เปิดตัว ‘KANEBO THE EXCEPTIONAL BASE MAKEUP’ ครีมรองพื้นใหม่ล่าสุด ครั้งแรกในไทย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/453490

เปิดตัว ‘KANEBO THE EXCEPTIONAL BASE MAKEUP’ ครีมรองพื้นใหม่ล่าสุด ครั้งแรกในไทย

วันพุธ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

มร.โยชิฮิเดะ โฮริ ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารคาเนโบ มิส ทาเอโกะ โคโกะ ผจก.ฝ่ายการตลาดแบรนด์คาเนโบ มิส นัทซุกิ ฟูจิโมริฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์

คาเนโบประเทศญี่ปุ่นเลือกประเทศไทยเป็นศูนย์กลางในภาคพื้นเอเชีย จัดงาน “KANEBO THE EXCEPTIONAL BASE MAKEUP” (คาเนโบ ดิ เอ็กเซ็ปชั่นนัล เบสเมคอัพ) เปิดตัวผลิตภัณฑ์ครีมรองพื้นใหม่ล่าสุด ที่จะเนรมิตศิลปะแห่งความงาม ผิวสวยเปล่งประกายหรูหราเหนือระดับ โดยมีมร.มาซาทากะ อิมูระ ผู้อำนวยการ เอเซียกรุ๊ป และ มร.โยชิฮิเดะ โฮริ ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูง บริษัท คาเนโบ คอสเมติกส์อิงค์ ประเทศญี่ปุ่น ต้อนรับแขกผู้มีเกียรติจากประเทศไทยและอีก8 ประเทศในภาคพื้นเอเชียที่เดินทางมาร่วมงานกว่า 100 คน ณ โรงแรมเพนนินซูลากรุงเทพฯ

ภายในงาน คาเนโบเแนะนำผลิตภัณฑ์ครีมรองพื้นใหม่อย่างเป็นทางการประกอบด้วย KANEBO THE CREAM FOUNDATION (คาเนโบ เดอะ ครีม ฟาวเดชั่น) ครีมรองพื้นที่มีคุณสมบัติเป็นชั้นฟิล์มที่เคลือบผิว ปกปิดในจุดที่กังวลได้อย่างแนบเนียน เกลี่ยลงผิวได้อย่างง่ายดาย และกลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกับผิว ให้ความรู้สึกเบาสบายไม่หนาหนัก มีให้เลือก 6 สีที่เหมาะกับผิวของสาวไทย มาพร้อมกับ KANEBO THE PRIMER (คาเนโบ เดอะ ไพร์มเมอร์)ไพร์มเมอร์ที่ให้เนื้อสัมผัสนุ่ม เนียนแนบสนิททันทีที่ทาลงผิว ช่วยปรนนิบัติและปรับสภาพผิวให้ชุ่มชื้น เรียบเนียนไร้ที่ติ

มิส ทาเอโกะ โคโกะ ผจก.ฝ่ายการตลาดแบรนด์คาเนโบ

มิส นัทซุกิ ฟูจิโมริ ฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริษัท คาเนโบ คอสเมติกส์ อิงค์ ประเทศญี่ปุ่น กล่าวเสริมว่า “คาเนโบเดอะ ครีม ฟาวเดชั่น นับเป็นครีมรองพื้นที่ดีที่สุด เป็นผลิตภัณฑ์รองพื้นที่ให้การปกปิดสูงสุด และมีส่วนผสมของสกินแคร์เช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์เดอะเอ็กเซ็ปชั่นนัล ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวระดับพรีเมียมที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อปีที่ผ่านมา และได้รับการต้อนรับจากสาวไทยสูงเป็นอันดับที่สองรองจากประเทศญี่ปุ่น จึงเป็นครีมรองพื้นที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับทุกสภาพผิว ทั้งผิวแห้งและผิวแพ้ง่าย” นอกจากนี้มิสฟูจิโมริยังฝากเทคนิคในการลงรองพื้นว่า “เราอยากแนะนำให้คุณใช้เทคนิคการลงครีมรองพื้นด้วยนิ้วมือ และควรเลือกลงเฉพาะจุดที่ต้องการปกปิด เพื่อผิวที่ดูเนียนบางเป็นธรรมชาติมากกว่า”

พร้อมกันนี้ได้เปิดโอกาสให้แขกที่มาร่วมงาน ร่วมปรนนิบัติผิวด้วยผลิตภัณฑ์บำรุงผิว THE EXCEPTIONAL SKINCARE และสัมผัสผลิตภัณฑ์ KANEBO THE PRIMER และ KANEBO THE CREAM FOUNDATION พร้อมแต่งแต้มสีสันและปรับลุค เพื่อเข้าสู่ THE EXCEPTIONAL MEMORIAL การถ่ายภาพและวีดีโอในแบบ Digital Art สาดแสงบนร่าง ได้ภาพที่เป็นเอกลักษณ์ในสไตล์ของตัวเอง

ปิดงานอย่างอบอุ่น ด้วยการล่องเรือชมแม่น้ำเจ้าพระยาไปดินเนอร์สุดหรู ที่ห้องอาหารสุภัทราริเวอร์เฮ้าส์ โดยได้รับเกียรติจากเชฟป้อม-หม่อมหลวงขวัญทิพย์ เทวกุล สร้างสรรค์อาหารทุกจานและต้อนรับแขกผู้มีเกียรติด้วยตัวเอง

