โควิด-19 กระตุ้นคนไทยห่วงสุขภาพ 9 ใน 10 คนเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/623661

โควิด-19 กระตุ้นคนไทยห่วงสุขภาพ  9 ใน 10 คนเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น

วันพุธ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้ผู้บริโภคหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้นอย่างชัดเจน ผลการสำรวจในระดับโลกที่จัดทำขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ โดยแอมแวย์ โกลบอล บริษัทขายตรงระดับโลกด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี (Health & Wellness) และเดอะ โลจิต กรุ๊ป (The Logit Group) ชี้ให้เห็นถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปในช่วงเวลากว่า 18 เดือนที่ผ่านมา โดยคนไทยจะแสดงออกถึงความกังวลและความมุ่งมั่นในเรื่องสุขภาพมากกว่าชาติอื่น

การสำรวจดังกล่าวมาจากความเห็นของผู้เข้าร่วมการสำรวจมากกว่า 8,000 คน จาก 8 ประเทศ ซึ่งรวมถึงคนไทยจำนวน 1,025 คน โดยพบว่าผู้เข้าร่วมการสำรวจทั่วโลกมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี (Health & Wellness) ไปในทางที่ดีขึ้น โดย 88% ของคนไทยที่เข้าร่วมการสำรวจกล่าวว่า พวกเขาพยายามดูแลสุขภาพในปัจจุบันให้ดีขึ้น และ 73% กล่าวว่าพวกเขาทำเพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต และขณะเดียวกัน ผู้บริโภคยังหาวิธีเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงขึ้น โดย 87% ของคนไทยที่เข้าร่วมการสำรวจกล่าวว่า พวกเขารับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีเป็นประจำ

ผู้บริโภคคาดหวังถึงความโปร่งใสเกี่ยวกับแหล่งที่มาของผลิตภัณฑ์และวิธีการผลิต ผู้บริโภคในกลุ่มผู้ใหญ่มีความกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับชนิดของผลิตภัณฑ์ที่ตนเองบริโภค และผู้เข้าร่วมการสำรวจคนไทยจำนวนเกือบ 3 ใน 4 คน (คิดเป็น 73%/ ค่าเฉลี่ยของโลก 66%) กล่าวว่าการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ถึงแหล่งที่มาของผลิตภัณฑ์ หรือการได้รู้ว่าผลิตภัณฑ์และส่วนผสมที่ใช้นั้นมาจากที่ไหน เป็นปัจจัยสำคัญในการพิจารณาเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ คนไทยเกือบ9 ใน 10 คน (คิดเป็น 89%/ ค่าเฉลี่ยของโลก 69%) กล่าวว่าพวกเขาจะมีความเชื่อมั่นในบริษัทมากขึ้นถ้าผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของบริษัทนั้นๆ สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ง่าย โดยกลุ่มผู้ใหญ่มักจะมองหาตราประทับรับรองที่เชื่อถือได้เมื่อซื้อผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี (คนไทย 85%/ค่าเฉลี่ยของโลก 70%) หรือต้องการทราบว่าผลิตภัณฑ์มีการทดสอบเรื่องความปลอดภัยอย่างไร (คนไทย 76% / ค่าเฉลี่ยของโลก 64%)

นายกิจธวัช ฤทธีราวี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “จากผลสำรวจระดับโลกชิ้นนี้ยืนยันถึงความต้องการเรื่องความปลอดภัย ความโปร่งใส และการตรวจสอบย้อนกลับ (traceability) ของผู้บริโภค ซึ่งเป็นผลมาจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยคนไทยแสดงออกถึงความกังวลและความมุ่งมั่นในเรื่องสุขภาพมากกว่าชาติอื่นแอมเวย์เชื่อว่าผู้บริโภคควรได้รู้ว่าผลิตภัณฑ์ที่พวกเขาบริโภคมีส่วนผสมอะไรบ้าง โดยผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนิวทริไลท์จากแอมเวย์ซึ่งได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคชาวไทย สร้างยอดขายเกือบ 70% ของยอดขายรวมของบริษัท เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งที่มาของส่วนผสมจากพืชธรรมชาติ ตั้งแต่เมล็ดพันธุ์จนมาเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ซึ่งช่วยให้ผู้บริโภคมีความมั่นใจถึงความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ”

สำหรับนิวทริไลท์ซึ่งเป็นแบรนด์วิตามินและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีกระบวนการตรจสอบย้อนกลับ 9 ขั้นตอนอย่างพิถีพิถัน โดยเริ่มตั้งแต่ระดับฟาร์มเพาะปลูกส่วนผสมจากพืชธรรมชาติ ซึ่งเป็นฟาร์มออร์แกนิคที่ได้รับการรับรองของแอมเวย์และฟาร์มพันธมิตร รวมถึงขั้นตอนอื่นๆ ทุกขั้นตอนในวงจรการผลิต ตั้งแต่การคัดสรรส่วนผสมไปจนถึงการบรรจุผลิตภัณฑ์ ซึ่งมีการจัดทำระบบเอกสารเพื่อพิสูจน์ว่าผลผลิตทางการเกษตรแต่ละชนิดผ่านการปลูกโดยเป็นไปตามมาตรฐานคุณภาพของแอมเวย์และข้อกำหนดด้านการเกษตรแบบยั่งยืน และยังสอดคล้องกับความมุ่งมั่นเอาใจใส่ต่อความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานและชุมชนโดยรอบ

Plantae สตาร์ทอัพPlant Based ไทยหัวใจสีเขียว ชวนเชคเปลี่ยนโลก หาเงินสนับสนุน WWF

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/623653

Plantae สตาร์ทอัพPlant Based ไทยหัวใจสีเขียว ชวนเชคเปลี่ยนโลก หาเงินสนับสนุน WWF

วันพุธ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

สตาร์ทอัพ Plant based ไทยหัวใจสีเขียว อย่าง Plantae (แพลนเต้) แบรนด์เครื่องดื่มทางเลือกโปรตีนจากพืช ที่มีส่วนประกอบหลักจากพืช 5 ชนิด ได้แก่ ถั่วลันเตาคัดพิเศษ, ข้าวออร์แกนิค, ถั่วเหลือง, เมล็ดฟักทอง และ เมล็ดทานตะวัน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรักสุขภาพและเทรนด์การบริโภค Plant based ที่มาแรงไปทั่วโลกเปิดตัว ReEarth แคมเปญ CSR แนวใหม่ ที่ใช้อินเตอร์แอ๊กทีฟมาเพิ่มสีสันให้การช่วยเหลือสิ่งแวดล้อมไม่น่าเบื่อ เพื่อหารายได้สนับสนุน องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล หรือ WWF องค์การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศ เพื่อยับยั้งการทำลายสิ่งแวดล้อม และรณรงค์ให้มนุษย์อยู่ร่วมกับธรรมชาติ โดยการจัดทำ แก้วเชครักษ์โลก รุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น “ShakerReEarth”พร้อมเว็บไซต์อินเตอร์แอ๊กทีฟบนเว็บไซต์ http://www.plantae.co เพื่อตอกย้ำความตั้งใจของแบรนด์ที่ว่า “We don’t just provide food, We save lives”

