เกษตรฯKick off ฐานข้อมูลเกษตรแห่งชาติ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/404048?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=agricultural

เกษตรฯKick off ฐานข้อมูลเกษตรแห่งชาติ

11 ธันวาคม 2562 – 20:38 น.
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์,อลงกรณ์ พลบุตร,คิกออฟ,เฉลิมชัย ศรีอ่อน,บิ๊กดาต้า
เปิดอ่าน 120 ครั้ง

กษ. Kick off ฐานข้อมูลเกษตรแห่งชาติ จับมือภาคี 10 กระทรวง ลงนาม MOU พร้อมกัน 25 ธ.ค. นี้ เพื่อให้บริการในสินค้าเกษตรสำคัญ 5 ชนิด และฐานข้อมูลเศรษฐกิจสังคมครัวเร

12 ธันวาคม 2562 กษ. Kick off ฐานข้อมูลเกษตรแห่งชาติ จับมือภาคี 10 กระทรวง ลงนาม MOU พร้อมกัน 25 ธ.ค. นี้ เพื่อให้บริการในสินค้าเกษตรสำคัญ 5 ชนิด และฐานข้อมูลเศรษฐกิจสังคมครัวเรือนเกษตร ของขวัญปีใหม่เกษตรกร ประชาชนไทย

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน) ได้มีนโยบายขับเคลื่อนเทคโนโลยีดิจิทัลด้านการเกษตรด้วยการขับเคลื่อนพัฒนาฐานข้อมูลด้านการเกษตรอัจฉริยะ (Intelligence Agricultural Big data) และ Gov Tech ของกระทรวงเกษตรฯ เพื่อนำไปสู่การยกระดับการพัฒนาและปฏิรูปภาคการเกษตรสู่ความยั่งยืน

โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็น เครื่องมือให้บรรลุเป้าหมายตามนโยบายเกษตร 4.0 กระทรวงเกษตรฯ จึงได้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการขับเคลื่อน Big Data และ Gov Tech ของกระทรวงเกษตรฯ โดยมีเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เป็นประธาน มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ เอกชน ตลอดจนนักวิชาการที่มีความเชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการ Big data เพื่อร่วมผนึกกำลังในการขับเคลื่อน Big Data

ภายใต้ชื่อโครงการฐานข้อมูลด้านการเกษตรแห่งชาติ โดย สศก. ได้จัดประชุมคณะอนุกรรมการฯ เมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เพื่อหารือถึงแผนการดำเนินงานขับเคลื่อนฐานข้อมูลด้านการเกษตรให้เกิดเป็นรูปธรรมและใช้ได้จริง และกำหนดแผนการ Kick off  โครงการพัฒนาฐานข้อมูลด้านการเกษตรแห่งชาติ ในวันที่ 25 ธันวาคมนี้ เพื่อเป็นของขวัญต้อนรับปีใหม่ให้พี่น้องเกษตรกร ให้สามารถเข้าถึงการบริการข้อมูลสารสนเทศด้านการเกษตรของภาครัฐ

ทั้งนี้ จะมีพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือการพัฒนาระบบฐานข้อมูลด้านการเกษตรแห่งชาติ ร่วมกันทั้ง 10 กระทรวง คือ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงการคลัง กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล(องค์การมหาชน) เพื่อนำข้อมูลเข้าสู่ฐานข้อมูลด้านการเกษตรแห่งชาติ ให้ครอบคลุมตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง และปลายทาง

นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับโครงการฐานข้อมูลด้านการเกษตรแห่งชาตินับเป็นการจัดทำฐานข้อมูลขนาดใหญ่ หรือ Big Data ของกระทรวงเกษตรฯ ให้เป็นรูปธรรม และมีการขับเคลื่อนนำไปใช้ประโยชน์ในทุกภาคส่วน โดยจะบูรณาการฐานข้อมูลด้านการเกษตรของ สศก. ร่วมกับฐานข้อมูลของหน่วยงานต่าง ๆ ในกระทรวงเกษตรฯ และหน่วยงานภายนอกรวม 10 กระทรวง ตลอดจนข้อมูลต่าง ๆ ในโซเชียลมีเดีย (Social Media) หรือเครือข่ายสังคมออนไลน์ (Social Network) ที่เกี่ยวข้องกับห่วงโซ่ภาคเกษตร

ทั้งด้านเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร ด้านสินค้า และด้านทรัพยากรเกษตร ซึ่งการดำเนินการจะจัดทำชุดข้อมูล (Datasets) ที่กำหนดหน่วยงานเจ้าของข้อมูลที่ชัดเจน ไม่ซ้ำซ้อน และจัดเก็บข้อมูลพฤติกรรมเกษตรกรในการดำเนินการด้านการเกษตรตั้งแต่ผลิตจนถึงขายผลผลิตโดยมีผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการที่จะให้คำแนะนำแก้ไขปัญหา (Coaching) สำหรับข้อมูลดังกล่าวจะนำมาจัดเก็บเข้าสู่ฐานข้อมูลด้านการเกษตรแห่งชาติ เพื่อการวิเคราะห์ด้วยปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) และให้บริการข้อมูล Open Data และ Open API อย่างมีรอบด้านและมีประสิทธิภาพ

สำหรับระยะแรก จะเร่งผลักดันฐานข้อมูล เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์แน่นอน ก่อนวันที่ 1 มกราคม 2563 ด้วยฐานข้อมูลสินค้าเกษตรสำคัญ 5 ชนิด คือ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน และยางพารา รวมทั้งฐานข้อมูลเศรษฐกิจสังคมครัวเรือนเกษตร และมีแผนเปิด Open Data และ Open API ชุดข้อมูลสำคัญให้กับทุกภาคส่วนได้ใช้ประโยชน์ และเร่งสร้างเครือข่ายให้เจ้าหน้าที่และนักวิชาการด้านข้อมูลของแต่ละหน่วยงาน เพื่อจัดทำข้อมูลให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

ซึ่งคาดว่าเมื่อโครงการแล้วเสร็จ จะสามารถช่วยให้การคาดการณ์และพยากรณ์ การเตือนภัยภาคเกษตร มีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น รวมถึงเป็นประโยชน์สำหรับการจัดทำนโยบายเกษตรในการบริหารจัดการและตัดสินใจในด้านการวางแผนการผลิตและการตลาด พร้อมทั้งบริการข้อมูลข่าวสารทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพและครบวงจร

ส.ป.ก. ป่าไม้​ ถกเครียดใครเจ้าภาพคดีปารีณารุก​ 682 ไร่

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/404040?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=agricultural

ส.ป.ก. ป่าไม้​ ถกเครียดใครเจ้าภาพคดีปารีณารุก​ 682 ไร่

11 ธันวาคม 2562 – 19:35 น.
กรมป่าไม้,ปารีณา,สปก,คณะกรรมการกฤษฎีกา
เปิดอ่าน 114 ครั้ง

ส.ป.ก.-ป่าไม้​ ถกเครียดความชัดเจนเจ้าภาพคดีปารีณารุก​ 682​ ไร่ ลุ้นกฤษฎีกาตีความ ด้าน เครือข่ายที่ดินจับตาดำเนินคดีปารีณา ชาวบ้าน เหมือน ต่างอย่างไร

11 ธันวาคม 2562​​ ความคืบหน้าการดำเนินคดี​ น.ส.ปารีณา​ ไกร​คุปต์​ ส.ส.ราชบุรี​รุกที่ป่า 682 ไร่​​ หลังจากที่​ส.ป.ก.และกรมป่าไม้ ยังไม่ได้ข้อสรุปว่า​ ใครจะเป็นเจ้าภาพในการดำเนินคดีในที่ดินดังกล่าว

ล่าสุดนายธวัชชัย ลัดกรูด​ ผู้ตรวจราชการกรมป่าไม้ พร้อมด้วยฝ่ายกฎหมาย ได้ร่วมประชุมกับส.ป.ก.​โดยนายนภดล ตันติเมฆิน ผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย ส.ป.ก.ฝ่ายกฎหมาย เพื่อหาข้อสรุปร่วมกัน​ อย่างเคร่งเครียด

นายธวัชชัย ลัดกรูด ผู้ตรวจราชการกรมป่าไม้ หัวหน้าคณะทำงานตรวจสอบการครอบครองที่ดิน น.ส.ปารีณา กล่าวว่า​ กำลังเร่งศึกษาข้อกฎหมายให้ชัดเจนว่าสามารถดำเนินคดี น.ส.ปารีณาเพิ่มเติมในพื้นที่ 682 ไร่ ซึ่งกรมป่าไม้ได้ส่งมอบ​ส.ป.ก. แล้ว ได้หรือไม่ เนื่องจากต้องพิจารณารายละเอียดทั้งคำพิพากษาของศาลฎีกาในอดีตที่มีการฟ้องร้องบุคคลซึ่งครอบครองที่ดิน ส.ป.ก. ก่อนประกาศเป็นเขตปฏิรูปที่ดินที่ปรากฏว่า เป็นความผิดตามพ.ร.บ.ป้าไม้ พ.ศ. 2484 โดย ส.ป.ก.สามารถเป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษได้ เพราะอยู่ในความรับผิดชอบของ ส.ป.ก. ขณะนี้จึงรอการตีความของคณะกรรมการกฤษฎีกาที่​ กรมป่าไม้หารือไป เพื่อนำมาประกอบการดำเนินการต่อ

นายนภดล ตันติเมฆิน ผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย ส.ป.ก. บอกว่า ที่ดินป่าสงวนแห่งชาติเสื่อมโทรมที่​ กรมป่าไม้ส่งมอบให้ ส.ป.ก. มาจัดสรรให้เกษตรกรนั้นจะมีเกษตรกรผู้ถือครองที่ดินติดมาด้วย ซึ่ง ส.ป.ก.ก็จะตรวจสอบคุณสมบัติว่าเป็นไปตามหลักเกณฑ์การจัดสรรที่ดินของส.ป.ก.หรือไม่​ ตรงนี้เราไม่ได้มีการดำเนินคดี แต่ถ้าผู้ถือครองที่ดินไม่ให้ความร่วมมือก็ต้องนำเข้าสู่กระบวนการของการดำเนินคดี ซึ่งใน พ.ร.บ.การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมจะมีบทลงโทษตามกฎหมายอาญาในกรณีที่ผู้ถือครองที่ดินป้องปัดขัดขว้างไม่ให้ ส.ป.ก. เข้าไปตรวจสอบการทำประโยชน์ในพื้นที่เกษตรกรรมและการสำรวจขอบเขตพื้นที่

ผู้สื่อข่าว​รายงานจาก​ ส.ป.ก.​ ว่าขณะนี้​ทั้ง​ 2​ หน่วยงานอยู่ระหว่างการประชุมร่วมกัน​ โดยยังไม่ได้ข้อสรุปว่าใครจะเป็นเจ้าภาพ​ ดำเนินที่ดินของ​ น.ส.ปารี​ณา​ อีก​ 682​ ไร่​ ท่ามกลางการจับตาจากเครือข่าย​ภาค​ประชาชน​ด้านที่ดิน​ ว่ารัฐจะดำเนินคดี​ น.ส.​ปารี​ณา​ แบบเดียวกับชาวบ้านทั่วไปหรือไม่​

ครม.ขยายเวลาจ่ายเงิน ช่วยต้นทุนปลูกข้าว

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/403963?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=agricultural

ครม.ขยายเวลาจ่ายเงิน ช่วยต้นทุนปลูกข้าว

11 ธันวาคม 2562 – 15:47 น.
ครมขยายเวลาจ่ายเงิน,ต้นทุนปลูกข้าว
เปิดอ่าน 129 ครั้ง

ครม.ขยายเวลาจ่ายเงิน ช่วยต้นทุนปลูกข้าว พร้อม ประกันราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

11 ธ.ค.2562- ทำเนียบรัฐบาล นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า  ที่ประชุมครม.เห็นชอบ ตามที่กระทรวงการคลัง เสนอร่างกฎกระทรวงมาตรการต่างๆ

เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวตามที่ นบข.มีมติไปเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ตามโครงการสนับสนุนต้นทุนการผลิตให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโดยจะขยายระยะเวลาการจ่ายเงิน จากไม่เกินวันที่ 31 ธันวาคม 2562 ออกไปถึง วันที่ 30 เมษายน 2563  โครงการ ช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยว และปรับปรุงคุณภาพข้าว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกร ที่มีการลงทพเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2562  โดยจะให้เกษตรกรรายย่อย อัตราไร่ละ 500 บาท ต่อครัวเรือน ที่ไม่เกิน 20 ไร่ ครัวเรือนละไม่เกิน 1 หมื่นบาท มีระยะเวลาถึง 30 กันยายน 2563

และในที่ประชุม ยังได้เห็นชอบ โครงการประกันรายได้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เป็นจำนวน 923 ล้านบาท ครัวเรือนละไม่เกิน 30 ไร่  ที่ปลูกตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2562 ทั้งนี้ คาดว่าจะสามารถจ่ายเงินส่วนต่างได้ ภายในวันที่ 20 ธันวาคมนี้ โดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธกส.  จะเป็นผู้โอนเงินให้กับเกษตรกรที่ได้ลงทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร หรือ กสก.ไว้แล้ว

อรรถวิชช์ แจงเงินกู้ 191 ล้าน เป็นเหตุยุบพรรค อนค.

