มหัศจรรย์ประดับประดาแสงไฟ อลังการขบวนต้นคริสต์มาสเอกลักษณ์ไทย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/456221

มหัศจรรย์ประดับประดาแสงไฟ อลังการขบวนต้นคริสต์มาสเอกลักษณ์ไทย

วันอังคาร ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

เปิดงาน ICONSIAM presents Bangkok Illumination 2019 โดย นภินทร ศรีสรรพางค์ ผช.รมต.ประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, สุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล ไอคอนสยาม และ สุรัตน์ ลีลาทวีวัฒน์ กสิกรไทย

ไอคอนสยาม สัญลักษณ์แห่งความรุ่งโรจน์ของไทย แลนด์มาร์คแห่งใหม่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ร่วมกับ บริษัท ดิไอคอนสยาม เรสซิเดนซ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด และ บริษัท ดิไอคอนสยาม ซูเปอร์ลักซ์ เรสซิเดนซ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด พร้อมด้วย ธนาคารกสิกรไทยจัดงาน “Bangkok Illumination 2019” (แบงคอก อิลลูมิเนชั่น 2019) เนรมิตพื้นที่ริเวอร์พาร์ค ริมน้ำเจ้าพระยา ให้เป็นดินแดนแห่งความสุข สุดตระการตามหัศจรรย์ประดับประดาแสงไฟและขบวนต้นคริสต์มาสที่ยาวที่สุดริมน้ำเจ้าพระยา ซึ่งมีความโดดเด่นในการออกแบบผ่านแรงบันดาลใจจากเรื่องราวที่เป็นอัตลักษณ์ของไทยจากสถาปัตยกรรมของพระปรางค์วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหารซึ่งในสมัยกรุงธนบุรีเป็นราชธานี วัดอรุณราชวราราม ถือเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองที่สำคัญที่มีความวิจิตรงดงาม นำมาผสมผสานลวดลายไทยมาไว้บนต้นคริสต์มาสที่ริมน้ำพระเจ้าพระยาประดับตกแต่งไฟสวยงาม เฉิดฉายโดดเด่นสูงตระหง่านกว่า 22 เมตร ณ ริเวอร์พาร์คภายใต้คอนเซ็ปต์ “Glory of ICONSIAM” เพื่อเฉลิมฉลองต้อนรับเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ที่จะมาถึงนี้ ตอกย้ำความเป็นแลนด์มาร์คระดับโลกที่รวมจุดหมายปลายทางที่รวมสิ่งที่ดีที่สุดของไทยและสิ่งที่ดีที่สุดของโลกเข้าไว้ด้วยกันในที่เดียวได้อย่างแท้จริง ทำให้แม่น้ำเจ้าพระยาสายประวัติศาสตร์กลายเป็น Global Destination จุดหมายปลายทางที่ทุกคนทั่วโลกต้องมาเยือน ระหว่างนี้จนถึงวันที่ 5 มกราคม 2563 ณ ไอคอนสยาม ถนนเจริญนคร โดยมี นภินทร ศรีสรรพางค์ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธี พร้อมเหล่าเซเลบริตี้และศิลปินดารา อาทิ สกาย-วงศ์รวี นทีธร,ณัฏฐิ์ประภา ชุณหะวัณ, กนกรส กิตติขจร, ศรัณย์ภัค เพ็ญชาติ, หฤทัย ไชยันต์ ณ อยุธยา และ จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา เข้าร่วมงาน ณ ริเวอร์พาร์ค ไอคอนสยาม

สุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด กล่าวว่า“งานนี้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อส่งเสริมกิจกรรมการจัดแสดงงานด้านศิลปะร่วมสมัยที่ผสมผสานงานออกแบบลวดลายศิลปะไทยอันเป็นเอกลักษณ์ของชาติเข้าด้วยกัน รวมทั้งเผยแพร่ศิลปะวัฒนธรรมอันโดดเด่นของประเทศไทยในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติอย่างแพร่หลายในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ นอกจากนั้นยังเป็นการตอกย้ำสถานภาพของกรุงเทพฯ ในฐานะจุดหมายปลายทาง ที่เป็น“สุดยอดของโลก” แห่งหนึ่ง ด้วยการนำเสนอปรากฏการณ์ที่เป็น “ครั้งแรกในโลก” และ“ครั้งแรกในประเทศไทย” มาไว้ด้วยกัน ตระการตาไปกับขบวนต้นคริสต์มาสเอกลักษณ์ไทยที่ประดับตกแต่งสุดอลังการ ประกอบด้วยสีทอง สีเงิน และสีพิงค์โกลด์ ที่โดดเด่นด้วยความสูงกว่า 22 เมตร ตั้งเด่นเปล่งประกายส่องแสงสว่างไสวริมแม่เจ้าพระยา สร้างมหาปรากฏการณ์ครั้งใหม่ให้แก่นักท่องเที่ยว ต้อนรับเทศกาลเซเลเบรชั่นที่ ริเวอร์พาร์ค เพื่อมอบความสุขให้แก่ลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงนี้

นอกจากนี้ ไอคอนสยาม ยังเปิดการแสดงระบำสายน้ำประกอบแสงสีเสียงยาวที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ “ICONIC Multimedia Water Features” (ไอคอนิก มัลติมีเดีย วอเตอร์ ฟีเจอร์) ความยาวกว่า 400 เมตร ผสมผสานแสง สี เสียง สุดยิ่งใหญ่ตระการตา เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายวันละ 4 รอบ ได้แก่ เวลา16.30 น., 18.30 น., 20.00 น. และ 21.30 น.ณ ริเวอร์พาร์ค ไอคอนสยาม อีกด้วย

งานแฟร์แชริตี้ส่งท้ายปีที่’ตลาดเทใจ’ ระดมทุนจัดหาของขวัญให้เด็กป่วย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/456205

งานแฟร์แชริตี้ส่งท้ายปีที่’ตลาดเทใจ’ ระดมทุนจัดหาของขวัญให้เด็กป่วย

วันอังคาร ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

เพื่อต้อนรับ ปี 2563 เทศกาลแห่งความสนุกสุขสันต์ที่จะเริ่มต้นขึ้น งานสังสรรค์ปาร์ตี้มาพร้อมกับกล่องของขวัญสีสันสวยงามสดใส หากในอีกมุมหนึ่ง มีเด็กๆที่ไม่ได้ร่วมเฉลิมฉลองเพราะสาเหตุของความเจ็บป่วยต้องนอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ดังนั้นเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้น้องๆเหล่านั้น โครงการดีๆเพื่อสังคมจึงเกิดขึ้นที่ แบมบีนี่ วิลล่า (Bambini Villa) กับกิจกรรมตลาดนัดการกุศล “ของขวัญปีใหม่ ส่งใจให้เด็กป่วย 2563” ที่ตลาดเทใจ ให้ทุกคนได้ร่วมทำบุญอิ่มอกอิ่มใจส่งท้ายปลายปี

กิจกรรม “ของขวัญปีใหม่ ส่งใจให้เด็กป่วย 2563” โดย แบมบีนี่ วิลล่า ร่วมกับ เทใจดอทคอม (www.taejai.com) แพล็ตฟอร์มระดมทุนเพื่อสังคม โดย เอด้า จิรไพศาลกุล อาสาทำหน้าที่เชื่อมโยงเป็น “ผู้ให้” ด้วยการร่วมกันจัดกิจกรรมระดมทุนหาของขวัญ ให้แก่เด็กป่วยเรื้อรังใน 9 โรงพยาบาล ได้แก่   โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า,  โรงพยาบาลรามาธิบดี,  สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี, ศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ ชลประทาน มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ,โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ,โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช ,โรงพยาบาลราชวิถี,โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ และโรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งเทใจดอทคอมตั้งเป้าของขวัญ จำนวน 3,000 ชิ้น สำหรับเทศกาลปีใหม่นี้

