คำสั่ง 66/2523 “ป๋าเปรม” คิด “จิ๋ว” ทำ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/373348?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

คำสั่ง 66/2523 “ป๋าเปรม” คิด “จิ๋ว” ทำ

28 พฤษภาคม 2562 – 10:25 น.
รัฐบุรุษสองแผ่นดิน,พลอเปรม ติณสูลานนท์,กระดานความคิด,บางนา บางปะกง,พลอชวลิต ยงใจยุทธ,บิ๊กจิ๋ว,ป๋าเปรม
เปิดอ่าน 6,596 ครั้ง

คอลัมน์… กระดานความคิด  โดย…  บางนา บางปะกง 

การจากไปของรัฐบุรุษสองแผ่นดิน ในห้วงเวลาที่สังคมไทยยังแตกแยกทางความคิด จึงมีคนไทยบางกลุ่มฉวยโอกาสใส่ร้ายป้ายสีผู้ใหญ่ของบ้านเมืองที่ล่วงลับ โดยมิได้คำนึงถึง “พื้นที่ความเป็นมนุษย์” เหมือนดังคำพูดของ จตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.

อย่างกรณี “คำสั่งที่ 66/2523” หรือนโยบายการเมืองนำการทหาร ของอดีตนายกรัฐมนตรี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ก็มีบางคนพยายามบิดเบือนว่าเป็นผลงานของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ โดย พล.อ.เปรม ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ เหมือนจะโจมตีว่า ป๋าเปรมฉวยโอกาส

อันที่จริง การใช้นโยบายป้องกันและปราบปรามคอมมิวนิสต์ โดยใช้นโยบายทางการเมืองแทนการทหารนั้น มีนายทหารบางกลุ่มเสนอต่อจอมพลถนอม กิตติขจร นายกรัฐมนตรี มาตั้งแต่ปี 2512 และได้มีการออกคำสั่งฉบับหนึ่งไปแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานมีความเข้าใจผิด หรือมีการตีความทางการเมืองที่แคบเกินไป คิดว่าการเมืองคือ วิถีทางรัฐสภาเท่านั้น

กระทั่ง ยุคสมัยของ “พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์” เป็นนายกรัฐมนตรี ได้มีเงื่อนไขภายนอกและภายใน เอื้อต่อการรุกทางการเมืองอย่างเป็นเอกภาพ จึงได้มีคำสั่งที่ 66/2523 ว่าด้วยการต่อสู้เอาชนะคอมมิวนิสต์ โดยใช้การรุกทางการเมือง เมื่อ 23 เมษายน 2523

กว่าจะมาถึงวันที่ออกคำสั่งดังกล่าว ต้องย้อนไปดูจุดเปลี่ยนในชีวิตทหารของ “พล.ต.เปรม ติณสูลานนท์” ผู้บัญชาการศูนย์การทหารม้า (ยศและตำแหน่งขณะนั้น) เมื่อได้ไปดำรงตำแหน่งรองแม่ทัพภาคที่ 2 เมื่อ 1 ตุลาคม 2516

ถัดจากนั้นสิบกว่าวัน เกิดเหตุการณ์มหาวิปโยค 14 ตุลาคม 2516 บ้านเมืองมีความเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวง สถานการณ์การเมืองในยุคประชาธิปไตยเบ่งบาน ส่งผลให้การต่อสู้ในเขตป่าเขาของพรรคคอมมิิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) เติบใหญ่ขยายตัว

ไฟสงครามลามไหม้ไปทั่วประเทศ “พล.ต.เปรม” ในฐานะรองแม่ทัพภาคที่ 2 ตัดสินใจไปปักหลักบัญชาการรบที่กองทัพภาคที่ 2 (ส่วนหน้า) จ.สกลนคร

          “รองแม่ทัพเปรม” ได้เรียนรู้ปัญหาสงครามประชาชนอย่างถ่องแท้ จึงพบว่า ความยากจน ความเหลื่อมล้ำ และการถูกกดขี่ข่มเหงจากข้าราชการ เป็นต้นตอที่ทำให้ชาวอีสานเข้าป่าจับปืนต่อต้านรัฐ

ประกอบกับคณะเสนาธิการกองทัพภาคที่ 2 ได้นำเสนอยุทธศาสตร์ “บ้านล้อมป่า” ต่อรองแม่ทัพเปรม โดยเน้นการพัฒนาที่หมู่บ้าน และส่งเสริมการจัดตั้งองค์กรมวลชนคือ “ไทยอาสาป้องกันชาติ” (ทสปช.)

