บิวตี้ ฮอลล์ ฉลองครบรอบ 20 ปี ตอบโจทย์สาวรักความงามทุกไลฟ์สไตล์

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/450451

บิวตี้ ฮอลล์ ฉลองครบรอบ 20 ปี ตอบโจทย์สาวรักความงามทุกไลฟ์สไตล์

วันพุธ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด โดย บิวตี้ ฮอลล์ (Beauty Hall) ตอกย้ำความเป็น No.1 Beauty Destinationจัดแคมเปญ “LEGALLY 20THANNIVERSARY OF BEAUTY HALL” ฉลองครบรอบ 20 ปี ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Legally Beauty” ที่เปรียบเสมือนหญิงสาวรุ่นใหม่ มีความสวย เปรี้ยว มั่นใจ ใส่ใจดูแลตัวเอง โดย บิวตี้ ฮอลล์ร่วมมือกับเครื่องสำอางแบรนด์ดังระดับโลก กว่า 19 แบรนด์ เช่นBIOTHERM/ CLARINS/ CLE DE PEAU BEAUTE/ CLINIQUE/ DOLCE&GABBANA BEAUTY/ESTEE LAUDER/ IPSA/ JO MALONE/ KIEHL’S/ LA MER/ LANCOME/ LAURA MERCIER/ L’OCCITANE/ M.A.C/ NARS/ SHISEIDO/ SHU UEMURA/ THREE/ YSL BEAUTY มาจัดเป็นเซตสุดคุ้มCELEBRATION SET มอบให้กับลูกค้าคนพิเศษที่อยู่ด้วยกันกับบิวตี้ ฮอลล์ เป็นเวลากว่า 20 ปี

EXCLUSIVE CELEB-RATION SETS คัดสรรสกินแคร์และเมคอัพตัวท็อปจากเคาน์เตอร์แบรนด์ชื่อดัง มาจัดเป็นเซตพิเศษ 4 แบบ 4 สไตล์ ตอบโจทย์สาวๆ ทุกการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็น BRILLIANT STAR SET เหมาะกับสาวหวาน สไตล์คุณหนู, LOVE ME TRENDY SET สาวเทรนดี้อัพเดทไอเท็มใหม่ๆ ตลอดเวลา, ME &NATURE SET สาวบอบบาง แพ้ง่าย กับผลิตภัณฑ์ที่มาจากธรรมชาติ, GALS ON THE GO SET สาวแอ๊กทีฟ ที่ชอบทำกิจกรรมท้าทาย รับรองว่าทุกเซตสวยคุ้มค่าคุ้มราคา แบบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เพราะบางเซตลดสูงสุดถึง 53% ซึ่งจะมีจำหน่ายที่แผนกบิวตี้ ฮอลล์ เพียง 4 สาขา เท่านั้น ได้แก่ เดอะมอลล์ บางแค, บางกะปิ,เอ็มโพเรียม และพารากอนดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ ตั้งแต่วันนี้-31 ตุลาคม 2562 เท่านั้น* (หรือจนกว่าสินค้าจะหมด) หรือช้อปผ่านออนไลน์

ซึ่งในแต่ละเซต ยังมาพร้อมกระเป๋าเครื่องสำอางที่ตั้งใจออกแบบมาเป็นพิเศษ โดยนำ Hologram มาใช้เป็น Material ทำให้กระเป๋าดูมีความเก๋ ทันสมัย และเข้ากับแฟชั่นไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ไม่ว่าจะถือไปคลับเก๋ๆ หรือจะพกไปเที่ยวไว้เป็นพรอพถ่ายรูปก็ได้ นอกจากจะใส่ของได้เยอะแล้ว ยังสวย เก๋ ชิค สมกับความตั้งใจที่บิวตี้ ฮอลล์ ตั้งใจมอบให้ลูกค้าคนพิเศษโดยเฉพาะ

‘30 ปี ชัยชนะแห่งการพัฒนา’ น้อมรำลึก พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/450463

‘30 ปี ชัยชนะแห่งการพัฒนา’ น้อมรำลึก พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

วันพุธ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี องค์นายกกิตติมศักดิ์ และองค์ประธานมูลนิธิชัยพัฒนา จะเสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดงาน “30 ปี ชัยชนะแห่งการพัฒนา” ในโอกาสครบรอบการดำเนินงานของมูลนิธิชัยพัฒนา ตลอดระยะเวลา 30 ปี นับตั้งแต่ก่อตั้งเมื่อปี 2531 ในวันที่ 30 ตุลาคม 2562 ณ ลานอีเดน ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งงานนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 ตุลาคม-3 พฤศจิกายน 2562

ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เผยถึงการจัดงาน “30 ปี ชัยชนะแห่งการพัฒนา”ระหว่างวันที่ 28 ตุลาคม-3 พฤศจิกายน 2562 ในครั้งนี้ ว่า เพื่อน้อมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระผู้ทรงก่อตั้งมูลนิธิชัยพัฒนา เมื่อปี พ.ศ.2531โดยทรงมีวัตถุประสงค์เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขราษฎรให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และทรงมุ่งหวังให้การช่วยเหลือนั้นๆ เป็นไปอย่างรวดเร็วไม่ตกอยู่ภายใต้กฎระเบียบเงื่อนไขอันจะส่งผลให้การช่วยเหลือล่าช้า และเพื่อประชาสัมพันธ์การดำเนินงานของมูลนิธิชัยพัฒนาตลอดระยะเวลา 30 ปี ด้วยการบอกเล่าเรื่องราวดำเนินงานต่างๆ ออกสู่สาธารณชนว่าทำไมในหลวงรัชกาลที่ 9จึงทรงก่อตั้งมูลนิธิชัยพัฒนาและตลอดระยะเวลาสามทศวรรษที่ผ่านมา มูลนิธิชัยพัฒนาทำอะไรบ้าง เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชน

ภายในงาน ผู้ที่มาชมจะได้ร่วมเรียนรู้ประวัติศาสตร์การพัฒนาผ่านของส่วนพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และการดำเนินงานของมูลนิธิชัยพัฒนาในรูปแบบ AR 3 มิติ และ Interactiveเพื่อสะท้อนถึงพระราชจริยวัตรอันงดงาม และการทุ่มเททรงงานหนักเพื่อปวงประชา พร้อมรับชมสารคดีสั้น “ชัยชนะแห่งการพัฒนา” ที่สร้างจากเรื่องจริง ถ่ายทอดผ่านบุคคลจริง ซึ่งมีหลากหลายเรื่องเล่าประทับใจจากบุคคลที่มีส่วนร่วมในชัยชนะแห่งการพัฒนาซึ่งไม่เคยเผยแพร่ที่ไหนมาก่อน พร้อมรับชมศิลปะผ่านมุมมองของนักวาดภาพประกอบชื่อดัง เกี่ยวกับเส้นทางแห่งชัยชนะ

รวมไปถึงการออกร้านจำหน่าย สินค้าผลิตภัณฑ์ต่างๆ จากร้านภัทรพัฒน์ และจากโครงการมูลนิธิชัยพัฒนา ตลอดจนกิจกรรมอื่นที่น่าสนใจมากมายเพื่อนำไปต่อยอดสร้างรายได้ในอนาคต อาทิ การทำบ้านนก และพวงกุญแจจากกะลามะพร้าว ของโครงการอัมพวาชัยพัฒนานุรักษ์ สมุทรสงคราม, การทำลูกประคบพร้อมนวดสาธิต จากโครงการสวนสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เพชรบุรี, การทำตุ๊กตาหัวจุกยาดม จากอุทยานการอาชีพชัยพัฒนา นครปฐม, การทำกิจกรรมล่าเตียง อาหารว่างไทยโบราณ จากอุทยานการอาชีพชัยพัฒนา นครปฐม, การทำขนมจีบนก และขนมช่อม่วง จากอุทยานการอาชีพชัยพัฒนา นครปฐม, กิจกรรมการสาธิตการทำอาหาร จากน้ำมันเมล็ดชาภัทรพัฒน์ จาก“เชฟอาร์ต-ศุภมงคล ศุภพิพัฒน์”Chef Table คนแรกของประเทศไทยเป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีการแสดงอาทิ วงดนตรี “String Quarted” จากสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา,การแสดงจากคณะนักร้องประสานเสียงสวนพลู, การแสดงดนตรี Jazz Quartet มหาวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล

ผู้สนใจสามารถ เข้าร่วมงานดังกล่าวได้ตั้งแต่วันนี้-3 พฤศจิกายน2562 ณ ลานอีเดน ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

อัพเดตเทรนด์แต่งบ้านกับ 3 เทรนด์สุดคูล

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/450462

อัพเดตเทรนด์แต่งบ้านกับ 3 เทรนด์สุดคูล

วันพุธ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ถึงเวลาสนุกกับการแต่งบ้านแล้ว! หลังจากครองใจชาวเออเบินด้วยการรวบรวมแบรนด์สุดฮิประดับโลกมาตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองที่ชอบหาอะไรใหม่อยู่เสมอล่าสุด อนาเธอร์สตอรี่ (ANOTHERSTORY) ได้นำเสนอ อนาเธอร์ โฮม สตอรี่ (ANOTHER HOME STORY) ที่รวบรวมเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านแบรนด์เก๋จากทั่วโลกมาให้เลือกตกแต่งพื้นที่แห่งการพักผ่อนอย่างมีสไตล์กับ 3 เทรนด์ฮิตแห่งโลกเฟอร์นิเจอร์ ได้แก่ Velvet Glamเทรนด์ที่ดึงเนื้อสัมผัสกำมะหยี่มาเพิ่มความหรูหรา หรือจะเป็นเทรนด์ Pop Color ที่ใช้โทนสีโดดเด่นไม่ซ้ำใครและ Cane is Back เทรนด์การกลับมาของหวายอันเป็นวัสดุยอดนิยมที่ยังคงความคลาสสิกตลอดกาล

เริ่มต้นด้วยผิวสัมผัสอย่างกำมะหยี่ที่ไม่ว่าจะผ่านมากี่ยุคสมัยก็ยังคงเป็นองค์ประกอบที่เพิ่มความหรูหราให้กับห้องพักหรือพื้นที่ต่างๆ ได้อย่างง่ายเพียงแค่จับคู่กับไอเท็มสีทองเหลืองหรือทองแดงตามใจชอบ โดยสามารถเลือกกำมะหยี่ที่อยู่บนไอเท็มต่างๆ ได้อย่างหลากหลาย ตั้งแต่เบาะกำมะหยี่แฟนซี ไปจนถึงโซฟาผ้ากำมะหยี่ขนยาว หรือโคมไฟกำมะหยี่ อีกทั้งกำมะหยี่ยังดูดีและงดงามในหลากหลายเฉดสี อาทิ สีทอง, สีเขียวอมน้ำเงิน, สีน้ำเงินมิดไนท์บลู หรือกระทั่งสีชมพูพาสเทลมาในสไตล์ที่โดดเด่นจากหลากหลายแบรนด์ ได้แก่ENOstudio แบรนด์จากเมืองแห่งรสนิยมชั้นสูงอย่างฝรั่งเศส ผสมผสานคุณภาพลงไปในงานเน้นเรียบง่ายเปี่ยมด้วยรสนิยม, Mathieu Challieres อีกแบรนด์ที่ออกแบบและผลิตจากฝรั่งเศส มีกลิ่นอายของความวิจิตรและหรูหราในสไตล์วินเทจผสานกับความร่วมสมัยในเวลาเดียวกัน และ Le Monde Sauvage แบรนด์ของตกแต่งบ้านและผลิตภัณฑ์สิ่งทอที่มีดีไซน์หรูหราไม่เหมือนใคร และยังคงยึดมั่นที่จะรังสรรค์ไอเท็มแต่ละชิ้นขึ้นมาด้วยมืออย่างใส่ใจ

ต่อกันด้วยเทรนด์การแต่งห้องเทรนด์ Pop Color เพิ่มสีสันให้ของประดับตกแต่งและเฟอร์นิเจอร์ที่หลากหลาย เพื่อสร้างลูกเล่นแปลกตาไม่จำเจ ด้วยกองทัพแบรนด์ระดับโลก ได้แก่ Pols Potten แบรนด์หัตถกรรมสุดสร้างสรรค์สัญชาติเนเธอร์แลนด์ ที่มากับคอนเซ็ปต์ที่จะเปลี่ยนพื้นที่ทุกมุมห้องให้เป็นพื้นที่แห่งความสนุกแบบมีสไตล์ และ Volta โมบายตั้งโต๊ะสุดชิค ที่นอกจากจะได้รับการออกแบบมาด้วยดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์และน่าสนใจแบบมองได้ไม่มีเบื่อแล้ว ยังถูกผลิตขึ้นมาอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

พลาดไม่ได้กับเทรนด์เฟอร์นิเจอร์สุดคลาสสิกจากยุค 1970 โดย AnotheHome Story ได้คัดสรรไอเท็มหวายที่มองแล้วชวนให้นึกถึงการออกแบบแห่งเอเชียช่วงยุคอาณานิคม หรือจะเป็นคาเฟ่เล็กๆใจกลางเมืองปารีส ที่ไม่เพียงแต่ทำให้บรรยากาศของห้องดูดีและอบอุ่น แต่ยังเพิ่มกลิ่นอายแห่งแฟชั่นด้วยดีไซน์ที่ถูกออกแบบมาให้มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้นกว่าเก่าโดยแบรนด์ที่เหล่าคนรักการแต่งห้องจะต้องหลงรัก ได้แก่ Podium ผลงานสุดประณีตจากแบรนด์ไทยอันเกิดจากประสบการณ์ที่สั่งสมมามากกว่า 30 ปีในวงการเฟอร์นิเจอร์ไม้, Raw Materialsแบรนด์รับออกแบบภายในจากเนเธอร์แลนด์ที่ตั้งใจนำเสนอไอเท็มที่มีทั้งความคลาสสิกและความชิครวมไว้ในหนึ่งเดียว และHK Living แบรนด์ตกแต่งภายในสัญชาติดัทช์ที่ดึงเอาแฟชั่นแห่งเฟอร์นิเจอร์ในอดีตมาพลิกแพลงให้เข้ากับยุคสมัย พร้อมคุณภาพแบบจัดเต็ม

ปิดท้ายด้วยนานาข้าวของเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารที่ Another Home Storyไม่เคยมองข้าม โดยล้วนหยิบยกแบรนด์อันหลากหลายด้วยสไตล์ แต่มีจุดร่วมเดียวกันนั่นคือความตั้งใจที่จะเติมเต็มโมเม้นต์แห่งการรับประทานอาหารอันเป็นความสุขที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของการพักอาศัย ให้สมบูรณ์แบบและเปี่ยมไปด้วยรสนิยมที่สุด ได้แก่SERAX แบรนด์ที่เผยความงามจากหลากหลายแง่มุมจนทำให้งานเซรามิกบนโต๊ะอาหารจากแบรนด์นี้มีเอกลักษณ์โดดเด่นออกมาจากวัสดุที่ใช้ เฉดสีที่แตกต่างอย่างลงตัว รวมไปถึงดีไซน์ที่ใครเห็นเป็นต้องจำได้ทันที เป็นต้นสะท้อนสไตล์การตกแต่งแบบไร้ที่ติพร้อมสนุกไปกับการเลือกไอเท็มชิ้นโปรดที่ ANOTHER STORYไลฟ์สไตล์คอนเซ็ปต์สโตร์สุดชิค ชั้น 4 ตึกเฮลิกส์ควอเทียร์ ศูนย์การค้า ดิเอ็มควอเทียร์

ตอบโจทย์คนรักผม! HairOglam The Premium Salon ร้านทำผมสุดพรีเมียมย่านปิ่นเกล้า

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/450448

ตอบโจทย์คนรักผม! HairOglam The Premium Salon ร้านทำผมสุดพรีเมียมย่านปิ่นเกล้า

วันอังคาร ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 15.41 น.

