กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จฯ ทรงติดตามงาน พัฒนาสายพันธุ์และปลูกสตรอเบอร์รีปลอดโรคในโรงเรือน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จฯ ทรงติดตามงาน พัฒนาสายพันธุ์และปลูกสตรอเบอร์รีปลอดโรคในโรงเรือน (naewna.com)

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จฯ ทรงติดตามงาน พัฒนาสายพันธุ์และปลูกสตรอเบอร์รีปลอดโรคในโรงเรือน

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จฯ ทรงติดตามงาน พัฒนาสายพันธุ์และปลูกสตรอเบอร์รีปลอดโรคในโรงเรือน

วันพฤหัสบดี ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

เพื่อพัฒนาสายพันธุ์และการปลูกสตรอเบอร์รีในโรงเรือนควบคุมสภาพแวดล้อม พร้อมการพัฒนาที่ยั่งยืนให้กับเกษตรกรที่ได้รับการส่งเสริมการเกษตรจาก บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด และเป็นต้นแบบของแหล่งการเรียนรู้การผลิตสตรอเบอร์รีปลอดโรคแบบ Smart Farmer สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นประธานในพิธีเปิดโรงเรือนควบคุมสภาพแวดล้อมและโรงคัดบรรจุ ภายในบริเวณโรงเก็บผลิตภัณฑ์เกษตรและโรงปฏิบัติการวิจัยทางพืช โรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปที่ 1 (ฝาง) จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมทรงติดตามผลงานการพัฒนาสายพันธุ์และการปลูกสตรอเบอร์รี ทอดพระเนตรห้องเพาะเลี้ยงต้นพันธุ์พืชปลอดโรค ห้องปฏิบัติการอณูชีววิทยา (MolecularLaboratory) ทรงตรวจสอบโรคพืชด้วยเทคนิคอณูชีววิทยา (RNA) รวมทั้งกิจกรรมต่างๆ โดยรอบอาคารโรงปฏิบัติการวิจัยทางพืช โดยมี นายเจริญฤทธิ์สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายพิพัฒพงศ์อิศรเสนา ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด พร้อมทั้งคณะผู้บริหาร ตลอดจนพนักงานโรงงานหลวงฯคณะทำงาน และประชาชนในพื้นที่ ร่วมเฝ้าฯ รับเสด็จ

ทั้งนี้ ในปีพ.ศ.2561 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดโรงเก็บผลิตภัณฑ์เกษตรและโรงปฏิบัติการวิจัยทางพืช ซึ่งเป็นแหล่งวิจัย ปรับปรุง พัฒนาทั้งพันธุ์พืชท้องถิ่น และสายพันธุ์จากต่างประเทศ ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางด้านการเกษตรสมัยใหม่ ให้ได้สายพันธุ์ที่มีคุณภาพ เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศในแต่ละพื้นที่ สามารถต้านทานโรคและแมลง เน้นผลิตต้นพันธุ์พืชที่ปลอดโรค สามารถลดต้นทุนทางด้านการเพาะปลูกแก่เกษตรกร ในการเสด็จพระราชดำเนินครั้งนี้จึงเป็นการติดตามงานอย่างใกล้ชิดเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนให้กับเกษตรกร

นายพิพัฒพงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด กล่าวว่า การพัฒนาสายพันธุ์และการปลูกสตรอเบอร์รีในโรงเรือนควบคุมสภาพแวดล้อมเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่จะสามารถควบคุมผลผลิตสตรอเบอร์รีให้มีคุณภาพดี ลดการใช้สารเคมีในระบบการผลิต ปลอดภัยต่อทั้งเกษตรกรและผู้บริโภค อีกทั้ง เพิ่มปริมาณผลผลิตสตรอเบอร์รี รวมถึงยังสามารถผลิตต้นพันธุ์ที่ปลอดโรคเพื่อนำไปจำหน่ายให้แก่เกษตรกรหรือผู้ที่สนใจปลูกในฤดูกาลถัดไป และเป็นต้นแบบของแหล่งการเรียนรู้การผลิตสตรอเบอร์รีแบบ Smart Farmer อีกด้วย

นายนิวัฒน์ ขันโท ผู้จัดการฝ่ายนวัตกรรมเกษตร ซึ่งรับผิดชอบโครงการพัฒนาการผลิตสตรอเบอร์รีในโรงเรือนควบคุมสภาพแวดล้อม กล่าวว่าปัจจุบันเกษตรกรยังเข้าถึงข้อมูลและเทคโนโลยีได้ยาก ยังคงใช้รูปแบบการเพาะปลูกแบบเก่ากันอยู่มาก เช่น ใช้ต้นพันธุ์ที่ขยายพันธุ์กันเองต่อเนื่องมายาวนาน ทำให้ต้นพันธุ์ที่เกษตรกรผลิตได้ไม่ปลอดโรคและอ่อนแอ เกิดการสะสมเชื้ออันเป็นสาเหตุโรคพืชในพื้นที่ปลูก ทั้งโรคจากเชื้อราสีเทาและเชื้อราแป้ง อีกทั้งปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่เปลี่ยนไปในทุกๆ ปี จากสภาวะโลกร้อนส่งผลให้พืชผลทางการเกษตรแปรผันไปตามสภาพแวดล้อม จึงทำให้ปริมาณและคุณภาพของผลผลิตลดลง

ดอยคำได้นำเทคโนโลยีมาพัฒนาการผลิตต้นพันธุ์พืชสตรอเบอร์รีที่ปลอดโรค ตลอดจนพัฒนาปรับปรุงสายพันธุ์พืชให้ต้านทานโรคและแมลงศัตรูพืช ให้ได้ผลผลิตต่อไร่สูง สามารถขยายปริมาณต้นพันธุ์พืชรวมทั้งแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ “ดอยคำ” ของโรงงานหลวงฯ โดยคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เนื่องจากสายพันธุ์ที่ได้เหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศ ต้นพันธุ์ปลอดโรค จึงสามารถลดการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชได้ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ เป็นการลดต้นทุน เพิ่มปริมาณและคุณภาพผลผลิต ซึ่งเป็นการพัฒนาการเกษตรแบบยั่งยืน สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของดอยคำที่ดำเนินการเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการพัฒนาความกินดีอยู่ดีของเกษตรกร

สำหรับโรงเรือนควบคุมสภาพแวดล้อม ออกแบบเป็นอาคารหลังคาโค้งคลุมพลาสติกแบบน็อกดาวน์ มีจำนวนทั้งหมด 14 หลังบนที่ดิน 13 ไร่เกิดจากความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐ เอกชนและสถาบันการศึกษาใน “โครงการยกระดับการแข่งขันในระบบธุรกิจเกษตร” ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่และกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 สำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงใหม่ สนับสนุนงบประมาณจัดสร้างโรงเรือนเพื่อมอบให้กลุ่มเกษตรกรทำสวนโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มแม่น้ำงอน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยตั้งแต่ปีพ.ศ.2562 มีเกษตรกรได้รับการส่งเสริมการเกษตรจาก บริษัทดอยคำ ผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด จำนวน 6 ราย ซึ่งเป็นชาวเขาเผ่าเมี่ยนหรือเย้า ได้เข้าทดลองใช้โรงเรือนฯ 10 หลัง เพื่อเรียนรู้ระบบควบคุม แสง อุณหภูมิ ความชื้น การให้น้ำ การให้ธาตุอาหารพืชโดยมีนักวิชาการจากบริษัทฯ และหน่วยงานต่างๆ เป็นผู้แนะนำ ซึ่งได้ผลผลิตสตรอเบอร์รีปลอดโรค ลอตแรกเพื่อจำหน่ายแล้ว ส่วนพื้นที่โรงเรือนฯ อีก 10 หลัง ดอยคำ ได้ใช้เพื่อทำการทดลองปลูกสตรอเบอร์รีที่ได้ปรับปรุง วิจัยและพัฒนาสายพันธุ์พืช รวมถึงผลิตต้นพันธุ์พืชปลอดโรคควบคู่ไปด้วย

