Thai dams untouched by Laos quake

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/in-focus/40010229


The 5.8-magnitude earthquake near Laos’ Luang Prabang area on Monday morning has not affected the structural integrity of dams in the North of Thailand, the Royal Irrigation Department (RID) said.

Thai dams untouched by Laos quake

The Thai Meteorological Department reported that a tremor was felt at 4.06am in the provinces of Nan, Loei, Khon Kaen, Chiang Rai, Lampang, Phrae, Phayao, Uttaradit and Udon Thani. The quake’s epicentre was the Dien Bien Phu fault zone, about 20km from Nan’s Chaloem Phrakiat district.

“On Monday we sent engineers and analysts to dams and reservoirs in Nan, Phayao, Chiang Rai and Phrae to survey the damage. The team has found no damage so far,” RID director-general Praphis Chanma said. “As per standards, these dams and reservoirs can withstand more than 0.2 unit of g-force [gravitational force equivalent]. The highest g-force caused by the quake on Monday was registered at only 0.002866 unit.”

So far, 12 dams and reservoirs have been surveyed – four in Nan, four in Phayao, three in Chiang Rai and one in Phrae.

“We will continue surveying dams and reservoirs in other provinces around the quake’s epicentre and will provide an update,” he said. “All dams and reservoirs in Thailand have been designed to withstand tremors from earthquakes of the highest magnitude recorded in Thailand. People living around the dams and reservoirs can rest assured that they will be safe in the event of an earthquake.”

Related News

5.8-magnitude quake in Laos shakes provinces in Thailand’s North, Northeast

6.0-magnitude earthquake in Sichuan, China captured by surveillance cameras

InPics: 3 dead, 60 injured in 6.0-magnitude Sichuan earthquake

Published : December 21, 2021

By : THE NATION

Prayut reveals Childrens Day slogan

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/in-focus/40010227


Prime Minister Prayut Chan-o-cha on Tuesday revealed slogan for the upcoming Children’s Day.

Prayut reveals Childrens Day slogan

Thai Children’s Day falls on the second Saturday of every January, or January 8 this time around.

The slogan can be translated as: “Thai children should think wisely and be responsible for society.”

It is a tradition for a prime minister to give the slogan for the day.

Related stories:

Published : December 21, 2021

By : THE NATION

Thailand recorded 2,476 Covid-19 cases and 32 deaths on Tuesday.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/in-focus/40010223


Ministry of Public Health reported on Tuesday (December 21) morning that in the past 24 hours there are 2,476 new patients who tested positive for Covid-19, 47 of whom have been found in prisons.

Thailand recorded 2,476 Covid-19 cases and 32 deaths on Tuesday.

Death toll increased by 32, while 3,649 patients were cured and allowed to leave hospitals.

The country’s total caseload from Covid-19 stands at 2,196,529 – 2,136,197 of whom have recovered, 38,892 are still in hospitals and 21,440 have died.

Separately, another 50,876 people were given their first Covid-19 shot in the last 24 hours, 108,685 their second shot and 113,765 a booster, bringing the total number of Covid-19 vaccine doses administered nationwide to 100,171,841.

According to Worldometer, confirmed cases globally had risen to 275.8 million on Tuesday, 247.44 million of whom have recovered, 22.98 million are active cases (88,733 in severe condition) and 5.38 million have died (up by 4,939).

Thailand ranks 24th in the global list of most cases, which is topped by the US with 52.06 million, followed by India with 34.75 million, Brazil with 22.22 million, the UK with 11.45 million and Russia with 10.24 million.

Published : December 21, 2021

By : THE NATION

ภัยของโอมิครอน มันทำให้โรงพยาบาลล้นจนรักษาไม่ทัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/671302

วันที่ 22 ธ.ค. 2564 เวลา 17:41 น.ภัยของโอมิครอน มันทำให้โรงพยาบาลล้นจนรักษาไม่ทันถึงแม้ว่าอาการ (เบื้องต้น) จะไม่รุนแรง แต่มันมีความร้ายกาจที่ซ่อนอยู่ นั่นคือทำให้ระบบสาธารณสุขแบกรับไม่ไหว

