เวิร์คช้อป ‘ปลุกพลังคิด(ส์) เนรมิตไอเดียกระหึ่มโลก’ เสริมทักษะและความคิดสร้างสรรค์ 30 นวัตกรตัวจิ๋ว

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/448189

เวิร์คช้อป ‘ปลุกพลังคิด(ส์) เนรมิตไอเดียกระหึ่มโลก’ เสริมทักษะและความคิดสร้างสรรค์ 30 นวัตกรตัวจิ๋ว

วันเสาร์ ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด จัดกิจกรรมเวิร์คช้อป “Super Idea…Super Camp: ปลุกพลังคิด(ส์)เนรมิตไอเดียกระหึ่มโลก” มุ่งหวังเสริมสร้างทักษะและปลุกพลังความคิดสร้างสรรค์ให้เยาวชนเจ้าของผลงานสิ่งประดิษฐ์ในโครงการ “ฮอนด้า ซูเปอร์ ไอเดีย คอนเทสต์ 2019” ที่ผ่านการคัดเลือกจำนวน 30 คน ผ่านหลากหลายกิจกรรมในรูปแบบค่ายเยาวชน ณ บ้านนาครูธานี จังหวัดปทุมธานี ก่อนลุ้นเข้าสู่รอบสุดท้ายนำเสนอผลงานต่อหน้าคณะกรรมการของโครงการฯ เพื่อชิงโล่พระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมด้วยทุนการศึกษา และโอกาสในการเดินทางไปแลกเปลี่ยนประสบการณ์ วัฒนธรรม และความคิดสร้างสรรค์กับเยาวชนชาวญี่ปุ่น ณ ประเทศญี่ปุ่น ในเดือนมีนาคม 2563

นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารปฏิบัติการบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ฮอนด้าได้จัดโครงการ “ฮอนด้า ซูเปอร์ ไอเดีย คอนเทสต์” เป็นเวทีให้เยาวชนไทยได้มีโอกาสแสดงออกซึ่งความคิดสร้างสรรค์และเป็นแรงบันดาลใจในการมุ่งมั่นทำตามความฝันของตนเอง เพราะเราเชื่ออยู่เสมอว่า หากจินตนาการของเยาวชนได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนจะก่อให้เกิดพลังสร้างสรรค์ไม่รู้จบ สำหรับปีนี้ครบรอบปีที่ 15ของโครงการ มีน้องๆ จากทั่วประเทศร่วมส่งผลงานสิ่งประดิษฐ์ทั้งหมด 26,909 ผลงาน โดยได้คัดเลือกให้เหลือเพียง 30 ผลงานโดยเยาวชนเจ้าของผลงานจะได้เข้าร่วมค่ายเวิร์คช้อปเพื่อเรียนรู้ทักษะต่างๆ จากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งสามารถต่อยอดนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ รวมถึงมีรุ่นพี่ในโครงการฯ มาร่วมแชร์ประสบการณ์และสร้างแรงบันดาลใจให้กับน้องๆ และพิเศษสำหรับปีนี้ผู้ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ 15 คนสุดท้าย จะมีโอกาสสร้างสรรค์แบบจำลองผลงานสิ่งประดิษฐ์ พร้อมนำเสนอผลงานต่อคณะกรรมการ ณ ลานอีเดน ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งเป็นเวทีสาธารณะ เพื่อช่วยเสริมสร้างความมั่นใจและความกล้าแสดงออกให้แก่น้องๆ อีกด้วย

กิจกรรมเวิร์คช้อป “ปลุกพลังคิด(ส์) เนรมิตไอเดียกระหึ่มโลก”จัดขึ้น ณ บ้านนาครูธานี จังหวัดปทุมธานี ในรูปแบบค่ายเยาวชนแบ่งเป็นผู้ผ่านเข้ารอบสุดท้าย 15 คน และผู้ได้รับรางวัลชมเชยประจำภาค 15 คน จากโครงการ โดยได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญจากสาขาต่างๆ มาเป็นวิทยากร ได้แก่ ครูธานี หอมชื่น ผู้ก่อตั้งและสร้างสรรค์แหล่งการเรียนรู้วิถีชีวิตอย่างไทยชนบท “บ้านนาครูธานี”ครูอ่ำ-อนุรักษ์ สุขนันทศักดิ์ จากรายการ Art Club ครูที่มีความเชี่ยวชาญในการสอนศิลปะให้กับเยาวชน และ ทีม Mad Scienceผู้นำ ในการจัดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศประกอบด้วย กิจกรรมต่างๆ อาทิ กิจกรรม “เรื่องเล่าจากสายลม” กิจกรรม “โมเดลลึกลับ” กิจกรรม “รุ่นพี่ที่หายไป กิจกรรม “บ่อโคลน” ฯลฯ

ครูธานี หอมชื่น วิทยากรภูมิปัญญาและวิถีชาวนาไทย บ้านนาครูธานี หนึ่งในสามวิทยากรหลักของกิจกรรมเวิร์คช้อป“Super Idea…Super Camp: ปลุกพลังคิด(ส์) เนรมิตไอเดียกระหึ่มโลก”กล่าวว่า “ยินดีที่ได้ต้อนรับเด็กๆ จากโครงการปีนี้ถือเป็นปีที่สองแล้วที่ทางโครงการได้พาเด็กๆ มาร่วมสัมผัสและเรียนรู้วิถีชีวิตแบบไทยโบราณ ในครั้งนี้ นอกจากกิจกรรมที่หลากหลายแล้ว เด็กๆ ยังได้เรียนรู้ผ่านการสร้างสรรค์และประดิษฐ์ของเล่นจากภูมิปัญญาไทย ของเล่นหนึ่งชิ้นสามารถเกิดขึ้นได้โดยใช้หลักการทางคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และภูมิปัญญาชาวบ้าน สามารถช่วยพัฒนาทักษะด้านต่างๆ ของเด็กๆ ได้เป็นอย่างดี และสิ่งเหล่านี้จะช่วยจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ และนำไปต่อยอดใช้กับผลงานสิ่งประดิษฐ์ที่จะใช้ในการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศต่อไปได้”

นอกจากนี้ ยังมีรุ่นพี่จากโครงการ “ฮอนด้า ซูเปอร์ ไอเดีย คอนเทสต์” มาร่วมพูดคุยแบ่งปันประสบการณ์ดีๆ และเป็นกำลังใจให้กับน้องๆ เยาวชนที่ผ่านเข้ารอบปีนี้ เริ่มที่ นาย ฤ.กษมคามินภูมิธาดาเดช (คิดิน) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ตัวแทนรุ่นพี่จากโครงการปี 2016 กล่าวว่า “อยากให้ทุกคนโชคดี และตั้งใจฟังสิ่งที่คุณครูจากโครงการสอนไว้ให้ดี เพราะจะเป็นประโยชน์ต่อการนำไปใช้ในการประดิษฐ์สิ่งประดิษฐ์จากจินตนาการได้ ขอให้ทำให้ดีที่สุดเพราะรางวัลที่เราจะได้นอกเหนือจากการได้ไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นแล้ว ยังมีประสบการณ์ที่พิพิธภัณฑ์ของฮอนด้าอีกด้วย”

ส่วน ด.ช.สมประสงค์ บุญตวง (บอล) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ตัวแทนจากโครงการ ปี 2017 กล่าวว่า “ตื่นเต้นแทนน้องๆ ที่ได้มาร่วมกิจกรรมในวันนี้ ที่จะได้เรียนรู้ทักษะการประดิษฐ์และวิธีคิดเพื่อเอาไปใช้ในรอบตัดสิน ขอให้สนุกกับการทำสิ่งประดิษฐ์ ทำความเข้าใจกับผลงานของเราให้ดีเพื่อจะได้ตอบคำถามจากกรรมการได้อย่างถูกต้อง และถึงแม้ว่าเราจะไม่ชนะการแข่งขัน ก็อยากจะให้เก็บผลงานนี้เอาไว้ เผื่อว่าในอนาคตจะมีโอกาสได้พัฒนาให้เกิดขึ้นมาจริงๆ และขอให้พัฒนาให้เกิดประโยชน์สูงสุด”