โดยแก้วเชครักษ์โลก “ShakerReEarth”ผลิตจากฟางข้าวสาลีนำมาผสมกับวัสดุจาก PP Food Grade ด้วยนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยทางแบรนด์ดีไซน์สัญลักษณ์รูปหมีแพนด้า ซึ่งเป็นสัญลักษณ์หนึ่งในสัตว์ป่าหายากใกล้สูญพันธุ์ที่ทั่วโลกให้ความสำคัญในการอนุรักษ์ พร้อมข้อความ “EARTH IN YOUR HANDS”เพื่อย้ำเตือนถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการกระทำของพวกเราทุกคน ซึ่งแก้วเชครักษ์โลกรุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่นนี้มีจำนวนจำกัดเพียง 3,000 ใบ จำหน่ายราคาใบละ990 บาท โดยทุกๆ 100 บาท ต่อ 1 การสั่งซื้อ จะมอบให้กับ WWF เพื่อนำไปปลูกต้นไม้ 1,000 ต้น เพื่อปกป้องผืนป่า เพื่อระบบนิเวศและบ้านที่อบอุ่นของเหล่าสัตว์ป่า พร้อมสนับสนุนให้มนุษย์อยู่ร่วมกับธรรมชาติ

สำหรับอินเตอร์แอ๊กทีฟ “Shake ReEarth” ที่จัดขึ้นบนเว็บไซต์ ww.plantae.co โดยหยิบเอาแก้ว Shaker มาเป็นกิมมิกในการสื่อสาร เพียงแค่เขย่าก็จะได้รับรู้ข้อมูลว่าการทานโปรตีนจากพืชของ Plantae เพียง 1 scoop คุณก็สามารถช่วยสิ่งแวดล้อมได้ ทั้งลดการใช้น้ำ 270 แกลลอน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 96% และช่วยชีวิตไก่ 0.22 ตัว และลดการใช้พื้นที่ 7.11 ตารางเมตร ซึ่งสามารถเพิ่มพื้นที่การปลูกป่าไม้ ได้ 5.4 ต้นเลยทีเดียว พร้อมส่วนลดและของรางวัลจากแบรนด์มากมาย

หนึ่งในอินฟลูเอนเซอร์สายกรีน อย่าง ศิลปินสายสตรีทอาร์ต เนะ-อโณทัย นิรุตติเมธี เผยเคล็ดลับดูแลสุขภาพควบคู่กับรักษ์โลกว่าเราสามารถดูแลสุขภาพควบคู่รักษาสิ่งแวดล้อมได้เพียงเริ่มลงมือทำตอนนี้พยายามทานเนื้อสัตว์ให้น้อยลง เลือกทานโปรตีนที่มาจากพืชเพราะชอบออกกำลังกาย การทานโปรตีนให้เพียงพอก็มีผลต่อการสร้างกล้ามเนื้อ ส่วนเรื่องปัญหาสิ่งแวดล้อม เนะเริ่มจากการค่อยๆ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น ลดการใช้หลอด พกน้ำขวดใหญ่ๆ เมื่อต้องออกนอกบ้าน เพื่อลดขยะจากขวดน้ำพลาสติก และยังทำให้เรารู้ว่าในหนึ่งวันดื่มน้ำถึง 3 ลิตรหรือไม่ เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น หากไปดำน้ำก็เลือกใช้ครีมกันแดด ครีมทาผิว ที่ไม่มีพิษต่อสัตว์น้ำ และด้วยสายงานเกี่ยวกับวาดภาพก็จะใช้กระดาษ 2 หน้าอย่างคุ้มค่า รวมถึงการแยกขยะอย่างถูกต้องเพื่อง่ายต่อการนำไปรีไซเคิล

แนนซี่-นัยน์ภัค ภูมิภักดิ์อินฟลูเอนเซอร์ด้านการท่องเที่ยวและการดำน้ำ กล่าวว่า วิธีการดูแลสุขภาพง่ายที่สุด คือ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ทานอาหารให้ครบ5 หมู่ใน 1 วัน ช่วงไหนที่ทำงานหนัก หรือเล่นกีฬาค่อนข้างหนัก เช่น เล่นเซิร์ฟก็จะเน้นเสริมวิตามิน และทานโปรตีนเสริม เนื่องจากโปรตีนจะช่วยควบคุมการทำงานของอวัยวะต่างๆ ให้ทำงานได้เป็นปกติ ยังช่วยรักษาสมดุลของปริมาณน้ำตาลในเลือด แต่ทั้งนี้เวลาจะเลือกซื้อไม่ว่าจะเป็นของกินของใช้จะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากธรรมชาติ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือพยายามใช้พลาสติกให้น้อยที่สุด แต่หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็จะดูว่ามีพลาสติกแบบไหนที่นำกลับมาใช้ซ้ำได้หรือไม่ และพยายามพกกระติกน้ำทุกวันไว้ให้เป็นนิสัย จะได้ลดการใช้พลาสติกได้อย่างแท้จริง เพราะปัญหาขยะพลาสติก ไมโครพลาสติกในท้องทะเล คือปัญหาใหญ่ที่เราทุกคนต้องช่วยกันแก้ไข สัตว์น้ำจำนวนมากต้องตายเพราะกินขยะพลาสติกเข้าไป

มาร่วมเปลี่ยนโลกกับ Plantae ในแคมเปญ “Shake ReEarth” ได้ที่ www.plantae.co ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 ธันวาคม 2564 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook, Line official : @plantae.life

แนะตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในทุกช่วงวัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/623663

แนะตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในทุกช่วงวัย

วันพุธ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

การดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ นับเป็นหัวใจสำคัญของการเดินหน้าไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดี“การตรวจสุขภาพประจำปี” จึงเป็นหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะนำไปสู่เป้าหมาย โดยการตรวจสุขภาพสามารถทำได้ในทุกช่วงวัย ทั้งการตรวจทั่วไป และการตรวจในผู้ที่มีความเสี่ยง ซึ่งการตรวจสุขภาพมีข้อดีอย่างมากในการช่วยวินิจฉัยโรคบางโรคที่อาจจะไม่แสดงอาการผิดปกติ เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ เป็นต้น

