กรมสมเด็จพระเทพรัตนฯ เสด็จฯ ทรงเปิดงานกาชาด 2562

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/454581

กรมสมเด็จพระเทพรัตนฯ เสด็จฯ ทรงเปิดงานกาชาด 2562

วันจันทร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

กรมสมเด็จพระเทพรัตนฯ เสด็จฯ ทรงเปิดงานกาชาด 2562

‘เย็นศิระเพราะพระบริบาล เกิดสายธารการให้ที่งดงาม’

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดงานกาชาด ประจำปี 2562 ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “เย็นศิระเพราะพระบริบาล เกิดสายธารการให้ที่งดงาม” เพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระบรมราชูปถัมภกสภากาชาดไทย โดยมี นายแผน วรรณเมธี เลขาธิการสภากาชาดไทย และประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดงานกาชาด พร้อมด้วย ม.ร.ว.ปรียางค์ศรี วัฒนคุณ ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย ฝ่ายการจัดหารายได้ และรองประธานกรรมการอำนวยการจัดงานกาชาด พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครนายเตช บุนนาค ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย ฝ่ายบริหาร และคณะกรรมการเจ้าหน้าที่สภากาชาดไทยเฝ้าฯรับเสด็จ ณ พลับพลาพิธีหน้าหอสมุดประชาชน สวนลุมพินีเขตปทุมวัน กรุงเทพฯ

เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงบริเวณที่ประทับภายในงาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานเกียรติบัตรให้แก่ผู้ชนะการประกวดร้านกาชาด ผู้ชนะการประกวดขบวนรถเฉลิมพระเกียรติ และผู้ร่วมประกวดขบวนรถเฉลิมพระเกียรติผู้ชนะการประกวดกุลบุตร กุลธิดากาชาดผู้ชนะการประกวดผู้สูงวัยสุขภาพดี และผู้สนับสนุนการจัดงานกาชาด จากนั้นเสด็จพระราชดำเนินทรงกดปุ่มไฟฟ้าเปิดแพรคลุมป้าย “งานกาชาด ประจำปี 2562” พร้อมทอดพระเนตรการแสดงบัลเลต์ ชุด เย็นศิระเพราะพระบริบาล ประกอบการแสดงระบำน้ำพุ วงดนตรีออเคสตร้า และขบวนรถเฉลิมพระเกียรติฯ

การนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงลงพระนามาภิไธยถวายพระพร ณ ซุ้มลงนามถวายพระพรสืบสานปณิธานแห่งการให้แบบทัชสกรีน ต่อมาได้เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรการออกร้านของหน่วยงานต่างๆ เช่น ร้านจิตอาสา 904 ร้านมูลนิธิศิลปาชีพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ร้านโครงการส่วนพระองค์
สวนจิตรลดา ร้านกองทัพอากาศ และสมาคมแม่บ้านทหารอากาศ ร้านองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ร้านพฤกษากาชาด จากนั้นประทับรถไฟฟ้าเพื่อทรงเยี่ยมร้านค้าต่างๆ ภายในงาน อาทิ ร้านมูลนิธิชัยพัฒนา ร้านโครงการพระดาบส ร้านมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยากสภากาชาดไทย ร้านจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทรงเยี่ยมร้านค้าในย่านไทยเท่ ร้านกระทรวงการต่างประเทศและร้านกรุงเทพมหานคร แล้วจึงเสด็จพระราชดำเนินกลับ

งานกาชาด ประจำปี 2562 จัดขึ้นระหว่างนี้จนถึงวันที่ 24 พฤศจิกายนเวลา 10.30-22.00 น. ไม่มีค่าบัตรผ่านประตู และนับเป็นครั้งที่ 2 ในการจัดงานกาชาด ที่สวนลุมพินี แต่ยังคงไว้ซึ่งอัตลักษณ์ของกิจกรรมรื่นเริงเพื่อการกุศล อาทิ การเสี่ยงโชคชิงรางวัลการสอยดาว การจำหน่ายสินค้าราคาถูกรวมทั้ง กิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย เช่น การออกร้านจากหน่วยงานต่างๆ การจัดกิจกรรมวิชาการ การจับรางวัลการกุศล ฯลฯ มีโซนร้านค้าต่างๆ มากมายแบ่งเป็นโซนศาสตร์ดูดวง โซนสวนสนุกโซนเสี่ยงโชค โซนระบำน้ำพุ และที่ขาดไม่ได้เลยคือ โซนตลาดอาหารที่รวบรวมอาหารร้านดังจาก 50 เขตทั่วกรุงเทพฯ นำมาไว้ในงานเดียว และกิจกรรมไฮไลต์เพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสครบ 125 ปี ของการก่อตั้งสภากาชาดไทยอีกมากมาย

ปีนี้ สภากาชาดไทยขอความร่วมมือให้ทุกหน่วยงาน ร้านค้า ประชาชนที่มาร่วมงาน งดการใช้ถุงพลาสติก กล่องโฟม พกถุงผ้า หิ้วกระบอกน้ำ เพื่อเป็นการลดปริมาณขยะภายในงานและร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม รวมทั้งนั่งรถสาธารณะมาเที่ยวงานกาชาด โดยใช้บริการรถไฟฟ้าใต้ดิน (MRT) ลงสถานีลุมพินี อยู่ทางออก 3 หรือสถานีสีลม ทางออก 3 และ รถไฟฟ้ามหานคร (BTS) ลงที่สถานีศาลาแดง ทางออก 6

ทั้งนี้ รายได้จากการจัดงานจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ โดยเสด็จพระราชกุศลบำรุงสภากาชาดไทย เพื่อนำไปจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ สนับสนุนการรักษาพยาบาลให้ผู้ป่วยไข้ในโครงการต่างๆ รวมถึงการบริจาคโลหิต การส่งเสริมคุณภาพชีวิต และการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ ตามภารกิจของสภากาชาดไทย

เมก้า วีแคร์ นำเทรนด์การรักษาโรคโดยใช้จุลินทรีย์พันธุ์ดี

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/454576

เมก้า วีแคร์ นำเทรนด์การรักษาโรคโดยใช้จุลินทรีย์พันธุ์ดี

วันจันทร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

เมก้า วีแคร์ ผู้นำด้านวิตามินและสารอาหารจากธรรมชาติที่ผลิตภายใต้มาตรฐานยาระดับสากล ร่วมกับ ฟาร์ม่าเซนเทรล (Pharma-Zentrale) กลุ่มบริษัทผู้นำด้านนวัตกรรมการผลิตโพรไบโอติกและพฤกษเภสัชภัณฑ์ระดับโลก จากประเทศเยอรมนี จัดการประชุมวิชาการนานาชาติในหัวข้อ “การใช้จุลินทรีย์ที่อยู่ในรูปแบบโพรไบโอติก เพื่อรักษาแบบเจาะจง” เมื่อเร็วๆ นี้ เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ทางวิชาการและความก้าวหน้าในการรักษาโรคในยุคปัจจุบันโดยการใช้จุลินทรีย์รูปแบบโพรไบโอติกชนิดต่างๆ ซึ่งเป็นแนวทางใหม่ที่มีความปลอดภัยและมีผลวิจัยทางการแพทย์รับรอง

การประชุมวิชาการนานาชาติครั้งนี้ยังเปิดเวทีให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกจากนานาประเทศ อาทิ โปแลนด์ อิตาลี ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย เยอรมนี นำเสนอผลการศึกษาการใช้จุลินทรีย์ที่อยู่ในรูปแบบโพรไบโอติก เพื่อการรักษาโรคแบบเจาะจง ซึ่งในแต่ละกรณีศึกษาได้บำบัดรักษาผู้ป่วยและเห็นผลในทางที่ดี อีกทั้งยังได้รับเกียรติจากแพทย์ไทยผู้เชี่ยวชาญสาขาต่างๆ เป็นประธานในช่วงการบรรยายกลุ่มความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และพูดถึงแนวโน้มในการใช้โพรไบโอติกในแต่ละสาขาและในแต่ละโรคอย่างตรงจุด ในการประชุมครั้งนี้ มีแพทย์ เภสัชกร นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญกว่า 250 คนจาก 25 ประเทศทั่วโลก เข้าร่วมงานเพื่อรับฟังผลงานวิจัยและแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับการนำจุลินทรีย์มาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการดูแลสุขภาพและบำบัดรักษาผู้ป่วยโรคต่างๆ

