Hello Beauty Fair

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/450675

Hello Beauty Fair

วันพุธ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 14.21 น.

กรูเมต์ มาร์เก็ต (Gourmet Market) โดยคุณเลิศลักษณ์  จารมีชัย  ผู้จัดการทั่วไปบริหารสินค้าโกรเซอรี่2 บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ชวนทุกคนมาสลัดลุคเก่าแบบ #สวยสั่งได้ ส่งท้ายปี ภายในงาน “Hello Beauty Fair” งานใหญ่แห่งปีที่รวมทุกไลฟ์สไตล์ความงาม ทุกความต้องการของ “ผู้หญิง” ได้อย่างลงตัว ให้สาว ๆ ขาช็อปได้มาจัดเต็ม ด้วยโปรโมชั่นแรงสุดส่งท้ายปี 2019 จากแบรนด์ชั้นนำที่ยกทัพมาทั้งลด แจก แถม ภายในงานยังได้เจ้าแม่ไอคอนแห่งความงาม อาทิ ญาญ่า – อุรัสยา, แพนเค้ก – เขมนิจ, ฐิสา – วริฏฐิสา, แพทตี้ – อังศุมาลิน และ เจนิส เจณิสตา สับเปลี่ยนหมุนเวียนมาแชร์เคล็ดลับความงามต่าง ๆ ให้ขาช็อปได้มาเติมเต็มความงามให้ถึงขีดสุดที่ Grand Hall ชั้น G The Mall บางแค ตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม – 6 พฤศจิกายน 2562

คุณเลิศลักษณ์  จารมีชัย  ผู้จัดการทั่วไปบริหารสินค้าโกรเซอรี่ 2 บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวถึงที่มาของการจัดงานครั้งนี้ว่า “ เราต้องการสร้าง Inspiration ให้กับคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจตัวเอง ได้ลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลง และให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเองมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้สิ่งที่ดีที่สุดในการดูแลเรือนร่าง และผิวพรรณตั้งแต่ศีรษะ จรดปลายเท้า ดังนั้นวันนี้เพื่อฉลองครบรอบ 38 ปี เราจึงพร้อมที่จะนำสิ่งดีๆ เหล่านี้มาให้ทุกท่านได้เลือกสรร ตามแบบฉบับ และไลฟ์สไตล์ของตัวเองภายในงาน“Hello Beauty Fair” งานเดียวจัดเต็มให้คุณ #สวยสั่งได้ พบกับผลิตภัณฑ์ดูแลความงาม ทั้งลด แจก แถมของเซอร์ไพร์ส สำหรับลูกค้าที่ซื้อสินค้าครบ 350 บาท ลุ้นรับของรางวัลมากมาย หรือซื้อครบ 1,000 บาทก็รับร่มสวยๆ ไปเลยทันที นอกจากนั้นแต่ละบูธ ทุกแบรนด์ก็พร้อมใจกันมาลดกระหน่ำส่งท้ายปี 2019 ให้กับลูกค้าทุกคนตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม – 6 พฤศจิกายนนี้ “

ด้านนางเอกหน้าเด็กตลอดกาล แพทตี้ – อังศุมาลิน  สิรภัทรศักดิ์เมธา ที่มัดใจหนุ่มแดน เจ้าของที่มาของเพจทวงคืนแพตตี้อังศุมาลินจากแดนวรเวช ก็มาสร้างสีสัน และความน่ารักสดใส ให้กับงาน นอกจากนั้นยังพบกับ มาร์ค – ศิวัช  จำลองกุล หลังจากไปสร้างชื่อเสียงทั่วเอเชีย ก็มาร่วมสร้างสีสันภายในงานด้วยการเซอร์ไพร์สร้องเพลง เรียกเสียงกรี้ดจากแฟนคลับจน ห้างเดอะมอลล์ บางแค แทบแตก! นอกจากนั้นยังร่วมพูดคุยกับ นางร้ายหน้าหวาน เจนิส เจณิสตา อีกด้วย ภายในงานนักช้อปทุกคนยังจะได้ร่วมลุ้นไปกับเซอร์ไพร์สกิจกรรมมากมาย พร้อมผลิตภัณฑ์ที่ขนมาแบบจัดเต็มกับแบรนด์ชั้นนำกว่า 100 แบรนด์ดัง ให้ทุกคนได้มาสลัดลุคพร้อมต้อนรับปี 2020

องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลกเดินหน้ารณรงค์จัดโรดโชว์Life’s Better with Dogs

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/450661

องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลกเดินหน้ารณรงค์จัดโรดโชว์Life’s Better with Dogs

วันพุธ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 13.43 น.

องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ประเทศไทย (World Animal Protection Thailand) เดินหน้าจัดกิจกรรมโรดโชว์Life’s Better with Dogs โดยเริ่มที่แรก ตลาดนัดจตุจักร ,เซ็นทรัล พลาซ่า แจ้งวัฒนะ และเซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์เพื่อรณรงค์และให้ความรู้เกี่ยวกับความสำคัญในการจัดการกับประชากรสุนัขอย่างมีมนุษยธรรม พร้อมสร้างความตระหนักรู้ถึงปัญหาของโรคพิษสุนัขบ้าและการขยายพันธุ์อย่างต่อเนื่องของสุนัขจรจัดในประเทศไทย ผ่านการลงชื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลสุนัขอย่างมีความรับผิดชอบ เพื่อยุติปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม

นางสาวโรจนา สังข์ทองผู้อำนวยการองค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ประเทศไทย กล่าวถึงการจัดกิจกรรมโรดโชว์ในครั้งนี้ว่า “ในแต่ละปีมีสุนัขทั่วโลกกว่า 10 ล้านตัวถูกวางยาและถูกฆ่าตาย เพียงเพื่อหยุดการแพร่กระจายของโรคพิษสุนัขบ้าที่คร่าชีวิตผู้คนจากทั่วโลก นับตั้งแต่ปี 2556 องค์กรฯของเราได้ทำการฉีดวัคซีนให้แก่สุนัขทั่วโลกแล้วกว่า 1.6 ล้านตัวเพื่อป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า และตลอด 3 ปีที่ผ่านมาองค์กรฯ ได้มอบวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้กับกรมปศุสัตว์มากกว่า 25,000 เข็ม เพราะเราเล็งเห็นถึงความสำคัญของปัญหาสุนัขที่เกิดขึ้นในประเทศไทย โดยเฉพาะโรคพิษสุนัขบ้าที่เป็นหนึ่งในโรคระบาดที่สำคัญที่สามารถติดต่อถึงคนได้ และพบการแพร่กระจายเชื้อได้ทั่วทุกภาคของประเทศไทย ซึ่งมีสาเหตุสำคัญมาจากสุนัขจรจัดที่ถูกปล่อยทิ้งไว้ตามที่สาธารณะและไม่ได้รับการดูแลและควบคุมประชากรที่ดีดังนั้นจึงมีความมุ่งมั่นในการสร้างการรับรู้เกี่ยวกับโรคพิษสุนัขบ้าที่ถูกต้อง และให้ความรู้เบื้องต้นในการดูแลตนเองและสัตว์เลี้ยงให้ปลอดภัยจากโรคแก่ประชาชนในสังคมเพื่อให้เกิดการดูแลสุนัขอย่างมีความรับผิดชอบ สามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุขและปลอดภัยจึงเป็นแนวทางสำคัญของเราในการช่วยเหลือและสร้างสวัสดิภาพที่ดีแก่สุนัข”