กิจกรรมในโรงเรือน แบ่งออกเป็น 3 กิจกรรม ได้แก่ 1.ทดลองปลูกสตรอเบอร์รีในโรงเรือนควบคุมสภาพแวดล้อม เริ่มให้เกษตรกรใช้พื้นที่ในโรงเรือนควบคุมสภาพแวดล้อม ตั้งแต่ปี พ.ศ.2562 เพื่อเรียนรู้ระบบควบคุม แสง อุณหภูมิ ความชื้น การให้น้ำ การให้ธาตุอาหารพืช โดยมีนักวิชาการจาก บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด และหน่วยงานต่างๆเป็นผู้แนะนำและร่วมทดลอง 2.ผลิตต้นพันธุ์สตรอเบอร์รีปลอดโรคโดย บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด ผลิตต้นพันธุ์ปลอดโรคเพื่อนำไปปลูกในฤดูกาลถัดไป และจำหน่ายให้แก่เกษตรกรหรือผู้ที่สนใจรวมถึงยังเป็นต้นแบบของแหล่งการเรียนรู้การผลิตสตรอเบอร์รี แบบSmart Farmer ให้แก่เกษตรกรและผู้สนใจ 3.วิจัยและพัฒนาสายพันธุ์พืชโดยปรับปรุงสายพันธุ์สตรอเบอร์รีเพื่อให้ได้คุณภาพตรงตามต้องการมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อพัฒนาพันธุ์ที่ดีมีศักยภาพให้ได้ผลผลิตดีและช่วยลดการนำเข้าวัตถุดิบสตรอเบอร์รีแช่แข็งจากต่างประเทศ รวมถึงเป็นการสร้างตลาดเฉพาะให้กลุ่มเกษตรกรผู้ผลิต ให้มีอาชีพและรายได้ที่มั่นคงแก่เกษตรกรอย่างยั่งยืน

ส่วน โรงคัดบรรจุ เป็นโรงสำหรับคัดคุณภาพผลผลิตเพื่อบรรจุของดอยคำ ที่ออกแบบและวางสายการผลิตให้ปฏิบัติงานได้อย่างถูกสุขลักษณะและป้องกันการปนเปื้อน ภายใต้มาตรฐานการปฏิบัติการที่ดีในการผลิตอาหาร (GMP) เพื่อสร้างความมั่นใจทางด้านความปลอดภัยต่อผู้บริโภค สามารถประยุกต์ใช้กับผลผลิตได้หลากหลายชนิด โรงคัดบรรจุ ออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมร่วมสมัยแรงบันดาลใจจากอาคารบ้านเรือนภายในชุมชน มีความเรียบง่ายสะท้อนอัตลักษณ์วัฒนธรรมท้องถิ่น มีพื้นที่ใช้สอยรวม240 ตารางเมตร

กสทช. เตรียมให้บริการ ‘แทนบัตร’ ยืนยันตัวตนบนโทรศัพท์เคลื่อนที่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – กสทช. เตรียมให้บริการ ‘แทนบัตร’ ยืนยันตัวตนบนโทรศัพท์เคลื่อนที่ (naewna.com)

กสทช. เตรียมให้บริการ ‘แทนบัตร’  ยืนยันตัวตนบนโทรศัพท์เคลื่อนที่

กสทช. เตรียมให้บริการ ‘แทนบัตร’ ยืนยันตัวตนบนโทรศัพท์เคลื่อนที่

วันพฤหัสบดี ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

กสทช. พัฒนาระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนด้วยรูปแบบบัตรประจำตัวอิเล็กทรอนิกส์บนโทรศัพท์เคลื่อนที่ในชื่อ“แทนบัตร” หรือ “Mobile ID” พร้อมให้บริการประชาชนเร็วๆ นี้

สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) พัฒนาระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนด้วยรูปแบบบัตรประจำตัวอิเล็กทรอนิกส์บนโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยมีชื่อว่า “แทนบัตร” หรือ “Mobile ID” เพื่อให้การติดต่อขอรับบริการและการทำธุรกรรมในยุคดิจิทัลมีความสะดวกสบาย ปลอดภัย และส่งเสริมการใช้ดิจิทัลไอดีในอนาคตสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนในการพิสูจน์และยืนยันตัวตนโดยไม่ต้องใช้บัตรประจำตัวประชาชน ทั้งยังสามารถรองรับบริการและธุรกรรมผ่านช่องทางออนไลน์ได้มากขึ้นอีกด้วย

ผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่สามารถนำบัตรประชาชนลงทะเบียนใช้งาน “แทนบัตร” ณ จุดให้บริการของเครือข่ายผู้ให้บริการ ระบบจะตรวจสอบข้อมูลพร้อมยืนยันอัตลักษณ์โดยถ่ายภาพใบหน้าเปรียบเทียบกับบัตรประชาชน จากนั้นผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่จะสามารถใช้ “แทนบัตร” ผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ในการแสดงและยืนยันตัวตนกับหน่วยงานต่างๆ โดย “แทนบัตร” จะสร้างรหัส QR code ส่วนบุคคลชั่วคราว นำส่งข้อมูล อาทิ ชื่อ นามสกุล เลขบัตรประจำตัวประชาชน หมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ และรหัสใบหน้า สำหรับหน่วยงานใช้เปรียบเทียบตรวจสอบกับใบหน้าจริงด้วยระบบFace Recognition เพื่อยืนยันว่าเป็นบุคคลเดียวกันก่อนอนุญาตให้ทำธุรกรรมต่อไป

“แทนบัตร” มีการออกแบบพัฒนาบนเทคโนโลยี Blockchain โดยคำนึงถึงความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลผู้ใช้บริการ QR code ที่สร้างขึ้นแต่ละครั้งจะกำหนดให้ใช้ได้ภายในระยะเวลาเพียงสั้นๆ เช่น ไม่เกิน 5 นาที และจะส่งเฉพาะข้อมูลที่จำเป็นในการทำธุรกรรมนั้นให้กับหน่วยงานที่ต้องการทำธุรกรรมด้วย แตกต่างจากการยื่นบัตรประชาชนซึ่งผู้ที่มี card reader จะสามารถเข้าถึงข้อมูลในบัตรได้ทั้งหมดหรืออาจมีการทำสำเนาบัตรโดยเจ้าของบัตรไม่รู้ตัว ทั้งนี้ สำนักงาน กสทช. ร่วมกับหน่วยงานที่มีข้อตกลงความร่วมมือระหว่างกันอยู่ระหว่างการพัฒนาและทดสอบ “แทนบัตร” โดยคาดว่าจะสามารถเปิดให้ประชาชนร่วมทดลองใช้งานได้ในช่วงต้นปี 2564

รายละเอียดเพิ่มเติมประโยชน์ของแทนบัตร https://fb.watch/24aZvq8HTZ วิธีการใช้แทนบัตร https://fb.watch/24aWM_EFFJ หรือคลิกดูได้ง่ายๆ https://youtu.be/zGTgfm87Xgk

งาน ‘มหกรรมส่งเสริมอาชีพคนพิการ’ สุขใจผู้ให้ อิ่มใจผู้รับ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – งาน‘มหกรรมส่งเสริมอาชีพคนพิการ’ สุขใจผู้ให้ อิ่มใจผู้รับ (naewna.com)

งาน‘มหกรรมส่งเสริมอาชีพคนพิการ’ สุขใจผู้ให้ อิ่มใจผู้รับ

งาน‘มหกรรมส่งเสริมอาชีพคนพิการ’ สุขใจผู้ให้ อิ่มใจผู้รับ

วันพฤหัสบดี ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ชวนเที่ยวงาน “มหกรรมส่งเสริมอาชีพคนพิการ ประจำปี 2563”เพื่อร่วมสร้างกำลังใจและรอยยิ้มให้กับผู้พิการทั่วประเทศ ชม ชิมช้อป บูธแสดงผลิตภัณฑ์งานฝีมือและสินค้าการเกษตรจากศักยภาพของคนพิการ ทั้งผลิตภัณฑ์จากเกษตรกร สินค้าหัตถกรรม งานประดิษฐ์ งานฝีมือต่างๆ จากคนพิการทั่วประเทศ การออกร้านอาหารชื่อดังจากรายการครัวคุณต๋อยพร้อมการแสดงจากศิลปินและนักแสดงมากมาย ระหว่างวันที่12-13 ธันวาคม 2563 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็คเมืองทองธานี (ฮอลล์ 5-6)

