วีไอพีทริป ‘โอเชี่ยน มารีน่า ครุยส์’ ล่องเรือสำราญในเส้นทาง มิวนิก-เทือกเขาโดโลไมท์ เวนิส-ดูบรอฟนิก-มอนเตเนโกร-โคเตอร์-วัลเลตตา-เมสซีนา-เนเปิลส์-โรม

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/453680

วีไอพีทริป ‘โอเชี่ยน มารีน่า ครุยส์’ ล่องเรือสำราญในเส้นทาง มิวนิก-เทือกเขาโดโลไมท์ เวนิส-ดูบรอฟนิก-มอนเตเนโกร-โคเตอร์-วัลเลตตา-เมสซีนา-เนเปิลส์-โรม

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

คณะท่องเที่ยวระดับวีไอพี นำโดย ไพศาล-นันทพร พิสุทธิ์วัชระกุลพร้อมด้วยคณะ อรรณพ-อรพินธุ์ พรประภา, ไพบูลย์-บุญรัตน์ เหล่าวรวิทย์, เอกชัย บูรพชัยศรี-วารีรัตน์ ตั้งธนกูล, ปรีดา-สุภาพรรณ นววัฒนทรัพย์, ศุภชัย-สงวนศรี สุทธิพงษ์ชัย, ดร.กัลยา-พรทิพย์ โล่ห์รัตนเสน่ห์ และ ธนาชัย ตรัยเลิศวิเชียร

ชวนกันท่องเที่ยวปีละ 1 ครั้ง คณะท่องเที่ยวระดับวีไอพี นำโดย ไพศาล พิสุทธิ์วัชระกุล นักธุรกิจรุ่นใหญ่แห่งบริษัท ดันลอป ไทร์ (ไทยแลนด์) จำกัด เกี่ยวก้อยคู่ชีวิต นันทพร พิสุทธิ์วัชระกุล พร้อมด้วยคณะ อรรณพ-อรพินธุ์ พรประภา, ไพบูลย์-บุญรัตน์เหล่าวรวิทย์,เอกชัย บูรพชัยศรี-วารีรัตน์ ตั้งธนกูล, ปรีดา-สุภาพรรณ นววัฒนทรัพย์, ศุภชัย-สงวนศรี สุทธิพงษ์ชัย, ดร.กัลยา-พรทิพย์ โล่ห์รัตนเสน่ห์ และ ธนาชัย ตรัยเลิศวิเชียร ไปท่องเที่ยวทริปวีไอพี “โอเชี่ยน มารีน่า ครุยส์” ล่องเรือสำราญในเส้นทาง มิวนิกหรือในภาษาเยอรมันว่า มึนเชิน เป็นเมืองที่อยู่ทางใต้ของประเทศเยอรมนี, โดโลไมท์ เป็นเทือกเขาที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอิตาลี, เวนิส หรือ เวเน็ตเซีย เป็นเมืองหลักของแคว้นเวเนโต ประเทศอิตาลี, ดูบรอฟนิก หมู่บ้านในสโลวีเนีย, มอนเตเนโกร เป็นประเทศเอกราชซึ่งตั้งอยู่ในยุโรปตะวันออกเฉียงใต้, โคเตอร์ เป็นเมืองชายฝั่งในมอนเตเนโกร, วัลเลตตา เป็นเมืองหลวงของประเทศมอลตา หรือเรียกอย่างไม่เป็นทางการในภาษามอลตาว่า Il-Belt ตั้งอยู่ตอนตะวันตก-กลาง ของเกาะมอลตา, เมสซีนา เป็นเมืองหลวงของมหานครแห่งเมสซีนา เมืองใหญ่เป็นอันดับ 3 บนเกาะซิซิลี และใหญ่เป็นอันดับ 13 ของประเทศอิตาลี, เนเปิลส์ นาโปลีหรือ นาปูเล เป็นเมืองหลักของแคว้นคัมปาเนียและจังหวัดเนเปิลส์ในอิตาลี มีชื่อเสียงในด้านความร่ำรวยทางประวัติศาสตร์ ศิลปะ วัฒนธรรม สถาปัตยกรรม ดนตรี และศาสตร์การทำอาหาร และ โรม เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของแคว้นลัตซีโยและประเทศอิตาลี ระหว่างวันที่ 24 ตุลาคม-5 พฤศจิกายน 2562

ดร.กัลยา กับลูกสาว-พรทิพย์ โล่ห์รัตนเสน่ห์

คู่หวาน หัวหน้าทัวร์ครั้งนี้ ไพศาล-นันทพร พิสุทธิ์วัชระกุล

ไพบูลย์-บุญรัตน์ เหล่าวรวิทย์

อรรณพ-อรพินธุ์ พรประภา

ศุภชัย-สงวนศรี สุทธิพงษ์ชัย

5 เหตุผลโดนใจ ทำไมต้องมางานวิ่ง Trail for Heroes

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/453703

news_default

5 เหตุผลโดนใจ ทำไมต้องมางานวิ่ง Trail for Heroes

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

กระแสวิ่งเทรล (Trail Running) กำลังมาแรงไม่หยุดในกลุ่มนักวิ่ง โดยการวิ่งเทรลเป็นการวิ่งบนเส้นทางขรุขระลาดชัน มีความท้าทายตลอดเส้นทาง ต้องอาศัยการฝึกซ้อมและเตรียมพร้อมก่อนวิ่งอย่างดี เรียกได้ว่าเป็นเป้าหมายที่น่าตื่นเต้นของนักวิ่งหน้าใหม่และนักวิ่งที่เคยผ่านการวิ่งในเมืองมาแล้วหลายๆ คนซึ่งในการเลือกงานวิ่งแต่ละครั้ง นักวิ่งควรพิจารณาความพร้อมของงานวิ่ง ไม่ว่าจะเป็นการจัดการงานวิ่ง ความปลอดภัย และเส้นทางการวิ่ง รวมถึงประโยชน์จากการวิ่งที่สามารถส่งต่อไปถึงผู้อื่นได้

จะเห็นได้ว่ามีหลายองค์กรได้จัดงานวิ่งเทรลเพื่อช่วยเหลือสังคม ซึ่ง “มูลนิธิเอสซีจี” ก็เป็นอีกหนึ่งองค์กรที่จัดกิจกรรม “Trail for Heroes วิ่งเทรลเพื่อผู้พิทักษ์ป่า” ภายใต้โครงการ“HANDS FOR HEROES รวมมือเรา เพื่อคนเฝ้าป่า” ปีที่ 2เพื่อช่วยเหลือผู้พิทักษ์ป่าที่ออกลาดตระเวนดูแลผืนป่า พร้อมสร้างขวัญกำลังใจให้พวกเขาปฏิบัติหน้าที่อย่างไม่ต้อง “ห่วงหน้าพะวงหลัง” โดยงานวิ่งเทรลครั้งนี้จะจัดขึ้นที่อุทยานแห่งชาติปางสีดา จ.สระแก้ว ในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 ซึ่งการจัดกิจกรรมครั้งนี้มูลนิธิฯ จะนำรายได้ทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่ายไปซื้ออุปกรณ์ลาดตระเวนให้แก่ผู้พิทักษ์ป่าทั่วประเทศ และสำหรับนักวิ่งทุกคนที่กำลังสนใจงานวิ่งเทรล โดยเฉพาะนักวิ่งหน้าใหม่ที่อยากลงสนามเทรลเป็นครั้งแรก นี่คือ 5 เหตุผลดีๆ ที่จะบอกได้ว่า ทำไมจึงต้องมางานวิ่ง “Trail for Heroes”

