MARUคอนโดมิเนียมหรูเปี่ยมดีไซน์ Pet Lovers ย้ำคอมมูนิตี้ ที่เข้าใจคนรักสัตว์เลี้ยงอย่างแท้จริง

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/447425

MARUคอนโดมิเนียมหรูเปี่ยมดีไซน์ Pet Lovers ย้ำคอมมูนิตี้ ที่เข้าใจคนรักสัตว์เลี้ยงอย่างแท้จริง

วันอังคาร ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 16.15 น.

ตอกย้ำที่อยู่อาศัยที่เข้าใจไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ พร้อมตอบโจทย์คนรักสัตว์ด้วยการเป็นคอนโดฯ   “Pet Friendly & Wellness Living” ซึ่งครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับสัตว์เลี้ยง และสอดแทรกพื้นที่สีเขียวเข้ากับดีไซน์ที่เรียบง่ายสไตล์มินิมัล เมื่อเร็วๆ นี้ 2 โครงการคอนโดมิเนียมหรู ได้แก่ MARU Ekkamai 2 (มารุ เอกมัย 2) และ MARU Ladprao 15 (มารุ ลาดพร้าว 15) ภายใต้การบริหารของ บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเมนต์ จำกัด (มหาชน)  ในฐานะผู้นำอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรี่ จึงได้เชิญเหล่าเซเลบริตี้ที่มีหัวใจรักสัตว์เลี้ยง ได้แก่ สุวรา สนิทวงศ์ ณ อยุธยา, แพรวปรียา ชุมสาย ณ อยุธยา, หฤทัย ไชยันต์ ณ อยุธยา, วิชชุดา ลีนุตพงษ์ และ ปพนธ์วรรธณ์ เสาว์ทองหยุ่น มาชมห้องตัวอย่างแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ณ โครงการ มารุ เอกมัย

ดร.สุริยา พูลวรลักษณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเมนต์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “จุดเด่นของโครงการมารุคือเป็นคอนโดมิเนียมที่สร้างขึ้นเพื่อตอบโจทย์คนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบด้วยดีไซน์ที่เรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยรสนิยม รวมถึงพื้นที่ส่วนกลางหลากหลายรูปแบบเพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มคนรุ่นใหม่โดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็น Co-creation Space , Co-living Space ซึ่งจะเป็นพื้นที่แบ่งปันประสบการณ์ร่วมกันระหว่างเพื่อนบ้านได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญคือมารุเป็นคอนโดมิเนียมที่เน้น Pet Friendly & Wellness living ซึ่งตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ในสังคมเมืองที่มีสัตว์เลี้ยงอย่างสุนัขและแมวเป็นสิ่งเติมเต็มในชีวิต นี่จึงเป็นจุดแข็งของโครงการ ”

คอนเซ็ปต์โดนใจเหล่า Pet Lovers แถมทำเลอยู่ใกล้รถไฟฟ้า เหล่าเซเลบริตี้ที่มาร่วมงาน ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า นับเป็นคอนโดฯ ที่เข้าใจสังคมของผู้รักสัตว์เลี้ยงอย่างแท้จริง โดยเฉพาะเซเลบริตี้สาวสวย หมิง-สุวรา สนิทวงศ์ ณ อยุธยา  ผู้ชื่นชอบการเลี้ยงสุนัขมาก โดยเธอเล่าว่า ปัญหาหนึ่งที่เธอไม่สามารถย้ายไปอยู่คอนโดฯในเมืองได้ เนื่องจากส่วนใหญ่ไม่อนุญาตให้เลี้ยงสุนัข ซึ่งสุนัขแสนรักที่เธอเลี้ยงไว้มีทั้งหมด 3 ตัว  ได้แก่ “โฟรโด้” สุนัขขาสั้น พันธุ์คอร์กี้ เพศผู้วัย 4 ขวบ ถัดมาคือ “แจ็กกี้” พันธุ์ปอมเมอเรเนียนเพศผู้ ส่วนอีก 1 ตัวเก็บมาเลี้ยงชื่อ “มาดี” พันธุ์ชิห์สุ เพศเมีย นิสัยน่ารักขี้ประจบ

“หมิงสนับสนุนให้มีคอนโดฯที่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์เกิดขึ้นเยอะๆ  จะอยู่บ้านหรือคอนโดฯก็อยากมีเขาอยู่ด้วย เวลาอยู่กับสัตว์ช่วยบำบัดจิตใจเราให้รู้สึกมีความสุข  ช่วยปลอบประโลมจิตใจเราได้ ”

ด้าน มายด์-แพรวปรียา ชุมสาย ณ อยุธยา คุณแม่ลูก 2 บอกว่าจะดีแค่ไหนหากมีคอนโดฯที่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์เลี้ยงได้ เพราะเธอก็เลี้ยงสุนัข 1 ตัวที่ผูกพันกันมากชื่อ “คุณนาย” พันธุ์ชิวาวา เพศเมียวัย 10 ขวบ เลี้ยงตั้งแต่เธอเรียนอยู่มหาวิทยาลัย ปัจจุบันก็เลี้ยงน้องหมาคู่กับลูกชายทั้งสอง

“การเลี้ยงสัตว์กับเด็กสามารถเลี้ยงควบคู่ไปกันได้ เพียงแต่เราต้องดูแลเรื่องความสะอาดบ้านบ่อยๆ   การเลี้ยงสัตว์สามารถสอนลูกเรื่องความอ่อนโยนและโอบอ้อมอารีได้”

สาวสวยนัยน์ตากลมโต ปอนด์-หฤทัย ไชยันต์ ณ อยุธยา ปัจจุบันเธอเลี้ยงสุนัขไว้  2 ตัว ซึ่งเป็นของน้องสาว (ปฤณ ไชยันต์ ณ อยุธยา) ที่ต้องไปเรียนหนังสือต่อที่ออสเตรเลีย ด้วยความที่ปฤณต้องย้ายไปอยู่คอนโดมิเนียมที่ห้ามเลี้ยงสัตว์ จึงต้องส่งน้องหมา 2 ตัวได้แก่  “Cubby” สุนัขเพศเมีย ขนสีขาว และ น้อง “Fluffy” สุนัขเพศผู้ เป็นพันธุ์ผสมระหว่างชิห์สุกับมอลทีสวัย 7 ขวบด้วยกันทั้งคู่กลับเมืองไทย

