ลอยกระทงดอกไม้สดปลอดสาร

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/451974

news_default

ลอยกระทงดอกไม้สดปลอดสาร

วันพุธ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

อ.มัลลิการ์ ร่วมสืบสานประเพณีลอยกระทง ประเพณีที่ดีงามของไทยตั้งแต่สมัยสุโขทัย พร้อมรำลึกถึงพระคุณของพระแม่คงคา ที่ได้ให้สายน้ำใสเย็นฉ่ำมาช่วยหล่อเลี้ยงมนุษย์และสรรพชีวิตให้ดำเนินไปด้วยความร่มเย็นสดชื่นด้วยการมอบกระทงปลอดสาร ที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ อาทิ หยวกกล้วย ใบตอง รวมถึงดอกไม้สดของไทย ทั้งมะลิบานไม่รู้ไรย กุหลาบมอญ กล้วยไม้สดซึ่งปลูกจากสวนสาระพรรณ สวนเกษตรอินทรีย์ปลอดสารพิษ จาก จ.ลพบุรี และที่ปลูกในร้านอาหาร
ในเครือ อ.มัลลิการ์ ซึ่งเป็นวัสดุธรรมชาติที่ย่อยสลายได้ ไม่เป็นพิษกับสิ่งแวดล้อม สำหรับลูกค้าที่มาอิ่มอร่อยกับสารพันเมนูคุณภาพ ที่ ร้าน อ.มัลลิการ์เกษตร-นวมินทร์ และเรือนมัลลิการ์ สุขุมวิท 22 ในวันจันทร์ที่ 11 พฤศจิกายน 2562 ตั้งแต่ 18.00 น. เป็นต้นไป สอบถามรายละเอียดได้ที่ ร้าน อ.มัลลิการ์ โทร.02-9461000 หรือ 084-0883759 หรือที่ Facebook http://www.facebook.com/AjarnMallika ร้านเรือนมัลลิการ์ Tel.02-6633211 หรือ 084-0883755 หรือ Facebook:http://www.facebook.com/RuenMallika

เชิญเที่ยวงานประเพณีลอยกระทง ‘เผาเทียนเล่นไฟจังหวัดสุโขทัย’ครั้งที่ 43

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/451966

news_default

เชิญเที่ยวงานประเพณีลอยกระทง ‘เผาเทียนเล่นไฟจังหวัดสุโขทัย’ครั้งที่ 43

วันอังคาร ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 15.49 น.

ขอเชิญเที่ยว”งานประเพณีลอยกระทง เผาเทียนเล่นไฟจังหวัดสุโขทัย ประจำปี 2562“ครั้งที่ 43   ตั้งแต่วันนี้ 2 พ.ย. ถึงวันจันทร์ที่ 11 พฤศจิกายน ณ บริเวณอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยโดยงานนี้นาย ไมตรี ไตรติลานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัด สุโขทัยได้กล่าวว่า

“เราจะร่วมรับรุ่งอรุณแห่งความสุขก่อนแสงพระ อาทิตย์แรกของวันลอยกระทงร่วมทำบุญตักบาตร บวงสรวง บูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า  ชมขบวนแห่งโคมพระประทีปไฟพระฤกษ์ โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองศ์พระราชทานไฟพระฤกษ์และโคมพระประทีป ชมการแสดงกระบี่กระบอง ละครเล็ก  ละครชาตรี กล่าวถึงตำนานของ ท้าวศรีจุฬาลักษณ์  คือ  นางนพมาศ ย้อนอดีตเมื่อ 700 กว่าปี จากนักแสดงมืออาชีพกว่า300ชีวิต ชมโบราณสถานมรดกโลกทางวัฒนธรรม ที่ยิ่งใหญ่สัมผัสประสบการณ์มนต์เสน่ห์ของจังหวัด สุโขทัย ราชธานีแห่งแรกของประเทศไทยชมขบวนแห่วันเพ็ญเดือนสิบสอง การประกวดกระทง ประกวดนางนพมาศ ส่วนไฮไลท์สำคัญของงานจะเป็นการแสดงพลุ ตะไล ไฟพะเนียงที่สวยงามดุจดั่งต้องมนตร์สะกดกว่า 20,000ลูก โดยใช้เวลาเพียงใน45นาที ชมขบวนแห่ กระทงถึง 9 อำเภอ อย่างน้อย13ขบวน  มางานเดียวจะรู้จักทั้งจังหวัดสุโขทัยทั้งจังหวัด”

การแสดงมีทุกคืนวันละ1รอบ เวลา 19.30 น. เริ่มตั้งแต่วันนี้ส่วนในวันลอยกระทงจันทร์ที่11 พ.ย. เพิ่มรอบพิเศษ  สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานจังหวัดสุโขทัยสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานจังหวัดสุโขทัย055 -611-619ได้แล้ววันนี้

‘แน็ก ชาลี’สลัดลุคหนุ่มติสท์มาดเซอร์ ถ่ายแฟชั่นเซต ให้แบรนด์เสื้อผ้าชื่อดัง GQ คอลเลคชั่น GQWhite™

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/451848

‘แน็ก ชาลี’สลัดลุคหนุ่มติสท์มาดเซอร์ ถ่ายแฟชั่นเซต ให้แบรนด์เสื้อผ้าชื่อดัง GQ คอลเลคชั่น GQWhite™

วันอังคาร ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 10.27 น.
แบรนด์เสื้อผ้าชื่อดัง GQ  ทำเซอร์ไพรส์เหล่าแฟนคลับของพระเอกสายติสท์ “แน็ก-ชาลี ไตรรัตน์” ให้ใจละลาย ด้วยการเปลี่ยนลุค แน็ก สลัดคราบเซอร์มาเป็นหนุ่มสุดคูล ด้วยเสื้อเชิ้ตคอลเลคชั่นใหม่ GQWhite™ ที่สุดของเสื้อ ที่มาพร้อมกับ 12 ฟีเจอร์เด็ด ขอบอกเลยว่างานนี้ “แน็ก ชาลี” ถ่ายทอดอารมณ์ในมาดนายแบบมาดเข้มออกมาได้อย่างลงตัว

ติดตามข่าวสาร อัพเดทสินค้าใหม่และโปรโมชั่นพิเศษก่อนใคร หรือสั่งซื้อทางออนไลน์ได้ที่ GQWhite™ ไม่ต้องกังวลเรื่องไซส์ เพราะจีคิวมีบริการให้ส่งสินค้าคืนได้ในระยะเวลา 365 วัน สำหรับการสั่งซื้อออนไลน์

นายกรัฐมนตรี ปิดการประชุมสุดยอดผู้นำสตรีด้านธุรกิจ ชื่นชมเครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียน ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของสตรีในทุกมิติ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/451719

นายกรัฐมนตรี ปิดการประชุมสุดยอดผู้นำสตรีด้านธุรกิจ ชื่นชมเครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียน ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของสตรีในทุกมิติ

วันอังคาร ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ฯพณฯ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีปิดการประชุมสุดยอดผู้นำสตรีด้านธุรกิจ Women CEOs Summit 2019 (AWEN) ในหัวข้อ Globalization 4.0 and Beyond : Shaping the Future of Women Enterprises (การกำหนดทิศทาง ธุรกิจสตรี ก้าวล้ำ…สหัสวรรษ 4.0) ครั้งแรกในอาเซียน และรับฟังผลสรุปจากการประชุมในประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสตรีของอาเซียน โดยมี คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล ประธานเครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียนสากล (AWEN) พร้อมด้วยผู้นำสตรีด้านธุรกิจ (CEO) ของประเทศในอาเซียน 10 ประเทศ และประเทศนอกกลุ่มอาเซียน ร่วมประชุม ณ ห้องแกรนด์ บอลรูม โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ

ในพิธีปิดงาน Women CEOs Summit 2019 ฯพณฯ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้แสดงความยินดีต่อเครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียน และ คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล ในการดำรงตำแหน่งประธานเครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียนสากล วาระปี 2561-2563 ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมเครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียน และพิธีมอบรางวัลผู้ประกอบการสตรีที่มีผลงานโดดเด่นแห่งอาเซียน เมื่อเดือนมิถุนายน 2562 ที่ผ่านมา รวมถึงการจัดประชุมสุดยอดสตรีนักบริหารในครั้งนี้ พร้อมแสดงความชื่นชมการดำเนินงานของเครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียนที่ร่วมสนับสนุนแนวคิดหลัก “ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน” ในวาระการดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนของไทย เพื่อสร้างเครือข่ายซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างประชาคมอาเซียนที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง และร่วมกันขับเคลื่อนอาเซียนไปสู่อนาคต โดยไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง

ฯพณฯ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หัวข้อหลักของการประชุม คือ “การกำหนดทิศทาง ธุรกิจสตรี ก้าวล้ำ…สหัสวรรษ 4.0” มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับพลวัตในโลกปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งทุกภาคส่วนต้องร่วมมือร่วมใจกันเพื่อรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ ในระดับอาเซียนมีผลงานในการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ ส่งเสริมศักยภาพทางเศรษฐกิจของสตรี และการมีส่วนร่วมของสตรีในทุกมิติ โดย ฯพณฯ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะประธานอาเซียน ได้มีโอกาสร่วมกับผู้นำอาเซียนในการรับรองเอกสารวาระการดำเนินงานในการสร้างความตระหนักในเรื่องการส่งเสริมขีดความสามารถทางเศรษฐกิจของสตรีในอาเซียน ในช่วงการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 เพื่อส่งเสริมขีดความสามารถทางเศรษฐกิจของสตรีในอาเซียนโดยการใช้นวัตกรรม เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร การทำธุรกิจแบบครอบคลุม การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การเพิ่มจำนวนสตรีในระดับ
ผู้บริหาร

สำหรับประเทศไทยได้กำหนดนโยบายที่ให้ความสำคัญต่อการลดความเหลื่อมล้ำของสังคมผ่านยุทธศาสตร์พัฒนาสตรี พ.ศ.2560–2564 นอกจากนี้ การเปิดโอกาสการเข้าถึงการเรียนรู้และพัฒนาทักษะในยุคดิจิทัล โดยได้มีความร่วมมือกับองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) จัดโครงการเตรียมความพร้อมและพัฒนาบุคลากรสตรีสาขาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ รวมถึงส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งเงินทุนสำหรับประกอบอาชีพ โดยมีการจัดตั้งกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีและกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน ส่งผลให้ประเทศไทยมีสัดส่วนของธุรกิจที่มีผู้หญิงเป็นเจ้าของกิจการถึง ร้อยละ 25.2 หรือจัดอยู่ในลำดับที่ 25 ของโลก ทั้งนี้ การดำเนินการในระดับประเทศและระดับภูมิภาคล้วนเชื่อมโยงกับเป้าหมายใหญ่ของโลก ซึ่งก็คือการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ.2030 ของสหประชาชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวกับสตรี คือ เป้าหมายที่ 5 ได้แก่ การบรรลุความเสมอภาคระหว่างเพศ และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับผู้หญิงและเด็กหญิงทุกคน

ในโอกาสนี้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ขอให้ทุกภาคส่วน รวมทั้งเรียกร้องให้ฝ่ายชายร่วมกันสนับสนุนและส่งเสริมบทบาทของสตรี ในลักษณะการ “เติมเต็ม”ซึ่งกันและกัน โดยสร้างทัศนคติที่ดีในสังคม ให้มีความเท่าเทียมระหว่างหญิงชาย และมีความเสมอภาคทางการเมือง เศรษฐกิจและสังคม เพื่อให้พลังสตรีมีส่วนร่วมในมิติต่างๆ ของการพัฒนาอย่างยั่งยืน อย่างเต็มศักยภาพ มีศักดิ์ศรี และทัดเทียมกัน นอกจากนี้ ในการประชุมยังได้หารือในประเด็นเรื่องการสร้างความตระหนักถึงโอกาสและความท้าทายของการเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดด เพื่อให้ภาคเอกชน ภาครัฐ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย มีความรู้เท่าทันและสามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็วและรัดกุม ทั้งในแง่ของการวางยุทธศาสตร์และการกำหนดนโยบายต่างๆ ซึ่งมีความจำเป็นเร่งด่วนที่ทุกภาคส่วน ทุกเพศ ทุกวัยจะต้องร่วมมือร่วมใจกันอย่างเข้มแข็ง

ท้ายที่สุด ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ได้แสดงความขอบคุณการประชุมครั้งนี้ที่ยืนยันถึงความสำคัญของบทบาทของผู้หญิงและเด็กหญิงในการร่วมกำหนดอนาคตของเราทุกคนอย่างยั่งยืน และหวังว่าทุกฝ่ายจะนำผลจากการประชุมในครั้งนี้ ไปต่อยอดและใช้ประโยชน์ต่อไป

ปวดไหล่ ยกแขนขึ้นไม่สุด สัญญาณเตือน กระดูกงอกทับเอ็นข้อไหล่ โรคใกล้ตัววัย 50+

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/451711

ปวดไหล่ ยกแขนขึ้นไม่สุด สัญญาณเตือน กระดูกงอกทับเอ็นข้อไหล่ โรคใกล้ตัววัย 50+

วันอังคาร ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น มักเกิดปัญหาเกี่ยวกับข้อตามมา ร่างกายเกิดความเสื่อม หรือมีความเสียหายเกิดขึ้นกับข้อ เช่น ข้อแตก ข้อหัก ร่างกายจะดึงแคลเซียมออกมาเพื่อไปซ่อมแซมกระดูกส่วนที่เสื่อมนั้น อาทิ บริเวณข้อต่างๆ รวมถึงข้อไหล่ จนเกิดเป็นหินปูนหรือแคลเซียมเกาะกระดูก ส่งผลให้กลายเป็นกระดูกงอกทับเส้นเอ็นข้อไหล่ ทำให้เกิดความเจ็บปวดทรมาน ซึ่งหากมีความผิดปกตินี้เกิดขึ้นที่บริเวณข้อไหล่ อย่าวางใจปล่อยทิ้งไว้ เพราะจะทำให้การดำเนินชีวิตประจำวันลำบากมากขึ้น ควรพบแพทย์เพื่อเร่งรักษา

น.ท.นายแพทย์พรเทพ ม้ามณี ศัลยแพทย์ด้านการผ่าตัดผ่านกล้องข้อเข่าและข้อไหล่ และแพทย์เวชศาสตร์การกีฬาผู้อำนวยการสถาบันเวชศาสตร์การกีฬาและออกกำลังกาย (BASEM) โรงพยาบาลกรุงเทพ หรือศูนย์เพื่อความเป็นเลิศทางการแพทย์ของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) หรือ FIFA MEDICAL CENTRE OF EXCELLENCE กล่าวเบื้องต้นว่า อาการปวดไหล่ เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยและเกิดได้จากหลายสาเหตุ โดยสาเหตุของอาการปวดอาจเกิดจากปัญหาโครงสร้างของข้อไหล่เอง หรือจากภาวะข้อไหล่ไม่มั่นคง (Instability pain) หรืออาการปวดต่างที่ (Referred pain) เช่น จากกระดูกต้นคอ ทรวงอก หรือในช่องท้อง ซึ่งอาการปวดในแต่ละโรคอาจเหมือนกันหรือแตกต่างกันก็ได้ แต่สาเหตุที่พบบ่อยของอาการปวดไหล่ ได้แก่ ข้อไหล่ติด(Frozen shoulder) ข้อไหล่หลุด (Shoulder instability) ข้ออักเสบ (Arthritis) ภาวะเส้นเอ็นหัวไหล่ฉีก (Rotator cuff tear) และกระดูกงอกทับเส้นเอ็นข้อไหล่ (Impingement syndrome) เป็นต้น ทั้งนี้ โรคกระดูกงอก สามารถเกิดขึ้นได้ตามธรรมชาติ เมื่อกระดูกเกิดความเสื่อม แตก หัก ซึ่งร่างกายจะนำแคลเซียมไปซ่อมแซมและทำให้กระดูกนั้นๆ เกิดเป็นแคลเซียมที่ผิดธรรมชาติ ที่เรียกว่า
กระดูกงอก ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้กับกระดูกทุกส่วนในร่างกาย

