เครียดเกินไป หรือเข้าสู่ภาวะหมดไฟในการทำงาน

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/450024

เครียดเกินไป หรือเข้าสู่ภาวะหมดไฟในการทำงาน

วันจันทร์ ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ภาวะหมดไฟในการทำงาน หรือ Burnout Syndrome ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ว่า เป็นอาการป่วยที่มีผลมาจากความเครียดเรื้อรังในสถานที่ทำงานและควรได้รับการดูแลจากแพทย์ก่อนรุนแรงและคุกคามการใช้ชีวิต ดังนั้น การหมั่นสังเกตสัญญาณอาการและรู้เท่าทันโรคจะช่วยให้รับมือได้อย่างถูกวิธี ก่อนสายเกินไป อาจส่งผลเป็นโรคทางสมอง บางรายอาจจะเป็นโรคซึมเศร้าได้

นายแพทย์อโณทัย สุ่นสวัสดิ์ จิตแพทย์ ศูนย์จิตรักษ์ โรงพยาบาลกรุงเทพ ให้ข้อมูลว่า ภาวะหมดไฟในการทำงาน หรือ Burnout Syndrome คือ ภาวะหนึ่งที่เกิดจากการเผชิญกับความเครียดในที่ทำงานเป็นระยะเวลายาวนาน เป็นภาวะที่มีการเปลี่ยนแปลงทางด้านจิตใจที่เป็นผลมาจากความเครียดเรื้อรังในที่ทำงานและไม่ได้รับการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพจนขาดแรงจูงใจ หดหู่ ไม่มีสมาธิในการทำงาน ลามไปจนประสิทธิภาพในการทำงานลดลง นอกจากนี้ Burnout ยังเป็นภาวะที่ทำให้คนคนนั้น สุ่มเสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้าตามมาได้ Burnout แบ่งลักษณะอาการออกเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.)ความเหนื่อยล้าทางอารมณ์ รู้สึกหมดพลัง 2.)มีทัศนคติเชิงลบต่อความสามารถในการทำงานของตนเอง ขาดความเชื่อมั่นในความสำเร็จ 3.)ประสิทธิภาพในการทำงานที่ลดลง คนไข้จะรู้สึกว่าตัวเองทำงานได้ไม่เหมือนเดิม รู้สึกว่าทำงานได้ไม่ดีประสิทธิภาพการทำงานลดลง ความสัมพันธ์ในที่ทำงานเหินห่างหรือเป็นไปทางลบทั้งกับผู้ร่วมงานและลูกค้า ซึ่งความรู้สึกที่เกิดขึ้นนี้เป็นปัจจัยสุ่มเสี่ยงที่บอกว่ากำลังเข้าสู่ภาวะ Burnout Syndrome ได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม อาการ Burnout เบื้องต้นสามารถจัดการได้ด้วยตัวเอง เช่น หากรู้สึกว่าทำงานมากเกินไปควรหันมาให้
เวลากับตัวเองให้มากขึ้น เช่น ออกกำลังกายทานอาหารตามเวลา หาเวลาไปท่องเที่ยวพักผ่อน อาจสร้างตารางชีวิตประจำวันใหม่ให้มีความหลากหลายในการใช้ชีวิตให้มากขึ้นแต่สิ่งที่ยากคือ ความร่วมมือในระดับองค์กร องค์กรต้องตระหนักว่า Burnout เป็นสิ่งสำคัญ ฉะนั้นต้องอาศัยความร่วมมือจากทั้งคนทำงานและองค์กร การจัดการภาวะหมดไฟในการทำงาน คือ ไม่ทำงานหักโหมมากเกินไป ไม่นำปัญหาที่ทำงานสะสมไปที่บ้าน เปิดใจฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ยอมรับในความแตกต่าง รู้จักขอความช่วยเหลือและปฏิเสธอย่างเหมาะสม พักผ่อนให้เพียงพอ มองหาที่ปรึกษาที่รับฟังและแนะนำได้ หรือปรึกษาแพทย์

ในส่วนของ โรคซึมเศร้า เกิดจากความไม่สมดุลของสารสื่อประสาทในสมองซึ่งมีองค์ประกอบทางชีววิทยาค่อนข้างมาก
การให้ยาเป็นการปรับสมดุล แต่โรคซึมเศร้ามักจะโจมตีตัวตน ทำให้คนคนนั้นรู้สึกไม่มีแรงไม่อยากทำงาน รู้สึกไม่เป็นคนเดิม บางครั้งความยากไม่ได้อยู่ที่คนไข้แต่อยู่ที่สิ่งรอบข้างคนไข้ด้วย เช่น ญาติพี่น้อง สามี ภรรยา สิ่งแวดล้อม รวมถึงที่ทำงาน เพราะคนเป็นโรคซึมเศร้ามุมมองต่อโลกจะลบในทุกด้านที่ต้องใช้ความเข้าใจค่อนข้างมาก ความยากอีกเรื่องหนึ่งคือการตระหนักรู้ว่าเกิดปัญหาขึ้นแล้ว คนไข้ควรมาโรงพยาบาล มาพบแพทย์ มาค้นหาต้นเหตุที่ทำให้ไม่สามารถกลับไปทำงานได้ ซึ่งต้องแก้ไปทีละจุด ต้องอาศัยความเข้าใจว่าโรคซึมเศร้าสามารถเป็นได้ แต่ก็รักษาได้เช่นกัน

ทุกวันนี้คนไทยจำนวน 1 ใน 5 มีทุกข์ เป็นทุกข์ที่ส่งกระทบไปทั้งทางกายและทางจิตใจ บางคนไม่รู้ว่าจะต้องหันหน้าไปพึ่งใคร ไม่ว่าจะเป็นคนที่กำลังทุกข์ทรมานด้วยโรคซึมเศร้า โรคไบโพลาร์ ภาวะหมดไฟในการทำงาน (Burnout Syndrome) โรควิตกกังวล หรือคนไข้ที่เป็นโรคเรื้อรังบางอย่าง เช่น Stroke (หลอดเลือดสมอง) อัมพฤกษ์ อัมพาต มะเร็ง โรคปอด ลมชักผู้สูงอายุที่เป็นโรคสมองเสื่อม พาร์กินสัน เป็นต้น คนไข้เหล่านี้อาจต้องเผชิญกับภาวะเครียดกับโรคที่เป็นอยู่ สิ่งสำคัญคือกำลังใจในการต่อสู้กับโรคที่เกิดขึ้น ศูนย์จิตรักษ์ โรงพยาบาลกรุงเทพ มีกิจกรรมบำบัดเพื่อการดูแลและฟื้นฟูสุขภาพจิต (Psychosocial Rehabilitation) ประกอบด้วย จิตบำบัดหลากหลายรูปแบบ ทั้งรูปแบบรายกลุ่มและรายบุคคล โดยบุคลากรที่มีประสบการณ์ กิจกรรมถูกออกแบบให้ตรงกับความต้องการและความถนัดของแต่ละคน

ตัวอย่างการทำกิจกรรมบำบัด อาทิ 1)อาหารบำบัด Cooking therapy เป็นการใช้ทักษะ สมาธิในแต่ละขั้นตอน ให้คนไข้อยู่กับตัวเอง และจดจ่อกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า 2)การเคลื่อนไหวบำบัด Dance & Movement therapy 3)ดนตรีบำบัด music therapy 4)โยคะบำบัด Yoga therapy 5)ศิลปะบำบัด art therapy 6)ละคร บำบัด Drama therapy การนำศาสตร์ของละครอาจเป็นบทบาทหรือการเคลื่อนไหวต่างๆ มาทำความเข้าใจกับอารมณ์และความรู้สึก เป็นการเปิดโอกาสให้เกิดการเรียนรู้ เติมเต็มความสุข และหลายกิจกรรมยังช่วยให้ค้นหาศักยภาพและคุณค่าในตนเอง เพื่อการใช้ชีวิตต่อไปได้อย่างมีความสุข