ทั้งนี้ งานแถลงข่าวการจัดงานจัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ โดยมีร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช รองประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ และประธานคณะกรรมการจัดงาน “มหกรรมส่งเสริมอาชีพคนพิการ ประจำปี 2563” เป็นประธานการแถลงข่าว ร่วมด้วย สมชาติ สุภารี ผู้อำนวยการกองพัฒนาศักยภาพแรงงานและผู้ประกอบกิจการ กรมพัฒนาฝีมือแรงงานและ ชูศักดิ์ จันทยานนท์ นายกสมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยการออกบูธแสดงผลิตภัณฑ์งานฝีมือและสินค้าการเกษตรจากศักยภาพของคนพิการภายในงานมีการขับร้องเพลงจากศิลปินเพลงลูกกรุงระดับตำนาน นำโดย คุณธานินทร์ อินทรเทพและศิลปินเปิดหมวก วง “เพื่อน้อง”ณ ห้องประชุมชั้น 3 ตึกนวมหาราช สภาสังคมสงเคราะห์ฯ แยกตึกชัย ถนนราชวิถี กรุงเทพฯ

ร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช รองประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ และประธานคณะกรรมการจัดงานฯ กล่าวว่า ภายในงานมหกรรมส่งเสริมอาชีพคนพิการ ประจำปี 2563 จะมีการนำผลิตภัณฑ์และสินค้าจากฝีมือคนพิการมาวางจำหน่ายมากมาย เพื่อร่วมสร้างกำลังใจ รอยยิ้ม และความหวังให้พวกเขาด้วยการอุดหนุนสินค้า ซึ่งในปัจจุบันมีคนพิการเป็นจำนวนมากที่มีความพยายามและมีศักยภาพในการประกอบอาชีพ สามารถผลิตงานฝีมือต่างๆ ได้อย่างดีเยี่ยม แต่มีปัญหาเนื่องจากยังไม่มีช่องทางหรือตลาดในการจัดจำหน่าย สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์จึงกำหนดจัดงาน “มหกรรมส่งเสริมอาชีพคนพิการประจำปี 2563” ขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้คนพิการทุกภูมิภาคทั่วประเทศที่มีความสามารถ มีศักยภาพในการจัดทำผลิตภัณฑ์งานฝีมือ หรือผลิตภัณฑ์สินค้าด้านการเกษตร ตลอดจนคนพิการที่มีความสามารถทางอาชีพด้านต่างๆ ได้มีพื้นที่ในการแสดงสินค้าและจำหน่าย เพื่อเป็นการขยายช่องทางการตลาด และเกิดการรวมกลุ่มผู้ประกอบการคนพิการที่มีศักยภาพภายใต้กิจกรรมที่หลากหลาย และกระตุ้นการบูรณาการร่วมกันระหว่างองค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ในการขับเคลื่อนการพัฒนาและส่งเสริมด้านอาชีพให้คนพิการอย่างยั่งยืน อีกทั้ง เป็นจุดศูนย์รวมให้คนพิการทั่วประเทศได้พบปะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ในด้านการประกอบอาชีพซึ่งกันและกัน พร้อมแสดงทักษะด้านอาชีพให้บุคคลทั่วไปได้รับรู้และมีเจตคติที่ดีต่อคนพิการ ส่งเสริมให้คนพิการมีอาชีพและรายได้ที่เหมาะสม โดยงานในครั้งนี้จะมีคนพิการจากทั่วประเทศเข้าร่วมงานแสดงสินค้าเป็นจำนวนมาก

สำหรับการจัดงาน “มหกรรมส่งเสริมอาชีพคนพิการประจำปี 2563” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-13 ธันวาคม 2563 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี(ฮอลล์ 5-6) โดยมีกิจกรรมมากมายภายในงาน ประกอบด้วยการจำหน่ายสินค้า ผลิตภัณฑ์จากเกษตรกร สินค้าหัตถกรรมงานประดิษฐ์ งานฝีมือต่างๆ จากฝีมือของคนพิการทั่วประเทศ และการออกร้านอาหารชื่อดังจากรายการครัวคุณต๋อย พร้อมการแสดงจากศิลปินและนักแสดงมากมาย อาทิ เกรท-วรินทร,เจนิเฟอร์ คิ้ม, ว่าน-ธนกฤต, ต่าย-อรทัย, เนย-แจม, เอิงเอย-ปภาวริญจ์ และ เตวิชญ์ชัยธัช ฯลฯสอบถามรายละเอียดงานเพิ่มเติมได้ที่ สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ โทร.02-3547533-37

เจอร์เกนส์® ชวน 3 ไอดอลสาวคนดัง เผยคุณค่าความงามที่เปล่งประกาย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – เจอร์เกนส์® ชวน 3 ไอดอลสาวคนดัง เผยคุณค่าความงามที่เปล่งประกาย (naewna.com)

เจอร์เกนส์® ชวน 3 ไอดอลสาวคนดัง  เผยคุณค่าความงามที่เปล่งประกาย

เจอร์เกนส์® ชวน 3 ไอดอลสาวคนดัง เผยคุณค่าความงามที่เปล่งประกาย

วันพฤหัสบดี ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

แพร-วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา

เพราะ “ผู้หญิง” กับ “ความงาม” เป็นของคู่กัน เจอร์เกนส์® แบรนด์สกินแคร์ขวัญใจผู้หญิงทั่วโลก ชวนผู้หญิงทุกคนเผยคุณค่าแห่งความงามที่เปล่งประกายในแคมเปญ “JERGENS® Let your beautiful shine.” ผ่านมุมมองความคิดของ 3 ผู้หญิงรุ่นใหม่ ผู้จุดประกาย สร้างแรงบันดาลใจ และเป็นตัวแทนความงามที่แข็งแกร่งภายใต้ภาพลักษณ์อันงดงาม

ธนา ฤทธิราชคัมพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท มามี่ จำกัด ผู้แทนจําหน่ายผลิตภัณฑ์เจอร์เกนส์® มอยส์เจอไรเซอร์ แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เผยว่า สโลแกนใหม่ล่าสุด “JERGENS® Let your beautiful shine.” เป็นสโลแกนและแคมเปญที่เจอร์เกนส์ใช้ทั่วโลก โดยเจอร์เกนส์อยากให้ผู้หญิงทุกคนตระหนักถึงคุณค่าความงามใหม่ที่เปล่งประกายซึ่งซ่อนอยู่ในตัวของทุกคน เพื่อส่งเสริมพลังที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงต่อไป

สำหรับแคมเปญ “JERGENS® Let your beautiful shine.” ในประเทศไทย ทางแบรนด์ได้รับเกียรติจาก 3 ตัวแทนผู้หญิงเก่งรุ่นใหม่ 3 สไตล์ ได้แก่ แพร-วทานิกา ปัทมสิงห์ณ อยุธยา, แพร์-พิมพิศา จิราธิวัฒน์ และ แคท-ซอนญ่า สิงหะ ที่นอกจากโดดเด่นเรื่องความสวยมีออร่าแล้ว พวกเธอยังเต็มไปด้วยพลังขับเคลื่อนจากภายในที่แฝงความแข็งแกร่ง มุ่งมั่น และยืนหยัดลงมือทำในสิ่งที่พวกเธอฝันและตั้งใจจนสำเร็จ กลายเป็นไอดอลหรือแบบอย่างของผู้หญิงยุคใหม่ที่อยู่ในใจของผู้หญิงมากมาย โดยครั้งนี้พวกเธอมาร่วมเผยความงามที่เปล่งประกายจากมุมมองความคิด และแง่มุมเล็กๆ น้อยๆที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน

ธนา ฤทธิราชคัมพร

เริ่มต้นที่ผู้หญิงแกร่งและเป็นตัวของตัวเอง แพร-วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา ดีไซเนอร์มากความสามารถ ผู้ก่อตั้งและปลุกปั้น VATANIKA แบรนด์แฟชั่นไฮเอนด์อันดับต้นๆ ของเมืองไทย ที่โดดเด่นด้วยสไตล์ความเรียบหรู ดูดี แอบเซ็กซี่ ที่นอกจากครองใจเหล่าดาราเซเลบริตี้ในเมืองไทยแล้ว ยังเป็นแบรนด์ไทยที่ไปเฉิดฉายบนเวทีโลก และได้รับการยอมรับในระดับฮอลลีวู้ดอีกด้วย กว่าจะมาถึงจุดนี้ของแบรนด์ VATANIKA แรงขับเคลื่อนสำคัญล้วนเกิดจากการได้ทำในสิ่งที่รัก ลงมือทำอย่างจริงจัง และกำลังใจจากคนรอบข้าง ที่สำคัญยังเกิดจากการเรียนรู้และไม่ได้ติดกับดักความสำเร็จ