ทั้งนี้ กระดูกงอกทับเอ็นข้อไหล่ (Impingement syndrome) และภาวะหินปูนเกาะเส้นเอ็น (Calcific Tendonitis)
สาเหตุเกิดได้จาก 1.ความเสื่อมของร่างกายและข้อไหล่ เนื่องจากเมื่อสูงอายุร่างกายจะเกิดความเสื่อมรวมถึงกระดูกที่มีโอกาสเกิดการสึกหรอ ร่างกายสร้างหินปูนขึ้นมาจับและพอกขึ้นจนเป็นกระดูกงอก โดยหินปูนจะงอกออกมาจากกระดูกปกติ แล้วมากดเบียดเส้นเอ็นที่อยู่ด้านล่างของกระดูก ซึ่งพบมากในกลุ่มอายุ 50 ปีขึ้นไป 2.สาเหตุจากการใช้งาน เช่น การทำงานที่ส่งผลกระทบต่อข้อไหล่มากๆ จนทำให้เอ็นที่เกาะกล้ามเนื้อฉีกขาดและไม่ได้รับการรักษา ร่างกายจึงพยายามสร้างหินปูนมาเชื่อมบริเวณที่บาดเจ็บ ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง และการเล่นกีฬาที่ต้องใช้ข้อไหล่มากๆ เช่น การเล่นเวท เทนนิส แบดมินตัน เป็นต้น

ภาวะเส้นเอ็นหัวไหล่ฉีก (Rotator cuff tear) เกิดจากการเสียดสีกันระหว่างเส้นเอ็นหุ้มข้อไหล่กับปลายกระดูกสะบัก ขณะที่ยกแขนขึ้นเหนือศีรษะบ่อยๆ จึงทำให้เกิดอาการปวด แบบเป็นๆ หายๆ ยิ่งขณะยกแขนขึ้นสูงหรือกางแขนออก ผลที่ตามมาคือจะมีการเสื่อมสภาพของเส้นเอ็น จนท้ายสุดอาจทำให้เส้นเอ็นหุ้มข้อไหล่ฉีกขาดได้ โดยช่วงแรกผู้ป่วยจะมีอาการปวดบริเวณไหล่ด้านหน้าและด้านข้าง ส่วนมากจะมีประวัติปวดไหล่เวลากลางคืน และปวดมากเวลานอนตะแคงทับแขนด้านที่มีอาการ ในระยะที่รุนแรงจะพบเส้นเอ็นฉีกขาดร่วมด้วย ทำให้แขนอ่อนแรง ยกแขนขึ้นได้ลำบาก

ขณะที่โรคข้อไหล่ติด (Frozen shoulder) พบมากในช่วงอายุ 50-60 ปี พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย สาเหตุเกิดจากการอักเสบของเยื่อหุ้มข้อไหล่ แล้วเกิดผังผืดในข้อไหล่ ทำให้ข้อไหล่ขยับได้น้อยลง พบบ่อยในกรณีที่กระดูกหักบริเวณแขน ทำให้ผู้ป่วยขยับแขนได้ลดลง ซึ่งทั้งสองภาวะนี้ผู้ป่วยจะมาด้วยอาการปวดข้อไหล่ที่คล้ายคลึงกัน จนไม่สามารถไขว้มือไปด้านหลังได้สุด ติดตะขอด้านหลังไม่ได้ ทำกิจวัตรประจำวันได้อย่างยากลำบาก จึงควรพบแพทย์เฉพาะทางด้านข้อไหล่เพื่อตรวจวินิจฉัยแยกโรคว่าเกิดจากความผิดปกติใด

การรักษาเริ่มแรก แพทย์จะทำการวินิจฉัยโรคจากอาการ การซักประวัติและตรวจร่างกาย ร่วมกับการตรวจแบบอื่นเพื่อยืนยันการวินิจฉัย เช่น ตรวจเอกซเรย์เพื่อดูความผิดปกติของกระดูก หรือตรวจ MRI เพื่อวินิจฉัยภาวะเสื่อมหรือการขาดของเส้นเอ็นบริเวณไหล่ และยังสามารถให้รายละเอียดของกระดูกอ่อนและเนื้อเยื่อรอบข้อไหล่ได้ดี โดยแบ่งการรักษาออกเป็น 2 รูปแบบใหญ่ๆ คือ 1.ไม่ต้องผ่าตัด สำหรับกรณีที่ผู้ป่วยมีกระดูกงอกทับเอ็นข้อไหล่ในระยะเริ่มต้น และไม่มีอาการของข้อไหล่ฉีกขาดร่วมด้วย โดยจะใช้วิธีทานยา ฉีดยา หรือทำกายภาพบำบัด ร่วมกับลดกิจกรรมที่กระทำต่อข้อไหล่ ออกกำลังกายเพื่อป้องกันภาวะกล้ามเนื้อฝ่อตัวจากการไม่ได้ใช้งาน บางรายใช้เวลาในการรักษาไม่นาน บางรายรักษาไม่หายทนทรมานต่อความเจ็บปวด หากทำทุกวิธีแล้วยังไม่ดีขึ้นอาจต้องเข้ารับการผ่าตัด 2.การผ่าตัดผ่านกล้อง ปัจจุบันวิวัฒนาการทางด้านการแพทย์มีการพัฒนามากขึ้นทำให้การผ่าตัดไม่น่ากลัวเหมือนในอดีต เทคโนโลยีการรักษาด้วยการผ่าตัดผ่านกล้องจึงเข้ามามีบทบาทเป็นอย่างมาก การผ่าตัดผ่านกล้องแผลเล็ก (Minimally Invasive Surgery : MIS) ปัจจุบันถือป็นมาตรฐานการรักษาโรคข้อไหล่ที่ยอมรับทั่วโลก เหมาะสำหรับผู้ที่มีกระดูกงอกทับเอ็นข้อไหล่ ร่วมกับมีปัญหาเอ็นข้อไหล่ฉีกขาดร่วมด้วย ช่วยให้แผลผ่าตัดมีขนาดเล็กลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อข้างเคียง เสียเลือดน้อย โอกาสติดเชื้อหลังผ่าตัดต่ำและลดภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัดเปิดแบบในอดีต

เทคโนโลยี MIS ผ่าตัดผ่านกล้องยังสามารถกรอกระดูกที่งอกกดทับเอ็นข้อไหล่ ผ่าตัดแต่งเนื้อเอ็นที่ขาดให้เรียบ และเย็บซ่อมเอ็นหุ้มข้อไหล่ที่ฉีกขาด ถือเป็นการรักษาที่ต้นเหตุ โดยคนไข้สามารถทำกายภาพขยับไหล่ได้ตั้งแต่วันแรกหรือวันที่สองหลังผ่าตัด ลดการบาดเจ็บจากการผ่าตัดแบบดั้งเดิมที่ต้องเปิดแผลกว้างเพื่อเข้าไปเย็บเส้นเอ็นเล็กๆ เส้นเดียวที่หัวไหล่ ซึ่งกว่าแผลจะหายและคนไข้เริ่มขยับได้ต้องใช้เวลานานนับสัปดาห์ ขณะที่การผ่าตัดผ่านกล้องจะเป็นเพียงการเจาะรูเล็กๆ เพื่อส่องกล้องเข้าไปกรอกระดูกที่งอกบริเวณที่เกิดปัญหาได้อย่างตรงจุด คนไข้รักษาตัวในโรงพยาบาลไม่นาน ฟื้นตัวไว ข้อไหล่กลับมาเคลื่อนไหวได้อีกครั้ง นอกจากนี้ ยังมีการรักษาด้วยคลื่นกระแทกความถึ่สูง (Radial shockwave) เป็นเครื่องบำบัดรักษาอาการเจ็บปวดจากการอักเสบและมีการสะสมของหินปูนที่เอ็นกล้ามเนื้อไหล่ เพิ่มประสิทธิภาพในการสลายแคลเซียม และเพิ่มกระบวนการไหลเวียนเลือด คลื่นกระแทกสามารถส่งผ่านจากภายนอกร่างกายเข้าไปยังตำแหน่งเป้าหมาย ซึ่งนอกจากจะช่วยทำให้กล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อบริเวณไหล่แข็งแรงแล้ว ยังช่วยลดการอักเสบ และเพิ่มพิสัยการเคลื่อนไหวข้อไหล่ให้กลับมาใกล้เคียงปกติได้เร็วขึ้น