1. เป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงมาระยะหนึ่งแล้วว่าถึงแม้โอมิครอนจะมีอาการไม่หนัก แต่มันจะทำให้โรงพยาบาลแบกรับผู้ป่วยไม่ไหว และประเด็นนี้ทำให้รัฐบาลสหรัฐต้องรีบขยับตัว เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม รัฐบาลของประธานาธิบดีโจ ไบเดนเตรียมส่งทหาร 1,000 นายไปช่วยแบ่งเบาภาระของโรงพยาบาลต่างๆ พร้อมกับแจกอุปกรณ์ตรวจเชื้อด่วน 500 ล้านชิ้นให้ประชาชน คาดว่าก็เพื่อให้ประชาชนรู้อาการตัวเองโดยไม่ต้องมาโรงพยาบาลให้ภาระของระบบสาธารณสุขหนักอึ้งเข้าไปอีก

2. ที่ฝรั่งเศส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเผยผลจากโมเดลการวิเคราะห์คาดว่าผู้ติดเชื้อโอมิครอนในอัตราส่วน 1 ต่อ 3 ของการติดเชื้อโควิด-19 ทั้งหมดในอีกไม่นาน และคาดว่าผู้ติดเชื้อรายวันจะสูงถึง 100,000 รายต่อวัน (จากในขณะนี้ที่ 70,000 รายต่อวัน) เบื้องต้น ฝรั่งเศสจะไม่ประกาศมาตรการควบคุมการระบาด (แต่ในอนาคตไม่แน่) เพราะจะเน้นไปที่การฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าโรงพยาบาลเริ่มจะอาการหนักเพราะผู้ป่วย ICU ถึงระดับ 3,000 คนต่อวัน

3. ข้ามมาที่ฝั่งเอเชีย เกาหลีใต้ที่กำลังเผชิญกับคลื่นการระบาดที่หนักขึ้นมาอีก มีรายงานว่านายกรัฐมนตรีคิมบูคย็อมจะเพิ่มเตียงอีก 10,000 เตียงในโรงพยาบาลเพื่อรองรับผู้ป่วยอาการปานกลางถึงอาการหนักในช่วงกลางเดือนข้างหน้า และโรงพยาบาลบางแห่งจะมีการย้ายผู้ป่วยอื่นเพื่อเปลี่ยนมามารองรับผู้ป่วยโควิด-19 โดยเฉพาะ โดยเมื่อต้นสัปดาห์นี้ประธานาธิบดีมูน แจอิน เรียกร้องให้โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแห่งชาติให้ความสำคัญกับการรักษาผู้ป่วยวิกฤตโควิด-19 และให้รัฐบาลเตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์ที่โอมิครอนเป็นเชื้อหลักในประเทศ

4. รายงานจาก Sky News ของสหราชอาณาจักรตั้งข้อสังเกตว่าอัตราการติดเชื้อในสหราชอาณาจักพุ่งขึ้นสูงมากหลังจากพบโอมิครอนครั้งแรก เช่นเดียวกับอัตราการเข้ารับการักษาในโรงพยาบาล แต่กราฟของอัตราเข้าโรงพยาบาลยังไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับอัตราการติดเชื้อ แสดงว่าโอมิครินอาจจะมีอาการไม่รุนแรง และระบบสาธารณสุขอันจะไม่ล้น แต่รายงานเตือนว่าจะสรุปง่ายๆ แบบนั้นไม่ได้ โดยเฉพาะความเสี่ยงที่ผู้สูงสัยจะมีอาการหนักเพราะโอมิครอนจะทำให้อัตราเข้ารับการรักษาสูงขึ้นมาอีก

5. บทวิเคราะห์ของ Guardian ชี้ว่า การที่รัฐบาลสหราชอาณาจักรรอหลักฐาน “ที่ชัดเจนแบบที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้” เกี่ยวกับโอมิครอน ถือเป็นการเดิมพันที่สูงเกินไป เพราะระบบสาธารณสุขเสี่ยงที่จะล้น บทวิเคราะห์ชี้ว่า “กรณีเคสโอมิครอนเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าเร็วกว่าทุกๆ 48 ชั่วโมงซึ่งหมายความว่าจำนวนบุคคลที่จะมีอาการร้ายแรงก็เพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณด้วย” และ “โรงพยาบาลในลอนดอนรายงานว่ามีผู้ป่วยติดเชื้อโควิดเพิ่มขึ้น แต่ 10 วันนับจากนี้ มีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้น โดยไม่คำนึงถึงความรุนแรงของโอมิครอนเนื่องจากมีการติดเชื้อจำนวนมาก”