คุณแหน : 30 ตุลาคม 2562

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/450503

650935

คุณแหน : 30 ตุลาคม 2562

วันพุธ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ll สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินพระราชทานเพลิงศพ คุณหญิงส่องแสง เมฆสวรรค์ ٩ พ.ย. ١٧.٠٠ น.วัดมกุฏฯ ..เจ้าภาพมิได้ออกบัตรเชิญ…

ll ศ.กิตติคุณ ดร.คุณหญิงสุชาดากีระนันทน์ ประธานคณะกก.ดำเนินงานร้านภูฟ้า จัดแถลงข่าว ภาพฝีพระหัตถ์พระราชทาน “แมวไม่อยู่หนูระเริง” ของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่พ.ศ.٢٥٦٣ โดยร้านภูฟ้าอัญเชิญภาพวาดฝีพระหัตถ์ลงบนผลิตภัณฑ์ต่างๆ มากมาย١ พ.ย. ١٠.٣٠ น. คริสตัล คอร์ท ชั้น ١สยามพารากอน…

ll อภิชาตบุตรนันทวัน สุวรรณปิยะศิริ ต้องขับรถไปรับ คุณแม่ดารา เมฆใหญ่ อายุ ١٠٠ ปี เพื่อไปทำดอกป๊อปปี้ที่มูลนิธิสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึก ถ.วิภาวดีรังสิต ทุกวันอังคาร เพื่อมิให้คุณแม่เบื่อหลังนั่งรอลูกทำดอกป๊อปปี้ยังไม่เสร็จ คุณลูกเลยหาอะไรให้ทำแบบเด็กๆ ซื้อยางหนังสติ๊กคละสีถุงใหญ่มาให้คุณแม่เลือกสี วางกองไว้ตามสีต่างๆ รอเวลาบ่ายสองโมงเพื่อจะได้กลับบ้าน..วิธีนี้ นำไปใช้กับผู้อาวุโสท่านอื่นได้ ท่านผู้ใหญ่จะเพลิดเพลิน ได้สมาธิที่ดี ลองเอาไปใช้กับท่านผู้ใหญ่ในบ้านก็ดีค่ะ…

llช่วงนี้เพื่อนๆ กด like รูปสวยๆ ของวรวิมล ณ ระนอง จนเมื่อยมือ เพราะเดินทางหลายประเทศ มีแต่รูปสวยมาให้ชม…

ll สมิตา ธนะโสภณ เปิดบูธใหม่ Chicalicious หน้าซูเปอร์ฯของ Emquartier จากเดิมที่มีอยู่แล้วเพียงย้ายมาหน้าตลาดมากขึ้นบูธใหญ่ขึ้นซื้อโดซองสารพัดไส้ เค้กปอนด์ เค้กถ้วยเบเกิล สั่งทำไส้ร้อนๆ ได้เลย ที่สำคัญมีเครื่องทำ Soft Serve ที่นี่ มีที่ยืนกินได้สัก ٢-٣ คน มาซื้อกลับบ้าน สั่งให้ส่งไปได้ทุกทิศทั่วไทย Bannoffee และ scones ของเธอก็อร่อยมากไม่แพ้ร้านดังในลอนดอนเลย คุณแม่สมถวิลแนะนำมา…

ll เพื่อนฝูงพากันอนุโมทนากับอัยการประกายเพชร แหวนเกตุ ที่โดยเสด็จพระราชกุศลบำรุงพระอารามหลวงต่างๆในโอกาสเสด็จพระราชดำเนิน ถวายผ้าพระกฐิน…

ll ครอบครัวถาวรเวช นำโดยประณม รอทก้า นำเงินทำบุญเมื่องานศพคุณแม่ พญ.ชุลี ถาวรเวช ไปซื้อเครื่องมือขัดหินปูน มอบให้หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ โรงพยาบาลมิชชั่น ซึ่งคุณแม่เคยทำงานอยู่ที่นี่กว่า ٥٠ ปี… ขออนุโมทนาค่ะ…

ll สวดอภิธรรม อำไพ ธนวิสุทธิ์ ภรรยา โส ธนวิสุทธิ์ ศาลาพีชานนท์ วัดธาตุทอง ถึง ٣٠ ต.ค. ฌาปนกิจ ٣١ ต.ค. ١٧.٠٠ น. …

ll ช่วงนี้ มหิทธิเสริบุตร ต้องเป็นโมเช่ตาเดียวไปก่อน เพราะตาเป็นกุ้งยิง เรื่องใหญ่กว่าคือ เจ็บเหลือจะกล่าว อีตอนโดนเจาะหนองออก แม้จะฉีดยาชาแล้วก็ตาม…ll

หนูภาฯ

Life & Health : ถึงเวลาพาลูกน้อย…ไปเรียนรู้นอกห้องเรียน

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/450458

Life & Health : ถึงเวลาพาลูกน้อย…ไปเรียนรู้นอกห้องเรียน

วันพุธ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

เวลาที่เด็กส่วนใหญ่รอคอยมักจะเป็นช่วงปิดเทอม ซึ่งเป็นช่วงที่เด็กๆจะรู้สึกมีความสุขสุดๆ ที่จะได้พักจากการเรียนที่คร่ำเคร่งตลอดทั้งเทอมที่ผ่านมา แต่สำหรับพ่อแม่บางคนอาจหนักใจว่า ปิดเทอมนี้จะหากิจกรรมอะไรให้ลูกทำดี การปล่อยให้อยู่บ้าน ดูการ์ตูน เล่นเกม ก็คงไม่มีประโยชน์เท่าไรนัก ให้เรียนพิเศษก็ดูจะหนักเกินไป

ข้อมูลจาก รศ.พญ.ทิพวรรณ หรรษคุณาชัย กุมารแพทย์ด้านพัฒนาการเด็ก เปิดเผยว่า คุณพ่อแม่ที่ไม่ค่อยมีเวลาว่าง อาจหากิจกรรมที่ลูกจะได้ใช้เวลาอย่างคุ้มค่า เช่น พาลูกไปเข้าค่ายต่างๆ ที่จัดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นค่ายศิลปะ ค่ายภาษา ค่ายกีฬา เป็นต้น แต่ก็ควรถามความสมัครใจของลูกด้วย ให้เขามีโอกาสตัดสินใจเลือกกิจกรรมที่ชอบ เพราะถ้ารู้สึกชอบและสนใจเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จะยิ่งทำให้เขาใฝ่รู้ใฝ่เรียนด้วยตนเองได้ไม่ยากนัก แถมยังอาจจะช่วยเสริมสร้างความสามารถพิเศษติดตัวไปในอนาคต ถ้าลูกไม่ทราบว่าตนเองชอบอะไร อาจเปิดโอกาสให้ไปร่วมกิจกรรมดูก่อนเพื่อค้นหาตนเอง

