คุณแหน : 22 พฤศจิกายน 2562

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/455520

650935

คุณแหน : 22 พฤศจิกายน 2562

วันศุกร์ ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ll ระหว่างนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ทรงงดพระราชกรณียกิจตามหมายกำหนดการเดิม ยกเว้นงานพระราชทานปริญญาฯ…กองงานในพระองค์ฯ โดย คุณหญิงอารยา พิบูลนครินทร์ จะให้ข้อมูลรายละเอียด อันเป็นประโยชน์ต่อการเตรียมงานต่างๆ…

ll งานนี้ห้ามพลาด…“มหกรรมผ้าไหม…ไหมไทยสู่เส้นทางโลก”เซ็นทรัลเวิลด์ โชว์นิทรรศการงานดีไซน์โดย Kiri Nathan นักออกแบบชนพื้นเมืองเผ่าเมารี และ Jimmy Choo ช่างรองเท้าชื่อดังชาวจีนมาเลย์…ส่วนทูตานุทูตจะร่วมกันใส่ชุดผ้าไหมไทยเดินบน Cat Walk ค่ำวันเสาร์นี้ ที่หอประชุมกองทัพเรือ…งานนี้ Jimmy Choo จะมาแจกรางวัลผู้ชนะเลิศ The Next Big Designer Contest ด้วย…

ll Arts CU International Fair เรียกชื่อไทยๆ ว่า งานอักษรจุฬาฯ แฟร์ 2019 (อ้าว…ค.ศ.ฝรั่งนี่) มีที่เอ็มควอเทียร์ ถึงอาทิตย์ที่ 24 พ.ย.นี้…รายได้สนับสนุนคณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ…“วิชา”ที่ใครมีก็เป็น“เสน่ห์”แก่บ้าน ส่วน “ผู้ชาย”ที่จบคณะนี้ส่วนมากเป็นใหญ่เป็นโต เพราะทน“ผู้หญิง”มาได้ถึง 4 ปีเต็ม(ระหว่างเรียน)…ชีวิตภายหน้าไม่มีอะไรหนักอีกแล้ว…

ll รวยจริง…แต่รู้จักใช้เงิน…ยุวดี จิราธิวัฒน์ ไม่นิยม“ตั๋วแพง”ยามเดินทาง ท่องเที่ยวกับพี่ๆ น้องๆ…อย่าว่าตั๋วสะสมไมล์ 25% ถูกกว่า 75% เกือบหมื่น…ซื้อเอา Class ที่ไม่ต้องสะสมไมล์แหละ…ถูกดี…(ฮา…รู้แล้ว…ทำไม
ถึงรวย)…

ll กฐินวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ปีนี้ได้เกือบ 60  ล้านบาท สูงกว่าปีที่แล้วเป็นสิบล้าน…ศรัทธาชาวบ้านยังแรงกล้า…ส่วนสาขาวัดปากน้ำญี่ปุ่น…ยังมีกิจกรรมต่อเนื่อง 22-24 พ.ย. บวชเนกขัมมะปฏิบัติธรรม…โยม พิมใจ มัตสุโมโต ส่งข่าว…

ll เกษียณจากตำแหน่งอธิบดีสรรพสามิตนานแล้ว แต่ สิรินุช พิศาลบุตร อดีต“ดาวจุฬา” คณะวิทยาศาสตร์…ยังซื่อสัตย์กับงานเก็บภาษีแอลกอฮอล์…โพสต์คุณประโยชน์ของรัม วิสกี้ และเหล้าต่างพันธุ์ได้ทุกวัน…งานนี้ได้ อดิเทพ นาคะวิสุทธิ์…หนุ่มวิศวะจุฬาฯ หนุนว่าที่รอดมาจากอากาศหนาวเย็นที่ Iceland ได้เพราะ Congnac ขวดเดียวแท้ๆ…ยกซดทุกวัน…

ll ผ่านงาน“55 ปี ทวีสัมพันธ์”ชาวเตรียมอุดมฯ รุ่น 27…เพื่อนเก่าๆ ได้มาเจอหน้า หลังถอดกางเกงขาสั้น กระโปรงยาว เข้ามหาวิทยาลัย…ที่แน่ๆ…เพื่อนฝูงดีใจที่ได้เจอ“คุณชายเอลวิส” ม.ร.ว.จิราคม กิติยากร พิธีกรอาชีพ อ.สุดาทิพย์ อินทร ฯลฯ…แต่ขาด Big Names อีกหลายคนรวมทั้งเพื่อน“หมออเมริกา”จะกลับบ้านก็ต้นปีใหม่…กรรมการจึงลงมติ…จัดงาน 55 ปีบวกบวก กุมภาพันธ์ 2020 อีกวาระ…

ll อาหารอินเดียที่ London เขาว่าอร่อยกว่าใน Delhi หรือ Mumbai…ไปอังกฤษค่ำอาทิตย์นี้…กฤษณ์ ศิรประภาศิริ ค่อนข้างตื่นเต้นกับร้านระดับ Maharaja ชวนชิมแถบ Kingly Street ที่“น้องอั๋น”พันธุ์ศักดิ์จักกะพาก ศิลปิน Botanical Artist ระดับโลก จะเป็นเจ้าภาพค่ำวันจันทร์ก่อน Party Private View งานศิลป์ระดับสากลที่ Kew Garden เย็นวันอังคาร…

ll วันเกิดเจ้าสัว ชยพล กนกพฤกษ์ ปีนี้ถือโอกาสเลี้ยงเพื่อน สก.รุ่น 80 ที่ร้านอาหารญี่ปุ่นเปิดใหม่ ในโครงการตลาด“เจ้าสัว 69”(ของตนเอง)…เพื่อนแขกระดับ“เจ้าสัว”อย่าง อรรถพลสุนทรวิเนตร์,นพ.ซื่อตรง เจียมจรรยา ฯลฯพอใจที่มีปลาดิบ“โทโร”เลี้ยงไม่อั้น…แม้ว่าจะกินได้น้อยเพราะวัย 7up ทั้งนั้น โดยเฉพาะเจ้าสัว อรรถพล ที่ต้องกลับไปกิน“น้ำพริกปลาทู”(ถ้วยเก่า) ที่บ้านกับซ้อคนสวย ศิริ สุนทรวิเนตร์ ทุกวัน…ll

ภิญญ์สิรี

‘สเรทซิส’มิกซ์กับความสนุกและโมเดิร์นยุค 90 ผ่านคอลเลคชั่นล่าสุด ฟอลล์-วินเทอร์ 2019

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/455473

ม.ร.ว.จันทรลัดดา
ยุคล, นลินี วรวงศ์วสุ,
อรธิรา ภาคสุวรรณ,
ฉัตรเบญจา นันทา
ภิวัฒน์

‘สเรทซิส’มิกซ์กับความสนุกและโมเดิร์นยุค 90 ผ่านคอลเลคชั่นล่าสุด ฟอลล์-วินเทอร์ 2019

วันศุกร์ ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

สเรทซิส (SRETSIS) นำโดย ครีเอทีฟ ไดเร็กเตอร์และผู้ก่อตั้งพิมพ์ดาว สุขะหุต จัดงานแฟชั่นโชว์เปิดตัวคอลเลคชั่น ฟอลล์-วินเทอร์ 2019 “บัวร์จวา รีมิกซ์” (FALL-WINTER 2019 “BOURGEOIS REMIX”) ที่หยิบยกแรงบันดาลใจจากไลฟ์สไตล์สังคมชั้นสูงทั่วโลกในอดีต จับมาทวิสต์ใส่ความโมเดิร์นด้วยการออกแบบตามสไตล์สาวสเรทซิส ผ่านการนำเสนอในรูปแบบซาลอนสไตล์ (Salon Style) ท่ามกลางบรรยากาศจิบน้ำชายามบ่าย ณ ออเธอร์ส เลานจ์ โรงแรมแมนดารินโอเรียนเต็ล

คอลเลคชั่น “บัวร์จวา รีมิกซ์” คือบริบทของผู้หญิงยุคใหม่ที่เชื่อมั่นในตนเองและแสดงออกถึงการเรียนรู้วัฒนธรรมหลากหลายรูปแบบทั่วโลกประกอบไปด้วยรายละเอียดการออกแบบของคอลเลคชั่น ที่เต็มไปด้วยลายพริ้นท์อันเป็นเอกลักษณ์ ลูกไม้ ดีเทลการปักที่ซับซ้อน พร้อมด้วยเทคนิคการตัดเย็บอันประณีต อันได้รับแรงบันดาลใจมาจากไลฟ์สไตล์ของสังคมชั้นสูงในสมัยก่อน นำเอาแก่นของความหรูหราจากศิลปะสถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมทั้งฝั่งตะวันตกและตะวันออก มิกซ์กับความสนุกและโมเดิร์นในยุค 90 เกิดเป็นเสื้อผ้าลักชัวรี่ที่สวมใส่ได้ในทุกวัน

ไม่ว่าจะเป็นคีย์ลุคแรก บัวร์จวา รีมิกซ์ (Bourgeois Remix) ที่พูดถึงความหรูหราที่ยังคงความร้อนแรง ผ่านลายผ้าลายเสือที่ซุกซนด้วยการผสมลายเชอรี่สุดคลาสสิกบนผ้าโบรเคด(Brocade) อาทิ เสื้อโค้ทประจำซีซั่นที่ผู้หญิงสเรทซิสต้องมี หรือชุดเดรสประดับโบขนาดใหญ่สำหรับงานกลางคืนสเรทซิสยังคงเน้นเสื้อผ้าที่สวมใส่สบายเพิ่มความอบอุ่นในช่วงหน้าหนาว ผ้ายืดลายเสือถูกจับคู่กับไอเท็มเบสิกที่รีแลกซ์ขึ้นแต่คงความหรูหรา, เสื้อลูกไม้สุดประณีตมิกซ์กับเซตเลานจ์แวร์สุดไอคอนิคประจำซีซั่น เพิ่มความแสบซ่าให้การแต่งตัวของคุณผู้หญิงในฤดูหนาวนี้

