ฉลอง 5 ปี‘ณิชชา’เปิดตัวคอลเลคชั่น‘ทรอปิคัล ซิตี้’

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/447683

ฉลอง 5 ปี‘ณิชชา’เปิดตัวคอลเลคชั่น‘ทรอปิคัล ซิตี้’

วันพฤหัสบดี ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ณิชชา ธนาลงกรณ์ และเหล่านางแบบในคอลเลคชั่น ทรอปิคัล ซิตี้

สร้างสีสันต้อนรับลมหนาว ฤดูกาล ออทั่ม/วินเทอร์ 2019 ได้อย่างงดงาม สำหรับครีเอทีฟไดเร็คเตอร์ฝีมือเฉียบ ณิชชา ธนาลงกรณ์ จากแบรนด์เสื้อผ้าสตรีหรู “ณิชชา” (NICHA) ที่ได้จัดงาน “NICHA The Ultimate Fashion Show” แฟชั่นโชว์สุดยิ่งใหญ่เฉลิมฉลองครบรอบ 5 ปีแห่งความสำเร็จของแบรนด์ ซึ่งครั้งนี้ครีเอทีฟไดเร็คเตอร์สาวได้เนรมิตพื้นที่นัดพบคนรักแฟชั่น ท่ามกลางสถาปัตยกรรมอันโดดเด่นที่รายล้อมไปด้วยความงดงามของธรรมชาติ เพื่ออวดโฉมผลงานการดีไซน์ล่าสุด ในคอลเลคชั่นออทั่ม/ วินเทอร์ 2019 ที่ชื่อว่า “ทรอปิคัล ซิตี้” (Tropical City) โดยมีเหล่าเซเลบริตี้แฟนคลับแบรนด์เข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง เมื่อเร็วๆ นี้ ที่แอร์พอร์ตเรล ลิงค์ มักกะสัน

วรนันท์ จันทรัศมี, วิริฒิพา ภักดีประสงค์, พิชชา ธนาลงกรณ์ และ ชาญ่า ณ นคร

ณิชชา ธนาลงกรณ์ กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานและจุดเด่นของคอลเลคชั่นนี้ว่า งานครั้งนี้เป็นแฟชั่นโชว์ครบรอบ 5 ปี ที่เราต้องการตอกย้ำให้เหล่าแฟชั่นนิสต้าได้เห็นถึงเอกลักษณ์และความโดดเด่นของแบรนด์ สะท้อนผ่านการออกแบบเสื้อผ้าคอลเลคชั่นล่าสุดที่ยังคงไว้ซึ่งสไตล์อันชัดเจนบนการดีไซน์ที่มีความทันสมัย สวมใส่แล้วมีเสน่ห์น่าค้นหา เพราะเราเชื่อว่าผู้หญิงทุกคนย่อมมีสไตล์เป็นของตัวเองและชื่นชอบในความแตกต่างอย่างมีเอกลักษณ์ ดังนั้น ในคอลเลคชั่นนี้เสื้อผ้าทุกชุดนอกจากจะสวมใส่ได้จริงในชีวิตประจำวันแล้ว เรายังเพิ่มลูกเล่นให้ชุดมีความโดดเด่นขึ้นไม่ว่าจะเป็นงานปักประดับไหมและคริสตัล การตัดเย็บผ้าสองชนิดเข้าด้วยกัน รวมถึงลายพิมพ์สีน้ำที่เป็นซิกเนเจอร์ของคอลเลคชั่นนี้

สำหรับคอลเลคชั่นออทั่ม/วินเทอร์ 2019 “ทรอปิคัล ซิตี้” (Tropical City) ได้หยิบยกความงดงามที่สอดผสานอย่างลงตัวระหว่างโครงสร้างอันแข็งแกร่งของสถาปัตยกรรมฝีมือมนุษย์และความงดงามจากรูปทรงอิสระที่ธรรมชาติสร้างขึ้นอย่างไม้เลื้อยที่เข้าไปอาศัยอยู่บนตึกและอาคารก่อเกิดเป็นความสวยงามที่แตกต่างอย่างลงตัว โดยความงามเหล่านี้ได้ถูกนำมาเป็นแรงบันดาลใจหลักในการรังสรรค์เสื้อผ้าคอลเลคชั่น “ทรอปิคัล ซิตี้” (Tropical City) โดยถ่ายทอดผ่านซิลลูเอทของชุดบนเส้นสายการออกแบบที่สามารถขับเน้นส่วนโค้งเว้าของหญิงสาวผู้สวมใส่ได้อย่างดีเยี่ยม พร้อมสะท้อนความโดดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์ผ่านการใช้ผ้าลูกไม้งานปักประดับ และงานมัดย้อมสุดประณีต รวมไปถึงลายพิมพ์สีน้ำที่ปล่อยไหลอย่างอิสระไปตามเนื้อผ้า ซึ่งนับเป็นซิกเนเจอร์ประจำซีซั่น

ชิ้นเด่นเป็นมินิเดรสลายพิมพ์คอถ่วงที่ตัดเย็บจากผ้าซิลค์ซาติน พร้อมเพิ่มเทคนิคลูกไม้เซาะเข้าไปบริเวณช่วงเอวเพื่อเพิ่มความน่าค้นหาให้กับชุด รวมถึงชุดสูทแขนกุดผ้าวูลที่ทางทีมดีไซน์ใช้เทคนิคการอัดพลีททั้งบนเสื้อและกางเกงซึ่งเหมาะสำหรับหญิงสาวผู้ชื่นชอบในความโก้หรู และชุดเดรสลายทางตัวโคร่งที่เพิ่มลูกเล่นด้วยการเว้าช่วงเอวและงานปักประดับไหมเป็นลวดลายไม้เลื้อยสุดประณีต โดยเฉดสีประจำซีซั่นนี้ทางแบรนด์ได้หยิบยกโทนสีเด่นมากมายเพื่อสะท้อนถึงความสนุกในฤดูกาลออทั่ม/วินเทอร์ อาทิ สีน้ำเงินกรมท่า, สีม่วงอ่อน, สีเขียวมะกอก, สีฟ้า, สีเหลือง รวมถึงโทนสีเบสิกอย่างสีขาวและสีดำ

รีเอทีฟไดเร็คเตอร์ แห่งแบรนด์ ณิชชา ยังได้แนะนำเทคนิคการสร้างสรรค์ลุคให้โดดเด่นอย่างมีเอกลักษณ์ต้อนรับลมหนาวตามแบบฉบับหญิงสาวของณิชชาว่า “สำหรับซีซั่นนี้เรายังคงมองว่าเสื้อผ้าที่จะสามารถสร้างเอกลักษณ์ให้กับผู้ที่สวมใส่ได้นั้นจะต้องมีความโดดเด่นในเรื่องของลายพิมพ์หรือสอดแทรกเทคนิคการดีไซน์ไว้ในซิลลูเอท เพราะดีเทลเหล่านี้จะสามารถสะท้อนให้เห็นถึงความโดดเด่นของผู้สวมใส่ได้ และสำหรับฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึงก็สามารถหยิบชุดเหล่านี้มาแมทช์กับไอเท็มประจำซีซั่นได้ไม่ยาก อย่างถ้าใครชอบใส่ชุดเข้ารูปก็อาจจะแมทช์กับเฟอร์สวยๆ เสื้อโค้ท หรือเสื้อคลุมตัวยาวก็ได้ แต่ถ้าใครที่ถนัดใส่เป็นเดรสตัวโคร่งที่เท็กซ์เจอร์ของผ้ามีความหนาอยู่แล้วก็อาจจะคอมพลีทลุคด้วยรองเท้าบูทหนังสักคู่เท่านี้ก็ได้ลุคต้อนรับลมหนาวที่โดดเด่นและเรียบโก้ได้ในขณะเดียวกัน”

ณิชชา (NICHA) ในคอลเลคชั่นออทั่ม/วินเทอร์ 2019 ที่ชื่อว่า“ทรอปิคัล ซิตี้” (Tropical City) อวดโฉมแล้ววันนี้ทางเว็บไซต์ www.nichaonline.com หรือ LINE Official :@NichaDesign

สุชัญญา ธนาลงกรณ์ มาให้กำลังใจหลานสาว

สุชัญญา ธนาลงกรณ์ มาให้กำลังใจหลานสาว

แข่งขันโบว์ลิ่งการกุศล

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/447694

news_default

แข่งขันโบว์ลิ่งการกุศล

วันพฤหัสบดี ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ศ.นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ (กลาง) คณบดี คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, รศ.นพ.พินิจ กุลละวณิชย์ เลขานุการมูลนิธิคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์, สงกรานต์อิสสระ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการบริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ร่วมจัดงานแถลงข่าวการแข่งขันโบว์ลิ่งการกุศล เพื่อหารายได้สมทบทุนสนับสนุนด้านการศึกษา งานวิจัย ของคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งจะมีการจัดการแข่งขันขึ้นในวันที่16 พ.ย. 2562 นี้ ณ Blu-O Rhythm & Bowl ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยมี  (จากซ้าย)นางอรพรรณ อรุณรังสิกุล รองกรรมการผู้จัดการบริษัท ร่วมอิสสระ จำกัด, ศ.กิตติคุณ พญ.กอบจิตต์ลิมปพะยอม เหรัญญิก มูลนิธิฯ, ผศ.พญ.อรศรี รมยะนันทน์ กรรมการมูลนิธิฯ และนางศุภลาภพิทักษ์โลหะพิตร กรรมการมูลนิธิฯ ร่วมงานแถลงข่าว ณ ห้องเธียเตอร์ ชั้น 1 อาคารหอสมุดคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  เมื่อเร็วๆ นี้

สืบสานวิถีชีวิตบางกะเจ้าสู่เยาวชน เสริมทักษะอาชีพให้เด็กไทย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/447689

สืบสานวิถีชีวิตบางกะเจ้าสู่เยาวชน เสริมทักษะอาชีพให้เด็กไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

การใส่ส่วนผสมของสิ่งต่างๆ ตามสูตรลงโม่ผสม

ปัจจุบันการทำเกษตร มักไม่ค่อยพบเห็นเยาวชนคนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญ ทำให้อาชีพนี้ไม่ค่อยมีผู้สืบสานและพัฒนาและกำลังจะถูกลบเลือนไป จึงเป็นเหตุให้ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย สมาชิกคณะทำงานกลุ่มการพัฒนาเยาวชน การศึกษา และวัฒนธรรม ในโครงการ “OUR Khung Bang Kachao” จัดกิจกรรมเรียนรู้นอกห้องเรียนเรื่อง “การทำก้อนเชื้อเห็ด” ให้ความรู้วิธีการทำขั้นพื้นฐานเพื่อเปิดโอกาสในการประกอบอาชีพในอนาคต โดยเริ่มตั้งแต่การนำเชื้อเห็ดมาผสม การหยดเชื้อ และนำไปสู่การเพาะปลูก ให้กับเด็กและเยาวชนในพื้นที่