ส่วนพ่อแม่ที่พอจัดสรรเวลาว่างได้ การพาลูกๆ ออกไปเที่ยวกันอย่างพร้อมหน้ากับสมาชิกในครอบครัวเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมากต่อการเรียนรู้เรื่องต่างๆ ที่มีอิทธิพลต่อการเจริญพัฒนาของลูกในอนาคต จนทำให้พ่อแม่ที่รู้สึกว่าการเตรียมตัวไปท่องเที่ยวเป็นเรื่องยุ่งยากนั้นต้องเปลี่ยนความคิดใหม่เพื่อพยายามหาโอกาสพาลูกๆไปเที่ยวกันดีกว่า เพราะการไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ทำให้เด็กๆ เกิดการเรียนรู้มากมาย จะเป็นอะไรบ้างมาติดตามดูกัน

รู้จักการวางแผนและความรับผิดชอบ

เริ่มจากการให้ลูกๆ มีส่วนร่วมช่วยกันเลือกสถานที่ท่องเที่ยว ว่าต้องการไปเที่ยวในจังหวัดใดหรือไปต่างประเทศ ต้องการไปสถานที่ใดบ้าง เช่น สวนสนุก สวนสัตว์ พิพิธภัณฑ์ ทะเล ภูเขา น้ำตก โบราณสถาน สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ เป็นต้น วางแผนการเดินทางที่เหมาะสมสำหรับแต่ละครอบครัว เช่น โดยรถยนต์ รถไฟ รถประจำทาง หรือเครื่องบิน เป็นต้น การจองที่พัก ร้านอาหาร การจัดเตรียมเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆ การเตรียมตัวจัดสัมภาระให้เหมาะกับสภาพอากาศและสถานที่ท่องเที่ยวตลอดการเดินทาง การแบ่งความรับผิดชอบของสมาชิกในครอบครัว โดยพ่อแม่อาจจะมอบหมายหน้าที่เล็กๆ น้อยๆ ให้ลูกแต่ละคน เพื่อให้เขาเป็นส่วนหนึ่งในการเดินทาง เช่น สังเกตป้ายบอกทาง นับกระเป๋าที่ขึ้นลงจากรถ ช่วยเก็บของเข้าที่พัก จดบันทึกการเดินทางหรือค่าใช้จ่าย เป็นต้น เป็นการฝึกลูกๆ ให้รู้จักการวางแผนและการบริหารจัดการจากเรื่องที่มีความสุขใกล้ตัวง่ายๆ เพื่อเป็นพื้นฐานของการดำเนินชีวิตและการทำงานที่ซับซ้อนมากขึ้นในอนาคต

เปิดโลกกว้างให้ลูกกระตุ้นการเรียนรู้

เด็กๆ มักจะตื่นเต้นเมื่อได้พบเจอสิ่งแปลกใหม่ที่แตกต่างไปจากชีวิตเดิมๆ เพราะชีวิตของเด็กส่วนใหญ่ มักจะถูกจำกัดแค่บ้าน โรงเรียน สถานที่เรียนพิเศษ หรือห้างสรรพสินค้าใกล้ๆ บ้าน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้เขาถูกปิดกั้นจากธรรมชาติและสิ่งแปลกใหม่ การเดินทางท่องเที่ยวได้เปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้สัมผัสกับวัฒนธรรมประเพณี ภาษาท้องถิ่นหรือภาษาต่างประเทศที่หลากหลาย ที่แตกต่างไปจากชีวิตประจำวันการใช้สายตามองดูสิ่งต่างๆ รอบตัว การได้ลิ้มลองรสชาติอาหารแปลกใหม่ หรือการได้สัมผัสสัตว์ตัวเป็นๆ ที่ไม่ใช่แค่ดูจากรูปภาพ หรืออ่านจากหนังสือ ซึ่งเป็นการเสริมสร้างจินตนาการด้านอารมณ์และความคิด พ่อแม่ควรให้ความรู้หรือบอกเล่าถึงลักษณะของสัตว์ต่างๆ เพื่อเพิ่มเติมความรู้ไปกับการท่องเที่ยว การเรียนรู้เหล่านี้จะทำให้เจ้าตัวเล็กสนุกสนานกับสิ่งที่เห็นตรงหน้าและสิ่งอยู่รอบตัวมากขึ้น

รู้จักการแก้ไขปัญหาและฝึกความยืดหยุ่น

ระหว่างการเดินทางท่องเที่ยว มักพบสิ่งที่ไม่เป็นไปตามแผนที่เตรียมไว้ทำให้ต้องปรับตัวและแก้ไขปัญหาไปตามสถานการณ์ เช่น รถติดมากต้องเปลี่ยนเส้นการเดินทาง ที่พักเต็มต้องนอนเต็นท์ สัมภาระที่เตรียมไปไม่เพียงพอ สภาพอากาศไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งช่วยฝึกฝนให้ลูกๆ รู้จักความยืดหยุ่นในการดำเนินชีวิตและมีความแข็งแกร่งในการปรับตัวมากขึ้นในอนาคต

รู้จักความกตัญญูและการแบ่งปัน

การได้มีโอกาสพาปู่ย่าตายายไปเที่ยวพร้อมกันกับลูกๆ หรือพาลูกๆ เดินทางเพื่อไปกราบเยี่ยมท่านบ่อยๆ ซึ่งเป็นโอกาสดีที่พ่อแม่จะเป็นแบบอย่างในการแสดงความเคารพ ทั้งพฤติกรรมและวาจาที่แสดงถึงความดูแลเอาใจใส่ท่านด้วยความรัก ความห่วงใย และอ่อนโยน สอนให้ลูกๆ ช่วยเหลือท่านตามความเหมาะสม เช่น การจูงเดิน การตักอาหารให้ เป็นต้น เขาสามารถเรียนรู้และซึมซับสิ่งเหล่านี้โดยอัตโนมัติได้เป็นอย่างดี โดยพ่อแม่ไม่ต้องพร่ำพูดสอนเรื่องความกตัญญู ความกตัญญูในครอบครัวนี้เป็นพื้นฐานสำคัญให้เด็กๆ เรียนรู้การแบ่งปันความรักและความเอื้ออาทรต่อผู้อื่น สังคมส่วนรวมและประเทศชาติต่อไปในอนาคต

สร้างความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว

การท่องเที่ยวยังเป็นช่วงเวลาวิเศษสุดที่จะได้ใช้เวลาทำกิจกรรมร่วมกันอย่างใกล้ชิด ในการเสริมสร้างความรัก ความอบอุ่น ความผูกพัน ความเข้าใจซึ่งกันและกัน พัฒนาความสัมพันธ์ที่ดีของสมาชิกทุกคนในครอบครัวเป็นสิ่งมีคุณค่าทางจิตใจที่จะประทับอยู่ในความทรงจำที่ดีของลูกตลอดไป และสมาชิกทุกคนในครอบครัวจะรอคอยช่วงเวลาปิดเทอมของเด็กๆ เพื่อจะได้ไปท่องเที่ยวอย่างสนุกสนานกับครอบครัวที่อบอุ่น

ผศ.(พิเศษ) ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์

ประธานมูลนิธิคุณแม่คุณภาพ

รางวัลวรรณศิลป์อุชเชนี ครั้งที่ 3 ‘ที่ใดมีชีวิต ที่นั่นมีความหวัง’ พร้อมวาระ 100 ปี ชาตกาลอุชเชนี กวีของกวีที่เรารัก

