ปณิธาน เตือนภัย ผู้นำรุ่นใหม่ แสดงศักยภาพโหมไฟใต้ส่งท้ายปี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/397578?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ปณิธาน เตือนภัย ผู้นำรุ่นใหม่ แสดงศักยภาพโหมไฟใต้ส่งท้ายปี

7 พฤศจิกายน 2562 – 11:55 น.
รศดรปณิธาน วัฒนายากร,ผู้นำรุ่นใหม่,ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน,ชรบ,ไฟใต้
เปิดอ่าน 689 ครั้ง

“ปณิธาน” เตือนภัย “ผู้นำรุ่นใหม่” แสดงศักยภาพโหมไฟใต้ส่งท้ายปีโดย…   ศตคุณ ตันทวีวิวัฒน์, นลิน สิงหพุทธางกูร

 รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร อดีตที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง มองว่า เหตุการณ์ที่คนร้ายเลือกโจมตีชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน หรือ ชรบ. ซึ่งเป็นกองกำลังภาคประชาชน เพราะ ชรบ.ถือเป็นจุดเปราะบาง เป็นเป้าหมายอ่อนแอ แม้จะไม่เปราะบางเหมือนสถานประกอบการเอกชน แต่การรับมือกับเหตุร้ายหรือการโจมตีก็ยังมีความเชี่ยวชาญน้อยกว่าเจ้าหน้าที่ที่ถูกฝึกมามากกว่า

แต่สาเหตุที่ฝ่ายความมั่นคงต้องใช้กองกำลังภาคประชาชนในการดูแลพื้นที่ ก็เพราะมีข้อดีคือ ถ้าเป็นประชาชนด้วยกันก็จะทราบความเคลื่อนไหวและข่าวสารต่างๆ ของผู้ก่อความไม่สงบซึ่งแฝงตัวอยู่ตามหมู่บ้านเพราะเป็นคนในพื้นที่เหมือนกัน เมื่อได้ข่าวสารก็จะแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อประเมินสถานการณ์และประมวลข้อมูลเพื่อวางแผนรับมือ แต่อีกมุมหนึ่งที่ไม่ใช่เรื่องดีก็คือสภาพความเป็นเป้าหมายอ่อนแอ เพราะถึงอย่างไรก็ยังเป็นชาวบ้าน เป็นราษฎรที่เสียสละมาดูแลพื้นที่ให้ปลอดภัย ฉะนั้นจึงขึ้นอยู่กับฝ่ายความมั่นคงว่าจะพลิกจุดอ่อนนี้มาเป็นจุดแข็งในอนาคตได้อย่างไร

“ผมคิดว่าน่าจะต้องมีการทบทวนถึงเรื่องความเปราะบางในหลายๆ ส่วนที่จะยังตกเป็นเป้าหมายเพื่อสร้างความเข้มแข็งในภาพรวมในภารกิจรักษาความปลอดภัย โดยหลังจากนี้การทำงานด้านข่าวกรองของเจ้าหน้าที่จะต้องมีความลึกซึ้งมากกว่าเดิม” อาจาารย์ปณิธาน กล่าว

ส่วนความอ่อนไหวของพื้นที่ตามแนวชายแดนที่มีข่าวว่าผู้ก่อความไม่สงบมักลำเลียงยุทโธปกรณ์และลักลอบข้ามแดนเข้ามาตามช่องทางธรรมชาตินั้น อาจารย์ปณิธาน ยอมรับว่าขณะนี้มีแนวร่วมรุ่นใหม่ที่ถูกฝึกฝนมาจากนอกพื้นที่ลักลอบเข้ามาตามรอยต่อชายแดนประเทศเพื่อนบ้านจริง ซึ่งทางกองทัพก็พยายามสกัดกั้นแต่ไม่สามารถดูแลได้ทั้งหมดเพราะพื้นที่แนวชายแดนมีระยะทางหลายร้อยกิโลเมตร จึงต้องทำเป็นจุดๆ เน้นเฉพาะจุดที่สำคัญๆ

“มาตรการดูแลชายแดนของกองทัพอาจจะยังได้ผลไม่เต็มที่ แต่ก็ลดจำนวนเหตุร้ายได้มากขึ้น แต่กำลังพลที่วางเพิ่มตามแนวชายแดนประมาณ 5,000 นาย กับชายแดนที่ยาวหลายร้อยกิโลเมตรน่าจะยังไม่เพียงพอ ฉะนั้นจำเป็นต้องใช้การข่าวในการสืบหาข้อมูล”

เมื่อให้ประเมินสถานการณ์ไฟใต้นับจากนี้ อาจารย์ปณิธาน มองว่า ปัญหาไฟใต้ยืดเยื้อมานานกว่า 16 ปี การประเมินระยะยาวจึงค่อนข้างยาก ขอประเมินจากช่วงระยะเวลา 1-2 สัปดาห์ข้างหน้านี้ก่อน โดยเฉพาะช่วงเทศกาลวันลอยกระทง ต้องระมัดระวังอย่างมาก เพราะตอนนี้มีกลุ่มผู้นำหน้าใหม่ต้องการแสดงศักยภาพ และอาจจะยาวไปจนถึงช่วงปลายปีด้วย

ส่วนปีหน้าเมื่อคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขเริ่มทำงานก็ควรจะมี “พิมพ์เขียว” ในเรื่องของการลดความรุนแรงควบคู่ไปกับการพูดคุยด้านอื่นๆ และต้องเจรจากับทางการมาเลเซียอย่างจริงจัง โดยเฉพาะเรื่องการปิดพรมแดนและควบคุมคนกระทำผิดที่มีหมายจับ หรือหมายพ.ร.ก.ที่หลบหนีข้ามไปมาเลเซีย

กองทัพ แกนนำ อาเซียน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/397497?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

กองทัพ แกนนำ อาเซียน

7 พฤศจิกายน 2562 – 11:55 น.
ถอดรหัสลายพราง,กองทัพ
เปิดอ่าน 771 ครั้ง

กองทัพ แกนนำ อาเซียน คอลัมน์…  ถอดรหัสลายพราง  โดย… พลซุ่มยิง

แม้การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 35 และการประชุมสุดยอดที่เกี่ยวข้อง จะปิดฉากลงพร้อมๆ กับตำแหน่งประธานอาเซียนของไทยที่ถูกส่งต่อให้แก่ประเทศเวียดนาม หลังได้แสดงบทบาทประสานความร่วมมือระหว่างประเทศที่ครอบคลุมทุกมิติตลอด 1 ปีที่ผ่านมา แต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะ รมว.กลาโหม คาดหวังให้ ‘กองทัพ’ ได้เป็นแกนกลางของอาเซียน

ในรอบหลายปีที่ผ่านมา ‘กองทัพไทย’ พยายามเป็นผู้นำร่อง บุกเบิก ชักชวนสมาชิกอาเซียนเข้าสู่ความร่วมมือในรูปแบบต่างๆ เช่น การก่อตั้งศูนย์แพทย์อาเซียน เพื่อรองรับภัยคุกคามด้านความมั่นคงในมิติใหม่ ที่ไม่ได้มาจากการสู้รบหรือการเผชิญหน้าเฉกเช่นในอดีต แต่มาในรูปแบบภัยพิบัติธรรมชาติ หรือการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัย จนได้รับเสียงชื่นชมจากนานาประเทศ

หรือแม้กระทั่งภัยคุกคามด้านไซเบอร์ ในลักษณะสงครามลูกผสม ที่ทุกประเทศได้รับผลกระทบเป็นลูกระนาดแนวเดียวกัน ก็อาศัยเวทีการประชุมในระดับผู้นำทหาร เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และหาวิธีป้องกัน ตลอดจนถึงการก่อการร้ายในภูมิภาค และการหลงผิดของประชาชนที่เข้าร่วมขบวนการ ซึ่ง ‘กองทัพไทย’ เป็นตัวกลางเดินสายสัมพันธ์ที่ดีเสมอมา

นอกจากนี้ กองทัพไทย ยังสร้างความร่วมมือของประเทศสมาชิกอาเซียนและชาติมหาอำนาจผ่านการฝึกในรูปแบบต่างๆ เพื่อเรียนรู้วิทยาการและแลกเปลี่ยนทางด้านยุทธวิธี อาทิ การฝึกคอบร้าโกลด์กับสหรัฐอเมริกา หรือแม้กระทั่งกับสาธารณรัฐประชาชนจีนหรืออินเดีย ที่ต่างจับจ้องและให้ความสำคัญกับภูมิภาคอาเซียนในฐานะพื้นที่ยุทธศาสตร์ทั้งทางน้ำและทางบก

ในขณะเดียวกัน ต้องยอมรับว่าปัจจัยภายในและนอกประเทศ ล้วนมีความละเอียดอ่อน แม้ภาพลักษณ์ภายนอก กลุ่มอาเซียนจะมีความสัมพันธ์ที่ดียึดมั่นในหลักการ คือการไม่ละเมิดแนวคิดลัทธิ และเคารพสิทธิ์ในรูปแบบการปกครองของแต่ละประเทศ ซึ่งมีความหลากหลายและแตกต่างกันในภูมิภาคนี้ ล้วนขึ้นอยู่กับวัฒนธรรมและประเพณี

แต่กระนั้นก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ยังมีความคุกรุ่นในกลุ่มชาติสมาชิก ที่สะท้อนออกมาในรูปแบบการสะสมอาวุธยุทโธปกรณ์ เพื่อเสริมเขี้ยวเล็บและสร้างแสนยานุภาพของกองทัพ จึงไม่ใช่เรื่องแปลก ที่อาเซียนจะกลายเป็นตลาดที่ใหญ่สุด ที่ประเทศมหาอำนาจมองว่ามีกำลังซื้อที่หอมหวนและต่างพุ่งเป้ามายังภูมิภาคนี้

อีกทั้งยังมีปัจจัยการเมืองภายในประเทศที่กลุ่มเคลื่อนไหวมักจะหยิบยกข้อแตกต่างระหว่างชาติสมาชิกอาเซียนมาเป็นประเด็นกดดันในทางอ้อม อย่างกรณีเลิกเกณฑ์ทหาร ซึ่งปัจจุบันมีเพียงไทยและสิงคโปร์เท่านั้น ที่ยังดำรงรูปแบบจารีตการตรวจเลือกการเกณฑ์ทหาร ในขณะที่ประเทศอื่นใช้รูปแบบการสมัครใจ

