สหรัฐขู่เก็บภาษีสินค้าฝรั่งเศส 100% ตอบโต้ภาษีดิจิตอล

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/608156

  • วันที่ 03 ธ.ค. 2562 เวลา 10:36 น.

สหรัฐขู่เก็บภาษีสินค้าฝรั่งเศส 100% ตอบโต้ภาษีดิจิตอล

สหรัฐขู่เก็บภาษีสินค้าฝรั่งเศสตั้งแต่เครื่องสำอาง กระเป๋า จนถึง ไวน์ ตอบโต้ฝรั่งเศสตั้งภาษีดิจิตอลบริษัทสหรัฐ

คณะบริหารของประธานาธิบดีทรัมป์ได้เสนอเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ถึงมาตรการตอบโต้ทางภาษีต่อฝรั่งเศสเป็นมูลค่าถึง 2,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 72,648 ล้านบาท) เพื่อตอบโต้จากการก่อนหน้านี้ฝรั่งเศสผ่านกฎหมายภาษีดิจิตอล (Digital services tax) ซึ่งเลือกปฏิบัติและส่งผลกระทบต่อบริษัทด้านไอทียักษ์ใหญ่ของสหรัฐหลายแห่ง ทั้ง Facebook Apple Inc. Google และ Amazon

สินค้าของฝรั่งเศสที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบมีหลายรายการอาทิ ไวน์ ชีส กระเป๋า เครื่องสำอาง ไปจนถึงโยเกิร์ต ซึ่งบางรายการอาจคิดภาษีสูงสุถึง 100% คาดว่ามาตรการดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ได้ในช่วงกลางเดือนมกราคมปีหน้า หากสำนักผู้แทนการค้าของทั้งสองชาติไม่อาจหาทางเจรจากันได้

นอกจากนี้ทางคณะผู้แทนการค้าสหรัฐยังระบุว่า สหรัฐกำลังจับตาท่าทีของ ออสเตรีย อิตาลี และตุรกี เป็นพิเศษ ซึ่งอาจมีมาตรการทางภาษีในลักษณะคล้ายกับฝรั่งเศสต่อบริษัทของสหรัฐเช่นกัน

“หมา” จากปากทรัมป์อาจทำให้สถานการณ์ก่อการร้ายแย่ลง

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/608107

  • วันที่ 02 ธ.ค. 2562 เวลา 18:00 น.

"หมา" จากปากทรัมป์อาจทำให้สถานการณ์ก่อการร้ายแย่ลง

ทรัมป์ต้องบ้าบิ่นหรือไม่รู้อิโหน่อิเหน่แน่ๆ ถึงใช้คำว่า “หมา” หลายครั้ง ในคำแถลงข่าวการปลิดชีพอัล บัฆดาดี ผู้นำกลุ่มรัฐอิสลาม เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2562

จากการนับของผู้เขียนพบว่า ทรัมป์ย้ำคำว่า dog ถึง 8 ครั้งใน 6 ประโยคจากแถลงการณ์สั้นๆ พร้อมกับการตอบคำถามผู้สื่อข่าว โดยข้อความที่เขาเอ่ยถึงสุนัขมีดังนี้

1. (ในแถลงการณ์) “เมื่อเขา (ถูกไล่) มาถึงปลายอุโมงค์ ระหว่างที่สุนัขของเราไล่ล่าเขา เขาจุดชนวนเสื้อกั๊กติดระเบิดฆ่าตัวตาย สังหารตัวเองกับลูกทั้งสามคน”

2. “เขาตายเหมือนสุนัข เขาตายเหมือนคนขี้ขลาด โลกนี้ปลอดภัยมากขึ้นแล้ว”

3. (ตอบคำถามผู้สื่อข่าว) “และนั่นคือสาเหตุที่เขาตายเหมือนสุนัข เขาตายเหมือนคนขี้ขลาด เขาส่งเสียงครวญครางกรีดร้องและร้องไห้”

4. “ที่จริงมีสุนัขตัวหนึ่งบาดเจ็บ K9 ได้รับบาดเจ็บตอนเข้าไปในอุโมงค์ แต่เราก็ไม่เสียใคร”

5. “ฟังนะ ไม่มีใครเจ็บเลย K9 ของเรา อย่างที่พวกเขาเรียกมัน – ผมเรียกว่าสุนัข สุนัขที่สวยงาม สุนัขที่มีความสามารถ – ได้รับบาดเจ็บและถูกนำตัวกลับมา แต่เราไม่มีทหารบาดเจ็บ”

6. “เราไม่มีใครเจ็บเลย นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมสุนัขถึงเยี่ยมมาก เรามีหุ่นยนต์พร้อมส่งเข้าไปในอุโมงค์ แต่เราไม่ได้ส่งไป เพราะเรากำลังติดตามเขาอย่างใกล้ชิด”

ทรัมป์ใช้คำว่าสุนัขใน 2 บริบทคือ การเหยียดอัล บัฆดาดี ว่า “ตายเหมือนสุนัข” และชื่นชมสุนัขทหารของสหรัฐว่ายอดเยี่ยมในปฏิบัติไล่ล่าผู้ก่อการร้าย จนไม่มีทหารที่เป็นคนเป็นๆ เสียชีวิต และไม่ต้องใช้หุ่นยนต์เลย

หากใครมีความรู้เรื่องศาสนาอิสลามแล้วจะทราบว่า การเลี้ยงสุนัขไม่เป็นที่นิยมกันในหมู่ผู้นับถือศาสนาอิสลาม แม้จะเลี้ยงได้แต่ก็มีข้อกำหนดปฏิบัติ ซึ่งหากไม่ปฏิบัติตามจะส่งผลต่อผลบุญทางศาสนา และไม่สนับสนุนการเลี้ยงสุนัขเพื่อเป็นสัตว์เลี้ยงเพื่อนเล่น บางคนไม่แตะต้องสุนัข ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการเปรียบเทียบผู้นำศาสนากับพฤติกรรมเหมือนสุนัข และถูกไล่ล่าโดยสุนัข (อเมริกัน)

มีคำถามในเว็บไซต์ islamqa.info ว่า “จะทำอย่างไรกับคนที่เรียกคนมุสลิมว่าเป็นสุนัข หมู หรือคำดูหมิ่นอื่นๆ การทำเช่นนี้ถือเป็นบาปหรือไม่?”

คำตอบที่อ้างจากหนังสือ Fatawa Al-Imam Al-Nawawi กล่าวว่า “ถือเป็นบาป และเขาผู้นั้นควรถูกลงโทษ (โดยตุลาการศาสนา) และควรจะแสดงความสำนึกผิดด้วย”

แม้ทรัมป์อาจจะไม่ได้ตั้งใจที่จะดูหมิ่นศาสนาอิสลาม แต่การใช้คำพูดดูหมิ่นผู้นำรัฐอิสลามว่าตายเหมือนสุนัขอาจเป็นเหตุให้อีกฝ่ายโจมตีกลับได้ และอาจเป็นได้ว่าชาวมุสลิมที่ไม่เกี่ยวกับรัฐอิสลามอาจไม่พอใจเช่นกัน

ถ้าเราตั้งสมมติฐานว่า ทรัมป์ทราบดีเรื่องสถานะของสุนัขในศาสนาอิสลาม แต่ตั้งใจที่จะพูดเปรียบเปรยในเชิงดูหมิ่น ก็อาจเป็นพราะเขามั่นใจแล้วว่ากลุ่มรัฐอิสลามไม่มีศักยภาพที่จะโจมตีตอบโต้ได้อีก

แต่มันอาจจะไม่เป็นอย่างที่ทรัมป์คาดไว้ เพราะมีบทวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญที่ชี้ว่าสมาชิกกลุ่มรัฐอิสลามที่ถูกตีแตกอาจหนีไปยังภูมิภาคอื่นๆ โดยเฉพาะในแอฟริกา อัฟกานิสถาน และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

รัฐบาลให้เวลาฮ่องกงแอร์ไลน์แก้ปัญหาขาดทุนใน 5 วัน ถ้าไม่สำเร็จถอนใบอนุญาต

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/608106

  • วันที่ 02 ธ.ค. 2562 เวลา 16:30 น.