6. เยอรมนีก็มีความกังวลคล้ายๆ กัน ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพชาวเยอรมันกล่าวเมื่อวันพุธว่ามาตรการควบคุมใหม่อาจไม่มากพอที่จะสกัดโอมิครอนเอาไว้ได้ ในขณะที่รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขของประเทศกล่าวว่ายังมีโอกาสที่จะออกกฎการล็อคทั้งหมดหากมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้น ในขณะเดียวกัน สถาบัน Robert Koch Institute (RKI) สำหรับโรคติดเชื้อได้แนะนำให้ใช้ “ข้อจำกัดการสัมผัสสูงสุด” และ “มาตรการป้องกันการติดเชื้อสูงสุด” โดยให้ประกาศใช้ในทันที

7. เจอรัลด์ กาสส์ ประธานสหพันธ์โรงพยาบาลแห่งเยอรมนี (DKG) กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า โรงพยาบาลต่างๆ ได้รับความกดดันจากการระบาดระลอกที่สี่ และจะถูกผลักดันให้ถึงขีดจำกัด หากโอมิครอนกระตุ้นคลื่นที่ 5 ที่รุนแรงยิ่งขึ้นในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า เขากล่าวว่า “ในสหราชอาณาจักรและเดนมาร์ก เราเห็นว่าตัวเลขการติดเชื้อที่สูงยังหมายความว่ามีบุคลากรทางการแพทย์จำนวนมากต้องลาป่วยเนื่องจากตัวเองติดเชื้อ”

Jack Dorsey ลั่นสักวัน Bitcoin จะแทนที่เงินดอลลาร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/671279

วันที่ 22 ธ.ค. 2564 เวลา 15:10 น.Jack Dorsey ลั่นสักวัน Bitcoin จะแทนที่เงินดอลลาร์เมื่อ Cardi B ถามว่าคริปโตจะมาแทนที่ดอลลาร์หรือไม่? นี่คือคำตอบของผู้ก่อตั้ง Twitter

เมื่อแรปเปอร์สาว Cardi B จู่ๆ ก็สนใจคริปโตเคอร์เรนซี่ขึ้นมา เธอทวีตคำถามว่า “คุณคิดว่าคริปจะมาแทนที่ดอลลาร์หรือไม่?” แจ็ค ดอร์ซีย์ (Jack Dorsey) ผู้ก่อตั้ง Twitter และปัจจุบันคือ Block, Inc ตอบสั้นๆ ว่า “Yes, Bitcoin will” หรือ “ถูกต้อง Bitcoin จะแทนที่ (ดอลลาร์)

คำตอบของดอร์ซีย์สั้นๆ แต่ได้ใจความ แต่ไม่ใช่ทุกคนจะเห็นด้วยกับคำตอบนี้ เช่น @BarryARothman โต้ว่า “เรื่องไร้สาระที่สุด เงินดอลลาร์สหรัฐอิงกับเชื่อมั่นและเครดิตของรัฐบาลสหรัฐ Bitcoin ไม่ได้รับการสนับสนุนจากอะไรเลยนอกจากอากาศ สกุลเงินต้องมีความมั่นคงและไว้วางใจโดยปริยาย Bitcoin นั้นขาดคุณสมบัติทุกๆ ด้าน ไปสนใจกับการบริหาร Twitter เถอะ” หมายเหตุ คำพูดท้ายสุดเป็นการแขวะดอร์ซีย์ แต่จริงๆ แล้วเขาเพิ่งสะลตำแหน่งซีอีโอของ Twitter

@JakeReacts3 ตอบว่า “ไม่เพราะ เอาจริงๆ นะ คริปโตมันเกิดขึ้นจากการปั่น และรัฐบาลไม่อนุญาตเพราะคุณสามารถฟอกเงินได้ ดังนั้นรัฐบาลจะสามารถควบคุมเศรษฐกิจได้อย่างสมบูรณ์”