1.วิ่งแล้วอิ่มใจ ได้ให้และแบ่งปัน

นอกจากนักวิ่งจะได้สุขภาพที่ดีในการวิ่งแล้ว การวิ่งเทรลครั้งนี้ยังได้สร้างประโยชน์ให้กับสังคมอีกด้วย เพราะรายได้ทั้งหมดจากการจัดกิจกรรมจะนำไปซื้ออุปกรณ์ลาดตระเวนให้ผู้พิทักษ์ป่าทั่วประเทศ อาทิ ชุดเครื่องแบบลายพรางและเป้เดินป่าเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้ผู้พิทักษ์ป่าได้ปฏิบัติงานอย่างเต็มที่ โดยไม่ต้อง “ห่วงหน้า พะวงหลัง” อีกต่อไป

2.เส้นทางวิ่งปลอดภัย เหมาะกับนักวิ่งเทรลมือใหม่และผู้มีประสบการณ์

หลายๆ ครั้งที่นักวิ่งมือใหม่จะมีความกลัวกับการวิ่งเทรลเพราะเส้นทางการวิ่งแตกต่างจากการวิ่งในเมือง โดยการวิ่งเทรลจะวิ่งบนพื้นดิน มีความลาดชัน ไม่ใช่ทางเรียบ แต่สำหรับ3 เส้นทางการวิ่งภายในอุทยานแห่งชาติปางสีดา เป็นเส้นทางที่มีความลาดชันน้อยเหมาะกับนักวิ่งมือใหม่ที่อยากลองวิ่งเทรลและนักวิ่งที่มีประสบการณ์ก็สามารถเข้าร่วมกิจกรรมนี้ได้ โดยแบ่งเป็น 5 KM. (Scout) มีระดับความลาดชันสูงสุดอยู่ที่ 139 เมตร, 11.5 KM. (Mini Ranger) มีระดับความลาดชันสูงสุดอยู่ที่ 335 เมตรและ 21 KM. (Ranger) มีระดับความลาดชันสูงสุดอยู่ที่ 498 เมตร แต่ถึงอย่างไรนักวิ่งทุกคนก็ควรฝึกซ้อมร่างกายให้พร้อมก่อนออกวิ่งกันด้วย

3.วิ่งสบายใจ ไม่ห่วงเรื่องสุขภาพ

สุขภาพปลอดภัย ไว้ใจเราได้ เพราะภายในงานวิ่งเทรลจะมีทีมมาร์แซล และรถพยาบาลที่มีเครื่องมือครบครันคอยดูแลปฐมพยาบาล โดยทีมมาร์แชลแต่ละขบวนจะมีอุปกรณ์เครื่องกระตุ้นหัวใจแบบพกพา (AED) พร้อมประสานงานกับเจ้าหน้าที่ เพื่อดูแลความปลอดภัยให้กับนักวิ่งทุกคนตลอดทั้ง3 เส้นทางการวิ่ง แต่นักวิ่งทุกคนก็ควรดูแลสุขภาพตนเองมาให้พร้อม เพราะเมื่อสุขภาพแข็งแรงเต็มร้อย เราก็จะวิ่งจบในระยะทางที่เราตั้งใจไว้ ได้ความแข็งแรงและความภูมิใจกลับบ้านไปด้วย

4.ได้ใกล้ชิดธรรมชาติตลอดเส้นทางการวิ่ง

ข้อดีของการวิ่งเทรลคือทำให้นักวิ่งได้สัมผัสใกล้ชิดธรรมชาติ ซึ่งที่อุทยานแห่งชาติปางสีดา เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ได้รวบรวมความสวยงามไว้มากมาย โดยจะมีผีเสื้อมากกว่า 400 สายพันธุ์ ให้เราได้ชมกัน พร้อมทั้งได้ชมความสวยงามของน้ำตกปางสีดาอย่างใกล้ชิด เป็นบรรยากาศการวิ่งที่เชื่อว่าหลายๆ คนจะต้องประทับใจ และนอกจากนักวิ่งทุกคนจะได้ใกล้ชิดธรรมชาติแล้ว ยังมีกิจกรรมอีกมาย อาทิ ขึ้นหอส่องสัตว์, ยิง Seedball ให้นักวิ่งได้ร่วมสนุกกันอย่างเต็มที่ระหว่างเส้นทางการวิ่ง

5.วิ่งรักษ์โลก มีประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม

งานวิ่ง Trail for Heroes ครั้งนี้ รณรงค์ให้ทุกคนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลโลกใบนี้ ด้วยการพกกระบอกน้ำส่วนตัวหรือเป้น้ำ เพื่อช่วยลดปริมาณขยะ แทนการใช้แก้วที่ใช้แล้วทิ้ง โดยภายในงานได้มีการใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ร่วมถึงตั้งจุดคัดแยกขยะรอบบริเวณงาน เพื่อนำไปรีไซเคิลและนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป หากทุกคนร่วมแรงร่วมใจก็จะไม่เหลือขยะทิ้งไว้ให้ทำร้ายสิ่งแวดล้อม

สำหรับผู้สนใจสมัครได้ที่https://www.runlah.com/events/tfh19 หรือ โทร.081-8186155, 065-9927397นอกจากนี้ยังสามารถสนับสนุนเสื้อโครงการ HANDS FORHEROES หรือบริจาคเงินสมทบทุนได้ที่ บัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ ชื่อบัญชี “แฮนดส์ฟอร์ฮีโร่ส์ โดยมูลนิธิเอสซีจี” เลขที่บัญชี 468-0-71691-0 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารตลอดจนรายละเอียดกิจกรรมต่างๆ ของโครงการ “HANDS FOR HEROES” ผ่านทาง Facebook: handsforheroes

LA CANOPÉE สกินแคร์ จากประเทศฝรั่งเศส

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/453702

news_default

LA CANOPÉE สกินแคร์ จากประเทศฝรั่งเศส

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

All About You ผู้นำร้านผลิตภัณฑ์ความงามออร์แกนิกและธรรมชาติจากทั่วโลกขอแนะนำผลิตภัณฑ์สกินแคร์ แบรนด์ใหม่ล่าสุด ส่งตรงจากประเทศฝรั่งเศส นั่นคือLA CANOPÉE (ลา คาโนปี)ผลิตภัณฑ์สกินแคร์ธรรมชาติ 100% ดีกับผิวและโลกของเรา จุดเริ่มต้นของแบรนด์เกิดจากความต้องการผลิตสกินแคร์คุณภาพสูง คัดสรรส่วนผสมทั้งหมดจากธรรมชาติ และมุ่งหวังที่จะส่งต่อความมหัศจรรย์ของผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ 100% ให้ทุกคนได้เข้าถึง อีกทั้งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