ทั้งนี้ กิจกรรมบำบัดดังกล่าวจะมีแพทย์และทีมสหวิชาชีพคอยดูแลการทำกิจกรรมที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละคน อาทิ ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่มีอาการอัมพฤกษ์ อัมพาต อ่อนแรง ไม่สามารถขยับหรือใช้งานร่างกายได้ดีเหมือนเดิม การทำกายภาพบำบัดและการกินยาเป็นเรื่องสำคัญ แต่การรักษาอาการให้ดีขึ้นในระยะยาว คือทำอย่างไรให้คนไข้อยู่ได้กับตัวตนของเขาในแบบใหม่ การให้ยาอาจช่วยให้อาการทางกายไม่กลับมาเป็นซ้ำ แต่การที่คนไข้ไม่สามารถควบคุมแขนขาได้ดีเหมือนเดิม ฉะนั้นการรักษาทางใจควบคู่ไปกับทางกายจึงเป็นเรื่องสำคัญ การนำกิจกรรมเข้ามาบำบัดทำให้คนไข้สามารถอยู่กับร่างกายตัวเองได้มากขึ้น ควบคุมการเคลื่อนไหวต่างๆ ได้มากขึ้น ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองคนหนึ่งอาจต้องการฟื้นฟูตนเองเพียงขอแค่ตักอาหารรับประทานเองให้ได้เป็นอันดับแรก การทำกิจกรรมบำบัดต่างๆ ควบคู่ไปกับการทำกายภาพบำบัดก็สามารถช่วยให้คนไข้เริ่มที่จะตักอาหารรับประทานเองได้ เพียงเท่านี้ก็เป็นเหมือนความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ที่คนไข้สามารถทำได้

หรือคนไข้ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็ง โรคอาจยังไม่หาย แต่ทำอย่างไรให้คนไข้อยู่กับโรคได้อย่างมีความสุข ไม่เครียด ให้เข้าใจ
มากขึ้น คนที่เป็นมะเร็งจะมีความเจ็บปวดจากอาการของโรค อารมณ์ไม่ค่อยดี อาการเหล่านี้เป็นความเจ็บป่วยที่เรื้อรัง การให้คนไข้มาอยู่ในพื้นที่บำบัด เช่น Cooking therapy ได้มาทำกับข้าว อบขนม กับญาติที่ดูแลหรือคนใกล้ชิด จากเดิมที่อาจทะเลาะกัน กลายเป็นว่าคนไข้สามารถที่จะใช้เวลาในพื้นที่บำบัด 1-2 ชัวโมง ตรงนั้นในการทำขนม ได้มีสมาธิกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้ามากกว่าไปพะวงกับความเจ็บปวดจากอาการของโรคที่เป็นอยู่ ก็ช่วยให้คนไข้รู้สึกดีขึ้นระหว่างทำกิจกรรม ซึ่งความรู้สึกดีๆ ตรงนั้นมีค่ามาก และคนไข้เองก็สามารถที่จะหยิบเอาความรู้สึกดีๆ นั้นนำกลับไปใช้ต่อที่บ้านได้ เป็นการเยียวยาสภาพจิตใจได้อีกทางหนึ่ง

บี มาย เกสท์ : แกะไอเดียชีวิต‘ก้อ-ณฐพล ศรีจอมขวัญ’ เมื่อความมั่นคงในชีวิต ไม่ใช่มีไว้ให้คิดเมื่ออายุมาก

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/450017

บี มาย เกสท์ : แกะไอเดียชีวิต‘ก้อ-ณฐพล ศรีจอมขวัญ’ เมื่อความมั่นคงในชีวิต ไม่ใช่มีไว้ให้คิดเมื่ออายุมาก

วันจันทร์ ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

หลายคนคงคุ้นหน้าคุ้นตากันกับศิลปินชายลุคแสนอบอุ่นอย่าง ก้อ-ณฐพล ศรีจอมขวัญหนึ่งในสมาชิกและหัวหน้าวงดนตรีดิสโก้ฟังก์ชื่อดังอย่าง Groove Riders และโปรดิวเซอร์มือทองผู้ขับเคลื่อนวงการดนตรีไทยและอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของศิลปินไทย รวมถึงบรรดาเพลงฮิตคุ้นหูมากมาย และไม่ใช่เพียงเส้นทางศิลปิน แต่บนเส้นทางนักลงทุน ก้อ-ณฐพล เริ่มออกสตาร์ทไปพร้อมๆ กับงานบันเทิงไปพร้อมๆ กัน ซึ่งตลอดระยะเวลากว่า 2 ทศวรรษที่ก้าวเข้าสู่วงการการลงทุน ศิลปินหนุ่มมากฝีมือคนนี้ ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์และเปิดมุมมองความมั่นคงทางการเงินมากมาย

ก้อ-ณฐพล สลัดคราบคนดนตรีชั่วคราว และหยิบเอามุมมองที่แตกต่างด้านการลงทุนมาแนะนำคนรุ่นใหม่และคนทำงาน ที่เจ้าตัวเชื่อมั่นว่า การลงทุนจะช่วยสร้าง “อิสรภาพทางการเงิน”ได้ด้วยตัวเอง รวมทั้งความมั่นคงในชีวิต ไม่ใช่มีไว้ให้คิดเมื่ออายุมาก

ศิลปินหนุ่มนักลงทุน เล่าว่า สมัยเด็กๆคุณพ่อคุณแม่จะปลูกฝังเรื่องการใช้จ่ายเงิน และปลูกฝังวินัยด้านการออมมาโดยตลอด สาเหตุหนึ่งมาจากเศรษฐกิจในอดีตที่ทำให้ตนได้เรียนรู้การประหยัดอดออม เมื่อย้อนไปเมื่อ 20 ปีที่แล้ว เริ่มต้นเข้าสู่เส้นทางนักลงทุนจากคำแนะนำจากคุณพ่อ โดยหลังจากที่ตนเริ่มทำงานและมีเงินเก็บก้อนหนึ่ง ได้ปรึกษากับคุณพ่อว่าอยากให้เงินก้อนงอกเงย ซึ่งคุณพ่อที่เป็นนักลงทุน จึงแนะนำให้นำเงินไปลงทุนกับหุ้นกลุ่มวัสดุชื่อดัง และเมื่อผ่านไปไม่นาน ได้รับเงินปันผลกลับมามากกว่าการฝากออมกับธนาคารปกติ ตนจึงเริ่มรู้สึกสนใจ และหันมาศึกษาเกี่ยวกับลงทุนอย่างจริงจัง เข้าร่วมสัมมนาการลงทุน และเริ่มต้นวางแผนการลงทุนด้วยตนเอง

“ข้อจำกัดใหญ่หลังจากที่ก้าวเข้ามาวางแผนการลงทุนด้วยตนเอง นั่นคือการบริหารเวลาระหว่างการทำงาน และกับการลงทุน เนื่องจากผมยังคงต้องทำงานไปด้วย ทำให้ไม่มีเวลาติดตามสถานการณ์ตลาดลงทุน รวมถึงการขาดความเชี่ยวชาญในการปรับกลยุทธ์การลงทุนให้เหมาะสมกับความต้องการของตัวเอง ถึงขนาดเคยขาดทุน เพราะเลือกหุ้นเข้าพอร์ตด้วยการซื้อตามกระแส จึงเป็นจุดเริ่มต้นตัดสินใจเลือกใช้บริการบริหารการลงทุนจากผู้เชี่ยวชาญ”

ไม่เพียงความสำเร็จในหน้าที่การงาน แต่สิ่งที่คนรุ่นใหม่ๆ ต้องวางแผนได้แก่ การใช้ชีวิตอย่างมั่นคง ซึ่ง ก้อ-ณฐพล เชื่อว่า “การลงทุน” เป็นหนึ่งในเรื่องต้องคำนึงสำหรับการวางแผนทางการเงินที่นำไปสู่การใช้ชีวิตอย่างมั่นคงในระยะยาว แต่การสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตนั้นไม่ได้เป็นเรื่องที่ทำได้ในระยะเวลาสั้นๆ ดังนั้น ในยุคปัจจุปันที่การลงทุนเข้าถึงได้ง่ายมากกว่าสมัยก่อน จึงเป็นทางเลือกที่การเติบโตที่น่าสนใจ และหากใครสามารถเริ่มต้นเส้นทางการลงทุนได้เร็วกว่า ก็จะสามารถสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตได้เร็ว หรือ “เริ่มก่อนได้เปรียบ”