@Devilhimself69 ให้คำตอบกับ @iamcardib ว่า “ไม่ มัจะไม่เกิดขึ้น เงินดอลลาร์เป็นสิ่งที่มีอยู่จริง คริปโตเป็นเหมือเมฆ มันมีอยู่แต่จริงๆ แล้วก็เหมือนไม่มี”

@Grady_Booch ให้คำตอบว่า “ไม่ Cardi ผมเป็นสถาปนิกซอฟต์แวร์ มีปัญหาทางระบบกับโครงสร้างพื้นฐานของคริปโตเคอร์เรนซี่หลักๆ ทั้งหมดที่ทำให้ไม่สามารถปรับขนาดได้และเปิดกว้างต่อการถูกโจมตีที่อันตรายและกว้าง”

@8thDegreeSavage แสดงความเห็นว่า ““มูลค่า” ของสกุลเงินดิจิตอลเข้ารหัสนั้นผูกติดอยู่กับ “มูลค่า” ในสกุลดอลลาร์สหรัฐ สิ่งนี้จะไม่เปลี่ยนแปลงในชั่วชีวิตของคุณ และในที่สุดเมื่อมันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตปกติของเรา ไม่มีทางที่มันจะไม่ถูกควบคุมมันทั้งหมดโดยคนรวยที่สุดในโลก ได้ มันเป็นกับดัก”

Photo by Jim WATSON / AFP

AstraZeneca เริ่มวิจัยวัคซีนตัวใหม่สู้เชื้อ Omicron

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/671276

วันที่ 22 ธ.ค. 2564 เวลา 15:00 น.AstraZeneca เริ่มวิจัยวัคซีนตัวใหม่สู้เชื้อ OmicronAstraZeneca จับมือออกซ์ฟอร์ดพัฒนาวัคซีนสูตรใหม่สู้ Omicron

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานเมื่อวันที่ 21 ธ.ค. บริษัท AstraZeneca Plc เผยว่ากำลังทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดเพื่อพัฒนาวัคซีนโควิด-19 สำหรับรับมือกับสายพันธุ์โอมิครอนโดยเฉพาะ

โฆษกของ AstraZeneca แถลงว่าขณะนี้บริษัทได้ดำเนินการศึกษาวิจัยเบื้องต้นเพื่อผลิตวัคซีนสำหรับโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนหากมีความจำเป็น โดยได้รับความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด

แซนดี้ ดักลาส หัวหน้าทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดเผยกับเดอะ ไฟแนนเชียล ไทม์สว่าวัคซีนสูตรใหม่นี้จะยังคงใช้เทคโนโลยีไวรัลเวกเตอร์ (Viral Vector) โดยมีอะดีโนไวรัส (Adenovirus) เป็นพาหะเช่นเดียวกับวัคซีนรุ่นปัจจุบัน

ทั้งนี้ ผลการศึกษาที่ผ่านมาพบว่าวัคซีนของ AstraZeneca สูตรปัจจุบัน 2 เข็มสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันต่อโอมิครอนได้บ้าง แต่หากฉีดวัคซีนชนิด mRNA เป็นเข็มที่ 3 จะช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้มากขึ้น แต่ยังคงไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับประสิทธิภาพของวัคซีนต่อเชื้อโอมิครอน

ผลการศึกษาเมื่อสัปดาห์ที่แล้วยังพบว่า Evusheld (AZD7442) แอนติบอดีค็อกเทลของ AstraZeneca ยังคงสามารถลบล้างฤทธิ์ของเชื้อ (neutralising) โควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนได้

นอกจากนี้ ผู้ผลิตวัคซีน Pfizer/BioNTech และ Moderna เองก็เคยกล่าวว่าพวกเขากำลังวางแผนพัฒนาวัคซีนสำหรับโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนโดยเฉพาะเช่นกัน โดยคาดว่า Moderna จะเริ่มการทดลองในช่วงต้นปีหน้า

Photo by DANIEL MUNOZ / AFP

สวนทาง WHO ไบเดนชี้ฉีดวัคซีนแล้วฉลองได้ไม่ต้องกลัวป่วยหนัก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/671261