เมื่อได้เลื่อนตำแหน่งเป็นแม่ทัพภาคที่ 2 จึงได้นำแนวคิดดังกล่าวไปปรับใช้เป็น “ยุทธศาสตร์มวลชน” หรือ “การเมืองนำการทหาร” และนำไปสู่การปฏิบัติที่เป็นจริง เมื่อต้นปี 2518

ยุทธศาสตร์มวลชนของ พล.อ.เปรม ทำให้กองทัพภาคที่ 2 ยึดครองฐานมวลชนในหมู่บ้าน ที่เป็นเขตอิทธิพลของ พคท.อีสานได้ ขณะเดียวกัน ก็ดำเนินยุทธการทางทหารในเขตป่าเขา กดดันให้นักรบและมวลชนของ พคท.ออกมามอบตัวจำนวนหนึ่ง

ปี 2523 พล.อ.เปรม ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จึงออกคำสั่งที่ 66/2523 เรื่องนโยบายต่อสู้เพื่อเอาชนะคอมมิวนิสต์ โดยการรุกทางการเมือง มีผลบังคับใช้ทั่วประเทศ

เวลานั้น “พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ” ดำรงตำแหน่งเจ้ากรมยุทธการทหารบก แต่มีภารกิจ “ลับเฉพาะ” ในการเดินทางไปปฏิบัติภารกิจ “การทูตใต้ดิน” มาตั้งแต่สมัยรัฐบาลเกรียงศักดิ์ ซึ่งการทำงานลับของ “บิ๊กจิ๋ว” ก็เป็นเงื่อนไขหนึ่งในการยุติการสู้รบในประเทศไทย

ต่อมา “บิ๊กจิ๋ว” ได้ควบตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายธุรการ กองอำนวยการรักษาความสงบแห่งชาติ(กอ.รมน.) เพื่อความคล่องตัวในการทำงานตามคำสั่งที่ 66/2523 ให้บรรลุผล

          ผลงานโบแดงของ “บิ๊กจิ๋ว” คือ ภารกิจการทูตใต้ดิน เปิดการเจรจากับผู้นำกลุ่มสหายเขตงาน 444 อีสานเหนือ จนเกิดวันสันติภาพ 1 ธันวาคม 2525 มีสหาย 400 คน แบกปืนมามอบตัวต่อหน้า พล.อ.อาทิตย์ กำลังเอก ผบ.ทบ.สมัยโน้น

รูปธรรมของการมอบตัวครั้งใหญ่ ได้ส่งผลสะเทือนไปทั่วประเทศ นี่คือชัยชนะของกองทัพแห่งชาติต่อ พคท. โดยชูยุทธศาสตร์การเมืองนำการทหาร ได้นำประเทศไทยไปสู่การปรองดองชาติ และดับไฟสงครามประชาชน

อาลัย ‘ป๋าเปรม’เสาหลักของแผ่นดิน

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/373347?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

อาลัย ‘ป๋าเปรม’เสาหลักของแผ่นดิน

28 พฤษภาคม 2562 – 09:30 น.
อ๊อด เทอร์โบ,อาลัย,พลอเปรม ติณสูลานนท์,ป๋าเปรม
เปิดอ่าน 3,266 ครั้ง

คอลัมน์… อ๊อด เทอร์โบ..ดับเครื่องชน oddturbo1900@gmail.com

ขอไว้อาลัยต่อการถึงแก่อสัญกรรมของ “พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์” ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ผู้ซึ่งสร้างคุณงามความดีและคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติมากมายเหลือคณานับ ถือได้ว่าเป็นต้นแบบของคนไทยในทุกวิถีทาง

‘พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์’ ซึ่งคนไทยเรียกอย่างให้เกียรติว่า ‘ป๋าเปรม’ ดำรงตำแหน่งสูงสุดในชีวิตราชการและการเมืองแบบจะไม่มีผู้ใดทำได้ในอนาคต

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ‘ป๋าเปรม’ ได้รับการเคารพนับถือจากประชาชน ทหาร ข้าราชการ นักการเมือง

ชีวประวัติและผลงานนั้น เป็นที่ทราบอยู่ในหัวใจและนับเป็นโชควาสนาของชีวิตที่ ‘อ๊อด เทอร์โบ’ ได้เคยเข้าคารวะ ‘ป๋าเปรม’ สมัยเป็นนิสิตฝึกงาน ซึ่งเวลานั้นท่านเป็นแม่ทัพภาค 2 อยู่สกลนคร เรียกกันว่า ทัพภาค2 (ส่วนหน้า) เพราะต้องบัญชาการรบกับ ผกค.ในสมรภูมิภาคอีสาน ซึ่งเป็นพื้นที่สีแดง ส่วนกองบัญชาการทัพภาค 2 นั้นอยู่โคราช

ขณะนั้น ‘แม่ทัพเปรม’ หรือ ‘ป๋าเปรม’ มีขุนพลข้างกายที่มาเติบโตในชีวิตราชการที่ต้องขออนุญาตเอ่ยนาม เช่น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ยังเป็นสวญ. อ.นาแก ครองยศ พ.ต.ท.เสรี เตมียเวส และ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ยังเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจฝึกงานอยู่ สภ.นาแก โดยมีนายพิศาล มูลศาสตรสาทร เป็นผู้ว่าฯ นครพนม และนายสมพร กลิ่นพงษา เป็นผู้ว่าฯ สกลนคร