ต่อด้วยคีย์ลุคที่สอง รอยัล โรแมนซ์ (Royal Romance) พูดถึงความหรูหราจากสถาปัตยกรรมในยุคนีโอคลาสสิกอันรุ่งเรืองของประเทศฝรั่งเศส ที่ยุคก่อนจะเห็นได้จากงานตกแต่งภายใน เช่น การบุผนังด้วยผ้าทอลายของพระราชวัง มิกซ์กับความเย้ายวนในแบบของสเรทซิสเกิดเป็นผ้าลายที่นำเอาลายลีแซร์(Lisere) ดอกกุหลาบเอกลักษณ์ของสเรทซิสมาเรียบเรียงใหม่ ผสมผสานการใช้เทคนิคทรอมป์ลอยด์ หรือเทคนิคเลียนแบบเสมือนจริง บนผ้าคอตตอนพิมพ์ลายและผ้าซิลค์พิมพ์ลายทำให้ดูเหมือนผ้าทอ

และคีย์ลุคสุดท้าย โอเรียนทอล เอ็กซ์เพรส (Oriental Express) ได้รับแรงบันดาลใจจากงานอินทีเรียอันได้แก่ พาร์ทิชั่นลายดอกไอริสจากงานศิลปะที่พิพิธภัณฑ์ Nezu ณ ประเทศญี่ปุ่นสเรทซิสทวิสต์เรื่องราวใหม่กลายเป็นลายผ้า Iris Panther วาดโดยศิลปินนักวาดภาพประกอบอิสระชาวไทยนามว่าJuli Baker and Summer ซึ่งเป็นลายผ้าที่มีเสือจากยูนิเวิร์สของสเรทซิส 2 ชนิด ได้แก่ เสือแพนเตอร์ลายหัวใจและเสือแบล็กแพนเตอร์ลายหัวใจเดินบนทุ่งดอกไอริส โดยไฮไลท์ได้แก่ เดรสกี่เพ้าซิลลูเอทใหม่ประดับด้วยเทปลูกไม้หรูหราร้อนแรง, มินิเดรสซิลลูเอทหลักของซีซั่นที่สเรทซิสภูมิใจนำเสนอ และบอมเบอร์แจ๊กเกตที่สามารถใส่ได้ 2 ด้าน

ในงานคับคั่งเซเลบริตี้คนดังแฟนพันธุ์แท้ของแบรนด์ อาทิม.ร.ว.แม้นนฤมาส ยุคล สวัสดิ์-ชูโต, ม.ร.ว.จันทรลัดดา ยุคล, ม.ร.ว.จันทรนิภายุคล, จารุจิต ใบหยก, พิมพ์เลิศ ใบหยก,สิตมน ผลดี, พิยะดา นันทะ, อรธิราภาคสุวรรณ, อรประพันธ์ สุทธินรเศรษฐ์,สิริวงษ์ สุขเกษมสิน, พรนภา เกียรติศรีชาติ,พรปวีณ์ นีระสิงห์, ธนันต์ธรญ์ นีระสิงห์, ณิชชารีย์ กิจวิริยะธนโชติ, ณัชชารีย์กิจวิริยะธนโชติ, พิชญทัฬห์ จันทร์พุฒและ พรรวิษิษฐ์ สุขารมณ์ ฯลฯ

สาวสวยผู้หลงใหลในงานศิลปะและแฟชั่น อย่าง เกด-นลินี วรวงศ์วสุกล่าวว่า “เราเป็นผู้หญิง เรื่องความสวยความงามและแฟชั่นเป็นของคู่กันตัวเกดเองเป็นคนที่ชอบแต่งตัวอยู่แล้ว หลักๆ ก็จะเลือกชุดจากสถานที่ ที่เราจะไปอย่างวันนี้เกดก็เลือกหยิบมินิเดรสสีดำลายดอกไอริส มามิกซ์แอนด์แมทช์เข้ากับรองเท้าที่ไม่ค่อยสูงมาก เป็นอีกลุคที่ดูลักชัวรี่แต่ยังสามารถสวมใส่ได้ในวัน
สบายๆ อีกหนึ่งวัน”

พบกับคอลเลคชั่น Fall-Winter 2019 “Bourgeois Remix” ได้แล้ววันนี้ ที่สเรทซิสทุกสาขา และ SRETSIS.COM

ม.ร.ว.จันทรลัดดา
ยุคล, นลินี วรวงศ์วสุ,
อรธิรา ภาคสุวรรณ,
ฉัตรเบญจา นันทา
ภิวัฒน์

ม.ร.ว.จันทรลัดดา ยุคล, นลินี วรวงศ์วสุ, อรธิรา ภาคสุวรรณ, ฉัตรเบญจา นันทา ภิวัฒน์
พิยะดา นันทะ, สิริวงษ์ สุขเกษมสิน, พรนภา เกียรติศรีชาติ,
นวดี โมกขะเวส

พิยะดา นันทะ, สิริวงษ์ สุขเกษมสิน, พรนภา เกียรติศรีชาติ, นวดี โมกขะเวส
คล้ายเดือน-พิมพ์ดาว-มทินา สุขะหุต ผู้ก่อตั้งแบรนด์ SRETSIS

คล้ายเดือน-พิมพ์ดาว-มทินา สุขะหุต ผู้ก่อตั้งแบรนด์ SRETSIS
ฟินาเล่โชว์ โดย ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่

ฟินาเล่โชว์ โดย ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่

ส่อง ไลฟ์สไตล์แฟชั่น อัพไซเคิลจากถุงปูน Must Have ไอเท็มของสายแฟตัวจริง

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/455486

ส่อง ไลฟ์สไตล์แฟชั่น อัพไซเคิลจากถุงปูน Must Have ไอเท็มของสายแฟตัวจริง

วันศุกร์ ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

เอสซีจี จุดประกายเทรนด์รักษ์โลก เดินหน้านำหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่ได้ให้ความสำคัญและปฏิบัติมาโดยตลอด มาต่อยอดเป็นโปรเจกท์พิเศษ นำถุงปูนซีเมนต์รอการทำลายมาผสานกับแรงบันดาลใจพร้อมใส่ไอเดียใหม่ๆ สู่ไลฟ์สไตล์แฟชั่นสุดครีเอทและมีมูลค่า ไม่ว่าจะเป็น กระเป๋า เสื้อผ้า หรือหมวก ซึ่งสามารถนำไปมิกซ์แอนด์แมทช์กับแฟชั่นการแต่งตัวได้หลากหลายสไตล์ เรียกได้ว่าสวย เก๋ เท่ แถมยังช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมให้กับโลกได้แบบยั่งยืนอีกด้วย

นายสยามรัฐ สุทธานุกูล Chief Marketing Officer-Marketing and Branding Cement and Construction Solution Business ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ในเอสซีจี กล่าวว่า “เอสซีจี ตระหนักถึงความสำคัญของแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และนำมาปรับใช้ในการดำเนินธุรกิจ ภายใต้แนวปฏิบัติ SCG Circular Way ด้วยการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ขณะเดียวกันยังส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนร่วมกันนำทรัพยากรและของใช้ต่างๆ กลับมาใช้ให้คุ้มค่าที่สุด จากแนวคิดดังกล่าว เอสซีจี ได้ต่อยอดมาเป็นโครงการอัพไซเคิล “ถุงปูนซีเมนต์รอการทำลาย” ที่ไม่สามารถนำมาบรรจุปูนซีเมนต์ได้อีก เนื่องจากการปรับข้อมูลผลิตภัณฑ์จากการพัฒนาคุณภาพสินค้าอย่างต่อเนื่องหรือข้อกำหนดว่าด้วยฉลากบรรจุภัณฑ์ หรือจากกระบวนการพิมพ์ของทั้งแบรนด์ปูนเอสซีจีและปูนตราเสือ ให้กลายมาเป็นผลิตภันฑ์ใหม่ในรูปแบบแฟชั่นไอเท็มสุดฮิต ที่เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้ทุกเพศทุกวัย ผ่านโปรเจกท์ต่างๆ มากมาย อาทิ “Bag to the Future” เฟส 1 ที่จับมือกับ 3 ดีไซเนอร์แบรนด์ไทยชื่อดัง อย่าง ISSUE KLOSET & ETCETERA และ URFACE มาร่วมออกแบบกระเป๋าลิมิเต็ดเอดิชั่น

ต่อมา ได้สานต่อโปรเจกท์ “Bag to the Future” เฟส 2 ที่ร่วมกับ URFACE อีกครั้ง รวมถึงยังมีโครงการ “คิด-จาก-ถุง”ที่นำถุงปูนซีเมนต์รอการทำลาย มาเพิ่มมูลค่าด้วยการสร้างสรรค์เป็นกระเป๋า หรือสินค้าสำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน
นับเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการหมุนเวียนการใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่า และล่าสุดเอสซีจีได้สนับสนุน Young Designer ไทยภายใต้แบรนด์ “Renim Project” ครีเอทแฟชั่นแนวสตรีทแวร์หลากหลายสไตล์ ซึ่งได้รับคัดเลือกจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ และสถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแองเจลิส ไปเดินแบบบนเวทีแฟชั่นระดับโลก LA Fashion Week 2019 ที่เรียกเสียงฮือฮาจากนักออกแบบ และแฟชั่นนิสต้าภายในงานได้เป็นอย่างดี”