ณพวงศ์ สนิทวงศ์ฯ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท วงศ์กุลศรา เอสเตท จำกัด กล่าวถึงกิจกรรมเพื่อสังคมที่กำลังจะเกิดขึ้นว่า นับเป็นการตอกย้ำความเป็นศูนย์การค้าแห่งแรกที่ ชูจุดเด่นในเรื่องการให้ความสำคัญกับเด็กและครอบครัว และถือเป็น “The First Community Mall for Families in the Heart of Bangkok” คอมมูนิตี้มอลล์ที่ชูจุดเด่นสถาบันเรียนพิเศษชั้นนำจากนานาชาติสำหรับเด็ก ครบครันด้วยร้านค้าคอนเซ็ปต์ใหม่ ร้านอาหาร ร้านบริการเสริมสวยที่มีบริการทั้งเด็กและผู้ใหญ่ สร้างจิ๊กซอว์ตอบโจทย์ City Family Lifestyle ของคนยุคใหม่ และสอดคล้องกับการจัดแชริตี้แฟร์ “ตลาดเทใจ” ที่สร้างสรรค์พื้นที่ระดมทุนให้แก่องค์กรเพื่อสังคมซึ่งตั้งแต่เปิดตัวศูนย์การค้าแบมบีนี่ วิลล่า เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา มีการจัดงานเพื่อสังคมขึ้นเป็นประจำ ในรูปแบบกิจกรรมที่ครีเอทไม่ซ้ำกัน สำหรับสุดสัปดาห์ปลายเดือนพฤศจิกายนนี้  จะจัดตลาดนัดการกุศลกลางคอมมูนิตี้มอลล์สุดเก๋  “ตลาดเทใจ” โดยคนดังใจดี ปริชญ์ รังสิมานนท์ เจ้าของธุรกิจ Carenation ระดมร้านค้ากว่า เทใจกันมาช่วยระดมทุนเพื่อมอบของขวัญที่จะทำให้เด็กป่วยยิ้มได้แม้ป่วยอยู่ในโรงพยาบาล โดยขอเชิญชวนคุณพ่อคุณแม่ จูงลูกๆพาคุณหนูๆ มาเที่ยวมาช้อปปิ้ง สินค้าเก๋ๆ ชิคๆ ทั้งมือหนึ่ง มือสอง, ขนมเบเกอรี่, อาหารโฮมเมด, งานศิลปะ, ผลิตภัณฑ์ของเล่นไม้สำหรับเด็ก, กระเป๋าผ้าที่วาดโดยเด็กพิการทางการเคลื่อนไหว สนุกสนานกับซุ้มกิจกรรมถ่ายภาพโพราลอยด์ และทำกรอบรูป DIY, ซุ้มวาดภาพเหมือนการ์ตูน โดย อ.ขวด เดลินิวส์ กิจกรรมครบทุกความสนุกสนานสำหรับทุกคนในครอบครัว

นอกจากนี้ยังได้พบกับ “ปัญญา คาเฟ่” ร้านกาแฟสร้างอาชีพให้แก่ผู้พิการได้ภูมิใจว่า เขาสามารถทำงานมีเงินเดือน ไม่เป็นภาระของสังคม “จิ้น”-ถกลรัตน์ โปร่งสุวรรณ หนุ่มดาวน์ซินโดรม วัย 29 ปี บาริสต้าอารมณ์ดี จินชงเองทุกแก้ว หวานมาก-หวานน้อย แค่ลูกค้าสั่งก็ทำได้หมด หรือใครอยากชิมขนมร้าน“กิจโตเกียว” งานนี้น้องกิจยกร้านจากท่าน้ำปากเกร็ด “น้องกิจ” ดนิษฐ์ แซ่อ้าย พ่อค้าวัย 14 ปี จะมาทำโตเกียวด้วยเอกลักษณ์ยิ้มแย้มแจ่มใสให้ชิมกันครบทุกรส โตเกียวของกิจมีอยู่ 5 ไส้ คือ “ไส้หวาน พริกเผา หมู ไส้กรอก และไข่” ทุกไส้ราคาเดียวคือ 10 บาท อีกร้านของคนสู้ชีวิต “ดำน้ำแข็งไส” นันภิวัฒน์ เกษมชัยสกุล หลายคนได้รู้จักคุณพ่อยอดนักสู้ที่เข็นรถน้ำแข็งไสย่านราษฎร์บูรณะไปขายพร้อมกับลูกพิการ  ชิมน้ำแข็งไสรวมมิตร ที่มีเครื่องให้เลือกหลากหลายทั้งข้าวโพด มันเชื่อม ขนมปัง เฉาก๊วยหวานกรอบอร่อย ให้คนใจบุญช่วยกันอุดหนุนระดมทุนซื้อของขวัญให้เด็กป่วยรับปีใหม่

อีกความพิเศษในงานนี้ มีการคัดสรรนักพยากรณ์ดังผู้เชี่ยวชาญในศาสตร์แขนงต่างๆ มาร่วมตรวจดวงชะตารับปี 2563 ดวงใครรุ่ง ใครรวย ตรงมาเช็คดวงกันได้ ในราคาพิเศษ คนละ 200  บาท รายได้ไม่หักค่าใช้จ่ายมอบให้โครงการฯ ทั้งหมด

ผู้สนใจเที่ยวตลาดนัดเทใจ ที่ศูนย์การค้าแบมบีนี่ วิลล่า ในวันเสาร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2562 ตั้งแต่ 11.00-18.00 น.เข้าซอยอรรถกระวี ตรงทางเข้า Big C พระราม 4 สุขุมวิท 26)

ยูเครนร่วมงาน ‘ไหมไทยสู่เส้นทางโลก’

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/456198

ยูเครนร่วมงาน ‘ไหมไทยสู่เส้นทางโลก’

วันอังคาร ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.
ฯพณฯ มร.อันดรีย์ เบชตา เอกอัครราชทูตยูเครนประจำประเทศไทย ร่วมจัดแฟชั่นโชว์ในงาน “มหกรรมผ้าไหม 2562 ไหมไทยสู่เส้นทางโลกครั้งที่ 9 : The 2nd International Thai Silk Fashion Week 2019” จากฝีมือ มิสลูบอว์ เชอนิโควา (Liubov Chernikova) ดีไซน์เนอร์ชาวยูเครนที่ร่วมออกแบบและตัดเย็บโดยใช้ผ้าไหมไทยได้อย่างงดงาม โดยมี เอ็ดเวิร์ด กิตติ ประธานมูลนิธิช่วยเหลือนักท่องเที่ยว  วารินทร์ สัจเดว นักจัดรายการ-ผู้ประกาศข่าวชื่อดัง สุรภา ถิรกิจพงศ์ และ  ฐิติมา ถิรกิจพงศ์ กรรมการผู้จัดการ โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ ร่วมเป็นเกียรติในงานด้วย ณ โซนอีเดน เซ็นทรัลเวิลด์

สธ.รณรงค์เดือนพฤศจิกายน ‘ต้านภัยมะเร็งปอด’

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/456135

สธ.รณรงค์เดือนพฤศจิกายน ‘ต้านภัยมะเร็งปอด’

วันจันทร์ ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 10.34 น.