รัฐบาลให้เวลาฮ่องกงแอร์ไลน์แก้ปัญหาขาดทุนใน 5 วัน ถ้าไม่สำเร็จถอนใบอนุญาต

รัฐบาลฮ่องกงออกคำสั่งให้สายการบินฮ่องกงแอร์ไลนส์ปรับปรุงสถานะทางการเงินภายใน 1 สัปดาห์ มิเช่นนั้นอาจถูกพักหรือเพิกถอนใบอนุญาต อยู่หรือไป 7 ธ.ค.นี้รู้ผล

หน่วยงานออกใบอนุญาตการบินของฮ่องกง (ATLA) ออกแถลงการณ์ว่าสายการบินฮ่องกงแอร์ไลน์ต้องปรับปรุงสถานะทางการเงินให้กลับมาอยู่ในระดับที่เหมาะสมภายใน 1 สัปดาห์ มิเช่นนั้นจะถูกพักหรือเพิกถอนใบอนุญาต โดย ATLA จะประกาศผลการพิจารณาอีกครั้งในวันที่ 7 ธ.ค.นี้

ฮ่องกงแอร์ไลนส์ซึ่งเป็นสายการบินใหญ่อันดับสามของฮ่องกงและอยู่ภายใต้การบริหารของกลุ่ม HNA ของจีน เผชิญภาวะขาดทุนต่อเนื่อง ก่อนที่จะได้รับผลกระทบซ้ำจากเหตุชุมนุมประท้วงกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนในฮ่องกงที่ยืดเยื้อมากว่า 6 เดือน โดยเมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมาทางสายการบินแจ้งกับผู้ถือหุ้นว่าต้องอัดฉีดเงินเข้าบริษัทอีกอย่างน้อย 2,000 ล้านเหรียญฮ่องกง เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกถอนใบอนุญาตการบิน และยังแจ้งอีกว่าในปี 2018 สายการบินขาดทุน 3,000 ล้านเหรียญฮ่องกง

ที่ผ่านมาสายการบินพยายามลดต้นทุนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการลดเส้นทางการบิน โดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา สายการบินประกาศยุติเส้นทางไปยังเมืองแวนคูเวอร์ของแคนาดา เมืองโฮจิมินห์ของเวียดนาม และเมืองเทียนจินของจีน ทั้งยังประกาศชะลอการจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน และล่าสุดแจ้งผ่านเว็บไซต์ว่าระบบความบันเทิงบนเครื่องจะใช้งานไม่ได้จนกว่าจะมีการแจ้งการเปลี่ยนแปลง

ทั้งนี้ ในปีนี้สายการบินหลายรายต้องประสบปัญหาทางการเงินอย่างหนัก อาทิ เจ็ตแอร์เวยส์ของอินเดีย โธมัสคุกของอังกฤษ และว้าวของไอซ์แลนด์

ภาพ : http://www.airbus.com

ไต้ฝุ่นคัมมูริจ่อขึ้นฝั่งฟิลิปปินส์ หวั่นกระทบซีเกมส์

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/608088

  • วันที่ 02 ธ.ค. 2562 เวลา 15:25 น.

ไต้ฝุ่นคัมมูริจ่อขึ้นฝั่งฟิลิปปินส์ หวั่นกระทบซีเกมส์

ฟิลิปปินส์สั่งอพยพชาวบ้านนับแสนเตรียมรับมือพายุไต้ฝุ่นคัมมูริ คาดขึ้นฝั่งพรุ่งนี้เช้า หวั่นกระทบการแข่งขันซีเกมส์

ทางการฟิลิปปินส์สั่งอพยพประชาชนใน จ.อัลไบ บนเกาะลูซอนทางตอนใต้ของประเทศราว 100,000 คนไปยังที่ปลอดภัยก่อนที่พายุไต้ฝุ่นคัมมูริที่คาดว่าจะมีความรุนแรงเทียบเท่ากับพายุเฮอร์ริเคนระดับ 3 กำลังจะพัดขึ้นฝั่งเกาะลูซอนซึ่งเป็นที่ตั้งของกรุงมะนิลาและสถานที่จัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ในช่วงกลางคืนของวันนี้ (2 ธ.ค.) หรือเช้าของวันพรุ่งนี้ (3 ธ.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น

กรมอุตุนิยมวิทยาของฟิลิปปินส์เผยว่า ไต้ฝุ่นคัมมูริซึ่งเป็นไต้ฝุ่นลูกที่ 20 ในปีนี้ของฟิลิปปินส์ มีแรงลมอยู่ที่ 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และจะทวีความรุนแรงเป็น 185 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยคาดว่าเกาะลูซอนที่จะได้รับผลกระทบหนักที่สุด จะมีฝนตกประมาณ 20-30 เซนติเมตร ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่ม

นอกจากนี้ ทางการฟิลิปปินส์ยังกังวลว่าพายุดังกล่าวจะกระทบกับการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ทว่าทางผู้จัดการแข่งขันระบุว่าเตรียมแผนรับมือเหตุฉุกเฉินไว้แล้ว โดยอาจต้องเลื่อนการแข่งขันบางรายการเนื่องจากสภาพอากาศไม่อำนวย

นักการเมืองสายม็อบปลุกประชาธิปไตยรับใช้ตัวเอง

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/608078

  • วันที่ 02 ธ.ค. 2562 เวลา 13:33 น.

นักการเมืองสายม็อบปลุกประชาธิปไตยรับใช้ตัวเอง

นักการเมืองผู้นำม็อบ หรือ เดมะก็อก (Demagogue) หมายถึงผู้นำฝูงชนที่ปลุกเร้าให้คนจำนวนมากก่อการวุ่นวาย โดยใช้กระบวนการประชาธิปไตยโน้มน้าวด้วยวาทะศิลป์ที่ลำเอียง บิดเบือนความจริง และยัดข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง เพื่อให้คนธรรมดารู้สึกต่อต้านชนชั้นนำ

ไรน์ฮาร์ด ลูธิน (Reinhard Luthin) นักประวัติศาสตร์ชาวอเมริกัน นิยามนักการเมืองผู้นำม็อบเอาไว้ว่า

“ผู้นำม็อบคืออะไร? เขาเป็นนักการเมืองที่มีทักษะในการปราศรัย ใช้ทั้งคำเยินยอและคำหยาบคาย รู้หลบเป็นปีกรู้หลีกเป็นหางในการอภิปรายประเด็นสำคัญ มักให้คำมั่นสัญญาไปเรื่อยเพื่อให้ความหวังกับทุกคน ใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผลของมหาชน และปลุกเร้าอคติทางเชื้อชาติ ทางศาสนา และชนชั้น คนแบบนี้มีความต้องการอำนาจโดยไม่ต้องอาศัยหลักการ ชักนำให้เขาแสวงหาความเป็นผู้นำแห่งมวลชน นานหลาสยศตวรรษแล้วที่คนประเภทนี้ฝึกฝนทักษะของการเป็น ‘คนของประชาชน’ เป็นผลผลิตของขนบทางการเมืองที่เก่าแก่พอๆ กับอารยธรรมตะวันตกนั่นเอง”

