เปลี่ยนของใช้-ของแต่งบ้าน ให้เป็นของขวัญชิ้นพิเศษ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/542126

เปลี่ยนของใช้-ของแต่งบ้าน  ให้เป็นของขวัญชิ้นพิเศษ

เปลี่ยนของใช้-ของแต่งบ้าน ให้เป็นของขวัญชิ้นพิเศษ

วันพฤหัสบดี ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีฉลู 2021 สำหรับปีนี้ “อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์” (Index Living Mall) ได้รวบรวมไอเท็มเด่นที่จะเปลี่ยนของใช้ และของตกแต่งบ้านให้เป็นของขวัญชิ้นสำคัญ เพื่อใช้ส่งผ่านความรักความห่วงใยให้กับคนที่คุณรัก กับเทศกาลที่คุณรอคอย “Gift of Happiness 2021” #Share a Wish, Sharea Gift  แชร์ความสุขด้วยหัวใจที่รับรองว่าของขวัญในปีนี้จะทำให้ผู้รับประทับใจอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็น ชั้นวางของติดผนังที่จะทำให้ผนังบ้านมีดีไซน์ขึ้น, รูปปั้นสิงโตสีทองเพื่อแก้ฮวงจุ้ยและช่วยเรียกโชคลาภ, รูปปั้นปลากัด สื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ มั่งคั่งร่ำรวย และเป็นสัญลักษณ์ของนักสู้ความอดทน, รูปปั้นนกฟลามิงโก้สัญลักษณ์ความรักความอบอุ่น ซื่อสัตย์ และมั่นคงในรัก, ลูกโลกตั้งโต๊ะ ไอเท็มเด่นที่คนรักบ้านและชื่นชอบการท่องเที่ยวไม่ควรพลาด,ที่รองเทียนดีไซน์เรียบหรู ช่วยสร้างบรรยากาศภายในบ้านและมุมปาร์ตี้ให้มีเสน่ห์และอบอวนด้วยกลิ่นอายความโรแมนติก,โคมไฟตั้งโต๊ะ เรียบเท่สไตล์โมเดิร์นแทนสัญลักษณ์ของความหวังและแรงบันดาลใจ, ภาพพิมพ์รูปปลาคาร์พ สัญลักษณ์ของความร่ำรวย มั่งคั่งเงินทอง, ชุดจานดีไซน์เก๋ สื่อถึงความสมบูรณ์พูนสุข และยังผลิตจากวัสดุอย่างดีสามารถนำเข้าเครื่องล้างจานและเข้าไมโครเวฟได้ เป็นต้น ทั้งนี้ สามารถเลือกช้อปได้ที่ อินเด็กซ์ลิฟวิ่งมอลล์ 31 สาขา ทั่วประเทศสอบถามโทร.1379 หรือ ช้อปออนไลน์ได้ที่ www.indexlivingmall.com

สุดยอดผลงานคอลลาบอเรชั่นแห่งปี Baking Soda x Casa Dry Clean Only #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/542129

สุดยอดผลงานคอลลาบอเรชั่นแห่งปี  Baking Soda x Casa Dry Clean Only

สุดยอดผลงานคอลลาบอเรชั่นแห่งปี Baking Soda x Casa Dry Clean Only

วันพฤหัสบดี ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ห้องเสื้อระดับตำนานของไทย Baking Soda เปิดตัวผลงานสร้างสรรค์ล่าสุดโดยความร่วมมือกับ Casa Dry Clean Only นำเสนอความผสมผสานความโก้กับสตรีทแวร์ ลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นของทั้งสองแบรนด์เกิดเป็นลุคที่สวยสมบูรณ์แบบพร้อมเปิดตัว Capsule Collection สุดพิเศษ วางจำหน่ายที่ Club Soda ณ ชั้น 1 สยามเซ็นเตอร์แห่งเดียวเท่านั้น ตั้งแต่วันที่นี้ – เมษายน 2564

เซอร์ไพรส์วงการแฟชั่นด้วยสุดยอดผลงานแฟชั่นลิมิเต็ดคอลเลคชั่นนี้ โดยการนำเสนอการตีความชิ้นงานที่โดดเด่นที่สุดของแบรนด์ Baking Soda มีตั้งแต่เสื้อยืดที่ได้รับแรงบันดาลใจจากแนวคิดหัวรุนแรงแบบพังก์ไปจนถึงชุดเดรสที่ตัดเย็บแปลกใหม่ผ่านมุมมองที่สดใหม่ของ Dry Clean Only 

Soda โดย เมนาท นันทขว้าง นับเป็นผู้ทรงอิทธิพลและเป็นผู้นำในวงการแฟชั่นของไทยมาโดยตลอด และยังคงยืนหยัดตำแหน่งแถวหน้าไว้อย่างน่ายกย่อง เพราะแบรนด์ผลิตสินค้าแฟชั่นและโปรเจคใหม่อย่างต่อเนื่อง และโดยเฉพาะความร่วมมือสร้างสรรค์ผลงานในครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญล่าสุดของแฟชั่นเฮาส์ที่น่าจับตามองอย่างมาก สำหรับความร่วมมือกับ Casa Dry Clean Only โดยดีไซเนอร์ของแบรนด์ ปฏิพัทธ์ ชัยภักดี หนึ่งในสาวกของแบรนด์ Soda ว่าคือแรงบันดาลใจหลักในการสร้างสรรค์คอลเลคชั่นเสื้อผ้าวินเทจที่โด่งดังไปทั่วโลก

“ผมรู้สึกชื่นชมคุณกบมาโดยตลอด ผมเคยแม้ระทั่งเขียนจดหมายแฟนคลับหาเธอตอนที่ผมยังเป็นนักเรียนอยู่ ผมจำได้ว่าผมซื้อเสื้อยืดตัวแรกของ Soda staying alive แล้วรู้สึกทึ่งมาก ว่าสิ่งที่ดูเรียบง่ายจะกลายเป็นสิ่งที่สุดพิเศษขึ้นมาได้อย่างไร โดยในที่สุดได้ลงเอยด้วยการสะสมเสื้อยืด Soda ไว้เป็นจำนวนมาก และในครั้งนี้จึงรู้สึกประทับใจอย่างที่สุดที่ได้มีโอกาสร่วมออกแบบผลงานในครั้งนี้” ปฏิพัทธ์ กล่าวถึง เมนาท นันทขว้าง ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบของแบรนด์ Soda

สำหรับสโลแกนในการทำงานร่วมกันครั้งนี้ คือ You only live once หรือ คุณมีชีวิตอยู่เพียงครั้งเดียว ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากเพลงของ The Strokes โดย จิรวัฒน์ ศรีเลื่อนสร้อย ผู้อำนวยการออกแบบ Dry Clean Only กล่าวถึงกระบวนการสร้างสรรค์งานออกแบบคอลเลคชั่นนี้ว่า “การออกแบบเกิดขึ้นเพื่อเป็นเกียรติและแสดงความชื่นชมต่อการใช้ชีวิตสุดคูลของคุณเมนาท และความหลงใหลในเสียงดนตรีของเธอ เราได้รับแรงบันดาลใจมาจากความผูกพันของแบรนด์ Soda กับดนตรีและวิถีชีวิตของคุณเมนาท ซึ่งผมต้องการรวบรวม DNA จากทั้งสองแบรนด์เข้าด้วยกัน เช่น ตุ๊กตาหมีของ Casa Dry Clean Only และหัวกะโหลกของ Soda”

นอกจากนี้ ลายภาพพิมพ์อื่นๆ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากดนตรีร็อคแอนด์โรล ได้แก่ ลายดอกกุหลาบอันเป็นสัญลักษณ์ของ Soda และ ลายนกอินทรีอันโด่งดังของ Dry Clean Only ซึ่งทั้งสองอย่างนี้มีความโดดเด่นในไอเท็มสตรีทแวร์ที่ไม่ควรพลาด เช่น เสื้อฮู้ดดี้ เสื้อยืด และกางเกงขากว้าง สำหรับราคาเสื้อยืดรุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นคอลเลคชั่นนี้เริ่มต้นเพียง 900 บาท อีกทั้งคอลเลคชั่นนี้ ยังมีสินค้าแฟชั่นที่ไม่ซ้ำแบบให้เลือกอีกมากมาย ทั้งเดรสเสื้อยืดที่ตัดเย็บขึ้นใหม่ด้วยผ้าลูกไม้ Tulle อย่างประณีต และเสื้อเชิ้ตตัวหลวม

รูปลักษณ์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากพังก์และธีมร็อคแอนด์โรลสะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลของดนตรีที่มีอยู่ใน DNA ของทั้งสองแบรนด์ “การออกแบบต้องดูเท่ห์ แต่สวมใส่ได้จริง” ซึ่งเป็นนิยามหลักในการสร้างสรรค์ผลงานนี้ จาก เมนาท นันทขว้าง

