โชว์ศิลปะการแสดงหุ่นจาก 13 ประเทศต้อนรับการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/451026

โชว์ศิลปะการแสดงหุ่นจาก 13 ประเทศต้อนรับการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35

วันศุกร์ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ร่วมต้อนรับผู้นำประเทศและคณะผู้เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 และเฉลิมฉลอง “ปีแห่งวัฒนธรรมอาเซียน 2562” ศูนย์การค้าสยามพารากอน ร่วมกับ กระทรวงวัฒนธรรม จัดงานศิลปะการแสดงหุ่นนานาชาติอันทรงคุณค่า” “สยามพารากอน เวิลด์ ฟาสซิเนติ้งพัพเพ็ทส” (SIAM PARAGONWORLD FASCINATINGPUPPETS) สัมผัสมรดกทางวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาช้านานจาก 13 ประเทศทั่วโลก พร้อมชมนิทรรศการและกิจกรรมเวิร์กช็อประหว่างวันที่ 31 ตุลาคม-3 พฤศจิกายน 2562 ณ แฟชั่น ฮอลล์ ชั้น 1ศูนย์การค้าสยามพารากอน

มยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโสสายงานการตลาด ศูนย์การค้าสยามพารากอนกล่าวว่า ในฐานะที่ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35ระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม-4 พฤศจิกายน2562 สยามพารากอน ในฐานะที่เป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก จึงรู้สึกภาคภูมิใจและเป็นเกียรติที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการเป็นเจ้าบ้านที่ดีในการต้อนรับผู้นำประเทศและคณะผู้ร่วมการประชุมในครั้งนี้ ด้วยการนำศิลปะการแสดงหุ่นนานาชาติจาก 13 ประเทศ เพื่อให้ชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติได้สัมผัสกับมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานของแต่ละประเทศ ในรูปแบบของการแสดงอันงดงามและนิทรรศการประวัติความเป็นมาของหุ่นแต่ละประเทศ รวมถึงกิจกรรมเวิร์กช็อปต่างๆ ที่จัดขึ้นตลอดระยะเวลาทั้ง 4 วัน

สำหรับไฮไลท์การแสดงหุ่นนานาชาติทั้ง 13 ประเทศ ที่นำมาจัดแสดงในครั้งนี้ได้แก่ การแสดงหนังตะลุงจาก ราชอาณาจักรกัมพูชา เรื่อง ชาวนากับนายอำเภอ, การแสดงหุ่นมนุษย์และหุ่นสายราชสถานดั้งเดิมจากสาธารณรัฐอินเดีย, การแสดงหุ่น Joruri (โจจุริ) จาก ญี่ปุ่น ชุด ระบำ SANBASODANCE (NININ SANBANSO)(นินิน ซันบะโซ) และ OSHICHI (โอชิชิ)สาวผู้บูชารัก, การแสดงหุ่นบนโต๊ะจากสาธารณรัฐเกาหลี เรื่อง ซุปถั่วแดงของคุณย่า,การแสดงหุ่นร่วมสมัยจาก สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เรื่อง เสียงเพรียกจากบ้าน, การแสดงหุ่นเงาจาก มาเลเซีย เรื่องสตาร์วอร์ส, การแสดงหุ่นสายจากสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ชุดระบำหุ่นสายแบบดั้งเดิม,การแสดงจาก นิวซีแลนด์ เรื่อง เพนกวินกับมนุษย์หิมะ และชุดจิตรกรภาพเหมือน, การแสดงหุ่นสายและการเชิดหุ่นแบบไม่เปิดปากจากสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ชุด Telentadong PinoyPapetirs, การแสดงหุ่นมือจากสาธารณรัฐสิงคโปร์ เรื่อง การผจญภัยของพระถังซัมจั๋งตอน ปีศาจแมงมุม, การแสดงหนังใหญ่จาก ประเทศไทยชุด รามเกียรติ์ ตอน ยกรบ และ ชุด พระอภัยมณี ตอน นางผีเสื้อสมุทร, การแสดงหุ่นมือจาก สหรัฐอเมริกา เรื่อง สุนัขจิ้งจอกหางด้วนและการแสดงหุ่นร่วมสมัยจาก สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ชุดจิตวิญญาณชาวเวียดนาม เป็นต้น

ส่วนกิจกรรมเวิร์กช็อปนั้นเปิดโอกาสให้ผู้สนใจได้ร่วมสัมผัสประสบการณ์การทำหุ่นจากประเทศต่างๆ อาทิ การฝึกตอกตัวหนังหุ่น โดยประเทศมาเลเซีย, การทำของที่ระลึกหนังใหญ่จิ๋วและพวงกุญแจหนังวัว รวมถึงการทำหุ่นสายสุนัขชิวาวา โดยประเทศไทย, การทำหุ่นมือโดยสหรัฐอเมริกา, หุ่นมือและฝึกการพากย์แบบไม่เปิดปากโดยสาธารณรัฐฟิลิปปินส์,ทำหุ่นจากของใช้ประจำวัน โดย สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว, การทำหุ่นสายที่ระลึกและการฝึกเชิด โดยสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา, ทำหุ่นหนอนและหนอนผีเสื้ออย่างง่าย โดยนิวซีแลนด์, ทำหุ่นสาย Kathputliและการฝึกเชิด โดยสาธารณรัฐอินเดีย,ทำหุ่น HANJI จากกระดาษ โดย สาธารณรัฐเกาหลี ซึ่งทุกโปรแกรมสามารถร่วมชมและร่วมกิจกรรมได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถเข้าชมการแสดงและร่วมกิจกรรมเวิร์กช็อปได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. 02-6108000 หรือตรวจสอบรอบการแสดงได้ที่ www.siamparagon.co.th FB:SiamParagon

สุดยอดของขวัญมอบผู้นำอาเซียน‘กระเป๋าถือลิเภาถมเงิน’

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/451044

สุดยอดของขวัญมอบผู้นำอาเซียน‘กระเป๋าถือลิเภาถมเงิน’

วันศุกร์ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

นภารัตน์ ทองเสภี ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม ปี 2557

เปิดตัวกระเป๋าถือลิเภาถมเงิน มหัศจรรย์แห่งของขวัญที่สะท้อนการผสานพลังแห่งอาเซียน เตรียมมอบเป็นที่ระลึกในงานประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนซึ่งไทยเป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 2-4 พฤศจิกายน 2562

วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ในการจัดประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 ระหว่างวันที่ 2-4 พฤศจิกายน 2562 รัฐบาลไทยได้จัดเตรียมของขวัญที่จะมอบเป็นที่ระลึกแก่ผู้นำอาเซียนและคู่สมรสหลายชิ้น หนึ่งในนั้นเป็นของขวัญซึ่งศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ SACICT คัดสรรเพื่อมอบแก่คู่สมรสของผู้นำอาเซียน ได้แก่ “กระเป๋าถือลิเภาถมเงิน” สร้างสรรค์โดยช่างฝีมือจาก จ.นครศรีธรรมราช นางสุเจนจิต ทองเสภี
ผู้ซึ่งเป็นบุคคลที่ได้รับการเชิดชูจาก SACICT ให้เป็น ครูช่างศิลปหัตถกรรม ปี 2560 ประเภทเครื่องจักสานลิเภา ร่วมกับนางสาวนภารัตน์ ทองเสภี ผู้เป็นบุตรสาวและได้รับการยกย่องเป็น ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม ปี 2557 ซึ่งถือเป็นเกียรติประวัติและความภาคภูมิใจของผู้สร้างสรรค์งานศิลปหัตถกรรมไทยภายใต้การส่งเสริมของกระทรวงพาณิชย์