“ พอมีคอนโดฯที่ให้เลี้ยงสัตว์ได้ ซึ่งตอบโจทย์น้องสาวและปอนด์มาก ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นในการหาที่พักอาศัย”

ด้านเซเลบริตี้สาว ตั๋ม-วิชชุดา ลีนุตพงษ์  บอกว่า เธอเป็นทาสสุนัขตัวจริง เพราะรู้สึกผูกพันเกิดมาก็เห็นคุณพ่อคุณแม่เลี้ยงสุนัขมาตลอด เธอจึงเลี้ยงสุนัขมาตั้งแต่เด็กๆ  แต่เริ่มห่างไปบ้างตอนไปเรียนโรงเรียนประจำที่อังกฤษ ต่อด้วยการไปศึกษาต่อปริญญาตรีและปริญญาโทที่ สหรัฐอเมริกา และกลับมาเลี้ยงสุนัขอีกครั้งตอนกลับมาเมืองไทย ปัจจุบันที่บ้านเลี้ยงสุนัขรวม 10 ตัว ล้วนเป็นสุนัขที่เก็บมาเลี้ยงมีทั้งสุนัขพันธุ์เล็ก อย่าง ชิวาวา ปอมเมอเรเนียน และบีเกิล ส่วนสุนัขพันธุ์ใหญ่ ได้แก่ โกลเด้น  รีทรีฟเวอร์สุนัขพิการเดินไม่ได้ที่เพิ่งเสียชีวิตไป และมีสุนัขที่ตนเองรักมากเป็นพิเศษชื่อ “กะทิ” เพศผู้ วัย 12 ขวบพันธุ์ปอมเมอเรเนียนผสม

“ สุนัขถือเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเรา ถ้าตั๋มเลือกคอนโดฯแห่งใหม่ก็ต้องเลือกที่ให้เลี้ยงสุนัขได้ ถ้าได้พาสุนัขของเรามาเดินเล่นในพื้นที่ส่วนกลางที่จัดไว้สำหรับสัตว์ ได้แบ่งปันประสบการณ์กับเพื่อนบ้านที่เลี้ยงสัตว์เหมือนกัน ก็น่าจะแฮปปี้” วิชชุดา เล่าด้วยรอยยิ้ม

ปิดท้ายที่นักแสดงหนุ่ม ซึ่งรักการเลี้ยงสุนัขมากๆ ตูน-ปพนธ์วรรธณ์ เสาว์ทองหยุ่น แม้จะมีคอนโดฯส่วนตัวย่านพระราม 9 เพราะช่วยให้การเดินมาทำงานสะดวก แต่ก็ต้องรีบกลับบ้านของครอบครัวที่สุวรรณภูมิเพื่อไปอยู่กับ ทองดำ สุนัขพันธุ์ไทยผสมเพศเมีย ที่กำลังป่วยเป็นมะเร็ง

“การเลี้ยงสุนัขทำให้ผมเป็นคนใจเย็นลง จากปกติที่เป็นคนใจร้อน ขี้หงุดหงิด เลี้ยงสุนัขช่วยปลอบประโลมจิตใจผมได้มาก แล้วยังเหมาะกับคนเป็นโรคซึมเศร้า ยิ่งสังคมยุคใหม่คนไม่นิยมมีลูกและหันมาเลี้ยงสุนัขแทน คอนโดมารุจึงตอบสนองแนวคิดคนยุคใหม่ได้ดี ทั้งยังแวดล้อมไปด้วยร้านอาหาร ร้านแฮงค์เอ้าท์อีกมากมาย ทั้งคอนโดยังมีการตกแต่งด้วยสไตล์ญี่ปุ่น ซึ่งผมชื่นชอบความเป็นญี่ปุ่นมาก มารุจึงตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผมมาก ๆ”

ทั้งนี้ โครงการมารุ ลาดพร้าว 15 และมารุ เอกมัย 2 คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2563 โดยโครงการมารุ ลาดพร้าว 15 ราคาเริ่มต้น 4.9 ล้านบาท โครงการมารุ เอกมัย 2 ราคาเริ่มต้น 5.55 ล้านบาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.1266 หรือ http://www.mjd.th/maru/

‘นาฬิกาทิสโซต์’ผู้อยู่เบื้องหลังการจับเวลาในการแข่งขัน MotoGP™ 2019

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/447329

‘นาฬิกาทิสโซต์’ผู้อยู่เบื้องหลังการจับเวลาในการแข่งขัน MotoGP™ 2019

วันอังคาร ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 11.59 น.

TISSOT (ทิสโซต์) เรือนเวลาแห่งความแม่นยำของนวัตกรรมสวิส นำโดย ปิยานุช เชยสงวน รองผู้อำนวยการ นาฬิกาทิสโซต์ ประเทศไทย ร่วมเป็นผู้สนับสนุนการจับเวลาอย่างเป็นทางการในการแข่งขันกีฬามอเตอร์ไซค์ทางเรียบชิงแชมป์โลก MotoGP™ 2019 พร้อมเผยถึงเบื้องหลังการจับเวลาในการแข่งขันที่มีความเที่ยงตรงและแม่นยำที่สุดอีกทั้งยังร่วมฉลองแชมป์โลกสมัยที่ 8 ของ มาร์ค มาร์เกวซ แบรนด์แอมบาสเดอร์นาฬิกาทิสโซต์ ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์

