เป๊ปซี่ คาดไม่ผิด ธนาธร เคาะกะลาระดมพล

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/404371?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

เป๊ปซี่ คาดไม่ผิด ธนาธร เคาะกะลาระดมพล

13 ธันวาคม 2562 – 14:53 น.
เป๊ปซี่,เป๊ปซี่ เสริมสุข,เสริมสุข กษิติประดิษฐ์,Sermsuk Kasitipradit,เคาะกะลา,ระดมพล,ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ,กลัวที่ไหน,ไม่ถอยไม่ทน,ศาลรัฐธรรมนูญ,ศร,กกต,พรรคอนาคตใหม่,อนค
เปิดอ่าน 1,674 ครั้ง

ธนาธรไลฟ์สดถึงประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศ เป๊ปซี่ไม่ผิดความคาดหมาย น่าจะรู้ใกล้เวลาแจ่มจันทร์นวลผ่องส่งท้ายปีเก่าเลยเคาะกะลานัดชุมนุม

คลิปที่ 1

 

ความคืบหน้า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติเสียงข้างมาก 5 ต่อ 2 ส่งเรื่องให้ ศาลรัฐธรรมนูญ (ศร.) วินิจฉัยยุบ พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) กรณี นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ให้เงินกู้ยืมพรรคอนาคตใหม่ จำนวน 191 ล้านบาท ถือเป็นการกระทำผิด พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 72

ล่าสุด เมื่อเวลา 12.37 น. วันที่ 13 ธันวาคม 2562  Thanathorn Juangroongruangkit – ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ได้แพร่ภาพสด #ธนาธรไลฟ์ ได้เวลาส่งเสียงประชาชน 14 ธันวา 5 โมง เจอกันครับ #กลัวที่ไหน #ไม่ถอยไม่ทน พร้อมโพสต์ภาพข้อความ ถึงประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศ กระดาษหนึ่งใบ พร้อมข้อความถึงผู้ที่ครองอำนาจอยู่ ณ ห้วงเวลานี้ พรุ่งนี้ เสาร์ที่ 14 ธันวา พบกันที่สกายวอล์ค หน้าหอศิลป์ 17.00 น.

อ่านข่าว – เป๊ปซี่ ชี้ ไม่มีการยุบ อนค. จากกรณีกู้ยืมเงิน

 

เป๊ปซี่ คาดไม่ผิด ธนาธร เคาะกะลาระดมพล

เป๊ปซี่ คาดไม่ผิด ธนาธร เคาะกะลาระดมพล

ด้าน เป๊ปซี่ เสริมสุข กษิติประดิษฐ์ Sermsuk Kasitipradit โพสต์ ไม่ผิดความคาดหมายเคาะกะลาระดมพล อ้างถูกผู้มีอำนาจในบ้านเมืองกลั่นแกล้ง มีธงยุบพรรค แต่กลับไม่พูดถึงความอัปยศทำผิดกฎหมาย จาบจ้วงโจมตีให้ร้ายสถาบันของแกนนำพรรค ที่จะเป็นหนึ่งในสาเหตุยุบพรรค ตามข้อกล่าวหาล้มล้างการปกครอง น่าจะรู้ใกล้เวลาแจ่มจันทร์นวลผ่องส่งท้ายปีเก่า เลยเคาะกะลานัดชุมนุมด่วน…เรียนเชิญ ช่วยมากันให้เต็มเหนี่ยว

เป๊ปซี่ คาดไม่ผิด ธนาธร เคาะกะลาระดมพล

เป๊ปซี่ คาดไม่ผิด ธนาธร เคาะกะลาระดมพล

เป๊ปซี่ คาดไม่ผิด ธนาธร เคาะกะลาระดมพล

สำนวนยุบอนาคตใหม่ถึงศาลแล้ว สัปดาห์หน้าจับตาถกสำนวนคดี

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/404358?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

สำนวนยุบอนาคตใหม่ถึงศาลแล้ว สัปดาห์หน้าจับตาถกสำนวนคดี

13 ธันวาคม 2562 – 14:29 น.
สำนวนยุบอนาคตใหม่,ศาลรัฐธรรมนูญ
เปิดอ่าน 201 ครั้ง

กกต.ส่งคำร้องยุบพรรคอนาคตใหม่ ปมกู้ยืมเงิน”ธนาธร” ต่อศาลรัฐธรรมนูญแล้ว สัปดาห์หน้า จับตาถกสำนวนคดีในที่ประชุมศาล

ศาลรัฐธรรมนูญ-13 ธ.ค.2562-ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13.30 น. ร.อ.มนูญ วิเชียรนิตย์ ผอ.สำนักสนับสนุนการสืบสวนสอบสวน นายสมพล พรผล ผอ.สำนักกิจการพรรคการเมือง พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้นำสำนวนคำร้องของคณะกรรมการ กกต. มาส่งยังศาลรัฐธรรมนูญ

เพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยว่า กรณีพรรคอนาคตใหม่กู้ยืมเงินจากนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ จำนวน 191,200,000 บาท เป็นการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืน มาตรา 72 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 หรือไม่ พร้อมขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณายุบพรรคอนาคตใหม่ตามมาตรา 92 วรรคหนึ่ง (3) ประกอบมาตรา 93 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560

ทั้งนี้ฝ่ายรับเรื่องร้องเรียน ศาลรัฐธรรมนูญ ได้ตรวจสอบคำร้อง พร้อมพยานหลักฐานที่กกต.นำส่ง รวมทั้งให้ลงชื่อรับรอง ซึ่งขั้นตอนในการตรวจสอบเอกสารหลักฐานใช้เวลาไม่นาน และเมื่อแล้วเสร็จเจ้าหน้าที่ได้เดินทางกลับสำนักงาน กกต.ทันที โดยปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์หรือตอบข้อซักถามใดๆกับสื่อมวลชน
อย่างไรก็ตาม เป็นที่จับตาดูว่าการยื่นเรื่องของ กกต.ในวันนี้ (13 ธ.ค.) จะทันกับการประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในสัปดาห์หน้า ซึ่งจะมีการประชุมในวันพุธที่ 18 ธ.ค.นี้หรือไม่

กมธ.งบ63 สงสัยศาลยุติธรรมเสนอของบไร้รายละเอียด

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/404352?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

กมธ.งบ63 สงสัยศาลยุติธรรมเสนอของบไร้รายละเอียด

13 ธันวาคม 2562 – 13:40 น.
กมธงบ63,ศาลยุติธรรมเสนอของบ
เปิดอ่าน 353 ครั้ง

“กมธ.งบ63” สงสัย ศาลยุติธรรม เสนอของบ ไร้รายละเอียด จี้ขอเอกสารก่อนปรับลด ด้าน “เลขาฯศาลยธ.” แจงศาลใช้งบตามกรอบวินัยการเงินการคลัง