โดยผู้ก่อตั้งแบรนด์เป็นวิศวกรเคมีผู้หลงใหลเกี่ยวกับธรรมชาติ จึงนำความสามารถและความสนใจด้านนี้มาใช้พัฒนาและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์สกินแคร์ที่มีคุณภาพสูง มีความเข้มข้น แต่อ่อนโยน อีกทั้งมีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางสาขา Green Chemistry (เคมีสีเขียว) ซึ่งเป็นศาสตร์ที่ให้ความสำคัญกับการป้องกันที่ต้นเหตุของปัญหาสิ่งแวดล้อม LA CANOPÉE (ลา คาโนปี)จึงคำนึงและระลึกเสมอว่าผลิตภัณฑ์ของตัวเองจะไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือทางอ้อม โดยอาศัยหลักการเลือกวัตถุดิบ การวางแผน การออกแบบการผลิต และการใช้บรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสม

ผลิตภัณฑ์ LA CANOPÉE ที่วางจำหน่ายในร้าน All About You ได้แก่ LA CANOPÉE Deep Cleansing Oil with antioxidants agents ผลิตภัณฑ์ออยล์ทำความสะอาดผิวหน้า LA CANOPÉE Cleansing foamwith aromatic plants ผลิตภัณฑ์วิปโฟมทำความสะอาดผิว ฟองนุ่มละเอียด ทำความสะอาดผิวด้วยพลังของสารบำรุงผิวบริสุทธิ์จากธรรมชาติ LA CANOPÉE Cleansing andpurifying black gel ผลิตภัณฑ์เจลทำความสะอาดผิวหน้า เพื่อผิวสะอาดอย่างล้ำลึก LA CANOPÉE Fruit acids mask The perfectexfoliant ผลิตภัณฑ์มาร์กทำความสะอาดผิวหน้าผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ ลดการอุดตัน ปรับสมดุลความมัน ปรับผิวให้เนียนละเอียด LA CANOPÉE Antioxidant Super Plants Serum ผลิตภัณฑ์ออยล์เซรั่มสูตรเข้มข้น กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและ LA CANOPÉE Purifying EssentialSynergy Serum ผลิตภัณฑ์ออยล์เซรั่มสูตรเข้มข้น ปรับสมดุลความมันระหว่างวัน ยับยั้งการเติบโตของแบคทีเรียสาเหตุของสิว

ผลิตภัณฑ์ LA CANOPÉE (ลา คาโนปี)มีวางจำหน่ายแล้วที่ร้าน All About You ทุกสาขาและช่องทางออนไลน์

ปัญหาพบบ่อยที่ผู้หญิงควรรู้ ภาวะเชื้อราในช่องคลอด

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/453701

news_default

ปัญหาพบบ่อยที่ผู้หญิงควรรู้ ภาวะเชื้อราในช่องคลอด

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ภาวะเชื้อราในช่องคลอด เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยของการอักเสบในช่องคลอด โดยผู้หญิง3 ใน 4 คน เคยติดเชื้อราในช่องคลอดอย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิตและหลายคนติดเชื้ออย่างน้อยสองครั้ง ภาวะเชื้อราในช่องคลอดทำให้เกิดอาการบวม คันและระคายเคือง รวมถึงมีตกขาวออกจากช่องคลอดได้

พญ.ปรียานาถ กำจรฤทธิ์ ศูนย์สูติ-นรีเวชโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ให้ความรู้ว่า ภาวะเชื้อราในช่องคลอดไม่ถือว่าเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์แต่การมีเพศสัมพันธ์เพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อราเชื้อราที่พบได้บ่อยที่สุดคือเชื้อ CandidaAlbicans รองลงมาคือเชื้อ Candida Grabata เพราะเป็นเชื้อที่สามารถยึดติดกับเซลล์บุช่องคลอดได้ดี

อาการของภาวะเชื้อราในช่องคลอด อาการของภาวะติดเชื้อราในช่องคลอดมีตั้งแต่เล็กน้อยไปจนถึงปานกลาง บางคนอาจไม่แสดงอาการผิดปกติใดๆ ถึงแม้จะติดเชื้อก็ตาม อาการที่พบได้มีดังนี้ คันและระคายเคืองบริเวณช่องคลอดหรือภายในช่องคลอด, มีอาการบวมบริเวณอวัยวะเพศ, รู้สึกแสบร้อนขณะมีเพศสัมพันธ์หรือปัสสาวะ, มีผื่นแดงบริเวณอวัยวะเพศ, มีตกขาวเป็นสีขาวครีมข้น ไม่มีกลิ่นบางครั้งอาจมีลักษณะเป็นน้ำได้เช่นกัน

และผู้ป่วยมีความเสี่ยงที่จะมีภาวะติดเชื้อราที่ซ้ำซ้อนหากมีอาการดังต่อไปนี้ เช่น มีอาการบวมแดงคันที่รุนแรงจนทำให้เกิดแผลและเจ็บปวดบริเวณช่องคลอด, มีการติดเชื้อรา 4 ครั้ง หรือมากกว่าต่อปี, ติดเชื้อราสายพันธุ์อื่นที่ไม่ใช่Candida Albicans, กำลังตั้งครรภ์, เป็นโรคเบาหวานที่ไม่ได้ควบคุม,มีระบบภูมิคุ้มกันต่ำเพราะโรคบางชนิด เช่น ติดเชื้อไวรัสเอชไอวี

สาเหตุการติดเชื้อราในช่องคลอดเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น การใช้ยาปฏิชีวนะติดต่อกันเป็นเวลานาน ซึ่งทำลายเชื้อแบคทีเรียดีในช่องคลอดทำให้เกิดการติดเชื้อราในช่องคลอด ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกายเพิ่มมากขึ้น จากการตั้งครรภ์การรับประทานยาคุมกำเนิดที่มีปริมาณฮอร์โมนเอสโตรเจนสูงหรือการรักษาด้วยฮอร์โมนบำบัด รวมถึงโรคเบาหวานที่ไม่ได้ควบคุม ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ไม่ได้ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดมีความเสี่ยงในการติดเชื้อราในช่องคลอดมากขึ้นและระบบภูมิต้านทานต่ำ เช่น ผู้ติดเชื้อเอชไอวีหรือผู้รับการบำบัดด้วยยาคอร์ติโคสเตียรอยด์

