แคมเปญโดนใจ ‘Fast & Easy’

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/454721

news_default

แคมเปญโดนใจ ‘Fast & Easy’

วันอังคาร ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ยืนหนึ่งเรื่องสรรหาบริการให้โดนใจลูกค้า สำหรับ บริษัท เบนซ์ตลิ่งชันจำกัด โดยบอสสาว โอ-จิตติรัตน์ ตันตสิรินทร์ ส่งแคมเปญ “Fast & Easy” จองคิว 1 นาที ซ่อมทันที1 ชั่วโมง กับบริการรวดเร็วทันใจตอบรับไลฟ์สไตล์โดยใช้เทคโนโลยีอำนวยความสะดวกสบายให้ลูกค้าเมอร์เซเดส-เบนซ์ เพียงกดจองคิว 1 นาที ผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อเช็คสภาพรถให้พร้อมก่อนเดินทาง รับบริการตรวจเช็คระยะและซ่อมเสร็จทันทีใน 1 ชั่วโมง พิเศษตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 30 ธันวาคม นี้ รับสิทธิ์ตรวจเช็คฟรี 30 รายการ ฟรีน้ำมันเครื่อง 1 ลิตรและรับส่วนลดสูงสุด 25 %จองคิววันนี้ได้ที่ Line : @benztalingchan

‘All For Love 46’โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น ต้นตำรับจัดงานวิวาห์ในราคาสุดคุ้ม

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/454727

‘All For Love 46’โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น ต้นตำรับจัดงานวิวาห์ในราคาสุดคุ้ม

วันอังคาร ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

หนาวนี้จะอบอุ่นละมุนหัวใจไม่มีวันลืม เมื่อคู่รักมางาน All For Love 46ฟรี! พิธีหมั้น มือถือ เครื่องใช้ไฟฟ้า ฯลฯโรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่นเสาร์ที่ 30 พฤศจิกายนนี้ เวลา 06.00-20.00 น.

เปลี่ยนภาพงานแต่งงานในฝันให้เป็นความจริง ด้วยแพ็กเกจแต่งงานสุดคุ้ม!! โรงแรมมิราเคิล แกรนด์คอนเวนชั่น เป็นเรื่องราวของความรักที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสีสันแห่งความประทับใจอันแสนอบอุ่น

ต้องยอมรับว่า ดร.อัศวิน อิงคะกุล ประธานมิราเคิล กรุ๊ป เป็นผู้นำและคร่ำหวอดในการจัดงานวิวาห์ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น เป็นโรงแรมชั้นแนวหน้าในตำนานแห่งความทรงจำของเมืองไทย ที่ได้รับความไว้วางใจจากคู่รักกว่า 10,000 คู่ ในรอบ 1 ทศวรรษที่ผ่านมา เลือกเป็นสถานที่จัดงาน

คลายความกังวลด้วยความเชื่อใจการันตีความเป็นมืออาชีพแบบครบวงจร เริ่มตั้งแต่พิธีสงฆ์ ยกขันหมาก รดน้ำสังข์ยกน้ำชา ฉลองมงคลสมรส รวมถึงอาฟเตอร์ปาร์ตี้ ทุกรูปแบบ ครบจบที่เดียวโดยทีมงานมืออาชีพ ที่จะเนรมิตให้งานเลี้ยงค็อกเทล บุฟเฟ่ต์ หรือโต๊ะจีนสมบูรณ์แบบที่สุด

ด้วยบรรยากาศมิตรภาพและความรัก เพราะการแต่งงานเป็นเพียงครั้งเดียว ฉะนั้นการเลือกโรงแรมที่มีทีมที่เข้าใจเรื่องงานวิวาห์อย่างจริงจัง และสถานที่ที่รองรับแขกได้ถึง 2,500 คน โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น ตอบโจทย์ทุกความต้องการ สถานที่โดดเด่น ห้องจัดเลี้ยงโอ่โถง มีเพดานสูง โปร่งประดับประดาด้วยโคมไฟคริสตัล ดีไซน์ห้องหรูหราสุดคลาสสิก พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

สำหรับคู่รักที่จองแพ็กเกจ ฟรีงานหมั้น มือถือ พร้อมฟรีค่านำเข้าซุ้มขนมหวาน ดนตรี เครื่องใช้ไฟฟ้าชุดใหญ่ไฟกะพริบ ทีวี. ตู้เย็น ไมโครเวฟ และอื่นๆ อีกมากมายหลายรายการ

พบกับ All For Love 46 ในเวอร์ชั่นที่พิเศษกว่าครั้งไหนๆ สอบถามเพิ่มเติมโทร.02-5755599

โรงแรมมิราเคิล แกรนด์คอนเวนชั่น ขอมอบช่วงเวลาที่สุดพิเศษพร้อมประสบการณ์อันเต็มเปี่ยมไปด้วยคุณค่า และความทรงจำที่สวยงามแด่คู่รักทุกคู่ตลอดไป

มอบทุนการศึกษาสมเด็จย่า’90 พร้อมสร้างค่ายตามรอยสมเด็จย่ารุ่นที่ 4

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/454760

มอบทุนการศึกษาสมเด็จย่า’90 พร้อมสร้างค่ายตามรอยสมเด็จย่ารุ่นที่ 4

วันอังคาร ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

มูลนิธิกองทุนการกุศลสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีฯ ร่วมกับ บี.กริม บริษัทสัญชาติเยอรมันที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยกว่า 141 ปี เรียกได้ว่าอยู่คู่การเติบโตมากับประเทศไทย ขณะที่ผู้บริหารในแต่ละรุ่นต่างมีความสำนึกถึงพระมหากรุณาธิคุณมาโดยตลอด และเพื่อตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณ บี.กริม ได้ให้ความสำคัญกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ศาสนา และการศึกษา มาอย่างต่อเนื่อง

ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ ประธาน บี.กริม และประธานมูลนิธิกองทุนการกุศลสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ในพระราชูปถัมภ์ กล่าวว่ามูลนิธิกองทุนการกุศลสมเด็จพระศรีนครินทราฯก่อตั้งมา 39 ปี นับจากปี 2523 แต่เริ่มมีการจัดมอบทุนให้กับนักศึกษาวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี (วพบ.) ตั้งแต่ปี 2533 ซึ่งเป็นปีที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี มีพระชนมายุ 90 พรรษา จึงได้ดำเนินการจัดมอบทุนเป็นครั้งแรกจำนวน 30 ทุน ทั้งนี้ในปี 2562เป็นการจัดมอบทุนต่อเนื่องเป็นปีที่ 29 แล้ว โดยในปีนี้จัดมอบทุนให้นักศึกษา วพบ.510 ทุนครอบคลุม วพบ.ทั้งหมด 32 แห่งทั่วประเทศ และมอบทุนให้กับองค์กรการกุลศลอื่นๆ อีก 25องค์กร รวมเป็นเงิน 7,400,000 บาท พร้อมจัดให้มีการเข้าค่ายตามรอยสมเด็จย่ารุ่นที่ 4 เพื่อให้นักศึกษาปีที่ 3 ที่ได้รับคัดเลือกจาก วพบ.ทั้ง 32 แห่งเป็นตัวแทนมาเข้าค่ายแลกเปลี่ยนความรู้กัน รวมทั้งให้นักศึกษา วพบ.ได้ระลึกถึงคุณงามความดีของสมเด็จย่าเพื่อเป็นการสร้างแรงบันดาลใจกับนักศึกษาในการทำหน้าที่อาชีพพยาบาลได้อย่างเต็มความสามารถ