เพื่อความรู้และความเข้าใจที่ครบถ้วน นพ.วีรยุทธ ตะโนรี แพทย์เฉพาะทางด้านเวชปฏิบัติทั่วไป ศูนย์ตรวจสุขภาพ โรงพยาบาลนวเวช ได้อธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับความสำคัญของการตรวจสุขภาพ ทั้งในแง่ของประโยชน์ในการตรวจสุขภาพ รวมไปถึงความเหมาะสมของการตรวจสุขภาพของบุคคลในแต่ละช่วงวัย โดยสามารถแบ่งการตรวจตามช่วงอายุได้ 4 กลุ่ม ดังนี้ กลุ่มที่ 1 วัยเด็ก จะเน้นไปทางการเจริญเติบโต พัฒนาการ ตลอดจนการฉีดวัคซีน ซึ่งจะประเมินโดยกุมารแพทย์ กลุ่มที่ 2 ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์สำหรับการตรวจสุขภาพกับสูตินรีแพทย์เพื่อดูแลสุขภาพของแม่ และทารกในครรภ์ให้แข็งแรงจนกระทั่งถึงเวลาคลอด

กลุ่มที่ 3 วัยทำงานหรือวัยผู้ใหญ่ การตรวจสุขภาพประจำปีในกลุ่มวัยทำงาน คือผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 18-60 ปี จะเป็นการตรวจสภาพของร่างกาย เพื่อค้นหาโรคต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในร่างกาย จะแบ่งการตรวจเป็น 2 ประเภท ดังนี้ การตรวจสุขภาพทั่วไป เพื่อค้นหาโรคที่เกิดขึ้นที่ยังไม่แสดงอาการ โดยขั้นตอนการตรวจสุขภาพนั้น ประกอบด้วยการวัดความดันโลหิต การวัดชีพจร การวัดอัตราการหายใจ วัดส่วนสูงชั่งน้ำหนัก การตรวจเลือด (ได้แก่ ระดับน้ำตาล ระดับไขมัน การทำงานของไต การทำงานของตับ เป็นต้น) การตรวจเอกซเรย์ทรวงอก การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ การตรวจอัลตร้าซาวนด์ช่องท้อง การตรวจปัสสาวะ เป็นต้น นอกจากนี้การตรวจสุขภาพยังครอบคลุมถึงการแนะนำเรื่องการฉีดวัคซีนต่างๆ ตามความจำเป็นของแต่ละบุคคลด้วยการตรวจสุขภาพเพื่อตรวจตามปัจจัยเสี่ยงการตรวจด้วยเครื่องมือพิเศษอื่นๆ เพื่อหาโรคที่มีโอกาสเกิดได้มากกว่าบุคคลทั่วไป เนื่องจากปัจจัยดังต่อไปนี้ ประวัติทางสุขภาพในอดีต, ประเภทของงานและลักษณะงานที่ทำ, โรคประจำตัวในครอบครัว, โรคมะเร็งในครอบครัว โดยการตรวจจะใช้เครื่องมือพิเศษอื่นๆเช่น การตรวจคัดกรองมะเร็ง ด้วยอัลตร้าซาวนด์, ส่องกล้องกระเพาะอาหารและลำไส้, CT Scan, MRI, แมมโมแกรม,การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง และการทดสอบสมรรถภาพหัวใจโดยการเดินสายพาน เป็นต้น

กลุ่มที่ 4 ผู้สูงอายุ กลุ่มผู้สูงอายุคือ อายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป เนื่องจากการทำงานของอวัยวะต่างๆ ในร่างกายมีความเสื่อมถอยลงไป เช่น การตรวจการได้ยิน, การตรวจตา, การตรวจมวลกระดูก เป็นต้น

ประโยชน์ของการตรวจสุขภาพ การตรวจสุขภาพ มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้บริการตรวจแก่ผู้ที่ยังไม่มีอาการผิดปกติใดๆ หรือมีความผิดปกติเพียงเล็กน้อย ซึ่งอาการแสดงไม่ชัดเจน นอกจากนี้โรคบางโรคอาจไม่แสดงอาการผิดปกติใดๆ เลย เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันในหลอดเลือด โรคไตเสื่อมในระยะเริ่มต้นโรคตับอักเสบ โรคหัวใจ และ โรคมะเร็งบางชนิด เป็นต้น

เพราะฉะนั้น การตรวจสุขภาพจึงช่วยวินิจฉัยและรักษาโรคบางโรคได้ในระยะเริ่มต้น เพื่อเป็นประโยชน์ในการรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มแรกของโรค ทำให้ได้ผลในการรักษาที่ดี ลดความรุนแรง ภาวะแทรกซ้อน หรือความพิการต่างๆ ที่อาจเกิดจากโรคบางโรคได้ ซึ่งนอกจากการตรวจสุขภาพประจำปี และตรวจด้วยเครื่องมือพิเศษดังที่กล่าวมาข้างต้น เพื่อค้นหาโรคที่ยังไม่แสดงอาการ หรือติดตามความเสื่อมถอยของอวัยวะนั้นๆ นอกจากนี้ ควรมีการตรวจตา และตรวจการได้ยินเพิ่มเติมอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพ สามารถขอรับคำปรึกษาได้ที่โรงพยาบาลนวเวช โทร.02-4839999 หรือ HYPERLINK “http://www.navavej.com/”www.navavej.com

Life & Health : หยุดนี้พาลูกหลานไปเรียนรู้ที่สวนสัตว์ดีกว่า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/623664

Life & Health : หยุดนี้พาลูกหลานไปเรียนรู้ที่สวนสัตว์ดีกว่า

วันพุธ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ใกล้ช่วงเทศกาลวันหยุดยาวทั้งคริสต์มาสและปีใหม่ คุณพ่อคุณแม่หลายคนคงกำลังวางแผนว่าจะพาลูกไปเที่ยวไหนดีช่วงที่มีวันหยุดต่างๆ วัยเด็กเป็นวัยที่ควรได้เรียนรู้ทักษะชีวิต สิ่งแวดล้อมและเก็บเกี่ยวประสบการณ์นอกรั้วโรงเรียนกับครอบครัว การเปิดโลกทรรศน์จะช่วยให้ ลูกน้อยเติบโตมาฉลาดรอบด้านอย่างสมวัย พ่อและแม่สามารถกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ของลูกได้จากการพาเขาไปสัมผัสกับสิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัวที่หลากหลาย เช่น เมื่อไปสวนสัตว์ พิพิธภัณฑ์ หรือท่องเที่ยวตามธรรมชาติ เพราะการเปลี่ยนสถานที่ทำกิจกรรมประจำวันนอกจากจะได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ จากการสังเกต ซักถามในสิ่งที่สงสัยจนได้คำตอบแล้วยังสร้างแรงบันดาลใจให้ลูกรู้สึกตื่นเต้น อยากค้นหาและได้ประสบการณ์ที่แตกต่างมากขึ้น ถือเป็นการฝึกจินตนาการและต่อยอดการเรียนรู้แบบไม่สิ้นสุด