‘พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์’ สั่งสอนว่าเกิดเป็นคนไทยต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน ซึ่งท่านได้ทำเป็นตัวอย่างให้เห็นแล้วในตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก, นายกรัฐมนตรี, ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ, ผู้สำเร็จราชการ

ขอดวงวิญญาณของ “พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์” จงสู่สุคติและจะอยู่ในความทรงจำตลอดไป
‘อ๊อด เทอร์โบ’


จดหมายจากคุณ ‘ไพศาล’ แม่สอด ต่อไปนี้เรียกร้องไปยังรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขในรัฐบาลใหม่ ขอให้ช่วยปรับปรุงโรงพยาบาลต่างจังหวัด โดยเฉพาะแผนกโรคหัวใจ ซึ่งยังขาดแคลนเครื่องมือแพทย์อยู่มาก

ขอให้รัฐบาลพิจารณา เพื่อให้ความเท่าเทียมกัน เพราะคนไทยในชนบทหรือต่างจังหวัดจะได้ไม่ต้องเสี่ยงชีวิตและยากลำบากมาโรงพยาบาลในเมืองใหญ่ หรือ กทม.

ที่สำคัญคนไทยทุกคนจะต้องได้รับการดูแลจากรัฐบาลเท่าเทียมกันและคนไทยในชนบทไม่ใช่เป็นพลเมืองชั้น 2
‘อ๊อด เทอร์โบ’


 ปรับปรุง รพ.ตจว.มีแผนกโรคหัวใจ
 รพ.เอกชนค่ารักษาแพง

นาทีนี้ผมยังไม่รู้ว่าใครจะมาเป็นรัฐมนตรีสาธารณสุข ซึ่งปกติจะเป็นหมอ แต่เวลานี้เห็นมีการจับจองกระทรวงนี้กันบ้างแล้ว และอยากจะฝากเรื่องสำคัญให้รัฐบาลและรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข โปรดทราบถึงความเดือดร้อนของคนต่างจังหวัดและเพื่อให้ประชาชนได้รับการดูแลสุขภาพเวลาเจ็บป่วย เพราะคนบ้านนอกก็เป็นคนไทยไม่ใช่พลเมืองชั้น 2

ขอเรียกร้องพิจารณาให้โรงพยาบาลในต่างจังหวัดมีแผนกโรคหัวใจ หลอดเลือดและจัดหาแพทย์และเครื่องมือเครื่องใช้ที่เกี่ยวข้องกับทางโรคหัวใจให้พร้อมกว่าปัจจุบันและดำเนินการได้อย่างเต็มที่ไม่ว่าจะเป็นการสวนหัวใจหรือการผ่าตัดหัวใจ โดยกำหนดเป็นเงื่อนไขของผู้ที่จะเรียนแพทย์ในอนาคตว่าต้องมาทางนี้บ้างกี่เปอร์เซ็นต์ และต้องกระจายไปต่างจังหวัด

จัดหาเครื่องมือแพทย์ อุปกรณ์ที่จำเป็นมาใช้ เพราะบางแห่งไม่มีแพทย์และไม่มีเครื่องมือที่จะรักษาผู้ป่วยได้ทันที และจะต้องส่งตัวไปยังโรงพยาบาลอื่นในจังหวัดอื่นๆ ซึ่งต้องใช้เวลาในการเดินทางและค่าใช้จ่ายของผู้ยากไร้ในชนบทมากขึ้น

โรคหัวใจ เวลาทุกนาทีและวินาทีมีค่าและจำเป็นเร่งด่วนในการรักษาชีวิตของคนไข้ อาทิ หากเจ็บป่วยที่ จ.น่าน หรือที่ อ.แม่สอด จ.ตาก ทางรพ.น่าน หรือ รพ.แม่สอด จ.ตาก ก็จำเป็นต้องส่งตัวมารักษาที่จังหวัดอื่น เพราะโรงพยาบาลของรัฐตรงนั้นยังขาดแพทย์เฉพาะทางของโรคนี้ และขาดอุปกรณ์ที่จะรักษาได้อย่างเต็มที่

ดังนั้นจึงจำเป็นต้องส่งไปยังโรงพยาบาลอื่นๆ ที่พร้อมกว่า ซึ่งเป็นการเสี่ยงต่อชีวิตราษฎร นอกจากนี้โรคมะเร็งก็เช่นกันที่คนไทยเป็นกันมาก ควรกำหนดไปเลยว่าทุกโรงพยาบาลจะต้องมีความพร้อมทั้งแพทย์พยาบาลและอุปกรณ์ในการรักษา ผ่าตัดและดำเนินการได้เลย ณ สถานที่นั้นๆ ไม่ต้องส่งต่อ

