามิกซ์แอนด์แมทช์

โดยหัวใจสำคัญของคอลเลกชั่นนี้คือความโก้หรูในสไตล์เฟมินีน ซึ่งแสดงออกผ่านทางเส้นสายคัตติ้งและแมททีเรียลที่ดูหรูหรา มาพร้อมกับลายพิมพ์พรีเชียส พีทัลส์ (Precious Petals) บนแพตเทิร์นที่ช่วยเสริมเรือนร่างของสุภาพสตรีได้เป็นอย่างดี มีการใช้ผ้าซิลค์ซาตินพิมพ์ลายที่ทุกชิ้นล้วนผ่านการตัดเย็บที่ละเอียดประณีตทุกฝีเข็ม เพิ่มความสบายในการสวมใส่ เฉดสีสำหรับฤดูกาลนี้มาพร้อมกับสีที่สะท้อนถึงความหรูหรา

พบชุดสวยจากแบรนด์ ‘คานิท’ (CANITT)  ได้แล้ววันนี้ที่ร้านคานิท (CANITT) ศูนย์การค้าสยามพารากอน บริเวณพารากอนดีพาร์ทเม้นสโตร์ ชั้น 1 และศูนย์การค้าเซ็นทรัลชิดลม บริเวณโซนไทยไทย ชั้น 2 พร้อมติดตามผ่านช่องทาง IG: Canitt_official และ Line ID: CANITT_OFFICIAL

เปิดงานวันคนพิการ ครั้งที่ 51‘สืบสานพระราชปณิธาน คนพิการร่วมจิตอาสา’ จัดโดย สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/456222

อำพล เสนาณรงค์ องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ มอบโล่ให้กับบุคคลพิการตัวอย่าง

เปิดงานวันคนพิการ ครั้งที่ 51‘สืบสานพระราชปณิธาน คนพิการร่วมจิตอาสา’ จัดโดย สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ

วันอังคาร ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ อำพล เสนาณรงค์ องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์เปิดงาน โดยมี พล.อ.สิงหา เสาวภาพ ประธานสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ, พล.ต.หญิง คุณหญิงอัสนีย์ เสาวภาพ ประธานที่ปรึกษาและคณะกรรมการจัดงานฯ สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ให้การต้อนรับ

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดงานวันคนพิการครั้งที่ 51 ประจำปี 2562 โดยการสนับสนุนจากโครงการสลากการกุศล ในหัวข้อ “สืบสานพระราชปณิธาน คนพิการร่วมจิตอาสา” เพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว, สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ โดยการจัดงานวันคนพิการในครั้งนี้พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานอาหารกลางวันเลี้ยงคนพิการและประชาชนวันละ 5,000 ชุด รวม 2 วัน จำนวน10,000 ชุด ในการนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ อำพล เสนาณรงค์ องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์เปิดงาน โดยมี พล.อ.สิงหา เสาวภาพ ประธานสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ, พล.ต.หญิง คุณหญิงอัสนีย์ เสาวภาพ ประธานที่ปรึกษาและคณะกรรมการจัดงานฯ สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ให้การต้อนรับ เมื่อวันเสาร์ที่ 16 พฤศจิกายน2562 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี

สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ได้ตระหนักว่าคนพิการเป็นทรัพยากรที่มีค่า หากได้รับการสงเคราะห์และพัฒนาทั้งในด้านการแพทย์การศึกษา การอาชีพ และการสังคม เพื่อให้มีโอกาสในการพัฒนาตนเองให้มีความรู้ ความสามารถในการประกอบอาชีพ และการดำเนินชีวิตในสังคมอย่างเหมาะสมก็จะสามารถมีชีวิตและทำประโยชน์แก่สังคมได้ไม่แพ้คนปกติ อีกทั้งเพื่อเปิดโอกาสให้คนพิการได้พบปะสังสรรค์ แลกเปลี่ยนเรียนรู้นวัตกรรมใหม่ๆ ทางด้านการป้องกันความพิการ และการฟื้นฟูสมรรถภาพ โดยภายในงานมีกิจกรรมสำคัญมากมาย อาทิ การประกาศเกียรติคุณบุคคลพิการตัวอย่าง, การจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ การจัดนิทรรศการเกี่ยวกับนวัตกรรมใหม่ๆ เกี่ยวกับคนพิการ, การสนทนาด้านวิชาการ ABLED TALKS,การประกวดเรียงความเกี่ยวกับคนพิการ, การจัดกิจกรรมนันทนาการสำหรับคนพิการ, การให้บริการแบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว, การจัดนัดพบแรงงานคนพิการ