อย่างไรก็ตาม หากเปรียบเทียบกับประเทศในอาเซียน ถึงการถ่วงดุลกับชาติมหาอำนาจอย่างสหรัฐ ถือว่า ‘กองทัพไทย’ มีศิลปะและชั้นเชิงในการรับมือกับสภาวะการปกครองที่อยู่ในรูปแบบ ‘รัฐประหาร’ แต่สามารถบริหารจัดการความสัมพันธ์ได้อย่างราบรื่น ในขณะเดียวกันก็ยังแสวงหาประเทศมหาอำนาจอื่นที่พร้อมยอมรับในสภาวะต้องจัดการเรื่องภายในให้เรียบร้อย ก่อนเดินหน้าสู่ประชาธิปไตย

ทั้งนี้หาก ‘กองทัพไทย’ จะก้าวไปเป็นแกนนำอาเซียน ต้องยกระดับการเป็นทหารยุคใหม่ที่นอกจากจะต้องให้ความสำคัญในเรื่องประชาธิปไตยแล้ว เรื่องสิทธิมนุษยชนยังเป็นสิ่งที่ต้องคำนึง เพราะในอนาคตการแก้ไขปัญหาทางการเมืองด้วย ‘รัฐประหาร’ จะไม่ตอบโจทย์ในสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป

ขณะเดียวกัน ‘กองทัพ’ ก็เล็งเห็นถึงความจริงในข้อนี้ จึงเริ่มปรับตัวโดยสะท้อนผ่านแนวทางของ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.) ที่ให้ความสำคัญกับการส่งทหารไปศึกษาหลักสูตรต่างๆ ในสหรัฐ นอกจากจะเพิ่มพูนขีดความสามารถแล้ว ยังเรียนรู้กระบวนการของนายทหารภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

แนวโน้ม ‘กองทัพไทย’ ที่จะกลายเป็นแกนนำของอาเซียนนั้นคงอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม ซึ่งสะท้อนผ่านท่าทีของผู้นำเหล่าทัพ ในการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการเติบโตทางความคิดของนายทหารรุ่นใหม่ เพื่อสอดคล้องกับวิถีทางประชาธิปไตย ที่จะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงกองทัพให้เป็นสากลมากขึ้น

เปิดใจ รสนา โตสิตระกูล ลงสู้ศึกเลือกผู้ว่าฯกทม. #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/397576?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

เปิดใจ รสนา โตสิตระกูล  ลงสู้ศึกเลือกผู้ว่าฯกทม.

7 พฤศจิกายน 2562 – 10:20 น.
เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม,รสนา โตสิตระกูล
เปิดอ่าน 1,634 ครั้ง

เปิดใจ รสนา โตสิตระกูล  ลงสู้ศึกเลือกผู้ว่าฯกทม. โดย…   เนชั่นสุดสัปดาห์

สนามเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ลุกเป็นไฟ เมื่อ “รสนา” ผู้เคยคว้าคะแนนถล่มทลาย ถึง 743,397 คะแนน ในการเลือกตั้ง ส.ว.กทม. เริ่มขยับตัวลงชิงชัย

เป็นอีกหนึ่งชื่อที่อยู่ในกระแสล่าสุดสำหรับ “รสนา โตสิตระกูล” ในการลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.

เวทีการเมืองระดับท้องถิ่นคึกคักขึ้นทุกขณะ สำหรับสนามเมืองหลวง ที่ผ่านมาหลายพรรคการเมืองใหญ่เริ่มขยับสรรหาตัวแทนลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.กันแล้ว ทำให้สนามเลือกตั้งแห่งนี้ จะเริ่มกลับมาดุเดือดในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

“เนชั่นสุดสัปดาห์” มีโอกาสพูดคุยกับ “รสนา” ถึงกระแสข่าวเตรียมตัวลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.

เริ่มต้น “รสนา” ตอบคำถามถึงกระแสข่าวที่เกิดขึ้นนั้นยอมรับว่ากำลังคิดอยู่ เพราะมีหลายคนสนับสนุน ส่วนการตัดสินใจอย่างไร จะประเมินจากประชาชนจากการไปพบปะกับกลุ่มต่างๆ

หากตัดสินใจลงสมัครจะลงในนามอิสระ ไม่ใช่จากตัวแทนพรรคการเมือง

ขณะที่การตัดสินใจครั้งนี้จะเกี่ยวกับเสียงคนกรุงเทพฯ 743,397 คะแนน ที่เคยได้รับเมื่อครั้งลงสมัคร ส.ว. ปี 2551 หรือไม่นั้น “รสนา” บอกว่า คนที่เคยเลือกไม่ได้มาจากฐานเสียงของพรรคการเมือง เพราะฉะนั้นเรื่องการเลือกตั้ง ส.ว.กับผู้ว่าฯ กทม. มีความแตกต่างกันพอสมควร เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องนำมาประเมิน แต่การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. จะเกิดขึ้นเมื่อใดยังไม่มีความชัดเจน ทำให้มีเวลาในการตัดสินใจจากปัจจัยต่างๆ ถ้าชัดเจนเมื่อใดจะเปิดแถลงประกาศให้ทราบ

สำหรับมุมมองการแก้ปัญหาให้กรุงเทพฯ “รสนา” บอกว่า มองเรื่องการแก้ปัญหาทำมาหากินของคนในเมืองจะทำอย่างไรให้คนมีโอกาสและมีพื้นที่ทำมาหากิน

ขณะนี้การทำมาหากินของคนระดับประชาชนทั่วไปถือว่าฝืดเคือง ปัญหาเรื่องขยะ ปัญหาสิ่งแวดล้อม ปัญหาเรื่องการบริหารงบประมาณอย่างโปร่งใส จากงบประมาณ 8 หมื่นล้านของหน่วยงาน กทม.แต่ละปี ถ้ารั่วไหล 10% ก็คิดเป็น 8,000 ล้านบาท ถ้า 20% คิดเป็น 1.6 หมื่นล้านบาท หรือถ้ารั่วไหลเกิน 30% ก็เกิน 2 หมื่นล้านบาท

สิ่งเหล่านี้ถ้าตัดสินใจจะลงสมัครรับเลือกตั้ง อยากจะให้ประชาชนมีส่วนร่วม จะเสนอการเปลี่ยนแปลงกรุงเทพฯ ในเรื่องคุณภาพชีวิต เป็นสิ่งที่อยากฟังจากเสียงชาวกรุงเทพฯ ก่อนการตัดสินใจเช่นกัน

“กรุงเทพฯ ไม่ใช่เรื่องของการแย่งชิงกันทางการเมือง แต่เป็นเรื่องที่จะทำอย่างไรให้ชีวิตความเป็นอยู่ของคนในเมืองมีคุณภาพที่ดีขึ้น แต่ในกรุงเทพฯ มีความซับซ้อนและไม่ง่าย ไม่เหมือน ส.ว. เพราะไม่มีเรื่องงบประมาณเข้ามาแย่งชิงกัน เรื่องนี้ต้องอยู่ที่ความพร้อมของตัวเอง ถ้าอยากจะทำต้องฟังเสียงสนับสนุนของประชาชนก่อน”

“รสนา” อธิบายถึงการฟังเสียงประชาชน จะมาจากการลงพื้นที่และอาจจะทำข้อมูลให้ประชาชนแสดงความเห็นว่าอยากเห็นกรุงเทพฯ เปลี่ยนแปลงในเรื่องอะไร ส่วนตัวสนใจรายละเอียดลงไปในระดับพื้นที่ ถ้าจะทำนโยบายต้องเริ่มต้นพัฒนามาจากระดับล่าง จากปัญหาของประชาชนจริงๆ ด้วยการลงไปฟังประชาชน ซึ่งขณะนี้มีผู้มาชักชวนไปพบประชาชนในแต่ละพื้นที่เพื่อฟังปัญหาและความคิดที่อยากเห็นผู้ว่าฯ กทม. เป็นแบบไหน อยากเห็นกรุงเทพฯ เปลี่ยนแปลงอะไร จากนั้นจะรวบรวมข้อมูลมาประเมินประกอบการตัดสินใจ

ถามไปถึงการตัดสินใจครั้งนี้ จะพิจารณาจากปัจจัยผู้สมัครพรรคการเมืองอื่นด้วยหรือไม่ “รสนา” บอกว่าอยากฟังจากประชาชนมากกว่า ไม่ได้นึกถึงประเด็นว่าใครจะมาแล้วเป็นอย่างไร โดยเฉพาะต้องพิจารณาจากทีมงานที่สนับสนุนว่าตัวเรามีศักยภาพพอหรือไม่ หลายคนมองว่าเราเป็นนักตรวจสอบไม่ใช่ภาพนักบริหาร ซึ่งจุดนี้ทำให้ต้องมีทีมงานและผู้ที่มีความสามารถหลากหลายเข้ามาช่วย ก็เป็นองค์ประกอบสำคัญจะพิจารณา

แต่สิ่งที่ต้องการเห็นในเรื่องการตรวจสอบหากเป็นการบริหาร จะเป็นงานบริหารที่ต้องมี “ธรรมาภิบาล” จะเป็นไปได้หรือไม่จะทำให้เงินใต้โต๊ะไม่มี งบประมาณไม่รั่วไหลจะทำให้ได้จริงหรือไม่ เป็นสิ่งที่ตัวเองต้องประเมินตรงนี้ เพราะถ้าลงไปสมัครผู้ว่าฯ กทม.จริง อยากเห็นโอกาสที่ทำได้ ไม่ใช่ลงไปแล้วพูดขายฝันเฉยๆ แต่เข้าไปแล้วทำอะไรไม่ได้