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/404190?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

อรรถวิชช์ แจงเงินกู้ 191 ล้าน เป็นเหตุยุบพรรค อนค.

12 ธันวาคม 2562 – 15:18 น.
ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ,พรรคอนาคตใหม่,อนค,ศาลรัฐธรรมนูญ,ศร,คณะกรรมการการเลือกตั้ง,กกต,ยุบพรรค,อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี,เงินกู้
เปิดอ่าน 128 ครั้ง

อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี วอน อย่านำคนลงถนนเลย แจงเงินกู้ 191 ล้าน เป็นเหตุยุบพรรคอนาคตใหม่

ภายหลังการปล่อยกู้ของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ที่ให้พรรคอนาคตใหม่ยืมเงิน จำนวน 191 ล้านบาท ได้ข้อยุติเบื้องต้น เมื่อที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติส่งศาลรัฐธรรมนูญ (ศร.) ให้ยุบพรรค โดยเห็นว่าเงินให้กู้ดังกล่าวมีเหตุอันเชื่อได้ว่าเป็นการรับบริจาคเงินโดยแหล่งที่มาไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ล่าสุด อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี โพสต์ภาพข้อความ อย่านำคนลงถนนเลย มาดูเหตุผลกัน ทำไม “เงินกู้ 191 ล้าน” เป็นเหตุยุบพรรคอนาคตใหม่ (อนค.)

ธนาธร ปิยะบุตร พูดถูก “เงินกู้” ไม่ใช่ “รายได้”

แต่ถือเป็น “ประโยชน์อื่นใด” และถ้าเกิน 10 ล้านบาท มีความผิดครับ !

เพราะ ม.66 วรรค 2 ของกฎหมายพรรคการเมือง พรรคการเมืองจะรับเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดเกินตามวรรคหนึ่งคือ 10 ล้านบาท ไม่ได้ มีโทษตาม ม.125

ซึ่ง ม.4 นิยามคำว่า “ประโยชน์อื่นใด” ไว้ โดยรวมถึง “การให้ใช้ทรัพย์สิน” และแน่นอนว่า เงินให้ที่ธนาธรให้กู้ 191 ล้านบาท คือ “ทรัพย์สิน”

โทษตาม ม.125 กรรมการบริหารพรรคถูกตัดสิทธิ์เลือกตั้งโดนแบนการเมือง 5 ปี ส่วนจะยุบพรรคมั้ย ต้องดูว่าเงินที่ยืมเอาไปใช้เลือกตั้ง มีเจตนาเอาเปรียบพรรคอื่นหรือไม่

อ่านข่าว – เป๊ปซี่ ชี้ ไม่มีการยุบ อนค. จากกรณีกู้ยืมเงิน

ถ้ากรรมการบริหารรู้ทั้งรู้อยู่แล้วแต่ทำ ก็จะไปเข้า ม.72 ห้ามพรรคการเมืองรับบริจาคเงินโดยรู้หรือควรจะรู้ว่าได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และ ม.92 (3) ระบุให้ กกต. ส่งศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรค ทั้งนี้ ก็ต้องรอดูว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะรับไว้วินิจฉัยหรือไม่

ผมคิดว่า อย่านำคนลงถนนเลย ดูกันด้วยเหตุผลดีกว่า ถ้าธนาธรและปิยบุตร คิดว่าให้พรรคยืมเงินก้อนโตแบบนี้ได้ ทั้งที่พรรคอื่นเค้าไม่ทำกัน มันก็ไม่ยุติธรรมกับพรรคอื่นเช่นกัน

อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี #อรรถวิชช์ #อนาคตใหม่ #เงินกู้

​จ่อแปรงบฯเพิ่ม 3,000 ล้านจ่ายเบี้ยประชุม-สภาใหม่

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/404189?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

​จ่อแปรงบฯเพิ่ม 3,000 ล้านจ่ายเบี้ยประชุม-สภาใหม่

12 ธันวาคม 2562 – 15:13 น.
งบประมาณ,สภา,ชวน หลีกภัย,อาคารรัฐสภาแห่งใหม่,แปรญัตติ
เปิดอ่าน 39 ครั้ง

สภาฯ​จ่อแปรงบฯเพิ่ม 3,000 ล้านบาท ใช้จ่ายเบี้ยประชุม-งานสร้างรัฐสภาใหม่เลขาสภาฯ แจงกมธ.งบฯ63 ไม่ต่อสัญญารอบใหม่ ย้ำต้องเสร็จสิ้นปี 63

รัฐสภา 12 ธันวาคม 2562 “สภาฯ”​จ่อแปรงบฯ เพิ่ม 3,000 ล้าน ใช้จ่ายเบี้ยประชุม-งานสร้างรัฐสภาใหม่ “เลขาสภาฯ” แจงกมธ.งบฯ63 ไม่ต่อสัญญารอบใหม่ ย้ำต้องเสร็จสิ้นปี 63 พบงานด้านสาธารณูปโภค สัญญายาวเม.ย. 64 ด้าน กมธ.กิจการสภาฯ จ่อเรียกบ.รับจ้าง-ที่ปรึกษา-ผู้คุมงาน แจงปมล่าช้า เพื่อหาทางออก

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ฐานะรองประธาน (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563  คนที่สิบห้า กล่าวถึงการประชุมกมธ.ซึ่งพิจารณางบประมาณของสำนักงานเลขาธิการสภาฯ ว่า นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาฯ ได้เข้าชี้แจงต่อกมธ.