รัฐสภา – 13 ธันวาคม 2562 –“กมธ.งบ63” สงสัย ศาลยุติธรรม เสนอของบ ไร้รายละเอียด จี้ขอเอกสารก่อนปรับลด ด้าน “เลขาฯศาลยธ.” แจงศาลใช้งบตามกรอบวินัยการเงินการคลัง บอกปมถูก ผู้พิพากษาฟ้องศาลปกครอง อยู่ระหว่างพิจารณาเพื่อฟ้องกลับ หากพบเจตนาไม่บริสุทธ์ิ

ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่าสยประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายวราเทพ รัตนากร รองประธานกมธ.​คนที่สี่ เป็นประธานการประชุม ได้เข้าสู่การพิจารณาการเสนอของบประมาณในหน่วยงานของศาล ได้แก่ ศาลปกครอง, ศาลยุติธรรม และศาลรัฐธรรมนูญ โดยตอนหนึ่งของการพิจารณาการเสนอของบประมาณ สำนักงานศาลยุติธรรม ที่เสนอของบประมาณทั้งสิ้น 17,436 ล้านบาท  และนายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการศาลยุติธรรม ได้เข้าชี้แจงด้วยตนเอง ถูกกมธ.ฯ ตั้งประเด็นคำถามการเสนองบประมาณที่ไม่มีรายละเอียด และมีบางรายการพบการถูกตัดลดทอน จนทำให้เกิดปัญหาของการบริหารงานด้านค่าตอบแทนบุคลากรได้

โดยนายนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ฐานะรองประธานกมธ.ฯ​ คนที่สิบห้า ตั้งประเด็นถามว่า สำนักงานศาลยุติธรรมถูกสำนักงบประมาณฯ ปรับลดงบประมาณเกือบ 50เปอร์เซ็นต์จากที่เสนอขอไปทั้งสิ้น 3หมื่นล้านบาท และเมื่อตรวจสอบรายละเอียดพบว่าเป็นส่วนของงบประมาณด้านบุคลากร  ค่าจ้าง ค่าตอบแทน และสำนักงานศาลฯ ไม่มีการเสนอขอเงินนอกงบประมาณ แต่พบว่ามีการเสนอขอเงินสมทบมูลค่า 3,300 ล้านบาท แต่ไม่มีรายละเอีย ดังนั้นต้องการให้ชี้แจง และขอรายละเอียด

ขณะที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ฐานะเลขานุการกมธ.ฯ  คนที่สี่ ทวงถามถึงการทำหนังสือขอเอกสารของสำนักงานเลขาธิการศาลยุติธรรม ใน 2 โครงการ คือ  โครงการการประกวดราคาจ้างตามโครงการพัฒนาระบบสารสนเทศ สำนวนคดีศาลชั้นต้นระยะที่ 3 ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็คทรอนิกส์ หรือ E-bidding ราคากลางของการจ้างวงเงินรวม 160 ล้านบาท ลงวันที่ 4 ธันวาคม 2561

และโครงการเรื่องประกวดราคาจ้างพัฒนาระบบการจัดทำสารบบและสำนวนความอิเล็คทรอนิกส์ จำนวน 1 ระบบ (โครงการพัฒนาระบบการจัดทำสารบบและสำนวนความอิเล็คทรอนิกส์) ด้วยวิธีการประกวดราคาทางอิเล็คทรอนิกส์ ราคากลางของการจ้างวงเงินทั้งสิ้น 350 ล้านบาท  ลงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 ที่ไม่ได้ระบุรายละเอียดไว้ในรายการเสนอของบประมาณปี 2563  และขอเอกสารการบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเรื่องการพัฒนาระบบศาลดิจิทัล ระหว่างสำนักงานศาลยุติธรรมกับธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ลงวันที่ 15 มีนาคม 2562 ด้วย เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกัน  ทั้งนี้ตนจะขอสงวนสิทธิ์การปรับลดงบประมาณของสำนักงานศาลยุติธรรม จำนวน 510 ล้านบาท

ทั้งนี้นายสราวุธ ชี้แจงว่าเอกสารชี้แจงที่กมธ. ขอจะให้เจ้าหน้าที่จัดส่งให้ครบทั้งหมด  ยืนยันว่าการใช้งบประมาณของสำนักงานศาลยุติธรรมเป็นการใช้งบประมาณตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังทุกประการ ส่วนที่ตั้งถามเกี่ยวกับคดีความต่างๆ ตนฐานะหน่วยงานสนับสนุนไม่สามารถชี้แจงแทนได้ อย่างไรก็ตามที่มีประเด็นว่าผู้พิพากษารายหนึ่งที่ฟ้องคดีศาลปกครองนั้น ตนได้ปรึกษากับอัยการ และอยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะดำเนินคดีอาญากลับหรือไม่ หากพบว่าเป็นการข่มขู่หรือมีเจตนาที่ไม่บริสุทธิ์.

“ชูวิทย์” ปูด อนาคตใหม่ วางแผนตั้งพรรคสำรอง

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/404350?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

“ชูวิทย์” ปูด อนาคตใหม่ วางแผนตั้งพรรคสำรอง

13 ธันวาคม 2562 – 13:36 น.
ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์,ธนาธร,ธนาธร จึงรุ่งรืองกิจ,อนาคตใหม่,ยุบพรรคอนาคตใหม่
เปิดอ่าน 1,314 ครั้ง

ชูวิทย์ วิเคราะห์ อนาคตใหม่ วางแผนตั้งพรรคสำรองหากถูกหวยยุบพรรค เปรียบ ธนาธร สะดุดขาตัวเองเหมือน ปารีณา แต่ต่างกันตรงที่ อยู่ฝ่ายค้าน-อยู่ฝ่ายรัฐบาล

วันนี้(13 ธ.ค.2562) ที่เพจเฟซบุ๊ก “ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์” ของนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ได้โพสต์ข้อความระบุถึง แผนสำรองของพรรคอนาคตใหม่ ว่า

ป่านนี้กรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ คงใจ ตุ้มๆ ต่อมๆ ว่าจะถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคหรือไม่?

ทางที่ดีจึงควรมีแผนสำรอง แทนที่จะไปโต้เถียงว่าโดนกลั่นแกล้ง เพราะเอาเข้าจริง ต้องยอมรับว่าทั้งเรื่องหุ้นสื่อ และเงินกู้พรรค ล้วนเป็นเรื่องที่คุณธนาธรสะดุดขาตัวเองแท้ๆ แบบเดียวกับคุณปารีณา

ต่างกันตรงที่ “คุณธนาธรอยู่ฝ่ายค้าน” แต่ “คุณปารีณาอยู่ฝ่ายรัฐบาล”

การวางแผนสำรองของคุณธนาธรจึงหนักหนาสาหัสกว่าที่จะร้องเพลง “let it be ช่างแม่มัน” อย่างคุณปารีณามาก

ดุลอำนาจการเมืองจะเปลี่ยนไปทันทีที่ศาลสั่งยุบพรรคอนาคตใหม่ คุณธนาธร อาจารย์ปิยบุตร รวมถึงกรรมการบริหารพรรคทุกคน ก็คงหมดอนาคตไปด้วยทันทีที่ไม่ได้อยู่ในสภา และเวลาก็เหลือไม่มาก

