นายกฯร่วมวงดินเนอร์พรรคร่วม เสริฟอาหารจีน

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/402578?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

นายกฯร่วมวงดินเนอร์พรรคร่วม เสริฟอาหารจีน

วันที่ 3 ธันวาคม 2562 – 20:09 น.
นายกฯดินเนอร์พรรคร่วม
เปิดอ่าน 92 ครั้ง

“บิ๊กตู่” มาตามนัด ถึง “สโมสรราชพฤกษ์” 19.30 น. ดินเนอร์ “แกนนำพรรคร่วม” สโมสรราชพฤกษ์ เสริฟเมนูอาหารจีน 

3 ธ.ค.2562-ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการพูดคุยกันระหว่างแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล ที่สโมสรราชพฤกษ์ ว่า เริ่มคึกคักตั้งแต่เวลา 17.00 น. โดยแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลได้ทยอยเดินทางมาถึง ซึ่งเป็นการสังสรรค์กันภายใน ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปในพื้นที่เพื่อนำเสนอข่าว ทำให้สื่อมวลชนจำนวนมากต้องรอสังเกตการณ์และบันทึกภาพบริเวณประตูทางเข้าที่อยู่ตรงข้ามศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ

โดยแกนนำฯ ที่ทยอยเดินทางมาถึงเป็นกลุ่มแรกๆ อาทิ แกนนำพรรคเล็ก ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตคือพรรคฝ่ายค้านอิสระ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ นายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธรรมไทย ได้เดินทางมาด้วย

จากนั้นบรรดาแกนนำฯ  รวมถึงรัฐมนตรีได้ทยอยเดินทางกันมา ทั้ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ แกนนำพรรคชาติพัฒนา นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี

และรมว.สาธารณสุข นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รมว.แรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรครวมพลังประชาชาติไทย น.ส. กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กระทั่งเมื่อเวลา 19.30น.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม เดินทางมาถึง

ขณะที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ เดินมาถึงเป็นคนสุดท้ายเมื่อเวลา 19.45 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับโต๊ะหลักที่รับรองแขกวีไอพี ประกอบด้วย พล.อ.ประวิตร นายอนุทิน พล.อ.อนุพงษ์ นายอุตตม ม.ร.ว.จัตุมงคล นายสุวัจน์  และน.ส. กัญจนา สำหรับเมนูอาหารมีการจัดเตรียมไว้เป็นอาหารจีน ประกอบด้วย ออเดิร์ฟ ซุปหูฉลามตุ๋นหม้อดิน ปลาหิมะนึ่งซีอิ๊ว ผัดผักปวยเล้ง บะหมี่แห้งกุ้งแม่น้ำ และมี แป๊ะก๊วยบัวลอยน้ำขิงเป็นของหวาน

นายกฯเผยไม่หวังสิ่งตอบแทนไม่ต้องการให้ใครมารัก-เกลียด

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/402573?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

นายกฯเผยไม่หวังสิ่งตอบแทนไม่ต้องการให้ใครมารัก-เกลียด

วันที่ 3 ธันวาคม 2562 – 19:36 น.
ดินเนอร์พรรคร่วม
เปิดอ่าน 53 ครั้ง

“บิ๊กตู่” เผย เป็น “นายกฯ” ดูแลคนทั้งประเทศ ลั่น ไม่หวังสิ่งตอบแทน ไม่ต้องการให้ใครมารัก-เกลียด

3 ธ.ค.2562-“บิ๊กตู่” เผย เป็น “นายกฯ” ดูแลคนทั้งประเทศ ลั่น ไม่หวังสิ่งตอบแทน ไม่ต้องการให้ใครมารัก-เกลียด ชี้ แค่ต้องการให้ทุกคนก้าวไปข้างหน้า แย้ม ดินเนอร์ “พรรคร่วม” ร้องเพลง คนไม่สำคัญ

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม  เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมมอบโล่ประกาศเกียรติคุณดีเด่นแก่องค์กรที่สนับสนุนงานด้านคนพิการดีเด่น หน่วยงานดีเด่นด้านการจัดสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ มาตรฐาน องค์กรดีเด่นด้านคนพิการหรือองค์กรอื่นใดที่ให้บริการแก่คนพิการ โดยมีนายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวง  ผู้แทนคนพิการในระดับภูมิภาคอาเซียน องค์กรด้านคนพิการ อาสาสมัครสถาบันการศึกษา เครือข่ายหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องคนพิการและครอบครัว ผู้ดูแลคนพิการ รวมทั้งประชาชนทั่วไป จำนวนกว่า 1,000 คนเข้าร่วมด้วย