ทั้งนี้ในการชี้แจงดังกล่าวนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ได้เข้าฟังเพื่อสังเกตการณ์การพิจารณาและการชี้แจงในส่วนดังกล่าว โดยไม่มีการแสดงความเห็นหรือเสนอความคิดใด ๆ ต่อที่ประชุม สำหรับการพิจารณาของสำนักงานเลขาธิการสภาฯ ซึ่งปี 2563 เสนอของบประมาณกับ กมธ.ฯ ทั้งสิ้น 6,450 ล้านบาท จากเดิมที่เสนอขอต่อสำนักงบประมาณทั้งสิ้น 1.2 หมื่นล้านบาท

โดยส่วนที่สำนักงบประมาณฯ ปรับลดกว่า 5,000 ล้านบาท เป็นส่วนของการก่อสร้างอาคารรัฐสภา ระบบสาธารณูปโภค และระบบงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (ไอซีที) และเมื่อเข้าสู่การพิจารณาของคณะอนุกมธ.ฯ ได้พิจารณาปรับลดวงเงิน 1,000 ล้านบาท  แต่ทางสำนักงานฯ เตรียมแปรญัตติของบประมาณเพิ่มเติม ประมาณ 3,000 ล้านบาท เพื่อใช้ในงานด้านนิติบัญญัติ เช่น เบี้ยประชุม และงานก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ โดยรายละเอียดที่จะแปรญัตติเพิ่มเติมนั้น สำนักงานเลขาฯ จะเสนอให้กมธ. พิจารณาช่วงวันที่ 16 ธันวาคมนี้

นพ.ชลน่าน กล่าวด้วยว่าตนได้ซักถามต่อประเด็นการขยายสัญญาก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่รอบที่ 4 เพื่อให้บันทึกไว้ในที่ประชุม โดยได้รับแจ้งว่างบประมาณที่ปรับลดจะไม่ส่งผลกระทบต่องานก่อสร้าง เพราะในปี 2562 มีงบประมาณที่เสนอขอแต่ยังไม่ก่อหนี้ผูกพันอยู่กว่า 5,000 ล้านบาท เนื่องจากใช้งบปี 62 ในส่วนงานดังกล่าวไปเพียง 2,000 ล้านบาท จากที่ได้รับงบประมาณไป 5,000 ล้านบาท​ ขณะที่ความคืบหน้างานก่อสร้างนั้นจะเสร็จภายในเดือนกุมภาพันธ์ ปี2563 ห้องประชุมสุริยันจะพร้อมใช้งาน และสามารถใช้ได้เต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ในการเปิดประชุมสมัยต่อไป ช่วงเดือนพฤษภาคม 2563

“เลขาธิการสภาฯ แจ้งด้วยว่าสำหรับระยะเวลาดำเนินงานด้านการก่อสร้างสาธารณูปโภคของรัฐสภาแห่งใหม่ สัญญาจะแล้วเสร็จ ช่วงวันที่ 5 มีนาคม 2564 ซึ่งจะไม่มีผลกระทบต่องานโครงสร้างหลัก ที่ต่อสัญญารอบที่ 4 ตั้งแต่ 16 ธันวาคม 2562 – 31 ธันวาคม 2563 แน่นอน อย่างไรก็ตามก่อนหน้านั้น บริษัทผู้รับจ้างเคยเสนอขอระยะเวลาก่อสร้างในระยะขยายรอบที่ 4 จนถึงเดือนเมษายน 2564 ทั้งนี้สภาฯ​พิจารณาถึงสิ้นปี 2563” นพ.ชลน่าน กล่าว

นายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) งบประมาณฯ​63 กล่าวด้วยว่า ที่ประชุมกมธ.ฯ ได้ซักถามต่อการขยายสัญญาก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ รอบที่  4 ระยะเวลา 382 วัน กับเลขาธิการสภาฯ ซึ่งได้รับคำยืนยันว่าการต่อสัญญารอบดังกล่าว จะทำให้การก่อสร้างอาคารรัฐสภาแล้วเสร็จ ภายในสิ้นปี 2563 และไม่มีการขยายสัญญาเพิ่มเติมอีก

นอกจากนั้นเลขาธิการสภาฯ​ยังยืนยันด้วยว่าจะเร่งรัดการดำเนินงานให้โครงการแล้วเสร็จ โดยทุ่มงบประมาณที่ได้รับจัดสรรให้กับโครงการก่อสร้าง ทั้งนี้ในการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ ที่ถูกท้วงติงว่าล่าช้านั้น กมธ.กิจการสภาฯ  จะเชิญบริษัทผู้รับจ้าง , ที่ปรึกษา และ ผู้ควบคุมงานก่อสร้างเข้าชี้แจงต่อกมธ.กิจการสภาฯ​ในสัปดาห์หน้า เพื่อหาแนวทางที่เป็นทางออกร่วมกัน

กกต.เร่งยกร่างคำร้องยุบอนาคตใหม่

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/404167?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

กกต.เร่งยกร่างคำร้องยุบอนาคตใหม่

12 ธันวาคม 2562 – 14:33 น.
กกตยุบอนาคตใหม่
เปิดอ่าน 87 ครั้ง

กกต.เร่งยกร่างคำร้องยุบอนาคตใหม่ส่งศาลรัฐธรรมนูญ ขณะที่รองเลขาฯ กกต.ปัดให้ความเห็นกรณียื่นยุบพรรค อ้าง ต้องรอศาลวินิจฉัยประเด็นข้อกฎหมายให้เป็นบรรทัดฐาน

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) -12 ธ.ค.62 นายแสวง บุญมี รองเลขาธิการ กกต.ปฎิเสธที่จะชี้แจงถึงเหตุผลของ กกต.ในเรื่องการเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณายุบพรรคอนาคตใหม่ จากกรณีที่พรรคอนาคตใหม่กู้ยืมเงินนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เนื่องจากตนเองไม่ได้อยู่ในห้องประชุม และเรื่องดังกล่าวคณะกรรมการ กกต.ได้มีมติส่งศาลไปแล้ว จึงเป็นเรื่องที่ศาลจะต้องเป็นผู้พิจารณา ในชั้นนี้จึงไม่สามารถให้ความเห็นได้

อ่านข่าว-กกต.ส่งคำร้องศาลรธน.วินิจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่กรณีเงินกู้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในขณะนี้ กกต.อยู่ระหว่างยกร่างคำร้อง เพื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาไม่นาน โดยกกต.เห็นว่าเรื่องการกู้ยืมเงิน ข้อเท็จจริงยุติแล้ว เพราะนายธนาธร และพรรคก็ยอมรับว่ามีการกู้ยืมเงินกันจริง จึงเหลือเพียงประเด็นปัญหาข้อกฎหมายว่าพรรคการเมืองสามารถกู้ยืมเงินมาใช้ในการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้หรือไม่

