แม็คโครผนึกพณ.ชวนกินกุ้งไทยช่วยเกษตรกร

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/459382

news_default

แม็คโครผนึกพณ.ชวนกินกุ้งไทยช่วยเกษตรกร

วันพุธ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

แม็คโคร เดินหน้าช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกราม จุดพลุเปิดเทศกาล “ชวนกินกุ้งไทย ฯ” หลังลงนามรับซื้อภายใต้สัญญาข้อตกลงมาตรฐานของกรมการค้าภายใน 15 ตัน ลงพื้นที่ติวเข้มพัฒนาคุณภาพ แนะจัดระบบซัพพลายเชน เจาะตลาดร้านอาหาร พร้อมโปรแกรมกิจกรรมส่งเสริมการขาย สู่ 100 สาขาทั่วไทย กระตุ้นการบริโภครองรับเทศกาล

นางศิริพร เดชสิงห์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานการสื่อสารองค์กร บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แม็คโครให้ความสำคัญกับการคัดสรรอาหารคุณภาพและความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล เพื่อตอบสนองผู้ประกอบการธุรกิจอาหาร ลูกค้าสมาชิก และผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพมาตลอด 30 ปี รวมทั้งให้การสนับสนุนผลผลิตของเกษตรกรไทยต่อเนื่อง เช่นเดียวกับ การลงนามรับซื้อกุ้งก้ามกรามกับผู้แทนสมาชิกของสมาคมผู้เพาะสัตว์น้ำไทยในภาคกลาง 4 จังหวัด ได้แก่ ราชบุรี นครปฐม กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ภายใต้สัญญาข้อตกลงมาตรฐานของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ 15 ตัน โดยแม็คโครให้คำแนะนำเกษตรกรด้านการตลาด ซัพพลายเชน เน้นคุณภาพปลอดภัยไร้ฟอร์มาลีน และจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายจนถึงสิ้นปี เพื่อให้คนไทยได้บริโภคกุ้งใหญ่คุณภาพดี ซึ่งจะวางขายใน 100 สาขาทั่วประเทศ

“เทศกาล ชวนกินกุ้งไทย ช่วยเกษตรกรไทยเติบโตยั่งยืน นอกจากจะช่วยรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามพื้นที่ภาคกลาง ที่กำลังประสบปัญหาผลผลิตล้นตลาดแล้ว แม็คโครยังเน้นคัดสรรความสมบูรณ์ของกุ้ง เนื้อแน่น ขนาด 8-10 ตัวต่อกิโลกรัม ซึ่งเป็นที่ต้องการของกลุ่มร้านอาหาร การพัฒนาระบบซัพพลายเชน หรือการขนส่งสินค้าให้คงความสด สะอาด ต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยที่ศูนย์กระจายสินค้า และทำโปรโมชั่นในราคา 399 บาท เพื่อให้คนไทยได้รับประทานกุ้งคุณภาพดี คุ้มราคาและปลอดภัย”

ทั้งนี้ กุ้งก้ามกราม เป็นหนึ่งในสินค้าเกษตร 10 ชนิด ที่คณะกรรมการและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.) มุ่งช่วยเหลือ เพราะมีปัญหาด้านราคา ผลผลิตมาก แต่ความต้องการบริโภคลดลงโดยแม็คโคร เป็นหนึ่งในภาคีเครือข่าย ที่กรมการค้าภายใน เชื่อมโยงให้เกษตรกรมีช่องทางตลาดในการระบายผลผลิต ซึ่งได้วางแผนพัฒนาต่อยอดเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามในด้านต่างๆ ให้แข็งแกร่ง ประกอบอาชีพได้มั่นคงและยั่งยืน

สศก.คาดผลผลิตหอมแดงศรีสะเกษปี’63 รวมกว่า4.5หมื่นตันเพิ่มขึ้น7%จากปีก่อน

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/459384

news_default

สศก.คาดผลผลิตหอมแดงศรีสะเกษปี’63 รวมกว่า4.5หมื่นตันเพิ่มขึ้น7%จากปีก่อน

วันพุธ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

นางสาวทัศนีย์  เมืองแก้ว รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยผลการติดตามสถานการณ์หอมแดง ใน จ.ศรีสะเกษ แหล่งผลิตสำคัญของประเทศการผลิตหอมแดง ปี 2563 หรือปีเพาะปลูก2562/63 คาดว่า มีเนื้อที่เพาะปลูก 14,817 ไร่ ลดลงจากปีที่แล้ว 7,979 ไร่ (ลดลงร้อยละ 35) เนื่องจากปีที่ผ่านมาหอมแดงได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศแปรปรวน ร้อนจัด ความชื้นในอากาศ มีน้อย หอมแดงจึงมีหัวเล็ก แคระแกร็น และเกิดปัญหาหนอนกระทู้ระบาด ส่งผลให้เกษตรกรลดพื้นที่เพาะปลูก อย่างไรก็ตาม ถึงแม้เนื้อที่เพาะปลูกลดลงแต่ผลผลิตรวมเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 45,665 ตัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 2,872 ตัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 7) และผลผลิตต่อเนื้อที่เก็บเกี่ยว 3,082 กก./ไร่ เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 1,205 กก./ไร่ (เพิ่มขึ้นร้อยละ 64) ทั้งนี้ เนื่องจากสภาพอากาศเย็น ความชื้นในอากาศสูง เหมาะสำหรับเจริญเติบโต และไม่มีโรคแมลงรบกวน คาดว่าผลผลิตหอมแดงจะออกสู่ตลาดมากที่สุดช่วงเดือนธันวาคม 2562 – มกราคม 2563

สำหรับต้นทุนการผลิตของเกษตรกร เฉลี่ยอยู่ที่ 12 บาท/กก. ลดลงจากปีที่ผ่านมาเฉลี่ย 5 บาท/กก. (ปี 61/62 ต้นทุนเฉลี่ย 17 บาท/กก.) ส่วนราคาที่เกษตรกรขายได้สูงขึ้นจากปีที่ผ่านมา (ราคา ณ 20 พฤศจิกายน 2562) หอมแดงสด ที่ยังไม่ตากราคาเฉลี่ย 18 บาท/กก. หอมปึ่ง ซึ่งเป็นหอมแดงที่เก็บเกี่ยวและแขวนตากในโรงเก็บ 12 วัน ราคาเฉลี่ย 35 บาท/กก. และหอมมัดจุกใหญ่ ราคาเฉลี่ย 55 บาท/กก. (ราคาปี 61/62 ของหอมแดงสด หอมปึ่ง และหอมมัดจุกใหญ่ อยู่ที่เฉลี่ย 12, 20 และ 35 บาท/กก. ตามลำดับ) โดยการซื้อขายหอมแดงจะมีพ่อค้าในชุมชน พ่อค้ารายย่อย พ่อค้าเร่ มารับซื้อจากเกษตรกร ส่วนพ่อค้ารายใหญ่ในจ.ศรีสะเกษจะรับซื้อหอมแดงเพื่อส่งให้ลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ เช่น อินโดนีเซีย มาเลเซีย