“การตรวจสอบจะปรับมาเป็นการบริหารที่โปร่งใส โดยทีมงานที่เป็นดรีมทีมที่จะมาช่วยให้งานบริหารโปร่งใส เพราะกรุงเทพฯ เป็นงานใหญ่ มีปัญหาสะสมค่อนข้างมาก นอกจากดรีมทีมที่เป็นทีมงาน คิดว่าประชาชนต้องมีส่วนเข้ามาช่วยกัน เหมือนคุณพร้อมเข้ามากวาดบ้านทำความสะอาดด้วยกัน ที่เราบอกว่าสังคมดีไม่มีขายและไม่มีใครบันดาลให้ด้วยนะ สังคมดีเป็นเรื่องที่เราต้องช่วยกัน เป็นเรื่องที่ตัวเองต้องประเมินความรู้สึกของคนกรุงเทพฯในจุดนี้ด้วย”

“รสนา” ยอมรับว่า ขณะนี้มีทีมงานอยู่บ้าง แต่ต้องมีเพิ่มเติม ส่วนในแง่ที่ไม่มีฐานการเมืองแบบพรรคการเมืองที่มีเงินนั้น ส่วนตัวไม่มีความคิดอยากจะใช้เงินเข้าสู่อำนาจ เพราะส่วนใหญ่ที่เห็นการลงทุนเข้าสู่การเมือง ที่สุดก็เข้าไปถอนทุน ตรงนี้เป็นโจทย์ว่าถ้าจะเข้าไปสู่ในจุดนี้ โดยไม่ใช้เงินมากมายจะเป็นไปได้หรือไม่ เพราะตัวเองไม่ใช้เงินมหาศาล ลองคิดว่าถ้าทำงานตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. 4 ปี มีเงินเดือนรวมกันประมาณ 4-5 ล้านบาท ถ้าต้องใช้เงิน 30 ล้าน 100 ล้านเพื่อเข้ามาก็ไม่มีเหตุผล เมื่อพรรคการเมืองขนาดใหญ่ก็มีเยอะ เพราะฉะนั้นหากลงสมัครในนามอิสระโดยไม่ได้มีฐานเสียง ไม่มีเงินทองมากมาย ก็ตั้งใจอยากให้กรุงเทพฯ เปลี่ยนแปลง

ส่วนแนวคิดเรื่องการทำมาหากิน ขณะที่ กทม.ยังมีนโยบายจัดระเบียบหาบเร่แผงลอย “รสนา” บอกว่าเรื่องนี้ต้องหาจุดร่วมกัน คนชั้นกลางไม่อยากให้มีหาบเร่แผงลอย แต่กลุ่มหาบเร่แผงลอยอาจต้องอาศัยพื้นที่สาธารณะเพื่อทำมาหากิน ต้องดูความเหมาะสมจะแบ่งปันอย่างไร ต้องมีการจัดระเบียบ เป็นประเด็นสำคัญต้องเข้าไปฟังเพื่อทำเป็นนโยบาย ให้หาบเร่แผงลอยมีพื้นที่ประกอบอาชีพ แต่การประกอบอาชีพต้องถูกจัดระเบียบไม่ใช่เลยเถิดจนคนอื่นเดือดร้อน

ขณะที่แนวคิดการแก้ปัญหาน้ำท่วมในกรุงเทพฯ เป็นเรื่องต้องช่วยกันหลายส่วน เมื่อเหตุการณ์น้ำท่วมปี 2554 ขณะนั้นยังเป็น ส.ว. สมัยนั้นรัฐบาลทิ้งฝั่งธนบุรี เพื่อไปแก้ปัญหาฝั่งพระนคร ซึ่งตัวเองเป็นคนฝั่งธนบุรี แต่ชวนชาวบ้านริมคลองมานั่งคุยกัน ก็รู้มาว่าในกรุงเทพฯ มีคลองแนวดิ่งเยอะมาก แต่ กทม.ไม่ใช่ มีน้ำท่วมบนถนนแต่น้ำในคลองกลับแห้ง จึงไปดูคลองก็เห็นมีขยะ คลองตื้นเขิน ตอนนั้นชาวบ้านแนะนำให้ทำการผลักดันน้ำตามแนวพระราชดำริในหลวงรัชกาลที่ 9 เมื่อฟังชาวบ้านแล้วจึงระดมสรรพกำลังเข้ามา ทั้งทหาร จากที่มี ส.ว.เป็นทหารหลายคนสามารถประสานนำทหารไปช่วยลอกคลอง มีชาวบ้านมาช่วยกันเก็บขยะ วัชพืชต่างๆ

“จากที่รัฐบาลบอกว่าจะทิ้งพระราม 2 เพราะท่วมแน่นอนหากมีมวลน้ำไหลข้ามทางรถไฟสายใต้ใหม่ แต่จากการทดลองทำ เราทำให้น้ำไม่ท่วมพระราม 2 โดยขณะนั้นกรมชลประทานบอกว่า จากน้ำที่ไหลลงทะเลผ่านคลองอยู่ที่ 3 แสนลูกบาศก์เมตรต่อวัน แต่สามารถเพิ่มเป็น 3 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ทำให้น้ำไม่ท่วมพระราม 2”

จากเหตการณ์นี้ทำให้ “รสนา” มั่นใจว่าการแก้ปัญหาหลายๆ ต้องดึงสรรพกำลังจากคนในพื้นที่มาร่วมกันปัญหาในกรุงเทพฯ เพราะคลังของคนในกรุงเทพฯ มีเยอะมาก แต่ส่วนใหญ่ไม่ได้รับโอกาส จึงต้องเข้าไปแก้ปัญหาโดยอาศัยการสะท้อนของชาวบ้านในพื้นที่

“เราอยากจะดึงคนที่มีความสามารถ คนคุ้นเคยกับพื้นที่ มาเสนอความเห็นเพื่อแก้ปัญหากรุงเทพฯ ต้องมาจากความร่วมมือกัน แต่ต้องผ่านด่านแข่งขันกว่าจะเข้าไปพื้นที่นั้นได้ ตรงจุดนี้เป็นสิ่งที่ประเมินอยู่ว่าตัวเองมีพละกำลังพอหรือไม่ที่จะเข้าไปต่อสู้ได้”

“สม รังสี” เล่น-ไม่-เป็น จุด “ไฟ” ไม่ติด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/397575?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

“สม รังสี” เล่น-ไม่-เป็น จุด “ไฟ” ไม่ติด

7 พฤศจิกายน 2562 – 10:15 น.
สม รังสี,กัมพูชา,ฮุน เซน,สมเด็จฮุน เซน
เปิดอ่าน 2,952 ครั้ง

คอลัมน์ “ท่องยุทธภพ” โดย “ขุนน้ำหมึก” หนังสือพิมพ์คมชัดลึก ฉบับวันที่ 7 พ.ย.62

*****************************

ในที่สุดประเทศไทยก็ตกอยู่ในสถานการณ์ “เกมชิงอำนาจ” ระหว่าง สมเด็จฮุน เซน” กับ สม รังสี” เมื่ออดีตผู้นำฝ่ายค้านเขมรมีแผนการจะเดินทางออกจากกรุงปารีส ฝรั่งเศส วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 โดยสายการบินไทย เที่ยวบิน ทีจี 931 ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ วันที่ 8 พฤศจิกายน และจะเดินทางไป อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เพื่อข้ามพรมแดนเข้าสู่ปอยเปตในวันถัดไป

สม รังสี หวังที่จะไปกราบแผ่นดินเขมร ก่อนตาย 

ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวว่า เราดำเนินการตามมติของอาเซียน เราจะไม่ยุ่งกิจการภายในซึ่งกันและกัน และเราจะไม่ยอมให้ผู้ต่อต้านรัฐบาลมาใช้พื้นที่ไทยเป็นพื้นที่ในการเคลื่อนไหว ได้สั่งการไปแล้ว คงไม่ได้เข้ามา

แหล่งข่าวในกลุ่มภาคประชาชนกัมพูชามองว่า สม รังสี เลือกประเทศไทย เพราะเชื่อว่ารัฐบาลไทยจะไม่ขัดขวางการเดินทางไปปอยเปตของเขา ต่างจากรัฐบาลลาวและรัฐบาลเวียดนาม ที่มีความใกล้ชิดกับสมเด็จฮุน เซน มากกว่า

หมายจับเกลื่อนชายแดน

หลังกลับจากการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 “สมเด็จฮุน เซน” ได้ย้ำอีกครั้งว่ากองทัพกัมพูชา เตรียมการบังคับใช้กฎหมายตามคำสั่งศาลต่อสม รังสี และอดีตผู้นำพรรคซีเอ็นอาร์พี รวมถึงสมาชิก “กลุ่มกบฏ” ที่กำลังวางแผนจะกลับกัมพูชาในวันที่ 9 พฤศจิกายนนี้

“กัมพูชาไม่สามารถปล่อยให้กลุ่มคนทรยศชาติ ล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ มาสร้างความวุ่นวายเพื่อขัดขวางความก้าวหน้าของกัมพูชาอีกต่อไปได้”

หมายจับ สม รังสี และคณะ 8 คน

เวลานี้ทุกด่านพรมแดนไทย-กัมพูชา ตั้งแต่ด่านช่องอานม้า อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ไปจนถึงด่านจุดผ่านแดนถาวร อ.คลองใหญ่ จ.ตราด จะมีป้ายไวนิลติดภาพหมายจับ “สม รังสี” และอดีต ส.ส.พรรคซีเอ็นอาร์พีอีก คน เต็มไปหมด

อดีตสมาชิกพรรคฝ่ายค้านถูกจับ

ฝ่ายสมเด็จฮุน เซน ถือโอกาสนี้ปลุกพลังรักชาติและระดมทหารจำนวนมากไปตรึงกำลังที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ราวกับจะไปทำสงครามครั้งใหญ่

ลำพัง สม รังสี คนเดียวคงไม่มีอะไร แต่ฝ่ายพนมเปญคาดว่าจะมีนักสิทธิมนุษยชนจากยุโรปและสหรัฐเดินทางมาเป็นเกราะคุ้มกันอดีตผู้นำฝ่ายค้านเขมรด้วย