ป๊อปอัพดินเนอร์จากเชฟมิชลินสตาร์ 2 ดาว

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/453484

เชฟโนอาห์ แซนโดวัล

ป๊อปอัพดินเนอร์จากเชฟมิชลินสตาร์ 2 ดาว

วันพุธ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ศรีพันวา ภูเก็ต รีสอร์ทระดับห้าดาวชื่อดังของประเทศไทย โดดเด่นด้วยทิวทัศน์ท้องทะเลที่สวยงาม พูลวิลล่าสุดหรู รูฟท็อปบาร์ที่มาพร้อมวิวตระการตา และอาหารเลิศรสทั้งอาหารไทยและอาหารนานาชาติ มอบประสบการณ์ดินเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟจากเชฟมิชลินสตาร์ 2 ดาว โดยเชฟโนอาห์ แซนโดวัล จากร้าน Oriole(โอริโอล)เมืองชิคาโก ในกิจกรรมป๊อปอัพดินเนอร์อันประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากเมื่อต้นปีที่ผ่านมาล่าสุดเชฟผู้มากฝีมือในการรังสรรค์มื้อค่ำสไตล์อเมริกันร่วมสมัยท่านนี้จะกลับมาเยือนภูเก็ตอีกครั้งกับกิจกรรมป๊อปอัพดินเนอร์ ในวันที่ 15-16 พฤศจิกายน 2562

ร้าน Oriole เป็นร้านอาหารที่การันตีคุณภาพด้วยรางวัลมิชลินสตาร์ 2 ดาว ตั้งแต่ปีแรกที่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือก และได้รักษามาตรฐานมิชลินสตาร์ 2 ดาว มาอย่างต่อเนื่อง โดยนับตั้งแต่เปิดร้านมา เชฟโนอาห์ได้สร้างผลงานไว้มากมาย อาทิ รางวัล Food & Wine Best New Chef,เป็นหนึ่งในผู้ชิงชนะเลิศแห่ง James Beard และได้รับเลือกเป็น Chef of the Year โดย Chicago Tribune อีกทั้งยังเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง การันตีด้วยคะแนนการรีวิว 4 ดาว จาก Chicago Tribune และนิตยสาร Chicago

สำหรับมื้อค่ำสุดพิเศษนี้จะจัดขึ้นที่ห้องอาหาร บาบา โซล ฟู้ด โรงแรมศรีพันวา วันที่15-16 พฤศจิกายน 2562 ตั้งแต่ 18.00 น. เป็นต้นไป เพียง 2 วันเท่านั้น โดยแขกผู้มีเกียรติจะได้สัมผัสพลังความคิดสร้างสรรค์ที่ผสานเข้ากับฝีมืออันยอดเยี่ยมของเชฟโนอาห์ด้วยดินเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟทั้งหมด 6 คอร์ส โดยใช้ทั้งวัตถุดิบท้องถิ่นและวัตถุดิบนำเข้า ผสมผสานกับปรัชญาการปรุงอาหารตามแบบฉบับของเชฟโนอาห์ที่เชื่อว่า “ไม่มีเคล็ดลับใดๆ ใช้เพียงแค่จินตนาการ ความพยายาม และความเข้าใจในรสชาติ” (นิตยสาร Chicago)

ดินเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ จำนวน 6 คอร์ส ราคา 5,900++ บาทต่อท่าน (ไม่รวมเครื่องดื่ม) สามารถจับคู่กับไวน์แพริ่งในราคา 2,888++บาทหรือไวน์แพริ่งระดับพรีเมียมในราคา 3,888++บาทที่ห้องอาหาร บาบา โซล ฟู้ด โรงแรมศรีพันวาวันที่ 15-16 พฤศจิกายน 2562 ตั้งแต่ 18.00 น.เป็นต้นไป สำรองที่นั่งและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โรงแรมศรีพันวา โทร. 076-371000

เชฟโนอาห์ แซนโดวัล

เชฟโนอาห์ แซนโดวัล

เปิดตัว ‘เดอะ สกี อิดิชั่น’ เสื้อผ้าและอุปกรณ์สกีแบรนด์ดังจากทั่วทุกมุมโลก

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/453501

ดร.นันทชัย ศรกาญจน์, พิมพ์พิมล พัฒนวิมล ผู้ร่วมก่อตั้ง THE SKI EDITION

เปิดตัว ‘เดอะ สกี อิดิชั่น’ เสื้อผ้าและอุปกรณ์สกีแบรนด์ดังจากทั่วทุกมุมโลก

วันพุธ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

หากเอ่ยถึงอีกหนึ่งเสน่ห์ของฤดูหนาว การเล่นสกีจะต้องเป็นหนึ่งในกิจกรรมอันดับต้นๆ ของใครหลายคนอย่างแน่นอน เพราะนอกจากการท้าทายความเร็วบนลานสกีแล้ว การได้ทะยานไปท่ามกลางความเย็นและปุยหิมะที่นุ่มละมุนดุจปุยเมฆก็คงเป็นความฝันของใครหลายคนเช่นกัน ซึ่งสิ่งสำคัญสำหรับการเล่นสกีที่จะขาดไม่ได้นั้นคือการมีเครื่องแต่งกายที่กระชับ คล่องตัว รวมถึงอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ล่าสุด พิมพ์พิมลพัฒนวิมล และ ดร.นันทชัย ศรกาญจน์สองผู้บริหารรุ่นใหม่ไฟแรงที่หลงใหลในการเล่นสกี ได้จัดงานเปิดตัวป๊อปอัพ สโตร์ “เดอะ สกี อิดิชั่น ป๊อปอัพ สโตร์” (THE SKI EDITION POP STORE) แหล่งรวมแฟชั่นไอเท็มเกี่ยวกับอุปกรณ์สกีและสโนว์บอร์ดจากแบรนด์ดังทั่วทุกมุมโลกแห่งแรกในประเทศไทย ซึ่งคัดสรรแบรนด์ยอดนิยมที่เหล่านักเล่นสกีต่างเลือกใช้มาให้ได้เลือกชม ที่เกษรวิลเลจ ชั้น 2 บริเวณ THE SKI EDITIONPOP-UP STORE เมื่อเร็วๆ นี้

สำหรับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งนี้ ทาง “เดอะ สกี อิดิชั่น” ได้คัดสรรแฟชั่นไอเท็มเกี่ยวกับอุปกรณ์สกีและสโนว์บอร์ดแบรนด์ดังจากทั่วโลกมาเอาใจ
นักสกีชาวไทยทั้งหมด 5 แบรนด์ด้วยกัน ได้แก่เพอร์เฟค โมเม้นท์ (PERFECT MOMENT) เสื้อผ้าสกีสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ที่โดดเด่นด้านการเลือกใช้เนื้อผ้าประสิทธิภาพสูง ให้ความอุ่นกับผู้สวมใส่ แต่ยังคงความยืดหยุ่นและระบายอากาศได้ดี เหมาะสำหรับการใส่เล่นสกีบนภูเขา และยังสามารถใส่ทำกิจกรรมอย่างอื่นต่อได้ ด้วยดีไซน์ที่มีความเป็นแฟชั่นซึ่งโดดเด่นในเรื่องโทนสีและลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์,ฟูซาพ (FUSALP) แบรนด์ยอดนิยมจากประเทศฝรั่งเศส ที่ขึ้นชื่อด้านการดีไซน์กางเกงสกีอันเป็นเอกลักษณ์ซึ่งผสมผสานระหว่างฟังก์ชั่นการใช้งานที่มีความคล่องตัว สวมใส่สบายเข้ากับดีไซน์ที่มีความทันสมัยเอาไว้ด้วยกันอย่างลงตัว, โกลด์เบิร์ก (GOLDBERGH)เสื้อผ้าสกีสำหรับผู้หญิงที่ชื่นชอบดีไซน์เรียบโก้ เป็นที่ชื่นชอบของเหล่าคนดังมากมาย,บ๊อกเนอร์ (BOGNER) แบรนด์ดังจากฝั่งยุโรปที่มีทั้งแว่นตา หมวกกันน็อก และสกี บนงานดีไซน์มีความเรียบหรูซึ่งผสานเข้ากับเทคโนโลยีการผลิตที่มีความสมัย โดยเฉพาะการผลิตสกีจากไม้ไผ่ที่ได้รับความนิยมในทวีปยุโรปกันอย่างแพร่หลาย และฟาลเก้ (FALKE) แบรนด์ถุงเท้าสัญชาติเยอรมันที่ก่อตั้งมานานกว่า120 ปี โดยขึ้นชื่อด้านความชำนาญในการผลิตของทีมช่างฝีมือที่มีความประณีตสูง ซึ่งยังคงเลือกใช้เนื้อผ้าและแมททีเรียลที่มีความทันสมัยมาผสมผสานกับเทคนิคการผลิตแบบดั้งเดิมที่ยังคงไว้ซึ่งความหรูหราเมื่อสวมใส่

พบกับเสื้อผ้า อุปกรณ์สกี และสโนว์บอร์ดระดับพรีเมียมของแบรนด์ดังมาจากทั่วทุกมุมโลก ได้แล้วที่ป๊อปอัพ สโตร์ แห่งแรกใจกลางเมือง ที่เกษรวิลเลจ ชั้น 2 ตั้งแต่วันนี้ ไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2563

ดร.นันทชัย ศรกาญจน์, พิมพ์พิมล พัฒนวิมล ผู้ร่วมก่อตั้ง THE SKI EDITION

ดร.นันทชัย ศรกาญจน์, พิมพ์พิมล พัฒนวิมล ผู้ร่วมก่อตั้ง THE SKI EDITION

สสส. หนุนเยาวชนเปลี่ยน ‘ไอเดีย’ เป็น ‘นวัตกรรม’ เพื่อสร้างเสริมสุขภาพ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/453493

สสส. หนุนเยาวชนเปลี่ยน ‘ไอเดีย’ เป็น ‘นวัตกรรม’ เพื่อสร้างเสริมสุขภาพ

วันพุธ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

จากผลงานกว่า 132 โครงการของเยาวชนคนรุ่นใหม่ทั้งระดับมัธยมและอาชีวศึกษา ที่ส่งผลงานเข้าร่วมประกวดอย่างล้นหลามใน “โครงการประกวดผลงานนวัตกรรมการสร้างเสริมสุขภาพ : THAI HEALTH INNO AWARDS ครั้งที่ 2” จนเหลือเพียง18 ผลงานที่โดดเด่นและผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเข้าสู่รอบสุดท้าย

และเพื่อให้นวัตกรรมเพื่อสุขภาพที่เหล่าเยาวชนทั้ง 18 ทีม คิดค้นขึ้นมานั้นสามารถตอบโจทย์ การเป็นนวัตกรรมที่สามารถสร้างเสริมสุขภาพอย่างได้ผลสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.)จึงได้จัดกิจกรรม Workshop“การพัฒนาศักยภาพนวัตกรรุ่นใหม่ ด้านนวัตกรรมการสร้างเสริมสุขภาพ”เพื่อติดอาวุธความคิดต่อยอดไอเดียเพิ่มเติมให้เหล่าเยาวชน เพื่อให้ได้รับรู้และเข้าใจงานทางด้านเสริมสร้างสุขภาพอย่างถูกต้อง เพิ่มทักษะการคิดและพัฒนานวัตกรรมของแต่ละทีม โดยมีผู้เชี่ยวชาญและกระบวนการต่างๆ ที่จะช่วยให้ไอเดียดีๆ เหล่านั้นถูกยกระดับและพัฒนาเป็นนวัตกรรมที่สามารถผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรมในด้านการสร้างเสริมสุขภาพโดยมี นพ.วีระพันธ์ สุพรรณไชยมาตย์รองประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ คนที่ 2 สสส. กล่าวเปิดงานและให้ความรู้และความเข้าใจถึงแนวคิดการสร้างเสริมสุขภาพ ของสสส.