กระทรวงสาธารณสุข โดยสถาบันมะเร็งแห่งชาติ  กรมการแพทย์  เชิญชวนคนไทยร่วมใจต้านภัยมะเร็งปอดในเดือนพฤศจิกายน แนะประชาชนตรวจคัดกรองในรายที่เสี่ยงสูงต่อการเป็นมะเร็งปอด เป็นทางเลือกหนึ่งที่สามารถค้นพบผู้ป่วยระยะเริ่มต้นให้ได้เข้ารับการรักษาตั้งแต่แรก ๆ จะช่วยลดความเสี่ยงและลดการเสียชีวิตลงได้

ดร.สาธิต  ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า โรคมะเร็งเป็นปัญหาสำคัญทางสาธารณสุขของทุกประเทศทั่วโลก กระทรวงสาธารณสุข โดยสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ ได้เล็งเห็นและตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาโรคมะเร็งปอดที่คนทั่วโลกป่วยและเสียชีวิตมากที่สุด สำหรับประเทศไทยโรคมะเร็งปอดเป็นมะเร็งที่พบมาก  เป็นอันดับที่ 2 ในเพศชาย และอันดับ 5 ในเพศหญิง สถาบันวิจัยมะเร็งนานาชาติ องค์การอนามัยโลก รายงานว่า มีผู้ป่วยรายใหม่ทั่วโลก 2 ล้านคนต่อปี และเสียชีวิต 1.7 ล้านคนต่อปี และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง  ข้อมูลจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ พบคนไทยป่วยเป็นมะเร็งปอดเพิ่มขึ้นวันละ 42 คน (Cancer in Thailand     Vol. IX 2013-2015) และเสียชีวิตถึงวันละ 38 คน (สถิติสาธารณสุข พ.ศ.2560 กองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข) ซึ่งปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญของโรคมะเร็งปอด คือ การสูบหรือรับควันบุหรี่ พันธุกรรม และการสัมผัสสารก่อมะเร็ง อาทิ ก๊าซเรดอน แร่ใยหิน รังสี ควันธูป ควันจากท่อไอเสีย และมลภาวะทางอากาศ โดยเฉพาะฝุ่น PM 2.5

นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า อาการของมะเร็งปอดที่พบบ่อย ได้แก่ ไอเรื้อรัง ไอมีเสมหะปนเลือด หายใจลำบาก เหนื่อยหอบ มีเสียงหวีด เสียงแหบหรือเสียงเปลี่ยนไป  เจ็บหน้าอกหรือหัวไหล่ ปอดติดเชื้อบ่อย เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร น้ำหนักลด หากมีอาการผิดปกติเหล่านี้เกิดขึ้นต่อเนื่องเกินกว่า 3 สัปดาห์ ควรรีบปรึกษาแพทย์ แม้ว่าปัจจุบันยังไม่มีวิธีการตรวจคัดกรองมะเร็งปอด ที่มีประสิทธิภาพในระดับประเทศ แต่มีคำแนะนำให้ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงสูงในการเกิดมะเร็งปอดเข้ารับการตรวจ คัดกรองโดยการเอกซเรย์ปอดเป็นประจำทุกปี การรักษาในปัจจุบัน ได้แก่ การผ่าตัด การให้ยาเคมีบำบัด  การฉายรังสี และการรักษาโดยให้ยามุ่งเป้าทำลายเซลล์มะเร็ง ซึ่งขึ้นอยู่กับระยะของโรค  ดังนั้น การตรวจคัดกรองในรายที่เสี่ยงสูงต่อการเป็นมะเร็งปอด จึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่สามารถค้นพบผู้ป่วยระยะเริ่มต้นให้ได้เข้ารับการรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงและลดการเสียชีวิตลงได้ สิ่งสำคัญที่สุดในการป้องกันมะเร็งปอด  คือ “เลิกสูบบุหรี่” เพื่อตัวคุณเอง ครอบครัวและสังคมรอบข้าง หมั่นตรวจร่างกายเป็นประจำ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอและรับประทานอาหารที่มีประโยชน์

3 เชฟดังรวมตัวเฉพาะกิจ เนรมิตดินเนอร์สุดพิเศษ ‘ไทย แกสโตรโนมี ซีรี่ส์ 3’เมนูไทยแท้แบบไฟน์ ไดนิ่ง

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/456042

3 เชฟดังรวมตัวเฉพาะกิจ เนรมิตดินเนอร์สุดพิเศษ ‘ไทย แกสโตรโนมี ซีรี่ส์ 3’เมนูไทยแท้แบบไฟน์ ไดนิ่ง

วันจันทร์ ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

กลับมาอีกครั้งกับงานดินเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ “ไทย แกสโตรโนมี ซีรี่ส์ 3” ครั้งนี้ห้องอาหารสระบัว บาย กิน กิน โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ ได้รับเกียรติจากเชฟแบล็ค-ภานุภน บุลสุวรรณ ผู้ก่อตั้งร้านแบล็คคิช อาทิซาน คิทเช่น (Blackitch Artisan Kitchen) ชื่อดังในจังหวัดเชียงใหม่ มาร่วมรังสรรค์เมนูสุดพิเศษกับหัวหน้าพ่อครัวอาวุโส ชยวีร์ สุจริตจันทร์ แห่งห้องอาหารสระบัว บาย กิน กิน ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของการได้รับดาวมิชลิน และเชฟเฮนริค อูล แอนเดอร์เซน แห่งร้าน Kiin Kiinโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก และเชฟที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ ร้านอาหารสระบัว บาย กิน กิน เชฟทั้งสามท่านรวมตัวกันเฉพาะกิจเพื่อโชว์ทักษะฝีมือการปรุงอาหารไทยที่มุ่งเน้นแนวคิดของความเป็น “ไทยแท้” (Pure Thai) นำเสนอในรูปแบบไฟน์ ไดนิ่งทั้งหมด 6 เมนู ในคืนวันเสาร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ.2562 เพียงค่ำคืนเดียวเท่านั้น

มร.แอนเดรอัส แม็กนุส รองผู้จัดการใหญ่โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ กล่าวว่า ความพิเศษของดินเนอร์ ไทย แกสโตรโนมี ซีรี่ส์ 3 ณ ห้องอาหารสระบัว บาย กิน กิน คือการนำวัตถุดิบไทยมาเป็นตัวละครเด่นในค่ำคืน เชฟทั้งสามท่านจะเน้นย้ำถึงความสำคัญ และประโยชน์ของวัตถุดิบประจำท้องถิ่นตามฤดูกาลที่นำมาปรุงอาหาร และนำเสนอในรูปแบบอาหารไทยไฟน์ ไดนิ่ง โดยเชฟแบล็ค-ภาณุภน หนึ่งในเชฟผู้มีแนวคิดกว้างไกล ผู้ให้ความสำคัญในการใช้วัตถุดิบที่หาได้และมีอยู่ตามธรรมชาติ นำความรู้และความเข้าใจถึงแก่นแท้ของวัถุดิบต่างๆ มาผสมผสานและรังสรรค์เมนูออกมาได้อย่างเหนือระดับ” กล่าวโดย มร.แอนเดรอัส แม็กนุส รองผู้จัดการใหญ่ โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ

“ภายในงานดินเนอร์ ทั้ง 3 เชฟจะแสดงฝีมือการปรุงอาหารโดยมีหัวใจสำคัญในการเลือกใช้วัตถุดิบ และส่วนผสมท้องถิ่นจากภูมิภาคต่างๆ ของประเทศไทยภายใต้คอนเซ็ปต์ Pure Thai เมนูที่เสิร์ฟภายในงาน เปรียบเสมือนการเล่าเรื่องราวแหล่งที่มาของวัตถุดิบชนิดต่างๆ พร้อมบอกเล่าถึงประโยชน์ และความสำคัญในการนำมาใช้เป็นวัตถุดิบหลัก แสดงให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์ในการผสมผสาน ผ่านเทคนิคการปรุงอย่างปราณีต และพิถีพิถันของเชฟทั้งสามท่าน ช่วยเปิดประสบการณ์ในการรับประทานอาหารไทย ที่ไม่สามารถหารับประทานที่ไหนได้”

