กรุ๊ปซีอีโอดุสิต‘ศุภจี’คว้ารางวัลนักธุรกิจดีเด่นแห่งอาเซียน

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/447947

กรุ๊ปซีอีโอดุสิต‘ศุภจี’คว้ารางวัลนักธุรกิจดีเด่นแห่งอาเซียน

วันศุกร์ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

นับเป็นเรื่องน่ายินดีและภูมิใจของคนไทย เมื่อ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล ได้รับรางวัล Regional Champion หรือนักธุรกิจดีเด่นแห่งอาเซียน ในงานมอบรางวัล ASEAN Entrepreneur Awards เมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา ณ กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้

งานมอบรางวัล ASEAN Entrepreneur Awards เป็นงานประจำปีที่จัดขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ.2559 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกย่องผู้บริหารบริษัทเอกชนชั้นนำของอาเซียนที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างความเปลี่ยนแปลงและสร้างความเจริญเติบโตให้กับภูมิภาค โดยผู้ได้รับรางวัลในปีนี้ ประกอบด้วย ศุภจี สุธรรมพันธุ์ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มของดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล ผู้นำธุรกิจบริหารโรงแรมและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของไทย ในประเภท Regional Champion มาดามไท เฮือง ประธานบริษัทในเครือทีเอชกรุ๊ป ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์นมสดของประเทศเวียดนาม ในสาขา EmpoweringWoman และ มร.ร็อบบี้ แอนโทนิโอ ซีอีโอบริษัทเรโวลูชั่น พรีคราฟเต็ด สตาร์ทอัพด้านธุรกิจบ้านแบบประกอบจากฟิลิปปินส์ในประเภท Entrepreneur 4.0 ซึ่งรางวัลที่ศุภจีได้รับถือเป็นรางวัลสูงสุดในการมอบรางวัลเวทีนี้ และเธอยังเป็นชาวไทยคนแรกที่ได้รับรางวัล ASEAN Entrepreneur Awards อีกด้วย

“ดิฉันรู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้รับเลือกให้ได้รับรางวัลนี้ และขออุทิศรางวัลให้กับพนักงานดุสิตทุกคนที่มีส่วนสำคัญทำให้เกิดขึ้น เราทุกคนที่ดุสิตภูมิใจที่ได้เป็นตัวแทนของประเทศไทยในการมอบบริการอันน่าประทับใจให้ทั่วโลกได้รู้จัก ความสำเร็จครั้งนี้เกิดขึ้นจากความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของพนักงานทุกคนที่เป็นแรงหนุนสำคัญที่ทำให้การเติบโตขยายธุรกิจใหม่ๆ ของบริษัทเป็นไปอย่างราบรื่น ดิฉันและชาวดุสิตมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ที่จะทำงานเพื่อสร้างชื่อเสียงและภาพลักษณ์ที่ดีของไทยในเวทีโลกต่อไป” ศุภจี กล่าว

สำหรับผลการตัดสินรางวัล Regional Champion ที่มอบให้ศุภจีนี้ มาจากการพิจารณาของคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากหลายหน่วยงาน ทั้งเมคยอง มีเดีย กรุ๊ป (Maekyung Media Group) ผู้จัดงาน World Knowledge Forum, ศูนย์อาเซียน-เกาหลี (ASEAN-Korea Center) และกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐเกาหลี ซึ่งคัดเลือกจากรายชื่อสถานเอกอัครราชทูตของ 10ประเทศอาเซียนประจำสาธารณรัฐเกาหลีเป็นผู้นำเสนอ

สิงห์ทอง ลาภพิเศษพันธุ์ เอกอัครราชทูตไทยประจำสาธารณรัฐเกาหลี ณ กรุงโซลซึ่งให้เกียรติเข้าร่วมแสดงความยินดีในงานกล่าวว่า “ในส่วนของประเทศไทย สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโซล พิจารณาเสนอชื่อคุณศุภจีให้เป็นผู้ที่สมควรได้รับรางวัลดังกล่าว เนื่องด้วยคุณศุภจี เป็นนักธุรกิจหญิงที่ประสบความสำเร็จ มีประสบการณ์ในการบริหารงานบริษัทชั้นนำของทั้งไทยและต่างประเทศมายาวนาน และกลุ่มดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนลเป็นกลุ่มธุรกิจโรงแรมและบริการสัญชาติไทยที่ประสบความสำเร็จในการออกไปลงทุนในต่างประเทศ และได้นำรูปแบบการให้บริการที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของไทยไปเผยแพร่ในโรงแรมในเครือดุสิตฯ ที่กระจายตัวอยู่ทุกแห่งทั่วโลก ซึ่งนำความภาคภูมิใจมาสู่ประเทศไทย

งาน ASEAN Entrepreneur Awards นี้เป็นส่วนหนึ่งของงาน World Knowledge Forum ครั้งที่ 20 งานประชุมองค์ความรู้ระดับนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ซึ่งในปีนี้ มีผู้เข้าร่วมงานซึ่งเป็นบุคคลสำคัญ ตั้งแต่ประมุขแห่งรัฐ และซีอีโอจากบริษัทชั้นนำระดับโลก ไปจนถึงผู้บริหารระดับสูงจากองค์กรภาครัฐและองค์กรธุรกิจเอกชนกว่า 4,000 คน

เวที World Knowledge Forum ปีนี้ ได้ต้อนรับผู้มีชื่อเสียงในแวดวงธุรกิจและบุคคลสำคัญระดับโลกที่ให้เกียรติมากล่าวสุนทรพจน์หลายท่าน อาทิ บัน คี-มูนเลขาธิการสหประชาชาติคนที่ 8, แจ๊ค หม่าผู้ร่วมก่อตั้งและอดีตประธานบริหารอาลีบาบา กรุ๊ป, สตีฟ เฉิน ผู้ร่วมก่อตั้งเว็บไซต์ยูทูบ และเจอรี่ หยาง ผู้ร่วมก่อตั้งและอดีตซีอีโอของเว็บไซต์ยาฮู

และนอกจากจะเป็นผู้รับรางวัลใหญ่ในปีนี้ ศุภจี ยังได้รับเชิญให้ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์และแสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับการขยายธุรกิจของกลุ่มดุสิตในอนาคตในงาน World Knowledge Forumและร่วมเวทีเสวนาในหัวข้อการเติบโตสู่ความสำเร็จของนักธุรกิจหญิงร่วมกับโจ มาโลน ผู้ก่อตั้งแบรนด์ผลิตภัณฑ์น้ำหอมและเทียนหอม โจ มาโลน(Jo Malone) จากสหราชอาณาจักร และมาดามไท เฮือง ประธานบริษัทในเครือทีเอชกรุ๊ป ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์นมสดของประเทศเวียดนาม