ผลลัพธ์จะสั่นสะเทือนถึงคะแนนที่ “ปริ่มน้ำ” อยู่ในขณะนี้ ให้กลายเป็นคะแนนที่ “เด็ดขาด”

“นายกฯตู่” จะขาไม่ลอยน้ำ จนต้องไปทำท่าทีคอยเอาอกเอาใจ เลี้ยงหูฉลาม กอดรัดฟัดเหวี่ยง รักพรรคร่วมรัฐบาล หรือพวกตีสองหน้าให้เสียศักดิ์ศรีแบบทุกวันนี้

ตอนนี้พรรคอนาคตใหม่คงวางแผนตั้งพรรคสำรองหากถูกหวยยุบพรรค เพื่อให้ ส.ส. ที่เหลือ ที่ไม่ใช่กรรมการบริหารพรรคย้ายไปสังกัด โดยชูสโลแกนสืบสานอุดมการณ์ของพรรคอนาคตใหม่ จะชื่อ “พรรคอุดมการณ์ใหม่” หรือไปเปลี่ยนชื่อพรรคทีหลังก็ได้

ส่วนคุณธนาธร และอาจารย์ปิยบุตร คงได้ส่งโพยติว ส.ส. ให้ขึ้นมาเป็นตัวแทน แล้วตัวเองก็ไปต่อสู้นอกสภาเข้าทำนอง “นอมินี” คนสั่งการตัวจริงอยู่เบื้องหลัง อย่างพรรคที่ถูกยุบมาก่อนเขาทำกันเกร่อ

ปัญหาคือ “บารมีพรรษาการเมือง” ยังไม่แก่กล้าเท่า

การควบคุม ส.ส. จะลำบาก อีกทั้งเป็น ส.ส. สมัยแรก พอรู้ว่าทั้งสองไม่มีโอกาสเข้าสภาอีกแล้วอย่างน้อย 5 ปี คงแหกคอกหนัก เทไปทางฝั่งรัฐบาลที่มีขนมหวานล่อ

ครั้นจะหาหัวหน้าพรรคที่เชื่อฟัง คงฟังแค่ตอนต้น สักพักก็คงว่าความตามใจ ของแบบนี้มีตัวอย่างให้เห็นมานักต่อนัก

แผนสำรองนี้จึงไม่ใช่โมเดลทางธุรกิจแบบที่คุณธนาธรเคยทำ ป่านนี้หากทำธุรกิจอยู่ คงไม่ต้องปวดหัวแบบนี้

บรรดาเจ้าสัวธุรกิจเมืองไทยถึงได้สั่งลูกหลานไว้นักหนาว่า “อย่าไปเล่นการเมือง”

อธิบดีกรมปศุสัตว์เปิดงานประกวดโคนมเทิดพระเกียรติ ชิงถ้วยพระราชทานภาคใต้-ตะวันตกครั้งที่20

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/459972

อธิบดีกรมปศุสัตว์เปิดงานประกวดโคนมเทิดพระเกียรติ ชิงถ้วยพระราชทานภาคใต้-ตะวันตกครั้งที่20

วันศุกร์ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 14.39 น.

13 ธันวาคม 2562 เวลา 9.30 น.นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มอบหมายนายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เป็นประธานพิธีเปิดงานประกวดโคนมเทิดพระเกียรติชิงถ้วยพระราชทานภาคใต้และภาคตะวันตกครั้งที่ 20 ระหว่างวันที่ 13-14 ธันวาคม 2562 พร้อมด้วยประธานกรรมการชุมชนสหกรณ์โคนมภาคใต้และภาคตะวันตก จำกัด น.สพ. ยุษฐิระ บัณฑุกุล ปศุสัตว์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์, ผู้ทรงคุณวุฒิ, ผอ.สทป., ผอ.กกจ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมส่งเสริมสหกรณ์ องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย สมาคมผู้ผลิตนมพาสเจอร์ไรส์ ผู้แทนจากสหกรณ์โคนม 15 สหกรณ์ และเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในพื้นที่เข้าร่วมพิธีเปิดในครั้งนี้

การจัดงานฯ วัตถุประสงค์ เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกถึง พระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 พระบิดาแห่งโคนมไทย ที่พระองค์ได้ทรงพระราชทานอาชีพการเลี้ยงโคนมให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในประเทศไทย และเป็นการส่งเสริมพัฒนาอาชีพของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในพื้นที่ภาคใต้และตะวันตกของประเทศไทย ซึ่งภายในงานมีกิจกรรมต่างๆ มากมาย เช่น การจัดกิจกรรมประกวดโคนมชิงถ้วยพระราชทาน การออกร้านแสดงนิทรรศการทางวิชาการ การแสดงหรือจำหน่ายสินค้าสำหรับการเลี้ยงสัตว์ การสัมมนาอภิปราย “ลานบ้าน ลานโค” กิจกรรมงานคาวบอยไนท์ และงานราตรีโคนม

ทั้งนี้ เพื่อเป็นแนวทางนโยบายในการส่งเสริมพัฒนาอาชีพการเลี้ยงโคนมของประเทศไทย ให้สอดคล้องและขับเคลื่อนยุทธศาสตร์โคนม สู่การปฏิบัติงานด้านโคนมและผลิตภัณฑ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป ณ โครงการเลี้ยงวัวนมทดแทนในระบบชีวภาพ (วัวหลุม) จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

เกษตรฯเชิญชวนขึ้นทะเบียนชาวนาเกลือ พร้อมพัฒนาเกลือทะเลครบวงจร

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/459939

เกษตรฯเชิญชวนขึ้นทะเบียนชาวนาเกลือ พร้อมพัฒนาเกลือทะเลครบวงจร

วันศุกร์ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 13.13 น.

13 ธันวาคม 2562 นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรกล่าวว่า คณะกรรมการพัฒนาเกลือทะเลไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เชิญชวนชาวนาเกลือขึ้นทะเบียนเกษตรกรต่อกรมส่งเสริมการเกษตรซึ่งเป็นเลขานุการคณะกรรมการชุดดังกล่าว ทั้งนี้คณะกรรมการพัฒนานาเกลือมีแนวทางขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านเกลือทะเลไทย ให้มีความเหมาะสมชัดเจน ครอบคลุม และสอดคล้องกับบริบทการดำเนินงานในปัจจุบันและเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ แก้ไขปัญหาที่เกษตรกรชาวนาเกลือประสบทั้งจากภัยธรรมชาติและการนำเข้าเกลือจากต่างประเทศ ในการนี้กรมส่งเสริมการเกษตรจึงได้จัดตั้งสำนักเลขานุการคณะกรรมการพัฒนาเกลือทะเลไทยขึ้น เพื่อทำหน้าที่ขับเคลื่อนการดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานอื่นๆต่อไป

อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรกล่าวอีกว่า โดยปกติแล้วการผลิตเกลือสมุทรมีช่วงเวลาที่สามารถผลิตได้เพียงในช่วงฤดูแล้งตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน – 30 เมษายน ของปีถัดไป จึงขอให้เกษตรกรชาวนาเกลือ มาขึ้นทะเบียนเกษตรกรและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร ปี 2562/63 ที่สำนักงานเกษตรอำเภอและเกษตรจังหวัด ได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 30 เมษายน 2563 เพื่อรับสิทธิ์ได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐ โดยสามารถแจ้งขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร การทำนาเกลือสมุทรได้หลังจากวันที่ปล่อยน้ำเข้าแปลงแล้ว 1 วัน จากนั้นเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรจะตรวจสอบพื้นที่ตามที่เกษตรกรได้แจ้งไว้ภายในไม่เกิน 60 วัน ต่อไป

ทั้งนี้การทำนาเกลือได้รับการตีความจากคณะกรรมการกฤษฎีกา ว่าอาชีพทำเกลือทะเลเป็นอาชีพเกษตรกรรมในปี 2561 จากนั้นจึงจัดตั้งคณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เกลือทะเลไทย โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธาน เพื่อจัดทำมาตรฐานเกลือทะเล ร่างพระราชบัญญัติเกลือทะเล จัดตั้งสถาบันเกลือทะเล และการแก้ไขปัญหาหนี้สินของชาวนาเกลือตามยุทธศาสตร์เกลือทะเลไทย พ.ศ. 2560-2564

สำหรับการทำนาเกลือมี 7 จังหวัด คือ เพชรบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม ชลบุรี จันทบุรี ฉะเชิงเทรา และปัตตานี มีพื้นที่มากกว่า 60,000 ไร่ ผลผลิตประมาณ 900,000 ตันต่อปี ชาวนาเกลือร้องเรียนปัญหาราคาเกลือทะเลตกต่ำตั้งแต่ปี 2557 ต้นทุนเกวียนละ 1,600 บาท แต่ขายได้เกวียนละ 700 บาท ขาดทุนเรื่อยมา จนเกิดปัญหาหนี้สินสะสมรวมกันมากกว่า 517 ล้านบาท อีกทั้งผลผลิตเกลือธรรมชาติไม่สามารถผลิตได้ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมและมาตรฐานอาหารที่กำหนดว่าเกลือบริโภคต้องเติมสารไอโอดีน

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เกลือทะเล โดยปรับระบบการผลิตเกลือทะเลให้มีต้นทุนต่ำเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด และมีช่องทางการตลาดมากขึ้น ล่าสุดมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรีได้วิจัยนำเกลือมาสร้างนวัตกรรมผลผลิตใหม่ๆ ได้แก่ การพัฒนาดอกเกลือทะเลแห้ง สูตรปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพด้วยขี้แดดนาเกลือในระบบปลูกพืชไฮโดรโพรนิกส์ สูตรปุ๋ยขี้แดดนาเกลือ เพื่อเพิ่มคุณภาพผลผลิตของผลไม้และไม้ตัดดอกเป็นต้น และเตรียมจัดตั้งสถาบันเกลือทะเลไทย เพื่อยกมาตรฐานการผลิตเกลือทะเลให้มีการผลิตแบบอุตสาหกรรม
ชาวนาเกลือประสบปัญหาหนี้สินเนื่องจากราคาตกต่ำและรายได้ไม่เพียงพอซึ่งกระทรวงเกษตรฯ ได้ สนับสนุนเงินกู้ปลอดดอกเบี้ยจากกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรวงเงิน 52.5 ล้านบาท

อีกทั้งมีสหกรณ์การเกษตร 4 แห่งร่วมโครงการ ได้แก่ สหกรณ์กรุงเทพ จำกัด จังหวัดสมุทรสาคร สหกรณ์การเกษตรนาเกลือสมุทรสาคร สหกรณ์การเกษตรนาเกลือสมุทรสงคราม และกลุ่มเกษตรกรนาเกลือบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี รับประกันราคาเกลือไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 ของราคาตลาด โดยสามารถเก็บเกลือไว้ที่ยุ้งฉางของสหกรณ์หรือของเกษตรกร เป้าหมายเฉลี่ยเกวียนละ 2,500 บาท (1 เกวียนเท่ากับ 1,600 กิโลกรัม)

ขณะนี้กำลังเตรียมทำรูปแบบเกษตรแปลงใหญ่และสำรวจความต้องการใช้เกลือตามนโยบายตลาดนำการผลิต พบว่า ปริมาณการใช้เกลือในประเทศมีประมาณปีละ 900,000 ตัน โดยใช้ในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารสำเร็จรูป (รวมเพื่อการส่งออก) 450,000 ตันต่อปี อุตสาหกรรมผลิตน้ำปลา 430,000 ตันต่อปี อุตสาหกรรมผลิตซอสปรุงรสและผักผลไม้ดองในน้ำเกลือ รวมถึงอาหารทะเลในน้ำเกลือ 20,000 ตัน ซึ่งส่วนใหญ่ใช้เกลือสินเธาว์ที่ผลิตได้มาตรฐานอุตสาหกรรมและมาตรฐานอาหาร

ดังนั้น จึงมอบหมายให้กรมส่งเสริมสหกรณ์เป็นหน่วยงานหลักในการบริหารจัดการด้านการตลาดนำการผลิตเกลือทะเล เพื่อแก้ปัญหาราคาเกลือทะเลตกต่ำ ช่วยเหลือให้ชาวนาเกลือให้มีรายได้เพิ่มขึ้น พ้นภาวะหนี้สิน และทำนาเกลือทะเลเป็นอาชีพที่สร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจของเกษตรกรและเศรษฐกิจของประเทศ

เอาแน่!‘ม็อบประมง’กางแผนแก้ถูกสกัดบุกกรุง17ธ.ค. ลั่นขอคุย‘เฉลิมชัย’คนเดียว

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/459938

เอาแน่!‘ม็อบประมง’กางแผนแก้ถูกสกัดบุกกรุง17ธ.ค. ลั่นขอคุย‘เฉลิมชัย’คนเดียว

วันศุกร์ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 13.13 น.