ปิดท้ายด้วย ด.ญ.แอมมีลี่ อาแลช สต๊าป เจอาร์ (แอมมี่) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ตัวแทนจากโครงการฯ ปี 2018 ที่กล่าวทิ้งทายว่า “อยากให้เก็บเกี่ยวประสบการณ์จากค่ายในวันนี้ให้ได้มากที่สุด เพราะนอกจากจะเป็นประโยชน์ต่อตัวเราเอง ความรู้ที่ได้จะติดตัวเราไปตลอด และที่สำคัญ โครงการนี้ทำให้ได้รู้จักกับเพื่อนใหม่เยอะมากในปีนี้ ก็รู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ตามลุ้นว่าใครจะเป็นผู้ชนะ ต้องขอเอาใจช่วยทุกๆ ไอเดีย และหากน้องๆ คนไหนเจอกับปัญหาหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับสิ่งประดิษฐ์ ก็ไม่ต้องห่วง เพราะเรามีเพื่อนๆ พี่ๆ และคุณครูที่พร้อมจะช่วยเหลืออยู่เสมอ ขอให้มั่นใจในการนำเสนอผลงานของเราให้ดีที่สุด”

ทั้งนี้ น้องๆ ที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ 15 คนสุดท้าย จะได้รับทุนสนับสนุนในการสร้างสรรค์แบบจำลองผลงานสิ่งประดิษฐ์ เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการและสาธารณชนในรอบชิงชนะเลิศณ ลานอีเดน ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ในวันที่ 9 ธันวาคม2562 เพื่อชิงรางวัลโล่พระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมทุนการศึกษา 10,000 บาท จำนวน 1 รางวัล และรางวัลรองชนะเลิศอีก 5 รางวัล รวมทั้งหมด 6 รางวัล นอกจากนี้ โครงการ ยังเล็งเห็นความสำคัญของครูผู้ซึ่งเป็นที่ปรึกษาและมีส่วนร่วมในการกระตุ้น ผลักดันและสร้างสรรค์กระบวนการเรียนรู้ แนวคิด รวมทั้งส่งเสริมจินตนาการให้กับเยาวชน จึงได้มอบรางวัล “ครูผู้สร้างแรงบันดาลใจ” จำนวน 2 รางวัล โดยทั้งหมดจะได้รับโอกาสการร่วมเดินทางไปแลกเปลี่ยนประสบการณ์ วัฒนธรรม และความคิดสร้างสรรค์กับเยาวชนชาวญี่ปุ่น ณ ประเทศญี่ปุ่น ในเดือนมีนาคม 2563 ต่อไป

แก้ปัญหาข่าวลวงด้วยพละกำลังแห่งสติปัญญาของพลเมือง และสื่อมวลชนต้องยึดมั่นในผลประโยชน์สาธารณะ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/448200

แก้ปัญหาข่าวลวงด้วยพละกำลังแห่งสติปัญญาของพลเมือง และสื่อมวลชนต้องยึดมั่นในผลประโยชน์สาธารณะ

วันเสาร์ ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ข่าวลวง (fake news) คือสิ่งที่มนุษย์ที่คิดไม่ดีกับเพื่อนมนุษย์ก่อขึ้นมา ดังนั้นการแก้ปัญหานี้ จึงต้องแก้ด้วยสติปัญญาของเพื่อนมนุษย์ที่อยู่ร่วมสังคม ข่าวลวงเกิดขึ้นได้ก็จริง แต่ข่าวลวงจะไม่สามารถทำร้าย หรือทำอันตรายใดๆ ต่อสังคมที่มีสมาชิกเป็นคนที่รู้เท่าทันว่าสิ่งใดคือข้อมูลจริง และสิ่งใดคือข้อมูลเท็จดังนั้น เราต้องช่วยกันเติมสติปัญญาให้กับเพื่อนร่วมสังคมของเรา เพราะสติปัญญาเท่านั้นที่จะทำให้ข่าวลวงไม่มีอิทธิพลอีกต่อไป

แนวหน้าวาไรตี้ สัปดาห์นี้ ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย พาคุณไปสนทนากับ มาดาม เฉิน อวี้ ซิ่ว (อดีต) ประธานสถานีโทรทัศน์สาธารณะไต้หวัน (PTS)ถึงแนวทางร่วมสร้างให้พลเมืองไต้หวันมีสติปัญญารู้เท่าทันเพื่อร่วมกันขจัดข่าวลวงไม่ให้สร้างผลกระทบเชิงลบต่อสังคมไต้หวัน

l โลกยุคนี้มีปัญหาสังคม ปัญหาใหญ่อย่างหนึ่งคือ fake news ในฐานะที่มาดามเฉินเป็นผู้ที่กำหนดนโยบายของสถานีโทรทัศน์สาธารณะไต้หวัน ขอเรียนถามว่าใช้กรรมวิธีใดเพื่อให้ชาวไต้หวันรอดพ้นจากปัญหา fake news

รัฐบาลไต้หวันให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหา fake news มาโดยตลอด สิ่งหนึ่งที่สำคัญมากที่รัฐบาลทำก็คือตั้งศูนย์ตรวจสอบ fake newsแล้วพยายามให้ข้อเท็จจริงกับประชาชนในเรื่องใดๆ ก็ตาม เพื่อให้ประชาชนไม่ตกเป็นเหยื่อของ fake news ส่วนสื่อมวลชนไต้หวัน รวมถึงสถานีโทรทัศน์ที่ดิฉันดูแลก็ร่วมกันตรวจสอบข่าวทุกข่าวที่นำเสนอเพื่อป้องกันไม่ให้มีข่าวลวงใดๆ หลุดรอดออกไปจากสื่อฯ แล้วเมื่อใดก็ตามที่พบว่ามีข่าวลวงเกิดขึ้นในสังคม เราก็จะช่วยกันเตือนประชาชนด้วยการให้ข้อเท็จจริงโดยทันที และย้ำว่าข่าวลวงคืออะไร ขอให้ประชาชนอย่าเชื่อ และไม่ส่งต่อข่าวลวงเหล่านั้น แล้วที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นคือ เราต้องให้ข่าวจริงกับประชาชน และให้โอกาสประชาชนสอบถาม และแจ้งเบาะแสข่าวลวงได้ด้วย คือทั้งฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายผู้ผลิตข่าวและฝ่ายประชาชนให้ความร่วมมือกันเพื่อกำจัดข่าวลวง

l แสดงว่าไต้หวันไม่มีปัญหาเรื่อง fake news ใช่ไหมครับ

ก็ยังมีปัญหาอยู่บ้าง และปัญหานี้เป็นปัญหาใหญ่ของโลกไปแล้ว ข่าวลวง ข่าวปลอมมีอยู่ทั่วโลก ไต้หวันก็เผชิญกับปัญหานี้เช่นกัน เราต้องช่วยกันแก้ไข เริ่มต้นจากตัวของเราเองก่อน เพราะเมื่อเรารับข่าวสารใดๆ เราต้องกรอง ต้องพิจารณาให้ดีก่อนจะเชื่อ และหากเราไม่มั่นใจว่าข่าวนั้นจริงหรือไม่ ก็ต้องไม่ส่งไปให้กับคนอื่นๆ เพราะถ้าเราไม่ช่วยเผยแพร่ข่าวลวง ข่าวชนิดนี้ก็ไม่สามารถแพร่กระจายออกไปได้ ส่วนในฐานะคนทำงานด้านข่าวสารที่เราต้องให้ข่าวกับสังคมได้รับรู้ เราก็ต้องตรวจสอบข่าวทุกข่าวของเราก่อนจะออกอากาศว่าเป็นข่าวจริง สามารถตรวจสอบที่มาที่ไปของแหล่งข่าวได้ เราจะไม่นำเสนอข่าวที่มีความน่าสงสัยเป็นอันขาด ยิ่งถ้าเราไม่สามารถตรวจพิสูจน์ได้ว่าข่าวนั้นมาจากที่ใด ใครเป็นคนพูด เราจะไม่นำเสนออย่างเด็ดขาด เรามีกระบวนการตรวจสอบข่าวทุกข่าวก่อนนำเสนอ เรามั่นใจว่า PTS ไม่เผยแพร่ข่าวลวง ข่าวปลอม เพราะเรามีการตรวจสอบการทำข่าวทุกขั้นตอนเป็นอย่างดีถ้าเราไม่มั่นใจว่าข่าวที่จะนำเสนอมีความเที่ยงตรง เราจะสั่งไม่ให้ออกอากาศ เราจะตรวจจนกว่าเรามั่นใจว่าไม่มีข้อผิดพลาดใดๆ เกิดขึ้น แต่ถ้าหากข่าวที่เรานำเสนอไปแล้วเกิดข้อผิดพลาดใดๆ ขึ้นมา เราจะต้องเร่งแก้ไขทันที โดยเราจะชี้แจงให้ประชาชนทราบว่ามีข้อผิดพลาดตรงไหน แล้วเราก็จะแก้ไขจุดนั้น เพื่อให้สังคมเกิดความเข้าใจที่กระจ่างชัด

l สำหรับสังคมไทยจะมีปัญหาใหญ่ในเรื่องข่าวลวง โดยเฉพาะข่าวที่มาจาก SocialMedia เช่น จาก Lines, Facebook, และwebsite ที่จงใจทำเลียนแบบ website ของสำนักข่าวที่เป็นทางการของประเทศไทย แต่มักไม่เกิดปัญหากับการนำเสนอข่าวของสำนักข่าวหลักที่มีความเป็นสถาบันสื่อสารมวลชน ปัญหาแบบนี้มีในไต้หวันหรือไม่ครับ