รองเลขาธิการ สศก. กล่าวทิ้งท้ายว่า จากราคาหอมแดงที่เพิ่มสูงขึ้นในปีนี้ นับเป็นโอกาสทองของเกษตรกร ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นและมีเงินทุนสำรองเพียงพอสำหรับเพาะปลูกในปีถัดไป อย่างไรก็ตาม เกษตรกรควรรักษาผลผลิตหอมแดงให้มีคุณภาพ สำหรับเกษตรกรที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมด้านการผลิตสอบถามได้ที่ สศก. 11 จ.อุบลราชธานี โทร. 0-4534-4654 หรืออี-เมล zone11@oae.go.th

ประมงเตือนหนาวสลับร้อนฝนตก ระวังโรคระบาดสัตว์น้ำแพร่กระจาย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/459383

news_default

ประมงเตือนหนาวสลับร้อนฝนตก ระวังโรคระบาดสัตว์น้ำแพร่กระจาย

วันพุธ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

นายบรรจง  จำนงศิตธรรม  รองอธิบดีกรมประมง กล่าวว่า ระยะนี้หลายพื้นที่โดยเฉพาะภาคเหนือและอีสาน มีอากาศหนาวเย็นลง แต่บางพื้นที่มีฝนตกสลับกับอากาศร้อน ทำให้อุณหภูมิของน้ำในรอบวันแตกต่างกันมาก ลักษณะเช่นนี้จะมีผลกระทบต่อสุขภาพปลาเป็นอย่างมาก ทำให้ปลาอ่อนแอ ป่วย และติดโรคง่าย ทั้งนี้ ช่วงต้นหนาว ระหว่างเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม น้ำจะมีอุณหภูมิต่ำเป็นเหตุทำให้เชื้อโรคบางชนิดเจริญเติบโตและแพร่กระจายได้ดี โดยเฉพาะโรคอียูเอส โรคตัวด่าง และโรคไวรัสเคเอชวี ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ กรมฯมอบให้เจ้าหน้าที่ประจำสำนักงานประมงจังหวัดต่างๆ ลงพื้นที่ให้คำแนะนำแก่เกษตรกรเบื้องต้น เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงและป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น และเป็นการควบคุมโคระบาดช่วงฤดูหนาว ขอให้เกษตรกรปฏิบัติตามคำแนะนำของกรมประมง ดังนี้

1.ควรวางแผนเลี้ยงปลาให้อยู่ในช่วงเหมาะสม หรืองดเว้นเลี้ยงปลาช่วงฤดูหนาว 2.ควรมีบ่อพักน้ำใช้ในฟาร์มเพียงพอตลอดฤดูกาล โดยเฉพาะฤดูหนาว 3.เลือกชนิดปลาที่จะเลี้ยงให้เหมาะสมกับฤดูกาล โดยฤดูหนาว ควรเลือกปลาที่เสี่ยงเกิดโรคระบาดน้อย เช่น ปลานิล ปลาจีน และปลาไม่มีเกล็ด ที่สำคัญควรลดความหนาแน่นของปลาที่ปล่อยลงเลี้ยงและหมั่นเอาใจใส่ ตรวจสุขภาพปลาสม่ำเสมอ 4. ควบคุมปริมาณการให้อาหารอย่างเหมาะสม ลดปริมาณอาหารที่จะให้ลง 10-15%  เนื่องจากช่วงอุณหภูมิต่ำปลาจะกินอาหารน้อยลง ถ้ามีปริมาณอาหารเหลือจะสะสมตามพื้นบ่อ ส่งผลให้น้ำเน่าเสีย เกิดก๊าซพิษ มีผลกระทบต่อสุขภาพปลา ทั้งนี้ อาจเสริมวิตามินซีในอาหารตามอัตราการใช้ที่ระบุในฉลาก โดยน้ำหนัก จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรง ต้านทานโรคและลดความเครียดของปลาได้ 5. ควบคุมคุณภาพน้ำในบ่อ โดยใช้เกลือแกงละลายน้ำสาดให้ทั่วบ่อ ประมาณ 100-150 กิโลกรัมต่อไร่   6. หากพบมีปลาที่เลี้ยงป่วยหรืออาการผิดปกติควรแยกเลี้ยงและรักษาต่างหาก กรณีป่วยหนักควรทำลายทิ้ง ป้องกันการแพร่ระบาดของโรค หรือหากพบปลาตายในบ่อเลี้ยงให้กำจัดโดยฝังหรือเผา ทั้งนี้ กรณีปลาในแหล่งน้ำธรรมชาติผิดปกติ ให้รีบปิดทางน้ำเข้าและหยุดเติมน้ำจากธรรมชาติเข้ามาในบ่อทันที

7. หากไม่สามารถเปลี่ยนถ่ายน้ำช่วงการเลี้ยง ให้ควบคุมปริมาณการให้อาหาร 8.หากพบว่าน้ำในบ่อเริ่มเน่า โดยสังเกตว่ามีก๊าซผุดขึ้นมาจากพื้นบ่อ ให้ใช้เกลือสาดประมาณ 200 – 300 กิโลกรัมต่อบ่อขนาด 1 ไร่  เพื่อลดความเป็นพิษของก๊าซพิษ เช่น แอมโมเนีย 9.เมื่ออากาศเริ่มเข้าสู่สภาวะเหมาะสมและพบว่าปลาในธรรมชาติเป็นปกติ ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำตามความเหมาะสม และให้อาหารปลาได้ตามปกติ

ทั้งนี้ เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำควรหมั่นสังเกตสัตว์น้ำระยะนี้ใกล้ชิด หากพบมีปลาป่วยหรือมีอาการผิดปกติ แจ้งหรือขอรับคำปรึกษาได้ที่ สำนักงานประมงจังหวัด หรือ ศูนย์วิจัยฯ สัตว์น้ำชายฝั่ง/น้ำจืด ของกรมประมงในพื้นที่หรือ กองวิจัยและพัฒนาสุขภาพสัตว์น้ำ กรุงเทพฯ โทร.0-2579-4122

