ขยายเวลาจ่ายเงินเยียวยาพายุโพดุลและคาจิก

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/402516?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

ขยายเวลาจ่ายเงินเยียวยาพายุโพดุลและคาจิก

วันที่ 3 ธันวาคม 2562 – 16:32 น.
ขยายเวลาจ่ายเงินเยียวยา,ผู้ประสบภัยพิบัติ,พายุโพดุล
เปิดอ่าน 43 ครั้ง

ครม.ขยายเวลาจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบภัยพิบัติจากพายุโพดุลและคาจิกิ ครัวเรือนละ 5,000 บาท

3 ธันวาคม  2562- ทำเนียบรัฐบาล น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี ว่า ครม.อนุมัติขยายระยะเวลาดำเนินการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยพิบัติครัวเรือนละ 5,000 บาท วงเงิน 2,092.40 ล้านบาท ในพื้นที่ 32 จังหวัด ออกไปจนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2563 จากเดิมที่ต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 ที่ผ่านมา เพื่อเป็นการขยายโอกาสให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐอย่างทั่วถึง

จากการสำรวจของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย มีจำนวนผู้ประสบภัยพิบัติที่เข้าเกณฑ์รับเงินเยียวยาทั้งสิ้น 59,503 ครัวเรือน  โดยทางธนาคารออมสินดำเนินการโอนเงินผ่านระบบพร้อมเพย์เสร็จแล้ว จำนวน 49,352 ครัวเรือน เป็นเงิน 246.76 ล้านบาท และอยู่ระหว่างดำเนินการ จำนวน 4,652 ครัวเรือน

สำหรับผู้ประสบภัยพิบัติที่ยังไม่ได้รับเงินเยียวยาอีกจำนวน 5,499 ครัวเรือน เนื่องจากไม่ได้ผูกพร้อมเพย์กับเลขบัตรประจำตัวประชาชน ไม่มีบัญชีธนาคารออมสินและบัญชีธนาคารถูกปิด จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประสบภัยพิบัติดำเนินการเปิดบัญชีธนาคารและผูกพร้อมเพย์กับบัตรประชาชนให้เรียบร้อย เพื่อที่จะได้รับเงินเยียวยาในครั้งนี้ เนื่องจากได้มีการขยายระยะเวลาออกไปจนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2563  หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมสอบถามข้อมูลได้ที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด

ทั้งนี้ ครม.ยังได้อนุมัติหลักการในการนำงบประมาณที่เหลือจากการให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยพิบัติครัวเรือนละ 5,000 บาทนี้ ไปใช้ในการให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่อื่นๆ อีกด้วย เช่น ภาคใต้ ภาคตะวันออก เป็นต้น โดยใช้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการจ่ายเงินช่วยเหลือเช่นเดียวกันกับการให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยพิบัติจากพายุโพดุลและคาจิกิ

ปทส. มีอำนาจตรวจไร่ ปารีณา ไม่ต้องรอโอนสำนวน

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/402507?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

ปทส. มีอำนาจตรวจไร่ ปารีณา ไม่ต้องรอโอนสำนวน

วันที่ 3 ธันวาคม 2562 – 16:16 น.
ปทส,ปารีณา,ปารีณา ไกรคุปต์,ฟาร์มไก่ปารีณา
เปิดอ่าน 326 ครั้ง

ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ยืนยัน ตำรวจ ปทส. มีอำนาจตรวจสอบที่ดิน ปารีณา ไกรคุปต์ โดยไม่รอโอนสำนวนคดี

วันที่ 3 ธ.ค.2562 พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) เปิดเผยว่า จากกรณีเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ ได้เดินทางเข้าร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.)ให้เอาผิด น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ

ในความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ฯ พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติฯ พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติฯ และประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9 กรณีบุกรุกพื้นที่ป่าไม้และสัตว์ป่าสงวนกว่า 46 ไร่ ในพื้นที่ ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ซึ่งเรื่องนี้พนักงานสอบสวน ปทส. มีอำนาจในการสอบปากคำ และลงพื้นที่ตรวจสอบไร่ของ น.ส.ปารีณา ได้ตามอำนาจหน้าที่ และตามพยานหลักฐานได้โดยไม่ต้องรอคำสั่งจาก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (อ่านข่าว วิจารณ์สนั่นช็อต ‘พ่อปารีณา’ ดึงไมค์คามืออธิบดีกรมป่าไม้)

อย่างไรก็ตาม คดีนี้ตนเองได้กำชับให้พนักงานสอบสวน ให้ดำเนินการไปตามพยานหลักฐานที่ปรากฎอย่างตรงไปตรงมา ยืนยันไม่มีอะไรน่าวิตกกังวล ส่วนจะมีการโอนสำนวนจากตำรวจภูธรภาค 7 ที่รับคดีไว้มาให้ ปทส.สอบสวน หรือให้ ปทส.ไปสอบร่วมนั้น ตรงนี้เป็นอำนาจของ ตร. ที่จะสั่งการ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีคำสั่งลงมา (อ่านข่าว ปารีณา ยังยิ้มได้ ถ่ายรูปชิลๆในฟาร์มไก่)