HairOglam ร้านทำผมสุดหรูเปิดให้บริการใหม่ย่านปิ่นเกล้า ชูจุดเด่นด้วยช่างมากประสบการณ์ของวงการทำผมกว่า 30 ปี ได้รับการตอบรับจากกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่างแน่นหนา เป็นเครื่องยืนยันในความนิยม และความสามารถช่างทำผมของทางร้าน ที่สามารถออกแบบทรงผม และแก้ไขปัญหาพร้อมทั้งให้คำแนะนำแก่ลูกค้าได้เป็นอย่างดี  รวมไปถึงผลิตภัณฑ์ที่ทาง HairOglam นำมาให้บริการเป็นผลิตภัณฑ์นำเข้าจากต่างประเทศ คุณภาพสูง ไม่ว่าจะเป็น Cynos นำเข้าจากแคนาดา, Pravana นำเข้าจากอเมริกา, และ Davines ผลิตภัณฑ์ออแกนิก นำเข้าจากอิตาลี เป็นต้น

ในส่วนของการให้บริการ HairOglam ให้บริการเกี่ยวกับเส้นผมและหนังศรีษะอย่างครบวงจร อาทิ ออกแบบทรงผม ทำสี ดัดยืด ดีท็อกซ์เส้นผมและหนังศรีษะ รวมถึงทรีทเมนต์ต่างๆ ภายในร้านตกแต่งอย่างเป็นสัดส่วน โล่ง สบาย ด้วยสไตล์โมเดิร์น พร้อมด้วยอุปกรณ์ร้านที่ใหม่และทันสมัย มีมุมถ่ายภาพสวยๆ ไว้บริการสำหรับสายแคปเจอร์ทุกท่าน ด้วยราคาที่เหมาะสมกับคุณภาพ ทำให้ HairOglam ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ทาง HairOglam ยังมีบริการที่จอดรถจำนวนมาก สำหรับลูกค้าที่นำรถยนต์ส่วนตัวมา เพราะความสะดวกสบาย เป็นหัวใจสำคัญอีกอย่างของทางร้าน

ทั้งนี้ HairOglam เปิดให้บริการทุกวันโดยวันจันทร์ถึงวันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 10.30 น. – 22.00 น. วันเสาร์และวันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 10.00 น. – 22.00 น. สำหรับผู้สนใจเข้ารับบริการ ออกแบบและตัดแต่งทรงผม ทำสี ดัด ยืด ด้วยช่างมากประสบการณ์กว่า 30 ปี จากทางร้าน HairOglam พิเศษโปรโมชั่นเปิดร้านใหม่ ส่วนลด 10% ทุกรายการ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 087-924-1956 ,Line : @hairoglam และ https://www.facebook.com/hairOglam/

สัมผัสมนต์เสน่ห์ของเมนูอาหารดอกไม้ในงาน ‘Central Anniversary 2019’

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/450442

สัมผัสมนต์เสน่ห์ของเมนูอาหารดอกไม้ในงาน ‘Central Anniversary 2019’

วันอังคาร ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 15.30 น.

กลิ่นหอมจรุงใจจากหมู่มวลดอกไม้หลากหลายสีสันนับล้านดอก กลับมาบานสะพรั่งอีกครั้ง เพื่อร่วมเฉลิมฉลองครบ 6 รอบ 72 ปี ห้างเซ็นทรัล กับงาน “Central Anniversary 2019” (เซ็นทรัล แอนนิเวอร์ซารี 2019) ที่ปีนี้ตั้งใจเนรมิตห้างเซ็นทรัลชิดลม และศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ให้เป็นสวนสวรรค์แห่งหมู่มวลพฤกษา ภายใต้คอนเซปต์ พันธุ์ไม้สีเหลืองหายากที่ตราตรึง และเหล่าดอกไม้บานสะพรั่งนอกฤดูกาล ที่งานนี้เหล่านักชิมต้องห้ามพลาดกับเมนูอาหารปรุงพิเศษด้วยดอกไม้มากมายให้ได้ลิ้มรสความอร่อยในเทศกาลอาหารดอกไม้ที่ Eathai และ Foodloft ระหว่างวันที่ 7-12 พฤศจิกายน 2562 ตั้งแต่เวลา 10.00-22.00 น. ที่ห้างเซ็นทรัลชิดลม และศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี

เริ่มกันที่ อีทไทย (Eathai) ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ในปีนี้มาในคอนเซปต์ “A Floral Taste Celebration” โดยมีไฮไลต์ได้แก่ กิจกรรม The Floral Chef’s Table ที่ได้ “เชฟแอ้ม – นรี บุณยเกียรติ” 1 ใน10 ผู้เข้าแข่งขันจากรายอาหารชื่อดัง มาเนรมิตเมนูอาหารดอกไม้ตำรับชาววัง สไตล์ Chef’s Table ที่รังสรรค์มาเป็นพิเศษสำหรับงานนี้ อาทิ “ปอเปี๊ยะสดดอกไม้ก้อยกุ้งและเมี่ยงปลาดิบแนม” ที่นำก้อยกุ้งมาปรุงตามตำรับโบราณห่อมาในแผ่นปอเปี๊ยะใสจนมองเห็นมวลดอกไม้ เสิร์ฟคู่น้ำพริกก้อยจำแลงรสกลมกล่อม ทานเคียงเมี่ยงปลาดิบจากท้องทะเลไทย ต่อด้วยเมนู “แกงสิงหลไก่ถอดรูป ลุดตี่” แกงโบราณพื้นบ้านของชาวสิงหลที่สืบทอดสูตรมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 2 โดยแกงมีความหอมเป็นเอกลักษณ์จากเครื่องเทศ หอมของเตยที่ตัดด้วยกลิ่นจากยอดผักชีลาว ทานคู่กับแผ่นแป้งลุดตี่กลมบางสีเหลืองนวล และห้ามพลาดกับเมนู “ข้าวสามงาห่อใบตองเชิงปลากรายรมควันชานอ้อย” อาหารที่

แสดงออกถึงความเป็นไทย เรียบง่าย แต่ชัดเจน ประกอบไปด้วยงา 3 ชนิด ได้แก่ งาขาว งาดำ และงาขี้ม่อน ที่นำมาคั่วให้หอม ตักใส่ห่อใบตองปิดทอง ทานคู่เชิงปลากรายเนื้อแน่นซึ่งผ่านการรมควันจากชานอ้อย ตามเมนู“ขนมช่อดอกลำเจียก” ที่นำแป้งข้าวเหนียวคั่วให้หอมแล้วพรมด้วยกะทิและกลิ่นอ่อนๆ ของดอกไม้ไทย และเมนู “สาโทส้มฉุน” เจลลี่ส้มฉุนรสหอมหวานอมเปรี้ยว ผสานกลิ่นของสาโทจากข้าวไทย รับประทานคู่กับเกล็ดน้ำแข็งส้มฉุนที่พร้อมละลายในปาก ตัดกับรสเผ็ดซ่าของขิงสดสร้างความสดชื่นปิดท้ายมื้ออาหาร สำหรับผู้ที่สนใจ โดยกิจกรรม The Floral Chef’s Table จัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-10 พฤศจิกายน 2562 เวลา 18.00-20.00 น. (จำกัด 12 ที่นั่ง/วันเท่านั้น) สามารถสำรองที่นั่งได้ที่ โทร. 0 2160 5995