“ตลอดเวลาที่ผ่านมา เราได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ เป็นประสบการณ์แบบวันต่อวัน ที่ทำให้เรานำมาพัฒนาแบรนด์ ส่วนตัวเวลาเกิดไอเดียใหม่ๆ เราก็อยากทำให้มันเกิดขึ้นจริง และไม่เคยคิดว่าตัวเองประสบความสำเร็จ เพราะถ้าคิดว่าสำเร็จ เราจะหยุดที่จะค้นหา ทั้งที่ชีวิตมีอะไรให้น่าค้นหา ได้พัฒนาตัวเอง ได้เรียนรู้อยู่ตลอดเวลา”

แม้หลายคนจะมองภาพลักษณ์ แพร-วทานิกา เป็นสาวเซ็กซี่ แต่เจ้าตัวกลับบอกว่า แท้จริงตัวเองเป็นคนตรงไปตรงมา มั่นใจกับความคิดของตัวเอง ให้ความสำคัญกับกาลเทศะและยกย่องมารยาทตามแบบวัฒนธรรมไทย พร้อมกับเผยคุณค่าความงามที่เปล่งประกายของผู้หญิงยุคใหม่ว่าผู้หญิงเราจะสวยที่สุด อยู่ที่สมอง ไม่ได้อยู่ที่หน้าตาหรือรูปลักษณ์ภายนอก

“แพรชอบผู้หญิงที่มีสมอง ฉลาด กล้าตามความฝันและทำให้เกิดขึ้นจริง มั่นใจในตัวเอง และจะสวยมากไปกว่าเดิม ถ้ารู้จักกาลเทศะ มารยาท วัฒนธรรม รู้จักปรับตัวได้ทั้งสองแบบ คือ เวลาเปรี้ยวต้องเปรี้ยวให้เป็น เวลาเป็นการเป็นงานก็วางตัวให้เรียบร้อยเหมาะสม”

ต้นแบบของผู้หญิงที่เปล่งประกายในมุมมองของ แพร-วทานิกา เธอยกย่องคนใกล้ตัวอย่างคุณยายและคุณย่า โดยให้เหตุผลว่าผู้หญิงยุคนั้นเป็นคนใส่ใจกับรายละเอียดในทุกเรื่อง แม้แต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งทำให้เธอซึมซับนิสัยเหล่านี้มาใช้ในชีวิต แต่ถ้าให้นิยามความเปล่งประกายแบบผู้หญิงยุคใหม่ เธอบอกว่า “ต้องเริ่มต้นจากการคิดดีก่อน แค่นี้ก็พอแล้ว”

แพร์-พิมพิศา จิราธิวัฒน์

ทั้งนี้ เบื้องหลังการดูแลตัวเองให้เปล่งประกายในสไตล์ แพร-วทานิกา เริ่มต้นจากการดูแลตัวเองและใส่ใจกับการดูแลผิว โดยเธอเผยว่าเป็นคนผิวแห้งมาก ยิ่งตอนไปเรียนที่ต่างประเทศ สภาพอากาศฤดูหนาวของที่นั่น ถึงกับทำให้ผิวลอกเลย นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้รู้จักและลองใช้ Jergens® Ultra Healing Extra Dry Skin Moisturiser มาตั้งแต่นั้น เพราะเป็นสูตรที่เด่นเรื่องการฟื้นบำรุงล้ำลึก เหมาะสำหรับผิวแห้งมากและผิวบริเวณแห้งกร้านเป็นพิเศษ ช่วยให้ผิวสุขภาพดี

ถัดมาเป็นตัวแทนของหญิงสาวผู้มีแพชชั่น (passion) ไม่หยุดนิ่ง ทั้งสานต่อธุรกิจครอบครัวและริเริ่มธุรกิจของตัวเองไปพร้อมๆ กัน แพร์-พิมพิศา จิราธิวัฒน์ ทายาทตระกูลดัง ที่กำลังไฟแรงในตำแหน่ง Design and Technical Services Director ของ Centara Hotels & Resorts ไม่เพียงธุรกิจครอบครัวที่ต้องดูแลทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดมากกว่า 5-6 โปรเจกท์เท่านั้น เธอยังสนุกและมีความสุขกับการบุกเบิก GIRLSNATION แบรนด์ชุดออกกำลังกายที่มาจากเงินเก็บอันเป็นน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง

ย้อนกลับไปหลายคนอาจลืมแล้วว่า แพร์-พิมพิศา เริ่มต้นหาเงินด้วยตัวเองมาตั้งแต่อายุ 14 ปี ผ่านการทำงานต่างๆ มาหลากหลายทั้งถ่ายแบบ ถ่ายโฆษณา พิธีกร ศิลปินนักร้อง จนถึงปั้นแบรนด์เครื่องสำอาง ทั้งหมดเกิดจากนิสัยเป็นคนแอ๊กทีฟ มีเป้าหมายชัดเจน และมีแพชชั่นในการทำงานอยู่ตลอดเวลา

“แพร์มองว่าการที่เรารู้ตัวเอง ช่วยทำให้เราไปถึงเป้าหมายที่ต้องการได้ง่ายและชัดเจนขึ้น ซึ่งแพร์ตั้งใจว่า ไม่ทิ้งงานของธุรกิจครอบครัว แต่อยากมีธุรกิจที่เราสร้างขึ้นมาเอง เพราะแพร์ชอบงานที่เริ่มต้นจากศูนย์ รู้สึกว่าท้าทาย การทำธุรกิจของตัวเอง คือ ทุกอย่างเราต้องเริ่มต้นเอง แต่ไม่ว่าจะทำอะไร แพร์ต้องรักมันก่อน ตั้งเป้าหมาย ตั้ง KPI เอาไว้ ซึ่งแพร์เป็นคนรู้ตัวตั้งแต่เด็กว่าเราอยากทำอะไร เป็นอะไร”

ในฐานะที่มีภาพลักษณ์ความเป็นผู้หญิงยุคใหม่ เมื่อถามถึงคุณค่าความงามที่เปล่งประกายในสายตาของเธอ แพร์-พิมพิศา เผยว่า ผู้หญิงสวย ต้องมีเสน่ห์ มีคาแร็กเตอร์ ไม่จำเป็นต้องสวยพิมพ์นิยม แต่รู้จักตัวเอง มีความมั่นใจ เช่นเดียวกันเมื่อหันกลับมาที่ตัวเอง เธอไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นคนสวย แต่มีความสุขและมั่นใจในสิ่งที่ตัวเองเป็น โดยไม่เปรียบเทียบตัวเองกับใคร “สมัยนี้ใครๆก็สวยได้ แต่สิ่งที่ทำให้โดดเด่นแตกต่าง คือ ความมั่นใจ ความยูนีค (unique) ที่ต้องออกมาจากข้างในถึงรู้สึกได้ บางคนดูผ่านๆ อาจดูเฉยๆ แต่พอเขามีแพชชั่นที่แรงกล้า สิ่งที่แสดงออกมาผ่านบุคลิกท่าทาง จะดูมีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร”

ด้วยบุคลิกเป็นคน Work Hard, Play Hard นอกจากเต็มที่กับงานแล้ว แพร์-พิมพิศา ยังแบ่งเวลาให้กับการดูแลสุขภาพและความงามด้วย โดยเฉพาะผิวพรรณ ซึ่งเธอยกเครดิตให้คุณแม่ของเธอ ที่ปลูกฝังนิสัยทาครีมมาตั้งแต่เล็กจึงไม่แปลกใจที่เธอรู้จักแบรนด์เจอร์เกนส์และเคยใช้มาแล้วเกือบทุกสูตร จนเรียกว่าเป็นแฟนพันธุ์แท้ก็ว่าได้ รวมถึง Jergens® Daily Moisture Dry Skin Moisturiser สูตรที่เน้นให้ผิวชุ่มชื้น เรียบเนียน ปกป้องผิวจากความแห้งกร้านทันที เผยผิวดูสว่างใสเปล่งประกายอย่างเป็นธรรมชาติ