ทั้งนี้ จากการสืบสวนดำเนินคดีไม่จำเป็นต้องรอให้มีการโอนสำนวนก่อน ระหว่างนี้ ปทส. สามารถสอบสวนได้ตามอำนาจหน้าที่อยู่แล้ว ส่วนจะมีการลงพื้นที่ไร่ของ น.ส.ปารีณา วันไหนนั้น เป็นดุลยพินิจของพนักงานสอบสวน

บิ๊กตู่ โว รัฐบาลยังแน่นเหนียว ไม่ต้องกลัว

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/402481?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

บิ๊กตู่ โว รัฐบาลยังแน่นเหนียว ไม่ต้องกลัว

วันที่ 3 ธันวาคม 2562 – 15:07 น.
บิ๊กตู่,รัฐบาลยังแน่นเหนียว,ไม่ต้องกลัว,การเคลื่อนไหว,นอกสภา,ไม่สร้างสรรค์
เปิดอ่าน 79 ครั้ง

“บิ๊กตู่” ดักคอ การเคลื่อนไหว “นอกสภาฯ” ไม่สร้างสรรค์ สมควรหรือไม่ โว รัฐบาล ยังแน่นเหนียว ไม่ต้องกลัว

เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. 2562 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยการให้สัมภาษณ์วันนี้ได้กล่าวเพียงสั้นๆ เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ออกมาเคลื่อนไหวโจมตีเรื่อง เงินนอกงบประมาณของกระทรวงกลาโหม รวมทั้งการเคลื่อนไหวนอกสภาผู้แทนราษฏร ในกิจกรรมต่างๆ ว่า เรื่องนี้ทุกคนต้องพิจารณาดูว่าเป็นเรื่องที่สมควร หรือไม่สมควร และต้องดูว่าวันนี้สถานการณ์บ้านเมืองเป็นอย่างไร ดังนั้น การเคลื่อนไหวที่ไม่สร้างสรรค์จะสมควรหรือไม่ ตนก็ไม่รู้เหมือนกัน ก็ขอให้สังคมพิจารณาด้วย

อ่านข่าว – บิ๊กตู่ ปลื้ม ผลโพลชูนายกฯมือสะอาด

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีความเห็นอย่างไรที่ขณะนี้มีการเชิญชวนประชาชนออกมาเคลื่อนไหวกิจกรรม “วิ่งไล่ลุง” ในวันที่ 12 มกราคม 2563 พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ก็ว่าไปเถอะ เมื่อถามว่า นอกจากนี้กิจกรรมนี้แล้ว ยังมีกิจกรรม “วิ่งตามลุง” นายกฯจะไปร่วมหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ทำเสียงเชิงรำคาญ โดยกล่าวเพียงว่า “เอาเถอะ วิ่งให้ทันแล้วกัน”

เมื่อถามถึงความชัดเจนในการไปพบปะแกนนำและส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์  กล่าวว่า “ผมไป ไม่ใช่จะไปก้าวล่วงอะไรเขาเลยในทางการเมือง ถ้าจะพบปะหรือพูดคุยกันวันนี้ ผมก็พบปะพูดคุยกันกับส.ส.และบรรดารัฐมนตรีอยู่แล้วในครม. ผมก็คุยอยู่ทุกวัน ตัวแทนพรรคร่วมรัฐบาลก็อยู่กับผมอยู่แล้ว รองนายกรัฐมนตรีก็มาจากทุกพรรค ผมก็คุย และฝากไปถึงว่า เราควรจะร่วมมืออะไรกันได้บ้าง และขอให้ยึดผลประโยชน์ของประชาชนและผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก”

เมื่อถามว่าสรุปเย็นนี้ ไปร่วมงานด้วยใช่หรือไม่ พล.ประยุทธ์ กล่าวว่า “การจะถามว่า ผมจะไปไหนหรือไม่ไปไหน ไม่ต้องมาถามผมทุกวัน ให้ผมมีโอกาสของผมไปไหนเองบ้างสิ ไม่ได้ไปเพื่ออะไรหรอก วันนี้รัฐบาลนี้ยังแน่นเหนียว แน่นเหนียว ไม่ต้องกลัว”

เมื่อถามย้ำว่าตกลงไปร่วมใช่หรือไม่ พล.ประยุทธ์ ตอบอย่างรำคาญ “ถามอีกแล้ว”

ปริญญา ชี้ มติบอร์ดวัตถุอันตรายเลื่อนแบนสารพิษ ไม่ชอบกฎหมาย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/402468?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

ปริญญา ชี้ มติบอร์ดวัตถุอันตรายเลื่อนแบนสารพิษ ไม่ชอบกฎหมาย

วันที่ 3 ธันวาคม 2562 – 14:39 น.
ปริญญา,มติบอร์ดวัตถุอันตรายเลื่อนแบนสารพิษ,ไม่ชอบกฎหมาย
เปิดอ่าน 129 ครั้ง

ปริญญา ชี้บอร์ดวัตถุอันตรายชุดสุริยะ เลื่อนแบน 3 สารพิษไม่มีผลตามกฎหมาย เหตุไม่มีการนับองค์ประชุม -ไม่ลงมติ โดยยึดคำตัดสินจาก2ศาล เคยสร้างบรรทัดฐานไว้

    ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล  อาจารย์ประจำภาควิชากฎหมายมหาชน คณะนิติศาสตร์ และ รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและความยั่งยืน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก   Prinya Thaewanarumitkul   (https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=2775142039196383&id=100001018415956) ในหัวข้อว่า “มติของคณะกรรมการวัตถุอันตรายที่เลื่อนการแบนสามสารพิษชอบด้วยกฎหมายหรือไม่?”