“การมอบทุนให้แก่นักศึกษาวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีเพื่อเป็นการลดภาระแก่นักศึกษา และสร้างโอกาสให้กับผู้สนใจเรียนพยาบาลแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ได้เข้ามาเรียน ส่วนค่ายตามรอยสมเด็จย่านั้นเพื่อให้นักศึกษาได้มีความรู้มากขึ้นให้เขารู้จักกันมีการแลกเปลี่ยนความรู้กัน รวมทั้งสร้างจิตสำนึกให้กับนักศึกษาต่ออาชีพพยาบาลให้ระลึกถึงสมเด็จย่าที่เคยสร้างคุณประโยชน์ให้คนไทยอย่างมหาศาลให้นักศึกษาตามรอยสร้างความดีงาม”

คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ รองประธานมูลนิธิกองทุนการกุศลสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี กล่าวว่า การจัดค่ายตามรอยสมเด็จย่าในปีนี้จัดขึ้นเป็นรุ่นที่ 4 มีวัตถุประสงค์เพื่อเชื่อมโยงผูกพันระหว่างนักศึกษาปีที่ 3 จำนวน 120 คน เป็นตัวแทนจาก 32 วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สร้างแรงบันดาลใจต่อการทำหน้าที่อาชีพพยาบาล เน้นปลูกฝังให้นักศึกษาเป็นคนดีมีความรับผิดชอบต่ออาชีพ ต่อหน้าที่ของตนเองมีความเสียสละ และสามารถดำรงชีวิตได้อย่างพอเพียงประกอบกับได้มาแลกเปลี่ยนความรู้กันแล้วสามารถนำประสบการณ์ความรู้ไปกระจายความรู้กับนักศึกษารุ่นน้องต่อไปคุณสมบัติผู้ที่จะได้รับทุนนั้นจะต้องเรียนดี ขาดแคลนทุนทรัพย์ มีความประพฤติดี โดยนักศึกษาจะได้รับทุนไปสำหรับจ่ายค่าอุปกรณ์การเรียนตำราเรียนและค่าใช้จ่ายทั่วไป โดยเงินส่วนใหญ่มาจากบริษัทบี.กริม นอกจากนี้ก็มีผู้บริจาครายย่อย ประชาชนทั่วไป ล่าสุดมีการจัดวิ่งการกุศล Run for nurse ขึ้นเป็นครั้งแรกเพื่อสมทบทุนแก่มูลนิธิกองทุนการกุศลสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเป็นทุนในการมอบให้นักศึกษา

“พยาบาลเป็นอาชีพที่มีความสำคัญกับสังคมเกี่ยวข้องประชาชนทุกคน เป็นอาชีพที่เสียสละ ผู้มาเรียนส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง แต่แท้ที่จริงแล้วการทำงานเป็นพยาบาลเป็นงานที่หนักควรจะมีผู้ชายมากขึ้นด้วย ประกอบกับคนที่มาเรียนมีฐานะขาดแคลน ดังนั้นเด็กที่มาเรียนพยาบาลจึงเป็นคนเสียสละ อุทิศตน สร้างประโยชน์ให้กับสังคมถ้าเกิดเราจะช่วยกันส่งเสริมอาชีพนี้ก็บริจาคกันได้เพื่อสร้างอาชีพนี้ให้มีคุณค่าต่อไป”

ลาวัณย์ ศรีบรรเทา นักศึกษาปีที่ 3 วพบ. จ.ชัยนาท กล่าวด้วยความภาคภูมิใจว่าพ่อแม่ทำไร่ ทำนา ไม่มีรายได้มากพอที่จะส่งเรียนในมหาวิทยาลัยเอกชน ก็เลยตัดสินใจสมัครเรียนพยาบาลที่วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีเพราะมีทุนให้ทุกปีตั้งแต่ต้นจนจบการศึกษาลดภาระค่าใช้จ่ายที่บ้านได้เยอะ การเรียนพยาบาลเป็นอาชีพที่ต้องเสียสละ และการเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ตื่นเต้นแต่ก็ได้ประสบการณ์จากวิทยากร เพื่อ วพบ.จากจังหวัดอื่นที่ได้แลกเปลี่ยนความรู้กันได้เรียนรู้เรื่องราวของสมเด็จย่าในด้านการเป็นพยาบาลจึงทำให้เห็นความสำคัญของอาชีพนี้มากขึ้นซึ่งจะเอาประสบการณ์ที่ได้รับไปปรับใช้กับวิชาชีพ” ธิติยา รักแฟงนักศึกษาปีที่ 3 วพบ.จ.ตรัง กล่าวว่าได้ทุนเรียนที่วิทยาลัยพยาบาลตรัง เลือกเรียนเพราะอยากเรียนพยาบาล การเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้จะนำเอาประสบการณ์ที่ได้รับไปปรับใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน ปรับใช้ในวิชาชีพพยาบาล และนำไปบอกเล่าให้กับนักศึกษารุ่นน้องฟัง โดยทุนที่ได้ทุกๆ ปีนั้นเป็นประโยชน์อย่างมากกับนักศึกษาที่ไม่มีทุนทรัพย์เพราะการเรียนพยาบาลค่าใช้จ่ายเยอะทุนส่วนหนึ่งที่ได้มาก็สามารถช่วยเหลือได้เยอะและยังช่วยให้น้องๆ รุ่นต่อๆ ไปมีโอกาสได้ทุนด้วย พสินฐุ์ ศรีลาวัณย์ นักศึกษาปีที่ 3 วพบ.จ.แพร่ กล่าวว่าขอบคุณบริษัทบี.กริม มูลนิธิกองทุนการกุศลสมเด็จพระศรีนครินทราฯ ที่จัดมอบทุนให้กับนักศึกษา วพบ.เพราะช่วยลดเรื่องภาระค่าใช้จ่ายกับพ่อ แม่ได้เยอะ ส่วนการร่วมกิจกรรมตามรอยสมเด็จย่าในครั้งนี้ได้รับประสบการณ์ดีๆ หลายด้านทั้งความรู้ที่ได้รับจากวิทยากร จากคุณหญิงทิพาวดี ได้เรียนรู้เรื่องราวการเป็นพยาบาลของสมเด็จย่าซึ่งทำให้เกิดแรงบันดาลใจในการทำหน้าที่ในวิชาชีพพยาบาลของตน และยังสามารถนำไปปรับใช้กับการดำเนินชีวิตประจำวันได้ รวมถึงจะนำเอาประสบการณ์ที่ได้รับไปบอกเล่าให้รุ่นน้องฟังด้วย วิภาดา วรรณราช นักศึกษาปีที่ 3วพบ.จ.อุดรธานี กล่าวว่า การเลือกเรียนพยาบาลนั้นมองว่ามีโอกาสต่อยอดได้เยอะในการทำงาน จึงตัดสินใจเรียนพยาบาล พอได้ลองมาเรียนได้ฝึกงานก็ชอบมากขึ้น เราปฏิบัติกับคนไข้ได้รับคำขอบคุณต่างๆ ทำให้เรารู้สึกประทับใจ การเรียนพยาบาลนอกจากเป็นประโยชน์กับตนเองแล้วยังสร้างประโยชน์แก่ผู้อื่น เป็นอาชีพที่มีประโยชน์ต่อสังคม การได้รับทุนจากมูลนิธิฯ ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายทางบ้านทั้งค่าเล่าเรียน การซื้ออุปกรณ์ เพราะครอบครัวไม่มีเงินเพียงพอ ดังนั้นการได้รับทุนจึงช่วยให้สามารถเรียนได้แบบสบายใจไม่ต้องกังวล การเข้าค่ายตามรอยสมเด็จย่าในครั้งนี้ก็จะนำความรู้ประสบการณ์ที่ได้รับนำไปปรับใช้การเรียนการดำรงชีวิต และการประกอบวิชาชีพพยาบาลต่อไป