หนึ่งคำถามใหญ่ที่คนชอบถามกันมาก นั่นคือจะทำการลงทุนไปพร้อมๆ กับทำงานไปด้วยได้อย่างไร ซึ่ง ก้อ-ณฐพล มีข้อแนะนำว่า รูปแบบของการลงทุนนั้นมีหลากหลาย ทั้งการลงทุนระยะสั้นและระยะยาว รวมถึงมีประเภทการลงทุนที่แตกต่างกันไป สิ่งที่ควรพิจารณานั่นคือ หากต้องทำงานระหว่างวันจนไม่มีเวลาติดตามสถานการณ์ลงทุน ตัวเลือกการลงทุนระยะยาวและการลงทุนในกองทุนรวมที่มีการกระจายการลงทุนนั้น นับว่าเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม โดยควรหมั่นวิเคราะห์สินทรัพย์ที่เลือกลงทุน รวมถึงต้องมีวินัยและเป้าหมายการลงทุนที่ชัดเจน เช่น การกำหนดความเสี่ยงการลงทุนที่รับได้ และการควบคุมอารมณ์เหนือสภาวะทางเศรษฐกิจ เป็นต้น

“อย่างไรก็ดี คำถามที่มักพบบ่อยในกลุ่มผู้เริ่มต้นลงทุนคือ ควรมีเงินเริ่มต้นลงทุนเท่าใด ซึ่งผู้ลงทุนต้องพิจารณาความต้องการใช้เงินของตนเอง โดยเงินที่นำมาลงทุนควรเป็นเงินที่แบ่งสัดส่วนออกมาจากเงินออม และผู้ลงทุนพิจารณาแล้วว่า ไม่มีความจำเป็นจะต้องใช้เงินจำนวนดังกล่าวในระยะเวลา 3-6 เดือนข้างหน้าและจะไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันหากเกิดกรณีฉุกเฉินที่ต้องการใช้เงินด่วน

ผมยังประสบข้อจำกัดด้านเวลาเช่นเดียวกันกับคนทำงานทั่วไป จึงตัดสินใจใช้ “ซิตี้ ไพรออริตี้” บริการบริหารการลงทุนของธนาคารซิตี้แบงก์ เพื่อช่วยอุดรอยรั่วที่เกิดขึ้น ซึ่งข้อได้เปรียบของบริการ ได้แก่ การมีเพื่อนคู่คิดที่คอยช่วยติดตามวิเคราะห์สถานการณ์เศรษฐกิจ และแนะนำกลยุทธ์การลงทุนที่เหมาะสมเพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงการสูญเสีย และเข้ากับไลฟ์สไตล์ของผมที่มีภาระหน้าที่ที่ค่อนข้างแน่นตลอดเวลา นอกจากนี้ ซิตี้ ไพรออริตี้ ยังช่วยให้การลงทุนสามารถบรรลุตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ กับตัวเลือกการลงทุนที่เหมาะกับสถานการณ์ตลาดอย่าง กองทุนรวมจาก 6 บลจ. ชั้นนำ”

ก้อ-ณฐพล มองว่า การลงทุนไม่มีสูตรสำเร็จ ทุกวันนี้เขาก็ยังคงอยู่ในวงการการลงทุน โดยจะนำเงินมากระจายการลงทุนในส่วนต่างๆ ทั้งการลงทุนในกองทุนรวมหลากหลายสินทรัพย์ รวมถึงเข้าไปลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว หรือ แอลทีแอฟ และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพหรือ อาร์เอ็มเอฟ ซึ่งสามารถนำสิทธิไปลดหย่อนทางภาษีได้ อีกทั้งยังเป็นแหล่งพักเงินที่ดีกว่าการฝากเงินไว้กับธนาคารด้วย

“สิ่งที่ได้รับจากเส้นทางนักลงทุน ไม่เพียงความงอกเงยทางการเงินและความมั่นคงที่เป็นหลักประกันชีวิตในระยะยาวแล้ว แต่ยังทำให้การใช้ชีวิตประจำวันของผมมีสีสันมากขึ้น ท้าทายความสามารถและเปิดโลกกว้าง ทำให้เป็นคนรอบรู้และมีวินัย รวมถึงยังช่วยสร้างอิสรภาพทางการเงินอย่างลงตัว ให้ทุกคนสามารถมีความสุขกับการทำงาน สนุกกับการลงทุนไปพร้อมกับการใช้ชีวิตและไลฟ์สไตล์ในแบบที่ต้องการ”

อีกทั้ง ปัจจุบันเทรนด์การลงทุนที่เติบโตค่อนข้างเร็ว จากอดีตที่นักลงทุนมักเป็นกลุ่มที่มีเงินจำนวนมาก หรือทำงานมาเป็นระยะเวลานาน แต่ปัจจุบันเริ่มเป็นที่สนใจในกลุ่มวัยรุ่น อายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป และวัยเริ่มต้นทำงานเพิ่มมากขึ้น
เนื่องจากการเข้ามาของเทคโนโลยี ทำให้การเข้าถึงเรื่องการลงทุนนั้นสะดวกกว่าเดิม รวมถึงแนวคิดคนสมัยใหม่ที่อยากประกอบธุรกิจเป็นของตนเอง ทำให้เริ่มต้นลงทุนไวขึ้นกว่าอดีต

“ตัวผู้ลงทุนเองควรวางแผนการลงทุนอย่างเหมาะสมตั้งแต่เริ่มต้น อาทิ เลือกรูปแบบการลงทุนในระยะยาว ลงทุนในกองทุนที่มีการกระจายความเสี่ยงและกระจายการลงทุนอย่างเหมาะสม และสำหรับผู้ที่ทำงานประจำและมีเวลาน้อย อาจตัดสินใจเลือกใช้บริการบริหารการลงทุนที่น่าเชื่อถือ ที่สามารถเป็นที่ปรึกษาแนะนำกลยุทธ์การลงทุน รวมถึงหมั่นแบ่งเวลาบางส่วน มาอัพเดตสถานการณ์เศรษฐกิจและการลงทุนในแต่ละสัปดาห์”

ลุยสุดตัวช่วยเหลือเต่าทะเลบาดเจ็บ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/450018

news_default

ลุยสุดตัวช่วยเหลือเต่าทะเลบาดเจ็บ

วันจันทร์ ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

เป็นคู่แม่ลูกหัวใจสีเขียว ที่รักธรรมชาติและท้องทะเลเป็นชีวิตจิตใจ สำหรับ คุณแม่อุ๋ย-วิภาวรรณ และลูกสาวคนเก่ง ริน-ศรินญา มหาดำรงค์กุลแห่งศรีทองพาณิชย์ เมื่อผุดโปรเจกท์ CSR “Citizen Give The Better Life #ไปกับหมากไปกับCITIZEN” ทั้งคู่เลยขอลุยแบบสุดตัว โดยลงพื้นที่ศึกษาข้อมูลประสานงานต่างๆ เพื่อทำโปรเจกท์ช่วยเหลือน้องเต่าทะเลสัตว์อนุรักษ์หายาก ที่ได้รับบาดเจ็บและพิการแบบเจาะลึกด้วยตัวเองทุกขั้นตอน และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการรักษาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรทางทะเล โดยมี หมาก-ปริญ สุภารัตน์ แบรนด์แอมบาสซาเดอร์ซิติเซ็น ร่วมโครงการ จัดกิจกรรม Eco talk, Work Shop รักษ์โลก ณ โรงแรม เรเนซองส์ พัทยา รีสอร์ท แอนด์ สปา พร้อมเยี่ยมชมศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งตะวันออกก่อนจะร่วมปล่อยน้องเต่ากลับคืนสู่ท้องทะเลตามธรรมชาติ ในวันที่ 31 ตุลาคม-1 พฤศจิกายนนี้ ที่เกาะมันใน จ.ระยอง

เฟ้นหาค็อกเทลสัญชาติไทยสู่เวทีโลก

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/449995

news_default

เฟ้นหาค็อกเทลสัญชาติไทยสู่เวทีโลก

วันจันทร์ ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

Mekhong (แม่โขง) – The Spirit of Thailan เฟ้นหาค็อกเทลสัญชาติไทย ที่มาพร้อมกับแนวคิดการปลุกเล่าเรื่องราวความเป็นไทย เพื่อถ่ายทอดสู่เวทีระดับโลก กับรอบตัดสินของงาน ‘‘Mekhong The Spirit Competition 2020” วันที่ 29 ตุลาคม 2562 เวลา 14.00-17.30 น. ณ C asean ชั้น 10 ตึก CW Tower ถนนรัชดาภิเษก