ทางด้าน ปิยานุช เชยสงวน กล่าวว่า “ในปี 2019 นี้ ประเทศไทยได้รับคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 19 สนามการแข่งขันกีฬามอเตอร์ไซค์ทางเรียบชิงแชมป์โลก MotoGP™ อีกครั้ง และในฐานะของผู้สนับสนุนการจับเวลาอย่างเป็นทางการในการแข่งขัน TISSOT (ทิสโซต์) พยายามพัฒนาระบบที่มีความซับซ้อนในการจับเวลาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อให้การจับเวลาถูกถ่ายทอดออกไปอย่างไร้ที่ติ รถในการใช้แข่งขันทุกคันจะถูกติดตั้งเครื่อง Transponder (ทรานสปอนเดอร์) เพื่อทำหน้าที่รับส่งสัญญาณระหว่างตัวรถกับระบบปฏิบัติการที่อยู่ในห้องการจับเวลา หลังจากนั้นเครื่อง Transponder (ทรานสปอนเดอร์) จะทำงานร่วมกับเครื่องมืออื่นๆ ที่ติดตั้งอยู่ตามจุดต่างๆ ในสนาม สำหรับสิ่งที่เครื่องTransponder (ทรานสปอนเดอร์) จะส่งกลับมาที่ห้องการจับเวลานั้นมีทั้งเวลา ความเร็ว  องศาการโค้ง และตำแหน่งของนักบิดที่อยู่ในสนาม สำหรับในห้องการจับเวลาจะมีเจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญจำนวนไม่น้อยกว่า 10 ชีวิต เพื่อตรวจเช็คสัญญาณ ตรวจสอบความแม่นยำ และจดบันทึกด้วยมือ เพื่อให้ผลการจับเวลาแม่นยำที่สุด นอกจากนี้ห้องการจับเวลายังต้องทำงานร่วมกับกล้องถ่ายภาพที่เส้นชัยอีกด้วย เพื่อตรวจเช็คความแม่นยำในลักษณะของภาพถ่ายอีกครั้ง ในกรณีที่นักบิดเข้าเส้นชัยในเวลาใกล้เคียงกันมากๆ ต่างกันที่ 0.001 วินาที จึงต้องมีการใช้ภาพถ่ายนี้คู่กับการจับเวลาเพื่อหาผู้ชนะค่ะ สำหรับในปีนี้แบรนด์แอมบาสเดอร์นาฬิกาทิสโซต์ มาร์ค มาร์เกวซ ก็สามารถคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 8มาครอบครองได้ตามความคาดหมาย ทางแบรนด์ทิสโซต์ประเทศไทยก็ต้องขอแสดงความยินดีกับมาร์ค มาร์เกวซ อย่างเป็นทางการอีกครั้งด้วยเช่นกันค่ะ”

บรรยากาศภายในบูธนาฬิกาทิสโซต์ บริเวณลานด้านหน้าสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ คึกคักไปด้วยแฟนนักบิดที่แวะเวียนมาเยี่ยมบูธ พร้อมกันนี้ ยังมีผู้โชคดีที่ได้เป็นเจ้าของเรือนเวลาแห่งนวัตกรรมสวิส TISSOT T-RACE MARC MARQUEZ 2019 LIMITED EDITION (ทิสโซต์ ที-เรซ มาร์ค มาร์เกวซ 2019 ลิมิเต็ดเอดิชั่น) ที่มาพร้อมลายเซ็นของนักบิดหนุ่มเจ้าของแชมป์โลกสมัยที่ 8 จำนวนจำกัดเพียง 50 เรือนสุดท้ายในประเทศไทยอีกด้วย ส่วนผู้ที่สนใจสามารถร่วมสัมผัสนาฬิกาทิสโซต์รุ่นอื่นๆ ได้ที่ร้านทิสโซต์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์
โทร. 02-613-1172, ชั้น 2 เซ็นทรัลภูเก็ต ฟลอเรสต้า โทร. 076-619-960, ชั้น G เทอร์มินอล 21 พัทยา โทร. 033-252-608 และห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02-610-0200 หรือคลิก http://www.tissotwatches.com

เตียวฮงสีลม สนับสนุน งานวิ่ง ASA Run 2019

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/447320

เตียวฮงสีลม สนับสนุน งานวิ่ง ASA Run 2019

วันอังคาร ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 11.42 น.

ดร.สิริพันธุ์ กระแสร์แสน (ที่ 3 จากขวา) ผู้จัดการฝ่ายการตลาดธุรกิจวัสดุก่อสร้าง บริษัท เตียวฮงสีลม จำกัด และพนักงาน เป็นตัวแทนในฐานะผู้สนับสนุนหลัก และเข้าร่วมกิจกรรม งานวิ่ง ASA Run 2019 ภายใต้แนวคิด Heritage จัดโดย สมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ (ASA) และ สมาพันธ์สมาคมศิษย์เก่าสถาปัตยกรรมศาสตร์ทั่วประเทศ (ASASA) ณ กระทรวงสาธารณสุข นนทบุรี

ทั้งนี้ งานวิ่ง ASA Run 2019 ภายใต้แนวคิด Heritage จัดโดย สมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ (ASA) และ สมาพันธ์สมาคมศิษย์เก่าสถาปัตยกรรมศาสตร์ทั่วประเทศ (ASASA)  มีวัตถุประสงค์ในการ สนับสนุนโครงการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมมรดกโลกของประเทศไทย และ ส่งเสริมการออกกำลังกายของสมาชิกสถาปนิกและประชาชนทั่วไปรวมถึง จัดหาทุนการศึกษาให้แก่ นศ.คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ต่อไป

แนวหน้าวาไรตี้ สัมภาษณ์พิเศษ : เฉิน อวี้ ซีว ประธานสถานีโทรทัศน์สาธารณะไต้หวัน (PTS)

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/447315

แนวหน้าวาไรตี้ สัมภาษณ์พิเศษ : เฉิน อวี้ ซีว ประธานสถานีโทรทัศน์สาธารณะไต้หวัน (PTS)

วันอังคาร ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 11.22 น.