วันหยุดยาว นับเป็นช่วงเวลาความสุขที่เด็กๆ ต่างเฝ้ารอ เพราะนอกจากจะได้หยุดพักจากการเรียนแล้ว ยังสามารถทำสิ่งต่างๆ ตามใจตัวเองได้ ไม่ว่าจะเป็นนอนตื่นสาย ไม่ต้องรีบเข้านอน ได้เล่นเกม ได้ไปเที่ยว ฯลฯ แต่พ่อแม่หลายคนกลับรู้สึกไม่สนุกสักเท่าไร ต้องหาวิธีการรับมือกับช่วงเวลาว่างๆ ของลูกให้ดี ไม่เช่นนั้นวันๆเขาก็จะขลุกอยู่กับโทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ หรือเกมอย่างเดียว

ถ้าพูดถึง “สวนสัตว์” หลายคนคงนึกถึงแค่สถานที่มีสัตว์เลี้ยงในกรงเท่านั้น ในความเป็นจริงสวนสัตว์เป็นแหล่งเรียนรู้ชั้นดีของเด็กๆ และเป็นที่ๆ ครอบครัวจะได้ใช้เวลาร่วมกันอีกด้วย ในต่างประเทศสวนสัตว์จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวของทั้งในกลุ่มเด็ก วัยรุ่น ผู้ใหญ่ รวมทั้งนักท่องเที่ยวด้วย

ในประเทศไทย องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ มีหน้าที่รับผิดชอบในเรื่องการจัดหา รวบรวมสัตว์ป่านานาชนิด การให้การศึกษา การอนุรักษ์และขยายพันธุ์ การวิจัย และการจัดสวนสัตว์ให้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชนทั่วไป ปัจจุบันมีสวนสัตว์อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบ คือ สวนสัตว์เปิดเขาเขียว สวนสัตว์นครราชสีมา สวนสัตว์เชียงใหม่ สวนสัตว์สงขลา สวนสัตว์อุบลราชธานี สวนสัตว์ขอนแก่น และโครงการคชอาณาจักร จ.สุรินทร์ ปัจจุบันสวนสัตว์ขององค์การฯ เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่ 08.00-18.00 น. ด้วยความมั่นใจปลอดภัยด้วยมาตรฐานSHA+ นักท่องเที่ยวชมสวน สวมแมส เว้นระยะห่างเช็คอินไทยชนะ หมั่นล้างมือ

สวนสัตว์เปิดเขาเขียว เป็นสวนสัตว์แห่งการเรียนรู้ที่สมบูรณ์ อยู่ที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี สวนสัตว์ มีธรรมชาติอันบริสุทธิ์ มีสัตว์ป่าจากทุกมุมโลกกว่า 8,000 ตัว 300 ชนิดพันธุ์ไว้ให้ศึกษาและยังเป็นศูนย์รวมสัตว์นานาชนิดที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียอาคเนย์ คุณพ่อคุณแม่สามารถพาเด็กๆเข้าชมสัตว์ได้อย่างใกล้ชิดกับตัวแทนสัตว์ป่าจากทวีปต่างๆ ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่านี้ สวนสัตว์เปิดเขาเขียวเตรียมส่งความสุขต้อนรับสู่ศักราชใหม่ 2565 ร่วมเปิดประสบการณ์ใหม่ด้วยการสัมผัสชีวิตและพฤติกรรมสัตว์ป่าในยามค่ำคืน อย่างใกล้ชิด เช่นเดียวกับการเข้าชมยามกลางวัน ภายใต้ชื่อ “Khao Kheow Night Zoo” โดยสวนสัตว์เปิดเขาเขียว ปรับโฉมไนท์ซาฟารี สู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวยามค่ำคืนให้มาสัมผัสชีวิตสัตว์ต่างๆในยามค่ำคืนได้มากขึ้น เป็นการเปิดมิติใหม่ในการท่องเที่ยวสวนสัตว์เปิดในยามค่ำคืน ตื่นตาตื่นใจกับสัตว์ป่านานาชนิด เช่น ฝูงกวางดาว กวางป่า เนื้อทราย ที่ออกหากินตามธรรมชาติ สัมผัสชีวิตสัตว์ที่ออกหากินในเวลากลางคืนนักท่องเที่ยวจะพบกับอีกหนึ่งมุมมองของชีวิตสัตว์ที่ต่างไปจากในเวลากลางวัน เช่น คุณแฟลชสลอตสองนิ้ว เซเลบฯชื่อดังของสวนสัตว์ที่หลับในเวลากลางวัน โทร.096-9742546

สวนสัตว์เชียงใหม่ มีศูนย์จัดแสดงสัตว์นานาชนิดกว่า 7,000 ตัว ที่พร้อมรอให้ทุกคนในครอบครัวมาสัมผัส สวนสัตว์นี้ มีสัตว์เด่นและกิจกรรม อาทิ ความน่ารักของแพนด้า ตำแหน่งเป็นถึงทูตสันถวไมตรีจากสาธารณรัฐประชาชนจีน ศูนย์จัดแสดงนกเพนกวิน ศูนย์เลี้ยงแมวน้ำเคปเฟอร์ซีล ศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำครบวงจรแห่งแรกและแห่งเดียวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Chiangmai Zoo & Chiangmai Zoo Aquarium รับปีใหม่พบกับกิจกรรม “ประตูทะลุมิติ ต้อนรับปีเสือ” สัมผัสกับชีวิตความเป็นอยู่ของสัตว์นักล่าอย่างใกล้ชิด รูปแบบ Close encounter ใกล้ชิดเหมือนได้สัมผัส มีส่วนจัดแสดงใหม่ของเสือจากัวร์ เสือโคร่ง เสือดำ และสิงโต กิจกรรมส่งเสริมพฤติกรรมสัตว์ สนใจโทร. 053-221179