Mekhong (แม่โขง)-The Spirit of Thailand แบรนด์สุราไทยที่มีเอกลักษณ์ความเป็นไทยและมุ่งเชิดชูความเป็นไทยมานานร่วม 80 ปี เปิดเวทีเฟ้นหาสุดยอดค็อกเทลสัญชาติไทยที่จะได้ไปเสิร์ฟในเวทีโลก กับงาน “Mekhong The Spirit Competition 2020” ซึ่งจัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 3 ภายใต้แนวคิด Thai Spirit REBORN ที่จะปลุกเรื่องราวความเป็นไทยในอดีตไม่ว่าจะเป็นประวัติศาสตร์ วรรณกรรม หรือวิถีชีวิตดั้งเดิม ไม่ให้เลือนหายไปจากแผ่นดินไทย ผ่านที่มาและวัตถุดิบของค็อกเทลแต่ละแก้วที่จะทำให้คุณค่าความเป็นไทยเป็นที่จดจำ ซึ่งค็อกเทลที่ชนะเลิศจะได้ไปเสิร์ฟในงานระดับโลก Michelin Star Revelation 2020 & Gala Dinner ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 นี้

ในงานแข่งขันรอบตัดสินนี้ 7 บาร์เทนเดอร์ ที่ผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการมาจนถึงรอบสุดท้าย จะมาถ่ายทอดและปลุกเล่าเรื่องราวความเป็นไทยมาให้ไม่ถูกลืมไปตามกาลเวลา ผ่านค็อกเทลสูตรพิเศษที่พวกเขาคิดค้นขึ้น พร้อมเป็นตัวแทนค็อกเทลสำหรับเวทีระดับโลก สำหรับงานครั้งนี้แม่โขงได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิในวงการอาหารและเครื่องดื่มค็อกเทลของไทย มาเป็นคณะกรรมการร่วมตัดสิน อาทิ เดชพงษ์ กาญจนลักษณ์-Mekhong Master Blender, อากิ หวัง สุดยอดอินเตอร์บาร์เทนเดอร์แห่ง INDULGE Experimental Bistro การันตีด้วยรางวัล No.3 Asia’s 50 Best Bars 2019 & No.21 The World’s 50 Best Bar 2019, เชฟแอนดี้ หยางผู้เชี่ยวชาญเรื่องอาหารที่ได้รับการการันตีด้วย Michelin Star และ เจมี่ ไรนด์ The Bamboo Bar ที่ได้รางวัล No.8 Asia’s 50 Best Bars 2019

เปิดเวทีค้นหาหนุ่มหล่อทั่วประเทศ ก้าวสู่ ‘ทูตส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย’

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/449997

เปิดเวทีค้นหาหนุ่มหล่อทั่วประเทศ ก้าวสู่ ‘ทูตส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย’

วันจันทร์ ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

กลับมาอีกครั้งสำหรับการประกวด “Mister Tourism World Thailand 2019” (มิสเตอร์ทัวริซึ่มเวิลด์ ไทยแลนด์ 2019) การค้นหาสุดยอดหนุ่มหล่อทั่วประเทศ ที่กล้าแสดงออกมากความสามารถมีบุคลิกภาพ ไหวพริบ รูปร่าง หน้าตาดีกับบทบาทการเป็นทูตแห่งการท่องเที่ยวประเทศไทย ทำหน้าที่ส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ขนบธรรมเนียมประเพณี วิถีชีวิต ศิลปวัฒนธรรม อาหาร สถาปัตยกรรมอันงดงามโดดเด่นทั้งเก่าและร่วมสมัย เพื่อเชิญชวนนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกให้เดินทางมาท่องเที่ยว สร้างรายได้เข้าประเทศมากยิ่งขึ้น พร้อมโอกาสครั้งสำคัญในการเป็นตัวแทนประเทศไทยก้าวสู่เวทีระดับโลกกับการประกวด Mister Tourism World 2019 ครั้งที่ 4 ณ ประเทศมอลตา ตลอดจนโอกาสการทำงานในวงการบันเทิงในสาขาต่างๆ โดยปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Thai Contemporary Eye” ซึ่งจะมีการประกวดและคัดเลือกตัวแทนทั้ง 77 จังหวัดอย่างเข้มข้น ก่อนที่จะมีการประกวดรอบตัดสินขึ้นในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 นี้

งานแถลงข่าวการประกวดจัดขึ้นไปเมื่อเร็วๆ นี้ ณ ห้างสรรพสินค้า Show DC พระรามเก้า ภายในงาน พิษฎ์ณภัทร โยธินรัตนะชัย National Director of Mister Tourism World Thailand และ เจนรบ ชัยเลิศ National Manager of Mister Tourism World ร่วมให้รายละเอียดของการการประกวด “Mister Tourism World Thailand 2019” ว่าในปีนี้ได้จัดขึ้นภายใต้คอนเซปต์ “Thai Contemporary Eye” นั่นคือการแสดงออกถึงความเป็นไทยแบบผสมผสานระหว่างความคลาสสิกและโมเดิร์นเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ผ่านรูปแบบการจัดกิจกรรม การตกแต่ง รวมถึงการแต่งกายของผู้เข้าประกวด

ความพิเศษสุดในปีนี้ได้มีการนำ “ผ้าไหมนาโพธิ์” ซึ่งเป็นผ้าไหมทอมือพื้นเมือง จากอำเภอนาโพธิ์ จังหวัดบุรีรัมย์ซึ่งมีชื่อเสียงด้านการทอผ้าไหมมาเป็นเวลาช้านาน นำมาออกแบบตัดเย็บเป็นเครื่องแต่งกายเพื่อให้ผู้เข้าประกวดรอบ 20 คนสุดท้าย ได้สวมใส่ในการประกวด ทั้งหมดนี้สะท้อนถึงการท่องเที่ยวของไทยที่ผสมผสานความเก่าแก่ในอดีตเข้าไว้กับความร่วมสมัยยุคใหม่ได้อย่างกลมกลืน เป็นเอกลักษณ์ที่นักเดินทางทั่วโลกต่างจดจำและชื่นชอบ ไม่ว่าจะเป็นศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี วิถีชีวิต (Life Style) อาหารไทย Street Food ภูมิปัญญาพื้นถิ่น ภูมิทัศน์สถาปัตยกรรมทั้งเก่าและร่วมสมัย และนวัตกรรมรูปแบบใหม่ เหล่านี้ล้วนเป็นเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลกให้หลงใหล โดย Mister Tourism World Thailand 2019 จะมีบทบาทสำคัญในการเป็นทูตส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยให้เป็นที่ประจักษ์สู่สายตาชาวโลก พร้อมเชิญชวนนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกให้เดินทางเข้าประเทศไทยสร้างรายได้เข้าประเทศมากขึ้น

รูปแบบการประกวดในปีนี้กองประกวดจะทำการประกวดและคัดเลือกตัวแทนทั้ง 77 จังหวัด โดยคุณสมบัติของ ผู้เข้าประกวด ได้แก่ ชายไทยทั่วประเทศ มีบุคลิกภาพ และรูปร่างดี, ส่วนสูง178 เซนติเมตรขึ้นไป, อายุระหว่าง 18- 29 ปี, วุฒิการศึกษาขั้นต่ำมัธยมปีที่ 6 หรือกำลังศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป, สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษขั้นพื้นฐานได้, มีความรู้ด้านการท่องเที่ยว แฟชั่น และศิลปะ ซึ่งผู้เข้าประกวดจะได้เรียนรู้ทักษะเพื่อพัฒนาความสามารถรอบด้านจากกูรูผู้เชี่ยวชาญ โดยมีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และมีชื่อเสียงในหลากหลายวงการอาชีพร่วมทำการตัดสิน และยังได้รับการสนับสนุนอย่างดีในการร่วมสร้างปรากฏการณ์ความยิ่งใหญ่ของการประกวดในปีนี้ จากเหล่าพันธมิตรภาคเอกชนมากมาย

ทั้งนี้ ผู้ชนะเลิศจะได้เป็นตัวแทนประเทศไทยก้าวสู่เวทีการประกวดระดับโลก Mister Tourism World 2019 ครั้งที่ 4 ในราวเดือนมกราคม 2020 ณ ประเทศมอลตา ซึ่งเป็นเวทีการประกวดชายนานาชาติ เพื่อร่วมส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และเป็นการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างประเทศ เชื่อมโยงโดยตรงกับองค์กรและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวต่างๆ ทั่วโลก เช่น Visit Britain,London & Partner และ Tourism Societyต่อไป พร้อมปฏิบัติหน้าที่เป็นทูตส่งเสริมสร้างภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยให้เป็นที่รู้จักในนานาชาติ เข้าร่วมทำกิจกรรมสาธารณกุศลเพื่อสังคมต่างๆ ตลอดจนการเซ็นสัญญาเป็น Asia Model Ambassador ประเทศสิงคโปร์ และเซ็นสัญญาเป็นนายแบบภายใต้สังกัดเอเจนซี่ของ Mister Tourism Thailand และโอกาสการทำงานวงการบันเทิง