“กระเป๋าคลัชย่านลิเภาถมเงิน” ตัวกระเป๋าทำจาก “ลิเภา” ไม้เลื้อยตระกูลเฟิร์นซึ่งเป็นวัชพืชชนิดหนึ่งที่ขึ้นเองพบบริเวณภาคใต้ของประเทศไทย ลำต้นของลิเภาเป็นเส้นยาวโดดเด่นเรื่องความเหนียวทนทานมีประวัติศาสตร์อยู่คู่กับคนไทยมาตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นในการทำเครื่องจักสาน โดยขึ้นชื่อว่าเป็นงานที่ต้องอาศัยทักษะฝีมือ ความประณีต ความชำนาญรวมถึงความวิริยอุตสาหะในการจักสานลิเภาจึงถือเป็นงานหัตถศิลป์ขั้นสูงของไทยซึ่งคนไทยคุ้นเคยและประทับใจกับความงดงามของกระเป๋าลิเภาเป็นอย่างดีผ่านกระเป๋าทรงในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี รวมทั้งพระบรมวงศานุวงศ์

ชิ้นงาน “กระเป๋าถือลิเภาถมเงิน” เป็นงานทำมือทุกขั้นตอนสีน้ำตาลเหลือบสีเขียวอ่อนเป็นสีธรรมชาติของลิเภา โดยช่างฝีมือเชิงช่างชั้นสูงที่เป็นครูฯและคนรุ่นใหม่ซึ่งเป็นทายาทฯ ได้นำเอาภูมิปัญญาการสานลวดลายในชื่อ “เมล็ดแตง” ซึ่งเป็นเป็นลายโบราณที่สืบทอดกันมาจากความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นก่อนที่มีอาชีพเกษตรกรรมมาดัดแปลงให้ดูมีรูปทรงมีมิติที่สวยงามแปลกตา จากเดิมที่เคยทำเป็นกระเป๋ามีหูจับได้ปรับให้เป็นกระเป๋าคลัชที่มีความเก๋ เรียบง่ายมีลักษณะเป็นรูปทรงกล่อง สี่เหลี่ยม ให้ความรู้สึกมินิมอล ขนาดกะทัดรัดถนัดมือ ทันสมัยเรียบโก้แต่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ภูมิปัญญาไว้อย่างครบถ้วน

ด้านในกระเป๋าเพิ่มความเรียบหรูด้วยการบุด้วยผ้าไหมสีงาช้างเพิ่มคุณค่าให้ล้ำค่ามากขึ้นไปอีกด้วยงานถมซึ่งเป็นงานเชิงช่างชั้นสูงมาทำเป็นอุปกรณ์ตกแต่งกระเป๋าหรือที่เรียกว่าอะไหล่นำงานถมเงินลงยาทักษะเชิงช่างชั้นสูงมาออกแบบลายประจำยามเป็นรูปพวงมาลัย ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากตราสัญลักษณ์ของการประชุมผู้นำอาเซียนในครั้งนี้ และยังสื่อความหมาย แห่งความเป็นมงคลการต้อนรับแขกผู้มาเยือนด้วยไมตรีจิต ส่วนอุบะมาลัยเป็นตัวแทนถึง 10 ประเทศสมาชิกอาเซียน สะท้อนถึงความร่วมมือในการขับเคลื่อนอาเซียนไปข้างหน้าด้วยกันโดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลางพร้อมการประกาศศักดาของพลังแห่งประชาคมอาเซียนที่มีความกลมเกลียวเป็นหนึ่งเดียวในการช่วยเหลือเกื้อกูลและสนับสนุนซึ่งกันและกัน เป็นความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นและยั่งยืน

วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

เพื่อชีวิตครอบครัวที่ดี! จะมีลูกทั้งทีต้องมีการวางแผน

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/450948

เพื่อชีวิตครอบครัวที่ดี! จะมีลูกทั้งทีต้องมีการวางแผน

วันพฤหัสบดี ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 15.01 น.

เชื่อกันว่าการมีบุตรจะทำให้ครอบครัวสมบูรณ์ แต่ก็มีบางครอบครัวที่มีบุตรในขณะที่ยังไม่พร้อม ยังไม่รวมปัญหาอื่นๆ ทั้งปัญหาด้านสุขภาพและการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นภายหลังการคลอดบุตร ปัญหาการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ทั้งในหญิงที่ไม่พร้อมและการตั้งครรภ์ในหญิงวัยรุ่นหรือวัยเรียน และอีกหลากหลายปัญหาที่พบเห็นได้บ่อยๆ นั่นจึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ว่าทำไมเราจึงต้องมีการวางแผนการมีบุตร

เมื่อใดจึงเริ่มวางแผนการมีบุตร

นายแพทย์ธีธัช อดทน สูตินรีแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ จังหวัดนครสวรรค์ โรงพยาบาลในเครือบริษัท พริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ จำกัด กล่าวถึงการเตรียมตัวก่อนมีบุตรว่าถือเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะหากมีการเตรียมตัวดี หรือมีการวางแผนการมีบุตรในช่วงเวลาที่เหมาะสมกับสภาพความสมบูรณ์ของร่างกาย การตั้งครรภ์นั้นจะทำให้คุณแม่แข็งแรง คุณลูกปลอดภัย ซึ่งการวางแผนการมีบุตรนั้น สามารถทำได้ทั้งก่อนแต่งงานหรือหลังแต่งงานแล้วโดยต้องวางแผนร่วมกันทั้งฝ่ายหญิงและชาย และควรเริ่มวางแผนก่อนจะมีบุตรจริงอย่างน้อย 1-3 เดือน

การวางแผนการมีบุตรทำได้โดยการเข้าพบสูติแพทย์ โดยต้องพบแพทย์ทั้งสองฝ่าย เพื่อดูความพร้อมในการมีบุตร ซึ่งแพทย์จะมีการตรวจร่างกาย ตรวจเลือด เก็บประวัติการใช้ยา โรคประจำตัว และอื่นๆ ที่จะใช้ในการดูแลสุขภาพตนเองเพื่อวางแผนการมีบุตร การฝากครรภ์ รวมถึงการดูแลสุขภาพกายและใจหลังคลอด