สวนสัตว์ขอนแก่น แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือส่วนการศึกษาและส่วนจัดแสดงสัตว์ โดยพื้นที่ส่วนการศึกษาจัดให้เป็นแหล่งเรียนรู้และศึกษา ทางด้านการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าหายาก เป็นศูนย์วิจัย เพาะเลี้ยง และเป็นการท่องเที่ยวแบบอัธยาศัย รวมทั้งกิจกรรมการเดินป่าศึกษาธรรมชาติ กิจกรรมโครงการนักเรียนเข้าเรียนรู้ในสวนสัตว์ โครงการแคมป์ปิ้ง โครงการกิจกรรมค่ายลูกเสือและยุวกาชาด รวมถึงศูนย์ประชุมสัมมนา สวนสัตว์นี้มีสัตว์ที่จัดแสดงทั้งหมด 118 ชนิด ประมาณ 1,155 ตัว กิจกรรมที่ถือว่าเป็นไฮไลท์ของสวนสัตว์ขอนแก่น คือ ป้อนอาหารให้กับกวางที่ทุ่งแสนกวาง นอกจากนี้ยังได้สัมผัสกับวิวทิวทัศน์ที่แตกต่างไปจากที่อื่นโดยการชมสัตว์แอฟริกาแบบมุมสูง 360 องศา กับสะพาน Sky Walk Flora View Season #3 พร้อมชมพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า พระอาทิตย์ตกยามเย็นกับหมู่มวลดอกไม้นานาชนิดกับสวนดอกไม้ลอยฟ้าที่ประดับประดาอยู่บน Sky Walk แห่งนี้ด้วยบรรยากาศอบอุ่นให้ครอบครัวที่มาในช่วงเทศกาลนี้ โทร.086-4594192

สวนสัตว์อุบลราชธานี ตั้งอยู่ในพื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติดงฟ้าห่วน อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ห่างจากตัวจังหวัด 12 กิโลเมตร มีพื้นที่จำนวน 1,217 ไร่ โดยวางรูปแบบของสวนสัตว์อุบลให้เป็น Jungle Park มีส่วนจัดแสดงสัตว์ที่เปิดให้บริการให้นักท่องเที่ยวได้ชม เช่น ส่วนจัดแสดงสัตว์กีบไทย, สัตว์กีบต่างประเทศ, สิงโตแอฟริกา, สิงโต,เสือโคร่งขาว, เสือโคร่งอินโดจีน, จระเข้น้ำจืด,เสือดำ-ดาว, สัตว์แอฟริกา, สัตว์ขนาดเล็ก (มินิซู), ม้า เป็นต้น ยังมีโซนนก ที่มีกรงนกขนาดใหญ่ให้เราเข้าไปเดินเล่น ส่องนกได้ ในช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่พบกิจกรรมมากมาย ฟังเพลงบรรเลง ดนตรีในสวนมีธีมเหล่าขบวนโจ๊กเกอร์จัดกิจกรรมรองรับนักท่องเที่ยว อาทิ ชม Feeding show เพนกวิน และเสือโคร่งอินโดจีน พร้อมป้อนอาหารสัตว์นักล่า เพนกวิน เต่ายักษ์ และยีราฟแบบใกล้ชิด โทร.093-3209369

สวนสัตว์สงขลา จัดกิจกรรมรองรับนักท่องเที่ยวในจังหวัดสงขลา จังหวัดใกล้เคียงและชาวต่างชาติได้ชม เช่น สมเสร็จ กระจง อูฐ ลามา ยีราฟ หมี เสือ ลิง ชะนีกวาง ละมั่ง เก้ง นกสวยงาม เช่น นกแก้ว นกมาร์คอว์ นกคาสโชวารี นกฟลามิงโกและสัตว์อื่นๆ อีกมากมาย จัดกิจกรรมเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ โดยมีกิจกรรมที่นอกเหนือจากการแสดงความสามารถของสัตว์ต่างๆ แล้วยังมีการแต่งกายแฟนซีสร้างสีสันรับคริสต์มาส พาเหรดเพนกวินในชุดซานตาคลอส การป้อนอาหารสัตว์ในโครงการอุปถัมภ์สัตว์ป่า กิจกรรมไลฟ์ แอนด์ แชร์ รับของที่ระลึก ซุ้มต้อนรับนักท่องเที่ยว มาสคอตแดนซ์และการแจกของรางวัลพิเศษในกิจกรรม “มิสเตอร์จ้อน ชวนเที่ยวแจกกล่องสุ่ม ลุ้นรับของขวัญวันปีใหม่”โทร.074-598555

ช่วงเวลาที่เด็กจะได้มีโอกาสพักผ่อนและได้เรียนรู้ทักษะชีวิต สิ่งแวดล้อมและเก็บเกี่ยวประสบการณ์นอกรั้วโรงเรียน ทำให้เติบโตมาฉลาดรอบด้านอย่างสมวัย มากกว่าใช้ชีวิตวัยเด็กแบบเครียดๆ เพียงเพื่อให้มีชีวิตที่ประสบความสำเร็จ

ผศ.(พิเศษ)ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์

ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ

กลุ่มเซ็นทรัล ส่งพลังใจให้ผู้ป่วยมะเร็งในสตรี มอบเครื่องอัลตราซาวนด์ และวิกผมแท้ ในโครงการ Women Cancer

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/623618

กลุ่มเซ็นทรัล ส่งพลังใจให้ผู้ป่วยมะเร็งในสตรี  มอบเครื่องอัลตราซาวนด์ และวิกผมแท้ ในโครงการ Women Cancer

วันพุธ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เพราะ “กำลังใจ” จากตนเองและคนรอบข้าง คือมวลพลังที่ทำให้ผู้ป่วยมะเร็งยิ้มสู้โรคร้าย จากข้อมูลสถาบันมะเร็งแห่งชาติ พบว่า มีผู้หญิงไทยเป็นมะเร็งเต้านมรายใหม่ วันละ 47 คน หรือสูงถึง17,043 คนต่อปี และเสียชีวิตถึงปีละ 4,654 คน ด้วยเหตุนี้การตรวจคัดกรองโรคเบื้องต้น เพื่อเข้าสู่กระบวนการรักษาอย่างทันท่วงทีจึงเป็นสิ่งจำเป็น ขณะที่ผู้ป่วยมะเร็งระยะลุกลามอาจต้องรักษาด้วยการทำเคมีบำบัด ซึ่งมักเกิดผลข้างเคียงคือเส้นผมหลุดร่วง ทำให้ขาดความมั่นใจในการใช้ชีวิต ดังนั้นการได้รับวิกผมแท้จึงช่วยเสริมสร้างบุคลิกภาพและรอยยิ้มให้กับผู้ป่วยอีกครั้ง