ส่วนวิธีการรักษา คุณหมอเผยว่า การรักษาแตกต่างออกไป กับ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ หรือโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ เมื่อมาพบแพทย์ แพทย์จะทำการวินิจฉัยโดยการซักประวัติผู้ป่วย เช่น เคยมีประวัติเกิดการติดเชื้อราหรือมีโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มาก่อนหรือไม่ ตรวจภายในและตรวจดูความผิดปกติของลักษณะภายนอก หลังจากนั้นแพทย์จะเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งจากช่องคลอดเพื่อนำไปตรวจในห้องปฏิบัติการสำหรับการป้องกัน การปฏิบัติตัวตามหลักสุขอนามัยช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อราในช่องคลอดได้ อย่างเช่น การรับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่สมดุล การรับประทานโยเกิร์ตหรืออาหารเสริมที่มีแลคโตบาซิลลัส ซึ่งช่วยรักษาสมดุลของความเป็นกรดด่างในช่องคลอด สวมใส่เสื้อผ้าที่ผลิตจากเส้นใยธรรมชาติ เช่น ผ้าฝ้ายผ้าลินินหรือผ้าไหม รวมถึงสวมกางเกงและกางเกงชั้นในที่ไม่รัดแน่นจนเกินไป หลีกเลี่ยงการสวนล้างช่องคลอด เพราะเป็นการนำเชื้อแบคทีเรียดีที่ช่วยป้องกันการติดเชื้อออกจากร่างกาย ไม่ใช้ยาปฏิชีวนะโดยไม่จำเป็น ไม่สวมใส่เสื้อผ้าเปียกชื้นเป็นเวลานาน เช่น ชุดว่ายน้ำหรือชุดออกกำลัง ไม่ใช้แผ่นอนามัยและเปลี่ยนผ้าอนามัยอย่างสม่ำเสมอขณะมีประจำเดือนเพื่อไม่ให้เกิดความอับชื้น นั่นเอง

คาเฟ่โฉมใหม่‘มอคค่า แอนด์ มัฟฟินส์’

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/453698

คาเฟ่โฉมใหม่‘มอคค่า แอนด์ มัฟฟินส์’

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ ชวนคนรักขนมอบโฮมเมดหอมกรุ่นจากเตาและเครื่องดื่ม มาสัมผัสประสบการณ์ความอร่อยกับหลากหลายเมนูชวนลิ้มลอง ในบรรยากาศและรูปโฉมใหม่ของร้าน มอคค่า แอนด์ มัฟฟินส์ (Mocha& Muffins) คาเฟ่ขนมหวานในบรรยากาศที่ทำให้ย้อนนึกถึงร้านทำขนมของคุณยายในบ้านเรือนไทยโบราณ ที่เรียบง่าย อบอุ่น และอบอวลไปด้วยกลิ่นของขนมอบใหม่จากเตา

ร้าน มอคค่า แอนด์ มัฟฟินส์ (Mocha & Muffins) โฉมใหม่ ตกแต่งแบบร่วมสมัยผสมผสานความเป็นเรือนไทยโบราณกับวัสดุร่วมสมัยที่หลากหลายมาจัดองค์ประกอบใหม่ให้ทันสมัย โดดเด่นด้วยเฟอร์นิเจอร์และโคมไฟประดับที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ รวมถึงผลงานศิลปะจากศิลปินที่หยิบเอาเรื่องราวของธรรมชาติและอุปกรณ์ทำขนมทั้งไทยและต่างประเทศ มาเป็นแรงบันดาลใจ

ผนังกระจกใสจากพื้นจรดฝ้าช่วยให้สามารถเห็นวิวของสวนที่โอบล้อมดึงดูดใจด้วยวัสดุตกแต่งหลักจากธรรมชาติ อาทิ กระเบื้องดินเผาแฮนด์เมดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เคาน์เตอร์หินอ่อน งานทองแดง งานไม้จากช่างฝีมือ หนังแท้ และผ้าจาก จิม ทอมป์สัน เกิดเป็นคาแร็กเตอร์ใหม่ที่ให้บรรยากาศของความสงบ กลมกลืนกับธรรมชาติ เหมาะสำหรับการพบปะสังสรรค์กับครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อน หรือนัดประชุมงานแบบสบายๆ

เชฟอจิณญา ซาวดัณคาร์ (Ajinkya Soundankar) หัวหน้าพ่อครัวขนมอบ พร้อมต้อนรับด้วยขนมอบโฮมเมดหอมกรุ่นจากเตา อาทิ ซิกเนเจอร์ ซอสเซสโรล (Sausage Roll) ครัวซองต์มัฟฟินส์ โดนัท และเบเกอรี่สดใหม่ รวมถึง บลูเบอรี่ชีสเค้กที่เลื่องชื่อในตำนาน เค้กโรล เอแคลร์ และได้เพิ่มเมนูทานง่ายๆ ทั้ง ซุป สลัด แซนด์วิช คีช (Quiches) นอกจากนี้ ยังเอาใจคนรักสุขภาพกับเมนูสลัดต่างๆ หรือสามารถรังสรรค์สลัดจากวัตถุดิบคุณภาพในแบบฉบับของตัวเองได้ พร้อมเติมความสดชื่นกระปรี้กระเปร่ากับเครื่องดื่มหลากเมนู ทั้งน้ำผลไม้ สมูทตี้ มิลค์เชค ฟรีคกี้เชค โฮมเมดไอศกรีม และอื่นๆ อีกมากมาย

ร้าน มอคค่า แอนด์ มัฟฟินส์ เปิดให้ลิ้มลองความอร่อยทุกวัน เวลา 07.00-20.00 น. สำรองที่นั่งโทร.02-1268866 ต่อ มอคค่า แอนด์ มัฟฟินส์ อีเมล: mochamuffins.asia@anantara.com เว็บไซต์ siam-bangkok.anantara.com

คุณแหน : 14 พฤศจิกายน 2562

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/453713

650935

คุณแหน : 14 พฤศจิกายน 2562

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ll สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ อำพน เสนาณรงค์ เป็นผู้แทนพระองค์ไปเปิดงาน วันคนพิการครั้งที่ 51 จัดโดยสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ 16 พ.ย.09.30 น. ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี…

ll คณะนิติศาสตร์จุฬาฯ ร่วมกับสำนักพิมพ์ bookscape ชวนร่วมงานเสวนาสุดเข้มข้น ว่าด้วยสงครามยักษ์ใหญ่ระหว่างสองมหาอำนาจ “จีน-เมริกา:จากสงครามการค้า สู่สงครามเทคโนโลยีถึงสงครามเย็น 2.0” โดย ผศ.ดร.ปิติศรีแสงนาม ผอ.ศูนย์เศรษฐกิจระหว่างประเทศคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ ดร.สันติธารเสถียรไทย ประธานนักเศรษฐศาสตร์ และกจก. Sea Group, ดร.อาร์ม ตั้งนิรันดรคผู้เขียนหนังสือ “จีน-เมริกา” และ “China 5.0”ชวนสนทนาโดย กรรณิการ์ กิจติเวชกุล นักจัดรายการเช้าทันโลก FM 96.5 วันจันทร์25 พ.ย. 9.30-12.00 น. ณ ห้องประชุมสุรเกียรติ์ เสถียรไทย ชั้น 4 อาคารเทพทวาราวดี คณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ(ฝั่งตรงข้าม MRTสามย่าน)http://bit.ly/32vRMnn ร่วมฟังฟรี…