นอกจากนี้ ที่ Eathai ยังเมนูเด็ดจากร้านดังให้เลือกชิมอีกมากมาย ได้แก่ “ร้าน Ma Maison Home Cooking Recipes อาหารไทยโบราณ บ้านปาร์คนายเลิศ” กับเมนู ข้าวยำอัญชัน ความพิเศษอยู่ที่ น้ำบูดู ที่นำมาทำข้าวยำส่งตรงมาจากสายบุรี จังหวัดปัตตานี นำมาเคี่ยวกับสมุนไพรไทย เสิร์ฟพร้อมกับผักปลอดสาร และดอกไม้ทานได้เพื่อสุขภาพบำรุงหัวใจ บำรุงเลือด ช่วยระบบขับถ่าย ทานแล้วสดชื่น ตามมาด้วย หมี่น้ำปาร์คนายเลิศดอกไม้ทอด เป็นเมนูต้นตำรับจากบ้านปาร์คนายเลิศ ที่ประยุกต์ขั้นจากการนำหมี่กรอบและดอกไม้ทอดกรอบใส่ในน้ำซุปต้มยำสูตรเฉพาะที่มีกลิ่นของมันกุ้งเสวยและความหอมของกลิ่นส้มซ่า และ ดอกไม้คลุกฝุ่น เป็นเครื่องยำสามกรอบ ที่มี กระเพาะปลาหลอดเล็ก ปลาหมึกวง กุ้ง รวมถึงดอกไม้ที่ทานได้ มาทอดกรอบ คลุกเคล้ากับน้ำยำน้ำพริกเผาที่มีรสชาติสามรสกลมกล่อม และเมนูของหวานเติมความสดชื่น อย่าง ไอศครีมน้ำมะพร้าว และ ขนมปลากริมไข่เต่า

และห้ามพลาดอีกร้านอาหารไทยต้นตำรับกับ “ร้านผุดฉัน (อ.ป้อม)” มาพร้อมเมนู หมี่กะทิอัญชัน ที่นำเส้นหมี่แช่ในน้ำดอกอัญชัน แถมยังนำน้ำดอกอัญชันผสมลงในกะทิเพื่อให้สีม่วงอ่อนๆ สวยงาม อีกทั้งรสชาติที่กลมกล่อมสามรสแบบไทยภาคกลาง แนมด้วยไข่เจียวซอยฝอย ดอกอัญชันสด ใบกุ๋ยชายและใบบัวบก มีครบทั้งรูป รส กลิ่น และสี รวมอยู่ในจานนี้ เป็นจานพิเศษที่ถ้าใครได้ลิมรส รับรองต้องประทับใจอย่างแน่นอน รวมถึงอีกหลายเมนู ได้แก่ ไข่ฟูดอกไม้ซอสมะขาม และ ลูกชิดลอยแก้วน้ำกระเจี๊ยบ

เอาใจคนรักเส้นกันบ้าง กับเมนูเส้นขนมจีนที่ “ร้านเกษรทิพย์” เส้นขนมจีนจากแป้งข้าวเจ้าสดใหม่ผสมด้วยสีของกลีบดอกไม้หลายสีสันชวนรับประทาน ราดด้วยน้ำยาแบบต่างทำให้มีความอร่อยได้หลายหลายรสชาติ  อาทิ ขนมจีนแกงเขียวหวานลูกชิ้นปลากรายใส่ดอกโสน ที่แกงแบบเข้มข้นเมื่อราดบนขนมจีนแล้วคลุกให้เข้ากันแบบขลุกขลิกได้กลิ่นหอมๆ ของเครื่องแกงยิ่งทำให้ชวนลิ้มลองเป็นอย่างมากเลยทีเดียว หรือจะเป็นเมนู ขนมจีนน้ำพริกกุ้ง ก็อร่อยเข้ากันได้ดี

ถ้ายังไม่จุใจยังมีหลากหลายเมนูดอกไม้จากร้านดังให้เลือกอร่อย ไม่ว่าจะเป็น แกงกะหรี่ดอกไม้รวมทอด จาก “ร้านฉั่วฮุ่ยเจียง by Rod tiem” แกงกะหรี่รสชาติเข้มข้นทานคู่กับดอกไม้รวมทอด ทั้งดอกอัญชัน ดอกขจร ดอกโสนเมนูที่รังสรรค์ขึ้นมาเพื่องานดอกไม้ สำใครที่ชอบของว่างห้ามพลาด! ร้านของว่างไทยกับ ขนมช่อม่วงทำสดใหม่ๆ และขนมรูปแบบดอกไม้ต่างๆ  ขนมเบื้องดอกไม้ ไส้เค็มอัญชัญ และไส้หวานดอกไม้ จาก “ร้านขนมเบื้องคุณกรองพร” และเยลลี่ดอกไม้ 3 มิติ ท่สร้างสรรค์ลวดลายด้วยงานฝีมือจากการนำโยเกิร์ตฉีดเข้าไป กลายเป็นเยลลีดอกไม้ 3 มิติที่เลอค่าจากร้าน “ร้าน Floral Me”

นอกจากอร่อยกับอาหารดอกไม้มากมายภายในงานแล้วยังมี กิจกรรมสุดพิเศษเวิร์คชอป Flower Dumpling Thai Dessert ให้คุณได้ร่วมทำ “ขนมช่อม่วง” กับ “ช่อดอกมะลิ” โดย อาจารย์ป้อม จากร้านผุดฉัน
เวลา  12:00 – 14:00 น. กิจกรรมมีเฉพาะวันเสาร์ที่ 9 – 10 พฤศจิกายน 2562 เท่านั้น (เพียงรับประทานอาหารและเครื่องดื่มครบ 300 บาท)

ต่อเนื่องกับเมนูดอกไม้ที่ ฟู้ดลอฟท์ (Foodloft) ชั้น 7 ห้างเซ็นทรัลชิดลม กับเมนูของหวานและเครื่องดื่มสุดพิเศษในงาน “Sakura Sensations”  ที่มาพร้อมหลากหลายเมนูเครื่องดื่มและของหวาน ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากดอกซากุระมาให้คุณได้ลิ้มรสความอร่อย ที่ไม่เหมือนใคร จะมีเมนูอะไรบ้างนั้นไปดูกัน

เริ่มกันที่ Sakura Mizu shingen mochi โมจิหยดน้ำกลิ่นดอกซากุระ เสิร์ฟพร้อมกับน้ำเชื่อมน้ำตาลดำคุโระมิซึ และ ผงถั่วเหลืองคินาโกะ ตกแต่งด้วยทองคำเปลว เพิ่มความหรูหราและอรรถรสในการรับประทาน

ถัดมากับเมนู Sakura – Black cherry ice-cream ไอศกรีมสไตล์เจลาโต้ต้นตำรับแท้จากอิตาลี ผสมผสานกระรสชาติอย่างดอกซากุระได้อย่างลงตัว เนื้อเนียนแน่น ทำจากนมสดเกรดพรีเมี่ยม ตัดรสหวานด้วยผลเชอร์รี่ดำรสเปรี้ยวอมหวาน กลมกล่อมลงตัวอย่างน่าทึ่ง ไอเท็มลับต้องลองที่มีเฉพาะในงาน Central Anniversary 2019 เท่านั้น

ต่อกันที่เมนู Sakura Peach mousse cake มูสเค้กทรงโดม (ครึ่งวงกลม) ทำมาจากลูกพีชสีขาวและน้ำเชื่อมกลิ่นซากุระ เพิ่มรสชาติเปรี้ยวตัดความหวานด้วยโยเกิรต์รสธรรมชาติ ภายในมูสเค้กสอดไส้ราสเบอร์รี่เซอร์ไพรส์เพื่อเพิ่มสีสันและความสนุกในการรับประทาน ราดด้วยเกรซไวท์ช็อกโกแลตสีชมพูพาสเทสและตกแต่งด้วยการโปรยผงทองคำแท้อัพเลเวลเป็นขนมระดับลัคชูรี่ที่ต้องลองชิมให้ได้

