รับศักราชใหม่ ท่องเรือสำราญ QUANTUM of THE SEAS

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/454960

รับศักราชใหม่ ท่องเรือสำราญ QUANTUM of THE SEAS

วันพุธ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

“คุณแหน” ขอเชิญชวนสมาชิกแนวหน้า ร่วมสุขสันต์หรรษารับศักราชใหม่ กับการเดินทางล่องเรือสำราญที่ใหญ่ที่สุดลำหนึ่งของโลก QUANTUM of THE SEAS เรือเดินสมุทรที่มีขนาดเรือ 168,666 ตัน จุผู้โดยสาร 4,905 คน จากสิงคโปร์สู่แหลมฉบัง (กรุงเทพฯ) ระหว่างวันที่ 9-11 มกราคม 2563 เป็นเวลา 3 วัน 2 คืน

QUANTUM of THE SEAS หรูหรา ทันสมัย ปลอดภัย เพียบพร้อมด้วยเครื่องอำนวยความสะดวกที่ครบครัน ด้วยการดูแลจากสต๊าฟถึง 1,500 คน

ภายในเรือ นอกจากห้องพักที่ทำให้คุณหลับสบาย ยังตื่นตาตื่นใจไปกับการแสดงโชว์อันแสนพิเศษ ระดับโลก ที่จะมาสร้างความประทับใจที่หาชมได้ยาก พบกับ กระเช้าชมวิวมุมสูง เครื่องเล่นลอยตัวในห้องแคปซูล ห้องออกกำลังกาย ลานสวนสนุกกีฬาและกิจกรรมอเนกประสงค์ เซิร์ฟบอร์ด ปีนหน้าผา ฯลฯ โดยเฉพาะเด็กๆ จะได้สนุกสนานไปกับสวนสนุกสวนน้ำ หุ่นยนต์คอมพิวเตอร์ผสมเหล้า ตลอดจน เครื่องเล่นมากมาย ปลอดภัย ได้มาตรฐาน

ราคาทัวร์รวมทุกอย่างตั้งแต่ ตั๋วเรือพร้อมห้องพักตั๋วเครื่องบิน รวมค่าทิปพนักงาน ค่าทิปไกด์ ภาษีท่าเรือ อาหารเครื่องดื่มชา-กาแฟ ฯลฯ

สนใจติดต่อทัวร์ คุณนรพล คุณอ้อ โทร.02-5212690-1, 02-5226426-8 หรือคุณแหน

กูรูติวเข้มทายาทธุรกิจ เปิดเทคนิคค้าขายให้รุ่งในยุคดิจิทัล

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/455010

กูรูติวเข้มทายาทธุรกิจ เปิดเทคนิคค้าขายให้รุ่งในยุคดิจิทัล

วันพุธ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ซีพี ออลล์ ติดปีกทายาทธุรกิจ SME ดึงวิทยากรชื่อดังถ่ายทอดองค์ความรู้ติวเข้มผู้ประกอบการไทยหลายแขนง เสริมแกร่งทักษะและไหวพริบรอบด้านเพราะยุค 5จี ค้าขายต้องเร็วรอนานไม่ได้ หวังเตรียมความพร้อม ให้นักธุรกิจเจเนอเรชั่นใหม่ต่อยอดและพัฒนากิจการให้เติบโต มั่นคง และยั่งยืน

สุวิทย์ กิ่งแก้ว รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บมจ.ซีพี ออลล์ ผู้ก่อตั้งร้านเซเว่น-อีเลฟเว่น ในประเทศไทย กล่าวว่า ร้านเซเว่น-อีเลฟเว่น ก่อตั้งมานานกว่า 30 ปี มีนโยบายส่งเสริมและสนับสนุนสินค้าของผู้ประกอบการไทยมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งจำหน่ายผ่านหน้าร้านและนิตยสารทเวนตี้โฟร์ แคตตาล็อกมีสินค้า SME รวมทั้งสิ้นกว่า10,000 รายการ และมีการพัฒนาSME ให้เจริญก้าวหน้าเพื่อเติบโตเป็นบริษัทที่มีขนาดใหญ่ขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามปณิธานของบริษัท “ร่วมสร้างสรรค์และแบ่งปันโอกาสให้ทุกคน”

ล่าสุด ซีพี ออลล์ ติดอาวุธทางปัญญาให้ทายาทและผู้ประกอบการSME รุ่นใหม่ จัดโครงการอบรม “ซีพีออลล์ ปั้นทายาท SME รุ่น 2” หวังถ่ายทอดองค์ความรู้ใหม่ๆ ให้ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคปัจจุบัน

ณัฐพัชญ์ วงษ์เหรียญทองผู้ก่อตั้ง dots academy เจ้าของบล็อกและเพจ nuttaputch.com-บล็อกการตลาดชื่อดัง ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันเจ้าของธุรกิจมักสร้างช่องทางการตลาดไว้มากมาย ยกตัวอย่าง เฟซบุ๊ค อินสตาแกรมทวิตเตอร์ แต่ในมุมของลูกค้าความต้องการสูงสุด คือ คุณภาพสินค้าที่ดีรวมถึงการเอาใจใส่จากพนักงาน เพราะหลายครั้งพนักงานเป็นตัวการทำลายแบรนด์และชื่อเสียงของบริษัท ฉะนั้นก่อนใช้เครื่องมือการตลาด สิ่งที่ควรทำ คือ สร้างทัศนคติที่ดีแก่คนในองค์กร

เขาบอกต่อว่า “คอนเทนต์” ที่ดี ไม่จำเป็นต้องเป็นคอนเทนต์ที่ดัง ไม่ต้องภาพสวย หรืออาร์ตเวิร์กเลิศหรู เพราะคนตามเฟซบุ๊คเยอะ แต่ถ้าสินค้าขายไม่ได้ก็จบ อย่าคำนึงถึงแต่ปริมาณคนที่เข้ามาดู เพราะคอนเทนต์ หรือเนื้อหาที่ดีนั้นต้องสื่อสารชัดเจน ควรจะกำหนดกลุ่มเป้าหมายไปเลย ยกตัวอย่าง สตาร์บัคซื้อ 1 แถม 1 อาจจะแค่บอกปากเปล่ากับลูกค้าเท่านั้น ส่วนข้อควรระวัง เจ้าของสินค้าต้องไม่ยัดเยียดความรู้สึก หรือความต้องการของตัวเองใส่ลงไปแทนลูกค้า เพราะคนซื้อไม่ได้มีความชอบเหมือนเจ้าของ

“ในยุคดิจิทัล หรือ marketing communication ใครๆ ก็มีสื่อในมือ ฉะนั้นถ้าคอนเทนต์ไม่ตรงความต้องการ ไม่มีคุณค่าพอ ไม่สร้างประสบการณ์ร่วมให้คนดู คนดูก็เขี่ยทิ้ง ต่างจากเมื่อก่อน ใครซื้อสื่อได้เยอะ คนนั้นชนะ ฉะนั้น คอนเทนต์ มาร์เก็ตติ้งที่ดี ลำดับแรกต้องกระตุ้นความอยากได้ ต่อมาสร้างความทรงจำให้ลูกค้าไปหาซื้อ สร้างประสบการณ์ร่วมจนลูกค้าอยากบอกต่อ”

ด้าน อาจารย์พีรวงศ์ จาตุรงคกุลผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการออกแบบบรรจุภัณฑ์ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์  กล่าวว่า4 ปัจจัยที่ลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้าในครั้งแรกจะถูกกำหนดด้วย ราคา หน้าตา คุณภาพ ยี่ห้อ หากมีการซื้อซ้ำ จะเลือกจากคุณภาพ และยี่ห้อ ก่อนเสมอ

“แบรนด์ คือ ภาพลักษณ์ ชื่อเสียงที่ลูกค้ารู้จักและจดจำ ซึ่งมีการวิจัยออกแล้วว่า สมองคนเราจะสามารถจำแบรนด์ในสินค้าประเภทเดียวกันได้เพียง 7แบรนด์เท่านั้น แบรนด์ที่ดีคนจะบอกต่อ 3 คน แบรนด์ไม่ดีคนบอกต่อ 12 คน และแบรนด์ไหนที่เลวร้ายมาก คนบอกต่อ 144 คน และคนที่ทำลายแบรนด์ 80 เปอร์เซ็นต์ เป็นคนในองค์กร”

สำหรับการตั้งชื่อแบรนด์ที่ดีอาจารย์พีรวงศ์บอกว่า ไม่ควรเกิน 1-3พยางค์ ไม่เกิน 7 ตัวอักษร อ่านง่าย ออกเสียงง่าย ทันสมัย สื่อความหมายได้ดีโดย 7 ตัวอักษรภาษาอังกฤษที่คนจำง่าย มี A G I M S T V