พบกับผลงานใหม่สุดล้ำจาก Baking Soda X Casa Dry Clean Only ที่ชั้น 1 สยามเซ็นเตอร์ และติดตามข่าวสารผ่าน Instagram : Clubsodabkk , @sodaxdryclean และ http://www.sodabkk.com พร้อมรอพบกับบทใหม่ของ Soda กับการความร่วมสร้างสรรค์ผลงานสุดเอ็กซ์คลูซีฟกับแบรนด์และดีไซเนอร์ชื่อดังอีกมากมายเร็วๆนี้

เปิด ‘สวนปันบุญอัสสัมชัญ’ แพลตฟอร์มการทำบุญด้วยการปลูกต้นไม้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/542117

เปิด ‘สวนปันบุญอัสสัมชัญ’ แพลตฟอร์มการทำบุญด้วยการปลูกต้นไม้

เปิด ‘สวนปันบุญอัสสัมชัญ’ แพลตฟอร์มการทำบุญด้วยการปลูกต้นไม้

วันพฤหัสบดี ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

สมาพันธ์สมาคมศิษย์เก่าคณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย โดย ดร.ธะนาชัย ธีรพัฒนวงศ์ อุปนายก CGA (ผู้แทนนายก CGA), โรงเรียนอัสสัมชัญและประชาคมอัสสัมชัญ, สมาคมอัสสัมชัญ โดย พลเรือเอก ประพฤติพร อักษรมัต นายกสมาคมอัสสัมชัญ และ สงวนรัถการโกวิท อุปนายกสมาคมฯ, มูลนิธิปลูกต้นไม้ปลูกธรรมะโดย พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล, สวนนงนุชโดย กัมพล ตันสัจจา ร่วมในพิธีเปิด “สวนปันบุญอัสสัมชัญ” แพลตฟอร์มต้นแบบการสร้างค่านิยมในการ “มอบต้นไม้” ให้แก่กันในวาระต่างๆ เพื่อเพิ่มความสุขในสังคมแลพื้นที่สีเขียว ณ ลานอนุสาวรีย์คุณพ่อกอลมเบต์ โรงเรียนอัสสัมชัญ กรุงเทพฯ เมื่อวันพุธที่ 9 ธันวาคม ที่ผ่านมา

ภายในงานมี ภราดา วิริยะ ฉันทวโรดม ที่ปรึกษาโรงเรียนฯ, ภราดา กุลชาติ จันทะโชโต รองผู้อำนวยการฯ,คณะกรรมการ CGA, คณกรรมการ AC, คณะครู-นักเรียน-ผู้ปกครองให้เกียรติร่วมงาน โดยโครงการฯ นี้ สมาพันธ์สมาคมศิษย์เก่าคณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย ร่วมกับ มูลนิธิปลูกต้นไม้ ปลูกธรรมะ โดย พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล ประธานกรรมการมูลนิธิฯ, สมาคมอัสสัมชัญ โดย พล.ร.อ.ประพฤติพร อักษรมัต นายกสมาคมฯและโรงเรียนอัสสัมชัญ โดย ภราดาดร.ศักดา สกนธวัฒน์ผู้อำนวยการโรงเรียนฯ ที่ได้ร่วมจัดทำโครงการฯขึ้น เพื่อรณรงค์ให้นักเรียนเห็นความสำคัญในการปลูกต้นไม้ ผูกพันกับต้นไม้จากประสบการณ์ตรงโดยการลงมือปลูกดูแลต้นไม้จนเติบโตด้วยตนเอง ส่งเสริมและสร้างค่านิยมการทำบุญด้วยการปลูกต้นไม้ สร้างป่าให้โลกและลูกหลาน ส่งเสริมธรรมะและเรียนรู้ธรรมะจากต้นไม้รณรงค์ให้มอบต้นไม้เป็นของขวัญในโอกาสพิเศษวาระต่างๆ หรือวาระสำคัญทางศาสนา

สมาพันธ์สมาคมศิษย์เก่าคณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย (CGA) มีสมาชิกประกอบด้วยสมาคมศิษย์เก่าของโรงเรียนในมูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียลรวม 14 สมาคม ได้แก่ สมาคมอัสสัมชัญ, สมาคมศิษย์เก่าเซนต์คาเบรียล, สมาคมศิษย์เก่ามงฟอร์ตวิทยาลัย, สมาคมศิษย์เก่าอัสสัมชัญพาณิชย์, สมาคมศิษย์เก่าอัสสัมชัญศรีราชา, สมาคมศิษย์เก่าเซนต์หลุยส์ฉะเชิงเทรา,สมาคมศิษย์เก่าอัสสัมชัญลำปาง, สมาคมศิษย์เก่าอัสสัมชัญธนบุรี, สมาคมศิษย์เก่าอัสสัมชัญนครราชสีมา,สมาคมศิษย์เก่าอัสสัมชัญระยอง, สมาคมศิษย์เก่าอัสสัมชัญสมุทรปราการ และสมาคมศิษย์เก่าอัสสัมชัญเทคนิคนครพนม โดยปัจจุบัน อาคม ศุภางค์เผ่า ดำรงตำแหน่งนายกสมาพันธ์ฯ และ ดร.วัลลภ เจียรนนท์ ดำรงตำแหน่งนายกกิตติมศักดิ์

เดินหน้าสานต่อโครงการ Healthy Lung Thailand เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ป่วยโรคหืด ปอดอุดกั้นเรื้อรัง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/542121

เดินหน้าสานต่อโครงการ Healthy Lung Thailand  เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ป่วยโรคหืด ปอดอุดกั้นเรื้อรัง

เดินหน้าสานต่อโครงการ Healthy Lung Thailand เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ป่วยโรคหืด ปอดอุดกั้นเรื้อรัง

วันพฤหัสบดี ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

แอสตร้าเซนเนก้า(ประเทศไทย)จำกัด ระดมทีมลงพื้นที่อีสานตอนบน สานต่อโครงการ “Healthy Lung Thailand” จับมือ เขตสุขภาพที่ 8 กระทรวงสาธารณสุขจัดงานประชุมวิชาการ “Healthy Lung Forumเขตสุขภาพที่ 8 ครั้งที่ 1/2564”เสริมศักยภาพบริการทางการแพทย์แบบ “ปกติวิถีใหม่” รับมือโควิด-19 สำหรับผู้ป่วยโรคหืด ปอดอุดกั้นเรื้อรัง และมะเร็งปอด พร้อมยกระดับการพัฒนาองค์ความรู้ เสริมสร้างศักยภาพและการเข้าถึงการบริการเพื่อนำไปสู่พัฒนาการด้านการรักษาและจัดการโรคอย่างมีประสิทธิภาพณ โรงแรม ฟอร์จูน ริเวอร์วิว จังหวัดนครพนม เมื่อเร็วๆ นี้

นายแพทย์กิตติศักดิ์ ฐานวิเศษ รองผู้อำนวยการด้านการแพทย์ โรงพยาบาลนครพนมประธานแผนพัฒนาระบบบริการสุขภาพ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรังและโรคหืด เขตสุขภาพที่ 8 กล่าวในโอกาสร่วมงานประชุมวิชาการHealthy Lung Forum ว่า “โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (Chronic Obstructive Pulmonary Disease หรือ COPD) เป็นกลุ่มของโรคปอดอักเสบเรื้อรังที่พบได้บ่อย และเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของประชากรทั่วโลก โดยคลังข้อมูลสุขภาพ Health Data Center (HDC) จากกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่าพบผู้ป่วยด้วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังในประเทศไทยมากที่สุดในประชากรที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไปและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากร้อยละ0.75 ในปี 2560เป็นร้อยละ0.8 ในปี 2563 และสำหรับในเขตสุขภาพที่ 8ได้แก่ อุดรธานี สกลนคร นครพนม เลย หนองบัวลำภู หนองคายและบึงกาฬ พบผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังประมาณ 14,300 คนและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 0.67 ในปี 2560 เป็นร้อยละ 0.74 ในปี 2563 โดยจากงานวิจัย Epidemiology and Impact of COPD in Asia ในปี 2555 ความชุกของโรคในประเทศไทยควรมีมากถึงร้อยละ 6.2 หรือประมาณ 127,000 คน ที่ยังไม่สามารถเข้าถึงการวินิจฉัยและการรักษา ซึ่งปัจจุบันมีผู้ป่วยที่สามารถเข้าถึงการบริการการรักษาได้เพียงร้อยละ 11.26 เท่านั้น”