ถัดมาที่เมนูเครื่องดื่มคลายร้อน Sakura Latteเครื่องดื่มเย็นสีชมพูหวานๆ ปรุงอย่างพิถีพิถันด้วยวัตถุดิบชั้นดีจากญี่ปุ่น สดชื่น หอมกลิ่นซากุระ หวานน้อย

ปิดท้ายด้วย Sakura – Lychee sparkling เครื่องดื่มเย็นๆดับกระหาย สีชมพูพาสเทล ผสมผสานที่ลงตัวระหว่างดอกซากุระ และ ลิ้นจี่ รสชาติเปรี้ยวอมหวาน กลิ่นหอมชื่นใจ

อิ่มอร่อยกับกับเมนูอาหารดอกไม้รับบประทานได้จนคุณจะต้องหลงใหล ได้ที่ อีทไทย ชั้น LG ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี และ ฟู้ดลอฟท์ ชั้น 7ห้างเซ็นทรัลชิดลม ระหว่างวันที่ 7-12 พฤศจิกายน 2562 ตั้งแต่เวลา 10.00-22.00 น.พร้อมบริการเดลิเวอรี่ส่งตรงถึงบ้านคุณ!

หมายเหตุ :

“Eathai” (อีทไทย) ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี    บริการเดลิเวอรี่ โทร.0 2160 5995 หรือ @eathaibycentral

“FoodLoft” ฟู้ดลอฟท์ ชั้น 7ห้างเซ็นทรัลชิดลมสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม  โทร.0 2793 7070

‘ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์’ชวนเที่ยวงาน’กรุงเทพธารา ไทยเท่ เสน่ห์นคร@ centralwOrld’

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/450423

‘ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์’ชวนเที่ยวงาน’กรุงเทพธารา ไทยเท่ เสน่ห์นคร@ centralwOrld’

วันอังคาร ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 15.05 น.

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, กรมการพัฒนาชุมชน, บริษัท มาสเตอร์การ์ด (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท น้ำตาล มิตรผล จำกัดจัดงาน “กรุงเทพธารา ไทยเท่ เสน่ห์นคร@ centralwOrld”ระหว่างวันที่ 25ตุลาคม – 3พฤศจิกายน 2562ณ ลานด้านหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เพื่อนำเสนอมุมมองวิถีชีวิตความเป็นไทยจากทุกภูมิภาคทั้งด้านศิลปะวัฒนธรรมและอาหารอันเป็นเอกลักษณ์และน่าภาคภูมิใจของชาติไทยที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานและไม่มีใครเหมือนงานกรุงเทพธาราได้จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่สาม และเป็นเทศกาลอาหารสุดยิ่งใหญ่ที่ทุกคนรอคอยที่หนึ่งปีมีเพียงครั้งเดียวภายในงานรวบรวมร้านอาหารชื่อดังทั้งคาวหวานและเครื่องดื่มให้ได้ทุกท่านได้เลือกชิม โดยในปีนี้คอนเซ็ปต์ของงานจะเป็นการถ่ายทอดเรื่องราวผ่านรูปแบบความโมเดิร์นและร่วมสมัยทุกท่านจะได้สัมผัสอาหารไทยรูปแบบใหม่ที่ผสานเอกลักษณ์เฉพาะท้องถิ่นไทยที่นำมาสรรสร้างสู่ความเป็น ‘ไทยเท่’พบกับร้านอาหารในตำนาน ร้านอาหารดีเด็ดสมัยใหม่ที่โด่งดังในเพจต่างๆ และสตรีทฟู้ดที่รวบรวมมาให้ได้ชิมกันมากกว่า 200ร้านค้าและยังนำเอกลักษณ์วัฒนธรรมท้องถิ่นไทยมาสร้างสรรค์ในรูปแบบร่วมสมัยให้เท่อย่างไทยเพื่อเป็นแลนด์มาร์คถ่ายรูปเช็คอิน แบ่งเป็น 3 โซน ได้แก่

โซน1ลานสแควร์ Bนำเอกลักษณ์ผลิตภัณฑ์งานสานจากภาคอีสานมาสร้างเป็นเวทีแลนด์มาร์คร่วมสมัยที่ถูกประดับด้วยงานสานและต้นไม้อย่างลงตัวและจุดถ่ายภาพที่ระลึกสำหรับคนไลฟ์สไตล์ไทยเท่ รับชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทยแบบประยุกต์ นาฏศิลป์ไทยหลากหลายภาค

โซน2 ลานสแควร์ Cนำเอกลักษณ์หัตถกรรมร่มอันเป็นวัฒนธรรมท้องถิ่นล้านนาของภาคเหนือ มาออกแบบใหม่ให้เป็นลวดลายร่วมสมัยมากขึ้น ใส่สีสันให้ดูมีมิติและสะดุดตาและตกแต่งด้วยผ้าตุง

โซน3ลานสแควร์ Dนำเอกลักษณ์ของภาคใต้ถ่ายทอดผ่านศิลปะจากรูปเรือกอและ และลวดลายชุดมโนราห์ รวมถึงนำผ้าบาติกมาตกแต่งให้ร่วมสมัยมากยิ่งขึ้น