นพ.วีระพันธ์ สุพรรณไชยมาตย์  แห่ง สสส. กล่าวเปิดงาน

สำหรับจุดเด่นของกิจกรรม Workshop  ในครั้งนี้คือจะมีการแยกกลุ่มระหว่างนักเรียนและครูที่ปรึกษาออกจากกันเพื่อให้ความรู้ ในการสร้างสรรค์และพัฒนาผลงานที่แตกต่างโดยกลุ่มนักเรียนนักศึกษาหลังจากได้รับความรู้จากกิจกรรมเรียนรู้แนวคิด กระบวนการเสริมสร้างสุขภาพตามกฎบัตรออตตาวา (Ottawa Charter)จากการบรรยายของ ดร.ณัฐพันธุ์ ศุภกา ผู้อำนวยการฝ่ายสนับสนุนงานนวัตกรรม สสส. เยาวชนทั้ง 18 ทีม ก็จะสนุกสนานกับกิจกรรม “จีบ” ซึ่งเป็นกิจกรรมแฝงควารู้ สอนให้เข้าใจกระบวนการเก็บข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเนื้อหาหลักของการเรียนรู้คือ การคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) เช่นเดียวกับกลุ่มอาจารย์ที่ปรึกษาที่แยกห้องไปอีกห้องหนึ่ง เพื่อเพิ่มอาวุธสำคัญคือ วิธีให้คำปรึกษาและรับฟังด้วยหัวใจ (Coaching and Deep Listening)เพราะวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของโครงการประกวดนวัตกรรมในครั้งนี้คือ การทำให้เด็กที่เข้าร่วมโครงการกลายเป็น “นวัตกรรุ่นใหม่” ที่สามารถสร้างสรรค์ผลงานได้ด้วยตัวเองอย่างแท้จริง ในขณะที่ครูที่ปรึกษาก็จะทำหน้าที่เป็น “โค้ช” ที่ดีที่สามารถช่วยให้เด็กๆ สามารถสร้างนวัตกรรมที่ดีที่สุด

นอกจากนี้ ยังให้เด็กๆ นำโครงการที่คิดค้นมาวิเคราะห์ด้วยกระบวนการคิดเชิงออกแบบ โดยมีวิทยากรกระบวนการ และผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ จำนวนมากมาทำหน้าที่ ที่ปรึกษา ช่วยให้คำแนะนำช่วยวิเคราะห์และเสนอแนวคิดให้แก่ทีมต่างๆ เพิ่มเติมทำให้นวัตกรรมและกระบวนการที่แต่ละทีมคิดค้นขึ้นมีโอกาสเป็นไปได้จริงภายใต้ช่วงเวลาและงบประมาณที่กำหนดโดยได้ผลสูงสุด

“ครูฟาง” สมลักษณ์ พัดค้อ

“น้องกั๊ง” ชลิตา หวานซึ้ง จากทีมBoripat Health Care โรงเรียนบริพัตรศึกษา จากอำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน บอกถึงสิ่งที่ตนและทีมได้รับจากการเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ว่าสิ่งที่ได้คือความรู้ใหม่ๆ ประสบการณ์ใหม่ๆ ที่สามารถนำไปใช้แก้ปัญหาในงานของเราได้”

ความรู้ใหม่ๆ ของชลิตาก็คือกระบวนการคิดเชิงออกแบบหรือDesign Thinking นั่นเอง ซึ่งสอดคล้องกับความเห็นของ “ครูฟาง” สมลักษณ์ พัดค้อ อาจารย์ที่ปรึกษา โครงการเครื่องผลิตน้ำหมักจากฝักคูน โรงเรียนมหาไถ่ศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ระบุว่า จากการสังเกต เมื่อนำกระบวนการคิดเชิงออกแบบมาใช้ จะทำให้แนวทางการทำงานชัดเจนขึ้นและทำได้เป็นลำดับขั้นตอนมากขึ้น และเมื่อรู้ถึงแนวทางการให้คำปรึกษาและรับฟังด้วยหัวใจ ก็พบว่าได้ผลลัพธ์ที่ดีมาก

ในส่วนของที่ปรึกษาและคณะกรรมการปาพจน์ ตันสุวรรณ ผู้ชำนาญการ(โครงการพิเศษ) ศูนย์ส่งเสริมองค์กรคุณภาพ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าความพอใจการจัดงานครั้งนี้ที่นำทั้งนักเรียนและครู มาให้ความรู้ทางด้าน Design Thinkingและแนะนำเทคนิค coaching ให้แก่อาจารย์ที่ปรึกษา ซึ่งเป็นการได้ประโยชน์อย่างมากทั้งครูและนักเรียน

“ผมคิดว่า สสส. ประสบความสำเร็จในการถ่ายทอดความรู้ให้กับเด็กและนักเรียน และหวังว่าพวกเขาจะนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ ซึ่งนั่นก็น่าพอใจมากแล้ว”

“น้องกั๊ง” ชลิตา หวานซึ้ง

มูลนิธิสัมมาชีพ (มสช.) จัดงานครบรอบ 10 ปี

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/453482

news_default

มูลนิธิสัมมาชีพ (มสช.) จัดงานครบรอบ 10 ปี

วันอังคาร ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 15.31 น.

มูลนิธิสัมมาชีพ (มสช.) จัดงาน “ครบรอบ 10 ปี มูลนิธิสัมมาชีพ พร้อมมอบรางวัล ต้นแบบสัมมาชีพประจำปี 2562” เพื่อเดินหน้าขยายผลการดำเนินงานและประชาสัมพันธ์ผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณชน ภายใต้แนวคิด “สัมมาชีพเต็มพื้นที่” สานพลังขับเคลื่อนสัมมาชีพเต็มพื้นที่สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน เชื่อมคน เชื่อมชุมชน เชื่อมสังคม เชื่อมรัฐอธิบายผลงานผ่านรางวัลทั้ง 3 ประเภท ประกอบด้วยรางวัลวิสาหกิจชุมชนต้นแบบสัมมาชีพ รางวัลเอสเอ็มอีต้นแบบสัมมาชีพ และรางวัลบุคคลต้นแบบสัมมาชีพโดยได้รับเกียรติจาก“ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” รองนายกรัฐมนตรีมาร่วมมอบรางวัลบุคคลต้นแบบสัมมาชีพประจำปี 2562 เพื่อเชิดชูผลงานของผู้ประกอบธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ โดยดำเนินธุรกิจตามแนวทางของสัมมาชีพ เพื่อสร้างการยอมรับต่อแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมยกระดับการดำเนินงานของมูลนิธิสัมมาชีพให้เป็นที่รู้จักต่อสาธารณชน และยังเป็นการระดมทุนสนับสนุนเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายของมูลนิธิสัมมาชีพต่อไปมูลนิธิสัมมาชีพได้มีกำหนดการจัดงานขึ้น ในวันเสาร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2562ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์พบกับกิจกรรมดีๆ มากมาย อาทิเช่นบูธกิจกรรมจากชุมชน งานเสวนาและปาฐกถาพิเศษ  ตบท้ายด้วยงานมอบรางวัลต้นแบบ ได้ตั้งแต่เวลา 15.00 – 20.30 น.