แคท-ซอนญ่า สิงหะ

ปิดท้ายที่ตัวแทนสาวมั่น รักความท้าทาย และหลงใหลในการแสดง แคท-ซอนญ่า สิงหะ อดีตนักร้องที่ผันตัวมาเป็นนางเอกสาว เซเลบฯอินฟลูเอ็นเซอร์ อีกทั้ง ยังเป็นเจ้าของแบรนด์เสื้อผ้า Jetset Brand แต่ระยะหลังจะคุ้นตาในผลงานอื่นๆ ของสาวยิ้มใจละลายคนนี้ ในบทบาทพิธีกรผ่านช่องทางต่างๆ

“ไม่มีใครรู้ว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น แต่สิ่งที่แคททำได้ คือ การทำให้ชีวิตเดินไปข้างหน้าในทางบวกขึ้นทุกวัน และระหว่างทางต้องมีความสุขกับสิ่งที่ทำ ยิ่งถ้าเราคิดบวก เชื่อมั่น โหยหาในโอกาสเสมอ แคทเชื่อว่าโอกาสนั้นจะวิ่งเข้าหา และถ้าเราไขว่คว้าได้ ทำอย่างเต็มที่ แคทก็เชื่อมั่นว่าไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ เพราะชีวิตมีมากกว่าที่เราคิด”

เมื่อถามถึงคุณค่าความงามที่เปล่งประกายแบบผู้หญิงยุคใหม่ว่าควรเป็นอย่างไร แคท-ซอนญ่า ตอบคำถามนี้อย่างมั่นใจแทบจะทันทีว่า ต้องรักในตัวเอง เชื่อมั่นในตัวเอง ทุกวันนี้ทุกคนสามารถสวยได้ แต่สุดท้ายแล้วอยู่ที่อินเนอร์ภายใน

“ถ้าเรามั่นใจในตัวเอง เราชอบตัวเองจะใส่อะไรก็สวย เพราะมันคือเรา เมื่อก่อนแคทเป็นคนหนึ่งที่เคยคิดว่าเราเหมาะกับแบบนั้นมากกว่าแบบนี้ แต่เมื่อเราพึงพอใจกับตัวเองจริงๆ จะใส่อะไรก็ได้ เพราะนั่นก็แค่สิ่งใหม่ที่เข้ามาในชีวิตความมั่นใจบวกกับพลังบวก เมื่อมาเจอกับสไตล์ที่ใช่แต่งในแบบที่เรามั่นใจ นั่นคือ ความงามที่แท้จริง”

แน่นอนว่าอาชีพนักแสดง ย่อมต้องดูแลตัวเองมากกว่าคนอื่น โดยเธอเผยเคล็ดลับการดูแลผิวว่า นอกเหนือจากการดูแลทั่วๆ ไปทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ดื่มน้ำมากๆ แล้วต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่ “ใช่” และเหมาะกับผิวของตัวเอง อย่างเจอร์เกนส์ เป็นผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่เป็นหนึ่งอยู่แล้ว เป็นแบรนด์ที่มีมานานมีผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์ทุกสภาพผิว ส่วนตัวเธอใช้แบรนด์นี้มาตั้งแต่เด็ก ชื่นชอบกลิ่นหอมสดชื่นและผิวสัมผัสของผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ Cucumber และ Aloe Vera สูตร Jergens® Soothing Aloe Refreshing Moisturiser จึงเป็นสูตรที่เธอใช้ประจำ เหมาะสำหรับผิวธรรมดาถึงผิวแห้ง มีคุณสมบัติมอบความชุ่มชื้นและปลอบประโลมผิวด้วยเนื้อสัมผัสแบบซึมซาบเร็ว คืนความสดชื่น และเผยผิวดูสว่างใสเป็นธรรมชาติ

สาวๆ สามารถอัพเดตเคล็ดลับผิวสวยดูเปล่งประกายอย่างเป็นธรรมชาติได้ทางเว็บไซต์ http://www.jergens-th.com และแฟนเพจ Facebook :Jergens Moisturizers in Thailand หรือ Instagram: jergensmoisturisersinthailland

พม. จัดพิธีประทานรางวัล ‘ประชาบดี’ ประจำปี 2563 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – พม. จัดพิธีประทานรางวัล ‘ประชาบดี’ ประจำปี 2563 (naewna.com)

พม. จัดพิธีประทานรางวัล ‘ประชาบดี’ ประจำปี 2563

พม. จัดพิธีประทานรางวัล ‘ประชาบดี’ ประจำปี 2563

วันพุธ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 19.29 น.

9 ธันวาคม 2563 พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ โปรดให้ หม่อมหลวงสราลี กิติยากร เป็นผู้แทนพระองค์ ประทานรางวัล “ประชาบดี” ประจำปี 2563 ในโครงการเชิดชูเกียรติผู้ทำคุณประโยชน์ดีเด่นแก่ผู้อยู่ในสภาวะยากลำบาก และผู้อยู่ในสภาวะยากลำบากที่ประพฤติตนดีเด่น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างแรงจูงใจแก่ผู้ที่ดูแลช่วยเหลือผู้อยู่ในสภาวะยากลำบาก อีกทั้งส่งเสริมเจตคติเชิงบวกในการอยู่ร่วมกันอย่างเอื้ออาทร เห็นคุณค่าและศักดิ์ศรีของผู้อยู่ในสภาวะยากลำบาก โดยมี นางพัชรี อาระยะกุล ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) กล่าวรายงาน และคณะผู้บริหารกระทรวง พม. ร่วมงาน ณ ห้องคอนเวนชั่น ฮอลล์ โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ

นางพัชรี กล่าวว่า “พระประชาบดี” เทพผู้เป็นที่พึ่งและสงเคราะห์ประชาชน ด้วยพลังแห่งการให้และแบ่งปัน เพื่อช่วยเหลือประชาชนให้รอดพ้นจากสภาวะยากลำบาก ทั้งนี้ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จึงได้นำชื่อ “ประชาบดี” มาเป็นชื่อรางวัลแห่งเกียรติยศ อันเป็นที่สุดแห่งความภาคภูมิใจของต้นแบบความดี เพื่อช่วยเหลือผู้อยู่ในสภาวะยากลำบาก ให้ได้รับการยกย่องและเชิดชูคุณความดีให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสังคม ซึ่งตลอดระยะเวลา 13 ปี ที่ผ่านมา ด้วยพระเมตตาของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ได้เสด็จมาประทาน หรือทรงโปรดให้ผู้แทนพระองค์ มาประทานรางวัล “ประชาบดี” เป็นประจำทุกปีอย่างต่อเนื่อง

นางพัชรี กล่าวต่อไปว่า กระทรวง พม. ได้ดำเนินโครงการเชิดชูเกียรติผู้ทำคุณประโยชน์ดีเด่นแก่ผู้อยู่ในสภาวะยากลำบาก และผู้อยู่ในสภาวะยากลำบากที่ประพฤติตนดีเด่น อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2550 – 2562 โดยมีผู้ได้รับรางวัลแล้ว จำนวน 838

สำหรับปี 2563 มีผู้ได้รับรางวัล “ประชาบดี” จำนวน 36 ราย แบ่งออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ 1) ประเภทบุคคลผู้ทำคุณประโยชน์ 9 ราย อาทิ นางจินดา ศรีนุรัตน์ ซึ่งลงพื้นที่ในชุมชนต่างๆ พร้อมประสานหน่วยงานและเครือข่าย เพื่อร่วมกันช่วยเหลือผู้ประสบความเดือดร้อนในทุกๆ ด้าน 2) ประเภทองค์กรที่ทำคุณประโยชน์ 4 องค์กร อาทิ องค์การบริหารส่วนตำบลเสม็ดใต้ จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งประสานเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชนในชุมชน เพื่อร่วมกันช่วยเหลือผู้ประสบความเดือดร้อนในรูปแบบ Social Smart City 3) ประเภทสื่อสร้างสรรค์ 7 ราย อาทิ รายการวันใหม่ วาไรตี้ ช่วงร้องทุก(ข์) ลงป้ายนี้ สถานีโทรทัศน์ ช่อง ThaiPBS ซึ่งให้ประชาชนได้นำเสนอความทุกข์ยาก ทั้งส่วนรวมและปัจเจกบุคคล พร้อมทั้งหาแนวทางช่วยเหลือ และ 4) ประเภทต้นแบบคนสู้ชีวิต 16 คน อาทิ นางวันเพ็ญ สมบัน ซึ่งมีความยากลำบากในชีวิต แต่ไม่เคยยอมแพ้ ด้วยการหาความรู้ต่างๆ เพื่อพัฒนาตนเอง จนมีความสามารถด้านอาชีพที่หลากหลาย และยังอุทิศตนไปช่วยสอนคนอื่นๆ