ส่วนแบรนด์ที่ดีควรมีโลโก้จำง่ายใช้ 2-3 สีเท่านั้น สีที่เหมาะทำโลโก้ ได้แก่ สีดำ สีน้ำเงิน สีแดง สีเหลือง สีม่วงสีเขียว และสีส้ม หลีกเลี่ยงโลโก้รูปทรงสามเหลี่ยม รูปทรงข้าวหลามตัด นอกจากนั้นแบรนด์ดีควรมีคำขวัญหรือสโลแกนสั้น จำง่าย โดนใจ ลูกค้าอ่านแล้วเข้าใจทันที

ในส่วนของบรรจุภัณฑ์ที่ดีนั้นอาจารย์พีรวงศ์ แนะว่า บรรจุภัณฑ์มีผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้ามาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งหัวใจสำคัญ ต้องแตกต่าง ต้องดีกว่าเดิม ต้องโดนใจ ต้องชัดเจน สวย สื่อสารได้ตรง มีเสน่ห์ดึงดูด

อย่างไรก็ตาม ในปี 2030 ประเทศสหรัฐอเมริกาสนับสนุนให้ใช้บรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้ และ 5 แนวโน้ม บรรจุภัณฑ์ที่จะได้รับความนิยมนับจากนี้ คือ เรียบง่ายสะอาดโทนสีขาวและสีพาสเทลกำลังเป็นเทรนด์ใช้ตัวอักษรตัวใหญ่ๆ รูปทรงโดดเด่น ใช้ภาพถ่ายเก๋ๆ และแนววินเทจย้อนยุค

ทางด้านของผู้ร่วมเข้าสัมมนา น.ส.สุพิชชา กอเจริญพาณิชย์ ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องหอมโดยนำรูปยักษ์มาเป็นเอกลักษณ์เพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ “ANONA” กล่าวว่า ขอบคุณทางซีพี ออลล์ ที่ให้คำแนะนำมาโดยตลอดตั้งแต่เริ่มเป็นคู่ค้ากระทั่งปัจจุบันสินค้าวางจำหน่ายในร้านเซเว่น-อีเลฟเว่น นานกว่า 3 ปีแล้วซึ่งสิ่งที่ได้รับจากการอบรมครั้งนี้จะนำความรู้เรื่องการตั้งชื่อแบรนด์ การออกแบบเครื่องหมายการค้า และการเขียนคอนเทนต์ไปปรับใช้ เพราะยุคนี้เป็นยุคดิจิทัล การตลาดแบบเดิมอาจจะใช้ไม่ได้ผลแล้ว

เคล็ดลับปรับรูปหน้าสวยแบบ ‘ฝ้าย Am Fine’

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/455116

เคล็ดลับปรับรูปหน้าสวยแบบ ‘ฝ้าย Am Fine’

วันพุธ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

หากย้อนกลับไปในอดีต แน่นอนว่าน้อยคนนักที่จะไม่รู้จัก สาวน้อยพลังเสียงแน่นแห่งวงป๊อปร็อคชื่อดัง อย่าง “ณัฐหทัย แสงเพชร” หรือ ”ฝ้าย Am Fine” ที่ในปัจจุบันเธอนั้นได้หันมาใส่ใจดูแลตัวเองจนดูสวยผิดหูผิดตา ซึ่งเห็นพัฒนาการความสวยของเธอได้จากภาพที่เธอลงในโซเซียลที่ทำเอาคุณหนุ่มๆ หรือแม้กระทั่งคุณสาวๆ เอง ต้องร้องว้าวกดรัวหัวใจให้เธอกันมากมายเลยทีเดียว

เมื่อถามถึงเคล็ดลับ ฝ้าย Am Fine กล่าวว่า “ด้วยการที่เราเป็นที่รู้จักจึงทำให้ฝ้ายเองต้องดูแลตัวเองให้ดูดีอยู่เสมอ ไม่ว่าจะออกกำลังกาย กินอาหารที่มีประโยชน์เพื่อรูปร่างที่สวยงาม หรือการใส่ใจดูแลผิวพรรณให้เปล่งปลั่งกระจ่างใสเป็นธรรมชาติอยู่เสมอ แต่ถึงแม้จะทำทุกอย่างด้วยตัวเองอย่างดีที่สุดแล้ว แต่ก็ยังมีเรื่องของใบหน้าที่ฝ้ายค่อนข้างเป็นกังวลอย่างมาก

เนื่องจากฝ้ายเองเป็นคนที่แก้มเยอะ หน้าไม่เรียวสวย ในอดีตเคยไปฉีดสลายไขมันเพื่อลดไขมันบริเวณแก้มมาก่อน เพราะอยากให้หน้าเล็กลง ซึ่งตัวยานั้นก็มีผลทำให้หน้าฝ้ายบวมมากหลังฉีด และพอแก้มหายบวมก็เกิดปัญหาหย่อนคล้อยตามมาอีก”

ด้วยการที่อยากแก้ไขปัญหาเหล่านี้นี่เอง  ทำให้เธอหาข้อมูลค่อนข้างเยอะ เพราะกลัวจะมีปัญหาตามมาอีก บวกกับได้รับคำแนะนำจากคนที่รู้จักหลายๆ คน จนทำให้เธอมั่นใจและได้มีโอกาสเข้ามาปรึกษากับคุณหมอบอย หรือ นายแพทย์พุฒิพงศ์ ภูมิสุวรรณ แพทย์ผู้มีประสบการณ์ในเรื่องของการปรับรูปหน้าด้วยสารเติมเต็ม (Filler HA) ที่ AIC CLINIC

ซึ่งคุณหมอก็แนะนำถึงวิธีการแก้ปัญหาเหล่านี้โดยการใช้สารเติมเต็ม HA ด้วยเทคนิคการฉีดสัมผัสกระดูก หรือฉีดให้ลงลึกถึงกระดูกโดยใช้เข็มปลายทู่ เพื่อปรับแต่งโครงหน้าให้แลดูมีมิติ ได้สัดส่วนที่สวยงาม อีกทั้ง ยังใช้เทคนิคการฉีดแบบเฉพาะจุดที่เรียกว่า  Butterfly Lift ที่ช่วยยกกระชับผิวให้ตึง ดึงผิวที่หย่อนคล้อยให้ยกขึ้น ทำให้กรอบหน้าดูชัดขึ้น คมขึ้น โดยที่ไม่ต้องฉีดสลายไขมันบริเวณแก้มเลย ซึ่งแตกต่างจากที่อื่น

“หลังจากที่ทำก็เห็นผลได้ทันทีเลยค่ะว่าใบหน้าได้รูป ดูเรียวสวยขึ้นจริง ฝ้ายชอบมากๆ ที่สำคัญใบหน้าฝ้ายดูมีมิติ ได้รูปสวยมากขึ้นด้วย เห็นได้ชัดจากเวลาถ่ายรูปก็ไม่ต้องคอยหามุมสวย มั่นใจมากขึ้น ทำให้ฝ้ายประทับใจและเชื่อมั่นในตัวคุณหมอมากๆ  เพราะฝ้ายเป็นคนมีปัญหาโครงหน้าที่เยอะมาก แต่คุณหมอก็สามารถแก้ไขได้ อีกทั้ง คุณหมอยังให้คำแนะนำที่ดีที่สุดพร้อมทั้งอธิบายข้อสงสัยและเหตุผล รวมถึงชี้แจงขั้นตอนการแก้ไขให้เราทราบอย่างละเอียดและใจเย็น อีกทั้งผลลัพธ์ที่ได้ก็ตรงใจฝ้ายสุดๆ

ใครที่มีปัญหาเหมือนคฝ้าย ที่แก้ไม่ตกหรืออยากมีใบหน้าที่มีมิติได้รูปสวย ไม่ต้องกังวลอีกต่อไป เพราะเทคโนโลยีทางการแพทย์ในปัจจุบันนั้นสามารถแก้ไขได้ด้วยเทคนิคใหม่อย่าง การฉีดสาร HA สัมผัสกระดูก ที่ตอบโจทย์แก้ปัญหาโครงหน้าได้อย่างครอบคลุม  อีกทั้งยังให้ผลลัพธ์ที่ดูละมุนเป็นธรรมชาติไม่หลอกตา แต่ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยต้องทำการรักษากับแพทย์ผู้มีประสบการณ์เท่านั้น เพื่อที่คุณจะได้สวยอย่างปลอดภัยนั่นเองค่ะ” ฝ้าย Am Fine กล่าวทิ้งท้าย

คุณแหนพาลงเรือ QUANTUM of THE SEAS

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/455053

650935

คุณแหนพาลงเรือ QUANTUM of THE SEAS

วันอังคาร ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 18.35 น.