ผู้สนใจสามารถสมัครได้ที่ช่องทางการรับสมัคร FB: Mister Tourism WorldThailand 2019, Line ID: Mr. tourismthailand,IG: Mistertourism_thailand โทร.09-91416555 หรือ 09-85855559 ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 โดยการประกวดรอบชิงชนะเลิศจะมีขึ้นในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 ณ หอประชุมใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน)

Good news : ยิ้มกันวันอาทิตย์

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/449849

Goodnews : ยิ้มกันวันอาทิตย์

วันอาทิตย์ ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ยังมีสายรุ้ง : กลุ่มผู้ประท้วงชาวชิลีขว้างปาสิ่งของเข้าใส่ตำรวจปราบจลาจลระหว่างการประท้วงในกรุงซานติอาโก ท่ามกลางสายรุ้งพาดผ่าน นัยว่ายังคงมีความหวัง
แม้จะมีการประท้วง

จับมือกันไว้ : เด็กนักเรียนสองคนจับมือเป็นโซ่มนุษย์เข้าร่วมการประท้วงที่เกาะเกาลูนในฮ่องกง ระหว่างการชุมนุมประท้วงประจำสัปดาห์

ท่าสวย : ลูคัส ทูโลวิช นักขับมอเตอร์ไซค์โมโต จีพี-2 อยู่ในท่วงท่าที่สวยงามก่อนล้มกระแทกพื้นหลังจากรถเสียหลัก ระหว่างการทดสอบเส้นทางก่อนการแข่งขันโมโตจีพี รายการออเตรเลีย กรังด์ปรีซ์ ที่ฟิลิปไอแลนด์ ประเทศออสเตรเลีย

เก็บดอกไม้ : หญิงชาวเนปาลเก็บดอกมัคมาลี ดอกไม้สีเหลืองสดเพื่อนำไปใช้ในพิธี ดิวาลี หรือที่ชาวเนปาลเรียกว่า พิธีติฮาร์ ในกรุงกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล

หนังสือเด่น : กลยุทธ์ระดับองค์การ หัวใจสำคัญในยุคดิสรัปชั่น

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/449863

news_default

หนังสือเด่น : กลยุทธ์ระดับองค์การ หัวใจสำคัญในยุคดิสรัปชั่น

วันอาทิตย์ ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

เดี๋ยวนี้ วันใดที่ได้ยินคำว่า จะมีการปฏิวัติ จะมีการเดินขบวน ดูเหมือนจะไม่ค่อยมีความรู้สึกตื่นเต้นมากเท่ากับได้ยินคำว่าจะเกิดภัยธรรมชาติ หรือ จะเกิดการตกงาน การปิดโรงงาน หรือบริษัทห้างร้านต่างๆทั้งนี้เพราะเหตุว่า เรื่องราวของการปกครอง การเมือง มันกลายเป็นเรื่องของ คนกลุ่มหนึ่งที่ต้องการจะมีอำนาจเพื่อการแสวงหาประโยชน์ให้กับตัวเอง โดยมีการอ้างชาติ อ้างประชาชนเข้าไปเกี่ยวข้อง ซึ่งเมื่อทำเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ไม่เห็นมีอะไรกระทบมายังคนส่วนมากที่เคยได้กล่าวอ้างเอาไว้ ผิดกับการเกิดภัยพิบัติ หรือความล่มสลายของภาคธุรกิจ เมื่อมันเกิดขึ้นมาแล้ว มันกระทบกับคนส่วนใหญ่ของประเทศเต็มๆ

กลยุทธ์ระดับองค์การ : ทฤษฎีและการปฏิบัติ เป็นหนังสือวิชาการที่เขียนโดย “ไพโรจน์ ปิยะวงศ์วัฒนา” จัดพิมพ์ในรูปเล่มของหนังสือตำรา วิชาการ มีความหนา 405 หน้าจำหน่ายราคา 420 บาท เนื้อหาจะพูดถึงแนวคิดเชิงทฤษฎี งานวิจัยเชิงประจักษ์และข้อเท็จจริงเชิงปฏิบัติ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยนำเสนอทรรศนะใหม่ของกลยุทธ์ระดังองค์การ โดยเฉพาะกลยุทธ์สำนักงานใหญ่เพื่อเชื่อมโยงระหว่างทิศทางให้เข้ากับการเสริมโมเดลธุรกิจในพอร์ตโฟลิโอองค์การ ให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ภายใต้ความสามารถเชิงพลวัตที่สามารถสร้างคุณค่าเชิงนวัตกรรมได้อย่างต่อเนื่อง ภายใต้วิกฤติผกผัน หรือ ดิสรัปชั่น ที่กำลังระบาดอยู่ในเวลานี้

กลยุทธ์ระดับองค์การ ในหนังสือเล่มนี้เป็นที่รู้จักในต่างประเทศเมื่อ ศาสตราจารย์ H. lgor. Ansoff ได้นำเสนอทฤษฎี ในช่วงปี ค.ศ.1965 และมีวิวัฒนาการมาอย่างต่อเนื่อง องค์การระดับโลกต่างนำข้อค้นพบเชิงทฤษฎีไปปฏิบัติและประสบความสำเร็จทั้งองค์การที่ดำเนินการในธุรกิจเดียว เช่นโคคา-โคล่า สตาร์บัคส์ แมคโดนัลด์ ฯลฯ และยังมีองค์การที่ดำเนินการหลายธุรกิจ เช่นวอลมาร์ท กูเกิล ซัมซุง ซีพี ฯลฯ กลยุทธ์ระดับองค์การ จึงมีความสำคัญ ในยุคที่องค์การต่างมุ่งกระจายสายธุรกิจเพื่อความเติบโต เพราะความเปลี่ยนแปลงของโลกส่งผลให้หลายองค์การต้องปรับความสามารถและก้าวข้ามสู่องค์การแบบมุ่งกระจายสายธุรกิจเพื่อความเจริญเติบโต

หนังสือเล่มนี้จึงเป็นคำตอบที่ให้ทิศทางแก่องค์การ ภายใต้มุมมองทั้งในเชิงทฤษฎีและปฏิบัติในการก้าวสู่การแข่งขัน เพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องให้แก่องค์การ ที่อ่านได้ทั้งเจ้าของธุรกิจ หรือผู้ที่จะก้าวเข้าสู่ตำแหน่งผู้บริหารขององค์กรใหญ่ๆ ได้เป็นอย่างดี

รอยจารึกเชื่อมโยงสองราชอาณาจักร เปิดเมืองนครนายก, ปราจีนบุรี และสระแก้ว

นิตยสาร อสท. ฉบับเดือนตุลาคม เริ่มต้นฤดูหนาว อำลาฤดูฝน พาคนที่มีหัวใจท่องเที่ยวไปเยือนดินแดนที่ไม่ไกลจากเมืองหลวงมากนักคือ จังหวัดนครนายก, ปราจีนบุรี และสระแก้ว โดยนำเสนอเรื่องราว ตั้งแต่ ตัวเมือง ออกไปจนถึงสุดแดน ซึ่งเต็มไปด้วย เรื่องราวที่น่าเรียนรู้ และน่าประทับใจ อาทิ เรื่อง เขาฉกรรจ์-วังสมบูรณ์-คลองหาด เที่ยวชมชีวิตของคนบ้านไร่ ท่ามกลางอ้อมกอดของขุนเขา,เรื่องดงพญาเย็น-เขาใหญ่ มรดกโลกที่ใครๆ ก็หวังอยากไปเยือนสักครั้งในชีวิต, เรื่อง หนึ่งขุน หนึ่งเขา ผจญภัยในเงาไพรตะวันออก, เรื่องจากสด๊กก๊อกธมถึงมเหนทรบรรพต ตามรอยจารึกเชื่อมโยงสองราชอาณาจักร, เรื่องรอยอลังการการทวารวดี บนเส้นทางนครนายก ปราจีนและสระแก้ว และเรื่อง ทุ่งนา ป่าเขา บ้านเรานครนายก จำหน่ายเล่มละ 85 บาท