สำหรับ “ดอกแก้วกัลยา” ซึ่งประดิษฐ์โดยคนพิการของสำนักส่งเสริมอาชีพและพัฒนาคนพิการ สภาสังคมสงเคราะห์ฯ เป็นดอกไม้ที่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อว่า “ดอกแก้วกัลยา” และพระราชทานพระอนุญาตให้ใช้เป็นดอกไม้สัญลักษณ์ของคนพิการ เพื่อเป็นสิริมงคลแก่คนพิการ องค์กรของคนพิการ และมีพระดำรัสให้ฝึกอบรมคนพิการให้ประดิษฐ์ “ดอกแก้วกัลยา”ด้วยตนเอง เพื่อเป็นอาชีพมีรายได้เลี้ยงตนเองและครอบครัว ผลิตภัณฑ์ดอกแก้วกัลยา มีหลายรูปแบบ อาทิ การจัดกระเช้า, ตะกร้า, แจกัน,ปากกา, สมุดโน้ต, ผ้าตัดเสื้อ, ช่อติดเสื้อ,ยาหม่อง, พิมเสน และพานพุ่ม ซึ่งผลิตโดยคนพิการรายได้จากการจำหน่ายนำไปสมทบทุนดอกแก้วกัลยา สำหรับเป็นทุนสนับสนุนและช่วยเหลือในการส่งเสริมและพัฒนาคนพิการในด้านต่างๆ เช่น ด้านอาชีพ การศึกษา การป้องกันความพิการ และการฟื้นฟูสมรรถภาพท่านที่สนใจสามารถสั่งซื้อดอกแก้วกัลยาได้ที่ “สำนักส่งเสริมอาชีพและพัฒนาคนพิการ”สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ถนนเทอดดำริ เขตดุสิตกรุงเทพฯ 10300 โทรศัพท์ 02-2412841, 02-2415125

อำพล เสนาณรงค์ องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ มอบโล่ให้กับบุคคลพิการตัวอย่าง

อำพล เสนาณรงค์ องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ มอบโล่ให้กับบุคคลพิการตัวอย่าง
อำพล เสนาณรงค์ องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ มอบโล่ให้กับบุคคลพิการตัวอย่าง

อำพล เสนาณรงค์ องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ มอบโล่ให้กับบุคคลพิการตัวอย่าง
วิไลวรรณ ลายถมยา ประธานคณะกรรมการฝ่ายคัดเลือกบุคคลพิการ
ทุกประเภท, วรกร ไหลหรั่ง บุคคลพิการตัวอย่าง

วิไลวรรณ ลายถมยา ประธานคณะกรรมการฝ่ายคัดเลือกบุคคลพิการ ทุกประเภท, วรกร ไหลหรั่ง บุคคลพิการตัวอย่าง

เลือกกระเช้าผักตบชวาและกระจูด ส่งต่อของขวัญปันความสุขสู่ชุมชนที่ห่างไกล

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/456212

เลือกกระเช้าผักตบชวาและกระจูด ส่งต่อของขวัญปันความสุขสู่ชุมชนที่ห่างไกล

วันอังคาร ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

บรรยากาศแห่งความสุขส่งท้ายปีกำลังวนกลับมาอีกครั้ง เชื่อว่าหลายๆ คนกำลังมองหาของขวัญชิ้นพิเศษสำหรับมอบให้กับคนที่รัก จะดีแค่ไหน ถ้า “การให้”สามารถสร้างความสุขและรอยยิ้มให้ชุมชนที่ห่างไกล ด้วยการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ในท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

กูร์เมต์ มาร์เก็ต และ โฮม เฟรชมาร์ท ขอชวนส่งต่อความสุขด้วยแรงบันดาลใจของการให้ไม่รู้จบ กับแคมเปญ “BlissfulHampers 2020” เทศกาลกระเช้าของขวัญซิกเนเจอร์ประจำปีของ กูร์เมต์ มาร์เก็ตโดยปีนี้จัดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ “Spreadthe Joy” แนวคิดของการสร้างคุณค่าและความหมายของ “การให้” แบบไม่รู้จบ“สุขใจทั้งผู้ให้ ผู้รับ พร้อมได้ปันความสุขสู่ชุมชน กับกระเช้าของขวัญคอลเลคชั่นสุดพิเศษที่ กูร์เมต์ มาร์เก็ต สร้างสรรค์ร่วมกับวิสาหกิจชุมชนหัตถกรรมท้องถิ่นอย่าง ชุมชนหัตถกรรมผักตบชวา บ้านสันป่าม่วง จังหวัดพะเยา และชุมชนหัตถกรรมกระจูด จังหวัดพัทลุง โดยได้ดึงเอาเอกลักษณ์และความสวยงามของหัตถกรรมไทยที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด ตั้งแต่คัดเลือกวัสดุคุณภาพจากท้องถิ่น สานด้วยมืออย่างประณีตโดยคนในชุมชนที่เชี่ยวชาญ นำมาดีไซน์ให้ดูร่วมสมัยมากยิ่งขึ้น จนได้เป็นกระเช้าจากวัสดุธรรมชาติ อย่าง กระเช้าของขวัญผักตบชวาและกระเช้าของขวัญกระจูด ที่มีเอกลักษณ์ โดดเด่น และสวยงาม ที่ภายในบรรจุด้วยสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่คัดสรรอย่างดีที่สุดจากทั่วทุกภาคของไทยและทั่วโลกของกูร์เมต์ มาร์เก็ต เหมาะสำหรับมอบเป็นของขวัญแด่คนที่รักในช่วงเวลาสุดพิเศษนี้และสำหรับคนที่อยากเพิ่มความโดดเด่น และสวยงามให้กับกระเช้า “Spread the Joy” ภายในงานมีบริการจุดตกแต่งช่อบูเกต์ดอกไม้สดหลากหลายรูปแบบ และยังมีกิจกรรมเพ้นท์ตัวอักษรลงบนกระเช้าซึ่งจะช่วยเพิ่มความพิเศษให้กับกระเช้าใบพิเศษของคุณ โดยจัดขึ้นทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ช่วงเวลา 11.00-19.00 น. ตลอดเดือนธันวาคมนี้โดยจุดตกแต่งนี้พร้อมให้บริการใน 3 สาขา ได้แก่ กูร์เมต์ มาร์เก็ต สาขาเอ็มโพเรียม,เอ็มควอเทียร์ และพารากอน

และเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้ายุคใหม่ งาน “Blissful Hampers 2020” ยังพร้อมให้บริการ เดลิเวอรี่เซอร์วิส โดยสามารถคลิกสั่งกระเช้าของขวัญออนไลน์ง่ายๆ ผ่านแอพพลิเคชั่นMCard Shop ทาง 3 ช่องทาง ได้แก่Website : http://www.mcardshop.com;Line@ : @mcardshop (มี @ ด้านหน้า)Facebook : https://www.facebook.com/mcardshop.th  เพียงเท่านี้ กระเช้าของขวัญจากชุมชนก็จะส่งตรงถึงคนที่คุณรัก และเมื่อสั่งกระเช้าออนไลน์กับ HappyFreshมูลค่า 1,500 บาทขึ้นไป จัดส่งฟรี เพียงใช้ CODE : THGMNY จากสาขาเอ็มควอเทียร์,พารากอน และเดอะมอลล์ ท่าพระ, งามวงศ์วาน, บางแค, บางกะปิ และพิเศษสำหรับสมาชิก M Card จัดส่งฟรี เมื่อซื้อกระเช้ามูลค่า 10,000 บาทขึ้นไป

นอกจากการเลือกซื้อกระเช้าของขวัญผ่านออนไลน์แล้ว ยังมีอีก 1 บริการสุดพิเศษ สำหรับลูกค้าที่ต้องการเลือกซื้อหรือดีไซน์การตกแต่งกระเช้าของขวัญในสไตล์ของตนเอง เป็น 1 เดียวในโลก ที่ไม่ซ้ำใคร จุด Gift & Wrap ยินดีให้บริการภายใต้การดูแลของพนักงานที่เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำแนะนำสำหรับกระเช้าที่ตรงตามความต้องการของลูกค้า

ในปีนี้ กระเช้าของขวัญ จึงไม่ใช่เพียงการส่งต่อความรักและปรารถนาดีสู่ผู้รับคนใดคนหนึ่งเท่านั้น เพราะเพียงเลือกซื้อกระเช้าของขวัญ นอกจากความสวยงาม คุ้มค่าแล้ว จะได้รู้สึกถึงคุณค่ากับการเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคม ผ่านการ “Spread The Joy” ส่งต่อของขวัญปันความสุขและรอยยิ้มสู่ชุมชนที่ห่างไกล ด้วยการสนับสนุนและส่งเสริมอาชีพ สร้างรายได้ในท้องถิ่นอย่างยั่งยืน ร่วมส่งต่อแรงบันดาลใจของการให้แบบไม่รู้จบได้ ในงาน “BlissfulHampers 2020” ตั้งแต่วันนี้-15 มกราคม 2563 ที่ กูร์เมต์ มาร์เก็ต และ โฮม เฟรช มาร์ท ทุกสาขา และสามารถเลือกชมแคตตาล็อกกระเช้าของขวัญจากวัสดุธรรมชาติจากชุมชนและอีกหลากหลายรูปแบบออนไลน์ได้ที่ www.gourmetmarketthailand.com/hamper2020 รวมถึง ติดตามความเคลื่อนไหวของกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟได้ก่อนใครที่ www.facebook.com/gourmetmarketthailand

หญิงไทยผู้ก่อตั้ง KogoPAY คว้ารางวัลชนะเลิศ Women in Tech Global Award Start Up 2019

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/456200

news_default

หญิงไทยผู้ก่อตั้ง KogoPAY คว้ารางวัลชนะเลิศ Women in Tech Global Award Start Up 2019

วันอังคาร ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.
ผู้หญิงไทยในประเทศอังกฤษ ดร.นริสา เชื้อวิดุล-ออ ได้รับรางวัลชนะเลิศ สาขา Women in Tech Global Award Start Up 2019 ด้วยโปรเจค KogoPAY ส่งเสริมให้คนรู้จักการแบ่งปันช่วยเหลือคนอื่นผ่านเทคโนโลยีและแอพพลิเคชั่นในโครงการ “Pay it Forward” พร้อมตั้งเป้าจัดงาน Women in Tech Summit Bangkok ในปี 2020 หวังเป็นแรงบันดาลใจให้เยาวชนโดยเฉพาะเด็กผู้หญิงในประเทศไทยให้ความสนใจและทำงานด้านเทคโนโลยีมากขึ้น