บุษบา จิราธิวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายสื่อสารองค์กร กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า กลุ่มเซ็นทรัลและบริษัทในเครือ ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความเท่าเทียมให้ผู้หญิงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2548 โดยเฉพาะกลุ่มมะเร็งในสตรี ภายใต้ โครงการ WomenCancer หนึ่งในโครงการเพื่อสังคมหลัก “เซ็นทรัล ทำ” โดยล่าสุดเราได้ระดมทุนจากบริษัทในเครือ นำโดย เซ็นทรัล รีเทล, เซ็นทรัลพัฒนา, คู่ค้า,ลูกค้า และพนักงาน ระหว่างเดือนมิ.ย.-ธ.ค.2564 ผ่านช่องทางต่างๆ อาทิ กล่องรับบริจาค, กิจกรรมส่งเสริมการตลาด, คะแนน The 1 และอื่นๆ นำมาจัดซื้อเครื่องอัลตราซาวนด์เคลื่อนที่ สำหรับตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม ในโรงพยาบาลต่างจังหวัดให้กับมูลนิธิถันยรักษ์ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนี ซึ่งเราเล็งเห็นว่าการตรวจพบมะเร็งเต้านมในระยะเริ่มต้นและรีบเข้าสู่กระบวนการรักษาจะมีโอกาสหายขาดได้ถึง 95%

นอกจากนี้เราเข้าใจดีว่า เส้นผมและผู้หญิงเป็นของคู่กัน ดังนั้นในกลุ่มผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการรักษาด้วยเคมีบำบัด มักได้รับผลข้างเคียงของเส้นผมที่หลุดร่วง ทำให้รู้สึกว่ารูปลักษณ์ภายนอกของตนเองผิดแปลกไป ขาดความมั่นใจในการดำเนินชีวิตประจำวัน ซึ่งวิกผมแท้มักมีราคาค่อนข้างสูง และอาจเป็นภาระสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง กลุ่มเซ็นทรัล จึงร่วม คืนความมั่นใจและเสริมสร้างคุณภาพชีวิต ที่ดีขึ้นให้คนไข้มะเร็ง ด้วยการร่วมมือกับ มูลนิธิจากนางฟ้าถึงคุณวันใหม่ ภายใต้การดูแลของ ดร.อรณัฏฐ์ นครศรี เชิญชวนให้ผู้สนใจร่วมกันปันเส้นผมสุขภาพดี เพื่อนำมาทอเป็น วิกผมแท้จากฝีมือของกลุ่มผู้เปราะบางทางสังคม ซึ่งสามารถรวบรวมเส้นผมมาทอเป็นวิกผมได้ทั้งสิ้น 70 วิก มอบให้กับผู้ป่วยมะเร็งที่รักษาด้วยเคมีบำบัด ผ่านหน่วยเคมีบำบัดและให้เลือด โรงพยาบาลศิริราช อีกด้วย

ทางด้าน รศ.นพ. วิศิษฎ์ วามวาณิชย์ประธานศูนย์ถันยรักษ์ และผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช กล่าวว่า การตรวจอัลตราซาวนด์ มีบทบาทสำคัญต่อการคัดครองมะเร็งเต้านม เป็นการตรวจโดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูง มีความปลอดภัย ประมวลผลออกมาเป็นภาพผ่านทางจอคอมพิวเตอร์ ทำให้สามารถมองเห็นอวัยวะภายในได้โดยไม่ต้องผ่าตัด และประเมินความผิดปกติของก้อนในเต้านมเบื้องต้นได้ว่าเป็นถุงน้ำ, ก้อนเนื้อชนิดธรรมดา หรือก้อนเนื้อที่สงสัยว่าเป็นมะเร็ง รวมถึงอัลตราซาวนด์ยังมีบทบาทในการคัดกรองมะเร็งเต้านมในสตรีที่มีเนื้อเยื่อเต้านมหนาทึบ ซึ่งอาจทำให้มองไม่เห็นก้อนผิดปกติขนาดเล็กจากแมมโมแกรมได้

สำหรับวิธีดูแลตัวเองให้ห่างไกลจากมะเร็ง ควรหมั่นตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี และตรวจเต้านมด้วยตนเองอย่างสม่ำเสมอทุกเดือน โดยใช้ 3 นิ้ว3 สัมผัส เมื่อเจอสิ่งผิดปกติ เช่น ก้อนในเต้านม, เลือดออกที่บริเวณหัวนม ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที เพื่อตรวจวินิฉัยด้วยเครื่องแมมโมแกรมและอัลตราซาวนด์อย่างไรก็ตาม หากพบว่าตนเองเป็นมะเร็ง ควรมีสติ และรีบเข้ากระบวนการรักษาตามที่แพทย์แนะนำ เพราะการรักษาแต่เนิ่นๆจะมีโอกาสที่จะหายขาดจากโรคมะเร็งเต้านมได้

ส่วนของ นุ๊กซี่-อัญพัชญ์ วัฒนาตันติรัตน์ ได้มาแชร์ประสบการณ์การเผชิญกับมะเร็งเต้านม โดยเล่าว่า “ในฐานะที่นุ๊กเป็นผู้หญิงและต้องเผชิญกับโรคมะเร็งเต้านม นุ๊กไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นกับตัวเอง เพราะเราไม่เคยตรวจร่างกาย มะเร็งคือสิ่งที่ไกลตัวเรา ไม่น่าจะเกิดขึ้นกับเราได้ แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่เลย มะเร็งในผู้หญิงมีโอกาสเกิดขึ้นได้กับทุกคน นุ๊กอยากให้ผู้หญิงทุกคน หมั่นตรวจเช็คร่างกาย หากรู้เร็วเราจะเข้าสู่กระบวนการรักษาได้เร็ว อย่างนุ๊กตอนนี้เพิ่งเสร็จสิ้นขั้นตอนของการทำคีโม การใช้ชีวิตก็เป็นปกติ ได้รับกำลังใจจากทุกคน กำลังใจที่ได้รับเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ นุ๊กมีความสุขที่ได้ออกไปโรงพยาบาล นั่งคุยกับหลายๆ ท่านที่เป็นโรคเดียวกับนุ๊กให้กำลังใจซึ่งกันและกันทำให้เราเข้าใจในสิ่งต่างๆ มากขึ้น นุ๊กอยากส่งต่อกำลังใจให้กับผู้หญิงทุกคนที่กำลังเผชิญโรคมะเร็งอยู่ เราต้องอยู่กับโรคด้วยความเข้าใจ และไม่ยอมแพ้ แล้วเราจะพบเส้นทางความสุขที่เรากำหนดได้เอง”

ทั้งนี้กลุ่มเซ็นทรัล พร้อมเป็นกำลังใจให้ผู้ป่วยมะเร็งในสตรี ยิ้มสู้เพื่อตนเองและคนที่รักด้วยจิตใจที่เข้มแข็งต่อไป

มูลนิธิมิตซูบิชิ อิเล็คทริคไทยถ่ายทอดความรู้ ‘ห้องเรียนวิทยาศาสตร์’ผ่านระบบออนไลน์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/623659