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/450449

รางวัลวรรณศิลป์อุชเชนี ครั้งที่ 3 ‘ที่ใดมีชีวิต ที่นั่นมีความหวัง’ พร้อมวาระ 100 ปี ชาตกาลอุชเชนี กวีของกวีที่เรารัก

วันพุธ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ประธานในพิธี โดยมี คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ประธานคณะกรรมการอำนวยการ การประกวดวรรณกรรม “วรรณศิลป์อุชเชนี” และประธานจัดงานต้อนรับ พร้อมด้วย ภราดาประภาส ศรีเจริญ, บาทหลวงอนุชาไชยเดช, อ.เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์, พ.ต.ปานสรวง ชุมสายฯ ทายาทอุชเชนี,ชมัยภร บางคมบาง, พิมพ์รวี วัฒนวรางกูร และ บาทหลวงเดชา อาภรณ์รัตน์

พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี เป็นประธานในพิธีรับโล่พระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รางวัลวรรณกรรม “วรรณศิลป์อุชเชนี” ครั้งที่ 3 ในหัวข้อ “ที่ใดมีชีวิต ที่นั่นมีความหวัง” เพื่อมอบให้แก่ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศประเภทกลอนสุภาพ กับประเภทความเรียง แบ่งเป็นระดับนักเรียน และระดับประชาชนซึ่งในปีนี้ยังเป็นวาระพิเศษในโอกาสที่เป็นวาระครบรอบ 100 ปี ชาตกาล “อุชเชนี” หรือ อ.ประคิน ชุมสายณ อยุธยา ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ (กวีนิพนธ์) พ.ศ.2536 จัดโดย สื่อมวลชนคาทอลิกประเทศไทย ร่วมกับ สภาการศึกษาคาทอลิกแห่งประเทศไทย, คณะภคินีเซนต์ปอล เดอ ชาร์ตร,กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม และ สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย โดยมี คุณหญิงปัทมาลีสวัสดิ์ตระกูล ประธานคณะกรรมการอำนวยการ โครงการประกวดวรรณกรรม “รางวัลวรรณศิลป์อุชเชนี” และประธานจัดงาน, พิมพ์รวี วัฒนวรางกูร กรรมการคณะกรรมการกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม, บาทหลวงอนุชา ไชยเดช ผู้อำนวยการสื่อมวลชนคาทอลิกประเทศไทย, ภราดาประภาสศรีเจริญ,บาทหลวงเดชา อาภรณ์รัตน์, พ.ต.ปานสรวง ชุมสาย ณ อยุธยา พร้อมด้วย คณะกรรมการตัดสิน อ.เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์, อ.ชมัยพร บางคมบาง, จิระนันท์ พิตรปรีชา, ณรงค์ฤทธิ์ ยงจินดารัตน์ร่วมในพิธี ณ ห้องอโนมาแกรนด์ ชั้น 3 โรงแรมอโนมาแกรนด์ ถ.ราชดำริ เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2562

คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ประธานคณะกรรมการอำนวยการ การประกวดวรรณกรรม “วรรณศิลป์อุชเชนี” และประธานจัดงาน กล่าวว่า รางวัลวรรณกรรม “วรรณศิลป์อุชเชนี”ก่อตั้งขึ้นเป็นครั้งแรกในปีพุทธศักราช 2560 โดยสื่อมวลชนคาทอลิกประเทศไทย ร่วมกับสภาการศึกษาคาทอลิกแห่งประเทศไทย คณะภคินีเซนต์ปอล เดอ ชาร์ตร กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม และสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อรำลึกถึง “อุชเชนี”อ.ประคิณ ชุมสาย ณ อยุธยา ศิลปินแห่งชาติ และในปีนี้เป็นโอกาสอันสำคัญ ด้วยเป็นวาระครบรอบ “100 ปี ชาตกาลอุชเชนี กวีของกวีที่เรารัก”, เพื่อส่งเสริมและสืบสานการใช้ภาษาไทยที่สละสลวยโดยส่งเสริมและชักชวนให้คนไทย โดยเฉพาะเยาวชนไทย หันมาสนใจงานวรรณศิลป์มากขึ้นโดยรางวัลวรรณกรรม “วรรณศิลป์อุชเชนี” ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานโล่รางวัลให้แก่ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ในปีนี้มีผู้ส่งผลงานเข้าประกวดจากทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 511 ผลงาน และเนื่องด้วยในปีนี้เป็นวาระครบรอบ “100 ปี ชาตกาลอุชเชนี กวีของกวีที่เรารัก” ได้มีพิธีมิสซารำลึกถึงดวงวิญญาณของอุชเชนี ณ อาสนวิหารอัสสัมชัญ เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2562 ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันเกิดของอุชเชนี โดยมีมุขนายกฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์ ประมุขสังฆมณฑลเชียงใหม่ เป็นประธาน รวมทั้งจัดกิจกรรมการอ่านบทกวี และการเสวนาหัวข้อ “100 ปีชาตกาลอุชเชนี” ณ โรงเรียนอัสสัมชัญ บางรัก ด้วย ต่อมาในวันที่ 7 กันยายน ได้มีกิจกรรมสนทนา “กวีของกวีที่เรารัก” โดยศิลปินแห่งชาติและผู้ที่ได้เคยสัมผัสกับความเป็นศิลปินด้านวรรณศิลป์ของอุชเชนี ณ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ ที่ซึ่ง อุชเชนี ได้สำเร็จการศึกษาและได้ปฏิบัติหน้าที่เป็นอาจารย์สอนวิชาภาษาฝรั่งเศส และภาษาอังกฤษอยู่ช่วงระยะเวลาหนึ่ง นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมสัญจรไปยังโรงเรียนลาซาลโชติรวีนครสวรรค์ และโรงเรียนสตรีมารดาพิทักษ์ จันทบุรี และจัดกิจกรรมให้กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3-6 และครูภาษาไทยของโรงเรียน ในโอกาสนี้ ได้มอบชุดหนังสือผลงานอุชเชนีแก่ห้องสมุดของโรงเรียนอีกด้วย

เออเชนี ประคิณ ชุมสาย ณ อยุธยา หรือที่รู้จักในนามปากกา “อุชเชนี”เกิดเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2462 สำเร็จการศึกษาระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาจากโรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนเวนต์ ระดับอุดมศึกษาจากคณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ จากนั้นได้รับทุนไปศึกษาต่อทางวรรณกรรมที่มหาวิทยาลัยซอร์บอนน์ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส และกลับมาเป็นอาจารย์ประจำคณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ นอกจากนี้ ยังเป็นนักประพันธ์ที่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ในแวดวงวรรณกรรม แม้จำนวนไม่มากนักแต่ทรงคุณค่า และโดดเด่นทางด้านวรรณศิลป์อย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นกวีนิพนธ์ เช่น “ขอบฟ้าขลิบทอง” “ดาวผ่องนภาดิน” ในนามปากกา “อุชเชนี” หรือความเรียงร้อยแก้ว “เพียงแค่เม็ดทราย” ในนามปากกา “นิด นรารักษ์” สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ประกาศเกียรติคุณยกย่องให้เป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ (กวีนิพนธ์) พร้อมกับ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ในพุทธศักราช 2536