ดร.นริสา เชื้อวิดุล-ออ ทำงานอยู่ที่ประเทศอังกฤษกว่า 20 ปี มีความสนใจในเรื่องของ Blockchain, Distributed Ledger Technology, AI, Data Analytics, และ Mobile Payment จึงได้นำเอาเทคโนโลยีนวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้ และก่อตั้งเป็นบริษัท Start UP ทำโปรเจค KogoPAY ซึ่งไม่ใช่ทำเพื่อกำไรอย่างเดียว แต่ได้ส่งเสริมให้คนรู้จักการแบ่งปันช่วยเหลือคนอื่นผ่านเทคโนโลยีและแอพพลิเคชั่นในโครงการ “Pay it Forward” และจากความพยายามที่ตั้งใจทำสิ่งเหล่านี้ ในเดือนตุลาคม 2562 ที่ผ่านมา จึงได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 25 บริษัทฟินเทคที่อยู่ในประเทศอังกฤษ ได้เข้าร่วม Mayor of London’s Accelerator Programme รวมถึงได้ถูกเสนอชื่อเข้ารับรางวัล Women in Tech Global Award 2019 ในสาขา Start Up จากคนทั่วโลก โดย ดร.นริสา ได้รับเลือกเป็น 1 ใน 3 คนที่เป็น finalists อีกสองคนมาจากประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) และ เยอรมนี  โดยการประกาศผลรางวัลดังกล่าวได้จัดขึ้นที่พระราชวัง Foz เมือง Lisbon ประเทศโปรตุเกส

ทั้งนี้ KogoPAY เป็นบริษัท Start UP โมบายเพย์เมนท์ ที่จะเปิดตัวที่อังกฤษ และยุโรปในต้นปีหน้า ฟังค์ชั่นหลักของ KogoPAY  คือการจ่ายเงินผ่านมือถือทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ และการใช้ QR Code Payment ในการจ่ายเงิน โดย KogoPAY ต้องการเป็นบริษัทฟินเทคบริษัทแรกที่จะนำการใช้ QR Code Payment มาใช้ที่อังกฤษและยุโรป โดยจะเน้นที่กลุ่มเป้าหมาย 6 กลุ่มก่อน คือคนไทยส่งเงินกลับไปให้ครอบครัวที่ไทย, ร้านเล็กๆ ที่เปิดในตลาดที่ยังใช้เงินสดอยู่, งานเฟสติวัลต่างๆ, ร้านอาหารไทย, วัดและโบสถ์ที่คนยังบริจาคเงินเป็นเงินสด และการจ่ายเงินช่วย homeless

ดร.นริสา เชื้อวิดุล-ออ เผยว่า “รู้สึกดีใจมากที่ได้สร้างชื่อให้ประเทศไทย อยากเป็นแรงบันดาลใจให้เยาวชน โดยเฉพาะเด็กผู้หญิงในประเทศไทยให้หันมาสนใจในเรื่องเทคโนโลยี เช่น coding ง่ายๆ , AI, data analytics เป็นต้น และสนับสนุนผู้หญิงไทยที่ทำงานในด้านเทคโนโลยีให้ลองมาแข่งขันในงานระดับโลก เพราะคนไทยเราสู้ต่างชาติได้แน่นอนและอยากจัดงาน Women in Tech Summit Bangkok ในปี 2020 โดยเชิญผู้หญิงเก่งๆ เช่น Dr.Cara ผู้บริหารระดับสูงของไมโครซอฟท์จากเนเธอร์แลนด์ Dr. Lena Okajima CEO และ Founder จากญี่ปุ่น ที่จบปริญญาเอก จากมหาวิทยาลัยโตเกียวด้านดาราศาสตร์ ซึ่งเธอมีบริษัทที่ยิง satellites ขึ้นไปบนอวกาศเพื่อไปสร้าง shooting stars เพื่อความบันเทิง และเพื่อเก็บข้อมูลเอามาวิเคราะห์เรื่อง climate change แล้วอีกคน คือ Mrs.Corinne Vigreux จากเนเธอร์แลนด์ ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Tom Tom และซอฟแวร์แผนที่การเดินทางในรถยนต์ รวมถึงอีกหลายๆ คนที่มีความสามารถไปร่วมสัมมนาที่ไทย เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงไทย และอาจมีการมอบรางวัลให้ผู้หญิงที่สร้างชื่อเสียงในด้านเทคโนโลยี ที่ไม่ใช่เพื่อธุรกิจอย่างเดียวแต่มีการช่วยเหลือผู้อื่น หรือเพื่อช่วยสร้างโลกให้น่าอยู่มากขึ้นค่ะ”