มีค่ะ ในไต้หวันมีปัญหาไม่ต่างจากไทย ปัญหานี้เป็นปัญหาสากล เกิดขึ้นทั่วโลก ทั้งในประเทศพัฒนาแล้ว และด้อยพัฒนา ปัญหาไม่ค่อยต่างกัน เราจะเห็นปัญหาเช่นนี้เกิดในสหรัฐอเมริกา ในยุโรปตะวันตก แต่ผลกระทบจะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้รับข่าวสาร ปัญหาการส่งข่าวปลอมแก้ยากมากแต่ถึงจะยากแค่ไหนก็ต้องร่วมมือช่วยกันแก้ไข

l เราจะมีวิธีการอย่างไรที่จะช่วยให้ประชาชนไม่ตกเป็นเหยื่อของข่าวลวง

อันดับแรกคือ ต้องตั้งสติก่อนจะเชื่อว่าข่าวนั้นจริงหรือไม่จริง แต่ปัญหานี้ในไต้หวันก็จะไม่ต่างจากไทยคือถ้าเป็นข่าวจากสื่อมวลชนหลัก เช่น ทีวี วิทยุ หนังสือพิมพ์ที่มีความเป็นสถาบัน มีตัวตนชัดเจน ปัญหานี้จะเกิดน้อยมาก แต่ปัญหาจะเกิดจากการเสพข่าวผ่าน Social Media ผ่าน Applications ต่างๆแต่ที่น่าสนใจมากคือปัจจุบันคนทั่วไปมักจะนิยมดูข้อมูลต่างๆ จาก Social Media เขาไม่ค่อยดูทีวีไม่ค่อยฟังวิทยุ ไม่อ่านหนังสือพิมพ์ ทั้งๆ ที่ข่าวหลักๆ ของประเทศนำเสนอผ่านสื่อฯ หลัก อย่างเช่น ทีวีวิทยุ หนังสือพิมพ์ อาจจะกล่าวได้ว่าการเสพสื่อฯจากสื่อมวลชนที่ไม่มีความเป็นสถาบันนั้นเสี่ยงกับการได้รับข่าวลวง เพราะสื่อมวลชนหลักนั้นจะมีกระบวนการตรวจสอบข่าวสาร ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของตัวบุคคลผู้ให้ข่าว ระบุที่มาของข่าว ระบุวันเวลาของข่าวได้ชัดเจน แต่สื่อฯ จาก Social Mediaส่วนมากจะไม่สามารถระบุได้ชัดเจน PTS ไม่สามารถควบคุมการให้ข่าวของสื่อฯ อื่นได้ แต่เราสามารถควบคุมตัวเราเอง ควบคุมการนำเสนอข่าวของเราเองได้ เรามั่นใจในมาตรฐานข่าวของเรา ดังนั้นหากประชาชนต้องการจะตรวจสอบข่าวใดๆ ก็ตามระหว่างข่าวจาก Social Media กับข่าวของ PTSก็สามารถทำได้ PTS นำเสนอข่าวสารและข้อมูลทั้งทาง TV และผ่าน website ของเราด้วย นี่คืออีกวิธีหนึ่งที่ทำให้สังคมสามารถตรวจสอบได้ว่าข่าวใดจริงหรือเท็จ

l ในฐานะผู้บริหารสื่อฯ ของไต้หวันขอเรียนถามว่าสื่อฯ มีภารกิจอะไรบ้างในการเป็นตัวกลางเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยกับไต้หวัน

ภารกิจอย่างหนึ่งของเราคือ ร่วมมือกับสื่อฯ ไทยทั้งทีวีและหนังสือพิมพ์ในการนำเสนอข่าวสารระหว่างกันเช่นเรามีความร่วมมือกับ TPBS ของไทย นำเสนอรายงานพิเศษการใช้ชีวิตของแรงงานชาวไทยในไต้หวัน โดยนำเสนอให้เห็นว่าแรงงานไทยทำงานอะไรบ้าง ใช้ชีวิตประจำวันอย่างไร กินอยู่อย่างไร มีการทำกิจกรรมอะไร เพื่อเป็นการบอกให้คนไทยรู้ว่าคนงานไทยในไต้หวันมีความเป็นอยู่เช่นไร และนอกจากนั้น สำนักข่าวต่างๆ ของไต้หวันก็ยังนำเสนอข่าวอื่น ๆ ของไทยเป็นประจำ เช่นข่าวการเมืองไทยข่าวเศรษฐกิจไทย และข่าวที่เป็นกระแสสังคมของไทยเพื่อให้คนไทยในไต้หวันได้รับทราบข้อมูลของประเทศไทย โดยนำเสนอข่าวบางช่วงเป็นภาษาไทยเพื่อให้คนไทยได้รับรู้และเข้าใจได้เป็นอย่างดี นอกจากข่าวจากประเทศไทยแล้ว เรายังนำเสนอข่าวจากประเทศในกลุ่มอาเซียนด้วย เรานำเสนอเป็นสามภาษาคือไทย เวียดนาม และอินโดนีเซีย นำเสนอทุกวันวันละ 5 นาที สำหรับข่าวของไทยนั้น เราใช้พิธีกรในรายการเป็นคนไทยค่ะ และ PTS ก็สนใจจะร่วมมือกับหนังสือพิมพ์แนวหน้าด้วยนะค่ะ เราสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างกันได้ เพราะได้ข่าวว่าหนังสือพิมพ์แนวหน้านำเสนอเรื่องราวของไต้หวันเป็นประจำ ซึ่งก็นับว่าเป็นการช่วยกันให้ข่าวสารกับประชาชนของทั้งสองฝ่าย

l ทุกวันนี้ คนจำนวนหนึ่งบอกว่าไม่ค่อยดูทีวี ปัญหานี้ส่งผลกระทบถึง PTS บ้างไหมครับถ้ามีปัญหา จะแก้ปัญหานี้อย่างไรในอนาคต

PTS เน้นการนำเสนอข่าวที่มีคุณภาพเป็นหลัก เป็นเรื่องสำคัญ เรามั่นใจว่าเมื่อข่าวเรามีคุณภาพ มีความจริง เป็นสิ่งที่สำคัญกับชีวิตของผู้ชม ผู้ชมก็จะชมข่าวของเรา เราเน้นความลึก ความชัดเจนของข่าวสารข้อมูลเป็นอันดับแรก เมื่อผู้ชมเห็นว่าเรามีคุณภาพ เขาจะเข้ามาชมเรา เพราะคนเราต้องการข้อมูลที่ชัดเจน แม่นยำ มีความจริง และเป็นประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตของเขา การดำเนินธุรกิจของ PTS ได้งบฯ สนับสนุนจากรัฐบาลไต้หวัน ดังนั้นเราจึงต้องนำเสนอข่าวที่น่าเชื่อถือ เป็นจริง ถูกต้องมากที่สุด และให้ประโยชน์กับผู้ชมมากที่สุด เพราะนี่คือความเชื่อถือที่เราได้รับจากประชาชน

l PTS ได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลขอถามว่า ถ้า PTS จะต้องตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล หรือตั้งปัญหากับการทำหน้าที่ของรัฐบาล แบบนี้ PTS จะมีอิสระในการตรวจสอบรัฐบาลไหมครับ