รายงานพิเศษ : ก.เกษตรฯคัดสรรสินค้าสหกรณ์ ส่งความสุขเป็นของขวัญปีใหม่

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/459385

รายงานพิเศษ : ก.เกษตรฯคัดสรรสินค้าสหกรณ์ ส่งความสุขเป็นของขวัญปีใหม่

วันพุธ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ช่วงเทศกาลปีใหม่ของทุกปี กรมส่งเสริมสหกรณ์จัดทำโครงการส่งความสุขในเทศกาลปีใหม่ด้วยสินค้าสหกรณ์ โดยรวบรวมสินค้าดีมีคุณภาพของสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกรและกลุ่มอาชีพจากจังหวัดต่างๆ มาจัดตกแต่งเป็นกระเช้าสินค้าสหกรณ์จำหน่ายช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2546 เป็นต้นมา จนถึงปัจจุบันได้รับการตอบรับอย่างดีจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน และประชาชนทั่วไป โทร.มาสั่งจองและมาเลือกซื้อกระเช้าสินค้าสหกรณ์ ในแต่ละปีสร้างรายได้กลับคืนสมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรปีละประมาณ 1.2 ล้านบาท

นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 นี้ กรมส่งเสริมสหกรณ์ ยังคงจัดกิจกรรมจำหน่ายกระเช้าสินค้าสหกรณ์เช่นเดียวกับทุกปีที่ผ่านมา ในชื่อ “โครงการส่งความสุขในเทศกาลปีใหม่ด้วยสินค้าสหกรณ์” ภายใต้แนวคิด “ส่งความสุข ส่งความห่วงใย จากใจสินค้าสหกรณ์” เพื่อสนับสนุนส่งเสริมกิจกรรมด้านการตลาดให้สินค้าของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร เพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายสินค้าของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตสู่ผู้บริโภคได้ทั่วถึงยิ่งขึ้น โดยคาดหวังว่าผู้บริโภคจะได้รับสินค้าดีมีคุณภาพ มอบเป็นของขวัญของฝากช่วงปีใหม่ สร้างความสุขใจ ทั้งผู้ให้และผู้รับ

สินค้าที่จะนำมาจัดลงกระเช้าในปีนี้ คัดสรรมาจากหลายแหล่งทั่วทุกภาคของประเทศ โดยเฉพาะสินค้าคุณภาพทั้งอุปโภคบริโภค เน้นผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพเป็นหลัก อาทิ สินค้าประเภทข้าวเพื่อสุขภาพ ข้าวหอมมะลิอินทรีย์ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ข้าวสังข์หยด ข้าวกล้องหอมมะลิ ข้าวหอม มะลิแดง และข้าวกข 43 ซึ่งเป็นข้าวที่ได้รับการวิจัยว่ามีน้ำตาลน้อย เหมาะสำหรับผู้ต้องการลดน้ำหนักและผู้ป่วยโรคเบาหวาน สินค้าประเภทอาหารแปรรูปและผลไม้แปรรูป อาทิ กล้วยตาก หมี่กรอบสามรส ลำไยอบแห้งเนื้อสีทอง หมูทุบ หมูฝอย เนื้อทุบ เนื้อกระจก กุนเชียง เม็ดมะม่วงหิมพานต์ คุกกี้รสงา คุกกี้รสจมูกข้าวกล้อง ผลไม้อบแห้ง น้ำผึ้ง แยมมัลเบอร์รี่ ผัดหมี่โคราชปรุงรสปลาร้าทรงเครื่อง และน้ำพริกประเภทต่างๆ สินค้าประเภทสมุนไพร สมุนไพรชงดื่ม ขิงผง เก๊กฮวยผง ดอกคำฝอยชาใบหม่อนอินทรีย์ ชาเขียวข้าวหอมมะลิ ผลิตภัณฑ์จากผ้าไหมและผ้าฝ้าย เช่น ผ้าคลุมไหล่ ผ้าขาวม้า ผ้าห่มผ้าพันคอ สินค้าหัตถกรรม ผลิตภัณฑ์แก้วเบญจรงค์ แก้วมุก และผลิตภัณฑ์ต่างๆจากยางพารา ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากยางพารา หมอนยางพาราเพื่อสุขภาพ สินค้าประเภทนมและเครื่องดื่มนม UHT นมปรุงแต่งชนิดเม็ด น้ำผลไม้ กาแฟชงพร้อมดื่ม กาแฟดริป ผลิตภัณฑ์อาหารจากโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดาและโครงการหลวงดอยคำ

รูปแบบของกระเช้าสินค้าสหกรณ์ จะนำสินค้าสินค้าของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร กลุ่มอาชีพต่างๆ มาจัดวางตกแต่งให้สวยงามด้วยผ้าขาวม้าหรือกระดาษสาลามี่ หรือวัสดุที่ลูกค้าต้องการ ราคามีตั้งแต่หลักร้อยจนถึงกระเช้าขนาดใหญ่ราคา 1,000-3,000 บาท มีทั้งกระเช้าสำเร็จรูปที่จัดสินค้าและตกแต่งไว้เรียบร้อยแล้ว และยังเปิดโอกาสให้ลูกค้าเข้ามาเลือกสินค้าที่ต้องการให้จัดกระเช้าด้วยตัวเองด้วย กรมจัดเตรียมห้องจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าที่ศูนย์จำหน่ายสินค้าสหกรณ์ อาคาร 3 ชั้น 1 ภายในกรมส่งเสริมสหกรณ์ ท่าน้ำเทเวศร์ เริ่มโครงการตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2562 ถึง 12 มกราคม 2563 จำหน่ายทุกวัน ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ วันจันทร์ – ศุกร์ เปิดจำหน่ายตั้งแต่เวลา 09.00 – 19.00 น. และปีนี้เปิดขายวันเสาร์- อาทิตย์ด้วย จำหน่ายตั้งแต่เวลา 09.00 – 16.00 น.