อาห์เมดาบัด เมืองมนต์เสน่ห์มรดกโลก แห่งแรกในอินเดีย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/447945

อาห์เมดาบัด เมืองมนต์เสน่ห์มรดกโลก แห่งแรกในอินเดีย

วันศุกร์ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ใครที่ตั้งธงไว้จะไปปักหมุดที่ใหม่ๆ ในอินเดียช่วงสิ้นปีนี้ต้องไม่พลาด“อาห์เมดาบัด” (Ahmedabad) เมืองหลวงเก่ารัฐคุชราต ตั้งอยู่ทางตะวันตกของอินเดีย ซึ่งน่าสนใจเกินกว่าจะเป็นแค่ทางผ่านหรือจุดแวะพัก เพราะที่นี่เป็นเมืองที่ได้รับการยกย่องเป็นเมืองมรดกโลกแห่งแรกในอินเดีย และยังเป็นบ้านเกิดของ มหาตมะ คานธี (Mohandas Gandhi) นักเคลื่อนไหวผู้ทรงอิทธิพลของอินเดียและของโลก เป็นเมืองที่นักท่องเที่ยวยังไม่พลุกพล่านมากนัก ผู้คนท้องถิ่นเป็นมิตร มีสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งด้านคมนาคมที่เดินทางสะดวก มีที่พักกระจายอยู่ทั่วเมือง ร้านอาหารก็พรั่งพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกสารทิศ และเมื่อได้ไปเยือนจะรู้สึกได้ถึงความรุ่งเรืองในอดีตด้วยสถาปัตยกรรมที่งดงามมากมาย ที่สำคัญสามารถเที่ยวได้อย่างสบายใจสบายกระเป๋า จึงไม่แปลกใจเลยที่เมืองนี้จะเป็นเป้าหมายของเหล่านักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ ช่างภาพ และแบ๊กแพ็กเกอร์ทั้งหลาย

ทุกวันนี้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปยังเมืองต่างๆ ในอินเดียได้สะดวกกว่าแต่ก่อนมาก เพราะมีสายการบินที่ให้บริการบินตรงยังจุดหมาย โดยไม่ต้องต่อเครื่องให้วุ่นวาย ซึ่ง ไทยสมายล์ เป็นคำตอบที่ดีที่สุดของนักเดินทางที่มีเวลาจำกัด และต้องการความสะดวกสบายแบบขีดสุดดูจากไฟลท์บินแล้ว ไทยสมายล์ สายการบินฟูลเซอร์วิส ที่บินตรงจากสนามบินสุวรรณภูมิสู่ท่าอากาศยานนานาชาติอาห์เมดาบัด สัปดาห์ละ 4 เที่ยวบิน คือ จันทร์ พุธ พฤหัสบดี และศุกร์ นั่นแปลว่า เราสามารถแพลนทริปช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ได้เลยโดยไม่กระทบเวลางานและเวลาเรียน ส่วนการเดินทางในเมืองนั้น สะดวกสบายด้วยรถแท็กซี่หรือสามล้อราคาถูก หากต้องการสัมผัสกลิ่นอายของอินเดียอย่างใกล้ชิดก็ลองเรียกรถยนต์สามล้อ ระบุสถานที่ให้มั่นเหมาะแล้วตกลงราคาให้ดี จากนั้นก็ลุยเลย

มาถึง อาห์เมดาบัด (Ahmedabad) แล้ว สถานที่สำคัญที่ต้องไปเยือนให้ได้ ก็คือ “อาศรมของคานธี” หรืออาศรมซาบาร์มาตี(Sabarmati Ashram) ซึ่งรัฐคุชราตนั้นเป็นเมืองบ้านเกิดของ มหาตมะ คานธี นั่นเองอาศรมตั้งอยู่บนริมฝั่งแม่น้ำซาบาร์มาตีห่างจากตัวเมืองประมาณ 15 นาที ซึ่งปัจจุบันบ้านและศูนย์บัญชาการที่เคยเป็นที่พักของคานธีในระหว่างปีค.ศ.1915 ถึง 1930ได้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์เก็บรักษาโบราณวัตถุซึ่งเกี่ยวข้องกับคานธีไว้นับร้อยชิ้น นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสจิตวิญญาณนักสู้แบบอหิงสาเพื่ออิสรภาพของอินเดีย พร้อมเยี่ยมชมภายในบ้านและบริเวณรอบๆ อาศรมที่ถูกปกคลุมด้วยร่มเงาไม้ได้ทุกวันอังคารถึงวันอาทิตย์ (ปิดให้บริการวันจันทร์) โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

แต่ถ้าอยากชมอาคารสถาปัตยกรรมอันทรงคุณค่า ที่ผสมผสานระหว่างความคลาสสิกและสไตล์โมเดิร์นร่วมสมัยอย่างลงตัว ซึ่งเหมาะแก่การถ่ายภาพที่สุด ก็ต้องไปตามสถานที่เหล่านี้ เริ่มกันที่กำแพงเมืองขนาดใหญ่ แม้จะสร้างขึ้นมากว่า 600 ปีแล้วแต่ยังคงตั้งตระหง่าน แข็งแกร่งท้าแดดลมฝนจนถึงทุกวันนี้ ป้อมบาห์ดรา (Bhadra Fort) สร้างในปีค.ศ.1466 โดย สุลต่าน อาห์เหม็ด (Sultan Ahmed) สร้างอุทิศแด่พระแม่กาลี เทพเจ้าที่ประชากรทางใต้ของอินเดียให้ความนับถืออย่างมาก นักท่องเที่ยวจึงควรเคารพสถานที่และปฏิบัติตามคำแนะนำเจ้าหน้าที่

ต่อมาคือ สถานที่ที่ทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกเหมือนโดนมนต์สะกด Sidi Saeed’s Mosque สุเหร่ากลางเมืองที่มีมนต์เสน่ห์ด้วยโครงสร้างทรงสูง มีเสาขนาดใหญ่สร้างด้วยศรัทธาเพื่ออุทิศให้กับท่านซิดิ ซาอิดขุนนางผู้ประกอบคุณงามความดีมากมายในสมัยนั้น สถานที่แห่งนี้จึงสวยงามทรงพลังอย่างยิ่ง พลาดไม่ได้กับการเก็บภาพความงดงามของช่องหน้าต่างหินฉลุลายหรือ Jalis ในชื่อ Tree of Life ที่จะจุดไฟความเป็นศิลปินในตัวเราให้ลุกโชน ขยับเข้ามาในเมืองเก่าเละสัมผัสวิถีชีวิตชุมชนเส้นทางมรดกหรือ Heritage Walk เส้นทางที่สามารถเดินชมสถานที่เก่าแก่ในเมืองอาห์เมดาบัด อาทิ วัดฮินดู Swaminarayan Mandir อายุกว่า 200 ปี ถูกสร้างโดย Swaminarayan Bhagwan ผู้ก่อตั้งศาสนาฮินดู ด้านในประดิษฐานพระนารายณ์และพระแม่ลักษมี โดยแบ่งโซนสักการะสำหรับชาย-หญิง จากนั้นเดินลัดเลาะบ้านเรือนและตลาดเราก็จะพบมัสยิดที่เหมาะกับคนรักศิลปะ อย่าง Jama Masjid ที่โดดเด่นด้วยการตกแต่ง เสารองรับโครงสร้างมัสยิดทั้ง 260 ต้นที่แตกต่างกัน เหมือนกับการได้ชมงานศิลปะทางศาสนาบนเสาแต่ละต้นเลยทีเดียว