ll ส.ว. สุวรรณี สิริเวชชะพันธ์ ขยันลงพื้นที่พบปะประชาชนในเขตจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นประจำ ทำให้ทราบข้อมูล และปัญหาของชาวบ้านที่ประสบปัญหาในด้านต่างๆทั้งความเป็นอยู่ ที่ทำกิน การถูกเอารัดเอาเปรียบเป็นข้อมูลเชิงประจักษ์ที่สามารถนำไปใช้แก้ปัญหาให้ชุมชนได้โดยผ่านกระบวนการของรัฐสภา ฝ่ายนิติบัญญัติรับทราบต้นตอปัญหาจะนำไปสู่การแก้ปัญหาตรงประเด็น…

ll เป็นหญิงเก่งและมนุษยสัมพันธ์ดีมากแห่ง รร.อมารี พัทยา สุกัญภัช หอมชื่น (นาเดีย)ได้รับแต่งตั้งเป็น Hotel Manager ซึ่งเป็นผู้หญิงไทยคนแรกที่ได้รับตำแหน่งนี้ที่พัทยาลูกค้าฝากแสดงความยินดีด้วย…

ll หลังหมดวาระจาก บลจ.เอ็มเอฟซี ที่ดูแลมาเกือบ 10 ปี ประภา ปูรณโชติ ก็เดินสายไปพักผ่อนที่อเมริกาเกือบ 20 วัน แล้วก็มาทอดกฐินที่อุบลกับ ปิยะรัตน์ ทรัพย์สาคร และเพื่อนๆสาธิตจุฬา แต่ยังเป็นบอร์ดของ บจม.ผาแดงอินดัสทรี อยู่เลยยังลั้นลาไม่ได้เต็มที่…

ll เพื่อนๆ digital ceo #1 ร่วมยินดี กับ สุดนภาเจริญเวชชการ ที่ได้รางวัล นารีศรีสตรีวิทยาของสตรีวิทยาสมาคมฯ…

ll สวด ยงยุทธ ศรจิตติ วัดธาตุทอง ศาลา 28 (ศาลาจุลินทร์ ล่ำซำ) 13-17 พ.ย. ฌาปนกิจศพ18 พ.ย. เวลา 17.00 น….

ll พงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา จับมือหน่วยงานพันธมิตรต่างๆ มาร่วมวางยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการพัฒนา “ยะลาเมืองอัจฉริยะเพื่อการมีส่วนร่วมของประชาชน”พร้อมเชิญ ผศ.(พิเศษ) ดร.อภิสิทธิ์ฉัตรทนานนท์ ลงไปบรรยายให้ความรู้กับบุคลากรและตัวเเทนชุมชนกว่า 100 คน เพื่อไปปรับใช้ในการพัฒนางานและอาชีพให้มีความก้าวทันเทคโนโลยีรวมทั้งนวัตกรรมทางการตลาด และเข้าใจทิศทางการปรับเปลี่ยนเมืองสู่ความเป็นเมืองอัจฉริยะ…ll

น้อง

ตัดสิน เมคอัพ อาร์ติสท์ หน้าใหม่

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/453709

news_default

ตัดสิน เมคอัพ อาร์ติสท์ หน้าใหม่

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

เครื่องสำอาง ARTY PROFESSIONAL by BSC โดย อนุรักษ์ โกศลโชติชโลธรผู้จัดการผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ARTY PROFESSIONAL by BSC บมจ.ไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนล เครื่องสำอางที่อยู่เบื้องหลังการแต่งหน้าการประกวดไทยซูเปอร์โมเดลคอนเทสต์ และวงการแฟชั่นต่างๆ มากมาย จัดประกวด MAKEUP CONTESTเพื่อเฟ้นหา Makeup Artistหน้าใหม่ ทั้ง 4 ภาค โดยใช้ Concept“FREE STYLE” เน้นการใช้ความคิดสร้างสรรค์ การแต่งหน้าสไตล์ใหม่ๆที่ออกมาดูสวยทันสมัยและดูแฟชั่นผู้ที่สนใจสามารถสมัครได้ที่เคาน์เตอร์ เครื่องสำอาง ARTY PROFESSIONAL ไม่จำกัดเพศ ไม่จำกัดอายุ มีใจรักการแต่งหน้า เพื่อชิงเงินรางวัลและของรางวัล รวมมูลค่ากว่า 3 แสนบาท

ล่าสุดการประกวดรอบชิงชนะเลิศภาคเหนือ จัดขึ้น ณ ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน เชียงใหม่ โดยมีเมคอัพ อาร์ติสท์รุ่นใหม่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศกว่า30 คน และผลการตัดสินปรากฏว่า นายนันทวัช เพ็ชรคง ตัวแทนจากจังหวัดพิษณุโลก คว้าตำแหน่งผู้ชนะเลิศภาคเหนือไปครอง พร้อมรองชนะเลิศอันดับ 1 นายภัคภาราธรพันธ์คูณ ตัวแทนจากจังหวัดเชียงราย และ รองชนะเลิศอันดับ 2นายภาณุเดช จิ๋วเหยม ตัวแทนจากจังหวัดเชียงราย

ฉลองเปิดตัว‘อนิสสาคลินิก’สาขาใหม่ จังหวัดสกลนคร

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/453697

ฉลองเปิดตัว‘อนิสสาคลินิก’สาขาใหม่ จังหวัดสกลนคร

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ฉลองเปิดตัวอนิสสาคลินิก สาขาใหม่ ณ จังหวัดสกลนคร อย่างเป็นทางการไป เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 ที่ถนนรัฐพัฒนา อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร แหล่งรวบรวมหัตถกรรมใหม่ๆ ที่เกี่ยวกับความงามครบวงจร และถือโอกาสทำบุญครบรอบ 48 ปี บริษัท สยามรวมมิตรอินเตอร์เทรด จำกัด (รวมมิตรการค้า)เดิม ศูนย์จำหน่ายและบริการมาตรฐาน สยามคูโบต้า ศูนย์รวมอุปกรณ์และอะไหล่เครื่องจักรกลทางการเกษตรทุกชนิด

ภายในงานได้รับเกียรติจากคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข, อภัยจันทนจุลกะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน, มนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร, วิทยา จันทร์ฉลอง อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร ร่วมในพิธีเปิด โดยมี ฮุยแต้ศิริเวชช์, ธัชกร แต้ศิริเวชช์ และชุติมา จันนาป่า ต้อนรับ พร้อมด้วยแขกเหรื่อร่วมแสดงความยินดีคับคั่ง ในบรรยากาศที่เป็นกันเองและสนุกสนานกับการแสดงมินิคอนเสิร์ตย้อนวันวานจากศิลปินไอดอลชื่อดังยุค 90 อย่าง กบ-ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี, แท่ง-ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง, มอส-ปฏิภาณปฐวีกานต์ ซึ่งลูกค้าทุกท่านที่ซื้อแพ็กเกจต่างได้รับสิทธิพิเศษร่วม meet&greet พร้อมร่วมถ่ายรูปคู่กับสามหนุ่มต่างมุมแบบใกล้ชิด และได้รับที่นั่งพิเศษสุดสำหรับเข้าชมมินิคอนเสิร์ต พร้อมลุ้นรับรางวัลมากมายมูลค่ากว่า 60,000 บาท