ฉลองครบรอบ 1 ปี ไอคอนสยาม รังสรรค์กิจกรรมสุดอลังการ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/454758

ฉลองครบรอบ 1 ปี ไอคอนสยาม รังสรรค์กิจกรรมสุดอลังการ

วันอังคาร ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ประกาศความสำเร็จของการเป็น Global Destination มาครบ 1 ปี ล่าสุด “ไอคอนสยาม” สัญลักษณ์แห่งความรุ่งโรจน์ของไทย ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เนรมิตมหาปรากฏการณ์เฉลิมฉลองสุดยิ่งใหญ่“The Celebrations of Glory ICONSIAM”ในโอกาส ฉลองครบรอบ 1 ปี รังสรรค์กิจกรรมความบันเทิงครั้งยิ่งใหญ่ เพื่อดึงดูดลูกค้าและนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกให้มาเที่ยวชมงานตลอด 3 วันของการจัดงาน ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 8-10 พฤศจิกายน 2562 ณ ไอคอนสยาม ถนนเจริญนคร และถือฤกษ์ดี เปิด TRUE ICON HALL (ทรู ไอคอน ฮอลล์) ศูนย์ประชุมระดับโลกที่ได้มาตรฐานระดับสากลแห่งใหม่ในประเทศไทย โดยเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของไอคอนสยาม โดยมีผู้บริหารไอคอนสยาม และ ทรู ไอคอนฮอลล์ นำโดย พาสินี ลิ่มอติบูลย์, เกตุวลี นภาศัพท์,ณรงค์ เจียรวนนท์, ศุภชัย เจียรวนนท์, ขจร เจียรวนนท์,พีรธน เกษมศรี ณ อยุธยา พร้อมด้วยแขกผู้มีเกียรติร่วมงานอย่างคับคั่ง ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยามเมื่อวันศุกร์ที่ 8 พฤศจิกายน 2562

ชฎาทิพ จูตระกูล กรรมการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด เปิดเผยว่า วันนี้ไอคอนสยามเปิดตัวอย่างเป็นทางการครบ 1 ปีเต็ม ผ่านการพิสูจน์ว่าไอคอนสยาม เป็น Game Changer Destination ด้วยการเป็นผู้นำศูนย์กลางธุรกิจและการท่องเที่ยวอันโด่งดังของกรุงเทพฯ บนทำเลทองของริมแม่น้ำเจ้าพระยาและฝั่งธนบุรี ได้รับการโหวตให้เป็น Global Destination ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกและจากทั่วประเทศไทย ทั้งในรูปแบบของกรุ๊ปทัวร์และนักเดินทางท่องเที่ยวทั่วโลกต่างลงความเห็นว่าไอคอนสยามคือ แลนด์มาร์คห้ามพลาดเมื่อมาเยือนมหานครแห่งนี้ ในวันนี้เราเดินทางมาครบ 1 ปี จากความสำเร็จและความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่นำความเจริญต่อเศรษฐกิจและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในทุกระดับ รวมถึงการประสานประโยชน์ร่วมกันทุกฝ่าย (Creating Shared Value) แผ่กระจายความรุ่งเรืองไปทั่วทั้งในระดับชุมชน สังคม และประเทศ จนเป็นแลนด์มาร์คระดับโลกที่รวมจุดหมายปลายทางที่รวมสิ่งที่ดีที่สุดของไทยและสิ่งที่ดีที่สุดของโลกเข้าไว้ด้วยกันในที่เดียวได้อย่างแท้จริง

ในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 1 ปี ไอคอนสยาม จึงจัดมหาปรากฏการณ์สุดยิ่งใหญ่ กับกิจกรรมและความบันเทิงมากมาย จัดเต็มไฮไลท์การแสดงแสงสี เสียง อันน่าประทับใจ ตอกย้ำแนวคิด “สิ่งที่ดีที่สุดของไทย บรรจบกับสิ่งที่ดีที่สุดของโลก” ณ ริเวอร์ พาร์ค กับการแสดงไฮไลท์ “Glory of ICONSIAM เฉิดฉายประกายสยาม” ในชุด Rhythm of Success เกียรติไทยกึกก้องทั่วโลกา, Glory of Memories รุ่งโรจน์ในความทรงจำ, Happiness of Extraordinary สุขล้ำเหนือจินตนาการ และโอกาสสุดพิเศษนี้ยังจัดงานเปิด TRUE ICON HALL (ทรู ไอคอน ฮอลล์) ศูนย์การประชุมระดับโลกที่ได้มาตรฐานระดับสากลแห่งแรกในประเทศไทย 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของไอคอนสยาม บนชั้น 7 ด้วยความจุขนาด 2,700 ที่นั่ง รองรับการจัดงานประชุมและจัดแสดงโชว์ที่มีชื่อเสียงระดับโลกด้วยเทคโนโลยีที่ดีที่สุดในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งจะทำให้กรุงเทพมหานครเป็นศูนย์กลางของการประชุมนานาชาติและการแสดงระดับชั้นนำของโลก พร้อมชมการแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ ตอน กวนเกษียรสมุทรประกอบมัลติมีเดียอันวิจิตรตระการตา อีกทั้งยังมีนักร้องหนุ่มเสียงดี แม็ททีโอ โบเซลลี (Matteo Bocelli) บินตรงมาร่วมโชว์การแสดงสุดเอ็กซ์คลูซีฟเพื่องานนี้โดยเฉพาะอีกด้วย

‘CELEBRITY FITNESS’ ฟิตเนสสุดเฟียร์ซ 24 ชม.

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/454789

‘CELEBRITY FITNESS’ ฟิตเนสสุดเฟียร์ซ 24 ชม.