ทั้งนี้ นายกฯ กล่าวว่า ตนเป็นนายกฯของคนทั้งประเทศดูแลทุกกลุ่ม ทุกฝ่าย ซึ่งจะต้องคิดว่าจะต้องดูแลอย่างไรและรัฐบาลพยายามอย่างยิ่งที่จะดูแลผู้พิการ ต้องดูแลด้วยความเท่าเทียม ไม่ใช่ดูแลเพราะความสงสาร เพราะมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เท่านั้น จึงได้มอบหมายให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลสิทธิของผู้พิการให้สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ เพื่อให้เขาเกิดความเข้มแข็ง เพราะบางครั้งพ่อ แม่มีปัญหาในการดูแล นอกจากนี้ ในอนาคต นอกจากนี้ ผู้สูงอายุอยู่ในเกณฑ์ที่มากขึ้นอีกทั้งเด็ก ที่จะต้องได้รับการศึกษาตั้งแต่ชั้นประถม มัธยม อุดมศึกษา เริ่มมีจำนวนมากขึ้น

นายกฯ กล่าวต่อว่า ตนได้สั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ขอให้ดูแลการจัดหารงาน โดยรัฐบาลจะให้สิทธิประโยชน์และการลดภาษี และต้องหามาตรการการเงินสมัยใหม่ เพื่อให้ ทุกคนเข้าถึงและประกอบอาชีพได้  ทั้งหมดนายกฯจะต้องเริ่มคิดและพูดคุยกับรัฐมนตรีต่างๆในการขับเคลื่อน วันนี้เป็นรัฐบาลที่มาอย่างนี้ต้องเร่งรัดแก้ปัญหาประเทศให้ได้โดยเร็วที่สุด เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ส่งครามการค้า  ต้องพึ่งตัวเองให้ได้มากที่สุดแต่ก็ต้องพึ่งคนอื่นด้วย วิธีการอันชาญฉลาด เพื่อเดินหน้าประเทศไทย

“ผมทำงานโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ผมไม่ต้องการให้ใครมารักผม ไม่ต้องการให้คนมาเกลียดผม แค่นั้นพอแล้ว ผมต้องการทำให้ทุกคนก้าวหน้าไปข้างหน้า วันหน้า เป็นเรื่องวันเวลาการเปลี่ยนแปลง ก็ว่ากันไปตราบใดที่ยังอยู่ตรงนี้ จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด โดยไม่มุ่งหวังผลประโยชน์ใดๆทั้งสิ้น สิ่งเหล่านี้ผมพูดคุยกับบรรดาครม.เสมอ ซึ่งก็เข้าใจซึ่งกันและกัน  สิ่งสำคัญเราต้องยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และความเป็นคนไทยของเรา ความมีอัตลักษณ์ของเราคือการมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแพร่ มีกำลังใจให้กันเสมอต้องไม่เกลียดชังซึ่งกันและกัน ไม่บิดเบือนซึ่งกันและกันไปในทางที่ให้ร้ายซึ่งกันและกัน หรือสร้างความเกลียดโดยไม่มีประโยชน์ในช่วงเวลานี้และเวลาต่างไป” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  นายกฯยังได้ร่วมร้องเพลงกับผู้พิการในเพลง “ศรัทธา” ของวงหิน เหล็กไฟอย่างมีความสุข  จากนั้นก่อนเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า  ผู้สื่อข่าวถามว่าคืนนี้ในงานรับประทานอาหารกับพรรคร่วมรัฐบาลจะร้องเพลงอะไร นายกฯ กล่าวพร้อมกับเอามือชี้ไปที่หน้าอกว่า “ฉันเป็นคนหนึ่งที่ไม่สำคัญ” ซึ่งตรงกับเพลงคนไม่สำคัญของ พลพล -พลกองเส็ง

แก้ปัญหาสภาล่ม สั่งส.ส.ห้ามขาด-ห้ามลา-ห้ามไปตปท.

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/402571?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

แก้ปัญหาสภาล่ม สั่งส.ส.ห้ามขาด-ห้ามลา-ห้ามไปตปท.

วันที่ 3 ธันวาคม 2562 – 19:22 น.
ครมถกเครียดแก้ปัญหาสภาล่ม
เปิดอ่าน 73 ครั้ง

ครม.ถกเครียดแก้ปัญหาสภาล่ม สั่งส.ส.ห้ามขาด-ห้ามลา-ห้ามไปตปท. จี้ แต่ละพรรค วางบทลงโทษส.ส.แหกคอก – เตรียมคนนั่งกมธ.ม. 44 เผย “บิ๊กตู่” ห่วง เสถียรภาพรัฐบาล

3 ธ.ค.2562- รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล แจ้งว่า  ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ (3 ธ.ค.)  นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ได้รายงานต่อที่ประชุมให้รับทราบถึงเหตุการณ์การประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา รวมถึงกรณีที่จะมีการประชุมสภาฯในวันที่ 4 ธ.ค.นี้ จะต้องให้ความสำคัญกับเรื่ององค์ประชุมด้วย

โดยจำนวน ส.ส.ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านในขณะนี้มี 498 คน ลดลงจากเดิมที่มี 499 คน  เนื่องจาก เมื่อวันที่ 2 ธ.ค.ที่ผ่านมา ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งมีคำสั่งให้นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก ส.ส.สมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ หยุดปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561  ขณะที่ในส่วนขององค์ประชุมสภาฯจะต้องมีส.ส. 249 คน