ต้องทำอะไรบ้างสำหรับการวางแผนการมีบุตร

แพทย์จะทำการตรวจร่างกายของทั้งสองฝ่าย โดยฝ่ายชายจะตรวจความเข้มข้นของเลือด โรคโลหิตจาง หรือความสมบูรณ์ของเม็ดเลือดต่างๆ โรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มโรคเอชไอวี โรคซิฟิลิส โรคไวรัสตับอักเสบบี หมู่เลือด รวมไปถึงโรคทางพันธุกรรมที่พบบ่อยในคนไทย เช่น โรคเลือดจางธาลัสซีเมีย

ส่วนฝ่ายหญิงจะมีการตรวจเหมือนกับฝ่ายชาย แต่จะมีการตรวจเพิ่มเติมในกลุ่มของภูมิคุ้มกันโรคหัดเยอรมัน หากยังไม่มีภูมิคุ้มกันแพทย์จะแนะนำให้รับวัคซีนก่อนที่จะเริ่มการตั้งครรภ์ เพราะหากมีการติดเชื้อหัดเยอรมันระหว่างตั้งครรภ์จะมีความเสี่ยงที่จะทำให้บุตรพิการแต่กำเนิดได้ แต่หากมีภูมิคุ้มกันแล้วแม้จะได้รับเชื้อมา ความรุนแรงหรือความผิดปกติของทารกในครรภ์ก็จะน้อยกว่าผู้ที่ไม่มีภูมิคุ้มกัน โดยเมื่อรับวัคซีนโรคหัดเยอรมันแล้ว แนะนำให้คุมกำเนิดอย่างน้อย 1 เดือนหลังฉีดวัคซีน เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบในช่วงแรกของการตั้งครรภ์

สุขภาพแข็งแรงดี จำเป็นต้องตรวจร่างกายหรือไม่

ไม่ว่าสุขภาพจะแข็งแรงเพียงไร ก็ควรเข้ารับการตรวจสุขภาพเพื่อวางแผนการมีบุตรเพราะโรคทางพันธุกรรมและโรคทางเพศสัมพันธ์บางอย่างไม่แสดงอาการให้เห็น แต่จะทราบได้จากการตรวจเลือดและซักประวัติ เพื่อตรวจหาความเสี่ยง หากตรวจพบก่อนอาการแสดงออกให้เห็น เข้ารับการรักษาได้อย่างรวดเร็ว จะช่วยป้องกันการติดเชื้อระหว่างคู่และยังช่วยป้องกันการส่งผลเสียไปยังลูกด้วย

คำแนะนำจากคุณหมอสำหรับผู้ที่ต้องการมีบุตร

นายแพทย์ธีธัช ได้ให้คำแนะนำสำหรับผู้ที่ประสงค์ตั้งครรภ์ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนตั้งครรภ์ เพราะการตรวจเช็คบางอย่างจะทำให้สามารถรู้ และวางแผนการรักษาอาการหรือความผิดปกติที่ไม่แสดงออกได้ดีกว่ารอจนมีอาการหรือความผิดปกติ และสำหรับผู้ที่มีโรคทางพันธุกรรม โดยเฉพาะโรคเลือดจางธาลัสซีเมีย ซึ่งในคนไทยเป็นพาหะทางพันธุกรรมที่พบค่อนข้างบ่อย หากตรวจพบว่าเป็นพาหะทั้งคู่ ถือเป็นคู่เสี่ยงที่จะเป็นโรคเลือดจางธาลัสซีเมียชนิดรุนแรง ซึ่งคุณหมอจะได้ใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนการมีบุตรได้อย่างถูกต้อง

หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการตรวจสุขภาพและการวางแผนการมีบุตร หรือคำถามด้านสุขภาพอื่นๆ สามารถขอคำปรึกษาได้จากทีมแพทย์โรงพยาบาลในเครือบริษัท พริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ จำกัด ทั้ง 8 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ 1 และ 2 จังหวัดนครสวรรค์ โรงพยาบาลพริ้นซ์ อุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี โรงพยาบาลพิษณุเวช จังหวัดพิษณุโลก โรงพยาบาลพิษณุเวชอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ โรงพยาบาลสหเวช จังหวัดพิจิตร และโรงพยาบาลศิริเวชลำพูน จังหวัดลำพูน และสามารถติดตามสาระดีๆ เกี่ยวกับการแพทย์ได้ที่เฟซบุ๊ก: Principal Healthcare Company

‘เดอะมอลล์กรุ๊ป’จัดการประกวดสุดยอดนวัตกรรมทรงเกียรติระดับประเทศ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/450946

‘เดอะมอลล์กรุ๊ป’จัดการประกวดสุดยอดนวัตกรรมทรงเกียรติระดับประเทศ

วันพฤหัสบดี ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 15.00 น.

บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ร่วมกับ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF ประเทศไทย) และสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ
(องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดการประกวดสุดยอดนวัตกรรมทรงเกียรติระดับประเทศ “นวัตกรรมการจัดการพลาสติกเพื่อความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมและทะเลไทย” ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯสยามบรมราชกุมารี พร้อมเงินรางวัลรวมมูลค่า 1,000,000 บาท เพื่อกระตุ้นให้เกิดความตื่นตัวด้านจัดการพลาสติกสู่ความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมและทะเลไทย โดยสามารถส่งผลงานเข้าประกวด ได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2562

บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ในฐานะที่เป็นห้างสรรพสินค้าสีเขียว GREEN RETAIL แห่งแรก
ของประเทศไทย ที่ร่วมภาคีสมาชิกของ CLIMATE NEUTRAL NETWORK โครงการสิ่งแวดล้อม
แห่งสหประชาชาติ (UNEP) มีความตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมและขยะพลาสติกที่เกิดขึ้นในประเทศไทยและทั่วโลกมาโดยตลอด พร้อมทั้งรณรงค์ลดใช้ถุงพลาสติกมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2550 และเดินหน้าอย่างจริงจังในทศวรรษที่สอง ยกระดับมาตรการรณรงค์งดใช้ถุงพลาสติกในประเทศไทย ประกาศเจตนารมณ์เป็นห้างสรรพสินค้าและซูเปอร์มาร์เก็ตปลอดถุงพลาสติกแห่งแรกของประเทศไทย งดให้บริการถุงพลาสติก ภายใต้โครงการ “เดอะมอลล์ กรุ๊ป โก กรีน”  ตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคม 2562 ที่ผ่านมา ซึ่งตรงกับวันปลอดถุงพลาสติกสากล โดยงดให้บริการถุงพลาสติกทุกวัน ที่ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ ทุกสาขา,ดิ เอ็มโพเรียม, ดิ เอ็มควอเทียร์, พารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์, บลูพอร์ต หัวหิน, กูร์เมต์ มาร์เก็ต และโฮม เฟรช มาร์ท ในกรณีที่ลูกค้ามีความจำเป็นใช้ถุงพลาสติก บริษัทฯ ขอความร่วมมือบริจาคเงิน 1 บาท/ถุง เพื่อนำไปมอบให้แก่องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF ประเทศไทย) สนับสนุนงานด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้การตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี โดยระยะ 4 เดือนนับตั้งแต่เริ่มต้นโครงการ สามารถลดการใช้ถุงพลาสติกได้ประมาณ 70% ซึ่งถือว่าเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้