ดร.นริสา เชื้อวิดุล- ออ ชื่อเล่น กิ๊ก จบการศึกษาระดับปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัย London School of Economics and Political Science (LSE)  ทำงานอยู่ที่ประเทศอังกฤษ โดยสอนหนังสือในมหาวิทยาลัย และทำงานในบริษัทเอกชนทางด้านการเงินและการตรวจสอบบัญชี ดร.นริสา มีความสนใจในเรื่องเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ตั้งแต่สมัยเป็นนักศึกษา ตอนที่ดอทคอม เว็บไซต์ กำลังเริ่มเป็นที่สนใจในพ.ศ.2542  ดร.นริสา เป็นคนไทยคนแรกที่ทำเว็บไซต์ ThaiSmile เพื่อให้ข้อมูลคนต่างชาติเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย รวมทั้งการค้นหาร้านอาหารไทยในประเทศอังกฤษ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานกรุงลอนดอน ได้ใช้เว็บไซต์ ThaiSmile เป็นเว็บไซต์ทางการของ ททท. ที่อังกฤษอยู่หลายปี

สัมผัสมนต์เสน่ห์ ‘ฟุคุอิ เมืองแห่งอาหาร 2019’

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/456199

สัมผัสมนต์เสน่ห์ ‘ฟุคุอิ เมืองแห่งอาหาร 2019’

วันอังคาร ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

จังหวัดฟุคุอิ ประเทศญี่ปุ่น จัด “งานเลี้ยงธุรกิจและนำเสนอวัฒนธรรมอาหาร ฟุคุอิ เมืองแห่งอาหาร 2019”  โดยได้รับเกีรยติจาก นายซากุระโมโต  รองผู้ว่าการจังหวัดฟุคุอิ  เป็นประธานเปิดงาน ณ โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ (The Okura Prestige) ห้อง Grand Ballroom ชั้น 3  กรุงเทพฯ จัดขึ้นเพื่อสนับสนุนพร้อมเผยแพร่วัฒนธรรมประเพณี วิถีชีวิตอันดีงามที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ของเมืองฟุคุอิ ประเทศญี่ปุ่น ตลอดจนส่งเสริมการขาย และสนับสนุนการท่องเที่ยว และเศรษฐกิจระดับของภูมิภาคของเมืองฟุคุอิ

สำหรับเมืองฟุคุอิ (Fukui) เป็นจังหวัดที่อยู่ตอนบนของเกียวโต ซึ่งหันหน้าออกสู่ทะเลญี่ปุ่นอันยิ่งใหญ่ รายล้อมด้วยธรรมชาติ และโอมล้อมด้วยขุนเขา เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์แห่งด้วยสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์และสถานที่ท่องเที่ยวที่อบอวลด้วยกลิ่นอายแห่งประวัติศาสตร์ และเมืองฟุคุอิ ยังได้ขึ้นชื่อว่าเป็น ขุมสมบัติแห่งอาหารเลิศรส

ภายในงานได้ยกขบวนวัตถุดิบอันเลื่องชื่อจากเมืองฟุคุอิ ประเทศญี่ปุ่น มาให้สัมผัสรสชาติกันถึงที่ด้วยเมนูอาหารไฮไลท์ อาทิ “ปูเอจิเซ็น” ที่ถือว่าเด็ดที่สุด จนได้รับขนานนามว่า เป็นราชาแห่งในช่วงฤดูหนาว, “กุ้งเอจิเซ็น” เป็นกุ้งที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นกุ้งที่หวานมากและได้รับความนิยมมากเช่นกัน, “โซบะชาเขียว” ที่มีเคล็ดลับความอร่อยอยู่ที่ความสดใหม่, “มะเขือเทศทับทิมโคชิ หรือน้ำสลัดมะเขือเทศ เป็นที่ชื่นชอบตั้งแต่เด็กถึงผู้สูงอายุ, ข้าวฟุคุอิ, ซูชิซาบะ, ซูชิปลาไหล, เยลลี่สดจากดอกบ๊วย, ไดฟุกุครีมไส้สตอเบอร์รี่ ตลอดจนอีกหลากหลายเมนู ส่งตรงจากเมืองฟุคุอิ ประเทศญี่ปุ่น

เสิร์ฟความสวยส่งตรงจากอิตาลี OWAY ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมออร์แกนิก

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/456202

เสิร์ฟความสวยส่งตรงจากอิตาลี OWAY ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมออร์แกนิก

วันอังคาร ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.
ด้วยเทรนด์สุขภาพมาแรงแบบสุดๆ ในปีนี้ก็ไม่เว้นแม้แต่ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม บริษัท สิริชญา จำกัด จึงได้นำ OWAY (โอเวย์-ORGANIC WAY) ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมออร์แกนิกแท้จากอิตาลี สำหรับซาลอนและสปา ซึ่งเป็นที่นิยมอันดับ 1 ในอเมริกา ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย มาจัดงานเปิดตัวพร้อมแนะเทรนด์สีผม ปี 2020 และเทคนิคการตัดแต่งทรง โดยทีมแฮร์ สไตลิสต์จาก Bluetit (บลูทิต) แฮร์ ซาลอน ชั้นนำระดับโลกจากลอนดอน ซึ่งดูแลเส้นผมของคนดังมากมาย บินมาจัดแสดงในไทยเป็นที่แรกในเอเชีย นอกจากนี้ ยังมีช่างผมจากแฮร์ ซาลอน ชั้นนำของไทยเข้าร่วมงาน  ณ โรงแรมเดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ

มร.เดคลัน ฮาเวิร์ธ (Mr.Declan Haworth) คัลเลอร์ ไดเรกเตอร์ ของ Bluetit แฮร์ ซาลอน เผยเทรนด์ สีผมปี 2020 ว่า ไม่เฉพาะแต่คนไทยที่สนุกกับการเปลี่ยนสีผม คนทั่วโลกก็สนุกกับการได้เปลี่ยนสไตล์ผมและเปลี่ยนสีผมเช่นกัน เทรนด์สีผมในปี 2020 จะเปลี่ยนจากโทนสีหม่นๆ  สีขี้เถ้า สู่สีที่เป็นธรรมชาติ เช่น สีเบจ สีทอง  ในขณะที่สีสันแฟชั่นบนแคทวอล์ค จะเน้นสีอ่อนพาสเทลแววๆ อย่างสีครีมไข่มุก ชมพูมุก

นอกจากนี้ ยังได้เห็นสีทองแดงที่ยังคงมาแรง ในโทนประกายทองมากขึ้น สำหรับผมสีเข้มจะหันมาทำสีน้ำตาลเอ็กซ์เพรสโซ สีน้ำตาลเข้มและสีม่วง ซึ่งเป็นสีที่น่าสนใจให้ความรู้สึกอบอุ่นละมุนๆ เป็นสีกลาง ๆ  ทั้งนี้การเลือกเปลี่ยนสีผมควรคำนึงถึงสีผิวของเราด้วยเช่นกัน สีผิวชาวเอเชีย อาจไม่เหมาะกับโทนสีเขียว   สีฟ้าหรือทองจัดๆ เพราะจะทำให้หน้าตาดูเหมือนคนป่วย

ปัจจุบันผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผมออร์แกนิกเป็นทางเลือกที่จะช่วยให้สวยได้อย่างปลอดภัย OWAY เป็น     ออร์แกนิกแท้ ตั้งแต่ขั้นตอนการปลูกจนถึงการผลิตออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกเฉลี่ย 98%  ห่างไกลจากมะเร็ง ปลอดภัยต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม ที่สำคัญต่างจากผลิตภัณฑ์อื่นๆ ด้วยความที่ใช้ง่ายได้ผลจริงกับผมคนเอเชีย มีร่วมร้อยเฉดสีให้เลือกสรร ติดทน ไม่หลุดง่าย  มีความเงางาม เพราะเป็นสี  ที่สกัดจาก essential ของพืชที่ปลูกด้วยวิธีการไบโอไดนามิก คือ ไร้สารเคมีโดยสิ้นเชิง ดังนั้น OWAY ทุกตัวรวมทั้งสารฟอกสีผม จึงสามารถซึมไปบำรุงในเกล็ดผมได้เร็วและลึกล้ำ แม้นานวันสีผมออร์แกนิกก็ยังคงโทนสีไว้อาจอ่อนจางลง แต่สำหรับสีผมที่ทำจากสารเคมี สีจะเพี้ยนจากสีเดิมที่ทำไว้ บางครั้งเปลี่ยนถึงขั้นจากสีแดงเป็นสีเขียวได้เลย”

OWAY ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมออร์แกนิกแท้จากอิตาลี ประกอบด้วย กลุ่มผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผม เป็นการเปลี่ยนสีผมอย่างปลอดภัย ไร้แอมโมเนีย กลุ่มผลิตภัณฑ์ผมดัด เพื่อมอบความยืดหยุ่น อยู่ทรง และบำรุงผมหยิกต่อสู้ผมชี้ฟู กลุ่มผลิตภัณฑ์ทรีตเมนต์ ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาของหนังศีรษะและเส้นผม เช่น ปัญหาผมร่วง รังแค หรือปัญหาจากการทำเคมีผมมากเกินไป ทั้งยังมีผลิตภัณฑ์สำหรับดูแลด้วยตัวเองที่บ้าน บรรจุในขวดแก้วและหลอดอะลูมิเนียม ปลอดจากพลาสติก เพื่อตอกย้ำความเชื่อของ OWAY ที่ว่า The Organic Way of LIFE ความงาม ธรรมชาติและจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมสามารถเกิดขึ้นพร้อมกันได้

พบกับ OWAY ได้ที่แฮร์ ซาลอน ชั้นนำทั่วประเทศที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ green salon สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร.098-889-0799 ไอดีไลน์ @OWAYthailand หรือ http://www.facebook.com/OWAYthailand

แพทย์ รพ.ราชวิถี เตือนคนไทยระวัง ‘มะเร็งตับ’ คร่าชีวิต

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/456203

แพทย์ รพ.ราชวิถี เตือนคนไทยระวัง ‘มะเร็งตับ’ คร่าชีวิต

วันอังคาร ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

“มะเร็งตับ”  เป็นโรคที่มีความสำคัญที่พบได้บ่อยในประชากรทั่วโลกและเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้มากที่สุดอีกโรค  ซึ่งคร่าชีวิตคนไทยมานานแล้ว ปัจจุบันมะเร็งตับพบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง สาเหตุสำคัญมาจากไวรัสตับอักเสบบี ไวรัสตับอักเสบซี การดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ และภาวะอ้วน หากตรวจพบช้ามีโอกาสเสียชีวิตภายในไม่กี่เดือน ทั้งนี้ผู้ป่วยโรคมะเร็งตับในระยะแรกมักไม่ค่อยมีอาการแสดง กว่าจะได้รับการวินิจฉัยครั้งแรกก็มักอยู่ในระยะท้ายของโรคแล้ว เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญต้องรู้เท่าทัน  หมั่นตรวจเช็ค   ดูแลสุขภาพตัวเอง และคนใกล้ชิด