นอกจากนี้ ในงานยังมีการมอบทุนสนับสนุนให้กับ 6 องค์กร ดังนี้ เหล่ากาชาดจังหวัดสกลนคร 5,000 บาท เมตตาธรรมมูลนิธิสกลนคร 5,000 บาท โรงพยาบาลชุมชน สาธารณสุขจังหวัดสกลนคร 5,000 บาท โรงพยาบาลพระอาจารย์แบน ฐนากโร 5,000 บาท ทุนการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร 5,000 บาท ทุนการศึกษา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร 5,000 บาท

โรคซึมเศร้าหายได้…ถ้ารักษา

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/453705

news_default

โรคซึมเศร้าหายได้…ถ้ารักษา

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

คนที่เป็นโรคซึมเศร้าจะมีอารมณ์ซึมเศร้าที่มากไปกว่าการซึมเศร้าตามปกติในชีวิตประจำวันที่เราสูญเสียอะไรต่างๆ หรือผิดหวังอะไรต่างๆ คนที่ซึมเศร้าจะซึมเศร้าลงลึกไปทั้งวันเลย แทบจะไม่มีช่วงที่มีอารมณ์ที่เบิกบานขึ้นมา รวมถึงความรู้สึกที่อยากจะกระตือรือร้นทำอะไรก็หมดไป เคยทำอะไรสนุก ก็ไม่สนุกกับสิ่งนั้น รวมถึงจะมีอาการร่วมด้วยต่างๆเช่น การนอนไม่หลับ เบื่ออาหาร น้ำหนักลดความคิดความจำสมาธิลดลง และที่สำคัญคือจะมีความคิดที่ไปทางด้านลบเยอะไม่ว่าลบต่อตัวเอง ลบต่อผู้อื่น แล้วก็คิดว่าตัวเองไม่ดี ตัวเองทำผิดเรื่องต่างๆ มาในอดีต จนกระทั่งคิดว่าเราไม่น่าจะมีชีวิตอยู่เลย จนกระทั่งคิดถึงการฆ่าตัวตาย อันนี้คืออาการทั้งหมด แต่ว่าคนที่เป็นซึมเศร้าก็ไม่ได้จำเป็นจะต้องมีอาการถึงขึ้นที่จะต้องฆ่าตัวตายทุกคน

รศ.นพ.ศิริไชย หงส์สงวนศรี สาขาวิชาจิตเวชศาสตร์เด็กและวัยรุ่นภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ให้ความรู้ใน “พบหมอรามาจากรามา” แชนเนล ว่า โรคซึมเศร้าเป็นโรคที่เกิดจากหลายปัจจัยมาก ในคนไข้ที่เป็นโรคซึมเศร้าแต่ละคนก็มีความเป็นมาไม่เหมือนกัน โดยภาพรวมก็เป็นปัจจัยทางด้านจิตใจ ซึ่งคนที่เป็นโรคซึมเศร้าก็มีแนวโน้มที่จะมองตัวเองในทางลบอยู่แล้ว อาจจะเกี่ยวกับการเลี้ยงดูมาตั้งแต่วัยเด็กที่อาจจะถูกทอดทิ้ง หรือว่าใช้ความรุนแรง หรือว่ามีความห่างเหินทางด้านจิตใจระหว่างผู้ป่วยกับพ่อแม่ หรือมีการเลี้ยงดูที่ไม่ค่อยถูกต้องต่างๆ ไม่ค่อยได้เสริมให้เด็กมีกำลังใจหรือว่าเป็นคนที่มีความภาคภูมิใจในตัวเอง หรือว่าอาจจะมีความเครียดต่อเนื่องกันมานานๆ สุดท้ายแล้ว ประสบการณ์ที่เขาเติบโตมาไม่ว่าจะเป็นจากการเลี้ยงดู หรือว่าปัญหาต่างๆ ในชีวิตประจำวันที่ทำให้เกิดความเครียดต่างๆ มันก็มีผลต่อการทำงานของสมองที่ควบคุมเรื่องของอารมณ์

ในสมัยก่อนเรารอให้ซึมเศร้าเยอะจนกระทั่งบางคนฆ่าตัวตายแล้วถึงจะมาหาหมอ แต่ปัจจุบันเราไม่ต้องรอให้อาการหนักขนาดนั้น เรามีแบบทดสอบที่จะคัดกรองตัวเอง ตามเว็บไซต์ต่างๆ ของรามาธิบดีก็มี ของกรมสุขภาพจิตก็มี เขาจะมีว่าทำอันนี้ได้กี่คะแนน อาการรุนแรงขนาดไหนแล้ว ซึ่งปัจจุบันเราก็จะสามารถเข้าถึงพวกนี้ได้ และใน LineOfficial ของรามาธิบดีก็มีแบบสอบถามอันนี้อยู่ อันนี้เป็นอันที่สามารถประเมินตัวเองได้

สำหรับ การรักษาด้วยยาทางจิตเวชที่รักษาโรคซึมเศร้า จะไม่ใช่ยาที่รับประทานแล้วจะดีขึ้นมาในวันสองวันส่วนใหญ่จะใช้เวลาเป็นสัปดาห์ 1-2 สัปดาห์ขึ้นไปถึงจะดีขึ้น หากถามว่ามีผลข้างเคียงอย่างไร โดยทั่วไป ถ้าเป็นยารักษาโรคซึมเศร้ารุ่นเก่าๆ ก็จะมีผลข้างเคียงเยอะตั้งแต่ปากแห้ง ท้องผูก ใจสั่นแต่ยารักษาโรคซึมเศร้ารุ่นหลังๆ ผลข้างเคียงต่างๆ จะน้อยกว่ายารุ่นก่อน แต่ก็จะยังมีอยู่ เช่น อาจจะมีความรู้สึกคลื่นไส้ พะอืดพะอม บางคนก็จะเวียนหัว อาจจะมีใจสั่นมือสั่นบ้าง แต่โดยทั่วไป ผลข้างเคียงมันก็จะค่อยๆ ลดลงเหมือนเราทนกับยาได้มากขึ้น

การรักษาโรคซึมเศร้าต้องมีการบำบัดทางด้านจิตใจร่วมด้วย และยารักษาโรคซึมเศร้าตัวหนึ่ง ไม่ใช่ได้ผลกับทุกคน บางคนก็อาจจะได้ผลดีกับตัวนี้บางคนก็อาจะได้ผลดีกับอีกตัว เพราะฉะนั้น เวลาเริ่มรักษา ถ้ารักษาไประยะหนึ่งเช่น 4 สัปดาห์ หรือ 6 สัปดาห์ แล้วดูอาการยังไม่ค่อยดีขึ้น หมอก็อาจจะพิจารณาการรักษาให้เหมาะสมกับคนไข้แต่ละคน