คุณวรลักษณ์ ตุลาภรณ์  ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า “บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด และองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF ประเทศไทย) มีความตั้งใจนำเงินบริจาค ในโครงการ “เดอะมอลล์ กรุ๊ป โก กรีน” มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสังคม และประเทศชาติ อันจะเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความตระหนักรู้ถึงปัญหาการจัดการพลาสติก ไปพร้อมกับเป้าหมายในการบริหารจัดการไม่ให้ขยะพลาสติกกลับสู่ธรรมชาติอย่างยั่งยืน จึงได้มีแนวคิดการจัดประกวดนวัตกรรมทรงเกียรติระดับประเทศเพื่อการจัดการพลาสติกเพื่อความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมและทะเลไทย ภายใต้หัวข้อ “นวัตกรรมการจัดการพลาสติกเพื่อความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมและทะเลไทย” เพื่อให้เกิดการตระหนัก และตื่นตัวในเรื่องปัญหาขยะพลาสติกที่เกิดขึ้น อีกทั้งยังเป็นการสร้าง
การมีส่วนร่วมภาคประชาชน สร้างสรรค์ผลงาน หรือวิธีการในการจัดการปัญหาขยะพลาสติก
ในสิ่งแวดล้อมและทะเลไทย โดยนวัตกรรมที่ชนะเลิศต้องสามารถเป็นต้นแบบในการจัดการปัญหาขยะพลาสติกได้อย่างมีประสิทธิภาพ และพัฒนาต่อยอดจนสามารถนำมาใช้ได้จริงในสังคม”

การประกวดนวัตกรรมการจัดการพลาสติกเพื่อความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมและทะเลไทย
เกิดจากความร่วมมือกันในหลายภาคส่วน โดย บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ร่วมกับ องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล และได้รับเกียรติจากภาครัฐที่สำคัญ ได้แก่ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม, สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสินในครั้งนี้ โดยเปิดโอกาสให้ประชาชน นิสิต นักศึกษา รวมถึงชาวต่างชาติ ไม่จำกัดประเภท จำนวนไม่เกิน 4 คน สามารถส่งผลงานนวัตกรรมเข้าร่วมประกวด ได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2562  ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.noplasticinnatureinnovation.com

และนับเป็นเกียรติสูงสุดแก่คณะผู้จัดงานประกวดนวัตกรรมทรงเกียรติระดับประเทศ “นวัตกรรมการจัดการพลาสติกเพื่อความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมและทะเลไทย” โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานถ้วยรางวัลแก่ผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ เพื่อความเป็นสิริมงคลและขวัญกำลังใจแก่ผู้เข้าแข่งขัน ซึ่งผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ จะได้รับถ้วยรางวัลพระราชทานจาก
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมเงินรางวัล 500,000 บาท, รางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง รับโล่รางวัล พร้อมเงินรางวัล 200,000 บาท, รางวัลรองชนะเลิศอันดับสอง รับโล่รางวัล พร้อมเงินรางวัล 100,000 บาท, ผู้ที่ผ่านเข้ารอบ 10 ทีมสุดท้าย
รับใบประกาศเกียรติคุณ พร้อมเงินรางวัลละ 20,000 บาท และผู้ที่ผ่านเข้ารอบ 30 สุดท้าย รับใบประกาศเกียรติคุณ แห่งความภาคภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทะเลไทย

บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ในนามคณะผู้จัดการประกวดฯ ขอเชิญชวน นิสิต นักศึกษา ตลอดจนประชาชนผู้ที่มีความสนใจในเรื่องสิ่งแวดล้อม ร่วมส่งผลงานนวัตกรรมเข้าร่วมประกวด
โดยผลงานที่ได้รับเลือกอาจกลายเป็นฟันเฟืองชิ้นสำคัญในการร่วมผลักดัน และสร้างการเปลี่ยนด้านสิ่งแวดล้อมที่ดีให้เกิดขึ้นในสังคมไทยได้อย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ เดอะมอลล์ กรุ๊ป ยังได้มีแผนดำเนินกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมในระยะสั้น ร่วมกับ องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล ในกิจกรรม Beach Clean Up โดยเชิญชวนประชาชนร่วมลงพื้นที่
เก็บขยะ เพื่อสำรวจ และวิเคราะห์ขยะที่เก็บได้ เพื่อหาสาเหตุของการเกิดขยะในแต่ละชุมชน เพื่อหาแนวทางแก้ไข และรณรงค์การลดใช้ขยะได้ตรงจุด สอดคล้องกับพื้นที่และวิถีชีวิตในชุมชนนั้นๆ ซึ่งจะเริ่มดำเนินการในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2562 ในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี ประชาชนที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เฟชบุ๊ค THE MALL THAILAND

พร้อมกันนี้ เดอะมอลล์ กรุ๊ป ยังคงสานต่อเจตนารมณ์การเป็นห้างสรรพสินค้าและซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งแรกของประเทศไทย โดยพร้อมร่วมมือกับ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ดำเนินนโยบายตามแผนโรดแมพการจัดการขยะพลาสติก พ.ศ. 2561 – 2573 ในการงดบริการถุงพลาสติก พร้อมกันทั่วประเทศ ในวันที่ 1 มกราคม 2563 และเชื่อมั่นในความตั้งใจ ใส่ใจ อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของประชาชนไทย ที่จะร่วมกันผลักดันให้ประเทศไทย สามารถลดการใช้ถุงพลาสติกเกินความจำเป็น และแบบครั้งเดียวทิ้ง ภายในปี 2565 และสามารถนำขยะพลาสติกกลับมาใช้ประโยชน์ได้ 100% ภายในปี 2570
ได้อย่างแน่นอน เพื่อสร้างความยั่งยืนทางด้านสิ่งแวดล้อมและทะเลไทยเป็นของขวัญล้ำค่าแก่ลูกหลานของเราในอนาคต

แนวหน้าวาไรตี้ สัมภาษณ์พิเศษ : อาจารย์สุดสาคร ชายเสม

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/450908

news_default

แนวหน้าวาไรตี้ สัมภาษณ์พิเศษ : อาจารย์สุดสาคร ชายเสม

วันพฤหัสบดี ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 12.41 น.

แนวหน้าวาไรตี้ สัมภาษณ์พิเศษ : อาจารย์สุดสาคร ชายเสม 

คณะกรรมการโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ

NAEWNA VARIETY วันอาทิตย์ที่ 27 ตุลาคม 2562 ทางTNN2 (TrueVision ช่อง784) เวลา 16.00-16.30 น.

Re-run 1. วันพุธ 22.00-22.30 น. 2. วันพฤหัสบดี 10.00-10.30 น. 3. วันศุกร์ 00.30-01.00 น. 4. วันศุกร์ 23.00-23.30 น. 5. วันเสาร์ 13.30-14.00 น.