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ ฝ่ายสื่อสารและระดมทุนมูลนิธิสัมมาชีพ โทร. 02 530 9204-5 หรือติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวได้ที่ https://www.right-livelihoods.org/ และhttps://www.facebook.com/sammachiv/

สามหนุ่มสามมุมตะลุยสกลนคร เปิดตัว’อนิสสาคลินิก’

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/453459

สามหนุ่มสามมุมตะลุยสกลนคร เปิดตัว’อนิสสาคลินิก’

วันอังคาร ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 14.57 น.

ฉลองเปิดตัวอนิสสาคลินิก สาขาใหม่ ณ จังหวัดสกลนคร อย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 ที่ถนนรัฐพัฒนา อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร แหล่งรวบรวมหัตถกรรมใหม่ๆ ที่เกี่ยวกับความงามครบวงจร และถือโอกาสทำบุญครบรอบ 48 ปี บริษัท สยามรวมมิตรอินเตอร์เทรด จำกัด (รวมมิตรการค้า) เดิม ศูนย์จำหน่ายและบริการมาตรฐาน สยามคูโบต้า ศูนย์รวมอุปกรณ์และอะไหล่เครื่องจักรกลทางการเกษตรทุกชนิด

โดยภายในงานได้รับเกียรติจาก คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ อดีต รมว.สาธารณสุข คุณอภัย จันทนจุลกะ อดีต รมว.แรงงาน คุณมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร คุณวิทยา จันทร์ฉลอง อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร ร่วมในพิธีเปิด โดยมีคุณฮุย แต้ศิริเวชช์ คุณธัชกร แต้ศิริเวชช์ และคุณชุติมา จันนาป่า ต้อนรับ

ซึ่งภายในงานมีการแสดงมินิคอนเสิร์ตย้อนวันวานจากศิลปินไอดอลชื่อดังยุค 90 อย่างคุณกบ-ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี, คุณแท่ง-ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง, คุณมอส-ปฏิภาณ ปฐวีกานต์ ซึ่งลูกค้าทุกท่านที่ซื้อแพคเก็จจะได้สิทธิพิเศษ!! ร่วม meet&greet พร้อมร่วมถ่ายรูปคู่กับสามมุมต่างมุมแบบใกล้ชิด และได้รับที่นั่งพิเศษสำหรับเข้าชมมินิคอนเสิร์ต พร้อมลุ้นรับรางวัลมากมายมูลค่ากว่า 60,000 บาท นอกจากนี้ยังมีการมอบทุนสนับสนุนให้กับ 6 องค์กร ดังนี้ เหล่ากาชาดจังหวัดสกลนคร 5,000 บาท เมตตาธรรมมูลนิธิสกลนคร 5,000 บาท โรงพยาบาลชุมชน สาธารณสุขจังหวัดสกลนคร 5,000 บาท โรงพยาบาลพระอาจารย์แบน ฐนากโร 5,000 บาท ทุนการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร 5,000 บาท ทุนการศึกษา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร 5,000 บาท

ขอบคุณคลิป : สกลนคร ซิตี้

อาการชา อย่านิ่งนอนใจ ปล่อยไว้อาจสายเกินแก้

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/453236

news_default

อาการชา อย่านิ่งนอนใจ ปล่อยไว้อาจสายเกินแก้

วันอังคาร ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

อาการ “ชาตามปลายมือปลายเท้า” ไม่ได้ส่งผลต่อการดำรงชีวิตในแต่ละวันเท่านั้น แต่อาจจะเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความผิดปกติของระบบประสาทที่หากปล่อยไว้อาจจะสายเกินแก้ผู้ที่มีอาการชาปลายมือปลายเท้าไม่ว่าจะมีอาการบ่อยหรือไม่บ่อยก็ตาม ควรรีบหาสาเหตุและแก้ไขอาการก่อนที่จะเกิดอาการแทรกซ้อนที่รุนแรงอย่างอื่นตามมา

ปิยะวัฒน์ วงศ์สุข ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ ทีมเภสัชกร บริษัท ไบโอฟาร์ม เคมิคัลส์ จำกัด ให้ข้อมูลว่า อาการชาตามปลายมือปลายเท้า เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น นั่งหรือยืนในท่าเดิมเป็นเวลานาน ทำให้เลือดไปเลี้ยงร่างกายไม่ทั่วถึง หรืออาจมีสาเหตุจากโรคบางโรค เช่น เบาหวาน ปวดศีรษะไมเกรน ลมชัก หลอดเลือดสมอง เป็นต้น และอีกหนึ่งเหตุผลสำคัญที่ทำให้อาการหรือโรคนี้ทวีความรุนแรงขึ้นได้ คือการได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ ซึ่งส่งผลทำให้เกิดความเสียหายของเส้นประสาท โดยเฉพาะการขาดวิตามิน B ที่มีความจำเป็นต่อเส้นประสาท หากรู้สึกถึงอาการเหน็บชา หรือมีอาการปวดเสียวบริเวณมือหรือเท้า เป็นไปได้สูงว่าร่างกายอยู่ในภาวะการขาดวิตามินในกลุ่มนี้

