สามารถ แก้วมีชัย ลาออกจาก เพื่อไทย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/404430?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

สามารถ แก้วมีชัย ลาออกจาก เพื่อไทย

13 ธันวาคม 2562 – 17:32 น.
สามารถ แก้วมีชัย,ลาออกจาก,เพื่อไทย
เปิดอ่าน 685 ครั้ง

 สามารถ แก้วมีชัย ยื่นหนังสือลาออกจากสมาชิกพรรคเพื่อไทย มีเหตุผลความจำเป็นบางประการ

       เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 62   นายสามารถ   แก้วมีชัย  อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร  พรรคเพื่อไทย  ได้ยื่นหนังสือต่อ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์  หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เพื่อขอลาออกจากตำแหน่งคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยและรองหัวหน้าพรรค

หนังสือลาออก ระบุเหตุผลว่า  เนื่องจากมีเหตุผลความจำเป็นบางประการ ที่เห็นว่าการดำรงตำแหน่งคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยและรองหัวหน้าพรรคของผม คงไม่สามารถทำงานให้เกิดประโยชน์และมีประสิทธิภาพได้

ผมจึงขอลาออกจากตำแหน่งคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยและรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ทั้งนี้ ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 13 ธันวาคม 2562 เป็นต้นไป

จึงเรียนมาเพื่อทราบ

นายสามารถ แก้วมีชัย เกิดเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2494 จบการศึกษาชั้นมัธยมต้นจากโรงเรียนเชียงรายวิทยาคม ชั้นมัธยมปลายจากโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย และปริญญาตรีรัฐศาสตร์ (เกียรตินิยมเรียนดี) สาขาวิชาการปกครอง จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (รุ่นที่ 22) เมื่อปี พ.ศ. 2517

สามารถ แก้วมีชัย เคยทำงานที่การเคหะแห่งชาติ ก่อนจะลาออกไปเป็นนักธุรกิจก่อนจะเข้ามาทำงานการเมืองท้องถิ่น เป็นสมาชิกสภาเทศบาลเมืองเชียงราย และได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 ต่อมาจึงได้เข้าร่วมกลุ่มของนายยงยุทธ ติยะไพรัช และได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย สังกัดพรรคไทยรักไทย ในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2544

การเลือกตั้ง พ.ศ. 2550 สังกัดพรรคพลังประชาชน ต่อมาก็ได้ย้ายมาสังกัดพรรคเพื่อไทยพร้อมกันกับสมาชิกจากพรรคพลังประชาชนเดิม

สามารถ แก้วมีชัย เคยได้รับตำแหน่งทางการเมืองหลายตำแหน่ง อาทิ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โฆษกคณะทำงานพรรคร่วมรัฐบาล ต่อมาในปี พ.ศ. 2551 จึงได้รับการเลือกจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ให้ดำรงตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 แทนนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์

สำหรับ นายสามารถ เคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พ.ศ. 2544 , 2548 , สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2540 ,  และเคยดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม,ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

บิ๊กตู่ ถาม ธนาธร นัดม็อบเป็นปัญหาส่วนตัวหรือไม่

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/404419?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

บิ๊กตู่ ถาม ธนาธร นัดม็อบเป็นปัญหาส่วนตัวหรือไม่

13 ธันวาคม 2562 – 17:11 น.
บิ๊กตู่,ธนาธร,นัดม็อบเป็นปัญหาส่วนตัวหรือไม่
เปิดอ่าน 157 ครั้ง

บิ๊กตู่ เมิน ธนาธร นัดม็อบ 14ธ.ค. ทวงคืนความเป็นธรรม ถามเหมาะหรือไม่ช่วงปีใหม่ ทุกคนจะมีความสุขกัน หรือเป็นปัญหาส่วนตัวของใคร เย้ย พูดไปก็ไม่เข้าท่า 

เมื่อวันที่ 13 ธ.ค.62 เวลา 14.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ด้วยอารมณ์หงุดหงิด หลังได้ยินคำถามผู้สื่อข่าวถึงกรณี นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ นัดชุมนุมวันที่ 14 ธ.ค.นี้ ที่สกายวอล์ค เขตปทุมวัน เพื่อทวงคืนความชอบธรรมว่า ” ไม่เกี่ยว ผมไม่พูดถึงด้วย เพราะไม่ใช่คนที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม ผมไม่พูดเป็นเรื่องของศาลไม่เกี่ยวกับผม”