สำหรับฝ่ายรัฐบาลมีส.ส.252 เสียง แต่จะมีส.ส.จำนวหนึ่งที่ไม่สามารถเข้าร่วมการประชุมสภาฯ ในวันที่ 4 ธ.ค.นี้ :ซึ่งตนได้รับแจ้งว่ามี 3 คน คือ นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ที่อยู่ระหว่างการพักรักษาตัว  นายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งติดภารกิจในต่างประเทศ  และนายชัย ชิดชอบ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย จึงต้องขอความร่วมมือจากทุกพรรคให้ช่วยกันประสาน ส.ส.ให้มาประชุม ไม่ควรขาด เพราะจะกระทบต่อองค์ประชุม ทั้งนี้ หากฝ่ายรัฐบาลมาประชุมกันครบทุกคน ก็ไม่จำเป็นต้องเพิ่มเสียง ส.ส.ของฝ่ายค้าน  ขณะที่การประชุมสภาฯ ยังคงค้างการพิจารณาญัตติการแต่งตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบจากการกระทำประกาศและคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และการใช้อำนาจของหัวหน้าคสช. ตามมาตรา 44

ขณะที่นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ระบุว่า การตั้งกมธ.วิสามัญศึกษาผลกระทบจากมาตรา 44 คงเกิดขึ้นแน่นอน ดังนั้น ฝ่ายรัฐบาลต้องเตรียมบุคคลที่มีพร้อมทำหน้าที่กมธ.ดังกล่าว

ด้านพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวในที่ประชุมว่า ไม่กังวลว่าฝ่ายค้านจะตั้งกรรมาธิการชุดดังกล่าวได้สำเร็จหรือไม่ เพราะเป็นกระบวนการของทางสภาฯ จึงไม่ห่วง และเชื่อว่าการออกคำสั่งมาตรา 44  ได้ทำทุกอย่างถูกต้องตามขั้นตอน จึงเชื่อว่าไม่มีความผิด แต่สิ่งที่น่ากังวลคือเสถียรภาพของรัฐบาล เพราะเมื่อฝ่ายค้านโหวตชนะฝ่ายรัฐบาล ภาพที่คนภายนอกมองเข้ามา ย่อมจะมองถึงความมีเอกภาพและเสถียรภาพของรัฐบาล จึงจะต้องหาทางแก้ไข  นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ยังมอบหมายให้นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ ทำหน้าที่ประสานงานระหว่าง ครม.และสภาฯ เพื่อช่วยนายเทวัญอีกแรง เพราะนายพุทธิพงษ์ได้รับการแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาวิปรัฐบาลด้วย  ขณะที่พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ แสดงความเห็นว่านายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล ไม่ควรออกมาให้ข่าวที่ไปตำหนิพรรคร่วมรัฐบาลในกรณีองค์ประชุมสภาฯล่ม

นอกจากนี้ รัฐมนตรีหลายคนแสดงความเห็นกรณีสภาล่มอย่างกว้างขวาง เช่น นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม และเป็นแกนนำพรรคพลังประชารัฐ กล่าวในที่ประชุมว่า ขอให้ส.ส.ทุกพรรคมาร่วมประชุมสภาฯอย่างครบถ้วน ห้ามขาด ห้ามลา และห้ามไปต่างประเทศ ซึ่งมีส.ส.ของพปชร.บางคนโทรศัพท์มาปรึกษาตนว่าเตรียมจะพาหัวคะแนนไปเที่ยวต่างประเทศ จะทำอย่างไรดี ตนจึงขอให้ส.ส.คนนั้นเลื่อนการเดินทางดังกล่าวออกไปก่อน อย่าเพิ่งไปในช่วงนี้  จากนั้นมีรัฐมนตรีบางส่วนเสนอให้แต่ละพรรคหามาตรการลงโทษ ส.ส.ที่ลงมติสวนทางวิปรัฐบาล รวมถึง ส.ส.ที่ไม่ได้เข้าร่วมประชุมสภาฯ โดยหากมีเหตุผลไม่สมควรแก่การขาด ก็ควรมีมาตรการลงโทษ

ไวพจน์ ไร้เอกสิทธิส.ส.คุ้มครอง-แสดงหมายจับกุมจับตัวได้ทันที

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/402569?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

ไวพจน์ ไร้เอกสิทธิส.ส.คุ้มครอง-แสดงหมายจับกุมจับตัวได้ทันที

วันที่ 3 ธันวาคม 2562 – 19:06 น.
ไวพจน์ไร้เอกสิทธิคุ้มครอง,จับกุมทันที
เปิดอ่าน 211 ครั้ง

 “ไวพจน์” ไร้เอกสิทธิส.ส.คุ้มครอง -ตร.แสดงหมายจับกุม จับตัวได้ทันที “เลขาสภาฯ” บอกสถานะส.ส.ยังคงมี – แสดงตนเป็นองค์ประชุม 4 ธ.ค.นี้ได้

รัฐสภา – 3 ธันวาคม 2562 -นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีศาลฎีกาออกหมายจับพ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ

เหตุไม่มาฟังคำพิพากษาคดีล้มการประชุมอาเซียนที่พัทยา ปี2552 โดยนัดให้ฟังคำพิพากษาอีกครั้งในวันที่ 15 มกราคม 2563 ว่า กรณีที่ศาลไม่อ่านคำพิพากษา ถือว่า พ.ต.ท.ไวพจน์ยังมีสถานภาพเป็น ส.ส.ไปจนกว่า จะเข้ารับฟังคำพิพากษา และสามารถเข้าร่วมประชุมสภาฯ​วันที่ 4 ธันวาคมนี้ได้ และมีสิทธิแสดงตนเป็นองค์ประชุม โดยจำนวน ส.ส.​ที่มีทั้งหมด คือ 498 คน เพราะนายนวัธ เตาะเจริญสุข อดีต ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย และนายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก ส.ส.สมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ ต้องยุติการปฏิบัติหน้าที่ตามคำของศาล ดังนั้นการนับองค์ประชุม คือกึ่งหนึ่ง จะอยู่ที่จำนวน 249 เสียง

ส่วนกรณีที่ศาลได้ออกหมายจับแล้วนั้น แม้จะอยู่ในสมัยประชุม แต่ พ.ต.ท.ไวพจน์จะไม่ได้รับเอกสิทธิคุ้มครองตามรัฐธรมนูญ​มาตรา 125 เนื่องจากเจตนารมณ์ของมาตราดังกล่าวกำหนดไว้เฉพาะการจับกุม คุมขังระหว่างกระบวนการพิจารณาคดีเท่านั้น แต่กรณีของพ.ต.ท.ไวพจน์ ถือว่ากระบวนการพิจารณาเสร็จสิ้นแล้ว ดังนั้นหากเจ้าหน้าที่ตำรวจนำหมายจับกุมของศาลแสดงกับพ.ต.ท.ไวพจน์ ไม่ว่าที่ใดสามารถจับกุมได้ทันที.

สุริยะ เผย บิ๊กตู่ เห็นด้วยให้เลื่อนแบนสารพิษ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/402565?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

สุริยะ เผย บิ๊กตู่ เห็นด้วยให้เลื่อนแบนสารพิษ

วันที่ 3 ธันวาคม 2562 – 18:36 น.
สุริยะ,บิ๊กตู่,เห็นด้วยให้เลื่อนแบนสารพิษ
เปิดอ่าน 71 ครั้ง

สุริยะ เผย บิ๊กตู่ เห็นด้วยให้เลื่อนแบนสารพิษ ระบุ อนุทิน – ภท. เข้าใจแล้ว

เมื่อเวลา 14.15 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงปัญหาเรื่องมติคณะกรรมการวัตถุอันตราย ที่เลื่อนการยกเลิกสารพิษทางเกษตร 3 ชนิด ว่า

ได้รายงานให้นายกรัฐมนตรีทราบถึงประเด็นที่จำเป็นต้องมีการเลื่อนการยกเลิกสารพิษดังกล่าวไปอีก 6 เดือน เนื่องจากยังมีอยู่ในมือเกษตรกรและสต็อกของร้านค้าจำนวนนับหมื่นล้านบาท ซึ่งนายกฯ เห็นด้วยที่จะต้องมีการเลื่อนไป เพราะถ้าไม่เลื่อนจะนำเงินที่ไหนไปจ่ายให้เกษตรกร รัฐไม่มีเงินจ่ายให้อยู่แล้ว

ส่วนอีกประเด็นที่มีการระบุว่า มติของคณะกรรมการฯมิชอบนั้น นายสุริยะ ยืนยันว่าเป็นมติที่ชอบด้วยกฎหมาย ฝ่ายกฎหมายดูแลเรียบร้อย มีการถอดเทปการประชุม เรื่องนี้ได้ข้อยุติแล้ว นายกฯเองก็เข้าใจ เพราะเป็นเรื่องของคณะกรรมการฯ ส่วนที่ทางพรรคภูมิใจไทยไม่เห็นด้วยที่จะให้ชะลอนั้น ในที่ประชุม ครม. นายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ก็ไม่ได้พูดอะไร เพราะไม่ใช่เรื่องการเมือง แต่มองว่าอะไรเกิดประโยชน์กับการแก้ไขปัญหาในภาพรวม ซึ่งนายกฯบอกว่าไม่ใช่การดูแลสุขภาพอย่างเดียว ต้องดูแลเรื่องของรัฐ ผู้นำเข้า เกษตรกร และผู้ใช้ ต้องดูให้ครบทุกภาคส่วน
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการเผยแพร่เทปการประชุมหรือไม่ นายสุริยะ กล่าวว่า กลายเป็นว่าบางคนเมื่อพูดแล้วอาจจะไม่อยากออกสื่อ แต่ถ้ากรรมการคนใดมีปัญหา เราสามารถเปิดเทปให้ดูได้
เมื่อถามถึงกรณีที่นายอนุทิน เสนอให้ตีความว่ามติของคณะกรรมการฯล่าสุด ถือเป็นมติที่ถูกต้องหรือไม่ นายสุริยะ กล่าวว่า ตอนนั้นท่านไม่มีข้อเท็จจริงเรื่องนี้ คือไปฟังคำพูดแล้วจับประเด็นมา แต่ในการประชุมคณะกรรมการฯนั้น มีการสอบถามกรรมการแต่ละคน ซึ่งนายอนุทินและพรรคภูมิใจไทยเข้าใจเรียบร้อยแล้ว