โดยมีข้อความระบุว่า ตามที่คุณสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และประธานคณะกรรมการวัตถุอันตราย ได้แถลงว่า คณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติเป็นเอกฉันท์เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 ให้เลื่อนการแบน 3สารพิษทางการเกษตรออกไป 6 เดือน แต่รองศาสตราจารย์เภสัชกร จิราภรณ์ ลิ้มปานานนท์ ได้ออกมาแย้งว่า ในการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายครั้งนี้  ไม่มีการลงมติอย่างชัดเจนว่ากรรมการแต่ละท่านเห็นด้วยหรือไม่ในแต่ละประเด็น แต่เป็นภาวะจำยอม


คำถามคือเมื่อไม่มีการให้กรรมการลงมติ จะถือว่าเป็นมติของคณะกรรมการวัตถุอันตรายที่ชอบด้วยกฎหมายได้หรือไม่?

ในฐานะที่เป็นอาจารย์ที่สอนวิชากฎหมายมหาชนเบื้องต้น ที่สอนเรื่อง  การลงมติ มาทุกเทอม ผมจึงขอเอากรณีนี้มาให้สาธารณชนได้พิจารณา และเป็นกรณีศึกษาให้นักศึกษากฎหมายมหาชนได้เรียนรู้กัน ทั้งนี้จะไม่กล่าวถึงว่าควรเลื่อนการแบนสามสารพิษหรือไม่ โดยจะวินิจฉัยในทางกฎหมายเท่านั้น ดังต่อไปนี้ครับ

ข้อกฎหมาย : ในเรื่องนี้ เราต้องเริ่มด้วยการพิจารณากฎหมายที่เกี่ยวข้องคือ #พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ.2535 ซึ่งมาตรา 12 วรรคสอง บัญญัติไว้ว่า “การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด ..”
นั้นหมายความว่า จะเรียกว่าเป็นการลงมติได้ จะต้องให้กรรมการแต่ละคนได้ออกเสียงในแต่ละประเด็น โดยให้กรรมการคนหนึ่งมีหนึ่งเสียง ทั้งนี้ มติที่ใช้คือเสียงข้างมาก ซึ่งหมายถึงเสียงข้างมากของผู้เข้าประชุม

และเมื่อต้องมีการออกเสียง ก็ต้องมีการตรวจสอบองค์ประชุมก่อนด้วย ซึ่ง พรบ.วัตถุอันตราย มาตรา 12 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า

“การประชุมของคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม”

ข้อเท็จจริง : ตามข้อเท็จจริงจากอาจารย์จิราภรณ์  การประชุมครั้งนี้ไม่ได้มีการให้กรรมการแต่ละคนได้ลงมติหนึ่งคนหนึ่งเสียงแต่ประการใด ซึ่งสอดคล้องกับที่คุณสุริยะได้ให้สัมภาษณ์ไว้ คือตนเอง สันนิษฐานเอา  ทั้งไม่ปรากฏว่ามีการตรวจสอบองค์ประชุมว่ามีสมาชิกมาประชุมอย่างน้อยกึ่งหนึ่งแล้วหรือไม่ มตินี้จึงมิใช่มติที่ดำเนินการถูกต้องตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตราย

บรรทัดฐานของศาล : แม้จะมีหลักฐานการเซ็นชื่อเข้าประชุมว่ามีกรรมการมาประชุมตอนเริ่มประชุมครบองค์ประชุม แต่เรื่องนี้ทั้งศาลรัฐธรรมนูญ (คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ที่ 3/2551) และศาลฎีกา (คำพิพากษาศาลฎีกา ที่ 3623/2527) ได้เคยวินิจฉัยเป็นบรรทัดฐานไว้แล้วว่า  องค์ประชุมต้องครบตลอดเวลาไปถึงตอนลงมติ จึงต้องนับองค์ประชุมตอนลงมติว่าครบหรือไม่ โดยนับจากคะแนนเสียงทั้งหมดที่ออก แต่เมื่อไม่มีการให้กรรมการลงมติจึงไม่อาจทราบได้เลยว่าองค์ประชุมตอนลงมติครบองค์ประชุมหรือไม่

สรุป : ดังนั้น เมื่อไม่มีการนับองค์ประชุมตอนลงมติ และ ไม่มีการให้กรรมการแต่ละคนออกเสียงในเรื่องที่ขอมติ จึงสรุปได้ว่า มติของคณะกรรมการวัตถุอันตรายที่เลื่อนการแบนสามสารพิษ #จึงไม่ใช่มติที่ชอบด้วยกฎหมาย หรือพูดอีกอย่างได้ว่า เท่ากับยังไม่มีมติใหม่ ครับ

ผอ.ซูเปอร์โพล สอนมวย เนติวิทย์ คนเก่ง อย่าล้ำเส้น

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/402464?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