พบกับร้านอาหารชื่อดังจากทั่วพระนครกว่า 200 ร้านค้า ที่คัดสรรมาให้ทุกท่านได้เลือกชิม อาทิ ลูกชิ้นหมูแพร่งนราร้านเก่าแก่ชื่อดังเลื่องลือเรื่องความสวยของแม่ค้า, นิอ่าง ไอติมไข่แข็ง ไอติมมะพร้าวกะทิเจ้าเก่า50 ปี รสชาติหวานมัน สามารถเลือกใส่ไข่แดงดิบหรือไข่เค็ม, ซูโม่โตเกียวกะทิสด โตเกียวฟิวชั่นไส้คาวหวานให้เลือกกว่า 10 ไส้, ซ้งเป็ดพะโล้ร้านในตำนานขายมานานกว่า 30 ปี เป็นผู้สร้างสรรค์เมนูเป็ดพะโล้ต้นตำหรับอันลือชื่อ มีความเนื้อนุ่มอร่อย อยู่แยกวังหิน, หมี่กรอบจีนหลี(สมัย ร.5) ร้านหมี่กรอบโบราณย่านตลาดพลู ที่เปิดขายมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 พร้อมเสิร์ฟรสชาติดั้งเดิมมากว่า 110 ปี, ก๋วยเตี๋ยวไข่แม่อีฟรสแซ่บเจ้าดังจากแปดริ้ว ใช้หมูเด้งปั้นก้อนกลมสอดไส้ด้วยเส้นบะหมี่ ชีสยืดและไข่ยางมะตูม ราดด้วยน้ำต้มยำจี๊ดจ๊าด, หมูปลาร้า สายซิ่งหมูปลาร้าและส้มตำโบราณเจ้าดังจากตลาดมะลิ,จัมโบ้ปลาหมึกย่างสดใหม่รสหวานกรอบทานพร้อมน้ำจิ้มสูตรเด็ด, Monster ยำ ร้านยำสุดแซ่บดีกรีร้อนแรงที่สุดในย่านสะพานควาย, Kanok Teaคาเฟ่ที่ตกแต่งด้วยดอกไม้ผสานเอกลักษณ์ความเป็นไทย พลาดไม่ได้กับชานมไข่มุกท็อปด้วยฝอยทอง,เตี๋ยวหมูรถตู้สูตรเด็ดต้องลองมาในสูตรกะทะร้อน, โอว ก๋วยเตี๋ยวพริกสดโดดเด่นด้วยน้ำจิ้มซีฟู้ดรสเด็ด,ขนมจีบต้มลุยสวน Byคุณรัตน์ ขนมจีบต้มและก๋วยเตี๋ยวลุยสวนไส้แน่น อร่อยเต็มคำ, ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาแม้นศรี เจ้าดั้งเดิมกว่า 40 ปี จากถนนบำรุงเมือง ลูกชิ้นปลาสดใหม่ ผลิตจากเนื้อปลาเเท้เเละวัตถุดิบธรรมชาติ ปลอดสาร 100%, ยำปูแสบจากย่านรามอินทรา กม.2พลาดไม่ได้กับยำมะม่วงปูม้าสุดแซ่บที่มีปูม้าให้ได้เลือกอร่อยได้หลายไซส์หลายราคา, Sister ยำ ยำรสแซ่บจากเชียงใหม่ ยำว่าเด็ดแล้วแต่ยังไม่เผ็ดเท่าแม่ค้า, พจน์ ปลาหมึกย่าง ร้านรถเข็นจากย่านเสาชิงช้าที่รสชาติและความสดใหม่ไม่เป็นรองใคร, หมูสะเต๊ะนายซ้งร้านดังจากจุฬาฯ ซอย 8 เจ้าเก่าหน้าร้านสมบูรณ์ หมูนุ่ม หอมสมุนไพร บรรจงคัดสรร วัตถุดิบสดใหม่ทุกวัน น้ำจิ้มถั่วหอมมันเฉพาะตัว การันตีความอร่อยนานกว่า40ปี,Seahubปลาหมึกทอดใหม่ๆ กรุบกรอบ น้ำจิ้มไทยโบราณคลาสสิก, เหมาเหมากระเพาะปลา อาหารจีนรสชาติเข้มข้นระดับภัตตาคารในราคาย่อมเยาว์, คอหมูพระราม 5  ของเชฟยีสต์เชฟหนุ่มหล่อชื่อดัง โด่งดังด้วยคอหมูย่างเนื้อนุ่มหอมกลิ่นเครื่องหมัก, เขียวไข่กาอาหารไทยพื้นถิ่นในบรรยากาศร่วมสมัย, ทาน IN Town ข้าวหมูแดงหมูกรอบหมูชาชูโจ๊กหมูใส่ไข่โจ๊กหมูกระดูกอ่อน ที่ดีที่สุดในย่านทาวน์อินทาวน์,  Project bus café artคาเฟ่รถบัสย่านงามวงค์วาน จิบกาแฟพรีเมี่ยมพร้อมถ่ายรูปชิคๆราชาโค เนื้อย่างโคขุนเนื้อย่างรสเด็ด น้ำจิ้มรสแซ่บ เนื้อย่างชื่อดังย่านราชพฤกษ์  เนื้อย่างเสียบไม้บัตรคิว เด็ดจริง เนื้อนุ่ม ไม่เหนียว ไร้กลิ่นสาบกินร้อนๆ ไม้เดียวไม่เคยพอ

ตลอดทั้งงานยังมีกิจกรรมวัฒนธรรมไทยแบบประยุกต์ เพื่อสร้างความเพลิดเพลินให้กับทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่มาร่วมงานได้เก็บเกี่ยวภาพแห่งความทรงจำในเสน่ห์ของกรุงเทพมหานครนอกจากนี้ยังมีโปรโมชั่นสุดพิเศษสำหรับสมาชิกThe1 รับฟรี Gift Voucher จากร้านอาหารชื่อดังในงานกรุงเทพธารา 1 เมนู เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรมาสเตอร์การ์ดภายในศูนย์ฯ ครบ 2,000 บาท (จำกัดสิทธิ์ 50 ท่าน/วัน)

ขอเชิญทุกท่านเที่ยวงานกรุงเทพธารา ไทยเท่ เสน่ห์นคร @ centralwOrldระหว่างวันที่ 25 ตุลาคม – 3 พฤศจิกายน 2562 ณ ลานสแควร์ B, C, D หน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

โอนิซึกะ ไทเกอร์ ปล่อยรันเวย์คอลเลคชั่น Spring & Summer 2020

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/450349

โอนิซึกะ ไทเกอร์ ปล่อยรันเวย์คอลเลคชั่น Spring & Summer 2020

วันอังคาร ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 11.02 น.

โอนิซึกะ ไทเกอร์ ปล่อยรันเวย์คอลเลคชั่น Spring & Summer 2020

ด้วยแรงบันดาลใจจากกีฬาต่างๆ พร้อมตื่นตากับโชว์สุดอลังการ

โอนิซึกะ ไทเกอร์ แบรนด์แฟชั่นไลฟ์สไตล์จากญี่ปุ่น ยังคงดึงดูดความสนใจของนักออกแบบแฟชั่นทั่วโลกด้วยคอลเลคชั่นแนวร่วมสมัยผสมผสานแฟชั่นให้เข้ากับกีฬาและมรดกทางวัฒนธรรม เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2562 โอนิซึกะ ไทเกอร์ ได้จัดแสดงรันเวย์สำหรับคอลเลคชั่น Spring & Summer 2020 ที่ออกแบบโดย ครีเอทีฟ ไดเรคเตอร์ Andrea Pompilio ที่ Shin-toyosu Brillia Running Stadium ที่ส่องสว่างเต็มไปด้วยแสงสีน้ำเงินไปทั่วรันเวย์

พร้อมด้วยคนเข้าร่วมงานกว่า 450 คน รวมถึง Brand Ambassador และเซเลบริตี้จากแต่ละประเทศ อาทิ Naomi Watanabe, Han Huo Huo, Toc Tien, แบงค์-ธิติ มหาโยธารักษ์ รวมถึงเหล่า Influencer และคนดังในวงการแฟชั่นอีกมากมาย การแสดงบนรันเวย์เริ่มต้นด้วยโชว์กีฬาแบบ nouvelle อาทิ ทริคกิ้ง (tricking) และ วีล ยิมนาสติก (wheel gymnastics) แสดงโดยนักกีฬาในแนวหน้า พร้อมกับการแสดงดนตรีโดยวงมาร์ชชิ่งแบนด์

คอลเลคชั่นนี้ผลิตขึ้นมาเพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อ Kihachiro Onitsuka ผู้ก่อตั้ง โอนิซึกะ ไทเกอร์ และฉลองครบรอบ 70 ปี โดยคอลเลคชั่นนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากชุดยูนิฟอร์มในกีฬาต่างๆ                                                                                        นอกจากเสื้อและกางเกงขาสั้นที่ได้รับแรงบันดาลใจจากวัสดุตาข่ายของชุดบาสเก็ตบอล, กางเกงยีนส์แบบ denim cargo ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากการปีนเขา, เสื้อยืดหลากสีสันที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการแข่งรถ, แจ็คเก็ตบุนวมได้รับแรงบันดาลใจจากการขี่ม้า, เสื้อโค้ทที่ทำจากวัสดุโปร่งใสที่ได้แรงบันดาลใจจากการแล่นเรือใบ, เสื้อถักแบบสองสีที่ถักทอด้วยด้ายโพลีเอสเตอร์ซึ่งมีแรงบันดาลใจจากการดำน้ำ เดรสซาตินสำหรับงานตอนเย็นที่สวยงามของผู้หญิงที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเสื้อคลุมมวย และเมื่อพูดถึง “TOKYO ONITSUKA” ซึ่งปรากฏในชุดฟินาเล่ Pompilio ได้กล่าวว่า “ในขณะที่ฉันเห็นกราฟิกที่มีอยู่ จุดสีแดงที่มองแล้วเหมือนรูปหัวใจและคำว่า “Onitsuka Tiger Loves Tokyo” ก็ขึ้นมาในความคิดของฉัน” แคปซูลคอลเลคชั่นนี้ซึ่งได้นำกราฟิกที่มีอยู่นำมาเพื่อเผยแพร่ถึงความเป็นมาของโอนิซึกะ ไทเกอร์ และคอลเลคชั่นนี้จะเปิดตัวในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน

พาเลทสีที่แสดงให้เห็นถึงอารมณ์ของความเฟรชและสปอร์ทตี้โทนสีดำเหลืองนีออน, ส้มนีออน, และคราม

คอลเลคชั่นนี้ประกอบด้วย 5 สิ่งสำคัญ – The New Youth; The Modern Uniform; The New Casual; The Sports Obsession; และ The Free Spirit — ด้วยทัศนคติของ “The Masculine Feminine”, “The Genderless” และ “The Global Diversity”.