เมื่อถามย้ำว่า แต่เป็นการนัดชุมนุมมวลชนเพื่อรวมพลัง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายความมั่นคงเขาดูแลอยู่ “ฉันคงไม่ต้องไปสั่งจับตาอะไรมากนักหรอก ทำไมต้องสั่งทุกเรื่อง หน้าที่ของใครก็หน้าที่ของใคร  ก็ว่ากันไป”
เมื่อถามว่าเกรงจะกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว ที่จะลุกลามหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า อ๋อ แล้วพวกคุณกลัวหรือไม่ล่ะ ถ้ากลัวก็ไปช่วยกันเตือนคนว่าอย่าไปทำให้เกิดน้ำผึ้งหยดเดียว แล้วมันเหมาะสมหรือเปล่าในช่วงปีใหม่นี้ ทุกคนจะมีความสุขมันควรหรือไม่ล่ะ สมควรหรือไม่ มันเป็นปัญหาส่วนตัวของใครหรือเปล่า  มันเป็นปัญหาของคนอื่นด้วยหรือเปล่า  เอาล่ะพอแล้วเรื่องนี้ พูดไปก็ไม่เข้าท่า
เมื่อถามว่า การที่นายธนาธรยังไม่ได้ขออนุญาตฝ่ายความมั่นคงเรื่องการชุมนุมจะสามารถทำได้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวย้อนถามว่า “กฎหมายเขาว่าอย่างไร รู้จักคำว่ากฎหมายหรือไม่ เรื่องกฎหมายก็ต้องไปขอและเป็นเรื่องของตำรวจที่จะพิจารณาอย่างไร ก็เป็นเรื่องของเขา โอเค สวัสดีครับ มีแต่เรื่องเดิมๆ”
เมื่อถามว่า การที่นายธนาธรยังไม่ได้ขออนุญาตฝ่ายความมั่นคงเรื่องการชุมนุมจะสามารถทำได้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวย้อนถามว่า “กฎหมายเขาว่าอย่างไร รู้จักคำว่ากฎหมายหรือไม่ เรื่องกฎหมายก็ต้องไปขอและเป็นเรื่องของตำรวจที่จะพิจารณาอย่างไร ก็เป็นเรื่องของเขา โอเค สวัสดีครับ มีแต่เรื่องเดิมๆ”

นายกฯ มอบคำขวัญวันเด็กแห่งชาติ ปี 2563

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/404399?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

นายกฯ มอบคำขวัญวันเด็กแห่งชาติ ปี 2563

13 ธันวาคม 2562 – 16:19 น.
คำขวัญวันเด็ก,คำขวัญวันเด็ก ปี 63,คำขวัญวันเด็ก2563
เปิดอ่าน 458 ครั้ง

นายกรัฐมนตรี มอบคำขวัญวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2563 “เด็กไทยยุคใหม่ รู้รักสามัคคี รู้หน้าที่พลเมืองไทย”

วันที่ 13 ธ.ค. 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่เพจเฟซบุ๊ก “ไทยคู่ฟ้า” ได้เผยแพร่ประกาศจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มอบคำขวัญวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2563 ใจความว่า “เด็กไทยยุคใหม่ รู้รักสามัคคี รู้หน้าที่พลเมืองไทย”

วันเด็กแห่งชาติ ของประเทศไทย ตรงกับวันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคมของทุกปี เป็นวันหยุดราชการที่ไม่ได้ชดเชยในวันทำงานถัดไป มีการให้คำขวัญวันเด็กทุกปีโดยนายกรัฐมนตรีไทย เริ่มต้นจัดงานวันเด็กครั้งแรกเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2498 โดยได้กำหนดให้เป็นวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคม เป็นวันเด็กแห่งชาติ จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2508 ได้มีมติเปลี่ยนแปลงเป็นวันเด็กแห่งชาติมาเป็นวันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคม โดยเริ่มจัดงานวันเด็กในปี พ.ศ. 2509