วันอังคาร ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

“อีโวลูชั่น เวลส์เนสส์” ผู้นำธุรกิจฟิตเนสในเอเชีย เอาใจสายฟิต เปิดคลับใหม่ CELEBRITYFITNESS สามย่านมิตรทาวน์ ฟิตเนสสุดเฟียร์ซแห่งแรกของไทยมิติใหม่แห่งการออกกำลังกายใจกลางสามย่าน บนศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ โครงการมิกซ์ยูสแห่งแรกที่สมบูรณ์ที่สุดบนถนนพระราม 4 เอาใจสายฟิต สายเบิร์นที่รักการออกกำลังกายในทุกช่วงเวลาที่ต้องการ ด้วยการเปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง

CELEBRITY FITNESS โดดเด่นด้วยคลาสเต้นสุดมันส์ อัดแน่นด้วยคลาสออกกำลังที่หลากหลายโดยเฉพาะ Signature Class ที่มีสไตล์เฉพาะตัวไม่เหมือนใคร อย่าง DNA Series ที่สุดของการแดนซ์ ที่จะพาคุณเบิร์น อย่างสนุกสุดมันส์ หรือคลาส Saltar ออกกำลังกายไปกับแทมโพลีน และคลาสปั่นจักรยานสุดมันส์ กับ Peloton และ Race 30 รวมถึง Playground และ Fastfitและอีกหลากหลายคลาส ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การออกกำลังกายทุกช่วงเวลา สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร.02-1186677 หรือ www.celebrityfitness.co.th และ www.facebook.com/CelebrityFitnessThailand

เปิดหลักสูตรติวเข้ม ‘FASHION 360®’ ต่อยอดธุรกิจแฟชั่นครบวงจรแห่งแรกของโลก

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/454722

news_default

เปิดหลักสูตรติวเข้ม ‘FASHION 360®’ ต่อยอดธุรกิจแฟชั่นครบวงจรแห่งแรกของโลก

วันอังคาร ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

มร.มาร์ค กัสโตวสะกิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สถาบัน QUTCreative Enterprise Australia (CEA), นางสาวรัชชต เศรษฐ์วรเดช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีลิท โซไซตี้ จำกัด, นายฤกษ์ อุปมัย ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายสร้างสรรค์ นิตยสาร DONT และ นางปรียามล ธนวิสุทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นิตยสาร HiSoParty พันธมิตรหลักวงการแฟชั่นประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญในประเทศไทย จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงนำFashion Accelerator (ศูนย์บ่มเพาะและต่อยอดธุรกิจแฟชั่น) แห่งแรกของโลกมาไทย ปั้นโครงการ FASHION 360® เพื่อค้นหาดีไซเนอร์รุ่นใหม่เข้าร่วมหลักสูตรติวเข้มในระยะเวลา 4 เดือน โดยมุ่งพัฒนาดีไซเนอร์ด้านการออกแบบที่ผสมผสานการทำธุรกิจแฟชั่นแบบครบวงจร 360 องศา เปิดโอกาสและสร้างสรรค์พื้นที่ให้แสดงความสามารถ สนับสนุนการเติบโตของธุรกิจแฟชั่นไทยสู่รันเวย์ระดับโลกและสามารถต่อยอดการค้าไร้พรมแดน (Cross Border E-commerce) อย่างเป็นทางการ

มร.มาร์ค กัสโตวสะกิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สถาบัน QUT Creative Enterprise Australia (CEA) กล่าวว่า โครงการ FASHION 360® ได้รับการพัฒนาจากสถาบัน QUTCreative Enterprise Australia (CEA) ของประเทศออสเตรเลีย ซึ่งมีความเชี่ยวชาญทางด้านแฟชั่น ธุรกิจ และมีแพลตฟอร์มทางด้าน E-commerceจะช่วยส่งเสริมพัฒนาดีไซเนอร์ และอุตสาหกรรมแฟชั่นไทย โดยการค้นหาแฟชั่นดีไซเนอร์ที่มีความสามารถมาเข้าร่วมโครงการ FASHION 360® เพื่อรับการฝึกอบรมด้านการออกแบบระดับนานาชาติ ซึ่งในช่วง 7 ปีที่ผ่านมานั้น เรามุ่งเน้นในการสร้างดีไซเนอร์คุณภาพที่สามารถผลิตผลงานออกสู่ตลาดโลกได้ โดยไม่ใช่เน้นแค่การออกแบบ แต่เป็นการสอนในมุมเชิงธุรกิจ ยกระดับขีดความสามารถของดีไซเนอร์ให้พร้อมสู่การเป็นเจ้าของธุรกิจด้านแฟชั่น หลักสูตรที่ผสมผสานการออกแบบ เทคนิคการผลิต และเลือกผ้าวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ตลอดจนการตั้งราคาสินค้า และการทำการตลาด ที่สำคัญคือการให้ปรึกษาเรื่องธุรกิจแฟชั่นกับโค้ช และเมนเทอร์นานาชาติที่มีชื่อเสียงในวงการ

นางสาวรัชชต เศรษฐ์วรเดชประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทอีลิท โซไซตี้ จำกัด กล่าวว่า โครงการ FASHION 360® ประเทศไทยเป็นที่แรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เปิดหลักสูตรครบวงจร เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจแฟชั่นไทย ซึ่งภายใต้โครงการยังมีโปรแกรม FASHION 360 GROW ที่ออกแบบและพัฒนามาเพื่อสนับสนุนและรองรับแบรนด์แฟชั่นต่างๆ รวมถึงธุรกิจแฟชั่นที่กำลังเติบโต โดยโครงการนี้เกิดจากการร่วมมือของพันธมิตรแห่งวงการแฟชั่นไทยและออสเตรเลียมีความแข็งแกร่ง เชี่ยวชาญในด้านแพลตฟอร์มที่แตกต่างกัน อาทิ Elite Societyผู้นำด้านการตลาด และธุรกิจ (Commercialization),นิตยสาร DONT ด้านการผลิต เผยแพร่เนื้อหาข้อมูลด้านแฟชั่น (FashionContent) และนิตยสาร HiSoParty สนับสนุนด้านคอมมูนิตี้ (Community) ให้แข็งแกร่ง ด้วยศักยภาพสำคัญนี้จึงมีความพร้อมผลักดันสินค้าและดีไซเนอร์แฟชั่นธุรกิจของไทยออกสู่ตลาดโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ การนำโครงการ Fashion 360 เข้ามาในไทยครั้งนี้เป็นความตั้งใจของทีมงานเป็นอย่างมาก โดยทางทีมงานยังเปิดรับพร้อมพูดคุยกับผู้สนับสนุน และพันธมิตรทางการค้า เพื่อให้โครงการมีความสำเร็จ และส่งผลลัพธ์สูงสุดให้กับอุตสาหกรรมแฟชั่นของประเทศ”

ผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐาน มีเพียงความสามารถความตั้งใจพร้อมในการเรียนรู้ เข้าร่วมติวเข้มในโครงการเป็นระยะเวลา 4 เดือน มีการสาธิตโดยการจำลองรันเวย์แฟชั่นให้แสดงความสามารถจริงในวันงาน Demo Day พร้อมผลักดันธุรกิจ และสนับสนุนแฟชั่นไทย ผ่านร้าน Pop Up Store เป็นระยะเวลา6 เดือน ซึ่งเป็นการจัดพื้นที่ให้ขายจริงทั้งในประเทศไทยและประเทศออสเตรเลีย เพื่อให้ผู้เรียนสัมผัสถึงหลักสูตร FASHION 360® แบบครบวงจร ทั้งนี้สามารถติดตามรายละเอียดโครงการเพิ่มเติมได้ที่ http://www.fashion360accelerator.com หรือ คุณธนิศาเจริญชัยเนตร โทร.085-9959414

‘สวนสามพราน’เปิดบ้านเล่าเส้นทางการเรียนรู้ 58ปีก้าวใหม่สู่พื้นที่สร้างแรงบันดาลใจ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/454776

‘สวนสามพราน’เปิดบ้านเล่าเส้นทางการเรียนรู้ 58ปีก้าวใหม่สู่พื้นที่สร้างแรงบันดาลใจ

วันจันทร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 17.21 น.