และเมื่อไม่นานมานี้ได้ไปจัดกิจกรรมขึ้นที่บริเวณตลาดคุ้งบางกะเจ้า ต.บางยอ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ

โดยเริ่มกิจกรรมด้วยการบรรยายขั้นตอนการทำหัวเชื้อเห็ด จากปราชญ์ชาวบ้าน ซึ่งมีความรู้และความชำนาญเรื่องการทำเชื้อ มาให้ความรู้นักเรียนจากโรงเรียนวัดบางน้ำผึ้งนอก และนักเรียนจากโรงเรียนสำราญวิทยา จากนั้นต่อด้วยภาคปฏิบัติ โดยให้ทดลองทำก้อนเชื้อเห็ดเริ่มตั้งแต่ การผสมก้อนเชื้อ การนำเอาส่วนผสมลงเครื่องโม่ การนำเอาส่วนผสมอัดลงถุงเห็ด การเอาฝ้ายอัดปิดในรูฝาปิดก้อนเพื่อกันไม่ให้สิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ก้อนเห็ด รวมไปถึงการทำปุ๋ยดินไส้เดือน ทั้งหมดนี้เพื่อ ให้เด็กเยาวชนในพื้นที่คุ้งบางกะเจ้ามีความรู้ความเข้าใจเรื่องการทำก้อนเชื้อเห็ดขั้นพื้นฐาน สำหรับการนำไปประกอบอาชีพในอนาคตให้เป็นไปในทิศทางที่ดีอันจะส่งผลไปถึงฐานะเศรษฐกิจของครอบครัว และผลที่จะเกิดขึ้นในลำดับต่อมาคือจะเป็นการปลูกฝังให้เยาวชนได้เห็นคุณค่าในการเพาะเห็ด

ลุงไพโรจน์ แถวเถื่อน

ลุงไพโรจน์ แถวเถื่อน อายุ 69 ปี ปราชญ์ชาวบ้านเผยว่า “ตอนแรกลุงก็คิดว่ายาก แต่พอเข้ามาศึกษาวิธีการแล้ว ทำให้รู้ ว่าไม่ยากเลย เพราะเรามีอัตราส่วนผสมอยู่แล้ว มีเครื่องโม่สำหรับใช้ผสม พอส่วนผสมเข้ากันดีแล้วก็นำมาใส่เครื่องอัด ซึ่ง 1 นาทีสามารถอัดได้ 14 ก้อน จากนั้นนำมาใส่ตะกร้าแล้วเอาเข้าเครื่องอบ จุดไฟด้วยเตาแก๊ส ควบคุมอุณหภูมิ 100ºC พอครบกำหนดเวลาก็ต้องเปิดฝาเพื่อระบายความร้อน ทิ้งไว้ 1 วัน จากนั้นนำออกมาแล้วหยอดเชื้อ ซึ่งการหยอดเชื้อนั้นจะต้องสะอาดเท่านั้น แล้วนำเข้าโรงบ่มจะบ่มไว้ประมาณ 26 วันขึ้นไป ต่อด้วยนำมาเปิดจุกและทำความสะอาดจุก ปล่อยทิ้งไว้โดยห้ามโดนน้ำประมาณ 5 วัน จากนั้นจึงค่อยรดน้ำและดอกเห็ดก็จะเริ่มออกดอกให้เห็น วันนี้เด็กๆ จะได้ความรู้การเพาะเห็ดตั้งแต่เริ่มเลย และสามารถนำความรู้ที่ศึกษาให้วันนี้ไปต่อยอดในอนาคตได้”

งานนี้ 2 เยาวชนตัวน้อยจาก โครงการ “OUR Khung Bang Kachao” เผยความรู้สึกว่า ด.ญ.สุนิสา โสวัฒน์ (มุก) อายุ 11 ปี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนวัดบางน้ำผึ้งนอก “ดีใจมากค่ะที่ได้มาทำกิจกรรมเพาะเชื้อเห็ด คิดว่าได้ประโยชน์มากๆ ตั้งแต่เรียนรู้วิธีการปลูก การหมักดิน การทำปุ๋ยดินไส้เดือน ความรู้ที่ได้ในวันนี้ตั้งใจว่าจะไปทำที่โรงเรียนและแนะนำเพื่อนๆ น้องๆ ที่ไม่ได้มาในวันนี้ค่ะ” ด.ช.ธีร์จุฑา ชินะนาวิน (จี) อายุ 12 ปี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนสำราญวิทยา “ตื่นเต้นที่ได้มาปลูกเห็ดครับ ได้เห็นวิธีตั้งแต่เริ่มต้น การผสมก้อนเชื้อแล้วอัดเป็นก้อนจากนั้นใส่ฝาจุก จากไม่เคยรู้เลยว่าในก้อนเห็ดผสมอะไรบ้าง ก็ได้รู้ ไม่เคยได้ลองทำพอได้ทำแล้วสนุกมากจะนำเอาความรู้ที่ได้ในวันนี้ไปลองเพาะดู และถ้าเพาะได้จะนำมาให้เพื่อนๆ น้องๆ ที่โรงเรียนได้เอาไปทำที่บ้าน และถ้าเพาะได้เยอะๆ จะเอาไว้ขายด้วยครับ”

นับเป็นอีกหนึ่งโครงการดีๆ ที่ช่วยเสริมสร้างทักษะอาชีพ เรียนรู้การทำเกษตรเบื้องต้นและสามารถนำไปต่อยอดเป็นอาชีพได้ในอนาคต

ด.ญ. สุนิสา โสวัฒน์ (มุก)

ด.ญ. สุนิสา โสวัฒน์ (มุก)
ด.ช. ธีร์จุฑา ชินะนาวิน (จี)

ด.ช. ธีร์จุฑา ชินะนาวิน (จี)
นำส่วนผสมที่เสร็จแล้วมาใส่ในช่องเครื่องอัด

นำส่วนผสมที่เสร็จแล้วมาใส่ในช่องเครื่องอัด
น้องๆ ดีใจที่ได้มาทำกิจกรรมเพาะเชื้อเห็ด สามารถนำไปประกอบอาชีพในอนาคตได้

น้องๆ ดีใจที่ได้มาทำกิจกรรมเพาะเชื้อเห็ด สามารถนำไปประกอบอาชีพในอนาคตได้
นำเชื้อเห็ดเข้าเตานึ่ง

นำเชื้อเห็ดเข้าเตานึ่ง
เห็ดออกผลผลิต

เห็ดออกผลผลิต

‘นนทกานต์ ทัพพะรังสี อึง’แห่ง เมซอง แบร์เช่ ปารีส ฉลองความหอมสุดรื่นรมย์ ครบรอบ 5 ปีในไทย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/447736

‘นนทกานต์ ทัพพะรังสี อึง’แห่ง เมซอง แบร์เช่ ปารีส ฉลองความหอมสุดรื่นรมย์ ครบรอบ 5 ปีในไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

นนทกานต์ ทัพพะรังสี อึง

เมซอง แบร์เช่ ปารีส (Maison Berger Paris) นำโดย นนทกานต์ ทัพพะรังสี อึง ฉลองความหอมสุดรื่นรมย์ครบรอบ 5 ปีในประเทศไทย จัดงาน Maison Berger Paris Exclusive Invitationเปิดตัวคอลเลคชั่นสุดพิเศษ ท่ามกลางเหล่าเซเลบริตี้ที่หลงใหลเครื่องหอมสำหรับบ้าน อันดับหนึ่งของโลกจากฝรั่งเศส อาทิ ชลินทร์ทิพย์ บุรีรักษ์, ฤาชุตา บุญสูง, วัฒนชัย อนุรัฐพันธ์,ณัฏฐกรม์ ชุณหะวัณ, ณัฏฐิ์ประภา ชุณหะวัณ, วชิราพร รังสิต ณ อยุธยา, หม่อมหลวงเยาวภา รังสิต, ริตา จิรา เลิศสุมิตรกุล, ศศิกานต์ สิมะวรา, ณธรรศชัย เยี่ยงมานิต และลักษิกา กรรณสูตร ในบรรยากาศรื่นรมย์ อบอุ่น และอิงแอบธรรมชาติ ณ The Bedroom Company

นนทกานต์ ทัพพะรังสี อึง กรรมการผู้จัดการ บริษัท เบอร์เจอร์ โพรดักส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ MaisonBerger Paris ในประเทศไทย กล่าวว่า เมซอง แบร์เช่ปารีส (Maison Berger Paris) คือผู้นำนวัตกรรมตะเกียงน้ำหอมและเครื่องหอมสำหรับบ้านจากฝรั่งเศส ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานมากกว่าศตวรรษ และยังคงสร้างสรรค์กลิ่นน้ำหอมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่แปรเปลี่ยน มีความยินดีฉลองครบรอบ 5 ปี ในประเทศไทย ด้วยความภาคภูมิใจ พร้อมเปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุดรวมทั้งน้ำหอมกลิ่นใหม่ เพื่อฉลองโอกาสสุดพิเศษนี้ ที่ยังคงสะท้อนและตอกย้ำความเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องหอมสำหรับบ้านอันดับหนึ่งของโลก ประกอบด้วย Lamp Collection Immersion ตะเกียงน้ำหอมคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุดออกแบบโดย Rozenn Mainguene อินทีเรียดีไซเนอร์ชื่อดังที่เคยออกแบบขวดน้ำหอมให้เครื่องสำอางลักซ์ชัวรี่หลากหลายแบรนด์ ตามด้วยผลิตภัณฑ์ Aroma Collectionที่มีคุณสมบัติอโรมาเธอราพีเต็มเปี่ยม และปิดท้ายด้วยน้ำหอมกลิ่นใหม่จรุงใจประจำฤดูใบไม้ร่วง-ฤดูหนาวทั้ง 7 กลิ่น ที่พร้อมสะท้อนและยืนหยัดในอุดมการณ์สรรค์สร้างผลิตภัณฑ์เครื่องหอมสำหรับบ้าน ที่มีคุณภาพเหนือกว่าและยากจะหาใครเทียบเท่า