เนื่องจากมาตรา 62 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 เขียนต่างจากปี 2550 ที่จะกำหนดรายได้อื่นไว้ ทำให้พรรคการเมือง ในขณะนั้นมีการกู้ยืมเงินจากหัวหน้าพรรค แต่จะเป็นประเภทของเงินทดรองจ่ายไปก่อน นอกจากนี้เมื่อกฎหมายกำหนดให้นิติบุคคลบริจาคได้ไม่เกินรายละ 10 ล้านบาท และเงินกู้ที่เกินวงเงินจะถือว่าเป็นการบริจาคเกินที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ จึงจำเป็นต้องส่งศาลให้พิจารณาจนสิ้นสุดความ เพื่อที่จะได้เป็นบรรทัดฐานต่อไป

ส่วนที่ กกต.มีมติในคำร้องดังกล่าวโดยไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาเพื่อให้นายธนาธร หรือผู้แทนของพรรคอนาคตใหม่มาชี้แจง เป็นการใช้อำนาจของ กกต.ตามมาตรา 93 ของ พ.ร.ป.พรรคการเมืองที่เปิดช่องให้นายทะเบียนพรรคการเมืองมีความเห็นพร้อมรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานส่งให้คณะกรรมการ กกต.พิจารณาได้เลย

บัญญัติ เชื่อสัปดาห์หน้าตั้งกมธ.ศึกษาแก้รธน.ได้

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/404164?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

บัญญัติ เชื่อสัปดาห์หน้าตั้งกมธ.ศึกษาแก้รธน.ได้

12 ธันวาคม 2562 – 14:16 น.
กมธศึกษาแก้รธน
เปิดอ่าน 78 ครั้ง

“บัญญัติ” เชื่อสัปดาห์หน้าตั้งกมธ.ศึกษาแก้รธน.ได้ ยังไม่สรุปเห็นด้วยตั้ง “ส.ส.ร.” หรือไม่ บอกแนวทางของปชป. คือ การปลดล็อคมาตราให้แก้ไขรธน. ทำได้

รัฐสภา – 12 ธันวาคม 2562-นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ฐานะบุคคลที่พรรคประชาธิปัตย์จะเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 เชื่อว่าการประชุมสภาฯ ในญัตติด่วนให้สภาฯ​ตั้งกมธ.ศึกษาแนวทางแก้รัฐธรรมนูญ จะอภิปรายแล้วเสร็จ ในวัน 18 ธันวาคม และจะสามารถตั้งกมธ.ฯ

เพื่อพิจารณาได้  โดยแนวทางศึกษาที่พรรคประชาธิปัตย์เคยเสนอเป็นเงื่อนไขต่อการเข้าร่วมรัฐบาล คือการแก้ไขมาตราในหมวดว่าด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเปิดทางให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญสามารถทำได้ เพราะหากไม่แก้ไขจะไม่สามารถปลดล็อคเงื่อนไขเพื่อนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ ส่วนแนวทางที่จะนำไปสู่แนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ เช่น การตั้งสมาชิกสภาร่างารัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) นั้น ตนไม่ทราบว่าจะนำไปสู่แนวทางดังกล่าวหรือไม่ เพราะต้องหารือร่วมกันในกมธ. เมื่อมีการประชุมอีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับการประชุมสภาฯ เพื่อพิจารณาญัตติด่วน ให้สภาฯ​ตั้งกมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560  เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม เป็นไปโดยเรียบร้อยและอภิปรายแสดงความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน คือ สนับสนุนให้ตั้งกมธ.ฯ จนถึงเวลา 21.00 น. ทั้งนี้สภาฯจะอภิปรายในประเด็นดังกล่าวต่อในวันที่ 18 ธันวาคม และลงมติเพื่อตั้งกมธ.ฯ ต่อไป อย่างไรก็ตามรายชื่อของกมธ.​ทั้ง 49 คนนั้น ในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาล รายงานข่าวแจ้งว่ายังไม่เรียบร้อย เพราาะในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาลยังไม่ตกผลึกและนำรายชื่อมาแสดงต่อที่ประชุมคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล ให้เป็นที่รับทราบทั่วกัน.

(ฉบับเต็ม) ศาลสั่งรับฟ้อง เอ๋ ปารีณา หมิ่นฯ ช่อ พรรณิการ์

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/404115?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

(ฉบับเต็ม) ศาลสั่งรับฟ้อง เอ๋ ปารีณา หมิ่นฯ ช่อ พรรณิการ์

12 ธันวาคม 2562 – 11:55 น.
ช่อ พรรณิการ์,พรรณิการ์ วานิช,พรรคอนาคตใหม่,อนค,ปารีณา ไกรคุปต์,พรรคพลังประชารัฐ,พปชร,หมิ่นประมาทฯ,หมิ่นฯ,ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ
เปิดอ่าน 479 ครั้ง

หลักฐานโจทก์ชั้นไต่สวนมูลฟ้องอ้างปารีณาโพสต์เฟซฯ ตั้งค่าสาธารณะ ลงภาพให้เข้าใจ อนค.เอี่ยวระเบิดป่วนกรุง ศาลนัดสอบคำให้การปารีณา 17 ก.พ.ปีหน้า

12 ธันวาคม 2562 ที่ ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก  ศาลนัดฟังคำสั่งในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง คดีหมายเลขดำ อ.2043/2562 ที่ น.ส.พรรณิการ์ วานิช ส.ส. บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส. ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เป็นจำเลย

ในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 , 328 กรณี น.ส.ปารีณา โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวกล่าวหา น.ส.พรรณิการ์ และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เชื่อมโยงกับเหตุระเบิดในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร และความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

สำหรับคำฟ้องโจทก์ระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2562 จำเลยได้ใส่ความโจทก์ต่อบุคคลที่สาม ด้วยการเผยแพร่ข้อความพร้อมภาพประกอบลงในเฟซบุ๊ก “ปารีณา ไกรคุปต์” ด้วยข้อความว่าขอให้ทุกคนที่ยั่วยุเยาวชนติดคุกทุกคน … โดยในช่วงเวลาก่อนการโพสต์ของจำเลยวันที่ 2 – 3 สิงหาคม 2562 เกิดเหตุวางระเบิดขึ้นในหลายจุดของพื้นที่กรุงเทพมหานคร ในการโพสต์ข้อความดังกล่าว จำเลยได้ใส่ภาพประกอบ 3 ภาพ ภาพแรก เป็นภาพโจทก์กับนายธนาธร หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และบุคคลที่สาม จำเลยได้วงกลมไว้บริเวณหน้าบุคคลที่สาม เพื่อให้ประชาชนที่เข้ามาอ่านโพสต์ของจำเลยเข้าใจว่าเป็นผู้ต้องสงสัยในเหตุการณ์วางระเบิด โดยโจทก์กับนายธนาธรเป็นผู้มีส่วน จากที่จำเลยเผยแพร่ข้อความว่า “ฟ้องด้วยภาพ! มือวางระเบิดใครเป็นเจ้าภาพ!”