แพทย์หญิง Hania Szajewska จากมหาวิทยาลัยการแพทย์วอร์ซอประเทศโปแลนด์ ได้นำเสนอผลการศึกษาการใช้จุลินทรีย์ในกุมารเวชศาสตร์ซึ่งได้ทดลองในกลุ่มคนไข้ พบว่า กลุ่มของจุลินทรีย์ที่มีชีวิตในรูปแบบโพรไบโอติก ช่วยรักษาโรคอุจจาระร่วงในเด็กให้หายได้เร็วขึ้น โดยแพทย์หญิง Hania Szajewska แนะนำว่า ผู้ปกครองควรปรึกษาแพทย์ในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์โพรไบโอติกที่มีงานวิจัยรองรับ อีกทั้งยังควรศึกษาสายพันธุ์ของโพรไบโอติกที่มีผลต่อประสิทธิภาพในการรักษาที่แตกต่างกัน รวมถึงข้อจำกัดในการใช้ในเด็กคลอดก่อนกำหนด

แพทย์หญิง Alessandra Graziottin ผู้อำนวยการศูนย์นรีเวชศาสตร์และเวชศาสตร์ทางเพศโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย San Raffaele Resnati ประเทศอิตาลี กล่าวว่า ความเชื่อมโยงการทำงานระหว่างสมองและทางเดินอาหาร (Gut-brain axis) และจุลินทรีย์ในลำไส้ที่เสียสมดุล ส่งผลต่อสุขภาพอนามัยของแม่ตั้งครรภ์และเด็กหลังคลอด นอกจากนี้ ภาวะติดเชื้อของผู้หญิงในรูปแบบต่างๆ เช่น โรคลำไส้แปรปรวน อาการปวดท้องน้อย ภาวะการมีบุตรยาก รวมถึงกลุ่มอาการถุงน้ำในรังไข่หลายใบ ต่างมีสาเหตุจากภาวะเสียสมดุลดังกล่าว ซึ่งหนึ่งในนั้นมีผลมาจากการใช้ยาปฏิชีวนะ ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในรูปแบบโพรไบโอติก สามารถช่วยปรับสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้และส่งผลดีต่อสุขภาพโดยรวมของสตรีมีครรภ์

นายแพทย์ Toshifumi Hibi ผู้อำนวยการศูนย์การวิจัยและรักษากลุ่มโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง มหาวิทยาลัยคิตะซาโตะ ประเทศญี่ปุ่น ผู้ศึกษากลไกการทำงานของโพรไบโอติกในการรักษาโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง กล่าวว่า แม้โรคดังกล่าวจะมีสาเหตุจากหลายปัจจัย แต่เชื้อแบคทีเรียดีในลำไส้เป็นตัวแปรที่ช่วยเพิ่มการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน โดยกรดไขมันสายสั้น (Short-chain fatty acids) ที่ผลิตโดยแบคทีเรียในสกุลคลอสตริเดียม มีบทบาทในการกระตุ้นเซลล์ที (T cells) หนึ่งในเซลล์ชนิดย่อยในเซลล์เม็ดเลือดขาวลิมโฟไซต์ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสร้างและพัฒนาความสามารถของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย โดยการวิจัยพบว่า ผู้ป่วยโรคลำไส้อักเสบมีแบคทีเรียสกุลนี้ในร่างกายน้อยกว่าปกติ จึงอาจเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดโรค โพรไบโอติกจึงมีบทบาทในการบำบัดรักษากลุ่มโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง ทั้งนี้ นายแพทย์ Toshifumi Hibi ได้เน้นย้ำว่า

ควรศึกษาและเลือกใช้ผลิตภัณฑ์โพรไบโอติกที่มีสายพันธุ์ที่มีกลไกการออกฤทธิ์ที่เป็นประโยชน์ต่อลำไส้ และเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการทดสอบทางการแพทย์แล้ว

อย่างไรก็ดี ในปัจจุบันพบว่า คนส่วนใหญ่มักมีภาวะ Dysbiosis หรือการที่ในระบบทางเดินอาหารมีเชื้อจุลินทรีย์ที่ไม่ดีมากกว่าจุลินทรีย์ชนิดดีภาวะความไม่สมดุลดังกล่าวส่งผลให้เกิดความผิดปกติของสภาวะกรดด่างในเลือด กลายเป็นความเสื่อมหรือโรคต่างๆ เพราะการทำงานของเซลล์ผิดปกติ โดย นายแพทย์ Robert Zeiser จากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยไฟร์บวร์ก ประเทศเยอรมนี พบว่า การใช้ยาปฏิชีวนะเพื่อรักษาโรคกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กอักเสบ อาจส่งผลให้เกิดโรคลำไส้แปรปรวนตามมา เนื่องจากจุลินทรีย์มีภาวะไม่สมดุล ในทางกลับกันการรักษาโรคลำไส้แปรปรวนด้วยโพรไบโอติกให้ผลที่น่าพอใจ อีกทั้ง ยังส่งผลดีต่อร่างกาย เนื่องจากช่วยปรับสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้

นอกจากนี้ นายแพทย์ Peter Gibson หัวหน้าศูนย์วิจัยวิทยาทางเดินอาหาร มหาวิทยาลัยโมนาช ประเทศออสเตรเลีย ยังได้นำเสนอผลการศึกษาเพิ่มเติมว่า โรคลำไส้แปรปรวนมีสาเหตุหนึ่งมาจากระบบแกนเชื่อมโยงระหว่างสมองและทางเดินอาหาร โดยมีจุลินทรีย์ในลําไส้เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ระบบประสาทนี้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ การวิจัยในหนูทดลองพบว่า โพรไบโอติกบางสายพันธุ์ช่วยปรับกลไกการทำงานในร่างกายและพฤติกรรม ย้ำถึงประโยชน์ของโพรไบโอติกอีกด้านที่ช่วยคลายเครียด โดยประโยชน์ของจุลินทรีย์ในรูปแบบโพรไบโอติกที่มีต่อสารสื่อประสาทในสมอง จะส่งผลช่วยให้ระบบทางเดินอาหารทำงานเป็นปกติ ช่วยลดปัญหาเกี่ยวกับระบบขับถ่าย ท้องผูก ท้องเสียได้อีกทางหนึ่ง

นอกจากการใช้จุลินทรีย์ในการบำบัดรักษาโรคที่พบบ่อยในปัจจุบันดังกล่าวแล้ว วิทยากรผู้เชี่ยวชาญการแพทย์เฉพาะทางชั้นนำระดับโลก ยังได้นำเสนอแนวทางในการใช้จุลินทรีย์ในการรักษาโรคมะเร็ง และการใช้จุลินทรีย์ในผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วน และเบาหวาน ซึ่งยังอยู่ระหว่างการศึกษาวิจัย โดยการประชุมวิชาการนานาชาติ “การใช้จุลินทรีย์ที่อยู่ในรูปแบบโพรไบโอติก เพื่อรักษาแบบเจาะจง” ในครั้งนี้ จึงเป็นการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโพรไบโอติก ในฐานะจุลินทรีย์ที่มีบทบาทในการรักษาโรคแต่ละชนิดอย่างจำเพาะเจาะจงและตรงจุด เป็นแนวทางใหม่ที่มีความปลอดภัยและมีผลวิจัยทางการแพทย์รับรอง อีกทั้ง ยังก่อให้เกิดการเผยแพร่ความรู้ให้กับแวดวงสาธารณสุขในวงกว้าง เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสร้างเครือข่าย เป็นประโยชน์ต่อการแพทย์ไทยในการนำโพรไบโอติกมาใช้เพื่อส่งเสริมสุขภาพหรือการบำบัดรักษาผู้ป่วยตามความเชี่ยวชาญเฉพาะทางได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น

ผู้สนใจสามารถรับชมวีดีโอบทสัมภาษณ์แพทย์ไทยในช่วงการบรรยายกลุ่มความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านจากการประชุมวิชาการนานาชาติครั้งนี้ เกี่ยวกับการใช้จุลินทรีย์ที่อยู่ในรูปแบบโพรไบโอติก ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการรักษาโรคในปัจจุบัน ได้ที่https://youtu.be/QfxA6ngZjck

คุณประโยชน์สารพันของน้ำมันมะกอก

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/454575

news_default

คุณประโยชน์สารพันของน้ำมันมะกอก

วันจันทร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ทุกวันนี้คนไทยต่างหันมาใส่ใจด้านสุขภาพกันมากขึ้น เห็นได้จากการที่ประเทศไทยเป็นประเทศแรกในอาเซียนที่แบนการผลิตไขมันทรานส์นับตั้งแต่ต้นปี พ.ศ.2562 ที่ผ่านมานอกจากนี้ เหล่าผู้บริโภคยังตื่นตัวในการสรรหาเครื่องปรุงและส่วนผสมที่เปี่ยมคุณภาพ อ้างอิงจากงานวิจัยล่าสุด โดยสภาข้อมูลด้านอาหารนานาชาติหรือไอเอฟไอซี (IFIC) พบว่าผู้บริโภคในปัจจุบันต้องการรู้ถึงที่มาของอาหารที่พวกเขารับประทานรวมถึงกรรมวิธีการผลิตและคุณค่าทางโภชนาการ

หลากหลายงานวิจัยในเมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน ได้สำรวจและวิจัยถึงผลลัพธ์ที่ได้ ทั้งในด้านชีวภาพและทางการแพทย์ของน้ำมันมะกอก โดยพบว่าคนที่รับประทานน้ำมันมะกอกเป็นประจำนั้นมีความเสี่ยงน้อยกว่าในการเกิดโรคที่เกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด อีกทั้ง ยังลดความเสี่ยงของโรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดสมองและโรคไขมันในเลือดสูง นอกจากนี้ ยังค้นพบว่าการรับประทานน้ำมันมะกอกยังสามารถช่วยลดอาการอักเสบและลดโอกาสการเกิดความผิดปกติของไขมันในเลือด ภาวะลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำอุดตัน และยังช่วยกระตุ้นกระบวนการเมแทบอลิซึมของคาร์โบไฮเดรตได้อีกด้วย

นอกจากนี้ รายงานจาก “โครงการอาหารไทยหัวใจดี” โดยมูลนิธิหัวใจแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ยังระบุว่า น้ำมันมะกอกได้รับเลือกให้เป็นน้ำมันที่ดีต่อสุขภาพ โดยสามารถช่วยลดโอกาสการเกิดโรคต่างๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคมะเร็งและโรคเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด เนื่องจากน้ำมันมะกอกมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ในปริมาณสูง ไม่ว่าจะเป็น โพลิฟีนอล สารต้านอนุมูลอิสระ กรดไขมันไม่อิ่มตัว วิตามินอี วิตามินเค และกรดไขมันโอเมก้า

ลองมาศึกษากันดูว่าทำไมสารอาหารเหล่านี้ถึงเป็นประโยชน์ต่อร่างกายของพวกเรา เริ่มจากคุณประโยชน์ต่างๆ ที่ได้จากโพลิฟีนอลมักเป็นผลมาจากการที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งสามารถช่วยต้านการเสื่อมโทรมของเซลล์ สารอาหารเหล่านี้ยังช่วยในเรื่องการลดภาวะอารมณ์ตึงเครียด จัดการกับอาการเจ็บปวด ช่วยชะลอวัย อีกทั้งยังช่วยป้องกันภาวะสมองเสื่อม ภาวะหลอดเลือดสูง โรคหัวใจ โรคเบาหวานและโรคมะเร็งบางชนิดด้วย

วิตามินเค คือกลุ่มวิตามินที่มีความสำคัญในการสร้างโปรตีนซึ่งช่วยป้องกันการแข็งตัวของเลือด ช่วยสร้างกระดูกใหม่และช่วยเรื่องความสมดุลของแคลเซียม คุณประโยชน์ที่ได้จากการรับประทานวิตามินเคอย่างสม่ำเสมอคือ การช่วยเสริมสร้างสารอาหารและโปรตีนต่างๆ ที่เป็นประโยชน์สำหรับการสมานแผล อีกทั้ง ยังช่วยเสริมแคลเซียมในการผลิตมวลกระดูกและป้องกันกระดูกพุรน

วิตามินอี มีส่วนช่วยในการป้องกันการทำลายเซลล์ ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจและโรคมะเร็ง โดยมีส่วนช่วยต้านการติดเชื้อและยังช่วยป้องกันความปกติของสายตาอีกด้วย รวมทั้ง กรดไขมันโอเมก้า 6 และโอเมก้า 3 คือ กลุ่มของกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน ซึ่งร่างกายของมนุษย์เราไม่สามารถผลิตเองได้ จะต้องได้รับจากการรับประทานอาหาร หากขาดกรดไขมันโอเมก้าเหล่านี้ อาจทำให้การทำงานของร่างกายบกพร่องและเกิดการเจ็บป่วยได้ ในขณะที่กรดไขมันโอเมก้า 6 นั้น สำคัญต่อการดำรงชีวิต กรดไขมันโอเมก้า 3 เอง มีบทบาทที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น นั่นคือการช่วยในการไหลเวียนของเลือด การทำงานของหัวใจและระบบพันธุกรรมต่างๆ ทั้งนี้ ปริมาณที่ดีที่สุดที่แนะนำให้บริโภคกรดไขมันโอเมก้า 6 และโอเมก้า 3 คือการบริโภคในสัดส่วน 4 ต่อ 1 ยิ่งใกล้เคียงตัวเลขนี้เท่าไร ยิ่งดีเท่านั้น น้ำมันปาล์มทั่วไปมีส่วนประกอบของกรดไขมันโอเมก้า 6 และโอเมก้า 3 ในสัดส่วน 45.5 ต่อ 1 น้ำมันรำข้าวในสัดส่วน 20 ต่อ 1 แต่น้ำมันมะกอกนั้นดีต่อสุขภาพยิ่งกว่า เนื่องจากมีสัดส่วนของกรดไขมันที่กล่าวไปในสัดส่วน 12.89 ต่อ 1 ซึ่งใกล้เคียงสัดส่วนที่แนะนำไปมากที่สุดนั่นเอง

เบอร์ทอลลี่® ก่อตั้งโดยมร.ฟรานเชสโก เบอร์ทอลลี่ ในปี 1865 ที่เมืองลุคคา แคว้นทัสคานี แบรนด์เบอร์ทอลลี่® ถือเป็นหัวใจสำคัญในการประกอบอาหารอิตาเลียนและวัฒนธรรมการกินแบบอิตาเลียน ในฐานะแบรนด์น้ำมันมะกอกที่เป็นที่ชื่นชอบในระดับโลก (ภายใต้แบรนด์ดีโอเลโอ) มานานกว่า 150 ปี พันธกิจของเบอร์ทอลลี่®คือการรักษาคุณภาพ ความมุ่งมั่นในการดึงความพิเศษจากส่วนผสมต่างๆ ตามธรรมชาติออกมาให้กับการปรุงอาหาร และการรักษาวัฒนธรรมในการสรรค์สร้างอาหารให้มีรสชาติโดดเด่นทั้งนี้ ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถดูได้ที่ https://www.facebook.com/BertolliTH/

คุณแหน : 18 พฤศจิกายน 2562

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/454578

650935

คุณแหน : 18 พฤศจิกายน 2562

วันจันทร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

●● ข่าวดังไปทั่วโลกเรื่องน้ำท่วมเวนิส สูง 1.87 เมตร ในรอบ 50 ปี เมื่อ 13 พ.ย. บุญชู ตรีทอง ฉิวเฉียดกลับจากเวนิส ไปโรม 12 พ.ย. คงจะเพราะทำบุญไว้มาก จึงแคล้วคลาดเพราะรถสปอร์ตเฟอร์รารีเชิญไปร่วมงานเปิดตัวที่โรม…

●● เพื่อส่งเสริมการเดินทางของนักท่องเที่ยวทั้ง outbound & Inbound ในกลุ่มประเทศ CLMV กรกฎ ชาตะสิงห์ ผอ.ฝ่ายขาย-ประเทศไทย บมจ. การบินไทย จัดแพ็กเกจ “One Pass One Price Value Card” จำหน่ายบัตรโดยสารเครื่องบินชั้นประหยัดเที่ยวเดียว จำนวน 4 ฉบับ เดินทางทั้งในเที่ยวบินของ TG & WE ระหว่างกรุงเทพฯและกลุ่มประเทศ CLMV วันนี้ถึง 10 ธ.ค. โดย ออกบัตรและเริ่มเดินทางได้ตั้งแต่บัดนี้ถึง 31 พ.ค. 2563..

●● ดร.ปรีชา ถิรกิจพงศ์ กงสุลกิตติมศักดิ์ สถานทูตยูเครนประจำประเทศไทย เชิญชมแฟชั่นโชว์งาน “มหกรรม
ผ้าไหม 2562 ไหมไทยสู่เส้นทางโลกครั้งที่ 9” โดย มร.อันดรีย์ เบชตา เอกอัครราชทูตยูเครนฯ ร่วมกับ มิสลูบอว์ เชอนิโควาดีไซเนอร์ชาวยูเครนออกแบบและตัดเย็บโดยใช้ผ้าไหมไทยได้อย่างงดงาม 20 พ.ย. 17.45 น. โซนอีเดน เซ็นทรัลเวิลด์..