ทั้งนี้ ผู้ที่มีอาการชาตามปลายมือปลายเท้า สามารถบรรเทาด้วยการปรับพฤติกรรม เช่น หลีกเลี่ยงการนั่งเป็นเวลานาน และแก้ไขท่าทางในชีวิตประจำวัน หากต้องอยู่ในท่าใดเป็นเวลานานๆ ควรหาโอกาสขยับร่างกาย ขยับแขนขยับขาบ่อยๆ เพื่อให้ร่างกายได้เคลื่อนไหว และเลือดไหลเวียนไปตามส่วนต่างๆ ของร่างกายได้สะดวก นอกจากนี้ ควรรับประทานอาหารที่มีวิตามินเพียงพอกับความต้องการของร่างกาย โดยเน้นกลุ่มวิตามิน B รวมโดยเฉพาะอย่างยิ่ง B1, B6 และ B12 ซึ่งทำให้เกิดการสร้างและเจริญเติบโตของเซลล์ประสาท รวมทั้งป้องกันเส้นประสาทจากการถูกทำลายโดยโรคหรือพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง วิตามินกลุ่มนี้สามารถพบได้ในอาหารหลายชนิด เช่น วิตามิน B1 พบในธัญพืช ข้าวไม่ขัดสี สารสกัดจากยีสต์ ผลิตภัณฑ์จากถั่ว ส่วนวิตามิน B6 พบในอาหารจำพวกปลาทูน่า ผักโขม ผักตระกูลปวยเล้ง กล้วย และวิตามิน B12 ได้จากไข่ เนื้อสัตว์ อาหารทะเลประเภทกุ้ง ปู ผลิตภัณฑ์นม

อย่างไรก็ดี ด้วยพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนในปัจจุบันที่อยู่ในภาวะเร่งรีบ ทำให้เป็นการยากที่จะเลือกรับประทานอาหารที่มีวิตามินเพียงพอตามที่ร่างกายต้องการได้ ทีมเภสัชกร บริษัท ไบโอฟาร์ม เคมิคัลส์ จำกัด จึงมีคำแนะนำสำหรับผู้ที่มีอาการชาตามปลายมือปลายเท้า รวมทั้งบุคคลทั่วไปที่ต้องการเสริมวิตามินให้กับร่างกายว่า สามารถเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร หรือยาในกลุ่มวิตามิน B เพื่อช่วยป้องกันและรักษาอาการชาตามปลายมือปลายเท้าและช่วยบำรุงเส้นประสาท ซึ่งวิตามินกลุ่มนี้ค่อนข้างมีความปลอดภัย เพราะมีคุณสมบัติในการละลายน้ำ หากได้รับในปริมาณที่เกินความจำเป็น ร่างกายก็จะขับออกทางเหงื่อ หรือปัสสาวะ

ดังนั้น หากเริ่มรู้ตัวว่ามีอาการชาตามปลายมือปลายเท้า ไม่ควรนิ่งนอนใจ ต้องเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพรับประทานอาหารที่มีส่วนช่วยเสริมสร้างและเป็นประโยชน์ต่อการทำงานของเส้นประสาท หรือยาในกลุ่มวิตามิน B และอย่าคิดว่าเพียงแค่อาการชาเดี๋ยวก็หายไป อย่านิ่งนอนใจ ป้องกันและรักษาโดยไว เพื่อไม่ให้เป็นสาเหตุของอาการหรือโรคอื่นๆ ที่อาจจะร้ายแรงมากขึ้น

ราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย รณรงค์ป้องกันกระดูกหักจากโรคกระดูกพรุน

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/453241

ราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย รณรงค์ป้องกันกระดูกหักจากโรคกระดูกพรุน

วันอังคาร ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

สถิติโรคกระดูกพรุน เป็นปัญหาทางสาธารณสุขในอันดับที่ 2 ของโลก รองจากโรคหัวใจและโรคหลอดเลือด เป็นภัยเงียบที่ไม่มีสัญญาณเตือน เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้กระดูกหัก โดยเฉพาะกระดูกสะโพก ซึ่งผู้ป่วยกระดูกสะโพกหักจะมีอัตราการเสียชีวิตในปีแรกร้อยละ 17% และสัดส่วน 80% ไม่สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้เหมือนเดิม รวมทั้งจากข้อมูลมูลนิธิโรคกระดูกพรุนนานาชาติ พบว่า ประชากรไทยที่มีความเสี่ยงเป็นโรคกระดูกพรุน 80-90% ยังไม่ได้รับการประเมินและรักษา

เมื่อเร็วๆ นี้ ราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย (The RoyalCollege of OrthopaedicSurgeons of Thailand = RCOST) ร่วมกับ บริษัท แอมเจน (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมรณรงค์ให้ผู้สูงอายุทุกคนตระหนักถึงปัจจัยเสี่ยงของโรคกระดูกพรุนและปรึกษาแพทย์หากพบว่าตนมีความเสี่ยง

ศาสตราจารย์ นายแพทย์อารี ตนาวลี ประธานราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า โรคกระดูกพรุน คือภาวะที่ร่างกายมีความแข็งแกร่งของกระดูกลดน้อยลง ส่งผลให้กระดูกหักเกิดง่ายขึ้น ส่วนใหญ่มักไม่มีอาการ เมื่อผู้ป่วยหกล้มจะมีความเสี่ยงกระดูกหักง่าย ไม่ว่าจะเป็นการหกล้มในท่ายืนจากชีวิตประจำวัน หรือบางรายอาจจะมีกระดูกสันหลังยุบจากการที่นั่งกระแทกก้นแรง หรือยกของหนักที่เฉียบพลันเกินไป โดยรวมภาวะกระดูกหักจากสิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้ เราเรียกว่าภาวะกระดูกหักจากโรคกระดูกพรุน และเนื่องในวันกระดูกพรุนโลก ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ทางราชวิทยาลัยฯ ในกลุ่มแพทย์ผู้เชี่ยวชาญกระดูกและข้อ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของโรคกระดูกพรุน ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการรณรงค์ให้ผู้สูงอายุและประชาชนทั่วไปให้รู้จักโรคกระดูกพรุน และแนะนำให้ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุนได้เข้ารับการประเมินและตรวจรักษาอย่างเหมะสมในรูปแบบสื่อวีดิทัศน์ที่เข้าใจง่าย