เอาแน่!‘ม็อบประมง’กางแผนแก้ถูกสกัดบุกกรุง17ธ.ค. ลั่นขอคุย‘เฉลิมชัย’คนเดียว

13 ธันวาคม 2562 นายมงคล เจริญสุขคณา ประธานสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ชาวประมง 22 จังหวัดชายทะเล เกรงจะถูกสกัดกั้นการเดินทางมาชุมนุมหน้ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ดีเดย์17ธ.ค.!‘ม็อบประมง’นับหมื่นบุกกรุง ขู่รัฐเมินแก้ปัญหา ปักหลักยาวข้ามปี) เหมือนที่เคยประสบ จึงแจ้งไปยังสมาคมประมงทุกจังหวัด หากเกิดปัญหาการขัดขวางการเดินทางจากเจ้าหน้าที่รัฐ เช่น ตำรวจพื้นที่ ตำรวจทางหลวงตั้งด่านสกัด หรือข่มขู่เจ้าของรถตู้ห้ามให้บริการชาวประมง เพื่อหวังจะให้ชาวประมงเดินทางมาไม่ได้ จึงขอให้แต่ละสมาคมประมงจังหวัดถ่ายเอกสารใบการขออนุญาตชุมนุมสาธารณะติดรถมาด้วย เพราะแจ้งเรื่องการเดินทางของชาวประมงที่จะใช้ รถยนต์ รถกระบะ รถตู้ และรถบัสในใบแจ้งการชุมนุมสาธารณะแล้ว

นอกจากนี้ กรณีที่มีปัญหาการขัดขวางจากเจ้าหน้าที่รัฐ ให้สมาคมประมงจังหวัดแจ้งพี่น้องชาวประมงที่เดินทางมาเพื่อจะร่วมชุมนุม ให้เดินลงจากรถยนต์ที่ถูกสกัด แล้วพร้อมใจกันเดินบนถนนจนถึงหน้ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อแสดงให้เห็นว่าต้องการเดินทางมาร่วมชุมนุมสาธารณะด้วยการยืนยันว่าจะไม่ปิดถนน จะเปิดเส้นทางจราจรให้รถผ่านไปได้ และไม่ทำให้ประชาชนเดือดร้อน

นายมงคล กล่าวอีกว่า สมาคมประมงจังหวัด ผู้ประกอบการเกี่ยวเนื่องภาคประมง จ.ระยอง เจ้าของเรือขาวแดงทุกลำจะเตรียมอาหารและเครื่องใช้จำเป็นสำหรับพักค้างแรมต่อเนื่องยาวจนกว่ากระทรวงเกษตรฯ จะสรุปแนวทางช่วยเหลือและแก้ไขอุปสรรคในการประกอบอาชีพประมง ทั้งด้านเงินกู้สำหรับเป็นทุนหมุนเวียน การเพิ่มวันทำการประมง การซื้อคืนเรือประมงขาว-แดง ที่ต้องหยุดประกอบอาชีพจากนโยบายจำกัดจำนวนเรือของรัฐ และแก้ไขกฎหมายที่มีโทษรุนแรงเกินกว่ามาตรฐานสากล

นอกจากนี้ หากนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไม่มารับฟังปัญหาด้วยตนเอง แต่มอบหมายนายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว. เกษตรฯ มารับเรื่อง ชาวประมงจะไม่เจรจาด้วย เนื่องจากที่ผ่านมานายอลงกรณ์ทำหน้าที่แทนรัฐมนตรีในการประชุมกับผู้แทนชาวประมงแทบทุกสัปดาห์ แต่หาข้อสรุปไม่ได้ จึงต้องการของเข้าพบ รมว. เกษตรฯ ซึ่งมีอำนาจตัดสินใจ

“หากการเจรจาไม่เป็นผลทั้งแพปลา โรงน้ำแข็ง อู่เรือ และผู้ประกอบการธุรกิจเกี่ยวเนื่องภาคประมงจะหยุดกิจกรรมและหยุดทำการ แล้วดินทางไปสมทบเข้าร่วมชุมนุมด้วย” นายมงคล กล่าว

รายงานพิเศษ : สืบสานศาสตร์พระราชา‘อ่างพวง’ สร้างความมั่นคงเรื่องน้ำให้พื้นที่EEC

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/459831

รายงานพิเศษ : สืบสานศาสตร์พระราชา‘อ่างพวง’ สร้างความมั่นคงเรื่องน้ำให้พื้นที่EEC

วันศุกร์ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 พระราชทานแนวพระบรมราโชบายของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ให้หน่วยงานราชการรวมถึงพสกนิกร ยึดถือเป็นแนวปฏิบัติ ด้วยทรงตระหนักดีว่า ศาสตร์พระราชานั้นได้ผ่านการคิด กลั่นกรอง ปฏิบัติ และพัฒนา จนเป็นรูปธรรมชัดเจนมาแล้วทั้งสิ้น เป็นที่ยอมรับของสังคมไทยและในระดับนานาชาติ

“กรมชลประทานได้ยึดถือ สืบสาน ต่อยอดศาสตร์พระราชา มาใช้พัฒนาแก้ปัญหาเรื่องน้ำในพื้นที่ทั่วประเทศ โดยให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกของการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์กรมชลประทานภายใต้กรอบแนวคิด “RID No.1” ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน

ศาสตร์พระราชาเรื่อง “โครงข่ายอ่างเก็บน้ำ” หรือ“อ่างพวง”ที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 พระราชทานพระราชดำริดำเนินโครงการในพื้นที่อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี และอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เมื่อปี 2532 และแล้วเสร็จสมบูรณ์ปี 2549 ทำให้ผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำมากมาช่วยอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำน้อยกว่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นการใช้น้ำอย่างคุ้มค่า เกิดประโยชน์สูงสุด และก่อให้เกิดความมั่นคงในเรื่องน้ำในพื้นที่นั้น

กรมชลประทานยึดศาสตร์พระราชา “อ่างพวง” ดังกล่าวมาสืบสาน ต่อยอด แก้ปัญหาเรื่องน้ำในพื้นที่ต่างๆ ล่าสุดบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำมาขยายผลดำเนิน โครงการพัฒนาแหล่งน้ำและการจัดการทรัพยากรน้ำรองรับเขตพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ในชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้ภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมปิโตรเคมี พลังงาน ยานยนต์ของไทยในอนาคต ตลอดจนสร้างความมั่นใจด้านการท่องเที่ยว ซึ่ง 3 จังหวัดดังกล่าวยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวมีชื่อเสียงระดับนานาชาติ และที่สำคัญยังทำให้ภาคเกษตร มีน้ำที่อุดมสมบูรณผลิตผลไม้คุณภาพดีระดับโลกอีกด้วย

อธิบดีกรมชลประทานกล่าวว่า แม้ปัจจุบันปริมาณน้ำต้นทุนที่ใช้ในพื้นที่ EEC จะมีเพียงพอกับความต้องการทุกภาคส่วนก็ตาม แต่ในอนาคตความต้องการใช้น้ำจะเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ดังนั้น กรมชลประทานจึงนำศาสตร์พระราชาในเรื่องอ่างพวง มาวางแผนเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนและสร้างความมั่นคงเรื่องน้ำให้พื้นที่ EEC โดยสร้างระบบผันน้ำเชื่อมโยงระหว่างอ่างเก็บน้ำที่สำคัญเข้าด้วยกันเป็นโครงข่าย ซึ่งจะสร้างความมั่นคงเรื่องน้ำรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจแล้ว ทำให้ภาคการเกษตรมีน้ำสมบูรณ์เพียงพอด้วย ปัจจุบันมีการเชื่อม โยงอ่างเก็บน้ำต่างๆ เข้าด้วยกันโดยระบบท่อส่งน้ำ คลองส่งน้ำ และลำน้ำธรรมชาติ เป็นโครงข่ายแล้วส่วนหนึ่ง แต่ทั้งหมดนี้ยังไม่เพียงพอที่จะสร้างความมั่นคงให้พื้นที่ EEC ในอนาคต