สวนสามพราน เปิดบ้าน เล่าเส้นทางการเรียนรู้

“58 ปี ก้าวใหม่สู่พื้นที่สร้างแรงบันดาลใจในการเรียนรู้ เพื่อการเปลี่ยนแปลง

พร้อมเปิดโซนกิจกรรม ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ และเทรนด์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

สวนสามพราน   จัดกิจกรรม Open House  “58 ปี  ก้าวใหม่สวนสามพราน สู่พื้นที่สร้างแรงบันดาลใจในการเรียนรู้ เพื่อการเปลี่ยนแปลง”  ชวนลูกค้า ผู้ประกอบการท่องเที่ยว  Tour Agents  ภาคีขับเคลื่อนธุรกิจและสังคมและสื่อมวลชน มาเยี่ยมชมสถานที่ สัมผัสเส้นทางการเรียนรู้ และความเปลี่ยนแปลงใหม่ ในสวนสามพราน ที่ได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบ ให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ และเทรนด์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

สวนสามพรานก่อตั้งในปี พ.ศ. 2505  โดยเป็นแหล่งนันทนาการเพื่อการเรียนรู้ใกล้กรุงเทพฯ ที่ถ่ายทอดวิถีความเป็นไทย ผ่านกิจกรรมในหมู่บ้านไทยและโรงละคร  ที่นี่จึงได้รับเลือกให้เป็นสถานที่ต้อนรับผู้นำประเทศต่างๆอยู่เสมอ ขณะที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวต่างประเทศและชาวไทย รวมถึงกลุ่มครอบครัว  นิยมเดินทางมาสวนสามพรานเพื่อพักผ่อน สัมผัสความเป็นธรรมชาติ และเรียนรู้วิถีประเพณีวัฒนธรรม การละเล่น ศิลปะหัตถกรรมไทย และขนมไทย อย่างไรก็ตามหลังจากที่สวนสามพรานได้เป็นผู้นำร่วมขับเคลื่อนระบบอาหารยั่งยืนภายใต้สามพรานโมเดล(โมเดลธุรกิจเกื้อกูลสังคม)  เชื่อมโยงห่วงโซ่คุณค่าทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2554   ได้นำไปสู่การ เปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในสวนสามพราน  โดยในปี 2561-2562   สวนสามพรานตัดสินใจปิดหมู่บ้านไทย  พร้อมปรับเปลี่ยนพื้นที่ภายในใหม่ทั้งหมด โดยใช้สามพรานโมเดล เป็นโมเดลหลักในการขับเคลื่อนแบรนด์สวนสามพราน  ให้เป็นแบรนด์ ที่สร้างแรงบันดาลใจในการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงสำหรับทุกคน ภายใต้วิสัยทัศน์สร้างระบบอาหารยั่งยืน สู่เป้าหมายการมีชีวิตที่สมดุล

สำหรับการเปิดบ้าน Open House “58ปี ก้าวใหม่สวนสาพราน สู่พื้นที่สร้างแรงบันดาลใจในการเรียนรู้ เพื่อการเปลี่ยนแปลง   ทีมผู้บริหารสวนสามพราน นำโดย คุณสุชาดา ยุวบูรณ์ ประธานบริหาร  คุณอรุษ นวราช กรรมการผู้จัดการ  คุณอรรจน์ ยุวบูรณ์ รองกรรมการผู้จัดการ  และคุณอนัฆ นวราช ผู้จัดการทั่วไป ได้นำชมพื้นที่สวนสามพราน  ซึ่งมีจุดเด่นคือความเป็นธรรมชาติ  อยู่ริมแม่น้ำท่าจีน แวดล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่  มีความครบวงจร ที่พัก ห้องประชุม ร้านอาหาร ลานกิจกรรม และมุมสวนธรรมชาติ  ที่สามารถ ปรับ จัด ให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่  เทรนด์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน  การท่องเที่ยวอย่างมีจิตสำนึก รวมถึงกิจกรรม Team Building  การประชุมสัมมนาที่ต้องการบรรยากาศที่ผ่อนคลาย  ขณะที่กิจกรรมการท่องเที่ยว และการเรียนรู้ภายในสวนสามพราน นั้นเอื้อต่อการคิดนอกกรอบ  โดยทุกจุดสามารถจุดประกายสร้างแรงบันดาลใจในการเรียนรู้ใหม่ๆ ได้อย่างหลากหลาย และมี Work Shop ให้ทดลองทำ  ที่พร้อมให้ประสบการณ์ใหม่ๆ ที่มีคุณค่า รวมถึงยังสามารถเชื่อมโยงไปเยี่ยมบ้านฟาร์มเกษตรกรอินทรีย์ ในเครือข่ายด้วย

ความโดดเด่นและแตกต่างของสวนสามพราน อันเป็นผลมาจากการขับเคลื่อนสามพรานโมเดล เชื่อมโยงห่วงโซ่อาหารอินทรีย์   ที่ทุกคนสามารถสัมผัสได้ด้วยตนเอง นั่นคือเมนูอาหาร ในห้องอาหารทั้ง 3 แห่งของสวนสามพราน  คือ อินจัน แวนด้า และห้องอาหารริมน้ำ  รวมถึงในส่วนการจัดเลี้ยง  ที่จะมีการใช้วัตถุดิบอินทรีย์ มากกว่า 70%   หรือประมาณ 15 ตันต่อเดือน  ในการทำอาหารและขนม โดยวัตถุดิบอินทรีย์ จะถูกส่งตรงจากเกษตรกรอินทรีย์ ในเครือข่ายสามพรานโมเดล  นอกจากดีต่อสุขภาพทุกคนแล้ว ยังเป็นการสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชน สังคม สิ่งแวดล้อม ให้ยั่งยืน  ซึ่งในแต่ละจุดของห้องอาหาร และจัดเลี้ยง จะมีภาพและชื่อเกษตรกรอินทรีย์ที่ทำงานร่วมกับสวนสามพรานพร้อมบอกผลผลิตที่ผลิตด้วย  โดยปัจจุบันมีเกษตรกรอินทรีย์ในเครือข่ายสามพรานโมเดลจำนวน 16 กลุ่ม จำนวน 180 ครอบครัว  ในจังหวัดนครปฐม กาญจนบุรี เพชรบุรี ราชบุรี และประจวบคีรีขันธ์