ภาพที่ 2 เป็นภาพถ่ายโจทก์ลงพื้นที่พบปะเยี่ยมเยียนประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำเลยได้ใส่ข้อความว่า “อีช่อลงไป” ซึ่งประชาชนทั่วไปทราบกันดีว่าเป็นชื่อเล่นของโจทก์ ประกอบกับภาพข่าวผู้ต้องสงสัยในเหตุการณ์วางระเบิดพร้อมข้อความว่า “พวกนี้ขึ้นมา” เพื่อให้เห็นว่าโจทก์มีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ต้องสงสัย

และภาพที่ 3 เป็นภาพจากโพสต์ของเพจเฟซบุ๊กชื่อ “จำไว้เลย” มีข้อความว่ามือบึ้มที่แท้จริงเป็นนักเคลื่อนไหวสิทธิมนุษยชน … ประกอบภาพผู้ต้องสงสัยกับภาพบุคคลอื่น ซึ่งเพจดังกล่าวเผยแพร่ข่าวที่มีเนื้อความอันเป็นเท็จ จำเลยได้นำภาพโพสต์ดังกล่าวมาประกอบเพื่อเชื่อมโยงว่าโจทก์มีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ต้องสงสัย

การกระทำของจำเลยเป็นการจงใจทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายต่อชื่อเสียง เข้าใจผิดว่าโจทก์มีความเชื่อมโยงเกี่ยวพันกับเหตุการณ์การวางระเบิดในพื้นที่กรุงเทพฯ วันที่ 2 – 3 สิงหาคม 2562 และเกี่ยวกับผู้ต้องสงสัยในเหตุการณ์ดังกล่าว

 

 

 

ขณะที่นัดฟังคำสั่งชั้นไต่สวนมูลฟ้องวันนี้ น.ส.พรรณิการ์ โจทก์ และ น.ส.ปารีณา ที่ถูกฟ้องเป็นจำเลย ไม่ได้เดินทางมาฟังคำสั่ง คงมีเพียงทนายความรับมอบอำนาจฝ่ายโจทก์เท่านั้นมาศาล

โดยศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบในชั้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว น.ส.พรรณิการ์ โจทก์อ้างตนเองเบิกความฟังได้ว่า โจทก์เป็น ส.ส. ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ส่วน น.ส.ปารีณา จำเลย เป็นผู้ใช้บัญชีผู้ใช้งานเฟซบุ๊กชื่อว่า “ปารีณา ไกรคุปต์” ได้ตั้งค่าการเข้าถึงแบบสาธารณะ ซึ่งประชาชนหรือบุคคลทั่วไปสามารถเข้าไปดูเฟซบุ๊กของจำเลยได้ โดยจำเลยได้นำรูปภาพที่มีตัวโจทก์และบุคคอื่นถ่ายภาพร่วมกันขณะโจทก์ลงพื้นที่พบปะประชาชน และรูปภาพบุคคลผู้ต้องสงสัยว่าเป็นผู้วางระเบิดในพื้นที่ที่เกิดขึ้นหลายจุดของกรุงเทพฯ มาลงไว้ พร้อมลงข้อความในเฟซบุ๊กของจำเลย ซึ่งอาจทำให้ประชาชนหรือบุคคลทั่วไปที่เข้าไปดูเข้าใจได้ว่าโจทก์เป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในเหตุการณ์ดังกล่าว และมีบุคคลมาแสดงความคิดเห็นในทำนองดูหมิ่นและเกลียดชังโจทก์โดยไม่ปรากฏหลักฐานใดแสดงให้เห็นว่าโจทก์เป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง

 

 

 

การกระทำของจำเลย จึงมีมูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 ประกอบ 326 ให้ประทับรับฟ้องไว้พิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 167 และให้หมายเรียก น.ส.ปารีณา จำเลย มาสอบคำให้การ พร้อมตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 09.00 น. เพื่อกำหนดวันนัดสืบพยานโจทก์และจำเลยต่อไป

คุณแหน : 20 พฤศจิกายน 2562

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/455030

650935

คุณแหน : 20 พฤศจิกายน 2562

วันพุธ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ll ในโอกาสที่ สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส เสด็จเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เชิญคณะร่วมเฝ้าฯ หนึ่งในนั้นมี สว. ทพ.พิทักษ์ ไชยเจริญ รวมอยู่ด้วย เจ้าตัวตื่นเต้นและปลาบปลื้มอย่างที่สุด 21 พ.ย. 09.30 น. ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล…

ll พลเอกวินัย ภัททิยกุล ประธาน“มูลนิธิพลเรือเอกสงัด ชลออยู่”ขอเชิญร่วมบำเพ็ญกุศลพลเรือเอกสงัด-คุณหญิงสุคนธ์ ชลออยู่ และมอบทุนการศึกษาแก่บุตร-ธิดาข้าราชการ กองพันทหารราบที่ 6 และ 7 กองพลนาวิกโยธิน หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ในวันเสาร์ที่ 23 พ.ย. ณ สุสานบ้านวังหิน อ.แกลง จ.ระยอง โดยมีรถยนต์ ขส.ทร รับ-ส่ง 06.00 น. จากวังนันทอุทยาน และ 06.45 น. ออกจากศูนย์กิจการกีฬาราชนาวี บางนา…