แฟชั่นจากการอัพไซเคิลถุงปูนของเอสซีจี ที่ไม่ได้มีดีแค่รักษ์โลก แต่บอกได้เลยว่าสวย เก๋ เท่ น้ำหนักเบา ทั้งยังใช้งานได้หลากหลาย ทนทาน และที่สำคัญสามารถมิกซ์แอนด์แมทช์เข้ากับเทรนด์แฟชั่นของคนยุคใหม่ได้มากถึง 4 สไตล์ เริ่มจาก
เท่ มีสไตล์ไปกับ “สายสตรีท” แต่งสนุก ไม่มีเบื่อกับแวร์ไอเท็มรูปแบบธรรมดา แต่จะไม่ธรรมดาอีกต่อไป ด้วยถุงปูนที่มีกิมมิคการออกแบบ ลวดลายและสีสัน ที่นำเอาไอเดียมาจากชุดคนงานก่อสร้างผสานเข้ากับศิลปะ ทำให้กลายเป็นแฟชั่นไอเท็มที่ดูแปลกตา แนว และสะกดสายตาคนรอบข้าง ที่มีทั้งเสื้อ กระเป๋าหมวก เหมาะกับคนสายสตรีทแวร์ที่มีคาแร็กเตอร์และสไตล์เป็นของตัวเอง

คลาสสิก เรียบง่าย ไม่มีเอ้าท์ กับ “สไตล์มินิมอล”สำหรับคนที่ชอบแต่งตัวลุคสบาย ด้วยเสื้อผ้าสีเรียบๆ ง่ายๆ โดยไม่เน้นลวดลายมากนัก Crossbody bag และ Tote Bag กระเป๋าทรงสี่เหลี่ยม จากเอสซีจีที่ถูกออกแบบมา ในโทนสว่าง เน้นความเรียบง่าย ดีไซน์ไม่ซับซ้อน ละมีความละมุนละไมอยู่ในตัว แค่หยิบมาใช้ก็สามารถคีฟลุคได้เป็นอย่างดีแถมยังจุของได้เยอะ และสามารถใช้งานกันได้เรื่อยๆ หรือในบางวันที่อยากเพิ่มสีสันให้กับตัวเอง Tote Bag ดีไซน์ลายปริ้นท์ ที่มีการเพิ่มกราฟิกเข้าไป ทำให้กระเป๋าดูมีมิติและโดดเด่นมากยิ่งขึ้น ก็ยังสามารถนำมาหยิบใช้เพิ่มสีสันในวันที่แต่งตัวสไตล์มินิมอล

ดูดี พกพาง่ายไปกับเทรนด์ “หนุ่มสาวออฟฟิศ นักเรียนนักศึกษา” เพราะหนุ่มสาวออฟฟิศและนักเรียน นักศึกษาต้องพกของเยอะกันบ้างเป็นธรรมดา ไหนจะคอมพิวเตอร์ เอกสารต่างๆ และของจิปาถะมากมาย กระเป๋าจากเอสซีจี อย่าง Laptop bag Multipurpose bag Pencil bag และ Multipurpose box ที่ออกแบบให้มีดีไซน์ที่เรียบง่าย โดยใช้ลวดลายจากถุงปูนเป็นหลักและเน้นฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลาย จึงตอบโจทย์สไตล์คนกลุ่มนี้ได้เป็นอย่างดี เรียกได้ว่าชอบแบบไหน ใช้แบบไหนก็จัดไปใช้ได้ทุกรูปแบบ

ไม่ตกเทรนด์ไปกับ “สายสปอร์ต” เทรนด์การออกกำลังกายไม่มีวันหายไป ซึ่งแฟชั่นสำหรับสายสปอร์ตก็มักจะชอบแต่งตัวเท่ๆ ใส่สบาย เน้นความคล่องตัว ใส่รองเท้าผ้าใบหรือเสื้อวอร์ม กางเกงวอร์ม สำหรับใครที่ชอบลุคนี้ ต้องสนใจ Gym bag Backpack bag Messenger bag อย่างแน่นอน เพราะสามารถหยิบนำมามิกซ์แอนด์แมทช์ได้กับทุกชุดของสายสปอร์ต ทั้งยังให้ความคล่องแคล่วและเท่ได้อย่างลงตัว

การชุบชีวิตถุงบรรจุปูนซีเมนต์ ถือเป็นอีกหนึ่งโปรเจกท์ดีๆที่ตอบโจทย์แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนของเอสซีจี และตอบโจทย์คนรักแฟชั่นที่มองเห็นความสำคัญของการนำวัสดุเหลือใช้มาใช้ให้เกิดประโยชน์ ทั้งยังช่วยสร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมให้กับคนไทย เพราะเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคเข้ามามีส่วนร่วมในการรักษ์โลกได้ง่ายๆ เพียงเริ่มหันมาใช้ผลิตภัณฑ์ที่มาจากการอัพไซเคิล รียูส หรือรีเมกทรัพยากรเหลือใช้ต่างๆ

สามารถเลือกแฟชั่นรักษ์โลกของเอสซีจีมาเป็นไอเท็มสุดชิคสไตล์ตัวเองได้ก่อนใคร โดยโปรเจกท์ คิด-จาก-ถุง สามารถหาซื้อได้ที่ SCG Experience SCG Online Store และเริ่มจำหน่ายสินค้าที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล สาขาลาดพร้าว วันที่ 16 พฤศจิกายน นี้ เป็นต้นไป สำหรับแฟชั่นแนวสตรีทแวร์จากถุงปูนของ Renim Project หาซื้อได้ที่ http://www.renimproject.com ร้าน Absolute Siam Store Siam center ร้าน CAZH Siam Discovery ร้าน CAZH ICONSIAM และ SCG Experience

ทั้งนี้ สามารถติดตามข่าวสารอื่นๆ ของเอสซีจี ได้ที่ https://scgnewschannel.com / Facebook: scgnewschannel / Twitter: @scgnewschannel หรือ
Line@: @scgnewschannel

แวว-ธีรวัลคุ์ จับมือ เดวิด ทอมป์สัน เปิดร้านอาหารใต้บนเกาะส่วนตัวสุดหรู

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/455484

news_default

แวว-ธีรวัลคุ์ จับมือ เดวิด ทอมป์สัน เปิดร้านอาหารใต้บนเกาะส่วนตัวสุดหรู

วันศุกร์ ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ผู้บริหารสาวสวยเก่ง แวว-ธีรวัลคุ์ เตชะอุบล ที่ไม่ได้มีดีแค่งานบริหารโรงแรม 23 แห่ง ในเครือ เคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ แต่ไม่ว่าจะจับโปรเจกท์ไหนก็ปังไปหมด ผลจากการเป็นคนชอบตระเวนหาของกินอร่อยๆ มาแล้วทั่วทุกมุมโลก ล่าสุดจึงดึงสุดยอดเชฟระดับโลกด้านอาหารไทย ที่เคยได้รับ 1 ดาวมิชลิน สำหรับร้านอาหารไทยแห่งแรกในโลก เดวิด ทอมป์สัน (David Thompson) มาเปิดร้าน“ล่องใต้” ร้านอาหารทะเลสไตล์ปักษ์ใต้บนเกาะส่วนตัวสุดหรู ณ โรงแรมเคป ฟาน เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ฤกษ์เปิดตัวอย่างเป็นทางการ14 ธันวาคม 2562 “สุดท้ายก็อาหารไทยนี่แหละที่แววว่า…หรอยจังฮู้!”

มาริฮอร์น เผยออร่าสวยปัง 15 สาวมิสทีน ไทยแลนด์ 2019

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/455475

news_default

มาริฮอร์น เผยออร่าสวยปัง 15 สาวมิสทีน ไทยแลนด์ 2019

วันศุกร์ ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

เรียกว่ายังคงเป็นอีกหนึ่งความประทับใจสำหรับการประกวด มิสทีน ไทยแลนด์ 2019 บาย เฮลโล ภายใต้คอนเซ็ปต์  Glorious Dream จัดโดย บริษัท คอร์โน แอนด์ แนช จำกัด, ช่อง 7HD และ บริษัท แอมวิช ยูนิเทค จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เฮลโล สวัสดีผิวสวย โดยเฉพาะการแสดงรอบ 15 คนสุดท้ายเพราะทั้ง 15 สาววัยทีน ได้อวดโฉมชุดราตรีจาก แบรนด์แฟชั่นดัง มาริฮอร์น ภายใต้การดูแลของง เมย์-มาริษา ฮอร์น โหลทอง ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ฝีมือเฉียบ นำเสนอดีไซน์ทันสมัย เผยความสง่างามเรียบหรู แฝงไว้ด้วยความสวยน่ารัก โดดเด่น ถ่ายทอดเสน่ห์ที่น่าค้นหา ออร่าสวยปัง สะกดทุกสายตากันทุกคน ทั้งนี้ สามารถติดตามกิจกรรมต่างๆ ของ มิสทีน ไทยแลนด์ ได้ทาง www.missteenthailand.com

เปิดฉาก‘บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2020’ เผยรายชื่อ 15 ศิลปินดังกับแนวคิด‘ศิลป์สร้าง ทางสุข’

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/455477

ศศิริทธิ์ ตันกุลรัตน์ กงสุลใหญ่ ณ นครเซี่ยงไฮ้

เปิดฉาก‘บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2020’ เผยรายชื่อ 15 ศิลปินดังกับแนวคิด‘ศิลป์สร้าง ทางสุข’

วันศุกร์ ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

เปิดฉากพร้อมสร้างความเซอร์ไพรส์ครั้งใหม่ เทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ ที่กำหนดจัดขึ้นในทุกๆ2 ปี “บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่” ที่เตรียมกลับมาปลุกกรุงเทพมหานครให้เต็มไปด้วยงานศิลปะอีกครั้ง ในเดือนตุลาคม ปี 2020 กับแนวคิด “ศิลป์สร้าง ทางสุข” หรือ “Escape Routes” ล่าสุดบินลัดฟ้าไปแถลงข่าวเปิดเผยรายชื่อศิลปินนานาชาติ กลุ่มแรกในงาน เซี่ยงไฮ้ อาร์ต แอนด์ดีไซน์ 2019 ที่ เวสต์ บันด์ อาร์ต เซ็นเตอร์ มหานครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน ที่ถือเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของวงการศิลปะร่วมสมัยที่ทั่วโลกกำลังจับตามอง