นายอรุษ นวราช เล่าว่านอกจากมาท่องเที่ยว พักผ่อนแล้ว ทุกคนที่เข้ามาสวนสามพรานจะได้แรงบันดาลใจ จากความเชื่อมโยงของห่วงโซ่อาหารทั้งระบบ จากการทำงานขับเคลื่อนสามพรานโมเดลของสวนสามพรานร่วมกับเกษตรกรและภาคส่วนต่างๆตั้งแต่การเพาะปลูก การผลิตปัจจัยการผลิต การเก็บเกี่ยว การแปรรูป การตลาด การพัฒนาต่อยอด และบอกเล่าโดยพื้นที่หลายส่วนมีการบริหารจัดการ ภายใต้แบรนด์ Patom  อาทิ Patom Organic Farm, Patom Organic Village, Patom Organic Café, Patom Spa,  Patom  Shop   รวมถึงผลิตภัณฑ์แบรนด์ Patom    ซึ่งนำวัตถุดิบอินทรีย์จากเกษตรกรเครือข่ายสามพรานโมเดล และปฐม ออร์แกนิก ฟาร์ม มาแปรรูปเป็นของกินของใช้ และ Body Care Products  มาตรฐาน GMP ภายใต้แนวคิด Organic Living ด้วย    โดยในด้านความรู้  ยังมีการก่อตั้งสามพรานโมเดล อะคาเดมี่  โดยมีพื้นที่สำนักงานติดกับตลาดสุขใจ  เพื่อเชื่อมต่อกับผู้ประกอบการ องค์กรที่อยากจะนำ สามพรานโมเดลไปขยายผล ไปขับเคลื่อนในพื้นที่ของตนเอง”

ในวันเปิดบ้าน “58 ปี  ก้าวใหม่สวนสามพราน สู่พื้นที่สร้างแรงบันดาลใจในการเรียนรู้ เพื่อการเปลี่ยนแปลง”    นอกจากมีการเปิดตัวภาพยนตร์สารคดี เรื่อง Change ที่พนักงาน และ เกษตรกรอินทรีย์  เป็นผู้เล่าเรื่องการเรียนรู้ การปรับตัว กับการเปลี่ยนแปลง และคุณค่าที่เกิดขึ้นกับตนเอง ลูกค้า สังคม และสิ่งแวดล้อมแล้ว  ยังมีการเปิดพื้นที่กิจกรรมต่างๆ ให้ผู้ที่มาเยือนได้เกิดแรงบันดาลใจในการเรียนรู้ใหม่ๆ เพื่อการเปลี่ยนแปลง ด้วย  เริ่มจากหมู่บ้านปฐม   ที่ปรับเปลี่ยนศูนย์แสดงวัฒนธรรมไทย (หมู่บ้านไทย) มาเป็น“ปฐม ออร์แกนิก วิลเลจ”  หมู่บ้านแปรรูปสินค้าอินทรีย์ ตามวิถีชีวิตแบบไทย ที่ยึดหลักปัจจัย 4 ผ่านการทำกิจกรรมตามเส้นทางวัตถุดิบ สร้างประสบการณ์    โดยมีกิจกรรมให้เลือกทำ เพื่อเรียนรู้ระบบอาหาร ตั้งแต่การผลิต  การทำปัจจัยการผลิต การแปรรูป เป็นผลิตภัณฑ์พร้อมจำหน่าย   โดยมี 3 เส้นทาง ให้เลือกเรียนรู้ คือเส้นทางข้าวอินทรีย์ เส้นทางกล้วยอินทรีย์   และเส้นทางสมุนไพรอินทรีย์

ปฐม ออร์แกนิก ฟาร์ม ที่ได้มีพัฒนาสวนผลไม้เก่า 30 ไร่ ริมแม่น้ำท่าจีน เป็นออร์แกนิกฟาร์ม  เพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเรียนรู้เชิงเกษตรอินทรีย์มาตรฐานสากล โดยมีกิจกรรมท่องเที่ยวฟาร์มที่อิงกับวัตถุดิบตามฤดูกาล  ให้เป็นที่พักผ่อนแนวธรรมชาติสำหรับนักท่องเที่ยว โดยนักท่องเที่ยวสามารถจองกิจกรรม เพื่อทำ Workshop การทำเกษตรอินทรีย์เบื้องต้น รวมถึงมาทำอาหาร   และได้สัมผัสกับรสชาติอาหารจากพืชผักธรรมชาติ สด สะอาดปลอดภัย แตกต่างจากพืชผักที่ขายในตลาดทั่วไปด้วยตนเอง  ทั้งนี้ในวันเปิดบ้านสวนสามพราน ได้มีการพานั่งเรือข้ามไปฝั่งฟาร์ม พร้อมให้ทุกคนสัมผัสแปลงอินทรีย์ ที่มีการปลูกพืชหลากหลาย และชิม ชาสมุนไพร ออร์แกนิก  และสัมผัสประสบการณ์การเล่น สไลเดอร์โคลนด้วย

ตลาดสุขใจภายในสวนสามพราน ทุกคนที่มาเยือนยังจะได้เรียนรู้ โมเดลธุรกิจเกื้อกูลสังคม หรือสามพรานโมเดลนั่นคือ ตลาดสุขใจ  ที่เปิดมา 9 ปี แล้ว  ทำให้เกษตรกรอินทรีย์ กว่า 180 ครอบครัว และชุมชนรอบสวนสามพราน มีช่องทางการจำหน่ายผลผลิตอินทรีย์  ได้รู้จัก เข้าใจผู้บริโภค  ขณะที่ผู้บริโภค ก็ได้เข้าถึงแหล่งอาหารอินทรีย์ด้วย

Circular Economy  ในวันเปิดบ้าน  สวนสามพรานยังแสดงให้เห็นถึงความจริงจังในการพัฒนาอย่างยั่งยืนและการดูแลสิ่งแวดล้อม โดยนอกจากมีการพัฒนาพื้นที่ให้ปราศจากยาฆ่าแมลงและสารเคมีใดๆ โดยได้รับการรับรองมาตรฐานจาก สหพันธ์เกษตรอินทรีย์นานาชาติ IFOAMมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2555  ภายในพื้นที่สวนสามพราน ยังมีการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบตามนโยบายเศรษฐกิจหมุนเวียน Circular Economy   มีการจัดการขยะจากอาหาร (Food Waste Management)  โดยขยะจากในห้องอาหาร ห้องจัดเลี้ยง ส่วนกิจกรรม จะถูกนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น ทำชีวภัณฑ์ในการดูแลต้นไม้ในพื้นที่ ผลิตน้ำมันไบโอดีเซล ทำไบโอแก๊สใช้ในกิจกรรมย้อมผ้า ทำให้เกิดระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ซึ่งผู้ที่เข้ามาสวนสามพรานสามารถมาเรียนรู้เรื่องการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม จากฐานสาธิต และสถานีทดลองการทำปุ๋ยหมักในหมู่บ้านปฐม   ที่มีเจ้าหน้าที่ให้ความรู้ พร้อมสอนทำ และแนะนำรูปแบบ  ให้นำกลับไปทำที่บ้านได้