วันที่ 22 ธ.ค. 2564 เวลา 13:00 น.สวนทาง WHO ไบเดนชี้ฉีดวัคซีนแล้วฉลองได้ไม่ต้องกลัวป่วยหนักโจ ไบเดน ไฟเขียวชาวอเมริกันฉลองในวันหยุด ท่ามกลางโอมิครอนระบาดหนัก

CNN รายงานว่าประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐสร้างความมั่นใจให้แก่ชาวอเมริกันโดยกล่าวว่าประชาชนสามารถเฉลิมฉลองในช่วงวันหยุดเทศกาลคริสต์มาสที่กำลังจะมาถึงได้หากได้รับวัคซีนโควิด-19 แล้ว โดยไม่ต้องกลัวว่าจะป่วยหนัก แม้ว่าโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนกำลังแพร่ระบาดมากขึ้น

“ผมทราบว่าชาวอเมริกันบางคนกำลังสงสัยว่าจะสามารถเฉลิมฉลองวันหยุดกับครอบครัวและเพื่อนๆ ได้อย่างปลอดภัยหรือไม่ คำตอบคือใช่ คุณสามารถทำได้หากคุณและคนที่คุณฉลองด้วยได้รับวัคซีนแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้น” ไบเดนกล่าวในการแถลงการณ์ที่ทำเนียบขาวเมื่อวันที่ 21 ธ.ค. ที่ผ่านมา

ท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มมากขึ้นเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนซึ่งกลายเป็นสายพันธุ์หลักในสหรัฐแล้ว ขณะที่หลายฝ่ายตั้งคำถามว่ารัฐบาลจะยกระดับมาตรการเพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดหรือไม่

ขณะที่ไบเดนเน้นย้ำว่าการแพร่ระบาดระลอกนี้จะไม่เป็นเหมือนช่วงเดือนมี.ค. 2020 อย่างแน่นอน และยืนยันว่าขณะนี้รัฐบาลไม่มีแผนที่จะล็อกดาวน์ แต่จะป้องกันไม่ให้ระบบสาธารณสุขของประเทศต้องรับภาระหนัก

พร้อมเรียกร้องให้ชาวอเมริกันหลายสิบล้านคนที่ปฏิเสธวัคซีน เข้ารับการฉีดวัคซีนโดยด่วน เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดอาการป่วยหนักหรือเข้าโรงพยาบาล หลังจากที่สหรัฐพบผู้เสียชีวิตจากโอมิครอนรายแรกของประเทศแล้ว ซึ่งเป็นผู้ป่วยที่ยังไม่ได้รับวัคซีน

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้เทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่ขององค์การอนามัยโลกเรียกร้องให้นานาประเทศยกเลิกกิจกรรมเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ โดยชี้ว่าการเฉลิมฉลองตอนนี้อาจต้องเสียใจในภายหลัง

Photo by Brendan Smialowski / AFP

อีลอน มัสก์ โวยรัฐแคลิฟอร์เนียเก็บภาษีมากเกินไป

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/671260

วันที่ 22 ธ.ค. 2564 เวลา 12:33 น.อีลอน มัสก์ โวยรัฐแคลิฟอร์เนียเก็บภาษีมากเกินไปอีลอน มัสก์ เผยบรรลุเป้าหมายขายหุ้น Tesla 10% แล้วและวิจารณ์ว่ารัฐแคลิฟอร์เนียเก็บภาษีมากเกินไป

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า อีลอน มัสก์ ผู้ก่อตั้งบริษัทรถยนต์ไฟฟ้า Tesla ให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์ Babylon Bee ว่า เขาขายหุ้นของ Tesla เพียงพอแล้วที่จะบรรลุเป้าหมายขายหุ้นในบริษัทรถยนต์ไฟฟ้าที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลกให้ได้ 10% ตามที่ประกาศไว้

มัสก์ซึ่งเพิ่งย้ายสำนักงานใหญ่ของ Tesla จากรัฐแคลิฟอร์เนียไปยังรัฐเทกซัสเมื่อเร็วๆ นี้หลังจากที่เจ้าตัวย้ายที่อยู่ไปเมื่อปีที่แล้วยังบอกอีกว่า รัฐแคลิฟอร์เนียเก็บภาษีมากเกินไป