อย่างไรก็ตาม เราสามารถป้องกันเพื่อลดการเกิดภาวะกระดูกงอกทับเส้นเอ็นข้อไหล่ได้โดย 1.ไม่ปล่อยให้น้ำหนักตัวมากเกินไป ซึ่งจะส่งผลไปถึงข้อต่างๆ 2.รับประทานอาหารให้ถูกสัดส่วน โดยเฉพาะโปรตีน พืชผัก ผลไม้ 3.ออกกำลังกายสม่ำเสมอ แต่ไม่ควรออกกำลังกายแบบเต้นหรือแกว่งแขนไปมา เนื่องจากอาจทำให้เอ็นข้อไหล่ทำงานมากขึ้นเกิดการอักเสบหรืออาจฉีกขาดได้ สำหรับการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับผู้ที่มีน้ำหนักมากหรือผู้สูงอายุคือ การเดินไปมาพอให้มีเหงื่อออกประมาณ 15 นาที การบริหารยืดข้อไหล่อย่างช้าๆ และยืดให้สุดจะช่วยเพิ่มพิสัยในการเคลื่อนไหวข้อไหล่ได้ดีขึ้น เช่น การใช้มือไต่ผนัง การรำกระบอง รำมวยจีนเป็นต้น หรือในกรณีที่เป็นนักกีฬาก็จะมีเทคนิคในการวอร์มอัพร่างกายของกีฬาแต่ละชนิด ซึ่งควรปฏิบัติให้ถูกต้องในระยะเวลาพอสมควรอย่างสม่ำเสมอ อย่างไรก็ตาม หากรู้สึกปวดข้อไหล่ ควรพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรักษา ป้องกันไม่ให้เกิดการบาดเจ็บเรื้อรังที่อาจจะเกิดขึ้นได้

‘เกรซ-นรินทร’พร้อมแล้วกับการประกวดมิสเวิลด์ที่อังกฤษ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/451718

news_default

‘เกรซ-นรินทร’พร้อมแล้วกับการประกวดมิสเวิลด์ที่อังกฤษ

วันอังคาร ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

เตรียมลั่นระฆังรบ สำหรับสาวไทย เมื่อกองประกวดมิสเวิลด์ ปล่อยภาพพอทเทรต (portrait) สวยๆ ของสาวงามจากประเทศต่างๆ ออกมาประชันโฉมกันคึกคักอย่างเป็นทางการแล้ว ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ และแน่นอนหนึ่งในนั้นย่อมมีภาพชุดสุดแซ่บของสาว “เกรซ-นรินทร ชฏาภัทรวรโชติ”มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2019 ตัวแทนจากประเทศไทยออกสู่สายตาแฟนนางงามทั่วโลกด้วย ส่วนใครจะได้คะแนนนิยมไปก่อน แฟนๆ อย่ารอช้าเพียงทุกคนเข้าไปกด Like กด Share ให้ตัวแทนประเทศของตนหรือคนที่ชื่นชอบแค่นั้นก็เป็นการจุดไฟนำทางหรือจุดพลุเปิดตัวให้ทั่วโลกได้รับรู้แล้ว ซึ่งเจ้าตัวฝากขอกำลังใจ
มาว่า

“เกรซจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นจะไม่มีคำว่าท้อหรือยอมแพ้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสิ่งที่เราทำจะนำไปสู่ผลงานที่ยอดเยี่ยมเพื่อความสุขของแฟนๆ ชาวไทยและชื่อเสียงของประเทศชาติ อย่างไรก็ฝากช่วยเชียร์เกรซด้วยนะคะ เพราะกำลังใจจากทุกคนคือพลังที่ส่งถึงเกรซจริงๆ ค่ะ”

นอกจากนี้แล้วความพร้อมในการประกวดรอบต่างๆ โดยเฉพาะหัวใจหลักของเวที คือ การทำโครงการจิตกุศล ( Beauty with a purpose) ยังมีแดนซ์ออฟเดอะเวิลด์ (Dance of the world) ทักษะนางแบบ (Top Model) ความสามารถพิเศษ (Top Talent)และความสามารถด้านกีฬา (Top Sport) รวมไปถึงการแข่งขัน Head to Head Challenge หรือการกล่าวสุนทรพจน์ให้จับใจผู้ชมนับเป็นสิ่งสำคัญที่จะเป็นคะแนนพาตัวแทนสาวไทยให้เข้าสู่รอบลึกๆ ได้ทั้งสิ้น

ฟังอย่างนี้แล้วแฟนๆ ชาวไทยไม่ควรพลาดร่วมส่งพลังและกำลังใจให้น้อง “เกรซ-นรินทร” ได้ที่ www.missworld.com หรือติดตามความเคลื่อนไหวต่างๆ ได้ทาง https://www.facebook.com/MissWorldThailand/

เสริมภูมิคุ้มกันด้วยนวัตกรรมขจัดเชื้อโรคในเครื่องใช้ไฟฟ้า

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/451709

เสริมภูมิคุ้มกันด้วยนวัตกรรมขจัดเชื้อโรคในเครื่องใช้ไฟฟ้า

วันอังคาร ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

เข้าสู่ไตรมาสสุดท้ายของปีกับช่วงปลายฤดูฝนที่มาพร้อมความชื้น ซึ่งอำนวยต่อการแพร่กระจายของเชื้อโรคเป็นอย่างดี นำมาซึ่งกลุ่มโรคที่พบบ่อย 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มโรคผิวหนัง กลุ่มโรคในระบบทางเดินอาหารและลำไส้ และโรคทางเดินหายใจ สำหรับวิธีการป้องกันโรคเหล่านี้ นอกจากการดูแลสุขภาพตัวเองให้ดี พยายามให้ห่างไกลจากการปนเปื้อนของเชื้อโรค ป้องกันการติดเชื้อโรคผ่านการสัมผัส การรับประทานอาหารที่ปนเปื้อน หรือการสูดอากาศที่ไม่สะอาดบริสุทธิ์ การดูแลข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ทั้งเสื้อผ้า อาหารการกิน หรือสภาพอากาศภายในบ้าน ให้ถูกสุขอนามัยและสะอาดอย่างแท้จริง ก็ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันได้อีกทาง

แอลจี ขอเสนอเคล็ดลับเพื่อช่วยพิจารณาว่าฟีเจอร์ต่างๆ ของเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านจะช่วยป้องกันจากโรคทั้ง 3 กลุ่มได้อย่างไร ดังนี้ กลุ่มโรคผิวหนัง เช่น โรคกลาก หิด เกลื้อน และผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง เป็นต้น เป็นโรคที่สามารถติดต่อผ่านการสัมผัสเชื้อเหล่านั้นโดยตรง โดยโรคหิดเป็นโรคที่สามารถติดต่อสู่คนผ่านการสัมผัสสิ่งของที่มีเชื้ออยู่ เช่น การสัมผัสเสื้อผ้า ผ้าเช็ดตัวหรือผ้าห่มของผู้ที่มีเชื้อหิด การทำความสะอาดเสื้อผ้าด้วยการอบผ้าและการซักผ้าโดยใช้ความร้อนสูงที่อุณหภูมิประมาณ 50-60 องศาเซลเซียส เป็นอุณหภูมิที่ได้รับการพิสูจน์ว่าสามารถฆ่าเชื้อหิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อใช้ทำความสะอาดผ้าเป็นเวลา 20-30 นาที โดยฟังก์ชั่น SteamTM ในเครื่องซักผ้าแอลจี TWINWashTM ซึ่งซักผ้าด้วยน้ำความร้อนสูงที่อุณหภูมิดังกล่าวและการอบผ้าด้วยฟังก์ชั่น Allergy Care ที่มีในเครื่องอบผ้าแอลจี DUAL Inverter Heat Pump™ ได้รับการรับรองโดยสถาบันชั้นนำอย่างสถาบันโรคภูมิแพ้แห่งประเทศอังกฤษ (British Allergy Foundation) จึงมั่นใจได้ว่าเสื้อผ้าของผู้ใช้งานจะสะอาดอย่างแท้จริง