●● ผศ.นพ.สมบูรณ์ ฤกษ์วิบูลย์ศรี ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ รพ.จุฬาลงกรณ์ รับตำแหน่งใหม่ …ควบ 2 ตำแหน่ง 2 ปี (2562-2564) คือ นายกสมาคมกุมารศัลยแพทย์แห่งประเทศไทย และผู้แทนกลุ่มกุมารศัลยแพทย์  ราชวิทยาลัยศัลยแพทย์แห่งประเทศไทย..

●● อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ นายกสมาคมการตลาดฯ สุดปลื้มที่ พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) มาเปิดงานวันนักการตลาด 2019 พร้อมบรรยายพิเศษ ทั้งยังมีนักการตลาดของประเทศกว่า 600 คน โดยเฉพาะอดีตนายกสมาคมฯ หลายคนมาร่วมงาน อาทิ อภิรักษ์ โกษะโยธิน,ดร.ตุลย์ วงศ์ศุภสวัสดิ์,สุภัท ตันสถิติกร, ไพบูลย์ สำราญภูติ และ อนุวัตร เฉลิมไชย…งานนี้มีวิทยากรชื่อดังเช่น ดร.ดั่งใจถวิล อนันตชัย, ดร.ศิริกุล เลากัยกุล, เอพริล ศรีวิกรม์, สุริพงษ์ ตันติยานนท์, บังอร สุวรรณมงคล..

●● เพราะอิสราเอลเป็นประเทศที่มีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยของโลกโดยเฉพาะด้าน Digital Innovation, Smart Agriculture, Cyber Security, Smart City ดร.ปรีสาร รักวาทิน จะเปิดหลักสูตรอบรมระยะสั้น CEO Learning Through Experiences
in Israel รุ่นที่ 1 มีไปดูงานที่อิสราเอล กำหนดการศึกษารวม 11 วัน รับสมัครถึง  30 พ.ย. สอบถาม 085-8250222..

●● เสียใจกับ สุขสันต์ อัครวงศธร ที่สูญเสียคุณพ่อ กำธร แซ่เหง่า ด้วยวัย 75 ปี สวดพระอภิธรรมศพ ถึง 22 พ.ย. เวลา 19.30 น. ร้านอาหารวังทองกระบี่ ฌาปนกิจ 23 พ.ย. ณ เมรุวัดราษฎร์รังสรรค์ อ.อ่าวลึก จ.กระบี่..

●● ฉลองสมรส เจสซิก้า จันทรงาม บุตรี  สุพจน์-ปิยะรัตน์ จันทรงาม กับ รัชพล อัศวินวิจิตร บุตร กรพจน์-อัญชนา อัศวินวิจิตร ห้องแกรนด์บอลรูม แกรนด์ไฮแอทเอราวัณ 29 พ.ย. 18.30 น…

●● ร.ต.อ.เกรียงศักดิ์ โลหะชาละ เข้ารับการผ่าตัดสมองที่รพ.วชิระ ครั้งที่ 2 เพื่อใส่สายยางเล็กๆ ในสมองให้ไหลลงกระเพาะเผื่อวันหน้ามีโพรงน้ำ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่าน ปลอดภัยแล้ว..ศรีภริยาคนสวย บุญรับ ส่งคลิปตอนที่ “พี่แอ๊ด”ร้องเพลงด้วยน้ำเสียงอันไพเราะแชร์กับเพื่อนๆ ฟังให้คลายความคิดถึงและคลายความเป็นห่วง..●●

คุณแหน

เอส แอนด์ พี เดินหน้าธุรกิจยั่งยืน คว้ารางวัลแบรนด์ไทยยอดเยี่ยม

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/454559

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มอบรางวัลผู้ประกอบธุรกิจส่งออกดีเด่น (Prime Minister’s Export Award : PM
Export Award 2019) ประเภทแบรนด์ไทยยอดเยี่ยม ให้แก่ เกษสุดา
ไรวา ประธาน กก.บริหาร บมจ. เอส แอนด์ พี ซินดิเคท

เอส แอนด์ พี เดินหน้าธุรกิจยั่งยืน คว้ารางวัลแบรนด์ไทยยอดเยี่ยม

วันจันทร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

“เอส แอนด์ พี”ตอกย้ำความเป็นผู้นำแบรนด์อาหารไทยยั่งยืน ด้วยการดำเนินธุรกิจบนหลักการพัฒนาที่ยั่งยืนระดับสากลตามเป้าหมายขององค์การสหประชาชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป้าหมาย5 ข้อ ได้แก่ การขจัดความหิวโหย บรรลุความมั่นคงทางอาหาร ส่งเสริมเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน (Zero Hunger) การรับรองการมีสุขภาพ และความเป็นอยู่ที่ดีของทุกคนทุกช่วงอายุ (Good Health and well-being) ส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ต่อเนื่อง ครอบคลุมและยั่งยืน การจ้างงานที่มีคุณค่า (Decent Work and Economic Growth) การรับรองแผนการบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน (Responsible Consumption and Production) และสร้างพลังแห่งการเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือระดับสากลต่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (Partnerships for the Goals) ด้วยความมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานความยั่งยืนนี้เอง ทำให้ บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) ได้รับรางวัลและประกาศนียบัตรด้านความยั่งยืนหลากหลายรายการ

มณีสุดา ศิลาอ่อน ผู้อำนวยสำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บมจ. เอส แอนด์ พี ซินดิเคท กล่าวว่า “เอส แอนด์ พี มุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจอาหารไทยใส่ใจสุขภาพ พร้อมผลักดันกลยุทธ์แบรนด์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ด้วยการเดินหน้าปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์โดยปัจจุบัน เอส แอนด์ พี ได้เปลี่ยนมาใช้หลอดกระดาษ และหลอดพลาสติกย่อยสลายได้ รวมถึงกล่องบรรจุอาหารและขนมหลายรายการ ซึ่งในปีที่ผ่านมา เอส แอนด์ พี สามารถลดการใช้พลาสติกไปแล้วกว่า 100 ตัน พร้อมตั้งเป้ายกเลิกการใช้ถุงหูหิ้วพลาสติกภายในปี 2565 เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม หวังปลุกสำนึกรักษ์โลกให้กับคนรุ่นใหม่ รวมไปถึงการเลือกใช้วัตถุดิบจากท้องถิ่นที่ปลอดภัย ไม่มีสารพิษ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับเกษตรกรไทย และสร้างสุขภาพที่ดีให้แก่ผู้บริโภค อีกทั้ง ยังเพิ่มทางเลือกอาหารสุขภาพให้แก่ผู้บริโภค อาทิ เมนูโซเดียมต่ำ เบเกอรี่สูตรหวานน้อย เจลลี่สูตรหญ้าหวานตลอดจนปรับปรุงกระบวนการผลิตให้มีของเหลือทิ้งเป็นศูนย์ (Zero Waste) อีกด้วย”

ทั้งนี้ บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) ได้รับรางวัลผู้ประกอบธุรกิจส่งออกดีเด่น (Prime Minister’s Export Award : PM Export Award 2019) ประเภทแบรนด์ไทยยอดเยี่ยม (Best Thai Brand) จาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยรางวัล PM Export Award ถือเป็นรางวัลสูงสุดของรัฐบาลที่มอบให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจส่งออกดีเด่นเพื่อเป็นเครื่องหมายแห่งความภาคภูมิใจของประเทศและเป็นการประกาศเกียรติคุณถึงความสำเร็จและความทุ่มเทของผู้ประกอบการไทย อีกทั้ง ยังได้รับการรับรองฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์สำหรับผลิตภัณฑ์เค้กกล้วยหอม ในงานร้อยดวงใจ ร่วมใจลดโลกร้อน ซึ่งจัดโดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) โดยมี ธเนศพล ธนบุณยวัฒน์เลขานุการรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นผู้มอบ ณ โรงแรมเดอะเบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ หลังจากที่ได้รับการรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์สำหรับผลิตภัณฑ์บัทเทอร์เค้กเอส แอนด์ พี ไปเมื่อปีก่อน ซึ่งทั้งสองรายการเป็นผลิตภัณฑ์ที่มียอดขายจำนวนมากเป็นอันดับต้นๆ ของแบรนด์ รวมถึง ได้รับมอบประกาศนียบัตรใน “พิธีมอบประกาศนียบัตรแก่ภาคอุตสาหกรรมที่เข้าร่วมโครงการประชาสัมพันธ์มาตรการปรับลดปริมาณเกลือหรือโซเดียมในผลิตภัณฑ์อาหารเชิงสมัครใจ” ในกิจกรรมรณรงค์ “รู้ฉลาก กินฉลาด ลดโซเดียม” ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน โดยมี สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้มอบ เพื่อรณรงค์ให้ผู้บริโภคตระหนักรู้เรื่องการบริโภคลดโซเดียมในผลิตภัณฑ์อาหารนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค อันเป็นการลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ณ ศูนย์การค้า เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์