“โรคปอดอุดกั้นเรื้อรังเป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้แต่เป็นโรคที่ป้องกันได้ หากได้รับการวินิจฉัยที่รวดเร็ว มีการตรวจสมรรถภาพปอดโดยเครื่องสไปโรเมตรีย์ จะช่วยส่งเสริมประสิทธิภาพในการรักษา อีกทั้งส่งผลให้สมรรถภาพปอดและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยดียิ่งขึ้น ผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังมากกว่าร้อยละ 80 มีสาเหตุจากการสูบบุหรี่ ส่วนในเขตสุขภาพที่ 8 มีปัจจัยที่หลากหลาย อาทิปัญหาของฝุ่น PM2.5 โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาว มักจะเกิดฝุ่น หมอกควันจากการเผาอ้อย เผาตอฟางข้าวหลังฤดูทำนา และทำสวนจากพื้นที่ในประเทศ รวมทั้งถูกลมพัดพามาจากประเทศเพื่อนบ้าน ส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยโดยตรง ทำให้อาการกำเริบ และต้องเข้ามารับการรักษาที่โรงพยาบาลเป็นจำนวนมาก กระทรวงสาธารณสุขเป็นอีกหน่วยงานหนึ่งที่ได้ร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการดำเนินการเฝ้าระวังและป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนในทุกพื้นที่ ในส่วนเขตสุขภาพที่ 8ได้กำหนด Service plan สาขาโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังและหอบหืด (COPD & Asthma) ให้เป็นหนึ่งในกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือNCD ที่ต้องพัฒนาระบบบริการ โดยพัฒนาคลินิกโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังและหอบหืดคุณภาพ พร้อมทั้งวางมาตรการให้การวินิจฉัยและรักษาที่รวดเร็วในโรงพยาบาลทุกระดับ ตั้งแต่โรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลทั่วไป ถึงโรงพยาบาลศูนย์ เพื่อลดอัตราการเสียชีวิต และลดการเกิดโรคโดยทำงานร่วมกับคลินิกเลิกบุหรี่คุณภาพตั้งแต่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ถึงระดับโรงพยาบาลศูนย์ อีกทั้งยังร่วมงานกับภาคีเครือข่ายส่งเสริมให้ประชาชนและชุมชนเห็นโทษของการสูบบุหรี่และมีการเลิกสูบหรี่ในทุกกลุ่มวัย”

“และจากสถานการณ์โควิด-19 ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง โดยเฉพาะโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังจะมีความเสี่ยงที่จะเกิดความรุนแรงของโรคมากกว่าคนทั่วไป เนื่องจากปอดจะถูกทำลายจนมีภาวะถุงลมโป่งพอง เสี่ยงต่อการติดเชื้อได้สูงกว่าคนปกติ อีกทั้งทำให้การอักเสบของปอดเกิดได้อย่างรวดเร็ว ทำให้มีโอกาสเสียชีวิตได้มากกว่าคนที่มีปอดปกติ ดังนั้นผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังจึงควรปฏิบัติตนได้ ดังนี้ ใช้ยาอย่างต่อเนื่องรวมถึงยากลุ่มคอร์ติโคสเตียรอยด์ตามที่แพทย์แนะนำ, สำรองยาไว้อย่างน้อย 2 สัปดาห์, หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังโรงพยาบาลในรายที่มีอาการปกติอาจให้ญาติไปรับยาแทน, หลีกเลี่ยงการไปในสถานที่ที่มีคนอยู่มากและหากจำเป็นต้องออกจากบ้านต้องสวมหน้ากากอนามัยเสมอ,หลีกเลี่ยงปัจจัยที่ทำให้อาการกำเริบหรือแย่ลงเช่น ฝุ่นละออง ไรฝุ่น หมอกควันต่างๆ รวมทั้งควันบุหรี่ และปฏิบัติตามข้อแนะนำด้านการรักษาสุขอนามัยในช่วงการระบาดของโควิด-19 เช่น สวมหน้ากากอนามัยเสมอเมื่อออกจากบ้าน ล้างมือ เปลี่ยนเสื้อผ้าทันทีเมื่อกลับถึงบ้าน อยู่ห่างจากผู้อื่นอย่างน้อย 2 เมตร”

นายแพทย์กิตติศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ในส่วนแผนพัฒนาระบบบริการสุขภาพหรือ Service plan ในโรคหลอดลมอุดกั้นเรื้อรังของเขตสุขภาพที่ 8ในปี 2564 ได้มุ่งเน้นและมีเป้าหมาย คือ “ วินิจฉัยเร็ว รักษาด่วน ล้วนลดการกำเริบของโรค” โดยมีแผนวางเครื่องตรวจสไปโรเมตรีย์ให้ทั่วทั้งในเขตสุขภาพ รวมถึงการพัฒนาคลินิกโรคหลอดลมอุดกั้นเรื้อรังคุณภาพ สามารถให้การวินิฉัยโรคและรักษาผู้ป่วยได้ในโรงพยาบาลทุกระดับ ตั้งแต่โรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลทั่วไป ถึงโรงพยาบาลศูนย์ นอกจากนี้นโยบายเขตสุขภาพที่ 8 ยังได้กำหนดให้ผู้ป่วยโรคหลอดลมอุดกั้นเรื้อรังได้รับวัดซีนไข้หวัดใหญ่ 100% ซึ่งเป็นเขตสุขภาพเดียวในประเทศไทยที่มีนโยบายนี้ เพื่อลดการกำเริบและการเข้ารับการรักษาของผู้ป่วยในโรงพยาบาล ซึ่งเราทราบดีว่าการรักษาผู้ป่วยโรคหลอดลมอุดกั้นเรื้อรังมีค่าใช้จ่ายสูงมาก”

“โดยในปี 2563 นี้ เขตสุขภาพที่ 8ยังได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชนโดยเฉพาะโครงการที่เป็นประโยชน์อย่างเช่น โครงการ‘Healthy Lung Thailand’โดย บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัดที่ให้การสนับสนุนตั้งแต่การเพิ่มองค์ความรู้ในการรักษาโรคหอบหืดและโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังใหม่ๆ แบบ New Normal รวมถึงการสนับสนุนทุนการศึกษาอบรมการใช้เครื่องสไปโรเมตรีย์รวมมูลค่า 200,000บาท เพื่อให้การพัฒนาเครือข่ายบริการสุขภาพโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังและหอบหืดนำไปสู่การรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ ในด้านผู้ป่วยก็สามารถเข้าถึงการรักษาที่ได้มาตรฐาน ได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้องแม่นยำ ส่งผลให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น”

“แนวทางและจุดมุ่งหมายของการดูแลผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังนั้นเป็นเพียงการบรรเทาอาการของโรคให้ลดน้อยลงการยับยั้งหรือชะลอพยาธิสภาพไม่ให้ดำเนินต่อไปอย่างรวดเร็วและเพื่อคงสมรรถภาพการทํางานของปอดไว้หรือให้เสื่อมช้าที่สุดทั้งในระยะสั้นและระยะยาวรวมทั้งทําให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยดีขึ้น ดังนั้นจุดมุ่งเน้นของการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง คือการฟื้นฟูสมรรถภาพของปอดโดยการให้คำแนะนำให้มีการปฏิบัติตัวที่เหมาะสมและการปรับการใช้ชีวิตเช่น การงดสูบบุหรี่ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอพักผ่อนอย่างเพียงพอ การป้องกันการกำเริบของโรค ตลอดจนการได้รับวัคซีนป้องกันการติดเชื้อในปอดทุกๆปี เช่นวัคซีนไข้หวัดใหญ่ หรือ วัคซีนที่จำเป็นอื่นๆ การดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังนั้นจะสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายทางสุขภาพ และทำให้ผู้ป่วยสามารถอยู่ในสังคมด้วยความเป็นอยู่ที่ดีและมีคุณภาพชีวิตที่ดีอีกด้วย”

เปิดเทศกาลงานศิลป์ส่งท้ายปี ฉลองการกลับมาของ ‘บลูทรี ภูเก็ต’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/542131

เปิดเทศกาลงานศิลป์ส่งท้ายปี ฉลองการกลับมาของ ‘บลูทรี ภูเก็ต’

เปิดเทศกาลงานศิลป์ส่งท้ายปี ฉลองการกลับมาของ ‘บลูทรี ภูเก็ต’

วันพฤหัสบดี ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ปิดฉากลงอย่างยิ่งใหญ่ส่งท้ายปี The Living Art และ Blue Tree Phuket  จัดเทศกาลศิลปะแห่งปีของภูเก็ต “The Living Art Festival 2020 & Blue Tree Reopening”  เทศกาลแห่งความสุขในการเสพงานศิลป์ ที่รวบรวมงานศิลปะทุกแขนงจากศิลปินทั่วประเทศไทยมาไว้ในงานเดียวกัน อีกทั้ง เพื่อร่วมฉลองการกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งของโครงการบลูทรี ภูเก็ต โดยมี สำนักงานส่งเสริมการจัดการประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ TCEB เป็นผู้สนับสนุนหลัก (Strategic Partner) เพื่อยกระดับเมืองภูเก็ตให้เป็น Creative City Hub หรือศูนย์กลางของงานศิลป์สร้างสรรค์  