‘พ่อปารีณา’ ลั่นยอมตาย ถ้าผิดรุกป่า

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/402562?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

‘พ่อปารีณา’ ลั่นยอมตาย ถ้าผิดรุกป่า

วันที่ 3 ธันวาคม 2562 – 18:35 น.
พ่อปารีณา,รุกป่าสงวน,ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์
เปิดอ่าน 286 ครั้ง

“ทวี ไกรคุปต์” พ่อ “ปารีณา” ปฏิเสธแย่งไมค์อธิบดีกรมป่าไม้ ลั่นยอมตาย ถ้าผิดรุกป่า แต่สุดท้ายขอถอนคำพูด ยันไม่คิดหนีเหมือน “ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์”

เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. 2562 – นายทวี ไกรคุปต์ บิดาของน.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เดินทางมาที่รัฐสภา เพื่อขอความเป็นธรรมกับสื่อมวลชน หลังจากที่สื่อมวลชนหลายสำนักพิมพ์ พาดหัวข่าวที่สร้างความเสียหายให้กับตนเอง

  อ่านข่าว :ปารีณา เชื่อโดนทำร้ายฝีมือ ทักษิณ

นายทวี กล่าวยืนยันว่าเมื่อวันที่ 2 ธ.ค.ที่ผ่านมา ตนไม่ได้มีพฤติกรรมแย่งไมโครโฟนจากมือของนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ ที่อยู่ระหว่างแถลงรายละเอียดการบุกรุกที่ป่าของน.ส.ปารีณา ในจ.ราชบุรี แต่เป็นเพียงการซักถามในประเด็นรายละเอียดของที่ดินที่แถลงเท่านั้นเพื่อให้เกิดความชัดเจน ส่วนที่ตนเองไปร่วมเวทีแถลงดังกล่าว เพราะมีสื่อมวลชนร้องขอให้ตนไปชี้แจงข้อเท็จจริง

นายทวี กล่าวอีกว่า ดังนั้น การที่สื่อมวลชนเขียนถึงพฤติกรรมของตนนั้น ขอยืนยันว่า จากการที่เป็นอดีต ส.ส. และอดีตรัฐมนตรี ตนไม่ใช่กุ๊ย ไม่ใช่คนกักขฬะ และไม่ได้เป็นคนแบบนั้น แต่เป็นคนนอบน้อมถ่อมตน ส่วนกรณีที่มีการแจ้งความเอาผิดตน และน.ส.ปารีณา กับกองบังคับการป้องกันปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) นั้น ตนจะเดินทางไปยัง บก.ปทส.เพื่อรายงานตัว และพร้อมจะตอบในทุกคำถาม

นายทวี กล่าวว่า ในคดีนี้หากตรวจสอบว่าตนผิด และต้องติดคุก ตนพร้อมจะฆ่าตัวตาย เพราะตนรักศักดิ์ศรี และเรื่องนี้ก็พร้อมต่อสู้คดี จะไม่หนีคดีเหมือนอย่างนายทักษิณ และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะอยู่ตามคำตัดสิน แต่ตนจะฆ่าตัวเอง ทั้งนี้ การกล่าวหาว่าตนบุกรุกที่ดินถือว่าเป็นสิ่งที่สร้างความเสียหายที่สุดในชีวิต ตนเป็นคนรักษาชื่อเสียงยิ่งกว่าชีวิต ไม่เสียดายชีวิตถ้าสิ่งนั้นทำให้ตนเสียชื่อเสียง

เมื่อถามว่า กรณีที่ระบุว่าจะฆ่าตัวตายหากคำพิพากษาปรากฎว่าผิด ถือว่ากดดันการทำงานของเจ้าหน้าที่หรือไม่ นายทวี กล่าวขึ้นว่า “งั้น ผมขอยกเลิกที่พูดไปว่าจะฆ่าตัวตาย แต่ผมยืนยันว่ารักศักดิ์ศรีของผม”

นายทวี กล่าวว่า พร้อมจะรับการตรวจสอบ มีเอกสารชัดเจนสามารถตรวจสอบที่มาได้ ที่ดินดังกล่าวเป็นที่ดินในครอบครองของตน ตั้งแต่ น.ส.ปารีณา ยังไม่เกิด มีที่มาจากชาวบ้านที่ชื่อ “ลุงนัย” ที่ขายให้กับนายทหารคนหนึ่ง และตนก็ได้ซื้อต่อมาจากนายทหารคนนั้น และครอบครองมาจนถึงทุกวันนี้ ซึ่ง น.ส.ปารีณาไม่ทราบว่าได้มาจากที่ไหน และไม่ทราบรายละเอียดอะไร