แนวหน้าวาไรตี้ สัมภาษณ์พิเศษ :  เฉิน อวี้ ซีว ประธานสถานีโทรทัศน์สาธารณะไต้หวัน (PTS)

NAEWNA VARIETY วันอาทิตย์ที่ 6 ตุลาคม 2562 ทางTNN2 (TrueVision ช่อง784) เวลา 16.00-16.30 น.

Re-run 1. วันพุธ 22.00-22.30 น. 2. วันพฤหัสบดี 10.00-10.30 น. 3. วันศุกร์ 00.30-01.00 น. 4. วันศุกร์ 23.00-23.30 น. 5. วันเสาร์ 13.30-14.00 น.

‘กฤษณา อโศกสิน’นักเขียนอมตะประจำปี’62

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/447170

สุกัญญา ชลศึกษ์ นามปากกา กฤษณา อโศกสิน

‘กฤษณา อโศกสิน’นักเขียนอมตะประจำปี’62

วันอังคาร ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

มูลนิธิอมตะเผยชื่อนางสุกัญญา ชลศึกษ์ หรือ กฤษณา อโศกสินรับรางวัล “นักเขียนอมตะ ประจำปี2562” ผู้ที่มีผลงานโดดเด่นในงานวรรณกรรมที่ทรงคุณค่ามาอย่างต่อเนื่อง เตรียมจัดพิธีมอบรางวัล โดยได้รับเกียรติจาก นายอานันท์ ปันยารชุนอดีตนายกรัฐมนตรี เป็นประธานมอบในวันที่ 16 ธ.ค.

วิกรม กรมดิษฐ์ ประธานมูลนิธิอมตะ (AMATA FOUNDATION) เปิดเผยว่า ได้จัดงาน “ประกาศผลรางวัลนักเขียนอมตะ ประจำปี 2562” โดยในปีนี้คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สาขาวรรณกรรมจำนวน 7 ท่าน ได้พิจารณาและตัดสินให้ นางสุกัญญา ชลศึกษ์ในนามปากกา กฤษณา อโศกสิน,กัญญ์ชลา, สไบเมือง และ สุปปวาสาให้เป็น  “นักเขียนอมตะ” ประจำปี2562 ด้วยผลงานการประพันธ์นวนิยายที่ได้รับความนิยม และถูกนำไปผลิตเป็นบทละครเป็นจำนวนมาก ด้วยการทุ่มเท
ชีวิตเพื่องานวรรณกรรม และยังเป็นต้นแบบให้กับนักเขียนต่อๆ มาอย่างต่อเนื่องและเพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้สร้างสรรค์ผลงานด้านวรรณกรรม ให้ผลิตผลงานต่อไป

ทั้งนี้ มูลนิธิจะจัดงานมอบรางวัลนักเขียนอมตะขึ้น ในวันที่ 16 ธันวาคมนี้และได้รับเกียรติจาก นายอานันท์ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีและมอบรางวัล 1,000,000บาท พร้อมโล่รางวัล ซึ่งการมอบรางวัลดังกล่าวจัดมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 8เพื่อเป็นกำลังใจให้นักเขียน และเพื่อตระหนักถึงความสำคัญของงานวรรณกรรมที่ถือว่า เป็นงานศิลป์อีกแขนงหนึ่งอันทรงคุณค่าและสะท้อนเรื่องราวทางศิลปะ-วัฒนธรรมของประเทศได้เป็นอย่างดีอีกทั้งยังเป็นการบันทึกประวัติศาสตร์ของชนชาติไทยในอนาคตด้วย ดังนั้น การส่งเสริมให้เกิดงานเขียนในหลากหลายแขนงจึงเป็นเรื่องที่มูลนิธิ ให้ความสำคัญไม่ว่าจะเป็นนักเขียนรุ่นเก่า หรือนักเขียนรุ่นใหม่ จึงถือเป็นทรัพยากรที่ทรงคุณค่า และยังเป็นการกระตุ้นให้คนไทยรักการอ่านมากขึ้น ซึ่งจะนำพาประเทศไทยให้พัฒนาเติบโตอย่างมั่นคงมากขึ้น

สำหรับนักเขียนที่ได้รับรางวัลนักเขียนอมตะ ที่ผ่านมาจำนวน 8 ท่าน ประกอบไปด้วย นายศักดิชัย บำรุงพงศ์ หรือนามปากกา “เสนีย์ เสาวพงศ์”,นายโรจน์ งามแม้น หรือนามปากกา“เปลว สีเงิน”, นายโกวิท เอนกชัย หรือนามปากกา “เขมานันทะ” (เสียชีวิตแล้ว), นายสมบัติ พลายน้อย หรือนามปากกา “ส.พลายน้อย”, พระไพศาล วิสาโล,  นายคำสิงห์ ศรีนอก หรือนามปากกา “ลาว คำหอม”, นายฉัตรชัยวิเศษสุวรรณภูมิ หรือนามปากกา“พนมเทียน” และ นายอาจินต์ ปัญจพรรค์หรือนามปากกา “จินตเทพ”

สุกัญญา ชลศึกษ์ นามปากกา กฤษณา อโศกสิน

สุกัญญา ชลศึกษ์ นามปากกา กฤษณา อโศกสิน

น้อมรำลึก ในหลวงรัชกาลที่ 9 ร่วมชม นิทรรศการผ่านผลงานศิลป์‘ธ สถิตในดวงใจ’

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/447171

น้อมรำลึก ในหลวงรัชกาลที่ 9 ร่วมชม นิทรรศการผ่านผลงานศิลป์‘ธ สถิตในดวงใจ’

วันอังคาร ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป ผู้บริหารศูนย์การค้า เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก เชิญร่วมชมนิทรรศการผ่านผลงานศิลป์ “ธ สถิตในดวงใจ” ภายใต้ธีม Art In My Heart ศิลปะในดวงใจ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และเพื่อแสดงความจงรักภักดีตลอดจนน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10