อารยธรรมตะวันตกที่ลูธินเอ่ยถึง คือระบอบประชาธิปไตยที่มีมาตั้งแต่ยุคกรีกโบราณ แต่ตั้งแต่ยุคนั้นแล้วที่มีคนใช้วาทะศิลป์ปลุกเร้าให้ประชาชนละทิ้งความมีเหตุมีผลแล้วหันมาใช้อารมณ์ตัดสินชะตากรรมของบ้านเมือง

ประเทศประชาธิปไตยต้นแบบอย่างสหรัฐก็พบปัญหาคนที่ชักนำประชาชนแบบผิดๆ อยู่บ่อยๆ และมีนักคิดติติงเรื่องนี้มาเป็นร้อยปีแล้ว เช่น เจมส์ เฟนิมอร์ คูเปอร์ (James Fenimore Cooper) ที่เขียนบทความเรื่อง “ว่าด้วยผู้นำม็อบ” (On Demagogues) โดยนิยามความหมายของคำว่า ผู้นำม็อบ (demagogue) ไว้ว่า “ผู้นำแห่งการปลุกปั่น” เขาบอกว่า

“ลักษณะพิเศษของผู้นำม็อบก็คือการกอบโกยผลประโยชน์ให้ตนเอง โดยทำเป็นอุทิศตนเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนอย่างลึกซึ้ง บางครั้งก็มีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นให้คนชั่วร้าย ไร้หลักการและเห็นแก่ตัวให้ทำประโยชน์ให้ตัวเองแล้วทำร้ายผู้อื่น เวทีแสดงละครตบตาของผู้นำม็อบคือระบอบประชาธิปไตย เพราะประชาชนคือผู้ที่ถืออำนาจ เป็นนายที่เขาแสร้งเป็นบ่าวคอยรับใช้อย่างดีที่สุดเพื่อที่เขาจะกอบโกยที่ลงทุนลงแรงไป ดังนั้น จึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องแยกให้ออกระหว่างคนที่ทำงานหนักเพื่อประชาชนเพื่อประโยชน์ของคนทั่วไป กับคนที่ลงแรงเพื่อประชาชนแต่หวังที่จะกอบโกยเข้าตัวเอง”

คูเปอร์ ได้แนะนำวิธีแยกนักการเมืองเพื่อประชาชนกับนักการเมืองที่ตบตาว่าเป็นคนของประชาชนเอาไว้ดังต่อไปนี้

1. บอกว่าตัวเองเป็นคนของสามัญชนคนทั่วไป และเป็นผู้ที่ต่อต้านชนชั้นนำ (ซึ่งไม่ได้หมายถึงชนชั้นสูงศักดิ์ แต่หมายถึงผู้นำประเทศทั่วๆ ไป)

2. คนพวกนี้พยายามที่จะใกล้ชิดกับประชาชนสนิทสนมจนผิดสังเกต ต่างจากนักการเมืองอื่นๆ ที่จะเข้าถึงประชาชนอย่างดูเป็นธรรมชาติ

3. เมื่อสนิทสนมกับประชาชนแล้ว ก็จะใช้โอกาสนี้กอบโกยคะแนนนิยมเพื่อที่จะใช้ผลักดันตัวเองให้ไปถึงเป้าหมายที่หวังไว้

4. คนพวกนี้มักจะขู่ที่ทำลายกฎระเบียบ สถาบันการปกครอง หรือแม้แต่กฎหมายที่มีอยู่เดิม

งานเขียนของ เจมส์ เฟนิมอร์ คูเปอร์ แม้จะผ่านมาถึง 100 กว่าปีแล้ว (เขียนในปี 1838) แต่ยังคงใช้ได้ดีในปัจจุบัน เพราะโลกไม่เคยร้างจากนักการเมืองจอมตบตาที่ทำให้ประชาชนคิดว่าเขาคือผู้กอบกู้

คุณแหน : 28 ตุลาคม 2562

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/450016

650935

คุณแหน : 28 ตุลาคม 2562

วันจันทร์ ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ll สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เสด็จฯทรงเป็นประธานเปิดการประชุมสุดยอดผู้นำสตรีนักบริหาร 30 ต.ค. 10.00 น. ห้องแกรนด์บอลรูม แกรนด์ไฮแอทเอราวัณ โดยมี คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล ประธานสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพฯ และประธานเครือข่ายประกอบการสตรีอาเซียนสากล (AWEN) พร้อมผู้นำสตรีด้านธุรกิจ (CEO) อาเซียน 10 ประเทศ เชิญเฝ้าฯรับเสด็จ…

ll กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร กก.และที่ปรึกษากลุ่มโตชิบา แจ้งข่าวนิทรรศการศิลปกรรม “นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต” ฉลองครบ 50 ปีโตชิบา ประเทศไทย ที่ริเวอร์มิวเซียม ไอคอนสยามหลังจากเปิดงานเมื่อ 28 ก.ย. มีชาวไทยและต่างชาติมาชมผลงานภาพฝีพระหัตถ์และภาพระดับอาจารย์และรางวัลดีเด่น มากมาย ติดตามรายละเอียดได้ที่ FB: Toshiba Society…

ll เพื่อนๆ Digital CEO #1 รีบนัดเลี้ยงแสดงความยินดีให้ ดาเรศร์ กิตติโยภาส ได้เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรฯ และ นพ.ภัทรวินฑ์ อัตตะสาระ ได้เลื่อนตำแหน่งเป็น ผอ.สำนักสารสนเทศการแพทย์ กรมการแพทย์..ก่อนคิวนัดเลี้ยงจะยาว…

ll 2 พี่น้อง ศรีภพ สารสาส กับ ไอเวอร์ สก๊อต หลานชายของหม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก พบกันในงานวันหม่อมงามจิตต์ฯ เมื่อศุกร์ที่ผ่านมา หลังจากไม่ได้พบกันนาน ….โดยได้ร่วมรับประทานอาหารกับ ม.ร.ว.สมลาภ กิติยากร
ผู้แทนพระองค์ และกรรมการมูลนิธิฯ อาทิ คุณหญิงแสงเดือน ณ นคร, ภราดา ดร.บัญชา แสงหิรัญ, ดร.ปฤถา พรหมเลิศ, อารยาอรุณานนท์ชัย ฯลฯ มี กรรณภรณ์ วงศ์ปิยะกุลอดีตเลขานุการหม่อมงามจิตต์ฯ ช่วยประสานงาน…

ll ชื่นชม นพ.สมเกียรติ ลลิตวงศา ผอ.รพ.ราชวิถี ที่นำทีมแพทย์-พยาบาลรพ.ราชวิถี ร่วมออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ ในโครงการ “หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ตรวจสุขภาพให้องค์ความรู้ด้านสุขภาพแก่พระสงฆ์และประชาชนในชุมชนรอบศาสนสถาน เพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ในหลวงรัชกาลที่ 10” ให้วัดในเขต กทม.และปริมณฑล ถึง12 แห่ง…

ll ด้วยเป็นผู้ชำนาญเส้นทางในอเมริกาด้านตะวันตก ศักดา เด่นแดนโดม จึงโดนขอร้องแกมบังคับจากสาวน้อยสาวใหญ่ อาทิ ประภาปูรณโชติ, ปัทมา วงษ์ถ้วยทอง, ศรีวิรัตน์ฉัตรจุฑามาส, ณัญฐภา ขวัญแพรแก้ว, วลีกิตติรัตนวิวัฒน์, ศรีสุภางค์ มอฤทธิ์, กรภัคร์มีสิทธิตา โดยนำตระเวนล่องจากซานฟรานซิสโก-ลาสเวกัส ไปเรื่อยๆ เป็นเวลาเกือบ 2 อาทิตย์ โดยมีหัวหน้าทัวร์เป็นหนุ่มคนเดียวในคณะ…