โดยคำขวัญวันเด็กมีขึ้นครั้งแรก เมื่อ พ.ศ. 2499 ในสมัยที่จอมพล แปลก พิบูลสงคราม ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และตั้งแต่ พ.ศ. 2502 จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ได้มอบคำขวัญวันเด็กให้ จึงได้ถือเป็นธรรมเนียมสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบันพ.ศ. 2499    จอมพล แปลก พิบูลสงคราม  จงบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นและส่วนรวม
พ.ศ. 2502    จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์  ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่รักความก้าวหน้า
พ.ศ. 2503    จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์  ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่รักความสะอาด[1]
พ.ศ. 2504    จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์  ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่อยู่ในระเบียบวินัย[1]
พ.ศ. 2505    จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์  ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่ประหยัด[1]
พ.ศ. 2506    จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์  ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่มีความขยันหมั่นเพียรมากที่สุด[1]
พ.ศ. 2508    จอมพล ถนอม กิตติขจร  เด็กจะเจริญต้องรักเรียนเพียรทำดี[1]
พ.ศ. 2509    จอมพล ถนอม กิตติขจร  เด็กที่ดีต้องมีสัมมาคารวะ มานะ บากบั่น และสมานสามัคคี[1]
พ.ศ. 2510    จอมพล ถนอม กิตติขจร  อนาคตของชาติจะสุกใส หากเด็กไทยแข็งแรง เรียนดี มีความประพฤติเรียบร้อย
พ.ศ. 2511    จอมพล ถนอม กิตติขจร  ความเจริญและความมั่นคงของชาติไทยในอนาคต ขึ้นอยู่กับเด็กที่มีวินัย มีความเฉลียวฉลาด และรักชาติยิ่ง
พ.ศ. 2512    จอมพล ถนอม กิตติขจร  รู้เรียน รู้เล่น รู้สามัคคี เป็นความดีที่เด็กพึงจำ
พ.ศ. 2513    จอมพล ถนอม กิตติขจร  เด็กประพฤติดีและศึกษาดี ทำให้มีอนาคตแจ่มใส
พ.ศ. 2514    จอมพล ถนอม กิตติขจร  ยามเด็กจงหมั่นเรียนเพียรกระทำดี เติบใหญ่จะได้มีความสุขความเจริญ
พ.ศ. 2515    จอมพล ถนอม กิตติขจร  เยาวชนฝึกตนดี มีความสามารถ
พ.ศ. 2516    จอมพล ถนอม กิตติขจร  เด็กดีเป็นศรีแก่ชาติ เด็กฉลาดชาติเจริญ
พ.ศ. 2517    สัญญา ธรรมศักดิ์  สามัคคีคือพลัง
พ.ศ. 2518    สัญญา ธรรมศักดิ์  เด็กดีคือทายาทของชาติไทย ต้องร่วมใจร่วมพลังสร้างความสามัคคี[1]
พ.ศ. 2519    หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช  เด็กที่ต้องการเห็นอนาคตของชาติรุ่งเรือง จะต้องทำตัวให้ดีมีวินัยเสียแต่บัดนี้
พ.ศ. 2520    ธานินทร์ กรัยวิเชียร  รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เป็นคุณสมบัติของเยาวชนไทย
พ.ศ. 2521    พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์  เด็กดีเป็นศรีแก่ชาติ เด็กฉลาดชาติมั่นคง
พ.ศ. 2522    พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์  เด็กไทยคือหัวใจของชาติ
พ.ศ. 2523    พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์  อดทน ขยัน ประหยัด เป็นคุณสมบัติของเด็กไทย
พ.ศ. 2524    พลเอก เปรม ติณสูลานนท์  เด็กไทยมีวินัย ใจสัตย์ซื่อ รู้ประหยัด เคร่งครัดคุณธรรม
พ.ศ. 2525    พลเอก เปรม ติณสูลานนท์  ขยันศึกษา ใฝ่หาความรู้ เชิดชูชาติศาสน์กษัตริย์ เป็นคุณสมบัติของเด็กไทย
พ.ศ. 2526    พลเอก เปรม ติณสูลานนท์  รู้หน้าที่ ขยัน ซื่อสัตย์ ประหยัด มีวินัยและคุณธรรม
พ.ศ. 2527    พลเอก เปรม ติณสูลานนท์  รักวัฒนธรรมไทย ใฝ่ดีมีความคิด สุจริตใจมั่น หมั่นศึกษา
พ.ศ. 2528    พลเอก เปรม ติณสูลานนท์  สามัคคี นิยมไทย มีวินัย ใฝ่คุณธรรม
พ.ศ. 2529    พลเอก เปรม ติณสูลานนท์  นิยมไทย มีวินัย ใช้ประหยัด ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม
พ.ศ. 2530    พลเอก เปรม ติณสูลานนท์  นิยมไทย มีวินัย ใช้ประหยัด ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม
พ.ศ. 2531    พลเอก เปรม ติณสูลานนท์  นิยมไทย มีวินัย ใช้ประหยัด ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม
พ.ศ. 2532    พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ  รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม
พ.ศ. 2533    พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ  รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม
พ.ศ. 2534    พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ  รู้หน้าที่ มีวินัย ใฝ่คุณธรรม นำชาติพัฒนา
พ.ศ. 2535    อานันท์ ปันยารชุน  สามัคคี มีวินัย ใฝ่ศึกษา จรรยางาม
พ.ศ. 2536    ชวน หลีกภัย  ยึดมั่นประชาธิปไตย ร่วมใจพัฒนา รักษาสิ่งแวดล้อม
พ.ศ. 2537    ชวน หลีกภัย  ยึดมั่นประชาธิปไตย ร่วมใจพัฒนา รักษาสิ่งแวดล้อม
พ.ศ. 2538    ชวน หลีกภัย  สืบสานวัฒนธรรมไทย ร่วมใจพัฒนา รักษาสิ่งแวดล้อม
พ.ศ. 2539    บรรหาร ศิลปอาชา  มุ่งหาความรู้ เชิดชูความเป็นไทย หลีกไกลยาเสพติด[1]
พ.ศ. 2540    พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ  รู้คุณค่าวัฒนธรรมไทย ตั้งใจใฝ่ศึกษา ไม่พึ่งพายาเสพติด[1]
พ.ศ. 2541    ชวน หลีกภัย  ขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์ มีวินัย
พ.ศ. 2542    ชวน หลีกภัย  ขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์ มีวินัย
พ.ศ. 2543    ชวน หลีกภัย มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ คู่คุณธรรม นำประชาธิปไตย
พ.ศ. 2544    ชวน หลีกภัย มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ คู่คุณธรรม นำประชาธิปไตย
พ.ศ. 2545    ทักษิณ ชินวัตร  เรียนให้สนุก เล่นให้มีความรู้ สู่อนาคตที่สดใส
พ.ศ. 2546    ทักษิณ ชินวัตร  เรียนรู้ตลอดชีวิต คิดอย่างสร้างสรรค์ ก้าวทันเทคโนโลยี
พ.ศ. 2547    ทักษิณ ชินวัตร  รักชาติ รักพ่อแม่ รักเรียน รักสิ่งดี ๆ อนาคตดีแน่นอน
พ.ศ. 2548    ทักษิณ ชินวัตร  เด็กรุ่นใหม่ ต้องขยันอ่าน ขยันเรียน กล้าคิด กล้าพูด
พ.ศ. 2549    ทักษิณ ชินวัตร  อยากฉลาด ต้องขยันอ่าน ขยันคิด
พ.ศ. 2550    พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์  มีคุณธรรมนำใจ ใช้ชีวิตพอเพียง หลีกเลี่ยงอบายมุข
พ.ศ. 2551    พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์  สามัคคี มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ เชิดชูคุณธรรม
พ.ศ. 2552    อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ  ฉลาดคิด จิตบริสุทธิ์ จุดประกายฝัน ผูกพันรักสามัคคี
พ.ศ. 2553    อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ  คิดสร้างสรรค์ ขยันใฝ่รู้ เชิดชูคุณธรรม
พ.ศ. 2554    อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ  รอบคอบ รู้คิด มีจิตสาธารณะ
พ.ศ. 2555    ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร  สามัคคี มีความรู้ คู่ปัญญา คงรักษาความเป็นไทย ใส่ใจเทคโนโลยี
พ.ศ. 2556    ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร  รักษาวินัย ใฝ่เรียนรู้ เพิ่มพูนปัญญา นำพาไทยสู่อาเซียน
พ.ศ. 2557    ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร  กตัญญู รู้หน้าที่ เป็นเด็กดี มีวินัย สร้างไทย ให้มั่นคง
พ.ศ. 2558    พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา  ความรู้ คู่คุณธรรม นำสู่อนาคต
พ.ศ. 2559    พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา  เด็กดี หมั่นเพียร เรียนรู้ สู่อนาคต
พ.ศ. 2560    พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา  เด็กไทย ใส่ใจศึกษา พาชาติมั่นคง
พ.ศ. 2561    พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา  รู้คิด รู้เท่าทัน สร้างสรรค์เทคโนโลยี
พ.ศ. 2562    พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เด็ก เยาวชน จิตอาสา ร่วมพัฒนาชาติ
พ.ศ. 2563    พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เด็กไทยยุคใหม่ รู้รักสามัคคี รู้หน้าที่พลเมืองไทย