เปลี่ยนบรรยากาศมาที่กลางแจ้งกันสักหน่อย กับ Sarkhej Roza ซึ่งเป็นสถานที่กว้างขวางมีทั้ง สุเหร่า (Mosque) สุสาน (Tomb) และมีทะเลสาบขุด (Ahmed-Sar Lake) ซึ่งทะเลสาบแห่งนี้อาจมีน้ำอยู่เต็มหรือในบางครั้งจะเหือดแห้งสนิทให้สามารถลงไปเดินได้เลย แต่ไม่ว่าจะรูปแบบไหนก็ชวนให้ยกกล้องถ่ายรูปขึ้นมาอยู่ดี เมื่อเข้ามาด้านในจะพบกับสุเหร่าอันศักดิ์สิทธิ์ที่มีอายุกว่า 6 ศตวรรษให้นักท่องเที่ยวเข้ามาสัมผัสเสน่ห์แห่งอารยธรรมเก่าแก่นี้ได้รู้เบื่อ ต่อด้วยแลนด์มาร์คแห่งใหม่ อย่าง วิหารอักชารดาห์ม (Akshardham Temple) วัดที่สร้างขึ้นอย่างยิ่งใหญ่อลังการแบบอินเดียโบราณ โดยใช้เทคโนโลยีแบบดั้งเดิมนั่นคือ ไม่ใช้โครงสร้างโลหะแต่จะใช้หินทรายในการก่อสร้าง จึงทำให้เป็นวัดในศาสนาฮินดูที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้รับการรับรองโดยกินเนสส์บุ๊คเมื่อปีค.ศ. 2007

นอกจากสถานที่สำคัญทางศาสนาแล้ว อีกหนึ่งไฮไลท์คือ สถาปัตยกรรมโอ่อ่ายิ่งใหญ่ของ Dada Harir Stepwell ซึ่งคนที่ชอบถ่ายรูปคงอยากใช้เวลาอยู่ที่นี่นานสักหน่อย เพราะทุกมุมทุกจุดเป็นแบ็กกราวนด์ที่ทรงคุณค่ายากจะหาที่ไหนเหมือน โดดเด่นด้วยเสาหินสลักลายประณีตบรรจง สวยงามจนเกือบลืมไปว่าเป็นที่เก็บกักน้ำสมัยโบราณ และไม่ใช่แค่แห่งเดียวเท่านั้น อาห์เมดาบัดยังมีที่เก็บกักน้ำสมัยโบราณ ซึ่งเรียกว่า Vavอีกหลายแห่ง ซึ่งอาจต้องเดินทางออกมานอกเมืองสักหน่อย อย่าง Rani Ki Vavเพิ่งได้รับการประกาศเป็นมรดกโลก (WorldHeritage Site) ในปีค.ศ. 2014 และAdalaj Stepwell ที่สวยงามและมีมนต์ขลังไม่แพ้กัน

เที่ยวจนเพลินใกล้จะต้องกลับเมืองไทย เมื่อรู้ว่าซื้อตั๋วเครื่องบินแล้วฟรีน้ำหนักกระเป๋ามากถึง 30-40 กิโลกรัมจากสายการบินไทยสมายล์ ก็ควรช็อปให้จุใจเสียก่อน แนะนำให้แวะ Manek Chowk ตลาดเช้าจรดค่ำที่คึกคักมากที่สุดของเมืองอาห์เมดาบัด ด้วยเสียงคนขายของหาบเร่ตะโกนบอกราคา เชิญชวนผู้ซื้อและผู้เดินเที่ยวชมตลาด ชวนให้เราต้องหันมอง ซึ่งของที่ต้องซื้อกลับไทยให้ได้ก็น่าจะเป็นขนมหลากหลายรสชาติ โดยเฉพาะขนมขบเคี้ยวรสจัดจ้าน หรือถ้าชอบพวกของสวยๆ งามๆ ก็ต้องอัญมณี และผ้า อันเป็นเอกลักษณ์ของฝากของอินเดีย และหากมาเดินตลาดในช่วงเช้า ก็จะได้พบเจอผักและเครื่องเทศด้วย เดินสักพักเกิดหิวขึ้นมาก็ซื้ออาหาร Street Food ที่แสนอร่อยบนท้องถนนเพื่อสัมผัสวิถีชีวิตแบบคนท้องถิ่น

เชื่อว่าผู้ที่เคยไปเยือน “อาห์เมดาบัด” แม้เพียงเวลาสั้นๆ แต่ทุกครั้งที่นึกถึงสถานที่และความทรงจำสุดประทับใจ“อาห์เมดาบัด” จะยังคงเป็นหนึ่งในดวงใจของใครหลายๆ คนอย่างแน่นอน

เดอะมอลล์ กรุ๊ป ร่วมกิจกรรมรณรงค์ ‘ทำความดีด้วยหัวใจ ลดรับ ลดให้ ลดใช้ถุงพลาสติก’

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/447946

เดอะมอลล์ กรุ๊ป ร่วมกิจกรรมรณรงค์ ‘ทำความดีด้วยหัวใจ ลดรับ ลดให้ ลดใช้ถุงพลาสติก’

วันพฤหัสบดี ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 16.14 น.

บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ตอกย้ำความเป็นผู้นำห้างสรรพสินค้าและซูเปอร์มาร์เก็ต
ปลอดถุงพลาสติกแห่งแรกในประเทศไทย ร่วมกิจกรรมรณรงค์ “ทำความดีด้วยหัวใจ ลดรับ ลดให้ ลดใช้ถุงพลาสติก” เพื่อสร้างการรับรู้ และเตรียมความพร้อมของประชาชนหันมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ลด ละ เลิก การใช้ถุงพลาสติก ตามแผนโรดแมพการจัดการขยะพลาสติก พ.ศ. 2561 – 2573 เพื่อขับเคลื่อนนโยบายงดบริการถุงพลาสติกของภาคีสมาชิกเครือข่ายภาคเอกชนกว่า 46 องค์กร ดีเดย์ พร้อมกันทั่วประเทศวันที่ 1 มกราคม 2563

คุณวรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า “บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด นำร่องงดให้บริการถุงพลาสติก ภายใต้โครงการ “เดอะมอลล์ กรุ๊ป โก กรีน”(THE MALL GROUP GO GREEN) ) ตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคม 2562 ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นห้างสรรพสินค้ารายแรกที่งดให้บริการถุงพลาสติกทุกวัน ทั้งในห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ ทุกสาขา, ดิ เอ็มโพเรียม, ดิ เอ็มควอเทียร์,พารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์, บลูพอร์ต หัวหิน รวมถึงในแผนกกูร์เมต์ มาร์เก็ต และ โฮม เฟรช มาร์ท ทุกสาขาหากลูกค้ามีความจำเป็นใช้ถุงพลาสติกจะขอความร่วมมือร่วมบริจาค 1 บาท ต่อถุงพลาสติก 1 ใบ เพื่อนำไปสนับสนุนงานด้านสิ่งแวดล้อมร่วมกับองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล หรือ WWF ประเทศไทย โดยลูกค้าที่ปฏิเสธรับถุงพลาสติก จะได้รับคะแนน M Point สูงสุด 200 คะแนนต่อวัน นอกจากนี้ยังได้เพิ่มแคชเชียร์ช่องพิเศษGreen Lane เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าที่ไม่รับถุงพลาสติก หรือนำถุงผ้ามาช้อปปิ้งเอง ในแผนกกูร์เมต์มาร์เก็ต และโฮม เฟรช มาร์ท ทุกสาขา (ยกเว้นเดอะมอลล์ รามคำแหง) พร้อมรณรงค์ให้ลูกค้านำถุงผ้ามาช้อปปิ้งทุกครั้งแทนการใช้ถุงพลาสติก ซึ่งเป็นนโยบายที่เดอะมอลล์ กรุ๊ป ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2550และถือเป็น Green Department Store รายแรกของโลกที่เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในภาคีสมาชิก ของ Climate Neutral Network โดย United Nations Environment Programme (UNEP) หรือโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติในการร่วมอนุรักษ์ธรรมชาติ

นับเป็นเวลากว่า 4 เดือน (กรกฎาคม – ตุลาคม 2562) ที่เดอะมอลล์ กรุ๊ป เริ่มนโยบายการจัดการขยะพลาสติก ภายใต้โครงการ เดอะมอลล์ กรุ๊ป โก กรีน ซึ่งได้การตอบรับและความร่วมมือจากลูกค้าเป็นอย่างดี สามารถลดการใช้ถุงพลาสติกไปได้กว่า 70 เปอร์เซ็นต์ ถือเป็นสัญญาณที่ดีของประชาชน ในการเตรียมความพร้อมกับการปรับตัวเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ลด ละ เลิกใช้ถุงพลาสติก เพื่อให้ประเทศไทยสามารถแก้ปัญหาขยะพลาสติกได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อที่เราทุกคนจะได้มีส่วนในการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนให้แก่ลูกหลานในอนาคต และคาดว่าสิ้นปี 2562 ว่าเดอะมอลล์ กรุ๊ป จะสามารถลดจำนวนการใช้ถุงพลาสติกตามที่ตั้งเป้าไว้ได้อย่างแน่นอน” คุณวรลักษณ์ กล่าวทิ้งท้าย

แนวหน้าวาไรตี้ สัมภาษณ์พิเศษ : เพ็ญพร ไพฑูรย์ อดีตสุดยอดนางแบบ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/447863

news_default

แนวหน้าวาไรตี้ สัมภาษณ์พิเศษ : เพ็ญพร ไพฑูรย์ อดีตสุดยอดนางแบบ

วันพฤหัสบดี ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 13.45 น.

แนวหน้าวาไรตี้ สัมภาษณ์พิเศษ :  เพ็ญพร  ไพฑูรย์  อดีตสุดยอดนางแบบ

NAEWNA VARIETY วันอาทิตย์ที่ 13 ตุลาคม 2562 ทางTNN2 (TrueVision ช่อง784) เวลา 16.00-16.30 น.

Re-run 1. วันพุธ 22.00-22.30 น. 2. วันพฤหัสบดี 10.00-10.30 น. 3. วันศุกร์ 00.30-01.00 น. 4. วันศุกร์ 23.00-23.30 น. 5. วันเสาร์ 13.30-14.00 น.

เปิดจินตนาการ กับ 2 บัลเลต์สุดคลาสสิกจากรัสเซีย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/447733

เปิดจินตนาการ กับ 2 บัลเลต์สุดคลาสสิกจากรัสเซีย

วันพฤหัสบดี ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

พันหนึ่งราตรี (The Thousand and One Nights)

งานมหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติ กรุงเทพฯ ครั้งที่ 21 คัดสรรบัลเลต์คลาสสิกสุดอลังการเรื่องดัง ได้แก่ พันหนึ่งราตรี(The Thousand and One Nights) และ สวอนเลค (Swan Lake) โดยคณะเครมลิน บัลเลต์ (Kremlin Ballet) หนึ่งในคณะบัลเลต์แนวหน้าของรัสเซีย ซึ่งมีส่วนสำคัญในความสำเร็จสุดสร้างสรรค์ของบัลเลต์รัสเซียมี เปทรอฟ ผู้กำกับศิลป์และหัวหน้าคณะ เป็นเสาหลักสำคัญในการทำให้คณะกลายเป็นแหล่งรวมของศิลปินที่มากพรสวรรค์ ไม่ว่าจะเป็นนักบัลเลต์ระดับท็อปของรัสเซีย นักเต้น และนักออกแบบเต้นชั้นแนวหน้าเช่น Vladimir Vasiliev, Yury Grigorovich, Ekaterina Maximova, Galina Ulanova, Marina Semyonova, Sofia Golovkina และ Boris Pokrovsky ทั้งหมดนี้ล้วนได้ร่วมงานกับคณะบัลเลต์อย่างสม่ำเสมอตลอด 2 ทศวรรษ ที่ผ่านมา

สวอน เลค (Swan Lake)