ในงานแถลงข่าวเปิดเผยรายชื่อ 16 ศิลปิน BAB 2020  มีบุคคลสำคัญในแวดวงศิลปะนานาชาติให้ความสนใจ
เข้าร่วมงานคับคั่ง นำโดย เดวิด เอลเลียตผู้อำนวยการ Redtory Museum of Contemporary Art (RMCA) กว่างโจวและยังเป็นที่ปรึกษานานาชาติให้กับเทศกาลบางกอก อาร์ต เบียนนาเล่2018 และ 2020, โจว เท่ย ไห ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการ West Bund Art Center, เจิ้ง หลิน ผู้อำนวยการบริหาร Tang แกลลอรี่ ฮ่องกง, ผู้แทนจาก  Lisson Gallery ลอนดอน ผู้แทนจาก P21 gallery เกาหลีใต้ ฯลฯ สื่อมวลชนนานาชาติ อาทิ เคธี่ ฟาน บรรณาธิการบริหาร ArtNet, ชานน่า วู บรรณาธิการจาก Art Marketing Journal,เสี่ยวเยี่ยน วู บรรณารักษ์ จาก Modern Weekly

ภายในงานได้รับเกียรติจากศศิริทธิ์ ตันกุลรัตน์ กงสุลใหญ่ ณ นครเซี่ยงไฮ้ มาร่วมงานแถลงข่าว และเผยว่า “เมืองเซี่ยงไฮ้ไม่ได้เป็นศูนย์กลางด้านการค้าเพียงอย่างเดียวแต่มีสีสันในฐานะเมืองแห่งศิลปวัฒนธรรมด้วย การที่เทศกาลบางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ครั้งที่ 2 ได้มาแถลงข่าวเปิดตัว 16 ศิลปิน ที่นี่ก็จะทำให้กรุงเทพมหานคร กลายเป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยว
ที่สนใจศิลปะและได้ท่องเที่ยวไปพร้อมกันในปีที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวชาวจีนไปเที่ยวเมืองไทยมากถึง 10.5 ล้านคนนักท่องเที่ยวหนุ่มสาวเริ่มเปลี่ยนรูปแบบการเดินทาง นิยมไปชมงานศิลป์ เที่ยวพิพิธภัณฑ์ และ สถานที่แสดงงานศิลปะมากขึ้น การที่กรุงเทพฯ จะมีเทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติขนาดใหญ่ และ เปิดให้ชมฟรี ตลอด 4 เดือนนั้น ก็จะทำให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางไปเที่ยวบ้านเรามากขึ้น โดยพลังประเภทนี้ เรียกว่าSoft Power ที่ใช้ศิลปะเชื่อมระหว่างผู้คนและเชื่อมความสัมพันธ์ระดับนานาชาติเป็นมาตรการที่รัฐบาลไทยพร้อมสนับสนุนอย่างเต็มที่”

ด้านที่ปรึกษานานาชาติของเทศกาล เดวิด เอลเลียต ย้ำความสำคัญของการมีเทศกาลศิลปะอย่างเบียนนาเล่ ว่า “การที่เมือง หรือประเทศใดมีการจัดเทศกาลศิลปะที่ได้มาตรฐานระดับโลก เช่น งานเบียนนาเล่  ต้องบอกแบบนี้เพราะไม่ใช่ทุกงานจะดีทั้งหมด แต่ผมมั่นใจว่า บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ ทำได้ดี ไม่อย่างนั้นผมคงไม่มาร่วมงานอีกเป็นครั้งที่สอง นี่คือโอกาสของศิลปินที่จะได้ยกระดับมาตรฐานการทำงานของตนเองให้อยู่ในระดับสากล และแน่นอน ประชาชนในเมืองนั้นก็จะได้รับประโยชน์ไปด้วย ที่มีงานศิลปะระดับโลกมาให้ชมกันถึงที่ จากกระแสตอบรับในการจัดงานครั้งแรก ก็ทำให้เห็นแล้วว่า
BAB สามารถสื่อสารกับผู้ชม ผ่านผลงานศิลปะได้อย่างชัดเจน”

ศาสตราจารย์ ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ ในนามประธานอำนวยการและผู้อำนวยการศิลป์ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ เผยว่า “รายชื่อ 16 ศิลปินนานาชาติกลุ่มแรก ที่จะเดินทางมาร่วมแสดงผลงานศิลปะที่กรุงเทพมหานคร นำโดย ศิลปินที่มีผลงานในระดับโลก อนิช คาพัวร์ (สหราชอาณาจักร),บิลล์  วิโอลา (สหรัฐอเมริกา), ลีอันโดรเออร์ลีช (อาร์เจนตินา), จูเลีย ฟูเลอร์ตันแบทเทน (เยอรมนี) ฝั่งของศิลปินเอเชีย ได้แก่ จาง เค่อฉุน (จีน), ลู่ หยาง (จีน), เมลาติ ซูร์โยดาร์โม (อินโดนีเซีย),ดินห์ คิว เล (เวียดนาม), แอนา ปวาริค (เซอร์เบีย), บาตาร์ซอริก บัตจกัล (มองโกเลีย), โฮ รุย อัน (สิงคโปร์) และรายชื่อของศิลปินไทยในชุดแรกได้แก่อารยา ราษฎร์จำเริญสุข, ฤกษ์ฤทธิ์ตีระวนิช, นิพันธ์ โอฬารนิเวศน์, ธเนศ อ่าวสินธุ์ศิริ และ ยุรี เกนสาคู นอกจากนี้เรายังเปิดรับศิลปินร่วมสมัย หลากหลายแขนง เพื่อให้ได้ผลงานที่มีความแตกต่างแต่อยู่ภายใต้แนวคิดเดียวกัน คือศิลป์สร้าง ทางสุข (Escape Routes)ในภาวะที่โลกเกิดความสับสนวุ่นวายภัยธรรมชาติ ภัยสังคม รุมเร้า มนุษย์เราจะหาทางออก หรือ ทางรอด จาก วังวนนี้ได้อย่างไร ผมตื่นเต้นที่จะได้เห็นผลงานของทุกท่าน ก็อยากให้สมัครกันเข้ามากันเยอะๆ นะครับ”

ศิลปินหญิงชาวจีน ตัวแทนคนรุ่นใหม่ ที่นำเอาเทคโนโลยีมาใช้ในงานได้อย่างน่าสนใจ ลู่ หยาง ตื่นเต้นมากที่จะได้เป็นส่วนหนึ่งของ BAB 2020เพราะเธอสนใจเรื่องของวัฒนธรรม วิถีชีวิตศาสนา และความเชื่อ ของผู้คนในทวีปเอเชียอยู่แล้ว ในประเทศไทยเองก็เช่นกันเราจะเห็นได้ว่างานที่ผ่านมาของเธอล้วนมีกลิ่นอายความเป็นเอเชียทั้งสิ้น แต่เมื่อถามถึงแนวคิดของงาน คือ Escape Routes ศิลปินสุดแนว ก็ตอบอย่างจริงใจว่า “ฉันเป็นคนที่อธิบายอะไรไม่เก่งผู้คนจะรับรู้ข้อความของฉันผ่านผลงานศิลปะที่แสดง แต่ถ้าถามถึงคำนี้ ทางออก สำหรับฉัน สิ่งแรกที่วิ่งเข้ามาในหัวคือ ป้ายบอกทางหนีไฟสีเขียวที่อยู่ในโรงภาพยนตร์”

นี่เป็นเพียง 16 รายชื่อแรก จากทั้งหมด 75 รายชื่อ ที่ทางเทศกาลบางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ ตั้งใจคัดสรรเพื่อมาร่วมแสดงผลงาน นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้ศิลปินทั้งรุ่นใหญ่ และ หน้าใหม่ จากทั่วโลกร่วมส่งประวัติและตัวอย่างผลงานผ่านระบบ Open call ที่ www.bkkartbiennale.com ได้จนถึงวันที่ 25 ธันวาคม 2562 โดยมีคณะภัณฑารักษ์นานาชาติ ได้แก่ดร.ซุค คยอง อี ภัณฑารักษ์อาวุโส ฝ่ายศิลปะนานาชาติ  (Hyundai Tate Research Centre: Transnational) พิพิธภัณฑ์ศิลปะ Tate Modern กรุงลอนดอนสหราชอาณาจักร, ดาว วาสิกศิริ นายกสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์,ผู้ช่วยศาสตราจารย์ วุฒิกร คงคา อาจารย์ประจำภาควิชาศิลปกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และ คิม ออง ภัณฑารักษ์อิสระ อดีตผู้ช่วยผู้อำนวยการNTU Centre for Contemporary Art สิงคโปร์ ร่วมกันทำหน้าที่คัดเลือกศิลปินที่มีผลงานโดดเด่นและตรงตามแนวคิดหลักของเทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ครั้งที่ 2 (BAB 2020) เตรียมจัดแสดงตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคม 2563 ถึง 21 กุมภาพันธ์ 2564 และยังคงเอกลักษณ์จัดแสดงผลงานศิลปะบนพื้นที่หลากหลายทั้งพื้นที่มรดกทางวัฒนธรรม อย่างวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร, วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร, วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร, พื้นที่ศิลปะ BAB BOX โครงการ OneBangkok, หอศิลปวัฒนธรรมแห่งประเทศไทย(BACC), มิวเซียมสยาม และห้างสรรพสินค้าชั้นนำ เป็นต้น

ศศิริทธิ์ ตันกุลรัตน์ กงสุลใหญ่ ณ นครเซี่ยงไฮ้

ศศิริทธิ์ ตันกุลรัตน์ กงสุลใหญ่ ณ นครเซี่ยงไฮ้
ศิลปินชาวจีน ลู่ หยาง

ศิลปินชาวจีน ลู่ หยาง
ดาว วาสิกศิริ

ดาว วาสิกศิริ
เดวิด เอลเลียต และ ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์