นางพัชรี กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวง พม. ขอแสดงความยินดีและยกย่องเชิดชูเกียรติกับทุกท่านและทุกองค์กรที่ได้รับรางวัลในวันนี้ และขอขอบคุณภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนที่เป็นกลไกหนุนเสริมภารกิจของกระทรวง พม. เพื่อการลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรม และพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน

เปิดตัว “MTL Health Buddy” มิติใหม่วงการประกัน บริการผู้ช่วยด้านสุขภาพครบวงจร และเข้าถึงการรักษา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – เปิดตัว “MTL Health Buddy” มิติใหม่วงการประกัน บริการผู้ช่วยด้านสุขภาพครบวงจร และเข้าถึงการรักษา (naewna.com)

เปิดตัว “MTL Health Buddy” มิติใหม่วงการประกัน  บริการผู้ช่วยด้านสุขภาพครบวงจร และเข้าถึงการรักษา

เปิดตัว “MTL Health Buddy” มิติใหม่วงการประกัน บริการผู้ช่วยด้านสุขภาพครบวงจร และเข้าถึงการรักษา

วันพุธ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 16.17 น.

พญ.ปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถ, สาระ ล่ำซำ,เด็บบราห์ ไซเฟิร์ท

ไฟเซอร์ จับมือ เมืองไทยประกันชีวิต และบมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ ร่วมเติมเต็มโครงการ “MTL Health Buddy” ดูแลครบเครื่อง เรื่องสุขภาพ บริการผู้ช่วยด้านสุขภาพครบวงจรเพื่อมอบสิทธิประโยชน์และให้เข้าถึงการรักษาแบบมุ่งเป้า

นางสาวเด็บบราห์ ไซเฟิร์ทผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไฟเซอร์ประเทศไทย และ อินโดไชน่าเปิดเผยว่า“บริษัท ไฟเซอร์ ยืนหยัดที่จะนำพานวัตกรรมการรักษาและป้องกันโรคที่ก้าวล้ำมาสู่สังคมไทยภายใต้ปณิธาน “Breakthroughs that Change Patients’ Lives” ทั้งยังตั้งอยู่บนแนวทางที่จะขยายความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆเพื่อส่งเสริมให้เกิดการเข้าถึงยานวัตกรรมของไฟเซอร์ เช่น ภายใต้โครงการช่วยเหลือด้านค่าใช้จ่ายในการรักษาเชิงนวัตกรรม โดยมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่วันนี้ได้ร่วมมือกับพันธมิตรที่เป็นผู้นำด้านอุตสาหกรรมประกันชีวิตและการให้บริการรักษา ทั้งเมืองไทยประกันชีวิตและบริษัทกรุงเทพดุสิตเวชการจำกัด (มหาชน) เพื่อมอบสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ถือกรมธรรม์ของเมืองไทยประกันชีวิต ในโครงการ Health Buddy เพื่อให้เข้าถึงการรักษาแบบมุ่งเป้า(Targeted Therapy) โดยเริ่มต้นโครงการด้วยกลุ่มคนไข้มะเร็งเต้านมในผู้ป่วยทุกระยะ ทั้งนี้ ความร่วมมือดังกล่าวเป็นเพียงจุดเริ่มต้น ซึ่งบริษัทไฟเซอร์ ยังอยู่ระหว่างการหารือถึงความเป็นไปได้ในการเตรียมขยายสิทธิประโยชน์ในด้านการรักษากลุ่มโรคอื่นๆ อีกต่อไปในอนาคต”

นายสาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า“เพื่อเป็นการตอกย้ำนโยบาย “MTL Everyday Life Partner” ที่พร้อมเดินเคียงข้างในทุกช่วงของชีวิต ด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการในทุกไลฟ์สไตล์ ล่าสุดบริษัทได้เปิดตัว “MTL Health Buddy” ดูแลครบเครื่อง เรื่องสุขภาพ บริการผู้ช่วยด้านสุขภาพครบวงจร เพื่อเป็นการเติมเต็ม Customer Journey ให้กับลูกค้าในมิติของ Health Ecosystem โดยเป็นการร่วมมือระหว่างโรงพยาบาลบริษัทยาและร้านขายยา นำร่องด้วยการจับมือกับ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS เปิดประสบการณ์ใหม่ที่ให้บริการด้านการแพทย์อย่างครบถ้วน รวมทั้งสิทธิพิเศษแบบเหนือระดับ พร้อมผนึก บริษัทไฟเซอร์(ประเทศไทย) จำกัด ช่วยเพิ่มทางเลือกสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านมในการเข้าถึงการรักษาแบบมุ่งเป้า (Targeted Therapy)”

เด็บบราห์ ไซเฟิร์ท ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไฟเซอร์ประเทศไทย และ อินโดไชน่า

“โดย “MTL Health Buddy”เป็นบริการผู้ช่วยด้านสุขภาพครบวงจร สิทธิพิเศษที่มอบให้เฉพาะลูกค้าเมืองไทยประกันชีวิต ที่พร้อมให้คำปรึกษาปัญหาสุขภาพ ค้นหาศูนย์แพทย์เฉพาะทาง ค้นหาแพทย์ที่เหมาะกับโรค ทำการนัดหมายปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง และสิทธิพิเศษแบบเหนือระดับอีกมากมาย เพียงโทรเข้ามาที่ 02-2902795 จากนั้นแจ้งข้อมูลและความต้องการใช้บริการหรือข้อมูลด้านสุขภาพที่ต้องการแก่ MTL Health Buddy ได้ทันที โดยไม่มีค่าใช้จ่าย นับเป็นมิติใหม่ของการให้บริการลูกค้า และยังช่วยขจัดปัญหาและข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพได้เป็นอย่างดีโดยจะเริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม 2564 เป็นต้นไป” นายสาระ กล่าว

ทางด้าน พญ.ปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ และประธานคณะผู้บริหาร กลุ่ม 1 บริษัทกรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “โครงการ MTLHealth Buddy เป็นการเปิดให้บริการการปรึกษาแพทย์แบบTeleconsultation ทางโรงพยาบาลในเครือมีความพร้อม ทั้งการปรึกษาปัญหาสุขภาพจากอาการป่วยหรือการวางแผนสุขภาพเชิงป้องกัน รวมไปถึงการหา Second opinion โดยมีทีมแพทย์จากศูนย์แห่งความเป็นเลิศ Center of Excellenceในสาขาต่างๆ ร่วมให้คำปรึกษาอาทิ โรคสมอง หัวใจ มะเร็ง กระดูก หรืออุบัติเหตุ การเจ็บป่วยที่รุนแรงฯลฯ หากเป็นผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านมจะมีการดูแลโดยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการด้านโรคมะเร็งพร้อมแนะนำการเลือกใช้ยามุ่งเป้า (Targeted Therapy) ซึ่งได้ร่วมมือกับทางไฟเซอร์ ในการให้ยามุ่งเป้าเพื่อการรักษาในระยะยาว โดยแผนการดำเนินงานโปรเจกท์ MTL Health Buddy ตอนนี้เราจะเริ่มให้บริการโครงการนำร่องที่โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ ประกอบไปด้วย 5 โรงพยาบาล ได้แก่โรงพยาบาลกรุงเทพ โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ โรงพยาบาลมะเร็งกรุงเทพ วัฒโนสถ โรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนล และโรงพยาบาลชีวาทรานสิชั่นนัลแคร์เพื่อให้ครอบคลุมทุกการรักษาโรคในระดับตติยภูมิ”

‘โย ยศวดี’ อวดความหวาน ควงแฟนหนุ่มสวีทริมทะเล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

บันเทิง – ‘โย ยศวดี’อวดความหวาน ควงแฟนหนุ่มสวีทริมทะเล (naewna.com)

'โย ยศวดี'อวดความหวาน ควงแฟนหนุ่มสวีทริมทะเล

‘โย ยศวดี’อวดความหวาน ควงแฟนหนุ่มสวีทริมทะเล

วันพฤหัสบดี ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 17.58 น.