ราชกิจจาฯ ประกาศ เลื่อนขึ้นมาเป็น ส.ส. แทนตำแหน่งที่ว่าง

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/404466?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

ราชกิจจาฯ ประกาศ เลื่อนขึ้นมาเป็น ส.ส. แทนตำแหน่งที่ว่าง

13 ธันวาคม 2562 – 19:15 น.
ประกาศสภาผู้แทนราษฎร,ราชกิจจาฯ,บัญชีรายชื่อของพรรคการเมือง,สส
เปิดอ่าน 325 ครั้ง

ประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่อง ให้ผู้มีชื่ออยู่ในลำดับถัดไปในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมือง เลื่อนขึ้นมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทนตำแหน่งที่ว่าง

เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่อง ให้ผู้มีชื่ออยู่ในลำดับถัดไปในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมือง เลื่อนขึ้นมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทนตำแหน่งที่ว่าง

ตามประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ลงวันที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 ซึ่งได้ประกาศให้ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อของพรรคประชาธิปัตย์ ลำดับที่ 16 ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

บัดนี้ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ได้มีหนังสือขอลาออกจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งแต่วันที่ 9 ธันวาคม 2562 เป็นเหตุให้สมาชิกภาพของ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค สิ้นสุดลง ตามมาตรา 101 (8) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560

ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 105 (2) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 จึงประกาศให้ผู้มีชื่อในลำดับถัดไปในบัญชีรายชื่อของพรรคประชาธิปัตย์ เลื่อนขึ้นมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทน ดังนี้

ราชกิจจาฯ ประกาศ เลื่อนขึ้นมาเป็น ส.ส. แทนตำแหน่งที่ว่าง

 

ประกาศ ณ วันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2562

ชวน หลีกภัย

ประธานสภาผู้แทนราษฎร

 

ราชกิจจาฯ ประกาศ เลื่อนขึ้นมาเป็น ส.ส. แทนตำแหน่งที่ว่าง

 

http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2562/E/304/T_0013.PDF

สมศักดิ์ มั่นใจต้นปี 63 ปิดคดีโทโมโกะ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/404464?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

สมศักดิ์ มั่นใจต้นปี 63 ปิดคดีโทโมโกะ

13 ธันวาคม 2562 – 18:49 น.
ปิดคดี,โทโมโกะ,สมศักดิ์ เทพสุทิน
เปิดอ่าน 75 ครั้ง

สมศักดิ์ หารือ รมว.ยุติธรรมญี่ปุ่น กระชับความร่วมมือป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ มั่นใจต้นปี 2563 ปิดคดีฆาตกรรมโทโมโกะ

กระทรวงยุติธรรม 13 ธันวาคม 2562 เมื่อเวลา 18.00 น.  นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ภายหลังต้อนรับ นางมาซาโกะ มิโยชิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมญี่ปุ่น เพื่อลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างกระทรวงยุติธรรมแห่งราชอาณาจักรไทย และกระทรวงยุติธรรมแห่งประเทศญี่ปุ่น ในสาขากฎหมายและการบริหารงานยุติธรรม (MOC)

คลิปที่ 2

รวมถึงหารือข้อราชการ และคดีการฆาตกรรม น.ส.โทโมะโก คาวาชิตะ นักท่องเที่ยวญี่ปุ่น ที่เสียชีวิตขณะเดินทางมาท่องเที่ยวจังหวัดสุโขทัย ว่า ตนได้รายงานความคืบหน้าในคดีฆาตกรรม น.ส.โทโมโกะ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมญี่ปุ่นรับทราบ โดยชี้แจงเกี่ยวกับการตรวจพิสูจน์ไมโตรคอนเดียอีเอ็นเอพี่สาวร่วมมารดา 2 คนของผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรม เพื่อพิสูจน์โคโมโซมเอ็กซ์ แต่เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ของพยานหลักฐาน จึงได้ติดตามพี่ชายร่วมบิดาของผู้ต้องสงสัย เพื่อนำดีเอ็นเอมาพิสูจน์โคโมโซมวาย ซึ่งขณะนี้พี่ชายของผู้ต้องสงสัยได้เดินทางไปทำงานที่ไต้หวัน ตนจึงมอบหมายให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ส่งเจ้าหน้าที่เดินทางไปเก็บดีเอ็นเอในเดือนธันวาคมนี้ เพื่อให้ได้ผลการตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอในเดือนมกราคม 2563