เดวิด เอลเลียต และ ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์

โค้งสุดท้าย‘ฟ้าใส-ปวีณสุดา ดรูอิ้น’ พร้อมคว้า‘มงสาม’เวทีมิสยูนิเวิร์ส 2019

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/455488

โค้งสุดท้าย‘ฟ้าใส-ปวีณสุดา ดรูอิ้น’ พร้อมคว้า‘มงสาม’เวทีมิสยูนิเวิร์ส 2019

วันศุกร์ ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ใกล้เข้ามาแล้วสำหรับการประกวด Miss Universe 2019 ปีนี้ตัวแทนประเทศไทย “ฟ้าใส-ปวีณสุดา ดรูอิ้น” ผ่านบทเรียนเส้นทางนางงามเข้มข้น พร้อมมุ่งสู่เวทีระดับสากล ตั้งเป้าคว้ามงกุฎที่สามกลับมาให้คนไทย

นอกจากการปฏิบัติภารกิจนางงามภายหลังจากได้รับตำแหน่ง Miss Universe Thailand 2019 แล้ว ฟ้าใส-ปวีณสุดา ยังได้เตรียมตัวอย่างหนักสำหรับหน้าที่สำคัญในการเป็นตัวแทนหนึ่งเดียวของไทยบนเวทีระดับโลกMiss Universe 2019 เติมความพร้อมครบรอบด้าน ครบทุกทักษะเพื่อการเป็น EmpoweringBeauty หรือ ความงามที่ทรงพลังอย่างมีคุณค่า ทั้งทางด้านบุคลิกภาพที่สง่างามในทุกอิริยาบถการฟิตแอนด์เฟิร์มเติมความพร้อมเพื่อที่สุขภาพร่างกายแข็งแรงและรูปร่างที่ดี การเรียนรู้การแต่งหน้าและทำผมอย่างมืออาชีพ การฝึกทัศนคติและทักษะการตอบคำถามอย่างชาญฉลาด รวมไปถึงการเตรียมเอกลักษณ์ไทยเพื่อเผยแพร่สู่สายตาชาวโลก

หนึ่งในนั้นคือ ชุดประจำชาติ ที่ได้ผ่านการประกวดและคัดเลือกมาแล้ว นั่นคือชุด “ผีตาโขน Festival of Thailand” ผลงานของ อลงกรณ์กองอิน ซึ่งมีที่มาจากตำนานและประเพณีมรดกท้องถิ่นไทยที่มีคุณค่า เป็นชุดที่ชนะเลิศในการประกวดชุดประจำชาติในโครงการ “ความเป็นไทยร่วมสมัยที่ฟ้าใสจะใส่ไปคว้ามง” ตัดสินโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คัดเลือกชุดที่มาจากแรงบันดาลใจการนำเสนอรากเหง้าของคนไทยให้ก้องไกลสู่สากล ได้รับการออกแบบตัดเย็บอย่างพิถีพิถันและเชื่อว่า ฟ้าใส-ปวีณสุดา ตัวแทนสาวไทยจะสวมใส่ได้อย่างสง่างามบนเวทีมิสยูนิเวิร์ส2019 โดยกองประกวดได้เปิดตัวชุด “ผีตาโขน Festival of Thailand” อันงดงามตระการตา ก่อนที่ ฟ้าใส-ปวีณสุดา จะออกเดินทางไปร่วมการประกวด

ทั้งนี้ การประกวดรอบตัดสินจะมีขึ้นที่เมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา ในวันอาทิตย์ที่ 8 ธันวาคม 2562 ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งตรงกับช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 9 ธันวาคม 2562 เวลา 07.00 น. ตามเวลาประเทศไทย โดยแฟนๆ ชาวไทยสามารถร่วมเป็นกำลังใจและร่วมส่ง ฟ้าใส-ปวีณสุดา ออกเดินทางสู่จักรวาลได้ในวันที่ 22 พฤศจิกายน 2562 ตั้งแต่เวลา19.30-21.00 น. ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ประตู 9 หรือรอต้อนรับ ณ เมืองแอตแลนตา ที่ท่าอากาศยาน
นานาชาติฮาร์ทสฟิลด์-แจ๊คสัน วันที่ 23 พฤศจิกายน เวลา 20.10 น. (เวลาท้องถิ่นอเมริกา)

นอกจากนี้ ยังสามารถเกาะติดทุกข่าวสารความเคลื่อนไหวได้ในช่องทางออนไลน์อย่างเป็นทางการที่เว็บไซต์https://missuniverse.in.th เฟซบุ๊คแฟนเพจ http://www.facebook.com/missuniverse.in.th และอินสตาแกรม
missuniverse.in.th

เปิดตัว‘DAKS Flagship Store’ โฉมใหม่ครั้งแรกในประเทศไทย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/455523

สุพจน์ ภควรวุฒิ แห่ง บ.ธนูลักษณ์ จำกัด (มหาชน), ธรรมรัตน์ โชควัฒนา รองประธานกรรมการบริหาร, บุญเกียรติ โชควัฒนา ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้อำนวยการ ไอ.ซี.ซี.ฯ, มร.ริชาร์ด พอร์เตอร์
(Department for International Trade, British Embassy Bangkok), มร.อาคิระ ซาวาอิ, กิตยาภรณ์
ชัยถาวรเสถียร และ บุนชาน กุลวทัญญู จาก บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน)

เปิดตัว‘DAKS Flagship Store’ โฉมใหม่ครั้งแรกในประเทศไทย

วันศุกร์ ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

บริษัท ไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) โดย บุญเกียรติ โชควัฒนา ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้อำนวยการ ผู้แทนจำหน่าย DAKS (แด๊กซ์)ประเทศไทย แบรนด์เสื้อผ้าสไตล์ลำลองจากอังกฤษจัดงานฉลองเปิดตัว DAKS Flagship Store ครั้งแรกในประเทศไทย ด้วยคอนเซ็ปต์ใหม่ที่ไม่เหมือนใครแต่ยังคงไว้ซึ่งไลฟ์สไตล์ที่ทันสมัย นำเสนอคอลเลคชั่นพิเศษ 125th Anniversary Check Collection ส่งตรงจากลอนดอน โดยมี อาเล็ก-ธีรเดช เมธาวรายุทธ และ ปราง-กัญญ์ณรัณ วงศ์ขจรไกล ร่วมเดินแบบเผยโฉมคอลเลคชั่นที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อวันก่อน

DAKS (แด๊กซ์) โดดเด่นด้วยคุณภาพและความประณีตในการตัดเย็บทุกขั้นตอนจนเป็นแบรนด์ที่ได้ตัดเย็บฉลองพระองค์ให้แก่ราชวงศ์ชั้นสูงในอังกฤษมานับศตวรรษ และยังคงตั้งใจรังสรรค์แฟชั่นไอเท็มที่เรียบหรู สง่า และแตกต่าง จนมีชื่อเสียงไปทั่วโลกโดยวางจำหน่ายในประเทศไทยมาแล้วกว่า 22 ปี

ล่าสุด DAKS (แด๊กซ์) ประเทศไทย จัดงานเปิดตัว “DAKS Flagship Store” โฉมใหม่ครั้งแรกในประเทศไทย พร้อมการฉลองวาระครบรอบ 125 ปีของตำนานแห่งความเป็นแบรนด์แฟชั่นอังกฤษที่มุ่งเน้นด้านคุณภาพและไลฟ์สไตล์ ด้วยการเผยโฉมคอลเลคชั่น พิเศษ “125th  Anniversary Check Collection” ส่งตรงจากลอนดอน โดดเด่นด้วยลายหมากรุก หรือลายเฮ้าส์เช็ค(House Check) ที่ออกแบบขึ้นมาใหม่ นำลวดลายตารางที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมของโรงละคร RoyalAlbert Hall ในกรุงลอนดอน ซึ่งประกอบด้วยช่องหน้าต่างรอบตัวอาคารมากมาย สะท้อนถึงช่องหน้าต่างแห่งประสบการณ์อันมากล้นของแบรนด์ ผสานเข้ากับแรงบันดาลในที่ได้จากความแตกต่างของบุคลิกตัวละครจากวรรณกรรมอังกฤษ 3 เล่ม คือ “THE MOON AND SIXPENCE”, “THE REMAINS OF THE DAY” และ “PYGMALION” ที่มีทั้งความสุขและความเศร้า ในบรรยากาศของท้องเรื่อง โศกนาฏกรรมรวมไปถึงความหรูหรา สะท้อนผ่านการใช้สีสันตามอารมณ์ของเนื้อหาในวรรณกรรม โดยสีที่เป็นไฮไลท์ของซีซั่นนี้ คือ สีม่วงหลากหลายเฉด และสีโทนอุ่น อย่างสีส้มคาเมล สีน้ำตาลอ่อน สีเทาปานกลาง และสีเขียวเข้มทำให้คอลเลคชั่นนี้เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา ทั้งยังบอกเล่าเรื่องราวตำนานของแฟชั่นสไตล์อังกฤษที่มีความคลาสสิกนุ่มนวล และมีเอกลักษณ์เรียบหรู พร้อมเติมเต็มลุคในสไตล์ผู้ดีอังกฤษได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ภายในงานพบกับนิทรรศการฉลองครบรอบ 125 ปี ของแบรนด์ เล่าเรื่องราวแห่งตำนานแบรนด์เสื้อผ้าสุดคลาสสิกจากเมืองผู้ดีอังกฤษ ที่ถือกำเนิดในกรุงลอนดอนตั้งแต่ปี 1894บนถนนแฟชั่นอันโด่งดังอย่างถนนมิดเดิลเซ็กซ์ (Middlesex Street) ด้วยการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งและการสรรค์สร้างนวัตกรรมด้านเสื้อผ้าแฟชั่นอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันรวมไปถึงเรื่องราวความสัมพันธ์อันดีที่มีมาช้านานกับราชวงศ์อังกฤษ พร้อมทั้งยังได้สัมผัสกับความน่ารักสดใสของ “I am Charles” DAKS Teddy Bear ตุ๊กตาหมีแฮนด์เมด 100% ขนาดสูงกว่า 1.5 เมตร ส่งตรงจากอังกฤษร่วมด้วยมีการแสดงไลฟ์เพ้นท์ติ้งจากศิลปินภาพวาดฝาผนังระดับโลกอย่าง ทาเคชิ ซาโต (Takeshi Sato) มาเนรมิตภาพวาดสุดพิเศษ เติมเต็มบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ พร้อมแฟชั่นโชว์สุดเอ็กซ์คลูซีฟเผยโฉมคอลเลคชั่นพิเศษ 125th Anniversary Check Collection นำทีมโดย อาเล็ก-ธีรเดช เมธาวรายุทธและ ปราง-กัญญ์ณรัณ วงศ์ขจรไกล ร่วมถ่ายทอดความเป็นแบรนด์เมืองผู้ดีอังกฤษได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ทางด้านสาวก DAKS อย่าง อาเล็ก-ธีรเดช เมธาวรายุทธ กล่าวว่า “DAKS เป็นแบรนด์ที่ผมเห็นอยู่ในห้างตั้งแต่สมัยเด็กๆ DAKSอยู่กับไทยมา 22 ปีแล้ว เป็นแบรนด์ที่ชอบตั้งแต่สมัยอยู่มัธยม ซึ่งตอนนั้นซื้อได้แค่ตุ๊กตา วันนี้ถือเป็นเกียรติและดีใจมากที่ได้มีโอกาสใส่เสื้อผ้า DAKS ลายพิเศษของ DAKS อย่างลายตาราง ผมชอบมากเพราะใส่ง่าย สามารถใส่ได้ทุกโอกาส แม้ในวันสบายๆ หรือจะใส่ออกงานก็ได้ครับ” ทางด้านดาราสาวอย่าง ปราง-กัญญ์ณรัณ วงศ์ขจรไกลกล่าวว่า “ดีใจและประทับใจมาก วันนี้ครบรอบ 125 ปีของ DAKSเป็นแบรนด์ที่มีเอกลักษณ์ในตัวเอง ลายเฮ้าส์เช็คของเค้าสวยมากไม่น่าเชื่อว่ามีมานานถึง 125 ปีแล้ว ลายนี้ยังอยู่ได้ และถูกพัฒนาดีไซน์มาเรื่อยๆ ปรางว่าเจ๋งมากค่ะ”