ภายในงานพบกับ นิทรรศการแสดงผลงานศิลปะ ประติมากรรม และพระบรมสาทิสลักษณ์ ในพระอิริยาบถต่างๆ อาทิ ทรงครองแผ่นดินโดยธรรม, ทรงธรรมะ, ทรงผนวช, ทรงดนตรี,ทรงกล้อง ฯลฯ ผ่านฝีมืองานศิลปะสุดประณีตโดยศิลปินไทย ได้แก่ ผศ.พูลสวัสดิ์มุมบ้านเช่า, ผศ.ธรรมศักดิ์ เอื้อรักสกุล, ไพศาล เภาวิเศษ, งามพิศ เพิ่มปัญญา, กิติ พลศักดิ์ขวา, พินิตย์ พันธประวัติ นอกจากนี้ภายในงาน ยังมีการแสดงดนตรีบทเพลงพระราชนิพนธ์ ด้วยดนตรีเครื่องเป่าแซกโซโฟน 4 ชิ้น ได้แก่ โซปราโน, อัลโต, เทเนอร์ และ บาริโทนโดยนักศึกษาวิทยาลัยดุริยางคศิลป์มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมขับกล่อมบรรเลง ขณะชมนิทรรศการอีกด้วย

ขอเชิญร่วมชมนิทรรศการผลงานศิลป์ “ธ สถิตในดวงใจ” ได้ตั้งแต่วันที่ 10-20 ตุลาคม 2562 ณ บริเวณลานกิจกรรม ชั้น G ศูนย์การค้าเดอะ มาร์เก็ต แบงคอก ราชประสงค์

เรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ ครบรอบ 23 ปี

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/447169

เรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ ครบรอบ 23 ปี

วันอังคาร ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

เดินหน้า ส่งเสริมการศึกษา พัฒนาคุณธรรม-จริยธรรม ด้วยการเผยแผ่พระธรรมคำสอนตามหลักทางพระพุทธศาสนาสู่ชุมชนและสังคมมาโดยตลอด สำหรับ ซีพี ออลล์ ผู้ก่อตั้งร้านเซเว่น อีเลฟเว่นในประเทศไทย ล่าสุดจัดงานใหญ่ “ครบรอบ 23 ปี เรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ ด้วยงานเทศน์มหาชาติให้พนักงานและประชาชนในย่านสีลมได้ร่วมบุญและฟังธรรมเทศนา ตลอดจนได้รับข้อคิดดีๆ นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

ก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานกรรมการบริหาร บมจ. ซีพี ออลล์ ผู้ก่อตั้งร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ในประเทศไทย กล่าวว่า ในโอกาสครบรอบ 23 ปี ของโครงการ “เรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ” ทางซีพี ออลล์ ได้จัดงานเทศน์มหาชาติมหาเวสสันดรชาดกบาลี โดยนิมนต์พระมหา ดร.กรวิก อหิงสะโก และพระมหานารท วิชิโต วัดสุทัศนเทพวราราม กรุงเทพฯ เทศน์คาถาพัน(พระบาลี อรรถกถา) มหาเวสสันดรชาดก ทำนองหลวง ซึ่งในการเทศน์มหาชาติได้สอดแทรกหลักธรรมต่างๆ ที่ผู้เข้าร่วมฟังสามารถนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเองและสังคมต่อไป

ภายในงาน มีประชาชนและพนักงานกว่า 800 คน เข้าร่วมฟังธรรมและร่วมกันทำบุญ ซึ่งการเทศน์มหาชาติจัดเป็นงานบุญที่มีความสำคัญของพุทธศาสนิกชนชาวไทยมาตั้งแต่ครั้งโบราณเพราะการเทศน์มหาชาติเป็นตอนที่พระพุทธเจ้าเสวยพระชาติเป็นพระเวสสันดรเพื่อบำเพ็ญทานบารมี10 ประการก่อนจะตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ โดยเชื่อว่าผู้ที่ได้ฟังเทศน์มหาชาติจะได้กุศลมาก นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมงานยังได้ตื่นตาตื่นใจไปกับการแสดงประกอบการเทศน์มหาชาติกัณฑ์ชูชกแบบประยุกต์

“โครงการเรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ จัดขึ้นครั้งแรก เมื่อปี 2539 โดยได้นิมนต์พระอาจารย์มาบรรยายธรรม เริ่มจากให้พนักงานบริษัทเข้าร่วมฟังและขยายผลสู่ประชาชน เพื่อให้น้อมนำหลักธรรมไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เนื่องจากสีลมเป็นถนนสายธุรกิจที่สำคัญของประเทศ แต่ไม่มีวัดไทย โครงการเรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ จึงเป็นเสมือนพื้นที่ให้คนในชุมชนได้มาร่วมกันทำบุญ เพื่อสร้างพื้นที่ธรรมะสำหรับคนเมือง สร้างความสงบ เสริมสติ และก่อให้เกิดปัญญาแก่ทุกคน”

ตลอดระยะเวลากว่า 23 ปี ที่ผ่านมาซีพี ออลล์ได้จัดงาน “เรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ”เป็นประจำทุกเที่ยงวันศุกร์ต่อเนื่อง มากกว่า1,200 ครั้ง โดยในแต่ละเดือนจะนิมนต์พระอาจารย์ที่มีชื่อเสียงเทศนาธรรมบรรยาย 3 สัปดาห์ ในหนึ่งสัปดาห์ของเดือนจะเชิญฆราวาสที่มีชื่อเสียงมาแบ่งปันประสบการณ์ธรรมะ โดยแต่ละครั้งจะมีผู้ร่วมฟังบรรยาย 300-500 คน