ll ชลลกา เก่งระดมยิง พาลูกหลานไปสัมผัสอากาศหนาวที่ญี่ปุ่น ขากลับเมืองไทย เจอซุป’ตาร์ “โดม” ปกรณ์ ลัมบนเครื่อง คุณยายมีข้ออ้าง อุ้มหลานไปถ่ายรูปกับดารา หลานน่ะไม่รู้เรื่อง แต่คุณยายหน้าบานแฉ่ง…

ll คนนี้ก็คุณยายตัวอย่าง ปรางทิพย์ นพรัมภา พาหลานกลับไปเข้าโรงเรียนที่อังกฤษ และต้องอยู่ให้กำลังใจหลานที่มีทั้งสอบ มีทั้งประชุมผู้ปกครอง ต้องไปดูโรงเรียนใหม่ ทั้งๆที่คุณแม่กำลังป่วยหนัก โชคดีที่ได้ ธีรพลสามีที่น่ารัก ช่วยดูแลอาการป่วยของแม่ยายให้ จนอดไปงานมีทติ้ง ว.ศ.10…

ll บอกมาแต่เนิ่นๆ รัตนาวลี โลหารชุน นายกชาวหอซีมะโด่ง สมาคมนิสิตเก่าหอพักนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝากประกาศถึงชาวซีมะโด่งทุกคนว่า ถึงเวลารวมพลความสนุกในงานคืนสู่เหย้า“Hug นะซีมะโด่ง”ประจำปี วันเสาร์ที่ 14 ธ.ค. 17.00 น. ณ ราชกรีฑาสโมสร ค่าบัตร 500 บาท ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน www.rcu.sachula.com/register.php…

ll ช่วงนี้ปิยวรรณ ลีละสมภพ อารมณ์ดีเป็นพิเศษ เพราะหนังวีดีโอ Work Hard,Shop Harder ไฮไลท์จากแคมเปญ Central | ZEN Midnight Sale ของห้างเซ็นทรัล กวาดเรียบทั้งรางวัลเหรียญทอง จากเวที Ad Star Award จากประเทศเกาหลี และล่าสุดคว้าอีก 3 รางวัล ในงาน ADMAN Awards 2019…

ll ครบ 70 ปี ลลิสา จงบารมี 23 พ.ย. เชิญเพื่อนๆ ร่วมงานสีสันย้อนยุคกรุงเก่า ณ เรือนไทย วิลล่า ริมน้ำอยุธยา ตั้งแต่ 09.09-17.09 น.อาหารอร่อย,สัมผัสบรรยากาศศิลปะบ้านลับแล,ชมงานฝีมือช่างศิลปาชีพและศิลปินคนพิเศษ ถ่ายภาพในห้องสตูดิโอกับศิลปินช่างภาพมือหนึ่ง มอบเป็นที่ระลึก…ll

หนูภาฯ

LIFE & HEALTH : โรคมะเร็งตับ…ภัยร้ายใกล้ตัวกว่าที่คิด

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/454976

LIFE&HEALTH : โรคมะเร็งตับ…ภัยร้ายใกล้ตัวกว่าที่คิด

วันพุธ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ปัจจุบันโรคมะเร็ง ถือว่าเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของไทย“มะเร็งตับ” เป็นโรคที่มีความสำคัญที่พบได้บ่อยในประชากรทั่วโลกและเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้มากที่สุดอีกโรค ซึ่งข้อมูลล่าสุดจากกระทรวงสาธารณสุข พบว่าคนไทยเสียชีวิตจากโรคมะเร็งประมาณ 60,000 คนต่อปี หรือเฉลี่ยชั่วโมงละเกือบ 8 ราย โดยมีสาเหตุการเสียชีวิตจากโรคมะเร็ง 5 อันดับแรก ได้แก่ มะเร็งตับและท่อน้ำดี มะเร็งปอดมะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก และมะเร็งปากมดลูก จากสถิติมะเร็งตับ คือการตายอันดับ 1 พบมากเป็นอันดับ 1 ในเพศชาย และอันดับที่ 3 ของเพศหญิง

ข้อมูลจาก นายแพทย์กนกพจน์ จันทร์ภิวัฒน์ นายแพทย์ชำนาญการ งานโรคทางเดินอาหาร โรงพยาบาลราชวิถี เปิดเผยว่า “ตับ” เป็นอวัยวะสำคัญที่ช่วยกำจัดสารพิษและของเสีย ผลิตน้ำดีในการย่อยอาหาร ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด สร้างและเก็บสะสมแป้งและไขมันเพื่อเป็นพลังงาน รักษาสมดุลในร่างกาย ดังนั้น เมื่อเซลล์บริเวณตับมีลักษณะหรือการทำงานผิดปกติแล้วพัฒนาเป็นมะเร็งในที่สุด ซึ่งมักเกิดจากการที่ตับอักเสบพัฒนาอักเสบพัฒนาไปเป็นตับแข็งและเซลล์ตับแข็งพัฒนาเป็นเซลล์มะเร็งตับ ผู้ป่วยโรคมะเร็งตับมักไม่แสดงอาการจนกว่าจะมีขนาดใหญ่ขึ้น มีการแพร่กระจาย และมีภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ของโรคมะเร็งตับ ซึ่งเป็นระยะที่ยากต่อการรักษา

สาเหตุของมะเร็งตับ เกิดจากภาวะตับแข็งที่มาจากสาเหตุต่างๆ ได้แก่ การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบเรื้อรังทั้งบีและซี การดื่มแอลกอฮอล์ ไขมันเกาะตับโรคเบาหวาน โรคอ้วน ทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่เป็นเหตุที่ทำให้เป็นโรคมะเร็งตับได้ โดยโรคมะเร็งตับมักไม่มีสัญญาณหรืออาการบ่งบอกในระยะแรก จนพัฒนาถึงขั้นแสดงอาการจึงจะสังเกตได้ คือน้ำหนักลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุไม่อยากอาหาร รู้สึกอิ่มแม้รับประทานไปเพียงเล็กน้อย คลื่นไส้ อาเจียน เจ็บช่องท้องส่วนบน โดยมักจะปวดบริเวณด้านขวา มีอาการบวมที่ช่องท้องหรือคลำพบก้อนใต้ชายโครงด้านขวา เนื่องจากตับโตเมื่อคลำพบก้อนที่ชายโครงด้านซ้ายเนื่องจากม้ามโต ผิวหนังและตาเหลือง (ดีซ่าน) อุจจาระอาจมีสีซีดลง อ่อนแรงและเหนื่อยล้า อาการคันตามร่างกาย ไข้เรื้อรัง

