ชุดของขวัญ PAUL & JOE

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/453708

news_default

ชุดของขวัญ PAUL & JOE

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

เครื่องสำอาง PAUL & JOE (พอล แอนด์ โจ) ประเทศฝรั่งเศส ชวนสาวๆ สวยสะพรั่ง พร้อมฉลองเทศกาลแห่งความสุขที่กำลังจะมาถึง กับ MAKE UPCOLLECTION 2019 (เมคอัพ คอลเลคชั่น 2019) รวมผลิตภัณฑ์ 24 รายการที่สาวๆ ต้องว้าว เพื่อผิวสดชื่นสดใสราวหิมะ ในรูปแบบกล่องปฏิทินนับถอยหลัง วางจำหน่ายแล้วที่เคาน์เตอร์ PAUL & JOE ทุกสาขา สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 02-2954545ต่อ 217

มุมชีวิต ‘ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง’

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/453710

มุมชีวิต ‘ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง’

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ด้วยระยะเวลาเพียงไม่กี่ปี ชื่อเสียงของสถาบันการศึกษาภาคเอกชนอย่าง มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี กลายเป็นที่กล่าวขานถึงกันอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะทางด้านกีฬา ที่ได้ประกาศศักดาก้าวสู่ความเป็นเจ้าเหรียญทองกีฬามหาวิทยาลัย ถึง 2 สมัยติดต่อกัน (ปี 2560-2561) รวมทั้งยังมีศิษย์ปัจจุบันชื่อดังอย่าง น้องเมย์-รัชนก อินทนนท์ นักกีฬาแบดมินตันทีมชาติไทยดีกรีแชมป์โลก

นั่นเพราะมีผู้บริหารสถาบันและกุนซือรุ่นใหม่ไฟแรงอย่าง ดร.ดร๊าฟ-ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เป็นหนึ่งในผู้อยู่เบื้องหลังของความสำเร็จ ล่าสุดเขาได้ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งรองอธิบดีการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา และคณบดีคณะรัฐศาสตร์ เพื่อก้าวเข้ารับตำแหน่ง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน ที่ถือได้ว่าเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีที่หนุ่มที่สุดคนหนึ่งในคณะรัฐมนตรีชุดนี้เลยก็ว่าได้ ซึ่งนับเป็นการเปิดทางให้คนรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนประเทศไทย

จะบอกว่า ดร.ดร๊าฟ-ดวงฤทธิ์ เป็นมือใหม่ในแวดวงการเมือง ก็คงจะไม่ถูกต้องนัก เพราะเขาไม่ใช่เพิ่งเข้ามาสัมผัสด้านการเมือง หากแต่ยังเป็นลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นและทายาททางการเมืองของ ดร.ชาญชัยชัยรุ่งเรือง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และอดีตหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน ดังนั้นเขาจึงได้สัมผัสชีวิตนักการเมืองมาจากคุณพ่อ รวมทั้งชีวิตนักบริหารมาจากคุณแม่อย่าง รศ.ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุลอธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ผู้บริหารการศึกษาฝีมือระดับต้นๆ ของเมืองไทย

ดร.ดร๊าฟ-ดวงฤทธิ์ ใช้ชีวิตคู่ที่แสนจะอบอุ่นกับ เอิร์น-จิรวรรณเตชะหรูวิจิตร หรือ ณัชชา เบ็ญจาธิกุลชัยรุ่งเรือง ทายาทเจ้าของโรงแรมเอเชีย ที่ล่าสุดรับตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนสาธิตกรุงเทพธนบุรี โดยมีทายาท 2 คน คือ น้องดี-ดวงดิชชัยรุ่งเรือง และ น้องดวิณ-ดวงเดช ชัยรุ่งเรือง

“ส่วนตัวแล้ว ผมจะเลี้ยงลูกแบบผู้ใหญ่หน่อย อาจจะค่อนข้างแอดเวนเจอร์ เวลามีอะไร เราจะคุยกันด้วยเหตุผลกันมาตั้งแต่เด็กๆ ลูกๆ ก็จะมีระเบียบวินัย แต่ก็ไม่ใช่ว่าตึงเครียดไปเสียทีเดียว ยกตัวอย่างเช่น ถ้าผมจะให้ลูกๆ ทำอะไรสักอย่าง ผมก็จะต้องมีทั้งเหตุและผลให้เขา หรือลูกๆ จะทำอะไร ก็จะต้องมีทั้งเหตุและผลให้ผมด้วยเช่นกัน ซึ่งตรงนี้ผมปลูกฝังลูกๆมาตั้งแต่เล็กๆ ซึ่งผมจะดูแลแต่เรื่องหลักส่วนเรื่องทั่วๆ ไป คุณแม่เอิร์นเขาก็จะเป็นคนดูแลตามประสาคุณแม่ ครอบครัวเราจะสนิทกันทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นทางฝั่งคุณตา-คุณยายที่จะมาเยี่ยมหลานๆ บ่อยมาก รวมทั้งคุณย่านั้นที่ห้องนอนคุณย่า ถือเป็นที่โปรดของลูกๆ เลยก็ว่าได้”

ด้านการศึกษา ดร.ดร๊าฟ-ดวงฤทธิ์ จบการศึกษาระดับปริญญาเอกรัฐประศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิตมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี และหลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูงการบริหารงานภาครัฐและกฎหมายสถาบันพระปกเกล้า (ปรม.), หลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูง เป็นผู้นำยุคใหม่ในระบอบประชาธิปไตย (ปนป.)ด้านประสบการณ์ทำงาน เคยรั้งตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม, ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

การก้าวเข้าสู่แวดวงการเมืองครั้งนี้ อาจดูเป็นเรื่องเซอร์ไพรส์สำหรับคนรอบข้าง เนื่องจากแทบไม่มีใครระแคะระคายมาก่อนหน้านี้เลยว่านักบริหารและนักการศึกษาหนุ่มอย่าง ดร.ดร๊าฟ-ดวงฤทธิ์ จะกระโดดก้าวสู่สนามการเมืองระดับประเทศภายในระยะเวลาที่รวดเร็ว แต่นั่นคงจะไม่ใช่เรื่องแปลกนัก เพราะก่อนหน้านั้นเขามีบทบาทและหน้าที่นอกสถาบันการศึกษา ทั้งในและต่างประเทศมาอย่างมากมาย อาทิ เข้าร่วมคณะทำงานกับสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ทำงานด้านชุมชุนสัมพันธ์ ก่อนที่จะก้าวเข้าสู่เวทีการเมืองระดับชาติ

การทำงานในหน้าที่ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงานดร.ดร๊าฟ-ดวงฤทธิ์ กล่าวว่า เขายึดหลักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และมุ่งมั่นที่จะทำงานที่เราเชี่ยวชาญให้ดีที่สุด ที่กระทรวงแรงงาน เราทำงานแบบเป็น “ทีมเวิร์ก” ทุกคนทำงานสอดคล้องร่วมกัน โดยมีเป้าหมายหลักคือ การเพิ่มศักยภาพและดูแลความเป็นอยู่ รวมถึงสวัสดิการของพี่น้องแรงงานไทยให้มีคุณภาพสูง

โรงพยาบาลในเครือ ‘พญาไท –เปาโล’จัดโครงการช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/453718

โรงพยาบาลในเครือ ‘พญาไท –เปาโล’จัดโครงการช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้

วันพุธ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 16.01 น.