ณัฏฐิ์ประภา-ณัฏฐกรม์ ชุณหะวัณ, ณธรรศชัย เยี่ยงมานิต และศศิกานต์ สิมะวรา

“ทั้งภูมิใจและชื่นใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการนำนวัตกรรมความหอมทรงคุณค่าและควรค่าแก่การครอบครอง มาเสนอให้กับลูกค้าในประเทศไทยจนสามารถครองใจมาได้ยาวนานกว่า 5 ปีแล้ว เรายังคงเน้นย้ำและส่งต่ออัตลักษณ์ของเครื่องหอมสำหรับบ้านระดับพรีเมียมที่ใช้งานได้ทุกวัน โดยเฉพาะการสื่อสารที่คำนึงถึงสุขภาพของผู้ใช้ผ่านนวัตกรรมฟอกอากาศให้บริสุทธิ์ ด้วยเทคโนโลยีความหอม CatalyticDiffusion System ที่สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรีย และแผ่กลิ่นหอมให้ฟุ้งกระจายและยาวนานไปพร้อมกันด้วยกลิ่นท็อปโน้ต มิดเดิลโน้ต เบสโน้ต อันเป็นเอกลักษณ์ มาพร้อมกับน้ำหอมมากกว่า 60 กลิ่นในปัจจุบัน สร้างสรรค์โดยนักปรุงแต่งน้ำหอมระดับชั้นนำ (Master Perfumer) ชาวฝรั่งเศส ผ่านการตรวจสอบอย่างเคร่งครัดจากผู้เชี่ยวชาญด้านกลิ่นหอมหรือ The Nose พร้อมครอบครองสิทธิบัตรระดับนานาชาติ ปารีส ขณะเดียวกันยังให้ความสำคัญกับการออกแบบตะเกียงผสานเข้ากับงานศิลปะได้อย่างกลมกลืน จึงทำให้ Maison Berger Paris เป็นแบรนด์ที่มีความเป็นศิลปะสูง มีความร่วมสมัย ช่วยรังสรรค์การตกแต่งห้องให้มีรสนิยมและได้รับการยอมรับจากเซเลบริตี้ระดับโลกมากมาย”

สำหรับคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด พร้อมน้ำหอมกลิ่นใหม่ เพื่อฉลองโอกาสสุดพิเศษนี้ ประกอบด้วย Immersion Collection ตะเกียงน้ำหอมออกแบบโดย Rozenn Mainguene อินทีเรียดีไซเนอร์ชื่อดัง ถ่ายทอดแรงบันดาลใจและแนวคิดออกมาเป็นขวดแก้วรูปทรงรีในสามโทนสีแบบธรรมชาติ ทั้งสีเขียวใบไม้สีเทา และสีใส พร้อมลวดลายคลื่นน้ำที่ดูมีมิติ เข้ากันได้อย่างลงตัวกับฝาครอบทรงกลม (Ball-shaped)สีเงินเงา ที่ไม่ว่าจะมองกี่ครั้งก็รู้สึกสบายตา และสัมผัสได้ถึงพลังเต็มเปี่ยมของธรรมชาติ

อโรม่า คอลเลคชั่น (Aroma Collection) ชุดตะเกียงน้ำหอมใหม่เป็นครั้งแรก โดดเด่นที่การพัฒนาน้ำมันหอมระเหย (Essential Oil) เพิ่มเติมลงในองค์ประกอบของน้ำหอมเพื่อเสริมคุณสมบัติด้านการกระตุ้นการตอบสนองด้านอารมณ์ แบ่งออกเป็น3 กลิ่น ตามวัตถุประสงค์ในด้านการสนองตอบต่ออารมณ์ที่แตกต่างกัน ได้แก่ อโรม่า รีแลกซ์ (Aroma Relax) อโรม่า เอเนอร์จี้ (Aroma Energy) และอโรม่า แฮปปี้ (Aroma Happy)

(ซ้าย) ริตา จิรา เลิศสุมิตรกุล, ม.ล.เยาวภา รังสิต, นนทกานต์ ทัพพะรังสี อึง, ศศิกานต์ สิมะวรา, ณธรรศชัย เยี่ยงมานิต, ลักษิกา กรรณสูตร

ส่วนน้ำหอมสำหรับตะเกียง 7 กลิ่นใหม่ล่าสุด พร้อมให้เลือกตามความชอบใน 4 กลุ่มความหอม ได้แก่ น้ำหอมกลิ่นใหม่ในกลุ่มดอกไม้ (The Floral) อย่าง Cherry Blossom สัมผัสมนต์เสน่ห์ความหอมละมุนของราชินีดอกไม้แห่งญี่ปุ่นอย่างดอกซากุระและส่วนผสมธรรมชาติที่สร้างบรรยากาศความโรแมนติก แต่แฝงไว้ด้วยความอบอุ่น Linen Blossom เคลิบเคลิ้มไปกับกลิ่นหอมอ่อนโยนของดอกลินินที่บานสะพรั่ง Bouquet Liberty เปิดประสบการณ์ความหอมหวานจากดอกไม้หลากหลายสายพันธุ์ ExtremeOrange สัมผัสความสดใสมีชีวิตชีวาของส่วนผสมหลักจากส้ม 2 สายพันธุ์ ตามด้วยน้ำหอมกลิ่นใหม่กลุ่มสดชื่น (The Fresh) คือ Aroma Happy Aquatic Freshness พัฒนาจากกลิ่นหอมที่ขายดีในเครื่องหอมกลุ่มคอลเลคชั่นอโรมา มาพร้อมคุณสมบัติด้านอโรมาเธอราพีในการช่วยสร้างความสุข อีกทั้ง ยังมีน้ำหอมกลิ่นใหม่ในกลุ่มสะอาดบริสุทธิ์ (The Pure) ได้แก่ Aquatic Wood สัมผัสความหอมบริสุทธิ์แห่งธรรมชาติจากกลิ่นอายทะเล และกลิ่นล่าสุดอย่าง Pure White Tea ดื่มด้ำกับความหอมสะอาดบริสุทธิ์ที่ได้จากชาขาว

ความหอมคอลเลคชั่นใหม่นี้ วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในสาขาต่างๆ ของเมซอง แบร์เช่ปารีส ทั้ง 9 แห่ง ได้แก่สาขาสยามพารากอน เซ็นทรัลชิดลม เมกาบางนา แฟชั่นไอส์แลนด์ ชิค รีพลับลิคกรุงเทพ ชิค รีพลับลิค พัทยา ชิค รีพลับลิค รามอินทรา เดอะ เบดรูม คอมพานี ชิดลม ตลอดจนช่องทางออนไลน์ และ Pop Up Store แห่งล่าสุดที่ไอคอน สยาม สอบถามเพิ่มเติมได้ที่โทร.02-2542780, 02-6720498 ต่อ 113 www.maisonbergerthailand.com Facebook และInstagram : maisonbergerthailand @line : maisonbergerthai

เฉลิมฉลองวันชาติสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ปีที่ 108

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/447692

เฉลิมฉลองวันชาติสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ปีที่ 108

วันพฤหัสบดี ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ผาณิต พูนศิริวงศ์ ผู้บริหาร นสพ.แนวหน้า, องอาจ คล้ามไพบูลย์ อดีต รมต.ประจำสำนักนายกฯ และ เฉลิมชัย ยอดมาลัย บก.แนวหน้า แสดงความ ยินดีกับ ดร.ถง เจิ้น หยวน ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย และไป๋ เพ่ย หวา (ภรรยา) มี Jean Chen เลขานุการฝ่ายการเมือง และ Isaac Hsieh ผู้อำนวยการฝ่ายสารนิเทศ สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย ร่วมต้อนรับ

เฉลิมฉลองครบรอบปีที่ 108 แห่งการสถาปนาสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) โดยมี ดร.ถง เจิ้น หยวน ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย เป็นประธานในพิธี ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติทางด้านการเมือง การทหาร การตำรวจ นักธุรกิจชาวไต้หวันในประเทศไทย รวมทั้งสื่อมวลชนไทย เข้าร่วมในพิธีเฉลิมฉลองวันชาติในครั้งนี้ ซึ่งจัดขึ้น ณ ชั้น 1 โรงแรมแกรนด์ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2562

โอกาสนี้ ดร.ถง เจิ้น หยวน ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย กล่าวเปิดงานว่า “รัฐบาลสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ได้ผลักดันนโยบายมุ่งใต้ใหม่อย่างเต็มที่ รวบรวมทรัพยากรภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อสร้างคุณประโยชน์รูปแบบใหม่ที่ทำให้ไต้หวันและไทยจะชนะไปด้วยกัน นอกเหนือจากนั้น สงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนแผ่นดินใหญ่ก็ได้เป็นปัจจัยทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจชาวไต้หวันในจีนนั้นได้พิจารณาการย้ายฐานการผลิต และก่อให้เกิดกระแสย้ายฐานการผลิตไปประเทศอื่น โดยมีประเทศไทยเป็นศูนย์กลางในการวางแผนการลงทุน แรงผลักดันจากทั้ง 3 ส่วนนี้ได้ยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันและไทยให้มีความแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2562 บริษัท จงชินเทค เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแตนท์จำกัด และบริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) ได้บันทึกความเข้าใจด้านการสร้างเมืองอัจฉริยะ ซึ่งถือว่าเป็นการประกาศว่าความร่วมมือระหว่างไต้หวันและไทยได้มุ่งสู่ก้าวต่อไป และประกาศว่าการแลกเปลี่ยนทางการค้าไทยและไต้หวัน ได้เข้าสู่ยุค “พัฒนาความสัมพันธ์เป็นพันธมิตรไต้หวัน-ไทย 4.0”