อัตรานี้ไม่รวม
• ค่าทำหนังสือเดินทาง
• ค่าธรรมเนียมวีซ่า(ถ้ามี)
• ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่นๆ เช่น ค่าซักรีด ค่าโทรศัพท์ Wifi ค่าอาหาร และเครื่องดื่มที่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ฯลฯ
• ค่าใช้จ่ายอันเนื่องมาจากความล่าช้าของสายการบิน, เหตุสุดวิสัย, การเมือง หรือ ภัยธรรมชาติ ฯลฯ
• ค่าธรรมเนียมแจ้งเข้า – ออกของบุคคลต่างด้าวค่าวีซ่าเข้าประเทศของบุคคลต่างด้าว (ถ้ามี)
• ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และค่าภาษีการบริการหัก ณ ที่จ่าย 3% (ในกรณีที่ต้องการขอใบเสร็จมีภาษี)ขั้นตอนการจอง
• ส่งสำเนาหนังสือเดินทางให้เจ้าหน้าที่ (ที่มีอายุเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือนในวันเดินทาง)
• ชำระค่าทัวร์เต็มจำนวน ภายใน 3 วันที่ได้ทำการสำรอง แต่ไม่เกิน 5 วัน กรณีติดวันหยุด
• คุณจะได้รับเอกสารยืนยันการจองและรายละเอียดการจอง
• ท่านจะได้รับตั๋วเรือโดยประมาณ 30 วัน ก่อนเดินทาง
เงื่อนไข
• บริษัท ขอสงวนสิทธ์ิในการเปลี่ยนแปลงเส้นทางเดินเรือ, หรือโปรแกรมทัวร์ โดยมิแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
• ระหว่างการเดินทาง หากท่านไม่ใช้บริการใดๆ ไม่ทั้งหมดหรือบางส่วน ถือว่าท่านสละสิทธ์ิและไม่ สามารถขอคืน
ค่าบริการได้
• น้ำหนักกระเป๋ าเดินทางโหลดได้ท่านละไม่เกิน 30 กิโลกรัม และถือขึ้นเครื่องได้ไม่เกิน 7 กิโลกรัม, หากน้ำหนัก
สัมภาระของท่านเกินตามที่สายการบินกำหนด ท่านต้องชำระค่าส่วนเกินเอง
• อาหารและเครื่องดื่มที่ให้บริการบนเรือได้จัดเตรียมไว้ให้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย แต่จะมีบางรายการที่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม เช่น
อาหารเมนูพิเศษ, การจองห้องอาหารพิเศษ, เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มที่มียี่ห้อ หากคุณสงสัย
สามารถสอบถามได้จากบริกรโดยตรง หรือดูรายละเอียดได้จาก Cruise Compass
• หากท่านถูกปฏิเสธการเข้าเมือง หรือ ออกนอกประเทศโดยเจ้าหน้าที่รัฐฯ บริษัท ไม่สามารถคืนค่าตั๋วเรือให้ได้
• บริษัทฯ ขอสงวนสิทธ์ิในการเปลี่ยนแปลงเวลา โปรแกรมทัวร์และเส้นทางเดินเรือโดยอาจมิได้แจ้งล่วงหน้า ทั้งนี้เพื่อ
ความปลอดภัยและความเหมาะสมของกำหนดการโดยรวม
• การนำสิ่งของผิดกฎหมายติดตัวระหว่างการเดินทางหรือเอกสารเดินทางไม่ถูกต้อง ตลอดจนความประพฤติที่ไม่
เหมาะสม หรือผิดกฎหมายเป็นความรับผิดชอบส่วนบุคคล
• สายการบินอาจเปลี่ยนเครื่อง (aircraft) โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า
• ขอสงวนสิทธ์ิไม่คืนเงินในการยกเลิกทุกกรณี
• บริษัทฯ ขอสงวนสิทธ์ิในการเปลี่ยนผู้เดินทาง ในกรณีที่บริษัทออกตั๋วเครื่องบินแล้ว หรือ บางกรณีอาจจะเปลี่ยนแปลง
ได้ตามเงื่อนไขของสายการบินโดยอาจจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม โปรดเช็คเป็นกรณีๆหมายเหตุ
• ราคาเด็กเท่ากันกับผู้ใหญ่
• บริษัทฯขอสงวนสิทธ์ิในการยกเลิกการเดินทางในกรณีที่มีผู้เดินทางต่ำกว่า 30 ท่าน โดยจะแจ้งให้ผู้เดินทางทราบ
ล่วงหน้า อย่างน้อย 30 วัน ก่อนการเดินทาง
• บริษัทฯ ขอสงวนสิทธ์ิในการเปลี่ยนแปลงรายการท่องเที่ยว กรณีที่เกิดเหตุจำเป็นสุดวิสัย อาทิ การล่าช้าของสายการบิน
การนัดหยุดงาน การประท้วง ภัยธรรมชาติ การก่อจลาจล อุบัติเหตุ ปัญหาการจราจรฯลฯ ทั้งนี้จะคำนึงและรักษา
ผลประโยชน์ของผู้เดินทางไว้ให้ได้มากที่สุด
• บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น หากท่านถูกปฏิเสธการเข้าเมือง อันเนื่องจากการกระทำที่ส่อไปในทางผิด
กฎหมาย หรือการ หลบหนีเข้าเมือง

สนใจทัวร์ติดต่อ คุณฝน 02 9735518, คุณแหน หรือ คุณอ้อ โทร.02 5212690 – 1

PRAVINIA Academy of Beauty and Spa เปิดสอน7ปี เปิดให้บริการครั้งแรกกั ‘FACE Exercise’นวดหน้าเรียว ลดริ้วรอย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/454971

PRAVINIA Academy of Beauty and Spa เปิดสอน7ปี เปิดให้บริการครั้งแรกกั ‘FACE Exercise’นวดหน้าเรียว ลดริ้วรอย

วันอังคาร ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 15.46 น.

PRAVINIA Academy of Beauty and Spa เปิดสอนมา 7 ปี เปิดให้บริการเป็นครั้งแรก

กับบริการ ‘FACE Exercise’นวดหน้าเรียว ลดริ้วรอย

โปรโมชั่นประวัติศาสตร์ ในราคา 1,599 บาท ถึงสิ้นปี 2562 เท่านั้น

Pravinia Academy of Beauty and Spa สถาบันสอนความงามและสปาพราวิเนียนำโดย คุณประวีณ์นุช กิติวัฒนบำรุง ผู้ก่อตั้งสถาบันสอนนวดหน้า ศาสตร์ความงามและความรู้ในการประกอบธุรกิจสปา  Pravinia Academy of Beauty and Spa ฉลองการก้าวเข้าสู่ปีที่ 7 กับการเปิดสถาบันเริ่มให้บริการสปาเพื่อความงามเป็นครั้งแรก กับบริการนวดหน้า “FACE Exercise” นวัตกรรมการนวดหน้าด้วยเทคนิคพิเศษ ที่ให้ผลเสมือนกล้ามเนื้อใบหน้าได้ออกกำลัง นวดหน้าเรียว ลดริ้วรอยและถุงใต้ตา ส่งผลให้กล้ามเนื้อเฟิร์ม แข็งแรง ผิวหน้ากระชับ ไม่หย่อนคล้อย ใบหน้าเรียวเล็กลง ริ้วรอยถุงใต้ตาจางลง การันตีด้วยความเป็นสถาบันสอนนวดหน้า นวดความงามและสปา อันดับหนึ่งของเมืองไทย มีศิษย์มากถึง 4,000 กว่าคนจากทั่วโลก กับโปรโมชั่น ราคาสุดพิเศษจากราคา 2,499 บาท เหลือเพียง 1,599 บาท กับ 12 ขั้นตอนการนวดหน้า FACE Exercise ในเวลา 75 นาที และพิเศษยิ่งกว่า คือแพ็คเกจFACE Exercise 10 ครั้ง ในราคาเพียง 12,999 บาทเท่านั้น โดยโปรโมชั่นแพ็คเกจพิเศษนี้ สามารถเก็บสิทธิ์ใช้บริการได้นาน 1 ปี และใส่ชื่อใช้บริการร่วมกันได้ถึง 2 คน

โปรโมชั่นประวัติศาสตร์นี้ เริ่มตั้งแต่วันนี้ถึงสิ้นปี 2562 นี้เท่านั้น ผู้ที่สนใจศาสตร์ความงามธรรมชาติ นวดหน้าด้วยมือ100% สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/PraviniaAcademy/ และ https://www.pravinia.net/

เอแลนด์ ดีเวลอปเม้นท์ เผยโฉม’Atelier Ultra Luxury Private Residence’ ฉีกทุกกฎแห่งความลักซ์ชัวรี่ ชูดีไซน์เหนือชั้น

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/454909

เอแลนด์ ดีเวลอปเม้นท์ เผยโฉม’Atelier Ultra Luxury Private Residence’ ฉีกทุกกฎแห่งความลักซ์ชัวรี่ ชูดีไซน์เหนือชั้น

วันอังคาร ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 12.42 น.