ทั้งนี้ เมนูไฮไลท์ ประกอบไปด้วย “ตับเป็ดห่อเกี๊ยว เสิร์ฟพร้อมซุปเห็ดพะโล้” (Thai Mushroom Five-Spice Soup with Duck Liver Pork Dumpling, Crispy Fried Pork Skin and Corn, Five-Spice Pork Rillettes) รังสรรค์โดยเชฟเฮน-ริค แห่งร้าน Kiin Kiin โคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก ที่นำเห็ดมาเป็นส่วนผสมในน้ำซุปพะโล้ เสิร์ฟพร้อมตับเป็ดห่อเกี๊ยว และเนื้อหมูบดทอดกรอบ ให้รสชาติอร่อยกลมกล่อม ถัดมาเป็นเมนู “แกงปลามง เสิร์ฟพร้อมไข่ปลากระบอก” จากหัวหน้าพ่อครัวอาวุโส ห้องอาหารสระบัว บาย กิน กิน ชยวีร์ สุจริตจันทร์ (Southern Fish served with Fish Roe, Curry and Pickled Eggplant) ที่หยิบยกปลามงจากท้องถิ่นบ้านเกิดทางภาคใต้ ซึ่งเป็นปลาในแถบทะเลอันดามัน ตกเบ็ดตามธรรมชาติ เสิร์ฟกับพริกแกงตำมือให้รสชาติจัดจ้านถึงเครื่องแกงเคี่ยวพริกแบบปักใต้อย่างแท้จริง และเมนูจากเชฟแบล็ค-ภานุภน “ปูม้า เสิร์ฟพร้อมมันปูนา และผลไม้ตามฤดูกาล” (Blue Crab with Spicy Rice Paddies Crab Miso Soup and Seasonal Fruits)

ปูม้าที่เชฟแบล็คนำมาเสิร์ฟในเมนูนี้ เป็นปูจากธนาคารปูที่เพาะพันธุ์เพื่อฟื้นฟู และอนุรักษ์ทรัพยากรปู จากชุมชนหมู่บ้านหินกบ จังหวัดชุมพร เสิร์ฟพร้อมกับมันปูนา (อ่องปู) จากนาที่ชุมชนบ้านแม่ทา จังหวัดเชียงใหม่ ปูนาจะมีมากในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว เมื่อนำมาประกอบอาหารจะให้ความหอม มัน อร่อยกลมกล่อมทานคู่กับผลไม้ประจำฤดูกาล เป็นอีกหนึ่งเมนูเรียกน้ำย่อยที่ช่วยเพิ่มความสดชื่นได้เป็นอย่างดี

อิ่มเอมไปกับอาหารภายใต้คอนเซ็ปต์ “Pure Thai” จำนวน 6 เมนู ราคาท่านละ 5,800 บาท++ รวมเครื่องดื่มไวน์จับคู่กับอาหาร หรือตัวเลือกจับคู่กับชาออร์แกนิก ราคาท่านละ 4,200 บาท++ ในคืนวันเสาร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2562 เวลา 18.00 น. สำรองที่นั่งโทร.02-1629000 หรืออีเมล srabua.siambangkok@kempinski.com

เปิดตัว popIn Action ใช้ AI ในธุรกิจแฟชั่นออนไลน์

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/456029

เปิดตัว popIn Action ใช้ AI ในธุรกิจแฟชั่นออนไลน์

วันจันทร์ ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

บริษัท popIn (ป๊อปอิน) ผู้ให้บริการ“popIn Discovery” เครือข่ายโฆษณาแบบเนทีฟในสื่อกว่า 850 รายการในประเทศญี่ปุ่น เปิดตัว “popIn Action” โซลูชั่นสำหรับเว็บไซต์อี-คอมเมิร์ซเป็นครั้งแรก เป็นระบบแนะนำสินค้าที่มีความแม่นยำสูงด้วยเทคโนโลยี AI ที่เหนือกว่าและเสริมความอัจฉริยะในการสนับสนุนให้การขายสินค้าสะดวกและประสบความสำเร็จได้ง่ายขึ้น หลังจากเว็บไซต์อี-คอมเมิร์ซแฟชั่น “ELLE SHOP” นำโซลูชั่นนี้ไปใช้เป็นที่แรก ทำให้ลูกค้าได้สนุกกับแฟชั่นมากขึ้น และพึงพอใจที่จะเลือกซื้อสินค้า

ไดสุเกะ ทาคาฮาชิ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ป๊อปอิน จำกัด กล่าวว่า ป๊อปอินได้เปิดตัวครั้งแรกเพื่อดำเนินการโฆษณาที่ทรงประสิทธิภาพ การโฆษณาผ่านหน้าจอที่ไร้ขีดจำกัด การควบคุมเรื่องภาษา สามารถทำให้สินค้า สามารถขายและสร้างพื้นที่โฆษณาได้อย่างกว้างขวาง ปัจจุบันได้เริ่มเปิดให้บริการ “popInAction” ที่เหนือกว่าด้วยเรื่องของความเฉพาะเจาะจง และแม่นยำไปยังผู้ที่มีความสนใจสินค้าอย่างแท้จริง การใช้ “popIn Action” ร่วมกับการกระจายโฆษณาไปยัง “popIn Discovery”เป็นช่องทางที่เราคิดว่าจะสามารถสนับสนุนในภาพรวมการขายได้ทั้งหมดตั้งแต่การเรียกลูกค้าไปจนถึงการปิดการขาย

มาสะฮิโระ โยชิโอคะ ผู้อำนวยการฝ่าย โซลูชั่น อี-คอมเมิร์ซ บริษัท ป๊อปอิน จำกัด กล่าวว่าเนื่องจาก “popIn Discovery” เป็นการกระจายข้อมูลแบบ Cookieless (ไม่ใช้ Cookie) ไม่ใช่การRetargeting (การทำการตลาดเพื่อเป็นการย้ำความสนใจ) หากส่งสินค้าของเว็บไซต์อี-คอมเมิร์ซไปยังกรอบโฆษณาใน 850 สื่อภายในประเทศญี่ปุ่นที่เรามีอยู่ในปัจจุบัน ก็จะสามารถได้ผู้ใช้งานรายใหม่ที่มีคุณภาพดีได้ นอกจากนี้ “popIn Action”ยังต่างจากบริการแนะนำสินค้าที่ต้องใช้ข้อมูลพฤติกรรมของผู้ใช้งานระดับหนึ่ง เพียงมีรูปประมาณ 1,000 รูป ก็สามารถนำระบบมาใช้ได้ทันที จึงสามารถใช้ได้ตั้งแต่วันแรกที่เปิดให้บริการเว็บไซต์อี-คอมเมิร์ซ

“ทาง popIn ตั้งใจอย่างเต็มที่เพื่อให้สามารถสื่อสารกับแต่ละรูปแบบธุรกิจได้อย่างรวดเร็วและราบรื่น โดยเฉพาะกับ “popIn Action”ซึ่งเป็นระบบแนะนำที่ใช้รูปเท่านั้น ขอเพียงแค่มีรูปและ Data Feed มาให้ โดยไม่ว่าจะใช้ภาษาอะไรหรืออยู่ในประเทศอะไร ก็จะสามารถสื่อสารกับลูกค้าได้อย่างราบรื่น และไม่ใช่แค่ธุรกิจแฟชั่น แต่คิดว่าสามารถนำไปใช้ในโดเมนอื่นๆ เช่น รถยนต์ เฟอร์นิเจอร์ ฯลฯ”

เฮิร์สต์ (Hearst) เป็นสื่อยักษ์ใหญ่ที่ให้บริการครอบคลุมทั้งสื่อโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์และนิตยสาร มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา และมีบทบาททั้งการให้บริการการตลาดสื่อออนไลน์และดูแลการบริหารเว็บไซต์อี-คอมเมิร์ซ ชี้ให้เห็นว่า “ELLE SHOP” คือกรณีศึกษาที่ใช้ popIn Action ซึ่งเป็นบริการ AI สำหรับจำรูปภาพ