เชื่อว่าสามารถกระทำได้ จากงบประมาณหรือการขอรับบริจาคมาดำเนินการ ดีกว่าใช้งบประมาณไปซื้อยุทธภัณฑ์ต่างๆ เนื่องจากลำดับความจำเป็นน้อยกว่า

ไทยเป็นสังคมผู้สูงอายุแล้ว โรคหัวใจและโรคมะเร็งจึงเป็นสิ่งที่พบเห็นกันบ่อยขึ้นยิ่งในปัจจุบัน และจะช่วยลดช่องว่างระหว่างผู้ที่มีอันจะกินกับชาวชนบทที่ยากไร้ จะได้รับการดูแลด้านสุขภาพอนามัยที่เท่าเทียมกัน และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจากการช่วยเหลือของภาครัฐ นักการเมืองและรัฐบาล ดีกว่าแจกเงินที่ไร้สาระ เพราะแจกเท่าไรก็คงไม่พอในการรักษาชีวิต เมื่อเจอโรคเหล่านี้กับตัวเอง

กระทรวงสาธารณสุขควรพิจารณาและตัดสินใจเกี่ยวกับค่ารักษาพยาบาลของโรงพยาบาลเอกชนให้แล้วเสร็จและเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย เพื่อจะได้ช่วยแบ่งเบาภาระของโรงพยาบาลของรัฐ อย่าทำข่าวแบบไฟไหม้ฟางและก็หายเงียบไปโดยประชาชนไม่ทราบความคืบหน้า ว่าเรื่องนี้ไปถึงไหนแล้ว

ควรตัดสินใจอย่างรวดเร็ว นำผลที่ได้มาใช้บังคับโดยเร็ว อย่าปล่อยให้ประชาชนถูกเอาเปรียบและไม่ได้รับความยุติธรรม ซึ่งมีมานานแล้วและปล่อยไว้จะมีอยู่ต่อไป
ไพศาล (แม่สอด)

งูเห่ายั้วเยี้ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/373349?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

งูเห่ายั้วเยี้ย

28 พฤษภาคม 2562 – 08:35 น.
งูเห่ายั้วเยี้ย,พลังประชารัฐ,งูเห่า,สส
เปิดอ่าน 734 ครั้ง

บทบรรณาธิการ นสพ.คมชัดลึก ฉบับวันอังคารที่ 28 พฤษภาคม 2562

มีเสียงบ่นกันมากพอสมควรถึงบรรยากาศทางการเมืองที่ดำเนินไปเหมือนย่ำรอยเดิม จากการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อลงมติเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่ใช้เวลายาวนานเกือบทั้งวัน เพราะนอกจากแสดงออกชั้นเชิงลีลาที่สั่งสมมาแต่อดีตแล้ว ยังแฝงไว้ด้วยการต่อรองกันจนถึงวินาทีสุดท้ายของการลงคะแนน อย่างที่ปรากฏเหตุการณ์พรรคพลังประชารัฐ ที่หมายมั่นว่าจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลซึ่งก็ต้องการตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรไว้ในฝ่ายของรัฐบาลด้วย ได้ขอให้เลื่อนญัตตินี้ออกไป แต่สุดท้ายก็แพ้มติของเสียงข้างมากที่สนับสนุนให้เดินหน้าลงคะแนนเสียงด้วยมติ 248 ต่อ 246 เสียง โดยฝ่ายพลังประชารัฐลงมติผิด 5 เสียง เกมการเมืองครั้งนี้ถูกมองว่า มีการต่อรองกันอย่างหนัก สุดท้ายพรรคพลังประชารัฐที่เสนอชื่อนายชวน หลีกภัย พลิกกลับมาชนะได้ด้วยคะแนนเสียง 258 ต่อ 235 เสียง ซึ่งฝ่ายพ่ายแพ้มติ 235 เสียงนั้น คะแนนหายไปประมาณ 7 เสียง จนลือกันว่า เกิดงูเห่าออกจากฝ่าย 7 พรรคตรงข้ามพลังประชารัฐ

การบวกลบทางคณิตศาสตร์ คงจะเป็นเกมที่ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านในอนาคต นั่งกดเครื่องคิดเลขกันเป็นกิจวัตรทุกครั้งที่มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ดังที่มีข้อสังเกตว่า เสียงจากฟากหนึ่งไปเพิ่มให้อีกฝ่ายหนึ่ง หรือที่เรียกว่างูเห่า ขณะเดียวกัน ในอนาคตก็ใช่ว่าจะไม่มีงูเห่าในฝ่ายของรัฐบาล เพราะในสภาพที่เป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำนั้น การต่อรองย่อมมีสูงยิ่ง เช่นเดียวกับฝ่ายค้าน ที่อาจแพ้มติในเรื่องสำคัญๆ เพราะงูเห่าก็ได้ อย่างเช่น การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี การลงมติในญัตติอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาล ฯลฯ ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลเองก็ต้องควบคุม ส.ส.ในสังกัดไม่ให้เป็นงูเห่าแตกแถว และยังอาจต้องพึ่งพิงเสียงสนับสนุนจากอีกฟากหนึ่งเหมือนเช่นที่เกิดขึ้นแล้วก็เป็นได้ นั่นก็เท่ากับว่า รัฐบาลนับจากนี้ไป จะต้องบริหารบ้านเมืองแบบห่วงหน้าพะวงหลังอยู่ตลอดเวลา เสถียรภาพแขวนไว้บนเส้นด้ายภายใต้การเจรจาต่อรองตลอดสมัยการประชุม