สัมผัส DAKS Flagship Store โฉมใหม่ ครั้งแรกในประเทศไทยพร้อมฉลอง 125 ปีแห่งตำนานแบรนด์เสื้อผ้าสุดคลาสสิกจากลอนดอนได้แล้ววันนี้

สุพจน์ ภควรวุฒิ แห่ง บ.ธนูลักษณ์ จำกัด (มหาชน), ธรรมรัตน์ โชควัฒนา รองประธานกรรมการบริหาร, บุญเกียรติ โชควัฒนา ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้อำนวยการ ไอ.ซี.ซี.ฯ, มร.ริชาร์ด พอร์เตอร์
(Department for International Trade, British Embassy Bangkok), มร.อาคิระ ซาวาอิ, กิตยาภรณ์
ชัยถาวรเสถียร และ บุนชาน กุลวทัญญู จาก บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน)

สุพจน์ ภควรวุฒิ แห่ง บ.ธนูลักษณ์ จำกัด (มหาชน), ธรรมรัตน์ โชควัฒนา รองประธานกรรมการบริหาร, บุญเกียรติ โชควัฒนา ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้อำนวยการ ไอ.ซี.ซี.ฯ, มร.ริชาร์ด พอร์เตอร์ (Department for International Trade, British Embassy Bangkok), มร.อาคิระ ซาวาอิ, กิตยาภรณ์ ชัยถาวรเสถียร และ บุนชาน กุลวทัญญู จาก บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน)

สยามพิวรรธน์เปิดต้นแบบองค์กรสร้างคุณค่าสู่ความยั่งยืน พร้อมเดินหน้าโครงการ Citizen of Love

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/455522

อุสรา ยงปิยะกุล, นราทิพย์ รัตตประดิษฐ์, ชฎาทิพ จูตระกูล, พล.ต.ต.ปฏิพัทธ์ สุบรรณ ณ อยุธยา, สุพจน์ ชัยวัฒน์ ศิริกุล
ร่วมแถลงข่าว

สยามพิวรรธน์เปิดต้นแบบองค์กรสร้างคุณค่าสู่ความยั่งยืน พร้อมเดินหน้าโครงการ Citizen of Love

วันศุกร์ ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด เจ้าของและผู้บริหารโครงการที่มีชื่อเสียงระดับโลก อาทิ สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่และหนึ่งในพันธมิตรเจ้าของ “ไอคอนสยาม” เปิดวิสัยทัศน์การดำเนินธุรกิจกว่าหกทศวรรษที่มุ่งมั่นให้เป็นธุรกิจที่เอื้ออำนวยประโยชน์ให้กับคนจำนวนมาก และเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยที่ขับเคลื่อนด้วยการใช้กลยุทธ์ต้นแบบ “การสร้างคุณค่า สมประโยชน์ร่วมกันสู่ความยั่งยืน” โดยให้ความสำคัญใน 3 มิติ คือ ผู้คน ชุมชนสังคม และสิ่งแวดล้อม และพร้อมเดินหน้าโครงการ Citizen of Love by Siam Piwat ด้วยปณิธานที่จะสืบสานและแบ่งปันความรัก มอบโอกาสในการสร้างความภาคภูมิใจและความเท่าเทียมให้กับคนทั้งมวลอย่างทั่วถึงโดยจัดให้มีการแถลงข่าวไปเมื่อเร็วๆ นี้ ณ ไอคอนลักซ์ ฮอลล์ ชั้น 1 ไอคอนสยาม

ชฎาทิพ จูตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท สยามพิวรรธน์ กล่าวว่า กว่า 60 ปี ที่บริษัทยึดมั่นทำงานร่วมกับภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน เพื่อที่จะสร้างรูปแบบธุรกิจต่างๆ ของการค้าปลีกในการสนับสนุนคนไทยที่มีความสามารถทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการรายย่อยจากต่างจังหวัด ดีไซเนอร์นักออกแบบไทยที่มีความสามารถ เยาวชนผู้พิการ ผู้ทุพพลภาพ เด็กพิเศษ และผู้ด้อยโอกาส เพื่อให้เขาเหล่านั้นได้มีโอกาสใช้ธุรกิจและสถานที่ของสยามพิวรรธน์เป็นเวทีของการนำเสนอสินค้าและบริการในหลากหลายประเภทด้วยความภาคภูมิใจ โดยสยามพิวรรธน์ได้สร้างความยั่งยืนใน 3 มิติคือ

มิติผู้คน ให้ความสำคัญกับการให้โอกาสความเท่าเทียมและการสนับสนุนให้ประสบความสำเร็จกับบุคคล 3 กลุ่ม คือ บุคคล, คนที่มีความสามารถในหลากหลายประเภท และกลุ่มผู้พิการ ผู้ทุพพลภาพเด็กพิเศษ และผู้ด้อยโอกาส โดยใช้ศักยภาพพื้นที่ในทุกโครงการสร้างให้เกิดประโยชน์กับพวกเขาเหล่านั้น อาทิ การจัดประกวด young designer สยามเซ็นเตอร์ จนให้เขาเหล่านั้นได้แจ้งเกิดในฐานะนักออกแบบแฟชั่นชั้นแนวหน้าของเมืองไทย, สุขสยาม เวทีที่สร้างโอกาสในการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการรายย่อยระดับท้องถิ่นจาก 77 จังหวัดทั่วประเทศไทย, O.D.S. (Objects of Desire Store) สยามดิสคัฟเวอรี่ ศูนย์รวมสินค้าไลฟ์สไตล์และของตกแต่งบ้านสุดเอ็กซ์คลูซีฟ โดยคัดเลือกสินค้าจากโครงการ DEMark, Talent Thai และอื่นๆ เพื่อสนับสนุนผลิตภัณฑ์และงานออกแบบที่โดดเด่นของดีไซเนอร์ไทยที่ชนะรางวัลมาแล้วรวมกว่า 130 แบรนด์,ไอคอนคราฟต์ ไอคอนสยาม ที่รวบรวมงานนวัตศิลป์และงานคราฟต์แบบร่วมสมัยเปิดโอกาสให้ช่างฝีมือไทย ดีไซเนอร์ และผู้ประกอบการ SME เข้ามาค้าขายในไอคอนคราฟต์ถึง 500 ราย

มิติชุมชนสังคม สยามพิวรรธน์มุ่งมั่นพัฒนาและสร้างคุณค่าให้กับพื้นที่โดยรอบโครงการที่เข้าไปดำเนินธุรกิจด้วยการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีของชุมชน ตลอดจนสร้างพื้นที่ด้วยแนวคิดอารยสถาปัตย์ในอาคารอย่างครบวงจรเป็นรายแรกเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้พิการและผู้ทุพพลภาพรวมถึงผู้สูงอายุให้เข้าถึงอย่างเท่าเทียมไม่ว่าจะเป็นการทำทางเข้า-ออกอาคารที่เชื่อมโยงกับทางเดินและทางลาดรอบอาคารและเชื่อมต่อกับอาคารจอดรถ การติดตั้งนวัตกรรมอุปกรณ์ต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกอาคารในพื้นที่วันสยาม (OneSiam) เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้สูงอายุหรือผู้ใช้รถเข็นทุกประเภทปรับปรุงทางเชื่อมแยกปทุมวัน ให้เป็น skywalk ด้วยแนวคิดการออกแบบอารยสถาปัตย์ ฯลฯ