ll วันเกิดปีนี้ หทัยรัตน์ ฐิตยวานิชย์ สุดปลื้มที่ได้ฉลองใน รร.ติดสนามแข่งรถระดับโลกนูร์เบอร์ก-ริง เมืองนูร์เบอร์ก พร้อมเพื่อนๆ ที่ไปร่วมดูงาน Anuga fairจำนวนกว่า 50 คน ยังไม่นับฝรั่งในห้องอีกหลายสิบคนที่นั่งในห้องอาหารมาร่วมร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์ให้คุณตุ้ม…

ll วันเกิดปีที่ 82 เฉลิมพันธ์ สุวรรณประกร ได้ไปฉลองไกลถึงโตเกียว เพราะน้องสาวและน้องเขย กอบทิพย์-เกียรติศรีจอมขวัญ และหลานๆ จัดการพาไปชิมไปช็อปแบบชิลๆ…

ll คอนเนคชั่นดี รศ.ดร.ศิริยุพา รุ่งเริงสุข ที่ปรึกษาบริหารบำรุงราษฎร์อะคาเดมีเชิญเพื่อนอาจารย์จากมหาวิทยาลัยลอนดอน เบิร์กลีย์ คอร์เนล มาบรรยายให้ผู้บริหาร รพ.บำรุงราษฎร์ รับความรู้ทันโลกแบบเต็มอิ่มหรือเรียกว่ารูปแบบขององค์กรในอนาคตยุคดิจิทัลเพื่อพัฒนาองค์กรและก้าวให้ทันเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว…

ll แม้ว่าเพิ่งจะฟื้นจากไม่สบายแต่ ชวน หลีกภัย ในฐานะรุ่นพี่ ปธพ.1 ไม่พลาดไปร่วมงานบายศรีสู่ขวัญผูกข้อมือ
ต้อนรับน้อง ปธพ.8…ll

คุณแหน

Bangkok Persian Carpet Exhibition 2019 โชว์เคสพรมเปอร์เซีย หัตถศิลป์ลํ้าค่าหาชมยาก

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/450019

Bangkok Persian Carpet Exhibition 2019 โชว์เคสพรมเปอร์เซีย หัตถศิลป์ลํ้าค่าหาชมยาก

วันจันทร์ ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

Art on da Floor (อาร์ต ออน เดอะ ฟลอร์) คอมมิวนิตี้ของเหล่าคอลเลคเตอร์ นำโดย จิตรกร มงคลธรรมจัดงาน Bangkok Persian Carpet Exhibition 2019 (แบงค็อก เปอร์เซีย คาร์เปต เอ็กซิบิชั่น 2019) รวบรวมพรมเปอร์เซียหัตถศิลป์ล้ำค่าหายากของชาวอิหร่านให้ได้ยลโฉมอย่างใกล้ชิด ภายใต้ธีม Persian Carpet and Your Lifestyle เนรมิตบริเวณพื้นที่จัดงานให้กลายเป็นมุมโปรด ด้วยการร้อยเรียงเรื่องราวของพรมเปอร์เซียเข้ากับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตประจำวัน โดยมี คุณหญิงจินดา จรุงเจริญเวชช์ ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน และจัดแสดงให้ชมถึงวันที่ 24 พฤศจิกายนนี้ ณ ชั้น 3 ศูนย์การค้า ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก

จิตรกร มงคลธรรม ผู้จัดและหนึ่งในนักสะสมพรมแห่ง Art on da Floor กล่าวว่า งาน Bangkok Persian Carpet Exhibition 2019 เป็นการผสมผสานไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตประจำวันเข้ากับของสะสมและของเก่า บนพื้นฐานความรักในพรม ในเปียโน ในไลฟ์สไตล์ เช่น ผู้ที่ชื่นชอบเครื่องเสียงระดับ Hi-end ผู้ที่หลงใหลในมอเตอร์ไซค์ หรือผู้ที่นิยมการตกแต่งบ้าน เป็นการผสมผสานไลฟ์สไตล์ของเราเข้ากับของสะสมที่เราหลงใหลได้อย่างลงตัว โดยมี Art on da Floor คอมมิวนิตี้ของเหล่าคอลเลคเตอร์ ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงคอลเลคเตอร์รุ่นใหญ่จนถึงนักสะสมหน้าใหม่เข้าด้วยกัน

“อย่างพรมเปอร์เซีย ซึ่งเป็นของสะสมล้ำค่าทรงคุณค่า เป็นงานหัตถศิลป์ที่ถักทอจากขนสัตว์หรือเส้นไหม ย้อมสีจากสีธรรมชาติ เรียงร้อยเป็นเรื่องราวหรือลวดลายต่างๆ เพื่อสื่อถึงขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ความสวยงามของธรรมชาติ ต้องอาศัยฝีมือและความชำนาญ ซึ่งพรมเปอร์เซียของแท้ของแต่ละตระกูล แต่ละเมืองจะมีรูปแบบ เทคนิคในการถักทอที่เป็นเอกลักษณ์ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น จึงช่วยส่งเสริมคุณค่าสร้างมูลค่า ทำให้พรมเปอร์เซียกลายเป็นของสะสมล้ำค่าหายากที่สามารถเปลี่ยนความหลงใหลสู่การสร้างมูลค่าในรูปแบบของการลงทุนได้เป็นอย่างดี และในประเทศไทยการสะสมพรมเปอร์เซียของแท้ยังเป็นตลาดใหม่ที่น่าสนใจของเหล่าคอลเลคเตอร์อีกด้วย”

นักสะสมพรมเปอร์เซียหน้าใหม่ในวงการ วริศรียา ทิฆัมพรทิพย์ เผยถึงความหลงใหลในพรมเปอร์เซียว่า “ความมีเสน่ห์และลวดลายที่สื่อถึงความมีชีวิตชีวามีมิติ ทำให้เราเกิดความหลงใหล พรมแต่ละผืนจะมีเอกลักษณ์ที่เป็นของตัวเอง แต่ละมุมก็จะมีสีและรายละเอียดที่แตกต่างกัน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเสน่ห์ของพรมเปอร์เซีย เวลานำพรมมาตกแต่งห้องจะทำให้เกิดความอบอุ่น ช่วยสร้างบรรยากาศ เติมเต็มความสุขให้กับผู้ครอบครองได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้พรมยังเป็นสัญลักษณ์ของความมั่งคั่ง ช่วยให้ผู้ครอบครองแลดูมีอารยธรรม มีสุนทรียภาพและเป็นคนที่มีความรื่นรมย์ในจิตใจ”

สุรเดช ผดุงศิริเศรษฐ์ นักสะสมของเก่ารุ่นใหญ่และอดีตนายกสมาคมเผยแพร่และส่งเสริมศิลปวัตถุ นำผ้าโบราณทรงคุณค่าโดยเฉพาะผ้าทอยกดิ้นทอง ที่จัดแสดงเป็นครั้งแรกในไทยในงานนี้ หลังจากจัดแสดงตามมิวเซียมต่างๆ มาแล้ว
ทั่วโลก เผยว่า “ความคิดของนักสะสมรุ่นใหญ่จะไม่นิยมนำของสะสมออกมาจัดแสดง แต่สำหรับผมกลับคิดใหม่ว่า ของสะสมของโบราณเป็นสิ่งที่ทรงคุณค่า ควรนำออกมาให้คนรุ่นหลังได้รู้จัก เรียนรู้ เพื่อให้เห็นคุณค่า ก่อให้เกิดความรักความหวงแหนในศิลปะ โดยเฉพาะศิลปะไทยที่น่าภาคภูมิใจเป็นที่ยิ่ง เราควรสร้างจิตสำนึกตรงนี้ให้มาก เพื่อช่วยกันรักษามรดกของชาติให้คงอยู่สืบต่อไป”