จับตาแรงงานเขมร

วันที่ 6 พฤศจิกายน 2562 สม รังสี ได้โพสต์ภาพตัวเขาเองยืนอยู่ที่กำแพงเบอร์ลิน สัญลักษณ์แห่งชัยชนะของประชาธิปไตย พร้อมบอกว่า เตรียมตัวจะไปขึ้นเครื่องบิน ออกจากจากปารีสมุ่งสู่กรุงเทพฯ

รถยานเกราะเต็มเมืองปอยเปต

ระหว่างที่ลี้ภัยอยู่ในกรุงปารีส ฝรั่งเศส สม รังสี ได้พูดถึงการลุกฮือของพลังประชาชนฟิลิปปินส์ ซึ่งดำเนินการต่อสู้โดยสันติวิธี มีการเดินขบวนหลายครั้งจนกระทั่งกองทัพประกาศเข้าร่วมกับประชาชน ขับไล่จอมเผด็จการเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จนต้องหลบหนีไปฮาวายพร้อมครอบครัว

วันจันทร์ที่ผ่านมาแอดมิจแฟนเพจ Sam Rainsy ได้เผยแพร่คลิปแรงงานชาวเขมรในไทย มีการจัดตั้งเป็นกลุ่มเล็กๆ และเตรียมความพร้อมที่จะเดินนำหน้าพาสม รังสี กลับไปกราบแผ่นดินเขมรตามที่วางแผนกันไว้

พลซุ่มยิง เตรียมประจำการหลังคากาสิโนปอยเปต

2 ปีมานี้กลุ่มผู้สนับสนุนสม รังสี และพระสงฆ์ชาวเขมรได้เข้าเคลื่อนไหวจัดตั้งกลุ่มแรงงานเขมรในไทย โดยเย็นวันที่ 7 พฤศจิกายน กลุ่มต่อต้านรัฐบาลฮุน เซน จะเดินทางไปรวมตัวกันที่ด่านคลองลึก สระแก้ว

สม รังสี ประกาศพร้อมจะยอมตายหากว่าความตายของเขาจะปลุกพลังประชาชนให้ลุกฮือขึ้นมาโค่นล้มรัฐบาลฮุน เซน

กวาดล้างใหญ่

ภายในกัมพูชา กองทัพกัมพูชาภายใต้การนำของสมเด็จพิชัย เตีย บัญ รัฐมนตรีกลาโหม และพล.ท.ฮุน มาเน็ต ผู้บัญชาการทหารบก มีคำสั่งเตรียมพร้อมสำหรับหน่วยทหารประจำจังหวัดต่างๆ ตามแนวชายแดนทุกด้าน

เย็นวันที่ 5 พฤศจิกายนนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชาได้บุกเข้าตรวจค้นอาคารสำนักงานพรรคซีเอ็นอาร์พี กลางกรุงพนมเปญ ซึ่งศาลพนมเปญได้มีคำสั่งยุบพรรคซีเอ็นอาร์พี เมื่อ 2 ปีที่แล้ว

ในการตรวจค้นครั้งนี้ตำรวจได้จับกุมอดีตสมาชิกพรรคซีเอ็นอาร์พี 10 คน พร้อมหลักฐานแผ่นวีซีดีคำปราศรัยปลุกระดมของสม รังสี และวิทยุสื่อสาร

เมืองปอยเปต ซบเซา หวั่นเกรงเหตุปะทะ เพราะทหารเยอะมาก

สื่อออนไลน์ในกัมพูชาฝ่ายที่เชียร์รัฐบาลฮุน เซน ออกมาแฉว่า มีอดีตสมาชิกพรรคซีเอ็นอาร์พี ชื่อ Chakchar ได้ประชุมวางแผนอยู่ในกรุงเทพฯ โดยพวกเขาเตรียมสร้างสถานการณ์ความรุนแรงที่ชายแดนด้านปอยเปต

สุดสัปดาห์นี้สงครามความแค้นของ “เขมร ขั้ว” อาจปะทุขึ้นที่ชายแดนไทย คนไทยอาจเจอลูกหลง

เจ้าภาพบอลโลก 2034 มีหลายอย่างต้องทำ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/397500?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

เจ้าภาพบอลโลก 2034 มีหลายอย่างต้องทำ

7 พฤศจิกายน 2562 – 09:15 น.
เจ้าภาพบอลโลก 2034 เจ้าภาพบอลโลก 2034,อ๊อด เทอร์โบดับเครื่องชน
เปิดอ่าน 1,047 ครั้ง

เจ้าภาพบอลโลก 2034 มีหลายอย่างต้องทำ คอลัมน์… อ๊อด เทอร์โบ..ดับเครื่องชน oddturbo1900@gmail.com

การประชุมสุดยอดมาเซียน ครั้งที่ 35 เสร็จสิ้นลงไปแล้วและที่เห็นกันอยู่คือผู้นำทุกประเทศต่างชื่นชมไทยที่จัดการประชุมในฐานะเจ้าภาพอย่างดียิ่ง

มีสิ่งหนึ่งที่แปลกออกไปจากครั้งก่อนๆ ได้แก่ประธานฟีฟ่า ‘มร.จานนี อินฟานติโน’ ได้เข้าพบนายกรัฐมนตรี ‘พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา’ พร้อมมีข้อเสนอแนะว่าประเทศในกลุ่มอาเซียน คือ ไทย-อินโดนีเซีย-มาเลเซีย-สิงคโปร์-เวียดนาม จะเสนอตัวจัดบอลโลก 2034 หรือ 15 ปี ข้างหน้าว่าไทยคงต้องสร้างสนามบอลแห่งใหม่เพราะที่มีอยู่เล็กเกินไปความจุไม่ถึง 80,000 คน ที่พอเห็นว่าความฝันจะเป็นความจริงได้เป็นการร่วมลงนามเอ็มโอยู ระหว่างประธานฟีฟ่ากับผู้นำอาเซียน

อย่างที่ ‘ดับเครื่องชน’ เคยเสนอว่าการเป็นเจ้าภาพบอลโลกจะต้องมีคู่แข่งขันมากมายและต้องใช้เงินงบประมาณมหาศาล จึงขอให้กำลังใจว่าประเทศในกลุ่มอาเซียนต้องร่วมมือร่วมใจกันเต็มที่

อยากให้ทราบถึงการสนับสนุนของ ส.ส.”เดียร์” วทันยา วงษ์โอภาสี จากพรรครัฐบาล ‘พลังประชารัฐ’ ที่มองว่าการเป็นเจ้าภาพบอลโลก 2034 จะเป็นความฝันสูงสุดและกระตุ้นระบบเศรษฐกิจระยะสั้น-ระยะยาว มากมาย

แล้วเป็นการท้าทายอย่างยิ่งแม้ว่าเป้าหมายจะไปถึงหรือเป็นจริงได้หรือไม่ส่วนจะคุ้มค่าแค่ไหนก็อยู่ที่ว่าจะควบคุมต้นทุนค่าใช้จ่ายไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นได้

นี่เป็นข้อคิดเห็นสรุปจากหลายแง่มุมมาแจ้งให้ทราบและต้องลงมือทำกันตั้งแต่เวลานี้เพราะวันเวลารวดเร็วกว่าติดปีกบิน และถึงเวลานั้นผู้นำอาเซียนที่เห็นๆ กันอยู่อาจจะอยู่ไม่ถึงก็ได้

เกรงว่าผู้นำอาเซียนรุ่นต่อไปจะล้มเลิกแผนการนี้มากกว่า
อ๊อด เทอร์โบ


 5 วิธี เลิกบุหรี่
 อย่างมีประสิทธิภาพ

ผมเขียนจดหมายฉบับนี้มาเพื่อขอแชร์ประสบการณ์เลิกบุหรี่เพื่อจะได้เป็นประโยชน์ต่อคนอื่นๆ ที่คิดจะเลิกบุหรี่ เพราะผมเป็นคนหนึ่งที่สูบบุหรี่มานานมากกว่า 10 ปี พยายามเลิกนับครั้งไม่ถ้วน พยายามสูบให้น้อยลงแต่ก็ไม่ได้ผล จนวันหนึ่งเริ่มรู้สึกว่าสุขภาพตัวเองแย่มาก ตั้งใจว่าครั้งนี้ต้องเลิกให้ได้และสุดท้ายก็ทำสำเร็จ จึงอยากแชร์วิธีเลิกบุหรี่ที่ทำได้ง่ายๆ จากเว็บไซต์ของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โดย อ.นพ.ธีรยุทธ รุ่งนิรันดร ได้แนะนำ 5 วิธี เลิกบุหรี่อย่างมีประสิทธิภาพ คือ

1.ค้นหาแรงจูงใจให้ตัวเอง การเลิกบุหรี่จะทำให้ชีวิตดีขึ้นอย่างไรบ้าง จะเป็นผลดีต่อคนรอบข้างอย่างไรบ้างเมื่อตนเองเลิกได้

2.หาวันที่เหมาะสมในการเริ่มต้นอาจเป็นวันที่มีความหมายต่อตนเอง เช่น วันเกิด วันเกิดของลูก หรือฤกษ์ดีอื่นๆ เช่น วันพระ วันปีใหม่ วันสำคัญทางศาสนา

3.หักดิบดีกว่าค่อยๆ หยุด โดยทั่วไปการเลิกบุหรี่โดยการหักดิบจะมีโอกาสเลิกได้สำเร็จในระยะยาวมากกว่าการค่อยๆ หยุด

4.ใช้ยาช่วยเลิกในกรณีที่สูบตั้งแต่ 10 มวนต่อวัน ปัจจุบันมียาหลากหลายที่ให้ผลดีมาก เช่น ยาวาเรนิคลิน ยาบูโบรพิออน และนิโคตินทดแทน

5.หลีกเลี่ยงและกำจัดสิ่งกระตุ้นให้สูบบุหรี่ ใช้สเปรย์ดับกลิ่นบุหรี่ที่ยังตกค้างตามที่ต่างๆ ทิ้งไฟแช็กและที่เขี่ยบุหรี่ รวมถึงรู้จักปฏิเสธผู้ที่ชักชวนให้สูบ