นอกจากนี้ ยังได้รับรางวัล 3Rs Award รางวัล Zero Waste to Landfill Achievement Award และรางวัล 3Rs+Awards ระดับเหรียญทอง ในโครงการพัฒนาศักยภาพการใช้ประโยชน์กากของเสียประจำปีงบประมาณ  พ.ศ. 2562 สำหรับสายการผลิตอาหารในภาคอุตสาหกรรม โดยมี บรรจง สุกรีฑา รองอธิบดี กรมโรงงานอุตสาหกรรม เป็นผู้มอบ ณ สโมสรทหารบก ซึ่งการจัดการกากอุตสาหกรรมตามหลัก 3Rs คือ การลดการใช้ (Reduce) การใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าที่สุด โดยการนำสิ่งของเครื่องใช้มาใช้ซ้ำ (Reuse) และการนำหรือเลือกใช้ทรัพยากรที่สามารถนำกลับมารีไซเคิลหรือนำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) เป็นการส่งเสริมการหมุนเวียนใช้ประโยชน์ของเสียและลดปริมาณของเสียที่ต้องกำจัด เพื่อมุ่งสู่การใช้ประโยชน์ของเสียได้ทั้งหมด โดยไม่มีการนำของเสียไปฝังกลบ(Zero Waste to Landfill) อันเป็นตัวอย่างที่ดีในการจัดการของเสียให้กับภาคอุตสาหกรรมต่อไป นับเป็นความภาคภูมิใจของ บมจ.เอส แอนด์ พี ซินดิเคท ที่มีกระบวนการผลิตอาหารที่ยั่งยืนเพื่อส่งเสริมสังคม เศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนสำหรับประเทศไทยและโลกของเราต่อไป

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มอบรางวัลผู้ประกอบธุรกิจส่งออกดีเด่น (Prime Minister’s Export Award : PM
Export Award 2019) ประเภทแบรนด์ไทยยอดเยี่ยม ให้แก่ เกษสุดา
ไรวา ประธาน กก.บริหาร บมจ. เอส แอนด์ พี ซินดิเคท

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มอบรางวัลผู้ประกอบธุรกิจส่งออกดีเด่น (Prime Minister’s Export Award : PM Export Award 2019) ประเภทแบรนด์ไทยยอดเยี่ยม ให้แก่ เกษสุดา ไรวา ประธาน กก.บริหาร บมจ. เอส แอนด์ พี ซินดิเคท
ประกาศนียบัตรรับรองฉลากคาร์บอน
ฟุตพริ้นท์สำหรับผลิตภัณฑ์เค้กกล้วยหอม

ประกาศนียบัตรรับรองฉลากคาร์บอน ฟุตพริ้นท์สำหรับผลิตภัณฑ์เค้กกล้วยหอม
จงชนะ จันทมาศ รอง ผจญ.สายการผลิตอาหาร รับมอบรางวัล 3Rs Award รางวัล Zero Waste to Landfill Achievement Award และ รางวัล 3Rs+ Awards ระดับเหรียญทอง จาก บรรจง สุกรีฑา รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม

จงชนะ จันทมาศ รอง ผจญ.สายการผลิตอาหาร รับมอบรางวัล 3Rs Award รางวัล Zero Waste to Landfill Achievement Award และ รางวัล 3Rs+ Awards ระดับเหรียญทอง จาก บรรจง สุกรีฑา รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม
มณีสุดา ศิลาอ่อน ผอ.สำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร รับมอบประกาศนียบัตร
โครงการประชาสัมพันธ์มาตรการปรับลดปริมาณเกลือหรือโซเดียมในผลิตภัณฑ์อาหาร
เชิงสมัครใจจาก สาธิต ปิตุเตชะ รมช.กระทรวงสาธารณสุข

มณีสุดา ศิลาอ่อน ผอ.สำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร รับมอบประกาศนียบัตร โครงการประชาสัมพันธ์มาตรการปรับลดปริมาณเกลือหรือโซเดียมในผลิตภัณฑ์อาหาร เชิงสมัครใจจาก สาธิต ปิตุเตชะ รมช.กระทรวงสาธารณสุข
กำธร ศิลาอ่อน กก.ผจญ.สายการผลิตและการเงิน รับมอบประกาศนียบัตร การรับรองฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์สำหรับผลิตภัณฑ์เค้กกล้วยหอม จาก ธเนศพล ธนบุณยวัฒน์ เลขานุการรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

กำธร ศิลาอ่อน กก.ผจญ.สายการผลิตและการเงิน รับมอบประกาศนียบัตร การรับรองฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์สำหรับผลิตภัณฑ์เค้กกล้วยหอม จาก ธเนศพล ธนบุณยวัฒน์ เลขานุการรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
โล่รางวัล 3Rs Award รางวัล Zero Waste to Landfill Achievement Award และรางวัล 3Rs+ plus Awards ระดับเหรียญทอง

โล่รางวัล 3Rs Award รางวัล Zero Waste to Landfill Achievement Award และรางวัล 3Rs+ plus Awards ระดับเหรียญทอง

มหกรรม‘เด็กอวดดี เทอม 2’

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/454558

จรูญรัตน์ สาลี ผจก.ทั่วไป บจ.เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ ต้อนรับพร้อมมอบใบประกาศนียบัตรให้กับตัวแทนสถาบันสอนพิเศษ ภายในศูนย์การค้าเดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 ได้แก่
โรงเรียนพิงกุส์ อิงลิส สคูล, สถาบันครูยักษ์ สปอร์ต ยิม,โรงเรียนสอนศิลปะการปั้น
เคลย์ เวิร์คส, โรงเรียนสอนดนตรียามาฮ่า มิวสิก สคูล และสถาบันส่งเสริมทักษะการเรียนรู้
คิงส์คลาส อะคาเดมี่ ที่มาร่วมออกบูธกิจกรรมและสร้างสรรค์การแสดงน่ารักจากเด็กๆ

มหกรรม‘เด็กอวดดี เทอม 2’

วันจันทร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

เต็มไปด้วยบรรยากาศน่ารักของเด็กๆ ที่มาอวดความสามารถ สร้างความรู้แบบนอกกรอบ ในมหกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ และการแสดงออกของเด็กๆในงาน “เด็กอวดดี เทอม 2” ที่ ศูนย์การค้า เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 ร่วมกับ สถาบันสอนพิเศษชั้นนำภายในโซนการศึกษาของศูนย์การค้าฯ เปิดเวทีให้เด็กๆ แสดงความสามารถพิเศษใช้เวลาว่างในวันหยุดมาเล่นพร้อมเรียนรู้อย่างมีคุณภาพบริเวณลานไนน์สแควร์ ศูนย์การค้าเดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 เมื่อหลายวันก่อน

โดยภายในงาน จรูญรัตน์ สาลี ผู้จัดการทั่วไป บริษัทเดอะไนน์ เซ็นเตอร์ จำกัด ต้อนรับและมอบใบประกาศนียบัตรแก่ตัวแทนสถาบันสอนพิเศษ ที่นำเด็กๆ มาร่วมโชว์ความสามารถผ่านการแสดงสนุกสนานมากมาย อาทิ การเต้นและเล่านิทานภาษาอังกฤษ จากโรงเรียน Pingu’s English School (พิงกุส์ อิงลิสสคูล) โชว์เล่นเทควันโด ศิลปะมวยไทย เต้นโคฟเวอร์ และ เต้นบัลเลต์ โดยสถาบัน KRUYUK SPORT GYM (ครูยักษ์ สปอร์ต ยิม) รวมถึงการแสดงรำไทยจินตลีลา เดินแบบชุดรีไซเคิลจากเด็กๆ โรงเรียนสอนศิลปะการแสดงจากทั่วกรุงเทพฯ ที่พร้อมมาปล่อยพลังความสร้างสรรค์ในแบบที่ตัวเองถนัด รวมถึงบูธเวิร์กช็อปส่งเสริมการเรียนรู้ จากโรงเรียนสอนศิลปะการปั้น CLAYWORKS (เคลย์ เวิร์คส) โรงเรียนสอนดนตรีYAMAHA MUSIC SCHOOL (ยามาฮ่ามิวสิก สคูล) สถาบันส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ KingClass Academy(คิงส์คลาส อะคาเดมี่) บูธหนังสือนิทานจาก ร้านหนังสือนายอินทร์ โซนสนามเด็กเล่นตัวต่อเสริมพัฒนาการจากประเทศญี่ปุ่น LaQ (ลาคิว) และเต็นท์อาณาจักรแห่งจินตนาการ Nero Plat Tent ที่พร้อมเปิดโอกาสให้เด็กๆ มาทดลองเรียนและเล่นได้ตลอดทั้งวัน นอกจากนี้ยังมีเซอร์ไพรส์ มินิคอนเสิร์ตจาก “น้องชาดำ”ด.ช.ปุญญพัฒน์ อธิกเศวตพฤทธิ์ นักร้องอารมณ์ดีวัยจิ๋ว ดีกรีผู้เข้ารอบ 4 คนสุดท้ายจาก เวทีเดอะวอยซ์ คิดส์ ไทยแลนด์2019 ที่มาโชว์ความน่ารักสดใสในเพลง“แค่ยิ้มก็พอ” พร้อมร่วมเล่นสนุกกับเกมจังก้าไม้ยักษ์ กับเด็กๆ ที่มาร่วมงานด้วยความสนุกสนาน