โรค NCDs คร่าชีวิตคนไทยมากที่สุด

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/450691

โรค NCDs คร่าชีวิตคนไทยมากที่สุด

วันพฤหัสบดี ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

จากสภาพแวดล้อมและพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนในยุคปัจจุบัน ทั้งเรื่องของอาหารการกิน สภาวะแวดล้อม ความเครียด ทุกอย่างส่งผลต่อปัจจัยที่จะเกิดความเสี่ยงต่อการเกิด โรค NCDs หรือกลุ่มโรคไม่ติดต่อ เรื้อรัง แต่ก็คร่าชีวิตคนในรูปแบบมหันตภัยเงียบมาตลอด ได้แก่ โรคเบาหวาน, โรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ,
โรคมะเร็ง, โรคความดันโลหิตสูง, โรคถุงลมโป่งพอง และ โรคอ้วนลงพุง

รศ.นพ.เกื้อเกียรติ ประดิษฐ์พรศิลป์ กล่าวถึง โรค NCDs ว่า กลุ่มโรคนี้เป็นกลุ่มที่มีสาเหตุจากพฤติกรรมของมนุษย์ มีอยู่ 3-4 เรื่อง

– การรับประทานอาหาร

– กิจกรรมทางกายภาพ ออกกำลังกาย ปัจจุบันเราออกกำลังกายน้อยลงเนื่องจากมีเครื่องอำนวยความสะดวกเยอะ เวลาในการออกกำลังกายน้อยลง

– ความเป็นอยู่ การหลับนอน จิตใจ ความเครียด

โดยทั่วไปกลุ่มโรค NCDs เราจะหมายถึงกลุ่มโรคใหญ่ๆ เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หลอดเลือดสมอง หลอดเลือดหัวใจ โรคมะเร็ง ถุงลมโป่งพองโรคอ้วน ถุงลมโป่งพอง โรคไตเรื้อรัง

ซึ่งเราสามารถป้องกันตัวเองได้ โดยการปรับพฤติกรรม ทั้งพฤติกรรมการกิน การอยู่ การพักผ่อน การใช้ชีวิตการทำงาน

– พฤติกรรมการรับประทานอาหาร ควรรับประทานอาหารที่พอเหมาะแค่เพียงพอต่อร่างกายที่จะนำไปใช้ สัดส่วนของอาหารที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดี เช่น ไม่ทานอาหารรสเค็มมากเกินไป เนื่องจากโซเดียมนั้นเป็นสาเหตุของโรคความดันโลหิตสูง ซึ่งโยงไปสู่โรคอื่นๆ

-การรับประทานโปรตีนที่พอเหมาะ เพราะเมื่อทานโปรตีนมากขึ้นไปก็จะเป็นส่วนเกินทำให้เกิดเมตาบอลิซึม ซึ่งอาจจะเกิดผลเสียต่อไต และนำไปสู่ภาวะอื่นๆ ตามมา

-โดยปกติแล้วโรค NCDs มักจะไม่เป็นแค่โรคเดียว มักจะพาเพื่อนๆ มาด้วยเป็นแพ็กเกจ อีกประการที่สำคัญคือ การควบคุมไขมันให้พอเหมาะที่ร่างกายต้องการ

-กิจกรรมทางกายภาพ

ในปัจจุบันเรามีเครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆ อาจจะต้องปรับให้เดินขึ้นลง ใช้บันไดมากขึ้น ใช้การเดินหรือขี่จักรยานมากกว่าใช้รถ

-พฤติกรรมอื่นๆ การสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งการงดสูบบุหรี่เป็นเรื่องสำคัญที่ควรทำเพื่อป้องกันโรคNCDs วิธีคิด “ทานเยอะ แล้วค่อยเอาออกทีหลัง” วิธีนี้ได้รับการพิสูจน์แล้วว่า ไม่ประสบความสำเร็จการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การดำเนินชีวิตให้ถูกต้อง เป็นเหมือนการสะสมบารมี ยิ่งเร็วก็จะยิ่งมีผลมากต่อการป้องกันโรค NCDs หากเรารู้ตัวเร็ว และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสียแต่วันนี้ ก็จะห่างไกลจากโรค NCDs ได้

ฟินแลนด์เยี่ยมชม TK Alive

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/450700

news_default

ฟินแลนด์เยี่ยมชม TK Alive

วันพฤหัสบดี ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

นายกิตติรัตน์ ปิติพานิช รองผู้อำนวยการสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ และผู้อำนวยการสถาบันอุทยานการเรียนรู้ต้อนรับ ดร.ลอริทูโอมิ ซีอีโอ สมาคมการเรียนรู้ตลอดชีวิตประเทศฟินแลนด์ พร้อมด้วยผู้แทนจากสถานทูตฟินแลนด์ประจำประเทศไทย ในโอกาสร่วมพูดคุยแนวทางส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตและการสร้างสรรค์แหล่งเรียนรู้ในยุคสมัยใหม่ พร้อมเยี่ยมชม TK Alive พื้นที่การเรียนรู้แห่งใหม่ ณ บริเวณด้านหน้าโซนจีเนียสแพลนเน็ท ชั้น 6 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อเร็วๆ นี้

แพทย์แนะข้อควรรู้ก่อนฉีดโบฯ หนุ่ม-สาวยุคใหม่นำเทรนด์สวยเป๊ะอย่างปลอดภัย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/450690

แพทย์แนะข้อควรรู้ก่อนฉีดโบฯ หนุ่ม-สาวยุคใหม่นำเทรนด์สวยเป๊ะอย่างปลอดภัย

วันพฤหัสบดี ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

กระแสการเสริมความงามในกลุ่มหนุ่ม-สาวชาวไทยยังแรงดีไม่มีตก โดยเฉพาะการปรับรูปหน้า และลดเลือนริ้วรอยด้วยการฉีด Botulinum Toxin Type A (โบทูลินั่ม ท็อกซิน ไทป์ เอ) หรือที่รู้จักกันว่า ฉีดโบฯ ที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กระแสความงามด้านอื่นๆ เพราะเป็นทางเลือกสำหรับคนที่อยากให้หน้าเรียวเล็กแลดูอ่อนวัยแบบไม่ต้องศัลยกรรม แต่ในปัจจุบันผู้บริโภคจำนวนมากให้ความสำคัญกับเรื่องความปลอดภัยน้อยลง เพราะถูกดึงดูดด้วยราคาโปรโมชั่น และโฆษณาชวนเชื่อต่างๆ จนก่อให้เกิดผลข้างเคียงที่ร้ายแรง เป็นอันตรายต่อชีวิต ดังนั้นก่อนตัดสินใจ ลองถามตัวเองว่าเราได้ศึกษาเรื่องนี้ดีหรือยัง

แพทย์หญิงวิไล ธนสารอักษ รอาจารย์พิเศษสาขาวิชาโรคผิวหนังภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี รวมทั้งเป็นผู้ก่อตั้งคลินิก Doctor Younger Clinic มาพูดถึงเทรนด์และข้อควรรู้ของการฉีดโบฯ