พันเอก รองศาสตราจารย์นายแพทย์ทิพชาติ บุณยรัตพันธุ์ ประธานจัดงานประชุมวิชาการประจำปีราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย ครั้งที่ 41กล่าวว่า งานประชุมวิชาการของราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย จัดเป็นประจำทุกปีซึ่งวันนี้ตรงกับวันกระดูกพรุนโลก ทางราชวิทยาลัยฯขอเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันความรู้แก่ประชาชน เพื่อให้ประชาชนส่วนใหญ่ที่กำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี และลดความเสี่ยงต่อการกระดูกหักจากโรคกระดูกกระพรุน

รณรงค์ป้องกันกระดูกหักจากโรคกระดูกพรุน เนื่องในวันกระดูกพรุนโลก

รองศาสตราจารย์ นายแพทย์สัตยา โรจนเสถียร ประธานอนุสาขาโรคกระดูกพรุน ราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ กล่าวว่า หลังจากที่ผู้ป่วยเป็นโรคกระดูกพรุนแล้วพบว่า ตำแหน่งที่ทำให้เกิดกระดูกหักมากและบ่อยคือ กระดูกสะโพก กระดูกข้อมือ กระดูกซี่โครง กระดูกต้นแขน กระดูกสันหลัง ซึ่งอาการของการเกิดกระดูกหักมักสัมพันธ์กับการล้ม และแม้คนไข้จะล้มแบบธรรมดาครั้งเดียว หรือล้มแบบเบาๆ คนไข้ก็สามารถที่จะมีสะโพกหักได้

ศาสตราจารย์ นายแพทย์วิวัฒน์วจนะวิศิษฐ์ ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อโรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า โรคกระดูกพรุนเมื่อเป็นแล้ว ผลที่ตามมาคือจะมีกระดูกหัก และพบบ่อยที่สุดคือช่วงกระดูกสันหลัง กระดูกสันหลังยุบและกระดูกสันหลังหักพบถึง 50% ของผู้ป่วยที่เป็นโรคกระดูกพรุนอาการแสดงที่สังเกตง่ายๆ คือ ตัวเตี้ยลงมากกว่า4 เซนติเมตร หลังโก่ง และหลังโค้ง

ศาสตราจารย์ ดร.นายแพทย์ทวี ทรงพัฒนาศิลป์ ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อโรงพยาบาลพระมงกฏเกล้า กล่าวว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากโรคกระดูกพรุนคือ การเกิดกระดูกหักจะทำให้ผู้ป่วยเกิดความทรมานและเดือดร้อนไปถึงผู้ดูแล รวมทั้งเกิดโรคแทรกซ้อนบางอย่าง เช่น แผลกดทับ โรคปอดบวม โรคแทรกซ้อนทางหัวใจ หลอดเลือดต่างๆ ซึ่งสามารถเกิดตามมาได้ และถ้าผู้ป่วยได้รับการรักษาผ่าตัดเสร็จแล้ว อาจจะตามมาด้วยการไม่สามารถใช้ชีวิตได้ 100% หรืออาจจะเกิดความพิการขึ้นได้ หรืออาจจะมีอันตรายถึงกับชีวิตได้ด้วย

รองศาสตราจารย์ นายแพทย์พงศ์ศักดิ์ ยุกตะนันท์ ผู้เขี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การป้องกันโรคกระดูกพรุน คนไข้สามารถเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรงตั้งแต่วัยเด็กได้ โดยรับประทานอาหารที่มีแคลเซียม หมั่นออกกำลังกายแบบลงน้ำหนักและหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคกระดูกพรุน เช่น ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มสุรา ในผู้ที่มีความเสี่ยงหรือผู้หญิงเมื่อถึงวัยหมดประจำเดือน ควรมาพบแพทย์ ส่วนผู้ที่ตรวจพบแล้วว่าเป็นโรคกระดูกพรุน แนะนำให้พบแพทย์เพื่อที่แพทย์จะได้แนะนำเกี่ยวกับการรับประทานยา และการปฎิบัติตัวที่เหมาะสม

เภสัชกรหญิง ภัทรพร วิมลวัตรเวที ผู้จัดการ บริษัท แอมเจน (ประเทศไทย) กล่าวทิ้งท้ายว่า บริษัท แอมเจน รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมรณรงค์ให้ความรู้กระดูกพรุนสู่ประชาชน เนื่องในวันกระดูกพรุนโลกในปีนี้ เพื่อให้ประชาชนให้รู้จักและป้องกันกระดูกหักจากโรคกระดูกพรุน

โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ระดมทุนซื้อเครื่องมือแพทย์

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/453243

news_default

โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ระดมทุนซื้อเครื่องมือแพทย์

วันอังคาร ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

มูลนิธิเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ร่วมกับบริษัท สื่อสากล จำกัด ผู้จัดงาน “มหกรรมยานยนต์” จัด “คอนเสิร์ตเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าฯ” ระดมทุนผ่านการรับบริจาคทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 เพื่อซื้อเครื่องมือแพทย์ให้แก่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า

นายแพทย์มณเทียร เพ็งสมบัติผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า เผยว่าโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ตั้งอยู่ในจังหวัดนนทบุรี เปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2500 ถึงปัจจุบันเป็นโรงพยาบาลศูนย์ระดับ A มีเตียงจดทะเบียน515 เตียง เปิดให้บริการจริง 606 เตียงเป็นโรงพยาบาลที่มีการพัฒนาเป็นศูนย์เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจ ด้านทารกแรกคลอด ด้านมะเร็ง ด้านจักษุ ด้านโรคหลอดเลือดสมอง ด้านสุขภาพช่องปากในผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่ และศูนย์ปลูกถ่ายอวัยวะ เป็นต้น ด้วยความจำเป็นในด้านการให้บริการให้มีประสิทธิภาพ เพิ่มความสะดวก ลดความแออัด และความเหลื่อมล้ำ อีกทั้ง รองรับการขยายตัวของประชากรในจังหวัดนนทบุรี และจังหวัดใกล้เคียง ดังนั้น การจัดหาทุนในการจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์จึงเป็นสิ่งจำเป็น

“โอกาสนี้ โรงพยาบาล ขอขอบคุณที่มูลนิธิเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว และบริษัท สื่อสากลจำกัด ผู้จัดงาน “มหกรรมยานยนต์” ที่มีความตั้งใจดีเข้าช่วยจัดหาทุนในการจัดซื้อครุภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นให้แก่โรงพยาบาล ด้วยการจัดกิจกรรม “คอนเสิร์ตเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าฯ” โดยจะออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ในวันพฤหัสบดีที่ 14 พฤศจิกายน 2562 ระหว่างเวลา 22.30-00.30 น.” นายแพทย์มณเทียร กล่าว

สำหรับผู้มีจิตศรัทธาสามารถบริจาคผ่านบัญชี “มูลนิธิเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว” ธนาคารไทยพาณิชย์ เลขที่บัญชี 020-279250-0 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่มูลนิธิฯ โทร.02-6289729 หรือโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า โทรศัพท์ 0-2528-4567 ต่อ 10835

แคนนอนเอาใจตัวแม่โซเชียลสายบิวตี้ เผยโฉมกล้องมิเรอร์เลสเปลี่ยนเลนส์ได้

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/453246

แคนนอนเอาใจตัวแม่โซเชียลสายบิวตี้ เผยโฉมกล้องมิเรอร์เลสเปลี่ยนเลนส์ได้

วันอังคาร ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

แคนนอน เปิดตัว Canon EOS M200 กล้องมิเรอร์เลสแบบเปลี่ยนเลนส์ได้รุ่นล่าสุด เอาใจสายบิวตี้ที่ชื่นชอบการเซลฟี่ หรือถ่ายพอร์เทรตหน้าชัดหลังเบลอ ด้วยฟังก์ชั่น Eye Detection AF ช่วยตรวจจับดวงตาของวัตถุให้อยู่ในโฟกัสตลอดเวลา แม้ขณะกำลังเคลื่อนไหว ทำให้ได้ภาพถ่ายใบหน้าที่ไม่หลุดโฟกัส

Canon EOS M200 ใช้งานง่ายด้วยเมนูคำสั่งบนหน้าจอทัชสกรีน และตัวช่วยออโต้โฟกัสถึง 143 จุด ให้การถ่ายภาพคมชัดแม้ขณะเคลื่อนไหว ตลอดจนความสามารถในการบันทึกวีดีโอ 4K ที่ 24p และ 25p ทำให้การสร้างสรรค์คอนเทนต์วีดีโอเป็นไปอย่างราบรื่น Canon EOS M200 มาในขนาดกะทัดรัด ใช้งานง่าย ตัวกล้องมีให้เลือก 2 สี 2 สไตล์ ได้แก่ สีดำ และสีขาว พร้อมจัดเต็มแจ๊กเกตกล้องเสริมอีก หลายสี ให้สายบิวตี้ได้ตกแต่งกล้องตามสไตล์ส่วนตัว ภาพนิ่งและวีดีโอสวยโดดเด่น

ด้วยคุณสมบัติกล้องเปลี่ยนเลนส์ได้ ทำให้ผู้ใช้สนุกกับการเลือกเลนส์ EF-M ตามฟังก์ชั่นที่แตกต่างกัน เพื่อการสร้างสรรค์คอนเทนต์ภาพถ่ายที่หลากหลาย อาทิ ภาพมาโคร ภาพพอร์เทรต ภาพมุมกว้าง หรือภาพระยะไกล เป็นต้น นอกจากนี้ ยังสามารถปรับใช้กับเลนส์ EF/EF-S ซึ่งมีอยู่เดิมของแคนนอน ช่วยเพิ่มมุมมองการสร้างสรรค์คอนเทนต์ภาพถ่ายให้ไม่เหมือนใคร

Canon EOS M200 ถูกออกแบบมาให้มีรูปแบบบาง กะทัดรัด และน้ำหนักเบาเพียง 299 กรัม ทำให้สามารถพกพาได้อย่างสะดวก โดยมี 2 สีให้เลือก ได้แก่ สีดำแมตต์พรีเมียม และสีขาว บนตัว grip ผสมผสานอย่างลงตัวกับสีเงินบนบอดี้ของกล้อง นอกจากความสะดวกในการใช้งาน พร้อมด้วยแจ๊กเกตเสริมสำหรับตกแต่งกล้องหลากหลายสีให้เลือก

นอกเหนือจากการเชื่อมต่อที่ง่ายและสะดวกผ่าน Wi-Fi ได้ Canon EOS M200 ยังรองรับการเชื่อมต่อบลูทูธเข้ากับอุปกรณ์สมาร์ทโฟน และแท็บเลต ทั้งนี้ ผู้ใช้ยังสามารถถ่ายโอนภาพผ่านการเชื่อมต่อ Wi-Fi จากกล้องได้ 2 วิธี ได้แก่ การเชื่อมต่อด้วยวิธีทั่วไป โดยสามารถเลือกส่งภาพไปยังอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อในขณะที่ถ่ายภาพไปด้วยได้ หรือวิธีการถ่ายโอนภาพไปพร้อมกับการอัปโหลดลงบนโซเชียลมีเดีย ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการแชร์คอนเทนต์ภาพถ่ายในทันที

Canon EOS M200 วางจำหน่ายแล้วตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายน เป็นต้นไป ณ ร้านตัวแทนจำหน่ายของแคนนอน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://th.canon และ facebook.com/canon.thailand หรือติดต่อ Call Center โทร.02-3449988