นายแพทย์กนกพจน์  จันทร์ภิวัฒน์ นายแพทย์ชำนาญการ งานโรคทางเดินอาหาร  โรงพยาบาลราชวิถี เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ในปัจจุบัน โรคมะเร็งถือว่าเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของไทย ซึ่งข้อมูลล่าสุดจากกระทรวงสาธารณสุข พบว่าคนไทยเสียชีวิตจากโรคมะเร็งประมาณ 60,000 คนต่อปี หรือเฉลี่ยชั่วโมงละเกือบ 8 ราย โดยมีสาเหตุการเสียชีวิตจากโรคมะเร็ง 5 อันดับแรก ได้แก่ มะเร็งตับและท่อน้ำดี มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก และมะเร็งปากมดลูก จากสถิติมะเร็งตับฯ คือการตายอันดับ 1 พบมากเป็นอันดับ 1 ในเพศชาย และอันดับที่ 3 ของเพศหญิง

“ตับ” เป็นอวัยวะสำคัญที่ช่วยกำจัดสารพิษและของเสีย ผลิตน้ำดีในการย่อยอาหาร ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด สร้างและเก็บสะสมแป้งและไขมันเพื่อเป็นพลังงาน รักษาสมดุลในร่างกาย ดังนั้น เมื่อเซลล์บริเวณตับมีลักษณะหรือการทำงานผิดปกติแล้วพัฒนาเป็นมะเร็งในที่สุด ซึ่งมักเกิดจากการที่ตับอักเสบพัฒนาไปเป็นตับแข็งและเซลล์ตับแข็งพัฒนาเป็นเซลล์มะเร็งตับ ผู้ป่วยโรคมะเร็งตับมักไม่แสดงอาการจนกว่าจะมีขนาดใหญ่ขึ้น มีการแพร่กระจาย และมีภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ของโรคมะเร็งตับ ซึ่งเป็นระยะที่ยากต่อการรักษา

สาเหตุของมะเร็งตับ เกิดจากภาวะตับแข็งที่มาจากสาเหตุต่างๆ ได้แก่ การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบเรื้อรังทั้งบีและซี การดื่มแอลกอฮอล์ ไขมันเกาะตับ โรคเบาหวาน โรคอ้วน ทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่เป็นเหตุที่ทำให้เป็นโรคมะเร็งตับได้ โดยโรคมะเร็งตับมักไม่มีสัญญาณหรืออาการบ่งบอกในระยะแรก จนพัฒนาถึงขั้นแสดงอาการจึงจะสังเกตได้ดังนี้ คือ

น้ำหนักลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ ไม่อยากอาหาร รู้สึกอิ่มแม้รับประทานไปเพียงเล็กน้อย คลื่นไส้ อาเจียน เจ็บช่องท้องส่วนบน โดยมักจะปวดบริเวณด้านขวา มีอาการบวมที่ช่องท้องหรือคลำพบก้อนใต้ชายโครงด้านขวา เนื่องจากตับโต  เมื่อคลำพบก้อนที่ชายโครงด้านซ้ายเนื่องจากม้ามโต ผิวหนังและตาเหลือง (ดีซ่าน) อุจจาระอาจมีสีซีดลง อ่อนแรงและเหนื่อยล้า อาการคันตามร่างกาย  และไข้เรื้อรัง

การวินิจฉัยก่อนที่จะสาย การตรวจมะเร็งตับสามารถทำได้หลายวิธี คือ 1.การตรวจเลือดเพื่อตรวจมะเร็งตับ เป็นวิธีตรวจหาค่าโปรตีนที่ผลิตจากเนื้องอกตับ สามารถตรวจหามะเร็งตับในผู้ป่วยได้ถึง 70 เปอร์เซ็นต์ โดยผู้ป่วยโรคมะเร็งตับจะมีค่ามะเร็งตับ (AFP) สูงกว่าปกติ 2.การถ่ายภาพตับ การวินิจฉัยด้วยเครื่องอัลตราซาวน์ เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ หรือซีทีสแกน (CT scan) หรือเครื่องสร้างภาพด้วยสนามแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI)  3.การเจาะชิ้นเนื้อตับ ทำได้โดยการเก็บตัวอย่างจากก้อนที่สงสัยที่ตับเพื่อส่งตรวจเพิ่มเติมว่าจะเป็นเซลล์มะเร็งหรือไม่ ในกรณีที่ผลตรวจการถ่ายภาพและการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ระบุแน่นอนแล้วว่าเป็นมะเร็งตับก็ไม่มีความจำเป็นใด ๆ ที่ต้องเจาะชิ้นเนื้อตับเพื่อตรวจอีก