เครือโรงพยาบาลพญาไท เปาโล โดยการสนับสนุนของมูลนิธิเวชดุสิตในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ จัดโครงการช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ ภายใต้การร่วมโครงการส่งเสริมตลาดทุนธรรมาภิบาลเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ 10 รศ. อัจจิมา เศรษฐบุตร กรรมการและเลขานุการมูลนิธิเวชดุสิตฯ กล่าวว่า ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ทางมูลนิธิเวชดุสิตฯ ให้การสนับสนุนและร่วมผลักดันโครงการช่วยเหลือสังคมในหลากหลายรูปแบบ อาทิ“โครงการผ่าตัดเพื่อผู้ป่วยยากไร้ สู้ภัยมะเร็งเต้านม” ร่วมกับสถาบันมะเร็งแห่งชาติ เพื่อร่วมกันส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินการแก้ไขปัญหาด้านโรคมะเร็งเต้านมให้ กับผู้ ป่วยยากไร้ ที่ต้องรอคิวการผ่าตัดจากโรงพยาบาลรัฐ มาเข้าโครงการผ่าตัดเต้าเพื่อผู้ป่วยยากไร้…สู้ภัยมะเร็งเต้านม จำนวน 50 ราย”

“โครงการความฝันไ ม่ มี วัน พิ ก า ร ”เ พื่ อช่วยเหลือผู้พิการที่มีควา มสามารถด้านงานออกแบบและแฟชั่นโดยเชื่อมโยงทีมดีไซน์เนอร์มืออาชีพเข้าไปช่วยพัฒนาทักษะและอาชีพ เพื่อร่วมเติมเต็มโอกาสและความฝันของผู้พิการให้ เป็นจริง “โครงการยอดมนุษย์ในตัวเรา” เป็นการดึงศักยภาพของเด็กในชุมชนแออัด 5 ชุมชน ผ่านกิจกรรมเสริมสร้างความมั่นใจ พร้อมสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้แก่เด็ก ๆ สามารถเติบโตขึ้นไปเป็ นผู้ใหญ่ที่มีความมั่นใจ กล้าคิด กล้าแสดงออก และเชื่อมั่นว่าตนเอง สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีให้แก่สังคมได้ในอนาคต โครงการช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ กลุ่มเครือโรงพยาบาลพญาไทเปาโลครั้งนี้ ทางมูลนิธิเวชดุสิตฯ ได้ให้การสนับสนุนทุนการผ่าตัดช่วยเหลือผู้ป่วยจำนวน 60 ราย ในกลุ่มโรคต่าง ๆ เพราะมั่นใจในศักยภาพการรักษาของโรงพยาบาลพญาไทและเปาโล ซึ่งมีทั้งความพร้ อมด้านทีมแพทย์บุคลากรดูแล ตลอดจนชื่อเสียงด้าน การรักษามายาวนาน และในช่วงที่ผ่านโรงพยาบาลฯ เองก็มีการจัดโครงการผ่าตัดช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ซึ่งตรงกับวัตถุประสงค์ของมูลนิธิเวชดุสิตฯ ที่มีความตั้งใจในการทำให้ผู้ป่วยยากไร้และด้อยโอกาสเข้าถึงการรักษา

คุณอัฐ ทองแตง ประธานเจ้ าหน้าที่ บริหารเครือโรงพยาบาลพญาไท เปาโล เผยว่า ในโครงการนี้กลุ่มโรงพยาบาลพญาไท เปาโล ทางมูลนิธิเวชดุสิตฯ ที่ให้การสนับสนุนทุนในการผ่าตัดช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ ในโครงการฯ นี้ โดยโครงการมีแนวคิด “เปลี่ยนวันว่างเป็ นวันใหม่” คือ การนำเวลาว่างของแพทย์และบุคลากร มาช่วยเหลือสร้างประโยชน์ให้กับสังคม พร้อมสร้างวันใหม่ที่สดใสให้กับผู้ป่วยยากไร้จำนวน 60 ราย ในกลุ่มโรคต่าง ๆ อาทิ โรคหลอดเลือดตีบ โรคมะเร็งนรีเวช ข้อเข่า ข้อสะโพกเสื่อม โรคหมอนรองกระดูกทับเส้น ต้อกระจก โรคไตไทรอยด์เป็นพิษ ภายในเดือนธันวาคม 2562 วันนี้เรามีผู้ป่วยในโครงการมาร่วมพูดคุย และตัวแทนศิลปินที่ได้รังสรรค์วาดภาพจากการถ่ายทอดภาพวันใหม่ของผู้ป่วยที่สดใสและเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างไรบ้าง โดยภาพวาดดังกล่าวจะไปร่วมจัดแสดงในงาน ONE LOVE ART EXHIBITION 2 ณ จังหวัดเชียงใหม่ ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2563 เพื่อนำรายได้จากการจำหน่ายมาสร้างวันใหม่แบบไม่รู้จบให้ผู้ป่วยยากไร้คนอื่น ๆ ต่อไป ผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรม สามารถศึกษารายละเอียดของโครงการได้ที่ www.phyathai.com หรือ คอลเซ็นเตอร์ หมายเลข 1772

คุณแหน : 13 พฤศจิกายน 2562

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/453546

650935

คุณแหน : 13 พฤศจิกายน 2562

วันพุธ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

●● เนื่องในโอกาสครบรอบวันถึงแก่กรรมเจ้าจอมมารดาแพ ขอเชิญสมาชิกราชสกุลเกษมสันต์ ร่วมในพิธีบำเพ็ญกุศลและพิธีเปิดลานรุกข์เจ้าจอมมารดาแพ วัดราชาธิวาสวิหาร17 พ.ย. 10.00 น. …

●● พลเรือเอก หม่อมเจ้าปุสาณ สวัสดิวัตน์ เสด็จเป็นประธาน งาน “ดนตรีในสวน รับลมหนาว”โดย นพ.ชุมพล วงศ์ประทีป เป็นประธานจัดงาน ในโครงการศิลปวัฒนธรรม มูลนิธิชีวิตพัฒนา 24 พ.ย. 15.00 น. ท่ามกลางบรรยากาศรื่นรมย์ สวยงาม ณ อุทยานสุขภาพ มูลนิธิชีวิตพัฒนา บรรเลงโดย วง Ketasin Band..

●●
งานชุมนุมเครือญาติ “เทพหัสดิน” ประจำปีนี้เจ้าภาพสาย เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรีขอเชิญญาติร่วมสกุลทุกท่านรับประทานอาหารและร่วมสนุกด้วยกัน 16 พ.ย. 18.00 น. หัองอังรีดูนังต์ ราชกรีฑาสโมสร (สปอร์ตคลับ)..

●●ถึงจะเป็นกระดาษแผ่นเดียว ก็ได้มาด้วยความสามารถ อดทนและมานะบากบั่นจึงมีศักดิ์และสิทธิ์แห่งปริญญาเอกนี้ทุกประการ Ph.D.Laws from Birkbeck College,U of Londonในปีที่สถานศึกษาแห่งนี้มีอายุครบ 196 ปี…ยินดีกับ ณธรา บ๊อตฐ์ นักวิ่งคนเก่ง ลูกสาวแม่แต๋ว-ศิริวรรณ ศิริอารยา…

●●ทิสโก้ได้รับการพิจารณาคัดเลือกให้อยู่ในรายชื่อ Thailand Sustainability Investment (THSI)  และได้รับการเสนอชื่อเพื่อพิจารณาในกลุ่มรางวัล Business Excellence จำนวน 2 ประเภทรางวัล ได้แก่ CEO Awards และ Company Performance Awards และจะเป็นบริษัทหนึ่งที่เข้าชิงรางวัลยอดเยี่ยม โดยจะประกาศผลในพิธีมอบรางวัล SET Awards 2019 ในวันอังคารที่ 26 พ.ย. ณ อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย..

●●ธนาลัย ลิมปรัตนคีรี เข้ารับโล่ประกาศเกียรติคุณในฐานะผู้มีคุณูปการต่อพระพุทธศาสนาจากสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ในโอกาสสมโภช 80 ปี วัดธาตุทอง พระอารามหลวงเมื่อ 7 พ.ย…

●● คำเตือนแก่ทุกท่าน ไม่ว่าจะสูงวัย หรืออ่อนวัย…การปีนหยิบของสูงๆ ใดๆจงทำด้วยความไม่ประมาท และให้ระวังยิ่ง รายล่าสุดที่ได้รับข่าว คือ อัจฉรา เสริบุตร ขึ้นไปยืนบนม้า เพื่อหยิบกระเป๋าจากที่สูง ยืนไม่มั่นคงและไม่วางน้ำหนักให้ดีๆ ม้าพลิก ตัวเองหงายหลัง ตกลงไปหัวฟาดพื้น เป็นที่หวาดเสียวแก่ผู้ได้รับฟังยิ่งนัก เอกซเรย์แล้วไม่พบกะโหลกร้าว หรือเลือดคั่ง แต่หัวบวมปูดเท่าลูกมะนาว…

●● ปีนี้ อรรคพร บัวสรวง ได้ถวายกฐิน 21 วัด ใน 3 จังหวัดภาคเหนือเชียงใหม่ 1 วัด แม่ฮ่องสอน 19 วัด ลำพูน 1 วัด และได้นำเครื่องเขียนและขนมไปฝากเด็กๆ ตามตะเข็บชายแดนด้วย…บุญกุศลน้อมนำให้ “เจริญขึ้น” เรื่อยๆ นะคะ..