ในวันเปิดงานคับคั่งไปด้วยเหล่าคนดังที่หลงใหลงานศิลปะ  โดยมี  นายปิยพงศ์ ชูวงษ์  รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดงาน  พร้อมด้วย มร.แดเนียล สแตงเค่อ กรรมการผู้จัดการ บลูทรีภูเก็ต, อ้อม-สรณ์ฉัตร ไกรนรา ซีอีโอและเจ้าของงานเฟสติวัล ในฐานะผู้จัดงาน และ  นางนิชาภา ยศวีร์  รองผู้อำนวยการสายงานธุรกิจ สำนักงานส่งเสริมการจัดการประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ TCEB  ร่วมงาน  รวมทั้งศิลปินจากทุกแขนงทั่วเมืองไทย ที่พร้อมใจกันมาอวดผลงานในสไตล์ของแต่ละคน  สร้างสีสันให้ บลูทรี ภูเก็ต มีชีวิตชีวา  เต็มไปด้วยความสุข  ไฮไลท์อยู่ที่แฟชั่นโชว์จากดีไซน์เนอร์และสไตล์ลิสต์แถวหน้าของเมืองไทย ไก่-บัญชา ชูดวง  ที่ได้นำชิ้นงานปักผ้าด้วยฝีมือนักโทษชายแดน 3 จากจังหวัดเชียงราย มาออกแบบตัดเย็บเป็นเสื้อผ้าในคอลเลคชั่นชุด Dann 3 Orginal และ เจี๊ยบ-เอกกมล อรรถกมล กับคอลเลคชั่นชุด Neo Peranakan ที่นำผ้าปาเต๊ะมาออกแบบตัดเย็บให้เป็นเสื้อผ้าร่วมสมัย ใส่สบายๆ ได้ทุกโอกาส ปิดท้ายด้วยการแสดงชุด โนรา โดยฝีฝีมือระดับปรมาจารย์ของ ผศ.ธรรมนิตย์ นิคมรัตน์ อาจารย์ประจำสาขาศิลปะการแสดง คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ ที่มาร่ายรำตามจังหวะดนตรีที่มีการนำศิลปวัฒนธรรมของเครื่องดนตรีอย่างเปียโนของชาวตะวันตก กับ  โกโตะ เครื่องสายจากญี่ปุ่น มาผสมผสานเรียบเรียงใหม่

งานศิลปะต่างๆ ที่นำมาจัดแสดงในทศกาลนี้ จะยังมีให้ชมไปจนถึงกลางเดือนมกราคม 2564 จากนั้นสามารถเข้าชมได้ต่อที่ The Living Art Gallery ที่ตั้งอยู่ในโครงการบลูทรี ภูเก็ต ซึ่งเปิดให้เข้าชมฟรีทุกวันจันทร์-เสาร์ ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น. หรือสามารถเข้าไปชมแกลเลอรี่ผ่านระบบ VR เสมือนจริง ได้ที่เว็บไซต์ http://www.thelivingartsthailand.com หรือสนใจเข้าชมเป็นหมู่คณะ  สามารถนัดล่วงหน้าได้ที่โทร.065 926 9455 หรืออีเมล: info@thelivingartsthailand.com

โครงการบลูทรี ภูเก็ต เป็นศูนย์รวมของความบันเทิงและการพักผ่อนครบวงจรของทุกครอบครัว บนพื้นที่กว่า 140ไร่ สร้างสรรค์ขึ้นมาด้วยความตั้งใจในการสืบสานการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตให้เกิดความยั่งยืน และมอบความสุขให้กับผู้มาเยือนได้สนุกไปกับกิจกรรมมากมาย โดยเฉพาะ “บลูทรี ลากูน”  สวนน้ำและทะเลจําลองขนาดใหญ่กว่า 17,000 ตารางเมตร ที่ใช้เทคโนโลยีระดับโลกจากประเทศชิลี ทำให้น้ำสะท้อนเป็นสีฟ้าสดใสที่มาพร้อมความสะอาดปลอดภัย และรายล้อมไปด้วยเครื่องเล่นมากมาย ไม่ว่าจะเป็น สไลเดอร์ ซูเปอร์ฟลาย (Super Fly) หน้าผาจำลอง ซิปไลน์ โซนเล่นน้ำสำหรับครอบครัวธีม Tarzan & Jane และนินจา วอริเออร์ (Ninja Warrior)

5 เคล็ดลับกินดี สุขภาพดี แบบไม่มีวันหยุด ช่วงเทศกาลส่งท้ายปี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/542122

5 เคล็ดลับกินดี สุขภาพดี แบบไม่มีวันหยุด ช่วงเทศกาลส่งท้ายปี

5 เคล็ดลับกินดี สุขภาพดี แบบไม่มีวันหยุด ช่วงเทศกาลส่งท้ายปี

วันพฤหัสบดี ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่นี้อาจแตกต่างไปจากทุกปีด้วยสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น บางคนอาจไม่ได้ไปเฉลิมฉลองกับครอบครัว ญาติ และเพื่อนฝูง และต้องระมัดระวังดูแลสุขภาพตนเอง อย่างไรก็ตาม เรายังอยากสนุกสนานกับช่วงวันหยุดยาวนี้ด้วยเมนูอาหารแสนอร่อยประจำเทศกาลทั้งคาวและหวานที่มีให้เลือกรับประทานกันแบบจุใจเมื่อเร็ว ๆ นี้เฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น ได้ทำการสำรวจชาวอเมริกัน 2,000 คน และพบว่าร้อยละ 61 ของผู้ตอบแบบสำรวจรู้สึกว่าพวกเขาสมควรจะได้อิ่มอร่อยกับอาหารอย่างเต็มที่ในช่วงเทศกาลวันหยุดนี้มากกว่าปีไหน ๆ เพราะสถานการณ์ความเครียดที่เกิดขึ้นในปี 2563 นอกจากนี้ ร้อยละ 53 ของผู้ตอบแบบสำรวจพบว่าพวกเขาเลือกรับประทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น เพื่อให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้นเพราะต้องฉลองเทศกาลวันหยุดส่งท้ายปีนี้แบบแตกต่างไปจากทุกปี ซึ่งไม่ต่างจากความรู้สึกของคนไทยเท่าไหร่นัก      

แม้จะเป็นเรื่องปกติที่เราอยากหาอะไรอร่อย ๆ รับประทานในเทศกาลวันหยุด แต่เราก็คงไม่อยากรับประทานมากจนเกินไป เพราะอาจทำให้น้ำหนักถามหาและทำให้เรามานั่งกลุ้มใจข้ามปีได้แบบไม่รู้ตัว ซูซาน โบเวอร์แมน ผู้อำนวยการอาวุโสด้านการศึกษาและการฝึกอบรมโภชนาการระดับโลกของเฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น มีคำแนะนำดี ๆ มาแบ่งปันเพื่อให้คุณอิ่มอร่อยรับวันหยุดส่งท้ายปีได้แบบสุขภาพดีไร้กังวล

ขนมกินได้ (แต่ต้องเลือกให้ดี)

ขนมหรือของว่าง ถ้าเราเลือกให้ดีก็ถือว่ามีประโยชน์ต่อร่างกายได้เหมือนกัน ขนมที่เปี่ยมด้วยสารอาหารที่สมดุลจะช่วยเติมพลังงานให้ร่างกายระหว่างมื้ออาหารและยังช่วยคุมความหิวไม่ให้รับประทานเยอะเกินไปเมื่อถึงมื้อหลักด้วย อย่างไรก็ดี เวลาเราเครียด ๆ เราอาจเผลอกินจุกจิกแก้เครียดโดยไม่รู้ตัวเพื่อให้ลืมความรู้สึกไม่ดี จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงควรรับประทานของว่างก่อนที่จะไปร่วมมื้อสังสรรค์วันหยุด หรือพกของว่างที่มีโปรตีนสูงติดตัวไปด้วย เช่น ถั่วไม่ใส่เกลือหรือโปรตีนบาร์ อาหารที่แข็งและกรุบกรอบช่วยลดความเครียดได้ดีเพราะกล้ามเนื้อขากรรไกรได้ทำงาน แนะนำให้รับประทานอัลมอนด์ ถั่วเหลือง หรือเบบี้แครอท

เติมเต็มน้ำให้ร่างกาย

น้ำเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการดูดซึมสารอาหาร คุณต้องดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อให้ร่างกายย่อยอาหารได้อย่างเหมาะสมและนำสารอาหารไปสู่เซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย รวมทั้งกำจัดสารแปลกปลอมที่ร่างกายไม่ต้องการ ระบบภูมิคุ้มกันของคุณยังต้องอาศัยร่างกายที่มีความชุ่มชื้นที่เหมาะสม จำไว้ว่าของเหลวอื่น ๆ ที่ไม่ใช่น้ำสามารถเติมเต็มน้ำให้แก่ร่างกายได้เช่นกัน กาแฟและชาสามารถนับรวมเป็นปริมาณของเหลวที่เราดื่มในแต่ละวันได้ แต่ดูแคลอรี่ของคุณให้ดีหากชอบดื่มเมนูเครื่องดื่มตามร้านกาแฟที่เต็มไปด้วยไขมันน้ำตาลและแคลอรี่ หากคาเฟอีนช่วยให้คุณรู้สึกตื่นตัวกระปรี้กระเปร่า จำกัดปริมาณเหลือแค่ดื่มในตอนเช้าหรือเปลี่ยนไปดื่มกาแฟที่ไม่มีคาเฟอีน (decaf coffee) หรือชาสมุนไพรเพื่อให้แน่ใจว่าคุณจะได้นอนหลับพักผ่อนเพียงพอ