กลุ่มโรคในระบบทางเดินอาหารและลำไส้ เช่น โรคท้องเดิน ท้องร่วง และอาหารเป็นพิษ เป็นต้น เกิดจากการรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำที่มีการปนเปื้อนของเชื้อจุลชีพที่ก่อให้เกิดโรคในระบบทางเดินอาหารที่ลำไส้ การรักษาและถนอมอาหารให้สดใหม่และสะอาดจึงเป็นสิ่งสำคัญ ตู้เย็นที่มีระบบฟอกอากาศจึงช่วยยับยั้งการเติบโตของเชื้อโรคในอาหารและน้ำดื่ม และยังรักษาความสดใหม่ของอาหารอีกด้วย ดังเช่นระบบฟอกอากาศ Hygiene Fresh+™ ที่มีในตู้เย็นแอลจี InstaView Door-in-Door™

กลุ่มโรคทางเดินหายใจ เช่น โรคหวัด ไข้หวัดใหญ่และปอดบวม เกิดขึ้นจากสภาพอากาศที่แปรปรวนเชื้อไวรัสและแบคทีเรียที่ปนเปื้อนอยู่ในอากาศชื้น การสร้างอากาศที่บริสุทธิ์ภายในบ้าน เสริมภูมิคุ้มกันในยามที่ต้องออกมา
นอกบ้าน จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ควรพิจารณา โดยเฉพาะในเด็กเล็กซึ่งมีภาวะภูมิคุ้มกันยังไม่เต็มร้อย ปัจจุบัน ผู้บริโภคมีทางเลือกมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเครื่องปรับอากาศที่มาพร้อมระบบฟอกอากาศ เช่น ในเครื่องปรับอากาศแอลจี DUALCOOL รุ่น IL หรือเครื่องฟอกอากาศที่มีประสิทธิภาพสูง สามารถดูดและกรองเชื้อโรคที่ปนเปื้อนในอากาศต่างๆ รวมถึงสารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้และฝุ่นละอองที่มีโมเลกุลขนาดเล็กถึง PM1.0 (1.0 ไมครอน) ซึ่งรวมถึงฝุ่นพิษ PM2.5 ที่ยังคงเป็นปัญหาที่ไร้มาตรการแก้ไขและป้องกันระยะยาวในปัจจุบัน อย่างที่มีในเครื่องฟอกอากาศแอลจี PuriCareTM ก็จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงยิ่งขึ้น นอกเหนือจากการรับประทานอาหารที่ถูกสุขอนามัย

นวัตกรรมด้านการขจัดเชื้อโรคและสารก่อภูมิแพ้ในเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านอย่างครบวงจร เป็นหนึ่งในความ
มุ่งมั่นที่แอลจียังคงให้ความสำคัญในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภค ตามสโลแกน“Innovation for a Better Life” หรือนวัตกรรมเพื่อชีวิตที่ดีกว่า ทั้งนี้ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ข้อมูลแอลจี 02-8785757 หรือ http://www.lg.com/th

‘เดิน วิ่ง การกุศลมูลนิธิทุนแพทย์เพื่อปวงประชา’ ณ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/451739

‘เดิน วิ่ง การกุศลมูลนิธิทุนแพทย์เพื่อปวงประชา’ ณ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี

วันอังคาร ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ผ่านพ้นไปอย่างน่าประทับใจสำหรับการจัดกิจกรรมเดิน วิ่ง การกุศลมูลนิธิทุนแพทย์เพื่อปวงประชา” ณ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี เมื่อวันอาทิตย์ที่ 27 ตุลาคม ที่ผ่านมาโดย มูลนิธิทุนแพทย์เพื่อปวงประชา จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดีด้วยการวิ่ง และเพื่อหาทุนซื้อเครื่องมือแพทย์มอบให้แก่โรงพยาบาลที่ขาดแคลนและนักศึกษาแพทย์ที่ขาดทุนทรัพย์ ตลอดจนนำไปใช้ในกิจกรรมของมูลนิธิฯ โดยประเภทกิจกรรมการเดิน วิ่งในครั้งนี้ มีดังนี้ ประเภท 3 กิโลเมตร ปล่อยตัวนักวิ่ง06.40 น., ประเภท 5 กิโลเมตร ปล่อยตัวนักวิ่ง06.40 น. และ ประเภท 10.5 กิโลเมตร ปล่อยตัวนักวิ่ง 06.00 น. ท่ามกลางนักวิ่งเข้าร่วมงานนี้อย่างคับคั่ง ผลการแข่งขัน ประเภท 10.5 กม. ชนะเลิศ ฝ่ายชายได้แก่ ร.ต.อ.รามรามเมศ มีอุตสาหะ จากสถานีตำรวจภูธรพัฒนานิคม จ.ลพบุรี ได้รับถ้วยรางวัลของ อนุทิน ชาญวีรกูลรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กระทรวงสาธารณสุขฝ่ายหญิง ได้แก่ จ่าสิบเอกหญิง ดวงเด่น มานพตาวีจากโรงพยาบาลอานันทมหิดล จ.ลพบุรี รับถ้วยรางวัลของ ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รมช.กระทรวงสาธารณสุข

สุรชัย สุทธิวรชัย ประธานมูลนิธิทุนแพทย์เพื่อปวงประชา เป็นประธานเปิดงาน เดิน วิ่ง การกุศลมูลนิธิทุนแพทย์เพื่อปวงประชา ณ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี โดยมี อานุภาพ ธีรณิศรานนท์ กรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ มูลนิธิฯ พร้อมด้วย
จริยา อินทรทูต, ดร.ภก.ชาญณรงค์ เตชะอังกูร, สุวรรณฉัตร พรหมชาติ,
 ดร.ชัยรัตน์ ประเสริฐล้ำ, ชัญญากานต์ คุ้มดี, ศศกร แผ่ดิลกกุล, สุจิตรา บุญชู และ ชลลดา ทองอุทัยศรี เป็นอาทิ เข้าร่วมเดิน วิ่ง ในครั้งนี้ด้วย

สุรชัย สุทธิวรชัย ประธานมูลนิธิทุนแพทย์เพื่อปวงประชา กล่าวว่า วัตถุประสงค์หลักของมูลนิธิผู้ป่วยแพทย์เพื่อปวงประชา จุดประสงค์หลักคือการช่วยเหลือครอบคลุมนักศึกษาแพทย์ที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ และต้องมีคุณธรรม ซึ่งในปัจจุบัน แพทย์ไทยนั้นไม่พอเพียงกับประชาชนทั่วไป และในอนาคตข้างหน้าประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่สังคมแห่งผู้สูงวัย ทางมูลนิธิฯ จึงเล็งเห็นว่าสิ่งที่จำเป็นต่อประชาชนผู้สูงวัย คือ นักศึกษาแพทย์ ซึ่งนักศึกษาแพทย์บางรายเกิดมาโชคดีมีสติปัญญาพร้อมที่จะเป็นนักศึกษาแพทย์ที่ดี แต่ก็ประสบปัญหาขาดแคลนทุนทรัพย์ มูลนิธิฯ จึงทำหน้าที่ส่งเสริมให้นักศึกษาแพทย์ให้เรียนจนจบการศึกษา ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญ เป็นกลไกส่วนหนึ่งเพื่อขับเคลื่อนกลไกในสังคมไทย และประชาชนให้มีคุณภาพและร่างกายที่ดีขึ้น หากทางมูลนิธิฯ พบเห็นนักศึกษาแพทย์ที่มีสติปัญญา ที่มีความรู้ ความสามารถสอบเข้าคณะแพทยศาสตร์ได้ แต่ประสบปัญหาทางด้านการเงิน หรือครอบครัวขาดแคลนไม่ว่าจะศึกษาอยู่ปีไหน มูลนิธิฯ ยินดีที่จะช่วยสนับสนุนการศึกษา สนับสนุนทุนเรียนจนจบการศึกษา ไม่ว่าจะทางตรงที่คณะแพทยศาสตร์ หรือทางอ้อมติดต่อมาทางมูลนิธิเพื่อปวงประชา เรายินดีที่จะสนับสนุนจนจบการศึกษาเพื่อมารับใช้สังคมต่อไป