มะโฮะ วาตานาเบะ ผู้จัดการส่วนบริการดูแลลูกค้า บริษัท เฮิร์สต์ เผยว่า ELLE SHOP เป็นเว็บไซต์อี-คอมเมิร์ซแฟชั่นที่เปิดตัวตั้งแต่ปี 2009 เป็นออนไลน์ซีเล็คช็อปโดยบรรณาธิการของนิตยสาร ELLE ซึ่งจะครบรอบ 10 ปีในปีนี้ โดยสินค้าส่วนมากจะเป็นสินค้าสตรี และบางส่วนเป็นสินค้าสำหรับสุภาพบุรุษและเด็ก ลูกค้าส่วนมากจะเป็นกลุ่มผู้หญิงอายุ 30-50 ปีที่ชื่นชอบแฟชั่น โดย “popInAction” เป็นโซลูชั่นที่ใช้เทคโนโลยี AI สำหรับจดจำรูปภาพ มี 2 ฟังก์ชั่นหลักคือการแนะนำสินค้าที่ใกล้เคียงกับสินค้าที่ผู้ใช้งานดูอยู่ และการค้นหาภาพเพื่อแนะนำสินค้าที่ใกล้เคียงกับภาพที่ผู้ใช้งานถ่ายและอัปโหลดมา มีจุดเด่นที่สามารถใช้ร่วมกับบริการแนะนำสินค้าแบบเดิมได้

“ตั้งแต่ได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้รับผิดชอบบริหารพื้นที่ขายบนสื่อออนไลน์ของ ELLE SHOP เว็บไซต์อี-คอมเมิร์ซที่นำโซลูชั่นนี้ไปใช้เป็นที่แรกๆ เราเข้าใจถึงความพิเศษของบริการที่ตรงใจลูกค้า จากการให้บริการด้วยระบบ AI การจดจำรูปภาพ ทำให้การเสนอขายสินค้าแม่นยำมากขึ้น ผลประกอบการของลูกค้าดีขึ้น การนำ “popIn Action” มาใช้ทำให้ลูกค้าได้สนุกกับแฟชั่นมากขึ้น เช่น ได้พบกับแบรนด์ใหม่ๆ ที่ตรงกับความรู้สึกของตน ต่อจากนี้เมื่อการค้นหาด้วยรูปถ่ายเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย คิดว่าเราจะสามารถนำเสนอประสบการณ์การซื้อของอย่างไร้รอยต่อได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งจะก้าวข้ามผ่านกำแพงของโซเชียลมีเดีย นิตยสาร โทรทัศน์ ฯลฯ ไปได้ ในอนาคตเรายังอยากที่จะลองทำอะไรใหม่ๆ เช่น การเชื่อมโยงกับรูปบนคอนเทนต์ เป็นต้น”

คัมภีร์ ‘คลีนซิ่ง’ ล้ำลึก ถูกหลัก ละมุนละไม 5 วิธีปรนนิบัติผิวให้สวยใส ไร้สิว ไร้ริ้วรอย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/456024

คัมภีร์ ‘คลีนซิ่ง’ ล้ำลึก ถูกหลัก ละมุนละไม 5 วิธีปรนนิบัติผิวให้สวยใส ไร้สิว ไร้ริ้วรอย

วันจันทร์ ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

เคล็ดลับปรนนิบัติผิวหน้าที่ยอดเยี่ยมที่สุด ควรเริ่มต้นจากขั้นตอน “คลีนซิ่ง” (Cleansing) โดยไม่ทำร้ายผิวกันเสียก่อน หลายคนไม่ค่อยสนใจหรือมองข้ามการคลีนซิ่งหรือทำความสะอาดผิวหน้า ทั้งที่เป็นเรื่องจำเป็นและสำคัญที่สุด เปรียบได้กับการวาดภาพ หากเราวาดบนกระดาษขาวสะอาดย่อมทำให้การลงสีนั้นเกิดเป็นภาพสวยงามสมดั่งใจ

แพทย์หญิงสมฤทัย เนติรัฐการ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง กล่าวว่า เราไม่ควรละเลยการทำความสะอาดผิว เพราะจะทำให้พลาดสิ่งที่ดีที่สุด การเตรียมผิวที่ดีสมบูรณ์ตั้งแต่แรก ย่อมทำให้ผิวที่ดีนั้นอยู่กับเราตลอดไป อีกทั้งประโยชน์ของการดูแลผิวให้ถูกต้องตั้งแต่ขั้นตอนทำความสะอาดนั้น ช่วยหลีกเลี่ยงปัญหาที่จะเกิดขึ้นได้อย่างเห็นผล ทั้งปัญหาสิ่งอุดตันผิวจนก่อให้เกิดสิว ในขณะเดียวกันการเลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวที่เหมาะสมและดีที่สุด ยังช่วยป้องกันการเกิดปัญหาผิวในระยะยาวหรืออาการผิดปกติที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นในอนาคตได้อีกด้วย

ทั้งนี้ ปัจจัยในการดูแลผิวควรต้องคำนึงถึงลักษณะและโครงสร้างผิวของแต่ละคน โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีผิวแพ้ง่าย หรือมีปัญหาผิว ก็ควรเลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวให้ใกล้เคียงกับความต้องการของผิวให้มากที่สุด และใช้ทางสายกลาง นั่นคือไม่เคร่งครัดหรือปล่อยปละละเลยจนเกินไป แต่ควรปรับวิธีการและเลือกใช้ผลิตภัณฑ์อย่างค่อยเป็นค่อยไป และให้ความสำคัญกับความน่าเชื่อถือของแบรนด์ควบคู่กันไปด้วย

ต่อไปนี้คือเคล็ดลับง่ายๆ ที่ทุกคนสามารถนำไปปรับใช้กับการทำความสะอาดใบหน้าให้สวยใสไร้สิว ไร้ริ้วรอย เริ่มจาก 1.เน้นทำให้ผิวสะอาดเกลี้ยงเกลา วิธีทำความสะอาดผิวที่ดีและปลอดภัยที่สุดคือ การล้างด้วยน้ำสะอาด แต่ทุกวันนี้ น้ำเปล่าอาจไม่เพียงพอสำหรับผู้ที่ต้องแต่งหน้าเป็นประจำถึงแม้ว่าผลิตภัณฑ์ล้างเครื่องสำอางในกลุ่ม Cleanser นั้นจะล้างสิ่งสกปรกและคราบต่างๆได้จนเกลี้ยง แต่ก็พบว่าผลิตภัณฑ์ล้างเครื่องสำอางอย่างล้ำลึกส่วนใหญ่มักทิ้งความมันหรือสารเคมีไว้บนผิวหน้าด้วย ดังนั้น ขั้นตอนที่เหมาะสมสำหรับการล้างหน้าในช่วงเย็น คือการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่เหมาะสมกับผิว ใช้ในปริมาณที่พอเหมาะ เท่ากับเหรียญห้าบาท ลูบไล้ให้ทั่วทุกจุดบนใบหน้า เน้นหนักในส่วนทีโซนให้มากขึ้น และให้เวลากับการล้างหน้าเป็นพิเศษ ส่วนการล้างหน้าในตอนเช้า สามารถใช้น้ำเปล่าเพียงอย่างเดียวหรือใช้ร่วมกับผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวที่มีส่วนผสมของมอยส์เจอไรเซอร์ เน้นสร้างความชุ่มชื้นให้กับผิวได้

2.ล้างเพื่อสร้างความชุ่มชื้นให้กับผิว นอกจากจะทำความสะอาดได้อย่างล้ำลึกแล้ว ก็ต้องช่วยถนอมผิวไปพร้อมกันด้วย ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ดีควรมีค่า PH Balance ที่เหมาะสม และควรระมัดระวังการใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดในรูปแบบโฟมที่มีฟอง ซึ่งอาจเป็นสาเหตุให้ผิวหน้าขาดความชุ่มชื้นหรือหน้าแห้งตึงได้ การคลีนซิ่งใบหน้าที่ถูกต้องควรเหลือความชุ่มชื้นตามธรรมชาติไว้บนผิวบ้าง โดยเฉพาะผิวหน้ามันไม่ควรล้างเสียจนหน้าแห้งผาก เพราะผิวที่แห้งจนเกินไปจะทำให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมาหล่อเลี้ยงผิวมากขึ้น ทำให้ใบหน้าหมองคล้ำ อุดตัน เป็นบ่อเกิดของสิวในที่สุด และภายหลังการล้างหน้า ไม่ควรเช็ดหน้าอย่างรุนแรงหรือเช็ดจนแห้งสนิท แต่ควรซับหน้าเบาๆ ก็เพียงพอแล้ว