มูลนิธิมิตซูบิชิ อิเล็คทริคไทยถ่ายทอดความรู้ ‘ห้องเรียนวิทยาศาสตร์’ผ่านระบบออนไลน์

วันพุธ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

กลุ่มบริษัท Mitsubishi Electric ในประเทศไทย เดินหน้าจัดกิจกรรม “ห้องเรียนวิทยาศาสตร์” (Science Classroom)ประจำปี พ.ศ.2564 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 โดยมี มร.ฮิโระอากิคอนโด้ รองประธานกรรมการ และ นายกริช ทองนาค กรรมการมูลนิธิมิตซูบิชิ อิเล็คทริคไทย เป็นประธานเปิดกิจกรรมในรูปแบบออนไลน์ ให้แก่เยาวชนโรงเรียนบ้านช่อผกาอำเภอชำนิ จังหวัดบุรีรัมย์ ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)

กิจกรรม “ห้องเรียนวิทยาศาสตร์” (Science Classroom) ซึ่งจัดขึ้น ณ บริษัท มิตซูบิชิ อิเล็คทริค เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด ในรูปแบบออนไลน์ ภายใต้หัวข้อ “การถ่ายเทความร้อน (Heat Transfer)” ถ่ายทอดสดสู่โรงเรียนบ้านช่อผกา อำเภอชำนิ จังหวัดบุรีรัมย์ โดยมีอาจารย์พิเชษฐ จันศรี ผู้อำนวยการ พร้อมด้วยคณะอาจารย์และนักเรียนชั้นประถมปีที่ 5 จำนวนรวมกว่า 50 คนเข้าร่วมกิจกรรม เสริมสร้างความรู้ที่ผสมผสานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนอกห้องเรียนทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ โดยมีผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิฯ ร่วมทดลองไปพร้อมกันกับน้องๆ ในหัวข้อต่างๆ อาทิ การทำความรู้จักการถ่ายเทความร้อนแบบง่ายๆ ผ่านวัสดุที่แตกต่างกัน เช่น ไม้ พลาสติก เหล็ก และทองแดง โดยมีฮีทไปป์ (Heat pipe) หรือท่อความร้อนชนิดแบน เป็นวัสดุที่ใช้ในการถ่ายเทความร้อน, ร่วมสังเกตปฏิกิริยาของ Love Thermometer ที่เปลี่ยนแปลงไปตามอุณหภูมิของร่ายกาย และสนุกกับกังหันมหัศจรรย์ที่หมุนได้โดยใช้การถ่ายเทความร้อนจากน้ำร้อน เป็นต้น โดยสอดแทรกสาระความรู้ใกล้ตัวด้านต่างๆ ที่เข้าใจง่าย เพื่อให้น้องๆ ได้เห็นเป็นรูปธรรมได้อย่างชัดเจนนับเป็นกิจกรรมการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ผ่านการทดลองจริงที่สนุกและเข้าใจง่าย ปลูกฝังให้เด็กรุ่นใหม่รักการเรียนรู้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนอกห้องเรียนมากยิ่งขึ้น

นายกริช ทองนาค กรรมการ มูลนิธิมิตซูบิชิอิเล็คทริคไทย กล่าวว่า “ทางมูลนิธิมิตซูบิชิ อิเล็คทริคไทยได้ให้การสนับสนุนโรงเรียนบ้านช่อผกา ผ่านโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนาโดยความร่วมมือกับมูลนิธิมีชัย วีระไวทยะ เมื่อสองปีที่ผ่านมา (พ.ศ.2563-2564)และได้ติดตามความก้าวหน้าของกิจกรรมต่างๆ ในโครงการ ที่เน้นพัฒนาโรงเรียนให้เป็นศูนย์กลางการพัฒนาทักษะและคุณภาพชีวิต ทางมูลนิธิฯจึงมีความยินดีที่ได้ส่งมอบความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ผ่านกิจกรรม “ห้องเรียนวิทยาศาสตร์” พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้น้องๆได้ร่วมทดลองและเรียนรู้ในหัวข้อ “การถ่ายเทความร้อน” ร่วมกันโดยในปีนี้ได้มีการปรับรูปแบบกิจกรรมมาเป็นแบบออนไลน์เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์ซึ่งรอยยิ้มและเสียงหัวเราะรวมทั้งการตอบโต้กันอย่างสนุกสนาน ทำให้เราตระหนักว่าน้องๆ โรงเรียนบ้านช่อผกามีศักยภาพในการเรียนรู้ สามารถต่อยอดสู่การคิดค้นและพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์ ซึ่งจะเป็นรากฐานที่สำคัญของความสำเร็จในอนาคต และหวังว่าจะได้มีโอกาสพบกับน้องๆ ผ่านการจัดกิจกรรมอื่นๆ ให้กับทางโรงเรียนในอนาคตอันใกล้นี้ด้วย”

ห้องเรียนวิทยาศาสตร์ (Science Classroom)นับเป็นกิจกรรมสร้างสรรค์ที่มูลนิธิมิตซูบิชิ อิเล็คทริคไทยมุ่งมั่นและตั้งใจพัฒนาต่อยอดความรู้ด้านวิทยาศาสตร์นอกห้องเรียนสำหรับเยาวชนไทยให้มีความรักในวิชาวิทยาศาสตร์เพื่อปลูกฝังและจุดประกายความคิดสร้างสรรค์อันจะนำไปสู่การคิดค้นพัฒนานวัตกรรมเพราะเยาวชนเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศชาติให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนตอกย้ำเจตนารมณ์มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคม ตามถ้อยแถลงองค์กรที่ว่า “การเปลี่ยนแปลงเพื่อสิ่งที่ดีกว่า (Changes for the Better)” 

The Living Art Gallery จัดแสดงนิทรรศการศิลปะและงานออกแบบ ‘Curatorial Project X Talented Artists and Designers’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/623611

The Living Art Gallery  จัดแสดงนิทรรศการศิลปะและงานออกแบบ ‘Curatorial Project X Talented Artists and Designers’

วันอังคาร ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 15.32 น.