PTS ได้รับเงินงบประมาณจากมารัฐบาลก็จริงแต่เราก็ยึดมั่นในหลักจรรยาบรรณของสื่อมวลชนเรายังคงรักษาความยุติธรรมตลอดเวลา ต้องรักษาความสมดุลของสังคม เราสามารถตรวจสอบและตั้งคำถามกับรัฐบาลได้ตลอดเวลา เรารับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลเพื่อทำหน้าที่สื่อมวลชนของสังคม ไม่ใช่รับเงินจากรัฐบาลแล้วเราไม่กล้าตรวจสอบรัฐบาล เมื่อรัฐบาลทำสิ่งใดที่ผิดสังเกต หรืออาจส่งผลเสียต่อประชาชน เราก็ต้องตั้งคำถามโดยทันที เราสามารถวิพากษ์วิจารณ์ทำหน้าที่ของรัฐบาลได้ เพราะเราคือสื่อมวลชนของประเทศชาติและของประชาชน เมื่อเรานำเสนอเรื่องที่รัฐบาลต้องรับฟัง รัฐบาลก็จะต้องประเมินว่าสิ่งที่เรานำเสนอไปนั้น ส่งผลกระทบด้านลบต่อสังคมจริงหรือไม่ แล้วรัฐบาลก็ต้องตอบปัญหาหรือชี้แจงเรื่องราวกับประชาชนโดยผ่านสื่อมวลชนอย่างเรา นี่คือหน้าที่สื่อมวลชนของเรา เราทำเพื่อสาธารณะ ไม่ได้ทำเพื่อเป็นกระบอกเสียงของรัฐบาล

คุณสามารถพบรายการดีที่ครบครันด้วยสาระและความบันเทิงได้ในรายการแนวหน้าวาไรตี้ออกอากาศทุกอาทิตย์ เวลา 16.00-16.25 น. ทางโทรทัศน์ TNN 2 ช่อง 784 ดิจิทัลทีวี หรือTrue Visions ช่อง 8 และชมรายการย้อนหลังได้ที่ YouTube ผู้หญิงแนวหน้า by คุณแหน

คุณแหน : 19 ตุลาคม 2562

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/448196

650935

คุณแหน : 19 ตุลาคม 2562

วันเสาร์ ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ll พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้เลื่อนการเสด็จฯเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก จากเดิม วันที่ 24 ต.ค. เวลา 15.30 น. เป็นวันที่ 12 ธ.ค. เวลา 15.30 น….

ll 22 ต.ค. ตรงกับวันครบรอบ 63 ปีแห่งวันเสด็จออกทรงพระผนวช พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในการนี้คุณหญิงจวบ จิรโรจน์ คุณหญิงแสงเดือนณ นคร คุณหญิงสมนึก เปรมวัฒนะ ระพินทร์ จารุดุล นำคณะกรรมการมูลนิธิภูมิพโลภิกขุบำเพ็ญกุศลถวายภัตตาหารเพลแด่พระภิกษุสงฆ์ 63 รูป เวลา 10.30 น.ณ พระอุโบสถวัดสระเกศฯ และถวายพระคัมภีร์ฉบับภูมิพโลภิกขุ จำนวน 2,224 เล่ม แก่ 2 มหาวิทยาลัยสงฆ์ คือ มมร. และมจร.เพื่ออุทิศถวายพระราชกุศล และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระองค์…

ll ภาควิชากิจกรรมบำบัดคณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ขอเชิญประชาชนทั่วไป ร่วมกิจกรรมโครงการบริการวิชาการชุมชน เนื่องในวันกิจกรรมบำบัดโลก 27 ต.ค. ณ ตลาดจริงใจมาร์เก็ตอ.เมือง จ.เชียงใหม่ 08.00-13.00 น. …

llพอไต้ฝุ่นฮากิบิสผ่านพ้นไป ครอบครัวของบุษยรัตน์ สุริโยทัย บินไปปลอบขวัญชาวญี่ปุ่นทันที งานนี้คุณพ่อบ้านงดไป เพราะเกิดแอ๊กซิเดนท์ที่แขน…ส่วน บุษยรัตน์ ไปพบเพื่อนนักเรียนราชินีร่วมรุ่น ปิยะฉัตร มารมย์ซึ่งมาเยี่ยมครอบครัวลูกสาวที่โตเกียวพอดีเลยชวนกันรับทานอาหารมื้อกลางวันยาวไปถึงมื้อเย็นเลยทีเดียว…

ll เพื่อนร่วมรุ่นสุทธิวราราม อาทิ วันชัย สุทิน ธวัชชัยเทอดเผ่าไทย เกษม เกษมปัญญา ธนิต วิจิตรพันธ์ุ นัทที ศรีบัณฑิต สุวิทย์ศรีสุทธิโรจน์ ฯลฯ มาร่วมแสดงมุทิตาจิตอ.สุคนธ์ สงวนพันธ์ุ และ อ.ระเบียบ จรรยา ที่สโมสรทหารบก ถ.วิภาวดีรังสิตเมื่อคืนวันก่อน…

ll พ.ต.อ.ดร.เอกพล ปัญจมานนท์ ลูกชายสุดรักของ คุณแม่วรินทร์ทิพย์ กำลังจะสละโสดปลายปีนี้คุณแม่เตรียมต้อนรับลูกสะใภ้ด้วยใจเต็มร้อย…

ll ส่วนคู่แม่-ลูกสุดเลิฟ พล.ต.หญิงชุลีกรไชยศิริ ควงลูกชาย จิ๊ฟ ไปทริปยุโรปต้นสัปดาห์หน้า…

ll ที่บ้านของ รุ่งนภาจักรพันธ์ุฯ ยามนี้งดงามไปด้วยกุหลาบนานาพันธ์ุ สวยงามหลากสี พร้อมกับมีตะบองเพชรหลากพันธ์ุแข่งกันงามเช่นกัน…

ll เสียใจกับมธุรส โอสถานนท์ ที่สูญเสีย คุณแม่สดใส พิธีฌาปนกิจดำเนินการไปแล้วตั้งแต่วันวาน…

ll กำหนดการบำเพ็ญกุศลศพพล.อ.อ.กันต์ พิมานทิพย์ ณ ศาลาทักษิณาประดิษฐ์ วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน19 ต.ค.17.30 น. พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ, สวดพระอภิธรรม 19-27 ต.ค.(หยุดสวด 23-24 ต.ค.)แล้วบรรจุศพไว้ก่อน…

ll ขำๆ หลังการอภิปรายงบประมาณ 1 วันปรากฏว่า บรรดา สส.นำอาหารเข้าไปรับทานในห้องประชุม หลังเลิกประชุมมีขยะเต็มไปหมดทำให้ท่านประธาน ชวน หลีกภัย ต้องสวมวิญญาณ “คุณครูใหญ่” ออกปากเตือนท่านสส.ผู้ทรงเกียรติทั้งหลาย ด้วยใบหน้าเรียบเฉยในวันอภิปรายถัดมาว่า “ที่นี่เป็นห้องประชุมไม่ใช่ ห้องสัมมนา ไม่ควรนำอาหารเข้ามารับทาน”…นักเรียนหลังห้องทราบแล้วเปลี่ยนด้วย !!…ll

บารอนเนส

เผยโฉมสาววัยทีน รอบออนไลน์ออดิชั่น ชิงฝัน‘มิสทีน ไทยแลนด์ 2019 บาย เฮลโล’

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/447943

เผยโฉมสาววัยทีน รอบออนไลน์ออดิชั่น ชิงฝัน‘มิสทีน ไทยแลนด์ 2019 บาย เฮลโล’

วันศุกร์ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ประกาศผลรอบออนไลน์ออดิชั่นขานรับกระแสแรงกันแล้วกับปรากฏการณ์ของการเฟ้นหาดาวดวงใหม่กระหึ่มโซเชียล “มิสทีน ไทยแลนด์2019 บาย เฮลโล” เวทีสานฝันแจ้งเกิดของดารานักแสดง นางแบบ นางงาม พิธีกร เมืองไทย สาววัยทีน โปรไฟล์ดี ไอดอลวัยทีน ยูทูบเบอร์ นักกีฬา ดาวคณะ ดาวมหาวิทยาลัย ฯลฯ ผ่านฉลุยรอบแรก ส่วนสาววัยทีนที่พลาดโอกาส ลุ้นได้อีกครั้งกับการเปิดรับสมัครและออดิชั่น เสาร์ที่ 19 ตุลาคม วันเดียวเท่านั้น ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว บีซีซี ฮอลล์ ชั้น 5 เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป โดยจะมีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิหลายสาขา,ดารานักแสดงรุ่นพี่ มิสทีนไทยแลนด์ ร่วมคัดเลือกในครั้งนี้ด้วย

เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ สตูดิโอ สยามสปอร์ต สาววัยทีนส่วนหนึ่งที่ผ่านรอบออนไลน์ออดิชั่น(รอบแรก) และสาววัยทีนที่จะมาสมัครรอบสอง ทั้งจาก จ.ภูเก็ต,จ.ชลบุรี, จ.ร้อยเอ็ด ฯลฯ รวมตัวเผยโฉมความน่ารัก สดใส กล้าทำตามความฝัน ดีกรีการเรียนดี กิจกรรมเด่น ผ่านเข้ารอบแรกตามฝัน ไม่ว่าจะเป็น อาเซียแฟร์ราโร ดีกรียูทูบเบอร์ชื่อดัง อายุ 15 ปีโรงเรียนสตรีภูเก็ต Year 10 (ม.4) International program Cambridg ลูกครึ่งไทย-อิตาลี พูดได้ 4 ภาษา ไทย อิตาลี อังกฤษ ฝรั่งเศส ฝากผลงานละครเจ้าสาวสลาตัน ช่อง 7HD, ฝ้าย-ญาณิศาศรีสมบูรณ์ อายุ 17 ปี ม.5 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพูดได้ 4 ภาษา อังกฤษ, ญี่ปุ่น, เยอรมัน, เกาหลี ความสามารถทั้งดนตรี กีฬา ความสามารถด้านวิชาการฯลฯ ได้รับเหรียญเงิน ชีววิทยาโอลิมปิกระดับชาติ ครั้งที่ 16 ปี 2562 (แข่งเดี่ยว),รางวัลชมเชยการแข่ง ชีววิทยาเพชรยอดมงกุฎ 2562, ชนะเลิศการแข่งขันตอบปัญหาวิทยาศาสตร์ระดับ ม.ปลาย วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า 2019 (แข่งคู่) ฯลฯ

เซญ่า พิมพ์มาดา จิตต์เที่ยง อายุ 17 ปี ม.5 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา สาวนักกิจกรรม คฑากร พิธีกรภาคสนามภาษาอังกฤษ เชียร์ลีดเดอร์ นางแบบประจำโรงเรียน ฯลฯ, มิ้นท์-ญาณิศาถิระการ อายุ 16 ปี ม.4 โรงเรียนหอวัง ความสามารถทั้งด้านการพูดสุนทรพจน์ พิธีกร ฯลฯ ชนะเลิศการประกวดพูดสุนทรพจน์ 2562 จากสภาสังคมสงเคราะห์เเห่งประเทศไทย, เกรซ ริชาร์ตสันอายุ 18 ปี ลูกครึ่งไทย-แคนาดา ปี 1 คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ อดีตนักกีฬากรีฑาโรงเรียน, แจ็สมิน มูนเดล อายุ 15 ปี ม.4 ลูกครึ่งไทย-นอร์เวย์ โรงเรียนมารีวิทย์ สัตหีบ เดินแบบที่ประเทศลาวในงาน Lao fashionweek, พิม-มาริสา หวังพิทักษ์กุล อายุ 16 ปี ม.5 โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี), แบมบี้-ปณัฐตา เกียรติอนันต์อายุ 17 ปี ม.6 โรงเรียนนานาชาติฮาร์โรว์, แองจึ้-สรัสวดี พาแรงคิโออายุ 17 ปี ปี 1 คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ลูกครึ่งไทย-อเมริกา, ซาร่า-ธัญชนก เจริญจันทร์ อายุ 19 ปี ปี 1 คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.ศรีนครินทรวิโรฒ

ยูทูบเบอร์ชื่อดัง อาเซีย อาเซีย แฟร์ราโร ลูกครึ่งไทย-อิตาลี เผยว่ารู้จักเวทีนี้ตั้งแต่พี่วินนี่ได้ตำแหน่งฝันอยากทำงานนักแสดงติดตามมาตลอดจนพออายุถึงก็เตรียมตัวทุกด้าน เวทีมิสทีนไทยแลนด์ เปิดโอกาสให้วัยทีนได้ทำตามฝันหลายทาง อาเซียทุ่มเทเต็มที่ เชื่อว่าฝันของอาเซียจะเป็นจริงจากเวทีนี้ ด้าน ฝ้าย-ญาณิศา ศรีสมบูรณ์ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา เผยว่า อยากเข้าวงการบันเทิง และเวทีนี้ให้โอกาสทุกคนที่มีความสามารถ มีความตั้งใจได้เดินตามฝันของตัวเอง งานวงการบันเทิงชอบทุกสายงานค่ะ และฝ้ายคิดว่าจะได้ฝึกพัฒนาตัวเองด้วย และ มิ้นท์-ญาณิศาถิระการ โรงเรียนหอวัง เผยว่า อยากเข้าวงการบันเทิง จึงมาสมัครและชื่นชอบพี่มุกดา จึงมาประกวดเพื่อหาประสบการณ์ให้กับตัวเอง

มายด์-มาริสา มาเรีย โชลล์อายุ 16 ปี ม.5 โรงเรียนบูรพาพัฒนศาสตร์เผยว่า อยากได้รับโอกาสเข้าวงการบันเทิง ซึ่งมายด์เตรียมตัวตั้งแต่ 3 เดือนที่แล้ว เรียนเต้น เรียนการแสดงเพิ่ม เพื่อให้มีความมั่นใจ มั่นใจว่าเวทีมิสทีนไทยแลนด์ จะทำให้ฝันมายด์เป็นจริง ส่วนแข-ศศิวิมล อมรวรพักตร์ อายุ 16 ปีม.5 โรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ เหรียญเงินระดับสองโครงการร้องเพลงยามาฮ่า มิวสิค ไทยแลนด์ 2016 ตั้งใจเข้าประกวดในปีและได้มีโอกาสได้รับคำแนะนำจากนางงามรุ่นพี่ “ชาม ไอยวริญท์”ซึ่งเป็นครูสอนเดินแบบกิจกรรมของทางโรงเรียน เผยว่า รู้จักเวทีมิสทีนไทยแลนด์ มาตั้งแต่อายุ 13 ปี ติดตามมาตลอด และชอบพี่เอฟฟี่ ปีนี้พร้อมจึงสมัครมาประกวด ก่อนถึงวันเปิดรับสมัครแขดูแลตัวเองทุกอย่าง ฝึกความสามารถด้วย คิดว่าจะเป็นก้าวแรกที่ทำให้เข้าวงการบันเทิงได้สำเร็จ

นอกจากนี้ ยังมีสาววัยทีนโปรไฟล์น่าสนใจอีกหลายคน ที่ไม่ผ่านเข้ารอบออนไลน์ออดิชั่น ก็ยังมุ่งมั่นที่จะมาคว้าฝันในรอบออดิชั่นจริงอีกครั้งในวันที่ 19ตุลาคม 2562 ไม่ว่าจะเป็น แอม-เอ็มเมลีเสรีน่า ครู อายุ 19 ปี คณะภาพยนตร์ม.กรุงเทพ, น้ำ-ทิพย์รัตน์ อาจธัญกรณ์ อายุ 18 ปี ม.6 ปี 1 คณะศิลปกรรมศาสตร์ ม.บูรพา, สนุ๊ก-ภัณฑิรา วงศ์ทองอายุ 19 ปี ปี 2 สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง, ฟ้าใส-พลอยพรรณ ตระกูลธรรม อายุ 18 ปี ปี 1 คณะศิลปกรรมศาสตร์ ม.บูรพา, ไอซ์-จริญญา ชอุ่มผล อายุ 16 ปี ม. 5 วิทยาลัยนาฏศิลป์ร้อยเอ็ด,ออม-ณัฐฐณิชา ชาตินฤมาณ อายุ 17 ปีม.6 โรงเรียนมัธยมสาธิต วัดพระศรีมหาธาตุ ม.ราชภัฏพระนคร ฯลฯ ที่ต่างมีดีกรีความน่ารักสดใสและความสามารถมาเต็มเช่นกัน

การประกวด “มิสทีน ไทยแลนด์ 2019 บาย เฮลโล” ปีที่ 18 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Glorious Dream” จัดโดย บริษัท คอร์โน แอนด์ แนช จำกัด, สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 และผู้สนับสนุนหลัก บริษัท แอมวิช ยูนิเทค จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร “เฮลโล เพื่อผิวสวย” ติดตามรายละเอียดต่างๆ ได้ทาง www.missteenthailand.com