ดังนั้น กรมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำแผนพัฒนาแหล่งน้ำเพิ่มเติมในอนาคตเพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำของพื้นที่ EEC ในอีก 20 ปี โดยในส่วนที่กรมชลประทานรับผิดชอบประกอบด้วย สร้างอ่างเก็บน้ำใหม่ 10 แห่ง รวมปริมาณความจุ 208.7 ล้านลบ.ม. ปรับปรุงแหล่งน้ำ 6 แห่งที่มีอยู่เดิมเก็บน้ำได้เพิ่ม 91.5 ล้านลบ.ม. ปรับปรุงเครือข่ายน้ำเดิม คือ เครือข่ายน้ำอ่างเก็บน้ำคลองใหญ่-อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล สร้างระบบเครือข่ายผันน้ำพานทอง-อ่างเก็บน้ำบางพระ และเครือข่ายน้ำอ่างเก็บน้ำประแสร์-อ่างเก็บน้ำหนอค้อ-อ่างเก็บน้ำบางพระ ผันน้ำได้ 20 ล้าน ลบ.ม.ต่อปี เครือข่ายน้ำคลองวังโตนด-อ่างเก็บน้ำประแสร์ และเครือข่ายน้ำคลองโพล้-อ่างเก็บน้ำประแสร์ ได้ปริมาณน้ำรวม 75 ล้านลบ.ม.ต่อปี สร้างระบบสูบน้ำกลับคลองสะพานอ่างประแสร์เส้นที่ 1 และ 2 สูบน้ำกลับรวมปริมาณได้ 100 ล้านลบ.ม.ต่อปี ระบบสูบน้ำกลับคลองหลวง และระบบสูบน้ำกลับอ่างเก็บน้ำสียัด ได้ปริมาณน้ำรวม 31 ล้านลบ.ม.ต่อปี และสร้างอุโมงค์ส่งน้ำคลองพระสะทึง-อ่างเก็บน้ำสียัด ได้ปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น 60 ล้านลบ.ม.ต่อปี

นอกจากนี้ ยังขุดลอกคลองในพื้นที่ชลประทาน ปรับปรุงประสิทธิภาพชลประทานและทบทวนพื้นที่เพาะปลูก ซึ่งจะทำให้ได้ปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นอีก 7 ล้านลบ.ม. พร้อมทั้งพัฒนาพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากเป็นแก้มลิง จะได้ปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นอีก 200 ล้าน ลบ.ม.

ดร.ทองเปลวกล่าวว่า ศาสตร์พระราชาในเรื่องอ่างพวงนั้น แก้ปัญหาน้ำได้อย่างมีประสิทธิ เช่นในฤดูแล้งปีนี้ ภาคตะวันออกมีฝนตกต่ำกว่าเฉลี่ยถึงร้อยละ 40 โดยเฉพาะที่จังหวัดชลบุรี ปริมาณฝนน้อยกว่าค่าเฉลี่ยเกือบร้อยละ 50 ส่งผลให้แหล่งเก็บน้ำหลักของจังหวัด คือ อ่างเก็บน้ำบางพระ มีปริมาณน้ำใช้การได้เพียง 52.7 ล้านลบ.ม. หรือนประมาณร้อยละ 50 ของปริมาณการกักเก็บ ในขณะที่อ่างเก็บน้ำหลักอีกทั้ง 5 แห่งของเมืองพัทยา มีปริมาณน้ำใช้การรวมกันพียง 13.8 ล้านลบ.ม. ถือว่าน้อยกว่าความต้องการใช้น้ำของเมืองพัทยา คือ วันละ 200,000 ลบ.ม. หรือปีละ 70 ล้านลบ.ม.

กรมชลประทานได้วางแผนส่งน้ำเสริมให้เมืองพัทยาโดยใช้โครงข่ายน้ำ อีกวันละ 100,000 ลบ.ม.เพื่อไม่ให้เมืองพัทยาเกิดวิกฤตขาดน้ำ โดยจะผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำบางพระมาเพิ่มเติมให้ แม้อ่างเก็บน้ำบางพระจะมีปริมาณน้ำเพียงแค่ครึ่งของปริมาณเก็บกัก แต่กรมฯใช้ระบบโครงข่ายน้ำที่มีอยู่มาใช้แก้ปัญหา ด้วยการผันน้ำจากคลองพระองค์ไชยยานุชิตมาเติมวันละ 500,000 ลบ.ม. และจากแม่น้ำบางปะกงมาเติมอีกวันละ 100,000 ลบ.ม.จะทำให้มีน้ำมาสำรองเพียงพอส่งน้ำให้เมืองพัทยา นอกจากนี้ ยังสามารถผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหลมาเติมที่อ่างเก็บน้ำบางพระได้อีกด้วย จึงมั่นใจได้ว่าเมืองชลบุรี และเมืองพัทยามีน้ำเพียงพอใช้ในทุกกิจกรรมในช่วงฤดูแล้งนี้อย่างแน่นอน

“การสืบสานศาสตร์พระราชาในเรืิ่องอ่างพวง นำมาต่อยอด ขยายผลใช้วางแผนแก้ปัญหาและสร้างความมั่นคงในเรื่องน้ำให้กับพื้นที่ EEC ควบคู่กับแผนงานด้านอื่นๆที่ได้ทำการศึกษาไว้ จะสามารถสร้างความมั่นคงในเรื่องน้ำให้กับพื้นที่ EEC ทั้ง 3 จังหวัดดังกล่าวได้อย่างแน่นอน รวมทั้งจังหวัดใกล้เคียงก็จะได้รับผลประโยชน์ด้วย ซึ่งกรมชลประ ทานมุ่งหวังที่จะสร้างสมดุลด้านน้ำโดยการใช้โครงข่ายน้ำหรืออ่างพวงผนวกกับเครื่องมือชลประทานที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และเกิดความมั่นคงด้านน้ำให้มากที่สุด พร้อมทั้งจะนำศาสตร์พระราชาในเรื่องนี้ไปขยายผลดำเนินการในพื้นที่อื่นๆที่มีลักษณะปัญหาที่คล้ายคลึงกันอีกด้วย” อธิบดีกรมชลประทานกล่าวในตอนท้าย