แพทย์หญิงวิไล กล่าวว่า “การฉีด Botulinum Toxin Type Aหรือการฉีดโบฯ เป็นที่นิยมมากในกลุ่มผู้บริโภคในปัจจุบัน เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาและเสริมความมั่นใจ 3 ประการ คือ ปรับรูปหน้าให้เรียวสวย ลดเลือนริ้วรอย และยกกระชับผิวหน้าให้อ่อนเยาว์ นอกจากนี้ยังสามารถช่วยปรับรูปน่องให้เรียวสวยและยกกระชับอวัยวะส่วนอื่นๆ ในร่างกายได้เช่น แขน ซึ่งการฉีด Botulinum Toxin Type A ที่ปลอดภัยและได้ประสิทธิผลที่สุด ต้องฉีดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพราะการรักษาเพื่อได้ผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์และแก้ไขปัญหาของคนไข้ให้ได้ดีที่สุด ต้องใช้เทคนิคพิเศษที่แตกต่างกันออกไปซึ่งคนไข้หลายท่านอาจจะไม่ได้นึกถึง คิดว่าเป็นการฉีดเฉยๆ แต่ความจริงแล้วไม่ใช่ เพราะฉะนั้นก่อนตัดสินใจเข้ารับการรักษาคนไข้ต้องศึกษาข้อมูลให้มั่นใจ โดยสามารถเข้าปรึกษาและขอคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อความปลอดภัยและเห็นผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจน”

สำหรับใครที่กำลังพิจารณาเข้ารับการเสริมความงามด้วยการฉีด Botulinum Toxin Type A  คุณหมอวิไลก็ได้ฝากคำแนะนำที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ 5 ข้อ ดังนี้

1.ศึกษาให้เข้าใจว่าเรามีปัญหาส่วนใดในร่างกายที่ต้องการแก้ไข และต้องการผลลัพธ์อย่างไร

ก่อนจะตัดสินใจเข้ารับการรักษา หรือเสริมความงาม เราต้องรู้ก่อนว่าเรามีปัญหาอะไร และต้องการแก้ไขให้ได้ผลลัพธ์อย่างไร เช่น เรื่องริ้วรอย ผิวหน้าหย่อนคล้อยรูปหน้าไม่ได้สัดส่วน น่องใหญ่แขนใหญ่ หรือมีปัญหาส่วนใดในร่างกายที่ต้องการแก้ไขรักษา

2.ศึกษาว่าคลินิกแต่ละแห่งมีการรักษาในแนวทางไหน และมีความเชี่ยวชาญด้านใด

ปัจจุบัน ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย ดังนั้นเมื่อเรารู้ว่ามีปัญหาด้านไหน และต้องการการรักษาแบบใด สามารถเข้าไปหาข้อมูลแนวทางการรักษาของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของแต่ละคลินิกได้ทางอินเตอร์เนต หรือรีวิวการรักษาจากผู้บริโภคคนอื่นๆ ประกอบการตัดสินใจ โดยเลือกดูข้อมูลจากคลินิกหรือสถานประกอบการที่มีมาตรฐาน ได้รับการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุขเท่านั้น

3.ต้องปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจและฉีดกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

คนไข้ที่ต้องการเข้ารับการรักษาควรเข้าพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อขอคำปรึกษาก่อนตัดสินใจ เพราะคุณหมอจะช่วยสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในการรักษาให้กับคนไข้แต่ละราย เพราะคนไข้วัยต่างกัน ปัญหาต่างกัน ต้องอาศัยเทคนิคเฉพาะในการรักษาที่แตกต่างกันด้วย ซึ่งแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญจะสามารถให้คำแนะนำได้ว่าคนไข้แต่ละรายควรได้รับการรักษาแบบใดจึงจะได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ซึ่งจะช่วยให้เรามั่นใจได้ว่าเราจะได้รับการรักษาอย่างถูกวิธีและได้ผลลัพธ์ตามที่เราต้องการ ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัย คนไข้ควรมีการตรวจสอบว่าแพทย์ที่ให้บริการเป็นแพทย์จริงหรือไม่มีความรอบรู้และเชี่ยวชาญจริงหรือไม่

4.เลือกผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัย และให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

ปัจจุบันในตลาดมีสาร Botulinum Toxin Type A หลากหลายยี่ห้อ เพื่อความปลอดภัยเราต้องสอบถามหมอให้แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์ที่ใช้ได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) หรือไม่ และผลิตภัณฑ์นั้นดีจริงหรือไม่ เพราะผลิตภัณฑ์แต่ละยี่ห้อจะให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันไป ยกตัวอย่างเช่น แนวทางของ Doctor Younger Clinic และ วิธีการรักษาของคุณหมอวิไลจะเน้นผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ ใบหน้าสวยไม่ตึงหรือแข็ง ที่สำคัญคือโอกาสก่อให้เกิดการดื้อยาในอนาคตน้อยมากจนถึงไม่เกิด ดังนั้นผลิตภัณฑ์ที่คุณหมอเลือกใช้จะต้องเป็นท็อกซินที่มีความบริสุทธิ์สูง และหนึ่งในนั้นได้แก่ ผลิตภัณฑ์ ABO Active 3D Treatment จากประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ดีมากให้ผลลัพธ์สวยเป็นธรรมชาติในการยกกระชับ ปรับรูปหน้า ลดเลือนริ้วรอย ที่สำคัญคือออกฤทธิ์เร็วภายใน 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังช่วยในการกระตุ้นการตื่นตัวของเซลล์ที่สร้างคอลลาเจนหลังฉีดภายใน 10 ชั่วโมง ซึ่งมีงานวิจัยที่ยืนยันและรับรองข้อพิสูจน์นี้ และจะทำให้ผิวสวยอ่อนเยาว์ขึ้นทันที

5.การเตรียมตัวก่อน-หลังฉีดโบฯ

ในการเข้ารับการรักษา สิ่งสำคัญที่คนไข้หลายรายไม่ได้ให้ความสำคัญมากเท่าที่ควร คือคนไข้ต้องตระหนักถึงความสะอาดของใบหน้าของตนเอง ก่อนเข้ารับการฉีดโบฯ คนไข้จะต้องล้างหน้าให้สะอาด ล้างเครื่องสำอางให้หมดจด และหลังจากรับการฉีดแล้วใน 24 ชั่วโมง ให้ล้างหน้าด้วยน้ำดื่ม เพื่อป้องกันไม่ให้มีสิ่งแปลกปลอมบนชั้นผิวเข้าสู่ผิวชั้นในซึ่งเสี่ยงต่อการติดเชื้อ นอกจากนี้ให้หลีกเลี่ยงการเจอความร้อนและการนวด การถูการขยี้ที่ใบหน้า เพื่อป้องกันการกระจายตัวของตัวยาไปยังตำแหน่งที่เราไม่ต้องการ เป็นเวลาอย่างน้อย 4 ชั่วโมง