ปิดฉาก ภูผามหานที ตอนคัมภีร์ผู้กล้า ทะลวงค่ายกลของวังความลับฟ้า

นิยายอิงประวัติตำนานชนชาติจีน ซึ่งถูกยกให้เป็นมหากาพย์ที่น่าสนใจเรื่องหนึ่งของ “เฟิ่งเกอ” คือเรื่อง ภูผามหานที” ตอน คัมภีร์ผู้กล้า สิ้นสุดลงอย่างสมบูรณ์ในเล่มที่ 8 ซึ่งเป็นตอนจบของเรื่องในชุดนี้ สำหรับความเข้มขึ้นของเนื้อหาจะมีมากขนาดไหน คนที่ติดตามมาจนถึงเล่มแปดอันเป็นตอนจบคงจะรู้กันโดยไม่ต้องบอกกล่าวอีกแล้ว และนี่คือ ตอนหนึ่งในภาคจบของนิยายเรื่องนี้ “เวี่ยจือหยางลงจากเขาไม่นาน ก็ถูกว่านเสิ่งขวางไว้ เหลียงซือฉินก่อตั้งค่ายกลต้องมีผู้คนคอยควบคุมดูแลจึงเปล่งอานุภาพได้ ผู้นำแปดหมวดหมู่ซ่อนตัวอยู่ในค่ายกล คอยปรับเปลี่ยนสภาพค่ายกล ควรทราบว่าเกาะตะวันออกเป็นทายาทของวังความลับฟ้า มาตรว่าวิชาคณิตคำนวณตกต่ำ ยากจะกักตัวเหล่าผู้กล้าเกาะตะวันออกได้” จำหน่าย เล่มละ 260 บาท

เกิดอะไรขึ้นในครอบครัว??? เมื่อลูกอธิษฐานขออย่าให้พ่อแม่กลับบ้าน

จิตวิทยาภายในครอบครัว โดยเฉพาะส่วนที่เกิดกับคนวัยเด็ก เป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่หนักใจและเพียรพยายามที่จะหาทางแก้ไข หนังสือชื่อ “วันเกิดของเค้าโมง” เขียนโดย “จันทรังสิ์”เป็นหนังสือที่ได้รับรางวัลแว่นแก้ว ซึ่งเขียนเรื่องราวที่หนักให้เบาบางและสนุกสนานได้ โดยแฝงการแก้ไขถึงปัญหาให้คนอ่านเข้าใจแบบไม่รู้ตัว เนื้อหากล่าว เด็กหญิงเค้าโมง ที่อธิษฐานขอพรวันเกิด สามข้อ ซึ่งต้องนำมาคิดให้เข้าใจคือ ขอให้แม่ทนทำงานนอกบ้านไปนานๆ, ขอให้พี่สาวยอมไปโรงเรียน และขออย่าให้พ่อของเธอกลับบ้านวันนี้ อะไรเป็นสาเหตุให้เธอต้องอธิษฐานอย่างนั้น เป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่ต้องเก็บเอามาคิด เพื่อความสุขในครอบครัว

ตำราจีนหายหมดจดแค่กดจุด ทำเองหายเองไม่ต้องเสียเงินค่ารักษา

หนังสือ “หายหมดจดแค่กดจุด ”เขียนโดย “MasatoshiKato” แปลเป็นไทยโดย “ชุติมน ยงมานิตชัย” เป็นเรื่องราวที่บอกให้ทราบถึง จุดต่างๆ บนร่างกายของมนุษย์ที่มีมากกว่า 300 จุด โดยทุกจุดจะมีความสัมพันธ์กับร่างกาย ตามหลักการแพทย์ของจีนด้วยการฝังเข็ม หนังสือเล่มนี้จะบอกเล่าถึงจุดต่างๆ มากกว่า 60 จุด ให้รับรู้ว่า แต่ละจุดมีความสัมพันธ์กับร่างกายอย่างไรบ้าง เพื่อประโยชน์ที่จะเอาไปใช้ในการแก้โรคบางอย่างได้ด้วยเวลาเพียงนาทีเดียว ซึ่งการนำเสนอจะเป็นภาพของจุดต่างๆ ที่กล่าวถึงและบอกวิธีการกดเอาไว้อย่างชัดเจน ทำเองได้ง่ายและสะดวกไม่ว่าจะอยู่ในที่ใด และอยู่ในสภาพสิ่งแวดล้อมใดก็ตาม จำหน่ายเล่มละ 235 บาท

เทศกาลฮาโลวีน ชวนพิสูจน์ ‘มหกรรมเล่นกับผีที่เมกาบางนา ตอน คนเล่นของ’

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/449873

เทศกาลฮาโลวีน ชวนพิสูจน์ ‘มหกรรมเล่นกับผีที่เมกาบางนา ตอน คนเล่นของ’

วันอาทิตย์ ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

นักแสดงร่วมบุกทมิฬเทวาลัย

ฮาโลวีนปีนี้…ศูนย์การค้าเมกาบางนา ขอท้าคนกล้า ร่วมพิสูจน์ความลี้ลับของไสยศาสตร์มนต์ดำตามความเชื่อของไทยในงาน “มหกรรมเล่นกับผีที่เมกาบางนา ตอน คนเล่นของ” ณ เมกา พลาซ่าชั้น 1 ศูนย์การค้าเมกาบางนา กิจกรรมความบันเทิงแนววาไรตี้ ที่ให้เหล่าผู้กล้ามาท้าความหลอนกับตำนานอาถรรพ์ โดยจำลอง “ทมิฬเทวาลัย” ตำหนักคุณไสยในตรอกมนต์ดำที่มีเรื่องราวเล่าขานถึงความน่ากลัว และความสยดสยองในทุกมิติ ถึง 8 ห้องพร้อมด้วยภารกิจหาทางหลุดพ้นจากอาถรรพ์อันน่าสะพรึงของคนเล่นของ ชิงรางวัลรวมมูลค่ากว่า 1 แสนบาท

โดยในงานเปิดตัวได้รับเกียรติจาก พลินี คงชาญศิริ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ศูนย์การค้าเมกาบางนา กล่าวเปิดงาน พร้อมพูดคุยเรื่องอาถรรพ์ ความเชื่อ และของขลังกับ 4 หนุ่มนักแสดงหน้าใหม่สุดฮอต ได้แก่ นนน-กรภัทร์ เกิดพันธุ์, ลี-ฐานัฐพ์ โล่ห์คุณสมบัติ, เต-ตะวัน วิหครัตน์และ นิกกี้-ณฉัตร จันทพันธ์ พร้อมด้วยพิธีกรอารมณ์ดี บุ๊คโก๊ะ-ธนัชพันธ์ บูรณาชีวาวิไล และ แฟรงค์-ภคชนก์ โวอ่อนศรี และได้เปิดตำหนัก “ทมิฬเทวาลัย” อันสุดสะพรึงให้เหล่านักแสดงได้สัมผัสประสบการณ์ความหลอนก่อนใคร

พลินี คงชาญศิริ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ศูนย์การค้าเมกาบางนา กล่าวเปิดงาน

พลินี คงชาญศิริ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ศูนย์การค้าเมกาบางนา กล่าวว่า “ศูนย์การค้าเมกาบางนา ตอกย้ำเรื่องการเป็น Meeting Place สำหรับลูกค้ากลุ่มครอบครัวทุกๆ เจเนอเรชั่น โดยเราได้จัดงาน งานมหกรรมเล่นกับผีที่เมกาบางนา ตอน คนเล่นของ เพื่อต้อนรับช่วงเทศกาลฮาโลวีนที่กำลังจะมาถึงนี้ เพื่อมอบประสบการณ์ความท้าทายให้กับลูกค้ากลุ่มเป้าหมายวัยรุ่น นักเรียนและนักศึกษา ซึ่งกิจกรรมนี้ ได้จัดขึ้นเป็นปีที่ 6 พร้อมเพิ่มดีกรีความหลอนขึ้นทุกๆ ปี โดยปีนี้ได้นำเสนอความเชื่อเรื่องเครื่องรางของขลังที่ฝังไสยศาสตร์มนต์ดำ ผ่านเรื่องราวสมมุติของ “ทมิฬเทวาลัย” ตำหนักคุณไสยในตรอกมนต์ดำ เป็นสถานที่ที่ใครอยากได้อะไรให้มาขอได้ ทั้ง ลาภ ยศ ชื่อเสียง และเมตตามหานิยมต่างๆ แต่เมื่อผู้มาขอได้สิ่งที่ขอ และสมปรารถนาแล้ว หลายคนก็ลืมสัจวาจาที่รับปากไว้ว่าจะดำรงตน เพื่อดูแลรักษาของที่ได้ไปอย่างดีด้วยใจศรัทธา และหากทำตามสัญญาไม่ได้ ความน่ากลัวจะบังเกิด เพื่อทวงคืนสิ่งที่สัญญาเอาไว้”