วันที่ 17 ตุลาคม 2562 มาหลงใหลไปกับ พันหนึ่งราตรี (The Thousand and One Nights) ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องเล่าพื้นบ้าน โดยคณะนักเต้นหลักแถวหน้าของคณะเครมลิน บัลเลต์ โชว์ลีลาปลายเท้า ซึ่งออกแบบท่าเต้นโดยปรมาจารย์ อังเดร เปทรอฟ ทำให้การแสดงนี้แสนทรงพลังประกอบดนตรีสดของ ฟิเกร็ต เอมิรอฟ ต่อด้วย สวอน เลค (Swan Lake)บัลเลต์คลาสสิก 2 องก์ เป็นเรื่องโปรดตลอดกาล จะจัดแสดงในวันที่19 ตุลาคม 2562 เรื่องนี้เป็นบัลเลต์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของ ไชคอฟสกี (Tchaikovsky) จัดเป็นสัญลักษณ์แห่งบัลเลต์รัสเซีย ได้รับการกำกับและออกแบบท่าเต้นโดย อังเดร เปทรอฟ จัดเป็นผลงานชิ้นเอกด้านเพลง การแสดงบัลเลต์แสนโรแมนติกที่จะสร้างมนต์สะกดนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับเจ้าชายซิกฟรีดที่มีโชคชะตาอาภัพ และเจ้าหญิงหงส์โอเดตต์ผู้น่ารัก การแสดงชุดนี้ส่วนใหญ่ยังคงเวอร์ชั่นแบบดั้งเดิมของ Lev Ivanov/Maruis Petipa แต่มีการสร้างสรรค์ท่าทางขึ้นใหม่ หากต้องการเริ่มชมบัลเลต์สักครั้งขอแนะนำ สวอน เลค เป็นเรื่องแรกของครอบครัว มาสัมผัสพรหมลิขิตระหว่างเจ้าชายและเจ้าหญิงหงส์ผ่านท่วงท่าบัลเลต์ที่งดงามที่สุดด้วยกัน

บัตรเข้าชมทุกการแสดงจำหน่ายที่ Thai Ticket Major: www.thaiticketmajor.comสายด่วนโทร.02-2623456 และเคาน์เตอร์Thai Ticket Major ทุกสาขา สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถดูได้ที่ www.bangkokfestivals.com และhttps://www.facebook.com/bangkoksInternationalFestivalofDanceMusic/

เดอะ พาวิลเลียนส์ ภูเก็ต การันตีความโรแมนติก กับรางวัลระดับโลก Luxury Romantic Villa 2019

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/447682

เดอะ พาวิลเลียนส์ ภูเก็ต การันตีความโรแมนติก กับรางวัลระดับโลก Luxury Romantic Villa 2019

วันพฤหัสบดี ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

รีสอร์ทสุดหรูที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติ เดอะ พาวิลเลียนส์ ภูเก็ต (The Pavilions Phuket) ชวนทุกคู่รักมาสัมผัสประสบการณ์การพักผ่อนในบรรยากาศสุดโรแมนติก หรือเติมความหวานให้กับชีวิตคู่ การันตีความโรแมนติกด้วยรางวัลระดับโลก Luxury Romantic Villa จาก World Luxury Hotel Awards 2019 ที่เพิ่งประกาศผลไปเมื่อเร็วๆ นี้

เดอะ พาวิลเลียนส์ ภูเก็ต (The Pavilions Phuket) ตั้งอยู่เหนือหาดลายัน และห่างจากสนามบินนานาชาติภูเก็ต เพียง 20 นาทีเท่านั้น อาณาจักรแห่งการพักผ่อนสุดหรูนี้อยู่บนพื้นที่กว้างขวาง รายล้อมด้วยธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ให้ความรู้สึกเงียบสงบและเป็นส่วนตัว ตอบโจทย์การพักผ่อนในวันที่อยากหลีกหนีจากความวุ่นวายได้อย่างลงตัว

รีสอร์ทประกอบด้วยห้องสวีทและวิลล่า 93 หลัง ซึ่งรวมถึงวิลล่าพร้อมสระว่ายน้ำ (Pool Villa) ขนาดตั้งแต่ 81 ตารางเมตร (ห้องสวีท 1 ห้องนอน)-595 ตารางเมตร (วิลล่า 4 ห้องนอน) โดยห้องที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ “Ocean View Pool Villa” ซึ่งตั้งอยู่ริมหน้าผา มองเห็นวิวทะเลอันดามันสีฟ้าใสแบบ 180 องศา มาพร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัว ศาลาอาบแดด และพื้นที่รับประทานอาหารแบบเอาต์ดอร์ ภายในตกแต่งสไตล์โอเรียนทอลเอเชียร่วมสมัยแยกห้องเป็นสัดส่วน พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันเหนือระดับ อาทิ เตียงนอนหนานุ่มพิเศษ, เมนูหมอนหลากชนิด,เดย์เบด, อ่างอาบน้ำขนาดใหญ่, เครื่องทำกาแฟ, มินิบาร์ส่วนตัว,Sound Bar และฟรี WiFi

ภายในรีสอร์ทยังประกอบด้วย ห้องอาหาร 2 ห้อง คือ “Firefly” ห้องอาหารริมสระว่ายน้ำ ที่ล้อมรอบด้วยแมกไม้เขียวขจี เสิร์ฟความอร่อยตลอดทั้งวัน ตั้งแต่อาหารเช้าสไตล์นานาชาติ ไปจนถึงมื้อดินเนอร์กับเมนูอาหารเมดิเตอร์เรเนียนและเม็กซิกัน อีกหนึ่งไฮไลท์ก็คือ ห้องอาหาร “Plantation Club” ห้องอาหารไทยตั้งอยู่ริมหน้าผา มองเห็นวิวเกาะภูเก็ตได้แบบสุดสายตา กับเมนูไทยแท้แต่เสิร์ฟมาบนจานสุดครีเอท ที่รังสรรค์โดย เชฟเรย์ (Chef Rey) เชฟหนุ่มจากนิวซีแลนด์
ผู้มีประสบการณ์กว่า 20 ปี และได้รับรางวัลการันตีด้านอาหารมามากมาย ปิดท้ายที่ “360 บาร์” บาร์พร้อมพาโรนาม่าวิว ที่ให้บริการอาหารว่างและค็อกเทลสูตรพิเศษ พร้อมด้วยวิวพระอาทิตย์ตกระดับที่เรียกว่า สวยที่สุดแห่งหนึ่งของเกาะภูเก็ตเชียวล่ะ

นอกจากนี้ ยังมีบริการและกิจกรรมอีกมากมายใน รีสอร์ท ที่โดดเด่นคือ “Wellness Center” ซึ่งมีทั้งสปาที่ใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ ผสมผสานทัั้งศาสตร์ตะวันตกและตะวันออก มีห้องโยคะแบบติดแอร์และเอาต์ดอร์ท่ามกลางธรรมชาติ พร้อมด้วย Lap Pool ขนาด 23 เมตร สำหรับการออกกำลังกายโดยเฉพาะ และฟิตเนสที่ทันสมัยครบวงจรเพื่อให้ได้ผ่อนคลายในวันพักผ่อนอย่างเต็มที่แล้ว ยังมีคอร์สทำอาหาร ขี่จักรยาน สวนสมุนไพร และบริการทัวร์แบบอันซีนเกาะภูเก็ตอีกด้วย