3.เป็นมิตรต่อผิวแพ้ง่าย อ่อนโยนด้วย Hypoallergenic หากคิดว่าผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กเท่านั้นเหมาะสมกับผิวแพ้ง่าย รีบเปลี่ยนความคิดด่วน เพราะไม่ใช่ทุกอย่างที่ใช้กับเด็กจะเหมาะกับลักษณะผิวแพ้ง่ายของเรา และคนส่วนมากยังไม่รู้ว่าตัวเองเป็นคนที่มีผิวแพ้ง่าย เพราะอาการแพ้มีทั้งแบบเฉียบพลัน และสะสมเป็นเวลานานจนออกอาการ จึงต้องค่อยๆ สังเกตการเปลี่ยนแปลงของตน แต่วิธีการป้องกันแต่เนิ่นๆ ทั่วไปนั้น ก็ควรพิจารณาผลิตภัณฑ์และหลีกเลี่ยงการใช้ตามหลักการ “NO” หรือ “FREE” ทั้งหลายเอาไว้ก่อน เช่น ปราศจากพาราเบน น้ำหอม น้ำแร่ แอลกอฮอล์ Sodium Lauryl Sulfate (SLS) ซึ่งมีผลวิจัยว่าเป็นสาเหตุให้เกิดการอุดตัน อาการแพ้ และอาการข้างเคียงต่างๆ

4.เลือกโฟมล้างหน้าที่ไม่มีฟองหรือไม่มีประจุไฟฟ้า (Non-Ionic surfactant) วิธีง่ายๆ ที่จะช่วยคัดกรองและตัดสินใจเลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าได้ตรงใจ หลายคนยังไม่รู้ว่ากระบวนการที่ก่อให้เกิดการอักเสบและกลายเป็นสิวนั้นมาจากส่วนผสมของสารทำความสะอาดในโฟมล้างหน้าที่มีประจุไฟฟ้าลบ เมื่อจับประจุไฟฟ้าบวกในอากาศก็เกิดการเหนี่ยวนำสารเคมีต่างๆเข้ามาตกค้างในรูขุมขนบนผิว ดังนั้นโฟมล้างหน้าที่ไม่มีประจุหรือโฟมไม่มีฟองจึงเป็น “ฮีโร่” ช่วยป้องกันการอุดตันในรูขุมขน ทำให้ผิวอ่อนเยาว์และไม่ทิ้งสารตกค้างไว้บนผิว ลดโอกาสการเกิดสิว รวมทั้งการสูญเสียน้ำหล่อเลี้ยงในเซลล์ผิวที่จะส่งผลให้ผิวขาดความชุ่มชื้น ทำให้เกิดริ้วรอยบนใบหน้าได้ง่ายนั่นเอง

5.ส่วนผสมจากธรรมชาติต้องผ่านการรับรอง ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่ดีและคุ้มค่าควรคำนึงถึงประโยชน์ในการดูแลรักษาผิวด้วย ซึ่งส่วนผสมที่ช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสีผิดปกติ อย่าง Melawhite จะช่วยต่อต้านความหมองคล้ำ ฝ้า กระ จุดด่างดำ และทำให้ผิวหน้าขาวใสขึ้นได้ รวมทั้งวิตามินซี เพื่อกระตุ้นการผลัดผิวใหม่ และวิตามินอีธรรมชาติ เน้นเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเป็นส่วนผสมออร์แกนิก หรือกลุ่มสมุนไพรธรรมชาติต่าง ๆ ควรต้องคัดสรรและพิจารณาผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการทดสอบหรือรับรองว่ามีความปลอดภัย ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้

และนี่คือ 5 เทคนิคจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังที่จะเปลี่ยนขั้นตอนสุดแสนธรรมดา อย่างการคลีนซิ่ง ไปสู่การเนรมิตผิวสวย สุขภาพดีสมบูรณ์แบบอย่างที่หลายคนใฝ่ฝัน ขอเพียงยึดหลักนี้ไว้ แล้วผิวอ่อนเยาว์ ไร้สิว ไร้ริ้วรอยจะเป็นเรื่องง่าย ใกล้ตัวกว่าที่คิด

Paul Smith จับมือ Globe-Trotter เปิดตัวกระเป๋าเดินทางคอลเลคชั่นใหม่

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/456039

Paul Smith จับมือ Globe-Trotter เปิดตัวกระเป๋าเดินทางคอลเลคชั่นใหม่

วันจันทร์ ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

หลังประสบความสำเร็จอย่างสูงจากคอลเลคชั่นกระเป๋าเดินทาง ลิมิเต็ดเอดิชั่น 120 ใบ ที่เปิดตัวออกมาในปี 2018 ในปีนี้ Paul Smith (พอล สมิธ) และ Globe-Trotter พร้อมเปิดตัวกระเป๋าเดินทางคอลเลคชั่นใหม่2 รุ่น ซึ่งออกแบบโดย เซอร์พอล สมิธ และทีมดีไซน์ของ Globe-Trotter

กระเป๋าเดินทางในคอลเลคชั่นนี้ เป็นกระเป๋าล้อลากขนาด 20 นิ้ว และขนาด 30 นิ้ว ที่ผลิตด้วยไฟเบอร์บอร์ดวัลคาไนซ์สีดำคลาสสิก โดดเด่นด้วยรายละเอียดของสีสันที่แตกต่างกันตรงมุมกระเป๋าทั้ง 8 ด้าน ด้วยแรงบันดาลใจจากลายทางSignature Stripe ในแบบของ พอล สมิธ โดยทั้ง 8 สี ได้แก่ น้ำเงินเข้ม น้ำตาลอมเทา เหลืองอมเขียว เขียวอมเทา ส้มเข้ม น้ำเงินอมเขียว แดงเบอร์กันดี และแดงสด เผยให้เห็น คาแร็กเตอร์ที่เด่นชัดในงานออกแบบของ พอล สมิธ นั่นก็คือการใส่ลูกเล่นใหม่ๆ ที่น่าสนใจสไตล์แบบอังกฤษโดยไม่ยึดติดกับดีไซน์เดิมๆ

ชาร์ลอตต์ เซ็ดดอน ดีไซเนอร์จาก Globe-Trotter กล่าวว่า “การทำงานกับ พอล สมิธในครั้งนี้ถือว่าเป็นอะไรที่พิเศษมาก เพราะ พอล สมิธ เป็นคนที่เข้าใจและให้ความเคารพในจุดแข็งที่มีอยู่ในดีไซน์กระเป๋าเดินทางของเรา ในขณะที่ก็สามารถประยุกต์เอาสไตล์ที่เป็นตัวเองเข้ามาในงานได้อย่างลงตัว การทำงานร่วมกับ พอล สมิธ เพื่อสร้างสรรค์ผลงานที่เปี่ยมด้วยเอกลักษณ์ถือว่าสร้างแรงบันดาลใจกับพวกเรามาก”

ด้านในของกระเป๋าบุด้วยผ้าลินินสีน้ำเงินเทา เอกลักษณ์แบบดั้งเดิมของ Globe-Trotter พร้อมสายรัดลายทาง Signature Stripe ที่โดดเด่นเพื่อความปลอดภัยในการบรรจุสัมภาระ โดยความร่วมมือในการสร้างสรรค์คอลเลคชั่นนี้ถือว่าเป็นการผนวกรวมเอาความละเอียดพิถีพิถันในการสร้างสรรค์ผลงาน กับแนวทางการออกแบบที่เป็นที่สุด ระหว่างแบรนด์จากอังกฤษสองแบรนด์ไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัวที่สุด