เลาะรั้วเกษตร : ถึงเวลาต้องเติบโต

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/459830

281225166

เลาะรั้วเกษตร : ถึงเวลาต้องเติบโต

วันศุกร์ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา และ 2 ปีต่อแต่นี้ จะมีข้าราชการที่อยู่ในเจเนอเรชั่น เบบี้บูมเกษียณอายุราชการจำนวนมาก ประกอบกับข้าราชการในเจเนอเรชั่นนี้เข้าร่วมโครงการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด หรือ เออร์รี่ รีไทร์ จำนวนมากเช่นเดียวกัน แถมในช่วงเวลาหนึ่งรัฐบาลก็มีนโยบายการคุมกำเนิดข้าราชการ ทำให้หลายหน่วยงานประสบปัญหาขาดแคลนบุคคลากรที่มีประสบการณ์ หรือผู้เชี่ยวชาญที่จะถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ให้ข้าราชการรุ่นต่อๆ ไปให้มีความรู้และประสบการณ์มากพอที่จะขึ้นมาแทนรุ่นพี่ หรือที่มักจะกล่าวกันว่า “โตไม่ทัน”

หลายหน่วยงานเริ่มประสบปัญหาขาดแคลนบุคลากร ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนภารกิจของหน่วยงาน โดยเฉพาะหน่วยงานที่เป็นหน่วยงานที่มีมานานแต่พัฒนา หรือจัดตั้งขึ้นเป็นหน่วยงานใหม่ ที่ใหญ่ขึ้น และมีภารกิจเพิ่มมากขึ้น อย่างกรมฝนหลวงและการบินเกษตร

กรมฝนหลวงและการบินเกษตร เป็นหน่วยงานที่พัฒนาขึ้นมาจากสำนักงานปฏิบัติการฝนหลวง ซึ่งเป็นหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้น เมื่อปี พ.ศ. 2518 สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อรองรับโครงการพระราชดำริฝนหลวง ของในหลวง รัชกาลที่ 9

ต่อมาในปี พ.ศ. 2535 ได้มีการรวมสำนักงานปฏิบัติการฝนหลวง และกองบินเกษตรจัดตั้งเป็นสำนักฝนหลวงและการบินเกษตร เพื่อปฏิบัติการทำฝนหลวงให้แก่เกษตรกรและประชาชน เติมน้ำในแหล่งเก็บกักน้ำต่างๆ วิจัยพัฒนาเทคโนโลยีการดัดแปรสภาพอากาศ และบินบริการสนับสนุนการปฏิบัติ งานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งสนับสนุนการปฏิบัติงานด้านการเกษตรอื่นๆ

ในปี 2554 เริ่มมีแนวคิดในการยกฐานะสำนักงานปฏิบัติการฝนหลวงและกองบินเกษตร ขึ้นเป็นกรม มีการนำเสนอ ครม. และ ครม.เห็นชอบในหลักการ จนกระทั่ง 24 มกราคม 2556 ได้มีพ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม จัดตั้ง “กรมฝนหลวงและการบินเกษตร”ขึ้น เพื่อให้การบริหารจัดการการปฏิบัติการฝนหลวงเป็นไปอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และมีความคล่องตัวในการบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่น

กาลเวลาผ่านไปไม่ถึง 10 ปี กรมฝนหลวงฯประสบปัญหาขาดแคลนบุคลากร ในขณะที่ภารกิจมีเพิ่มมากขึ้น เหมือนอย่างที่อดีตอธิบดีกรมฝนหลวงฯ วราวุธ ขันติยานันท์ เคยเล่าว่าเมื่อปี 2520 มีหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงอยู่เพียง 4 หน่วย จะออกปฏิบัติการช่วยเหลือภัยแล้งเฉพาะกรณีที่มีการร้องขอผ่านมาทางผู้ว่าราชการจังหวัด ช่วงนั้นซึ่งบางปีแล้งมาก บางปีแล้งน้อยสลับกันไป แต่ต่อมาสถานการณ์ภัยแล้งเริ่มเป็นไปอย่างกว้างขวาง จากที่เคยมีเพียง10-15 จังหวัด เพิ่มเป็น 30-40 จังหวัด เมื่อมีการร้องขอมาให้ไปทำฝนหลวงพร้อมๆ กัน หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงเริ่มไม่พอ

ปัจจุบัน กรมฝนหลวงฯมีศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวง 5 ศูนย์ ประจำ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคใต้
แต่ละศูนย์มีหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง 3-4หน่วย รับผิดชอบพื้นที่ทั่วประเทศทั้ง 77 จังหวัด

อธิบดีกรมฝนหลวงฯ สุรสีห์ กิตติมณฑล บอกว่า ปัจจุบัน กรมฝนหลวงฯ มีอัตรากำลังข้าราชการเพียง 205 อัตรา ลูกจ้าง 144 อัตรา พนักงานราชการ 144 อัตรา ในจำนวนอัตรากำลังทั้งหมดนี้ เป็นนักบิน 75 อัตรา จากภารกิจที่เพิ่มขึ้น คำนวณอัตรากำลังแล้วกรมฝนหลวงฯ ควรมีอัตรากำลังข้าราชการเพิ่มอีก 321 อัตรา พนักงานราชการเพิ่มอีก 475 อัตรา โดยเป็นนักบินอีก 58 อัตรา

จำนวนอัตรากำลังที่เพิ่มขึ้นอีกเกือบ 800 อัตรา หรือเพิ่มขึ้น 2 เท่า ของที่มีอยู่เดิมนี้ คงไม่สามารถเพิ่มได้ภายในบัดดล กปร. หรือ ก.พ. จะมีความเห็นว่าอย่างไร คงต้องใช้เวลาเวลา แต่อธิบดีสุรสีห์ ก็ยังอยากเพิ่มนักบินภายในปี 2563 นี้อีกสัก 44 อัตรา ที่เหลือก็ทยอยเพิ่มไปจนถึงปี 2565 คงต้องฝากความหวังไว้กับ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่าว่าจะมีกำลังภายในผลักดันได้มากน้อยเพียงไร

แต่ก็น่าจะวางใจได้ เพราะรัฐมนตรีช่วย ธรรมนัส ประกาศว่า ต้องปรับโครงสร้างกรมฝนหลวงฯให้สอดคล้องกับปริมาณงานที่เพิ่มขึ้น ภัยธรรมชาติรุนแรงขึ้นทุกปี ส่งผลกระทบต่อภาคเกษตร เกษตรกรเดือดร้อน การขาดแคลนน้ำทำให้ผลผลิตเสียหาย ที่ผ่านมาใครจะทำหรือไม่ทำไม่รู้ แต่ในยุคของรัฐมนตรีช่วยธรรมนัส จะต้องทำให้สำเร็จ งานเพิ่ม คนต้องเพิ่ม……ว่ากันไป

บุคลากรที่สำคัญของกรมฝนหลวงฯ คือ นักบิน เพราะการทำฝนหลวง ต้องใช้เครื่องบินเป็นพาหนะนำสารเคมีสำหรับทำฝนขึ้นไปโปรยบนก้อนเมฆ ดังนั้นจึงไม่ใช่นักบินธรรมดา แต่เป็นนักบินที่ต้องมีความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับเทคโนโลยีการทำฝน รู้ลักษณะการก่อตัวของก้อนเมฆ รู้ขั้นตอนและกรรมวิธีทำฝนเทียมด้วย