ผอ.ซูเปอร์โพล สอนมวย เนติวิทย์ คนเก่ง อย่าล้ำเส้น

วันที่ 3 ธันวาคม 2562 – 14:33 น.
ผอซูเปอร์โพล,สอนมวย,เนติวิทย์,อย่าล้ำเส้น,แนะอ่านตำราทำโพล
เปิดอ่าน 1,320 ครั้ง

ผอ.ซูเปอร์โพล สอนมวย เนติวิทย์ อย่าล้ำเส้น ระบุต่างมีหลักวิชาคนละแนว ความแตกต่างหลากหลายเป็นสิ่งที่ดี แต่ต้องไม่ทำแตกแยก แนะอ่านตำราทำโพลให้เข้าใจก่อนวิจารณ์

เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. 2562 – ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล เปิดเผยว่า ระหว่างที่ตนเดินทางต่างประเทศก็ได้ติดตามข่าวสารบ้านเมืองอย่างใกล้ชิดเพราะทำงานด้านข้อมูลเกาะติดเสียงของประชาชนมาร่วม 30 ปี และบังเอิญเจอข่าวของเนติวิทย์ คนเก่งของคอการเมืองให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับผลโพล นักการเมืองกับการยกเลิกเกณฑ์ทหาร มีใจความสำคัญว่าผลสำรวจของ ซูเปอร์โพล ตรงกันข้ามกับ ผลสำรวจของ เนติวิทย์โพล ย้อนแย้งกันมากอย่างน่าตกใจ แต่ตนกลับคิดว่า ไม่แปลกที่ เนติวิทย์คนเก่งจะรู้สึกอย่างนั้น และที่จริง ผลโพลเราทั้งสองไม่น่าจะแตกต่างกัน ถ้าเป็นไปตามเงื่อนไข 3 ข้อต่อไปนี้

1.ถ้า ซูเปอร์โพล ทำโพลด้วยมาตรฐานเดียวกันกับ เนติวิทย์โพล ผลไม่น่าจะแตกต่างกัน เหมือนๆ กับว่า ถ้าทำสำรวจถามคนรอบข้าง เนติวิทย์ ว่า เนติวิทย์เป็นคนดีคนเก่งมั้ย น่าจะได้ผลสำรวจออกมา 100% ว่าเนติวิทย์เป็นคนดี คนเก่ง สุดยอดแห่งคนคอการเมือง และถ้าซูเปอร์โพล ไปถามคนรอบข้างเนติวิทย์ให้ว่า เนติวิทย์เป็นคนดีคนเก่งมั้ย ผลโพลก็น่าจะออกมาเหมือนกัน

2.ถ้า ซูเปอร์โพล อ่านตำราเดียวกับ เนติวิทย์ ที่เรียนด้านรัฐศาสตร์ สอนเรื่องการทำโพลแบบเนติวิทย์โพล ผลสำรวจก็น่าจะออกมาเหมือนกัน

3.ถ้า เนติวิทย์โพล เคยผ่านการพิสูจน์ความถูกต้องแม่นยำมาก่อนแล้ว เหมือนซูเปอร์โพล และประกาศผลสำรวจล่วงหน้าก่อนที่ความจริงจะเกิดขึ้น ผลโพลของเราทั้งสองก็น่าจะใกล้เคียงกัน

แต่น่าเสียดายที่ ซูเปอร์โพล ไม่ได้ทำโพลด้วยมาตรฐานเดียวกับ เนติวิทย์โพล น่าเสียดายว่า เราคงจะอ่านตำรากันคนละเล่ม ประพฤติตนมาคนละอย่าง ถูกปลูกฝังอบรมมาคนละแนว ผลสำรวจของเราทั้งสองจึงแตกต่างกัน การวิพากษ์วิจารณ์ไปก่อนบนความไม่รู้อย่างที่เนติวิทย์ตั้งคำถามมา จึงเป็นเรื่องที่ซูเปอร์โพลจะขอแนะนำต่อไปนี้

1.กลับไปหาหนังสือเล่มนี้อ่านก่อนวิจารณ์เรื่องการทำโพล ชื่อ An Introduction to Survey Research, Polling, and Data Analysis 3rd Edition แม้จะแต่งมากว่า 20 ปีแล้ว แต่ยังใช้สอนในมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกเรื่องการทำโพลและการวิจัยเชิงสำรวจ หรือ ถ้าจะเอาเล่มใหม่ๆ อย่าง หนังสือเล่มนี้ เพิ่งออกมาปีที่แล้ว คือ Understanding Public Opinion Polls จะได้รู้ว่า ข้าวสาลี แตกต่างจาก แกลบ อย่างไร และจะได้รู้ว่า ส้ม กับ แอปเปิ้ล ต่างกันอย่างไร นั่นคือ การสุ่มตัวอย่างแบบความน่าจะเป็นจากประชากรทั้งประเทศ กับการสุ่มตัวอย่างกับพี่น้อง คนรอบตัว หรือคนเฉพาะกลุ่ม ผลสำรวจจะออกมาแตกต่างหรือไม่แตกต่างกันอย่างไร