อานุภาพ ธีรณิศรานนท์ กรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ มูลนิธิทุนแพทย์เพื่อปวงประชาเผยว่า “มูลนิธิฯ มีวัตถุประสงค์ เพื่อหาทุนให้นักศึกษาแพทย์ซึ่งขาดแคลนทุนทรัพย์ในการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน โดยมูลนิธิฯ มอบทุนไปแล้ว 18 สถาบัน กว่า 130 คน เป็นทุนต่อเนื่องปีละ 60,000 บาท และทุนที่ไม่ผูกมัด โดยหวังว่าเมื่อศึกษาจบไปแล้วจะกลับมาตอบแทนสังคมด้วยการดูแลประชาชน โดยเฉพาะสังคมไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอีก 2-3 ปีข้างหน้า ดีใจที่ประเทศไทยมีการดูแลประชาชนในอันดับต้นๆของโลก การจัดหาทุนในครั้งนี้ จึงจัดเป็นกิจกรรม “เดิน วิ่ง การกุศลมูลนิธิทุนแพทย์เพื่อปวงประชา” ณ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จังหวัดลพบุรี”

ด้าน นักศึกษาแพทย์ ผู้ได้รับทุนการศึกษาจากมูลนิธิทุนแพทย์เพื่อปวงประชาที่มาร่วมกิจกรรมเดิน วิ่งการกุศลฯในครั้งนี้ เปิดใจที่ได้เรียนแพทย์และมีผู้ใจบุญมอบทุนให้ โดยเริ่มที่ ฐาปนพงศ์ ชัยเสนา นักศึกษาแพทย์ปีที่ 2 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี “ทุนของมูลนิธิฯช่วยแบ่งเบาภาระของครอบครัว ทำให้สุขภาพจิตครอบครัวดีขึ้น ผลการเรียนดีขึ้น ทุนนี้ไม่ได้ส่งผลดีเฉพาะตัวผู้รับทุน แต่ส่งผลดีต่อครอบครัวนักศึกษาผู้รับทุน ช่วยเปลี่ยนชีวิตจากหน้ามือเป็นหลังมือ”,ณัฐสินี รุ่งรัศมีทวีมานะ นักศึกษาแพทย์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี “เป็นนักศึกษาแพทย์ที่ไม่ได้มีฐานะ ทางบ้านไม่ร่ำรวย แต่มาถึงจุดนี้ได้เป็นสิ่งที่เกินความฝันที่ได้มาเรียนแพทย์ และมีผู้ใจบุญมอบทุน “ให้”, วัฒนชัย คุ้มภัย นักศึกษาแพทย์ปีที่ 4 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ “รับทุนมาตั้งแต่ชั้นปีที่ 3 ต่อเนื่องมาจนถึงปีที่ 4 เปิดโอกาสให้ใช้เป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการเรียน ได้แบ่งเบาภาระของครอบครัว เมื่อจบการศึกษาแล้วจะกลับมาใช้ทุนที่จังหวัดลพบุรีซึ่งยังขาดบุคลากรทางการแพทย์ กิจกรรมครั้งนี้เป็นจุดสำคัญที่ทำให้ลพบุรีมีความเข้มแข็งเพิ่มมากขึ้น และเป็นจุดสำคัญที่จะผลักดันให้โครงการแพทย์ก้าวหน้ายิ่งขึ้นไป สัญญาว่าเมื่อจบแล้วจะกลับมาทำหน้าที่แพทย์ให้ดีที่สุด”

ผู้สนใจมอบทุนการศึกษาให้กับนักศึกษาแพทย์ แจ้งความประสงค์ได้ที่ สุรชัย สุทธิวรชัยประธานมูลนิธิทุนแพทย์เพื่อปวงประชา 081-6301344,099-0023233

สุรชัย สุทธิวรชัย ประธานมูลนิธิทุนแพทย์เพื่อปวงประชา เป็นประธานเปิดงาน เดิน วิ่ง การกุศลมูลนิธิทุนแพทย์เพื่อปวงประชา ณ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี โดยมี อานุภาพ ธีรณิศรานนท์ กรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ มูลนิธิฯ พร้อมด้วย
จริยา อินทรทูต, ดร.ภก.ชาญณรงค์ เตชะอังกูร, สุวรรณฉัตร พรหมชาติ, ดร.ชัยรัตน์ ประเสริฐล้ำ, ชัญญากานต์ คุ้มดี, ศศกร แผ่ดิลกกุล, สุจิตรา บุญชู และ ชลลดา ทองอุทัยศรี เป็นอาทิ เข้าร่วมเดิน วิ่ง ในครั้งนี้ด้วย

สุรชัย สุทธิวรชัย ประธานมูลนิธิทุนแพทย์เพื่อปวงประชา เป็นประธานเปิดงาน เดิน วิ่ง การกุศลมูลนิธิทุนแพทย์เพื่อปวงประชา ณ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี โดยมี อานุภาพ ธีรณิศรานนท์ กรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ มูลนิธิฯ พร้อมด้วย จริยา อินทรทูต, ดร.ภก.ชาญณรงค์ เตชะอังกูร, สุวรรณฉัตร พรหมชาติ, ดร.ชัยรัตน์ ประเสริฐล้ำ, ชัญญากานต์ คุ้มดี, ศศกร แผ่ดิลกกุล, สุจิตรา บุญชู และ ชลลดา ทองอุทัยศรี เป็นอาทิ เข้าร่วมเดิน วิ่ง ในครั้งนี้ด้วย
สุรชัย สุทธิวรชัย ประธานมูลนิธิทุนแพทย์เพื่อปวงประชา เป็นประธานเปิดงาน เดิน วิ่ง การกุศลมูลนิธิทุนแพทย์เพื่อปวงประชา ณ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี โดยมี อานุภาพ ธีรณิศรานนท์ กรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ มูลนิธิฯ พร้อมด้วย
จริยา อินทรทูต, ดร.ภก.ชาญณรงค์ เตชะอังกูร, สุวรรณฉัตร พรหมชาติ, ดร.ชัยรัตน์ ประเสริฐล้ำ, ชัญญากานต์ คุ้มดี, ศศกร แผ่ดิลกกุล, สุจิตรา บุญชู และ ชลลดา ทองอุทัยศรี เป็นอาทิ เข้าร่วมเดิน วิ่ง ในครั้งนี้ด้วย

สุรชัย สุทธิวรชัย ประธานมูลนิธิทุนแพทย์เพื่อปวงประชา เป็นประธานเปิดงาน เดิน วิ่ง การกุศลมูลนิธิทุนแพทย์เพื่อปวงประชา ณ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี โดยมี อานุภาพ ธีรณิศรานนท์ กรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ มูลนิธิฯ พร้อมด้วย จริยา อินทรทูต, ดร.ภก.ชาญณรงค์ เตชะอังกูร, สุวรรณฉัตร พรหมชาติ, ดร.ชัยรัตน์ ประเสริฐล้ำ, ชัญญากานต์ คุ้มดี, ศศกร แผ่ดิลกกุล, สุจิตรา บุญชู และ ชลลดา ทองอุทัยศรี เป็นอาทิ เข้าร่วมเดิน วิ่ง ในครั้งนี้ด้วย
สุรชัย สุทธิวรชัย ประธานมูลนิธิทุนแพทย์เพื่อปวงประชา เป็นประธานเปิดงาน เดิน วิ่ง การกุศลมูลนิธิทุนแพทย์เพื่อปวงประชา ณ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี โดยมี อานุภาพ ธีรณิศรานนท์ กรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ มูลนิธิฯ พร้อมด้วย
จริยา อินทรทูต, ดร.ภก.ชาญณรงค์ เตชะอังกูร, สุวรรณฉัตร พรหมชาติ, ดร.ชัยรัตน์ ประเสริฐล้ำ, ชัญญากานต์ คุ้มดี, ศศกร แผ่ดิลกกุล, สุจิตรา บุญชู และ ชลลดา ทองอุทัยศรี เป็นอาทิ เข้าร่วมเดิน วิ่ง ในครั้งนี้ด้วย