หน่วยงานหรือประชาชนที่สนใจสั่งซื้อกระเช้าสินค้าสหกรณ์ช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ ดูรายละเอียดสินค้าและรูปแบบกระเช้าสินค้าสหกรณ์ได้ทาง Facebook : coop market และLine ID : cpd.shop หรือ โทร. 0-2280-7506 , 06-5524-1124ซึ่งกรม มีโปรโมชั่นพิเศษ! สำหรับลูกค้าที่สั่งซื้อสินค้าตั้งแต่ 10,000 บาทขึ้นไป บริการจัดส่งกระเช้าสินค้าสหกรณ์ฟรีในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

คุณแหน : 15 พฤศจิกายน 2562

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/454001

650935

คุณแหน : 15 พฤศจิกายน 2562

วันศุกร์ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ll ดีใจทั้งประเทศเมื่อ“น้องบิ๊นท์”สิรีธร ลีห์อร่างวัฒน์ นางสาวไทยปีนี้ไปคว้ารางวัล Miss International 2019 ที่ญี่ปุ่น…คำตอบที่สุภาพถ่อมตน…“ถ้าเด็กสาวธรรมดาๆ อย่างดิฉันทำได้ พวกคุณก็ต้องทำได้เช่นกัน…”ตบท้ายชนะใจกรรมการและเพื่อนนางงามร่วมประกวด…“ถ้าคุณมีความฝัน…จงเดินตามมันซะ”…

ll“นางฟ้า”คนนี้…เคยให้สัมภาษณ์บนเวทีว่า …“ปุ๋ยรักเด็ก”…ภรณ์ทิพย์ นาคหิรัญกนก ยังไม่ลืมคำพูด…เดินหน้าแจกทุนการศึกษาหลายล้าน…3 ทศวรรษ(แล้ว)“ปุ๋ย”ยังคงรักเด็ก”…และ Herb Simon สามีมหาเศรษฐีก็ยังคงรัก“ปุ๋ย”Miss Universe 1988…

llผ่านงานฉลอง 1 ปี มาได้หลายวันแต่…นางงาม Icon Siam ภาสินี ลิ่มอติบูลย์ก็ยังไม่ลืมความสดชื่นของคืนฉลอง เมื่อนักร้องรูปหล่อ Matteo Bocelli ลูกชายศิลปินก้องโลก Andrea Bocelli เดินลงจากเวทีมามอบดอกไม้ให้…ที่ซึ้งกว่านั้นคือสามี ดร.สุเมธ ลิ่มอติบูลย์ เปิดโอกาสให้ศรีภริยาได้ปลื้มเต็มที่…ไม่อยู่ขวางลูกตา…ไปหลบหลังเวทีตามประสาคนขวางโลก แต่จริงใจสุดๆ…(ฮา)…

ll ให้ของขวัญวันเกิดตัวเองปีนี้ ดลชัย บุณยรัตเวช พามารดาไปดูหนังซึ้ง Judyประวัตินักร้องดัง…ส่วนวันเกิด ท่านผู้หญิง ดร.ทัศนีย์ บุณยคุปต์“ครู”ต้นแบบของเพลง“ครูจิตรลดา”…ลูกศิษย์น่ารักคนนี้ชวนเพื่อน CD รุ่น 6 มาฉลองกับ“ครู”ที่บ้านสวย…หากแต่เก็บ“ลูกน้อง”ไม่ได้โชว์ตัว…ทำให้ “คุณครู”ท่านผู้หญิงทัศนีย์…ร่ำร้องให้หมาน้อยๆ น่ารัก  2 ตัว มาต้อนรับในปีต่อไป…

ll เลี้ยงลูก 7 คน ตลอดรอดฝั่ง เพราะมี“มาม่า”กินทุกคน…วันนี้คุณปู่ พิพัฒ พะเนียงเวทย์เป็นปลื้ม ฉลองหลานชายคนโตจบโท“บางมด”…อาหารมื้อนี้ไม่ต้องพึ่ง“มาม่า”ซองละ 6 บาท…เพราะ“คุณปู่”ขยันหมั่นเพียร จากลูกจ้าง“สหพัฒน์”…ก้าวเป็นผู้ถือหุ้น“บะหมี่ดัง”ใหญ่สุด…

ll ฟุตบอลจตุรมิตร ปีนี้ สวนกุหลาบ เจ้าภาพ คงมาเป็นที่โหล่แน่ๆ…แต่ พนม กิติสารปลอบใจตัวเองด้วย เอาถ้วยชนะเลิศปีแรก…55 ปีมาแล้ว…มาขัดถูชื่นชมในฐานะโกล์มือกาว…ที่ Saved Clean Sheet หลาย Match…

llเกษียณจากงานช่วยผู้อพยพ ดาวรี กาญจนเพชรมีบุญได้เที่ยวไปทั่ว ล่าสุด นัดอดีตเพื่อนร่วมงานUNHCR จาก Somalia และ Bangladesh มาเจอกันที่ Tokyo…กินข้าวกันร้านเล็กๆ…แต่เงียบสงบ…ไม่วุ่นวาย ต้องหลบระเบิดเหมือนงานประจำที่ผ่านมา…

ll ไม่เพียงแต่บริจาคภาพถ่ายและคำคม“ประทีปทรรศน์”ภาค 3 ให้“หอศิลป์ กทม.”ไปหารายได้…ดร.ประทีป ตั้งมติธรรม ยังลงทุนประมูลภาพของศิลปินดัง อ.ปรีชา เถาทอง เป็นล้าน…ช่วยเด็กชุมชนแออัดของโครงการ TMB“ฟ้า”จุดไฟประกาย…

ll ประกาศมายังสมาชิกนักเรียนเก่าเตรียมอุดมฯ รุ่น 27…งานอาทิตย์เที่ยงนี้ ที่ Siam @ Siam โรงแรมเล็กแต่อบอุ่น…คนจัดเน้นอาหารอร่อย…เพื่อนๆ“55 ปีทวีสัมพันธ์”ไม่จุใจ…ไปร้องเพลง เต้นรำต่อได้ที่รร.Sivatel เพลินจิต ของ คุณหมออภิชาติศิวยาธร…เพื่อนร่วมรุ่นที่หลงใหลในเพลงเตรียมเปียโนและนักดนตรีฝีมือดีไว้คอย ll

ภิญญ์สิรี

มอบรางวัลสุดยอดผลิตภัณฑ์วิสาหกิจชุมชน

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/453974

news_default

มอบรางวัลสุดยอดผลิตภัณฑ์วิสาหกิจชุมชน

วันศุกร์ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

สสว. ร่วมกับ เมืองสุขสยาม ไอคอนสยาม ประกาศศักดาผู้ประกอบการไทย ยกระดับผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นสู่เวทีโลก(Local to Global 2020) จัดงานมอบรางวัล “SMEs PRODUCT EXCELLENCERECOGNITION” สุดยอดผลิตภัณฑ์วิสาหกิจชุมชน สู่ตลาดสากลอย่างยั่งยืนพร้อมคัดสรร 40 ผู้ประกอบการศิลปหัตถกรรม งานฝีมือ อาหารรสเด็ด รวมถึงผลิตภัณฑ์ประเภทต่างๆจากทั่วประเทศ มาจัดแสดงพร้อมจำหน่ายในราคาสุดพิเศษ ณ เมืองสุขสยาม ไอคอนสยาม ไปเมื่อเร็วๆ นี้

ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง กล่าวเปิดงานว่า วิสาหกิจชุมชนที่เติบโตอย่างมั่นคง เข้มแข็ง แข่งขันได้ จะเป็นฐานรากสำคัญในมิติเชิงเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ทุกภาคส่วนจะได้ร่วมกันพัฒนา ผลิตภัณฑ์วิสาหกิจชุมชนที่เริ่มจากการนำผลผลิตจากภูมิปัญญาท้องถิ่น มาเติมความคิดสร้างสรรค์ ด้วยเทคโนโลยีใหม่ ให้มีมูลค่าเพิ่มในวันนี้และอนาคตสินค้าเหล่านี้ก็จะสามารถก้าวไกลสู่เวทีโลกได้ นอกจากนี้การจัดหาช่องทางการจัดจำหน่าย ที่ตรงกลุ่มเป้าหมายก็เป็นสิ่งที่สำคัญที่ต้องทำควบคู่กันเพราะเป็นการสร้างโอกาสในการเข้าถึงตลาด ซึ่งเมืองสุขสยาม ณ ไอคอนสยาม ก็เป็นพื้นที่ที่ตอบโจทย์ เพราะมีผู้บริโภค ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ มาเยือนเมืองแห่งนี้เป็นจำนวนมาก การมอบรางวัลแก่40 ผู้ประกอบการที่ได้รับรางวัลในวันนี้จะเป็นการเสริมสร้างกำลังใจให้กับผู้ประกอบการได้มีการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องตลอดไป

นายวชิระ แก้วกอ ผู้อำนวยการฝ่ายประสานเครือข่ายผู้ให้บริการ SMEs รักษาการแทนในตำแหน่งผู้อำนวยการกลุ่มงานข้อมูลและสถานการณ์ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวว่า สสว. ได้พัฒนาผู้ประกอบการ SME หลากหลายมิติผ่านโครงการต่างๆ ที่สสว.ได้ริเริ่มขึ้นในการสร้างผู้ประกอบการและเข้าร่วมพัฒนาสินค้าอย่างเป็นระบบ อาทิ การให้ความรู้ด้านการบริหารสินค้าเพื่อเข้าสู่ตลาดอย่างครบวงจร พร้อมจัดหาตลาดที่เหมาะกับผลิตภัณฑ์เพื่อเป็นช่องทางในการจำหน่ายสินค้าให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งผลงานที่นำมาร่วมงานคือ ผลงานในระดับยอดเยี่ยมจำนวน 40 รายจาก 8 โครงการที่ดำเนินการโดย สสว. ที่ได้รับรางวัล “SMEs PRODUCTEXCELLENCE RECOGNITION”สุดยอดผลิตภัณฑ์วิสาหกิจชุมชน สู่ตลาดสากลอย่างยั่งยืน

ภูเก็ตแฟนตาซีเปิดตัว‘คาร์นิวัลเมจิก’ ธีมปาร์คคาร์นิวัลสไตล์ไทยที่เดียวในโลก

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/453978

ภูเก็ตแฟนตาซีเปิดตัว‘คาร์นิวัลเมจิก’ ธีมปาร์คคาร์นิวัลสไตล์ไทยที่เดียวในโลก

วันศุกร์ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ภูเก็ตแฟนตาซี ฉลองครบรอบ 20 ปี ด้วยการเปิดตัว “คาร์นิวัลเมจิก” โครงการธีมปาร์คคาร์นิวัลสไตล์ไทยที่แรกและที่เดียวในโลก ด้วยงบลงทุนกว่า 5,000 ล้านบาท ภายใต้ชื่อ บริษัท คาร์นิวัลเมจิก จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของภูเก็ตแฟนตาซี ตั้งอยู่ ณ หาดกมลา จังหวัดภูเก็ต บนพื้นที่กว่า 100 ไร่ ใกล้กับภูเก็ตแฟนตาซี ตั้งเป้าให้เป็นแลนด์มาร์คท่องเที่ยวที่ยิ่งใหญ่แห่งใหม่ของเอเชีย พร้อมเปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวต้นปี 2563

นายกิตติกร คิ้วคชา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ภูเก็ตแฟนตาซี และบจก.คาร์นิวัลเมจิก แถลงข่าวการเปิดตัวโครงการ “คาร์นิวัลเมจิก” พร้อมการแสดงโชว์เรียกน้ำย่อยบนเวที ณ ภูเก็ตแฟนตาซี ไปเมื่อเร็วๆ นี้ โดยเผยว่า ปีนี้ภูเก็ตแฟนตาซี ครบรอบ 20 ปี เราขอฉลองการครบรอบด้วยการเปิดโครงการใหม่ที่พิเศษ ยิ่งใหญ่ไม่เหมือนใคร กับโครงการ “คาร์นิวัลเมจิก” ธีมปาร์คคาร์นิวัลสไตล์ไทยที่แรกและที่เดียวในโลก เป็นสวนสนุกที่มีคอนเซ็ปต์การจัดงานรื่นเริงสไตล์งานฟันแฟร์หรืองานวัดของไทยที่จะสร้างความตื่นตาตื่นใจด้วยเทคโนโลยีทันสมัย ผสมผสานความสนุกสนานแบบไทยๆ ในมาตรฐานระดับโลก สร้างสรรค์ขึ้นด้วยแรงบันดาลใจและความปรารถนาที่จะสร้างสิ่งมหัศจรรย์ สิ่งที่โลกไม่เคยเห็นมาก่อน สิ่งที่งดงามตระการตา มีเอกลักษณ์ของความเป็นไทย เป้าหมายของเราคือ การสร้างสถานที่ท่องเที่ยวแบบแลนด์มาร์คที่สามารถสร้างแรงดึงดูด ให้ผู้คนเข้ามาเยือนภูเก็ตให้มากขึ้น ช่วยสร้างงาน กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น และส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในภูมิภาค”