ถึงแม้ว่า การประชุมรัฐสภา อันประกอบด้วย ส.ว.250 คน ร่วมกับ ส.ส. 497 เสียง เพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี จะดำเนินไปตามโผของพรรคพลังประชารัฐ เพราะเสียงเกินกึ่งหนึ่งคือ 376 เสียงนั้้น ต้องการเสียงสนับสนุนจากส.ส.อย่างน้อยที่สุด 126 เสียงเท่านั้น แต่หลังจากได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรี และเข้าสู่ช่วงการแต่งตั้งรัฐมนตรี คะแนนเสียงสนับสนุนรัฐบาลจะต้องไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งคือ 250 เสียง เพราะนับจากนี้การลงมติต่างๆ จะไม่มี ส.ว.ร่วมลงคะแนนด้วยแต่อย่างใด นั่นหมายความว่า แกนนำพรรครัฐบาลต้องเจรจากับพรรคร่วมที่เหลือให้ลงตัว การต่อรองกระทรวงสำคัญย่อมเกิดขึ้นเหมือนเช่นที่เป็นข่าวมาตลอด ถ้าหากยังไม่สมประโยชน์ก็จะทำให้การจัดตั้้งรัฐบาลสะดุด ซึ่งก็ขึ้นกับว่า นายกรัฐมนตรีที่คาดกันว่าจะเป็น พล.อ.ประยุทธฺ์ จันทร์โอชา ต้องตัดสินใจทางใดทางหนึ่ง

ทุกพรรคการเมือง ยืนยันตรงกันว่า จะทำงานเพื่อชาติบ้านเมือง โดยเฉพาะพรรคที่เข้าร่วมรัฐบาล หน้าฉากมักบอกว่า ไม่มีเงื่อนไขอะไร แต่ก็มีข่าวออกมาแทบไม่เว้นวันว่า การเจรจาที่ปิดลับอยู่หลังฉากนั้น ได้ต่อรองขอกระทรวงสำคัญแทบจะไม่ลดราวาศอก จากเหตุการณ์ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เพิ่งผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่า รัฐบาลชุดใหม่จะต้องเผชิญวิบากกรรม จากทั้งฝ่ายค้านที่มีคะแนนเสียงใกล้เคียงกับรัฐบาล และ ส.ส.บางคนบางพรรคในปีกของรัฐบาลเองที่พร้อมจะแตกแถวเพียงเพราะผลประโยชน์ไม่ลงตัว  นี่ก็เป็นเหตุผลสำคัญหนึ่งที่สังคมเรียกร้องเสมอมาให้ปฏิรูปการเมือง  เพื่อนำชาติหลุดพ้นจากวังวนของผลประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง

หรือถึงเวลาที่สังคมจะต้องวิ่งไล่ ตี๋ ซินโดรม

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/404064?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

หรือถึงเวลาที่สังคมจะต้องวิ่งไล่ ตี๋ ซินโดรม

12 ธันวาคม 2562 – 08:42 น.
ตี๋ ซินโดรม,วรเทพ สุวัฒนพิมพ์,ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ,สมชาย แสวงการ,พรรคอนาคตใหม่,อนค,ศาลรัฐธรรมนูญ,กกต,ยุบพรรค,กู้เงิน
เปิดอ่าน 239 ครั้ง

ถึงวันนี้ต้องพิสูจน์กันแล้วว่า อนาคตใหม่ จะวิ่งไล่ลุง หรือถึงเวลาที่สังคมจะต้องวิ่งไล่ ตี๋ ซินโดรม กันแล้ว

ประเด็นร้อนการปล่อยกู้ของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ที่ให้พรรคอนาคตใหม่ยืมเงิน จำนวน 191 ล้านบาท ได้ข้อยุติเบื้องต้น เมื่อที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติส่งศาลรัฐธรรมนูญ (ศร.) ให้ยุบพรรค โดยเห็นว่าเงินให้กู้ดังกล่าวมีเหตุอันเชื่อได้ว่าเป็นการรับบริจาคเงินโดยแหล่งที่มาไม่ชอบด้วยกฎหมาย

คลิปที่ 2

คมชัดลึก พูดคุยกับ สมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา หลัง กกต. มีมติ 5 ต่อ 2 เสนอ ศาลรัฐธรรมนูญ ยุบพรรค อนาคตใหม่ ถึงวันนี้ต้องพิสูจน์กันแล้วว่า อนาคตใหม่ จะวิ่งไล่ลุง หรือถึงเวลาที่สังคมจะต้องวิ่งไล่ ตี๋ ซินโดรม กันแล้ว วรเทพ สุวัฒนพิมพ์ ดำเนินรายการ