●● ลูกสาว 3 คน คือ นันทวัน สุวรรณปิยะศิริ,ผศ.วรลักษณ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา,นีรนุช ปัทมสูต จะจัดงานวันครบรอบ 100 ปีแห่งชีวิตของคุณแม่ ดารา(สุรรัศมี)เมฆใหญ่ในระหว่างครอบครัวและผู้ใกล้ชิด วันเสาร์ที่ 16 พ.ย. ที่ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมตรัง..แจ้งมาเพราะจะอวดว่าคุณแม่มีชีวิตที่แข็งแรงสวยงามถึง 100 ปีแล้ว ลูกสาวก็คงอยู่นานอย่างคุณแม่เหมือนกัน…●●

หนูภาฯ

วิ่ง Virtual Run การกุศล รณรงค์คนไทยใส่ใจป้องกันมะเร็งปอด

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/453531

วิ่ง Virtual Run การกุศล รณรงค์คนไทยใส่ใจป้องกันมะเร็งปอด

วันพุธ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

มะเร็งวิทยาสมาคมแห่งประเทศไทย สานต่อโครงการ Healthy Lung Thailand จัดกิจกรรม “RUN FOR LUNG : The Guardians of The Lung”วิ่งการกุศล ระดมทุนต่อยอดพัฒนางานวิจัย พร้อมยกระดับการพัฒนาองค์ความรู้ การจัดการด้านการดูแลรักษา และเทคโนโลยีความก้าวหน้าทางการแพทย์ในการรักษาโรคมะเร็งปอด เข้าถึงการรักษาที่ได้มาตรฐาน เพิ่มคุณภาพชีวิตผู้ป่วย พร้อมสร้างความตระหนักรู้ถึงภัยร้ายของมะเร็งปอด ซึ่งเป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดทั่วโลก และเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตจากมะเร็งอันดับ 2 ในประเทศไทย

มะเร็งวิทยาสมาคมแห่งประเทศไทย ในฐานะที่เป็นหน่วยงานศูนย์กลางรวบรวมบุคลากรทางการแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในสาขามะเร็งวิทยา ยังคงมีความมุ่งมั่น
เดินหน้ารณรงค์และให้ความสำคัญกับการส่งเสริม ดูแล และให้ความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคมะเร็งแก่ประชาชนชาวไทยมาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังร่วมเป็นหนึ่งในพันธมิตรกับกระทรวงสาธารณสุข และบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด ภายใต้โครงการ Healthy Lung Thailand มุ่งเน้นการดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งปอดในพื้นที่เขตสุขภาพต่างๆ ทั่วประเทศไทย

นายแพทย์ไนยรัฐ ประสงค์สุข แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็ง โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เผยว่า เนื่องจากเดือนพฤศจิกายนของทุกปี เป็นเดือนแห่งการรณรงค์สร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งปอด ทางมะเร็งวิทยาสมาคมจึงได้จัดกิจกรรม “RUN FOR LUNG: The Guardians of The Lung” วิ่งVirtual Run เพื่อการกุศล เป็นส่วนหนึ่งในโครงการ Healthy Lung Thailand ซึ่งจัดขึ้นเพื่อรณรงค์ให้คนไทยใส่ใจสุขภาพตื่นตัวและตระหนักในการดูแลและใส่ใจตนเอง เพื่อป้องกันการเกิดโรคมะเร็งปอดรวมทั้งสร้างกระแสให้ประชาชนปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพิ่มการเคลื่อนไหว และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ภายในโครงการยังสอดแทรกการให้ความรู้สร้างความเข้าใจให้ประชาชนชาวไทยรู้เท่าทันโรคมะเร็งปอด และรายได้จากการวิ่งในครั้งนี้โดยไม่หักค่าใช้จ่ายจะนำไปเข้าสมทบทุนเพื่อนำไปต่อยอดพัฒนางานวิจัย พร้อมยกระดับการพัฒนาองค์ความรู้ การจัดการด้านการดูแลรักษา และเทคโนโลยีความก้าวหน้าทางการแพทย์ในการรักษาโรคมะเร็งปอด ตลอดจนการเข้าถึงการรักษาที่ได้มาตรฐาน เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของผู้ป่วยไทยทั้งนี้ งาน “RUN FOR LUNG: The Guardians of The Lung” ในครั้งนี้เป็นการวิ่งแบบ Virtual Run เก็บสะสมระยะทาง โดยแบ่งระยะทางการวิ่งในครั้งนี้เป็น 3 ระยะ คือ 30 / 100 / 300 กิโลเมตรโดยเริ่มวิ่งในวันที่ 1 ธันวาคม 2562-วันที่31 มกราคม 2563 (เวลา 23.59 น.) เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้-วันที่ 7 ธันวาคม 2562 ค่าสมัคร 349 บาท ทุกระยะวิ่ง โดยผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับเสื้อวิ่งและเหรียญรางวัล โดยสามารถสมัครผ่านช่องทาง @runforlung และติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Runforlung : The Guardians of the Lung หรือ โทร. 062-7536644 (คุณกรกนก)

ทั้งนี้ ในช่วงเสวนาภายในงานแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ “RUN FOR LUNG : The Guardians of The Lung” ซึ่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งจาก Lung Cancer Group มะเร็งวิทยาสมาคม ได้ร่วมให้ข้อมูลที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์ โดย นายแพทย์ไนยรัฐ ประสงค์สุข เปิดเผยว่า มะเร็ง คือ ต้นเหตุที่ทำให้เกิดการเสียชีวิตมากที่สุดในโลก และเป็นโรคร้ายที่ได้ชื่อว่าคร่าชีวิตคนไทยเป็นจำนวนมาก สำหรับประเทศไทยในปี 2559 พบคนไทยเสียชีวิตจากโรคมะเร็งปอดกว่าปีละ 13,414 คน 2 โดยมีปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่สุดอันดับ 1 มาจากการสูบบุหรี่ รวมถึงการได้รับควันบุหรี่ (สูบบุหรี่มือสอง) และมลภาวะทางอากาศ หรืออาจเกิดจากพันธุกรรมบางชนิดที่ผิดปกติ อาการโดยทั่วไปที่พบในผู้ป่วยมะเร็งปอด ได้แก่ หายใจถี่และหายใจไม่ออก มีเสียงแหบมีอาการเจ็บหน้าอก ไอมีเสมหะเป็นเลือด น้ำหนักลดไม่ทราบสาเหตุ หรือมีอาการเหนื่อยง่าย อ่อนแรง เป็นต้น การรักษาในปัจจุบันมีอยู่ 3 แนวทางที่ค่อนข้างจำกัด ได้แก่ การผ่าตัดในกรณีที่สามารถทำได้ จากนั้นจึงเป็นการรักษาต่อเนื่องด้วยรังสีรักษา หรือใช้ยาเคมีบำบัด หรืออาจเป็นการรักษาแบบผสมผสานมากกว่าหนึ่งวิธีขึ้นไปเพื่อหยุดการเจริญเติบโต และการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง

ด้าน รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงธัญนันท์ เรืองเวทย์วัฒนา แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็ง โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า ปัจจุบันผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็งมีช่วงอายุที่น้อยลง อาจจะด้วยกรรมพันธุ์ หรือไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไปและมีแนวโน้มที่สูงขึ้นเรื่อยๆ และหากเป็นแล้วตรวจพบแต่เนิ่นๆ และได้รับการรักษาตามคำแนะนำของแพทย์ ก็จะยังมีโอกาสที่จะสามารถรักษาให้หายได้ ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ถูกพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว และได้มีการพัฒนายากลุ่มใหม่ๆ ใช้ได้ผลดีในมะเร็งกลุ่มที่เป็นAdenocarcinoma เพื่อให้สามารถออกฤทธิ์โดยพุ่งเป้าไปที่เซลล์มะเร็งโดยเฉพาะ หรือที่เรียกว่า “การรักษาแบบตรงจุด หรือแบบมุ่งเป้า (Targeted therapy)” โดยยาจะเข้าไปยับยั้งกระบวนการส่งสัญญาณระดับเซลล์ ซึ่งเป็นสาเหตุของการเจริญเติบโตและแบ่งตัวของเซลล์มะเร็งและให้ส่งผลต่อเซลล์ปกติน้อยที่สุด ผลข้างเคียงจึงรุนแรงน้อยกว่าการรักษาด้วยยาเคมีบำบัด นอกจากนี้ สิ่งสำคัญที่จะช่วยป้องกันให้ทุกคนห่างไกลจากโรคมะเร็งปอด คือ การเลิกบุหรี่ หลีกเลี่ยงกลิ่นควันบุหรี่ ออกกำลังกายให้สม่ำเสมอพักผ่อนให้เพียงพอ พร้อมรักษาสุขภาพใจให้ดี และให้ความสำคัญกับการตรวจสุขภาพเป็นประจำอย่างน้อยปีละครั้ง และหากมีอาการผิดปกติควรรีบไปพบแพทย์

ตอบโจทย์บ้านคนรุ่นใหม่ ใส่ใจธรรมชาติ ป่าสักวิลล์ & วิลเลจ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/453487

news_default

ตอบโจทย์บ้านคนรุ่นใหม่ ใส่ใจธรรมชาติ ป่าสักวิลล์ & วิลเลจ

วันพุธ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ด้วยความที่เป็นคนรักธรรมชาติ และอยากเห็นคนรุ่นใหม่เติบโตในบ้านที่อบอุ่น มีบรรยากาศแวดล้อมไปด้วยสีเขียว ของต้นไม้ ตลอดจนสิ่งแวดล้อมที่ดี ดร.ทวีศักดิ์ เผ่าบัณฑูรนักธุรกิจหนุ่ม จึงได้เดินหน้าทำโครงการพัฒนาหมู่บ้านป่าสักวิลล์& วิลเลจ ขึ้นมา

ดร.ทวีศักดิ์ เผ่าบัณฑูร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ป่าสักวิลเลจ จำกัด เผยว่า จุดเริ่มต้นของการทำอสังหาริมทรัพย์เริ่มมาจากการได้มาเที่ยวที่จังหวัดลพบุรี แวะมาทานอาหารแถวเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ซึ่งเดิมทีเป็นคนชอบชิมและทำรายการอาหารอยู่แล้ว เลยทำให้ติดใจเพราะที่นี่มีร้านอาหารอร่อยหลายร้าน การมาที่นี่เลยทำให้ได้เห็นว่าที่ลพบุรีมีโรงงานต่างๆ มากมาย ประชากรเยอะมาก เหมาะแก่การลงทุนทำธุรกิจ ภูมิทัศน์ดี อากาศดี และน้ำไม่ท่วมเดิมทีมีธุรกิจส่วนตัวทำอพาร์ทเมนท์อยู่แล้ว เลยอยากจะมาทำอพาร์ทเมนท์ที่นี่เพิ่ม ผมเลยตัดสินใจซื้อดินมา 1 แปลง ซึ่งแปลงที่ซื้อมีขนาดใหญ่พอสมควร เลยเกิดความรู้สึกว่าถ้าเรานำพื้นที่ดินขนาดนี้มาทำการพัฒนาเป็นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์น่าจะเหมาะสมกว่าที่จะแค่สร้างอพาร์ทเมนท์และด้วยความรู้สึกที่อยากลองทำอะไรที่แตกต่างจากเดิม ก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นทำธุรกิจบ้านจัดสรร

“ปัจจุบันโครงการหมู่บ้านป่าสักวิลล์ &วิลเลจ ตอนนี้เป็นโครงการที่ 2 ซึ่งมีพิธีบวงสรวงศาลพระพรหมและศาลตายาย ไปเมื่อเร็วๆ นี้ เพื่อความเป็นสิริมงคลของโครงการหมู่บ้านและลูกบ้านทั้งหมดก่อนหน้านี้มีโครงการแรกประสบความสำเร็จไปแล้ว ส่วนโครงการนี้เป็นโครงการที่ 2 ที่ทำขึ้นมา เป็นโครงการที่ค่อนข้างใหญ่พอสมควร มีทั้งหมด 169 หลัง งบประมาณของโครงการนี้ดำเนินการไปแล้วกว่า 130 ล้านบาท โดยบ้านในโครงการนี้เป็นบ้านสไตล์โมเดิร์น ราคาเริ่มต้นที่ 1.5 ล้านบาทขึ้นไป ขนาดอยู่ที่ 50 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 70 ตร.ม. ราคาก็จะขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่ของบ้านแต่ละแปลง นอกจากนี้ยังมีที่ดินเปล่าจัดสรร แบ่งขายเป็นแปลงด้วย

หมู่บ้านป่าสักวิลล์& วิลเลจ อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ชุมชน สถานที่ท่องเที่ยวและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ อาทิ  ร้านค้าสะดวกซื้อ ตลาด โรงพยาบาล โรงเรียน โรงงาน เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ซึ่งเหมาะกับการพักอยู่อาศัยและสะดวกในการเดินทาง นอกจากนี้พื้นที่บริเวณโครงการเป็นพื้นที่ที่น้ำไม่ท่วมโครงการของเราเป็นโครงการที่ขออนุญาตจัดสรรถูกต้องตามกฎหมาย เป็นโครงการที่ใหญ่ที่สุดในอำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี

ดร.ทวีศักดิ์ ยังบอกว่าเรามีเจตนารมณ์ที่จะรักษาสิ่งแวดล้อม และคำนึงถึงอากาศที่ดีให้กับลูกบ้านเป็นหลัก จึงจัดสรรเพิ่ม “พื้นที่สีเขียว” ให้กับโครงการ 2 จำนวน 2 ไร่ จัดปลูกต้นไม้ใหญ่ตามทางเดินเข้าหมู่บ้าน เพื่อสร้างความร่มรื่น และอากาศที่บริสุทธิ์ให้กับลูกบ้าน ทั้งนี้ยังคำนึงถึงความสะอาดภายในหมู่บ้าน ด้วยการจัดระบบการทิ้งขยะที่มีประสิทธิภาพ โดยการแยก ขยะเปียกขยะแห้ง พลาสติก และขยะที่เป็นอันตราย ก็มีการทำที่ทิ้งอย่างชัดเจน ถือเป็นการรักษาสิ่งแวดล้อมไปในตัวด้วย

นอกจากนี้ยังชิมลางขยายธุรกิจด้านบันเทิง ด้วยการนั่งเก้าอี้ “ผู้จัดละคร” ร่วมกับค่ายไอพีเอ็มโดย ดร.วโรดม ศิริสุข ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมไอพีเอ็ม ประเดิมซีรี่ส์เรื่องแรก “รักไม่จำกัดนิยาม” ที่กำลังออกอากาศอยู่ในขณะนี้และเดินเครื่องเปิดละครอีก 2 เรื่อง มัทนะพาธา และ มโนราห์ผลัดถิ่น และได้ฤกษ์บวงสรวงในวันจันทร์ที่ 9 ธันวาคม 2562 ที่จะถึงนี้

สานต่อโครงการ ‘เซ็นทรัล ทำ’ พัฒนาชุมชน และการศึกษา

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/453497

สานต่อโครงการ ‘เซ็นทรัล ทำ’ พัฒนาชุมชน และการศึกษา

วันพุธ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

พิชัย จิราธิวัฒน์ ส่งมอบระบบไฟฟ้าพลังงานทดแทนด้วยแสงอาทิตย์

กลุ่มเซ็นทรัล สานต่อนโยบาย การสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างชุมชน และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีต่อสังคมอย่างยั่งยืน ภายใต้ โครงการ เซ็นทรัล ทำจึงเกิดการพัฒนาชุมชน และการศึกษาในจังหวัดเพชรบูรณ์ ต่อเนื่องจากโครงการเดิมโดยเพิ่มเติมอีก 3 โครงการ1.โครงการห้องเรียนอนุบาลต้นแบบ เซ็นทรัล ทำ โรงเรียนบ้านทับเบิกร่วมใจ 2.โครงการเพชรบูรณ์ เมืองแห่งอาหารปลอดภัย 3.โครงการติดตั้งระบบไฟฟ้าพลังงานทดแทนด้วยแสงอาทิตย์ หมู่บ้านนาสะอุ้ง ต.วังบาล อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ เพื่อต่อยอดความคิดเสริมสร้างศักยภาพ สร้างคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีอย่างยั่งยืน

พิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหารกลุ่มเซ็นทรัล (Central Group) กล่าวว่า จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นจังหวัดหนึ่งในภาคกลางตอนบนของประเทศไทย มีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 9 ของประเทศมี 11 อำเภอ เป็นจังหวัดที่มีทรัพยากรธรรมชาติ มีความอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งต้นน้ำและยังคงเป็นแหล่งท่องเที่ยวของประเทศ ทางกลุ่มเซ็นทรัล ได้ให้การสนับสนุนและพัฒนาเพื่อให้เกิดความยั่งยืนไปแล้ว 4 อำเภอ จาก 11 อำเภอ ได้แก่ อำเภอศรีเทพ, อำเภอหล่มเก่า, อำเภอหล่มสัก และอำเภอน้ำหนาว ทำให้เศรษฐกิจภายในชุมชนเติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงภาคครัวเรือนมีรายได้เพิ่มขึ้น ด้วยความเชี่ยวชาญในการเป็นผู้นำด้านค้าปลีกในไทยตลอดกว่า 72 ปีของการดำเนินธุรกิจควบคู่กับการดูแลสังคม ทำให้เรามองเห็นโอกาสในการพัฒนาด้านการศึกษา,พัฒนาด้านผลผลิตและช่องทางการตลาดของชุมชน รวมถึงปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต เพื่อพัฒนา  3 โครงการดังนี้

โครงการห้องเรียนอนุบาลต้นแบบ “เซ็นทรัล ทำ” ณ โรงเรียนบ้านทับเบิกร่วมใจ อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ มีนักเรียนทั้งหมด 471 คน โดย นำไอเดียโดยการใช้ยางพารา มาแปรรูปเป็นเฟอร์นิเจอร์ และพื้นห้องเรียน รวมไปถึงโต๊ะเรียนยางพาราอีกทั้งยังเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับชุมชนสหกรณ์กองทุนสวนยางสตูลในจังหวัดภาคใต้ เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจอีกรูปแบบหนึ่ง โดยความร่วมมือกับ บริษัท Plan Toy ในการออกแบบและแปรรูปเพื่อให้ได้ตรงตามมาตรฐาน

โครงการ เพชรบูรณ์ เมืองแห่งอาหารปลอดภัย ณ บ้านทับเบิก ต.บางบาล อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ เป็นโครงการที่ เซ็นทรัล ทำ ร่วมกับหน่วยงาน สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ดำเนินโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยี ด้านการเกษตรเพื่อการเพาะปลูกผลผลิตในชุมชนอย่างยั่งยืน เช่น การเพาะเมล็ดพันธุ์ผักสลัดอินทรีย์อย่างถูกวิธี และการใช้สารเวชภัณฑ์ที่เหมาะสมกับพื้นที่ในการกำจัดศัตรูพืช การสนับสนุนโรงเรือนเพาะปลูก เป็นต้น

โครงการติดตั้ง ระบบไฟฟ้าพลังงานทดแทนด้วยแสงอาทิตย์  บ้านนาสะอุ้งต.วังบาล อ.หล่มเก่า เป็นหมู่บ้านที่อยู่ในหุบเขาก่อตั้งชุมชนมานานกว่า 22 ปี ห่างจากภูทับเบิกเพียง 10 กม. แต่ขาดระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานทั้งระบบฟ้า และน้ำประปาเพื่อเป็นการเพิ่มแสงสว่างที่เป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญในการดำรงชีวิต และเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ชุมชน ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ทุกครัวเรือนอยู่ได้อย่างยั่งยืน

มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เปิดโลกกว้างให้เยาวชนทั่วประเทศ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/453515

มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เปิดโลกกว้างให้เยาวชนทั่วประเทศ

วันพุธ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

เข้าชมวัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระบรมมหาราชวัง และพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท

มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ซึ่ง พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ทรงเป็นองค์ประธานมูลนิธิ ร่วมกับ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ นำผู้แทนเยาวชนผู้รับทุนมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชนฯ ที่ได้รับการคัดเลือกจากผู้ว่าราชการจังหวัด 67 จังหวัด จำนวน 87 คน เดินทางมาทัศนศึกษาศิลปะและวัฒนธรรมไทยในกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ระหว่างวันที่ 21-25 ตุลาคม 2562 โดยมูลนิธิได้คัดสรรสถานที่สำคัญให้ตัวแทนเยาวชนผู้รับทุนมูลนิธิฯ ได้ไปทัศนศึกษา อาทิ พระบรมมหาราชวัง วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมืองโบราณ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา นิทรรศน์รัตนโกสินทร์ มิวเซียมสยาม พิพิธภัณฑ์แห่งชาติพระนคร โรงเรียนพระดาบส และไปถวายบังคมพระบรมรูปทรงม้า รัชกาลที่ 5 เนื่องในวันปิยมหาราช โดยในวันแรกที่มาถึงได้จัดให้เยาวชนผู้รับทุนฟังการบรรยายหัวข้อ “ประวัติศาสตร์ชาติไทยและบุญคุณพระมหากษัตริย์ไทย” บรรยาย โดย นายกองตรี ธารณา คชเสนี และคณะ โดยมี ภราดา ดร.ประทีป ม.โกมลมาศ เป็นที่ปรึกษาโครงการ และ ภราดา ดร.บัญชา แสงหิรัญ อธิการบดีมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เป็นประธานโครงการฯ

มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชนฯ จัดทัศนศึกษาให้แก่ผู้แทนเยาวชนผู้รับทุนมูลนิธิฯ จากทั่วประเทศ ในปีนี้เป็นครั้งที่ 9 เพื่อส่งเสริมให้เยาวชน
ผู้ด้อยโอกาสในชนบทได้มารับความรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทย ได้เพิ่มพูนประสบการณ์ด้านศิลปวัฒนธรรมไทย และมุ่งหวังที่จะปลูกฝังจิตสำนึกให้เยาวชนไทย
เกิดความภาคภูมิใจ ความรัก ความผูกพัน และความหวงแหนในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และวัฒนธรรมไทยให้มากยิ่งขึ้น เพื่อช่วยกันอนุรักษ์มรดกอันล้ำค่าของชาติไทยให้ยั่งยืนอยู่คู่ผืนแผ่นดินไทยตราบกาลนิรันดร์

ผศ.ดร.พรทิพย์ พุกผาสุข กรรมการมูลนิธิฯ ปฐมนิเทศตัวแทนเยาวชนทั่วประเทศที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมศิลปะและวัฒนธรรมไทย ครั้งที่ 9 พร้อมฟังบรรยาย เรื่อง “ประวัติศาสตร์ชาติไทย และบุญคุณพระมหากษัตริย์ไทย” โดย นายกองตรี ธารณา คชเสนี และคณะ

การจัดงานครั้งนี้ได้รับความสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ อาทิ สำนักพระราชวัง บริษัท ขนส่ง จำกัด กระทรวงมหาดไทย กองทัพบก กรมศิลปากร พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ประธานสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ และประธานสภาสตรีแห่งชาติฯ สมาคมแม่บ้านทหารบก สมาคมแม่บ้านทหารเรือ สมาคมแม่บ้านทหารอากาศ มูลนิธิพระดาบสเมืองโบราณ มิวเซียมสยาม และผู้มีจิตศรัทธา-เจ้าของทุนจำนวนมาก ฯลฯ

มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชนฯ ก่อตั้งขึ้นในโอกาสสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี เมื่อพุทธศักราช 2525 โดยสมเด็จเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงเป็นองค์ประธานก่อตั้ง ประสานการก่อตั้งโดยหม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก โดยให้ความสำคัญในการพัฒนาเยาวชนของชาติ มีการพัฒนาที่สมบูรณ์ทุกด้าน โดยเฉพาะในด้านจิตใจ ศาสนา ศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม อีกทั้งต้องการให้เยาวชนรู้สึกอบอุ่น ไม่อ้างว้างท้อถอย หรือหมดหวัง โดยมูลนิธิฯ ประสานสัมพันธ์ระหว่างท่านเจ้าของกองทุน กับเยาวชนผู้รับทุน ตลอดจนจัดส่งผลการพิจารณาของคณะกรรมการแต่ละระดับในการคัดเลือกเยาวชนเข้ารับทุน รายงานผลการเรียนและการพัฒนาทุกด้านของเยาวชนให้เจ้าของทุนทราบในแต่ละปีการศึกษา นอกจากนี้ด้วยความสนับสนุนของสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ภริยาผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะประธานคณะกรรมการอุปการะเยาวชนประจำจังหวัดได้ไปเยี่ยมเยียนติดตามดูแลทุกข์สุขของเยาวชน พร้อมทั้งช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆ ของเยาวชนและครอบครัวผู้รับทุนมูลนิธิฯ ซึ่งเยาวชนเหล่านี้เป็นผู้ด้อยโอกาส และขาดแคลนอันจะเป็นผลให้เยาวชนรู้สึกอบอุ่น ไม่โดดเดี่ยว เป็นการส่งเสริมสถาบันครอบครัวให้เข้มแข็ง และเป็นการสกัดกั้นต้นเหตุแห่งปัญหายาเสพติด ทั้งนี้ เพื่อพัฒนาเยาวชนที่มีความประพฤติดี และยากไร้ในแต่ละจังหวัด ให้มีคุณธรรมนำความรู้มีความจงรักภักดี ต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ซึ่งคุณธรรมล้ำค่าดังกล่าวคู่ควรแก่การปลูกฝังไว้ในสายเลือดของเยาวชนไทยทุกคนสืบไป เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้าทุกพระองค์

มูลนิธิฯ ได้ให้ทุนการศึกษาอบรมคุณธรรมอย่างต่อเนื่องแก่เยาวชนผู้ด้อยโอกาส ทุกอำเภอ ทุกสังกัด ทุกระดับการศึกษาทั่วประเทศ ในปีนี้ประมาณ 2,000 กว่าคน เป็นเงินประมาณ 9 ล้านบาท ปัจจุบันมูลนิธิฯ ได้ให้ทุนการศึกษาอบรมแก่เยาวชนไปแล้ว รวมทั้งสิ้นกว่า 29,958 คน เป็นเงินทุนทั้งสิ้นกว่า 231 ล้านบาท ผู้สนใจให้ทุนการศึกษาอบรมเยาวชนด้อยโอกาสในทุกจังหวัด ติดต่อได้ที่มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ ตึกมหิดล ถนนราชวิถี กทม. 10400 ไลน์085-1148900 เฟซบุ๊ค-มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ โทร.02-354`7391-4ใบเสร็จนำไปลดหย่อนภาษีได้

วางพวงมาลาและถวายบังคมพระบรมรูปทรงม้า รัชกาลที่ 5

ฟังคำบรรยาย ระหว่างเข้าชมวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร

ภราดา ดร.บัญชา แสงหิรัญ ประธานโครงการฯ นำตัวแทนเยาวชนรับทุนมูลนิธิ 87 คน จาก 67 จังหวัด พร้อมอาจารย์-เจ้าหน้าที่พี่เลี้ยง ไปลงนาม
ถวายพระพรพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ องค์ประธานมูลนิธิ ที่โรงพยาบาลจุฬาฯ เพื่อให้ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ววัน โดยมีกรรมการร่วมด้วย อาทิ พรทิพย์ ห่านตระกูล, กรรณภรณ์ วงศ์ปิยะกุล, ศศิธร ทัศนัยนา

ชมพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ พระนคร

พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. และ วาสนา ขวัญเมือง ประธานอุปการะเยาวชนประจำ กทม. ต้อนรับเยาวชนรับทุนทั่วประเทศ โดยมี ภราดา ดร.บัญชา แสงหิรัญ, วิไล ตั้งสิน วิทยฐานกรณ์, กรรณภรณ์ วงศ์ปิยะกุล, ศศิธร ทัศนัยนา ร่วมด้วย

พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. และ วาสนา ขวัญเมือง ประธาน อุปการะเยาวชนประจำ กทม. พบปะพูดคุยกับเยาวชนทุกคนทุกโต๊ะ
ประดุจลูกหลานอย่างประทับใจและมอบของที่ระลึก เสื้อ เป้ เงินส่วนตัวให้ด้วย

เยาวชนรับทุนทุกคน ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมทั้งอาหารเจ้าดังทั่วกรุงเทพฯ และดนตรีที่แสนไพเราะ โดยร้อง เล่น เต้นรำอย่างสนุกสนานมาก ณ ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการ กทม.

ภราดา ดร.บัญชา แสงหิรัญ ประธานโครงการมอบดอกไม้ ขอบคุณ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. เจ้าภาพจัดเลี้ยงอาหารค่ำแก่เยาวชน

ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ พร้อมคณะกรรมการสภาสตรี อาทิ สุกัญญา ประจวบเหมาะ, รชตภรโตดิลกเวชช์, พิชยา รัตนดิลก ณ ภูเก็ตหอรุ่งเรือง, ดร.สมจิตร ศิริเสนา, ณัฏฐ์ปภาณ จันทร์ละมูล, อรุณศรีจงเจียมจิตต์, นวลนิจ หงษ์วิวัฒน์,รัศรินทร์ ลัดใหม่กุลวัฒน์, เยาวมาลย์วัชระเรืองศรี โดยมี กรรมการมูลนิธิดร.พรชัย มงคลวนิช, วิไล ตั้งสินวิทยฐานกรณ์, กรรณภรณ์ วงศ์ปิยะกุล,ศศิธร ทัศนัยนา ร่วมด้วย

ดร.พรชัย มงคลวนิช เป็นผูแทน มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ มอบแจกันดอกไม้ขอบคุณประธานสภาสตรีฯที่เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารกลางวันแก่เยาวชน จากจังหวัดต่างๆทั่วประเทศ

ภราดา ดร.บัญชา แสงหิรัญ ประธานโครงการ จัดอาจารย์พาเยาวชนทั้งหมด ชมความงดงามของมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญที่มีนักศึกษาต่างชาติ กว่า 100 ประเทศมาศึกษา

มหกรรมรื่นเริงการกุศลคู่คนไทย ‘งานกาชาดประจำปี 2562’ 15-24 พฤศจิกายน 2562 ณ สวนลุมพินี

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/453509

มหกรรมรื่นเริงการกุศลคู่คนไทย ‘งานกาชาดประจำปี 2562’ 15-24 พฤศจิกายน 2562 ณ สวนลุมพินี

วันพุธ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

แผน วรรณเมธี เลขาธิการสภากาชาดไทย พร้อมด้วย จันทร์ประภา วิชิตชลชัย รอง ผอ.สนง.จัดหารายได้สภากาชาดไทย, พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์, สมบูรณ์ หอมนาน รอง ผอ.สำนักวัฒนธรรมฯ, ยุพา ปานรอด ผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรมการ ททท. และ จาตุรงค์ สุริยาศศิน ผช.ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง

แผน วรรณเมธี เลขาธิการสภากาชาดไทย ประธานกรรมการอำนวยการจัดงานกาชาดประจำปี 2562 พร้อมด้วยจันทร์ประภา วิชิตชลชัย รองผู้อำนวยการสำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการอำนวยการจัดงานกาชาดประจำปี 2562, พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ในฐานะประธานแผนกประชาสัมพันธ์การจัดงานกาชาดประจำปี 2562 จัดแถลงข่าว “งานกาชาดประจำปี 2562” ภายใต้แนวคิด “เย็นศิระเพราะพระบริบาล เกิดสายธารการให้ที่งดงาม” โดยมี สมบูรณ์ หอมนาน รองผู้อำนวยการสำนักวัฒนธรรม กีฬาและการท่องเที่ยว ผู้แทนผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, ยุพา ปานรอด ผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ จาตุรงค์ สุริยาศศิน ผู้ช่วยผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง ร่วมแถลงรายละเอียดต่างๆ และกิจกรรมพิเศษในงานกาชาด ภายในงานจำลองบรรยากาศ โซนศาสตร์ดูดวง ของอร่อยที่พลาดไม่ได้จาก 50 เขตกรุงเทพมหานคร และการคัดแยกขยะจากกรุงเทพมหานคร อีกทั้งยังมีศิลปินนักแสดงจากช่อง 3 ช่อง 7 ทีวีธันเดอร์ เวิร์คพอยท์พร้อมดีเจจาก BEC Radio Thailandน้องแมงปอ ขวัญใจงานกาชาด กุลบุตร กุลธิดากาชาด ประจำปี 2561 มาร่วมพูดคุยและเชิญชวนให้มาเที่ยวงานกาชาดซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-24 พฤศจิกายน 2562 รวม 10 วัน 10 คืน เวลา 10.30-22.00 น. ณ สวนลุมพินี

จันทร์ประภา วิชิตชลชัย รองผู้อำนวยการสำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทยฯ เผยถึงที่มาของแนวคิดการจัดงานกาชาดว่า “เย็นศิระเพราะพระบริบาล เกิดสายธารการให้ที่งดงาม” เป็นแนวคิดที่จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบรมราชูปถัมภกสภากาชาดไทย ด้วยน้ำพระทัยของพระองค์ท่านทำให้พสกนิกรร่มเย็นเป็นสุขและร่วมสร้างสังคมแห่งการให้ที่ยั่งยืน โดยมีสภากาชาดไทยเป็นสื่อกลางส่งต่อการให้ที่งดงาม เพราะทุกการให้คือความงดงาม กิจกรรมภายในงานมีความแตกต่างจากปีที่ผ่านมา เพื่อให้สอดคล้องกับแนวคิดการจัดงานและมีความหลากหลาย ร่วมสมัยเหมาะกับผู้เที่ยวชมงานทุกวัยมากยิ่งขึ้น”

สมบูรณ์ หอมนาน รองผู้อำนวยการสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว กล่าวถึงการอำนวยความสะดวกด้านสถานที่จัดงาน โดย กทม.จัดของดีของอร่อย 50 เขต มาให้ได้ชิม อิ่มอร่อย แบบไม่ซ้ำเมนู อีกทั้งได้ร่วมกับสภากาชาดไทย ขอความร่วมมือให้หน่วยงาน ร้านค้า ประชาชน งดโฟม ลดพลาสติก พกถุงผ้าหิ้วกระบอกน้ำ นั่งรถสาธารณะมาเที่ยวงานกาชาด ซึ่งจะทำให้งานกาชาดเป็นโมเดลต้นแบบของงานมหกรรมรื่นเริงการกุศลเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เป็น Red Cross Green Fair งานแรกของประเทศไทยเพื่อตอบสนองนโยบายของภาครัฐ และลดปริมาณขยะในงานกาชาด

ยุพา ปานรอด ผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรมการ ททท. เผยถึงการสนับสนุนการจัดกิจกรรมประกวดขบวนรถเฉลิมพระเกียรติ ขบวนแห่ รถพลังงานไฟฟ้าตกแต่งด้วยไฟและมวลบุปผชาติ สำหรับขบวนรถเฉลิมพระเกียรติ จัดแสดงเพียง 3 วัน คือวันที่ 15-17 พฤศจิกายน และปีนี้ ททท.เปิดย่านไทยเท่ แหล่งช็อปกลางสวนลุมพินี เอาใจหนุ่ม-สาวชาวออฟฟิศโดยรวมของประดิษฐ์ นวัตกรรม Hand made ที่มีความหลากหลาย มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของสินค้ามาจำหน่ายในราคากันเอง

จาตุรงค์ สุริยาศศิน ผู้ช่วยผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง กล่าวถึง การสนับสนุนการประดับตกแต่งไฟเนรมิตให้สวนลุมพินีสว่างไสวสวยงาม อีกทั้งจัด ซุ้มอุโมงค์ไฟ
วงเวียนรอบสระน้ำใจกลางสวนลุมพินี เนรมิตให้เป็นจุดถ่ายรูป Check in ตลอด 10 วัน 10 คืนณ บริเวณประตูทางเข้างาน 1-4 บริเวณด้านหน้าสวนลุมพินีตรงพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 และรอบสระน้ำ”

โดยพิธีเปิดงานวันที่ 15 พฤศจิกายน เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป พบกับการแสดงบัลเลต์ ระบำน้ำพุประกอบวงดนตรีออร์เคสตร้า ขบวนแห่รถพลังงานไฟฟ้าตกแต่งด้วยไฟและมวลบุปผชาติเฉลิมพระเกียรติ ซุ้มลงนามถวายพระพร สืบสานปณิธานแห่งการให้ ในรูปแบบ touch screen ให้ทุกท่านได้แสดงเจตจำนงการสืบสานปณิธานแห่งการให้ด้วยตัวท่านเอง กิจกรรมประกวดขวัญใจงานกาชาด และร่วมโหวตขวัญใจงานกาชาดออนไลน์ผ่านแอพพลิเคชั่น“งานกาชาด 2562” กิจกรรมที่แฟนพันธุ์แท้งานกาชาดพลาดไม่ได้คือ การสอยดาว เสี่ยงโชคชิงรางวัล จากหน่วยงานกว่า 200 หน่วยงาน การออกสลากกาชาดจากกว่า 41 หน่วยงาน การจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากร้านโครงการส่วนพระองค์ สินค้าจากเหล่ากาชาดจังหวัดการแสดงแสงสีเสียง กิจกรรมโซนสวนสนุก การตรวจสุขภาพฟรี การรับบริจาคโลหิต บริจาคดวงตาและบริจาคอวัยวะ การจำหน่ายยาจุฬาโอสถ ขนมทองพลุเสวยจากร้านอาหารสภากาชาดไทยที่หาทานได้ยาก เสื้อที่ระลึกงานกาชาด จำหน่ายในราคา 280 บาท และ 300 บาท รวมถึงปากกาที่ระลึกยังคงจำหน่ายในราคาเดิมคือ ด้ามละ 10 บาท

สภากาชาดไทย ขอเชิญทุกท่านมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับมหกรรมรื่นเริงการกุศลคู่คนไทย ร่วมสร้างความสุขที่เกิดจากการเป็นผู้ให้และสืบสานบรรยากาศแห่งความสุข และความอิ่มเอมใจใน “งานกาชาดประจำปี 2562” ระหว่างวันที่ 15-24 พฤศจิกายน 2562 เวลา 10.30-22.00 น. ณ สวนลุมพินี ถ.พระรามที่ 4 เดินทางสะดวก ไม่เก็บค่าบัตรผ่านประตู รายได้โดยเสด็จพระราชกุศลบำรุงสภากาชาดไทย

LIFE & HEALTH : เลือกอาหารอะไรถ้าต้องการลดน้ำหนักระยะยาว

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/453532

LIFE&HEALTH : เลือกอาหารอะไรถ้าต้องการลดน้ำหนักระยะยาว

วันพุธ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ใกล้ช่วงสิ้นปีเริ่มจะมีงานเลี้ยงเพิ่มขึ้น ทำให้คนส่วนใหญ่ไปเที่ยวสังสรรค์กันอย่างต่อเนื่อง ในงานเลี้ยงต่างๆ ที่ขาดไม่ได้คือ อาหารที่มี เนื้อสัตว์มาก ไขมันสูง ขนมเค้ก ขนมหวานเครื่องดื่ม น้ำอัดลม ชา กาแฟ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมทั้งการสูบบุหรี่และพักผ่อนน้อย เป็นที่มาของการอ่อนเพลียและสุขภาพเสื่อมโทรมลง ที่สำคัญคนส่วนใหญ่มักมีน้ำหนักเพิ่มมากขึ้นอย่างมากหลังเทศกาลดังกล่าว อาจเป็นที่มาของการมีน้ำหนักเกินจากเกณฑ์มาตรฐาน จนเกิด โรคอ้วนลงพุง หรือ Metabolic Syndrome ซึ่งโรคนี้เป็นกลุ่มปัจจัยเสี่ยงทางเมตาบอลิก ประกอบด้วย อ้วนลงพุง (ไขมันในช่องท้องมากเกิน) ภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ (ไตรกลีเซอไรด์สูง,เอชดีแอลคอเลสเตอรอลต่ำ และแอลดีแอลคอเลสเตอรอลสูง) ความดันโลหิตสูง ระดับน้ำตาลในเลือดผิดปกติ ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคเรื้อรังต่างๆ ตามมา เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูงเบาหวาน เป็นต้น ซึ่งเราสามารถวางแผนการรับประทานอาหารด้วยการควบคุมน้ำหนัก ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินให้ถูกชนิด ปริมาณ และถูกเวลา รวมทั้งเคลื่อนไหวร่างกายให้มากขึ้น