อ่านข่าว – สมศักดิ์ แนะ อนค. ต้องทำใจโดนยื่นยุบพรรค

“เมื่อได้ผลการตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจน ในช่วงต้นปี 2563 น่าเชื่อว่าจะนำไปสู่การปิดคดีฆาตกรรมที่เกิดขึ้นในปี 2550 ได้ ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมญี่ปุ่น รับทราบแล้วพอใจ พร้อมทั้งขอบคุณทางการไทยที่ได้ติดตามคดีดังกล่าว โดยไม่มีการร้องขอให้ทางการไทยดำเนินการอื่นๆ เพิ่มเติม รวมทั้งไม่ประสงค์ส่งเจ้าหน้าที่มาร่วมสังเกตการณ์การตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์” นายสมศักดิ์ กล่าว

นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว้า สำหรับการลงนาม MOC จะมีผลให้ไทยและญี่ปุ่นร่วมกันโอนตัวผู้ต้องขัง และความร่วมมือด้านการปราบปรามอาชญากรรม และภารกิจอื่นภายใต้ขอบข่ายของกระทรวงยุติธรรม 2 ประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

คลิปที่ 3

โฆษกศาล เผย เหตุผลศาลฎีกาให้ประกันเปรมชัย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/404455?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

โฆษกศาล เผย เหตุผลศาลฎีกาให้ประกันเปรมชัย

13 ธันวาคม 2562 – 18:35 น.
โฆษกศาลยุติธรรม,สุริยัณห์ หงษ์วิไล,เปรมชัย กรรณสูต,ปล่อยชั่วคราว,ศาลฎีกา,ให้ประกัน,เหตุผล
เปิดอ่าน 276 ครั้ง

โฆษกศาลยุติธรรม ระบุ คำสั่งศาลฎีกาให้ปล่อยชั่วคราวหากจำเลยยอมติดกำไลข้อเท้า EM – ตีวงเงินประกัน 1 ล้าน ห้ามออกนอกประเทศ สอบถาม 3 จำเลย ยินยอม

13 ธันวาคม 2562 เมื่อเวลา 17.25 น.  นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม เปิดเผยถึงกรณีที่ศาลฎีกามีคำสั่งให้ประกันตัว นายเปรมชัย กรรณสูต อายุ 64 ปี ประธานบริหารบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) จำเลยที่ 1

นายยงค์ โดดเครือ อายุ 67 ปี คนสนิทและคนขับรถของนายเปรมชัย จำเลยที่ 2 , นายธานี ทุมมาศ หรือ พรานแกละ อายุ 57 ปี จำเลยที่ 4 ว่าศาลฎีกาได้มีคำสั่งให้ปล่อยตัวชั่วคราว นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและกรรมการ บริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวลล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) , นายยงค์ โดดเครือ และนายธานี ทุมมาศ เป็นจำเลย ในความผิด 1. ฐานร่วมกันพกพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต 2. ฐานร่วมกันล่าสัตว์ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต 3. ฐานร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 4. ฐานร่วมกันมีไว้ครอบครองซึ่งซากสัตว์ป่าคุ้มครองโดยที่ไม่ได้รับอนุญาต 5. ฐานร่วมกันช่วยซ่อนเร้นช่วยพาเอาไปเสีย หรือรับไว้ซึ่งซากสัตว์ป่าอันได้มาโดยกระทำความผิดกฎหมาย

6. ฐานร่วมกันเก็บหาของป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยที่ 1 , 2 , 4 ให้การปฏิเสธและเคยได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาคดีของศาลมาก่อนโดยไม่ปรากฏพฤติการณ์หลบหนี ประกอบกับศาลทั้งสองวางโทษจำคุกจำเลยไม่สูงนัก ศาลฎีกาจึงมีคำสั่งว่า หากจำเลยที่ 1 , 2 , 4 ยินยอมให้ติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้สำหรับตรวจสอบหรือจำกัดการเดินทาง (EM) ก็อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวจำเลยที่ 1 , 2 , 4 ระหว่างฎีกา โดยตีราคาหลักประกันคนละ 1 ล้านบาท และห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักรเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาลด้วย ซึ่งศาลก็ได้ดำเนินการสอบถามความยินยอมของจำเลยที่ 1 , 2 , 4 ในการดำเนินการติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แล้วจำเลยทั้งหมดยินยอมพร้อมติดกำไลข้อเท้า EM จึงดำเนินการปล่อยชั่วคราวตามคำสั่งศาลฎีกา

สมศักดิ์ แนะ อนค. ต้องทำใจโดนยื่นยุบพรรค

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/404451?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

สมศักดิ์ แนะ อนค. ต้องทำใจโดนยื่นยุบพรรค

13 ธันวาคม 2562 – 18:19 น.
สมศักดิ์ เทพสุทิน,พรรคพลังประชารัฐ,พปชร,พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค,พรรคประชาธิปัตย์,ปชป,พรรคอนาคตใหม่,อนค,ยุบพรรค,ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ,ทำใจ,ปิยบุตร แสงกนกกุล
เปิดอ่าน 214 ครั้ง