10 ธ.ค.63 เพิ่งจะฉลองครบรอบ 1 ปีที่คบกันไปเมื่อช่วยเดือนกันยายนที่ผ่านมา สำหรับนางแบบสาว “โย ยศวดี หัสดีวิจิตร” กับแฟนหนุ่มนอกวงการ พร้อมทั้งยังเสิร์ฟความแซ่บแบบไม่มีหยุดพักให้ได้เห็นกันอยู่บ่อยๆ

ล่าสุดเจ้าตัวก็ออกมาตอกย้ำความรัก ด้วยการควงแฟนหนุ่มอวดซีนสวีต เกี่ยวก้อยเที่ยวทะเล พร้อมน้องหมาน่ารักๆ งานนี้สาวโยอวดหน้าแฟนหนุ่มแบบชัดๆ ด้วยแคปชั่นว่า นานๆที งานนี้เห็นแล้วบอกเลยว่าหล่อมาก ทำเอาชาวเน็ตออกมาชื่นชม พร้อมทั้งขอให้ลงรูปคู่แบบนี้บ่อยๆด้วย

‘พีพีทีวี’ ชวนคอหนังร่วมสนุกมอบความสุขส่งท้ายปี สนุกไปกับแคมเปญ ‘ส่งความสุขรับปีใหม่ให้แฟนหนัง’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

บันเทิง – ‘พีพีทีวี’ชวนคอหนังร่วมสนุกมอบความสุขส่งท้ายปี สนุกไปกับแคมเปญ ‘ส่งความสุขรับปีใหม่ให้แฟนหนัง’ (naewna.com)

'พีพีทีวี'ชวนคอหนังร่วมสนุกมอบความสุขส่งท้ายปี สนุกไปกับแคมเปญ 'ส่งความสุขรับปีใหม่ให้แฟนหนัง'

‘พีพีทีวี’ชวนคอหนังร่วมสนุกมอบความสุขส่งท้ายปี สนุกไปกับแคมเปญ ‘ส่งความสุขรับปีใหม่ให้แฟนหนัง’

วันพฤหัสบดี ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 16.12 น.

พีพีทีวี เอชดี ช่อง 36 ส่งความสุขรับปีใหม่ให้แฟนหนังต้อนรับปี 2564 กับแคมเปญ“ส่งความสุขรับปีใหม่ให้แฟนหนัง” เพื่อมอบความสุขแก่คุณผู้ชมก่อนสิ้นปีด้วยการแจกของรางวัลพรีเมียมของพีพีทีวีส่งตรงให้ถึงบ้านโดยคุณผู้ชมสามารถร่วมสนุกเพียงสแกน QR Code ที่จะขึ้นพร้อม Pop Up ผ่านทางหน้าจอขณะรับชมภาพยนตร์ช่วงหนังดังยามบ่ายทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 15.00-17.00 น. ที่จะยกขบวนมาสร้างความสนุกทั้งหนังไทยและเทศ ในวันจันทร์ที่ 21 ธ.ค.กับเรื่อง “Daddy Day Care วันเดียว คุณพ่อ…ขอเลี้ยงวันศุกร์ที่ 25 ธ.ค.“ตั๊ดสู้ฟุต”วันศุกร์ที่ 1 ม.ค.“32ธันวา” และช่วงซีนีม่าฮิตทุกวันเสาร์เวลา 13.50-16.15 น.วันอาทิตย์เวลา 13.50-18.00 น.ช่วงที่รวบรวมหนังคุณภาพสุดฮิตที่คอหนังพลาดไม่ได้! “Crimson Tide ลึกทมิฬ” อาทิตย์ที่ 20 ธ.ค.“ฟรีแลนซ์ ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอวันที่ 27 ธ.ค.“Oz the Great and Powerful ออซ มหัศจรรย์พ่อมดผู้ยิ่งใหญ่ในวันเสาร์ที่ 2ม.ค.และหนังดังอีกคับคั่งที่พีพีทีวีจะนำมามอบความสุขส่งท้ายปี

โดยแฟน ๆ สามารถร่วมตอบคำถามประจำสัปดาห์ ใครตอบคำถามถูกและโดนใจมากที่สุดก็รับไปเลยของรางวัลพรีเมียมสุดพิเศษจากพีพีทีวี ได้แก่ กระเป๋าผ้าแคนวาส,หมอนผ้าห่ม, กระเป๋าใส่อุปกรณ์เสริม และ พัดลมคล้องคอแจกจริง!16 รางวัล ต่อ สัปดาห์ รวมทั้งสิ้น 64 รางวัล พร้อมประกาศรายชื่อผู้โชคดีทุกวันจันทร์สัปดาห์ถัดไป เวลา 10.00 น. เป็นต้นไปทาง เฟซบุ๊ก PPTV HD 36 บันเทิง ร่วมสนุกได้ตั้งแต่วันที่ 14 ธ.ค. 2563 ไปจนถึง 10 ม.ค. 2564 สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง         เฟซบุ๊ก PPTV HD 36 บันเทิง บอกได้คำเดียวว่า…ยิ่งดูมากยิ่งมีสิทธิ์มาก!

ช่อง 7HDเสิร์ฟละครใหม่ ‘ปิ่นไพร’ ประกบคู่ ‘เบน สันติราษฎร์-เกรซ พัชร์สิตา’ ส่งความสนุกก่อนสิ้นปี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

บันเทิง – ช่อง 7HDเสิร์ฟละครใหม่’ปิ่นไพร’ ประกบคู่ ‘เบน สันติราษฎร์-เกรซ พัชร์สิตา’ส่งความสนุกก่อนสิ้นปี (naewna.com)

ช่อง 7HDเสิร์ฟละครใหม่'ปิ่นไพร' ประกบคู่ 'เบน สันติราษฎร์-เกรซ พัชร์สิตา'ส่งความสนุกก่อนสิ้นปี

ช่อง 7HDเสิร์ฟละครใหม่’ปิ่นไพร’ ประกบคู่ ‘เบน สันติราษฎร์-เกรซ พัชร์สิตา’ส่งความสนุกก่อนสิ้นปี

วันพฤหัสบดี ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 15.33 น.

ช่อง 7HD พร้อมส่งละครโรแมนติก คอมิดี้“ปิ่นไพร”จากบทประพันธ์ของ ก. สุรางคนางค์บทโทรทัศน์ชะนะษร,อรุณแก้วและเชาวพันธ์ มหาทัพภ์กำกับการแสดงโดย ชัยวุฒิ  เทพวงษ์  ผลิตโดย บริษัท คนทีวี (ไทยแลนด์) จำกัด จับเบน – สันติราษฎร์กุลนพเกียรติประกบคู่กับ เกรซ – พัชร์สิตา อธิอนันตศักดิ์ร่วมด้วยนักแสดงอีกมากมายอาทิ ภูษณะ บัวงาม, แก้วใส คริสตัล, นคินธร ภาษยวรรณ์, สุพิชฌาย์ ศรีสวัสดิ์, ปิติพน พรตรีสัตย์, ณัฐชยกานต์ ปากหวาน, ภาณุ สุวรรณโณ, ณธิดา ภัทรชาญชัย, อิทธิกร สาธุธรรม, วันชัย เผ่าวิบูล,ธนายง ว่องตระกูล, ปาณิสา ชุ่มมะโน,วชิรา เพิ่มสุริยา, นาตยา จันทร์รุ่ง, ปัญญาพล เดชสงค์, ชูษี เชิญยิ้ม,พิเชษฐ ศรีราชา, กรุณา มอริส,จิรพัชร์ อินทรสถิตย์,ธนัช ศรีบรรจง, นพรุจ แย้มขะมังและ ฉันท์ชนก ทรงศิลป์