สำหรับโครงการ “คาร์นิวัลเมจิก” เป็นธีมปาร์คคาร์นิวัลสไตล์ไทยที่แรกและที่เดียวในโลกประกอบไปด้วย 4 โซนหลัก ดังนี้ โซนที่ 1 คือ คาร์นิวัลฟันแฟร์ (Carnival Fun Fair) ตื่นตาตื่นใจกับถนนช็อปปิ้ง ที่จะพบกับสินค้าคุณภาพนานาชนิดจากทั่วภูมิภาคทั่วไทย ในร้านค้ามากมายที่ออกแบบตกแต่งอย่างงดงามตระการตา สีสันสดใสสไตล์คาร์นิวัล ในบรรยากาศแห่งความรื่นเริงสุขสันต์ของเทศกาลต่างๆ นอกจากนั้น ยังมีเครื่องเล่นสำหรับเด็กๆได้สนุกสนานเพลิดเพลินระหว่างที่ คุณพ่อคุณแม่กำลังช็อปปิ้งอีกด้วย เช่น ถ้วยชาหมุนชิงช้าสวรรค์ ขับรถแข่งนั่งรถไฟ และม้าหมุนที่เด็กๆ ชื่นชอบ

โซนที่ 2 ภัตตาคารเบิร์ดออฟพาราไดซ์ (Bird of Paradise) เป็นภัตตาคารบุฟเฟ่ต์ที่สามารถรองรับผู้มาเยือน ได้มากถึง 3,000 ที่นั่ง ในบรรยากาศการรับประทานอาหารเสมือนอยู่ในสวนแห่งสวรรค์ รายล้อมด้วยรูปปั้นนกยูงที่ยิ่งใหญ่ ภายในติดตั้งระบบปรับอากาศพร้อมด้วยห้องโถงขนาดใหญ่ สามารถใช้จัดเลี้ยงส่วนตัวเฉพาะกลุ่มได้ทุกขนาด บริการเมนูอาหารเลิศรสกว่า 100 เมนู ซึ่งเป็นเมนูแบบตะวันตก และตะวันออก อาหารอินเดีย อาหารมังสวิรัติ และอาหารฮาลาล

นอกจากนี้ ยังมีภัตตาคารหรู 3 ชั้นอีกแห่ง ในชื่อว่า “River of Bliss Luxury Restaurant” ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเทศกาลลอยกระทง ภายในให้บริการอาหารแบบเซตเมนูที่ลูกค้าเลือกเองได้ ในบรรยากาศ ที่เต็มไปด้วยกระทงที่สวยงาม และอีกหนึ่งไฮไลต์ของภัตตาคารแห่งนี้ คือ ลูกค้าที่จะมารับประทานอาหารที่ภัตตาคารแห่งนี้จะต้องมาตรงกลางของ “น้ำตกแห่งความสุข” (Happiness Falls) ที่บริเวณทางเข้าเพื่อขึ้น “เรือแห่งความสุขสำราญ” (Barge of Happiness) ซึ่งเรือจะลอยขึ้นเหนือจากพื้นประมาณ 7 เมตร เพื่อเข้าสู่บริเวณภายในภัตตาคาร

โซนที่ 3 คือ โรงละครริเวอร์ พาเลซ (River Palace) เป็นโรงละครขนาดใหญ่ ที่มีพื้นที่กว่า 16,000 ตร.ม. หรือ ประมาณ 10 ไร่ นับเป็นโรงละครที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และเป็น 1 ในโรงละครที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยตัวอาคาร มีความยาวถึง 200 เมตร รองรับผู้ชมได้มากถึง 2,000 ที่นั่ง และภายในมีเวทีการแสดงที่กว้างถึง 70 เมตร สูง22 เมตร พร้อมการแสดงบนเวทีในรูปแบบพาเหรดอินดอร์ที่ใหญ่ ที่สุดในโลก ในชื่อ “ริเวอร์ คาร์นิวัล” (River Carnival) เป็นการแสดงพาเหรดที่ผสมผสานศิลปะไทยกับเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้าด้วยกัน มีความยาวประมาณ 60 นาที ไฮไลต์อยู่ที่ ขบวนรถพาเหรดที่ยาวที่สุดในโลก มีความยาวถึง 70 เมตร หรือเทียบเท่ากับเครื่องบินจัมโบ้ A380 และพบกับความยิ่งใหญ่ทำลายสถิติโลก ของฉากเรือในขบวนแห่ และขบวนพาเหรดลอยฟ้าขนาดมหึมาที่ไม่มีใครสร้างมาก่อน พร้อมทั้งจอแอลอีดี ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยสร้างมา สำหรับการจัดการแสดงพาเหรดในโรงละครแห่งแรกของโลก เครื่องยนต์กลไกพิเศษ ระบบแสงและเทคโนโลยีสำหรับเอฟเฟกต์พิเศษที่ล้ำสมัยที่สุดในปัจจุบัน

โซนที่ 4 คือ คิงดอมออฟไลทส์ (Kingdom of Lights) เป็นเมืองที่มีไฟประดับประดาสวยงามมากกว่า 40 ล้านดวงที่จะทำให้ทุกท่านได้เดินเที่ยวชมและสัมผัสกับแสงไฟที่สวยงามเหนือจินตนาการ ตื่นตาตื่นใจตลอดเวลา ไฮไลต์ของโซนนี้ คือ “River of Lights” ที่มีการนำดวงไฟหลายล้านดวงมาประดับบนโครงเหล็กดัด ลวดลายสวยงาม (Luminarie) ที่มีความยาวรวมถึง 50 กิโลเมตร เป็นรูปทรงที่เป็นเอกลักษณ์ของไทย ล้อมรอบทะเลสาบ โดยลูกค้าสามารถเดินผ่านสะพานเข้ามาในโซนนี้ เพื่อชมความอลังการของดวงไฟหลายสิบล้านดวงแบบพาโนรามารอบทิศทาง

“คาร์นิวัลเมจิก คือ ความฝันและจินตนาการของเรา ที่เราต้องการจะมอบให้เป็นของขวัญให้กับชาวภูเก็ตและชาวไทยทุกคน เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคาร์นิวัลเมจิกจะเป็นจุดท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่จะสร้างความตื่นตาตื่นใจ สร้างความสนุกเพลิดเพลินให้กับผู้ที่มาเที่ยวชม และเราจะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ ประมาณต้นปี 2563 นี้”

คาร์เทียร์ ฉลอง 1 ปีปรับลุคบูติคไอคอนสยาม ผสานกลิ่นอายวิถีไทยเข้ากับเอกลักษณ์ของคาร์เทียร์

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/453977

คาร์เทียร์ ฉลอง 1 ปีปรับลุคบูติคไอคอนสยาม ผสานกลิ่นอายวิถีไทยเข้ากับเอกลักษณ์ของคาร์เทียร์