การสูบบุหรี่นั้นเป็นโทษมากกว่าประโยชน์แต่ไม่รู้ทำไม่ถึงยังมีคนสูบอยู่ทั้งที่รู้ว่ามันไม่ดีทั้งต่อตนเอง ครอบครัว และสังคม แต่ก็มีบางคนที่เลิกได้แล้ว อยากให้ทุกคนนั้นเลิกสูบบุหรี่เถอะถ้าใครที่มีลูกก็ขอแค่ให้คิดว่าจะเป็นผลเสียต่อลูกและอาจทำให้ลูกทำตาม

เอาใจช่วยคนที่คิดจะเลิกนะครับ อยู่ที่ใจล้วนๆ ส่วนคนที่ยังไม่เลิก สูบต่อไปเรื่อยๆ อย่าคิดว่าไม่เป็นอะไร ลองสังเกตตัวเองดูดีๆ สู้ๆ นะครับ ทุกคน
ชูเกียรติ (ลพบุรี)

 เรียนคุณ ‘ชูเกียรติ’ ลพบุรี
ขอบคุณสำหรับจดหมายของคุณซึ่งมีประโยชน์มาก ผมขออนุญาตเป็นสื่อกลางแจ้งให้ทราบและทุกอย่างอยู่ที่ใจอย่างแจ้งมาจริงๆ

สำหรับ 5 วิธีการเลิกบุหรี่ที่แจ้งมาทำได้ไม่ยากและได้ผลดีมากหากจะค่อยๆ ทำไปแบบง่ายๆ และขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน

ผมก็ขอเป็นกำลังใจให้ผู้เลิกสูบบุหรี่และหากเอาเงินที่จะซื้อบุหรี่ไปใช้ดูแลสุขภาพตัวเองจะดีกว่าและเชื่อว่าหากทุกท่านตั้งใจจริงแล้วก็อดหรือเลิกบุหรี่ได้แน่ๆ อ๊อด เทอร์โบ


 รถติดเพราะอะไร
 ช่องจราจรถูกจอดแช่กีดขวาง
(ผ่านไปยังตำรวจ)

ผมมีข้อมูลเห็นอยู่ทุกวัน แจ้งอีกทีมายังตำรวจจราจรทุกท่านว่าจะต้องรักษากฎหมายอย่างเคร่งครัดดังต่อไปนี้

ผมเป็นผู้ใช้ถนนที่ต้องผ่านถนนเจริญกรุง จากถนนสุรวงศ์เพื่อผ่านถนนเจริญกรุง ช่วงเย็นๆ 5 โมงเย็นรถจะติดมาก ติดแบบระยะทางแค่ 500 เมตรติดเป็นชั่วโมง เกิดจากรถสองแถวแดงจะจอดแช่ที่ป้ายรถเมล์ตรงข้ามโรบินสันบางรัก แบบไม่สนใจโลก ช่องถนนไป 2 เลน กลับ 2 เลน รถสองแถวแดงจอด 1 เลน ทำให้รถต้องเบี่ยงเพื่อบีบกันออกขวา พอเลยไปอีกสักหน่อยเลยช่วงใต้สะพานสาทรไป ปากซอยเจริญกรุง 50 ก็มาเจอรถสามล้อ 3-4 คันจอดแช่ ดับเครื่อง 1 ช่องจราจร ทำให้รถต้องเบี่ยงขวาอีกเป็นอย่างนี้นานแล้ว

ผมเห็นจดหมายแบบเดียวกันนี้ส่งไปยังหนังสือพิมพ์หลายฉบับและขอร่วมแจ้งถึงความเดือดร้อนและสาเหตุมาด้วยว่าเห็นกันทุกวันแต่ปล่อยนิ่งเฉยเพราะอะไร?
เจริญ (ผู้เดือดร้อน)


เคลียร์อนาคตกองทุนประกันสังคม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/397505?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

เคลียร์อนาคตกองทุนประกันสังคม

7 พฤศจิกายน 2562 – 07:50 น.
ประกันสังคม
เปิดอ่าน 923 ครั้ง

บทบรรณาธิการ นสพ.คมชัดลึก ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 7 พฤศจิกากยน 2562

เป็นปัญหาที่วนเวียนถูกหยิบยกขึ้นมาพูดบ่อยครั้งเมื่อเปลี่ยนรัฐบาล คราวนี้ก็มีกระแสข่าวเรื่องกองทุนประกันสังคมที่คาดว่าจะหมดลงภายใน 15 ปี แม้สถานะของกองทุนประกันสังคมในปัจจุบันยังมีความมั่นคงแต่ด้วยปัจจัยในอนาคตที่ต้องพบปัญหาผู้สูงอายุมากขึ้นแต่แรงงานเข้าระบบประกันสังคมลดลง ในขณะเดียวกันมีการพัฒนาสิทธิประโยชน์สูงขึ้น จะส่งผลถึงสถานะของกองทุนประกันสังคมในระยะยาวได้ ทั้งนี้ทุกประเทศสมาชิกอาเซียนมีระบบประกันสังคมหรืออาจจะเป็นในรูปเงินกองทุนบำนาญ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แต่มีลักษณะเดียวกันคือเป็นกองทุนที่นายจ้างและลูกจ้างต้องจ่ายสมทบและบางประเทศทางภาครัฐร่วมสมทบด้วย โดยมีอัตราจ่ายสมทบแตกต่างกันไปพร้อมสิทธิประโยชน์ก็แตกต่างกันไปเช่นกัน เพื่อเป็นหลักประกันให้ประชาชนทั้งเรื่องเจ็บป่วย เสียชีวิต และยามชราภาพ

มีเสียงสะท้อนในกรณีบำนาญชราภาพของกองทุนประกันสังคมที่จะส่งผลต่อปัญหาเสถียรภาพทางการเงินและคาดการณ์ว่าอาจทำให้เงินกองทุนหมดลงนั้น เป็นประเด็นข้อกังวลมานานแล้ว เนื่องจากต้องยอมรับว่าปัจจุบันคนทำงานที่เข้าระบบประกันสังคมน้อยลง โดยเด็กรุ่นใหม่จำนวนมากหันไปประกอบอาชีพส่วนตัว ขณะที่จำนวนผู้ประกันตนชุดเดิมที่มีจำนวนมากก็ใกล้จะเกษียณอายุ 55 ปี ซึ่งบำนาญของกองทุนจะต้องจ่ายไปเรื่อยจนกว่าผู้ประกันตนเกษียณจะเสียชีวิต แต่ด้วยวิทยาการปัจจุบันคนมีอายุยืนขึ้น ดังนั้นย่อมหลีกไม่ได้หากไม่มีการปรับปรุงและหาวิธีการบริหารกองทุนก็คาดการณ์ได้ว่าจะทำให้เงินกองทุนหมดแน่นอน ซึ่งโจทย์ใหญ่ที่ได้ศึกษาวิจัยกันมาพอสมควรมี 2 แนวทางคือ จ่ายเงินสมทบเพิ่มหรือขยายอายุรับเงินบำนาญ แต่เรื่องดังกล่าวยังไม่เป็นที่ยอมรับหรือได้ข้อสรุปแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม กระทรวงแรงงานยืนยันว่าผลการดำเนินงานการบริหารการลงทุนของกองทุนประกันสังคมและกองทุนเงินทดแทนในเดือนสิงหาคม 2562 มีสถานะเงินลงทุนถึงสิ้นเดือนสิงหาคม 2562 มีเงินลงทุนรวมจำนวน 2,044,921 ล้านบาท แบ่งออกเป็นหลักทรัพย์มั่นคงสูงร้อยละ 79.42 หลักทรัพย์เสี่ยงร้อยละ 20.58 จำแนกตามแหล่งลงทุนในประเทศร้อยละ 89.86 ต่างประเทศร้อยละ 10.14 โดยสามารถสร้างผลตอบแทนการลงทุนได้จำนวน 5,976 ล้านบาท ส่วนสถานะเงินลงทุนของกองทุนเงินทดแทน มีเงินลงทุนรวมจำนวน 64,972 ล้านบาท สามารถสร้างผลตอบแทนการลงทุนได้จำนวน 243 ล้านบาท รวมทั้งสองกองทุนได้ผลตอบแทนสูงถึง 6,219 ล้านบาท ส่วนตัวเลขผู้ประกันตนจนถึงเดือนกันยายน 2562 ทุกมาตราคือ มาตรา 33, 39, 40 มีทั้งหมด 16,457,941 คน

ปัญหาสำคัญที่ต้องดำเนินการคือหาข้อสรุปให้ได้ว่าจะใช้แนวทางใดในการให้กองทุนประกันสังคมเข้มแข็งยั่งยืนไม่ล้มละลายขาดทุนในอนาคตที่ประเทศเริ่มเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยแล้ว ซึ่งรัฐต้องรับฟังความเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อยุติให้ได้ว่าต้องจ่ายเงินสมทบเพิ่มและขยายอายุรับเงินบำนาญหรือไม่ อีกทั้งต้องศึกษาบทเรียนและโมเดลจากต่างประเทศซึ่งเชื่อว่าหน่วยงานเกี่ยวข้องได้ทำอยู่แล้ว แต่ต้องนำมาปรับการบริหารให้กองทุนมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นกว่าเดิมและเป็นอิสระคล่องตัว โดยพบว่าในบางประเทศมีการยกระดับกองทุนเป็นธนาคารดำเนินธุรกิจและถือครองทรัพย์สินและยังเป็นแหล่งปล่อยเงินกู้ต่ำให้แก่โครงการรัฐบาลด้วยซ้ำ แต่ต้องควบคู่กับการตรวจสอบความโปร่งใสไม่ให้มีทุจริต ซึ่งก็เป็นโมเดลหนึ่งเท่านั้น ดังนั้นภาครัฐควรเร่งปรับปรุงกองทุนและสรุปแนวทางที่แน่ชัดเพื่อให้เกิดความยั่งยืน

“เจ๊สมพร” เงิบ เจอ “เอ๋ จอมบึง” ตัวจริงเจ้าถิ่น #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/397339?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

“เจ๊สมพร” เงิบ เจอ “เอ๋ จอมบึง” ตัวจริงเจ้าถิ่น

6 พฤศจิกายน 2562 – 09:41 น.
สมพร จึงรุ่งเรืองกิจ,เจ๊สมพร,ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิ,ปารีณา ไกรคุปต์,เจาะประเด็นร้อน,ท่องยุทธภพ,ขุนน้ำหมึก
เปิดอ่าน 7,726 ครั้ง