คนที่เป็นโรคซึมเศร้ารักษาด้วยยาอย่างเดียวไม่พอ มันมีวิธีอื่นๆ อีก อันดับแรกก็คือ ถ้าพอไหว พยายามทำกิจวัตรประจำวันให้ใกล้เคียงกับปกติมากที่สุด อาจจะต้องฝืนไปบ้าง บางคนออกไปข้างนอก ไปพบปะผู้คน บางทีทำได้ แต่เขาบอกว่ากลับมาบางทีเหมือนมันดูดพลังไปหมดทั้งวันเลย กลับมานอน แต่ว่าก็ต้องพยายามทำ
นิดหนึ่ง คือพยายามทำกิจวัตรประจำวันให้เป็นปกติเข้าไว้ แล้วก็อาจจะต้องใช้วิธีอื่นๆ เช่น การออกกำลังกายการผ่อนคลายความเครียดด้วยวิธีทั่วๆ ไป เช่น ฟังเพลงหรืออะไรทำนองนี้ถ้ามีความพร้อมที่จะสนใจทางธรรมะ ก็เป็นสิ่งที่ดีอันหนึ่ง แต่โดยทั่วไปคนที่ซึมเศร้าช่วงแรกๆ ใจจะยังไม่พร้อมที่จะไปทางฝึกสมาธิ ไปทางเรียนรู้ธรรมะ แต่ถ้าพร้อมก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วย

สิ่งที่ช่วยอีกอันหนึ่งคือ มนุษย์มีพื้นฐานก็คือต้องการสังคม ต้องการความผูกพันกับผู้อื่น ก็พยายามที่จะเข้าหาเพื่อนหรือว่าคนที่เราคุ้นเคย ไว้วางใจแล้วก็อาจจะพูดคุยเรื่องต่างๆ ปัญหาต่างๆบางทีปัญหาของคนที่เป็นโรคซึมเศร้าอาจจะไม่เยอะนัก แต่ว่าพอเป็นโรคซึมเศร้าแล้ว มันจะทำให้เราขยายคือทำให้เรามองว่ามันคงจะแย่ไป แต่ว่าถ้ามีคนอื่นที่เขาคอยให้คำปรึกษาและคอยรับฟังเรา บางทีเขาอาจจะมองเห็นวิธีแก้ที่ไม่ยากนักได้

การมาพบจิตแพทย์ก็ไม่ต้องรอให้เป็นโรคทุกอย่างที่มีอาการหนักแล้ว แต่ก็คือ ถ้าเมื่อไรก็ตามที่เรารู้สึกว่าจิตใจเราไม่เป็นปกติสุข ไม่เหมือนที่เราเคยเป็น หรือมีความทุกข์เยอะ มีความลำบากใจ หรือแม้แต่บางทีเราอาจจะจัดการกับอะไรบางอย่างไม่ได้ แล้วมันมีผลกระทบต่ออาการทางกายหรือทางใจบางอย่างก็สามารถที่จะมาปรึกษาจิตแพทย์ได้ การเข้าหาจิตแพทย์ตั้งแต่อาการน้อยๆ ปัญหาต่างๆ เหมือนกัน ถ้าเราแก้ตั้งแต่น้อยๆ มันจะแก้ได้ง่ายกว่า คือถ้ามันเป็นเยอะไปแล้ว มันก็ต้องใช้เวลา และยิ่งถ้าเป็นซึมเศร้าไปแล้ว แล้วเป็นหลายครั้งมันก็จะยิ่งทำให้การรักษายากขึ้น

เปิดมุมมอง 2‘ทูตเยาวชน One Young World’ เปลี่ยนโลกด้วยพลังคนรุ่นใหม่ ส่งต่อแรงบันดาลใจไม่สิ้นสุด

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/453766

เปิดมุมมอง 2‘ทูตเยาวชน One Young World’ เปลี่ยนโลกด้วยพลังคนรุ่นใหม่ ส่งต่อแรงบันดาลใจไม่สิ้นสุด

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

มนัสวี ศุระศรางค์ และ อมิตา ยาดาฟ

“การเปลี่ยนแปลงสามารถเกิดขึ้นได้ คุณไม่จำเป็นต้องเป็นคนใหญ่โต ถึงจะมีความคิดที่ยิ่งใหญ่ เราต้องไม่สิ้นหวัง คุณคือผู้นำของวันพรุ่งนี้และสามารถเป็นความเปลี่ยนแปลงที่คุณอยากเห็น”

บ็อบ เกลดอฟ นักดนตรีและนักเคลื่อนไหว ได้อ้างถึงคำพูดของ นายโคฟี อันนัน อดีตเลขาธิการองค์การสหประชาชาติและที่ปรึกษาของการประชุม One Young World ผู้ล่วงลับ ที่มีความเชื่อมั่นในพลังของคนรุ่นใหม่ในการสร้างความเปลี่ยนแปลง ซึ่งตรงกับความคิดของ ศาสตราจารย์มูฮัมหมัด ยูนูส ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ที่เชื่อมั่นในพลังของคนรุ่นใหม่โดยระบุว่า “ลองจินตนาการดูว่าโลกจะเป็นอย่างไรหากคุณสามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้ คุณทุกคนมีพลังที่จะสร้างโลก”

ทั้ง 2 มุมมองและความเชื่อมั่นที่มีต่อ “คนรุ่นใหม่” ของ “บ็อบ เกลดอฟ” และ “มูฮัมหมัด ยูนูส” สอดคล้องกับความเชื่อมั่นในพลังของเยาวชนคนรุ่นใหม่และความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจภายใต้หลักการพัฒนาที่ยั่งยืนของ “เครือเจริญโภคภัณฑ์” ที่ได้เดินหน้าโครงการ “ซีพีสานฝัน ปันโอกาส สู่ผู้นำรุ่นใหม่ One Young World” สนับสนุนผู้นำรุ่นใหม่จากกลุ่มธุรกิจต่างๆ ในเครือเจริญโภคภัณฑ์และผู้นำเยาวชนจากองค์กรภายนอก เป็นตัวแทนจากประเทศไทยเข้าร่วมในการประชุมสุดยอดผู้นำเยาวชนระดับโลก “One Young World Summit” เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิดการเปลี่ยนโลกไปสู่ความยั่งยืนมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันเป็น
ปีที่ 5 โดยการประชุม One Young World 2019 ในครั้งนี้ได้กลับไปจัดที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ อีกครั้ง เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองวาระการครบรอบ 10 ปี และเพิ่งปิดฉากลงไปเมื่อเร็วๆ นี้

ซึ่งทุกปีหลังจากที่การประชุมเสร็จสิ้นลงไป เยาวชนกว่า 2 พันคนจาก 196 ประเทศทั่วโลกก็จะกลายเป็น “ทูตเยาวชน One Young World” ที่พร้อมจะนำเอาประสบการณ์ มุมมอง บทเรียน และแรงบันดาลใจที่ได้รับจากบุคคลสำคัญต่างๆ ในระดับโลก มาขับเคลื่อนความฝันและความมุ่งมั่นของตนเองในการที่จะสร้างโลกใบนี้ให้ดียิ่งขึ้นในมิติหรือประเด็นปัญหาต่างๆ ที่ทูตเยาวชนแต่ละคนให้ความสนใจ