เมื่อวันอังคาร (21 ธ.ค.) มัสก์ขายหุ้น Tesla เพิ่มอีก 583,611 หุ้น มูลค่า 528 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่งผลให้มัสก์ขายหุ้นไปแล้วรวมทั้งหมด 13.5 ล้านหุ้น หรือราว 80% ของจำนวนหุ้นที่วางแผนจะขาย

“ผมขายหุ้นไปเพียงพอแล้วที่จะบรรลุเป้า 10% รวมทั้งออปชั่นหุ้น และผมพยายามยึดตามตัวอักษรมากที่สุดในการขาย” มัสก์เผยกับ Babylon Bee

และเมื่อถูกถามว่าขายหุ้นตามผลโพลล์ในทวิตเตอร์หรือไม่ มัสก์ตอบว่า ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ต้องใช้สิทธิ์ออปชั่นหุ้นที่กำลังจะหมดอายุในปีหน้าอยู่แล้ว

ในจำนวนหุ้นทั้งหมดที่ขายไปแล้ว 13.5 ล้านหุ้น 8.06 ล้านหุ้นถูกขายเพื่อนำเงินไปจ่ายภาษีที่เกิดขึ้นจากการใช้สิทธิ์ออปชั่นหุ้น

เมื่อวันอาทิตย์ (19 ธ.ค.) มัสก์ทวีตว่า ปีนี้เขาต้องจ่ายภาษีกว่า 11,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 371,899 ล้านบาท

“แคลิฟอร์เนียเคยเป็นดินแดนแห่งโอกาสและตอนนี้มัน…กลายเป็นดินแดนที่มีกฎเกณฑ์เยอะแยะ มีการฟ้องร้องดำเนินคดีมากมาย เก็บภาษีมากเกินไป” มัสก์เผยกับ Babylon Bee “มันยากมากขึ้นที่จะทำอะไรให้สำเร็จในแคลิฟอร์เนีย”

Patrick Pleul/Pool via Reuters//File Photo

สิงคโปร์ตามรอยไทย เลิกระบบเข้าประเทศด่วน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/671255

วันที่ 22 ธ.ค. 2564 เวลา 12:05 น.สิงคโปร์ตามรอยไทย เลิกระบบเข้าประเทศด่วนสิงคโปร์ยกเลิกมาตรการเข้าเมืองแบบไม่ต้องกักตัว สกัดเชื้อโอมิครอน

วันนี้ (22 ธ.ค.) สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่ารัฐบาลสิงคโปร์เตรียมยกเลิกการจำหน่ายตั๋วเดินทางสำหรับเที่ยวบินและรถโดยสารขาเข้าภายใต้โครงการเดินทางปลอดการกักกัน (quarantine-free travel) เป็นเวลา 4 สัปดาห์นับตั้งแต่วันที่ 23 ธ.ค.

ก่อนหน้านี้สิงคโปร์ได้ริเริ่มโครงการ vaccinated travel lane (VTL) ซึ่งอนุญาตให้นักเดินทางจากบางประเทศที่ได้รับวัคซีนโควิด-19 ครบโดสแล้ว และเดินทางเข้าสิงคโปร์ด้วยเที่ยวบินหรือรถโดยสารที่กำหนด ไม่ต้องเข้าสู่กระบวนการกักตัว แต่ต้องได้รับการตรวจหาเชื้อโควิด-19

ซึ่งมี 24 ประเทศที่อยู่ในโครงการนี้รวมถึงออสเตรเลีย อินเดีย มาเลเซีย สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา

แต่ล่าสุดจะไม่มีการจำหน่ายตั๋วเดินทางดังกล่าวแล้วตั้งแต่วันที่ 23 ธ.ค. ไปจนถึง 20 ม.ค. หมายความว่านักเดินทางทุกคนที่เข้าสู่สิงคโปร์ต้องเข้าสู่กระบวนการกักตัว

ทั้งนี้ นักเดินทางที่มีตั๋วเดินทางอยู่แล้วสามารถเดินทางเข้าสิงคโปร์ภายใต้โครงการ VTL ได้ โดยหลังจากวันที่ 20 ม.ค. รัฐบาลสิงคโปร์จะลดโควตาจำหน่ายตั๋วเดินทางปลอดการกักกันภายใต้โครงการ VTL ลงเหลือ 50%