คอลัมน์ “ท่องยุทธภพ” โดย “ขุนน้ำหมึก” จากหนังสือพิมพ์คมชัดลึก 6 พ.ย. 62

**************************

ในที่สุดที่ประชุมพรรคพลังประชารัฐได้เห็นชอบที่จะเสนอชื่อ “สิระ เจนจาคะ” ส.ส.กรุงเทพฯ และ “ปารีณา ไกรคุปต์” ส.ส.ราชบุรี เขาไปทำหน้าที่ใน “คณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ” แทนที่ “พยม พรหมเพชร” ส.ส.สงขลา และ “ธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์” ส.ส.อุบลราชธานี

เอ่ยชื่อ “สิระ-ปารีณา” พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ประธาน กมธ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตฯ คงร้อนรุ่มในหัวใจและรู้สึกไม่พอใจการเล่นเกมตาต่อตา ฟันต่อฟันของพลังประชารัฐ

เอ๋” ลุย “เจ๊สมพร”

หลายคนคงไม่ทราบว่า เอ๋” ปารีณา ไกรคุปต์ เป็น ส.ส.ราชบุรี เขตเลือกตั้งที่ 3 ประกอบด้วย อ.จอมบึง และ อ.โพธาราม (ยกเว้น ต.บ้านฆ้อง ต.บ้านสิงห์ และต.ดอนทราย)

ด้วยเหตุนี้ “ส.ส.เอ๋” จึงต้องเข้าไปรับฟังปัญหาชาวบ้านหมู่ 14 บ้านหนองน้ำใส ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ซึ่งประชาคมหมู่บ้านให้ช่วยเรียกคืนที่ดิน 500 ไร่ จากทั้งหมดกว่า 3,000 ไร่ ของ สมพร จึงรุ่งเรืองกิจ” มารดาของธนาธร  จึงรุ่งเรืองกิจ 

ปารีณา ไกรคุปต์ พบชาวบ้าน

สัปดาห์ที่แล้ว “ส.ส.เอ๋” ได้นำชาวบ้านจาก อ.จอมบึง ไปยื่นหนังสือถึง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยเกษตรและสหกรณ์ กรณีขอที่ดิน 500 ไร่ คืนจากสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ เพื่อทำป่าชุมชน

นายอำเภอจอมบึงและเอ๋ พบชาวบ้านเรื่องที่ดิน

ด้านสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ ได้ให้สัมภาษณ์สื่อว่ายินดีจะยกที่ดิน 500 ไร่ ให้ชาวบ้าน เพราะก่อนหน้านี้ได้ส่งทนายความไปเจรจากับตัวแทนชาวบ้านมาแล้ว 3 ครั้ง

นัยว่าที่ดินที่เจ๊สมพรซื้อมาเป็นการซื้อในลักษณะเหมารวมทั้งหมด มีหลักฐานเป็นโฉนดที่ดิน นส.3 ก, นส.3, นส.2 และภบท.5 รวมทั้งสิ้นประมาณ 2,700-2,800 ไร่

สมพร จึงรุ่งเรืองกิจ

สำหรับที่ดินส่วนที่เป็น นส.2 กับ ภบท.5 ชาวบ้านต้องการให้ใช้พื้นที่เป็นป่าชุมชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน เนื่องจากพื้นที่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ แต่ตัวแทนของสมพร ต้องการให้ชาวบ้านไปดำเนินการตรวจสอบหาแนวเขตเอง หากพบว่ามีแนวเขตที่ชัดเจนก็ยินดีที่จะมอบพื้นที่คืนให้

ชาวบ้านจึงต้องวิ่งมาหา “ส.ส.เอ๋” ให้ช่วยเหลือประสานไปยังศูนย์ดำรงธรรม..เรื่องของเรื่อง ทนายเจ๊สมพร อาจไม่ทราบว่า “เอ๋” เป็นขวัญใจคนจอมบึง

ทวี” กับจอมบึง

ทวี ไกรคุปต์” บิดาของปารีณา เป็นชาว อ.โพธาราม จ.ราชบุรี มีเครือญาติมากมายทั้งในสายตระกูล “ไกรคุปต์” และ “จังพานิช” โดยเฉพาะพี่ชายแท้ๆ คือ สวัสดิ์ จังพานิช เคยเป็น ส.จ.ราชบุรี และนายกเทศมนตรีเมืองโพธาราม จึงเป็นฐานเสียงสำคัญที่ทำให้ทวีได้เป็น ส.ส.มา 7 สมัย

ทวี ไกรคุปต์ ไม่ทิ้งคนจอมบึง

ผลงานที่ปรากฏเป็นรูปธรรมจากการที่ได้รับเลือกเข้าไปเป็นผู้แทนฯ จึงมีค่อนข้างมาก เช่น ถนนลูกรัง ถนนลาดยาง คลองชลประทาน และการขยายเขตไฟฟ้า

อ.จอมบึงในอดีตพื้นที่กว้างขวาง ค่อนข้างทุรกันดาร “ทวี” เข้าช่วยชาวบ้านทั้งการแก้ไขปัญหาสาธารณูปโภคและการต่อสู้เพื่อสิทธิในที่ดินทำกิน จอมบึงจึงกลายเป็น “ฐานเสียง” สำคัญของเขา

แม้ อ.โพธาราม จะมี 19 ตำบล 156 หมู่บ้าน แต่ “ทวี” จะให้น้ำหนัก อ.จอมบึง ที่มี 6 ตำบล 90 หมู่บ้าน เนื่องจาก อ.โพธาราม เป็นฐานเสียงของนักการเมืองหลายพรรค ต่างจาก อ.จอมบึง มีตระกูลเดียวคือ ไกรคุปต์

ทุกวันนี้ไม่ว่างานบุญ งานบวช งานเล็ก งานใหญ่ใน อ.จอมบึง ทวีจะไปร่วมงานของชาวบ้านหมด

ศึกสายเลือดโพธาราม

ทวี ไกรคุปต์ เป็นชาว อ.โพธาราม มีเครือญาติมากมายทั้งในสายตระกูล ไกรคุปต์” และ จังพานิช

ปี 2548 ทวีหนุนปารีณา ลูกสาวลงสนามการเมืองแทนตัวเอง ทำให้ “สวัสดิ์” ส่ง สายันต์ จังพานิช อดีต ส.อบจ.ราชบุรี ลงแข่งกับ “เอ๋” หลานสาวตัวเองสองครั้ง โดยครั้งแรกปี 2550 สายันต์สวมเสื้อมัชฌิมาธิปไตย และปี 2554 สวมเสื้อเพื่อไทย แต่ก็พ่าย “ส.ส.เอ๋” ทุกครั้ง

งานเล็กงานใหญ่ ทวีไปหมดใน อ.จอมบึง

ในสนามเล็กปี 2552 สวัสดิ์ จังพานิช ลงสมัครเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเมืองโพธาราม ทวี ไกรคุปต์ ก็ส่ง วารี จันเกษม หัวคะแนนปารีณาลงชิงชัย ด้วยฐานคะแนนเสียงที่แข็งแกร่งของทวี ทำให้วารีได้รับเลือกตั้งเป็นนายกเล็กโพธาราม

กระทั่งปี 2555 สวัสดิ์ล้างแค้นทวีสำเร็จ กลับมาชนะเลือกตั้งได้เป็นนายกเทศมนตรีเมืองโพธาราม มาจนถึงปัจจุบัน

หากตระกูลไกรคุปต์ ไม่แน่จริง ปารีณาไม่ได้เป็น ส.ส.มา สมัยรวด

เชิญชมนิทรรศการพยุหยาตราทางชลมารค #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/397125?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

เชิญชมนิทรรศการพยุหยาตราทางชลมารค

5 พฤศจิกายน 2562 – 13:45 น.
อ๊อด เทอร์โบดับเครื่องชน,ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค
เปิดอ่าน 1,504 ครั้ง

เชิญชมนิทรรศการพยุหยาตราทางชลมารค คอลัมน์… อ๊อด เทอร์โบ..ดับเครื่องชน oddturbo1900@gmail.com

12 ธันวาคมนี้ เป็นวันประวัติศาสตร์ชาติไทย โดย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 94 ปี ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

โอกาสนี้รัฐบาลได้จัดนิทรรศการอย่างเต็มรูปแบบ ณ สนามหลวง จนถึง 11 พฤศจิกายนนี้ จึงขอเชิญชวนประชาชนไปร่วมชมเพื่อจะได้ชมความวิจิตรงดงาม ซึ่งจะได้ชมพระราชพิธีขบวนพยุหยาตราทางชลมารคในวันจริงได้อย่างดี

ขอแจ้งรายละเอียดนิทรรศการนี้ให้ทราบว่าจะได้ชมเรือพระราชพิธีจำลองเสมือนจริงทั้ง 4 ลำ คือ เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์, เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9, เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช และเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์

ในงานมีอาคารนิทรรศการเทิดพระเกียรติ “เถลิงถวัลยราชสมบัติ สยามรัฐสีมา” ประกอบด้วย 3 ห้องหลักคือ “ห้องมหามงคลสมัยพระขวัญไผทเถลิงรัช” มุ่งจัดแสดงองค์ความรู้อย่างละเอียดทุกแง่มุมเกี่ยวกับความเป็นมาของพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในสมัยรัตนโกสินทร์ ตั้งแต่โบราณกาลมาจนถึงรัชสมัย “พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว”

นำเทคโนโลยีทันสมัยมาใช้เพื่อสร้างสีสันให้นิทรรศการ ไม่ว่าจะเป็นการจัดทำวีดิทัศน์พิธีพลีกรรมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์จากทั่วประเทศ, การเนรมิตห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้ได้ศึกษาข้อมูลทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ พร้อมติดตั้งจอแอลอีดี พาโนรามา สกรีน

ห้องที่สองจัดขึ้นในแนวคิด “นิรมิตเรืองนทีเถลิงหล้า” เน้นการแสดงแสงสีเสียงสื่อผสม เพื่อนำเสนอความสุขของคนไทยภายใต้ร่มพระบารมี ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์สำคัญ นอกจากจะมีการฉายภาพสามมิติเสมือนอยู่ในเหตุการณ์จริงบนจอแอลอีดี วิชวล พาโนรามา 180 องศา ประกอบการแสดงศิลปวัฒนธรรม

งานนี้ยังจำลองบรรยากาศการแสดงขบวนพยุหยาตราทางชลมารคเสมือนจริง โดยจัดกระบวนเรือพระราชพิธีทั้ง 52 ลำ พร้อมเสียงขับกล่อมของกาพย์เห่เรือเฉลิมพระเกียรติฯ ประพันธ์โดย “นาวาเอก ทองย้อย แสงสินชัย” เปิดให้ชมวันละ 3 รอบ เวลา 16.00 น. 18.00 น. และ 20.00 น.