สมศักดิ์ เผย เห็นใจ อนค. โดน กกต. ยื่นยุบพรรค เข้าใจ มัชฌิมาฯ เคยมาแล้ว แนะ ต้องทำใจ

เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2562 เวลา 14.30 น. ที่ ทำเนียบรัฐบาล  นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ในฐานะแกนนำพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2562 ในวันที่ 21 ธันวาคม นี้ มีการพิจารณาวาระสำคัญเรื่องใดบ้าง ว่า

ตนยังไม่ทราบรายละเอียด คงต้องสอบถามจากหัวหน้าพรรค ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีกระแสข่าว นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค อดีต ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) จะมาร่วมงานกับรัฐบาล นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบ แต่รัฐบาลถ้ามีคนมาช่วยกันมากๆ ก็ดี

เมื่อถามถึงกรณี กกต. ยื่นยุบพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) นายสมศักดิ์ กล่าวว่า “เรื่องยุบพรรคผมก็เคยโดนมาแล้ว มันเป็นเงื่อนไขทางกฎหมาย หากเราไปพลาดพลั้ง เช่น พรรคมัชฌิมาฯ ก็ถูกยุบตอนเป็นรัฐบาลได้ 2 ปี มันเป็นไปตามกลไกของกฎหมาย เราเคยโดนมาแล้ว เข้าใจ เห็นใจ แต่ก็ต้องทำใจ”

เมื่อถามว่า นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ไม่ยอมรับคำวินิจฉัยของ กกต. นายสมศักดิ์ กล่าวว่า “ก็คำวินิฉัยไปยุบพรรคเขา เวลายุบของผม ผมก็ไม่อยากยอมเหมือนกัน ภรรยาก็ถูกตัดสิทธิ์ ทั้งครอบครัวโดนไปหมด แต่ถึงเราจะไม่ยอมรับอย่างไร ก็โดนมาแล้ว มันเป็นไปตามกฎหมาย ผมก็เคยทำใจมาแล้ว”

อ่านข่าว – กนก ซัด คนแพ้แล้วพาลลากประชาชนปลุกปั่นลงถนน

เมื่อถามถึงกรณี นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค เตรียมนัดชุมนุมแสดงพลัง เพราะทนไม่ไหวกับความอยุติธรรม ภายใต้กิจกรรมชื่อ “กลัวที่ไหน” นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ก็แล้วแต่ ส่วนจะมีผลกระทบกับรัฐบาลหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ เมื่อถามย้ำว่าจะสร้างวุ่นวายให้บ้านเมืองหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า เมื่อก่อนตนก็โดน ไม่รู้จะทำอย่างไร คงต้องติดตามดูกันต่อไป

เมื่อถามว่า คิดว่าการเมืองในขณะนี้ควรให้อยู่แต่ในสภา ไม่ควรดึงประชาชนมาเคลื่อนไหวอะไรหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ตามอัธยาศัย อย่างไรก็ตาม ไม่ขอออกความเห็นว่าการชุมนุมดังกล่าวจะน่าเป็นห่วงหรือไม่ ไม่กล้าวิเคราะห์

เมื่อถามว่า หากมีการยุบพรรคอนาคตใหม่จริง ได้มีการประสานหรือพูดคุยกันบ้างหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ไม่ค่อยคุ้นเคยและไม่ได้คุยอะไรกับใคร เพราะไม่ได้อยู่แผนกนี้

เรืองไกร จองกฐิน ชัช ขอตัดค่าตอบแทน – พ้นจากตำแหน่งไปแล้ว

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/404447?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

เรืองไกร จองกฐิน ชัช ขอตัดค่าตอบแทน – พ้นจากตำแหน่งไปแล้ว

13 ธันวาคม 2562 – 17:56 น.
เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ,วราเทพ รัตนากร,เชาวนะ ไตรมาศ,ศาลรัฐธรรมนูญ,ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ,ชัช ชลวร,จองกฐิน,ค่าตอบแทน
เปิดอ่าน 327 ครั้ง

เรืองไกร จองกฐิน ชัช บอกขอตัดค่าตอบแทน เหตุข้องใจต้องพ้นจากตำแหน่งไปแล้ว ด้าน กมธ.งบฯ 63 ตั้งปมตัดงบ อบรม – ประชาสัมพันธ์ เหตุชี้วัดไม่ได้

รัฐสภา 13 ธันวาคม 2562  ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 สภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายวราเทพ รัตนากร รองประธาน กมธ.​ คนที่สี่ เป็นประธานการประชุม

พิจารณาถึงการเสนอของบประมาณของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ (ศร.) วงเงินที่เสนอจัดสรร จำนวน 281 ล้านบาท โดย นายเชาวนะ ไตรมาศ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญเข้าชี้แจงต่อ กมธ.