วันศุกร์ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

คาร์เทียร์ (Cartier) แบรนด์เครื่องประดับสัญชาติฝรั่งเศส ปรับโฉมบูติคริมแม่น้ำเจ้าพระยา ไอคอนสยาม ด้วยสถาปัตยกรรมไทยร่วมสมัย ผสานกลิ่นอายวัฒนธรรมเข้ากันกับเอกลักษณ์ของคาร์เทียร์อย่างกลมกลืน โดยได้แรงบันดาลใจมาจากความเชื่อต่างๆ ตลอดจนวิถีความเป็น
อยู่ของคนไทย เกิดเป็นบูติคที่มีกลิ่นอายความเป็นไทยร่วมสมัยในสไตล์อันโอ่อ่าของคาร์เทียร์

เริ่มจากการตกแต่งผนังของ VIP Room ได้แรงบันดาลใจมาจากฝาปะกนไม้สักของเรือนไทยดั้งเดิมของภาคกลาง โดยฝาปะกนไม้สักเหล่านี้จะใช้วิธีเข้าลิ้นประกบติดกัน ทำให้สามารถสร้างเรือนทั้งหลังขึ้นโดยไม่ต้องใช้ตะปูแม้แต่ตัวเดียว แต่เดิมฝาปะกนจะทำด้วยไม้สัก หากแต่ในการตกแต่งพื้นที่ของคาร์เทียร์ เลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยเครื่องหนังรีไซเคิลที่ตัดเป็นริ้วแล้วนำมาถักทอเข้ากับเส้นใยโพลีเอสเตอร์รีไซเคิลจากขวด PET ที่เก็บกู้มาจากชายหาดต่างๆ ในประเทศไทย อีกหนึ่งผนังที่โดดเด่นของบูติคแห่งนี้ คือ ผนังที่บุด้วยเชิงผ้าซิ่นทอดิ้นทองอย่าง ผ้า yenrabeb, zarbaft และ damask ที่เป็นที่นิยมในประเทศไทยมาตั้งแต่สมัยอยุธยา ช่วงปีค.ศ.1350-1767 ผ้าเหล่านี้เป็นผ้าที่ทอขึ้นจากดิ้นทอง สะท้อนความงดงามของโลหะมีค่าที่หรูหราแวววาว โดยแต่เดิมใช้เฉพาะในราชสำนักเท่านั้น

นอกจากการตกแต่งที่นำสถาปัตยกรรมไทยร่วมสมัยผสานกับสไตล์คลาสสิกของคาร์เทียร์แล้ว งานศิลปะและเครื่องตกแต่งในบูติคนี้ แต่ละชิ้นยังแฝงไปด้วยความหมายอันงดงาม ไม่ว่าจะเป็น ตู้หนังสือที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากตู้พระไตรปิฎกจากรัชสมัยของ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งถือเป็นยุคแห่งการนำพาประเทศไทยสู่ความทันสมัย มีการส่งพระราชโอรสและพระราชธิดาไปศึกษาต่อในยุโรป ตลอดจนเดินหน้าสานสัมพันธไมตรีอันแน่นแฟ้นกับประเทศในแถบยุโรปอีกด้วย ตู้หนังสือนี้จึงสะท้อนถึงการศึกษาเพื่อพัฒนาประเทศและกระแสความเปลี่ยนแปลงที่เข้าสู่ราชอาณาจักรไทยในสมัยนั้น ตลอดจนอิทธิพลต่างๆ ที่มีผลต่อประเทศไทยในปัจจุบัน รวมถึงแจกันที่ทำจากลูกปัดโบราณ หรือเครื่องทองเหลืองประดับที่มีพื้นผิวทองขยุ้มเหมือนแผ่นทองคำเปลวที่ชาวพุทธบรรจงติดลงบนผิวโลหะของพระพุทธรูป รูปปั้นที่แลดูคล้ายกับช่อฟ้า โคมไฟที่สวยงามด้วยเทคนิคกระจกตัด หรือการจำลองราวบันไดลูกกลึงสมัยโบราณ ไปจนถึงโคมไฟแชนดาเลียรูปดอกบัว ประตูโค้งที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากวัดวาอาราม ไปจนถึงเครื่องเรือนที่บุด้วยผ้าไหมไทยไม่ว่าจะเป็นผนังหรือโซฟา

บูติคคาร์เทียร์ ณ ศูนย์การค้าไอคอนสยาม โดดเด่นด้วย çade ภายนอกที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเหลี่ยมเพชร ที่สะท้อนถึงความเชี่ยวชาญในการรังสรรค์เครื่องประดับและอัญมณีของ คาร์เทียร์ ดังที่พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7 แห่งสหราชอาณาจักรได้กล่าวไว้ว่า “คาร์เทียร์คือราชาแห่งผู้รังสรรค์เครื่องประดับและคือเครื่องประดับที่คู่ควรแด่องค์ราชา (Cartier is the king of jewelers and jewelers ofkings.)” บนพื้นที่รวมมากกว่า 300 ตารางเมตร บูติคคาร์เทียร์แห่งนี้เป็น 1 ใน10 บูติคแรกของโลกที่มีการตกแต่งแบบสถาปัตยกรรมร่วม โดยตกแต่งอย่างเรียบหรู คลาสสิกไร้กาลเวลาและผสมผสานวัฒนธรรมของท้องถิ่นไว้อย่างแยบยล

บูติคคาร์เทียร์สาขาไอคอนสยาม (ICONSIAM) ตั้งอยู่บนชั้น M ศูนย์การค้าไอคอนสยาม ถ.เจริญนคร กรุงเทพมหานคร เวลาเปิดทำการ 11.00-20.00 น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร.02-2880777

เทศกาล DesignNation 2019

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/453976

news_default

เทศกาล DesignNation 2019

วันศุกร์ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

เมื่อพื้นที่ใจกลางย่านสยาม ถูกปลุกให้กลายเป็นแลนด์มาร์คแห่งการแสดงผลงานด้านดีไซน์และศิลปะ เทศกาลแสดงผลงานออกแบบและศิลปะสร้างสรรค์ครั้งยิ่งใหญ่ “DesignNation 2019” จัดขึ้นภายใต้แรงบันดาลใจจากแนวคิด “Futurizing the City” ภายในงานเต็มไปด้วยเรื่องราวที่น่าสนใจมากมาย มีเป้าหมายสำคัญเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงในตลาดผู้ประกอบการด้านดีไซน์และศิลปะให้เกิดขึ้น พร้อมทั้งสนับสนุนผู้ประกอบการและนักออกแบบไทยรุ่นใหม่ในการแสดงศักยภาพด้านสร้างสรรค์และสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าและบริการของตนเอง ผ่านกิจกรรมรูปแบบต่างๆ ครอบคลุมพื้นที่ใจกลางย่านสยาม