การนี้ฉายภาพผ่านจอแอลอีดี สกรีน และจัดทำ “ซาวนด์ โดม” ให้ได้ฟังการเห่เรือ พร้อมเรียนรู้ความสำคัญของเรือพระราชพิธีแต่ละลำ ผ่านภาพเรือจำลอง 52 ลำ, การจัดแสดงการแต่งกายของพนักงานประจำเรือ และสาธิตงานประณีตศิลป์ที่เกี่ยวกับเรือพระราชพิธี

ห้อง “ขบวนนาวาอารยศิลป์แผ่นดินสยาม” ถ่ายทอดเรื่องราวขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ตั้งแต่สมัยอยุธยาจนถึงรัตนโกสินทร์ โดยมีไฮไลต์อยู่ที่ความยิ่งใหญ่ของขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562

มีการจัดแสดงม่านน้ำประกอบแสงสีเสียงสื่อผสมชุด “ม่านธาราลือขจร เฉลิมราชย์องค์ราชัน” เพื่อถ่ายทอดถึงน้ำพระราชหฤทัยของ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” ที่ทรงห่วงใยพสกนิกรทั่วหล้า เปรียบประดุจสายน้ำที่หล่อเลี้ยงประชาชนให้มีความสุขสงบร่มเย็น

เหลือเวลาอีกไม่กี่วันจะหมดเขตนิทรรศการอันทรงคุณค่านี้แล้วจึงขอเชิญชวนไปชมมรดกของแผ่นดินมา ณ ที่นี้
อ๊อด เทอร์โบ


 ‘ยาดองเหล้า’ ภูมิปัญญาไทย
 รัฐบาลเจอใบสั่งใคร?

ผมเขียนจดหมายฉบับนี้มาเพื่อขอให้ท่านเป็นสื่อกลางว่ารัฐบาล โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้สั่งให้กรมสรรพสามิตจัดการตามกฎหมายกับยาดองเหล้าซึ่งผมถือว่าไม่เหมาะสมและไม่ถูกต้องอย่างมาก

ยาดองที่กรมสรรพสามิตอ้างว่าต้องปราบปรามนั้น ผมเชื่อว่ามีใบสั่งจากบริษัทผลิตเหล้าที่มีอำนาจการเงินและเป็นสปอนเซอร์ให้จัดการโดยมีเหตุผลถึงสุขภาพแบบเดียวที่รัฐบาลแบนสารพิษที่เป็นข่าวใหญ่ยุ่งกันไปหมด

ผมอยากจะบอกว่ายาดองเหล่านี้ผสมกับสมุนไพรและมีสรรพคุณ ถือเป็นภูมิปัญญาไทยมีมานานหลายชั่วอายุคนแล้วตั้งแต่โบราณ

ได้เคยชิมยาดองเหล่านี้ในงานก็อร่อยดี ยกตัวอย่างเช่น ‘ยากำลังเสือโคร่ง’ มีสรรพคุณบำรุงกำลังร่างกาย เจริญอาหาร ‘ยากำลังช้างสาร’ ช่วยเสริมสมรรถภาพทางเพศ ชะลอความแก่ กระตุ้นฮอร์โมน เพศชาย ‘ม้ากระทืบโรง’ แก้ปวดเมื่อย ทำให้ร่างการแข็งแรงสมบูรณ์ ฯลฯ

ผมยกตัวอย่างมาหลายๆ ขนาน และเรื่องจะไปขัดคำสั่งของราชการคงลำบากแต่สงสัยว่าทำไปเพราะมีใบสั่งหรือเปล่า ?
บุญสิน (โคราช)

เรียน คุณ ‘บุญสิน’ โคราช
ผมเองเคยลองยาดองเหล้าบ้างตามคำชวนของเพื่อน ก็อร่อยดีแต่แรงไปหน่อยเพราะลองไปหลายขนานมาจนเมื่อได้รับจดหมายแสดงความเห็นมาจึงขอร่วมออกความเห็นว่ายาดองเหล้าเป็นภูมิปัญญาไทย ส่วนจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือไม่นั้น ขอให้กระทรวงสาธารณสุขออกประกาศแจ้งมา

เวลานี้คนไทยเป็นจำนวนมากคิดว่ารัฐบาลรังแกหรือห้ามโน่นนี่จนกระดิกตัวลำบากและทำอะไรผิดกฎหมายบ้านเมืองไปหมด

ไม่อยากให้เรื่องยาดองเป็นประเด็นใหญ่โตคิดว่าคนไทยพูดกันเข้าใจรู้เรื่อง
อ๊อด เทอร์โบ


อยู่บ่เป็น แม่โขงตายแล้ว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/397118?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

อยู่บ่เป็น แม่โขงตายแล้ว

5 พฤศจิกายน 2562 – 10:50 น.
กระดานความคิด,ประชุมสุดยอดอาเซียน,พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา,น้ำตกคอนพะเพ็ง,เขื่อนดอนสะโฮง,เขื่อนไซยะบุลี
เปิดอ่าน 6,708 ครั้ง

อยู่บ่เป็น แม่โขงตายแล้ว คอลัมน์…  กระดานความคิด   โดย…  บางนา บางปะกง

ระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 และการประชุมสุดยอดที่เกี่ยวข้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้พบหารือกับเหวียน ซวน ฟุก นายกรัฐมนตรีเวียดนาม ซึ่งตอนหนึ่งนายกฯ ประยุทธ์ ได้กล่าวถึงการส่งเสริมความร่วมมือด้านการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนในอนุภูมิภาค ผ่านกรอบคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (Mekong River Commission) และกรอบแม่โขง-ล้านช้าง

คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง(MRC) มีสมาชิก 4 ประเทศ คือ ไทย กัมพูชา ลาว และเวียดนาม ส่วนจีนและเมียนมาร์ไม่ได้เข้าร่วม ซึ่ง MRC มักถูกวิจารณ์ว่า อ่อนแอ ไม่สามารถยับยั้งการสร้างเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำตามแม่น้ำโขงได้

ในสายตาเอ็นจีโอและภาคประชาชน 3 ชาติ(ไทย กัมพูชา และเวียดนาม) มองว่า “จีน” เป็นผู้คุมเกมเรื่องแม่น้ำโขง รวมทั้งสร้างความชอบธรรมในการสร้างเขื่อนกั้นน้ำโขง

ตัดกลับไปที่น้ำตกคอนพะเพ็ง เมืองโขง แขวงจำปาสัก เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2562 ช่างภาพอิสระชาวลาวได้ถ่ายภาพน้ำตกคอนพะเพ็ง แล้วโพสต์ขึ้นเฟซบุ๊ก และแสดงความเห็นว่า น้ำตกคอนพะเพ็ง น้ำแห้งกว่าทุกปี

4 สหายแห่งลุ่มน้ำโขง

หากสอบถามคนเมืองโขง แขวงจำปาสักก็จะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า น้ำโขงในช่วงปลายฝนต้นหนาวปีนี้ น้ำแห้งเหมือนหน้าแล้ง

ปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา “เขื่อนไซยะบุลี” บนแม่น้ำโขงใน สปป.ลาว ได้ขายไฟฟ้าให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) อย่างเป็นทางการ

เขื่อนไซยะบุลี เป็นเขื่อนแรกที่สร้างบนแม่น้ำโขง ตอนล่าง มีเสียงคัดค้านจากภาคประชาชนไทย กัมพูชาและเวียดนาม เนื่องจากมีข้อกังวลอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับแม่น้ำโขงและระบบนิเวศ

มิเพียงเขื่อนไซยะบุลี ก็ยังมี “เขื่อนดอนสะโฮง” ที่อยู่ใกล้ๆ น้ำตกคอนพะเพ็ง บริเวณสี่พันดอน เมืองโขง แขวงจำปาสัก โดยมีการสร้างเขื่อนกั้น “ฮูสะโฮง” ทางน้ำไหลธรรมชาติ

ไฟฟ้าที่ผลิตได้จากเขื่อนดอนสะโฮง จะสนอง 4 แขวงภาคใต้ คือแขวงสาละวัน แขวงอัตตะปือ แขวงเซกอง และแขวงจำปาสัก และที่เหลือส่งขายให้กัมพูชา

เขื่อนไซยะบุลี

การไฟฟ้าลาวได้เซ็นสัญญาขายไฟฟ้าให้แก่กัมพูชาเป็นที่เรียบร้อย โดยสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้เดินทางมาเยี่ยมชมการก่อสร้างโครงการดอนสะโฮงด้วยตัวเอง เมื่อปี 2560

รัฐบาล สปป.ลาว ถือว่า เขื่อนไซยะบุลี และเขื่อนดอนสะโฮง เป็นโครงการยุทธศาสตร์ของรัฐบาลลาว ในการพัฒนาเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำที่สร้างอยู่ในแม่น้ำโขง

นอกจากนี้ รัฐบาลลาว ยังมีแผนจะสร้างเขื่อนบนแม่น้ำโขงอีก 3 แห่งคือ “เขื่อนปากแบ่ง” แขวงอุดมไซ ที่มีการสำรวจออกแบบเรียบร้อยแล้ว “เขื่อนหลวงพระบาง” แขวงหลวงพระบาง และ “เขื่อนปากลาย” แขวงไซยะบุลี