อ.ประคิณ ชุมสาย ณ อยุธยา ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2559 สิริอายุ 97 ปี ได้รับพระราชทานดินปลงศพ ณ สุสานโรมันคาทอลิกศานติคาม จังหวัดนครปฐม ต่อมาในปี พ.ศ.2560 สื่อมวลชนคาทอลิกประเทศไทย สภาการศึกษาคาทอลิกแห่งประเทศไทย คณะภคินีเซนต์ปอล เดอ ชาร์ตร กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม และสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทยร่วมกันจัดการประกวดวรรณกรรม “วรรณศิลป์อุชเชนี” เพื่อสืบสานและพัฒนาการใช้ภาษาไทย รวมถึงส่งเสริมเยาวชนให้สนใจในงานวรรณศิลป์ โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานโล่รางวัลชนะเลิศในทุกประเภท

ผลการตัดสิน รางวัลวรรณศิลป์อุชเชนี ครั้งที่ 3 “ที่ใดมีชีวิต ที่นั่นมีความหวัง” มีดังต่อไปนี้ กลอนสุภาพ ระดับนักเรียน ชนะเลิศ ศรินยานันท์ จันทร์รุ่ง ผลงาน “วันใหม่ใต้แสงตะวัน” ชมเชย ประภาส เศษมา ผลงาน “ความหวังสู่ฝั่งฝัน”,ปิยวัฒน์ วงค์แก้วเมือง ผลงาน “ในสายตาที่เห็นความทุกข์” กลอนสุภาพ ระดับประชาชน ชนะเลิศปาลิตา ผลประดับเพ็ชร์ ผลงาน “จนกว่าชีวิตจะนิทรา” ชมเชย เสฏฐ์ บุญวิริยะ ผลงาน “นัยชีวิต”, อัษฎาวุธ ไชยวรรณ ผลงาน “เรือ” ความเรียงระดับนักเรียน ชนะเลิศ ส้ม ผลงาน “ดอกหญ้าพลัดถิ่น” ชมเชย พรภัทร อมรโมฬี ผลงาน“ก้อนหินของความหวัง”, มินตา สังฤทธิ์ ผลงาน “ความหวังคือพลังของชีวิต” ความเรียง ระดับประชาชน ชนะเลิศ พิณพิพัฒน ศรีทวี ผลงาน “ผีเสื้ออัปลักษณ์ ดักแด้ และแม่ของเรา” ชมเชย รติธรณ ใจห้าว ผลงาน “รอย (ค่ำคืนที่ปะกาฮะรัง)”, สายฝนตรีณาวงษ์ ผลงาน “บทสนทนาของชีวิตและความหวัง”

จิตอาสาเย็บเต้ารวมใจสู้ภัยมะเร็งปีที่ 13

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/450461

จิตอาสาเย็บเต้ารวมใจสู้ภัยมะเร็งปีที่ 13

วันพุธ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

“เคทีซี” หรือบริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) โดยจิรายุส โชควิทยาผู้อำนวยการ-การสื่อสารการตลาดองค์กร พร้อมด้วยผู้บริหารและพนักงานเคทีซี ร่วมเป็นจิตอาสาเย็บเต้านมเทียมในกิจกรรม “จิตอาสาเย็บเต้ารวมใจสู้ภัยมะเร็งปีที่ 13” เพื่อส่งมอบให้กับผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่ขาดแคลนในโรงพยาบาลทั่วประเทศ โดยมี นางสาวปทุมา ใจสงฆ์ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท ซาบีน่า ฟาร์อีสท์ จำกัด เป็นวิทยากรสอนวิธีการเย็บเต้านมเทียม ณ “เคทีซี ป๊อป” ชั้น B1 อาคารสมัชชาวาณิช 2เมื่อเร็วๆ นี้

ทั้งนี้ นางสาวภัทรีญา วรรณสารเมธา นิสิตชั้นปีที่ 4คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กล่าวถึงสิ่งที่ได้รับจากการเข้าร่วมกิจกรรมว่า “รู้สึกดีใจที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเสริมสร้างความมั่นใจให้กับผู้ป่วยมะเร็งเต้านม เนื่องจากผู้ป่วยบางรายอาจจะต้องผ่าตัดหน้าอกออก เต้านมเทียมจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เขากลับมามีความมั่นใจในรูปร่างของตัวเองและสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติอีกทั้งการตัดเย็บเต้านมเทียมนั้นมีขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยาก ใช้ระยะเวลาเพียงสั้นๆ แต่มีความหมายกับผู้ป่วยเป็นอย่างมาก”

สัมผัสสวนสนุกติดแอร์เน้นปลอดภัย เสริมสร้างพัฒนาการและทักษะเด็ก

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/450453

สัมผัสสวนสนุกติดแอร์เน้นปลอดภัย เสริมสร้างพัฒนาการและทักษะเด็ก

วันพุธ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

บ.ก็อทอิท เอนเตอร์เทน จำกัด ส่ง “สวนสนุกติดแอร์ขนาดยักษ์” เจาะกลุ่มครอบครัวคนรุ่นใหม่ เชิญเซเลบริตี้และคนดัง ร่วมสัมผัสประสบการณ์เครื่องเล่นเป่าลมคุณภาพสูง ชูแนวคิด“Happy Farm extreme” ยกขบวนเครื่องเล่นใหม่สุดเจ๋งครั้งแรกในไทยและเอเชีย เน้นเรื่องปลอดภัย เสริมสร้างพัฒนาทักษะเด็ก

อธิราช ชูเรือง ผู้จัดการโครงการ บริษัท ก๊อทอิท เอนเตอร์เทน จำกัดรุกไอเดียสร้างสรรค์ Happy Farm On Tour ธุรกิจเครื่องเล่นเป่าลมสวนสนุกติดแอร์ขนาดยักษ์รายแรกในประเทศไทย เน้นความทนทาน  พร้อมแนวคิด  Happy Farm extreme  จับมือกับศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วไทย โดยมีครอบครัวคนรุ่นใหม่อาทิ  คุณพรทิพย์ สะกิดใจ มาพร้อมลูกชายน้องเภา และแพทย์หญิงแพรมาลาฉายาวิจิตรศิลป์ พร้อมด้วยน้องอัญญ่าและริญญ่า, คุณปอ-ณฐมน ภูวะปัจฉิม และคุณจุ๋ย-จรสรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา ร่วมงาน

“การสร้างสรรค์ในธุรกิจเครื่องเล่นเป่าลมเน้นคุณภาพทุกชิ้น โดยรูปแบบการจัดงานลักษณะนี้เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย จึงได้เริ่มศึกษาเครื่องเล่นเป่าลมอย่างจริงจังและแนวคิดนี้เกิดจากการห่วงใยลูกตนเองในการเลือกเครื่องเล่นต้องไม่ทำให้ลูกเราบาดเจ็บ โดยเครื่องเล่นเป่าลมต้องเป็นอะไรเสริมทักษะและตอบโจทย์การพัฒนาลูกของเราและลูกของครอบครัวอื่นๆ จึงมุ่งเน้นเลือกวัสดุทนทาน ปลอดภัย และรูปแบบเครื่องเล่นเพื่อเสริมสร้างพัฒนาร่างกาย ทักษะต่างๆ ได้ดี ควบคู่กับจิตใจและทำให้เด็กมีพลังความสุขเรียกสั้นๆ ว่า “สวนสนุกติดแอร์” บนพื้นที่ขนาดยักษ์ทั้งนี้การมุ่งเจาะกลุ่มเป้าหมายครอบครัว ระดับ B+ขึ้นไป นั่นโดยเฉลี่ยยอดลูกค้าใช้บริการในแต่ละแห่งประมาณ 20,000-30,000 รายจับมือกับศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซาในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด

สำหรับกลยุทธ์การตลาดที่ผ่านมาคือ “ปากต่อปาก” นับว่าประสบความสำเร็จและมีความชัดเจนด้านการจดจำต่อลูกค้า เนื่องจากหัวใจหลัก มุ่งงานด้านบริการ ใส่ใจเด็กและผู้ปกครองที่มาใช้บริการเพราะเป็นสวนสนุกติดแอร์แห่งเดียวที่ผู้ปกครองเข้ามาดูแลลูกหรือหลานได้ สะอาด ปลอดภัย และเครื่องเล่นต้องมีมาตรฐานสูง พร้อมมีประกันอุบัติเหตุให้แก่ลูกค้าวงเงินประกันกว่า 2 แสนบาท

ความพิเศษในปี 2562 บริษัทได้วางคอนเซ็ปต์คือ  Happy Farmextreme เกิดจากไอเดียลูกสาว อายุ10 ปี คือ เด็กหญิงกัลยวรา ชูเรือง มาแชร์ประสบการณ์ด้านธุรกิจเพื่อให้เข้าถึงความต้องการของเด็กๆ อย่างแท้จริง ทั้งนี้ในไตรมาสที่ 4 บริษัทได้เริ่มกิจกรรม Happy Farm On Tour อย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันนี้ในปี 2562 ไปจนถึงต้นปี 2563 สำหรับค่าบริการจะมีหลากหลายของเครื่องเล่นเป่าลมค่าบัตรราคา 200 บาท เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีบัตรครอบครัวจำหน่าย นอกจากนี้หากซื้อถุงเท้า+มีประกันอุบัติเหตุ ราคา 100 บาท ซึ่งจะรับผิดชอบทั้งหมดในวงประกันอุบัติเหตุสูงถึง 2 แสนบาท  กรณีไม่ซื้อถุงเท้าจ่ายส่วนแรก 10,000 บาท เกินกว่านั้นHappy Farm รับผิดชอบโดยมีจำนวนวงเงินไม่เกิน 20,000 บาท ข้อห้ามสำหรับเครื่องเล่นเป่าลมในงานนี้คือห้ามเด็กต่ำกว่าอายุ 4 ขวบใช้บริการ หรือผู้มีน้ำหนักตัวเกิน 100 กิโลกรัม ห้ามนำของมีคมเข้ามาในบริเวณเครื่องเล่น เป็นต้น

ด้าน แพทย์หญิงแพรมาลา ฉายาวิจิตรศิลป์  กล่าวเสริมว่า “สำหรับการเลือกเครื่องเล่นเป่าลมเราเลือกสรรสิ่งที่ดีให้ลูก เพราะเป็นเครื่องเล่นเป่าลมคุณภาพ เน้นเรื่องปลอดภัย เสริมทักษะพัฒนาเด็ก สะอาด ให้แก่ลูกสาว คือน้องอัญญ่า และ ริญญ่า หลงรักชอบเครื่องเล่นที่แปลกใหม่ และทำให้ลูกเรามีความสุข ได้ออกกำลังกายกล้ามเนื้อร่างกาย และพัฒนาด้านอารมณ์ต่างๆ ไปพร้อมกัน ในฐานะเป็นแม่จึงรู้สึกดีใจที่มีเครื่องเล่นคุณภาพปลอดภัยด้วยวัสดุพรีเมียมมานำเสนอให้แก่ลูกค้าคนไทย และขยายสิ่งดีๆ ไปยังเด็กๆ และผู้ปกครองในต่างจังหวัดต่อไป”

สามารถสอบถามข้อมูลของ Happy Farm On Tour และติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวได้ที่สื่อสังคมออนไลน์ อาทิ Line@ : happyfarmontour (มีแอดข้างหน้า)  IG / FB :happyfarmontour

ทางเลือกความสวยด้วยสารเติมเต็ม ‘Filler HA’

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/450455

ทางเลือกความสวยด้วยสารเติมเต็ม ‘Filler HA’

วันพุธ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป ทำให้เรื่อง “การเสริมความงาม” ไม่ใช่เป็นเรื่องที่ต้องปกปิด เป็นความลับและน่าอับอายอีกต่อไปแล้ว เพราะท้ายที่สุดความจริงย่อมคือความจริง เหตุผลอันดับหนึ่งก็คือ การเสริมสร้างความมั่นใจและบุคลิกภาพในการดำเนินชีวิตประจำวัน ซึ่งถือว่าเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในเชิงสร้างสรรค์

พิ้งค์-สาธิตา ชัยชนะ ผู้บริหาร บริษัท เอเวอร์เมดิคอล เทคโนโลยี จำกัด เป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่กล้าออกมายอมรับในการเสริมความงาม ด้วยเหตุผลสำคัญดังกล่าว เธอเล่าว่า ผู้หญิงกับเรื่องความสวยความงามเป็นสิ่งที่แยกจากกันไม่ได้ เหมือนกับคำกล่าวที่ว่า “เป็นผู้หญิงอย่าหยุดสวย” โดยเฉพาะการที่เราต้องทำงานในระดับผู้บริหารแล้วต้องพบปะลูกค้าหรือผู้คนมากมาย แน่นอนว่าสิ่งที่ผู้คนจะมองเราเป็นอันดับแรก คือบุคลิกภาพภายนอก ทั้งหน้าตาและการแต่งกายที่จะเป็นปราการด่านแรกของความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจ จากนั้นก็จะเป็นเรื่องของบุคลิกภาพภายใน เช่น จิตใจและอารมณ์ สรุปคือเมื่อคนเรางามทั้งภายนอกและภายในผสมผสานกัน จะทำให้เราดูดีเป็นเครื่องนำทางเราไปสู่ความสำเร็จ

“ส่วนตัวบอกตรงๆ เลยว่า เคยเดินทางไปผ่าตัดด้านความงามที่ประเทศเกาหลี แต่ปัจจุบันก็ยังมีปัญหาเรื่องแก้มที่ห้อย ทำให้บริเวณใบหน้าช่วงล่างนั้นดูตกและห้อยลง ใบหน้าดูดุ ดูไม่เป็นมิตรกับใครๆ อีกทั้งรูปคางก็ตัด ซึ่งสร้างความกังวลเป็นอย่างมาก จึงตัดสินใจว่าจะทำศัลยกรรมความงามอีกครั้ง เลือกทั้งหมอ ทั้งสถานที่จะทำ ก็มาตกผลึกและลงตัวที่ AIC clinic เพราะเป็นศูนย์ความงามในเรื่องของการปรับรูปหน้าด้วยสารเติมเต็ม (FillerHA) ที่มีชื่อเสียงมานานช่วยให้เราเลี่ยงการผ่าตัดทำศัลยกรรมได้”