การปรับโครงสร้างกรมฝนหลวง ถ้าไม่ดำเนินการภายใน 5 ปีนี้ จะมีปัญหามาก เพราะนักบินที่มีอยู่จะทยอยเกษียณอายุราชการไปหมด นักบินใหม่ๆ ที่เข้ามาแทนจำเป็นต้องมีการเรียนรู้จากนักบินรุ่นพี่ก่อน ที่สำคัญคือนักบินใหม่ๆ ส่วนใหญ่เป็นพนักงานราชการ จะอยู่กับราชการไม่ได้นานเพราะสถานะไม่มั่นคง ค่าตอบแทนไม่จูงใจ ถ้าเขามีประสบการณ์แล้ว ก็มักจะลาออกไปทำงานกับสายการบินพาณิชย์

จะมีมาตรการจูงใจอย่างไรให้นักบิน เห็นภารกิจการทำฝนหลวงเพื่อบรรเทาภัยแล้ง ซึ่งจะมีผลกระทบกับคนไทยทั้งประเทศ เป็นภารกิจที่มีเกียรติ น่าภาคภูมิใจ สามารถช่วยเหลือคนไทยได้ทั้งประเทศ ที่สำคัญคือ เป็นการสืบสานพระราชดำริของในหลวง รัชกาลที่ 9 ให้ยั่งยืนตลอดไป……การปรับโครงสร้างอย่างเดียวคงช่วยไม่ได้มากนัก เพราะการมีแต่ปริมาณ แต่ไม่มีคุณภาพ คือไม่มีจิตใจรักองค์ ไม่ทุ่มเทการทำงานเพื่อองค์กร…การมีคนมากก็ไม่เกิดประโยชน์…..ผู้บริหารกรมฝนหลวงและการบินเกษตร คงต้องช่วยกันคิด…

แว่นขยาย

‘เฉลิมชัย’ปิ๊งไอเดียจับมือลาซาด้า ดันสินค้าเกษตรขายออนไลน์

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/459827

news_default

‘เฉลิมชัย’ปิ๊งไอเดียจับมือลาซาด้า ดันสินค้าเกษตรขายออนไลน์

วันศุกร์ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่าการผลักดันสินค้าเกษตรออนไลน์ เป็นหนึ่งในนโยบายขับเคลื่อนเทคโนโลยีดิจิทัลด้านการเกษตรของกระทรวงเกษตรฯ สู่ไทยแลนด์ 4.0 และเกษตร 4.0 ในการเพิ่มช่องทางตลาดที่สำคัญตามแนวทางนโยบายตลาดนำการเกษตรมาต่อเนื่อง ซึ่งวันนี้ กระทรวงเกษตรฯ กำลังขยายความร่วมมือไปอีกขั้น สู่แพลตฟอร์มลาซาด้า ผู้นำอี-คอมเมิร์ซ ในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยหารือเบื้องต้นกับทีมบริหารงานผู้ขายลาซาด้า สร้างโอกาสให้สินค้าเกษตรและเกษตรกรไทย กระทรวงเกษตรฯกับ บริษัทลาซาด้า จำกัด (ประเทศไทย) เห็นโอกาสสำคัญที่จะร่วมพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ ช่องทางจำหน่ายสินค้าเกษตรให้ถึงมือผู้บริโภคโดยตรง สามารถเปิดร้านค้าบนแพลตฟอร์มลาซาด้า เพื่อนำสินค้าเกษตรเข้าสู่ช่องทางออนไลน์โดยไม่มีค่าใช้จ่าย นอกจากช่วยเพิ่มช่องทางตลาดให้เกษตรกรได้กระจายผลผลิตช่วงผลผลิตออกตลาดมากแล้ว ยังช่วยให้เกษตรกรขยายฐานกลุ่มลูกค้าไม่จำกัด  ซื้อขายกับผู้ซื้อ ส่งผลให้เกิดการพัฒนาสินค้าเกษตรที่ตรงความต้องการของตลาด ลดความเหลื่อมล้ำ และนำเสนอสินค้าที่มีคุณภาพในราคาที่ดี จากเกษตรกรสู่ผู้บริโภคโดยตรง

รมว.เกษตรฯกล่าวต่อว่า กระทรวงเกษตรฯ จะเริ่มเปิดตัวโครงการต้นปี 2563 เป็นของขวัญปีใหม่ ให้เกษตรกร โดยจัดกิจกรรมอบรมทักษะให้เกษตรกรสามารถขายสินค้าผ่านลาซาด้า โดยเจ้าหน้าที่จากกระทรวงเกษตรฯ และทีมงานมหาวิทยาลัยลาซาด้าจะมาให้ความรู้เริ่มต้นเป็นผู้ประกอบการออนไลน์ การสมัครเป็นผู้ขาย การใช้ระบบถึงเทคนิคการโปรโมทสินค้า การใช้เครื่องมือถ่ายภาพสินค้า ทำคลิปวีดีโอ บรรจุผลิตภัณฑ์ และขนส่งไปจนถึงร่วมแคมเปญ กิจกรรมการตลาดของลาซาด้า เพื่อกระตุ้นยอดขาย ขณะที่
กระทรวงเกษตรฯจะพัฒนาให้เกษตรกรพัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพ การแปรรูป และบรรจุสินค้าให้ได้มาตรฐานไปพร้อมกัน

ขั้นตอนแรกจะเน้นจัดกิจกรรมอบรมให้กลุ่มเกษตรกรในระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ กลุ่มวิสาหกิจชุมชน สหกรณ์การเกษตร และกลุ่มYoung SmartFarmer ซึ่งปัจจุบัน มีแปลงใหญ่กว่า 6,000 แปลง เกษตรกรมากกว่า 350,000 ราย  ในขณะที่สหกรณ์การเกษตรกว่า 3,000 แห่ง กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกว่า 86,000 แห่งทั่วประเทศ และ Young Smart Farmer มากกว่า 11,000 ราย  ซึ่งมีสินค้าเกษตรคุณภาพจำนวนหลากหลาย พร้อมพัฒนา และแปรรูปจำหน่ายสู่มือผู้บริโภคกับลาซาด้า โดยตรง

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ อยู่ระหว่างดำเนินการจัดทำข้อตกลงกับลาซาด้า เชื่อมั่นว่าจะเปิดโอกาส และเป็นมิติใหม่ให้เกษตรกรที่สนใจและยังไม่เคยมีประสบการณ์ขายของออนไลน์ ได้เรียนรู้การขายสินค้าเกษตรผ่านระบบออนไลน์ ด้วยการเป็นผู้จำหน่ายสินค้าด้วยตนเอง และพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนยุคเศรษฐกิจดิจิทัล ตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 และเกษตร 4.0 โดยกระทรวงเกษตรฯ ยังเล็งช่องทางการตลาดออนไลน์โดยขยายไปสู่แหล่งช็อปปิ้งออนไลน์รายอื่นๆ เพิ่มเติม ทั้งในประเทศไปจนถึงสู่ลูกค้าต่างประเทศในอนาคตต่อไป