ในส่วนโครงการไอคอนสยามมีนโยบายที่ให้ความสำคัญต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยาโดยรอบ สนับสนุนการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นเพื่อให้เราสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน ช่วยส่งเสริมต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตน สืบสานวัฒนธรรมประเพณีไทยอันดีงามที่อยู่คู่กับวิถีชีวิตของผู้คนริมน้ำเจ้าพระยามาช้านาน ตลอดจนพัฒนาโครงสร้างสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน เพื่อไม่ทำให้การพัฒนาโครงการส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของผู้คนในชุมชนโดยรอบเช่น โครงการรถไฟฟ้าสายสีทอง,พัฒนาแผนแม่บททางสัญจรทั้งทางรถ-ราง-เรือ ให้เชื่อมต่อถึงกันทั้งหมด, จัดพื้นที่พิเศษที่เรียกว่า ธนบุรีดีไลท์เพื่อให้ชุมชนที่อยู่โดยรอบนำของดีของเด่นของชุมชนย่านฝั่งธนบุรีมาจำหน่าย, ร่วมกับมูลนิธิชัยพัฒนาและองค์กรพันธมิตร ในโครงการ“รักษ์ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ร่วมกันพัฒนาและจัดการน้ำอย่างยั่งยืน”, ริเริ่มศูนย์ชุมชนฯ ในพื้นที่กะดีจีน-คลองสานให้เป็นแหล่งเรียนรู้ อนุรักษ์สืบสานประเพณีและวัฒนธรรม

มิติสิ่งแวดล้อม โดยสยามดิสคัฟเวอรี่เป็นต้นแบบให้แนวคิดสำคัญเรื่องสิ่งแวดล้อม สร้างแรงบันดาลใจให้กับกลุ่มคนผ่านกิจกรรม 100 ดีไซน์, การนำวัสดุ recycle มาทำเป็นต้นคริสต์มาส, ใช้ถุงกระดาษใส่สินค้า,สนับสนุนผลิตภัณฑ์รักษ์โลกหลากหลายหมวดหมู่ ณ Ecotopia, การจัดตั้ง Green Fund โดยร่วมกับ Green Organization จัดสรรเงินงบประมาณสนับสนุนในการดำเนินงานที่ก่อให้เกิดการดูแล รักษาและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน, ทำหนังสือ “เขียวสยาม” เพื่อเผยแพร่ความสำคัญเรื่องสิ่งแวดล้อมไปยังกลุ่มเป้าหมาย นอกจากนี้ ยังนำหลัก 3Rs ได้แก่ Reduce Reuse Recycle มาใช้จัดการสิ่งแวดล้อมของอาคารต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เป็นเวลามากกว่า 10 ปี

ทั้งนี้พร้อมเดินหน้าโครงการ Citizen of Love by Siam Piwat เพื่อสืบสานและแบ่งปันความรัก มอบโอกาสในการสร้างความภาคภูมิใจและความเท่าเทียมให้กับคนทั้งมวลอย่างทั่วถึง ผ่านการจัดกิจกรรมเพื่อให้ลูกค้าและพันธมิตรร่วมกันมอบของขวัญปีใหม่ให้กับเด็กผู้ด้อยโอกาสด้วยการจัดทำกระเป๋าเป้ พร้อมอุปกรณ์การเรียน ใส่ความสุขและความรู้ส่งมอบให้กับเด็กนักเรียนโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนจำนวน 26,500 คนจาก 218 โรงเรียนทั่วประเทศ เพื่อเป็นกำลังใจและก่อให้เกิดแรงบันดาลใจในการศึกษาอย่างมีความสุขเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ 2563 โดยประชาชนสามารถร่วมบริจาคกับโครงการได้ ณ จุดรับบริจาค ชั้น M สยามเซ็นเตอร์ (ทางเชื่อมลานพาร์ค พารากอน) ชั้น 3 สยามพารากอน (หน้าร้าน The Cloud : Sansiri x The Coffee Club) ชั้น 1 สยามดิสคัฟเวอรี่ (สะพานทางเชื่อม) ชั้น M ไอคอนสยาม (หน้าร้านL’Occitane) ตั้งแต่วันนี้จนถึง
5 มกราคม 2563 อีกด้วย

อุสรา ยงปิยะกุล, นราทิพย์ รัตตประดิษฐ์, ชฎาทิพ จูตระกูล, พล.ต.ต.ปฏิพัทธ์ สุบรรณ ณ อยุธยา, สุพจน์ ชัยวัฒน์ ศิริกุล
ร่วมแถลงข่าว

อุสรา ยงปิยะกุล, นราทิพย์ รัตตประดิษฐ์, ชฎาทิพ จูตระกูล, พล.ต.ต.ปฏิพัทธ์ สุบรรณ ณ อยุธยา, สุพจน์ ชัยวัฒน์ ศิริกุล ร่วมแถลงข่าว
โครงการ Citizen of Love

โครงการ Citizen of Love

ปลุกพลัง’วัยเก๋า’เปลี่ยน’ภาระ’เป็น’พลัง’สูงวัยอย่างสตรอง

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/455446

ภรณี ภู่ประเสริฐ

ปลุกพลัง’วัยเก๋า’เปลี่ยน’ภาระ’เป็น’พลัง’สูงวัยอย่างสตรอง

วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 14.52 น.

โครงสร้างประชากรไทยกำลังจะเปลี่ยนโฉมในระดับที่ประวัติศาสตร์ต้องจารึก! เพราะ ในปี 2564 ประเทศไทยจะเข้าสู่ “สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์” นั่นหมายความว่า คนสูงวัยจะครองสัดส่วนเป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ ขณะที่กลุ่มเจนวายเป็นต้นไป เรื่อยมาถึงเจนแซด และเจนอัลฟ่าจะต้องกลายเป็นพลเมืองกลุ่มน้อยในสังคมไทย อีกเพียง  12  ปี ประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอดในปี 2574!!!ที่มีผู้สูงอายุ

การเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญที่กำลังจะมาถึงอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงนี้ ส่งผลให้ทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและเอกชนต้องเร่งหาทางรับมือกับโครงสร้างทางสังคมที่หันเหทิศทางการขับเคลื่อนใหม่ ผลักดันสังคมไทยก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน ผู้คนทุกวัยมีคุณภาพชีวิตที่ดี อยู่ร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพหนึ่งในหน่วยงานผู้ขับเคลื่อนกระตุ้นเตือนสังคมคือ สำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ  สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. ที่มุ่งทำงานเชิงรุก เพื่อจุดประกาย กระตุ้น สานและเสริมพลังบุคคลและองค์กรทุกภาคส่วนให้มีขีดความสามารถและสร้างสรรค์ระบบสังคมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี

ภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)สะท้อนถึง สถานการณ์ผู้สูงอายุที่เหล่าเจนวายต้องรับฟังอย่างเข้าใจว่า  ภาวะซึมเศร้าและติดบ้าน เป็นปัญหาใหญ่ของผู้สูงอายุในปัจจุบัน จากสถิติพบว่า 1 ใน 3 ของผู้สูงอายุไทยมีความเปราะบางทางจิตใจ เนื่องมาจากหลากหลายปัจจัย ทั้งความเสื่อมถอยของร่างกายจนส่งกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ภาวะการพึ่งพาตัวเองลดลง จากเคยเป็นผู้นำครอบครัวกลับกลายเป็นเพียงสมาชิกในบ้านที่ต้องพึ่งลูกหลาน รู้สึกว่าตัวเองเป็นภาระจึงนำมาซึ่งความวิตกกังวลต่างๆ เริ่มมองว่าตัวเองด้อยค่า โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุที่ใช้ชีวิตเพียงลำพัง เนื่องจากไม่ได้แต่งงาน (ประมาณ 13.8%) และกลุ่มที่แต่งงานแต่ไม่มีบุตร (23.3%)เป็นกลุ่มที่ต้องเผชิญหน้ากับความโดดเดี่ยว ขาดหลักหลักประกันในชีวิต โดยเฉพาะหากไม่มีการเตรียมพร้อมเพื่อเข้าสู่วัยเกษียณที่ดีพอ อาจนำไปสู่ภาวะซึมเศร้า และการฆ่าตัวตายได้ในที่สุด

เพื่อเปลี่ยนความรู้สึกเป็น“ภาระ” ของกลุ่มผู้สูงอายุให้เป็น “พลัง” จึงกลายเป็นที่มาแห่งภารกิจของสสส.ในปีนี้ที่เน้นส่งเสริมคุณภาพชีวิตกลุ่มผู้สูงอายุวัย 60-72 ปีที่ยังแอคทีฟสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ให้แข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ ห่างไกลจากภาวะซึมเศร้าและติดบ้าน ด้วยการให้การสนับสนุนกลุ่ม Young Happy ธุรกิจเพื่อผู้สังคมที่มุ่งส่งเสริมคุณภาพชีวิตให้ผู้สูงวัย ก่อตั้งโดยสตาร์ทอัพรุ่นใหม่แต่เข้าใจหัวอกของผู้สูงอายุอย่างถึงแก่น ภายใต้กิจกรรมดีดีชื่อ แอคทีฟ ซิกตี้  (Active 60)

“แม้ Young Happy จะก่อตั้งโดยคุณรุ่นใหม่แต่กลับออกแบบแพลตฟอร์มและกิจกรรมที่เข้าใจหัวอกของผู้สูงอายุอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นการจัดกิจกรรมให้ความรู้ เพื่อให้ผู้สูงอายุได้ค้นพบความสามารถที่ซ่อนอยู่ของตัวเอง ได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์หรือ กิจกรรมเวิร์กช็อปเก๋ๆที่เป็นสะพานลดช่องว่างแห่งวัยในการใช้ชีวิตในสังคมยุคดิจิทัล ตั้งแต่เรียนรู้การใช้โซเชียลมีเดีย การถ่ายภาพ ตลอดจนกิจกรรมที่ช่วยสร้างคอมมูนิตี้ให้ผู้สูงอายุได้พบปะกับเพื่อนใหม่กับหลากหลายกิจกรรมที่ไม่จำเจ สอดคล้องกับวิถีความเป็นคนเมือง เช่น ชวนกันไปดูหนัง ลงคอร์สเรียนภาษาใหม่รวมถึงการพัฒนาแอพพลิเคชั่น การใช้ช่องทางออนไลน์เป็นศูนย์กลางในการเผยแพร่ให้ข้อมูลข่าวสาร ทั้งหมดนี้นอกจากจะทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกว่าตัวเองยังมีคุณค่า ไม่ใช่ภาระของลูกหลานแล้ว แต่ยังสามารถออกมาใช้ชีวิต มีสังคม พบปะเพื่อนใหม่ๆ และ ยังมีไฟที่จะทำประโยชน์ให้กับสังคมต่อไป”