เอแลนด์ ดีเวลอปเม้นท์ เผยโฉม “Atelier Ultra Luxury Private Residence” ฉีกทุกกฎแห่งความลักซ์ชัวรี่ ชูดีไซน์เหนือชั้น เรียบหรูเหนือจินตนาการ ใส่ใจแม้รายละเอียดที่มองไม่เห็นแต่สัมผัสได้ ตอกย้ำความเป็นยูนีคดีเวลอปเปอร์

ตลาดอสังหาริมทรัพย์บ้านเรากลับมาคึกคักส่งท้ายปี กับการทยอยเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัย อย่างต่อเนื่อง ไม่เว้นแม้แต่ผู้เล่นหน้าใหม่ที่น่าจับตามองอย่าง เอแลนด์ ดีเวลอปเมนท์ ภายใต้การนำของ ธรา ชัยวิชิตธรากุล และ ปัณฑารัตน์ ศานติมงคลวิทย์ สองผู้บริหารคนเก่ง ผู้มีแพชชั่นอันแรงกล้าที่จะพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยในมิติใหม่ เติมเต็มช่องว่างในตลาดที่อยู่อาศัย โดยหลังจากประสบความสำเร็จจากโครงการโฮมออฟฟิศ ย่านศรีนครินทร์ที่ได้รับกระแสตอบรับดีเกินคาด ขายหมดเกลี้ยงใน 3 เดือน ทั้งคู่ก็เดินเครื่องลุยโปรเจกต์ต่อไปทันที โดยขยับมาเจาะกลุ่มลูกค้าอัลตร้าลักซ์ชัวรี่ พัฒนาโครงการ “Atelier Residence” สุดเอ็กซ์คลูซีฟเพียง 8 หลัง ชู 4 จุดเด่น ตั้งแต่ทำเลใจกลางเมือง การออกแบบที่ไม่เหมือนใคร เพิ่มพื้นที่คอร์ตยาร์ตภายในบ้าน คัดสรรเฉพาะวัสดุเกรดพรีเมี่ยม พร้อมมอบความเป็นส่วนตัวสูง ทั้งหมดนี้เพื่อให้มั่นใจว่าผลงานที่ออกมาเลอค่าสมกับชื่อโครงการที่มีความหมายว่า “งานศิลปะ” สะท้อนความเป็นมาสเตอร์พีซอย่างแท้จริง

ปัณฑารัตน์ ศานติมงคลวิทย์ หนึ่งในผู้บริหารของเอแลนด์ ดีเวลอปเม้นท์ จำกัด เผยถึงที่มา ของโครงการ “Atelier Residence ” ว่าเป็นการหลอมรวมจากแพชชั่นและประสบการณ์ในวงการอสังหาริมทรัพย์มากว่า 10 ปี จนทำให้มีความเข้าใจตลาดที่อยู่อาศัย และความต้องการของลูกค้าเป็นอย่างดี ทั้งนี้จากการศึกษาเทรนด์ ของอสังหาฯอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่ทำให้กลับมาตั้งคำถามเสมอ คือ ทำไมเวลานึกถึงบ้านหรูระดับลักซ์ชัวรี่แล้ว คนส่วนใหญ่มักติดกรอบอยู่กับรูปแบบบ้านจัดสรรแบบเดิมๆ ที่เน้นความหรูหราอลังการเท่านั้น ซึ่งไม่ผิดนะ เพียงแต่เราเชื่อว่า ยังมีรูปแบบความลักซ์ชัวรี่ใหม่ๆที่น่าสนใจ ซึ่งเราอยากพัฒนาโครงการที่ฉีกกรอบนิยามความลักซ์ชัวรี่แบบเดิมๆ ในสไตล์ที่เราชอบและเชื่อว่ามีลูกค้าอีกกลุ่มหนึ่งที่มองหาและรอคอย ด้วยการสะท้อนความเรียบหรูแบบคลาสสิก เพิ่มสเปซคอร์ตยาร์ดกลางบ้านที่ช่วยเปลี่ยนบรรยากาศในบ้านให้ดูโล่งสบาย  มีกลิ่นอายของเป็นรีสอร์ท เหมาะสำหรับการพักผ่อนและชาร์จพลัง  เน้นการใช้วัสดุจากธรรมชาติเข้ามาเพิ่มความรู้สึกอบอุ่นเข้ามาในบ้าน

“ดังนั้น เมื่อได้ที่ดินในซอยสหการประมูล สี่แยกทาวน์อินทาวน์มา เราจึงตัดสินใจนำคอนเซ็ปท์ที่มีในใจมาพัฒนาโครงการ ซึ่งมีความได้เปรียบในแง่ความไพร์มของโลเคชั่น ซึ่งอยู่ในย่านใจกลางเมือง ใกล้ย่าน New CBD อย่างพระราม9 -รัชดา สามารถเดินทางเข้าเมืองได้ง่าย ทะลุออกเอกมัย ทองหล่อ   พระราม 9 ประดิษฐ์มนูธรรม ทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ ได้ในระยะไม่เกิน 5 กิโลเมตร  นอกจากนี้รอบๆ โครงการ  ยังห้อมล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนนานาชาติ โรงพยาบาลชั้นนำ ห้างสรรพสินค้า และคอมมูนิตี้ มอลล์ อย่างโกลเด้นเพลส, เซ็นทรัล พลาซ่า แกรนด์ พระราม 9, เซ็นทรัล อีสต์วิลล์, เดอะ คริสตัล เอกมัย – รามอินทรา พร้อมตอบโจทย์การอยู่อาศัยของทุกเจเนอเรชั่น”

นอกจากความไพร์มของโลเคชั่น ซึ่งเป็นหนึ่งในแต้มต่อสำคัญของการพัฒนาโครงการ ระดับอัลตร้าลักซ์ชัวรี่แล้ว  การดีไซน์ก็เป็นอีกหัวใจสำคัญ  ซึ่งทางเอแลนด์ได้ร่วมกับดีไซเนอร์ที่มีความชำนาญในการออกแบบ Private Residence มาร่วมออกแบบให้โครงการบ้านเดี่ยวสุดหรู 3 ชั้นให้เป็นมากกว่าบ้านจัดสรรทั่วไป แต่เป็นมาสเตอร์พีชของผู้ที่ได้ครอบครองอย่างแท้จริง

“จุดเด่นในการออกแบบโครงการ คือ การนำแนวคิด Oval Design มาใช้ เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยสามารถใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการได้ดั่งใจภายในอาณาจักรส่วนตัว ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกรบกวนจากภายนอก เพราะด้วยดีไซน์ของโครงการทำให้บ้านแต่ละหลังราวกับได้รับการห่อหุ้มให้ซ่อนตัวจากโลกภายนอก ขณะที่การตกแต่งภายใน เน้นความอบอุ่น โฮมมี่ และหนึ่งในไฮไลท์ที่ลูกบ้านทุกหลังจะได้เป็นเจ้าของ คือ กำแพงอิฐสีเทาที่สูงตระหง่าน เลอค่าด้วยกรรมวิธีการผลิตระดับแฮนด์เมด ฝีมือคนไทย ที่บรรจงใช้ดินสีเทามาเผาทีละเตาเพื่อให้ได้อิฐแต่ละก้อนที่ไม่เพียงทนทานสูง ต่อให้กาลเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนสีก็ไม่เฟด ที่สำคัญไม่ต้องการการดูแลรักษาเป็นพิเศษ เช่นเดียวกับการเลือกใช้ไม้จริงเข้ามาเป็นอีกส่วนผสมในการออกแบบ เพื่อเพิ่มความอบอุ่น สบายตาภายในบ้าน เช่นเดียวกับพันธุ์ไม้ที่เลือกมาไว้ภายในคอร์ตยาร์ดกลางบ้านก็คัดสรรพันธุ์ไม้มงคล ไม่ต้องกังวลว่ารากจะชอนไชทำให้บ้านเสียหาย”