ที่ผ่านมามีอาหารลดน้ำหนักเกิดขึ้นมากมายทุกปี แต่เมื่อพิจารณาถึงอาหารลดน้ำหนักอย่างยั่งยืนส่วนใหญ่จะเป็นอาหารไขมันต่ำและคาร์โบไฮเดรตต่ำซึ่งงานวิจัยพบว่า เมื่อการวิจัยสิ้นสุด อาหารทั้งสองชนิดให้ผลเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นน้ำหนัก ระดับน้ำตาลในเลือดและคอเลสเตอรอลที่ลดลง

ข้อมูลจาก อ.ศัลยา คงสมบูรณ์เวช นักกำหนดอาหารขึ้นทะเบียนวิชาชีพ(สหรัฐอเมริกา) กรรมการบริหาร มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ เปิดเผยว่า นักวิจัยนอกจากจะต้องการเปรียบเทียบอาหารไขมันต่ำและอาหารคาร์โบไฮเดรตต่ำ(low carb) ยังต้องการศึกษาถึงพันธุกรรมและองค์ประกอบในร่างกายที่มีอิทธิพลต่อชนิดของอาหารที่คนเรารับประทาน งานวิจัยก่อนหน้านี้พบว่า ความแตกต่างของลำดับเบสของดีเอ็นเออาจจะบอกให้รู้ว่า บางคนอาจจะลดน้ำหนักได้ดีกับอาหารไขมันต่ำ การศึกษาอื่นที่รายงานออกมาชี้ให้เห็นว่าผู้ที่ความไวต่ออินซูลินอาจจะใช้อาหารคาร์โบไฮเดรตต่ำได้ดีในการลดน้ำหนัก

มีงานวิจัย DIETPITS (Diet Intervention Examing The FactorsInteracting with Treatment Success) เป็นการวิจัยในคนที่น้ำหนักเกินหรืออ้วนที่มีสุขภาพดี609 คน โดยอาสาสมัครที่อยู่ในโครงการได้ตลอดทั้งปีมีจำนวน 481 คน ในเดือนแรกให้ทุกคนปฏิบัติตัวตามปกติและ 8 สัปดาห์ถัดมา อาสาสมัครถูกแบ่งเป็น
2 กลุ่ม คือ (1) กลุ่มที่กินอาหารไขมันต่ำและลดการกินไขมันรวมลงวันละ 20 กรัม รวมทั้ง (2) กลุ่มที่กินอาหารคาร์โบไฮเดรตต่ำและลดคาร์โบไฮเดรตลงเหลือวันละ 20 กรัม ซึ่งเป็นปริมาณที่ต่ำมาก เมื่อเทียบกับอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตอื่นๆ เช่น เครื่องดื่มโยเกิร์ตมีคาร์บ 26 กรัม ดาร์กช็อกโกแลตแท่งมีไขมัน 21 กรัม ฉะนั้นถ้าอาสาสมัครคิดจะกินเพียงครึ่งเดียวก็ยากที่จะคงน้ำหนักตัวได้ในระยะยาว อาสาสมัครทั้ง 2 กลุ่มได้รับคำแนะนำให้เติมไขมันหรือคาร์โบไฮเดรตทีละน้อยอย่างช้าๆ จนกว่าจะถึงจุดที่สามารถคงน้ำหนักได้ตลอดไป โดยให้ปฏิบัติตัวดังนี้

● กินผักให้มากเท่าที่จะทำได้

● เลือกอาหารจากธรรมชาติที่มีสารอาหารสูง หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูป

● ทำอาหารกินเองที่บ้าน

● เลี่ยงไขมันทรานส์ อาหารที่เติมน้ำตาล และอาหารคาร์โบไฮเดรตที่ทำจากแป้งขัดสี

ในการวิจัยครั้งนี้ไม่มีการนับแคลอรี และอาสาสมัครได้รับความรู้ในการคงน้ำหนัก 22 ครั้ง อาสาสมัครทุกคนสามารถติดต่อกับผู้ให้ความรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น ตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ การตั้งเป้าหมาย การพัฒนาวินัยตัวเองที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ และการใช้ social support network ทั้งหมดนี้เพื่อป้องกันไม่ให้กลับไปสู่พฤติกรรมการกินอย่างผิดๆ นอกจากนี้อาสาสมัครทั้งสองกลุ่มจะต้องออกกำลังกายแบบแอโรบิคขนาดกลางสัปดาห์ละ 150 นาที

ผลการวิจัยพบว่ามีความแตกต่างของทั้งสองกลุ่มน้อยมาก และอาสาสมัครกินอาหารลดลงจากเดิมวันละ 500-600 แคลอรีน้ำหนักลดลงเฉลี่ย 12 ปอนด์ (5.4 กก.) ใน 1 ปี และพันธุกรรมไม่ได้ส่งผลแตกต่างกันในทั้ง 2 กลุ่ม สิ่งที่แตกต่างคือค่า LDL-c ลดลงมากกว่าอย่างมีนัยสำคัญในกลุ่มที่กินอาหารไขมันต่ำ และ ค่า HDL-c ในกลุ่มที่กินอาหารคาร์บต่ำมีค่าสูงกว่ากลุ่มที่กินอาหารไขมันต่ำอย่างมีนัยสำคัญ

การวิจัยนี้แสดงให้เห็นว่า การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ย่อมให้ผลดีกว่าการใช้ fad diet ในการลดน้ำหนัก เพราะอาหารทั้ง 2 ชนิดนั้นในการวิจัยต่างก็เป็นอาหารสุขภาพ

อาหารที่ดีที่สุด คืออาหารที่จะช่วยให้เรามีสุขภาพที่ดีซึ่งเราควรจะมุ่งไปที่อาหารที่มีคุณภาพสูง อาหารจากธรรมชาติซึ่งส่วนใหญ่มาจากผัก ผลไม้ เลี่ยงอาหารประเภทแป้ง น้ำตาล ไขมันทรานส์ และอาหารแปรรูป ควรออกกำลังกายสม่ำเสมอ สำหรับคนส่วนใหญ่การมีไลฟ์สไตล์ที่ดีย่อมหมายถึงการจัดการความเครียดที่ดีและการลดปัญหาการกินตามอารมณ์ซึ่งจะนำไปสู่พฤติกรรมการกินที่ไม่ดีที่ไม่ช่วยในการลดน้ำหนักอย่างยั่งยืน

สำหรับใครที่มีปัญหาเรื่องน้ำหนักตัวเกินแบบถาวร มูลนิธิคุณแม่คุณภาพจะเปิดคอร์สอบรม “การลดน้ำหนักแบบบูรณาการสู่การปฏิบัติได้จริง” โดยผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้าของประเทศ อาทิ ผศ.ดร.เอกราช บำรุงพืชน์ รศ.ดร.สุรพจน์ วงศ์ใหญ่ นพ.เสฎฐวุฒิ งามเมธิชัยวงศ์ นพ.วชิระ คุณาธาทร รศ.ดร.สมพร กันทรดุษฎี เตรียมชัยศรี และ อ.ดร.สุเมธ คันชิง เป็นต้น ในวันที่ 23-24พ.ย. นี้ ผู้สนใจดูรายละเอียดได้ที่ https://www.facebook.com/pg/DDseminarThai หรือ 085-8250222

ผศ.(พิเศษ) ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์

ประธานมูลนิธิคุณแม่คุณภาพ