เซอร์พอล สมิธ คือหนึ่งในแฟชั่นดีไซเนอร์คนสำคัญของประเทศอังกฤษ เขาเป็นที่รู้จักจากงานสร้างสรรค์ที่สามารถผสมผสานรายละเอียดของสิ่งที่มีอยู่เดิมกับความโมเดิร์นเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว จากจุดเริ่มต้นในปี 1970 พอล สมิธ ใส่“ความคลาสสิกทว่ามีลูกเล่น” ลงไปในงานออกแบบของเขาจนกลายเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่น

ขณะที่ Globe-Trotter เป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์เพื่อการเดินทางระดับหรู ที่มีชื่อเสียงในเรื่องของดีไซน์แบบอังกฤษ โดยเป็นแบรนด์ผู้ผลิตกระเป๋าเดินทางและเครื่องหนังด้วยมือ ก่อตั้งขึ้นในปี 1897 ผลงานการสร้างสรรค์กระเป๋าเดินทางและแอคเซสซอรี่สำหรับการเดินทางทุกชิ้นจาก Globe-Trotter ถูกผลิตขึ้นด้วยมือที่ เฮิร์ดฟอร์ดไชร์ประเทศอังกฤษ โดยทีมช่างมากฝีมือที่ยังคงใช้วิธีการผลิตแบบดั้งเดิม รวมถึงเครื่องจักรสำหรับการผลิตที่เริ่มใช้มาตั้งแต่ยุควิคตอเรียน

ผลิตภัณฑ์ของ Globe-Trotter มีบุคคลในราชวงศ์และผู้มีชื่อเสียงเลือกใช้และเป็นเจ้าของมากมาย ไม่ว่าจะเป็น สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2, กัปตันโรเบิร์ต ฟอลคอน สก็อตต์, เซอร์วินสตัน เชอร์ชิล ไปจนถึงนักแสดงชื่อดังอย่างแดเนียล เคร็ก และเอ็ดดี เรดเมย์น รวมถึงนางแบบซูเปอร์โมเดลอย่างเคส มอสส์

กระเป๋าเดินทางคอลเลคชั่นใหม่นี้ เริ่มวางจำหน่ายแล้วที่ ร้าน Paul Smith เซ็นทรัลเอ็มบาสซี่

ทารกเกิดก่อนกำหนด ดูแลรักษาถูกวิธี พัฒนาการดีสมวัย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/456022

ทารกเกิดก่อนกำหนด ดูแลรักษาถูกวิธี พัฒนาการดีสมวัย

วันจันทร์ ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

หนึ่งในสาเหตุอันดับต้นๆ ที่ทำให้เจ้าตัวน้อยต้องเข้ารับการรักษาในหน่วยดูแลทารกแรกเกิดวิกฤติ (Neonatal Intensive Care Unit: NICU) คือ การคลอดก่อนกำหนด การฝากครรภ์ในโรงพยาบาลที่มีแพทย์ที่มีประสบการณ์ เครื่องมือและเทคโนโลยีครบครัน ที่สำคัญคือมีหน่วยดูแลทารกแรกเกิดวิกฤติคอยดูแล ย่อมช่วยให้คุณแม่สามารถคลอดเจ้าตัวน้อยออกมาได้อย่างปลอดภัย

แพทย์หญิงสุกัญญา ทักษพันธุ์ กุมารแพทย์สาขาทารกแรกเกิดและปริกำเนิด หน่วยดูแลทารกแรกเกิดวิกฤติ โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่า การคลอดก่อนกำหนด (Preterm Birth) เป็นภาวะการคลอดก่อนอายุครรภ์ครบ 37 สัปดาห์ ทารกเหล่านี้ถึงแม้ว่าอวัยวะต่างๆ จะครบสมบูรณ์ แต่การทำงานของอวัยวะบางส่วนอาจยังไม่ดีเท่าทารกที่ครบกำหนด ซึ่งช่วงหลังคลอดทารกมักต้องการการดูแลเป็นพิเศษ และต้องอยู่รักษาในโรงพยาบาลนานกว่าปกติ ทั้งนี้ ยิ่งอายุครรภ์น้อยยิ่งพบปัญหารวมถึงภาวะแทรกซ้อนตามมามากกว่า ปัจจัยที่ทำให้คลอดก่อนกำหนดเกิดได้ทั้งจากมารดาและทารกในครรภ์ ประกอบไปด้วย ปัจจัยจากมารดา ได้แก่ 1.อายุ แม่ที่มีอายุมากกว่า 35 ปีขึ้นไปหรือต่ำกว่า 16 ปี2.แม่มีโรคประจำตัวต่างๆ อาทิ หัวใจ เบาหวาน หรือเป็นโรคในระหว่างตั้งครรภ์ เช่น เบาหวานขณะตั้งครรภ์ ความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์ 3.เคยมีประวัติคลอดก่อนกำหนดมาก่อน 4.มดลูกมีความผิดปกติ เช่น ปากมดลูกสั้น 5.ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ในขณะตั้งครรภ์ 6.การติดเชื้อ ปัจจัยจากทารก เช่น ทารกในครรภ์มีความผิดปกติ อาจทำให้เกิดการคลอดก่อนกำหนดได้

แพทย์หญิงอรวรรณ อิทธิโสภณกุล กุมารแพทย์สาขาทารกแรกเกิดและปริกำเนิด หน่วยดูแลทารกแรกเกิดวิกฤติ โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่า ปัญหาที่สำคัญในทารกเกิดก่อนกำหนด คือการหายใจ เนื่องจากขาดสารลดแรงตึงผิวที่เคลือบอยู่ในปอดและกล้ามเนื้อในการหายใจยังไม่แข็งแรง ทำให้ทารกไม่สามารถหายใจได้เพียงพอ จึงมักต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ โดยรักษาระดับออกซิเจนให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ไม่สูงหรือต่ำเกินไปเพราะจะมีผลกระทบต่อจอประสาทตาและปอดของทารกได้ หัวใจ อาจมีปัญหาเส้นเลือดเกินทำให้มีโอกาสเกิดหัวใจล้มเหลวได้ สมอง เนื่องจากเส้นเลือดในสมองของทารกเกิดก่อนกำหนดค่อนข้างเปราะบาง มีความเสี่ยงที่จะมีเลือดออกในสมองได้ ซึ่งจะส่งผลต่อพัฒนาการของเด็ก

ทั้งนี้ การทำอัลตราซาวนด์เพื่อประเมินภาวะเลือดออกในสมอง เป็นสิ่งที่จะต้องทำภายในช่วงสัปดาห์แรกหลังคลอด และก่อนที่จะกลับบ้าน ลำไส้ เนื่องจากลำไส้ยังบอบบาง การย่อยและการดูดซึมอาหารยังไม่ดีนักดังนั้น ในระยะแรกจึงต้องให้สารอาหารทางหลอดเลือดร่วมด้วย เมื่อทารกมีอาการคงที่จึงเริ่มให้นม โดยคุณแม่อาจเข้ามามีบทบาทช่วยได้ในเรื่องของนมแม่ เพราะข้อดีของนมแม่ คือย่อยง่ายและมีภูมิต้านทานโรค ลดการเกิดภาวะลำไส้อักเสบ ดวงตา จอประสาทตาของทารกเกิดก่อนกำหนดยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ จึงต้องได้รับการตรวจประเมินจอประสาทตาเป็นระยะโดยจักษุแพทย์

ขณะที่การติดเชื้อ ทารกที่เกิดก่อนกำหนดมีความเสี่ยงติดเชื้อได้ง่าย เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันยังทำงานได้ไม่เต็มที่ การล้างมือก่อนสัมผัสทารกตลอดจนเทคนิคปราศจากเชื้อต่างๆ จึงมีความสำคัญอย่างมากหู ทารกเกิดก่อนกำหนดจะต้องได้รับการตรวจประเมินการได้ยินโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการได้ยินด้วย