ปัณฑารัตน์  ยังเสริมด้วยว่า ที่กล่าวมาเป็นแค่ส่วนหนึ่งของรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ ที่เราใส่ใจ เพื่อส่งมอบให้ลูกค้า ซึ่งเธอมองว่า เป็นข้อดีของการเป็นดีเวลลอปเปอร์รายเล็ก จึงเปิดโอกาสให้ผู้บริหารสามารถลงรายละเอียดทั้งในส่วนที่ลูกค้าจะสัมผัสได้ และสัมผัสไม่ได้จนกว่าจะเข้ามาเป็นเจ้าของ

“อีกหนึ่งความใส่ใจที่เรามองเผื่ออนาคต คือ การออกแบบถนนในโครงการให้กว้างถึง 11 เมตร ถามว่าทำไม เราไม่เอาพื้นที่ถนนมาเพิ่มเนื้อที่บ้าน เพื่อขายลูกค้าได้เพิ่ม คำตอบ คือ เราคิดเผื่อสำหรับลูกบ้านเวลามีแขกมาหา หรือ มาปาร์ตี้ แล้วที่จอดรถที่เตรียมไว้ให้ 6 คันไม่พอ แขกก็ยังสามารถจอดรถหน้าบ้านได้เลย โดยไม่รบกวนเพื่อนบ้าน มองดูอาจเป็นเรื่องเล็ก แต่เราคิดใหญ่ว่า ถ้าลูกบ้านอยู่ไปแล้วเจอปัญหานี้จะมาแก้ทีหลัง เพิ่มความกว้างถนนในโครงการก็สายไปแล้ว เพราะฉะนั้นเราคิดเผื่อและทำให้เลย เช่น เดียวกับงานวางระบบและโครงสร้างบ้าน เราให้ความสำคัญมาก เพราะมองว่า โครงสร้างบ้านก็เปรียบเหมือนกระดูกของคนเรา ถ้ากระดูกตรง สรีระสวย ต่อให้จะเปลี่ยนลุค เปลี่ยนทรงผมเมื่อไหร่ก็ได้ เหมือนกับบ้านจะตกแต่งภายในเปลี่ยนวอลเปเปอร์ใหม่กี่ครั้งก็ได้ แต่สำคัญโครงสร้างบ้าน งานระบบต้องวางไว้อย่างดีก่อน”

เผยถึงความพิเศษของโครงการที่ไร้ที่ติแล้ว ถามถึงมุมมองที่มีต่อความท้าทายในการเป็นดีเวลลอปเปอร์ขนาดเล็กที่เข้ามาชิงส่วนแบ่งในตลาดอสังหาฯที่มีการแข่งขันอย่างดุเดือด ปัณฑารัตน์ มองว่า ตลาดลักซ์ชัวรี่บ้านเราวันนี้ยังมีอนาคต และยังไม่อิ่มตัว ขอเพียงแต่ดีเวลลอปเปอร์สามารถพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าระดับบนได้ เพราะตราบที่เขารู้สึกว่าคุ้มค่ากับการเป็นเจ้าของ ราคาไม่ใช่ปัญหา ซึ่งเธอเชื่อมั่นว่าทั้ง 8 ยูนิตของโครงการน่าจะปิดการขายได้ภายใน 2 ปี

“เราไม่ได้มองว่าวันนี้เรากำลังพัฒนาโครงการเพื่อแข่งกับดีเวลลอปเปอร์เจ้าใหญ่ แต่เรามองภาพตัวเองว่าเป็นดีเวลลอปเปอร์น้องใหม่ที่เชื่อในความจิ๋วแต่แจ๋ว ความคล่องตัวในการทำงาน พร้อมจะลงลึกทุกรายละเอียดเพื่อส่งมอบโครงการที่สร้างความพึงพอใจให้ลูกค้าสูงสุด ซึ่งความเล็กพริกขี้หนูของเราเป็นข้อได้เปรียบ ทำให้เราสามารถพัฒนาที่ดินที่ขนาดไม่ใหญ่มาก แต่มีความไพร์มของโลเคชั่น เป็นโครงการบ้านเดี่ยวกลางเมืองได้ ในขณะที่ดีเวลลอปเปอร์เจ้าใหญ่อาจจะไม่ทำ”

สำหรับแผนการในอนาคต ปัณฑารัตน์ ทิ้งท้ายว่า ยังมีแผนจะพัฒนาโครงการใหม่ๆต่อไป ส่วนจะในรูปแบบบ้านเดี่ยว คอนโดมิเนียม หรือ โฮมออฟฟิศ คงต้องดูเทรนด์ในตลาด และศึกษาองค์ประกอบต่างๆ แต่ตอนนี้ขอเลือกโฟกัสโครงการ “Atelier Residence” ซึ่งพร้อมแล้วที่จะเปิดบ้านให้ผู้ที่สนใจเข้าชม และเป็นเจ้าของ

“ด้วยความเป็นบูทีค ดีเวลลอปเปอร์ เราไม่ทำอะไรใหญ่เกิน แต่พัฒนาทุกโครงการด้วยความเชื่อมั่นและมั่นใจ เพราะฉะนั้น ตอนนี้เราเลือกที่จะทุ่มเทให้โครงการนี้แบบเกินร้อย” ปัณฑารัตน์ทิ้งท้าย

คุณแหนพาลงเรือ ใหญ่ที่สุด จุได้ 4,905 คน

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/454812

คุณแหนพาลงเรือ ใหญ่ที่สุด จุได้ 4,905 คน

วันอังคาร ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ข่าวดีอีกครั้ง สำหรับครอบครัวที่ชอบเดินทาง หาประสบการณ์ชีวิต ทัวร์คุณแหน ขอเชิญชวนสมาชิกแนวหน้า ร่วมสุขสันต์หรรษา เดินทางล่องเรือสำราญใหญ่ที่สุด 1 ใน 5 ของโลก จากสิงคโปร์สู่แหลมฉบัง (กรุงเทพฯ) ระหว่างวันที่ 9-11 มกราคม 2563 เป็นเวลา 3 วัน 2 คืน ด้วยเรือเดินสมุทร QUANTUM of THE SEAS ที่มีขนาดเรือ 168,666 ตัน ซึ่งใหญ่ที่สุดจุผู้โดยสาร 4,905 คน พร้อมสต๊าฟ 1,500 คน

หรูหรา ทันสมัย ปลอดภัย เพียบพร้อมด้วยเครื่องอำนวยความสะดวกที่ครบครัน ตื่นตาตื่นใจไปกับการแสดงโชว์อันแสนพิเศษ ระดับโลก ภายในเรือ ประกอบด้วย กระเช้าชมวิวมุมสูง ลานสวนสนุก กีฬาและกิจกรรมอเนกประสงค์ เครื่องเล่นลอยตัวในห้องแคปซูล ห้องออกกำลังกาย ฯลฯ โดยเฉพาะเด็กๆ จะได้สนุกสนานไปกับสวนสนุกสำหรับเด็ก สระน้ำ หุ่นยนต์คอมพิวเตอร์ผสมเหล้า ตลอดจนเครื่องเล่นมากมาย ปลอดภัย ได้มาตรฐาน

ราคาทัวร์รวมทุกอย่าง ตั๋วเรือ ตั๋วเครื่องบิน รวมค่าทิป ภาษีท่าเรือ อาหารเครื่องดื่มชา-กาแฟ ฯลฯ

สนใจติดต่อทัวร์ คุณนรพล หรือคุณอ้อ โทร.02-5212690-1, 02-5226426-8 หรือคุณแหน

แพทย์จุฬาฯ พัฒนางานวิจัยภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็ง

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/454790

news_default

แพทย์จุฬาฯ พัฒนางานวิจัยภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็ง

วันอังคาร ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ศ.นพ.เกียรติ รักษ์รุ่งธรรม รองอธิการบดี กำกับดูแลด้านการวิจัย พัฒนา และนวัตกรรม จุฬาฯ พร้อมด้วย ศ.ดร.พิรงรอง รามสูต รองอธิการบดี กำกับดูแลด้านสื่อสารบริการสังคมและพันธกิจสากล จุฬาฯ ศ.นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ คณบดี คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ศ.ดร.นพ.วิโรจน์ศรีอุฬารพงศ์ อายุรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรศาสตร์โรคมะเร็ง ศูนย์ความเป็นเลิศด้านภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็ง ศ.ดร.พญ.ณัฏฐิยา หิรัญกาญจน์ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็ง อ.นพ.ไตรรักษ์ พิสิษฐ์กุล หัวหน้ากลุ่มวิจัยพัฒนาแอนติบอดีเพื่อการรักษามะเร็ง ศูนย์ความเป็นเลิศด้านภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็ง และผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาเชิงระบบอ.นพ.กรมิษฐ์ ศุภพิพัฒน์ หัวหน้ากลุ่มวิจัยเซลล์บำบัดมะเร็ง ศูนย์ความเป็นเลิศด้านภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็ง คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และ ดร.ยรรยงไทยเจริญ กรรมการสมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกันแถลงข่าว “ก้าวอีกขั้น! แพทย์จุฬาฯ พัฒนางานวิจัยภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็ง” การแถลงความก้าวหน้าของงานวิจัยการรักษาโรคมะเร็งด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด

ศ.นพ.เกียรติ รักษ์รุ่งธรรมรองอธิการบดีฝ่ายวิจัย พัฒนา และนวัตกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกล่าวว่า การขับเคลื่อนจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ไปสู่ความเป็น“มหาวิทยาลัยแห่งชาติในระดับโลกที่สร้างสรรค์องค์ความรู้และนวัตกรรมเพื่อสร้างเสริมสังคมไทยสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” นั้น มหาวิทยาลัยต้องกล้าที่จะตอบโจทย์ที่ยากและท้าทายอย่างมากของสังคม โดยอาศัยคนเก่งที่มีมากมายทุกศาสตร์มาร่วมคิดและร่วมทำโครงการวิจัยและนวัตกรรมที่ท้าทายด้วยกัน อย่างมุ่งเป้าเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ ดังนั้นเพื่อให้การขับเคลื่อนงานที่ท้าทายเหล่านี้สามารถริเริ่มได้รวดเร็วทันการณ์ ทางจุฬาลงกรณ์มหาวิทายาลัย ให้ใช้เงินจากรายได้ที่ได้จากการบริหารทรัพย์สินรายได้จากมาบุญครองตั้งเป็น “กองทุน ศตวรรษที่ 2 เพื่อการก้าวกระโดด ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” ในการสนับสนุนโครงการวิจัยขนาดใหญ่เพื่อตอบโจทย์ที่ท้าทายของสังคมอย่างจริงจังให้เกิดขึ้น โดยหวังว่าระยะยาวโครงการที่มีคุณภาพสูงเหล่านี้สามารถตอบโจทย์สังคมที่ท้าทายและยากมากได้อย่างแท้จริงและได้รับการสานต่อจากทางรัฐบาลและจากเอกชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสนับสนุนจากประชาชนทั่วไป

โครงการแพทย์จุฬาฯ พัฒนางานวิจัยภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็ง หรือ Cancer Cure เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่สำคัญของกองทุนศตวรรษที่ 2 ที่ผนึกพลังจากหลายคณะและสถาบันทั้งในด้านแพทยศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เภสัชศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ สังคมศาสตร์ เพื่อร่วมกันทำวิจัย การพัฒนาภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็ง เพื่อแก้ปัญหามะเร็งที่พบเพิ่มขึ้นในสังคมสูงวัยและวัยต่างๆ

รศ.ดร.นพ.วิโรจน์ ศรีอุฬารพงศ์อายุรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรศาสตร์โรคมะเร็ง ศูนย์ความเป็นเลิศด้านภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็ง เปิดเผยว่า ในปัจจุบัน มีความก้าวหน้าของการรักษาโรคมะเร็งด้วยภูมิคุ้มกันบำบัดอย่างรวดเร็ว ยาภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็งที่ได้รับการอนุมัติให้ใช้รักษาผู้ป่วยมะเร็ง โดยองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา ยุโรป และอีกหลายประเทศทั่วโลก เป็นแอนติบอดีที่ปลดล็อกสิ่งที่เซลล์มะเร็งสร้างขึ้นเพื่อป้องกันตัวเอง ทำให้ภูมิคุ้มกันต้านมะเร็งของผู้ป่วยกลับมาทำงานต่อสู้กับมะเร็งได้

ขณะนี้มีข้อบ่งชี้ในการรักษามะเร็งมากถึง 21 ชนิด โดยมีทั้งที่ให้เป็นการรักษาเป็นยาเดี่ยวหรือให้ร่วมกับยาหรือการรักษาอื่นๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรักษา ทำให้มีผลเพิ่มอัตราการรอดชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งหลายชนิดได้ยาวนานขึ้น ลดการกลับมาเป็นซ้ำของมะเร็งบางชนิด นอกจากยาที่ปลดล็อกระบบภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็ง ยังมีความพยายามพัฒนานวัตกรรมการรักษามะเร็งด้วยการใช้วัคซีนกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันเพื่อบำบัดมะเร็งอีกด้วย โดยออกแบบและสร้างวัคซีนที่จำเพาะกับโปรตีนของเซลล์มะเร็ง แล้วนำมาให้ผู้ป่วยมะเร็งเพื่อให้ผู้ป่วยสร้างภูมิต้านทานมะเร็งต่อโปรตีนแปลกปลอมบนเซลล์มะเร็ง ทำให้มีการทำลายเซลล์มะเร็งด้วยระบบภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยคล้ายกับการต่อสู้เชื้อโรคสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาในร่างกายผู้ป่วยโรคติดเชื้อ

สำหรับงานวิจัยของเรามุ่งเน้นไปที่การพัฒนาวัคซีนเฉพาะผู้ป่วยมะเร็งแต่ละราย ให้เหมาะสมกับความหลากหลายของมะเร็งในแต่ละบุคคล และมีแผนที่จะพัฒนาไปใช้ร่วมกับยาแอนติบอดีที่ปลดล็อกการต่อต้านระบบภูมิคุ้มกันของเซลล์มะเร็ง โดยมีขั้นตอนการทำงานหลักๆ 3 ขั้นตอน ดังนี้ขั้นที่ 1 : นำเนื้อเยื่อมะเร็งจากผู้ป่วยแต่ละรายมาตรวจหาโปรตีนของเซลล์มะเร็งที่มีการกลายพันธุ์ เพื่อหาโปรตีนที่เป็นเป้าหมายเฉพาะของมะเร็งในผู้ป่วยแต่ละราย ขั้นที่ 2 : ผลิตวัคซีนเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันต่อโปรตีนที่เป็นเป้าหมาย “เฉพาะบุคคล” เพื่อให้มีผลในการรักษาเฉพาะผู้ป่วยรายนั้นๆ อย่างเหมาะสมที่สุด ขั้นที่ 3 : นำวัคซีนฉีดกลับเข้าสู่ร่างกายผู้ป่วยและติดตามผลการรักษามะเร็ง อย่างไรก็ตามในปีที่ผ่านมา เราได้ทำวิจัยขั้นตอนที่ 1 และ 2 ได้สำเร็จแล้ว ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนพิจารณาจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อเริ่มวิจัยทางคลินิกในขั้นตอนที่ 3 ตามข้อกำหนดในการใช้วัคซีน

ศ.ดร.พญ.ณัฏฐิยา หิรัญกาญจน์ ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็ง คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวปิดท้ายว่า ถึงแม้ว่างานวิจัยของศูนย์จะมีความก้าวหน้าเป็นอย่างมากและได้รับความสนับสนุนจากหลากหลายหน่วยงานและประชาชนโดยทั่วไป แต่การศึกษาและวิจัยยังต้องใช้เวลาและเงินทุนในการทำงานวิจัยในขั้นต่อๆ ไปอีกเป็นจำนวนมาก จึงยังมีความจำเป็นที่จะต้องหาแหล่งทุนเพื่อสนับสนุนการวิจัยเพื่อให้เกิดความสำเร็จต่อไปอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ทางคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ได้จัดกิจกรรมต่างๆ อย่างต่อเนื่องทั้งเพื่อระดมทุนสนับสนุนและเพื่อให้ความรู้ที่ถูกต้องแก่ประชาชน ล่าสุดคือ “กิจกรรมงานวิ่งการกุศล “Chula Cancer Run ก้าว…ทันมะเร็ง” ที่จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่15 ธันวาคม 2562 ณ สนามกีฬาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยจัดให้มีการวิ่ง 3 ระยะทาง ได้แก่ 2.2 กม.5.2 กม. และ 10.2 กม.