ศาลออกหมายจับ ไวพจน์ ส.ส.พปชร. ฟังฎีกา15 ม.ค.63

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/402552?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

ศาลออกหมายจับ ไวพจน์ ส.ส.พปชร. ฟังฎีกา15 ม.ค.63

วันที่ 3 ธันวาคม 2562 – 17:57 น.
ศาลออกหมายจับ,ไวพจน์ สสพปชร,ฟังฎีกา
เปิดอ่าน 345 ครั้ง

ศาลพัทยา นัดอ่านฎีกาไวพจน์ คดีร่วมชุมนุมเสื้อแดงบุกคลิฟบีช 13 ม.ค.ปีหน้า ส่วนที่แก้คำให้การเป็นรับสารภาพ ศาลฎีกายกคำร้อง

3 ธ.ค.2562-ศาลพัทยา นัดอ่านฎีกาไวพจน์ คดีร่วมชุมนุมเสื้อแดงบุกคลิฟบีช 13 ม.ค.ปีหน้า ส่วนที่แก้คำให้การเป็นรับสารภาพ ศาลฎีกายกคำร้อง ขณะที่”นายสำเริง ประจำเรือ”-“นายวรชัย เหมะ” เข้าคุกรับโทษ 4 ปีตามฎีกาถึงที่สุด

ที่ศาลจังหวัดพัทยา เมื่อเวลา 10.00 น. ศาลนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา คดีหมายเลขดำ อ.3537/2552 คดีที่ “13 นปช.” ร่วมกันชุมนุม บุกรุกไปยังโรงแรม รอยัลคลิฟ บีช พัทยา ก่อความวุ่นวายขัดขวางการประชุมอาเซียน ซัมมิท ปี 2552 ที่พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการจังหวัดพัทยา เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง กับพวกรวม 18 คนเป็นจำเลย โดยระหว่างพิจารณามีจำเลย หลบหนี 3 คน ขณะที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง 2 คน นายธรชัย ศักดิ์มังกรจำเลยที่ 8 , พ.ต.อ.สมพล รัฐกาญจน์ จำเลยที่ 14 ชั้นฎีกายกฟ้อง 1 คน คือนายสมญศฆ์ พรมภาจำเลยที่ 4

โดยวันนี้เป็นการนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกาในส่วน พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ( พปชร.) จำเลยที่ 3 , นายสำเริง ประจำเรือ จำเลยที่ 6 และนายวรชัย เหมะ จำเลยที่ 13 ที่ได้ยื่นคำร้องขอแก้ไขคำให้การเดิมจากปฏิเสธ เป็นรับสารภาพ จากที่ก่อนหน้านี้ได้เลื่อนฟังคำพิพากษามาแล้วในเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ส่วน “นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง” จำเลยที่ 1 ไม่ได้มาศาลตั้งแต่นัดอ่านคำพิพากษาครั้งแรกเมื่อวันที่ 11 ก.ย.62 ศาลจึงให้ออกหมายจับติดตามตัวมาฟังคำพิพากษาฎีกาคดีนี้ โดยปัจจุบันเชื่อว่าได้หลบหนีคดีไป เนื่องจากในนัดอ่านคำพิพากษาฎีกาครั้งแรกที่มีจำเลยอื่นมาฟังนั้นผลคำพิพากษาฎีกา คือ พิพากษายืนจำคุกจำเลยคนละ 4 ปี ปรับคนละ 200 บาท

อย่างไรก็ดีวันนี้ ในส่วนของ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส. พปชร. จำเลยที่ 3 ไม่ได้มาศาล คงมีเพียงผู้รับมอบอำนาจและทนายความมาศาล โดยยื่นคำร้องขอเลื่อนฟังคำพิพากษาศาลฎีกา ด้วยเหตุผลว่า จำเลยที่ 3 เป็น ส.ส.อยู่ระหว่างการประชุมพรรค

ขณะที่ “นายสำเริง ประจำเรือ” จำเลยที่ 6 และ “นายวรชัย เหมะ” จำเลยที่ 13 มาศาล

อย่างไรก็ตามศาลพิจารณาคำร้องขอเลื่อนฟังคำพิพากษาแล้ว เห็นว่า แม้จำเลยที่ 3 เป็น ส.ส. แต่คดีนี้เสร็จการพิจารณาเสร็จแล้วไม่อยู่ในบังคับของกฎหมายรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มาตรา 125 ประกอบกับการขอเลื่อนคดีมีลักษณะเป็นการประวิงคดี จึงไม่อนุญาตให้เลื่อนฟังคำพิพากษาศาลฎีกา จึงให้ปรับนายประกันจำเลยที่ 3 เต็มตามสัญญาประกัน และให้ออกหมายจับสำหรับ พ.ต.ท.ไวพจน์ ส.ส.พปชร. จำเลยที่ 3 เพื่อมาฟังคำพิพากษาฎีกาในวันที่ 15 ม.ค.63 เวลา 09.00 น.