คนรักสุนัขเตรียมเฮ กับงาน The Mall Dog Town 2019

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/447942

คนรักสุนัขเตรียมเฮ กับงาน The Mall Dog Town 2019

วันศุกร์ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

เดอะมอลล์ ช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ เอาใจคนรักสุนัข และต้อนรับคุณหนูๆ ช่วงปิดเทอม ในงาน “The Mall Dog Town 2019” อาณาจักรเพื่อนรักสี่ขาที่คนรักหมาห้ามพลาด ยกขบวนน้องหมาหลากหลายสายพันธุ์มาประชันความน่ารัก และแสนรู้ พร้อมโชว์ความสามารถพิเศษสุดว้าวให้ตะลึงตลอดทั้งงาน พร้อมกิจกรรมต่างๆ อีกมากมาย ระหว่างวันที่ 23-27 ตุลาคม 2562 ที่ แกรนด์ ฮอลล์ชั้น จี เดอะมอลล์ บางแค

“The Mall Dog Town 2019” เนรมิตพื้นที่ให้กลายเป็น Dog Town แหล่งพบปะสำหรับคนรักสุนัขโดยเฉพาะ เพลิดเพลินไปกับน้องหมาหลากหลายสายพันธุ์ พบกับเหล่าเพ็ทไอดอลน้องหมาที่กำลังดังบนโลกออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็น น้องคอลล่าสุนัขธิเบตั้น สายพันธุ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก, น้องมะขวิด น้องมะเหมี่ยว และ น้องวีโก้ สุนัขแสนรู้ พันธุ์โกลเด้นรีทรีฟเวอร์, น้องดัมโบ้ & น้องแบร์รี่จากเพจชื่อดัง ที่มากับผองเพื่อน ชวนกันมาป่วนงาน และร่วมทำกิจกรรมมีตติ้งพันธุ์เฟร้นบลูด็อก และสี่สหายสายเหน่อที่มาพร้อมความฮา โชว์ความฉลาดแสนซน

นอกจากนี้ ยังมีเหล่าซุป’ตาร์คนดังควงคู่มากับสัตว์เลี้ยงคู่ใจ อาทิตุ๊กกี้-สุดารัตน์ มาพร้อมหวานใจ, บูบู้พาน้องวัวมาร่วมอวดโฉม และกันต์ กันตถาวร ที่จะมาร่วมพูดคุยถึงความแสบซนของน้องโนบิตะ พร้อมฟังสาระความรู้จากเหล่าวิทยากรที่จะมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมของสุนัขที่ผู้เลี้ยงควรรู้ สนุกกับกิจกรรมหลากหลายอาทิ มีตติ้งชิบะจากแก๊งเพจ Shiba Gang Thailand, แฟชั่นโชว์จากน้องหมาหาบ้าน ที่ขนทัพจัดเต็มทั้งคอสตูมหลากหลายแบรนด์โชว์ความน่ารักบนแคตวอล์ก, สร้างความประทับใจด้วยกิจกรรมวาดภาพน้องหมาเหมือนจริงด้วยสีน้ำ และเกมส์ต่างๆ อีกมากมาย

พิธีเปิดงาน “The Mall Dog Town 2019” จะมีขึ้นในวันที่ 24 ตุลาคม 2562 ตั้งแต่เวลา 14.00 น.เป็นต้นไป พบซุป’ตาร์สองพี่น้อง บอย ปกรณ์-วันใหม่ ฉัตรบริรักษ์ ที่ควงคู่สัตว์เลี้ยงแสนรัก น้องหมอนทอง และน้องกะทิ ที่จะมามีทแอนด์กรี๊ดกับแฟนคลับอย่างใกล้ชิด พร้อมการระดมทุนช่วยสัตว์จรจัด เพื่อสนับสนุนมูลนิธิต่างๆ อาทิ เดอะวอยซ์ ฟาวน์เดชั่น, มูลนิธิบ้านสงเคราะห์สัตว์พิการ และมูลนิธิเพื่อสุนัขในซอย ปิดท้ายแฟชั่นโชว์จากเหล่าเซเลบริตี้ชื่อดังที่ขนทัพสุนัขตัวโปรดมาร่วมเดินสร้างสีสันภายในงาน

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีโซนพิเศษสำหรับน้องหมา อาทิ โซน Dog Grooming and Salon บริการอาบน้ำตัดขน แปลงโฉมน้องๆ, โซน DogHotel โรงแรมรับฝากสุนัข รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ที่ได้มาตรฐาน, โซน Dog Clinic ฟรีบริการตรวจสุขภาพน้องหมา, โซน Dog Café คาเฟ่สุดชิค พบเครื่องดื่มและอาหารหลากหลายเมนู, เพลิดเพลินกับโซน Dog Accessories บูธสินค้าต่างๆ ให้เลือกช็อปปิ้งกันอย่างจุใจ, พิเศษ สมาชิก M Card เพียงช็อปครบ 500 บาท ร่วมกิจกรรม WorkshopDIY ของสำหรับน้องหมา ฟรี (จำกัด 30 สิทธิ์ / วัน)

หารือแนวทางจัดการแข่งขันเต้นนานาชาติ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/447938

news_default

หารือแนวทางจัดการแข่งขันเต้นนานาชาติ

วันศุกร์ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ม.ล.ปรียพรรณ ศรีธวัช นายกสมาคมเอทีโอดีเพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชน นำคณะผู้บริหารสถาบัน และกรรมการ สมาคมเอทีโอดีเพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชน อาทิ ดร.วุฒิชัยดวงรัตน์, อาจารย์มาซาโกะ ฮิราตะ อาจารย์อิแคทเธอร์รีน่า เบนเดอร์สกาย่า อาจารย์จูเลียทูตาสกาว่า อาจารย์จิรชยา ตันฉายงาม เข้าพบ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และคณะ อาทิ นายเขมพล อุ้ยตยะกุล ณ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อรับทราบนโยบายพร้อมคำแนะนำเป็นแนวทางสำหรับการจัดการแข่งขันเต้นนานาชาติ ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี (ATOD International Dance Competition 2020) ซึ่งจะจัดระหว่างวันที่ 6-9 กุมภาพันธ์ 2563 ที่โรงละครอักษรา

เปลี่ยนรถเข็นช็อปปิ้งปลดระวางเป็นรถวีลแชร์สำหรับผู้ยากไร้

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/447984

เปลี่ยนรถเข็นช็อปปิ้งปลดระวางเป็นรถวีลแชร์สำหรับผู้ยากไร้

วันศุกร์ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

โครงการ Cart Wheelchair Donateเกิดขึ้นในปี พ.ศ.2560 โดยเอเจนซี่โฆษณาชื่อ KYZ Agency 24 Hours ที่เล็งเห็นโอกาสในการนำรถเข็นช็อปปิ้งที่ปลดระวางแล้ว มาดัดแปลงเป็นรถเข็นสำหรับผู้พิการที่ยากไร้ เพื่อสร้างประโยชน์ แทนที่จะทิ้งให้เสียเปล่า จึงได้ติดต่อซูเปอร์มาร์เก็ตหลายๆ แห่ง ในประเทศไทย เพื่อขอรับบริจาครถเข็นเก่า เพื่อนำมาให้จิตอาสาซ่อมแซมและปรับปรุงเป็นรถเข็นสำหรับผู้พิการ

ทั้งนี้จากรายงานข้อมูลสถานการณ์ด้านคนพิการในประเทศไทย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ณ เดือนมิถุนายน พ.ศ.2562 มีผู้พิการในประเทศไทยกว่า 2 ล้านคนโดยเกือบครึ่งหนึ่ง (49.6%) เป็นผู้พิการทางการเคลื่อนไหว หรือทางร่างกาย นอกจากนั้น ในสังคมไทยยังมีผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีความจำกัดในการเคลื่อนไหว รถเข็นวีลแชร์มีราคาสูง ไม่ใช่ทุกครอบครัวที่จะสามารถเข้าถึงได้

อภิชัย อินทัศสิงห์ ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ เอเจนซีโฆษณา กล่าวว่า “เริ่มต้น ผมสะดุดตากับรถเข็นในซูเปอร์มาร์เก็ต คิดว่าน่าจะสามารถนำมาดัดแปลงเป็นรถเข็นวีลแชร์ได้ จึงนำไปสู่การตั้งทีมอาสาเล็กๆ ที่มีชื่อว่า Cart WheelchairDonate ระดมทุนกันเพื่อดัดแปลงรถเข็นเก่าๆ เพื่อนำไปมอบให้กับผู้พิการ ตอนแรกก็รู้สึกว่ารถเข็นเราก็ธรรมดาๆ เป็นรถเข็นมือสองที่ไม่ได้สลับซับซ้อนในการทำ แต่เมื่อเราได้ไปเห็นผู้ที่รับรถเข็น ผู้ที่เดือดร้อน สำหรับเขารถเข็นเหล่านี้มีค่ามาก บางคนป่วยไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ การเดินทางไปหาหมอเป็นเรื่องที่ลำบากมาก โดยเฉพาะในชุมชนแออัดที่บางครั้งต้องช่วยกันแบกผู้ป่วยออกมา รถเข็นเหล่านี้เข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระได้เยอะมาก”