การตรวจโรคมะเร็งตับ สามารถทำได้หลายวิธี คือ

l การตรวจเลือดเพื่อตรวจมะเร็งตับเป็นวิธีตรวจหาค่าโปรตีนที่ผลิตจากเนื้องอกตับ สามารถตรวจหามะเร็งตับในผู้ป่วยได้ถึง 70 เปอร์เซ็นต์ โดยผู้ป่วยโรคมะเร็งตับจะมีค่ามะเร็งตับ (AFP)สูงกว่าปกติ

l การถ่ายภาพตับ การวินิจฉัยด้วยเครื่องอัลตราซาวนด์ เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ หรือซีทีสแกน (CT scan) หรือเครื่องสร้างภาพด้วยสนามแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI)

l การเจาะชิ้นเนื้อตับ ทำได้โดยการเก็บตัวอย่างจากก้อนที่สงสัยที่ตับเพื่อส่งตรวจเพิ่มเติมว่าจะเป็นเซลล์มะเร็งหรือไม่ ในกรณีที่ผลตรวจการถ่ายภาพและการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ระบุแน่นอนแล้วว่าเป็นมะเร็งตับก็ไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่ต้องเจาะชิ้นเนื้อตับเพื่อตรวจอีก

การรักษาโรคมะเร็งตับ แพทย์จะให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการรักษาที่ทำได้ โดยพิจารณาจากสุขภาพของผู้ป่วย ระยะของโรคมะเร็งตับ ขนาดของก้อนมะเร็ง จำนวนของก้อนมะเร็งค่าการทำงานของตับ โดยมีวิธีการรักษา ดังต่อไปนี้

l การผ่าตัด ในระยะเริ่มแรกเมื่อเนื้องอกยังมีขนาดเล็กและอยู่ในส่วนเล็กๆของตับ การรักษาสามารถทำได้โดยการผ่าตัดเอาเนื้อส่วนที่มีมะเร็งออก หรือตัดตับบางส่วน

l การผ่าตัดเปลี่ยนตับ วิธีนี้สามารถใช้รักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งตับระยะเริ่มแรกที่มีเนื้องอกขนาดเล็กและมีจำนวนไม่มาก

l รังสีรักษา การรักษาด้วยการฉายรังสีพลังงานสูง เช่น รังสีเอกซเรย์และโปรตอนตรงไปยังเซลล์เพื่อทำลายเซลล์มะเร็งและทำให้เนื้องอกหดตัวเล็กลง

l เคมีบำบัด การให้ยารับประทานหรือฉีดยาฆ่าเซลล์มะเร็งไปยังหลอดเลือดดำหรือหลอดเลือดแดง

l Ablative Therapy การฆ่าเซลล์มะเร็งโดยการฉีดสารเข้าไปที่เนื้อร้ายโดยตรง สารที่ใช้ฉีดอาจเป็นความร้อน เลเซอร์ กรด หรือแอลกอฮอล์ชนิดพิเศษ หรืออาจใช้คลื่นวิทยุก็ได้

l การให้ยาเจาะจงเซลล์มะเร็ง เป็นวิธีการใช้ยาเพื่อชะลอหรือยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งตับ โดยเจาะจงกับเซลล์ที่มีความผิดปกติมากขึ้นกว่าการทำเคมีบำบัดทั่วไป

การป้องกันโรคมะเร็งตับ โดยลดปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ที่อาจก่อให้เกิดมะเร็งตับ โรคตับแข็งที่สัมพันธ์กับมะเร็งตับ การป้องกันมะเร็งตับจึงควรลดปัจจัยที่นำไปสู่โรคตับแข็งด้วย เช่น งดดื่มแอลกอฮอล์ หมั่นออกกำลังกาย ควบคุมน้ำหนักไม่ให้มากเกินไป โดยรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ และลดปริมาณไขมันที่บริโภค และการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี และไวรัสตับอักเสบ ซีการป้องกัน ทำได้ด้วยการฉีดวัคซีน ส่วนไวรัสตับอักเสบ ซี ในปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนเพื่อป้องกันการติดเชื้อ ควรหลีกเลี่ยงการติดต่อเชื้อทั้ง 2 ชนิดจากผู้อื่น ทำได้โดยการสร้างสุขอนามัยที่ดี เช่น ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์กับคู่นอนที่เสี่ยงติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี และซีไม่ใช้เข็มฉีดยา หรือเข็มที่ใช้สักลายตามร่างกายร่วมกับผู้อื่น

ทั้งนี้ มะเร็งตับไม่ใช่โรคไกลตัวอย่างที่หลายคนเข้าใจ นอกจากการดูแลสุขภาพด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายเป็นประจำ พักผ่อนให้เพียงพอหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่างๆ แล้วนั้นการตรวจสุขภาพเป็นประจำคือสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะการตรวจไวรัสตับอักเสบบีและซี รวมถึงเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ จะสามารถช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งตับได้เป็นอย่างดี

สำหรับ รพ.ราชวิถี รักษาผู้ป่วยมะเร็งตับและมีผู้ป่วยมะเร็งที่ส่งต่อมาจากโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศจำนวนมาก แต่ด้วยข้อจำกัดของพื้นที่ บุคลากรทางการแพทย์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ ทำให้ผู้ป่วยมะเร็งที่จำเป็นต้องรักษาอาจต้องรอคิวการรักษายาวนานซึ่งการรอเพื่อรับการรักษาในผู้ป่วยโรคมะเร็งเหล่านี้ เป็นปัญหาสำคัญ หากผู้ป่วยได้รับการรักษาเร็วโอกาสที่จะหาย สามารถกลับไปใช้ชีวิตอย่างปกติ และมีคุณภาพชีวิตที่ดี

ดังนั้น จึงขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาทุกท่าน มาร่วมต่อชีวิตให้กับผู้ป่วยที่รอโอกาสทางการรักษาโรคมะเร็ง ใน “กองทุนพิชิตมะเร็ง มูลนิธิ รพ.ราชวิถี” โดยสามารถร่วมบริจาคได้ที่บัญชี “มูลนิธิโรงพยาบาลราชวิถี” หมายเลขบัญชี 0512163221 ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาโรงพยาบาลราชวิถี หรือสอบถามโทร.02-3547997-9 หรือ http://www.rajavithifoundation.com

ผศ.(พิเศษ)ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์

ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