ภายในงานได้เนรมิตบริเวณพื้นที่จัดงานให้กลายเป็นมุมโปรดภายในบ้านโดยมีไฮไลท์ 3 ห้อง ที่ไม่ควรพลาด Hi-Light Room สัมผัสพรมขนแกะผืนไฮไลท์จากตระกูล Amoghli (อะมอกรู) พรมในตำนานที่นำออกมาจากพระราชวัง มีอายุเกือบศตวรรษ Ancient Textiles Room ความสัมพันธ์พรมเปอร์เซียหัตถศิลป์ ล้ำค่าแถบตะวันออกกลางและผ้าโบราณทรงคุณค่าแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Antique Grand Piano Room ยลโฉม แกรนด์ เปียโน คลาสสิก เป็น custom made ของ Steinway and Sons แบรนด์ติดอันดับ ท็อป 3 ของโลกอายุกว่า 147 ปี มูลค่าร่วม 10 ล้านบาท ที่มีหลังเดียวในไทย

นอกจากนี้ ยังมีห้องต่างๆ ที่น่าสนใจ อาทิ ได้แก่ Hi-end Audio Room การจับคู่พรมกับเครื่องเสียงคุณภาพมูลค่าหลักล้าน เพื่อช่วยสร้างอรรถรสทางดนตรี เช่นเดียวกับ Motorbike Room ที่นำพรมเปอร์เซียมาตกแต่งคู่กับมอเตอร์ไซค์คันหรู ช่วยเสริมความเท่ เฉี่ยวและดูแพง Furniture Room ที่นำความคลาสสิกของพรมเปอร์เซีย มาตกแต่งร่วมกับเฟอร์นิเจอร์สไตล์สุดโมเดิร์นได้อย่างลงตัว รวมถึง Model Room สร้างมุมเก๋ถ่ายรูปสวยๆ ได้เองภายในบ้าน ฯลฯ

งาน Bangkok Persian Carpet Exhibition 2019 จัดแสดงให้ชมไปถึงวันที่ 24 พฤศจิกายนนี้ ณ ชั้น 3 ศูนย์การค้าริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก สำหรับผู้ที่สนใจพรมเปอร์เซียภายในงาน สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 064-5646695

(ซ้าย) วริศรียา ทิฆัมพรทิพย์ และ รมณีย์ เธียรประสิทธิ์

(ซ้าย) วริศรียา ทิฆัมพรทิพย์ และ รมณีย์ เธียรประสิทธิ์
อมาวรินทร์ อินทรีย์สุข

อมาวรินทร์ อินทรีย์สุข
พรม Pink Silk และแกรนด์ เปียโน คลาสสิก

พรม Pink Silk และแกรนด์ เปียโน คลาสสิก
พรม Amoghli

พรม Amoghli

Huawei Health ตัวช่วยตรวจวัดสุขภาพอย่างแม่นยำ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/450026

Huawei Health ตัวช่วยตรวจวัดสุขภาพอย่างแม่นยำ

วันจันทร์ ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

แน่นอนว่าใครๆ ก็อยากให้ตัวเองฟิตแอนด์เฟิร์มอยู่ตลอดเวลา แต่การจะฟิตและเฟิร์มนั้นย่อมประกอบไปด้วยหลากหลายองค์ประกอบไม่ว่าจะเป็นการพักผ่อน การออกกำลังกาย และการใช้ชีวิตแบบแอ๊กทีฟ หรือแม้กระทั่งการทานอาหารซึ่งล้วนสอดคล้องกันทั้งสิ้น ด้วยนวัตกรรมที่ก้าวล้ำในปัจจุบันทำให้ “Smart Watch” และ “Smart Band” ขยับสถานะมาเป็นเพื่อนที่รู้ใจบนข้อมือที่จะติดตามเราไปทุกที่ทุกเวลา พร้อมที่จะอัพเดทข้อมูลสุขภาพในชีวิตประจำวันแบบเรียลไทม์ ไม่ว่าจะเป็นอัตราการเต้นของหัวใจ และจำนวนก้าวที่เดิน หรือคุณภาพของการนอนหลับ ตลอดจนติดตามและวิเคราะห์ข้อมูลจากการออกกำลังกายของเราในแต่ละวัน เพื่อช่วยพัฒนาศักยภาพในการออกกำลังกายของเราให้เป็นไปตามเป้าหมายอีกด้วย

โดยทั่วไปแล้วการใช้ “Smart Watch” และ “Smart Band” มักจะใช้ร่วมกับแอพพลิเคชั่นเพื่อบันทึก วิเคราะห์และติดตามผลได้อย่างครบถ้วนแม่นยำ เช่น “หัวเว่ย” ซึ่งเป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่มีความโดดเด่นด้านนวัตกรรมก็ได้พัฒนา “Huawei Health” แอพพลิเคชั่นสำหรับผู้ใช้ HUAWEI Watch GT และHUAWEI Band เพื่อดูแลสุขภาพ ติดตามผลการออกกำลังกายของผู้ใช้ อัตราการเต้นของหัวใจ ปริมาณการเผาผลาญแคลอรี่ประจำวัน ประวัติน้ำหนักขึ้น-ลง รวมถึงพฤติกรรมการนอนหลับ โดยรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ และให้คำแนะนำได้อย่างชาญฉลาด ครบวงจรภายในแอพพลิเคชั่นเดียว

“Huawei Health” มีเทคโนโลยีและฟังก์ชั่นที่โดดเด่น ดังนี้ 1.Step Count ตัวช่วยนับก้าวในแต่ละวัน ซึ่งสามารถคำนวณได้ถึงจำนวนแคลอรี่ที่เผาผลาญ ระยะทาง และความสูงที่เดินตลอดวัน 2.Exercise Records บันทึกทุกการออกกำลังกายไว้อย่างละเอียด โดยรวมไปถึง Charts ทั้ง Heart rate (bpm), Heart rate zone, Pace, Cadence (อัตราก้าว) และ Details ที่ครอบคลุมตั้งแต่ Duration, Calories, Step length และสรุป Performance โดยรวมทั้งแนะนำระยะเวลาพักก่อนจะออกกำลังกายรอบต่อไป 3.Running Plan เทรนเนอร์มืออาชีพส่วนตัวทุกที่ ทุกเวลาที่จะมาช่วยวางแผนการวิ่งให้ดียิ่งขึ้น ทั้งการออกกำลังแบบ Interval หรือจะเป็นการตั้งเป้าระยะ 5 กิโลเมตร, 10 กิโลเมตร, ฮาล์ฟมาราธอน หรือแม้กระทั่งมาราธอนก็บรรลุเป้าหมายได้อย่างมั่นใจ 4.HUAWEI TruSeen ตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจแบบเรียลไทม์ได้แม่นยำตลอดระยะเวลาที่สวมใส่ บวกกับอัลกอริธึมของค่าอัตราการเต้นของหัวใจจาก AI สุดอัจฉริยะ พร้อมการแจ้งเตือนด้วยการสั่นเมื่อพบว่าอัตราการเต้นหัวใจของผู้สวมใส่สูงกว่าค่าปกติโดยเฉลี่ย ซึ่งสามารถตรวจดูย้อนหลังได้อย่างละเอียด

5.HUAWEI TruSleep ผู้ช่วยที่จะคอยตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจขณะหลับได้ทั้ง 4 ช่วง อย่าง Deep sleep, Light sleep, REM และ Awake เพื่อนำมาวิเคราะห์คุณภาพการนอน อีกทั้งยังสามารถติดตามและวินิจฉัยปัญหาการนอนหลับได้ถึง 6 ประเภทที่สามารถตรวจดูย้อนหลังได้อย่างละเอียด พร้อมให้คำแนะนำเพื่อให้การนอนหลับมีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น โดยการพักผ่อนที่ดีจะต้องทั้งเพียงพอและต้องมีคุณภาพเพื่อการพักฟื้นของร่างกาย แอพพลิเคชั่น HUAWEI Health สามารถแนะนำช่วงเวลาการพักผ่อนที่เหมาะสมโดยจะวัดอัตราการเต้นของหัวใจ วิเคราะห์การหายใจ และให้คะแนนคุณภาพการนอนหลับโดยรวมได้ไปพร้อมกัน 7.HUAWEI TruRelax โหมดใหม่ล่าสุดที่จะวิเคราะห์ความเครียดของผู้ใช้งานจากข้อมูลอัตราการเต้นของหัวใจ และการพักผ่อน เพื่อประมวลผลถึงความเครียดที่อาจจะเกิดขึ้นกับผู้ใช้งานโดยที่ไม่รู้ตัว

จะเห็นได้ว่า นอกจากการบอกเวลาแล้ว สมาร์ทดีไวซ์ได้มาเติมเต็มชีวิตของเราให้สมาร์ทและแอ๊กทีฟยิ่งขึ้น รวบรวมข้อมูลที่สำคัญให้มาอยู่บนข้อมือเสมือนหนึ่งเพื่อนรู้ใจที่ห่วงใย ไม่ว่าจะทานอาหาร เดิน ออกกำลังกาย นอนหลับ
พักผ่อน ก็ไม่ยอมปล่อยให้ละสายตาไปแม้แต่วินาทีเดียว รวมทั้งยังเก็บสะสมข้อมูลของเราเพื่อติดตามย้อนหลัง แถมแนะแนวทางพฤติกรรมการใช้ชีวิตให้สุขภาพดียิ่งขึ้นอีกด้วย

จินตนาการ สืบสาน วรรณกรรมไทยกับอินทัช ปีที่ 13

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/449971

จินตนาการ สืบสาน วรรณกรรมไทยกับอินทัช ปีที่ 13

วันจันทร์ ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ท่ามกลางกระแสดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของผู้คนอย่างมาก หนึ่งในเวทีประกวดผลงานศิลปะที่โดดเด่น แตกต่าง ส่งเสริมให้เยาวชนไทยรักการอ่าน และภูมิใจในความงดงามทางภาษาในวรรณกรรมไทยอย่าง โครงการจินตนาการ สืบสาน วรรณกรรมไทยกับอินทัชปีที่ 13 โดย บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งปีนี้จัดขึ้นในหัวข้อ “บวร (บ้าน วัด โรงเรียน) ความสุข ความผูกพันของสังคมไทย” พร้อมถ่ายทอดแรงบันดาลใจที่ได้จากการอ่านนำเสนอเป็นภาพวาดจากจินตนาการ ที่ประกาศผลรางวัลชนะเลิศอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม ที่ผ่านมา ณ ห้องออดิทอเรียม ชั้น 5 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

มนทกานติ ฤทธิ์จำนงค์ จากโรงเรียนศรียาภัย ผู้ชนะการประกวดรางวัลชนะเลิศ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย เจ้าของผลงาน “ความรู้สึกข้างใน” ที่ได้แรงบันดาลใจจากวรรณกรรมเรื่อง “เสียงเดือนในเสียงหวูดรถไฟ” กล่าวว่า “เหตุผลที่เลือกเพราะบ้านอยู่ใกล้รางรถไฟ แล้วตัวเอกก็มีความใกล้เคียงกับชีวิตของตัวเองมาก เลยเข้าใจความรู้สึกของตัวละครอย่างดี อ่านหนังสือเล่มนี้มานานแล้วค่ะ บวกกับชอบวาดรูปอยู่แล้วเลยตัดสินใจส่งผลงานเข้าประกวด ในยุคดิจิทัลที่ทุกคนเล่นโซเชียลกันหมดมองว่าโครงการนี้ทำให้เด็กไทยมองเห็นคุณค่าที่อยู่ในตัวอักษร ทำให้เราได้สัมผัสเสน่ห์ของการพลิกหน้ากระดาษและกลิ่นหอมของกระดาษ รางวัลนี้จะเป็นแรงผลักดันให้ดิฉันสร้างสรรค์ผลงานศิลปะชิ้นต่อๆ ไป”

เช่นเดียวกับความรู้สึกของ ผจงภักดิ์ เอาเจริญภักดิ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ (เพาะช่าง) ผู้ชนะการประกวดรางวัลชนะเลิศ ระดับอุดมศึกษา เจ้าของผลงาน “โฮปเฟล” ที่ได้แรงบันดาลใจจากวรรณกรรมเรื่อง “ไผ่แดง” “ใช้เวลาในการสร้างสรรค์ผลงานอยู่สองสัปดาห์ครับ รางวัลนี้เป็นทุนการศึกษา เพราะการเรียนศิลปะค่าใช้จ่ายสูงมาก จากนี้ผมจะส่งผลงานเข้าประกวดเวทีอื่นๆ เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ รางวัลนี้เป็นเหมือนกำลังใจสำคัญให้เรารับรู้ว่า ศิลปะสามารถส่องทางกันและสื่อสารสิ่งที่อยู่ในความคิดของเราออกไปให้คนรับรู้ได้ แม้ในอนาคตงานของผมจะไม่ได้รางวัล อย่างน้อยเราได้ส่งผลงานเข้าประกวดก็มีความสุขแล้วครับ”

คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คุณหญิงวิมล ศิริไพบูลย์ เจ้าของนามปากกา “ทมยันตี” พูดถึงความประทับใจ “ดิฉันได้เรียนรู้การพิจารณางานศิลปะผ่านการฟังศิลปินชั้นครูทุกท่าน เมื่อนำมาผสมผสานกับวิธีการพรีเซ็นต์นำเสนอผลงานของเยาวชน ทำให้เข้าถึงแรงบันดาลใจและจิตวิญญาณของคนเขียนรูปมากขึ้น ถ้าศิลปินวาดรูปด้วยหัวใจจะสร้างสรรค์ผลงานที่สวยงามลึกซึ้งได้ ดังนั้นอยากให้เด็กๆ และเยาวชนฟังเสียงหัวใจของตัวเองและถ่ายทอดออกมาเป็นผลงานศิลปะหรืองานเขียนให้ดีที่สุด เพราะการประกวดอินทัชช่วยให้เยาวชนรักการอ่านมากขึ้น ขณะเดียวกันเราก็จะมีภาพวาดที่มีคุณค่าไปประดับอยู่ในบ้านของคนไทยเช่นกัน” อ.ปัญญา วิจินธนสาร ศิลปินแห่งชาติประจำปี พ.ศ.2557 สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) กล่าวชื่นชมผลงานของเยาวชน “เห็นความก้าวหน้าของเด็กรุ่นใหม่ที่มีประสบการณ์ กล้าคิดกล้าแสดงออก รุ่นผมยังเน้นด้านทักษะและเทคนิค แต่ปัจจุบันน้องๆ สามารถถ่ายทอดความคิดและจินตนาการได้กว้างไกล ส่วนหนึ่งเพราะดิจิทัลช่วยให้เด็กๆ สามารถค้นคว้าหาข้อมูลและชื่นชมผลงานศิลปะได้ทั่วโลก ทำให้พวกเขาค้นพบความชอบและสไตล์การทำงานของตัวเอง และช่วยให้ค้นหาอัตลักษณ์ของตัวเองได้เร็วขึ้นเช่นกัน ผมอยากให้น้องๆ ทุกคนเล็งเห็นความสำคัญของการอ่าน พอเราได้อ่านหนังสือหรือศึกษาหาข้อมูลมากขึ้นจะช่วยให้เรามีจินตนาการและสร้างสรรค์ผลงานได้ดี ทุกวันนี้วงการศิลปะเริ่มเข้าไปมีบทบาทและเชื่อมโยงกับสังคมไทยในแง่มุมที่หลากหลาย การประกวดอินทัชได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความสำคัญของศิลปและวรรณกรรมที่มีคุณค่าของไทย”

ไม่เพียงส่งเสริมให้เยาวชนไทยรักการอ่านและสร้างจินตนาการในรูปแบบของ “ศิลปะส่องทางกัน” หากแต่อีกหนึ่งความพิเศษของการประกวดในครั้งนี้คือ รายได้ทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่ายสมทบทุนให้แก่มูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา โดยมี ศ.เกียรติคุณ คุณหญิงไขศรีศรีอรุณ กรรมการและเลขานุการมูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ขึ้นกล่าวขอบคุณบนเวทีและย้ำถึงความสำเร็จของโครงการนี้ ในฐานะ “ผู้ให้” โอกาสที่ยิ่งใหญ่แก่อนาคตของเยาวชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในการศึกษา

ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถร่วมสนับสนุนผลงานของเยาวชน ผ่านการจำหน่ายภาพการกุศลสมทบทุนมูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา รายได้ทั้งหมด (โดยไม่หักค่าใช้จ่าย) เพื่อเป็นทุนการศึกษาของนักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ได้ที่ www.intouchcompany.com ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ติดตามผลการประกาศรางวัลและข่าวสารความเคลื่อนไหวได้ที่ FB : intouchstation  สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 082-7961670-1, 02-9346767 และ 02-1186953 หรือ Line ID: Jintanakarn.intouch

ปัญญา วิจินธนสาร

ปัญญา วิจินธนสาร
พู่กัน สร่องศรี ชนะเลิศระดับมัธยมศึกษาตอนต้น

พู่กัน สร่องศรี ชนะเลิศระดับมัธยมศึกษาตอนต้น
ธนกร แสนทวีสุข ชนะเลิศระดับประถมศึกษา

ธนกร แสนทวีสุข ชนะเลิศระดับประถมศึกษา
รับมอบรางวัลจากคณะกรรมการ

รับมอบรางวัลจากคณะกรรมการ

‘วันหม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก’

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/449973

ม.ร.ว.สมลาภ กิติยากร ผู้แทนพระองค์ รับมอบหนังสือที่ระลึก
จาก ผศ.ดร.พรทิพย์ พุกผาสุข ประธานจัดทำหนังสือที่ระลึก

‘วันหม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก’

วันจันทร์ ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ประธานกิตติมศักดิ์มูลนิธิอนุสรณ์หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร โปรดให้ ม.ร.ว.สมลาภ กิติยากร เป็นผู้แทนพระองค์ไปเป็นประธานในงาน “วันหม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก” งานสร้างเสริมคนดีมีคุณธรรม ครั้งที่ 34 ประจำปี 2562 เพื่อมอบรางวัล “หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก” รางวัลสร้างเสริมคนดีมีคุณธรรม ณ หอประชุมกรมประชาสัมพันธ์ จัดโดย มูลนิธิอนุสรณ์หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร ร่วมกับหน่วยราชการ และองค์การสาธารณกุศลต่างๆ อาทิ กระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานครและกรมประชาสัมพันธ์ ฯลฯ

รางวัล “หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก” เป็นรางวัลสร้างเสริมคนดี มีคุณธรรม ที่มูลนิธิอนุสรณ์หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร จัดมอบให้แก่ผู้บำเพ็ญคุณประโยชน์ดีเด่น สาขาอาชีพต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อเชิดชูเกียรติ และรำลึกในความสามารถและในคุณงามความดีของ หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก ที่มีผลงานเป็นคุณประโยชน์แก่สังคม และประเทศชาติจนเป็นที่ยกย่องยอมรับทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ และเพื่อเป็นการยกย่องบำรุงขวัญให้กำลังใจแก่ผู้ได้รับรางวัลที่บำเพ็ญคุณงามความดีทั่วประเทศ ที่มีความตั้งใจจริง เสียสละในการปฏิบัติหน้าที่ภารกิจต่างๆ ที่รับผิดชอบและช่วยเหลือผู้อื่นด้วยจิตใจที่เปี่ยมด้วยคุณธรรม อีกทั้งเพื่อส่งเสริมให้บุคคลเหล่านั้นเกิดความภาคภูมิใจในอาชีพของตน เป็นแรงจูงใจ เป็นตัวอย่างแก่เพื่อนร่วมอาชีพ บุคคลทั่วไป และอนุชนรุ่นหลังที่จะมุ่งมั่นปฏิบัติงานให้มีคุณภาพและมีคุณธรรมยิ่งขึ้น กอปรทั้งเสียสละเสี่ยงภัยช่วยเหลือผู้เดือดร้อน อันจะส่งผลดีต่อการพัฒนาเยาวชน สังคม และประเทศชาติโดยส่วนรวม

หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร ในพระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าเปรมบุรฉัตร ได้รับการประกาศ ยกย่องจากองค์การสหประชาชาติแห่งยูเนสโกให้เป็นบุคคลสำคัญของโลกในรอบ100 ปี ชาตกาล ในปี 2558

หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก ได้ประกอบคุณงามความดี เป็นอเนกประการแก่ประเทศชาติและชาวโลก เป็นคนไทยคนเดียว และคนเอเชียคนแรกที่ได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานสภาสตรีระหว่างประเทศ (สภาสตรีโลก) ในรอบ 131 ปี อีกทั้งเป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติของนักสังคมสงเคราะห์ นักพัฒนาสังคมผู้เสียสละเป็นผู้นำสตรีที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลริเริ่มงานระดับชาติจำนวนมาก ตั้งแต่ 60 ปีที่แล้ว เป็นงานสาธารณกุศลที่ส่งเสริมสนับสนุนงานของรัฐบาล ซึ่งงานเหล่านั้นยังจำเป็นและเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันและยังดำเนินงานอย่างต่อเนื่องเพื่ออำนวยคุณประโยชน์ในการพัฒนาคน สังคม และประเทศชาติจนถึงทุกวันนี้

รางวัล “หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก” ประจำปี 2562 มอบให้แก่ผู้ได้รับการคัดเลือกประเภทต่างๆ ทั่วประเทศ ดังนี้ ประธานคณะกรรมการอุปการะเยาวชนประจำจังหวัด (ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัด) ทั้งอดีตและปัจจุบันทั่วประเทศ, อาจารย์ระดับอุดมศึกษาผู้ทรงคุณธรรม มีผลงานดีเด่นในการพัฒนาคุณธรรมและจริยธรรมของนิสิต นักศึกษาระดับอุดมศึกษา, ผู้บำเพ็ญประโยชน์ดีเด่นแก่ประชาชนและสังคม (ตำรวจจราจร/ พนักงานกวาดถนน/พนักงานขับรถโดยสารประจำทาง ขสมก./บขส. พลเมืองดี ดารานักแสดงที่มีจิตอาสา และอาสาสมัครด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย), ครู หรือเจ้าหน้าที่ดีเด่นในจังหวัดผู้รับผิดชอบงานมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ อย่างมีประสิทธิภาพ, คนพิการดีเด่นในการพัฒนาคุณภาพชีวิต และ หมู่บ้านหัตถกรรมดีเด่น และผู้นำหมู่บ้านหัตถกรรมดีเด่น

ม.ร.ว.สมลาภ กิติยากร ผู้แทนพระองค์ รับมอบหนังสือที่ระลึก
จาก ผศ.ดร.พรทิพย์ พุกผาสุข ประธานจัดทำหนังสือที่ระลึก

ม.ร.ว.สมลาภ กิติยากร ผู้แทนพระองค์ รับมอบหนังสือที่ระลึก จาก ผศ.ดร.พรทิพย์ พุกผาสุข ประธานจัดทำหนังสือที่ระลึก
ภราดา ดร.บัญชา แสงหิรัญ มอบของที่ระลึก

ภราดา ดร.บัญชา แสงหิรัญ มอบของที่ระลึก
ผู้แทนพระองค์ถ่ายภาพร่วมกับ ประธานแม่บ้านมหาดไทย ที่ได้รับรางวัลหม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร

ผู้แทนพระองค์ถ่ายภาพร่วมกับ ประธานแม่บ้านมหาดไทย ที่ได้รับรางวัลหม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร
ถ่ายภาพร่วมกับ พนักงานกวาดถนน คนขับรถโดยสารประจำทาง ของ ขสมก. และ บขส.

ถ่ายภาพร่วมกับ พนักงานกวาดถนน คนขับรถโดยสารประจำทาง ของ ขสมก. และ บขส.
ถ่ายภาพร่วมกับตำรวจจราจรดีเด่น อาจารย์ระดับอุดมศึกษา พลเมืองดี รวมทั้งดาราจิตอาสาดีเด่น ที่ได้รับรางวัล อาทิ
วรินทร ปัญหกาญจน์ (ช่อง 3) และ ทิสานาฏ ศรศึก (ช่อง 7)

ถ่ายภาพร่วมกับตำรวจจราจรดีเด่น อาจารย์ระดับอุดมศึกษา พลเมืองดี รวมทั้งดาราจิตอาสาดีเด่น ที่ได้รับรางวัล อาทิ วรินทร ปัญหกาญจน์ (ช่อง 3) และ ทิสานาฏ ศรศึก (ช่อง 7)
ผู้แทนพระองค์ ชมผลิตภัณฑ์หัตถกรรมดีเด่นจากทุกภาคที่ได้รับรางวัลหม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร

ผู้แทนพระองค์ ชมผลิตภัณฑ์หัตถกรรมดีเด่นจากทุกภาคที่ได้รับรางวัลหม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร
คุณหญิงแสงเดือน ณ นคร รองประธานมูลนิธิอนุสรณ์หม่อมงามจิตต์ฯ, ทัศนีย์ ผลชานิโก รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ พร้อมด้วยคณะกรรมการ อาทิ อารยา อรุณานนท์ชัย, ภราดา ดร.บัญชา แสงหิรัญ, สาวิตรี บริพัตร ณ อยุธยา, ดร.ปฤถา
พรหมเลิศ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย, ยรรยง คุโรวาท, กรรณภรณ์ วงศ์ปิยะกุล, อุปนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย มลสุดา ชำนิประศาสน์ และ จิรวรรณ เพ็ญพาส และ อัจฉราวดี ชัยสุวิรัตน์ ผช.เลขานุการผู้ว่าฯ กทม.

คุณหญิงแสงเดือน ณ นคร รองประธานมูลนิธิอนุสรณ์หม่อมงามจิตต์ฯ, ทัศนีย์ ผลชานิโก รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ พร้อมด้วยคณะกรรมการ อาทิ อารยา อรุณานนท์ชัย, ภราดา ดร.บัญชา แสงหิรัญ, สาวิตรี บริพัตร ณ อยุธยา, ดร.ปฤถา พรหมเลิศ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย, ยรรยง คุโรวาท, กรรณภรณ์ วงศ์ปิยะกุล, อุปนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย มลสุดา ชำนิประศาสน์ และ จิรวรรณ เพ็ญพาส และ อัจฉราวดี ชัยสุวิรัตน์ ผช.เลขานุการผู้ว่าฯ กทม.
ผู้แทนสมาคมแม่บ้านเหล่าทัพ มาร่วมงานทุกปี วนิดา นาคพาณิชย์ อุปนายก ส.ทบ., นาวาเอกหญิง
งามพิชญ์ กระเทศ และ ฉันทลักษณ์ ณ บางช้าง อุปนายก ส.ทร, พรอัปสร นิลจิลดา และ กรุณา พรรณพิกุล อุปนายก ส.ทอ., สุขุมาล ชิงดวง เลขานุการ ส.ตร.

ผู้แทนสมาคมแม่บ้านเหล่าทัพ มาร่วมงานทุกปี วนิดา นาคพาณิชย์ อุปนายก ส.ทบ., นาวาเอกหญิง งามพิชญ์ กระเทศ และ ฉันทลักษณ์ ณ บางช้าง อุปนายก ส.ทร, พรอัปสร นิลจิลดา และ กรุณา พรรณพิกุล อุปนายก ส.ทอ., สุขุมาล ชิงดวง เลขานุการ ส.ตร.
คุณหญิงแสงเดือน ณ นคร, อารยา อรุณานนท์ชัย, ทัศนีย์ ผลชานิโก รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์, บรรลือ สุกใส ผช.ปลัด กทม., กอบเพชร หาญพัฒนพาณิชย์ ผอ.กองกลางสำนักนายกรัฐมนตรี,
พรอัปสร นิลจิลดา อุปนายก ส.ทอ., จิตรา ศรีรุ่งเรือง และ ภรณี บุญมี มูลนิธิเด็กโสสะแห่งประเทศไทยฯ

คุณหญิงแสงเดือน ณ นคร, อารยา อรุณานนท์ชัย, ทัศนีย์ ผลชานิโก รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์, บรรลือ สุกใส ผช.ปลัด กทม., กอบเพชร หาญพัฒนพาณิชย์ ผอ.กองกลางสำนักนายกรัฐมนตรี, พรอัปสร นิลจิลดา อุปนายก ส.ทอ., จิตรา ศรีรุ่งเรือง และ ภรณี บุญมี มูลนิธิเด็กโสสะแห่งประเทศไทยฯ
คุณหญิงแสงเดือน ณ นคร, ภราดา ดร. บัญชา แสงหิรัญ, อารยา อรุณานนท์ชัย, ยรรยง คุโรวาท ,
หลานชายหม่อมงามจิตต์ ศรีภพ สารสาส และ ไอเวอร์ สก๊อต และ ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ

คุณหญิงแสงเดือน ณ นคร, ภราดา ดร. บัญชา แสงหิรัญ, อารยา อรุณานนท์ชัย, ยรรยง คุโรวาท , หลานชายหม่อมงามจิตต์ ศรีภพ สารสาส และ ไอเวอร์ สก๊อต และ ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ
อารยา อรุณานนท์ชัย เหรัญญิก มูลนิธิอนุสรณ์หม่อมงามจิตต์ฯ ต้อนรับ พรพจน์ เพ็ญพาส รองปลัดกระทรวงมหาดไทย, ทวี เสริมภักดีกุล รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น, จุรีรัตน์
เทพอาสน์ รองอธิบดีกรมป้องกันแและบรรเทาสาธารณภัย, วรชนาธิป จันทนู รอง ผอ.สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ, วนิดา นาคพาณิชย์ อุปนายก ส.ทบ. และ ร.อ.น.พ. ยงยุทธ มัยลาภ

อารยา อรุณานนท์ชัย เหรัญญิก มูลนิธิอนุสรณ์หม่อมงามจิตต์ฯ ต้อนรับ พรพจน์ เพ็ญพาส รองปลัดกระทรวงมหาดไทย, ทวี เสริมภักดีกุล รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น, จุรีรัตน์ เทพอาสน์ รองอธิบดีกรมป้องกันแและบรรเทาสาธารณภัย, วรชนาธิป จันทนู รอง ผอ.สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ, วนิดา นาคพาณิชย์ อุปนายก ส.ทบ. และ ร.อ.น.พ. ยงยุทธ มัยลาภ
ผู้ร่วมงานจากหลายอาชีพ ทั่วประเทศ ที่มาร่วมงาน

ผู้ร่วมงานจากหลายอาชีพ ทั่วประเทศ ที่มาร่วมงาน