สลิลลา สีหพันธุ์ ประธานกรรมการฝ่ายกิจการบรรษัท เทสโก้ โลตัส กล่าวว่า“เทสโก้ โลตัส เชื่อว่าความใส่ใจแม้เพียงเล็กน้อย ก็สร้างความแตกต่างที่ยิ่งใหญ่ได้ในธุรกิจของเราเองมีรถเข็นช็อปปิ้งเอาไว้ให้บริการลูกค้าหลายหมื่นคัน ซึ่งหลังจากใช้งานได้ตามระยะก็จะมีการปลดระวางรถเข็น เราเล็งเห็นว่าแทนที่จะทิ้งให้เปล่าประโยชน์หรือเพียงขายเป็นเศษเหล็ก รถเข็นเหล่านี้ยังสามารถสร้างประโยชน์ได้ด้วยการนำมาดัดแปลงเป็นวีลแชร์บริจาคให้กับผู้ที่ไม่มีโอกาสเข้าถึงวีลแชร์ปกติ จึงได้เริ่มต้นบริจาครถเข็นให้กับโครงการมาอย่างต่อเนื่อง”

เทสโก้ โลตัส ได้บริจาครถเข็นที่ปลดระวางแล้วให้กับโครงการอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปีพ.ศ.2560 โดยถึงปัจจุบันได้บริจาคไปแล้วทั้งสิ้นกว่า 300 คัน นอกจากบริจาครถเข็นแล้ว เมื่อเร็วๆ นี้ ได้มีการจัดกิจกรรมให้พนักงานเทสโก้โลตัส แผนกซ่อมบำรุงรวมตัวกันมาดัดแปลงรถเข็นทั้งหมด 100 คัน เพื่อส่งมอบให้ผู้ยากไร้ ส่วนในอนาคตมีแผนจะจัดกิจกรรมดัดแปลงรถเข็นเป็นรถวีลแชร์เพื่อบริจาคให้ผู้ยากไร้ในชุมชนใกล้เคียงต่อไปอีกเรื่อยๆ

คุณแหน : 18 ตุลาคม 2562

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/447983

650935

คุณแหน : 18 ตุลาคม 2562

วันศุกร์ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ll “รัฐมิตราภรณ์ สิรินธรราชไมตรี” คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ เชิญฟังเสวนา บ่ายศุกร์ 25 ต.ค. ณ ชั้น 9 อาคารมหาจักรีสิรินธร เนื่องในโอกาสที่สาธารณรัฐประชาชนจีนทูลเกล้าฯ ถวายเครื่องอิสริยาภรณ์ฯ แด่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี…

llชื่นอกชื่นใจที่ได้ฟัง ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล บรรยาย“ตามรอยพ่อ”ยาวกว่าชั่วโมง สะกดผู้ฟังในงาน“ศิระกราน พระภูบาลนวมินทร์”จัดโดยคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาลฯ อาทิตย์ก่อน…องค์ปาฐกผู้ปิดทองหลังพระ ตามรอยพระบาทฯ กว่า 35 ปี…ยังแข็งแรงสดชื่นและเคียงข้างด้วย คุณหญิงจินตนา ตันติเวชกุลผู้ยังแจ่มใสและสวยงามเหนือกาลเวลา…เจ้าค่ะ…

ll รศ.นภาภรณ์ อัจฉริยะกุล ยิ้มอย่างใจเย็นเมื่อใครพูดถึงเพลงสุนทราภรณ์แล้วลืมเอ่ยชื่อ “ครูแก้ว” บิดาผู้เป็นบรมครูด้าน“เนื้อร้อง”…แต่งเพลงอมตะเป็นร้อย…“ทำนองครูเอื้อ เนื้อครูแก้ว”…ดังนี้จึงสมบูรณ์แบบ…

ll ท่านทูตชุตินทร คงศักดิ์ เพิ่งเสร็จงานทอดกฐินพระราชทาน ณ วัดมหาโพธิ์สมาคม เมืองบังกาลอร์ อินเดีย…ภริยาคนสวยม.ล.ปิยวรรณ คงศักดิ์ นำความชุ่มชื่นหัวใจให้กับพี่น้องไทยภารตะได้คลายร้อน…ส่วนหน้าหนาวที่กำลังจะมาถึงในเดือนหน้า…มาดามท่านทูตสะสมผ้าพันคอแคชเมียร์หลายสิบผืน…ไว้เผื่อเพื่อนฝูงที่นัดกันไปเยือนเดลี…

llเขมนิจ จามิกรณ์ ไปช่วยงานกุศลที่ LA แท้ๆ…แวบเดียวที่ไปเที่ยวเมืองสวยใกล้ๆ Santa Monica ลืมคำเตือนห้ามทิ้งของไว้ในรถ…ล่อตาผู้ร้ายทุบรถเอาของมีค่าและ Passportไปด้วย…ร้อนถึงอธิบดี ชาตรี อรรจนานันท์และกงสุลใหญ่ LA มังกร ประทุมแก้ว…ต้องรีบออก“เอกสารชั่วคราว”ไม่ปล่อยให้“น้องแพนเค้ก”กงสุลอาสา…ทูต Passport ต้องขายหน้า…

llงาน CU 2511 พี่น้องชาวจุฬาฯ ทุกคณะ พร้อมใจกัน“รำวง”ซื้อ“พวงมาลัย”เพื่อช่วยโครงการ “แสงสว่างเพื่อการดำรงชีวิต”…ติดไฟฟ้าให้หมู่บ้านตะเข็บชายแดน…ตามความปรารถนาดีของ ดร.กว้าน สีตะธนี…นิสิตเก่ารุ่น 2511 ผู้ล่วงลับก่อนวัยอันควร…

llกำลังเข้มข้นกับการจบ“ปริญญาเอก”ที่ UC Santa Barbara อ.ภิญญ์ ศิรประภาศิริ คลายเครียดด้วยการออกวิ่งกำลังกายชายหาดเมืองสวยเป็นนิตย์…มาเดือนที่แล้ว เจอข่าว Mountain Lion ออกมาวิ่งเพ่นพ่าน…อ.ภิญญ์ เลยต้องอาศัยวิ่งสายพาน…จนกว่าทางการจะปัก“ธงเขียว”ปลอดสิงโตชายหาด…

ll ไปญี่ปุ่นก่อนพายุเข้า…พอทราบข่าว พล.อ.ท.รังสรรค์ แจ้งเจนกิจ ตระเตรียมอาหารแห้งอย่างดี ส่วน“น้ำ”ไม่ต้องห่วงเพราะเปิดขังไว้เต็มอ่าง…น้ำประปาเมืองนี้เขาดื่มได้…ไม่กลัวทั้ง“พายุ” และ“ขาดน้ำ”…แถมในกระเป๋าเดินทางยังมีไวน์ ไวน์คูลเลอร์ และ Red Bull ตุนเต็มจากเมืองไทย…เรียกว่า“น้ำอื่น”ไม่มีทางได้เงินจาก“นายพลเปี๊ยก”นักเรียนทุนเยอรมนี…

llทำเล่นไปหาก Elizabeth Warren ได้เป็นตัวแทนชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ ปี 2020ในนามพรรค Democrat…ลัดดา แทมมี ดักเวิร์ธชาวไทยเชื้อจีน ทหารผ่านศึก นักการเมืองดังในเมือง Chicago มีข่าวว่าจะได้ลงด้วยในตำแหน่ง“รองประธานาธิบดี”…พระสงฆ์องค์เจ้าคงได้เสกมนต์แจกธงกันสนุก…ll

ภิญญ์สิรี

The history of Whoo ความงามจากเกาหลี ในแบบฉบับจักรพรรดินีสู่ผู้หญิงยุคใหม่

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/447985

มร.ไรอัน ฮยองจิน โจ, ศรีริต้า เจนเซ่น, ชาลอต ฮวง

The history of Whoo ความงามจากเกาหลี ในแบบฉบับจักรพรรดินีสู่ผู้หญิงยุคใหม่

วันศุกร์ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

เครื่องใช้ส่วนพระองค์ของจักรพรรดินีเกาหลี

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงออกแบบผลงานศิลปะ Holistic Heritage SIRIVANNAVARI x Whoo 2019 ที่ได้แรงบันดาลใจจากนกยูง ซึ่งเป็น Signature ของแบรนด์ SIRIVANNAVARI ผสมผสานกับปรัญชาของแบรนด์ The history ofWhoo เครื่องสำอางแบรนด์เกาหลีที่ถอดแบบความงามในฉบับจักรพรรดินีมาสู่ผู้หญิงยุคใหม่ในงาน WhooRoyal Heritage Museum เปิดตัวเอสเซนส์เพื่อฟื้นบำรุงผิวหน้ารุ่นลิมิเต็ด เอดิชั่น ที่ควอเทียร์ แกลเลอรี่ ชั้น M ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์