ดร.ถง เจิ้น หยวน เน้นย้ำว่า “พัฒนาความสัมพันธ์เป็นพันธมิตรระหว่างไทยและไต้หวันได้รับการยกระดับ 5 ด้าน ดังต่อไปนี้ ด้านการท่องเที่ยว เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวชาวไทยที่มาเยือนไต้หวันทะลุ 250,000 คน เติบโตร้อยละ 29 ด้านการศึกษา นักเรียนไต้หวันที่ได้ทุนรัฐบาลเพื่อศึกษาต่อในประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 18 ประเทศจำนวน 10 ท่านนั้น มี 6 ท่าน เลือกที่จะมาศึกษาต่อที่ไทย แสดงให้เห็นว่านักเรียนไต้หวันได้ให้ความสำคัญกับการศึกษาไทยที่มีข้อได้เปรียบเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้านการเกษตร ไทยและไต้หวันได้ร่วมมือกันด้านพืชสวน การป้องกันศัตรูพืชและการเพาะพันธุ์อีกทั้งสถาบันวิจัยการเกษตรไต้หวันยังได้ร่วมมือกับศูนย์พืชผักโลกทดลองปลูกพืชผักไต้หวันในไทย ซึ่งทั้งหมดนี้ได้สร้างประโยชน์แก่ไทยเป็นอย่างมากและช่วยให้ผู้ประกอบการเมล็ดพันธุ์ชาวไต้หวันเจาะ ตลาดประเทศไทยได้สำเร็จ ด้านการลงทุน ครึ่งต้นปีนี้จำนวนเงินลงทุนของบริษัทไต้หวันที่ได้ยื่นขอต่อไทยนั้นเพิ่มขึ้น 211% ปีที่แล้ว จำนวนมูลค่าไทยลงทุนไต้หวันเพิ่มขึ้น 942% สูงเป็นประวัติการณ์ ครึ่งต้นปีนี้ยังคงเติบโต 88.8% ตลาดการลงทุนดูจะสดใสอยู่ไม่น้อย และ เมืองอัจฉริยะ บริษัทไต้หวันและไทยได้ลงนามบันทึกความเข้าใจจะร่วมก่อตั้ง“เมืองอัจฉริยะไทเปในอมตะนคร” ในอนาคตเมืองอัจฉริยะไทเปจะจัดแสดงระบบอัจฉริยะต่างๆ ของไต้หวันก่อให้เกิดโอกาสทางธุรกิจอย่างนับไม่ถ้วน ความร่วมมือดังกล่าวได้แสดงให้เห็นว่าการร่วมมือระหว่างไต้หวัน-ไทย ได้สร้างประโยชน์ให้ทั้ง 2 ฝ่าย พร้อมทำให้มิตรภาพภาคเอกชนมีความใกล้ชิดมากขึ้น”

ดร.ถง เจิ้น หยวน กล่าวต่อว่า “การจัดงานวันชาติในค่ำคืนนี้ในรูปแบบ “งานเฉลิมฉลองครบรอบปีที่ 108 แห่งการสถาปนาสาธารณรัฐจีน(ไต้หวัน) 10 ตุลาคม-งานดนตรีไต้หวัน” สำนักงานได้เชิญชมรมชาวจีนโพ้นทะเลในไทยและคณะดนตรีมาบรรเลงบทเพลงและท่วงทำนองเพลงอันไพเราะจากผู้ชนะเลิศอันดับ 1 และรองชนะเลิศอันดับ 2 จากการแข่งขันร้องเพลงปี 2019 หวังว่าทุกท่านจะได้รู้จักการพัฒนาสังคมและวัฒนธรรมของไต้หวันในมิติใหม่ผ่านบทเพลง อีกทั้งยังสามารถรำลึกถึงบทเพลงวันวานที่คุ้นเคยได้อีกครั้ง ด้วยบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความครื้นเครงและอบอุ่น และได้รับการตอบรับจากแขกได้เป็นอย่างดี”

ดร.ถง เจิ้น หยวน ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย กล่าวเปิดงาน

นิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา ร่วมแสดงความยินดี

เกียรติ สิทธีอมร อดีตประธานผู้แทนการค้าไทย

Lu, Hsien Chih จากสมาคมการค้าไทย-ไต้หวัน

ณรงค์ ดีโรจนวงศ์ จากสมาคมนักเรียนเก่าไต้หวัน (ประเทศไทย)

ผาณิต พูนศิริวงศ์ กับ Paul Shek รองผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย

พสิศฐ์ อภิธโนทัย นายกสมาคมไต้หวันแห่งประเทศไทย และคณะนักธุรกิจไต้หวันในประเทศไทย

คณะนักธุรกิจไต้หวันในประเทศไทย

ผู้แทนจากสมาคมไทย-ไต้หวัน สหพันธ์สตรีนักธุรกิจจีนทั่วโลก ประเทศไทย

โชว์การแสดงขับร้องประสานเสียงจากโรงเรียนนานาชาติ ไทย-จีน (Thai-Chinese International School,T.C.I.S.)

การแสดงขับร้องเพลงจีน จากคณะสมาคมไทย-ไต้หวัน สหพันธ์สตรีนักธุรกิจจีนทั่วโลก ประเทศไทย

การแสดงขับร้องเพลงจีน “ฉันแคร์แต่เธอคนเดียว”

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม แนะนำเคล็ดลับการถนอมมือให้เนียนนุ่มสุขภาพดี

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/447697

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม แนะนำเคล็ดลับการถนอมมือให้เนียนนุ่มสุขภาพดี

วันพฤหัสบดี ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา, ขนิษฐา ดรุณเนตร, ธัชมาพรรณ จันทร์จำรัสแสง

“มือ” หนึ่งในอวัยวะที่ถูกใช้งานมากที่สุด แต่คนส่วนใหญ่กลับให้ความสำคัญเฉพาะการดูแลผิวหน้าและผิวกาย จนอาจละเลยการดูแลสุขภาพผิวมืออย่างถูกวิธี ทำให้มือแห้งกร้าน เกิดริ้วรอย และเหี่ยวย่นเร็วกว่าปกติ เนื่องจากมือเป็นอวัยวะที่แทบจะไม่มีต่อมไขมันอยู่เลย มือจึงสามารถสะท้อนให้เห็นถึงความอ่อนเยาว์ หรือความร่วงโรยแห่งวัยอย่างเห็นได้ชัดเจน ซึ่งแบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม “ธัญ” (THANN) คำนึงถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพผิวมือของสาวๆวัยทำงาน จึงได้จัดกิจกรรมแนะเคล็ดลับการถนอมมือให้เนียนนุ่มอย่างสุขภาพดีกับผลิตภัณฑ์“ธัญ แฮนด์ครีม ซีรี่ส์” (THANN Hand Cream Series) ที่ประกอบไปด้วย “อะโรมาติก วู้ด แฮนด์ครีม” (Aromatic Wood hand cream),“โอเรียนทอล เอสเซ้นซ์ แฮนด์ ครีม” (Oriental Essence hand cream), “จัสมิน บลอสซั่ม อินฟินิทแฮนด์ ครีม” (Jasmine Blossom infinite hand cream) และ “อีเดน บรีซ แฮนด์ ครีม” (EdenBreeze hand cream) โดยเชิญแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม แพทย์หญิงสาริษฐาสมทรัพย์ ร่วมให้ความรู้เกี่ยวกับหลักการดูแลมือ และเทคนิคการนวดกดจุดบนมือ (Hand Reflexology)พร้อมเชิญเหล่าเซเลบริตี้สาวสวยผู้ใช้มือในการรังสรรค์ผลงานในแต่ละสาขาชีพร่วมกิจกรรม อาทิดีไซเนอร์สาวสวย นิดหน่อย-ขนิษฐา ดรุณเนตร, นักวาดภาพประกอบชื่อดัง ปอม ชาน-ธัชมาพรรณจันทร์จำรัสแสง เซเลบริตี้สาวรักการทำอาหารจุ๋ย-จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา มาร่วมกิจกรรมเผยเคล็ดลับการดูแลมือคู่สวยให้เนียนนุ่มชุ่มชื้นที่ THANN สาขา สุขุมวิท 47

แพทย์หญิงสาริษฐา สมทรัพย์ 

แพทย์หญิงสาริษฐา สมทรัพย์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม ได้แนะนำเคล็ดลับการถนอมสุขภาพผิวมือให้เนียนนุ่มอย่าง สุขภาพดี พร้อมแนะเทคนิคการกดจุด (HandReflexology) สร้างความผ่อนคลายว่า “มือเป็นอวัยวะสำคัญส่วนหนึ่งที่คนเราจำเป็นต้องใช้บ่อยที่สุดโดยเฉพาะในยุคปัจจุบันไลฟ์สไตล์การทำงานและกิจกรรมของคนเมืองที่ต้องทำงานและใช้มืออย่างหนัก เช่น การจับปากกาจดเขียน จับเม้าท์หรือแป้นพิมพ์รวมไปถึงการใช้โทรศัพท์มือถือ การใช้มือทำกิจกรรมเหล่านี้ในท่าเดิมซ้ำๆ อาจก่อให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพมือและร่างกายอื่นๆ ตามมา เนื่องจากมือมีความสัมพันธ์กับสมอง เพราะเป็นจุดรวมของเส้นประสาทและเส้นเลือดหลักของร่างกายมากพอๆ กับเท้า สังเกตได้ว่าปลายนิ้วมือ-เท้าจะรับประสาทสัมผัสได้ดี เพราะมีเซลล์ประสาทรวมอยู่มาก เมื่อบริเวณนี้ถูกกระตุ้นจะเปลี่ยนเป็นสัญญาณไฟฟ้าส่งไปยังสมองโดยตรง การกดจุดที่มือเพียงเบาๆ ไม่เพียงแต่ได้ผลดีต่อการแก้ไขอาการต่างๆ แต่ยังสามารถช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองได้อีด้วย นอกจากนี้มือยังเป็นอวัยวะที่สะท้อนถึงบุคลิกภาพและการดูแลเอาใส่ใจของเรา เนื่องจากผิวบริเวณมือนั้นแทบจะไม่มีต่อมไขมันอยู่เลย หากขาดการดูแลและบำรุงอย่างถูกวิธี อาจทำให้มือแห้งกร้านเกิดริ้วรอย และเหี่ยวย่นลงเร็วกว่าปกติ

ดังนั้นควรให้ความสำคัญกับการเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวมือ สามารถเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากธรรมชาติและมีความอ่อนโยนต่อทุกสภาพผิว สำหรับเทคนิคการทาครีมบำรุงผิวมือ เริ่มจากการบีบครีมลงบนบริเวณหลังมือทาครีมบำรุงให้ทั่วหลังมือและฝ่ามือ เน้นบริเวณที่มีผิวแห้งกร้าน และไม่ควรละเลยการทาครีมบริเวณจมูกเล็บ เพื่อป้องกันไม่ให้จมูกเล็บแห้งและลอก ควรทาครีมบำรุงมือทุกครั้งหลังล้างทำความสะอาดมือ เพื่อถนอมผิวมือให้สวยเนียนนุ่มอยู่ตลอดเวลา

นอกจากการใช้ครีมบำรุงมือแล้วเรายังสามารถนวดผ่อนคลายกล้ามเนื้อมือที่ล้าจากการใช้งาน ด้วยเทคนิคการนวดกดจุดสะท้อน (Hand Reflexology) เป็นศาสตร์การนวดกดจุดโดยใช้นิ้วและฝ่ามือกดลงบริเวณจุดสะท้อนที่อยู่บนมือไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์หรือเครื่องมือในการกดการกดจุดสะท้อนนี้จะส่งผลถึงอวัยวะ หรือบริเวณต่างๆ ของร่างกายเพื่อช่วยบรรเทาปัญหาสุขภาพและยังทำให้เกิดความสมดุลของร่างกายอีกด้วย โดยสามารถผสานศาสตร์การกดจุดสะท้อนร่วมกับการใช้ครีมบำรุงมือได้ดังนี้