ผู้บริหารพร้อมด้วยนักแสดง

ทั้งนี้ เมกาบางนา ได้สร้าง “ทมิฬเทวาลัย” ขึ้นใหม่เต็มพื้นที่ของเมกา พลาซ่า พร้อมจัดเทคนิคความหลอนต่างๆ เพื่อให้เหล่าผู้กล้าได้ตื่นเต้นเร้าใจในทุกมิติสัมผัสของภารกิจชวนในทมิฬเทวาลัยแห่งนี้โดยแบ่งเป็นห้องต่างๆ จำนวน 8 ห้อง ได้แก่ลานต้องมนต์ ทางเข้ามายังตำหนักทมิฬเทวาลัยที่เลื่องลือ ด้วยความศรัทธาในอาคมของอาจารย์ทมิฬเพราะทุกคนต้องการได้ของขลังของดีติดตัวกลับไปแต่หารู้ไม่ว่า… สถานที่แห่งนี้มีแต่ของอัปรีย์คำสาปแช่ง และผีสัมภเวสีที่ตายเพราะทำตามสัญญาของตนไม่ได้ ซึ่งยังคงวนเวียนเป็นผีเฝ้าตำหนักคุณไสยแห่งนี้มาเนิ่นนาน สุสานศาลพระภูมิ บริเวณที่รกร้าง เต็มไปด้วยซากปรักหักพังของศาลพระภูมิที่ถูกทิ้งไว้เมื่อหมดประโยชน์ ซึ่งมีความน่าสะพรึงกลัวซ่อนอยู่ ทางผ่านสัมภเวสี ป่าอันรกร้างที่เป็นเหมือนสื่อกลางและช่องผีผ่าน ที่เต็มไปด้วยเหล่าสัมภเวสีและผีเร่รอนที่ยังคงเวียนว่ายรอรับบุญกุศลจากคนใจบุญที่ผ่านไปมา แต่กลับไม่เคยได้แม้แต่เศษเสี้ยวผลบุญ เพราะแท้จริงแล้วทางผ่านนี้มีแต่ความอัปรีย์คำสาป และคนใจบาปที่ผ่านเข้าออก ตรอกมืดที่เป็นชุมชนเล็กๆ ซ่อนตัวอยู่ แต่เมื่อเวลาผ่านไปพร้อมกับเรื่องราวร้ายๆ ที่เกิดขึ้นในชุมชน ทำให้ตรอกแห่งนี้ รกร้างและปราศจากผู้คน เหลือทิ้งไว้เพียงแต่วิญญาณร้ายที่ถูกกักขังอยู่และรอวันที่จะถูกปลด ปล่อย เพื่อทวงคืนความแค้น ลานของต่ำที่รวบรวมของต้องห้ามอันพึงระวังของคนมีของที่ห้ามฝ่าฝืน หากไม่ระวังของนั้นจะเข้าตัวผีลูกกรอก ที่กักขังวิญญาณร้าย อันเต็มไปด้วยความแค้น ความอาฆาตพยาบาท ซึ่ง ลูกกรอก คือหนึ่งในดวงวิญญาณเหล่านั้น เลี้ยงให้ดีมันจะให้คุณ แต่ถ้าไม่มีบุญ มันจะเลือกให้ผู้เลี้ยงจบชีวิตอย่างทรมาน และเตรียมปิดฉากความสยองขวัญในห้องที่7 และ 8 กับความลับสุดสะพรึงที่คุณจะต้องพิชิตภารกิจหาทางหลุดพ้นจากอาถรรพ์แห่งทมิฬเทวาลัยขอเชิญเหล่าผู้กล้าท้าอาถรรพ์ของคนเล่นของในงาน “มหกรรมเล่นกับผีที่เมกาบางนา ตอน คนเล่นของ”ระหว่างนี้จนถึง 31 ตุลาคม 2562 เวลา 12.00- 24.00 น. ณ เมกา พลาซ่า ชั้น 1 ศูนย์การค้าเมกาบางนา (สงวนสิทธิ์สำหรับผู้ที่อายุ 13 ปีขึ้นไป)บัตรราคา 300 บาท และสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่มี Megabangna Application ลดราคาบัตรเหลือเพียง 200 บาทเท่านั้น ซื้อบัตรและจองรอบล่วงหน้าที่ www.zipeventapp.com สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ โทร.02-1051000 และ www.mega-bangna.com

นักแสดงร่วมพูดคุยเรื่องความเชื่อของขลัง

นักแสดงร่วมพูดคุยเรื่องความเชื่อของขลัง
ลี-ฐานัฐพ์, เต-ตะวัน, นนน-กรภัทร์, นิกกี้-ณฉัตร และแฟรงค์-ภคชนก์

ลี-ฐานัฐพ์, เต-ตะวัน, นนน-กรภัทร์, นิกกี้-ณฉัตร และแฟรงค์-ภคชนก์
นิกกี้-ณฉัตร, ลี-ฐานัฐพ์, เต-ตะวัน และ นนน- กรภัทร์

นิกกี้-ณฉัตร, ลี-ฐานัฐพ์, เต-ตะวัน และ นนน- กรภัทร์
พิธีกร แฟรงค์ และ บุ๊คโก๊ะ

พิธีกร แฟรงค์ และ บุ๊คโก๊ะ
อาถรรพ์ภายในทมิฬเทวาลัย

อาถรรพ์ภายในทมิฬเทวาลัย
อาถรรพ์ภายในทมิฬเทวาลัย

อาถรรพ์ภายในทมิฬเทวาลัย

โซไซตี้ : วิศวะมหิดล จัดแข่งขันเยาวชนออกแบบโมเดล ‘พลังงานที่ยั่งยืน’ ด้วยทักษะทางวิศวกรรมศาสตร์ 4.0

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/449874

โซไซตี้ : วิศวะมหิดล จัดแข่งขันเยาวชนออกแบบโมเดล ‘พลังงานที่ยั่งยืน’ ด้วยทักษะทางวิศวกรรมศาสตร์ 4.0

วันอาทิตย์ ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ผศ.ดร.จักรกฤษณ์ ศุทธากรณ์ คณบดี เป็นประธานเปิดงาน “แข่งขันฝึกปฏิบัติการ…พลังงานที่ยั่งยืน” พัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนด้วยทักษะทางวิศวกรรมศาสตร์ 4.0

โลกกำลังเผชิญปัญหาสิ่งแวดล้อมและภาวะโลกร้อน พลังงานทางเลือกเป็นอีกหนึ่งในคำตอบ เจเนอเรชั่นคนรุ่นใหม่ต้องเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลง คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล โดยงานวิศวกรรมเพื่อความรับผิดชอบต่อสังคม หรือ ESR (Engineering Social Responsibility) จัดการ “แข่งขันฝึกปฏิบัติการ…พลังงานที่ยั่งยืน” ในโครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนด้วยทักษะทางวิศวกรรมศาสตร์ 4.0 เพื่อถ่ายทอดทักษะทางวิศวกรรม 4.0 ส่งเสริมให้เยาวชนฝึกฝนความคิดสร้างสรรค์และไอเดียในการออกแบบโมเดล ภายใต้หัวข้อ “พลังงานที่ยั่งยืน” ณ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (ศาลายา)