จรูญรัตน์ สาลี ผจก.ทั่วไป บจ.เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ ต้อนรับพร้อมมอบใบประกาศนียบัตรให้กับตัวแทนสถาบันสอนพิเศษ ภายในศูนย์การค้าเดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 ได้แก่
โรงเรียนพิงกุส์ อิงลิส สคูล, สถาบันครูยักษ์ สปอร์ต ยิม,โรงเรียนสอนศิลปะการปั้น
เคลย์ เวิร์คส, โรงเรียนสอนดนตรียามาฮ่า มิวสิก สคูล และสถาบันส่งเสริมทักษะการเรียนรู้
คิงส์คลาส อะคาเดมี่ ที่มาร่วมออกบูธกิจกรรมและสร้างสรรค์การแสดงน่ารักจากเด็กๆ

จรูญรัตน์ สาลี ผจก.ทั่วไป บจ.เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ ต้อนรับพร้อมมอบใบประกาศนียบัตรให้กับตัวแทนสถาบันสอนพิเศษ ภายในศูนย์การค้าเดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 ได้แก่ โรงเรียนพิงกุส์ อิงลิส สคูล, สถาบันครูยักษ์ สปอร์ต ยิม,โรงเรียนสอนศิลปะการปั้น เคลย์ เวิร์คส, โรงเรียนสอนดนตรียามาฮ่า มิวสิก สคูล และสถาบันส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ คิงส์คลาส อะคาเดมี่ ที่มาร่วมออกบูธกิจกรรมและสร้างสรรค์การแสดงน่ารักจากเด็กๆ

เด็กๆ ร่วมเล่นสนุกกับเกมจังก้าไม้ยักษ์

เด็กๆ ร่วมเล่นสนุกกับเกมจังก้าไม้ยักษ์
ด.ช.ปุญญพัฒน์
อธิกเศวตพฤทธิ์
โชว์ความน่ารักสดใส
ในการร้องเพลง
“แค่ยิ้มก็พอ”

ด.ช.ปุญญพัฒน์ อธิกเศวตพฤทธิ์ โชว์ความน่ารักสดใส ในการร้องเพลง “แค่ยิ้มก็พอ”
เด็กๆ จากโรงเรียนพิงกุส์ อิงลิส สคูล แสดงทักษะการร้องเพลงและทายคำศัพท์ภาษาอังกฤษ

เด็กๆ จากโรงเรียนพิงกุส์ อิงลิส สคูล แสดงทักษะการร้องเพลงและทายคำศัพท์ภาษาอังกฤษ
เด็กๆ จากโรงเรียนพิงกุส์ อิงลิส สคูล แสดงทักษะการร้องเพลงและทายคำศัพท์ภาษาอังกฤษ

เด็กๆ จากโรงเรียนพิงกุส์ อิงลิส สคูล แสดงทักษะการร้องเพลงและทายคำศัพท์ภาษาอังกฤษ

เยาวชนโชว์พลังสุดเจ๋ง คว้าถ้วยสมเด็จพระเทพฯ เชียร์ลีดดิ้งชิงแชมป์ประเทศไทย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/454557

เยาวชนโชว์พลังสุดเจ๋ง คว้าถ้วยสมเด็จพระเทพฯ เชียร์ลีดดิ้งชิงแชมป์ประเทศไทย

วันจันทร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

กีฬาเชียร์ลีดดิ้ง เป็นหนึ่งในกีฬาที่ทั่วโลกให้การยอมรับ และในประเทศไทยก็มีหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่ให้ความสำคัญและให้การสนับสนุนกีฬา ด้วยการจัดการแข่งขันเชียร์ลีดดิ้งชิงแชมป์ประเทศไทยเป็นประจำทุกปีภายใต้การสนับสนุนของกรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สหพันธ์กีฬาเชียร์ลีดดิ้งประจำประเทศไทย สมาคมเชียร์ลีดดิ้งแห่งประเทศไทย และภาคเอกชน โดยมีเป้าหมายสูงสุดนอกเหนือจากการส่งเสริมและสนับสนุนให้เยาวชนไทยฝึกฝนและเล่นกีฬาดังกล่าวแล้ว ก็คือการเฟ้นหานักกีฬาเชียร์ลีดดิ้ง เพื่อเป็นตัวแทนเข้าร่วมการแข่งขันในระดับเอเชียและนานาชาติ การแข่งขัน “Lactasoy Presents Thailand National Cheerleading Championship 2019” ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 15 เมื่อวันที่ 19-20 ตุลาคม ที่ผ่านมา มีทีมนักกีฬาเชียร์ลีดดิ้งจากสถาบันการศึกษาต่างๆ กว่า 60 แห่ง จัดส่งทีมนักกีฬาตั้งแต่ระดับอนุบาล จนถึงระดับอุดมศึกษาเข้าร่วมแข่งขันรวมกว่า 200 ทีม ณ สนามกีฬานิมิบุตร เพื่อชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี และถ้วยประทานพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ

พรรวนา มหาทรัพย์ ผู้จัดการฝ่ายโฆษณาและการตลาดสัมพันธ์ บริษัท แลคตาซอย จำกัด กล่าวว่า “แลคตาซอยร่วมสนับสนุนการจัดงานนี้ เพื่อต้องการส่งเสริมให้เยาวชนใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ส่งเสริมการพัฒนาทักษะด้านกีฬาเชียร์ลีดดิ้งที่แลคตาซอยพิจารณาเห็นว่าเป็นกีฬาที่ผู้เล่นต้องใช้ทักษะ ความทุ่มเทและความขยันในการฝึกซ้อม และเรียนรู้ที่จะทำงานร่วมกันเป็นทีม ซึ่งตรงกับคอนเซ็ปต์ของแลคตาซอยในเรื่องของ“พลังของคนทุ่มเท” นอกจากนี้ ยังได้สนับสนุนเงินจำนวน 100,000 บาท สำหรับทีมที่จะเป็นตัวแทนของประเทศไทยไปแข่งขันในเวทีระดับนานาชาติที่ประเทศญี่ปุ่นในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนนี้อีกด้วย”