เทคนิคการนวดกดจุดสะท้อน (Hand Reflexology)

ท่าที่ 1 เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมอง ด้วยการกระตุ้นประสาทสัมผัสปลายนิ้วมือทั้ง 10 นิ้ว โดยประกบปลายนิ้วมือ (เบอร์ 1) ทุกนิ้วเข้าหากัน ออกแรงกดเบาๆ ประมาณ 3 วินาที ทำติดต่อกัน 5 ครั้ง สามารถทำได้บ่อยตามต้องการ

ท่าที่ 2 นวดบริเวณข้างสันมือด้านนิ้วโป้งทั้งสองข้าง (เบอร์ 17) โดยการถูและนวดบิดไป-มา จุดสะท้อนนี้สัมพันธ์กับบริเวณกระดูกสันหลัง และยังช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อบริเวณด้านข้างฝ่ามือจากการทำงาน เพราะนิ้วโป้งเป็นนิ้วที่หลักที่จะจับและสัมผัสกับพื้นผิวเป็นประจำทั้งการเขียน หรือการจับเมาส์ทำงาน

ท่าที่ 3 กดจุดบริเวณข้อมือ (เบอร์ 25, 26) เป็นจุดที่มีทั้งเส้นเลือดและเส้นประสาท เป็นท่ากดจุดสำคัญที่จะช่วยผ่อนคลายมือ เหมาะกับคนที่ต้องใช้มือในการทำงานหนัก ซึ่งจุดสะท้อนตรงจุดนี้ยังเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับระบบรังไข่และอัณฑะ โดยจะช่วยทำให้ระบบของรังไข่และอัณฑะทำงานได้อย่างเป็นปกติด้วย

ท่าที่ 4 กดบริเวณตรงกลางฝ่ามือที่เป็นจุดสะท้อนของต่อมหมวกไต (เบอร์ 28) ซึ่งเป็นตัวควบคุมในการผลิตฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) หรือเป็นฮอร์โมนแห่งความเครียด การกดตรงจุดนี้จะช่วยในการผ่อนคลายความเครียด และทางกายภาพยังเป็นการกดจุดที่ช่วยดูแลจุดรวมประสาทและกล้ามเนื้อมือ ให้เกิดความผ่อนคลายกล้ามเนื้อจากการใช้งานด้วย

สำหรับผลิตภัณฑ์ที่เลือกใช้ในกิจกรรมครั้งนี้ได้แก่ “ธัญ แฮนด์ครีม ซีรี่ส์” (THANN Hand Cream Series) ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวมือและเล็บ มอบคุณค่าการบำรุงและรักษาสมดุลความชุ่มชื้นพร้อมปรับสภาพผิวให้เนียนนุ่ม ด้วยส่วนผสมของน้ำมันออร์แกนิกที่มีประโยชน์กับผิว ซึ่งประกอบไปด้วย

“อะโรมาติก วู้ด แฮนด์ ครีม” (Aromatic Wood hand cream 40g ) มอบความเนียนนุ่มปกป้องและรักษาสมดุลความชุ่มชื้นของผิวด้วยส่วนผสมของสารสกัดธรรมชาติ “โอเรียนทอล เอสเซ้นซ์แฮนด์ ครีม” (Oriental Essence hand cream40g ) มอบความเนียนนุ่ม ปกป้องและรักษาสมดุความชุ่มชื้นของผิวด้วยส่วนผสมของสารสกัดธรรมชาติ,“จัสมิน บลอสซั่ม อินฟินิท แฮนด์ ครีม”(Jasmine Blossom infinite hand cream 40g)เสริมสร้างความแข็งแรงให้ผิวมือและเล็บ พร้อมมอบความเนียนนุ่มชุ่มชื้นสู่ผิวด้วยส่วนผสมของสารสกัดธรรมชาติ, “อีเดน บรีซ แฮนด์ ครีม” (Eden Breeze hand cream 40g ) มอบคุณค่าการบำรุงด้วยน้ำมันสกัดจากธรรมชาติสู่ผลลัพธ์แห่งผิวเนียนนุ่มชุ่มชื้น น่าสัมผัส

4 แบรนด์ดีไซเนอร์ คว้ารางวัล “VOGUE Who’s on Next, The Vogue Fashion Fund 2019”

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/447551

4 แบรนด์ดีไซเนอร์ คว้ารางวัล “VOGUE Who’s on Next, The Vogue Fashion Fund 2019”

วันพุธ ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 09.24 น.

4 แบรนด์ดีไซเนอร์ สร้างสรรค์ผลงานยอดเยี่ยม คว้ารางวัล “VOGUE Who’s on Next, The Vogue Fashion Fund 2019” ปีที่ 6 รับรางวัลมูลค่ารวมกว่า 1 ล้านบาท พร้อมคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญตลอด 1 ปี

ประสบความสำเร็จอย่างงดงามกับโครงการ “VOGUE Who’s on Next, The Vogue Fashion Fund 2019” (โว้ก ฮูส์ ออนเน็กซ์, เดอะ โว้ก แฟชั่น ฟันด์ 2019) โดยนิตยสาร โว้ก ประเทศไทย (VOGUE THAILAND) สื่อที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นสื่อแฟชั่นทรงอิทธิพลที่สุดเล่มหนึ่งของโลก จัดขึ้นเพื่อเฟ้นหาดีไซเนอร์ไทยรุ่นใหม่ที่มีผลงานการออกแบบและแผนการตลาดที่โดดเด่น ซึ่งถือเป็นปีที่ 6 แล้ว โดยเมื่อวันที่ 12 กันยายนผ่านมา  ได้ประกาศผลสุดเซอร์ไพรส์ 4 ผู้ชนะเลิศ ได้แก่ แบรนด์ Nichp (นิช-พี) สร้างสรรค์โดย ณิชา ประสานเกลียว และ ธนพล ทองระอา , แบรนด์  “Torboon” (ทอบุญ)  โดย บุญทวี เจริญพูนสิริ , “Ferratiti”  โดย ชวัฎวิทย์ อัครโยธากรณ์  และ “Jirawat” (จิรวัฒน์) โดย จิรวัฒน์ ธำรงกิตติกุล คว้ารางวัลร่วมกันมูลค่ารวมกว่า 1,200,000 บาท และคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านการทำธุรกิจตลอด 1 ปี

ภายในงานได้รับเกียรติจาก  กุลวิทย์ เลาสุขศรี บรรณาธิการบริหารโว้ก ประเทศไทย ,ปาริสา จาตนิลพันธุ์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจค้าปลีก บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด, วริศรา ไพรสานฑ์กุล ผู้จัดการทั่วไป-ธุรกิจเพรสทีส บริษัท ชิเซโด้ (ไทยแลนด์) จำกัด, ภิญญาพัชญ์ อาจวงษ์ ผู้จัดการแบรนด์จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ บริษัท ดิอาจิโอ โมเอ็ท  เฮนเนสซี่ (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมด้วยเหล่าคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ ที่คอยให้คำปรึกษาทั้งในด้านการออกแบบและการวางแผนธุรกิจตลอดระยะเวลา 6 เดือนของการเข้าร่วมโครงการ อาทิ วรัตดา ภัทโรดม, โสภาวดี เพชรชาติ, ฮัสซัน บาซาร์, มลลิกา เรืองกฤตยา, ศุภจักร ไตรรัตโนภาส, สธน  ตันตราภรณ์ , จิรัฏฐ์ ทรัพย์พิศาลกุล และจงกล พลาฤทธิ์ มาร่วมงานอย่างคับคั่ง  ณ แฟชั่น ฮอลล์ ชั้น 1 สยามพารากอน

กุลวิทย์ เลาสุขศรี บรรณาธิการบริหารโว้ก ประเทศไทย กล่าวว่า “ปีนี้ถือเป็นปีที่ตัดสินหาผู้ชนะเลิศยากมาก เนื่องจากต้องยอมรับว่า ดีไซเนอร์ชาวไทยแม้มีทักษะด้านการออกแบบที่ดี แต่ยังขาดแนวคิดในการทำธุรกิจที่ออกแบบอย่างไรให้เสื้อผ้าขายได้ การเป็นดีไซเนอร์ที่ดีได้นั้น ต้องมีความเข้าใจ ทั้ง 2 ด้าน ซึ่งผู้ชนะเลิศทั้ง 4 แบรนด์ยังไม่มีใครโดดเด่นทั้ง 2 ด้านออกมา การตัดสินปีนี้จึงค่อนข้างลำบากและค่อนข้างเซอร์ไพร์สทั้งคนเชียร์และคณะกรรมการพอสมควร นอกจากนี้หัวใจของโครงการไม่ได้อยู่ที่การมอบรางวัลให้กับผู้ชนะเท่านั้น แต่เป็นการส่งเสริมดีไซเนอร์ที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมดให้ได้รับความรู้อย่างที่หาที่ไหนไม่ได้”

จากจำนวนผู้เข้ามาสมัครมากกว่า 50 แบรนด์ ถูกคัดกรองจนเหลือผู้เข้ารอบ 10 คนสุดท้ายที่ผ่านการคัดสรรจากคณะกรรมการ ซึ่งแต่ละแบรนด์ได้สร้างสรรค์คอลเลคชั่นเพื่อเผยโฉมอย่างเต็มรูปแบบในรอบชิงชนะเลิศ  ได้แก่  แบรนด์เสื้อผ้าสตรี 6 แบรนด์ อาทิ Coralist (คอรัลลิสต์) ของ ธันยพร จิรธรรมโอภาส , Tutti (ตู๋ตี๋) โดย นันธนุช วงศ์พัวพันธ์ , Ferratiti  (เฟอร์ราติติ) โดย ชวัฎวิทย์ อัครโยธากรณ์ , Jirawat (จิรวัฒน์) โดย จิรวัฒน์ ธำรงกิตติกุล, Youth Tonic (ยู๊ธ โธนิค) โดย ทิพปภา เดชรักษาวัฒนา และพัทธิชา เทพวงค์ , Nichp (นิช-พี) โดย ณิชา ประสานเกลียว และ ธนพล ทองระอา และ แบรนด์เครื่องประดับ 4 แบรนด์ ได้แก่ Jiira (จิระ) โดย จิรัชญา ชัยยาศักดิ์, Torboon (ทอบุญ) โดย บุญทวี เจริญพูนสิริ , T.Twinkle (ที.ทวิงเกิล) โดย วนิชยา กิตติไพศาลศิลป์, Kear Store (เกียร์ สโตร์) โดย  ปาณิศา สีดาสมุทร์