2.ลองอ่านทบทวนสิ่งที่ตนเองแสดงออกมา เปรียบเทียบกับหลักวิชาการด้านการทำโพล เพราะเห็นว่า เนติวิทย์ กำลังเรียนอยู่คณะรัฐศาสตร์ ที่วันหนึ่งอาจจะได้เป็นนักการเมืองผู้ยิ่งใหญ่ หรือตอนนี้อาจจะได้เป็นแล้วเพราะเป็นคนเก่ง จะได้เข้าถึงและเข้าใจเสียงคนประชาชนทั้งประเทศไม่ใช่เสียงของคนเฉพาะกลุ่มอย่างที่ยกตัวอย่างมาในการไปถามคนที่จะถูกเกณฑ์ทหาร

ดังนั้นต่างคนต่างมีหลักวิชา ครูบาอาจารย์ มากันคนละแนว อย่าล้ำเส้นกันเลย เนติวิทย์ คนเก่ง อย่างไรก็ตาม ความแตกต่างหลากหลายเป็นสิ่งที่ดีถ้าแตกต่างหลากหลายแล้วนำไปสู่ความดีส่วนรวม ไม่ใช่ความแตกแยกขัดแย้งรุนแรงบานปลาย อาจจะส่งผลให้เราทั้งสองคือ ซูเปอร์โพล และ เนติวิทย์โพล ตกเป็นเครื่องมือแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัวและพวกพ้องของคนอื่นไป

ทวี ไกรคุปต์ รับเป็นคนถือครองที่ดิน ย้ำสู้คดีไม่หนี

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/402463?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

ทวี ไกรคุปต์ รับเป็นคนถือครองที่ดิน ย้ำสู้คดีไม่หนี

วันที่ 3 ธันวาคม 2562 – 14:23 น.
ทวี ไกรคุปต์,ที่ดินราชบุรี
เปิดอ่าน 208 ครั้ง

“ทวี ไกรคุปต์ ” ยอมรับ ที่ดินราชบุรี เป็นคนถือครอง – ปัดตอบ “เอ๋” เอาไปแจ้ง ป.ป.ช. ได้อย่างไร  ย้ำเตรียมสู้คดี ไม่หนี 

รัฐสภา – 3 ธันวาคม 2562-“ทวี ไกรคุปต์ ” ยอมรับ ที่ดินราชบุรี เป็นคนถือครอง – ปัดตอบ “เอ๋” เอาไปแจ้ง ป.ป.ช. ได้อย่างไร  พลั้งปากพร้อมฆ่าตัวตายหากถูกตัดสินรุกป่า-จำคุก ก่อนนึกได้ ขอยกเลิก-ย้ำเตรียมสู้คดี ไม่หนี

 นายทวี ไกรคุปต์ บิดาของน.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ เดินทางมาที่รัฐสภา เพื่อขอความเป็นธรรมกับสื่อมวลชนประจำรัฐสภา  หลังจากที่สื่อมวลชนหลายสำนักพิมพ์ พาดหัวข่าวที่สร้างความเสียหาย โดยยืนยันว่าเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม ตนไม่ได้มีพฤติกรรมแย่งไมโครโฟนจากมือของนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ ที่อยู่ระหว่างแถลงรายละเอียดการบุกรุกที่ป่าของน.ส.ปารีณา ในจ.ราชบุรี  แต่เป็นเพียงการซักถามในประเด็นรายละเอียดของที่ดินที่แถลงเท่านั้นเพื่อให้เกิดความชัดเจน

ส่วนที่ตนไปร่วมเวทีแถลงดังกล่าวเพราะมีสื่อมวลชนร้องขอให้ตนไปชี้แจงข้อเท็จจริง​ ดังนั้นพฤติกรรมที่สื่อมวลชนเขียนถึงนั้น ตนยืนยันด้วยความเป็นอดีต ส.ส.​และอดีตรัฐมนตรีว่า ตนไม่ใช่กุ๊ย และไม่มีเจตนา ส่วนกรณีที่มีการแจ้งความเอาผิดตนและน.ส.ปารีณา กับ กองบังคับการป้องกันปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) นั้น ตนจะเดินทางไปยัง บก.ปทส.​เพื่อรายงานตัว และพร้อมจะตอบในทุกคำถาม

“ในคดีนี้หากตรวจสอบว่าผมผิด และต้องติดคุก ผมพร้อมจะฆ่าตัวตาย เพราะผมรักศักดิ์ศรีของผม  และเรื่องนี้ผมพร้อมต่อสู้คดีจะไม่หนีคดีเหมือนอย่างอดีตนายกฯ 2 คนก่อนหน้านั้น ทั้งนี้การกล่าวหาว่าผมบุกรุกที่ดินถือว่าเป็นสิ่งที่สร้างความเสียหายที่สุดในชีวิตของผม” นายทวี กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากรณีที่ระบุว่าจะฆ่าตัวตายหากคพิพากษาให้ผิดถือว่ากดดันการทำงานของเจ้าหน้าที่หรือไม่ นายทวี กล่าวขึ้นว่า “งั้น ผมขอยกเลิกที่พูดไปว่าจะฆ่าตัวตาย แต่ผมยืนยันว่ารักศักดิ์ศรีของผม”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างที่นายทวี แถลงต่อประเด็นแย่งไมโครโฟนของอธิบดีกรมป่าไม้ ผู้สื่อข่าวได้พยายามสอบถามข้อเท็จจริงต่อการถือครองที่ดิน การได้มาของที่ดินว่าได้มาโดยชอบหรือไม่ และผู้ครอบครองล่าสุด แต่นายทวี ปฏิเสธการตอบคำถามเหล่านั้น ระบุว่า “เรื่องที่อยู่ระหว่างตรวจสอบผมจะไม่ขอให้รายละเอียด”   จากนั้นขอให้สื่อมวลชนรอฟังการแถลงเนื้อหาที่ตั้งใจให้แล้วเสร็จ โดยใช้เวลานานเกือบ 30 นาที