ด้านการรักษา เน้นการวางแผนการรักษาร่วมกันของสูติ-นรีแพทย์และกุมารแพทย์ทารกแรกเกิดและปริกำเนิด และมีการแจ้งคุณพ่อคุณแม่ถึงขั้นตอนการรักษา ตั้งแต่ก่อนคลอดและหลังคลอด โดยหน่วยดูแลทารกแรกเกิดวิกฤติ (Neonatal Intensive Care Unit: NICU) จะคอยให้ข้อมูลพร้อมอธิบายรายละเอียดและให้คำแนะนำกับคุณพ่อ-คุณแม่ ติดตามอาการของทารกอย่างสม่ำเสมอ ดูแลรักษาทารกจนมีน้ำหนักตัวไม่ต่ำกว่า 2,000 กรัม มีอาการคงที่ ดูดนมได้ดี จึงจะกลับบ้านได้ โดยจะมีการเตรียมความพร้อมให้กับคุณพ่อ-คุณแม่ก่อนกลับบ้าน หลังจากนั้นจะมีการติดตามอาการเป็นระยะ โดยเฉพาะเรื่องการเจริญเติบโตและพัฒนาการ โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็ก เพื่อกระตุ้นพัฒนาการให้ใกล้เคียงกับเด็กปกติ การวางแผนก่อนตั้งครรภ์และฝากครรภ์ในโรงพยาบาลที่มีหน่วยดูแลทารกแรกเกิดวิกฤติเป็นสิ่งสำคัญเพราะทารกเกิดก่อนกำหนดจะได้รับการดูแลที่ถูกต้องตั้งแต่แรกคลอดโดยแพทย์และพยาบาลที่มีความชำนาญในด้านทารกแรกเกิดโดยเฉพาะเพื่อเฝ้าระวังและแก้ปัญหาอย่างทันท่วงที ตลอดจนมีเครื่องมือที่พร้อมในการดูแลทารกแรกเกิดเหล่านี้ เพื่อกลับไปใช้ชีวิตและเติบโตอย่างสมวัย

ทั้งนี้ ทุกวันที่ 17 พฤศจิกายนของทุกปี องค์การอนามัยโลกกำหนดให้เป็นวันทารกเกิดก่อนกำหนดโลก (World Prematurity Day) หน่วยดูแลทารกแรกเกิดวิกฤติ โรงพยาบาลกรุงเทพ อยากให้คุณพ่อคุณแม่ให้ความสำคัญกับการดูแลทารกตั้งแต่วันแรกที่คุณแม่ตั้งครรภ์เพื่อให้ทารกมีสุขภาพที่แข็งแรงในวันที่ลืมตาดูโลก แต่หากทารกคลอดก่อนกำหนดกุมารแพทย์สาขาทารกแรกเกิดและปริกำเนิด โรงพยาบาลกรุงเทพ พร้อมดูแลตลอด 24 ชั่วโมง โดยทำงานร่วมกับสูติ-นรีแพทย์เพื่อวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม โดยแจ้งรายละเอียดให้คุณพ่อ-คุณแม่ทราบทุกขั้นตอนเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง นอกจากนี้ยังพร้อมประสานงานอย่างเป็นระบบในการรับและดูแลผู้ป่วยต่อจากโรงพยาบาลอื่นๆ เพื่อให้เจ้าตัวน้อยมีสุขภาพแข็งแรงมีพัฒนาการที่สมวัยและเติบโตอย่างงดงาม

เปิดตัว ‘ยาดมแบล็คอินเฮเลอร์’ ชูนวัตกรรมสุดคูลเอาใจคนรุ่นใหม่

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/456018

เปิดตัว ‘ยาดมแบล็คอินเฮเลอร์’ ชูนวัตกรรมสุดคูลเอาใจคนรุ่นใหม่

วันจันทร์ ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

บริษัท เบอร์แทรม (1958) จำกัด เจ้าของแบรนด์ เป๊ปเปอร์มิ้นท์ ฟิลด์ นำโดยสุวรรณา เอี่ยมพิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฯ จัดงานเปิดตัว “ยาดมแบล็คอินเฮเลอร์” (BlackINHALER) ผลิตภัณฑ์ยาดมใหม่ล่าสุดในรอบ 14 ปีฉีกภาพลักษณ์ยาดมให้แตกต่างอย่างมีสไตล์พร้อมดึงหนุ่มฮอตขวัญใจวัยรุ่นแห่งปี “เดอะทอยส์-ธันวา บุญสูงเนิน” นั่งแท่นพรีเซ็นเตอร์คนใหม่อย่างเป็นทางการ ชูคอนเซ็ปต์ Must Have Item สำหรับคนคูลๆ โดยมีเหล่าเซเลบริตี้และนักแสดงชื่อดังร่วมงานคับคั่ง อาทิ เค เลิศสิทธิชัย เจ้าของเพจ Kayavine, ญิ๋งญิ๋ง-ศรุชา เพชรโรจน์, ดรีม-พิชยา ทิพพาละ, มายด์-อนิส สุวิทย์, ปู้-กิตติพงษ์ปลื้มปรีดาพร, อัส-นิติธร อัครโชติโสภณ, ศิริภา อินทวิเชียร, สิรินดา ปรีชาวิทยากุล และ ธานัท นวะมะรัตน ณ ศูนย์การค้าสยามสแควร์วัน

สุวรรณา เอี่ยมพิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท เบอร์แทรม (1958) จำกัด กล่าวว่า“เราพัฒนายาดมแบล็คอินเฮเลอร์ ให้มีความแตกต่างจากยาดมทั่วไปในตลาด โดยเน้นนวัตกรรม3 More ได้แก่ “More Cool, More Fresh และ More Safe” พร้อมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองที่สนใจด้านสุขภาพ แฟชั่น ดนตรี เกมส์ และไอเท็มใหม่ๆ ด้วยแพ็กเกจ “สีดำ” ฉีกทุกภาพลักษณ์ของยาดมในท้องตลาดในตอนนี้ ที่ให้ลุคสุดคูล เท่ สมาร์ท และกลิ่นที่เข้มกว่าเดิม รวมถึงการเปิดตัว เดอะทอยส์ในฐานะพรีเซ็นเตอร์คนใหม่ ซึ่งเรามองว่าเป็นนักร้องรุ่นใหม่ที่โดดเด่นทั้งความสามารถและบุคลิกภาพ มีไลฟ์สไตล์ที่ชัดเจนเป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่ได้ดีและให้ภาพที่สื่อถึง “ยาดมแบล็คอินเฮเลอร์” ได้ชัดเจน ซึ่งตอนนี้เรามีจำหน่ายแล้วที่ร้านบู๊ทส์ แมคโคร ฟู้ดแลนด์ ทุกสาขา และร้านขายยาทั่วไป ในราคา 29 บาท”

ด้านพรีเซ็นเตอร์สุดฮอต เดอะทอยส์–ธันวา บุญสูงเนิน กล่าวว่า “ปกติชอบดมยาดมเป๊ปเปอร์มิ้นท์ ฟิลด์อยู่แล้ว พอได้มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ของยาดมตัวใหม่ รู้สึกชอบมาก เพราะยาดมแบล็คอินเฮเลอร์ คูลมากจริงๆ ครับ ทั้งดีไซน์สีดำที่เท่ไม่เหมือนใคร แถมกลิ่นก็เข้มโดนใจ ซึ่งผมอยากให้ทุกคนได้ลองนะครับ รับรองว่าต้องชอบแน่นอน”

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมให้ผู้เข้าร่วมงานได้ร่วมสนุกและถ่ายภาพในโซนต่างๆ มากมาย ได้แก่มินิคอนเสิร์ตจากเดอะทอยส์, หลอดยาดมยักษ์กลางสยาม และของขวัญสุดพิเศษแบบลิมิเต็ดอิดิชั่น ทั้งนี้ สามารถติดตามข่าวสารและข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง http://www.facebook.com/PeppermintField