หลังการประกาศผล 4 แบรนด์ผู้ชนะเลิศได้เปิดใจ ถึงความรู้สึกและหนทางกว่าจะคว้าชัยชนะครั้งนี้ เริ่มที่แบรนด์เสื้อผ้าชุดราตรี  Nichp(นิช-พี) โดย ณิชา ประสานเกลียว และธนพล ทองระอา อดีตแอร์โฮสเตสอย่าง ณิชา เริ่มต้นทำแบรนด์เมื่อปี 2014 และลาออกจากงานประจำมาสวมบทบาทนักออกแบบเต็มตัว หลังทำแบรนด์ได้เพียง 3 ปี เพราะได้รับเสียงตอบรับที่ดีมาก โดยมีแฟนหนุ่มธนพล อดีตสจ๊วตทำหน้าที่บัญชีและฝ่ายการตลาด แม้ณิชาศึกษาจบคณะนิเทศศาสตร์ เอกประชาสัมพันธ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยก็ใช้ความรักในแฟชั่นของตนเองผลักดันแบรนด์ เริ่มออกแบบชุดราตรีที่ใส่ได้จริงและสามารถมิกซ์แอนด์แมทช์ใส่ในชีวิตประจำวันได้หลากหลาย  ส่วนธนพลศึกษาจบคณะบัญชี มหาวิทยาลัยเดียวกัน  โดยทั้งคู่บอกว่าเริ่มสร้างแบรนด์จากไม่มีอะไรเลย

“เราเริ่มสร้างแบรนด์ด้วยเงินเพียง 5 หมื่นบาท ก้าวแรกออกบูท มีแฟนไปอยู่ประจำบูทและดูด้านการตลาดให้ แต่เราก็ยังทำงานประจำกันอยู่ เมื่อเสียงตอบรับดี ต้องมีคนหนึ่งที่ออกมาทำอย่างจริงจังคือณิชา แต่ตอนนี้เราออกจากงานทั้งคู่เพื่อมาสร้างแบรนด์ด้วยกัน เพราะแบรนด์ค่อนข้างก้าวกระโดดในช่วงแรกๆ เราเน้นขายแล้วใส่ได้จริง คือณิชารู้ว่าผู้หญิงชอบใส่อะไร ใส่อะไรแล้วดูผอม ใส่ได้จริงนี่คือจุดแข็งของเรา ทำให้เราขายได้ สำหรับการประกวดรายการโว้ก ฮูส์ ออนเน็กซ์ ,เดอะ โว้ก แฟชั่น ฟันด์ 2019 ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะติดท็อป 4 เพราะแบรนด์เราไม่ได้ออกแนวหวือหวา แต่เรารู้สึกว่าเราอยู่ตรงกลางระหว่างธุรกิจกับแฟชั่นจริงๆ ด้วยเราไม่ใช่ศิลปินเราเรียนรู้จากประสบการณ์ว่าอะไรขายได้  เอกลักษณ์ของแบรนด์คือ มินิมัล ลักซ์ชัวรี่ แฟมินิน เรียบหรู มีความเป็นผู้หญิง แต่เรียบ ๆ และใส่ได้ไม่จำกัดกาลเวลา” ณิชากับธนพล ช่วยกันเล่า

กว่าจะมีวันนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายแบรนด์ Nichp ต้องผ่านอะไรมามากมาย เนื่องจากพวกเขาไม่ใช่คนในแวดวงแฟชั่นตั้งแต่เริ่มแรก แต่พอมาเข้าร่วมโครงการ ผู้เชี่ยวชาญสอนพวกเขาว่า ต้องหาตัวตนของแบรนด์ให้เจอ แม้พวกเขาจะเรียบง่าย แต่นั่นคือตัวตนของพวกเขา ทำให้แบรนด์ให้ชัดเจนมากขึ้น  และสร้างมูลค่าให้แบรนด์มากขึ้นการได้ติดท็อป 4 ในครั้งนี้ถือเป็นกำไรและเป็นการต่อยอดแบรนด์ได้อย่างสวยงาม

ด้านแบรนด์กระเป๋าผ้าทอไทย “Torboon” (ทอบุญ) ของดีไซเนอร์ บุญทวี เจริญพูนสิริ ด้วยวัย 49 ปี ศึกษาจบด้านการตลาด จากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ แต่ไปทำงานเป็นนักออกแบบผลิตภัณฑ์นานถึง 10 ปีแล้วอยากเปลี่ยนแนว เธอจึงไปเรียนต่อแฟชั่น แอนด์ แอสเซสเซอรี่ ดีไซน์ คอร์ส 1 ปีที่มิลาน อิตาลี จากนั้นไปเรียนต่อด้านทำกระเป๋าหนังที่ฟลอเรนซ์ อิตาลี เมื่อกลับเมืองไทยเธอจึงเปลี่ยนบทบาทมาออกแบบกระเป๋าโดยใช้ผ้าทอพื้นเมืองเชียงใหม่มาเป็นส่วนประกอบของกระเป๋า  เมื่อต้องเข้าแข่งขันกับนักออกแบบรุ่นน้อง ๆ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายที่บุญทวีจะฝ่าฟันและก้าวมาสู่จุดนี้ เพราะเธอเห็นว่าน้องๆ เก่งกันทุกคน อะไรคือพลังที่ผลักดันให้ “พี่บุญ” ของน้องๆ ก้าวผ่านข้อจำกัดแห่งวัยไปได้

“เคล็ดลับการประสบความสำเร็จไม่มีอะไรมาก แค่ทำตามกระบวนการทำงานของเราที่พัฒนาไปเรื่อยๆทุกปี พอเข้ามาทำงานกับน้องๆ แรก ๆ พยายามมองว่ารุ่นน้องๆ ทำอะไรกัน พอลงมือทำงานจริงๆ ต้องโฟกัสว่าเราจะทำอะไร ดิฉันสนใจผ้าทอพื้นเมืองของเชียงใหม่มากเป็นพิเศษ ผ้าทอมีเสน่ห์ เพราะการเรียนด้านแฟชั่นสอนให้เรานำวัสดุที่ใกล้ตัวเรา หรือในพื้นถิ่นมาสร้างสรรค์และต่อยอด พอเรียนจบจากอิตาลีตอนอายุ 39 ดิฉันย้ายไปอยู่เชียงใหม่ เจอวิกฤตผ้าทอที่กำลังซบเซามาก ดิฉันจึงอยากปลุกผ้าทอให้ฟื้นขึ้นมา จึงนำผ้าทอมาเป็นส่วนประกอบของกระเป๋าหนัง เสน่ห์ของผ้าทอไทยมีเรื่องราวและมีรากเหง้าที่น่าสนใจ เป็นมรดกที่มีคุณค่ามากๆ ดิฉันอยากนำผ้าทอไทยที่คนใช้ประดับตามฝาบ้าน หรือเก็บอยู่ในตู้เก็บผ้า นำมาปรับผ้าทอไทยให้มีอีกหนึ่งบุคลิกขึ้นมา ตอนนี้คนเริ่มเปิดรับกับผ้าทอไทยแล้ว ”

การเข้าร่วมโครงการนี้ บุญทวีได้พบผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจแฟชั่นที่แนะนำถึงวิธีบริหารธุรกิจด้านแฟชั่น และให้เธอลงมือสร้างสรรค์ธุรกิจแนวใหม่ ๆ ด้วยตนเอง ทำให้เธอค้นพบสัจธรรมว่า ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน “สิ่งที่ดิฉันได้เรียนรู้คือ เรื่องสไตลิ่งและวิธีบริหารการตลาด เราจะออกแบบเพื่อทำขายอย่างเดียวไม่ได้จะทำสินค้าให้ขายได้จริงๆ คุณต้องสร้างงานให้เหมาะกับตลาด  ตอนทำงานในโครงการดิฉันไม่ได้แข่งกับใคร แต่แข่งกับตัวเอง ใช้ประสบการณ์ที่สั่งสมมา ทำงานตัวเองให้ออกมาดีที่สุดในแบบของเรา” บุญทวี กล่าว

ด้าน แบรนด์ “Ferratiti” ชุดวิวาห์ ออกแบบโดย ชวัฎวิทย์ อัครโยธากรณ์ วัย 31 เรียนจบชั้นมัธยม 6 ผู้ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความฝันด้านแฟชั่นที่อยากมีแบรนด์เสื้อผ้าเป็นของตัวเองตั้งแต่เรียนชั้นมัธยมปลาย ทุก ๆ ต้นเดือนต้องซื้อแมกกาซีนแฟชั่นมาอ่าน  เขารู้จักดีไซเนอร์ไทยเกือบทั้งหมด โดยมีต้นแบบคือ ใหม่-พลัฏฐ์ พลาฎิ แบรนด์ เมช มิวเซียม (Mesh  Museum) เพราะออกแบบชุดแต่งงานได้เหมาะเจาะสวยงามมาก และมีรุ่นพี่ด้านออกแบบแฟชั่นอีกหลาย ๆ คนที่เป็นต้นแบบที่ทำให้เขาคิดว่า วันหนึ่งจะเป็นดีไซเนอร์ให้ได้ กว่า 10 ปีที่อยู่ในถนนของแฟชั่น  หลังจากไปเป็นลูกมือให้ห้องเสื้อต่าง ๆ เป็นแม้กระทั่งพนักงานขายเสื้อผ้าแบรนด์นำเข้าที่โด่งดังมากอย่างคลับ 21  เขายังทำแบรนด์ของตัวเองมาตลอด โดยเปลี่ยนไปเรื่อยๆ  ทำชุดมาหลากหลายแนว แต่มาตกผลึกที่ชุดแต่งงาน ความโด่งดังของชุดแต่งงานแบรนด์ของชวัฏวิทย์ ที่เขาบอกว่าน่าจะอยู่ในท็อปไฟว์ของชุดเจ้าสาว

“ตอนทำงานแฟชั่นรู้สึกเหนื่อยเพราะต้องวิ่งไปกับเทรนด์เรื่อยๆ แต่พอมาทำชุดแต่งงาน รู้สึกถึงความสุขที่ผมได้ทำในชุดที่เราชอบ มีเวลาโฟกัสกับมัน  มีคนที่เต็มไปด้วยความหวังว่าอยากจะสวยในวันที่พิเศษมาหาผมมากมาย ทำชุดแต่งงานทำให้ผมมีแรงบันดาลใจมาทำงานทุกวัน การทำแบรนด์ตอนนั้นภายใต้แบรนด์ชวัฎวิทย์ ส่วนแบรนด์เฟอร์ราติติ ผมเพิ่งมาเปลี่ยนตอนร่วมโครงการกับโว้ก ตอนนี้ผมมีลูกน้อง 15 คน ผมอยากผลักดันแบรนด์ไทยก้าวขึ้นสู่ระดับสากลให้ได้จริงๆ ด้วยสองมือสร้างของผม ”