เดอะลิฟวิ่งอาร์ท แกลเลอรี่ ร่วมกับ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) และ กลุ่มบัณฑิตจบใหม่จาก Glasgow School of Art ประเทศสก็อตแลนด์ จัดแสดงนิทรรศการ “Curatorial Project X Talented Artists and Designers” โดยมี นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิด ณ เดอะลิฟวิ่งอาร์ท แกลเลอรี่ ในโครงการบลูทรี ภูเก็ต

สำหรับวัตถุประสงค์ของการจัดแสดงงานนิทรรศการ “Curatorial Project X Talented Artists and Designers” ครั้งนี้ เพื่อส่งเสริมนักออกแบบไทยสู่ตลาดสากล ส่งเสริมภาพลักษณ์นักออกแบบเพื่อชุมชนสู่สากล และการสร้างโอกาสทางการค้าให้กับผลิตภัณฑ์งานศิลปะและงานฝีมือ ในระหว่างเทศกาลท่องเที่ยว Phuket Sandbox 2021

โดย DITP ได้นำ 3 กลุ่มสินค้า คือ “Designers’ Room” กลุ่มนักออกแบบแฟชั่นไทย อาทิ สินค้าแฟชั่นเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า และเครื่องประดับ , “Talent Thai” กลุ่มนักออกแบบสินค้าไลฟ์สไตล์ ของขวัญ ของแต่งบ้าน เฟอร์นิเจอร์และของใช้สัตว์เลี้ยง และ “Creative Studio” กลุ่มให้บริการด้านการออกแบบ

ซึ่งได้จัดกิจกรรม CO-BRAND ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาศักยภาพของนักออกแบบในโครงการโดยดำเนินการในรูปแบบ WORKSHOP เพื่อกระตุ้นให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ประสบการณ์และสร้างเครือข่ายความร่วมมือกันในอนาคต โดยมีหลายแบรนด์ดังร่วมเป็น Partners  ได้แก่ “Deesawat” ที่ได้ร่วมมือกับนักออกแบบจาก 15 แบรนด์ เพื่อพัฒนาสินค้าตามแนวคิด Local to Global โดยการนำเก้าอี้ไปร่วมดีไซน์สู่ผลิตภัณฑ์ใหม่ , “Pasaya” ได้ร่วมมือกับนักออกแบบจาก 8 แบรนด์ เพื่อพัฒนาสินค้าตามแนวทาง Circular Economy , “SCG” ได้ร่วมมือกับนักออกแบบจาก 6 แบรนด์ เพื่อพัฒนาสินค้าใหม่ตามแนวทาง Circular Economy และ The Standard Pop เป็นต้น

นอกจากนี้ DITP ยังได้นำนักออกแบบมืออาชีพ 3 แบรนด์ มาทำงานร่วมกับผู้ผลิตสินค้าชุมชุน กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน ในจังหวัดกระบี่ และภูเก็ต รวม 6 ชุมชน ได้แก่ “PAINKILLER” สินค้าแฟชั่น ร่วมกับกลุ่มผ้ามัดย้อมชุมชนเกาะโหลนมินดาบาติกจากภูเก็ต และกลุ่มผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติภูษาเลจากภูเก็ต ,  “ISSARAPHARP” สินค้าไลฟ์สไตล์และของตกแต่งบ้านร่วมกับกลุ่มไฑบาติกจากกระบี่ และกลุ่มหัตถกรรมเตยปาหนันบ้านวังหินกระบี่ และ  “TRIMODE.C” สินค้ากลุ่มเครื่องประดับร่วมกับกลุ่มพรีม่าเพิรล์ภูเก็ต , กลุ่มไฑบาติกจากกระบี่และกลุ่มกติกาแฮนด์เมดจากกระบี่

นอกจากนี้ ภายในนิทรรศการ ได้มีการนำผลงานนิทรรศการของกลุ่มบัณฑิตจบใหม่ทั้ง 6 คน จาก Glasgow School of Art ประเทศสก็อตแลนด์  ในโครงการ “Wunderkammer” ซึ่งเป็นโครงการภัณฑารักษ์ระดับนานาชาติ มาร่วมจัดนิทรรศการในครั้งนี้ด้วย โดยใช้ชื่องานแสดงชุดนี้ว่า “Still Water” เป็นผลงานภายใต้บริบทของความสุขอันสงบนิ่งผ่านภาพวาดสื่อวิดีโอภาพถ่ายและงานประติมากรรม ถือว่าเป็นพื้นที่ที่แบ่งปันความรู้สึกอันหลากหลายที่เกิดขึ้นในช่วงหลังโควิด-19 ของศิลปินทั้งหกคน

ขณะเดียวกันในส่วนของนิทรรศการ “Collective Art and Craft Market” ซึ่งคัดสรรโดย เดอะลิฟวิ่งอาร์ท แกลเลอรี่ ซึ่งเป็นนิทรรศการตลาดงานศิลปะและงานฝีมือ ไม่ว่าจะเป็น ศิลปหัตถกรรมจากชุมชนท้องถิ่น ซึ่งออกแบบและผลิตร่วมกับศิลปินและนักออกแบบชาวไทย, แฟชั่น เครื่องประดับ และเสื้อผ้า ที่ออกแบบโดยดีไซน์เนอร์ไทยและต่างชาติ, เครื่องปั้นเซรามิกจากปัตตานีและเชียงใหม่ และภาพวาดโดยศิลปินไทยผู้มีพรสวรรค์ด้านศิลปะ มาให้เลือกชม เลือกช้อปกันได้ตั้งแต่วันนี้ ไปจนถึงวันที่ 8 มกราคม 2565

โดยนิทรรศการ “Curatorial Project X Talented Artists and Designers” เปิดให้เข้าชมฟรี ณ เดอะลิฟวิ่งอาร์ท แกลเลอรี่ ภูเก็ต วันอังคารถึงวันเสาร์ ตั้งแต่ 10.30 – 18.30 น.

ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร 065 926 9455 อีเมล: info@thelivingartsthailand.com เว็บไซต์: www.thelivingartsthailand.com

-(016)

รายการ LIFE VARIETY : ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่า ททท.ด้านตลาดในประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/623611

รายการ LIFE VARIETY : ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่า ททท.ด้านตลาดในประเทศ

วันอังคาร ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 15.07 น.

ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่า ททท.ด้านตลาดในประเทศ

ออกอากาศวันอาทิตย์ที่ 19 ธันวาคม 2564 ทาง NBT 2HD ช่องหมายเลข 2 เวลา 11.05 – 11.30 น.

รายการ LIFE VARIETY : ประยุทธ มหากิจศิริ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/623605

รายการ LIFE VARIETY : ประยุทธ มหากิจศิริ

วันอังคาร ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 14.59 น.

ประยุทธ มหากิจศิริ

ออกอากาศวันอาทิตย์ที่ 12 ธันวาคม 2564 ทาง NBT 2HD ช่องหมายเลข 2 เวลา 11.05 – 11.30 น.

รายการ LIFE VARIETY : ครรชิต บูรณสินวัฒนกูล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/623602

รายการ LIFE VARIETY : ครรชิต บูรณสินวัฒนกูล

วันอังคาร ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 14.52 น.

ครรชิต บูรณสินวัฒนกูล

ออกอากาศวันอาทิตย์ที่ 5 ธันวาคม 2564 ทาง NBT 2HD ช่องหมายเลข 2 เวลา 11.05 – 11.30 น.