ตลอด 58 ปี สวนสามพรานได้รับรางวัลมากมาย รวมถึงรางวัลบริหารธุรกิจ Hall of Fame ประเภทแหล่งท่องเที่ยวแหล่งนันทนาการเพื่อการเรียนรู้มาอย่างต่อเนื่อง  โดยสวนสามพรานยังเปิดให้มีการศึกษาดูงานทั้งด้านการบริหารจัดการขยะ Zero Waste การบริหารจัดการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน องค์กรแห่งการเรียนรู้  การขับเคลื่อนสามพรานโมเดล หรือ โมเดลธุรกิจเกื้อกูลสังคม

เชิญชวนผู้บริโภคร่วมลดใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกผ่านแคมเปญ Bring Your Own Containers

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/454692

เชิญชวนผู้บริโภคร่วมลดใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกผ่านแคมเปญ Bring Your Own Containers

วันจันทร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 14.12 น.

แคมเปญ “บริง ยัว โอน คอนเทนเนอร์” (BRING YOUR OWN CONTAINERS) “เตรียมภาชนะใส่อาหารมาจากบ้าน” เกิดจากแนวคิดที่ต้องการเชิญชวนลูกค้ามาร่วมรักษ์โลกและทำสิ่งดีๆ ร่วมกัน ด้วยการลดการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกในชีวิตประจำวันโดยสามารถเริ่มต้นได้ง่ายๆด้วยการนำบรรจุภัณฑ์ประเภทต่างๆเช่น กล่องใส่อาหาร, ปิ่นโต, กระบอกน้ำ, ถุงผ้า หรือบรรจุภัณฑ์อื่นๆ มาใช้ใส่สินค้าหรืออาหารแทนถุงพลาสติกประเภทใช้ครั้งเดียวทิ้ง โดยกูร์เมต์ มาร์เก็ต และร้านค้าภายในศูนย์อาหาร ทั้งแผนกTake Home,ฟู้ดคอร์ท และร้านอาหารในทุกสาขา รวมกว่า 1,000 ร้านค้า ยินดีอำนวยความสะดวกด้วยการบรรจุสินค้าและอาหารลงในภาชนะให้ลูกค้า ซึ่งนับเป็นการยกระดับไปอีกขั้นของซูเปอร์มาร์เก็ตและศูนย์อาหารในประเทศไทยที่เพิ่มช่องทางและพร้อมอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าได้ร่วมรักษ์โลกและทำสิ่งดีๆ ร่วมกันโดยแคมเปญได้เริ่มบริการแล้วตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 ที่ผ่านมา

ร่วมรักษ์โลก ลดใช้ถุงพลาสติก ด้วยการเตรียมภาชนะใส่อาหารมาจากบ้าน รักษ์โลกง่ายๆ
เริ่มได้ที่ตัวเรา
 “
BRING YOUR OWN CONTAINERS” ได้แล้ววันนี้ ที่ ซูเปอร์มาร์เก็ตและศูนย์อาหารในกลุ่ม เดอะมอลล์ กรุ๊ป ทุกสาขา

‘พาณิชย์จังหวัดเชียงราย’จัดโรดโชว์ NORTH2 AGRI TRADE & CONNECTING

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/454665

‘พาณิชย์จังหวัดเชียงราย’จัดโรดโชว์ NORTH2 AGRI TRADE & CONNECTING

วันจันทร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 12.59 น.

กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 (เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน) ยกพลออกบูทจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าเกษตรเศรษฐกิจที่สำคัญของกลุ่มจังหวัดฯ ภายใต้ชื่องาน “NORTH2 AGRI TRADE & CONNECTING” โดยมี นางวนิดา ทิพย์ศักด์ พาณิชย์จังหวัดเชียงราย เป็นประธานเปิดงาน พร้อมนำทีม ผู้ประกอบการกว่า 40 รายที่ผลิตและจำหน่ายสินค้าเกษตรเศรษฐกิจที่สำคัญของกลุ่มจังหวัดฯ อาทิ ข้าว ชาว กาแฟ น้ำผึ้ง และสินค้าทางการเกษตรแปรรูปอีกมากมาย เข้าร่วมกิจกรรม และนำแขกผู้มีเกียรติและผู้ประกอบการในจังหวัดอุดรธานีที่เดินทางมาร่วมงานเดินชมบูทสินค้าจากจังหวัด เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน ที่นำสินค้าเกษตรมาร่วมออกบูทจัดจำหน่าย ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลจังหวัดอุดรธานีเมื่อเร็วๆนี้

นางวนิดา ทิพย์ศักด์ พาณิชย์จังหวัดเชียงราย กล่าวว่า กลุ่มจังหวัดภาคเหนือ ตอนบน 2 มีนโยบายในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจการค้าให้สามารถพัฒนาและเชื่อมโยงสู่การค้า ได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งในประเทศและต่างประเทศ มีเป้าหมายในการปรับโครงสร้าง เศรษฐกิจและการค้าของประเทศจากเดิมที่เน้น “ความได้เปรียบในการแข่งขันเชิง เปรียบเทียบ” ให้มี “ความได้เปรียบในการแข่งขันเชิงสมบูรณ์” เพื่อเปลี่ยนจากการ “เพิ่ม มูลค่า” ไปสู่การ “สร้างมูลค่า” จึงเป็นที่มาของการนําผู้ผลิตและจําหน่ายสินค้าเกษตร เศรษฐกิจที่สําคัญของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ซึ่งเป็นผู้ผลิตและจําหน่ายสินค้า คุณภาพ มาจัดแสดงและจําหน่ายสินค้าและเชื่อมโยงการค้าระหว่างภูมิภาคที่จังหวัดอุดรธานี ซึ่งเป็นเมืองเศรษฐกิจและเมืองแห่งการท่องเที่ยวที่มีผู้ประกอบการ ประชาชนและนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากการนำผู้ประกอบการออกมาจัดบูทจำหน่ายสินค้าที่นี่จึงถือว่าเป็นอีก 1 ช่องทางที่จะทำให้สินค้าของผู้ประกอบการจังหวัดภาคเหนือ ตอนบน 2 เป็นที่รู้จักมากขึ้น

โดยภายในการได้มีการจัดแสดงศิลปะวัฒนธรรมล้านนา ที่นำมาสร้างสีสันสวยงามประทับใจซึ่งพบว่าบรรยากาศของการจัดงานมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติรวมถึงผู้ที่มามาจับจ่ายซื้อของและใช้บริการที่เซ็นทรัลจังหวัดอุดรธานีให้ความสนใจเข้ามาชมและเลือกอุดหนุนสินค้ากันอย่างคึกคัก

‘ก้าง’สุดยอดค็อกเทลสัญชาติไทยสู่เวทีโลก

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/454580

ค็อกเทล “ก้าง”