บ็อบ เกลดอฟ

หนึ่งในนั้นก็คือ มนัสวี ศุระศรางค์ ผู้ที่ได้รับโอกาสจากเครือเจริญโภคภัณฑ์ ให้เป็นตัวแทนประเทศไทยจากองค์กรหน่วยงานภายนอก เข้าร่วมในเวที One Young World 2018 กล่าวถึงการเข้าร่วมประชุมสุดยอดผู้นำเยาวชนคนรุ่นใหม่ ว่าได้รับประสบการณ์ที่ดีมากและทำให้เกิดมุมมองในการทำงาน รวมไปถึงการสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีให้เกิดขึ้นกับสังคมไทยหรือสังคมโลก

“ทุกๆ คนสามารถเป็นแรงบันดาลใจในการเริ่มทำอะไรบางอย่างด้วยตัวเอง และทุกคนสามารถที่จะทำได้เลยในวันนี้เดี๋ยวนี้ โดยOne Young World ทำให้คนรุ่นใหม่ตระหนักถึงพลังที่อยู่ในตัวพวกเขาทุกคนว่าคนรุ่นใหม่สามารถทำอะไรได้หลายอย่างและสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงโลกได้ด้วยตัวของพวกเขาเอง”

นอกจากนี้ มนัสวี ยังกล่าวอีกว่า เวที One Young World ทำให้ตัวเธอเองรู้สึกว่า ถ้าเราต้องการที่จะทำอะไรก็ทำไปได้เลย ไม่ว่าคุณจะทำโปรเจกท์อะไร หรือแม้กระทั่งอาชีพอะไร ไม่ต้องไปทำอะไรที่มันต่างไปจากงานที่ทำอยู่ก็ได้ แต่ไม่ว่าเราจะทำอาชีพอะไรหรือทำอะไรก็ตาม ขอให้สิ่งที่ทุกคนกำลังทำอยู่ทุกวันนี้ ทำในแบบที่ดี ที่หมายถึงดีต่อเพื่อนมนุษย์เท่านั้นเองก็สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นได้แล้ว

เช่นเดียวกันกับผู้นำรุ่นใหม่จากกลุ่มธุรกิจในเครือเจริญโภคภัณฑ์ อมิตา ยาดาฟ จากประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นทูตเยาวชน One Young World ประจำปี 2018 ที่กล่าวว่า เวที One Young World ได้ให้ประสบการณ์ที่ดีมาก โดยเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อโลกใบนี้ของตัวเธอไปอย่างสิ้นเชิง และทำให้เธอได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ จากผู้นำรุ่นใหม่จาก 190 ประเทศที่มาร่วมกันหาทางออกให้กับปัญหาต่างๆ ของโลก เช่น ปัญหาสิทธิมนุษยชนการเข้าถึงน้ำดื่มที่สะอาด การลดปัญหาความอดอยากในเด็ก และการศึกษา

ศ.มูฮัมหมัด ยูนูส

“ฉันให้ความสนใจในประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน เพราะมีความเชื่อเกี่ยวกับความเท่าเทียม จึงทำให้มีความประทับใจเป็นพิเศษกับ คูมิ ไนดู ซึ่งเป็นนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนที่กล่าวว่าเราต้องสร้างโลกที่สังคมให้ความเคารพในสิทธิมนุษยชน และเราควรมีเป้าหมายที่มากกว่า Sustainable Development Goals 17 ข้อ ซึ่งแรงบันดาลใจที่ได้รับทำให้ฉันมีความหวังและความมั่นใจที่จะกลับมาทำงานเพื่อสังคม เพราะในประเทศอินเดียอย่างเรื่องห้องน้ำถือเป็นประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน หรือการมีรอบเดือนในเพศหญิง เพราะผู้ปกครองในอินเดียมักไม่ให้เด็กหญิงไปโรงเรียนเพราะพวกเธอไม่มีผ้าอนามัยใช้ ทำให้เด็กหญิงไม่ได้เรียนหนังสือ ดังนั้นจึงควรมีการเพิ่มความตระหนักรู้ว่าเด็กหญิงควรได้ไปโรงเรียนในช่วงที่พวกเธอมีรอบเดือน รวมถึงพวกเธอควรมีสิทธิในการได้รับความเอาใจใส่เรื่องสุขภาพของเพศหญิงอย่างถูกสุขลักษณะ”

อมิตา ยังกล่าวอีกว่า เวที One Young World ทำให้ตัวเธอนั้นรู้สึกมีความหวังและมีความมั่นใจ และที่สำคัญที่สุด One Young World ทำให้ฉันมีสิทธิ์มีเสียง

“การเปลี่ยนแปลงโลกนั้นไม่จำเป็นต้องเริ่มจากเรื่องที่ใหญ่ แต่สามารถเริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆ อย่างเช่นที่ ศาสตราจารย์มูฮัมหมัด ยูนูส ได้กล่าวไว้ว่า จงฝันให้ใหญ่และจงมีความอดทนมากพอที่จะก้าวไปทีละก้าว หากคุณกำลังคิดที่จะเปลี่ยนแปลงโลก คุณควรมีส่วนร่วมด้วย เราทุกคนมีส่วนร่วมในฐานะมนุษยชาติ คุณควรตระหนักถึงศักยภาพส่วนบุคคล เราสามารถสร้างความแตกต่างได้ด้วยตัวคนเดียว แต่เราสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ถ้าร่วมมือกัน และนั่นคือสิ่งที่เราต้องการ”

ขณะที่ มนัสวี กล่าวทิ้งท้ายว่า “เพราะการเปลี่ยนแปลงมันไม่ใช่เรื่องที่ยิ่งใหญ่ บางครั้งเราคิดว่าเราจะเปลี่ยนแปลงโลกจากสิ่งที่ยิ่งใหญ่หรือโปรเจกท์ที่พิเศษหรือเราต้องทำอะไร แต่ว่าเวทีนี้ทำให้เห็นว่าทุกอาชีพมีความสำคัญและทุก positionในโลกมีความสำคัญกันหมด คุณแค่ทำหน้าที่ของคุณและทำให้ดีที่สุดโดยไม่ต้องไปเบียดเบียนใคร คำว่าโลกมันอาจจะไม่ใช่โลกที่มีหลายประเทศ โลกมันอาจจะเป็นแค่คนที่อยู่ข้างข้างเราตัวเราก็คือโลกแล้วมันคือสังคม เราไม่ต้องไปมองไกลขนาดนั้นเรามองแค่ตรงนี้ว่าจะทำตัวเองให้ดีขึ้น ทำให้ผู้คนรอบข้างดีขึ้นแล้ว เหมือนเวลาเราเจอคนใจดีเราก็รู้สึกอยากใจดีตามแค่นั้นโลกก็เปลี่ยนแล้ว”

และนี่คือพลังที่จะเปลี่ยนโลกของคนรุ่นใหม่และพลังของOne Young World

บรรยากาศในการประชุม One Young World 2019 ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