“เราอยากให้ทุกคนมีสุขภาพดีและตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลตนเองเพื่อห่างไกลโรคมะเร็ง งานนี้ยังได้รับความอนุเคราะห์จากสมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และได้ศิษย์เก่าอย่าง พี่ตูน จากมูลนิธิก้าวคนละก้าวมาร่วมวิ่ง 10.2 กม. กับเราด้วย ผู้สนใจสมัครกันได้ที่ https://race.thai.run/chulacancerrunนอกจากนี้ จะมีกิจกรรม Virtual Run พร้อมกันทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2562 จนไปถึงวันมะเร็งโลกในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ปีหน้า เพื่อให้มีการออกกำลังกายต่อเนื่อง ติดตามได้ใน LINE:@chulacancerrun(มี @) หรือสำหรับผู้ที่ต้องการจะร่วมบริจาคเพื่อการวิจัยสามารถบริจาคเข้าบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ “คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” (เงินบริจาคเพื่อการวิจัย)เลขที่ 045-304669-7 (กระแสรายวัน) ผู้ที่ต้องการใบเสร็จเพื่อลดหย่อนภาษี ขอให้กรอกข้อมูลขอใบเสร็จมาทาง online http://canceriec.md.chula.ac.th/donation/

‘MCM Christmas Market’ โปรเจกท์เพื่อสังคมส่งท้ายปี

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/454724

‘MCM Christmas Market’ โปรเจกท์เพื่อสังคมส่งท้ายปี

วันอังคาร ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

MCM ประเทศไทย ร่วมกับไอคอนสยาม จัดอีเว้นท์ใหญ่เพื่อการกุศลส่งท้ายปี “MCM Christmas Market” (เอ็มซีเอ็ม คริสต์มาส มาร์เก็ต) โดยได้เนรมิต German Christmas Market ตามแบบฉบับเยอรมนีขนานแท้มาไว้ ณ ธารา ฮอลล์ ชั้น M ไอคอนสยาม ตั้งแต่วันที่ 22-28 พฤศจิกายน 2562 มีไฮไลต์ที่ห้ามพลาด ได้แก่ MCM Bear น้องหมี MCM ตัวใหญ่สุดน่ารักในชุดคริสต์มาส นิทรรศการนำเสนอเรื่องราวของ MCM และวิวัฒนาการของกระเป๋าตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน พร้อมด้วยร้านอาหารเยอรมันและเมนูขึ้นชื่อที่ไม่ได้หาทานได้ง่ายๆ และเปิดโอกาสให้ได้ร่วมกันช่วยเหลือสังคม เพียงแค่มาถ่ายรูปร่วมกับน้องหมี MCM Bear พร้อมติดแฮชแท็ก #MCMLoveBearTH ทุก1 แฮชแท็ก เท่ากับการบริจาค 1 บาท หรือร่วมสมทบทุนผ่านการซื้อกระเป๋ารุ่นไอคอนิคจำนวน 3 รุ่น โดยจะนำรายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายกระเป๋าทั้ง 3 รุ่นดังกล่าวหลังหักค่าใช้จ่าย นำไปบริจาคให้กับสภากาชาดไทย

สลิล สุญาณเศรษฐกร กรรมการบริหาร บริษัท พีพี แกลม จำกัด ผู้บริหารแบรนด์ MCM ประเทศไทย กล่าวว่าแรงบันดาลใจในการทำโครงการเพื่อการกุศลของแบรนด์ MCM เกิดจาก คิมซังจู (Kim Sung-Joo) Chief Visionary Officerของแบรนด์ MCM ซึ่งนอกจากจะเป็นผู้บริหารสูงสุดของแบรนด์แล้ว ยังนับได้ว่าเป็นผู้ที่นำกระแสแบรนด์ MCM กลับมาให้เป็นแบรนด์ยอดฮิตอีกครั้งในปี 2005 ซึ่ง คิมซังจู มีแพชชั่นในการดำเนินธุรกิจโดยใส่ใจและรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งเธอทำงานร่วมกับองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร (non-profit organizations) มาหลายแห่ง จากแรงบันดาลใจของ คิมซังจู ถ่ายทอดสู่แบรนด์ MCM ในแต่ละประเทศทั่วทุกมุมโลก จึงได้ยึดการบริหารงานโดยใส่ใจและรับผิดชอบต่อสังคม ทำให้เกิดโปรเจกท์เพื่อการกุศลขึ้นมากมายทั่วโลก และเป็นกิจกรรมที่ได้รับความสนใจจนเกิดเป็นกระแส อาทิ ปี 2011 แบรนด์ MCM ได้ร่วมกับมูลนิธิศุภนิมิตที่ประเทศเกาหลีใต้ เฉลิมฉลองร้านป๊อปอัพ (Pop-Up Store) ในคอนเซ็ปต์คริสต์มาส ที่ห้างลอตเต้ (Lotte) ณ กรุงโซล โดยมีไฮไลต์เป็น MCM Love Box เครื่องคีบกล่องของขวัญขนาดใหญ่ให้ทุกคนร่วมสนุกได้ โดยนำรายได้ส่วนหนึ่งหลังจากหักค่าใช้จ่ายสมทบทุนมูลนิธิศุภนิมิต

ถัดมาปี 2012 มีแคมเปญ Raise Money with Pink Bags ที่ประเทศฮ่องกง ซึ่งร่วมกับ THE REGISTRY องค์กรเพื่อสนับสนุนครอบครัวที่ต้องการความช่วยเหลือในด้านมะเร็งเต้านมทางพันธุกรรม โดยสินค้าสีชมพูทุกชิ้นในร้าน MCM ที่ถูกจำหน่ายจะนำมาร่วมในแคมเปญนี้ ซึ่งนำรายได้ส่วนหนึ่งหลังหักค่าใช้จ่ายมอบให้กับ THE REGISTRY จากนั้นปี 2016 แบรนด์ MCM ประเทศเกาหลีใต้ จัดโปรเจกท์ป็อปอัพ (Pop-Up Store) สุดพิเศษต้อนรับช่วงเทศกาลคริสต์มาสที่ห้างสรรพสินค้าลอตเต้ โดยรายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายนำไปบริจาคให้แก่การกุศลเพื่อช่วยเหลือผู้ยากไร้ และปี 2018 แบรนด์MCM ได้ร่วมกับองค์กร (RED) ออกแบบคอลเลคชั่นพิเศษ MCM x (RED) ที่มีแต่สินค้าสีแดง เพื่อนำรายได้ส่วนหนึ่งไปร่วมสมทบทุนกองทุนโลก เพื่อช่วยสนับสนุนโครงการเกี่ยวกับเอชไอวีและเอดส์

สำหรับ MCM ประเทศไทย ก็ได้ร่วมสานต่อวิสัยทัศน์ที่ต้องการช่วยเหลือสังคมและองค์กรเพื่อการกุศลเช่นเดียวกัน โดยปี 2018 MCM ประเทศไทย ได้จัดกิจกรรมเพื่อการกุศล ภายใต้คอลเลคชั่น MCM x Eddie Kang ที่จัดขึ้น ณ ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน โดยนำกระเป๋าสุนัขเพ้นท์ลาย โดย เอ็ดดี้ คัง (Eddie Kang) นำมาประมูลในงานนี้ โดยนำรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายมอบให้มูลนิธิเดอะวอยซ์ (เสียงจากเรา)

และพิเศษสุดสำหรับ ปี 2019 MCM ประเทศไทย ร่วมกับไอคอนสยาม จัดอีเว้นท์ใหญ่เพื่อการกุศลส่งท้ายปี “MCM Christmas Market” (เอ็มซีเอ็มคริสต์มาส มาร์เก็ต) โดยได้เนรมิตGerman Christmas Market ตามแบบฉบับเยอรมนีขนานแท้มาไว้ ณ ธารา ฮอลล์ ชั้น M ไอคอนสยาม ตั้งแต่วันที่ 22-28 พฤศจิกายน 2562 ภายในงานมีไฮไลต์ที่ห้ามพลาด ได้แก่ MCM Bear น้องหมี MCM ตัวใหญ่สุดน่ารักในชุดคริสต์มาส นิทรรศการนำเสนอเรื่องราวของ MCM และวิวัฒนาการของกระเป๋าตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน พร้อมด้วยร้านอาหารเยอรมันและเมนูขึ้นชื่อที่ไม่ได้หาทานได้ง่ายๆ มาไว้ให้ทุกคนได้ลิ้มลองกัน และเพื่อเป็นการส่งมอบความสุขให้กับทุกคนและเปิดโอกาสให้ได้ร่วมกันช่วยเหลือสังคม โดยเพียงแค่มาถ่ายรูปร่วมกับน้องหมี MCM Bear พร้อมติดแฮชแท็ก #MCMLoveBearTH ทุก 1 แฮชแท็กเท่ากับการบริจาค 1 บาท