อะไรทำให้ ชวัฏวิทย์ ชนะในวันนี้ เขาบอกว่า เขาอยากให้ทุกคนเห็นถึงทุกครั้งที่เขาได้รับภารกิจเขาใส่ใจทำเกินร้อย เขาพยายามตีโจทย์ให้แตก และเข้าใจโจทย์จริงๆ  คิดให้เยอะแล้วค่อย ๆ ทอนเอาน้ำออกให้เหลือแต่แก่น พยายามทำให้ผู้เสพเสพชุดและแบรนด์ได้ง่าย นี่คือเคล็ดลับทำให้เขาสำเร็จติดท็อป 4 ได้

“ทุกวันนี้ผมไม่รู้ว่าผมประสบความสำเร็จรึยัง แต่ผมรู้สึกว่าถ้ามีความฝันอย่าท้อ ถ้าเจออุปสรรค ล้มบ้าง ไม่ต้องเครียด มันเป็นเรื่องธรรมดา เป็นเรื่องปกติที่ทุกคนเจอ ถ้าเรามุ่งมั่นสักวันหนึ่งมันจะได้”

ปิดท้ายที่ แบรนด์เสื้อผ้า “Jirawat” (จิรวัฒน์) โดย จิรวัฒน์ ธำรงกิตติกุล วัย 26 ปี  การทำแบรนด์จิรวัฒน์ ทุกอย่างเริ่มต้นมาจากตัวเองหมด เขาเริ่มทำแบรนด์ขณะศึกษาอยู่คณะคณะศิลปศาสตร์ เอกออกแบบแฟชั่นมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เขาต่อยอดการสร้างแบรนด์ด้วยการเข้าประกวดออกแบบแฟชั่น และเก็บสะสมเงินรางวัลที่ได้ มาทำแบรนด์บวกกับการเป็นดีไซเนอร์ให้แบรนด์เสื้อผ้า Drycleanonly ซึ่งปัจจุบันยังทำประจำอยู่ ควบคู่กับการทำแบรนด์ของตัวเอง หัวใจหลักของแบรนด์จิรวัฒน์ โดดเด่นตรงใช้ผ้าทอที่ได้มาจากการชอบเดินตลาดนัดตามต่างจังหวัดเขาได้เห็นถึงวิถีชีวิตผู้คน และค้นพบเสน่ห์ของผ้าค้างสต็อก รวมทั้งผ้าทอหนา ๆ ที่ชาวบ้านใช้ประดับตามฝาผนังหรือทำเป็นผ้าม่าน มาสร้างสรรค์เป็นเสื้อผ้าด้วยการออกแบบให้เสื้อผ้าดูน่าสนใจ เป็นการเพิ่มมูลค่าเข้าไป

“ผมทำเสื้อผ้าตั้งแต่เรียนไม่จบ เพราะเป็นสิ่งที่รักและถนัดที่สุด แบรนด์จิรวัฒน์มีความโดดเด่นของเสื้อผ้าคือ ความเป็นยูนิเซ็กส์ วัสดุที่ใช้ทำเสื้อผ้าไม่ได้หาได้ง่าย ๆ ตามท้องตลาดทั่วไป ผมชอบผ้าครอสติส วินเทจ และผ้าพรมประดับฝาผนัง วินเทจมาก ผมชอบจึงอยากต่อยอดจากสิ่งที่ผมชอบคือของวินเทจ เป็นการผสมผสานกับเสื้อผ้าโครงสตรีทแวร์ สำหรับคอลเลคชั่นนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากคาวบอย ผมอยากถ่ายทอด เล่าเรื่องโดยใช้ผ้าครอสติสที่ผมสะสมไว้มาเล่าเรื่อง นำเสนอออกมาในโครงเสื้อผ้าปัจจุบัน ดูทันสมัย

รางวัลนี้ยิ่งใหญ่มาก ผมจึงตั้งใจทำอย่างเต็มที่ ยอมอดหลับอดนอนเพื่อสร้างสรรค์งานเสื้อผ้าสวย ๆ ออกมา ผมมีความสุข เพราะเป็นสิ่งที่ผมรัก สิ่งที่ทำให้ผมชนะติดท็อป 4 น่าจะเป็นความขยันและความตั้งใจมาก สำหรับน้องๆ ที่อยากเข้ามาประกวดขอให้มี 2 คำคือขยันและอดทน มีสองคำนี้ทำอะไรก็ประสบความสำเร็จ” จิรวัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย

สำหรับ 3 ภารกิจรางวัลพิเศษ อาทิ ผู้ชนะโปรเจคต์แรก คว้ารางวัล The winner of design mission by Shiseido ได้แก่ แบรนด์ “Jirawat” (จิรวัฒน์) , T.Twinkle (ที.ทวิงเกิล) และ Ferratiti (เฟอร์ราติติ) โปรเจคต์ที่ 2 ผู้คว้ารางวัล The winner of design mission by Doikham ได้แก่ Ferratiti (เฟอร์ราติติ) และ “Jiira” (จิระ)  โปรเจคต์ที่ 3 ผู้ชนะคว้ารางวัล The winner of design mission by Johnnie Walker style ได้แก่ T.Twinkle (ที.ทวิงเกิล)

ร่วมติดตามผลงานและบรรยากาศของการประกาศผลผู้ชนะเลิศ “VOGUE Who’s on Next, The Vogue Fashion Fund 2019 ผ่านทาง [http://www.Vogue.co.th%20หรือ]www.Vogue.co.th หรือ IG : voguethailand และ  #VogueWhosOnNext2019

‘แบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค’ เผยความสำเร็จปี2019 คว้าอีก8รางวัล3เวทีนานาชาติ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/447543

‘แบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค’ เผยความสำเร็จปี2019 คว้าอีก8รางวัล3เวทีนานาชาติ

วันพุธ ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 08.11 น.

โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค เผยความสำเร็จล่าสุดในปี 2019 คว้าอีก 8 รางวัล จาก 3 เวทีนานาชาติ

โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค (Bangkok Marriott Marquis Queen’s Park) ตอกย้ำความเป็นผู้นำในธุรกิจโรงแรมชั้นนำระดับโลก คว้า 8 รางวัลทั้งในส่วนของการให้บริการโรงแรม บริการสปา และห้องอาหาร จากเวทีระดับนานาชาติ World Luxury Spa & Awards 2019, Best in Travel 2019 Award by Smart Travel Asia และ Hotel of the Year Award 2019

นับเป็นปีแห่งความภาคภูมิใจของโรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค ที่สามารถสร้างมาตรฐานการให้บริการอย่างรอบด้านจนได้รับรางวัลการันตีจากหลากหลายเวทีทั้งระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ โดยเพียงครึ่งปีแรกของปี 2019 ก็คว้ารางวัลมาแล้วมากมาย และล่าสุดคือการได้รับ 8 รางวัลอันทรงเกียรติ ทั้งจากเวทีชั้นนำในด้านการให้บริการร้านอาหารและสปาอย่าง World Luxury Spa & Awards 2019 ถึง 5 รางวัล และเวทีที่การันตีถึงมาตรฐานของการให้บริการโรงแรมอย่าง Hotel of the Year Award 2019 2 รางวัล และ Best in Travel 2019 Award by Smart Travel Asia อีก 1 รางวัล

มร.ไซมอน เบลล์ ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา นับตั้งแต่เริ่มเปิดตัวโรงแรมเมื่อปี 2016 โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์คก็มุ่งมั่นที่จะมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับผู้มาเยือนทุกคนตลอดมาในทุกส่วนงาน ดังนั้นการได้รับรางวัลจากเวทีระดับนานาชาติจึงนำมาซึ่งความภาคภูมิใจและปลาบปลื้มให้แก่ทีมพนักงานเป็นอย่างมาก เพราะเป็นเครื่องการันตีถึงผลของความทุ่มเทและความสำเร็จของพวกเราทั้งผู้บริหารและพนักงานทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งรางวัลที่ได้มาจากการโหวตลงคะแนนของผู้เข้ามาใช้บริการจริงๆ ซึ่งเป็นเครื่องบ่งชี้ว่าเราได้สร้างความประทับใจให้กับลูกค้าทุกคนอย่างแท้จริง”

สำหรับเวที World Luxury Spa & Awards 2019 โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค ก็คว้ารางวัลโดดเด่นมาได้ถึง 5 รางวัล โดยสำหรับห้องอาหารจีนพาโกด้า ไชนีส เรสเตอรองท์ ได้รับรางวัลห้องอาหารสุดหรูสำหรับครอบครัวระดับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Luxury Family Restaurant, Regional Winner: South East Asia) และรางวัลห้องอาหารจีนยอดเยี่ยมของประเทศไทย (Chinese Cuisine, Country Winner: Thailand) ส่วนห้องอาหารอาคีรา แบค ก็ได้รับสองรางวัลเช่นกัน ได้แก่ รางวัลห้องอาหารเอเชียนฟิวชั่นระดับเอเชีย (Asian Fusion Cuisine, Continent Winner: Asia) และห้องอาหารในโรงแรมสุดหรูระดับเอเชีย (Luxury Hotel Restaurant, Continent Winner: Asia) นอกจากนี้ควอนสปายังได้รับรางวัลฟิตเนสและสปาสุดหรูระดับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย(Luxury Fitness Spa, Regional Winner: South East Asia)

พร้อมอีก 2 รางวัลจากเวที Hotel of the Year Award 2019 ได้แก่ รางวัล สปาโรงแรมสุดหรูที่ดีที่สุด (Best Luxury City Spa Hotel Worldwide 2019) และรางวัลโรงแรมไลฟ์สไตล์ที่ดีที่สุด (Best Luxury City Lifestyle Hotel Worldwide 2019) ทั้งนี้ทุกรางวัลนำมาซึ่งความภาคภูมิใจให้กับโรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์คในฐานะที่เป็นผู้นำด้านการให้บริการห้องอาหาร สปา และโรงแรมระดับชั้นนำของกรุงเทพมหานครและประเทศไทยเป็นอย่างมาก

ส่วนรางวัลสำหรับการให้บริการโรงแรมนั้น โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค ได้รับรางวัล ท็อป 25 โรงแรมธุรกิจที่ดีที่สุดในเอเชียจากผลการโหวตของผู้อ่านนิตยสารออนไลน์ชั้นนำอย่าง Smart Travel Asia (Top 25 Best Business Hotels in Asia on Worldwide Reader Poll) จากเวที Best in Travel 2019 Award by Smart Travel Asia

สืบเนื่องจากนี้ โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์คตั้งมั่นที่จะรักษาและพัฒนาการบริการเพื่อลูกค้าให้ดียิ่งขึ้นไป