เพื่อฉลองรางวัลแห่งความโรแมนติกระดับโลก เดอะ พาวิลเลียนส์ ภูเก็ต (The Pavilions Phuket) เสนอแพ็กเกจ สำหรับ Thai Resident จองและเข้าพักตั้งแต่วันนี้จนถึงสิ้นปี 2562 ลดทันที 30% จากราคาหน้าเว็บไซต์ ราคาเริ่มต้นเพียง 3,000++ บาทต่อคืน (ห้องสวีท) พร้อมอาหารเช้า สปาร์คกลิงไวน์ และบลัดดี้แมรี่ สำหรับสองท่าน และสิทธิพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย อาทิ บริการเครื่องดื่มต้อนรับ ฟรีอินเตอร์เนตความเร็วสูง บริการรถรับส่งไป Dream Beach Club และฟรีกิจกรรมสันทนาการภายในรีสอร์ท พิเศษอีกขั้นสำหรับผู้ที่จอง Pool Villa จะได้รับนวดฝ่าเท้าฟรี 15 นาทีตอนเข้าพัก สำหรับ 2 ท่าน สามารถสำรองห้องพักได้ที่อีเมล
reservations.phuket@pavilionshotels.com หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่โทร.(076) 317-600 เว็บไซต์ : https://www.pavilionshotels.com/phuket/ เฟซบุ๊ค : https://www.facebook.com/ThePavilionsPhuket/ และอินสตาแกรม : https://www.instagram.com/thepavilionsphuket/

The Pavilions Hotel & Resort ก่อตั้งขึ้นโดย มร.กอร์ดอน โอลด์แฮม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง ด้วยความรักและความหลงใหลการผจญภัย วัฒนธรรม และศิลปะ สู่การเนรมิต “The Pavilions Hotels & Resorts” ขึ้นในปี 2000 ที่แรกในบาหลี (The Pavilions Bali) จากนั้นจึงเริ่มเปิดตัวรีสอร์ทระดับลักชัวรี่ในแหล่งท่องเที่ยวเมืองต่างๆ อีกทั่วโลก ปัจจุบันรวม 6 แห่งคือ บาหลี (ปี 2000), ภูเก็ต (ปี 2006), หิมาลายา ประเทศเนปาล (ปี 2015), และอัมสเตอร์ดัม (ปี 2016), มาดริด และโรม (ปี 2017) และยังขยายอาณาจักรอย่างต่อเนื่องอีก 2 แห่ง ภายในปี 2019 ได้แก่ ลิสบอน ประเทศโปรตุเกส และนิเซโกะ ประเทศญี่ปุ่น โดยรีสอร์ททุกแห่งเป็นรีสอร์ทระดับไฮเอนด์ โดดเด่นด้วยทำเลที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ อากาศดี เงียบสงบ และเป็นส่วนตัวอย่างแท้จริง ภายในรีสอร์ทครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกทุกรูปแบบ เพื่อสร้างประสบการณ์การพักผ่อนที่ไม่เหมือนใคร และนำไปสู่ความทรงจำที่น่าประทับใจไปแสนนาน

ห่างไกล ‘มะเร็งลำไส้ใหญ่’ เริ่มต้นด้วยการปรับพฤติกรรม

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/447698

ห่างไกล ‘มะเร็งลำไส้ใหญ่’ เริ่มต้นด้วยการปรับพฤติกรรม

วันพฤหัสบดี ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

พฤติกรรมการใช้ชีวิต โดยเฉพาะการรับประทานอาหารฟาสต์ฟู้ด มีไขมันอิ่มตัวสูง กากใยน้อย ชอบดื่มแอลกอฮอล์ หรือสูบบุหรี่เป็นประจำ เหล่านี้ ล้วนเป็นปัจจัยส่งเสริมในการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ แต่ผู้คนส่วนใหญ่มักเพิกเฉยไม่ระมัดระวังต่อการใช้ชีวิต เพราะคิดว่ามะเร็งเป็นเรื่องไกลตัว

ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า มะเร็งลำไส้ใหญ่ เป็นชนิดมะเร็งอันดับ 3 ที่คนไทยเป็นมากที่สุด โดยอัตราการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ของทั้งเพศชายและหญิงอยู่ในอัตราที่ใกล้เคียงกัน ส่วนมากพบในผู้มีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป เริ่มต้นจากการเป็นติ่งเนื้อขนาดเล็กในลำไส้ใหญ่ และต้องใช้เวลาอย่างน้อย 3-5 ปี กว่า
ติ่งเนื้อขนาดจะกลายเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ นอกจากนี้ มะเร็งลำไส้ใหญ่ยังเปรียบดั่งภัยเงียบคุกคามร่างกาย เนื่องจากระยะแรกของโรคมักไม่มีอาการแสดง จะมีอาการก็ต่อเมื่อลุกลามรุนแรงแล้ว

นพ.ณัฐชดล กิตติวรารัตน์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ อายุรศาสตร์มะเร็งวิทยา โรงพยาบาลเวชธานี เผยว่า สำหรับปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ ได้แก่

l การรับประทานอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง อาหารฟาสต์ฟู้ดกากใยน้อย ประเภทปิ้งย่างที่ไหม้เกรียม และของหมักดอง

l การดื่มแอลกอฮอล์ และสูบบุหรี่

l ขาดการออกกำลังกาย หรือนั่งอยู่กับที่นานๆ

l มีปัญหาระบบขับถ่าย เช่น ลำไส้อักเสบ ท้องผูกเรื้อรัง ลำไส้แปรปรวน

l อายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป

l มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งลำไส้ หรือมะเร็งชนิดต่างๆ

l เคยเป็นมะเร็งลำไส้ หรือเคยมีติ่งเนื้อในลำไส้ ชนิดAdenomatous Polyps

ส่วนอาการของมะเร็งลำไส้ใหญ่ แบ่งเป็นอาการจากโรคเฉพาะที่ เช่น อุจจาระเป็นเลือดสด ท้องผูกเรื้อรัง หรือปวดแน่นท้องจากลำไส้อุดตัน อาการจากที่โรคแพร่กระจายไป ตับ เป็นตำแหน่งที่มะเร็งลำไส้กระจายไปได้มากที่สุด เมื่อมีก้อนที่ตับมากอาจปวดท้องที่บริเวณตับ ใต้ชายโครงด้านขวา หรือช่องท้องด้านขวาบนได้ และอาจส่งผลให้การทำงานของตับลดน้อยลง ทำให้ผู้ป่วยมีภาวะตัวเหลือง ตาเหลือง