นอกจากนี้ ซีพี ออลล์ ยังมีการส่งเสริมการศึกษา พัฒนาคุณธรรม อาทิ โครงการส่งเสริมธรรมศึกษาให้แก่พนักงานเพื่อสนับสนุนให้พนักงานได้ศึกษาประวัติความเป็นมาทางพระพุทธศาสนาพร้อมหลักธรรม โดยได้ดำเนินโครงการมาจนถึงปัจจุบัน มีพนักงานของบริษัทสามารถสอบผ่านธรรมศึกษาชั้นตรี ชั้นโท และชั้นเอก ประมาณ 13,500 คน โครงการเรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ สัญจร “ธรรมสู่เยาวชน” เพื่อนำหลักธรรมทางพุทธศาสนาไปเผยแผ่สู่เยาวชนของชาติ ที่ผ่านมาได้จัดบรรยายธรรมให้นักเรียนตามโรงเรียนต่างๆ ตั้งแต่ระดับประถมศึกษา-ระดับมัธยมศึกษา มาแล้วประมาณ 15,000 คน อาทิ โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์, โรงเรียนบดินทรเดชา สิงห์ (สิงหเสนี) 4 และโรงเรียนสายน้ำผึ้ง ในพระอุปถัมภ์, โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช และโรงเรียนเตรียมทหารเป็นต้น เพื่อเป็นการบ่มเพาะเยาวชนให้เป็นทั้งคนเก่งและคนดีของสังคมไทยต่อไป

NIA โชว์นวัตกรรมการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ฉลองความสัมพันธ์ทางการทูต 150 ปีไทย-ออสเตรีย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/447165

NIA โชว์นวัตกรรมการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ฉลองความสัมพันธ์ทางการทูต 150 ปีไทย-ออสเตรีย

วันอังคาร ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ก้าวเข้าสู่ปีที่ 10 ของการเป็นองค์การมหาชนอย่างสมบูรณ์ จัดกิจกรรมด้านนวัตกรรมในงานเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตครบรอบ 150 ปี ไทย-ออสเตรีย ระหว่างนี้จนถึงวันที่ 17 ตุลาคม 2562 ณ นิทรรศรัตนโกสินทร์ ภายใต้ความร่วมมือด้านการพัฒนาเมืองอัจฉริยะระหว่างกรุงเวียนนาและกรุงเทพมหานคร โดยมีไฮไลท์หลักคืองาน Innovation Thailand Expo ที่มาในธีม Social Innovation in the City ระหว่างนี้จนถึงวันที่ 17 ตุลาคม 2562 ณ นิทรรศรัตนโกสินทร์

ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) กล่าวว่า จากความสำเร็จที่ NIA ได้อยู่เบื้องหลังการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมด้วยนวัตกรรมมาเป็นเวลา 10 ปีเต็ม ส่งผลให้การกำหนดทิศทางการดำเนินงานในทศวรรษหน้าของ NIA มาจากจุดยืนในการสร้างความแข็งแกร่งในการทำงานเชิงระบบ เพื่อให้เกิดระบบนวัตกรรมแห่งชาติ (National Innovation System, NIS) สอดรับกับโจทย์ใหญ่ของประเทศ ที่รัฐบาลได้ชูธงด้าน “นวัตกรรม” มีหมุดหมายของการวางกรอบแผนการดำเนินงานคือการสร้าง “ประเทศแห่งนวัตกรรม” (Innovation Nation) หรือการเพิ่มขีดความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรม เพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจและสังคม โดยประเด็นสำคัญที่จะสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศโดยรวม เช่น การยกระดับและพัฒนา “นวัตกรรมที่จำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ” (Mandatory Innovation)“นวัตกรรมเพื่อสังคม” (SocialInnovation) รวมถึงการสร้าง “นวัตกรรมเชิงพื้นที่” (Area-based Innovation)

ในเชิงของการพัฒนานวัตกรรมที่จำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ  มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดนวัตกรรมระบบใหม่ที่สามารถแก้ไขปัญหาสังคมที่มีมายาวนาน เช่น ปัญหาในภาคเกษตรกรรม ความแห้งแล้ง ภัยพิบัติต่างๆ ซึ่งต้องมาจากกระบวนการสะท้อนคิดในหลากหลายมิติ ทั้งเรื่องของเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และผลกระทบในวงกว้างที่จะเกิดต่อประชาชนซึ่งเป็นฐานรากของประเทศ นอกจากนั้นความเหลื่อมล้ำ ยังถือเป็นหนึ่งปัจจัยที่บั่นทอนการพัฒนาของประเทศไทย ดังนั้น จึงได้มีการกำหนดประเด็นการพัฒนานวัตกรรมเพื่อสังคม เพื่อมุ่งตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำอย่างยั่งยืน โดยความเหลื่อมล้ำในประเทศไทยที่เห็นได้อย่างชัดเจน มีทั้งในเรื่องของการศึกษา สาธารณสุข รวมถึงภาวะการมีงานทำ เป็นต้น

นอกจากในมุมของประเด็นนวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาสังคม NIA ยังได้กำหนดประเด็นในการพัฒนาศักยภาพของเศรษฐกิจและสังคมผ่านประเด็น “นวัตกรรมเชิงพื้นที่” (Area-baseinnovation) โดยประยุกต์หรือพัฒนาพื้นที่ต่างๆให้เกิดความสามารถในการจัดการนวัตกรรมในระดับภูมิภาค สร้างให้เป็นพื้นที่เพื่ออรรถประโยชน์ใหม่ๆ สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่อย่างยั่งยืนในที่สุด

ทั้งนี้ ในวันที่ 5 ตุลาคม ของทุกปี จะตรงกับวันนวัตกรรมแห่งชาติ NIA จึงมีการจัดกิจกรรมด้านนวัตกรรม ในงานเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตครบรอบ 150 ปี ไทย-ออสเตรีย ระหว่างนี้จนถึงวันที่ 17 ตุลาคม 2562 ณ นิทรรศรัตนโกสินทร์ ภายใต้ความร่วมมือด้านการพัฒนาเมืองอัจฉริยะระหว่างกรุงเวียนนา และกรุงเทพมหานคร โดยมีไฮไลท์หลักคืองาน Innovation Thailand Expo ที่มาในธีม Social Innovation in the City ซึ่งเป็นงานที่นำเสนอมุมมองนวัตกรรมผ่านนิทรรศการผลงานนวัตกรรมที่นำมาทั้งโชว์และจำหน่าย การเสวนา และกิจกรรมเวิร์กช็อปที่น่าสนใจ สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่ http://www.facebook.com/NIAThailand