The history of Whooแบรนด์สกินแคร์และเครื่องสำอางระดับโลกจากเกาหลีใต้ เป็นแบรนด์ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อความงามดุจจักรพรรดินีในยุคนี้ อุดมไปด้วยตำรับความงามลับจากราชสำนัก ด้วยวิทยาการสมัยใหม่ที่ผสมผสานกับตำรับยาลับสมุนไพรตะวันออกของราชวงศ์

โดยภายในงาน ได้เปิดตัวBichup Self GeneratingAnti-Aging Essence/Bichup Jasaeng Essence Special Edition2019 เอสเซนส์เพื่อฟื้นบำรุงผิวหน้าเพื่อผิวที่แข็งแรงเรียบเนียน ลดริ้วรอยและเพิ่มความยืดหยุ่นของผิวอันมีส่วนผสมลับโชจาฮาบิดัน และ กงจิบิดัน ซึ่งเป็นสูตรลับตำรายาจากราชสำนักโบราณกว่าหลายร้อยปีที่ใช้สำหรับจักรพรรดินีและราชวงศ์เท่านั้น มีคุณสมบัติเพิ่มความยืดหยุ่นของผิวและต่อต้านริ้วรอยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ช่วยกระตุ้นกระบวนการผลัดเซลล์ผิวด้วยตัวเอง ช่วยฟื้นฟูผิวให้กลับมาอ่อนเยาว์เจิดจรัสราวกับจักรพรรดินีโดยมีดาราสาว ศรีริต้า เจนเซ่น มาร่วมพูดคุยถึงประสบการณ์กับแบรนด์ รวมถึงเซเลบริตี้และบิวตี้บล็อกเกอร์ที่มาร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิพิมพิศา จิราธิวัฒน์, พิมพ์พยัพศรีกาญจนา, กรัชเพชร อิสสระ,พรนภา เกียรติศรีชาติ, สิริวงษ์สุขเกษมสิน, รติรส จุลชาต, ฉัตรชัยเพียงอภิชาติ,วรรณวิไล เตชะสมบูรณ์,อรประพันธ์ สุทธินรเศรษฐ์, ภูภวิศ กฤตพลนารา, นภมณี ไกรฤกษ์,รชาดา ไชยโชติ, พิมพัชรา บุรพงศ์บัณฑิต, มธุนาฏ ซอโสตถิกุล และ พรรษมน พิริยะเมธา ฯลฯ

มร.ไรอัน ฮยองจิน โจผู้บริหารแบรนด์ The history of Whoo กล่าวว่า “แบรนด์ของเราเป็นสกินแคร์และเครื่องสำอางที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัว ซึ่งอยากถ่ายทอดเคล็ดลับความงามของสาวในวังให้ผู้หญิงทั่วโลกได้สัมผัส สำหรับไฮไลท์ที่เราอิมพอร์ทมาถือว่าเป็นโอกาสพิเศษมากๆ ที่ชาวไทยจะได้เห็นเครื่องใช้ของจักรพรรดินีเกาหลีอย่างใกล้ชิด ซึ่งนอกจากจะสวยงามและมีคุณค่าแล้วยังเผยเรื่องราวและความสัมพันธ์อันดีระหว่างแบรนด์กับราชวงศ์เกาหลีอีกด้วย”

โดยการจัดแสดงผลงานศิลปะ มรดกทางวัฒนธรรมนั้นประกอบด้วย สิ่งของเครื่องใช้จากในห้องบรรทมของจักรพรรดินีไม่ว่าจะเป็นฉลองพระองค์ที่ใช้ในพระราชพิธีตอนพิธีอภิเษกสมรส กล่องใส่ของ ถุงผ้าปักลายอย่างประณีต ตลอดจนเครื่องประดับต่างๆอันงดงามที่หาชมได้ยาก นอกจากนี้ยังสามารถชมมีเดียอาร์ตสุดอลังการของผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ที่ Digital Wall ที่ตั้งอยู่ทั่วศูนย์การค้าดิ เอ็มควอเทียร์ ได้อีกด้วย

นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงขวด BichupJasaeng Essence Special Edition ตั้งแต่รุ่นแรกที่ออกมาเมื่อปี 2010 จนถึงรุ่นปัจจุบันในปี 2019 รวมถึงผลงาน ศิลปะ Holistic Heritage SIRIVANNAVARI x Whoo 2019 ที่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงออกแบบและทรงใช้ช่างฝีมือจำนวนมากเพื่อรังสรรค์ผลงานศิลปะ Holistic Heritage SIRIVANNAVARI x Whoo 2019 แรงบันดาลใจจากนกยูงซึ่งเป็น Signature ของแบรนด์SIRIVANNAVARI ผสมผสานกับปรัชญาของแบรนด์ The history of Whoo ที่ถอดแบบความงามในฉบับจักรพรรดินีมาสู่ผู้หญิงยุคใหม่ โดยถ่ายทอดความงามนี้ผ่านงานฝีมือปักผืนผ้าระดับโอต์กูตูร์ รวมไปถึงเทคนิคพิเศษในการปักดิ้นทองอันสุดประณีตของไทยสมัยโบราณ ผสานกับเทคนิค The “luneville” ซึ่งเป็นเทคนิคการปักชั้นสูงแบบฉบับฝรั่งเศสในการรังสรรค์ผลงานชิ้นนี้ขึ้น ซึ่งใช้เวลากว่า 728 ชั่วโมง ซึ่งได้รับความสนใจจากแขกผู้มาร่วมงานอย่างมากปิดท้ายงานในแบบฉบับเกาหลีกับบทเพลงอันไพเราะจากศิลปินที่บินตรงมาจากเกาหลีเพื่อมาเล่นในค่ำคืนนี้โดยเฉพาะ โดยบรรเลงด้วยแฮกึมเครื่องดนตรีเก่าแก่ของเกาหลี ซึ่งเล่นกันในราชสำนักอีกด้วย

มร.ไรอัน ฮยองจิน โจ, ศรีริต้า เจนเซ่น, ชาลอต ฮวง

มร.ไรอัน ฮยองจิน โจ, ศรีริต้า เจนเซ่น, ชาลอต ฮวง
ผลงานศิลปะ Holistic Heritage SIRIVANNAVARI x Whoo 2019 ทรงออกแบบโดย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา

ผลงานศิลปะ Holistic Heritage SIRIVANNAVARI x Whoo 2019 ทรงออกแบบโดย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา

เดอะ มีท มาร์เก็ต

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/447941

news_default

เดอะ มีท มาร์เก็ต

วันศุกร์ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

โรงแรมอัล มีรอซ (Al Meroz) ฮาลาลโฮเต็ลบนถนนรามคำแหง 5 ขอเอาใจสายเนื้อกับ “The Meat Market” (เดอะ มีท มาร์เก็ต) บุฟเฟ่ต์มื้อค่ำ ตระการตาเมนูเนื้ออาทิ บาร์บีคิวซี่โครงวัว เนื้อสันใน ซอสเนย ไส้กรอกลูกวัว ชาบูเนื้อญี่ปุ่น ขาแกะอบ สตูว์แกะเนื้ออบเย็นกับซอสทาร์ทาร์และแตงกวาดอง ฯลฯ เฉพาะมื้อค่ำ เวลา 18.00-22.00 น.ตั้งแต่วันนี้จนถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายน 2562 ที่ห้องอาหารดีวาน ชั้น 1 โรงแรมอัล มีรอซ โดยวันจันทร์-วันพฤหัสบดี เดอะ มีท มาร์เก็ต แอนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล บุฟเฟต์ ราคา750 บาท/คน เด็ก ราคา 450 บาท/คน และวันศุกร์-วันอาทิตย์ กริล ซีฟู้ด แอนด์ มีท อินเตอร์เนชั่นแนล บุฟเฟ่ต์ ราคา 950 บาท/คน เด็กราคา 450 บาท/คน สำรองที่นั่งโทร.02-1368700 ต่อ 4305 หรือ http://www.facebook.com/almeroz.bangkok/