สำหรับการรักษา คุณหมอบอกว่า ผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ มีโอกาสหายขาด หากสามารถผ่าตัดก้อนมะเร็งออกได้ ไม่ว่าจะเป็นก้อนที่ลำไส้ ต่อมน้ำเหลือง หรือก้อนที่กระจายไปที่ตับ นอกจากนี้ยังสามารถให้เคมีบำบัด ร่วมกับยามุ่งเป้า เพื่อให้ก้อนมะเร็งมีขนาดเล็กลง จนสามารถผ่าตัดก้อนทั้งหมดออกได้

วิธีตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ ปัจจุบันการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่ดีที่สุด คือ การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่Colonoscopy ซึ่งนอกจากส่องกล้องเพื่อวินิจฉัยแล้ว ยังสามารถตัดติ่งเนื้อที่มีโอกาสกลายเป็นมะเร็งในอนาคตออกไปได้อีกด้วย

นอกจากนี้คุณหมอยังแนะว่า ควรส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ ในผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปี แต่หากมีคนครอบครัวเป็นมะเร็งลำไส้ ในอายุที่น้อยกว่า 55 ปี  ควรส่องกล้องตรวจลำไส้เร็วกว่าอายุของผู้ที่เป็นมะเร็ง 5 ปี เช่น มีญาติสายตรงในครอบครัวเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ ตอนอายุ 49 ปี จึงควรส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ครั้งแรก เมื่ออายุ 44 ปี เป็นต้น

เปิดตัวหนังสือ Anti-Aging by Dr.Mart ดูแลก่อนแก่ รู้ทันก่อนป่วย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/447696

เปิดตัวหนังสือ Anti-Aging by Dr.Mart ดูแลก่อนแก่ รู้ทันก่อนป่วย

วันพฤหัสบดี ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ผศ.นพ.มาศ ไม้ประเสริฐ เปิดตัวหนังสืออย่างเป็นทางการ

จากการประสบความสำเร็จกับหนังสือสุขภาพเล่มแรก “มาดหมอแบบหมอมาศ” เล่ม 1 และ 2 ของ ผศ.นพ.มาศ ไม้ประเสริฐ ผู้อำนวยการหลักสูตรปริญญาโทสาขาวิทยาการชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ จัดงานเปิดตัวหนังสือ “Anti-Aging by Dr.Mart ดูแลก่อนแก่ รู้ทันก่อนป่วย”ภายในงานมหกรรมหนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 24 โดยมีเหล่าศิลปินและดาราร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์บนเวที และรับมอบหนังสือ ณ อาคารแชลเลนเจอร์ 2 ศูนย์ประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี

ด้วยความสามารถทางด้านดูแลรักษาริ้วรอยอีกทั้งเป็นผู้คร่ำหวอดในการสอนและถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับความงาม ผศ.นพ.มาศไม้ประเสริฐ จึงรวบรวมความรู้และประสบการณ์เกือบ 12 ปี ผ่านตัวอักษรมาเรียบเรียงเป็นหนังสือ “Anti-Aging by Dr.Mart ดูแลก่อนแก่ รู้ทันก่อนป่วย” ด้วยภาษาที่อ่านแล้วเข้าใจง่ายเพื่อต้องการให้ทุกคนรู้จักหลักการดูแลสุขภาพอย่างไรให้ดูอ่อนกว่าวัยแบบเบื้องต้น ควบคู่กับชะลอการเกิดโรคที่มาพร้อมกับการเสื่อมสภาพของร่างกายสามารถนำเคล็ดลับของการมีสุขภาพดีไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้เพื่อหยุดเวลาของความชราเอาไว้ให้ได้นานที่สุด พร้อมตอบโจทย์คนรักสุขภาพ ด้วยการนำความรู้จากข้อมูลในหนังสือ มาดูแลสุขภาพภายในและความสวยงามภายนอกด้วยตัวเอง

ภายในงานได้รับเกียรติจาก พีระยุทธ มั่งคั่ง, ตุ๊ก-ชนกวนันท์, แอ๊ว-อําภา มาร่วมงานพร้อมอัพเดทความสวยแบบเจาะลึกทุกอณูความงาม

สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถหาซื้อหนังสือ “Anti-Aging by Dr.Mart ดูแลก่อนแก่ รู้ทันก่อนป่วย”ราคา 395 บาท ได้ที่ร้านหนังสือในเครืออัมรินทร์ รายละเอียดเพิ่มเติมที่โทร.086-3244842, 081-6339994Facebook:www.facebook.com/DrMartSMartClinic หรืออีเมล:peerayut.smart@gmail.com

จังซีลอนเฟ้นหาสุดยอดนางแบบรุ่นเล็ก

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/447702

news_default

จังซีลอนเฟ้นหาสุดยอดนางแบบรุ่นเล็ก

วันพฤหัสบดี ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง ภูเก็ต ชวนน้องๆ หนูๆ ชาวภูเก็ต ผู้มีใจรักการเดินแบบ ใช้เวลาช่วงปิดเทอม เข้าร่วมการประกวด “MEEN MODEL LOOK PHUKET 2019” เวทีที่เปิดโอกาสให้เยาวชนเพศหญิง ชาวภูเก็ต ที่มีอายุระหว่าง 3-14 ปี มีความกล้าแสดงออก พร้อมแสดงความสามารถให้เกิดประโยชน์ในทางสร้างสรรค์ ร่วมชิงมงกุฎ และรางวัลเกียรติยศมูลค่ารวมกว่า 100,000 บาท

การประกวดจะจัดขึ้น ในวันที่ 26 ตุลาคม 2562 ณ ลานเดอะพอร์ท อารีน่าศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง ภูเก็ตแบ่งการประกวดออกเป็น 2 รุ่น ได้แก่รุ่นอายุระหว่าง 3-8 ปี และรุ่นอายุระหว่าง9-14 ปี ภายในงาน พบกับแขกรับเชิญพิเศษ อาทิ เจสซี่-เจสสิก้า อมรกุลดิลกนางแบบสาวสวย จากเวทีการประกวดAsia’s next top model season 1, แซมมี่-ซาแมนต้า มาสุข นางแบบแฟชั่นวีคและผู้ชนะเลิศการประกวดจากเวที Fresh Faces Thailand ปี 2015 และ กรีน-ณัฐนันท์ นารี นางแบบและนักแสดงชื่อดัง ดีกรีเจ้าของตำแหน่ง Miss Asean Friendship ปี 2017 ร่วมเป็นกรรมการการตัดสินอีกด้วย

เปิดรับสมัครแล้วตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 20 ตุลาคม 2562 สามารถสมัครและติดตามรายละเอียดได้ที่เฟซบุ๊คMEEN MODEL LOOK PHUKET 2019หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร.09-5249-6361 หรือ 06-2954-6265ร่วมเชียร์และให้กำลังใจกับเหล่านางแบบตัวน้อยได้ ในรอบการประกวดวันที่26 ตุลาคม 2562 ณ ลานเดอะพอร์ทอารีน่า ศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง ภูเก็ต