สุรชัย สุทธิวรชัย ประธานมูลนิธิทุนแพทย์เพื่อปวงประชา เป็นประธานเปิดงาน เดิน วิ่ง การกุศลมูลนิธิทุนแพทย์เพื่อปวงประชา ณ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี โดยมี อานุภาพ ธีรณิศรานนท์ กรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ มูลนิธิฯ พร้อมด้วย จริยา อินทรทูต, ดร.ภก.ชาญณรงค์ เตชะอังกูร, สุวรรณฉัตร พรหมชาติ, ดร.ชัยรัตน์ ประเสริฐล้ำ, ชัญญากานต์ คุ้มดี, ศศกร แผ่ดิลกกุล, สุจิตรา บุญชู และ ชลลดา ทองอุทัยศรี เป็นอาทิ เข้าร่วมเดิน วิ่ง ในครั้งนี้ด้วย
ถ้วยรางวัลสำหรับนักเดิน วิ่ง การกุศลมูลนิธิทุนแพทย์เพื่อปวงประชา พร้อมนักวิ่งที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้อย่างคับคั่ง

ถ้วยรางวัลสำหรับนักเดิน วิ่ง การกุศลมูลนิธิทุนแพทย์เพื่อปวงประชา พร้อมนักวิ่งที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้อย่างคับคั่ง
ผู้เข้าร่วมกิจกรรม เดิน วิ่ง การกุศลมูลนิธิทุนแพทย์เพื่อปวงประชา รับถ้วยรางวัลในกิจกรรมแต่ละประเภท

ผู้เข้าร่วมกิจกรรม เดิน วิ่ง การกุศลมูลนิธิทุนแพทย์เพื่อปวงประชา รับถ้วยรางวัลในกิจกรรมแต่ละประเภท
ผู้เข้าร่วมกิจกรรม เดิน วิ่ง การกุศลมูลนิธิทุนแพทย์เพื่อปวงประชา รับถ้วยรางวัลในกิจกรรมแต่ละประเภท

ผู้เข้าร่วมกิจกรรม เดิน วิ่ง การกุศลมูลนิธิทุนแพทย์เพื่อปวงประชา รับถ้วยรางวัลในกิจกรรมแต่ละประเภท
ผู้เข้าร่วมกิจกรรม เดิน วิ่ง การกุศลมูลนิธิทุนแพทย์เพื่อปวงประชา รับถ้วยรางวัลในกิจกรรมแต่ละประเภท

ผู้เข้าร่วมกิจกรรม เดิน วิ่ง การกุศลมูลนิธิทุนแพทย์เพื่อปวงประชา รับถ้วยรางวัลในกิจกรรมแต่ละประเภท
จุดสตาร์ทปล่อยตัวนักวิ่งที่มาร่วม เดิน วิ่ง เพื่อการกุศล ได้ทั้งบุญ ได้ทั้งสุขภาพที่ดี

จุดสตาร์ทปล่อยตัวนักวิ่งที่มาร่วม เดิน วิ่ง เพื่อการกุศล ได้ทั้งบุญ ได้ทั้งสุขภาพที่ดี
จุดสตาร์ทปล่อยตัวนักวิ่งที่มาร่วม เดิน วิ่ง เพื่อการกุศล ได้ทั้งบุญ ได้ทั้งสุขภาพที่ดี

จุดสตาร์ทปล่อยตัวนักวิ่งที่มาร่วม เดิน วิ่ง เพื่อการกุศล ได้ทั้งบุญ ได้ทั้งสุขภาพที่ดี
อานุภาพ ธีรณิศรานนท์ กรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์
มูลนิธิฯ ร่วมเดิน-วิ่ง เพื่อการกุศล

อานุภาพ ธีรณิศรานนท์ กรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ มูลนิธิฯ ร่วมเดิน-วิ่ง เพื่อการกุศล
นักศึกษาแพทย์ ผู้ได้รับทุนการศึกษาจากมูลนิธิทุนแพทย์เพื่อปวงประชา มาร่วมกิจกรรมเดิน-วิ่งการกุศลในครั้งนี้ด้วย

นักศึกษาแพทย์ ผู้ได้รับทุนการศึกษาจากมูลนิธิทุนแพทย์เพื่อปวงประชา มาร่วมกิจกรรมเดิน-วิ่งการกุศลในครั้งนี้ด้วย

‘ลูกเกด’เผยความรู้สึก หลัง’ฟ้าใส’คว้าตำแหน่ง Top 5 Miss Universe 2019

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/459203

‘ลูกเกด’เผยความรู้สึก หลัง’ฟ้าใส’คว้าตำแหน่ง Top 5 Miss Universe 2019

วันจันทร์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 18.10 น.

เรียกได้ว่าสร้างความภูมิใจให้กับคนไทยเป็นอย่างมาก สำหรับฟ้าใส ปวีณสุดา ดรูอิ้น” มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2019 ที่เป็นตัวแทนสาวไทยเดินทางไปแข่งขันประชันความงามกับสาวงามจากทั่วโลก ในการประกวด มิสยูนิเวิร์ส 2019 ที่ เมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา และวันนี้ก็เดินทางมาถึงโค้งสุดท้ายแล้ว “ฟ้าใส” ก็สู้อย่างเต็มที่จนได้เข้าไปถึงรอบลึก 5 คนสุดท้าย ถึงแม้เธอจะไม่ชนะ ไม่สามารถนำมงฯที่3 กลับมา แต่คนไทยทั้งประเทศต่างภูมิใจในตัวเธอ รวมไปถึง ลูก เกด เมทินี ที่รับหน้าที่ดูแลสาวฟ้าใสตั้งแต่เริ่มประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2019

ล่าสุด ลูกเกด มาเปิดใจผ่านทางรายการ คุยแซ่บSHOW ทางช่อง ONE31 ที่มีพีเค ปิยะวัฒน์, เบนซ์ พรชิตา ปละเป็กกี้ ศรีธัญญา เป็นพิธีกร

เมื่อเช้าตื่นกี่โมง?

ลูกเกด : ก็ต้องเตรียมตัว เพราะเราจัดเชียร์ปาร์ตี้

เขารู้ไหมว่าเรามีเชียร์ปาร์ตี้เขา?

ลูกเกด : เขารู้อยู่แล้ว เกือบๆ 400 ชีวิตมาอยู่กับเกด

พี่เกดรับหน้าที่ดูแลน้องๆ นางงามตั้งแต่เริ่มต้นเลย?

ลูกเกด : ใช่ ตั้งอต่เริ่มต้น MUT ปีนี้ แล้วพอได้สาวงามของเราแล้ว นั่นก็คือฟ้าใส ก็อยู่ในทีมที่ช่วยเทรน์น้อง จัดตารางให้น้อง

อันนี้ถือว่าเป็นลูกสาวเลยไหม?

ลูกเกด : ค่ะ ลูกสาว

เมื่อเช้าท็อป 5 ความรู้สึกตัวเอง?