ต่อจากนั้นสื่อมวลชน ได้ย้ำถามในประเด็นที่เกี่ยวข้องต่อการได้มาและการถือครองที่ดิน โดยนายทวี กล่าวว่า ตนซื้อมาจากนายทหารคนหนึ่ง แต่นายทหารคนนั้นจะได้มาอย่างไรผมไม่ทราบ ซึ่งเขาเล่าว่าที่ดินที่ขายนั้นเป็นมรดกตกทอดมาจากบิดา ซึ่งปู่ให้มา และใช้เป็นที่ทำการเกษตร​

เมื่อถามย้ำว่าในเอกสารที่จะต่อสู้คดีมีชื่อระบุชัดเจนหรือไม่ว่าใครถือครองที่ดิน นายทวี กล่าวว่า “แน่นอน ซึ่งเรื่องนี้ปารีณาไม่รู้ ผมเป็นคนถือครองอยู่”

เมื่อถามย้ำว่าทำไมน.ส.ปารีณาถึงนำที่ดินในพื้นที่ไปแจ้งเป็นทรัพย์สินที่รายงานต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายทวี ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม ระบุว่า “เอาหละ เดี๋ยวความจริงจะปรากฎ”  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการแถลงรายละเอียดนั้น นายทวี มีสีหน้าที่เศร้าสร้อย และเหมือนมีน้ำตาคลอเบ้า แต่พอถูกสื่อมวลชนรุมซักถามในประเด็นข้อเท็จจริงต่อการถือครองที่ดิน กลับมีสีหน้าที่เคร่งเครียดตลอดเวลา

ลดาวัลลิ์ ชี้รัฐบาลต้องยอมรับ แพ้มติ-สภาฯล่ม

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/402442?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

ลดาวัลลิ์ ชี้รัฐบาลต้องยอมรับ แพ้มติ-สภาฯล่ม

วันที่ 3 ธันวาคม 2562 – 13:04 น.
ลดาวัลลิ์,แพ้มติ,สภาล่ม,ตั้งกมธ,ม44,ขืนดันทุรัง
เปิดอ่าน 84 ครั้ง

“ลดาวัลลิ์” ชี้รัฐบาลต้องยอมรับ “แพ้มติ-สภาฯล่ม” อย่าขวางตั้งกมธ. มาตรา44 ยันนับคะแนนใหม่ไม่ได้เพราะผ่านมาเป็นสัปดาห์ ขืนดันทุรังรัฐบาลจะพังไม่เป็นท่า

    นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ไม่เห็นด้วยที่ฝ่ายรัฐบาลจะยังดึงดันให้นับคะแนนใหม่ในญัตติของสภาผู้แทนราษฎรที่ให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาผลกระทบจากการกระทำ ประกาศและคำสั่งคสช. และการใช้อำนาจหัวหน้าคสช.ตามมาตรา 44 เพราะเรื่องนี้ได้จบไปแล้วตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา รวมไปถึงสภาฯต้องล่มถึง2ครั้ง เนื่องจากฝ่ายค้านไม่พอใจ ยอมรับไม่ได้กับการดันทุรังของฝ่ายรัฐบาลที่จะให้นับคะแนนใหม่ กระทั่งส.ส.ไม่ครบองค์ประชุมต้องปิดการประชุม สาเหตุสำคัญคือ รัฐบาลแพ้ไม่รู้จักแพ้

นางลดาวัลลิ์ กล่าวว่า เจตจำนงของการนับคะแนนใหม่ก็เพื่อให้การนับคะแนนใหม่เป็นไปอย่างถี่ถ้วน เพราะอาจมี ส.ส.เข้าประชุมไม่ทันหรือเกิดการผิดพลาดในการเสียบบัตร หรือการนับคะแนนซึ่งใช้วิธีการขานชื่อทีละคน แต่ในกรณีนี้ เวลาได้ล่วงผ่านมา1สัปดาห์แล้วจะมานับคะแนนใหม่ เป็นสิ่งไม่ถูกต้อง ถือเป็นการลงคะแนนใหม่ ซึ่งควรจะเป็นวาระหรือเป็นญัตติหรือเป็นประเด็นใหม่ ไม่ใช่นับคะแนนใหม่ในเรื่องที่ผ่านมาแล้ว ตนเป็นส.ส.มาหลายสมัย ไม่เคยเห็นการนับคะแนนใหม่แบบนี้

รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวอีกว่า ขณะนี้ เสียงส.ส.ฝ่ายรัฐบาลล่อแล่จะจมน้ำ ล่าสุดนายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก ส.ส.พลังประชารัฐ ถูกศาลสั่งให้หยุดการปฏิบัติหน้าที่ นอกจากนี้ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์หลายคน ซึ่งเป็นผู้เสนอญัตติตั้งกรรมาธิการก็ยืนยันสนับสนุนให้ตั้งกรรมาธิการซึ่งตนเห็นด้วย เพราะการกลับลำของส.ส.พรรคประชาธิปัตย์เป็นการกลืนน้ำลายที่ถ่มออกไปแล้วให้กลับคืนมาอีก ไม่มีใครเขาทำกัน จะเกิดผลเสียต่อพรรคประชาธิปัตย์อย่างร้ายแรง

“ขอเตือนวิปรัฐบาลว่า อย่าดันทุรังทำในสิ่งที่ผิดหลักการ ผิดธรรมเนียมปฏิบัติ ผิดวิสัยของสุภาพบุรุษทางการเมืองถ้าสภาฯล่มอีกเป็นครั้งที่สาม หรือเกิดเหตุชุลมุนวุ่นวายขึ้นในสภาฯก็อย่ามาโทษฝ่ายค้าน แต่ควรจะโทษฝ่ายรัฐบาลที่มีเสียงจมน้ำ บางทีอาจกลายเป็นชนวนที่ก่อให้เกิดวิกฤตศรัทธากับรัฐบาล และนั่นจะทำให้รัฐบาลสั่นคลอนเดินไปสู่จุดอวสานก็เป็นได้” นางลดาวัลลิ์ กล่าว

เกษตรเพชรบูรณ์ ติดตามสถานการณ์ระบาดโรครากบวมในพืชตระกูลกะหล่ำ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/458048

เกษตรเพชรบูรณ์ ติดตามสถานการณ์ระบาดโรครากบวมในพืชตระกูลกะหล่ำ

วันอังคาร ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 21.09 น.

วันที่ 3 ธันวาคม 2562 นายอนันต์ ตั่นฉ้วน เกษตรจังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมด้วยว่าที่ ร.ต.สมใจ ทองศิริ หัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช นายสุรินทร์  คิมสนิท เจ้าพนักงานการเกษตร  ชำนาญงาน นางอนงค์รัตน์ ทองดี นวส.ปฏิบัติการ  ติดตามสถานการณ์การระบาดของโรครากบวมในพืชตระกูลกะหล่ำในพื้นที่ ม.16 ต.วังบาล อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ แปลงปลูกกะหล่ำปลีและผักกาดขาวปลีของนายจิรายุทธ ประภัค  ปัญญา (พิกัด x 724851 y 1870991    ,x 724864 y 1870944) และแปลงปลูกผักกาดขาวปลี ของ นายณัฐกิต  แซ่เถา (พิกัดx 724976. y  1870954)

ในการนี้ นายกิตติวัฒน์ ศักดิ์เจริญชัยกุล ประธานแปลงใหญ่พืชผักภูทับเบิก ร่วมให้ข้อมูลการระบาดของโรครากบวมด้วย พร้อมนี้ ได้เก็บตัวอย่างดินส่งให้สถานีพัฒนาที่ดินเพชรบูรณ์ตรวจวิเคราะห์ด้วย

คณะกก.วัตถุอันตราย รอ‘เกษตร’ชงร่างประกาศฯก่อนเคาะประชุมอีกรอบ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/457967

news_default

คณะกก.วัตถุอันตราย รอ‘เกษตร’ชงร่างประกาศฯก่อนเคาะประชุมอีกรอบ

วันอังคาร ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 17.08 น.

คณะกก.วัตถุอันตราย รอ‘เกษตร’ชงร่างประกาศฯก่อนเคาะประชุมอีกรอบ

3 ธันวาคม 2562 นายประกอบ วิวิธจินดา อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม(กรอ.) ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการวัตถุอันตราย กล่าวถึงความคืบหน้ามติคณะกรรมการวัตถุอันตราย ที่มีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธาน เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 ที่มีมติยืดการแบนสารพาราควอต และคลอร์ไพริฟอสออกไปอีก 6 เดือน มีผลวันที่ 1 มิถุนายน 2563 และจำกัดการใช้ไกลโฟเซต แทนการแบน  ว่า นายสุริยะระบุว่าจะมีการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายเดือนธันวาคมนี้ เพื่อรับรองมติของวันที่ 27 พฤศจิกายน 2562

อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่ได้กำหนดวันประชุม เพราะต้องรอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในฐานะต้นเรื่อง หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นผู้เสนอเรื่องเข้ามาเพื่อรับรองมติของวันที่ 27 พฤศจิกายน 2562

“การรับรองมติได้ ต้องให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จัดทำร่างประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง บัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย (ฉบับที่…) พ.ศ. … ให้เสร็จสมบูรณ์ ตามมติคณะกรรมการวัตถุอันตรายล่าสุด จากนั้นให้นำร่างประกาศกระทรวงฯ เข้าสู่การพิจารณากลั่นกรองของคณะอนุกรรมการพิจารณาร่างกฎหมายลำดับรอง เพื่อตรวจพิจารณาร่างประกาศฯ เสียก่อน ก่อนที่จะเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการวัตถุอันตราย ที่มีนายสุริยะ เป็นประธาน ส่วนจะมีการประชุมในเดือนธันวาคมหรือไม่ต้องติดตามอีกครั้ง จากนั้นจะเสนอคณะรัฐมนตรี เพื่อลงราชกิจจาประกาศใช้ต่อไป” นายประกอบ กล่าว

‘อธิบดีปศุสัตว์’เป็นปธ.เปิดงาน’2020ความท้าทายใหม่ในวิชาชีพสัตวแพทย์’

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/457930

‘อธิบดีปศุสัตว์’เป็นปธ.เปิดงาน’2020ความท้าทายใหม่ในวิชาชีพสัตวแพทย์’

วันอังคาร ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 16.10 น.