มอบรางวัลให้แก่ทีมเยาวชนคนเก่ง เพื่อพลังงานที่ยั่งยืน

ผศ.ดร.จักรกฤษณ์ ศุทธากรณ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า การแข่งขันในครั้งนี้มีเยาวชนกว่า 100 คน จาก 10 โรงเรียน ที่เข้าร่วมกิจกรรม ได้แก่ โรงเรียนเทศบาล 1 วัดพระงาม (สามัคคีพิทยา), โรงเรียนบ้านคลองสว่างอารมณ์,โรงเรียนเทศบาล 5 วัดพระปฐมเจดีย์,โรงเรียนพระปฐมวิทยาลัย 2 หลวงพ่อเงินอนุสรณ์, โรงเรียนบุณยศรีสวัสดิ์, โรงเรียนวัดมะเกลือ, โรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย นครปฐม (พระตำหนักสวนกุหลาบมัธยม), โรงเรียนวัดทรงคนอง, โรงเรียนบ้านหอมเกร็ด และโรงเรียนราษฎร์บำรุงวิทยา  เพราะเยาวชนเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาประเทศไทยให้ก้าวไปข้างหน้า โครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนด้วยทักษะทางวิศวกรรมศาสตร์ 4.0 ในรูปแบบการแข่งขัน“พลังงานที่ยั่งยืน” มุ่งพัฒนาการเชื่อมต่อโลกการศึกษาของเยาวชนระดับโรงเรียนกับระดับอุดมศึกษาด้วย Active Learning การสร้างความตระหนักและการใช้พลังงานที่ยั่งยืน โดยถ่ายทอดทักษะทางวิศวกรรมเพื่อไทยแลนด์ 4.0 สำหรับเด็กยุค 4.0 เปิดประสบการณ์การเรียนรู้ในพลังงานทางเลือกไปพัฒนาต่อยอดในชีวิตประจำวันเพื่อรองรับอนาคต เสริมศักยภาพที่แตกต่างและการเรียนรู้ของเยาวชน ความรู้มิได้จำกัดอยู่แต่เพียงในห้องเรียน แต่ยังขึ้นอยู่กับทักษะการปฏิบัติและประสบการณ์ตรง ซึ่งช่วยให้เยาวชนได้รู้จักคิดวิเคราะห์ ออกแบบแก้ปัญหาและนำเสนอผลงานที่สร้างสรรค์ ตอบโจทย์ความเป็นจริง การทำงานเป็นทีมและการสื่อสารกับผู้อื่น

ผลงาน Parabola Solar Energy คว้ารางวัลชนะเลิศ โดย ทีมโรงเรียนพระปฐมวิทยาลัย 2

ผศ.ดร.กฤษฎา อัศวสกุลเกียรติ รองคณบดีฝ่ายเสริมสร้างความร่วมมือและกิจกรรมเพื่อสังคม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ภายในงานมีการถ่ายทอดความรู้ในหัวข้อ “พลังงานที่ยั่งยืน” โดยผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน หลังจากนั้นได้ให้นักเรียนแต่ละโรงเรียนจับกลุ่มกัน คิดและร่วมกันสร้างสรรค์เสนอไอเดีย
เพื่อแข่งขันออกแบบโมเดล ภายใต้หัวข้อ “พลังงานที่ยั่งยืน” โดยทั้งหมดมี 10 ทีม แต่ละทีมได้วางแผนและแบ่งงานกันว่าใครจะทำอะไร ในช่วงบ่าย ทั้ง 10 ทีม นำเสนอผลงานแก่คณะกรรมการได้อย่างน่าชื่นชม ซึ่งผลการแข่งขัน มีดังนี้ ผลงาน Parabola Solar Energy คว้ารางวัลชนะเลิศ โดย ทีมโรงเรียนพระปฐมวิทยาลัย 2 หลวงพ่อเงินอนุสรณ์ ได้รับโล่และทุนการศึกษา 5,000 บาท แนวคิด คือ การใช้ความร้อนจากพลังงานแสงอาทิตย์ มาใช้ในการตากแห้งอาหารต่างๆ ในชุมชน เช่น กล้วยปลา หมู เป็นต้น ผลงาน BiomassEnergy ได้รับรางวัลความคิดสร้างสรรค์โดย ทีมโรงเรียนบุณยศรีสวัสดิ์รับโล่และทุนการศึกษา 3,000 บาท แนวคิดการแปรรูปของเสียให้เป็นพลังงานโดยอาศัยเทคโนโลยีในการแปรรูปชีวมวลมาใช้ เช่น การแปรรูปชีวมวลเป็นพลังงานเชื้อเพลิงโดยใช้ชีวมวลจากมูลสัตว์ และการแปรรูปชีวมวลเป็นพลังงานไฟฟ้าโดยใช้ชีวมวลจากขยะชุมชน ผลงาน สถานีพลังงานทดแทน KPN ได้รับรางวัล Popular Vote โดย ทีมโรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย นครปฐม (พระตำหนักสวนกุหลาบมัธยม) รับโล่รางวัลและทุนการศึกษา 2,000 บาท แนวคิด การใช้พลังงานทดแทน โดยการนำวัสดุเหลือทิ้งจากการเกษตรและขยะมูลฝอย มาเป็นวัตถุดิบในการผลิตไฟฟ้า

ผลงาน Biomass Energy ได้รับรางวัลความคิดสร้างสรรค์ โดย ทีมโรงเรียนบุณยศรีสวัสดิ์

ผลงาน Biomass Energy ได้รับรางวัลความคิดสร้างสรรค์ โดย ทีมโรงเรียนบุณยศรีสวัสดิ์

ผลงาน สถานีพลังงานทดแทน KPN ได้รับรางวัล Popular Vote โดย ทีมโรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย

ผลงาน สถานีพลังงานทดแทน KPN ได้รับรางวัล Popular Vote โดย ทีมโรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย

บรรยากาศแข่งขัน พลังสร้างสรรค์จากเยาวชนกว่า 100 คน ในการออกแบบโมเดล ภายใต้หัวข้อ “พลังงานที่ยั่งยืน”

บรรยากาศแข่งขัน พลังสร้างสรรค์จากเยาวชนกว่า 100 คน ในการออกแบบโมเดล ภายใต้หัวข้อ “พลังงานที่ยั่งยืน”

เปิดโลกทัศน์ให้เยาวชนได้คิดวิเคราะห์ ออกแบบ แก้ปัญหาและนำเสนอผลงาน

เปิดโลกทัศน์ให้เยาวชนได้คิดวิเคราะห์ ออกแบบ แก้ปัญหาและนำเสนอผลงาน

ทักษะการทำงานเป็นทีมและการสื่อสาร สร้างสรรค์ผลงานที่ตอบโจทย์ความเป็นจริง

ทักษะการทำงานเป็นทีมและการสื่อสาร สร้างสรรค์ผลงานที่ตอบโจทย์ความเป็นจริง

Tech for Life : 27 ตุลาคม 2562

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/449864

Tech for Life : 27 ตุลาคม 2562

วันอาทิตย์ ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

รถไฟฟ้า

ในงานโตเกียว มอเตอร์โชว์ 2019 ที่ญี่ปุ่น แชฟฟ์เลอร์ ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์สำหรับยานยนต์เปิดตัวรถไฟฟ้า (drive by wire) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสำหรับรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยตัวเองและรถยนต์ Schaeffler Mover

ทั้งนี้ แชฟฟ์เลอร์ ใช้ระบบการจัดเก็บพลังงานของรถไฟฟ้าแบบไฮบริด ซึ่งจะเป็นการรวมกันของแบตเตอรี่กับ ไฮโดรเจน

Gaming

Facebook ประกาศเปิดตัวแอพพลิเคชั่นเกมในไทยภายใต้ชื่อFacebook Gaming พร้อมให้ดาวน์โหลดเวอร์ชั่นเบต้าแล้วบน Google Play

แอพฯ Facebook Gaming ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถค้นพบ รับชม เล่นเกมและแบ่งปันคอนเทนต์เกมที่ตนเองชื่นชอบได้ในที่เดียว พร้อมยังนำเสนอฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่สร้างสรรค์มาเพื่อเหล่าเกมเมอร์โดยเฉพาะ

เกมบนFB

AIS ประกาศจับมือกับ Facebook Gaming เมื่อเร็วๆ นี้ เพื่อเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ที่นิยมใช้โซเชียลมีเดีย สัมผัสโลกเกมเมอร์ผ่านแพลตฟอร์มของ Facebook

ทั้งนี้ Facebook Gaming เล็งเห็นถึงการเติบโตของการรับชมวีดีโอเกมมิ่งในขณะที่ปัจจุบันมีคนไทยกว่า 55 ล้านคนที่เข้าถึงแพลตฟอร์ม Facebook ในแต่ละเดือน

PureView

รีวิวภาพที่ออกมาจากกล้องNokia 9 PureView ที่สมาร์ทโฟนรุ่นนี้ โนเกีย เน้นความคมชัด “เรื่องกล้อง” ที่มอบประสบการณ์การถ่ายภาพให้มากขึ้นกว่าเดิม

Nokia 9 PureView ประกอบกล้องสำหรับถ่ายภาพสี (RBG) 2 ตัว และกล้องสำหรับถ่ายภาพขาวดำ (Monochrome)3 ตัว มีความละเอียดมากถึง 12 ล้านพิกเซลสนนราคา 18,900 บาท