นอกจากนี้ ยังสามารถร่วมส่งความสุขอย่างต่อเนื่องกับแคมเปญ “Gift For Yourself And Gift For Others” ต้อนรับเทศกาลแห่งความสุขมอบของขวัญเพื่อตัวคุณเองและคนที่คุณรัก โดยร่วมสมทบทุนผ่านการซื้อกระเป๋ารุ่นไอคอนิคจำนวน 3 รุ่น ซึ่งเป็นกระเป๋าที่เกี่ยวโยงกับยุคสำคัญต่างๆ ที่แบรนด์ MCM ได้ก้าวผ่านมา ได้แก่ กระเป๋ารุ่นบอสตัน (Boston)เป็นกระเป๋ารุ่นโด่งดังที่มีมาตั้งสมัยยุคมิวนิค ดิสโก้ ในปีค.ศ 1976 สะท้อนให้เห็นถึงดีเอ็นเอแบรนด์ MCM ได้อย่างดีเยี่ยม, กระเป๋าสตาร์ค แบ๊กแพ็ก (Stark Backpack) ซึ่งถูกดีไซน์ออกมาในยุค วัฒนธรรม KPOP และนับเป็นยุคที่แบรนด์ MCM ได้กลับมารับความนิยมอย่างสูง และ กระเป๋าคาดอก (Belt Bag) เป็นรุ่นออริจินัลตั้งแต่สมัยริเริ่มแบรนด์ และเพิ่งถูกนำมารีดีไซน์ใหม่เมื่อปลายปี 2561 โดยจะนำรายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายกระเป๋าทั้ง 3 รุ่นหลังหักค่าใช้จ่ายนำไปบริจาคให้กับสภากาชาดไทย

สำหรับผู้ที่ร่วมแคมเปญจะได้รับถุงผ้า MCM Limited Edition ที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาสุดเอ็กซ์คลูซีฟเพื่อแทนคำขอบคุณ โดยแคมเปญนี้จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 21 พฤศจิกายน-25 ธันวาคม 2562 ณ MCM ทุกสาขา

คุณแหน : 19 พฤศจิกายน 2562

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/454810

650935

คุณแหน : 19 พฤศจิกายน 2562

วันอังคาร ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

●● เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา สามตระกูลที่มีความสัมพันธ์ทางสายญาติ กล่าวคือ “บัวสุวรรณ”,“ศิริวัฒน์”, “มูลศาสตร์” เดินทางข้ามทวีปจากประเทศอังกฤษ ฝรั่งเศส และในเมืองไทย เพื่อร่วมทำบุญอุทิศส่วนกุศลในโอกาสครบรอบ 27 ปีที่จากไปของญาติผู้ใหญ่ สุนันท์ ศิริวัฒน์ ผู้เป็นที่รักและเคารพของสมาชิกครอบครัวทุกคน โดยประกอบพิธีสงฆ์ 9 รูป ณ ตึกวชิรญาณวงศ์ รพ.จุฬาลงกรณ์ เสร็จพิธีแล้วยังรวมตัวกันเหนียวแน่นผลัดกันเป็นเจ้ามือพาไปรับประทานอาหารโลคัลอร่อย ทั้งมื้อกลางวันและจบมื้อค่ำ ที่ภัตตาคารตั้งใจอยู่เยาวราช…

●● เชื่อหรือไม่ กูรูฝรั่งเคยปรารภว่า “A MASTER-PIECE OF ART IS WORTH MORE THAN JEWELRY” เมื่อเร็วๆ นี้นักสะสมระดับอินเตอร์ มร.เฉิน ผู้มีความซึ้งในเรื่องศิลปะภาพวาดไทยคลาสสิก ได้ติดต่อผ่านINTERMEDIARY (ผู้เชี่ยวชาญคนกลาง) อยากจะขอพบพูดคุยกับไทคูนนักสะสมไทย ช่วงระวี กรรณสูตเกี่ยวกับภาพวาดระดับมาสเตอร์พีซของบุคคลผู้สูงศักดิ์ แต่ก็ถูกฝ่ายหลังปฏิเสธการนัดหมายด้วยเหตุว่าตัวท่านยึดถือคติว่า สมบัติของไทยต้องอยู่ในประเทศไทยเท่านั้น…

●● พิธีสวดพระอภิธรรมสุรชัย แสงทักษิณ จัดที่วัดเจ้าอาม ธนบุรี ถึง 18 พ.ย.นี้สุดท้าย…

●● ขอแสดงความเสียใจกับ น.ท.ณัฏฐ์ โหมาศวิน ในการจากไปของคู่ชีวิต พล.อ.ต.ญ.สุภาวดี พิธีสวดพระอภิธรรมจัดที่ศาลา 3 วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน ตั้งแต่ 17-23 พ.ย.18.30 น. และพระราชทานเพลิงศพ 24 พ.ย. 16.00 น.ณ เมรุ 2…

●● เสียใจกับ ภัทรีวรรณ คงเวช หยวน ที่สูญเสียมารดา ตั้งศพสวดที่วัดสำโรง บางกรวย-ไทรน้อย ถึง 21 พ.ย…

●● งานวัฒนาวิทยาลัยบาซาร์ เมื่อวันก่อน วิลาสินี ศุขวณิช ชวนสมัครพรรคพวกทำกระเพาะปลาแท้ๆ มาร่วมจำหน่ายกัน เป็นการกุศล…

●● สุทธิกา วิเชียรพันธุ์บินไปเที่ยวเวียดนามกับพี่สาวคนสวยทั้ง 2 คน ส่วนรศ.ยุรฉัตร บุญสนิท ไปทริปญี่ปุ่นกับน้องสาวสวนทางกับเพื่อนรักราชินี 65 พิมพ์วัลย์ สุวรรณประกรจากญี่ปุ่นมาเยี่ยมบ้านที่เมืองไทยในช่วงเวลานั้นพอดี…

●● สวยวันสวยคืน นันทริกา ทวาทศิน หลังจากมีทายาทชาย 2 หล่อ โนอาห์ กับ โนแอลให้คุณยายลานทิพย์ ได้ชื่นใจ…

●● เรื่องเก่าเล่าตำนาน “สามเสน สามเพลส” ในบริเวณเกาะรัตนโกสินทร์ บูติกโฮเต็ล เป็นบ้านเก่าแก่ของหลวงไวทเยศรางกูร (เชื้อ อิศรางกูรฯ) คุณปู่ของ ตวงพร อิศรางกูรฯ เลาหะบุตร โฮเต็ลนี้มองเห็นวิวของสะพานพระราม 8 ชัดเจนสวยงามมาก…

●● ดร.นิตยา นักระนาด มิลน์ ภูมิใจเป็นพิเศษที่เนื้อที่ในบ้านมีผลไม้อินทรีย์ปลูกไว้ได้กินผลอย่างเช่น กล้วยเล็บมือนาง กล้วยน้ำว้าพันธุ์ลูกใหญ่ เป็นอาทิ ดินดีน้ำชุ่ม พืชพันธ์ุต่างๆ จึงชอุ่มเขียวงดงามน่าชื่นใจ…

●● “บ้านขนมปังขิง” ใกล้โบสถ์พราหมณ์ เยื้องศาลาว่าการกทม.เป็นบ้านมรดกตกทอดถึงรุ่น ทันตแพทย์หญิง ท่านผู้หญิงเพ็ชรา เตชะกัมพุช และบุตรสาว เคยปิดมา 106 ปี เพิ่งมาเปิดขายขนมไทยอร่อยๆ ให้ลูกค้าได้ชิมกัน เมื่อไม่นานมานี่เอง…

●● ฮือฮาในโลกโซเชียลมิใช่น้อย เมื่อหนุ่ม(เหลือ)น้อยวัย 66 ปี (ผู้ยังไม่เคยเข้าพิธีแต่งงานกับหญิงใดมาก่อน) ชนะ จิระเลิศพงษ์ต้นตระกูลธุรกิจกาแฟเขาช่อง เข้าพิธีวิวาห์อลังการงานสร้างกับเจ้าสาววัย 27 ปี…บรรดาเพื่อนร่วมรุ่นของเจ้าบ่าว ทั้งที่ เตรียมอุดม และ วิศวะ มช.ผู้ซึ่งล้วนวัยเลยเกษียณกันแล้วทั้งนั้น อาทิ ณัฐชาติจารุจินดา อดีตรองผู้ว่าฯปตท.,สมจิต เฉินบำรุง,ชาติชาย สุทธิกลม ร่วมกันร้องเพลง Can’t help falling in love with you ด้วยความชื่นมื่น…งานนี้ไม่ใช่แต่เจ้าบ่าวที่มีความสุข เพื่อนๆ ของเจ้าบ่าว(ที่ไม่โสด)ก็พลอยมีความสุข สนุก และรู้สึกเป็นหนุ่มกระชุ่มกระชวยขึ้นมามาก…แต่คงไม่ถึงกับอยากแต่งงานใหม่…ของอย่างนี้แค่ “คิดในใจ” ก็ผิดแล้ว !!…●●

บารอนเนส