ผลการแข่งขันเชียร์ลีดดิ้งชิงแชมป์ประเทศไทย มีดังนี้ ประเภท Individual Solo รุ่นอายุ 3-7 ปี โรงเรียนอนุบาลเมืองเอก,รุ่นอายุ 7-12 ปี สโมสรศราญญ์สตูดิโอ,รุ่นอายุ 12-18 ปี สโมสร KS Gymnastic Center เชียงใหม่,รุ่นอายุ 18-25 ปี มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต ประเภท Cheerleading Double รุ่นอายุ 12-18 ปี โรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช,รุ่นอายุ 18-25 ปี มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต ประเภท Cheerleading Small Groupรุ่นอายุ 7-12 ปี สโมสรศราญญ์สตูดิโอ, รุ่นอายุ 12-18 ปี โรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช, รุ่นอายุ 15-20 ปี วิทยาลัยเซ้าท์อีสบางกอก,รุ่นอายุ 18-25 ปี วิทยาลัยเซ้าท์อีสบางกอก ประเภท Urban Cheer Dance Double รุ่นอายุ 7-12 ปี สโมสรศราญญ์สตูดิโอ,รุ่นอายุ 12-18 ปี สโมสรศราญญ์สตูดิโอ,รุ่นอายุ 18-25 ปี มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต ประเภท Cheer Dance Double รุ่นอายุ 3-7 ปี โรงเรียนอนุบาลเมืองเอก, รุ่นอายุ 7-12 ปี สโมสรศราญญ์สตูดิโอ, รุ่นอายุ 12-18 ปี สโมสรศราญญ์สตูดิโอ, รุ่นอายุ 18-25 ปี วิทยาลัยเซ้าท์อีสบางกอก ประเภท Urban Cheer Dance รุ่นอายุ 7-12 ปี โรงเรียนเทศบาล 3, รุ่นอายุ 12-18 ปี สโมสรศราญญ์สตูดิโอ,รุ่นอายุ 18-25 ปี มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต ประเภท Cheer Dance รุ่นอายุ 3-7 ปี โรงเรียนอนุบาลโชคชัยลาดพร้าว, รุ่นอายุ 7-12 ปี สโมสรศราญญ์สตูดิโอ, ทรุ่นอายุ 12-18 ปี สโมสรศราญญ์สตูดิโอ, รุ่นอายุ 18-25 ปี วิทยาลัยเซ้าท์อีสบางกอก ประเภท Cheerleading รุ่นอายุ 3-7 ปี โรงเรียนอนุบาลเมืองเอก, รุ่นอายุ 7-12 ปี โรงเรียนเซนต์โยเซฟเมืองเอก,รุ่นอายุ 12-18 ปี ดิวิชั่น 1 โรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช,รุ่นอายุ 12-18 ปีดิวิชั่น 2 โรงเรียนวัดนาวง, รุ่นอายุ 12-18 ปี ประเภทพิการทางการได้ยินโรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดนนทบุรี, รุ่นอายุ 16-20 ปี วิทยาลัยสยามบริหารธุรกิจ, รุ่นอายุ 18-25 ปี มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต ประเภท Cheerleading All Star มหาวิทยาลัยรังสิต คะแนนรวมชนะเลิศ รุ่นอายุ 3-7 ปี โรงเรียนอนุบาลเมืองเอก, รุ่นอายุ 7-12 ปี สโมสรศราญญ์สตูดิโอ, รุ่นอายุ 12-18 ปี โรงเรียนพนาสนวิทยา, รุ่นอายุ  18-25 ปี มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต

คอนเสิร์ตเพลงพระนิพนธ์ใน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ‘Four Royal Orchestral Suites for His Majesty King Rama X’

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/454579

คอนเสิร์ตเพลงพระนิพนธ์ใน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ‘Four Royal Orchestral Suites for His Majesty King Rama X’

วันจันทร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

คอนเสิร์ตเพลงพระนิพนธ์ใน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ

‘Four Royal Orchestral Suites for His Majesty King Rama X’

เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562

เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 มูลนิธิรอยัลแบงค็อกซิมโฟนี ออเคสตร้า ในพระ
อุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ได้รับพระราชทานพระอนุญาตให้อัญเชิญบทเพลงพระนิพนธ์ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ4 บทเพลง จัดแสดงดนตรี “Four Royal Orchestral Suites for His Majesty King Rama X” ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ในวันที่ 21 และวันที่ 22 พฤศจิกายน 2562 เวลา 20.00 น. ณ โรงละครแห่งชาติ โดยในวันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จะเสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอฯ กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทอดพระเนตรการแสดงคอนเสิร์ตครั้งยิ่งใหญ่นี้

เป็นที่ทราบดีว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงมีพระอัจฉริยภาพด้านดนตรีและสนพระทัยในดนตรีไทยและดนตรีคลาสสิกมาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ โดยปัจจุบันทรงเป็นองค์อุปภัมภ์มูลนิธิรอยัลแบงค็อกซิมโฟนี ออเคสตร้า และวงรอยัลแบงค็อกซิมโฟนี ออเคสตร้า (Royal Bangkok Symphony Orchestra) หรือ RBSO ทั้งยังทรงประพันธ์เพลงให้วงรอยัล แบงค็อกซิมโฟนีออเคสตร้า ถวายงานในแฟชั่นโชว์ของแบรนด์ SIRIVANNAVARI อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมา การแสดงดนตรีครั้งนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงพระนิพนธ์บทเพลง 4 บท และทรงทำหน้าที่อำนวยการแสดง (Producer) ด้วยพระองค์เอง พร้อมกับทรงเชิญ 3 นักดนตรีชั้นแนวหน้าจากวง เวียนนา ฟิลฮาร์โมนิก มาร่วมบรรเลงเพลงร่วมกับวงรอยัลแบงค็อกซิมโฟนี ออเคสตร้า หรือ RBSO

ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ ในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิรอยัลแบงค็อกซิมโฟนี ออเคสตร้า และประธาน บี.กริม กล่าวว่า “คอนเสิร์ตครั้งนี้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงเป็นผู้ประพันธ์เพลง และทรงเป็นโปรดิวเซอร์การแสดงทั้งหมด โดยทรงดูแลตั้งแต่การออกแบบฉาก เวที แสง เสียง และทรงออกแบบเครื่องแต่งกายนักดนตรี ภายใต้แบรนด์ SIRIVANNAVARI และ S’Homme  นอกจากนี้ มูลนิธิยังได้ร่วมมือกับวงออเคสตร้า Vienna Philharmonic (เวียนนา ฟิลฮาร์โมนิก) ประเทศออสเตรียซึ่งมีชื่อเสียงระดับโลก โดยได้เชิญนักดนตรีชั้นนำจากวงมา 3 คน ได้แก่ ลาดิสลาฟ พาปป์ (นักฮาร์ป), โรเบิร์ต เนกี (นักเชลโล) และ แดเนียลฟรอชเชาเออร์ (ผู้ควบคุมวงรับเชิญและนักไวโอลิน) มาร่วมแสดงกับวง RBSO เป็นครั้งแรกด้วย

อีกทั้ง คอนเสิร์ตครั้งนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะเป็นการแสดงถวายทูลกระหม่อมพ่อของพระองค์ โดยทรงเอาพระทัยใส่และทุ่มเทอย่างเต็มที่ ทรงมาควบคุมการซ้อม การบันทึกเสียงและทอดพระเนตรการแสดงด้วยพระองค์เองทุกครั้งทรงร่วมงานกับนักดนตรีและผู้อำนวยการเพลงเฉกเช่นคนธรรมดา ทรงเป็นกันเองและมีพระเมตตากับนักดนตรีมากๆ บรรยากาศการทรงงานจึงเป็นไปอย่างสนุกสนาน ทุกคนแสดงความสามารถของตัวเองออกมาได้ โดยไม่เกร็ง ทั้งยังสามารถเสนอความคิดเห็นได้ และพระองค์ทรงรับฟังทรงวิเคราะห์ โดยทรงตัดสินพระทัยว่าควรหรือไม่ควร”

วันชัย ญาณอุบล, ดร.ณรงค์ฤทธิ์ ธรรมบุตร และ นวลพรรณ ล่ำซำ

วันชัย ญาณอุบล กรรมการและ ผู้ช่วยเลขานุการมูลนิธิรอยัลแบงค็อกซิมโฟนีออเคสตร้า กล่าวว่า “เนื่องด้วยมูลนิธิรอยัล แบงค็อกซิมโฟนี ออเคสตร้า ได้มีโอกาสถวายงานแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ด้วยการบรรเลงเพลงประกอบที่ใช้ในการแสดงแฟชั่นโชว์แบรนด์ SIRIVANNAVARI ตั้งแต่ ปี 2559 ถึงปี 2562 พระองค์จึงทรงมีพระดำริให้รวบรวมเพลงทั้งหมดมาจัดเป็นงานแสดงคอนเสิร์ตเพื่อเฉลิมพระเกียรติถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ยังความปลื้มปีติมาสู่นักดนตรีและผู้ถวายงานทุกคน ที่ได้ใช้ความสามารถด้านดนตรีของตนเองเพื่อแสดงความจงรักภักดีในวโรกาสพิเศษนี้ สำหรับการทำงานครั้งนี้ถือเป็นความท้าทาย เพราะได้มีการเรียบเรียงบทเพลงพระนิพนธ์เดิมขึ้นใหม่เพื่อให้เหมาะสมกับการแสดงคอนเสิร์ตครั้งนี้ และถือเป็นครั้งแรกที่ประชาชนจะได้ร่วมดื่มด่ำกับบทเพลง พระนิพนธ์ทั้งหมดของพระองค์ ในการแสดงคอนเสิร์ตครั้งสำคัญ