เพิ่มโปรตีนและผักให้มากขึ้น

อาหารหลายเมนูที่เรารับประทานช่วงวันหยุดมักมีแคลอรี่สูง แต่มีสารอาหารและวิตามินที่ร่างกายต้องการต่ำ วิธีที่จะช่วยเราห้ามใจไม่ให้รับประทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพคือการเพิ่มโปรตีนและผักเข้าไปในอาหารทุกมื้อ และลดปริมาณคาร์โบไฮเดรตและไขมันลง อาหารที่อุดมด้วยโปรตีนเช่นเนื้อแดง สัตว์ปีกไข่และพืชตระกูลถั่วทำให้อิ่มท้อง แถมยังมีวิตามินบีวิตามินอีธาตุเหล็กสังกะสีและแมกนีเซียม ดังนั้นเมื่อคุณเพิ่มโปรตีนและลดแคลอรีที่ไม่จำเป็นลง คุณจะได้รับประโยชน์จากสารอาหารเพิ่มเติมที่ร่างกายต้องการ และเพื่อเพิ่มผักต่อมื้อให้มากขึ้น ให้ลดปริมาณแป้งและเพิ่มผักเป็นสองเท่า เป็นวิธีง่ายๆในการลดแคลอรี่และเพิ่มกากใยที่จะช่วยให้คุณรู้สึกอิ่มด้วย

เลือกเมนูของหวานให้ดี

ของหวานและขนมเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในช่วงวันหยุด แต่สิ่งสำคัญคือต้องเลือกให้ดี ผลสำรวจ Holiday Eating ของเฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น ยังพบอีกว่า ร้อยละ 43 ของผู้ตอบแบบสำรวจยอมรับว่าพวกเขารับประทานของหวานมากกว่า 1 เมนูต่อมื้อ ซึ่งไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเพราะบางครั้งเราอยากกินของหวานเมื่อพลังตกหรือบางครั้งโดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่เราเครียดเราอาจหันไปหาขนมหวานเป็นของว่างหรือให้รางวัลตัวเองทว่าขนมหวานหลายชนิดอาจมีแคลอรี่สูงมากซึ่งเป็นผลเสียต่อการรักษาน้ำหนักที่ดีต่อสุขภาพ

คุณไม่จำเป็นต้องตัดของหวานออกทั้งหมด แต่ต้องเลือกให้ดี พยายามควบคุมตัวเองให้รับประทานเมนูพิเศษในปริมาณที่น้อยและรับประทานแค่ในช่วงวันหยุดเท่านั้น และพยายามหลีกเลี่ยงขนม “ประจำวัน”

เดินเพื่อย่อยอาหาร

การเดินไม่เพียงแต่ช่วยเรื่องการย่อยอาหาร แต่ยังเป็นวิธีที่ดีที่ได้ออกไปสูดอากาศข้างนอกและพักสมองอีกด้วย ช่วงเวลานี้ของปีก็สวยงามมากเช่นกันดังนั้นควรใช้เวลาออกไปข้างนอกหลังอาหารแล้วเดินเล่นชมทิวทัศน์ การออกกำลังกายเป็นประจำมีประโยชน์มากมาย เช่น เสริมการเคลื่อนไหวของข้อต่อและทำให้สุขภาพร่างกายโดยรวมแข็งแรง

เคล็ดลับทั้งหมดนี้จะทำให้คุณมีสุขภาพที่ดีในช่วงวันหยุด และจำไว้ว่ายิ่งเรายอมแพ้ ไม่ปรับนิสัยการกินเพื่อสุขภาพในปีนี้มากเท่าไหร่ก็จะยิ่งยากสำหรับปีหน้ามากขึ้นเท่านั้น

กดไลค์เราที่เฟซบุ๊ค พร้อมพบอีกหลากหลายเคล็ดลับดี ๆ เพื่อสุขภาพที่ดีและไลฟ์สไตล์ที่กระฉับกระเฉง ได้ที่

http://www.facebook.com/HerbalifeThailandOfficial  และwww.instagram.com/HerbalifeThailandOfficial

โรชร่วมมือกับโมเดอร์นา นำการตรวจหาภูมิต้านทานต่อเชื้อซาร์ส-โควี-ทู #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/542198

โรชร่วมมือกับโมเดอร์นา นำการตรวจหาภูมิต้านทานต่อเชื้อซาร์ส-โควี-ทู

โรชร่วมมือกับโมเดอร์นา นำการตรวจหาภูมิต้านทานต่อเชื้อซาร์ส-โควี-ทู

วันพุธ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 18.51 น.

โรชร่วมมือกับโมเดอร์นา นำการตรวจหาภูมิต้านทานต่อเชื้อซาร์ส-โควี-ทู ไปใช้ในระยะทดลองของการฉีดวัคซีนต้านโรคโควิด-19

โรช (SIX: RO, ROG; OTCQX: RHHBY) ประกาศความร่วมมือกับโมเดอร์นา (Moderna Inc.) นำการตรวจหาสารภูมิต้านทานต่อโปรตีนหนาม (Spike Protein) ของเชื้อซาร์ส-โควี-ทู เข้าไว้ในงานวิจัยทดลองวัคซีน mRNA-1273 ของโมเดอร์นา ความร่วมมือนี้จะช่วยให้สามารถวัดปริมาณของภูมิต้านทานต่อเชื้อซาร์ส-โควี-ทู และระบุความเชื่อมโยงระหว่างกลไกการป้องกันที่วัคซีนสร้างขึ้นและระดับของสารภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้น  ความร่วมมือนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากการที่องค์การอาหารและยาสหรัฐอนุมัติให้โรชสามารถใช้การตรวจหาภูมิต้านทานต่อเชื้อซาร์ส-โควี-ทู   ได้ภายใต้อำนาจตามมาตรการฉุกเฉิน (Emergency Use Authorization หรือ EUA) ดังที่ได้ประกาศให้ทราบแล้วเมื่อไม่นานมานี้

“โรชเห็นคุณค่าของการได้ร่วมมือกับโมเดอร์นา หลังจากก่อนหน้านี้ ที่เราได้นำเทสต์การตรวจภูมิต้านทานต่อเชื้อซาร์ส-โควี-ทู  ซึ่งเป็นการตรวจหาภูมิต่อโปรตีนนิวคลีโอแคพซิด มาร่วมอยู่ในช่วงแรกของงานวิจัย และได้รับความสำเร็จเป็นอย่างดี” นายโธมัส ชิเนคเกอร์ ประธานบริหารของโรช ไดแอกโนสติกส์ กล่าว “เราดีใจที่ได้เห็นว่า ตอนนี้จะมีการนำเทสต์การตรวจภูมิต้านทานต่อเชื้อซาร์ส-โควี-ทู ของเรา ซึ่งเป็นการทดสอบหาปริมาณภูมิต้านทาน มารวมเข้าไว้เป็นส่วนหนึ่งในงานวิจัยทดลองวัคซีนของโมเดอร์นาอีกครั้ง และมันอาจมีส่วนช่วยหยุดยั้งภาวะโรคระบาดใหญ่ครั้งนี้ได้”

การใช้เทสต์ของโรชเพื่อวัดระดับปริมาณภูมิต้านทานที่ตำแหน่งรับ-ยึดเกาะของเชื้อซาร์ส-โควี-ทู จะช่วยให้โมเดอร์นา มีข้อมูลเชิงลึกที่มีคุณค่ามหาศาลในการระบุความเชื่อมโยงระหว่างกลไกการป้องกันจากการได้รับวัคซีนและระดับของสารภูมิต้านทาน ซึ่งจะมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการประเมินว่า ควรมีการฉีดวัคซีนซ้ำหรือไม่ และควรทำเมื่อใด อีกทั้งยังช่วยตอบคำถามทางการแพทย์อื่นๆ ในเรื่องที่เกี่ยวข้องได้ด้วยเช่นกัน

เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจในเรื่องวัคซีนต้านเชื้อซาร์ส-โควี-ทู การทราบระดับตั้งต้นของภูมิต้านทานในร่างกายก่อนได้รับวัคซีนมีประโยชน์อย่างยิ่งเพื่อช่วยให้เราประเมินได้ว่าวัคซีนนั้นสามารถภูมิต้านทานได้มากน้อยเพียงใด ซึ่งประเด็นนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก โดยเฉพาะในกรณีของภูมิต้านทานต่อเชื้อ ซาร์ส-โควี-ทู เพราะสารภูมิต้านทานเหล่านี้ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าสามารถต้านเชื้อไวรัสและมีศักยภาพในการสร้างภูมิคุ้มกันได้1 การวัดระดับภูมิต้านทานยังมีบทบาทสำคัญในการกำหนดประสิทธิภาพของวัคซีนในการป้องกันการติดเชื้อ และ/หรือ ยับยั้งการระบาดและความรุนแรงของโรคโควิด-192