ส่วน “นายสำเริง ประจำเรือ” จำเลยที่ 6 และ “นายวรชัย เหมะ” จำเลยที่ 13ที่วันนี้มาศาล ศาลจังหวัดพัทยาก็ได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้ทราบว่า ศาลฎีกาพิจารณาประเด็นที่จำเลยที่ 3, ที่ 6 , ที่ 13 ยื่นคำร้องขอแก้ไขคำให้การเดิมจากปฏิเสธ เป็นรับสารภาพนั้น ศาลเห็นว่าการแก้ไขหรือเพิ่มเติมคำให้การ ต้องกระทำก่อนศาลพิพากษา การที่จำเลยทั้งสามมายื่นในชั้นฎีกาเป็นการต้องห้าม จึงให้ยกคำร้อง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ( ป วิ.อ.) มาตรา 163 วรรคสอง จึงพิพากษาจำคุก “นายสำเริง” จำเลยที่ 6 และ”นายวรชัย” จำเลยที่ 13 คนละ 4 ปี และปรับคนละ 200 บาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเมื่ออ่านคำพิพากษาฎีกาที่ถึงที่สุดแล้ว เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ จึงควบคุมตัว “นายสำเริง” จำเลยที่ 6 และ”นายวรชัย” จำเลยที่ 13 ไปคุมขังยังเรือนจำพิเศษพัทยา เพื่อรับโทษตามคำพิพากษา

ทั้งนี้สำหรับคดีดังกล่าว ในวันนัดอ่านคำพิพากษาฎีกาครั้งแรกวันที่ 11 ก.ย.62 ซึ่งจำเลย 13 คนที่มีฎีกาคดี  มีเพียงนายศักดา นพสิทธิ์ จำเลยที่ 10 ที่มาฟังคำพิพากษา ซึ่งคำพิพากษาฎีกาก็ยืนโทษจำคุก 4 ปี และปรับคนละ 200 บาทเช่นกัน

เดือด ทวี ไกรคุปต์ บุกมอบตัว ปทส.

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/402550?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

เดือด ทวี ไกรคุปต์ บุกมอบตัว ปทส.

วันที่ 3 ธันวาคม 2562 – 17:53 น.
ทวี ไกรคุปต์,ปารีณา ไกรคุปต์,ฟาร์มไก่ปารีณา,ทวีมอบตัว
เปิดอ่าน 527 ครั้ง

ทวี ไกรคุปต์ เดือดจัดบุกมอบตัวตำรวจ ปทส. หลังข่าวลงถูกแจ้งจับบุกรุกป่าพร้อมลูกสาว ยันไม่หนีเหมือน แม้ว-ปู ทิ้งลูกน้องรับผิดแทน ลั่นรักชื่อเสียงมากกว่าอาชีพ

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 3 ธ.ค. 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายทวี ไกรคุปต์ บิดาของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ได้เดินทางมาที่ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) เพื่อขอพบพนักงานสอบสวน ภายหลังมีกระแสข่าวถูกแจ้งจับพร้อมบุตรสาว ในคดีบุกรุกป่าสงวนฯ 46 ไร่ (อ่านข่าว ทวี ไกรคุปต์ รับเป็นคนถือครองที่ดิน ย้ำสู้คดีไม่หนี)

คลิปที่ 2

โดยนายทวี กล่าวด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวว่า ตนได้เห็นข่าวจากหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งลงข่าวว่า ทางกรมป่าไม้ได้แจ้งจับตนเองในข้อหาบุกรุกป่า จำนวน 46 ไร่ พร้อมกับลูกสาว วันนี้จึงเดินทางมามอบตัวเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา และแสดงตัวให้จับกุม พร้อมทั้งแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าตนจะไม่หนีไปไหน (อ่านข่าว วิจารณ์สนั่นช็อต ‘พ่อปารีณา’ ดึงไมค์คามืออธิบดีกรมป่าไม้)

“ผมรักชื่อเสียงของผมมากกว่าอาชีพของผม ตอนนี้รู้สึกกดดัน เดี๋ยวผมจะเอาหลักฐานที่ถูกรังแกให้เสียชื่อเสียงมาเปิดเผยให้สื่อมวลชนดูในภายหลัง” นายทวี กล่าว

นายทวี กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามตนเองจะไม่ฟ้องหนังสือพิมพ์ฉบับดังกล่าว เนื่องจากเข้าใจว่าเป็นทำตามหน้าที่ แต่ตนเองจะดำเนินฟ้องร้องกับนายเสี้ยว ในข้อหาหมิ่นประมาท ที่กล่าวหาตนเองไปบุกรุกที่ดิน จนทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง

คลิปที่ 3

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการสอบสวน นายทวี ได้พูดถึง นายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า จะไม่หนีคดีเหมือนบุคคลทั้งสองคน ทิ้งลูกน้องให้รับผิดแทน

ทั้งนี้รายงานข่าวยังระบุด้วยว่า ขณะลงบันทึกประจำวันกับพนักงานสอบสวน นายทวีได้พยายามโทรศัพท์ติดต่อหา น.ส.ปารีณา บุตรสาว แต่ก็ไม่ยอมรับสายแต่อย่างใด