และนี่คือคำแนะนำ 5 ข้อง่ายๆ จากคุณหมอวิไล ที่จะสามารถช่วยเพิ่มความมั่นใจให้หนุ่ม-สาวยุคใหม่ได้นำเทรนด์สวยเป๊ะอย่างปลอดภัย อย่าลืมว่าเราเกิดมามีเพียงแค่หน้าเดียว เพราะฉะนั้นก่อนตัดสินใจเสริมเติมสวยให้ตัวเอง ต้องพยายามศึกษาหาข้อมูลอยู่ตลอด และพึงตระหนักถึงความปลอดภัยไว้เป็นอันดับแรกเสมอ

ธนาคารกรุงเทพ จับมือเว็บ สวัสดี เปิดตัว ‘บัตรเดียว… เที่ยวฟิน บินสบาย’

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/450702

ธนาคารกรุงเทพ จับมือเว็บ สวัสดี เปิดตัว ‘บัตรเดียว… เที่ยวฟิน บินสบาย’

วันพฤหัสบดี ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ และ ประสิทธิ์ เจียวก๊ก เปิดตัวบัตรเครดิตเอาใจคนรุ่นใหม่สายเที่ยว

ธนาคารกรุงเทพ ร่วมกับ บริษัท เว็บ สวัสดี จำกัด (มหาชน) และมาสเตอร์การ์ด นำเสนอผลิตภัณฑ์การเงินรูปแบบใหม่เอาใจคนชอบเที่ยว ด้วย “บัตรเครดิตแพลทินัม สวัสดี ธนาคาร กรุงเทพ” รวมสิทธิประโยชน์ด้านการท่องเที่ยวอย่างครบครัน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์หนุ่มสาวรุ่นใหม่นักเดินทาง ภายใต้แนวคิด “บัตรเดียว… เที่ยวฟินบินสบาย” พร้อมเปิดนักแสดงรุ่นใหม่“แบงค์-ธิติ มหาโยธารักษ์” เป็นพรีเซ็นเตอร์บัตร

นายทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารกรุงเทพ ได้ร่วมกับ บริษัท เว็บ สวัสดี จำกัด (มหาชน) และมาสเตอร์ การ์ด เวิร์ลไวล์ สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ทางการเงินรูปแบบใหม่ “บัตรเครดิตแพลทินัม สวัสดีธนาคาร กรุงเทพ” ให้กับกลุ่มเป้าหมายที่ชื่นชอบการท่องเที่ยว โดยบัตรเครดิตนี้จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยว มอบความสะดวกสบายในการเดินทาง ทั้งบัตรโดยสารเครื่องบินสำหรับเส้นทางในประเทศ ราคาเพียง 499 บาท/เที่ยวบิน กับสายการบินแอร์เอเชีย นกแอร์และไทยไลอ้อนแอร์รับส่วนลด 5% สำหรับบัตรโดยสารเครื่องบินกับ 8 สายการบินชั้นนำ ส่วนลดที่พักทั่วโลกสูงสุด 10% ตลอดจนส่วนลด สำหรับการเช่ารถ นอกจากนี้ยังรับสิทธิเที่ยวฟรีกับแพ็กเกจท่องเที่ยวกระบี่ เซี่ยงไฮ้ หรือ มัลดีฟส์เมื่อมีการใช้จ่ายผ่านบัตรตามเงื่อนไข

“บัตรเครดิตแพลทินัม สวัสดีธนาคารกรุงเทพ” ถูกนำเสนอภายใต้แนวคิด “บัตรเดียว… เที่ยวฟิน บิน สบาย”มุ่งตอบโจทย์กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีอายุระหว่าง 20-45 ปี ชื่นชอบการเดินทางท่องเที่ยวเพื่อหาประสบการณ์ใหม่ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยธนาคารยังมอบความอุ่นใจด้วยประกันอุบัติเหตุ การเดินทางคุ้มครองกรณีเสียชีวิตเนื่องจากอุบัติเหตุการเดินทางด้วยวงเงินคุ้มครองสูงสุด 200,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ และบริการผู้ช่วยส่วนบุคคลตลอด 24 ชั่วโมง อีกทั้ง สามารถแลกคะแนนสะสมเป็นไมล์ เดินทางของการบินไทย (Royal Orchid Plus) บางกอกแอร์เวย์ส (Flyer Bonus) หรือแอร์เอเชีย (BIG Points) ได้อีกเช่นกัน

แบงค์-ธิติ มหาโยธารักษ์ รับหน้าที่พรีเซ็นเตอร์บัตร ชวนเที่ยวฟิน บินสบาย

นอกจากนี้ ธนาคารได้เลือก “แบงค์-ธิติ มหาโยธารักษ์” นักแสดงมากความสามารถ มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ของ “บัตรเครดิตแพลทินัม สวัสดี ธนาคารกรุงเทพ” นอกจากจะเป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่ มีความสามารถที่โดดเด่นแล้ว ยังมีภาพลักษณ์ตลอดจนไลฟ์สไตล์ที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ ซึ่งมั่นใจว่าจะสามารถช่วยนำเสนอเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ของบัตรเครดิตนี้ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มเป้าหมายอย่างแน่นอน

ด้าน นายประสิทธิ์ เจียวก๊ก ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เว็บ สวัสดีจำกัด (มหาชน) และบริษัท ใน เครือ มัณดาวีต์กรุ๊ป เผยว่า ด้วยประสบการณ์ที่ยาวนานกว่า 20 ปี จากการเป็นผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยวอย่างครบวงจร อาทิบริการสำรองที่พักออนไลน์ กว่า 1.2 ล้านแห่งทั่วโลก ผ่าน http://www.sawadee.com การเป็นตัวแทนจำหน่ายบัตรโดยสารสายการบินชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตลอดจนบริการนำเที่ยว ทำให้ในปัจจุบันมีผู้ใช้บริการรวมกว่า 30 ล้านราย และมีลูกค้า ประจำและสมาชิกของบริษัท กว่า 500,000 ราย จึงสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ถือบัตรว่าจะ ได้รับการบริการที่ดีอย่างมืออาชีพ

ทั้งนี้ ช่วงเปิดตัวบัตรเครดิตดังกล่าว สำหรับยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรทุกๆ 100 บาท ผ่าน http://www.sawadee.comทางบริษัท เว็บ สวัสดี จำกัด (มหาชน) จะบริจาคสมทบให้แก่โครงการคืนคุณแผ่นดิน1 บาทเพื่อเป็นสาธารณประโยชน์ต่อไปพิเศษสำหรับ ผู้สมัคร “บัตรเครดิตแพลทินัม สวัสดี ธนาคารกรุงเทพ” รายใหม่เพียงสมัครบัตรระหว่างวันที่ 28 ตุลาคม 2562-30 เมษายน 2563 และมียอดใช้จ่ายผ่านบัตรภายใน 60 วัน นับจากวันที่บัตรได้รับ อนุมัติ ครบ 5,000 บาท จะได้รับกระเป๋าเดินทางล้อลาก ขนาด 20 นิ้วมูลค่า 2,900 บาท

ผู้ที่สนใจและต้องการสมัคร บัตรเครดิตแพลทินัม สวัสดี ธนาคารกรุงเทพ เพียงมีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป ตามวันเดือนปีเกิดที่ระบุในบัตรประชาชน หรือ
หนังสือเดินทางในกรณีที่เป็นชาวต่างประเทศและมีรายได้เฉลี่ยตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไปต่อเดือน โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธนาคารกรุงเทพทุกสาขาทั่วประเทศ หรือบริการบัวหลวงโฟน โทร.1333 หรือ ww.bangkokbank.com