‘ก้าง’สุดยอดค็อกเทลสัญชาติไทยสู่เวทีโลก

วันจันทร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

สหรัฐ แก้วคง รับรางวัลชนะเลิศ จาก สรรศิริ ยอดเมืองเจริญ

Mekhong (แม่โขง)-The Spirit of Thailand พร้อมสืบสานเอกลักษณ์ความเป็นไทยอีกครั้ง ผ่านการจัดงาน Mekhong The Spirit Competition 2020 งานแข่งขันเพื่อเฟ้นหาค็อกเทลสัญชาติไทยเพื่อไปเสิร์ฟในงานระดับโลกต่อเนื่องขึ้นเป็นปีที่ 3 ภายใต้แนวคิด Thai Spirit REBORN ที่จะปลุกเรื่องราวความเป็นไทยในอดีตให้ไม่เลือนหายไป ผ่านกระบวนการรังสรรค์ คิดค้น และผสมผสานวัตถุดิบจนออกมาเป็นสุดยอดค็อกเทลสัญชาติไทยประจำปีนี้ ที่จะได้รับเลือกให้เสิร์ฟในงาน Michelin Guide Star Revelation 2020

สรรศิริ ยอดเมืองเจริญ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดสุรา บริษัท ไทยเบฟมาร์เก็ตติ้ง จำกัด กล่าวว่า “ทางแบรนด์แม่โขง มีความภาคภูมิใจที่ได้ทราบว่างานแข่งขัน 2 ปี ที่ผ่านมา ส่งผลให้ค็อกเทลไทยเป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมจากทั้งคนไทยและชาวต่างชาติมากขึ้นดังนั้น ในปีนี้ แม่โขง จึงอยากสืบสานและถ่ายทอดคุณค่าความเป็นไทยผ่านการรังสรรค์ค็อกเทล โดยประยุกต์เอาสุราแม่โขงซึ่งมีประวัติศาสตร์เคียงคู่กับคนไทยมาอย่างยาวนาน มาผสมผสานเข้ากับวัตถุดิบของไทย จนออกมาเป็นค็อกเทลสัญชาติไทยสูตรพิเศษอีกครั้ง

“แม่โขงเล็งเห็นถึงคุณค่าแห่งประวัติศาสตร์ความเป็นไทยซึ่งเป็นมรดกตกทอดกันมาอย่างยาวนาน เราจึงต้องการจะสืบสานเรื่องราวในประวัติศาสตร์ชาติไทยไม่ให้เลือนหายไปจนทำให้เกิดเป็นที่มาของแนวคิดในการจัดงาน Mekhong The Spirit Competition 2020 ภายใต้แนวคิด Thai Spirit REBORN ที่มุ่งถ่ายทอดเรื่องราวสำคัญในอดีตของไทยผ่านฝีมือการรังสรรค์ค็อกเทลของบาร์เทนเดอร์ผู้เชี่ยวชาญจากทั่วประเทศ เพื่อบอกเล่าเรื่องราวความเป็นไทยในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นประวัติศาสตร์ วรรณกรรม หรือวิถีชีวิตดั้งเดิม ให้ไม่เลือนหายไปจากแผ่นดินไทย จนออกมาเป็นค็อกเทลสัญชาติไทยสูตรพิเศษที่หาทานได้ยาก ผู้ที่ได้ลิ้มรสจะสามารถดื่มด่ำรสชาติค็อกเทลพร้อมหวนรำลึกและภาคภูมิใจในความเป็นไทยได้อย่างแท้จริง “

งาน Mekhong The Spirit Competition 2020 นี้ ได้รับความสนใจจากบาร์เทนเดอร์ทั่วประเทศกว่า 100 คน ที่สมัคร
เข้าแข่งขัน ก่อนจะผ่านการคัดเลือกเหลือเพียง 20 คน เพื่อเข้าสู่การเป็น 7 คนสุดท้ายในการตัดสินครั้งใหญ่ โดยได้รับเกียรติจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในวงการอาหารและเครื่องดื่มทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาค อาทิ เดชพงษ์ กาญจนลักษณ์-Mekhong Master Blender เจ้าของสูตรแม่โขงต้นตำรับ, อากิ หวัง สุดยอดอินเตอร์บาร์เทนเดอร์แห่ง INDULGE Experimental Bistro การันตีด้วยรางวัล No.3 Asia’s 50 Best Bars 2019 & No.21 The World’s 50 Best Bar 2019,เชฟแอนดี้ หยาง ผู้เชี่ยวชาญเรื่องอาหารที่ได้รับการการันตีด้วย Michelin Star และ เจมี่ ไรนด์ The Bamboo Bar ที่ได้รางวัล No.8 Asia’s 50 Best Bars 2019 มาร่วมเป็นผู้คัดเลือกค็อกเทลที่ชนะ สำหรับเสิร์ฟในงาน Michelin Guide Star Revelation 2020ในเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้

สำหรับบาร์เทนเดอร์ผู้ชนะรางวัลในครั้งนี้ ได้แก่ สหรัฐ แก้วคง จากร้าน #FindTheLockerRoom ผู้รังสรรค์ ค็อกเทล “ก้าง” ที่มีชื่อสั้นๆ แต่รสสัมผัสนั้นตราตรึง โดยแรงบันดาลใจของค็อกเทลสัญชาติไทยแก้วนี้มาจาก “ต้มกะทิสายบัว” อาหารไทยพื้นบ้านในสมัยโบราณที่หาทานยากในสมัยนี้ที่ใช้ปลาทูเป็นหนึ่งในวัตถุดิบหลัก แล้วของที่มักจะถูกทิ้งก็คือก้างปลาทูนี่เอง ค็อกเทลแก้วนี้ จึงนำก้างปลาทูที่ดูไม่มีค่ามาประยุกต์ใหม่ ผสานกับสุราแม่โขงเป็นเบสหลัก ให้กลายเป็นเครื่องดื่มที่มีความหอมหวานและเปรี้ยวอย่างลงตัว

หลังจากจบการแข่งขัน แม่โขงยังเตรียมจัดงานเฉลิมฉลองให้แก่บาร์เทนเดอร์ผู้ชนะรางวัล โดยการเชิญชวนคนไทยมาลิ้มรสค็อกเทลสัญชาติไทยที่ชนะการแข่งขันในเร็วๆ นี้ อีกด้วย และยังเตรียมจัดกิจกรรมเพื่อสืบทอดเจตนารมณ์ของแบรนด์ ในการบอกเล่าเรื่องราวความเป็นไทยให้ประจักษ์แก่สากล อีกทั้ง ยังเป็นการสานต่อเสน่ห์ความเป็นไทยอันคงเอกลักษณ์ให้คนไทยรุ่นใหม่ได้ซึมซับและสืบทอดต่อไปอย่างต่อเนื่อง

ค็อกเทล “ก้าง”

ค็อกเทล “ก้าง”
คณะกรรมการและ
บาร์เทนเดอร์ทั้ง 7 คน ที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย

คณะกรรมการและ บาร์เทนเดอร์ทั้ง 7 คน ที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย