รพ.มะเร็งสมัยใหม่กว่างโจว เผยคนไทยแห่เดินทางท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพมากขึ้น

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/449016

รพ.มะเร็งสมัยใหม่กว่างโจว เผยคนไทยแห่เดินทางท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพมากขึ้น

วันอังคาร ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 16.27 น.

รพ.มะเร็งสมัยใหม่กว่างโจว เผยตัวเลขผู้ป่วยมะเร็งชาวไทยไปรักษาต่อในประเทศจีนมากถึง 3,000 ราย ระหว่างปี 2010-2019 นอกจากนี้การเดินทางท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพเป็นทางเลือกแรกผู้ป่วย 

นายหยาง หงปิน ผู้จัดการประจำสำนักงานประเทศไทย กล่าวว่า โรคมะเร็ง นับเป็นอีกหนึ่งมัจจุราชที่ยังครองแชมป์อันดับ 1 เป็นโรคที่คนไทยเป็นมากที่สุด และได้คร่าชีวิตผู้ป่วยปีละหลายหมื่นคน ซึ่งเมื่อพูดถึงวิธีการรักษาโรคมะเร็งในปัจจุบัน ถือได้ว่าแตกต่างจากอดีตไปมาก เนื่องด้วยวิวัฒนาการและความก้าวล้ำทางเทคโนโลยีที่หลากหลาย ได้เข้ามาช่วยให้ผู้ป่วยตัดสินใจเป็นทางเลือกการรักษาให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นและกลับมาแข็งแรง สามารถใช้ชีวิตตามปกติได้อย่างมีความสุข
โรงพยาบาลมะเร็งสมัยใหม่กว่างโจวสแตมฟอร์ด เป็นหนึ่งในสถานประกอบพยาบาลที่ได้รับความไว้ใจจากผู้ป่วยชาวไทย และชาวต่างชาติมากกว่าหมื่นราย เนื่องด้วยได้รับการรับรองมาตรฐานสากล พร้อมทั้งมีเครื่องมือและเทคโนโลยีการรักษาแบบสมัยใหม่โดยที่ผู้ป่วยไม่ต้องง้อวิธีผ่าตัด ไม่ต้องให้คีโมทั่วร่างกาย มีบาดแผลเล็ก และใช้เวลาพักฟื้นในระยะสั้น จึงเป็นทางเลือกสำหรับผู้ป่วยในปัจจุบัน โดยที่ตั้งสำนักงานประจำกรุงเทพฯ จะมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านมะเร็งให้คำปรึกษา เพื่อประเมินร่างกายผู้ป่วย รวมถึงวางแผนควบคุมค่าใช้จ่ายโดยประมาณ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ อีกทั้งทางสำนักงานยังช่วยดำเนินการขอวีซ่า จองตั๋วเครื่องบิน จัดหาล่ามแปลภาษา และนัดหมาย พร้อมส่งตัวผู้ป่วยไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลมะเร็งสมัยใหม่กว่างโจวสแตมฟอร์ด ประเทศจีน และให้การดูแลรักษาผู้ป่วยมะเร็งเป็นลำดับถัดไป

สำหรับเทคนิคการรักษาที่หลากหลาย ทำให้แผลเล็กมาก เจ็บปวดน้อยมาก เป็นเทคนิคอันโดดเด่น ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมาก สามารถช่วยยืดชีวิตผู้ป่วยและเพิ่มคุณภาพของชีวิต รวมทั้งช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวด อาทิ เทคนิคแบบเฉพาะจุด เทคนิคการใช้ความเย็น เทคนิคมีดนาโน เทคนิคแบบบูรณาการแพทย์แผนจีนและตะวันตก เทคนิคคลื่นไมโครเวฟ เทคนิคการฟื้นฟูด้วยยีนแบบเฉพาะจุด และเทคโนโลยีที่ทันสมัยอื่น ๆ อีกมากถึง 21 วิธี โดยเฉพาะ “เทคนิคการใช้ความเย็น” ที่เป็นที่พูดถึงอย่างมาก เพราะเป็นเทคโนโลยีที่ผสมผสานความโบราณและความล้ำสมัยเข้าไว้ด้วยกันตั้งแต่หลายพันปีก่อน ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากเทคโนโลยีด้านอวกาศที่ก้าวหน้าของสหรัฐฯ ถูกเรียกว่าเป็นมีดฮีเลียมอาร์กอน เป็นเทคโนโลยีที่มีความละเอียดสูงเพียงหนึ่งเดียวที่สามารถใช้ความเย็นและความร้อนในเวลาเดียวกัน และยังได้รับการอนุมัติจากประเทศสหรัฐฯ ให้สามารถนำไปใช้กับผู้ป่วยโรคโรคมะเร็งได้

นายหยาง กล่าวอีกว่า ในระหว่างการรักษา โรงพยาบาลฯ ได้จัดกิจกรรมนันทนาการ รวมไปถึงจัดสัมมนาให้ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพ เพื่อเปิดเวทีให้ผู้ป่วยแบ่งปันประสบการณ์ในการต่อสู้กับโรคมะเร็ง สร้างความมั่นใจให้กับเพื่อนผู้ป่วยด้วยกันต่อสู้กับโรคร้ายนี้ และผ่อนคลายไปกับบรรยากาศของโรงพยาบาล เป็นต้น อีกทั้งยังจัดบริการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ โดยจัดกลุ่มให้ผู้ป่วยได้ไปปืนเขา “ไป๋หยุน” ที่อยู่ติดกับโรงพยาบาลฯ สามารถเดินด้วยเท้าไปได้ 5-10 นาที และร้องเพลงพักผ่อนหย่อนใจบนภูเขาไป๋หยุน เพื่อให้ผู้ป่วยไม่รู้สึกเหงาเมื่ออยู่ต่างประเทศไกลบ้าน นอกจากนี้ยังเปิดสอนภาษาจีนในชีวิตประจำวัน และภาษาต่าง ๆ เช่น อังกฤษ อินโดนีเซีย เวียดนาม เป็นต้น เพื่อให้ผู้ป่วยและญาติผู้ติดตามชาวต่างประเทศที่มีความสนใจในด้านภาษาได้เรียนรู้ และใช้ในชีวิตประจำวันได้ อย่างไรก็ตาม โรงพยาบาลมะเร็งสมัยใหม่กว่างโจวสแตมฟอร์ด ยังมีบริการให้ผู้ป่วยใช้ประกันสุขภาพที่ซื้อในประเทศของตัวเอง สามารถนำมาใช้เข้ารับการรักษาได้ พร้อมทั้งออกหลักฐานด้านการชดใช้เงินประกันให้อีกด้วย

ด้าน นายประสิทธิ์ สุมณฑา ผู้ป่วยมะเร็งชาวไทยที่ได้รับการรักษามะเร็งมาแล้ว 5 ปี กล่าวเสริมว่า การเป็นมะเร็งไม่ใช่เรื่องน่ากลัว หากรู้ว่าป่วยแล้วไม่ต้องตื่นตระหนกตกใจ เพียงแต่ต้องรักษาให้ไวและถูกวิธี ผู้ป่วยเองต้องดูแลสภาพจิตใจให้แจ่มใส และต้องได้รับกำลังใจจากคนใกล้ชิดเป็นสิ่งสำคัญ

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดต่อเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่สำนักงานในประเทศไทย เลขที่ 302 อาคาร CW TOWER ชั้น 29 ตึก B ถนนรัชดาภิเษก แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310 โทรศัพท์ 082-799-2888, 02-645-2799 หรืออีเมล : modernhospital.th@gmail.com

‘เทศบาลปากน้ำฉวาง’สืบสานประเพณีจัดงานแข่งเรือยาว

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/448991

‘เทศบาลปากน้ำฉวาง’สืบสานประเพณีจัดงานแข่งเรือยาว

วันอังคาร ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 15.47 น.

เทศบาลตำบลปากน้ำฉวาง และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัดแข่งเรือยาวออกพรรษา อนุรักษ์มรดกทางสายน้ำลุ่มน้ำตาปี ชิงถ้วยรางวัลพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี , ถ้วยรางวัลพระราชทานสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และถ้วยรางวัลประทานพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ  ที่บริเวณปากน้ำฉวาง ม.4 เทศบาลตำบลปากน้ำฉวาง อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช

นายศิริพัฒพัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นประธาน เปิดงานประเพณีลากพระและแข่งขันเรือยาววันออกพรรษา ครั้งที่ 7 ประจำปี 2562 โดยมีนายบุญธรรม รุ่งเรือง นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลปากน้ำฉวาง  พร้อมด้วย นางลดาวัลย์ ช่วยชาติ ผอ.การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครศรีธรรมราชและประชาชนอำเภอฉวางร่วมให้การต้อนรับ  นายบุญธรรม กล่าวว่า การจัดงานประเพณีชักพระและแข่งขันเรือยาวของ บ้านปากน้ำ เทศบาลตำบลปากน้ำฉวาง อำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้มีการจัดติดต่อกันเป็นประจำทุกปี เพื่อสืบสานและอนุรักษ์วัฒนธรรม และประเพณีท้องถิ่น อนุรักษ์มรดกทางสายน้ำลุ่มน้ำตาปี ให้คงอยู่ตราบนานเท่านาน โดยในปีนี้ได้รับความร่วมมือจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ที่เล็งเห็นศักยภาพของ อ.ฉวาง ที่จะพัฒนาให้เป็นกิจกรรมท่องเที่ยว จึงได้มีการจัดใหญ่ยิ่งใหญ่มากขึ้น

ทั้งนี้กิจกรรมดังกล่าวในช่วงเช้าเป็นพิธีอัญเชิญถ้วยรางวัลพระราชทานฯ ซึ่ง จากนั้นในช่วงบ่ายจะเป็นการแข่งขันเรือยาว โดยมีประชาชนยืนเชียร์อยู่ริมฝั่งลุ่มน้ำตาปีพร้อมเสียงเชียร์ดังสนั่นทั้งสองฝั่ง และจบปิดท้ายด้วยคอนเสิร์ตจากเบนซ์ จริยา และวงพัทลุง สร้างความสนุกสนานให้กับพี่น้องชาวอำเภอฉวางเป็นอย่างมาก

คอลเลคชั่นแห่งปีการร่วมงานกันเป็นครั้งแรกระหว่าง AdRกับดีไซเนอร์ไทยระดับอินเตอร์

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/448989

คอลเลคชั่นแห่งปีการร่วมงานกันเป็นครั้งแรกระหว่าง AdRกับดีไซเนอร์ไทยระดับอินเตอร์

วันอังคาร ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 15.39 น.

หลังจากเผยโฉมส่วนหนึ่งของคอลเลคชั่นให้แฟชั่นนิสต้าไทยได้ตื่นเต้นกับคอลเลคชั่นสุดพิเศษที่สวยหรูอลังการ กับผลงานการ Collaborate ระหว่างบรรณาธิการคนดัง และแฟชั่นไอคอลระดับโลกอย่าง Anna Dello Russo ที่ฝากผลงานร่วมกับแบรนด์ดังอันดับต้นๆ ของโลกมามากมาย ครั้งนี้จับมือกับดีไซเนอร์ไทยที่มีดีกรีผลงานระดับอินเตอร์ อย่างแบรนด์AngelysBalek ซึ่งคอลเลคชั่นดังกล่าวเต็มเปี่ยมไปด้วยความหรูหราและความปราณีตแห่งการรังสรรค์ด้วยวัตถุดิบและขั้น

ตอนการผลิตด้วยช่างผู้เชี่ยวชาญของอิตาลี จึงทำให้คอลเลคชั่นAdR x AngelysBalekนั้นเป็นมากกว่าผลงานแฟชั่น แต่เป็นชิ้นงานศิลปะที่พิถีพิถัน ด้วยการตัดเย็บประดับตกแต่งด้วยกรรมวิธีแบบ handmade ทุกขั้นตอน เพื่อให้เป็นคอลเลคชั่นเสื้อ

ผ้าที่เปี่ยมไปด้วยคุณค่าสมกับที่ทุกคนรอคอย

สัมผัสความงามที่จับต้องได้แล้ว เมื่อคอลเลคชั่นแห่งปีนี้มาถึงเมืองไทย  ความพิเศษของคอลเลคชั่นนี้ คือ มีทั้งเดรสระยิบระยับอลังการ และชุดว่ายน้ำสุดหรูที่ตระการตาที่สุด  พบกันได้ตั้งแต่วันนี้ที่  Siam Discovery Center ต้องบอกเลยว่าคอลเลคชั่นlimited แบบนี้ต้องรีบก่อนที่จะพลาดโอกาส

แนวหน้าวาไรตี้ สัมภาษณ์พิเศษ : ผศ.ปวิตร มหาสารินันทน์

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/448979

news_default

แนวหน้าวาไรตี้ สัมภาษณ์พิเศษ : ผศ.ปวิตร มหาสารินันทน์

วันอังคาร ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 15.08 น.

แนวหน้าวาไรตี้ สัมภาษณ์พิเศษ : ผศ.ปวิตร มหาสารินันทน์  อดีตผู้อำนวยการหอศิลปกรุงเทพฯ

NAEWNA VARIETY วันอาทิตย์ที่ 20 ตุลาคม 2562 ทางTNN2 (TrueVision ช่อง784) เวลา 16.00-16.30 น.

Re-run 1. วันพุธ 22.00-22.30 น. 2. วันพฤหัสบดี 10.00-10.30 น. 3. วันศุกร์ 00.30-01.00 น. 4. วันศุกร์ 23.00-23.30 น. 5. วันเสาร์ 13.30-14.00 น.

‘ซีพีเอ็น’ชูความสำเร็จ ‘CPNlead3’ทรานฟอร์มผู้ประกอบการ สร้าง‘ทีมนักธุรกิจรุ่นใหม่’

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/448922

‘ซีพีเอ็น’ชูความสำเร็จ ‘CPNlead3’ทรานฟอร์มผู้ประกอบการ สร้าง‘ทีมนักธุรกิจรุ่นใหม่’

วันอังคาร ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 12.01 น.

กรุงเทพฯ –บริษัทเซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอ็น ผู้นำเบอร์หนึ่งอสังหาริมทรัพย์และศูนย์การค้าของไทย เดินหน้าสนับสนุนผู้ประกอบการไทย แถลงความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมในการสนับสนุนผู้ประกอบการรุ่นใหม่ผ่านโครงการ “CPNlead รุ่น 3”ที่ซีพีเอ็นจับมือกับ ม.ธรรมศาสตร์ พัฒนาหลักสูตรรีเทลที่เข้มข้นด้วย Knowledge & Know-how และโอกาสทำตลาดจริง ช่วยต่อยอดธุรกิจและสร้างความสำเร็จให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 3โดยเป็นคอร์สเดียวที่เน้น “เรียนจริง ทำจริง โตจริง”และกว่า50% ของผู้เรียนทั้ง 2 รุ่นที่ผ่านมา สามารถเติบโตและขยายสาขากับซีพีเอ็นได้เลยทันที ซึ่งปีนี้มีผู้ประกอบการเข้าร่วมทั้งหมดกว่า40 แบรนด์ โดยมีความหลากหลายทั้งด้านขนาดและประเภทของธุรกิจ ทั้งนี้หลักจากจบคอร์สหลายแบรนด์สามารถต่อยอดธุรกิจและพัฒนาคอนเซ็ปต์ใหม่ๆ ได้อย่างน่าสนใจ ซึ่ง 3 แบรนด์ที่มีโมเดลธุรกิจโดดเด่นที่สุด ได้แก่‘Kiss me doll’แบรนด์ผ้าพันคอฝีมือคนไทย, ‘KLANDTH’ร้านเสื้อผ้า Multi Brand แนวสตรีทจากเกาหลีและ ‘Zleep Sleep’แบรนด์เครื่องนอนที่มี Product development จากการคิดนอกกรอบ

นายปรีชา เอกคุณากูล กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหารของซีพีเอ็น เผยว่า“ซีพีเอ็น ในฐานะผู้บุกเบิกและเป็นผู้นำในธุรกิจศูนย์การค้ามากว่า 40 ปี ธุรกิจของเราเป็นการสร้างโอกาสและพัฒนาพื้นที่ธุรกิจให้กับร้านค้าปลีกและบริการต่างๆ เพื่อเป็นการนำสิ่งใหม่ๆ ไปให้กับผู้บริโภค รวมถึงการสร้างความเจริญในแต่ละพื้นที่ที่ศูนย์การค้าของเราไปตั้งอยู่ ที่ผ่านมาเราได้สนับสนุนและสร้างธุรกิจต่างๆ ให้ขยายไปกับซีพีเอ็นจนประสบความสำเร็จมาแล้วมากมาย แต่ในโลกปัจจุบันความเปลี่ยนแปลงต่างๆ เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว การทำธุรกิจจึงต้องเผชิญกับความท้าทายหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ Globalization ที่ทำให้การแข่งขันทางธุรกิจทุกวันนี้ไร้พรมแดน รวมถึงความทันสมัยของเทคโนโลยีที่ทำให้รูปแบบของการทำธุรกิจและพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปซึ่งซีพีเอ็นมองเห็นถึงสภาพการแข่งขันทางธุรกิจที่เกิดขึ้นในขณะนี้ และหลายแบรนด์ที่ทำธุรกิจอยู่กับเราก็มีความเข้มแข็งผ่านการเปลี่ยนแปลงทุกอย่างไปได้ด้วยดี แต่บางแบรนด์ก็ถูก Disrupt ไปหากไม่มีการปรับตัว

ซีพีเอ็นจึงเล็งเห็นถึงความสำคัญในการสร้างหลักสูตร CPNlead ขึ้นมา โดยใช้ประสบการณ์และความพร้อมของเราเข้ามาช่วยส่งเสริมให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่พร้อมที่จะพัฒนา ฟันฝ่ากระแสการแข่งขันในปัจจุบัน และเติบโตขึ้นมาได้เช่นเดียวกับที่เราเคยทำมาตลอด คอร์ส CPNlead นี้ จึงไม่ได้เป็นแค่การเรียนรู้ทั่วๆ ไปที่หาได้จากคลาสเรียนต่างๆ แต่เป็นการนำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการทำธุรกิจที่เรามีอยู่มาถ่ายทอด เพื่อให้ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมสามารถนำความรู้ที่ได้ไปปรับใช้จริง ทำจริง และพัฒนาธุรกิจของตนให้เดินหน้าไปได้อย่างมั่นคงและชัดเจน และหวังว่าผู้ประกอบการ จะได้รับทั้งความรู้ ทักษะ และประสบการณ์เหมือนกับได้เรียนหลักสูตรลัดในการทำธุรกิจค้าปลีก และมีโอกาสได้ทำความรู้จัก ร่วมมือกับนักธุรกิจด้วยกัน รวมถึงกับผู้บริหารซีพีเอ็น เพื่อสร้างความเข้มแข็งและขยายธุรกิจไปได้อย่างรวดเร็ว

โดยหลังจบหลักสูตร ซีพีเอ็นยังมีโปรแกรมที่รองรับให้เกิดความพร้อม และเกิดความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้ธุรกิจที่เราสนับสนุนประสบความสำเร็จ และอาจมีโอกาสได้ร่วมมือเป็นทีมผู้ประกอบการรุ่นใหม่ของคนไทย สร้างความสำเร็จไปข้างหน้าร่วมกัน และจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติต่อไปสำหรับผู้ประกอบการในรุ่นที่ 3 นั้น ทุกคนล้วนมีศักยภาพที่โดดเด่น จากเดิมที่ต่างคนต่างมายังไม่คุ้นเคยกัน แต่หลังจากได้ร่วมหลักสูตร ก็เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ความคิดเห็น โดยหลายแบรนด์สามารถสร้างความสำเร็จให้กับธุรกิจของตัวเองได้ทันที เกิด Product Innovation กลยุทธ์การตลาดใหม่ๆ หรือแม้กระทั่งค้นพบพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจที่หลักสูตรนี้ ซึ่งเราตั้งใจจะขยายเครือข่ายของผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพเหล่านี้ให้เติบโตมากขึ้นในอนาคต

นอกจากนี้ ซีพีเอ็นยังมีแนวทางในการสนับสนุนธุรกิจในท้องถิ่นและ SMEs อีกหลายรูปแบบ อาทิเช่น Startup Market ซึ่งเป็นโครงการที่เปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการได้เข้ามาทดลองทำธุรกิจจริง รวมถึงร่วมพัฒนาให้เป็นธุรกิจที่อยู่ในศูนย์การค้าของเราอย่างถาวรต่อไป โดยได้ดำเนินการใน 25 สาขาของซีพีเอ็น และผู้ประกอบการกว่าครึ่งจากจำนวนทั้งหมด 66 รายได้กลายเป็นผู้เช่าถาวรของเรา และ Startup Festival ที่เป็นการมอบโอกาสให้ธุรกิจในท้องถิ่นต่างๆ ได้นำสินค้าของตนเองมาทดลองตลาด จำหน่ายข้ามภูมิภาคทั่วประเทศ ซึ่งเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าวิสัยทัศน์ในการสนับสนุนผู้ประกอบการและธุรกิจในทุกระดับของซีพีเอ็น จะช่วยส่งเสริมให้ผู้ประกอบการได้ใช้ศักยภาพตนเอง ได้ค้นพบไอเดีย และแรงบันดาลใจใหม่ๆ ที่จะสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่ง และเติบโตเป็นธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ เพื่อช่วยผลักดันเศรษฐกิจของประเทศให้แข็งแกร่งอย่างยั่งยืนต่อไป”

ผศ. ปิติพีร์ รวมเมฆ อาจารย์ประจำภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ม. ธรรมศาสตร์ ผู้อำนวยการหลักสูตร CPNleadกล่าวว่า “คอร์ส CPNlead มีจุดประสงค์หลักคือปั้นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ของไทยที่มีศักยภาพในการเติบโตผ่านเครื่องมือ Retail Success Formula ที่เราพัฒนาให้โครงการนี้โดยเฉพาะ เพื่อให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ วางแผนธุรกิจแบบเป็นระบบและมีความเป็นมืออาชีพ ผู้ประกอบการหลายคนมีไอเดียและ Passion แต่การลุยทำธุรกิจและคิดคนเดียวอาจทำให้มองภาพได้ไม่ครบรอบด้าน ซึ่งคอร์ส CPNlead ช่วยเปิดมุมมองการทำธุรกิจให้กว้างขึ้น อีกทั้งเรายังผลักดันให้ผู้ประกอบการมองไปถึงความเติบโตของธุรกิจในระยะยาวด้วย สำหรับในปีที่ 3 เน้นให้ผู้เรียนCollaborate กับเพื่อนๆ เพื่อช่วยกันคิดค้นโปรดักส์ใหม่ มีการทำ Co-Marketing หรือ Co-Brandingซึ่งการที่ทุกคนได้ลงมือทำจริงๆ บนพื้นที่จริงและตลาดจริงไม่ใช่ห้องทดลอง ผ่านPop-Up Store ในรูปแบบครีเอทีฟมาร์เก็ต ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ประสบความสำเร็จอย่างมาก ช่วยลดขั้นตอนการลองผิดลองถูกคนเดียว ซึ่งหลายคนสามารถสร้างโปรดักท์ใหม่และค้นพบพาร์ทเนอร์ธุรกิจจากหลักสูตรนี้นำไปต่อยอดได้จริงเป็นเหมือนFast track ในการเรียนรู้ ดังนั้นจะเห็นได้เลยว่าหลังจากจบคอร์สที่ผ่านมาในหลายๆเคสนักเรียนสามารถเปิดร้านใหม่หรือขยายธุรกิจได้เลยทันที”

ดร. ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาดของซีพีเอ็น กล่าวเพิ่มเติมว่า“ซีพีเอ็นเป็นรายแรกในวงการค้าปลีกที่ริเริ่มพัฒนาหลักสูตรอบรมผู้ประกอบการ SMEs ไทยอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งคอร์ส CPNlead แตกต่างด้วยโมเดลความสำเร็จ“เรียนจริง ทำจริง โตจริง” โดยเข้มข้นทั้งความรู้ know-how และ case study ใหม่ๆ และที่สำคัญคือการได้ “ลงมือปฏิบัติจริง” ทั้งการทำ Workshop และทดลองทำตลาดจริงกับลูกค้าจริงในงาน YOUNIQUE Market ซึ่งในปีนี้จัดขึ้นบนพื้นที่ที่ถือว่าเป็น Strategic Prime Location ของซีพีเอ็นทั้ง 2 แห่ง คือ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ และศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์ โดยเราเน้นการกระตุ้นให้ Young SMEs ได้คิดนอกกรอบ ด้วยโจทย์การเรียนที่เน้นการ Break-through potential และเปิดโอกาสให้แต่ละแบรนด์กล้าที่จะ Collab สินค้าและบริการทั้งแบบระหว่างแบรนด์ และข้าม Category จนทำให้เกิดเป็นไอเดียทั้ง Innovationใหม่ๆ, Product development และBrand concept ใหม่ๆ ที่เกิด Story Telling ให้มีจุดเด่นและน่าดึงดูดสำหรับผู้บริโภคในปัจจุบันที่มีไลฟ์สไตล์ที่เปิดกว้างและลงลึกมากขึ้น และด้วยความเข้มข้นของหลักสูตรนี้เองที่ทำให้โดย CPNlead เป็นหลักสูตรที่นักธุรกิจที่มาเรียน 100% อยากแนะนำให้เพื่อนผู้ประกอบการมาเรียน

ซึ่งนักธุรกิจในรุ่นนี้มีคอนเซ็ปต์ที่ดีมาก เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีความคิดสร้างสรรค์และมี Passion ในการทำธุรกิจ ทางซีพีเอ็นต้องการที่จะช่วยสานฝันให้คนรุ่นใหม่ได้ต่อยอดธุรกิจ จึงได้ร่วมกับคณะกรรมการดูแลหลักสูตรคัดเลือกแบรนด์ที่มีพัฒนาการและสามารถคิดค้น Business Model ได้โดดเด่นที่สุดใน 3 อันดับ ได้แก่

  1. ชนะเลิศอันดับ 1:คุณพสิษฐ์ รัตน์จารุพงศ์ จากแบรนด์ Kiss me dollธุรกิจแบรนด์ผ้าพันคอสไตล์น่ารักฝีมือคนไทยที่มีเอกลักษณ์จากลายผ้าปริ้นท์สีหวาน พาสเทล ที่สามารถปรับแนวคิดจนกระทั่งได้ Product development ใหม่ที่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าใหม่ที่กว้างขึ้นภายใต้ชื่อ Kiss me pls. ที่มีคอนเซ็ปต์แตกต่างไปจากรูปแบบเดิมด้วยลายผ้าที่เรียบเก๋ และโทนสีที่หลากหลายได้รับเสียงตอบรับอย่างดีตั้งแต่ในงานYOUNIQUE Market และยังสามารถต่อยอดไลน์สินค้าใหม่ที่เติมเต็มความต้องการของกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้หญิงด้วยลิปสติกในแพ็คเกจสุดน่ารักภายใต้แบรนด์เดียวกัน
  2. ชนะเลิศอันดับ 2:คุณทวีสิทธิ์ กาญจนวงศ์ไพศาล จากแบรนด์ KLANDTH ร้านเสื้อผ้ามัลติแบรนด์แนวสตรีทแฟชั่นที่รวมแบรนด์ดังส่งตรงจากเกาหลีโดดเด่นด้วยStrategy ในการใช้Dataวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายจนสามารถเข้าใจ และเข้าถึงกลุ่มลูกค้าของแบรนด์ได้ชัดเจนและตีโจทย์ความต้องการได้ชัดขึ้น และเกิดไอเดียใหม่ในการทำธุรกิจคือ K Story สร้าง EngagementและExperience กับลูกค้าจากแพลตฟอร์มOnline และ Offline และการทำสินค้า Limited edition จากการCollab กับแบรนด์ดังจากเกาหลี
  3. ชนะเลิศอันดับ 3:คุณจารุวรรณ แซ่เตี๋ย จากแบรนด์ “ZleepSleep”แบรนด์ผลิตภัณฑ์เครื่องนอนที่มีความชำนาญในการสรรหาเนื้อผ้าคุณภาพพรีเมี่ยมมาตัดเย็บด้วยความพิถีพิถันได้ไอเดียขยายไลน์สินค้าใหม่ และคอนเซ็ปต์ใหม่ภายใต้ชื่อแบรนด์ “BeeX” ค้นพบจุดแข็งของตัวเองที่มีความเชี่ยวชาญและมีความรู้ด้านการเลือกเนื้อผ้ามาผลิตเป็นชุดนอนที่สวมใส่สบายออกแบบแนว Life wear สามารถสวมใส่ได้หลายโอกาส และยังได้ไอเดียใหม่ที่ช่วยเพิ่มโอกาสและช่องทางการทำธุรกิจด้วยการ Collab กับแบรนด์อื่นๆ และกับ Influencer”

มอบโล่ประกาศเกียรติคุณ 256 คนดี องค์กรผู้เสียสละเพื่อสังคม ประจำปี 2562

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/448919

มอบโล่ประกาศเกียรติคุณ 256 คนดี องค์กรผู้เสียสละเพื่อสังคม ประจำปี 2562

วันอังคาร ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 11.53 น.

22 ตุลาคม 2562 พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ โปรดให้ หม่อมหลวงสราลี กิติยากร เป็นผู้แทนพระองค์ มอบโล่ประกาศเกียรติคุณอาสาสมัครดีเด่นและองค์การที่มีกิจกรรมทางสังคมดีเด่นแห่งชาติ เนื่องในวันสังคมสงเคราะห์แห่งชาติและวันอาสาสมัครไทย ประจำปี 2562 จำนวนทั้งสิ้น 256 ราย

โดยมีนายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พลเอกสิงหา เสาวภาพ ประธานสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมด้วยผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และผู้เกี่ยวข้องให้การต้อนรับผู้แทนพระองค์ ฯ ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร

โดยวันที่ 21 ตุลาคมของทุกปี ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี รัฐบาลกำหนดให้เป็นวันสังคมสงเคราะห์แห่งชาติและวันอาสาสมัครไทย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  และสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ร่วมกันจัดงานวันสังคมสงเคราะห์แห่งชาติและวันอาสาสมัครไทยเป็นประจำทุกปี นับตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2528 เป็นต้นมา

เพื่อรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนี เผยแพร่พระเกียรติคุณ และพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ในงานด้านการจัดสวัสดิการสังคม สังคมสงเคราะห์ และการพัฒนาสังคม ตลอดจนเพื่อเป็นการประกาศเกียรติคุณและเป็นแบบอย่างแก่อาสาสมัครและองค์การที่มีกิจกรรมทางสังคม

นับเป็นปีที่ 27 ของการจัดงานวันสังคมสงเคราะห์แห่งชาติและวันอาสาสมัครไทย ประจำปี 2562 หากนับตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2544 จนถึงปัจจุบัน มีอาสาสมัครดีเด่นและองค์กรที่ได้รับรางวัลรวมทั้งสิ้น 3,838 ราย ประกอบด้วย อาสาสมัครดีเด่น 3,624 คน และองค์การที่มีกิจกรรมทางสังคมดีเด่น 214 องค์การ

การจัดกิจกรรมในปีนี้ ประกอบไปด้วย ช่วงเช้า  เวทีสมัชชาสวัสดิการสังคมแห่งชาติ หัวข้อ “ทิศทางการขับเคลื่อน Productive Welfare เพื่อการพัฒนาและพึ่งตนเองอย่างยั่งยืน” ผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย ศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า นายพงศ์นคร โภชากรณ์ ผู้อำนวยการส่วนการวิเคราะห์เศรษฐกิจมหภาค นางสาวปุญณภัทร ฟอสเตอร์ รองผู้จัดการวิสาหกิจสุขภาพชุมชน นางสาวชุติมา พัฒนพงศ์ นักวิชาการอิสระ และนางสาวธิดาพร เสาวนะ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมแห่งชาติ

ช่วงบ่าย พิธีประทานโล่เกียรติคุณแก่อาสาสมัครดีเด่นและองค์การที่มีกิจกรรมทางสังคมดีเด่น จำนวนทั้งสิ้น    256 ราย ได้แก่ 1. อาสาสมัครดีเด่น 241 คน เช่น นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา วิทยากรให้ความรู้แก่นักศึกษาในสถาบันต่างๆ ถ่ายทอดเอกลักษณ์วิถีชีวิตความเป็นอยู่วัฒนธรรมอันดีงามของประเทศไทย โดยใช้เทคนิคการจัดสวนสื่อความหมายสู่สายตาชาวโลก

ว่าที่ร้อยตรี นิกร สังขศิริ ศาสนพิธีกรถวายงานในโอกาสพระราชพิธีสำคัญ วิทยากรบรรยายเกี่ยวกับสถาบันหลักของชาติ ประวัติศาสตร์ชาติไทย พระราชปณิธานเกี่ยวกับจิตอาสา และกู้ฟื้นคืนชีพเบื้องต้น (CPR & AED)  2. องค์การที่มีกิจกรรมทางสังคมดีเด่น จำนวน 15 องค์กร เช่น มูลนิธิ เอช เอช เอ็น เพื่อเด็กไทยช่วยเหลือและสนับสนุนเด็กกำพร้า เด็กเร่ร่อน และผู้ด้อยโอกาส ผ่านกระบวนการงานสังคมสงเคราะห์ รวมไปถึงการต่อต้านการค้ามนุษย์โดยไม่เลือกปฏิบัติ

บริษัท ควอลิตี้คอนสตรัคชั่นโปรดัคส์ จำกัด (มหาชน) ในเครือซีเมนต์ไทย เน้นเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคม สนับสนุนให้พนักงานทุกคนมีส่วนร่วมช่วยเหลือสังคม ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การปรับปรุงซ่อมแซมอาคาร ห้องน้ำ ปรับภูมิทัศน์ โดยใช้วัสดุของบริษัท ฯ บริจาคอุปกรณ์การเรียนการสอนให้กับสถานศึกษาและศาสถาน

จากนั้นผู้แทนพระองค์เยี่ยมชมนิทรรศการเทิดพระเกียรติสมเด็จนครินทราบรมราชชนนี นิทรรศการอาสาสมัครดีเด่นและองค์การที่มีกิจกรรมทางสังคมดีเด่น บูธนิทรรศการขององค์การสวัสดิการสังคมและหน่วยงานต่าง ๆ เช่น สังคมสงเคราะห์ปันสุข สู่สุขภาวะ ก้าวสู่ 1 ศตวรรษ อาสายุวกาชาดพึ่งพาได้ ศูนย์เรียนรู้วิถีราษฎรบนพื้นที่สูง เป็นต้น

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ขอแสดงความยินดีและยกย่องเชิดชูเกียรติอาสาสมัครดีเด่น และองค์การที่มีกิจกรรมทางสังคมดีเด่นแห่งชาติ หวังว่าการประชุมสมัชชาสวัสดิการสังคมแห่งชาติในประเด็น “ทิศทางการขับเคลื่อน Productive Welfare เพื่อการพัฒนาและพึ่งตนเองอย่างยั่งยืน”

จะเป็นแนวทางและข้อเสนอเชิงนโยบายด้านการพัฒนาสังคม  ที่จะส่งผลให้ประชาชนและผู้ที่ประสบปัญหาทางสังคมได้รับการดูแลและได้รับบริการทางสังคมที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุข ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรมและร่วมมือร่วมใจพัฒนาสังคมไทยอย่างยั่งยืน

สองแบรนด์ดังฝรั่งเศส ELLE-ELLE HOMME โชว์คอลเลคชั่นล่าสุดที่เมญ่าไลฟ์สไตล์ เชียงใหม่

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/448761

สองแบรนด์ดังฝรั่งเศส ELLE-ELLE HOMME โชว์คอลเลคชั่นล่าสุดที่เมญ่าไลฟ์สไตล์ เชียงใหม่

วันอังคาร ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

สองแบรนด์ดังจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ELLE (แอล) และ ELLE HOMME (แอลฮอม) จับมือกันเปิดตัวคอลเลคชั่น สำหรับฤดูกาล Fall (ใบไม้ร่วง)-Winter (หนาว) 2019 ด้วยการจัดงาน “ELLE Paris Atelier” (แอล ปารีสอะเทริเย่ร์)” กลางเมืองเชียงใหม่ ที่ชั้น Gศูนย์การค้า เมญ่า ไลฟ์สไตล์ ช็อปปิ้ง เซ็นเตอร์เมื่อวันเสาร์ที่ 12 ตุลาคม 2562

งาน“ELLE Paris Atelier”(แอล ปารีส อะเทริเย่ร์) ถือเป็นการแสดงแฟชั่นโชว์ครั้งสำคัญที่บริษัทไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) จัดขึ้นเพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าของศูนย์การค้า เมญ่า ไลฟ์สไตล์ ช็อปปิ้ง เซ็นเตอร์ ทั้งในจังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดใกล้เคียง โดยได้รับเกียรติจาก กนกพร พรรณเทวีรองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงใหม่ และภริยารองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ให้เกียรติมาเป็นประธานในงาน ร่วมกับผู้บริหาร บริษัท ไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) รมิดา รัสเซลล์ มณีเสถียรกรรมการบริหาร และผู้อำนวยการฝ่ายบูติคสตรี และ ศรายุทธ ทองร่มโพธิ์ ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไป ศูนย์การค้า เมญ่า ไลฟ์สไตล์ช็อปปิ้ง เซ็นเตอร์ จังหวัดเชียงใหม่

สำหรับ คอลเลคชั่นล่าสุด ฤดูกาล Fall (ใบไม้ร่วง) และ Winter (หนาว) ของสองแบรนด์ดังจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ELLE (แอล) และ ELLE HOMME (แอลฮอม) ในปี 2019 นี้ ส่วนใหญ่ยังเน้นเสื้อผ้าในแบบสไตล์ลำลอง มากกว่าเสื้อผ้าในรูปแบบหรูหรา อลังการ เหมือนกับคอลเลคชั่นที่ผ่านมา แต่ยังคงเอกลักษณ์การตัดเย็บที่เน้นความเนี้ยบ หรูหราและความเป็นผู้นำด้านแฟชั่นโลกมาอย่างยาวนานกว่า 70 ปี โดยนำเอาลายริ้วเข้ามาสร้างรูปแบบและลูกเล่นให้กับเสื้อผ้าในคอลเลคชั่นนี้เป็นหลัก เพื่อให้เข้ากับเนื้อผ้ามันวาว ซึ่งเป็นคอนเซ็ปต์ที่ดีไซเนอร์ชาวฝรั่งเศสออกแบบมาสำหรับคอลเลคชั่นนี้โดยเฉพาะที่สำคัญยังมีส่วนผสมของเส้นใยผ้าวูลล์ในเนื้อผ้า เพื่อเป็นการสร้างความอบอุ่นให้กับผู้สวมใส่ในช่วงฤดูหนาวนี้อีกด้วย อีกทั้งยังนำเอาสีของธงชาติฝรั่งเศสประกอบด้วย แดง, ขาว, น้ำเงิน หรือ ThreeColour เข้ามาสร้างลูกเล่นให้เสื้อผ้าในคอลเลคชั่นนี้มีความยั่วยวนน่าสนใจมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังได้นำเอาผ้ายีนส์เข้ามาสร้างจุดเด่นหรือเอกลักษณ์ให้เสื้อผ้า ELLE (แอล) และ ELLE HOMME (แอลฮอม)ในปี 2019 ดูโดดเด่นแตกต่างจากคอลเลคชั่นที่ผ่านๆ มาอีกด้วย

งาน “ELLE Paris Atelier”(แอล ปารีส อะเทริเย่ร์) จัดให้มีขึ้นระหว่างวันที่12-27 ตุลาคม 2562 ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น G ศูนย์การค้า เมญ่า ไลฟ์สไตล์ ช็อปปิ้งเซ็นเตอร์ จังหวัดเชียงใหม่ ทั้งนี้ในงานจัดให้มีกิจกรรมต่างๆ มากมาย อาทิ การแสดงนิทรรศการแฟชั่นเสื้อผ้า คอลเลคชั่นล่าสุด ฤดูกาล Fall (ใบไม้ร่วง) และ Winter (หนาว) ของสองแบรนด์ดังจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ELLE (แอล) และ ELLE HOMME (แอลฮอม), การจำหน่ายสินค้าคอลเลคชั่นล่าสุด และคอลเลคชั่นที่ผ่านมา ในราคาลดพิเศษ

‘ชูชัย’จัดแฟชั่นโชว์เครื่องเพชรสุดอลังการ พร้อมเปิดประมูลของล้ำค่าเพื่อการกุศล

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/448813

‘ชูชัย’จัดแฟชั่นโชว์เครื่องเพชรสุดอลังการ พร้อมเปิดประมูลของล้ำค่าเพื่อการกุศล

วันอังคาร ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ยืนหนึ่งตลอดกาล สำหรับเจ้าแม่เพชรพันล้าน ชูชัย ชัยฤทธิเลิศ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เจมพีช กรุ๊ป ล่าสุดจับมือ ศูนย์การค้าดิเอ็มโพเรียม จัดงานแฟชั่นโชว์เครื่องเพชรสุดอลังการ ภายใต้ธีมนักรบแห่งตำนาน “Gem of Thrones” ภายในงานจัดให้มีการประมูลของล้ำค่ามากมาย อาทิ ชุดเครื่องเพชร และของสะสมหายาก โดยรายได้ส่วนหนึ่ง นำไปมอบให้กับมูลนิธิโรงพยาบาลเด็กและมูลนิธิโรงพยาบาลสงฆ์ซึ่งผู้ที่ประมูลยอดสูงสุดงานนี้ ได้แก่ ดร.ผ่องพรรณไพพรรณรัตน์ บิ๊กบอสผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่ประมูลเครื่องเพชรไปในราคา 12 ล้านบาท งานจัดขึ้น ณ ลานจัดกิจกรรม ชั้น M ศูนย์การค้าดิเอ็มโพเรียม

งานจัดขึ้น ณ ลานจัดกิจกรรม ชั้น Mศูนย์การค้าดิเอ็มโพเรียม ไฮไลท์อยู่ที่พระเอกและนางเอกเบอร์หนึ่งของวงการ เวียร์-ศุกลวัฒน์ คณารศและ แอน ทองประสม มาร่วมเดินแฟชั่นโชว์เครื่องเพชรสุดหรูหราตระการตากับชุดเจ้าชายและเจ้าหญิงแห่งตำนาน ร่วมด้วยเนตไอดอลมากมาย อาทิ โยชิรินลดา, โม-จิรัชยา ศิริมงคลนาวิน มิสทิฟฟานี่ยูนิเวิร์ส 2016, แคนดี้ กุลชญา ตันศิริ the face 2019, อนิสา นูกราฮา นักแสดง และ นัท นิสามนีเลิศวรพงศ์ Miss Mimosa Queen Thailand 2013 รวมถึงเซเลบริตี้ชื่อดังอย่าง ณิชชา ชินวัตร, ดร.อารียา อัศวานันท์, อสิตา วิมลไชยจิต และจิดาภา จิตต์ชูสิน โดยมีพิธีกรมากฝีมืออย่าง ธีรศักดิ์พันธุจริยา และ สุทธิดา เกษมสันต์ ณ อยุธยา

ภายในงานยังมีไฮไลท์สุดพิเศษ กับการเปิดตัวรายการวาไรตี้ตามติดชีวิตบนกองเพชรของ ชูชัย ชัยฤทธิเลิศ มาดูกันว่าไฮโซระดับพันล้านใช้ชีวิตกันอย่างไร จะเว่อร์วังอลังการขนาดไหน ร่วมติดตามได้ในรายการ “Chuchai Hi Show” ออกอากาศทางช่องยูทูบ ชูชัย Hi Show เร็วๆ นี้

วปรอ.4010 ‘ราตรีลีลาศการกุศล’ รายได้มอบให้โรงเรียนบ้านเด็กรามอินทรา

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/448754

วปรอ.4010 ‘ราตรีลีลาศการกุศล’ รายได้มอบให้โรงเรียนบ้านเด็กรามอินทรา

วันอังคาร ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

พล.อ.อ.ธเรศ ปุณศรี ประธานชมรมนักศึกษา วปรอ.4010 พร้อมด้วย พันธ์ทิพย์ สุรทิณฑ์ ประธานจัดงาน และสมาชิก ศิริกุล ธนสารศิลป์, รศ.นรีวรรณ จินตกานนท์, ดร.นุชนาถ วสุรัตน์, พล.อ.อ.วีรวิท คงศักดิ์ และดร.คุณหญิงกษมา วรวรรณฯ

เป็นความผูกพันที่แน่นแฟ้นเสมอมาของนักศึกษาหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 40 และหลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรภาครัฐร่วมเอกชน รุ่นที่ 10 ที่ทุกปีจะต้องจัดงานสังสรรค์ โดยเมื่อปีที่แล้วจัดงานสังสรรค์ เริงรื่น ชื่นไมตรี 21 ปี วปรอ.4010 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ใต้แสงดาว พราวแสงเดือน” ที่สวนสนประดิพัทธ์ มาถึงปี 2562 วปรอ.4010 จัดงาน “ราตรีลีลาศการกุศล” เพื่อนำเงินรายได้ส่วนหนึ่งมอบให้กับโรงเรียนบ้านเด็กรามอินทรา (บ้านเด็กตาบอดผู้พิการซ้ำซ้อน) ซึ่งเป็นหน่วยงานของมูลนิธิธรรมิกชนเพื่อคนตาบอดในประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อนำไปใช้ในการสร้างโอกาสทางการศึกษาและสร้างอาชีพให้เด็กสามารถช่วยเหลือตัวเอง เพื่อดำรงชีวิตอยู่ในสังคมปัจจุบันได้อย่างมีคุณภาพ

งานนี้มี พล.อ.อ.ธเรศ ปุณศรี ประธานชมรมนักศึกษา วปรอ.4010 เป็นประธานเปิดงาน และ พันธ์ทิพย์ สุรทิณฑ์ เป็นประธานจัดงาน ณ ห้องแอทธินีคริสตัล ฮอลล์ โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อกฯ เมื่อค่ำวันที่ 11 ตุลาคมที่ผ่านมา ท่ามกลางบรรยากาศภายในงานคับคั่งไปด้วยคณะนักศึกษา วปรอ.4010มากันอบอุ่นและกันเองแล้ว งานนี้ยังมีแขกผู้มีเกียรติที่มีจิตเป็นกุศลมาร่วมงานพร้อมร่วมลีลาศเพื่อความสุข และความสนุกสนานแบบนอนสต๊อปอีกด้วย ก่อนจะจบลงด้วยภาพ

สุดยอดเทศกาลอาหารและท่องเที่ยวญี่ปุ่น

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/448759

สุดยอดเทศกาลอาหารและท่องเที่ยวญี่ปุ่น

วันอังคาร ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

สุโก้ย เจแปน ร่วมกับ เดอะมอลล์ ช้อปปิ้ง เซ็นเตอร์ จัดงาน “SUGOI JAPAN xTHE MALL present JAPAN FOOD ONE 2019” ครั้งแรกของสุโก้ย เจแปน กับสุดยอดเทศกาลอาหารและท่องเที่ยวญี่ปุ่น อิ่มอร่อยกับอาหารชื่อดังส่งตรงจากญี่ปุ่น ร่วมชมโชว์ครั้งแรกของเมืองไทย “WAGYU SHOW” สาธิต การย่างเนื้อวากิว และกิจกรรมให้ร่วมสนุกอีกมากมาย การันตีความครบเครื่องเรื่องญี่ปุ่นโดย ฮิโระ ซาโนะ พิธีกรรายการสุโก้ย เจแปน แนะนำการท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น และใช้ชีวิต อยู่เมืองไทยมานานกว่า 19 ปี สำหรับพิธีเปิดงานจะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 25 ตุลาคม 2562 เวลา 15.00 น.ที่แกรนด์ฮอลล์ ชั้นจี เดอะมอลล์ บางกะปิ พบกับดาราสาว โฟกัส จีระกุล มาร่วมสร้างสีสัน งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25-27 ตุลาคม 2562 ที่แกรนด์ฮอลล์ ชั้น จี เดอะมอลล์ บางกะปิ

ภายในงานรวบรวมความที่สุดของญี่ปุ่น ลิ้มรสความอร่อยในแบบฉบับต้นตำรับส่งตรงจากญี่ปุ่น เมนูไฮไลท์ พบกับ เมนูปลาบุริปลาเนื้อขาว เนื้อแน่น หาทานได้ยากในเมืองไทยแต่เป็นปลาที่คนญี่ปุ่นให้ความนิยม มีกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ จากคะโงะชิมะ ซึ่งนำมาจำหน่ายครั้งแรกในประเทศไทยที่งานนี้,เท็นมุสุ ข้าวปั้นไส้เทมปุระกุ้ง กรอบนอกนุ่มใน ราดด้วยซอสวาซาบิ เมนูชื่อดังจากนาโกย่า, ฮัมเบิร์กวากิวบอมบ์ ใช้เนื้อวากิวระดับ A5นุ่มละลายในปากจนได้รับฉายาว่าเป็น “ฮัมเบิร์กดื่มได้”, โอมิวากิวสเต๊ก ใช้เนื้อวัวโอมิ 1 ใน 3วากิวขึ้นชื่อของญี่ปุ่น, เมนูลิ้นวัวย่างเซนได เป็นอาหารดั้งเดิม ขึ้นชื่อของเมืองเซนได,ไอศกรีมซอฟท์เสิร์ฟชาเขียว มัทฉะ ทำจากใบชาเขียวญี่ปุ่นบดชั้นดี และอีกหลากหลายร้านค้าชื่อดัง พร้อมร่วมสัมผัส ครั้งแรกของเมืองไทยกับ “WAGYU SHOW” ชมโชว์การย่างเนื้อวากิวโดย มร.มาซูโอะ ชิบะผู้ก่อตั้งโรงเรียนเนื้อวัวแห่งแรกของญี่ปุ่น,โชว์แล่ปลามากุโร่ ด้วยดาบซามูไร จากมาสเตอร์ชั้นแนวหน้า มร.โยชิโนริ อิซูมิ เจ้าของฉายา “ราชามากุโร่” และชมสาธิตการทำเจลาโต้ โดย มร.ไทโซ ชิบาโนะ คนแรกของเอเชียที่ได้รางวัล “แชมเปี้ยนเจลาโต้ระดับโลก”

พร้อมเปิดประสบการณ์การท่องเที่ยว“ภูมิภาคโทโฮคุ” ที่สุดแห่งสีสันและวัฒนธรรมดั้งเดิม กับบูธแนะนำการท่องเที่ยวและแพ็กเกจทัวร์ราคาพิเศษ, บัตรโดยสาร JR Pass โดย JR-EAST บริษัทรถไฟยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังมีหลากหลายกิจกรรมให้ร่วมสนุก รวมถึงกิจกรรมในวันอาทิตย์ที่ 27 ตุลาคม 2562 เวลา 15.00 น. พูดคุยและแชร์ประสบการณ์การท่องเที่ยวญี่ปุ่นกับหนุ่ม รุจ-ศุภรุจ เตชะตานนท์ ณ แกรนด์ฮอลล์ ชั้น จี เดอะมอลล์ บางกะปิ

สัมผัสความเป็นสุโก้ ยเจแปน ได้ระหว่างวันที่ 25-27 ตุลาคม 2562 ที่แกรนด์ฮอลล์ ชั้น จี เดอะมอลล์ บางกะปิ