“อธิบดีกรมปศุสัตว์”เปิดงาน”2020ความท้าทายใหม่ในวิชาชีพสัตวแพทย์” พร้อมผลักดันให้วงการสัตวแพทย์ก้าวไปสู่ความก้าวหน้าในอนาคตอย่างยั่งยืน

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 3 ธันวาคม 2562 ที่ห้องกมลทิพย์บอลรูม โรงแรม เดอะ สุโกศล กรุงเทพฯ นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เป็นประธานพิธีเปิดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2562 ภายใต้หัวข้อ “2020 ความท้าทายใหม่ในวิชาชีพสัตวแพทย์” พร้อมมอบรางวัลสัตวแพทย์ตัวอย่างประจำปี 2562 จัดโดยสัตวแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ พร้อมด้วย น.สพ.ยุคล ลิ้มแหลมทอง น.สพ.สมชวน รัตนมังคลานนท์ นายกสัตวแพทยสมาคมฯ น.สพ.ธวัชชัย ภู่อร่าม นายกสัตวแพทยสภา น.สพ.รักไทย งามภักดิ์ ผู้อำนวยการกองควบคุมอาหารและยาสัตว์ ผู้แทนสมาคมต่างๆ ได้แก่ สมาคมสัตวแพทย์ผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์ สมาคมสัตวแพทย์ควบคุมฟาร์มสุกรไทย สมาคมสัตวแพทย์ควบคุมฟาร์มสัตว์ปีก สมาคมธุรกิจเวชสัตว์ บริษัทเอกชน ฟาร์ม และภาคมหาวิทยาลัยต่างๆ ผู้ประชุมรวมจำนวน 400 คน

ปัจจุบัน สัตวแพทย์เป็นวิชาชีพที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก ทั้งด้านการดูแลรักษาสุขภาพสัตว์ต่างๆ และการป้องกันโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน (Zoonosis) รวมถึงงานด้านภาคการผลิตสัตว์ที่มุ่งเน้นให้ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ มีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค และในช่วงที่ผ่านมานั้น สัตวแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ ได้ร่วมทำงานกับหน่วยงานและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนางานด้านสัตวแพทย์ทั้งงานวิชาการ งานส่งเสริมความสามัคคีและจรรยาบรรณของวิชาชีพ จนเห็นเป็นประจักษ์ทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำงานอย่างบูรณาการกับกรมปศุสัตว์ได้เป็นอย่างดี

การประชุมใหญ่สามัญประจำปีในครั้งนี้ วัตถุประสงค์สำคัญของการจัดงานคือ เพื่อสรุปผลงานและการดำเนินงานที่ผ่านมาของสมาคมฯ รวมทั้ง จะมีการมอบรางวัลสัตวแพทย์ตัวอย่างประจำปี 2562 เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติแก่สัตวแพทย์ที่ได้กระทำคุณความดีและประโยชน์ต่อสังคม และวิชาชีพสัตวแพทย์ นอกจากนี้ ยังมีการบรรยายทางวิชาการเพื่อเป็นการเพิ่มพูนความรู้ให้กับสัตวแพทย์ที่เข้าร่วมประชุม มีหัวข้อที่มีความสำคัญและกำลังเป็นที่น่าสนใจถึง 3 เรื่อง ได้แก่ “กัญชาในวงการสัตวแพทย์…รู้ก่อนใช้” “โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) ความท้าทายในปัจจุบัน สู่ความสำเร็จในอนาคต” และ “ยาควบคุมพิเศษ…ใช้ผิดชีวิตเปลี่ยน” โดยได้รับความอนุเคราะห์วิทยากรจากองค์กรต่างๆ ที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญ ในหัวข้อที่จะบรรยาย

การประชุมฯ จะเป็นเวทีที่สัตวแพทย์ได้พบปะแลกเปลี่ยนแนวความคิด เพื่อเป็นการยกระดับมาตรฐานวิชาชีพการสัตวแพทย์ ให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกในปัจจุบัน และขอให้มั่นใจได้ว่ากรมปศุสัตว์มีความยินดีที่จะให้ความร่วมมือในการทำงานกับสัตวแพทยสมาคมฯ ในฐานะที่กรมปศุสัตว์เป็นหน่วยงานที่มีสัตวแพทย์เป็นบุคลากรขององค์กร ซึ่งมีความสำคัญในการขับเคลื่อนงานด้านปศุสัตว์ที่สอดรับกับนโยบายของประเทศ ในการที่จะพัฒนางานด้านปศุสัตว์ให้เป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและระดับสากลต่อไป