อ่านข่าว – เป๊ปซี่ ชี้ ไม่มีการยุบ อนค. จากกรณีกู้ยืมเงิน

หรือถึงเวลาที่สังคมจะต้องวิ่งไล่ ตี๋ ซินโดรม

หรือถึงเวลาที่สังคมจะต้องวิ่งไล่ ตี๋ ซินโดรม

หรือถึงเวลาที่สังคมจะต้องวิ่งไล่ ตี๋ ซินโดรม

หรือถึงเวลาที่สังคมจะต้องวิ่งไล่ ตี๋ ซินโดรม

คลิปที่ 3

——————–

สภาฯถกต่อญัตติแก้รธน.สัปดาห์หน้า

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/404053?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

สภาฯถกต่อญัตติแก้รธน.สัปดาห์หน้า

11 ธันวาคม 2562 – 22:26 น.
สภาฯถกต่อญัตติแก้รธน,สัปดาห์หน้า
เปิดอ่าน 86 ครั้ง

สภาฯ ถกต่อญัตติแก้รธน. สัปดาห์หน้า ส่วนใหญ่เห็นร่วมควรแก้รธน. ปมอำนาจ ส.ว., ระบบเลือกตั้ง, หมวดแก้รธน.

รัฐสภา – 11 ธันวาคม 2562- สภาฯ ถกต่อญัตติแก้รัฐธรรมนูญ สัปดาห์หน้า ส่วนใหญ่เห็นร่วมควรแก้รัฐธรรมนูญ ปมอำนาจสมาชิกวุฒิสภา( ส.ว.), ระบบเลือกตั้ง, หมวดแก้รัฐธรรมนูญ

ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการประชุมสภาฯ เพื่อพิจารณาญัตติด่วนให้ตั้ง กมธ.วิสามัญศึกษาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ว่า การอภิปรายเป็นไปอย่างกว้างขวาง สมาชิกส่วนใหญ่ ทั้งส.ส.ซีกรัฐบาล และ ฝ่ายค้าน ต่างสนับสนุนให้มีการตั้งกมธ.ศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 คณะนี้ โดยเห็นว่า มีบทบัญญัติที่เป็นปัญหาในหลายประเด็น อาทิ ระบบเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสม ที่ทำให้ผลการเลือกตั้งมีประเด็นที่ต้องส่งศาลรัฐธรรมตีความ

โดยเฉพาะการคำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อ, ที่มาของวุฒิสมาชิก (ส.ว.) 250 คน ที่กำหนดไว้ในบทเฉพาะกาล , อำนาจของ ส.ว. ต่อการโหวตนายกฯ , หมวดว่าด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ปฏิบัติยาก และเป็นเหตุให้เกิดความวุ่นวายทางการเมือง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าช่วงหนึ่งของการอภิปราย นายชำนาญ จันทร์เรือง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ระบุว่า “ผมไม่แน่ใจว่า การอภิปรายในครั้งนี้อาจะเป็นครั้งสุดท้ายของผม เพราะพรรคอนาคตใหม่ อาจจะถูกยุบด้วยเหตุอันเป็นผลพวงของกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญสามารถกล่าวได้ว่า เราจำเป็นต้องศึกษาวิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นอย่างยิ่ง”

ขณะที่การอภิปรายของส.ส. เป็นไปอย่างเรียบร้อย จนกระทั่ง นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้แจ้งสมาชิกถึงกำหนดการเข้าเฝ้าฯรับเสร็จในการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ก่อนที่จะสั่งปิดประชุมทันทีใน เวลา 21.00 น.และนัดประชุมพิจารณาในญัตติดังกล่าวต่อไปในสัปดาห์วันพุธที่ 18 ธันวาคมนี้

Michelin leads three-way partnership for the ideal dining experience

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

https://www.nationthailand.com/food/30379312?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

Michelin leads three-way partnership for the ideal dining experience

Dec 11. 2019
By THE NATION607 Viewed

The Michelin Guide has joined forces with TripAdvisor and TheFork to offer diners a complementary way to find their ideal dining experience, as well as improved access to a wider choice of high-quality restaurants around the world.

Michelin and TripAdvisor, with its subsidiary TheFork, have entered into a content and licensing partnership to combine the gastronomic selection expertise of the Michelin Guide with the power of TripAdvisor’s large customer audience and TheFork’s advanced booking service.

All of the 14,000 restaurants selected by the Michelin Guide inspectors worldwide will be clearly identified with their ratings Star, Bib Gourmand and Plate distinctions on the TripAdvisor website and apps leading to significantly improved accessibility of the Michelin selection.

Around 4,000 restaurants throughout Europe will soon be accessible and bookable on TheFork, and on the digital Michelin Guide platform.