การทำงานร่วมกันของสององค์กรใหญ่ในครั้งนี้ เริ่มด้วยการนำเทสต์การตรวจสารภูมิต้านทานต่อโปรตีนหนามของเชื้อซาร์ส-โควี-ทู  ของโรชมาตรวจสอบหาสารภูมิต้านทาน anti-N ซาร์ส-โควี-ทู ในร่างกายของผู้เข้าร่วมการทดลองก่อน เพื่อเป็นการประเมินระดับการติดเชื้อตามธรรมชาติของผู้ป่วย ก่อนรับวัคซีน ซึ่งถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญอย่างยิ่งในงานวิจัยทดลองวัคซีนของโมเดอร์นา

เกี่ยวกับเทสต์การตรวจภูมิต้านทานต่อเชื้อซาร์ส-โควี-ทู

การตรวจภูมิต้านทานต่อเชื้อซาร์ส-โควี-ทู  เป็นการทดสอบทางวิทยาภูมิคุ้มกัน (immunoassay) เพื่อตรวจหาภูมิต้านทาน (รวมถึง IgG) ต่อเชื้อซาร์ส-โควี-ทู เชิงปริมาณ เป็นการตรวจภายนอกร่างกายเพื่อหาสารภูมิต้านทานต่อเชื้อไวรัสโคโรนา ซึ่งอาจเป็นสัญญาณที่แสดงว่าคนนั้นอาจเคยติดเชื้อมาแล้ว และอาจมีภูมิคุ้มกันไวรัสตัวนี้แล้ว เทสต์นี้ยังสามารถช่วยในการกำหนดความชุกของภูมิคุ้มกันในกลุ่มประชากร (เช่น ความหนาแน่นของผู้ที่มีสารภูมิต้านทานต่อไวรัส) ตลอดจนใช้ช่วยเสริมกับการทดสอบ Nucleic Acid Amplification Tests (NAAT) เพื่อการวินิจฉัยการติดเชื้อซาร์ส-โควี-ทู

เกี่ยวกับการรับมือของโรชต่อภาวะแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

ในฐานะบริษัทเฮลต์แคร์ชั้นนำของโลก โรชทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยให้แต่ละประเทศสามารถรับมือและลดผลกระทบที่เกิดจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โรชได้พัฒนาชุดทดสอบอันหลากหลายเพื่อช่วยในการตรวจหาและวิเคราะห์การติดเชื้อในผู้ป่วย รวมถึงการให้การสนับสนุนในเชิงดิจิตอลแก่ระบบเฮลต์แคร์ อีกทั้งยังมุ่งมั่นเสาะหา พัฒนา และส่งเสริมแนวทางการรักษาและดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง

โรช ตระหนักดีว่าผลกระทบของโควิด-19 นั้นกว้างไกลกว่าแค่ผู้ติดเชื้อ เราจึงได้ร่วมงานกับผู้ให้บริการด้านเฮลต์แคร์ ห้องปฏิบัติการ หน่วยงาน และองค์กรต่างๆ เพื่อช่วยให้มั่นใจได้ว่า ผู้ป่วยจะได้รับการตรวจ ตลอดจนการดูแลรักษาที่จำเป็นในภาวะที่ท้าทายเช่นนี้ เรามีบทเรียนจากภาวะโรคระบาดนี้ เราจึงได้ร่วมมือกับภาครัฐและภาคีอื่นๆ เพื่อร่วมกันเสริมสร้างรากฐานของเฮลต์แคร์ให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืนยิ่งขึ้นต่อไปในอนาคต

โซลูชั่นการตรวจวินิจฉัยของโรช

การตรวจที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพและเชื่อถือได้เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อช่วยให้ระบบเฮลต์แคร์สามารถก้าวผ่านภาวะโรคระบาดร้ายแรงครั้งนี้ได้ โซลูชั่นและผลิตภัณฑ์ของโรชมีให้เลือกมากมาย อาทิ

– โซลูชั่นทดสอบระดับโมเลกุลที่สามารถรองรับงานปริมาณสูงเพื่อตรวจหาเชื้อ ซาร์ส-โควี-ทูที่เป็นสาเหตุของโรคโควิด-19 (ผ่านการอนุมัติ Emergency Use Authorisation หรือ EUA จากองค์การอาหารและยาสหรัฐ และมีให้บริการในประเทศที่รับรองมาตรฐาน CE Mark)

– โซลูชั่นทดสอบสารภูมิต้านทานต่อเชื้อ ซาร์ส-โควี-ทูสำหรับการใช้งานในห้องปฏิบัติการ เพื่อตรวจหาสารภูมิคุ้มกันในกระแสเลือดต่อนิวคลีโอแคพซิดของเชื้อ (FDA EUA และ CE Mark)

– โซลูชั่นทดสอบ IL-6 เพื่อช่วยในการระบุหาการติดเชื้อรุนแรงในผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันว่ามีเชื้อโควิด-19 (FDA EUA และ CE Mark)

ฉลอง 20 ปี สเปเชียลโอลิมปิคไทย จัดการแข่งขันกอล์ฟการกุศล ชิงถ้วยอดีตนายกฯอานันท์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/542195

ฉลอง 20 ปี สเปเชียลโอลิมปิคไทย จัดการแข่งขันกอล์ฟการกุศล ชิงถ้วยอดีตนายกฯอานันท์

ฉลอง 20 ปี สเปเชียลโอลิมปิคไทย จัดการแข่งขันกอล์ฟการกุศล ชิงถ้วยอดีตนายกฯอานันท์

วันพุธ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 18.38 น.

ดร.นริศ ชัยสูตร นายกสมาคมกีฬาสเปเชียลโอลิปมิคแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า “การแข่งขันกอล์ฟการกุศลในครั้งนี้ เป็นงานระดมทุนประจำปีที่เป็นประเพณีสำคัญของสเปเชียลโอลิมปิคไทย โดยสมาคมฯได้รับถ้วยเกียรติยศจากนายกรัฐมนตรี นายอานันท์ ปันยารชุน การจัดการแข่งขันกอล์ฟการกุศลฯทุกๆปีนั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อหารายได้สนับสนุนกิจกรรมของสเปเชียลโอลิมปิคไทย ที่จะช่วยส่งเสริมการพัฒนาสุขภาพ และความสามารถในการช่วยเหลือตนเองของบุคคลที่พิการทางสติปัญญาไทยในโครงการกว่า 28,000 คนทั่วประเทศ

ในการนี้ รายการกอล์ฟการกุศลปีนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นวาระที่ครบรอบ 20 ปีของการจัดแข่งขัน ดังนั้น สมาคมฯ จึงได้เตรียมรายการพิเศษเพื่อฉลองวาระนี้หลายรายการด้วยกัน รายการแรก เป็นพิธีการมอบ 3 ถ้วยรางวัลใหม่ในปีนี้

ถ้วยแรก สำหรับชนะเลิศประเภท รางวัลบุคคล Flight A เป็นการยกย่อง ท่านผู้หญิงนิรมล สุริยสัตย์ อดีตประธาน สเปเชียลโอลิมปิคไทย โดยคุณกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร บุตรีท่านผู้หญิงนิรมล จะเดินทางมามอบถ้วยท่านผู้หญิงนิรมล สุริยสัตย์ ให้กับสมาคมฯโดยเฉพาะ ผู้ได้รับถ้วยรางวัลเกียรติยศ ของท่านผู้หญิงนิรมล สุริยสัตย์ คือ ผู้ชนะเลิศ / SUSCO / คุณพัสกร เหล่ามนัสศักด์

ถ้วยที่สอง สำหรับชนะเลิศประเภท รางวัลบุคคล Flight C เป็นการยกย่อง คุณสุเทพ บูลกุล หนึ่งในผู้ก่อตั้งสเปเชียลโอลิมปิคไทย ที่ทุ่มเทเรื่องกีฬามาทั้งชีวิต ท่านเป็นอดีตนักเทนนิสทีมชาติ เคยเป็น บอร์ด กกท และกรรมการคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย คือ -ผู้ชนะเลิศ / CPF / คุณชาตรี กลิ่นทโชติ

ถ้วยที่สาม สำหรับชนะเลิศประเภทรางวัลใกล้ธง เป็นการระลึกถึงการจากไปของ คุณพากพูม วัลลิสุต กรรมการและประธานฝ่ายหาทุนของคณะกรรมการอำนวยการสมาคมฯ ซึ่งเสียชีวิตด้วยโรคโควิดเมื่อปลายเดือนมีนาคมนี้ ซึ่งท่านเป็นกรรมการที่ช่วยสเปเชียลโอลิมปิคไทยอย่างแข็งขันมาเกือบ 20 ปีแล้ว” รายชื่อผู้ได้รางวัล 3 ท่านได้แก่ คูณมนันส์ สรรค์คุณากร , คุณเจษฏา , ดญ.กฤติชัญญา เก้าพัฒนสกุล เป็นต้น

รางวัลทีมชนะเลิศถ้วยรางวัล อดีตนายกรัฐมนตรี นายอนันท์ ปันยารชุน ได้แก่ ทีม SYS ผู้เล่นในทีมประด้วยด้วย คุณสมพร แก้ววิเศษ, คุณธนาธร เหงี่ยมไพศาล ,คุณหลักชัย โชคชัยธนานันท์ และ Mr. Jang San