ประธาน ธีระธาดา ผู้อำนวยการเทศกาล DesignNation กล่าวว่า แม้ว่า DesignNation 2019 อาจจะเป็นชื่องานใหม่ยังไม่คุ้นหู แต่ทีมงานทั้งหมดมีประสบการณ์จากเทศกาลออกแบบบางกอก (Bangkok Design Festival) ซึ่งจัดมาตั้งแต่ปี 2550 เป็นอย่างดี โดยครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มพันธมิตรพลังสยาม (Siam Synergy) นอกจากนี้ ในงานยังมีการเปิดตัวพื้นที่ชุมชนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ออนไลน์ http://www.designnation.net ซึ่งจะทำหน้าที่เป็น Market Place สำหรับผู้ประกอบการและนักออกแบบควบคู่ไปกับการจัดแสดงผลงานในเทศกาล DesignNation 2019 ระหว่างนี้จนถึงวันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 ณ ย่านสยาม ครอบคลุมพื้นที่ เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ (MBK หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) ลิโด้คอนเน็คท์ (Lido Connect) สยามสแควร์(Siam Square) และพื้นที่วันสยาม (OneSiam)

‘เอเพ็กซ์ เมดิคอล เซ็นเตอร์’เปิดตัวเอเพ็กซ์ สลิม ดูแลเรือนร่างให้ Fit Firm Fresh โดยแพทย์ระดับโลก

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/453837

‘เอเพ็กซ์ เมดิคอล เซ็นเตอร์’เปิดตัวเอเพ็กซ์ สลิม ดูแลเรือนร่างให้ Fit Firm Fresh โดยแพทย์ระดับโลก

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 08.43 น.

เอเพ็กซ์ เมดิคอล เซ็นเตอร์”บุกตลาด BODY เปิดตัว “เอเพ็กซ์ สลิม” มุ่งให้บริการดูแลเรือนร่างให้ Fit Firm Fresh โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและเทคโนโลยีระดับโลก

“เอเพ็กซ์ เมดิคอล เซ็นเตอร์” รุกเปิด “เอเพ็กซ์ สลิม” สาขาในโครงการเวลาหลังสวน มุ่งให้บริการกลุ่มลูกค้าผู้ใส่ใจดูแลสัดส่วนและเรือนร่าง ชูจุดแข็ง ดูแลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเทคโนโลยีระดับโลก “ลดจริง ลดเร็ว ไม่โทรม” สามารถช่วยลดน้ำหนัก “สัปดาห์ละ 1 กิโล” เห็นผลชัดเจนในเวลาที่รวดเร็ว ไม่มีโยโย่เอฟเฟค และปลอดภัยไร้ผลข้างเคียง ภายใต้แนวคิด Fit Firm Fresh

พญ. นันทภัทร์ สุภาพรรณชาติ ผู้ก่อตั้ง เอเพ็กซ์ สลิม [Apex Slim]  และ เอเพ็กซ์ เมดิคอล เซ็นเตอร์ [Apex Medical Center] กล่าวว่า เอเพ็กซ์ ในฐานะผู้นำนวัตกรรมความงาม ผิวพรรณ การดูแลเรือนร่างสัดส่วน และการปลูกผม ได้รับการยกย่องให้เป็นอันดับ 1 ในการรักษาด้วยเครื่องมือระดับโลก ได้เปิดให้บริการ “เอเพ็กซ์ สลิม” สาขาใหม่ในโครงการเวลาหลังสวน เพื่อให้บริการปรึกษาและดูแลสัดส่วนรูปร่างให้กับกลุ่มคนรุ่นใหม่ ผู้ใส่ใจสุขภาพและความงาม โดยอยู่ภายในการดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเทคโนโลยีระดับโลก

“เอเพ็กซ์ สลิม” มีความรู้และเชี่ยวชาญในการออกแบบ โปรแกรมลดน้ำหนักและลดสัดส่วน โดยคำนึงถึงปัญหาเฉพาะบุคคลเป็นหลัก พร้อมกับใช้เทคโนโลยีวิเคราะห์ปัญหาและสลายไขมันที่ทันสมัย ทำให้สามารถวางแผนผสมผสานเทคโนโลยีทั้งการกำจัดไขมัน การกระชับสัดส่วน และเร่งการเผาผลาญ ตลอดจนนวัตกรรมที่ช่วยในการควบคุมอาหารเพื่อการแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด ผลที่ตามมาคือ ช่วยให้สัดส่วนและเรือนร่างกลับมาสวยได้อย่างเห็นผลชัดเจนในเวลาอันรวดเร็ว ทั้งนี้ ไร้ผลโยโย่เอฟเฟคและผลข้างเคียงต่างๆ ที่ทำให้ร่างกายดูโทรม ลูกค้ามั่นใจได้ในความปลอดภัยและได้สุขภาพดีอย่างแน่นอน

นวัตกรรมเทคโนโลยีที่ เอเพ็กซ์ สลิม  นำมาใช้ในการดูแลสัดส่วนและเรือนร่าง คือ เทคโนโลยีระดับ U.S. FDA Approved สำหรับ การดูแลและให้บริการที่เป็นจุดแข็งของ เอเพ็กซ์ สลิม คือ การดูแลอย่างดีจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารงานของ เอเพ็กซ์ เมดิคอล เซ็นเตอร์ ศูนย์การแพทย์เพื่อสุขภาพและความงาม ที่ประสบการณ์ยาวนานกว่า 20 ปี มีขนาดใหญ่ระดับต้นๆ ของเอเชีย อีกทั้ง ยังเป็นที่ยอมรับและเชื่อถือในระดับนานาชาติ การันตีผลการรักษาด้วยรางวัลระดับโลกอาทิ Global Health Awards ในปี 2018 และ 2019 รวม 2 ปีซ้อนติดต่อกัน ยิ่งไปกว่านั้น ยังได้รับมาตรฐานความปลอดภัยในระดับนานาชาติ JCI ลดสัดส่วนด้วยนวัตกรรมระดับโลก โดยไม่ต้องผ่าตัดและได้รับความนิยมมากที่สุดของโลก จึงมั่นใจได้ว่า ลดจริง ลดเร็ว ปลอดภัยไม่โทรม ไม่โยโย่  การันตีด้วยรางวัลระดับโลกมากมาย

ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดได้ที่ https://www.facebook.com/ApexSlim/ และ https://www.apexmedicalcenter.co.th   หรือ โทร.095-102-8585 , Line : @apexslim