ด้าน พ.ต.ท.เอกศิษฎ์ โตอดิเทพย์ รอง ผกก.(สอบสวน) กก.2 บก.ปทส. กล่าวว่า เบื้องต้นจากการตรวจสอบยังไม่พบว่ามีการแจ้งความดำเนินคดีกับนายทวี ไกรคุปต์ แต่อย่างใด ซึ่งต้องรอตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้ง อย่างไรก็ตามจะได้ทำการลงบันทึกวันไว้เป็นหลักฐาน ตามประสงค์ของนายทวีเอาไว้ก่อน

ครม.ไฟเขียว ดีเอสไอ ยกเลิกทำ 5 คดี

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/402534?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

ครม.ไฟเขียว ดีเอสไอ ยกเลิกทำ 5 คดี

วันที่ 3 ธันวาคม 2562 – 17:14 น.
ดีเอสไอยกเลิกทำ 5 คดี
เปิดอ่าน 170 ครั้ง

ครม.ไฟเขียว ดีเอสไอ ยกเลิกทำ 5 คดี “สุรา-ยาสูบ-เครื่องสำอาง-ยา-อาหาร” ชี้ เป็นคดีที่ไม่มีความซับซ้อน ไม่จำเป็นต้องใช้วิธีการสืบสวนในคดีพิเศษ

3 ธ.ค.2562-ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม. มีมติอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงว่าด้วยการกำหนดคดีพิเศษเพิ่มเติมตามกฏหมายว่าด้วยการสอบสวนคดีพิเศษ

เนื่องจากทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ได้พิจารณาและทบทวนภารกิจตามอำนาจหน้าที่แล้ว เห็นควรว่าจะยกเลิกความผิดทางอาญาตามกฏหมายที่ต้องดำเนินการสืบสวนเป็นความผิดทางคดีอาญาในกฎกระทรวง 5 ความผิด คือ คดีที่เกี่ยวกับสุรา ยาสูบ เครื่องสำอาง ยา และอาหาร ซึ่ง 5 คดีที่กล่าวมานี้ ทางดีเอสไอจะไม่เป็นผู้ดำเนินการสืบสวนสอบสวน

เนื่องจากคดีความผิดทางอาญาตามกฏหมายเกี่ยวกับสุรา ยาสูบ ได้ถูกยกเลิกแล้วด้วยกฏหมายว่าด้วยภาษีสรรพสามิต อีกทั้งลักษณะการกระทำความผิดตามกฏหมายว่าด้วยเครื่องสำอาง ยา และอาหาร ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นคดีที่ไม่มีความซับซ้อน จึงไม่จำเป็นที่จะต้องใช้วิธีการสืบสวนในคดีพิเศษ จึงไม่มีความจำเป็นที่จะให้ดีเอสไอ เป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินคดีดังกล่าว

สั่งทำฐานข้อมูลเกษตรกร หวังพัฒนา Smart Farmer

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/402527?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

สั่งทำฐานข้อมูลเกษตรกร หวังพัฒนา Smart Farmer

วันที่ 3 ธันวาคม 2562 – 17:04 น.
ฐานข้อมูลเกษตรกร,พัฒนาSmart Farmer
เปิดอ่าน 80 ครั้ง

“นายก” สั่ง ทำฐานข้อมูล เกษตรกร หวังพัฒนา Smart Farmer อย่างแท้จริงและให้ทำความเข้าใจกับประชาชนว่ารัฐบาลให้ความสำคัญดูแลประชาชนทุกกลุ่ม

3 ธ.ค.2562-ทำเนียบรัฐบาล นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)โดยกล่าวถึงข้อสั่งการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

โดยให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาขยายเมือง เช่น กรุงเทพฯให้ออกไปรอบนอกโดยสร้างให้เป็น smart City แต่จะต้องมีเส้นทางคมนาคมที่เชื่อมต่อได้

นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำฐานข้อมูลขนาดใหญ่หรือ Big Data ที่เกี่ยวข้องกับ เกษตรกร โดยจัดหมวดหมู่เกษตรกรว่าทำการเกษตรในรูปแบบใดบ้าง จากทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องทางการเกษตรเพื่อวิเคราะห์และร่วมกันในการดำเนินการ เช่น เกษตรอินทรีย์หรือปศุสัตว์

รวมทั้ง ครอบคลุมการจ้างงานในพื้นที่ที่ไม่ได้ทำการเกษตรโดยให้นำมาจัดแผนยุทธศาสตร์ภาพรวมดูแลเกษตรกรไทยอย่างเป็นระบบเพื่อให้เกิดเป็น Smart Farmer อย่างแท้จริงและให้ทำความเข้าใจกับประชาชนว่ารัฐบาลให้ความสำคัญดูแลประชาชนทุกกลุ่มไม่เฉพาะเกษตรกรโดยจะหามาตรการดูแลประชาชนกลุ่มอื่นๆด้วย