สถานที่จัดงาน Shin-toyosu Brillia Running Stadium ได้ถูกเปลี่ยนเป็นพื้นที่แบบ near-futuristic สำหรับค่ำคืนนี้ และในปีนี้พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ได้รับรางวัลสถาบันสถาปัตยกรรมแห่งประเทศญี่ปุ่น (แผนกออกแบบสถาปัตยกรรม) และดึงดูดความสนใจด้วยสนามกีฬาและห้องปฏิบัติการที่มีกีฬา, ศิลปะ, และเทคโนโลยีที่มีชีวิตชีวาผสมผสานด้วยกัน และซุ้มไม้ที่สวยงามซึ่งดูเหมือนเฟอร์นิเจอร์สร้างความสงบที่สะดวกสบาย แม้ว่าลักษณะที่ปรากฏอยู่จะเป็น near-futuristic

หลังจากการแสดงบนรันเวย์แขกผู้เข้าร่วมงานได้สนุกไปกับโลกของแบรนด์ในอารมณ์ที่ผ่อนคลายพร้อมด้วยบรรยากาศเพลงสบายๆ ของวง CITABRIA BAYPARK Grill & Bar ซึ่งให้มุมมองยามค่ำคืนที่ดูสวยงามและไม่เหมือนจริงของ Toyosu

สมทบทุนมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยากฯ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/450186

news_default

สมทบทุนมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยากฯ

วันอังคาร ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพนำโดย มร.เดเนียล ไซมอน ผู้จัดการใหญ่ พร้อมคณะผู้บริหารโรงแรม อรรถยา พรหมศิริ ผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน ไมร่า อะเบลลิโด เรคเนอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด นัดดา สุภัคธนสมบัติ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารการตลาดและประชาสัมพันธ์ และ ประกิต ราช ทาปา ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล มอบเงินบริจาคจำนวน 400,000 บาท แก่มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย โดยมี ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ รองประธานกรรมการ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย รับมอบซึ่งเป็นรายได้จากการจัดกิจกรรมประกวดต้นคริสต์มาสการกุศล ประจำปี 2561 ที่ผ่านมา ณ สำนักงานมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย อาคารศรีจุลทรัพย์ เมื่อเร็วๆ นี้

เปิดแผนกโฮมคอนเซ็ปต์ใหม่ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/450191

เปิดแผนกโฮมคอนเซ็ปต์ใหม่ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์

วันอังคาร ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ห้างสรรพสินค้าเซน พลิกโฉมแผนกโฮมคอนเซ็ปต์ใหม่ ภายใต้ชื่อ “Living House” Co-Living & Eating Space ที่ชั้น 7 บนพื้นที่กว่า 5,000 ตารางเมตรให้กลายเป็นจุดหมายปลายแห่งทางใหม่ใจกลางกรุงเทพฯ ที่จะเปลี่ยนประสบการณ์ช็อปปิ้งให้สนุก และตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ให้ได้มาใช้ชีวิต พร้อมเติมเต็มความสุขเสมือนบ้านหลังที่สอง

ณัฐธีรา จิราธิวัฒน์ บุญศรี กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด ในเครือกลุ่มเซ็นทรัลรีเทล เปิดเผยว่า กิจกรรมในวันนี้จัดขึ้นเพื่อแนะนำแผนกโฮมคอนเซ็ปต์ใหม่ ใจกลางเมืองภายใต้ชื่อ “Living House” Co-Living &Eating Space พื้นที่ความสุขของการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ บนพื้นที่ 5,000 ตร.ม. ที่ชั้น 7 ห้างสรรพสินค้าเซน ที่จะมาเปลี่ยนประสบการณ์ช็อปปิ้งแบบเดิมๆ ให้การใช้ชีวิตในเมืองให้มีสีสัน และสนุกมากยิ่งขึ้น พร้อมตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ให้ได้มาใช้ชีวิตที่นี่ “หัวใจสำคัญของห้างสรรพสินค้าอยู่ที่การสร้างบรรยากาศที่จะมอบความอบอุ่น และให้ความรู้สึกราวกับคนพิเศษ เราจึงจัดสรรพื้นที่ “Living House” Co-Living & Eating Space รอต้อนรับลูกค้าคนพิเศษ ด้วย 2 โซน ได้แก่ Co-Living (โค-ลีฟวิ่ง) ครบครันสินค้าตกแต่งบ้านคุณภาพเยี่ยมในที่เดียว และโซน Co-Eating (โค-อีทติ้ง) เติมเต็มประสบการณ์ของแผนกโฮม ด้วย 2 มุมบริการอาหาร คือ Michelin Guide Thai Street Food Deck “มุมอาหารไทยระดับมิชลินไกด์” และ Gastronomic & Café Destination “มุมร้านอาหารและคาเฟ่ชื่อดังจากทั่วโลก”

ภายในงานมีคู่รักดารา พุฒ-พุฒิชัยเกษตรสิน และ จุ๋ย-วรัทยา นิลคูหาร่วมพูดคุยและเล่าถึงไฮไลท์ในโซน Living House พร้อมกันนี้ ทั้งสองยังได้โชว์ฝีมือการทำอาหารกับเมนู “สลัดพุฒ-จุ๋ย” ให้ชมและชิมกันอีกด้วย

กัลยพัชร ภักดีผดุงแดน ธรรมรักษ์หนึ่งในเซเลบฯ บอกว่า โดยส่วนตัวเป็นคนชอบหาของอร่อยๆ รับประทานอยู่แล้ว และก็เป็นคนชื่นชอบของแต่งบ้านด้วยเช่นกัน เมื่อได้รับเชิญมางานวันนี้ จึงเป็นอะไรที่ถูกใจมาก เพราะที่ Living House ออกแบบมาได้อย่างลงตัว เป็น Perfect Combination คือรับประทานอาหารเสร็จ ก็มาเดินดูของแต่งบ้านได้ เดินเหนื่อยก็กลับมานั่งรับประทานขนมได้อีก ที่ชอบมาเป็นพิเศษตรงที่สามารถไปสั่งอาหารจากหลายร้าน หลากสไตล์ รวมถึงอาหารที่ได้การันตีจากมิชลินไกด์บุ๊ค มานั่งรับประทานด้วยกันได้ ที่นี่จึงตอบโจทย์ทุกอย่างของคนที่ใช้ชีวิตในเมืองที่เร่งด่วนแบบนี้มากๆ แถมยังสามารถนัดมานั่งเม้าท์กับเพื่อนๆ ได้อีกด้วยค่ะ

ในขณะที่ สิริวงษ์ สุขเกษมสิน กล่าวว่า ไม่ค่อยได้ไปรับประทานอาหารที่แนะนำโดยมิชลินไกด์ เพราะด้วยงานที่ยุ่งทั้งวัน จึงไม่สามารถที่จะไปรอ หรือตามจองโต๊ะร้านดังๆ ดังนั้น การมีร้านเหล่านี้มารวมอยู่ในห้างสรรพสินค้า ก็เลยสะดวกที่จะหาของกินอร่อยแบบไม่ต้องพยายาม ทำงานเสร็จก็สามารถขึ้นมากินได้เลย ที่ Living House จึงตอบโจทย์มากๆ ค่ะ เชื่อว่ามีหลายคนที่อยากจะลองอาหารที่ได้การันตีจากมิชลินไกด์เหมือนกัน การรวมของอร่อยๆ อย่างนี้มาอยู่ในห้างกลางใจเมือง คือตอบโจทย์ชีวิตคนทำงานมากๆ