“ยอมรับว่า ส่วนตัวไม่เคยทราบมาก่อนว่าการใช้สารเติมเต็ม (Filler HA) จะช่วยยกหน้าหรือมุมปากได้ แต่พอได้เข้ามาปรึกษากับทาง AIC Clinic และเห็นผลลัพธ์หลังการรักษาไปแล้ว รู้สึกประทับใจและทึ่งมาก เพราะคุณหมอมีประสบการณ์ในการใช้สารเติมเต็ม Filler HA มากจริงๆ ทำให้ใบหน้าที่เคยดูไม่สดใส ดูเหมือนปากคว่ำอยู่ตลอดเวลา ก็ดูสดใส ดูอารมณ์ดี ดูเป็นมิตร และเพิ่มเสน่ห์บนใบหน้าให้ชวนมอง และรอยหลังจากการรักษา ก็มีเพียงจุดเดียวเล็กๆ เท่านั้น สำหรับผู้ที่สนใจอยากจะใช้สารเติมเต็ม Filler HA ปรับรูปหน้า ไม่ว่าจะจุดไหนบนใบหน้าก็ตาม ลองเข้ามาปรึกษาที่ AIC Clinic ดูได้ เพราะทีมแพทย์ที่ AIC Clinic ชำนาญด้านการฉีดฟิลเลอร์ มั่นใจได้ว่าหลังการรักษาจะสวยขึ้น และปลอดภัยด้วย”

นายแพทย์พุฒิพงศ์ ภูมิสุวรรณ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ AIC Clinic ให้ข้อมูลว่า สำหรับผู้ที่มีปัญหาแก้มหย่อนคล้อย และมุมปากล่างตก เราสามารถใช้สารเติมเต็ม (Filler HA) ช่วยในการปรับรูปหน้าได้ โดยใช้เทคนิคการฉีดฟิลเลอร์ปรับโครงกระดูกแนวขากรรไกรด้วยปลายเข็มทู่ ซึ่งจะทำให้เกิดรอยแผลน้อย และเห็นผลได้ทันทีหลังจากที่ฉีดเสร็จ และเมื่อเวลาผ่านไปสักระยะ จะเห็นผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจนขึ้นอีกว่า มุมปากที่เคยตกจะยกขึ้น มุมปากของคุณจะดูเหมือนยิ้มเบาๆ อยู่ตลอดเวลา ทำให้ใบหน้าดูน่ามองมากขึ้น ไม่ดูดุ หน้าไม่ดูบึ้งเหมือนก่อนการรักษา

ดิอาจิโอสนับสนุนอุตสาหกรรมกล้วยไม้ไทย ผลักดันการนำบรรจุภัณฑ์กลับมาใช้อย่างสร้างสรรค์

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/450452

ดิอาจิโอสนับสนุนอุตสาหกรรมกล้วยไม้ไทย ผลักดันการนำบรรจุภัณฑ์กลับมาใช้อย่างสร้างสรรค์

วันพุธ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

บริษัท ดิอาจิโอ โมเอ็ท เฮนเนสซี่ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวโครงการนำร่องสนับสนุนขวดผลิตภัณฑ์จอห์นนี่วอล์กเกอร์ หลังการบริโภคมาใช้ประโยชน์ต่อในการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกล้วยไม้ บริษัทบางกอกฟลาวเออร์เซ็นเตอร์ จำกัด บริษัทผู้ส่งออกและเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกล้วยไม้ของไทยการโคจรมาบรรจบกันของสองธุรกิจที่ดูเหมือนจะไม่เกี่ยวข้องกันอย่างเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และธุรกิจกล้วยไม้เกิดจากความตั้งใจของดิอาจิโอที่มีเป้าหมายสร้างความยั่งยืนให้กับสิ่งแวดล้อม และดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบตลอดทั้งซัพพลายเชน จึงมองหาแนวทางการนำขวดผลิตภัณฑ์จอห์นนี่ วอล์กเกอร์หลังการบริโภคกลับมาใช้ใหม่อย่างสร้างสรรค์ เพื่อลดปริมาณขยะ อันจะเป็นการสร้างความยั่งยืนให้กับสิ่งแวดล้อมและสร้างประโยชน์ให้กับธุรกิจกล้วยไม้ อันเป็นสินค้าขึ้นชื่อของประเทศไทยไปพร้อมๆ กัน

มร.อัลแบร์โต อิเบอัส กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดิอาจิโอ โมเอ็ท เฮนเนสซี่(ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ดิอาจิโอมุ่งมั่นในการเป็นบริษัทที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภค และหนึ่งในแนวทางไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้คือการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สร้างความยั่งยืนในทุกกระบวนการผลิต เริ่มตั้งแต่วัตถุดิบจนออกมาเป็นเครื่องดื่มรสเลิศที่อยู่ในแก้วของทุกคน หรือ From Grain to Glass Sustainability การที่บริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างดิอาจิโอสามารถเข้ามาสนับสนุนอุตสาหกรรมกล้วยไม้ของไทยได้ถือเป็นก้าวที่สำคัญสู่ความยั่งยืน เพราะไม่เพียงสะท้อนถึงการคิดนอกกรอบของบริษัท แต่ยังเป็นการขยายแนวคิดเรื่องความยั่งยืนของเราให้ครอบคลุมยิ่งขึ้นไม่เพียง From Grain to Glass Sustainabilityแต่ยังขยายเพิ่มเติมต่อไปเป็น From Glassto Grain คือการคำนึงถึงกระบวนการในการดูแลบรรจุภัณฑ์ที่ใช้แล้วให้เกิดประโยชน์อีกครั้งหนึ่ง หรือการเปลี่ยนจากแก้วไปสู่เมล็ดพันธุ์ที่ให้กำเนิดสิ่งใหม่อีกครั้งนั่นเอง”

สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้ดิอาจิโอให้การสนับสนุนขวดผลิตภัณฑ์จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ ที่ใช้แล้วโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายให้กับบริษัทบางกอกฟลาวเออร์เซ็นเตอร์นำไปใช้ในการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกล้วยไม้ ซึ่งเป็นหนึ่งในธุรกิจของบริษัทบางกอกฟลาวเออร์เซ็นเตอร์ที่ให้บริการเพาะพันธุ์กล้วยไม้ให้ทั้งลูกค้าชาวไทยและต่างชาติ ซึ่งความพิเศษของขวดของจอห์นนี่วอล์กเกอร์ ที่ไม่เหมือนกับบรรจุภัณฑ์อื่นในท้องตลาดช่วยแก้ปัญหาในการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ทำให้การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกล้วยไม้ทำได้สะดวกและเติบโตเป็นต้นกล้วยไม้ที่มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น โดยตั้งแต่เดือนกันยายน 2562 ดิอาจิโอได้สนับสนุนขวดผลิตภัณฑ์จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ไปแล้วประมาณ 5,000ขวด และมีแผนที่จะส่งมอบขวดจอห์นนี่ วอล์กเกอร์ เพิ่มเติมอีก 20,000 ขวด ในอีก 8 เดือนข้างหน้า