ขณะที่สื่อออนไลน์ลาวได้เสนอข่าวว่า รัฐบาลลาวเดินหน้าสร้างเขื่อนหลวงพระบางอย่างแน่นอน ภายในปี 2563 แม้จะมีเสียงทักท้วงจากคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (MRC) ให้ทบทวนแผนการสร้างเขื่อนหลวงพระบาง

เขื่อนหลวงพระบางนั้น ดำเนินการลงทุนโดยกลุ่มนักธุรกิจจากเวียดนาม และอาจมีการดึงบริษัท ช.การช่าง ผู้สร้างเขื่อนไซยะบุลี เข้าไปร่วมลงทุนด้วย

เขื่อนดอนสะโฮง

แม้จะมีเสียงตะโกนว่า น้ำโขงกำลังเข้าสู่ภาวะวิกฤติ แต่ผู้นำรัฐบาลลาวก็ทำเป็นหูทวนลม เพราะความต้องการเม็ดเงินจากการขายไฟฟ้าให้เพื่อนบ้าน สำคัญยิ่งต่อการพัฒนาประเทศให้หลุดพ้นจากความยากจน

ตอนที่กำลังมีการก่อสร้างเขื่อนดอนสะโฮง ภาคประชาชนกัมพูชาส่งเสียงคัดค้าน สมเด็จฮุน เซน ก็แอ็กชั่นขานรับรีบนั่ง ฮ.มาดูจุดก่อสร้างเขื่อนทันที พอฟังท่านทองลุน สีสุลิด อธิบายความเรื่องราคาไฟฟ้าที่จะขายให้การไฟฟ้าเขมร นายกฯฮุน เซน ก็เงียบไปโดยพลัน

การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนรอบนี้ ท่านเหวียน ชวน ฟุก, ท่านทองลุน สีสุลิด และสมเด็นฮุน เซน ได้มีโอกาสพบปะกันนอกรอบ และเชื่อว่า สามผู้นำลุ่มน้ำโขงจะไม่มีการพูดถึงกระแสคัดค้านการสร้างเขื่อนบนแม่น้ำโขงอย่างแน่นอน

          ด้วยเหตุนี้ ภาคประชาชนไทย กัมพูชา และเวียดนาม จึง “อยู่บ่เป็น” ต้องออกมาส่งเสียงให้ผู้นำลาวได้ตระหนักถึงการเขื่อนกั้นน้ำโขง ก็เท่ากับสมรู้ร่วมคิดกับจีนฆ่าแม่น้ำโขงซ้ำอีก  

น้ำตกคอนพะเพ็ง

“ฮุน เซน” ขนกองทัพ จับ “สม รังสี” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/397111?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

“ฮุน เซน” ขนกองทัพ จับ “สม รังสี”

5 พฤศจิกายน 2562 – 09:35 น.
สมเด็จฮุน เซ็น,ฮุนเซ็น,สม รังสี,กัมพูชา,รายงานพิเศษ,เจาะประเด็นร้อน,ท่องยุทธภพ,ขุนน้ำหมึก,สมเด็จฮุน เซน
เปิดอ่าน 17,485 ครั้ง

คอลัมน์ ‘ท่องยุทธภพ’ โดย ‘ขุนน้ำหมึก’ จากหนังสือพิมพ์คมชัดลึกฉบับวันที่ 5 พ.ย.2562

***************************

พ่อค้าแม่ค้าแถวปอยเปตบ่นพึม เมื่อทหารบางส่วนจากกองพลน้อยที่ 70 สมทบทหารท้องถิ่นนับพันนาย เคลื่อนกำลังเข้าสู่เมืองปอยเปต จ.บันเตียเมียนเจย ตั้งแต่เช้าวันที่ 31 ตุลาคม 2562 ส่งผลให้การค้าขายชายแดนไทย-กัมพูชา ด้านด่านคลองลึกซบเซาลงทันที

หน่วยทหารองค์รักษ์สมเด็จฮุนเซน เข้าสู่เมืองปอยเปต

ทหารกัมพูชาเหล่านี้ ไม่ได้หวังจะทำศึกกับทหารไทยแต่ประการใด ภารกิจของพวกเขาคือ ป้องกันมิให้ “สม รังสี” อดีตผู้นำฝ่ายค้าน ปลุกระดมพาแรงงานเขมรจากฝั่งไทย ข้ามพรมแดนเข้าสู่ดินแดนกัมพูชา

ทหารเขมรรวมพลอยู่ที่เมืองปอยเปต จ.บันเตียเมียนเจย

ปลุกขวัญทหารกล้า

นับแต่ “สม รังสี” อดีตผู้ก่อตั้งพรรคกู้ชาติกัมพูชา (ซีเอ็นอาร์พี) ประกาศจะกลับถึงกัมพูชา ในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 ซึ่งตรงกับวันฉลองเอกราชของชาวกัมพูชา ฝ่าย สมเด็จฮุน เซน” นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ก็ได้ทำสงครามข่าวสารตอบโต้แผนการของอดีตผู้นำฝ่ายค้านต่อเนื่อง

ระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม ถึงวันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 มีกองกำลังทหารในจังหวัดต่างๆ ที่อยู่ตามแนวพรมแดน ไม่ว่าจะเป็นด้านชายฝั่งทะเล, เวียดนาม และไทย ได้ออกมาแสดงพลังรักชาติอย่างพร้อมเพรียงกัน

ทหารกองพลน้อยที่ 70

ผู้ทหารกัมพูชาในจังหวัดกำโปต, ตะโบงคะมุม, พระวิหาร, อุดรมีชัย, ไพลิน และพระตะบอง ต่างป่าวประกาศว่า สม รังสี เป็นผู้ทรยศชาติ และพยายามทำรัฐประหารล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์

ฝ่ายผู้ถืออำนาจในพนมเปญ ชี้ว่าการปลุกระดมมวลชนล้มล้างรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ถือว่าเป็นความตั้งใจของสม รังสี ที่จะนำประเทศเข้าสู่สงครามอีกครั้ง

แรงงานเขมรทัพหน้า

เช้าวันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 สม รังสี ได้แถลงผ่านยูทูบและแฟนเพจสม รังสี ว่า “ฉันจะหาทางกลับสู่กัมพูชาไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น”

วันที่ 9 พฤศจิกายน ยังเป็นหมุดหมายสำคัญที่อดีตผู้นำฝ่ายค้านจะเดินทางกลับสู่กัมพูชา ด้วยความตั้งใจที่จะสร้างกัมพูชาใหม่ให้มีสภาพความเป็นอยู่ที่ดี มีศักดิ์ศรี มีความยุติธรรมและสันติภาพสำหรับทุกคน

สม รังสี โชว์หนังสือเดินทาง

สม รังสี ที่ลี้ภัยอยู่ในฝรั่งเศส มีแผนจะปลุกระดม แรงงานเขมร” ที่อาศัยในไทย เดินเท้าไปยังด่านพรมแดนคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เพื่อนำพาตัวเขา และอดีต ส.ส.ของพรรคซีเอ็นอาร์พี ที่ลี้ภัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา กลับเข้ากัมพูชา

ในอดีต พรรคซีเอ็นอาร์พี มีฐานกำลังสนับสนุนจากผู้ใช้แรงงาน และกลุ่มปัญญาชนคนชั้นกลาง โดยเฉพาะกลุ่มแรงงามเขมรที่อาศัยอยู่ในต่างแดน ล้วนชื่นชอบ สม รังสี และต้องการโค่น “ระบอบฮุน เซน”

สมเด็จฮุน เซน มาประชุมอาเซียนซัมมิทที่กรุงเทพฯ

สมเด็จฮุน เซน ไม่ประมาทสม รังสี เพราะนักการเมืองเขมรคนนี้ มีสหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรปหนุนหลัง จึงต้องพึ่งพาให้ไทยเป็นหูเป็นตา

ดูสถานการณ์วันนี้ เหมือนสมเด็จฮุน เซน จะเปิดปฏิบัติการขี่ช้างจับตั๊กแตน เพื่อจับคนคนเดียว

ไทยไม่เล่นด้วย

เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา สม รังสี เดินทางไปที่กรุงวอชิงตัน ดีซี สหรัฐอเมริกา ไปพบกับเจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหม และกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐ ร้องขอให้สหรัฐปกป้องสม รังสี และเรียกร้องให้สภาสูงสหรัฐ ตั้งคณะกรรมาธิการเข้าไปสังเกตการเดินทางกลับกัมพูชาของเขา

อย่างไรก็ตาม สม รังสี ได้ส่ง มู ซกฮัว” อดีตรองประธานพรรคซีเอ็นอาร์พี และอดีต ส.ส.ฝ่ายค้านกัมพูชา มาทดสอบท่าทีของรัฐบาลไทย โดยอดีต ส.ส.หญิงปากกล้า เดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อ 24 ตุลาคม 2562 แต่ถูกกักตัวไว้นานหลายชั่วโมง และถูกปฏิเสธการเข้าประเทศ ทำให้ต้องเดินทางกลับไปยังสหรัฐ ซึ่งเป็นประเทศต้นทาง

ทหารกัมพูชาในจังหวัดต่างๆ ก็เคลื่อนไหวคึกคัก

ปฏิบัติการของ มู ซกฮัว เป็นไปตามแผนที่วางไว้ หากมู ซกฮัว เข้าประเทศไทยได้ สม รังสี ก็จะใช้เส้นทางนี้เข้ากัมพูชาเช่นเดียวกัน

กรณีอดีต ส.ส.หญิงเข้าไทยไม่ได้ สร้างความวิตกให้แก่ฝ่ายสม รังสี เป็นอย่างมาก เพราะหากเขาดึงดันจะบินจากฝรั่งเศสมาลงที่สนามบินสุวรรณภูมิ ย่อมต้องเจอแบบเดียวกับมู ซกฮัว

รัฐบาลประยุทธ์กับรัฐบาลสมเด็จฮุน เซน มีความสัมพันธ์แนบแน่น แผนการกราบแผ่นดินกัมพูชาของสม รังสี น่าจะเป็นฝันลมๆ แล้งๆ เสียมากกว่า