นอกจากนี้รัฐบาลยังเรียกร้องให้ผู้ที่เดินทางมาถึงสิงคโปร์ลดปฏิสัมพันธ์ทางสังคม หลีกเลี่ยงการพบปะสังสรรค์ขนาดใหญ่ เลี่ยงการรับประทานอาหารนอกบ้าน และตรวจหาเชื้อทุกวัน เป็นเวลา 1 สัปดาห์

กระทรวงสาธารณสุขสิงคโปร์แถลงว่ามาตรการดังกล่าวจะช่วยซื้อเวลาเพื่อทำความเข้าใจโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนให้มากยิ่งขึ้น และเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดในประเทศ ตลอดจนรักษาศักยภาพด้านการรักษาพยาบาลของสิงคโปร์ และใช้โอกาสนี้เร่งฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนรวมถึงวัคซีนเข็มกระตุ้น

สำนักข่าวบลูมเบิร์กชี้ว่าสิงคโปร์เป็นหนึ่งในประเทศที่มีการฉีดวัคซีนมากที่สุดในโลก โดย 96% ของประชาชนที่เข้าเกณฑ์ หรือ 87% ของประชากรทั้งหมดได้รับวัคซีนครบโดสแล้ว และประชากรมากกว่า 1 ใน 3 ได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้น ซึ่งสิงคโปร์จะขยายกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้นไปยังประชาชนที่มีอายุต่ำกว่า 12 ปีในวันที่ 27 ธ.ค. นี้

Photo by Roslan RAHMAN / AFP

อิสราเอลฉีดเข็ม 4 ชาติแรกของโลก พบศพแรกจาก Omicron

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/671245

วันที่ 22 ธ.ค. 2564 เวลา 10:34 น.อิสราเอลฉีดเข็ม 4 ชาติแรกของโลก พบศพแรกจาก Omicronอิสราเอลวางแผนฉีดวัคซีนเข็ม 4 หลังพบผู้เสียชีวิตจาก Omicron รายแรก

วันนี้ (22 ธ.ค.) สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่ารัฐบาลอิสราเอลวางแผนที่จะฉีดวัคซีนโควิด-19 เข็มที่ 4 ให้แก่ประชาชนที่มีอายุมากกว่า 60 ปี และกลุ่มเสี่ยง ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน

นายกรัฐมนตรีนาฟตาลี เบนเน็ตต์ กล่าวว่าโครงการดังกล่าวถือว่าเป็นข่าวดีซึ่งจะช่วยให้อิสราเอลสามารถเอาชนะโอมิครอนซึ่งแพร่กระจายไปทั่วโลก พร้อมขอให้ประชาชนเข้ารับวัคซีนโดยเร็วที่สุด

อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจดังกล่าวยังรอการอนุมัติอย่างเป็นทางการจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอาวุโส ซึ่งหากได้รับการอนุมัติเรียบร้อยแล้วอิสราเอลจะเป็นชาติแรกของโลกที่เริ่มฉีดวัคซีนโควิดเข็มที่ 4

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่อิสราเอลยืนยันผู้เสียชีวิตรายแรกจากโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน ซึ่งเป็นชายวัย 60 ปี เสียชีวิต 3 สัปดาห์หลังจากที่เข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล โรงพยาบาลเปิดเผยว่าผู้ป่่วยมีอาการแทรกซ้อนหลายอย่าง โดยอาการป่วยส่วนใหญ่มาจากโรคประจำตัวที่มีอยู่ก่อนแล้ว

ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขอิสราเอลระบุว่าพบผู้ติดเชื้อโอมิครอนในประเทศแล้วอย่างน้อย 340 ราย ขณะที่รัฐบาลขยายการห้ามการเดินทางไปยังประเทศต่างๆ รวมทั้งสหรัฐอเมริกา เยอรมนี อิตาลี ตุรกี และแคนาดา เพื่อพยายามควบคุมการแพร่กระจายของไวรัส

Photo by JALAA MAREY / AFP