ใครสนใจแวะไปได้ที่ “Living House” Co-Living & Eating Space ชั้น 7 ห้างสรรพสินค้าเซน

ศิริราช เตรียมสร้างศูนย์วิทยาการเวชศาสตร์ผู้สูงอายุระดับชาติ ให้เป็นต้นแบบในการดูแลผู้สูงอายุของไทย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/450193

ศิริราช เตรียมสร้างศูนย์วิทยาการเวชศาสตร์ผู้สูงอายุระดับชาติ ให้เป็นต้นแบบในการดูแลผู้สูงอายุของไทย

วันอังคาร ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ศิริราช เปิดแผนจัดตั้งศูนย์วิทยาการเวชศาสตร์ผู้สูงอายุระดับชาติสร้างระบบการดูแลผู้สูงอายุที่จะเป็นต้นแบบของประเทศ บูรณาการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนทั้งรัฐ เอกชน คนในพื้นที่ ตลอดจนสมาชิกในครอบครัวที่ต้องดูแลผู้สูงอายุ ให้สามารถรับมือการก้าวสู่สังคมผู้สูงวัย พร้อมเปิดรับน้ำใจจากคนไทยทั่วประเทศเข้าร่วมบริจาค ทั้งรูปแบบอออฟไลน์และออนไลน์ ผ่านแนวคิด “โรงพยาบาลที่ดีที่สุดคือบ้าน หมอพยาบาลที่ดีที่สุดคือคนในครอบครัว”

รศ.นพ.นริศ กิจณรงค์ รองคณบดีฝ่ายสื่อสารองค์กรและกิจกรรมเพื่อสังคม คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า
ในช่วงปลายปี 2562 นี้ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล พร้อมเดินหน้าจัดสร้างโครงการศูนย์วิทยาการเวชศาสตร์ผู้สูงอายุระดับชาติ ในพื้นที่ 25 ไร่ ที่อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ซึ่ง คุณสัมพันธ์ และคุณวรุณี อยู่พูนทรัพย์ ได้บริจาคที่ดินให้กับศิริราช โดยมุ่งหวังที่จะให้ศูนย์ฯ เป็นต้นแบบของประเทศไทยในเรื่องการดูแลผู้สูงวัย รวมทั้งการถ่ายทอดองค์ความรู้ การวิจัย การผลิตบุคลากร และการสร้างระบบดูแลผู้สูงอายุ

ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ ตามคำนิยามขององค์การอนามัยโลก คือ มีสัดส่วนประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป มากกว่าร้อยละ 20 ศิริราชตระหนักถึงความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว จึงได้เสนอจัดตั้งโครงการศูนย์วิทยาการเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ โดยมีเป้าหมายที่จะให้เป็นต้นแบบในการดูแลผู้สูงวัยทั่วประเทศ สร้างกระบวนการทำงานภายในศูนย์ฯ ให้เป็นระบบ ในการจัดลำดับการดูแลผู้สูงอายุให้เหมาะสมกับสภาพของประเทศไทย ศูนย์ฯนี้จะเชื่อมโยงไปยังผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ทั้งการสร้างบุคลากรที่จะทำหน้าที่ดูแลผู้สูงอายุ คือแพทย์ พยาบาล ผู้ช่วยพยาบาล รวมทั้งคนในครอบครัวที่ต้องดูแลผู้สูงวัยภายในบ้าน,

โดยศูนย์ฯ จะทำหน้าที่เป็น Intermediated Care นั่นคือเมื่อผู้สูงวัยรักษาอาการเจ็บป่วยที่โรงพยาบาลหายดีแล้ว และอยู่ในระยะเตรียมตัวกลับบ้าน สามารถเข้ามารับการดูแลแบบสหสาขาวิชาชีพด้วยหลักการทางเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ หรือเข้าสู่โปรแกรมฝึกตนเองให้พร้อมก่อนกลับบ้าน เพื่อป้องกันการกลับมาเจ็บป่วยซ้ำอีก ซึ่งศิริราช มุ่งหวังที่จะให้ผู้สูงวัยสามารถกลับไปใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านอย่างมีคุณภาพ ภายใต้สังคม สิ่งแวดล้อมและครอบครัวที่คุ้นเคยด้วยความสุข

“เราจะสร้างและส่งต่อองค์ความรู้ที่ดีและถูกต้อง เพื่อให้ผู้สูงอายุไม่ต้องย้ายออกจากบ้าน ถ้าเกิดปัญหาสุขภาพเบื้องต้น สมาชิกในครอบครัว
ที่ผ่านการฝึกอบรมก็จะสามารถดูแลกันเองได้ แต่หากต้องการคำปรึกษาจากบุคลากรทางการแพทย์ สามารถสื่อสารผ่านแท็บเลต สมาร์ทโฟนได้อย่างสะดวกง่ายดาย กรณีผู้สูงวัยที่ต้องได้รับดูแลมากขึ้น บุคลากรทางการแพทย์ที่ผ่านการฝึกอบรมตามมาตรฐานทางการแพทย์ จะเดินทางไปดูแลผู้สูงวัยที่บ้าน นี่คือยุคการให้บริการทางการแพทย์ในเชิงรุก”

โครงการศูนย์วิทยาการเวชศาสตร์ผู้สูงอายุแห่งนี้ คาดว่าจะต้องใช้งบประมาณในการก่อสร้าง รวมทั้งการจัดหาอุปกรณ์และครุภัณฑ์ทางการแพทย์รวมทั้งหมดประมาณ 2,700 ล้านบาท โดยศิริราชจะเริ่มดำเนินการระดมทุนเพื่อจัดสร้างศูนย์ฯ แห่งนี้ให้สามารถเปิดดำเนินการได้ตามเป้าหมายภายในปี 2565

อยากให้ทุกคนคิดว่าการร่วมสนับสนุนกิจกรรมระดมทุนต่างๆ กับศิริราช เพื่อสร้างศูนย์วิทยาการเวชศาสตร์ผู้สูงอายุระดับชาติ ก็คือการบริจาคเพื่อตัวเราในอนาคต เพราะทุกคนต้องเข้าสู่ภาวะผู้สูงวัยในวันหนึ่ง”รศ.นพ.นริศ กิจณรงค์ กล่าวในตอนท้าย

ผู้สนใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของศูนย์วิทยาการเวชศาสตร์ผู้สูงอายุระดับชาติ ด้วยการบริจาคเงินสมทบทุน “กองทุนศิริราชเพื่อผู้สูงวัย” โดยบริจาคผ่านช่องทางออฟไลน์และออนไลน์

1.บริจาคด้วยตนเองได้ที่ ศิริราชมูลนิธิ ตึกมหิดลบำเพ็ญ ชั้น 1 วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 07.30-17.30 น. วันเสาร์-อาทิตย์ และนักขัตฤกษ์ เวลา 08.30-16.30 น.

2.บริจาคผ่านธนาคารไทยพาณิชย์016-2-51252-9, ธนาคารกสิกรไทย 638-2-13545-6 หรือธนาคารกรุงเทพ 901-7-00988-8

3.งานการเงิน ฝ่ายการคลัง ธนาคารไทยพาณิชย์ 016-3-04590-7

4.บริจาคทางโทรศัพท์ กด *984*100# โทรออก (ครั้งละ 100 บาท)

5.เว็บไซต์ของศิริราช https://si-eservice.mahidol.ac.th/donation/ หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 02-4141414