พงศ์ศักดิ์ ทองรับแก้ว กรรมการผู้จัดการ บริษัท บางกอกฟลาวเออร์เซ็นเตอร์ จำกัด อธิบายถึงความพิเศษของขวดจอห์นนี่ วอล์กเกอร์ ว่า “บรรจุภัณฑ์ของจอห์นนี่ วอล์กเกอร์มีรูปทรงเป็นสี่เหลี่ยม ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เดียวที่มีขวดรูปทรงนี้ ขวดของจอห์นนี่ วอล์กเกอร์จึงเหมาะสมในการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ เพราะเวลาเพาะเนื้อเยื่อเราต้องวางขวดในแนวนอน การที่ขวดเป็นสี่เหลี่ยมทำให้เราสามารถวางขวดได้ง่าย และไม่เสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายต่อขวดและกล้วยไม้ที่อยู่ภายใน อีกทั้งยังสะดวกในการขนส่งขวดที่มีการเพาะเลี้ยงกล้วยไม้แล้วให้กับลูกค้า ขวดจอห์นนี่ วอล์กเกอร์ ยังมีความหนาที่พอดี ไม่แตกง่าย ต่างจากขวดที่เราเคยใช้ การเข้ามาของดิอาจิโอในครั้งนี้จึงเป็นการเข้ามาช่วยแก้ปัญหาของเราได้อย่างพอเหมาะและลงตัว”

ถึงแม้โครงการความร่วมมือในครั้งนี้จะยังเป็นเพียงโครงการนำร่อง แต่ดิอาจิโอก็พร้อมที่จะขยายโครงการต่อไปในระยะยาว พร้อมทั้งขยายความร่วมมือไปยังหน่วยงานอื่นๆ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนอุตสาหกรรมส่งออกกล้วยไม้ของไทย ผลักดันการนำขวดผลิตภัณฑ์หลังการบริโภคมาสร้างประโยชน์อย่างแตกต่างและสร้างสรรค์ ร่วมดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมและสนับสนุนอุตสาหกรรมส่งออกของไทยให้เจริญงอกงามและผลิบานต่อไปอย่างยั่งยืน

แพ้กลูเตน อาการแพ้กลูเตนที่ไม่ควรมองข้าม

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/450456

news_default

แพ้กลูเตน อาการแพ้กลูเตนที่ไม่ควรมองข้าม

วันพุธ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

แพ้กลูเตนคืออะไร? ไลฟ์เซ็นเตอร์บล็อก https://lifecenterthailand.wordpress.com มีเรื่องราวของอาการแพ้กลูเตนมาไขข้อข้องใจ เพราะเรื่องของการหลีกเลี่ยงอาหารที่มีกลูเตน เป็นกระแสที่ในต่างประเทศให้ความสำคัญกันมาก เนื่องจากมักจะรับประทานแป้งเป็นเมนูหลัก ซึ่งพฤติกรรมการรับประทานอาหารของบ้านเราทุกวันนี้ก็มักจะเลียนแบบต่างประเทศมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานขนมปัง เค้ก เบเกอรี่ หรือเมนูตะวันตกต่างๆ มากมายที่มีกลูเตน

เริ่มต้นที่คำถามว่ากลูเตนคืออะไร ?กลูเตน (Gluten) เป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่พบได้ในข้าวสาลี ข้าวไรย์ และข้าวบาร์เลย์ที่จะนำมาผลิตเป็นแป้ง ก่อนจะแปรรูปเป็นอาหารต่างๆ ที่เรารับประทานกันเป็นประจำอย่าง เบเกอรี่ ขนมปัง เค้ก เป็นต้น ทว่านอกจากอาหารจำพวกนี้แล้ว อาหารสำหรับคนรักสุขภาพอย่างเช่น อาหารเจ อาหารมังสวิรัติ ก็ยังพบกลูเตนได้อีกด้วย ซึ่งกลูเตนที่ว่า เป็นสเปกตรัมโปรตีน เมื่อเรารับประทานเข้าไป ร่างกายต้องใช้เวลาหลายเดือนหรือหลายปีถึงจะกำจัดออกจากร่างกายได้หมด ส่วนสาเหตุที่ต้องใส่กลูเตนในอาหาร ก็ด้วยคุณสมบัติของกลูเตน ที่จะช่วยทำให้ขนมปังนุ่ม ฟู น่ารับประทานนั่นเอง

แม้กลูเตนจะสามารถรับประทานได้ แต่สิ่งที่ต้องระวังคืออาการแพ้กลูเตน ซึ่งอาการแพ้กลูเตนนั้นเกิดจากความผิดปกติของระบบการย่อยทางพันธุกรรมไม่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกัน โดยสามารถส่งผลได้หลายๆ ทาง และมีระดับความรุนแรงต่างๆ กัน เช่น 1.ท้องอืด การรับประทานกลูเตนสำหรับผู้ที่มีอาการแพ้สามารถมีผลต่อระบบย่อยอาหาร ทำให้เกิดอาการอาหารไม่ย่อย อาการท้องอืด ท้องเฟ้อโดยเฉพาะในเด็กๆ ได้ 2.เกิดอาการแพ้ ทำให้ผิวกลายเป็นตุ่มๆ เนื่องจากการรับประทานกลูเตนอาจมีผลทำให้การดูดซึมสารอาหารทางลำไส้ผิดปกติ ส่งผลให้ร่างกายขาดกรดไขมันจำเป็น รวมทั้งวิตามินต่างๆโดยเฉพาะ วิตามินเอ

3.มีอาหารง่วงเหงาหาวนอน อ่อนเปลี้ยเพลียแรง เนื่องจากอาหารประเภทนี้มีผลไปยับยั้งการดูดซึมสารอาหารที่ร่างกายจะนำไปใช้ได้ทันที ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง โรคปวดกล้ามเนื้อ รวมถึงอาการทางประสาท เช่น วิงเวียนศีรษะ การสูญเสียความสมดุล บางครั้งอาจมีอาการของไมเกรนอีกด้วย

5.การรับประทานกลูเตน อาจส่งผลให้ฮอร์โมนในร่างกายผิดปกติ ส่งผลให้คุณผู้หญิงประจำเดือนมาไม่ปกติ รังไข่ทำงานผิดปกติ และอาจเป็นสาเหตุให้เกิดภาวะของการมีบุตรยาก 6.การรับประทานกลูเตนอาจส่งผลทางอารมณ์ คือ มีอาการวิตกกังวล ซึมเศร้า การเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์อย่างรวดเร็ว รวมไปถึงสมาธิสั้นด้วย

ทั้งนี้ ในผู้ที่มีอาการแพ้กลูเตน ควรลดการรับประทานอาหารจำพวกแป้ง ขนมปัง หรือเบเกอรี่ต่างๆ แล้วทดแทนด้วยการรับประทานธัญพืช เช่น ข้าวกล้อง ข้าวฟ่าง คีนัว หรือ เลือกรับประทานอาหารจำพวกแป้งที่ระบุไว้ว่าปราศจากสารกลูเตน นอกจากนั้น เรายังสามารถเลือกรับประทานอาหารที่ไม่ผ่านการแปรรูป เช่น ผักสด ผลไม้สด เนื้อสัตว์ ถั่วชนิดต่างๆ เป็นการทดแทนได้อีกด้วย