สเมก ดรีม ไพรซ์ 2019 โดนใจเซเลบฯ ชอบเข้าครัว

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/450704

สเมก ดรีม ไพรซ์ 2019 โดนใจเซเลบฯ ชอบเข้าครัว

วันพฤหัสบดี ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ฝน-รติรส ภู่วิภาดาวรรธน์

เมื่อความสุขจากทุกมื้ออาหารภายในบ้าน เกิดจากความใส่ใจในทุกรายละเอียด SMEG (สเมก) แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวชั้นนำจากประเทศอิตาลี นำโดย ธนัชพร สวนศิลป์พงศ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจบริษัท เพ็น เค อินเตอร์เทรดดิ้งร่วมกับ นภัสวรรณ สุขวุฒิไชย ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท เพ็น เค อินเตอร์เทรดดิ้ง จัดแคมเปญ “Smeg Dream Price 2019 (สเมก ดรีม ไพรซ์ 2019)” เปิดโชว์รูมสุดยิ่งใหญ่จัดแสดงผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว นำเสนอไอเท็มมากมายในราคาสุดพิเศษ เอาใจคนรักการทำอาหาร ณ Smeg Iconic Space (สเมก ไอคอนิค สเปซ)

ธนัชพร สวนศิลป์พงศ์ และ ธัญรดี ธรรมมณีวงศ์

ธนัชพร สวนศิลป์พงศ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัทเพ็น เค อินเตอร์เทรดดิ้ง กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวจากสเมก ได้รับการยอมรับด้านการออกแบบที่สวยงามและมีฟังก์ชั่นที่ตอบสนองต่อการใช้งานอย่างครบครันเสมอมา ตามหลักในการคิดค้นและออกแบบผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ คือ Technology with style ที่เป็นหัวใจสำคัญในการออกแบบสินค้าต่างๆ เพื่อให้สเมกไม่ใช่แค่เครื่องครัว แต่ต้องเป็นไอคอนของเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว ซึ่งในปีนี้สเมกพร้อมเติมเต็มความสมบูรณ์ของชีวิตที่มีสไตล์ในทุกความหรูหรา จัดแคมเปญ “Smeg Dream Price 2019 (สเมก ดรีม ไพรซ์ 2019)” เปิดโชว์รูมจัดแสดงผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว นำเสนอไอเท็มมากมายในราคาสุดพิเศษให้ได้เป็นเจ้าของ เพื่อตอบสนองและสร้างความประทับใจต่อทุกๆ การใช้งานของผู้ใช้บริการ

ถิง ถิง-ธัญรดี ธรรมมณีวงศ์ และ บูบี-วารีนิธิ กันท์ไพบูลย์

งานนี้คับคั่งไปด้วยเซเลบริตี้หนุ่มสาวที่หลงใหลในงานศิลปะและชื่นชอบการทำอาหาร อาทิ ต้น-บดินทร์ พลางกูรสถาปนิกหนุ่มมากฝีมือ กล่าวว่า “โดยปกติถ้าหากมีเวลาว่าง ก็มักจะชอบเข้าครัวทำอาหารง่ายๆ ทานเองเป็นประจำเลยครับ อาหารส่วนใหญ่ก็จะเน้นไปที่ของทอดสไตล์ญี่ปุ่น ซึ่งเวลาทำอาหารประเภทนี้ต้องอาศัยเครื่องใช้ไฟฟ้า อย่างเครื่องดูดควันที่สามารถปรับระดับความแรงได้ เพราะอาหารแต่ละประเภทก็มีปริมาณควันที่ไม่เท่ากัน การปรับระดับควันได้จึงเป็นตัวช่วยที่ดีในการทำอาหารของผม เพราะนอกจากเรื่องของฟังก์ชั่นการใช้งานแล้ว เรื่องของดีไซน์ก็สำคัญไม่แพ้กัน ด้วยอาชีพที่เป็นสถาปนิกจึงค่อนข้างใส่ใจในรายละเอียดของทุกมุมภายในบ้าน”

เครื่องผสมอาหาร รุ่น SMF03

ฝน-รติรส ภู่วิภาดาวรรธน์ นักธุรกิจเจ้าของแบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ กล่าวเสริมอย่างอารมณ์ดีว่า “ถ้าถามเรื่องทำอาหาร ฝนเองจะไม่ค่อยถนัดส่วนใหญ่จะถนัดทำขนมเสียมากกว่า อย่าง คุกกี้ หรือ บราวนี่ จะมีโอกาสได้ทำบ่อยมาก เรียกได้ว่าเป็นกิจกรรมโปรดที่มักจะทำร่วมกันกับสามีในช่วงทุกวันหยุดเลยก็ว่าได้ ซึ่งเวลาเลือกอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าฝนจะมองเรื่องดีไซน์เป็นหลัก เน้นความวินเทจ ซึ่งเป็นความชอบส่วนตัวเข้ากับการตกแต่งบ้านของเรา อีกสิ่งคือ เรื่องฟังก์ชั่นและเทคโนโลยีในการปรุงอาหาร เพียงเท่านี้เรื่องการทำขนมสำหรับฝนก็เป็นเรื่องง่ายแล้ว”

เครื่องดูดควัน รุ่น Kfab75bl

ว่าที่คุณแม่ ถิงถิง-ธัญรดี ธรรมมณีวงศ์ กล่าวว่า “ถิงเป็นคนชอบทำอาหารมาก เมื่อก่อนก็จะเข้าครัวเป็นประจำกับคุณแม่ พอมีครอบครัวเราก็รับหน้าที่นี้ไปด้วยเลย ต้องบอกก่อนเลยว่าครัวสไตล์ถิงถิงนั้นจะค่อนข้างเรียบร้อย เป็นระเบียบ และมีดีไซน์ที่เข้ากับการตกแต่งบ้านได้ด้วย อย่างเครื่องผสมอาหารที่มักจะใช้เวลาผสมแป้งเตรียมอาหารเช้าอยู่เป็นประจำ ถิงจะเลือกเครื่องใช้ที่มีความแข็งแรง ทนทาน เมื่อใช้งานแล้วไม่หกเลอะเทอะ ฟุ้งกระจายขณะผสม ได้อาหารอร่อย แถมครัวยังสะอาด เท่านี้เราก็แฮปปี้แล้ว”

ต้น-บดินทร์ พลางกูร

พบกับแคมเปญ Smeg Dream Price 2019 ในราคาพิเศษได้ตั้งแต่วันนี้-31 ธ.ค. 2562 นี้เท่านั้น หรือจนกว่าสินค้าจะหมด สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Smeg Iconic Space (อาคารไทยซิน)ทุกวันจันทร์-วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 09.00-19.00 น. โทร.02-7140785, 02-7140786 หรือ www.smeg.co.th