การรักษาโรคมะเร็งตับ แพทย์จะให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการรักษาที่ทำได้ โดยพิจารณาจากสุขภาพของผู้ป่วย ระยะของโรคมะเร็งตับ ขนาดของก้อนมะเร็ง  จำนวนของก้อนมะเร็ง ค่าการทำงานของตับ  โดยมีวิธีการรักษา ดังต่อไปนี้

1.การผ่าตัด  ในระยะเริ่มแรก เมื่อเนื้องอกยังมีขนาดเล็กและอยู่ในส่วนเล็กๆ ของตับ การรักษาสามารถทำได้โดยการผ่าตัดเอาเนื้อส่วนที่มีมะเร็งออก หรือตัดตับบางส่วน 2.การผ่าตัดเปลี่ยนตับ  วิธีนี้สามารถใช้รักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งตับระยะเริ่มแรกที่มีเนื้องอกขนาดเล็กและมีจำนวนไม่มาก  3.รังสีรักษา  การรักษาด้วยการฉายรังสีพลังงานสูง เช่น รังสีเอกซเรย์และโปรตอนตรงไปยังเซลล์เพื่อทำลายเซลล์มะเร็งและทำให้เนื้องอกหดตัวเล็กลง  4.เคมีบำบัด  การให้ยารับประทานหรือฉีดยาฆ่าเซลล์มะเร็งไปยังหลอดเลือดดำหรือหลอดเลือดแดง  5.Ablative Therapy การฆ่าเซลล์มะเร็งโดยการฉีดสารเข้าไปที่เนื้อร้ายโดยตรง สารที่ใช้ฉีดอาจเป็นความร้อน เลเซอร์ กรด หรือแอลกอฮอล์ชนิดพิเศษ หรืออาจใช้คลื่นวิทยุก็ได้

6.การให้ยาเจาะจงเซลล์มะเร็ง เป็นวิธีการใช้ยาเพื่อชะลอหรือยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งตับ โดยเจาะจงกับเซลล์ที่มีความผิดปกติมากขึ้นกว่าการทำเคมีบำบัดทั่วไป

อย่างไรก็ตาม การป้องกันโรคมะเร็งตับ  โดยลดปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ที่อาจก่อให้เกิดมะเร็งตับโรคตับแข็งที่สัมพันธ์กับมะเร็งตับ การป้องกันมะเร็งตับจึงควรลดปัจจัยที่นำไปสู่โรคตับแข็งด้วย เช่น งดดื่มแอลกอฮอล์ หมั่นออกกำลังกาย ควบคุมน้ำหนักไม่ให้มากเกินไปโดยรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ และลดปริมาณไขมันที่บริโภค และการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี และไวรัสตับอักเสบ ซี การป้องกัน ทำได้ด้วยการฉีดวัคซีน ส่วนไวรัสตับอักเสบ ซี ในปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนเพื่อป้องกันการติดเชื้อ ควรหลีกเลี่ยงการติดต่อเชื้อทั้ง 2 ชนิดจากผู้อื่นทำได้โดยการสร้างสุขอนามัยที่ดี เช่น ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์กับคู่นอนที่เสี่ยงติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี และซี  ไม่ใช้เข็มฉีดยา หรือเข็มที่ใช้สักลายตามร่างกายร่วมกับผู้อื่น

มะเร็งตับไม่ใช่โรคไกลตัวอย่างที่หลายคนเข้าใจ นอกจากการดูแลสุขภาพด้วยการทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายเป็นประจำ พักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่างๆแล้วนั้น การตรวจสุขภาพเป็นประจำ คือสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะการตรวจไวรัสตับอักเสบบีและซี รวมถึงเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ จะสามารถช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งตับได้เป็นอย่างดี

ทั้งนี้ โรงพยาบาลราชวิถี รักษาผู้ป่วยมะเร็งตับและมีผู้ป่วยมะเร็งฯ ที่ส่งต่อมาจากโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศจำนวนมาก  แต่ด้วยข้อจำกัดของพื้นที่ บุคลากรทางการแพทย์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ ทำให้ผู้ป่วยมะเร็งที่จำเป็นต้องรักษาอาจต้องรอคิวการรักษายาวนาน ซึ่งการรอเพื่อรับการรักษาในผู้ป่วยโรคมะเร็งเหล่านี้ เป็นปัญหาสำคัญ หากผู้ป่วยได้รับการรักษาเร็วโอกาสที่จะหาย  สามารถกลับไปใช้ชีวิตอย่างปกติ และมีคุณภาพชีวิตที่ดี

ดังนั้น จึงขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธามาร่วมต่อชีวิตให้กับผู้ป่วยที่รอโอกาสทางการรักษาโรคมะเร็ง ใน “กองทุนพิชิตมะเร็ง มูลนิธิรพ.ราชวิถี” โดยสามารถร่วมบริจาคได้ที่บัญชี “มูลนิธิโรงพยาบาลราชวิถี” หมายเลขบัญชี 0512163221 ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาโรงพยาบาลราชวิถี หรือสอบถามโทร. 02-3547997-9หรือ http://www.rajavithifoundation.com