ดร.นริศ ปิดท้ายรายการพิเศษ ด้วยการชี้แจงเกี่ยวกับการเปิดตัว มิวสิควิดีโอ/หนังสารคดีสั้น เพลง “ขอบคุณที่ร่วมทาง” หรือ From the Heart ที่ผลิตขึ้นเป็นการรณรงค์ให้เกิดการอยู่ร่วมกันระหว่างผู้พิการและไม่พิการในสังคม ซึ่งวิดีโอนี้เล่าถึงชีวิตเสี้ยวหนึ่งของนักกีฬาสเปเชียลโอลิมปิคไทย 4 คน และมุมมองของผู้ใกล้ชิดที่หลากหลาย นำเสนอเรื่องราวและขับร้องเพลงโดย ทูตศิลปินสเปเชียลโอลิมปิคไทย ไบร์ท วชิรวิชญ์ ชีวอารี และ วิน เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร พร้อมด้วย ทูตยุวชน เอด้า

ทั้งนี้ สเปเชียลโอลิมปิค เป็นโครงการพัฒนาสุขภาพและคุณภาพชีวิตของผู้พิการทางสติปัญญาโดยใช้กีฬาเป็นสื่อ เป็นสมาคมกีฬาที่จดทะเบียนกับการกีฬาแห่งประเทศไทย ที่รับผิดชอบนักกีฬาผู้พิการทางสติปัญญามากกว่า 28,000 คนทั่วประเทศไทย โดยจัดกิจกรรมหลากหลาย ทั้งด้านการกีฬา การส่งเสริมสุขภาพ การพัฒนาปฐมวัย และ การเตรียมความพร้อมสู่การประกอบอาชีพ เป็นต้น นอกจากการเปิดโอกาสให้นักกีฬาผู้พิการได้มีกิจกรรมกีฬาร่วมกันแล้ว สเปเชียลโอลิมปิคยังเปิดเวทีให้ผู้ที่ไม่พิการได้เล่นกีฬาร่วมกับนักกีฬาพิเศษ ในโครงการกีฬายูนิฟายด์ เพื่อส่งเสริมการอยู่ร่วมกันทางสังคม

สำหรับผู้ที่สนใจสนับสนุนกิจกรรมสมาคมกีฬาสเปเชียลโอลิมปิค สามารถบริจาคได้ที่กรุงไทย เลขที่ 986-8-12483-2 ชื่อบัญชี “สมาคมกีฬาสเปเชียลโอลิมปิคแห่งประเทศไทย” พร้อมส่งใบ pay-in และแจ้งชื่อ-สกุล เลขประจำตัวผู้เสียภาษา 13 หลัก และที่อยู่จัดส่งใบเสร็จรับเงินมาที่อีเมล solympicsthai@gmail.com (ใบเสร็จสามารถนำไปหักภาษีได้ 2 เท่า) ต้องการสอบถามเพิ่มเติม โปรดติดต่อ คุณสถาพร ก่อแก้ว 081-9024636

‘นิคลาส ลิเพอร์’ ร่วมรายการ ‘Brave Frontiers’ บรรเลงเดี่ยวกับวง RBSO #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/542188

‘นิคลาส ลิเพอร์’  ร่วมรายการ ‘Brave Frontiers’ บรรเลงเดี่ยวกับวง RBSO

‘นิคลาส ลิเพอร์’ ร่วมรายการ ‘Brave Frontiers’ บรรเลงเดี่ยวกับวง RBSO

วันพุธ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 18.09 น.

มูลนิธิรอยัลแบงค์คอกซิมโฟนีออร์เคสตร้า ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา ร่วมกับกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม จัดคอนเสิร์ตถวายพระพร เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา โดยความสนับสนุนของบี.กริม, บมจ.กรุงเทพ ดุสิตเวชการ (BDMS), เมืองไทยประกันภัย, มูลนิธิเอสซีจี และโรงแรมอนันตราสยาม ขอเชิญชมคอนเสิร์ตถวายพระพร เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา รายการ “Brave Frontiers” บรรเลงผลงานมาสเตอร์พีซของคีตกวีเอกยุคโรแมนติค ร่วมด้วย นิคลาส ลิเพอร์ (Niklas Liepe) ศิลปินเดี่ยวไวโอลินชื่อดังระดับนานาชาติชาวเยอรมัน บรรเลงเดี่ยวกับวงรอยัลแบงค์คอกซิมโฟนีออร์เคสตร้า อำนวยเพลงโดย มิเชล ทิลคิน (Michel Tilkin) ผู้อำนวยการด้านดนตรีวง RBSO เพลงในรายการเป็นผลงานมาสเตอร์พีชของคีตกวีเอกยุคโรแมนติค คือไวโอลินคอนแชร์โตในบันไดเสียง D ไมเนอร์ ผลงานของ ฌอง ซิเบลิอุส คีตกวีชาวฟินแลนด์ แนวกระแสร์ชาตินิยมผู้ปลุกจิตวิญญาณของชาวฟินแลนด์ด้วยเสียงดนตรี ทำให้มีความรักชาติ และเพลงบรรเลงสองบทคือบทโหมโรง “Overture – Romeo and Juliet” ของไชคอฟสกี และซิมโฟนีหมายเลข 9 ซึ่งมีชื่อว่า “From the New World” ผลงานที่สร้างชื่อเสียงมากให้กับ อันโตนิน ดโวช้าค บทเพลงนี้มีความหลากหลาย มีสีสัน ไพเราะจับใจ ท้าทายฝีมือศิลปินเดี่ยว ผู้อำนวยเพลง และวงออร์เคสตร้าที่พลาดไม่ได้

กำหนดแสดงวันพฤหัสบดีที่ 7 มกราคมนี้ เวลา 19.30 น. ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย รายการเริ่มด้วยบทโหมโรง “Overture – Romeo and Juliet” ไชคอฟสกีได้รวมทำนองเด่น จากดนตรีประกอบบัลเล่ต์ชื่อเรื่องเดียวกัน มาร้อยเรียงได้อย่างไพเราะ ไฮไล้ท์ คือ“ไวโอลินคอนแชร์โต ในบันไดเสียง D ไมเนอร์” เพลงเดี่ยวไวโอลินที่สร้างชื่อเสียงเป็นอย่างมากให้กับ ฌอง ซิเบลิอุส ความน่าสนใจของงานชิ้นนี้เริ่มตั้งแต่เริ่มต้นท่อนแรก ซึ่งศิลปินเดี่ยวไวโอลินบรรเลงทำนองที่คร่ำครวญ ไพเราะจับใจ นำเข้าสู่ดนตรีที่หนักแน่น แสดงอารมณ์ทั้งตื่นเต้นเร้าใจ ช่วงคาเด็นซ่า วงจะหยุดบรรเลง เปิดโอกาสให้ศิลปินเดี่ยวได้โชว์ฝีมือ เสมือนการด้นสด บรรเลงทำนองเดี่ยวอันโลดโผน วิจิตรพิสดาร แสดงกลเม็ดเด็ดพรายและชั้นเชิงการเล่นอย่างเต็มที่ ด้วยความคิดและอารมณ์อย่างมีอิสระ ทรงพลัง ท่อนที่สอง ให้ความรู้สึกและบรรยากาศลึกลับ ครุ่นคิด และค่อยๆ ทวีความเข้มข้นด้วยเสียงดนตรีที่หนักแน่น จากนั้นจะบรรเลงอย่างแผ่วเบา หวีตสูงขึ้น และจบลงอย่างเงียบงัน ท่อนสุดท้ายศิลปินเดี่ยวจะโชว์ฝีมืออีกครั้ง แสดงเทคนิคการบรรเลงเดี่ยวขั้นสูง ประชันกับวงด้วยทำนองที่เร่งเร้า ตื่นตาตื่นใจ และจบลงอย่างหนักแน่น งานชิ้นนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในบรรดาไวโอลินคอนแชร์โต้ยอดเยี่ยม ไพเราะและมีความยากทางเทคนิคมากที่สุด ถือเป็นเพลงเดี่ยวไวโอลินมาตรฐานในยุคปัจจุบัน เป็นเพลงทดสอบการแข่งขันไวโอลินระดับโลก รายการ International Jean Sibelius Violin Competition และการแข่งขันไวโอลินระดับทั้งหลาย