In addition, Michelin has signed an agreement to sell Bookatable to The Fork. This acquisition allows TheFork to consolidate its existing markets and expand into five new countries: United Kingdom, Germany, Austria, Finland and Norway.

This means that the 14,000 restaurants bookable on Bookatable will join the 67,000 already bookable on TheFork, creating the largest online restaurant booking platform.

The partnership between the Michelin Guide and TripAdvisor and TheFork will significantly increase the visibility of the chefs and restaurants of the Michelin guide and increase reservations thanks to the link to the world’s leading online booking platforms.

Together, these ambitious agreements will make it possible to offer millions of consumers the possibility to easily identify and book Michelin-selected restaurants on TheFork. In exchange, all TheFork restaurants partners will also be bookable on the Michelin Guide digital platforms, web at: www.guide.michelin.com and App.

Hotel Nikko gets festive with 4 days of Japanese feast

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

https://www.nationthailand.com/food/30379310?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

Hotel Nikko gets festive with 4 days of Japanese feast

Dec 11. 2019
By THE NATION

864 Viewed

Hotel Nikko Bangkok is arranging an extensive programme of Japanese-style festivities to celebrate the end of the year and the start of 2020.

The special events begin on the morning of Saturday (November 23) with a Blue Fin Tuna Cutting Show, in which chefs will skillfully carve a 100-kilogram blue fin tuna, brought direct from Shikoku, in the hotel lobby between 10 am to 11 am.

The tuna will be for immediate sale to guests, and also presented as a 10-course menu at Hishou Japanese restaurant. The first 100 guests will receive a complimentary glass of sake.

Christmas Eve dinner (December 24)

The Oasis restaurant on 6th floor will feature a festive international buffet highlighting premium seafood, offering half a Canadian lobster per person, Alaska king crab, salmon and oysters.

Also on the buffet are foie gras and a turkey carving station, a Japanese corner with sashimi, sushi, maki and the signature kaisen don, and festive season desserts including log cake, stollen, and Christmas pudding.

Served between 6 pm and 22.30 pm, the Oasis dinner buffet prices are Bt2,020 net per person inclusive of drinking water, coffee or tea, and Bt3,020 net per person inclusive of free flow sparkling wine, white wine, red wine and beer.

Hishou Japanese restaurant on the ground floor presents tempura, sushi, grilled seafood and the Obanzai buffet.

Dinner is served between 5.30 pm and 10.30 pm at the price of Bt1,700 net per person inclusive of one glass of sake or sparkling wine.

Christmas Day (December 25)

The Oasis will provide a special festive international Christmas Brunch with a highlight of premium seafood such as half a Canadian lobster per person, Alaska king crab, salmon and oysters.

Also on the buffet are foie gras and a turkey carving station, a Japanese corner with sashimi, sushi, maki and the signature kaisen don, and festive season desserts including log cake, stollen, and Christmas pudding.

Served between 12 noon to 3.30 pm, the Oasis dinner buffet prices are Bt2,020 net per person inclusive of drinking water, coffee or tea, and Bt3,020 net per person inclusive of free flow sparkling wine, white wine, red wine and beer.

Christmas Day lunch at Hishou presents tempura, sushi, grilled seafood and the Obanzai buffet. Lunch is served between 11.30 am to 2.30 pm at the price of Bt1,700 net per person inclusive of one glass of sake or sparkling wine.

New Year’s Eve (December 31)

The Oasis on New Year’s Eve will feature an international dinner buffet with premium seafood such as half a Canadian lobster per person, Alaska king crab, tiger prawn, Hokkaido scallop, and three kinds of French oyster.

There will be a live station for foie gras, and a carving station that will include beef.

The Japanese corner features sashimi, sushi, maki and kaisen don, and special desserts will be prepared at the live dessert station.

New Year’s Eve dinner at The Oasis is served from 6 pm to 10.30 pm and is priced at Bt3,500 net per person inclusive of drinking water, coffee or tea, and Bt4,500 net per person inclusive of free flow sparkling wine, white wine, red wine and beer.

Prices include Countdown Party access at the Pool Terrace on the 6th floor, with one complimentary drink for toasting in the New Year.

Hishou sees a Japanese Omakase menu by executive Japanese chef Masayuki Warababe including Obanzai, with a selection of appetisers, sashimi, yakimono, a main course choice of Wagyu beef or tempura, followed by dessert.

Dinner is served between 5.30 pm and 10.30 pm and is priced at Bt3,500 net per person, inclusive of one glass of sake or sparkling wine. The price includes Countdown Party access at the Pool Terrace on the 6th floor, with one complimentary drink for toasting the New Year.

Hotel Nikko’s Countdown Party at the Pool Terrace on the 6th floor will be held from 9pm to 1am, and staged on a Japanese Town theme with snack food, drinks, a live band, DJ, a Japanese live show and a raffle, guaranteed to keep you entertained all the way through the last hours of 2019 and into 2020. The price is Bt1,000 net per person inclusive of one drink.