TK park ตอบรับการอ่านทุกที่ทุกเวลา เปิดห้องสมุดดิจิทัล อ่านอีบุ๊คฟรี กว่าสองหมื่นเล่ม

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/447704

TK park ตอบรับการอ่านทุกที่ทุกเวลา เปิดห้องสมุดดิจิทัล อ่านอีบุ๊คฟรี กว่าสองหมื่นเล่ม

วันพฤหัสบดี ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ศักดิ์ศรี บุญยรักษ์โยธิน

สถาบันอุทยานการเรียนรู้ TK park เปิดบริการห้องสมุดดิจิทัล TK Public Online Library ตอบรับไลฟ์สไตล์นักอ่านด้วยสื่อหลายแขนง ทั้งอีบุ๊ค หนังสือเสียง วีดีโอกว่า 20,000 รายการ ด้วยเนื้อหาหลากหลาย ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย พร้อมต้อนรับช่วงปิดเทอม เอาใจคนทุกวัยที่รักการท่องเที่ยว นำเสนอหนังสือท่องเที่ยวในประเทศและต่างประเทศให้เลือกอ่านอย่างจุใจ

นายศักดิ์ศรี บุญยรักษ์โยธิน นักจัดการความรู้อาวุโส สถาบันอุทยานการเรียนรู้ TK park กล่าวถึงระบบห้องสมุด TK Public Online Library ว่า ปัจจุบันมีสื่อพร้อมให้บริการกว่า 20,000 รายการ และมีสมาชิกที่สมัครเข้ามาใช้บริการกว่า 33,000 คน มีหนังสือและสื่อหลากหลายประเภท ครอบคลุมทุกช่วงวัย แบ่งเป็นอีบุ๊คกว่า 20,000 เล่ม หนังสือเสียงกว่า 800 ชิ้นวีดีโอและคอร์สออนไลน์กว่า 400 ชิ้น รวบรวมหลายประเภท อาทิ จิตวิทยาและการพัฒนาตนเอง, ธุรกิจและการจัดการ,หนังสือเด็ก, วรรณกรรมเยาวชน, ท่องเที่ยว,นวนิยาย เรื่องสั้น, ภาษา, ความรู้ทั่วไป เป็นต้นนอกจากนี้ ยังต้อนรับช่วงปิดเทอมพร้อมสนับสนุนนโยบายการท่องเที่ยว แอพพลิเคชั่นTK park Online Library และ Libby, by OverDrive จึงนำเสนอหนังสือท่องเที่ยวในประเทศและต่างประเทศให้เลือกอ่านอย่างจุใจ

สำหรับหนังสือท่องเที่ยวในประเทศในแอพ TK park Online Library นอกจากจะมีหนังสือท่องเที่ยวของจังหวัดต่างๆ หนังสือสารคดีหรือเรื่องสั้นแนวท่องเที่ยว จำนวนกว่า 200 เล่มแล้ว ยังมีหนังสือภาพสำหรับเด็กหลากหลายช่วงวัย นำเสนอวิถีชีวิตคนในแต่ละท้องถิ่นผ่านตัวละครแสนสนุก จัดทำโดย สถาบันอุทยานการเรียนรู้TK park สำหรับแอพ Libby, by OverDriveนักอ่านสามารถยืมหนังสือคู่มือท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมทั่วโลก โดยเฉพาะหนังสือในชุด Lonely Planet’s Travel Guide และ LonelyPlanet’s Best in Travel 2019 ของแต่ละประเทศ รวมทั้งยังมีหนังสือภาพเชิงท่องเที่ยวสำหรับเด็ก ในชุด The Adventures of Bella& Harry ที่เหมาะสำหรับครอบครัวนักเดินทางอีกด้วย

ทีมงานของ TK park พบว่า นักอ่านนิยมหนังสือที่ตอบรับไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวเช่น หนังสือที่แนะการท่องเที่ยวใกล้บ้าน การท่องเที่ยวในเชิงวัฒนธรรม และหนังสือท่องเที่ยวเชิงสารคดีเกี่ยวกับการสำรวจย่านเก่าในท้องถิ่น จะได้รับความสนใจเป็นอย่างยิ่ง และมีแนวโน้มอ่านหนังสือท่องเที่ยวตามสถานที่ยอดนิยมในช่วงเทศกาลและตามเส้นทางยอดนิยมของสายการบิน โดยมีหนังสือ9 เล่มโปรดที่เป็นที่นิยมของนักอ่าน ได้แก่ เที่ยวเมืองไทยหายเซ็งเป็ด, เที่ยว 10 เส้นทางวัฒนธรรม ท่องประวัติศาสตร์, เที่ยวไทเปทุกวันได้ไหมเนี่ย, เที่ยวเขาใหญ่ ปากช่องชิล กิน ช้อป ครบทุกแนว, เล่มเดียวเที่ยวทั่วน่าน,เที่ยวโรแมนติกที่สวนผึ้ง, เที่ยวเชียงใหม่ ฉบับสมบูรณ์, เที่ยว กิน ช็อป เมืองเชียงใหม่ และ ชิม ช็อป แชะ แชร์ @หัวหิน

ทั้งนี้ TK Public Online Library โดยสถาบันอุทยานการเรียนรู้ TK park นับเป็นห้องสมุดออนไลน์ขนาดใหญ่ผู้ใช้บริการสามารถเข้ามาอ่าน ชม ฟัง สาระความรู้และความบันเทิงมากมายได้โดยสะดวกเพราะสามารถยืม คืน จอง อ่าน ได้ทุกที่ ทุกเวลา โดยที่ไม่ต้องเดินทางมาที่ห้องสมุดจริง เพียงใช้งานผ่านอุปกรณ์สมาร์ทโฟน แท็บเลต และคอมพิวเตอร์ ที่สำคัญคือเปิดให้บริการฟรีเพียงแค่สมัครสมาชิกที่ http://www.tkpark.or.th และนำ Username และ Password ที่ได้ ไปใช้ได้ทันที ประกอบด้วย 4 แอพพลิเคชั่น ได้แก่ TK park Online Library ที่รวบรวมอีบุ๊ค หนังสือเสียง วีดีโอ และคอร์สออนไลน์ภาษาไทยจากสำนักพิมพ์ชั้นนำ Libby by OverDrive ที่มีอีบุ๊คและหนังสือเสียงภาษาอังกฤษยอดนิยมจากทั่วโลก 2ebook แอพอีบุ๊คภาษาไทยที่มีหนังสือเชิงความรู้และวิชาการมากมาย และ PressReader รวบรวมหนังสือพิมพ์และนิตยสารอิเล็กทรอนิกส์กว่า 60 ภาษาทั่วโลก