บัลเลต์ระดับโลก BCB Dance Collection พร้อมโชว์ในไทย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/447167

บัลเลต์ระดับโลก BCB Dance Collection พร้อมโชว์ในไทย

วันอังคาร ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

บางกอกซิตี้บัลเลต์ คณะบัลเลต์แห่งเดียวในประเทศไทย และศิลปินนักเต้นบัลเลต์ระดับโลกเชื้อสายไทยอังกฤษ James Pett ร่วมกับ บริษัท บีกรีมจัดงานแถลงข่าวการแสดงบัลเลต์ระดับโลก ภายใต้ชื่องาน Bangkok City Ballet Dance Collection 2019 The Contemporary Dance Performance with James Pett, presented by B. Grimm โดยมี มาซาโกะ ฮิราตะผู้ก่อตั้งบางกอกซิตี้บัลเลต์ และ นันทินีแทนเนอร์ กรรมการผู้จัดการ Link &B.Grimm ในฐานะผู้สนับสนุน ร่วมแถลงข่าวพร้อมด้วยนักแสดงที่มาแสดงโชว์บัลเลต์ชุดพิเศษมาร่วมสร้างสีสันที่อาคารเคี่ยนหงวนเฮ้าส์ 3 ถนนวิทยุ

นันทินี แทนเนอร์ กรรมการผู้จัดการ Link & B.Grimm กล่าวว่า คณะบางกอกซิตี้บัลเลต์ เป็นคณะบัลเลต์อาชีพแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย ที่ก่อตั้งขึ้นในปีพ.ศ. 2539 ภายใต้การบริหารงานของ มาซาโกะ ฮิราตะ ซึ่งมีความตั้งใจอย่างยิ่งที่จะพัฒนาความสามารถและสนับสนุนผลงานของนักเต้นในประเทศไทย และเป็นเวลากว่า 2 ทศวรรษแล้วที่คณะบางกอกซิตี้บัลเลต์ได้สร้างสรรค์ผลงานการเต้นอันน่าประทับใจ ทั้งในแบบคลาสสิกและร่วมสมัยให้กับผู้ชมชาวไทย

มาซาโกะ ฮิราตะ และ นันทินี แทนเนอร์

ด้าน มาซาโกะ ฮิราตะ ผู้ก่อตั้งบางกอกซิตี้บัลเลต์ กล่าวว่า การจัดการแสดงครั้งนี้ มีจุดประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้นักเต้นไทยได้ร่วมงานกับศิลปินต่างชาติ ได้เรียนรู้กระบวนการคิด การทำงาน การออกแบบท่าเต้น รวมไปถึงเทคนิคการเต้นใหม่ๆ สามารถนำมาใช้ในการพัฒนาการตนเองในฐานะนักเต้นอีกทั้ง สามารถเผยแพร่ความรู้และทักษะเหล่านั้นต่อนักเรียนหรือนักเต้นรุ่นต่อๆ ไป และที่สำคัญมีศิลปินนักเต้นระดับโลกเชื้อสายไทยอังกฤษ James Pett ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะนักเต้นของคณะ Wanye McGregor คณะเต้นร่วมสมัยแถวหน้าของโลก จากประเทศอังกฤษ และยังเป็นผู้ที่มีผลงานการออกแบบท่าเต้นที่เป็นที่ยอมรับ และได้จัดแสดงในงานเทศกาลเต้นนานาชาติในหลายประเทศทั่วโลก จะเดินทางมากรุงเทพมหานครในฐานะ Artist Residency ให้กับคณะบางกอกซิตี้บัลเลต์โดย James จะออกแบบท่าเต้นในรูปแบบการเต้นร่วมสมัย และฝึกซ้อมการแสดงให้กับนักเต้นของบางกอกซิตี้บัลเลต์ เป็นเวลาประมาณ 3 สัปดาห์

ส่วนการแสดงที่จะจัดแสดงในงาน BCB Dance Collection : The Contemporary Dance Performance with James Pett นอกจากชุดการแสดงที่ James ร่วมทำกับคณะบางกอกซิตี้บัลเลต์แล้ว ยังมีการแสดงเดี่ยวโดย James และการแสดงร่วมสมัยหลากหลายรูปแบบเช่น รูปแบบที่ผสมผสานบัลเลต์ (modernballet) หรือนาฏศิลป์ไทย (Thai contemporary dance) จากฝีมือการออกแบบท่าเต้นของนักออกแบบท่าเต้นชาวไทยของคณะบางกอกซิตี้บัลเลต์ เช่น อนุรักษ์ งามตา, ณพิชญา อำพันแสง, สรัสนันท์ ชัยศิลปิน, โชตเดชา ดังฌินาคุปต์ และสุพัฒชัย ลาภปกรณ์กุล ซึ่งเป็นอดีตนักเต้นของคณะบางกอกซิตี้บัลเลต์ แต่ปัจจุบันเป็นนักเต้นและอาจารย์ของสถาบันการสอนศิลปะที่มีซื่อเสียงของประเทศสิงคโปร์ ทั้งนี้การแสดงจะจัดขึ้นจะจัดแสดงขึ้น 3 รอบด้วยกัน ในวันเสาร์ที่ 26 ตุลาคม 2562 เวลา 14.00 น. และ 19.00 น. และวันอาทิตย์ที่ 27 ตุลาคม 2562 เวลา 14.00 น. ณ ห้องสตูดิโอ ชั้น 4 หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร

มาซาโกะ ฮิราตะ พร้อมนักแสดงที่่มาร่วมงานแถลงข่าว

ภายใต้โครงการนี้ นอกเหนือจากการแสดงแล้ว ยังมีการจัด Contemporary Dance Workshop by James Pett ซึ่งจะเปิดโอกาสให้นักเรียน นักศึกษา และนักเต้นทั่วไปสามารถเข้าร่วมเรียนรู้เทคนิคการเต้นร่วมสมัยกับ James Pett ได้โดยตรง โดยจะแบ่งกิจกรรมเวิร์กช็อปออกเป็น 2 ระดับ ดังนี้ คือ Junior Contemporary Dance Master Class สำหรับนักเต้นรุ่นเล็ก อายุ 12-15 ปี ที่มีพื้นฐานการเต้นร่วมสมัย ในวันที่ 22 ตุลาคม 2562 เวลา 17.00-18.30 น. และวันที่ 23 ตุลาคม 2562 เวลา 15.00-16.30 น. Senior ContemporaryDance Master Class สำหรับนักเต้นทั่วไปและนักเต้นอาชีพ ในวันที่ 22 ตุลาคม2562 เวลา 18.30-20.00 น. และวันที่ 23 ตุลาคม 2562 เวลา 17.00-18.30 น.โดยจะจัดขึ้นที่ ห้องสตูดิโอ ชั้น 4 หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร

ท้งนี้ สามารถติดต่อสอบถามหรือจองบัตรชมการแสดง (ราคา 650 บาท และสำหรับนักเรียนนักศึกษาราคา 450 บาทต่อรอบการแสดง) และเวิร์กช็อปการเต้นร่วมสมัย (ราคา 750 บาทต่อเวิร์กช็อป) สอบถามรายละเอียดที่ 061-5459625 และ Facebook Page: BCB Box Office (https://m.facebook.com/BCBboxoffice)

แรทลีย์ ลอนดอน ฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว 2019

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/447164

แรทลีย์ ลอนดอน ฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว 2019

วันอังคาร ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

แรทลีย์ ลอนดอน (RADLEY LONDON) แบรนด์กระเป๋าและแอคเซสซอรี่สัญชาติอังกฤษสุดหรู ชวนสาวไทยตกหลุมรักแบบ Fall in Love ไปกับคอลเลคชั่นฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว 2019 ที่ออกแบบมาสำหรับผู้หญิงยุคใหม่ที่ใช้ชีวิตในแบบที่พวกเธอต้องการ

คอลเลคชั่นนี้ นำกลิ่นอายในอดีตแบบอังกฤษ อย่างวัสดุสุดคลาสสิกมาตีความใหม่ อาทิ หนังจระเข้เทียม ที่มีการนำมาปรับให้ดูทันสมัยด้วยเฉดสีสดแปลกตา อย่าง สีแดงก่ำ merlot และสีแดงอมม่วง oxblood กระเป๋าทรงแมสเซนเจอร์ แบบมีฝาปิดที่ตกแต่งด้วยหนังงู ให้ความรู้สึกเสมือนออกผจญภัยในเมืองใหญ่ ส่วนหนังกลับสุดหรูก็มาปรับรูปโฉมใหม่ด้วยโทนสี อย่าง แดง merlot และเขียว seaweed เป็นการเล่นสนุกกับสไตล์คลาสสิกที่น่าสนใจ

ดีเทลจากยุค swinging ช่วงปีค.ศ.1960 และยุคสุขนิยมบุปผาชนช่วงค.ศ.1970 ของลอนดอน ที่นำมาใช้ในคอลเลคชั่น ชวนให้เราหวนนึกถึงอดีต ด้วยลายแพทช์เวิร์กและสีสันสดใส ที่เป็นเทรนด์เด่นจากรันเวย์ ช่วยทำให้คอลเลคชั่นใหม่ดูน่าสนใจกับสไตล์ที่ไม่คลายความนิยม นอกจากกรุงลอนดอนที่ใช้เป็นแรงบันดาลใจหลักแล้ว ภาพอันชวนฝันของชนบทในอังกฤษก็เป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจสำคัญ รูปทรงของกระเป๋าที่มีความละมุนละไมในโทนสีอบอุ่นอย่างสีน้ำตาลอ่อน chestnut น่าจะเป็นกระเป๋าชิ้นโปรดสำหรับฤดูกาลนี้ได้ไม่ยาก

กระเป๋ารุ่น Camera Bag ที่มีสีสันสะดุดตา อย่างสีแดงเพลิงและสีน้ำเงินสดที่แสนจะมีชีวิตชีวา เข้ากันได้ดีกับกระเป๋าที่ตกแต่งด้วยคำพูดเท่ๆ เชื้อเชิญให้เกิดบทสนทนา เหมาะสำหรับสาวๆ ที่พร้อมจะโดดเด่นในเมืองใหญ่ เราออกแบบกระเป๋าให้มีรูปทรงและฟังก์ชั่นผสมผสานกันให้กลายเป็นสไตล์ที่สวย และสามารถมิกซ์แอนด์แมทช์ เหมาะสำหรับนักสำรวจชาวเออร์เบินที่มีไลฟ์สไตล์ไม่หยุดนิ่ง

ด้วยแรงบันดาลใจอันหลากหลายที่น่าสนใจเหล่านี้ คือคอลเลคชั่นประจำฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว ٢٠١٩ จาก RADLEY LONDON รวมไปถึงการพัฒนาความประณีตของแบรนด์ไปอีกขั้น ด้วยการให้ความสำคัญกับรายละเอียดและวัสดุหนังคุณภาพดีที่ให้ความหรูหราเพื่อสร้างสรรค์คอลเลคชั่นที่คลาสสิกไร้กาลเวลา

ตามไปอัพเดท แรทลีย์ ลอนดอน (RADLEY LONDON) คอลเลคชั่นฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว 201٩ ได้แล้วที่ แรทลีย์ ลอนดอน ทุกสาขา หรือสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ ผ่าน https://www.lazada.co.th/shop/radley-thailand-official สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร.02-3656257 FB: www.facebook.com/RadleyLondon Instagram: RADLEYLONDONหรือ Line@: @RadleyLondon_TH