ทั้งนี้ เพื่อให้เห็นภาพของผู้สูงวัยที่ยังมีไฟ และเห็นคุณค่าของตัวเองโดยไม่ปล่อยให้ร่างกายที่ร่วงโรยมาบั่นทอนจิตใจ จากนี้คือ  2 ตัวแทนวัยเกษียณที่จะมาปลดล็อกความรู้สึกเปลี่ยน ภาระ ให้เป็น พลัง

เริ่มจากอุษาวดี สินธุเสน อดีตบรรณาธิการบริหารคนแรกของ Secret วัย 60 ปี และ ยังเป็นคุณแม่ของขุนเขา สินธุเสน เขจรบุตร นักจิตวิทยาพัฒนาสมองและนักเขียนชื่อดัง เจ้าของหนังสือ Best Seller มากมาย ได้มาร่วมสะท้อนมุมมองแห่งวัย และ สวมหัวใจความเป็นแม่มาเตือนสติมนุษย์ลูกได้อย่างถึงแก่นว่า เกษียณตั้งแต่อายุ 55 ปี เพราะอยากใช้ชีวิตที่เหลืออยู่อย่างมีความสุขทำในสิ่งที่ชอบ ช่วงปีแรกๆ ที่เกษียณออกมา ก็ได้ทำสมใจ จนเมื่อปีที่แล้ว เริ่มรู้สึกว่าง เพราะสิ่งที่อยากทำก็ได้ทำหมดแล้ว เลยเริ่มหาคอร์สเรียนต่างๆ ไปเรื่อยๆ เพราะเราไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองแก่ หรือ ไม่มีคุณค่าจนทำอะไรไม่ได้ เพียงแต่เราอาจจะไม่มีเวทีที่ให้ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเหมือนสมัยก่อน แต่เรายังยังเชื่อเสมอว่าคุณค่าเรายังมีอยู่เสมอ อยู่ที่ว่าใช้มันตรงไหน

“พอได้มารู้จักกับกลุ่ม Young Happy ก็รู้สึกประทับใจเพราะนอกจากจะนำเสนอคอนเทนต์ที่ตรงกับวัย ยังมีกิจกรรมที่ออกแบบมาอย่างเข้าใจผู้สูงอายุอย่างแท้จริง อย่างกิจกรรมไปดูหนัง เพื่อสร้างคอมมูนิตี้ใหม่ๆให้คนวัยเดียวกัน ยิ่งตอนนี้ได้มีโอกาสเข้ามาช่วยทำคอนเทนต์ให้ทาง Young Happy ยิ่งดีใจ เพราะได้กลับมาทำสิ่งที่รักอีกครั้ง และยังได้ใช้ความสามารถที่มีสร้างประโยชน์ให้กับคนวัยเดียวกันและขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อสังคมของกลุ่มคนรุ่นใหม่”

ทั้งนี้ อุษาวดี ยังฝากถึงมนุษย์ลูกทั้งหลายที่มักหงุดหงิด หัวเสียเวลาเห็นผู้สูงวัยในบ้านก้าวไม่ทันโลก ว่า ก่อนจะโกรธหรือหงุดหงิดให้ลองจินตนาการว่า ถ้าวันหนึ่งคุณต้องเป็นผู้สูงวัยที่ไม่เพียงร่างกายจะเสื่อมถอยแต่ความสามารถในการคิด การตัดสินใจยังช้าลง คุณจะรู้ว่าการที่ลูกหลานแสดงความหงุดหงิด หรือ รำคาญในสิ่งที่ผู้สูงวัยเป็นนั้นโหดร้ายกับจิตใจพวกเขาขนาดนั้น

“พูดในฐานะคนเป็นแม่ ถึงพี่จะไม่เคยโดนลูกชายพูดจาแบบนี้ แต่พี่เข้าใจดีว่า คำพูดที่เจ็บปวดที่คนเป็นพ่อเป็นแม่ไม่อยากได้ยิน คือ ทำไมไม่รู้เรื่อง สอนตั้งหลายครั้งแล้วทำไมไม่จำ อย่างที่บอก ทุกคนเคยผ่านช่วงเวลาเป็นเด็ก ถึงจะสอนยากแค่ไหน แต่ทุกคนเคยอาบน้ำร้อนมาก่อนเลยเข้าใจความเป็นเด็กเป็นอย่างดี แต่ไม่ใช่ทุกคนจะเคยแก่ เลยนึกภาพไม่ออก ฉะนั้นจึงต้องอาศัยความเข้าใจผู้สูงวัยให้มาก อย่ารอให้ถึงวันที่ตัวเองแก่ถึงจะเข้าใจหัวอกพ่อแม่เพราะถึงตอนนั้นท่านก็อาจไม่อยู่แล้ว เช่นเดียวกับผู้สูงวัยทุกคน อย่าท้อแท้มองว่าตัวเองไร้ค่า เก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน เพราะสุดท้ายแล้วคุณค่าในตัวเองไม่ได้ต้องรอให้ใครมาชื่นชม และค้นหา แต่สามารถค้นหาหรือสร้างได้ด้วยตัวเอง”

ปิดท้ายด้วยคเณศร์ เจริญจิตต์ อดีตพนักงานไทยออยล์ กรุ๊ปที่ดูแลเกี่ยวกับระบบการสื่อสารขององค์กรมาก่อน ปัจจุบันเกษียณมาใช้ความรู้ความสามารถเดิม ต่อยอดสู่อาสาสมัคร “ตากล้องวิดีโอ” บันทึกกิจกรรมผู้สูงวัยต่างๆ ของกลุ่ม Young Happy บอกเล่าด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มถึงบันทึกหน้าใหม่ของชีวิตว่า ก่อนจะเริ่มต้นชีวิตครอบครัว เขาไม่ได้วางแผนชีวิตวัยเกษียณเอาไว้เลย จนกระทั่งมีภรรยาและมีลูกคนแรกตอนอายุ 34 ปี ทำให้ต้องเร่งวางแผนชีวิตเกษียณเพื่อไม่ให้เป็นภาระกับลูก คเณศร์ เปลี่ยนภาระเป็นพลังด้วยการวางแผนตั้งแต่การดูแลสุขภาพ และการเงิน จนเมื่อถึงวันเกษียณ แม้ร่างกายจะร่วงโรย ไม่ต้องแบกรับความรับผิดชอบและความเครียดจากการทำงานเหมือนเก่า แต่สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนไปเลย คือ คุณค่าในตัวเอง

“ผมวาดภาพชีวิตเกษียณไว้แล้วว่า คงไม่อยู่เฉยๆ ทำให้ตัวเองไร้ค่า ผมเลือกที่จะเลือกทำในสิ่งที่ผมยังทำได้ เช่น เป็นที่ปรึกษาในโครงการต่างๆ ตลอดจนเข้าร่วมเป็นคณะทำงานในกิจกรรมต่างๆที่เกี่ยวกับผู้สูงวัย บางครั้งก็ไปเป็นจิตอาสา เทกคอร์สเสริมความรู้ต่างๆ ที่จะทำไห้ไม่ตกยุค เพราะถึงสมัยทำงานผมจะคุ้นกับโซเชียลมีเดียมาบ้าง แต่ก็ไม่ได้คล่องแคล่ว ก็อาศัยฝึกฝน จนเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ผมได้พบกับกลุ่ม Young Happy ผมชอบกระบวนการออกแบบเวิร์กช็อปของเขาที่ไม่ได้แค่สอนให้ผู้สูงอายุมีความรู้ แต่เขาออกแบบเครื่องมือ และกระบวนการสอนที่เข้าใจผู้สูงอายุอย่างแท้จริง ผมเองเข้ามาเรียน มาช่วยสอนเพื่อนร่วมชั้นบ้างตามกำลังที่จะทำได้” คเณศร์เล่าด้วยใบหน้าเปี่ยมสุข ก่อนถือโอกาสใช้พื้นที่ตรงนี้จูนความคิดของเด็กรุ่นใหม่ที่มองว่าผู้สูงอายุเป็นภาระว่า

“จริงอยู่พอแก่ตัว การเรียนรู้ การตัดสินใจก็ช้าลง บางครั้งคนที่ไม่ได้อยู่ในวัยเดียวกับเราก็ไม่เข้าใจ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากบอกกับเพื่อนวัยเดียวกัน รวมถึงเจนวาย รุ่นลูกรุ่นหลานคือ คนเราก็เปรียบเหมือนซีพียู คนแก่ก็เหมือนซีพียูที่ไม่ได้ผ่านการอัพเกรด ถึงจะยังใช้งานได้ แต่พอมาเจอกับระบบปฏิบัติการใหม่ๆ ก็ย่อมใช้งานสะดุด ช้าบ้าง เออเร่อบ้างเป็นธรรมดา ทางเดียวที่จะอัพเกรดซีพียูนี้ คือหาอินเตอร์เฟซที่เชื่อมระบบเก่าเข้ากับระบบใหม่ ซึ่งอินเตอร์เฟซระหว่างวัยรุ่นกับคนสูงวัย คือ ความเข้าใจในความแตกต่างของวัยนั่นเอง” คเณศร์ทิ้งท้ายอย่างอารมณ์ดี

ภรณี ภู่ประเสริฐ

ภรณี ภู่ประเสริฐ
อุษาวดี สินธุเสน

อุษาวดี สินธุเสน
คเณศร์ เจริญจิตต์

คเณศร์ เจริญจิตต์