เปรี้ยวหรูดูแพง คอลเลคชั่นล่าสุดจาก PITCHANA

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/447404

เปรี้ยวหรูดูแพง คอลเลคชั่นล่าสุดจาก PITCHANA

วันพุธ ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

เอาใจหญิงยุคใหม่สายสตรอง PITCHANA เผยโฉม คอลเลคชั่นล่าสุด Autumn/Winter 2019 “AlphaFemale” ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากผู้หญิง สวย เก่งและมีความสามารถ เปี่ยมด้วยความมั่นใจเกินร้อย โดยมีดีเทลดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ในแบบฉบับของ PITCHANA ผนวกกับการตัดเย็บด้วยความประณีตจากช่างระดับกูตูลิเยร์เสิร์ฟความต้องการของสาวเนี้ยบเปรี้ยวหรูดูแพงที่มั่นใจทุกดีไซน์ที่ใส่แล้วเน้นเรือนร่างสรีระในทุกเส้นโค้งเว้า เพิ่มความเป็นผู้หญิงยุคใหม่ในทุกย่างก้าว

PITCHANA คอลเลคชั่นนี้เริ่มด้วยคีย์ลุคชุดเดย์เดรสสีสดใส เพิ่มความเปรี้ยวด้วยการเล่นสีสันเขียวมะนาวกับดีเทลดีไซน์สุดเก๋ด้วยเส้นสายสปาเกตตีไขว้โชว์แผ่นหลังสุดเซ็กซี่, ชุดเดรสสั้นโชว์เรียวขาสีเหลืองนีออนแขนยาวพองทรงรูปหัวหอม จับเดรปเข้ารูปใต้อก, ชุดคอกเทลเดรสสั้นคีย์ลุคสีดำสไตล์หรูเฉียบด้วยลูกเล่น
คัทเอาท์เผยเอว อก หลัง เน้นสรีระและทรวดทรงแบบสาว PITCHANA, ชุดคอกเทลเดรสสั้นผ้ากำมะหยี่คอแหลมแบบวีลึก จับเดรปที่เอวสีน้ำทะเลเข้มและสีเขียวมรกต, ชุดเดรสสั้นเกาะอกสีดำผ้าซิลค์ฝรั่งเศสทรงเอ ประดับด้วยขนนกกระจอกเทศที่อกและชายกระโปรงเพิ่มความกรุยกรายในทุกย่างก้าว อีกคีย์ลุคชุดเพ้นท์สูทแขนยาวสีขาวผ้าเครปจีนเล่นเทคนิคติดขนนกกระจอกเทศสีขาวพลิ้วเรียงรายจากต้นแขนถึงปลายแขนเสื้อด้านเดียว และอีกลุคสุดปังของคอลเลคชั่นนี้คือเพ้นท์สูทสีดำ ตัวเสื้อสูทติดขนนกกระจอกเทศฟูดำด้านข้างแขนสูททั้งสองข้าง ทำให้ใส่แล้วดูจัดเต็มเท่แต่ซ่อนความเฟมินินไว้เหมาะกับไปงานปาร์ตี้หรูระดับเวิลด์คลาส

ตรึงทุกสายตาในคอลเลคชั่น “Alpha Female” ด้วยชุดราตรียาวหรูเน้นสรีระและเรือนร่าง เริ่มด้วยลุคดีไซน์ชุดราตรียาวผ้ากำมะหยี่ฝรั่งเศส สีดาร์คช็อกโกเลตเข้ารูปเปิดไหล่ จับเดรปเข้ารูปที่เอว กระโปรงผ่าสูงขึ้นมาที่ต้นขาเผยให้เห็นเรียวขาอันเซ็กซี่ และหยุดทุกสายตาไว้ด้วยชุดราตรียาวสุดหรูผ้าอิตาเลียนซิลค์มันวาวจับเดรปเข้ารูปอย่างสวยงามด้านหลังยาวกรุยกรายลากพื้นในโทนสีพาสเทลหวานสีชมพูอ่อนและส้มอ่อน เพิ่มความหรูหราด้วยแอคเซสซอรี่สายเพชรระยิบระยับคล้องใหล่และพาดไปถึงด้านหลัง กระโปรงด้านหน้าผ่าสูงถึงต้นขาทุกย่างก้าวจึงเซ็กซี่เต็มที่กับความมั่นใจ

พบกับ คอลเลคชั่น ล่าสุดจาก ได้แล้ววันนี้ ที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล สาขาชิดลม โซน Thai Designers ชั้น 2, ห้างสรรพสินค้าเอ็มโพเรียม โซน Thai Designers ชั้น 1และศูนย์การค้าสยามพารากอน โซน ThaiDesigners ชั้น 1 Showroom: สุขุมวิท 62 โทร. 084-4119955, Line: @PITCHANAInstagram: PITCHANA_official

คุณแหน : 16 ตุลาคม 2562

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/447473

650935

คุณแหน : 16 ตุลาคม 2562

วันพุธ ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ll วิรัชดา กิตติวัฒน์ ไปฉลองวันเกิดกับเพื่อนสนิทชาววัฒนาฯ ที่กรีซ ชื่นมื่นสนุกสนานกันเป็นแถว มี คุณหญิงหมอพรทิพย์ โรจนสุนันทน์ เป็นช่างภาพมือฉมังให้เพื่อนๆ ตามเคย…

ll กลับจากเยอรมนีหมาดๆ ร.อ.สุวิพันธุ์ ดิษยมณฑลก็เตรียมแพ็กกระเป๋าเดินทางไปบอสตัน ต้นเดือนพฤศจิกายนนี้ เพื่อไปรับลูกสาว ธชาพันธุ์ กับ หลานตา“เบนนี่”หนีหนาวกลับมาเยี่ยมบ้าน…

ll สุทธินี ศุภจิต ไปงานลีลาศการกุศล จัดโดยชมรมวปรอ.4010 เพื่อนำรายได้ส่วนหนึ่งมอบให้โรงเรียนบ้านเด็กรามอินทรา (บ้านเด็กตาบอดผู้พิการซ้ำซ้อน) โดยมี คุณหญิงบุษยา สนิทวงศ์ฯเป็นเจ้ามือซื้อโต๊ะให้เพื่อน ความที่งานนี้อุดมด้วยดาวเต้นเท้าไฟ คู่เต้นเลยหายากหน่อย ได้นักแข่งระดับมัธยมอายุ 14 เป็นคู่เต้นที่ไว้ใจได้เลย สัมภาษณ์กันแล้ว เธออายุแก่กว่ายายของคู่เต้นอีก อายุไม่ใช่ปัญหาพายายเต้นได้ก็แล้วกัน…

ll หลังจากเบิกบานใจนุ่งขาวห่มขาวจากการปฏิบัติธรรม 10 วัน กับ หลวงพ่อสุเมโธ ที่ริมอ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง วังน้ำเขียวจิตติมา แพ่งสภา ก็กลายร่างเป็นสาวเปรี้ยว เดินทางไปเยี่ยมครอบครัวลูกสาวที่ซานฟรานซิสโกแล้ว…

ll สายชม เอครพานิช ติดอยู่ที่ญี่ปุ่น ระหว่างที่ไต้ฝุ่นฮากิบิส ปะทะกรุงโตเกียว หลายคนเป็นห่วง แต่เจ้าตัวชิลๆ มาก ปลอดภัยดี ถือเป็นประสบการณ์ชีวิตของส.ว.เลยทีเดียว…

ll ข่าวดีของสาวกอเมซอนพันธุ์แท้ กาแฟสยายปีกข้ามฟ้าข้ามทะเลไปถึงดินแดนเหยี่ยวทะเลทรายอาณาเขตสุลต่านแห่งโอมานในกรุง Muscat เมืองหลวง ดร.ปรัชญา ภิญญาวัฒน์ให้การว่า ทราบว่ารมต.น้ำมันโอมาน ชอบมาเที่ยวเมืองไทยและมาติดใจกาแฟอเมซอนเลยให้ Oman Oil Marketing เอาไปเปิดในสถานีบริการที่โอมาน ร้านนี้เปิดมาตั้งแต่เดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ลูกค้าคับคั่ง ตอนนี้ขยายสาขาไป 5 สาขาแล้ว…

ll สวดพระอภิธรรม รศ.นพ.อุดม พัฒนถาบุตร12-18 ต.ค. 19.00 น. ศาลา 10 วัดมกุฏกษัตริยารามฌาปนกิจ 19 ต.ค. 14.00 น. …

ll งานรัดตัวจนผอม เพราะนอกจากเป็นที่ปรึกษาบริหารให้บำรุงราษฎร์อะคาเดมีแล้ว“ดร.เจี๊ยบ”รศ.ดร.ศิริยุพา รุ่งเริงสุข ยังถูกตามตัวให้ไปฝึกอบรมและสร้างวัฒนธรรมองค์กรแบบ Agile organization หรือองค์กรที่ยืดหยุ่นปรับตัวไวให้อีกหลายองค์กรเก่งและขยันแบบนี้ใครๆ ก็อยากร่วมงานด้วย น่าชื่นใจที่สุด…

ll เชิญชมคอนเสิร์ต“เล่าขานประสานเสียงวัฒนา”วันศุกร์ 8 พ.ย. 19.30 น. ที่วัฒนาวิทยาลัย เพื่อเป็นกำลังใจให้คณะนักร้องประสานเสียง ที่จะเดินทางไปแข่งขัน World Choir Game 2020ที่ประเทศเบลเยียมในปีหน้า สมาคมศิษย์วังหลัง-วัฒนา จึงเป็นหัวเรือใหญ่จัดงานนี้ขึ้นโดยจะนำรายได้ไปจัดตั้งกองทุนเพื่อกิจกรรมดนตรีของโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย…คณะนักร้องฯสร้างชื่อเสียงเพิ่มขึ้น จากระดับประเทศถึงระดับนานาชาติ ผลงานล่าสุดได้รับประกาศนียบัตรสองเหรียญทองจากการแข่งขัน Venezia in Musica 2019 ที่อิตาลีพร้อมทั้งรางวัล Category winner ใน Category Youth Choir of Equal Voice และรางวัพิเศษ Outstanding performance สำหรับบทเพลงของ Kodaly เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองที่ Wattana Girls’ Chorus ชนะการแข่งขันในต่างประเทศมากมาย มาร่วมแสดงความยินดีและเป็นกำลังใจให้น้องๆ ก้าวไปสู่จุดหมายถัดไปในปีหน้าด้วยกันค่ะ https://www.ticketmelon.com/wwaa/wattanagirlschorus หรือสอบถาม089-4997418…ll

หนูภาฯ