ทั้งนี้ ในการพิจารณาของ กมธ. ได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการใช้งบประมาณที่เพิ่มขึ้นผิดปกติ เช่น โครงการอบรมและดูงาน รวมถึงท้วงติงต่อการจัดสรรเงินเดือนค่าตอบแทนให้กับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (ตศร.) ที่มีประเด็นว่าอาจขาดคุณสมบัติการดำรงตำแหน่ง คือ นายชัช ชลวร ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ กมธ.ฯ กล่าวว่า ตนไม่เห็นด้วยกับการจ่ายค่าตอบแทนให้กับนายชัช เพราะมีประเด็นเกี่ยวกับการพ้นจากตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ​ระหว่างการสับเปลี่ยนตำแหน่งประธานศาลรัฐธรรมนูญ​

อ่านข่าว – สิระ รับแจ้งราคาที่ดิน 100 ไร่กับ ป.ป.ช. พลาด

ซึ่งตนมองว่าเมื่อเป็นเหตุให้เปลี่ยนตำแหน่งประธาน อาจถือว่าต้องพ้นจากตำแหน่งตุลาการ อีกทั้งตนขอเอกสารเพื่อประกอบการพิจารณา โดยเฉพาะการแต่งตั้งนายชัช รวมถึงรายละเอียดวันที่ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ด้วย

ขณะที่ กมธ. รายอื่น ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับงบประมาณที่ใช้อบรม ซึ่งเสนอขอรวม 19.5 ล้านบาท ขณะที่ปีงบประมาณ 2562 พบการใช้งบประมาณเพียง 7.4 ล้านบาทเท่านั้น รวมถึงงบประมาณที่จัดสรรไว้เพื่อโครงการวิจัยและพัฒนาวิชาการรัฐธรรมนูญ โดยมีภารกิจเพื่อประชาสัมพันธ์ในการให้ข้อมูลข่าวสารของศาลกับประชาชน วงเงิน 6 ล้านบาท ที่ระบุว่า ไม่สามารถวัดผลได้ โดยเฉพาะการทำประชาสัมพันธ์ของหน่วยงาน ที่เป็นเพียงเอกสารข่าวแจก ที่ไม่มีหลักการการเขียนรายละเอียดที่ชัดเจน

นายเชาวนะ ชี้แจงต่องบประมาณเพื่อใช้อบรมในหลักสูตรของศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในกระบวนการประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน และเรื่องรัฐธรรมนูญ ให้กับผู้บริหารของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม เช่น ตำรวจ อัยการ ทหาร ซึ่งกำหนดให้จำนวนคนเข้าอบรมปีละ 52 คน โดยงบประมาณที่ใช้ดังกล่าวเพื่อเดินทางเพื่อศึกษาตามหลักสูตร คือ จำนวน 2 ครั้งต่อหลักสูตร โดยตัวเลขที่ไม่เท่ากันนั้นเป็นเพราะต้องพิจารณาถึงระยะทาง , ค่าเงิน อีกทั้งบางปีที่ใช้งบประมาณจำนวนน้อย เนื่องจากต้องคำนึงถึงประเทศเจ้าภาพที่เชิญว่าจะตอบโจทย์และเป็นประโยชน์ต่อสำนักงานหรือไม่ ส่วนกรณีการจัดสรรค่าตอบแทนให้กับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนั้นเป็นไปตามกฎหมายที่กำหนดไว้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กมธ. ยังได้ซักถามถึงเงินนอกงบประมาณ และเงินที่ไม่เหลือจ่ายในแต่ละปี ซึ่งเลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญ ชี้แจงว่า ศาลรัฐธรรมนูญจำเป็นต้องใช้งบประมาณที่จัดสรรในโครงการต่างๆ ให้หมดภายในปีงบประมาณ เนื่องจากสำนักงบประมาณเคยระบุว่าหากโครงการใดที่ใช้เงินไม่บรรลุ 100 เปอร์เซ็นต์ จะไม่จัดสรรให้อีก ดังนั้น ทำให้ไม่มีเงินค้าง ขณะที่ประเด็นการทำคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่หลายคนตั้งข้อสังเกตคดีการถวายสัตย์ปฏิญาณขอ นายกฯ นั้น ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยเป็นที่สุดแล้วว่าเป็นความสัมพันธ์ระหว่าง ครม. และพระมหากษัตริย์ ไม่มีองค์กรใดที่จะตรวจสอบได้ ดังนั้น ไม่มีประเด็นใดต้องตกค้างอีก

กนก ซัด คนแพ้แล้วพาลลากประชาชนปลุกปั่นลงถนน

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/404410?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

กนก ซัด คนแพ้แล้วพาลลากประชาชนปลุกปั่นลงถนน

13 ธันวาคม 2562 – 16:33 น.
กนก,ผู้ประกาศข่าวชั้นแนวหน้า,คนแพ้แล้วพาล,กนก รัตน์วงศ์สกุล,ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ,พรรคอนาคตใหม่,ศาลรัฐธรรมนูญ,กกต
เปิดอ่าน 796 ครั้ง

ผู้ประกาศข่าวชั้นแนวหน้า โพสต์อัด คนแพ้แล้วพาล ผิดเองอยู่ซ้ำซาก กลับไปลากประชาชนปลุกปั่นลงถนน

ความคืบหน้า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติเสียงข้างมาก 5 ต่อ 2 ส่งเรื่องให้ ศาลรัฐธรรมนูญ (ศร.) วินิจฉัยยุบ พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) กรณี นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ให้เงินกู้ยืมพรรคอนาคตใหม่ จำนวน 191 ล้านบาท ถือเป็นการกระทำผิด พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 72

ล่าสุด เมื่อเวลา 12.37 น. วันที่ 13 ธันวาคม 2562  Thanathorn Juangroongruangkit – ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ได้แพร่ภาพสด #ธนาธรไลฟ์ ได้เวลาส่งเสียงประชาชน 14 ธันวา 5 โมง เจอกันครับ #กลัวที่ไหน #ไม่ถอยไม่ทน พร้อมโพสต์ภาพข้อความ ถึงประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศ กระดาษหนึ่งใบ พร้อมข้อความถึงผู้ที่ครองอำนาจอยู่ ณ ห้วงเวลานี้ พรุ่งนี้ เสาร์ที่ 14 ธันวา พบกันที่สกายวอล์ค หน้าหอศิลป์ 17.00 น.