ลูกเกด : ความรู้สึกเกดมั่นใจมากว่า มงฯ3 มาแน่นอน แต่ก็มีเผื่อใจเล็กๆ เบาๆ ถ้าน้องไม่ได้มงฯ ท็อปตุ่ยแน่นอน คือยังไงฟ้าใสต้องท็อป3 แต่โอเคก็ท็อป5 มันน่าจะเกิดจากที่พี่ตี๋ พี่ปุ๋ยบอกก็คือว่าดวงคำถามมันยากจริงๆ คือดวงเขามาปะกับคำถามอันนี้ จริงๆ เกดคิดว่าจุดที่ทำให้กรรมการเขาอาจจะลังเลตรงที่น้องเขาเริ่มจากความปลอดภัยสำคัญ ความส่วนตัวก็สำคัญ แล้วน้องก็กลับไปที่ความปลอดภัย เพราะฉะนั้นเราต้องไม่ลืมว่าสิ่งแรกเนี่ยคนอเมริกา เรื่องของความปลอดภัยมันสำคัญ แต่ในเรื่องของความเป็นส่วนตัวก็เป็นอันดับหนึ่ง เพราะว่าข้อมูลของอเมริกาเคยถูกแฮ็ก แล้วจะมีเรื่องราวของความส่วนตัวเกิดขึ้น ซึ่งทางอเมริการเขาต่อต้านมากในการที่รัฐบาลเข้ามารู้เรื่องราว แต่ฟ้าใสเขาก็มาอยู่เมืองไทย แล้วแน่นอนสำหรับคนไทยอะไรสำคัญกว่ากัน ส่วนตัวหรือความปลอดภัย ก็ต้องเป็นความปลอดภัยสิ เพราะฉะนั้นเกดคิดว่าฟ้าใสเขาตอบเนี่ย คือตอบกลางมันถูแล้วแหละ แต่แล้วแต่มุมมองคุณมันมองทางไหน ซึ่งคำถามให้เลือกระหว่าง a กับ b เป็นอะไรที่ยากมาก มันคือดวงเลย ส่วนคำถามของ South Africa อันนี้เกดขอนิดนึงว่า เรื่องของไคลแม็กซ์เช้งมันเป็นอะไรที่ง่ายมาก ตอบง่ายมาก เขาถามว่า คุณรู้สึกว่าผู้นำในโลกเขาทำมาพอหรือยังเกี่ยวกับการแก้เรื่องโลกร้อน ใครจะตอบไม่ได้

ถ้าเกิดเจอคำถามเดียวกับฟ้าใสจะตอบยังไง?

ลูกเกด : ยากมาก แต่เพราะว่าเรายืนอยู่ในพื้นที่ของอเมริกา เรายืนอยู่ตรงนั้น เกดเป็นเด็กเมริกา เกดจะรู้ว่าคนอเมริกาเขาถือเรื่องความเป็นส่วนตัวมาเป็นอันดับหนึ่ง เกดก็ต้องเทไปทางความเป็นส่วนตัว แต่อันนี้มันง่าย เพราะเกดมีเวลามาคิดก่อน แต่น้องฟ้าใสอยู่ตรงนั้นเขาก็ต้องตอบเลย เกดตกใจที่เจอคำถามแบบนี้ แล้วคิดว่าน้องเขาจะตอบยังไง แต่พอเห็นน้องเขาตอบแล้วเนี่ย ดี แต่ ยังไม่ปัง เพราะอาจจะกลางเกิน

ทุกอย่างดูเป็นกับดัก?

ลูกเกด : ไม่รู้เกดอยากจะเชื่อว่าทุกอย่างมันคือดวง เกดอยากจะเชื่อว่าคำถามมันแรนด้อม เราก็ไม่รู้ เพราะว่าอย่างเวทีเรา เราถือซองแล้วให้นางงามหยิบ แต่อันนี้มันแรนด้อมจากอะไร ไม่รู้ เราไม่เห็นภาพ

ถ้าเกิดไม่ไช่เรื่องคำถาม ชุดว่ายน้ำ ชุดราตรี น้องเป๊ะไหม?

ลูกเกด : เป๊ะมาก ทุกอย่างคือเป๊ะหมด ชุดว่ายน้ำ การเดินพลีลิมเป๊ะ ชุดประจำชาติเดินสวย มีพลัง วันไฟนอลองค์ลงไหม ลง คือแบบน้องสวย

ได้ข่าวว่าน้องเจ็บตาข้างนึง?

ลูกเกด : คือเจ็บตั้งแต่ก่อนไปเมืองนอก จริงๆ ต้องยิงเลเซอร์ด้วยแต่ไม่ทัน เพราะว่าน้องกำลังจะไปยิงเลเซอร์ แล้วทาง MU ประกาศเลยว่า 8 ธันวาคม ประกวด ตอนแรกเราเดาว่าน่าจะเป็นมกราคม ตอนแรกจะไปด้วย แต่ก็ติดละคร

มีท้อบ้างไหม?

ลูกเกด : มีค่ะ คืนก่อนน้องจะเดินทางยังมีน้ำตาแตกเลย ร้องไห้ เพราะเราซ้อมเดินกันกับชุด เหมือนกับว่าชุดยาวไปไม่รู้จะจับยังไง ก็เลยต้องคำดาวน์แล้วใจเย็นๆ ทุกคนอยู่ตรงนั้นหมดเลย ก็แก้เป็นจุดๆ ไป น้องเขาก็กลัวว่าจะทันไหม หนูจะเดินทางพรุ่งนี้แล้ว แต่พอดูออกมาแล้วก็เพอร์เฟกต์ แต่เกดว่าดวงเขามาเจอคำถามที่ยากจริงๆ ไม่ว่าจะตอบไปทางไหนมันก็เจ็บ

อยากจะบอกอะไรกับฟ้าใส?

ลูกเกด : ภูมิใจ รู้ว่าน้องเหนื่อยจริงๆ น้องรู้ว่าคนไทยหวังมากๆ แล้วก็จะรู้สึกว่าตัวเองทำไม่ดีพอหรือไม่ได้ทำอะไร อย่าคิดอย่างนั้น ทุกคนภูมิใจในตัวน้องมากๆ แล้วก็รับร้องหนูกลับบ้านสนามบินสุวรรณภูมิก็ยังจะแตกอยู่ เพราะเกดเชื่อว่าคนไทยหลายๆ คนจะไปรับน้องเพื่อเป็นกำลังใจให้น้อง แล้วให้น้องเห็นว่าน้องไม่ได้ทำให้พวกเราผิดหวัง น้องทำดีที่สุดแล้ว

ติดตามรายการ คุยแซ่บShow ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ 13.30-14.30 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

‘โย่ง อาร์มแชร์’ เปิดใจถึงที่มาทำไมเพลงต้องชื่อ ‘ลูกชิ้น’

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/459197

‘โย่ง อาร์มแชร์’ เปิดใจถึงที่มาทำไมเพลงต้องชื่อ ‘ลูกชิ้น’

วันจันทร์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 17.39 น.

ส่งเสียงละมุนละไมให้แฟนเพลงได้เคลิบเคลิ้มจนเข้าไปอยู่ในใจใครหลายคนแล้ว สำหรับเพลง ลูกชิ้น ของ โย่ง อาร์มแชร์ ศิลปินจากค่าย Me Records  ในเครือ Muzik Move  แต่เพราะชื่อเพลงชั่งน่าทาน แต่เนื้อเพลงชั่งน่าเศร้าพร้อมเรียกน้ำตาเลยทำให้ใครหลาย เอ๊ะ !!! และเกิดคำถามเพราะอยากหาคำ ตอบขึ้นมาว่า ทำไมเน้อ ..  ถึงตั้งชื่อเพลงนี้ว่า ลูกชิ้น  ซึ่ง โย่ง ก็ขอเฉลยเปิดเผยถึงที่มาที่ไปของเพลงนี้ให้ได้รู้ว่า

โย่ง อาร์มแชร์ “จริงๆลูกชิ้นสำหรับผมมัน คือ สัญลักษณ์ของความพลาดหวัง กับการที่เราเก็บสิ่งที่ดี ที่สุด อร่อยที่สุดไว้ ทีหลังแต่ถูกเพื่อนแย่งไปต่อหน้าต่อตา  ผมว่าทุกคนในช่วง ชีวิตหนึ่ง ต้องเคยเจอช่วงเวลาแบบนี้ แบบโมเม้นท์นี้ อย่างในท่อนฮุกเพลง ลูกชิ้น (ฉันเป็นคนมาก่อน แต่เขาเป็นคนได้กอด) เป็นความรู้สึกว่าเราไม่คู่ควร กับเขาก็เลยเก็บความคิดเองแบบนี้  เก็บไว้เป็นความซ้ำบาง อย่างที่เราเอามาเสพที่บ้าน ทั้งๆที่จริงๆ มันอาจจะไม่ได้ ยากขนาดนั้น แค่เรากล้าที่จะพูดต่อหน้า เค้าว่า ผมแอบชอบคุณนะ ถึงเค้าอาจจะไม่ได้ตอบรับ แต่เราก็สบายใจ ที่จะได้ อยากให้ทุกคนได้ฟังเพลง ลูกชิ้น นี้ ที่ผมตั้งใจแต่งขึ้นมาฝากด้วยนะครับ https://youtu.be/yvK5DjzSltA “