New Year Day (January 1, 2020)

A New Year tradition in Japan is mochitsuki, the pounding of sweet rice to make mochi, the rice cake that can be eaten in a sweet or savoury dish and which is a popular household staple.

On Wednesday (January 1), between 9.30 am and 11 am in the hotel lobby, the chefs will demonstrate the pounding of the rice, and encourage guests to take part.

The traditional happi, a straight-sleeved coat worn during festivals such as mochitsuki, will be available for guests to wear and to have their photograph taken.

Three flavours of mochi will be prepared: mochi isobe (with soy sauce), mochi kinako (soy powder), and mochi azuki (red bean). Sake and drinking water will be provided during this festive occasion.

Welcome the first day of 2020 on January 1 with a New Year brunch at The Oasis, with seafood including half a Canadian lobster per person, Alaska king crab, salmon, and oysters. There will be a foie gras station, a Japanese corner with sashimi, sushi, maki, and kaisen don, and a desserts station.

Brunch is served from 12 noon to 3.30 pm and is priced at Bt2,020 net per person inclusive of drinking water, coffee or tea, and Bt3,020 net per person inclusive of free flow sparkling wine, white wine, red wine and beer.

Hishou will be serving auspicious Japanese Oiwai Gozen specialities for three days from Jnauary 1 to January 3, with chef Masayuki Watanabe preparing an Osechi set menu for lunch and dinner, priced at Bt2,020 net per person inclusive of one glass of sake or sparkling wine.

Government launches foreign-language menu website

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

https://www.nationthailand.com/food/30379305?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

Government launches foreign-language menu website

Dec 11. 2019
(Korea Tourism Organization)

(Korea Tourism Organization)
By By Yoon Min-sik
The Korea Herald

603 Viewed

A website that provides foreign language translations of local menus was launched Wednesday.

According to the state-run Korea Tourism Organization, Food Trip in Korea (foodtrip.or.kr) was launched Wednesday afternoon with translations of 8,500 Korean dishes in English, Japanese and Chinese as its main feature. The service had been previously provided via the agency’s Visit Korea (visitkorea.or.kr) site.

The tourism organization plans to add a mobile page of the website, various menu designs and information on local eateries and popular Korean delicacies for foreign visitors.

Commemorating the website’s launch, the agency will hold an event from Dec.12-21, with the first 300 applicants winning a physical copy of their new foreign language menu.

Inaccurate translations on menus had long been a subject of criticism, even ridicule, among foreign visitors, with small restaurant owners often resorting to free translation services.

Among common mistakes making news were “gomtang” translated as “bear soup,” a confusion that derives from the word “gom” meaning both bear and boiling soup. Other common mistakes include “dynamic stew” (dongtae jjigae) and “six times,” (yukhoe) which the National Institute of Korean Language recommended translating to “pollack stew” and “beef tartare” in an official guide distributed in 2014.

By Yoon Min-sik (minsikyoon@heraldcorp.com)

Tourists flock to old Nakhon Ratchasima railway station

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

https://www.nationthailand.com/travel/30379314?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

Tourists flock to old Nakhon Ratchasima railway station

Dec 11. 2019
By THE NATION

1,253 Viewed

The old Nakhon Ratchasima railway station, which started operations in 1900 as the terminus for the first-ever Nakhon Ratchasima Line from Bangkok, has once again become popular with young tourists. Hundreds of them visit the station and take selfies in the old wrecked train after news reports that the station will be completely demolished and become a part of the double-track railways project soon.

On Wednesday (December 11), the generally quiet station was bustling with tourists taking photos on the railways track, the old abandoned train, and the vintage station.

For many it was a trip down memory lane, as the station is a part of their childhood memories.

Nakhon Ratchasima locals invited tourists nationwide to visit the station before the building is demolished and suggested to take photos at 7am to 8am and 3pm to 5.30pm for the best lighting.

Two new camping grounds open in Chiang Mai mountains

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

https://www.nationthailand.com/travel/30379294?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

Two new camping grounds open in Chiang Mai mountains

Dec 11. 2019
By The Nation

2,394 Viewed

Department of National Parks, Wildlife and Plant Conservation (DNP) under Natural Resources and Environment Ministry today (December 11) introduced two new tourist attractions in Chiang Mai: Sui Tang and Doi Lang camping grounds.

Sui Tang camping ground is perched at an altitude of 1,390-1,395 metres in Chai Prakan District, while Doi Lang is higher at 1,700-1,720 metres and located in Mae Ai District. Both are part of Doi Fha Hom Pok National Park.

Facilities in both camping grounds include bathrooms, toilets and parking lots, while each can support up to 150 people. Visitors can enjoy beautiful views of the sunrise, sunset, and sea of fog, hike to the summit of Doi Ang Khang mountaintop or follow the clearly marked bird-watching trails.

For information, call (052) 080 801, (084) 4834689, or email: doiphahompok.np@hotmail.com.