เรื่องราวของ ปิ่นไพร (เกรซ  พัชร์สิตา) นักศึกษาแพทย์สาว ที่จำต้องเลิกเรียนกลางคันเพื่อมาดูแลปางช้างของครอบครัวต่อจากพ่อแม่ที่ถูกผู้มีอิทธิพลที่หวังยึดครองฆ่าตาย เธอต้องเผชิญอันตรายรอบด้าน แต่ได้  กริช(เบน  สันติราษฎร์) คนงานหนุ่มพเนจรคอยช่วยเหลือ โดยไม่รู้ว่าเขาคือกฤษดา ทายาทเจ้าของรีสอร์ตที่เธอทำธุรกิจด้วย เขาถูกตราหน้าว่าไม่เอาไหน จึงแฝงตัวเข้ามาทำงานเพื่อหาโอกาสดัดหลังพี่ชายต่างสายเลือด ที่ไม่ชอบหน้า เพราะเธอคือคนที่พี่ชายรัก แต่ความใกล้ชิดกลับทำให้เขาเผลอใจและเปลี่ยนแปลงตัวเองทีละน้อย การพิสูจน์ตัวเองครั้งนี้ จึงดำเนินไปพร้อมกับความรักสามเส้าที่ยากจะลงตัว

โดยเบนสันติราษฎร์เผยว่า“สำหรับละครเรื่องปิ่นไพร ต้องบอกว่าเป็นละครที่ยิ่งกว่าครบรสนะครับ เพราะมีทั้งดราม่าโรแมนติก คอมิดี้ บู๊ แถมยังมีเรื่องราวเกี่ยวกับช้างด้วยเพราะว่านางเอกเป็นเจ้าของปางช้าง ทำให้ช่วงที่เราถ่ายทำกันได้ไปถ่ายที่ปางช้างตลอด บรรยากาศดีเป็นธรรมชาติมาก ๆ ครับ ในเรื่องนี้ ผมรับบทเป็น กฤษดา เป็นทายาทนักธุรกิจที่มีปัญหากับครอบครัว ก็เลยปลอมตัวมาเป็นนายกริช มาทำงานอยู่ที่ปางช้าง ช่วงที่เป็นนายกริชก็จะมีความทะเล้นเพิ่มขึ้นนิดหนึ่งครับ ก็จะแตกต่างจากตัวผมพอสมควร ซึ่งการร่วมงานกับน้องเกรซ น้องเป็นคนเก่งมาก ๆ ครับ เป็นคนที่ตั้งใจทำงานมากด้วยตอนนี้ละครกำลังจะออกอากาศแล้ว อยากให้ทุกคนได้ชมไปพร้อมกัน รับประกันได้เลยครับว่าครบรสจริง ๆ ครับ”

ด้านนางเอกสาวเกรซ พัชร์สิตา เปิดใจว่า  “ต้องบอกว่าตลอดเวลาที่ถ่ายทำเกรซประทับใจหลายอย่างมาก ๆ เริ่มตั้งแต่นักแสดงที่ร่วมงานมีเยอะมาก ๆ ทั้งที่เคยร่วมงานและยังไม่เคยร่วมงาน และทุกคนก็เป็นคนอารมณ์ดี    ทำให้บรรยากาศในกองสนุกมาก ๆ โดยเฉพาะพี่วุฒิ ผู้กำกับ ที่ตอนแรกเกร็งกับพี่วุฒิมาก ๆ เพราะพี่เขาเป็นผู้จัด ฯ ที่มากำกับเอง แต่พี่เขาใจดีมาก ให้อิสระในการแสดง ทำให้เราหายเกร็งไปเลยค่ะ ในเรื่องนี้เกรซรับบท ปิ่นไพร นักเรียนแพทย์ที่ต้องหยุดเรียนเพื่อกลับมาดูแลปางช้างของครอบครัว คาแรกเตอร์เขาจะเป็นคนกล้าได้กล้าเสีย มุมานะ เป็นผู้หญิงใจดีมองโลกกว้าง พร้อมช่วยคนที่ไม่ได้รับความยุติธรรม เรื่องนี้มีบู๊บ้างแต่เบาหน่อยจะหนักไปทางยิงปืน พูดน้อยต่อยหนัก ยิ้มยาก(หัวเราะ) สำหรับปิ่นไพรถือเป็นละครที่คาแรกเตอร์ของเกรซจะแตกต่างไปจากที่เคยเล่นมา อย่างไรเกรซขอให้ทุกคนติดตามและให้กำลังใจพวกเราทุกคนด้วยนะคะ”

ติดตามชม “ปิ่นไพร”ได้ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 19.00 น.  เริ่มออกอากาศตอนแรก วันอังคารที่ 15ธันวาคม นี้ทางช่อง 7HD กด 35 และ Facebook Live Fanpage: Ch7HD หรือรับชมย้อนหลังได้ทาง BUGABOO.TV

คู่รักแห่งปี ‘Shawn Mendes’ และ ‘Camila Cabello’ จูงมือปล่อย MVเพลง ‘The Christmas Song’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

บันเทิง – คู่รักแห่งปี ‘Shawn Mendes’ และ ‘Camila Cabello’จูงมือปล่อย MVเพลง ‘The Christmas Song’ (naewna.com)

คู่รักแห่งปี 'Shawn Mendes' และ 'Camila Cabello'จูงมือปล่อย MVเพลง 'The Christmas Song'

คู่รักแห่งปี ‘Shawn Mendes’ และ ‘Camila Cabello’จูงมือปล่อย MVเพลง ‘The Christmas Song’

วันพฤหัสบดี ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 15.15 น.

เพิ่งปล่อยอัลบั้ม“Wonder” ไปเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (4 ธันวาคม) พร้อมกับการจัดคอนเสิร์ต Live Stream การกุศล “Wonder: The Experience”เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ล่าสุดหนุ่ม“Shawn Mendes” ไม่รอช้าปล่อยอัลบั้ม“Wonder Deluxe” ออกมาเอาใจแฟนเพลงทันที พร้อมเพลงใหม่ที่จูงมือหวานใจอย่างสาว “Camila Cabello”มาร่วมร้องใน MV เพลง  “The Christmas Song” เพื่อฉลองและส่งต่อความอบอุ่นนี้ให้แฟนเพลงทั่วโลกในช่วงเทศกาลคริสมาสต์ที่กำลังจะมาถึง โดย MV ดังกล่าวมาในสไตล์ Home VDO เผยภาพเบื้องหลังสุดซีเคร็ทที่ได้เห็นรีแอคของคู่รักสุดแซ่บแห่งปีได้ใช้เวลาร่วมกัน บอกเลยว่าโรแมนติก อบอุ่น รับหน้าหนาวจริงๆ

แถมเพลงนี้ยังเป็นเพลงเพื่อการกุศล โดยรายได้จากการสตรีมจะถูกนำไปบริจาคให้กับ Feeding America องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่ดูแลธนาคารอาหารมากกว่า 200 แห่งทั่วสหรัฐฯ โดยหนุ่มShawn”และ Camila”ได้นำร่องบริจาคให้องค์กรณ์ดังกล่าวไปแล้วถึง 1 แสนดอลลาร์

นอกจากเพลง “The Christmas Song” อัลบั้ม “Wonder Deluxe” ยังรวบรวมเพลงที่หนุ่มShawn”ได้ร้องในคอนเสิร์ต Live Stream การกุศล Wonder: The Experience”ทั้งหมดเอาไว้ให้แฟนเพลงได้ฟังฟินๆ แบบจุใจส่งท้ายปีอีกด้วยฟังเพลงทั้งหมดจากอัลบั้ม “Wonder Deluxe” ได้ที่นี่

Wonder Deluxe Tracklist:

1.             Intro

2.             Wonder

3.             Higher

4.             24 Hours

5.             Teach Me How To Love

6.             Call My Friends

7.             Dream

8.             Song For No One

9.             Monster (Shawn Mendes & Justin Bieber)

10.           305

11.           Always Been You

12.           Piece Of You

13.           Look Up At The Stars

14.           Can’t Imagine

15.           The Christmas Song (Shawn Mendes & Camila Cabello)

16.           Can’t Take My Eyes Off You (BBC Live Version)

17.           Wonder (Acoustic)

18.           Wonder (Surf Mesa Remix)

19.           Intro (Live From The Wonder Residencies)

20.           Wonder(Live From The Wonder Residencies)

21.           Dream (Live From The Wonder Residencies)

22.           Song For No One (Live From The Wonder Residencies)

23.           Always Been You (Live From The Wonder Residencies)

24.           Look Up At The Stars (Live From The Wonder Residencies)

ติดตามความเคลื่อนไหวของ “Shawn Mendes”ได้ที่

FACEBOOK | INSTAGRAM |TWITTER

ติดตาม Universal Music Thailand ใน Platform ต่างๆ ได้ที่

FACEBOOK|INSTAGRAM|TWITTER|TIKTOK