อ่านข่าว – เป๊ปซี่ คาดไม่ผิด ธนาธร เคาะกะลาระดมพล

ด้าน กนก รัตน์วงศ์สกุล ผู้ประกาศข่าวชั้นแนวหน้า โพสต์ Kanok Ratwongsakul Fan Page ระบุ ผิดเองอยู่ซ้ำซาก …ไปลากประชาชน ปลุกปั่นลงถนน …คนแพ้แล้วพาล

อ่านข่าว – กนก โพสต์ ไก่โต้งถาม..หน้าไหนจะเลิกเกณฑ์ทหาร

‘พ่อฟ้า’ นัดชุมนุมพรุ่งนี้5โมงเย็น

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/404362?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

‘พ่อฟ้า’ นัดชุมนุมพรุ่งนี้5โมงเย็น

13 ธันวาคม 2562 – 15:20 น.
นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ,พ่อฟ้า,นัดชุมนุม
เปิดอ่าน 1,935 ครั้ง

ทนไม่ไหวแล้ว “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ” หน.อนาคตใหม่ ประกาศปลุกสาวก”พ่อฟ้า”ร่วมชุมนุม ลุกขึ้นสู้ ส่งเสียงทวงความชอบธรรม 14ธ.ค.นี้ 5โมงเย็น

อูณหภูมิการเมืองไทยร้อนฉ่า !! เมื่อพ่อฟ้าสุดทน หลังบูมเมอร์แรงพุ่งตรงเข้าพรรคอนาคตใหม่และตัวของพ่อฟ้าเข้าอย่างจัง และมาอย่างต่อเนื่อง ชนิดที่เรียกได้ว่า “ตั้งรับ” แทบไม่ทัน แต่ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวผ่านโลกโซเชียลแล้ว!!

อ่านข่าว :  กกต.ส่งคำร้องศาลรธน.วินิจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่กรณีเงินกู้191ล.

เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 2562 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) เผยแพร่คลิปวิดีโอผ่านเพจส่วนตัว โดยกล่าวว่า อยากจะเรียนเชิญถ้าท่านที่รู้สึกทนไม่ไหว ไม่อยากจะทนกับสภาวะสังคมอย่างนี้ต่อไป อยากจะมาร่วมกันเปลี่ยนแปลง ผมขอเชิญชวนทุกคนในวันที่ 14 ธันวาคม พบกันเวลา 5 โมงเย็น ที่บริเวณสกายวอล์คปทุมวัน

นี่คือเวลาที่เราจะต้องส่งเสียงของประชาชนให้ดัง นี่คือเวลาที่เราจะต้องส่งเสียงของประชาชนให้ผู้มีอำนาจได้ยิน ถ้าท่านเห็นด้วยกับผม ว่าเวลานี้พวกเราประชาชนจะต้องลุกขึ้นสู้ ลุกขึ้นทวงความชอบธรรมความยุติธรรมเจอกัน

พร้อมกันนี้ ยังได้มีการติดแฮชแท็ก #กลัวที่ไหน #ไม่ถอยไม่ทน ด้วย

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ยังอยู่ในฐานะหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เพิ่งถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้พ้นสภาพการเป็นส.ส. จากกรณีถือครองหุ้นสื่อขัดคุณสมบัติการเป็นส.ส.ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ 2560

ต่อมาเมื่อวันที่ 11 ธ.ค.  2562 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติ 5 ต่อ 2 ให้ส่งคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ยุบพรรคอนาคตใหม่ จากกรณีที่ นายธนาธร  จึงรุ่งเรืองกิจ  ปล่อยเงินกู้ให้พรรคการเมืองเป็นจำนวน 191 ล้านบาท ขัดต่อกฏหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง

อย่างไรก็ตาม หลังจาก   นายธนาธร   จึงรุ่งเรืองกิจ พ้นจากการเป็นส.ส. ใช้เวลาดำเนินกิจกรรมทางการเมือง ด้วยการเดินสายแจกแผ่นพับ “รณรงค์การเลิกเกณฑ์ทหาร” โดยพุ่งเป้าไปตามพื้นที่ห้างสรรพสินค้า ย่านผู้คนพลุกพล่าน มีวัยรุ่นวัยหนุ่มสาว จากนั้นเดินสายไปตามต่างจังหวัดพื้นที่สีแดงทางการเมือง เช่น พระนครศรีอยุธยาบ้าง ชายหาดบางแสน จ.ชลบุรี และไปยังจังหวัดในภาคอีสาน

กระทั่งมาถึงวันนี้ ( 13 ธ.ค. 2562 ) นายธนาธร   จึงรุ่งเรืองกิจ  หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่จึงได้ตัดสินใจประกาศนัดชุมนุมในวันที่ 14 ธ.ค. 2562 เวลา 17.00 น. ที่บริเวณสกายวอล์ค ปทุมวัน  กรุงเทพมหานคร

* เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 2562 นายธนาธร ตัดสินใจไลฟ์สดเชิญชวน ประชาชนที่เขาบอกว่า

รู้สึกทนไม่ไหวต่อสภาวะสังคมแบบนี้ ออกมาชุมนุม*