เพลงสุดท้าย ซิมโฟนีหมายเลข 9 ซึ่งมีชื่อว่า “From the New World” ดโวช้าคประพันธ์งานชิ้นนี้ในช่วงที่ได้รับเชิญให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการวิทยาลัยดนตรีแห่งนิวยอร์ค ที่นั่นเขาได้พบผู้คนทั้งชาวอเมริกัน, อเมริกันอินเดียนหรืออินเดียนแดง, คนผิวสีในสหรัฐอเมริกา ได้พบเพื่อนร่วมชาติชาวโบฮิเมียนหรือเช็คโกสโลวาเกีย บรรยากาศที่นั่นเสมือนเป็นโลกใหม่ที่สร้างแรงบันดาลใจให้เขานำทำนองดนตรีจากเพลงพื้นบ้านของชนชาติดังกล่าวมาเป็นฐานในการประพันธ์ซิมโฟนีบทนี้ อาทิ ในท่อนแรกจะได้ยินเสียงฟลุทเดี่ยวทำนองอันไพเราะ ซึ่งมาจากเพลงสวดของพวกอินเดียนแดง ท่อนที่สอง ลีลาเชื่องช้า อ่อนโยน ปี่อิงลิชฮอร์นจะบรรเลงเดี่ยวทำนองที่สวยงาม คลอโดยกลุ่มเครื่องสายที่บรรเลงอย่างแผ่วเบา ให้ความรู้สึกโหยหา เศร้าสร้อย และอบอุ่น ทำนองนี้มีชื่อเสียงคุ้นหูมาก มักนำไปบรรเลงในพิธีไว้อาลัยทหารอเมริกันที่เสียชีวิตในสงคราม ท่อนที่สาม รื่นเริงสนุกสนาน มีสำเนียงเพลงเต้นรำพื้นบ้านของชาวโบฮิเมียน และท่อนที่สี่ซึ่งเป็นท่อนสุดท้าย ให้ความรู้สึกฮึกเหิม เร้าใจ ช่วงท้ายของท่อนนี้

กลุ่มเฟร้นช์ฮอร์นจะบรรเลงทำนองที่สง่างาม เปี่ยมไปด้วยพลังและจบลงอย่างอลังการ ซิมโฟนี หมายเลข 9 “The New World” เป็นหนึ่งในซิมโฟนีที่นิยมฟัง และนำออกแสดงมากที่สุด เมื่อ 50 ปีก่อน องค์กรนาซ่าแห่งสหรัฐอเมริกาได้ส่งยานอพอลโล 11 พานักบินอวกาศไปดวงจันทร์เป็นครั้งแรก ทันทีที่นิล อาร์มสตรอง นักบินอวกาศได้เหยียบพื้นผิวดวงจันทร์ เขาได้นำเทปที่บันทึกเสียงซิมโฟนีบทนี้เปิดให้ผู้คนทั่วโลกฟังระหว่างการถ่ายทอดสดออกอากาศเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ครั้งนั้น นิคลาส ลิเพอร์ (Niklas Liepe) ศิลปินเดี่ยวไวโอลินชาวเยอรมัน ผู้มากด้วยประสบการณ์และความคิดสร้างสรรค์ ผลงานปี 2019/20 บรรเลงเดี่ยวกับวง NDR Radio Philharmonic, Hamburg Elbphilharmonie, Tauber Philharmonic, Lower Saxony Music Festival และ Berlin Philharmonic บรรเลงผลงานของSibelius, Paganini และ Sain-Saëns เคยร่วมบรรเลงเชมเบอร์มิวสิคกับนักไวโอลินและนักเปียโนชื่อดัง อาทิ Gidon Kreme, Yuri Bashmet, Christoph Eschenbach และ Andras Schiff ซีชั่นที่ผ่านมาเขาได้บรรเลงเดี่ยวกับวง Frankfurter Open-und Museumorchestra, Bratislava Slovakian Radio Symphony Orchestra, Kaohsiung City Symphony Orchestrac และ German Radio Philharmonic of Saarbrucken ได้รับรางวัล Northern German Broadcasting Corporation และ Braunschweig Classix Festival ชนะการแข่งขันรายการ International Henryk Wieniawski Violin Competition และ German Music Competition (2017) ปี 2018 ได้ร่วมงานกับ Sony Classic ออกอัลบั้มเดี่ยว2ชุด ชื่อ The New Paganini Project :Paganini Jazz for Piano นำทำนองเพลงจากผลงานของ Paganini 20 บทมาเรียบเรียงใหม่ แต่ยังคงรักษาทำนองหลักตามเดิม และชุด Goldberg Reflections ซึ่งนำบทเพลงชุด Goldberg Variations ของบาค มาเรียบเรืยงและ บรรเลงเดี่ยวร่วมกับวง NDR Radio Philharmonic ลิเพอร์สำเร็จการศึกษาด้านไวโอลินที่ Kronsberg Academygiupo, Hannover Music Conservatory และ Cologne Music Universityโดย เรียนกับ Ana Chumachenco, Mihaela Martim, Krzysztof Wegzyn และ Zakhar Bron ตามลำดับ

บัตรราคา 300,700, 900, 1200, 1500 บาท ลด 50% สำหรับนักเรียน/นักศึกษา และผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป จองบัตรได้ที่ ThaiTicketmajor โทร. 02 262 3456 หรือ http://www.thaiticketmajor.com สอบถามรายละเอียดได้ที่สำนักงานมูลนิธิ RBSO โทร.02 255 6617-8 / 02 255 9191-2 Email: rbso@bangkoksymphony.org

‘กุ๊กกิ๊ก’ อ้อนขอคะแนนสงสาร…ถึงร้ายแต่ก็ร้ายแบบไม่ตั้งใจ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/542145

'กุ๊กกิ๊ก'อ้อนขอคะแนนสงสาร...ถึงร้ายแต่ก็ร้ายแบบไม่ตั้งใจ

‘กุ๊กกิ๊ก’อ้อนขอคะแนนสงสาร…ถึงร้ายแต่ก็ร้ายแบบไม่ตั้งใจ

วันพฤหัสบดี ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

กำลังเข้มข้นเลยทีเดียว สำหรับละครเรื่อง “รหัสริษยา” ของค่าย “ดาราวิดีโอ” ที่ออกอากาศทางช่อง 7HD ซึ่งนางร้ายขึ้นแท่นอย่าง “กุ๊กกิ๊ก-กชกร ส่งแสงเติม” โดดรับบทเป็น “จันทร์แจรง” หญิงสาวที่ร้ายแบบไม่ตั้งใจร้าย เพราะถูกตัวแม่อย่าง “พิม-พิมพ์พรรณ ชลายนคุปต์”ปลูกฝังให้ร้าย งานนี้เลยอ้อนขอคะแนนความน่าสงสารให้กับตัวละคร ‘กุ๊กกิ๊ก’ เผยว่า

“ฟีดแบ็กที่เข้ามาตอนนี้คือดีมากค่ะ คนชอบบอกว่าละครสนุก เรื่องราวน่าติดตาม เหตุการณ์พลิกไปพลิกมา คาดเดาได้ยาก ทันเกมกันตลอดทั้งตัวนางเอกเองกับตัวร้ายแม่ของเราในเรื่อง คือพี่พิม-พิมพ์พรรณ ที่ทันเกมกันตลอด ต้องบอกว่าละครเรื่องนี้เป็นการกลับมาร่วมงานกับพี่พิมอีกครั้ง ซึ่งพี่พิมก็ยังน่ารักและเป็นกันเองกับกิ๊กเหมือนเดิม ทำให้กิ๊กไม่เกร็ง เล่นได้เต็มที่แถมบางฉากพี่พิมยังช่วยแนะนำอีก เพิ่มดีกรีความร้ายของกิ๊กไปอีก แต่ต้องขอออกตัวก่อนนะค่ะ ว่าตัวละคร “จันทร์แจรง” เป็นตัวร้ายที่ไม่ได้ร้ายตั้งแต่แรก แต่ถูกแม่ปลูกฝังในหัวสมองตลอดเวลาให้เกลียดครอบครัวนางเอกคือ “พิ้งค์พลอย-ปภาวดี” ยิ่งนางเอกมาแย่งคนรักเราไปอีก ยิ่งทำให้เราฝังใจหนัก เลยทำทุกอย่างที่แม่บอก แต่ความร้ายของตัวละครตัวนี้ก็จะร้ายแบบไม่มีสมอง ไม่ค่อยทันเกมนางเอกอยู่แล้ว เรียกว่าร้ายแบบใช้แต่อารมณ์และกำลังมากกว่า บางทีก็ร้ายติ๊งต๊องค่ะ เลยอยากจะขอคะแนนความน่าสงสารกับแฟนๆทุกคนว่าอย่าเพิ่งเกลียดตัวละคร “จันทร์แจรง” เลยนะค่ะ ตัวละครตัวนี้น่าสงสารมาก บอกเลยว่ายิ่งดูยิ่งน่าสงสาร เพราะจะมีเรื่องราวเกิดขึ้นกับตัวละครตัวนี้แบบที่ทุกคนไม่คาดคิด ไม่ได้สปอยนะค่ะ แต่อยากให้ทุกคนได้ติดตามชมกันอย่าพลาดแม้แต่ตอนเดียวเลย รับรองว่าจะอึ้งในการเขียนบทของเรื่องนี้ ร่วมไปถึงการกำกับของพี่ฬอน ผู้กำกับ ที่วางเรื่องราวได้น่าสนใจและที่สำคัญทุกตัวละครของเรื่องนี้จะมีเส้นเรื่องของตัวเองทุกตัวละคร มันน่าติดตามมากๆ