การแสดงคอนเสิร์ตครั้งนี้ ประกอบด้วย 4 บทเพลงพระนิพนธ์ ซึ่งเป็นบทเพลงที่ใช้ในการแสดงแฟชั่นโชว์แบรนด์ SIRIVANNAVARI ตั้งแต่ปี 2559 ถึงปี 2562 นอกจากนี้ ยังทรงออกแบบเครื่องดนตรีขึ้นใหม่มีชื่อว่า รีฟอร์ม (Reform) เป็นเครื่องดนตรีที่ให้เสียงแบบเพอร์คัสชั่น โดยการแสดงในภาคแรก 2 บทเพลง ได้แก่ Adobe of Metamorphosis และ The Story About “Horse, Helen, Henry” ใช้เวลาประมาณ 35 นาที และในภาคสอง ได้แก่ Lost in Mystical Garden และบทเพลง Serenity ซึ่งเป็นบทเพลงที่มีคอรัสร่วมด้วย 80-100 คน โดยมีนักร้องเสียงโซปราโน่คือ รัดเกล้า อามระดิษ มาร่วมขับร้อง พร้อมทั้งมีเบส บาริโทน โดย กิตตินันท์ ชินสำราญ มาร้องในพาร์ท โซโล่”

นวลพรรณ ลํ่าซำ กรรมการ มูลนิธิรอยัลแบงค็อกซิมโฟนี ออเคสตร้า กล่าวถึง พระอัจฉริยภาพด้านดนตรีของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ว่า “ทรงมีพระปรีชาด้านการนำแรงบันดาลพระทัยจากสถานที่ที่ทรงเสด็จไปเยือน การทรงม้าอันเป็นพระจริยวัตรที่พระองค์โปรด นำมาใช้สร้างสรรค์เป็นแรงบันดาลพระทัยและยังทรงถ่ายทอดออกเป็นสุทรียศาสตร์หลากหลายแขนงทั้งด้านดนตรี ซึ่งคอนเสิร์ตครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญยิ่งที่ผู้คนจะมีโอกาสชื่นชมพระอัจฉริยภาพด้านดนตรี”

ทั้งนี้ ในฐานะองค์อุปภัมภ์มูลนิธิฯ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ พระราชทานแนวทางการดำเนินงานของวงไว้ว่า
ทรงมีพระประสงค์ที่จะพัฒนาและยกระดับวงดุริยางค์ซิมโฟนี ให้ทัดเทียมกับวงออเคสตร้าชั้นนำของโลกโดยทรงตั้งเป้าหมายไว้ว่า ต้องเป็นอันดับหนึ่งในเอเชีย-แปซิฟิก และขั้นต่อไปคือต้องทัดเทียมระดับ A ของวงในยุโรปให้ได้ ทรงตั้งพระทัยด้วยการพัฒนานักดนตรีผ่านการฝึกซ้อมและการแสดง จึงมีพระดำริให้จัดคอนเสิร์ตเดือนละ3 โปรแกรม รวมถึงการคัดเลือกวาทยกรชาวต่างชาติมากฝีมือมาร่วมงาน เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ประสบการณ์ ช่วยสร้างแรงกระตุ้นให้นักดนตรีฝึกเกลาฝีมือเพิ่มขีดความสามารถไปอีกขั้น ซึ่งพระปณิธานของพระองค์นั้นเป็นที่ประจักษ์ถึงความทุ่มเทและความใส่พระทัยแก่วงอย่างแท้จริง

ร่วมดื่มด่ำไปกับบทเพลงพระนิพนธ์และชื่นชมในพระอัจฉริยภาพของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในคอนเสิร์ต “Four Royal Orchestral Suites for His Majesty King Rama X” ระหว่างวันที่
21-22 พฤศจิกายน 2562 ณ โรงละครแห่งชาติ กรุงเทพฯ โดยประชาชนทั่วไปสามารถเข้าชมในรอบวันที่ 22 พฤศจิกายน 2562 เวลา 20.00 น. บัตรราคา 500 บาททุกที่นั่ง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร.02-2556617-8 หรือจองบัตรได้ที่ www.thaiticketmajor.com หรือชมผ่านเฟซบุ๊คไลฟ์ ทางเพจ Royal Bangkok Symphony Orchestra

โบลอน เปิดตัวแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ ‘ใหม่-ดาวิกา’

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/454611

โบลอน เปิดตัวแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ ‘ใหม่-ดาวิกา’

วันจันทร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

โบลอน (BOLON) แบรนด์ชั้นนำ ระดับโลกภายใต้ บริษัท เอสซีลอร์ กรุ๊ป ผู้นำเสนอผลิตภัณฑ์แว่นกันแดดและแว่นสายตาแฟชั่นที่ผลิตด้วยวัสดุคุณภาพสูง เปิดตัวแว่นตาคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุดประจำฤดูหนาว “Fall/Winter 2019” ที่โดดเด่นทั้งด้านการออกแบบที่ล้ำสมัย พร้อมเปิดตัวแบรนด์ แอมบาสซาเดอร์นางเอกสุดฮอต “ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่” ที่เปิดตัวกับลุคสุดเฟี้ยซโดยคอลเลคชั่นแว่นกันแดดมานำเสนอมี 8 ซีรี่ส์ คือ ANONYMOUS, LES JARDINS, SHADOW PLAY, CAT CHIC, HALF MOON, URBAN SPIRIT, THE SADDLE, COOL ATTITUDE ส่วนคอลเลคชั่นกรอบแว่นสายตานำเสนอ 7 ซีรี่ส์ใหม่ ด้วยกัน คือ SADDLE, PLANET, RETROGRADE, HALF MOON, BUTTERFLIES & BOWS, CAT CHIC และ MODERN VINTAGE

การนำเสนอแฟชั่นหลากหลายสไตล์ งานฝีมือที่พิถีพิถัน และราคาที่จับต้องได้ ถือเป็นปรัชญาหลัก 3 ประการที่แบรนด์โบลอน (Bolon) ยึดถือและสะท้อนให้เห็นในตัวสินค้าทุกรุ่น โดยกรอบแว่นตาโบลอน (Bolon) เน้นการเลือกใช้รูปทรงคลาสสิกมาออกแบบใหม่เพื่อเพิ่มความทันสมัยให้สอดรับกับรูปหน้าทุกแบบโดยเฉพาะ รูปหน้าคนเอเชีย ให้กลายเป็นผลงานศิลปะที่เต็มไปด้วยเอกลักษณ์ที่ไม่ซ้ำใคร

อีกทั้งโบลอน (BOLON) นั้นได้รับรางวัล แบรนด์ที่ครองใจผู้บริโภคระดับเอเชียปี 2014 และในปี 2015 และยังได้รับการจัดอันดับในรายชื่อ Top 500 Asian Brands และยังคงได้รับต่อเนื่อง ในปี 2017-2019 อีกด้วย ติดตามข่าวสารเพิ่มเติม ได้ที่เว็บไซต์ https://bolon.co.th/ เฟซบุ๊ค Bolon Eyewear Thailand และอินสตาแกรม Boloneyewearth

ทีมแพทย์โชว์นวัตกรรมด้านสุขภาพ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/454574

news_default

ทีมแพทย์โชว์นวัตกรรมด้านสุขภาพ

วันจันทร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

โรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง จัดทีมแพทย์โชว์นวัตกรรมด้านสุขภาพ ในงาน “OIIO” Thailand TECHLAND 2019 โดย ดร.วสันต์ อภิวัฒนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและคณะแพทย์ โรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง พร้อมด้วย พญ.กอบกาญจน์ ชุณหสวัสดิกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติทางการแพทย์ จากศูนย์ตรวจสุขภาพ Jin Wellness Clinic ดร.ชนาวีร์ รัตนาจารย์ จากศูนย์เวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ พญ.วริศรา ตันยิ่งยง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านความงาม จากศูนย์นวัตกรรมความงาม และ ทันตแพทย์วรวีร์ เหล่าวรวิทย์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านทันตกรรมทั่วไป จากศูนย์ทันตกรรมดิจิทัล เข้าร่วมงาน “OIIO” Thailand TECHLAND 2019 ณ รอยัล พารากอนฮออล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน พร้อมจัดเสวนาให้ความรู้เรื่อง “The Future of Health Tech” อัพเดตเทรนด์สุขภาพที่มีการนำนวัตกรรมเข้ามาช่วยในการดูแลรักษาที่ทันสมัย เช่น การทำรากฟันเทียม ได้ภายในวันเดียว เพื่อมุ่งสู่ความเป็นเลิศทางการแพทย์ในประเทศไทย ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมงานเป็นจำนวนมาก