‘ตรีนุช’ตรวจอาชีวะจิตอาสา’พักรถ-พักคน’ส่งประชาชนเดินทางปลอดภัยช่วงปีใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/625661

'ตรีนุช'ตรวจอาชีวะจิตอาสา'พักรถ-พักคน'ส่งประชาชนเดินทางปลอดภัยช่วงปีใหม่

วันพฤหัสบดี ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 19.18 น.

เสมา 1 ลงพื้นที่ปทุมธานีตรวจเยี่ยมอาชีวะจิตอาสาร่วมด้วยช่วยประชาชน “พักรถ-พักคน” ซึ่งเป็น 1 ใน 6 โครงการของขวัญปีใหม่ พ.ศ.2565 ที่ ศธ.มอบแก่ประชาชน ได้เดินทางอย่างปลอดภัยช่วงเทศกาลปีใหม่ ให้บริการระหว่างวันที่ 29 ธันวาคม 2564 ถึง 4  มกราคม 2565 พร้อมชวนดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน”อาชีวะอาสา”

วันนี้ ( 30 ธ.ค.) นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจนักศึกษาและอาจารย์ ของวิทยาลัยเทคนิคปทุมธานี ซึ่งมาตั้งศูนย์บริการประชาชน ที่สถานีบริการน้ำมัน ปตท.ราชพฤกษ์ กม.35 จังหวัดปทุมธานี ตามโครงการอาชีวะจิตอาสา ร่วมด้วยช่วยประชาชนเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2565 โดยนางสาวตรีนุช กล่าวว่า การมาเยี่ยมศูนย์ฯได้เห็นถึงความสามารถของนักศึกษา ได้เห็นความพร้อมในการให้บริการประชาชนของนักศึกษาและอาจารย์ ความพร้อมของอุปกรณ์ต่างๆ และเห็นถึงความสุขของประชาชนที่มารับบริการ

นางสาวตรีนุช กล่าวว่า โครงการอาชีวะจิตอาสาร่วมด้วยช่วยประชาชน เทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2565 จุดพักรถเป็น 1 ใน 6 โครงการที่หน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ มอบเป็นของขวัญปีใหม่ พ.ศ.2565 ให้แก่ประชาชน โดยปีนี้อาชีวะจิตอาสา ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้เปิดศูนย์บริการประชาชนจุดพักรถ-พักคน บนถนนสายหลักและสายรองจำนวน 241 ศูนย์ทั่วประเทศ เพื่อสร้างความปลอดภัยในการเดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงปีใหม่ และได้ไปร่วมสังสรรค์กับครอบครัวอย่างมีความสุข โดยศูนย์นี้จะให้บริการประชาชนฟรีในช่วงเทศกาลปีใหม่ระหว่างวันที่ 29 ธันวาคม 2564 ถึง 4  มกราคม 2565 เวลา 08.30 – 16.30 น. ซึ่งภายในศูนย์มี 2 กิจกรรมหลัก คือ กิจกรรมพักรถ ได้แก่ บริการตรวจสภาพรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และ กิจกรรมพักคน ได้แก่ บริการสอบถามข้อมูลเส้นทาง สถานที่ท่องเที่ยว ที่พัก ร้านอาหาร และอื่น ๆ รวมทั้ง ให้บริการที่นั่งพักผ่อน บริการน้ำดื่ม กาแฟ ผ้าเย็น เป็นต้น และขอเชิญชวนดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน”อาชีวะอาสา”ใน App Store และ Play Store ซึ่งสามารถนำไปสู่สถานที่ตั้งของศูนย์บริการประชาชนจุดพักรถ-พักคนได้ทั่วประเทศ

รมว.ศธ. กล่าวต่อไปว่า ขณะเดียวกันเพื่อให้ทุกครอบครัวมีความสุขอย่างต่อเนื่องตลอดปี 2565 ทาง สอศ. โดย “ ทีมช่างพันธุ์ R อาชีวะจิตอาสา” ทั้ง 100 ศูนย์ Fix it Center ทั่วประเทศ จะออกให้บริการ “ซ่อมฟรี” ถึงบ้านตลอดปี โดยมีแอปพลิเคชัน “ช่างอาชีวะ” ที่รองรับการติดต่อเข้าใช้บริการของประชาชน เพื่อนักเรียน นักศึกษา อาชีวศึกษา เดินทางไปให้บริการซ่อมเครื่องยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ ถึงบ้าน อีกทั้งเป็นการนำศักยภาพและทักษะฝีมือของน้องๆ อาชีวะมาสร้างประโยชน์แก่สังคม ช่วยลดเวลา ลดค่าใช้จ่าย ผ่านช่องทางที่สะดวกรวดเร็ว รวมถึงมีบริการรับ-ส่งอุปกรณ์ถึงบ้าน ซึ่งสอดคล้องกับสภาพสังคม และวิถีชีวิตในยุคใหม่แบบ New Norma

“ เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2565 ที่กำลังจะมาถึง กระทรวงศึกษาธิการ ขอส่งมอบความสุขด้วยหัวใจ ให้กับพี่น้องคนไทยทั้งประเทศ เพื่อสร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมที่เปี่ยมสุข เป็นสังคมแห่งความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน” นางสาวตรีนุช กล่าว.

‘คุรุสภา’พร้อมจัดสอบตั๋วครู18-19 ก.พ.65 แจงสอบไม่ตรงก.พ. เพื่อประโยชน์ผู้เข้าสอบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/625656

'คุรุสภา'พร้อมจัดสอบตั๋วครู18-19 ก.พ.65 แจงสอบไม่ตรงก.พ. เพื่อประโยชน์ผู้เข้าสอบ

วันพฤหัสบดี ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 19.01 น.

“ตรีนุช” ประกาศสอบตั๋วครู 18 – 19 ก.พ. 65 นี้ ย้ำผู้เข้าสอบปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิดอย่างเคร่งครัด แจงสอบไม่ตรงก.พ. เพื่อประโยชน์ผู้เข้าสอบ

วันที่ 30 ธันวาคม 2564 ดร.ดิศกุล เกษมสวัสดิ์ เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า  ขณะนี้ นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะประธานกรรมการคุรุสภาได้ลงนามในประกาศคณะกรรมการคุรุสภา เรื่อง กำหนดการทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู ด้านความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ ตามมาตรฐานวิชาชีพครู ประจำปี พ.ศ. 2565 เรียบร้อยแล้ว  มีสาระสำคัญ ดังนี้ กำหนดการทดสอบและประเมินสมรรถนะ ทางวิชาชีพครู ฯ ในวันที่ 18 – 19  กุมภาพันธ์ 2565  โดยวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 09.30 – 11.00 น.   สอบวิชาการใช้ภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร เวลา 12.30 – 14.00 น. สอบวิชาการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร   เวลา 15.00 – 16.30 น. สอบวิชาการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการศึกษา และวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2565   เวลา 09.00-12.00 น. สอบวิชาชีพครู

ทั้งนี้ ผู้สมัครเข้ารับการทดสอบฯ ต้องศึกษาเงื่อนไข คุณสมบัติ ของผู้เข้ารับการทดสอบ ศึกษา ผังการสร้างข้อสอบฯ (Test Blueprint) และข้อปฏิบัติต่าง ๆ ตามประกาศและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับ การสมัครและการเข้ารับการทดสอบฯ รวมถึงมาตรการเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยเคร่งครัด โดยอัตราค่าสมัครเข้ารับการทดสอบฯ  สำหรับชาวไทย วิชาละ 300 บาท สำหรับชาวต่างประเทศวิชาละ 500 บาท ทั้งนี้ ให้ผู้สนใจสมัครเข้ารับการทดสอบฯ ติดตามข้อมูลข่าวสาร    ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องผ่านเว็บไซต์ของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา http://www.ksp.or.th

ดร.ดิศกุล กล่าวต่อว่า ในการจัดสอบครั้งนี้สำนักงานเลขาธิการคุรุสภามีความจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนกำหนดการทดสอบฯ จากเดิมสอบวันที่ 19 – 20  กุมภาพันธ์ 2565 เป็นวันที่ 18 – 19  กุมภาพันธ์ 2565 เพื่อไม่ให้เกิดการซ้ำซ้อนกับการจัดการทดสอบของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.)  ซึ่งกำหนดสอบในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2565 เนื่องจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และคณะกรรมการคุรุสภามีความห่วงใยในผลกระทบด้านโอกาสและสิทธิประโยชน์ของผู้สมัครที่เข้ารับการทดสอบฯ ของทั้ง 2 หน่วยงาน ทำให้สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาได้หารือร่วมกับสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) เพื่อพิจารณาปรับเปลี่ยนกำหนดการ และคงกำหนดการทดสอบฯ ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2565  เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับผู้มีสิทธิสมัครเข้ารับการทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูของคุรุสภาด้วย

“สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ได้จัดทำแบบสำรวจข้อมูลของผู้สำเร็จการศึกษาจากต่างประเทศ   และต้องการเข้ารับการทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู ฯ เพื่อใช้ในการตรวจสอบและส่งข้อมูลให้สทศ.ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้สามารถสแกน QR Code เพื่อดาวน์โหลดข้อมูล หรือทาง URL : https://forms.gle/QHHCKb2YpYT1RN5x8  เพื่อกรอกข้อมูลในแบบสำรวจและจัดส่งเอกสารหลักฐานประกอบผ่านทาง E-mail : ksp.tcttest@gmail.com ตามรายการ ดังนี้ 1. สำเนาพาสปอร์ตที่ยงไม่หมดอายุ (เฉพาะชาวต่างประเทศ)  2. สำเนาคุณวุฒิทางการศึกษา 3. สำเนาใบรายงานผลการศึกษา และ 4.สำเนาหนังสือเทียบคุณวุฒิผู้สำเร็จการศึกษาระดับอุดมศึกษาจากต่างประเทศ จากสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม  ทั้งนี้ ขอย้ำว่าแบบสำรวจนี้ไม่ใช่การสมัครเข้ารับการทดสอบฯ” ดร.ดิศกุล กล่าว

ผอ.รร.ดังโคราช เคลียร์ปมร้อนคำสั่งครูไปราชการวันเกิดส.ส.อ้าง’ผู้มีอุปการะคุณ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/625628

ผอ.รร.ดังโคราช เคลียร์ปมร้อนคำสั่งครูไปราชการวันเกิดส.ส.อ้าง'ผู้มีอุปการะคุณ'

วันพฤหัสบดี ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 17.53 น.

ผอ.โรงเรียนดังเมืองย่าโม ชี้แจงปมร้อนสั่งครูไปร่วมงานวันเกิด ส.ส.พรรครัฐบาล อ้างเป็นการไปร่วมแสดงความยินดีกับผู้มีอุปการะคุณของโรงเรียนตามปกติด้วยความเต็มใจ ยันต้องออกเป็นหนังสือก็เพื่ออยากให้ถูกต้องตามระเบียบไม่ได้ผิดระเบียบแต่อย่างใด

จากกรณีที่เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2564 นายประยงค์ ประทุมวัน ผู้อำนวยการโรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย ได้มีหนังสือคำสั่งโรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย ที่ 529/2564 เรื่องให้ข้าราชการครูไปราชการ โดยมีข้อความในหนังสือระบุว่า ด้วย นายสมศักดิ์ พันธ์เกษม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา ได้จัดงานทำบุญวันเกิด ในวันศุกร์ที่  31  ธันวาคม  2564  ณ บ้านพัก อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา ดังนั้นโรงเรียนจึงอนุญาตให้ บุคลากรครูของโรงเรียน จำนวน 12 คน ประกอบไปด้วย รองผู้อำนวยการโรงเรียน ข้าราชการครู และพนักงานขับรถ ไปราชการเพื่อร่วมงานทำบุญวันเกิด ตามวัน และสถานที่ดังกล่าว ทั้งนี้ให้ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ เพื่อให้บังเกิดผลดีต่อโรงเรียน และทางราชการต่อไป

ล่าสุด เมื่อช่วงบ่ายวันนี้ (30 ธันวาคม 2564) ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์สอบถามเรื่องดังกล่าวกับ นายประยงค์ ประทุมวัน ผู้อำนวยการโรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย โดยนายประยงค์ ได้เปิดเผยว่า หนังสือดังกล่าวเป็นหนังสือจริง ซึ่งเป็นหนังสือภายในของโรงเรียน และก่อนหน้านี้ทางคณะครูของโรงเรียนก็ได้ปรึกษาหารือกันแล้ว โดยบุคลากรของโรงเรียนที่มีรายชื่ออยู่ในหนังสือทั้ง 12 คน ก็มีความยินดี และเต็มใจ ที่จะเดินทางไปร่วมงานวันเกิด เนื่องจาก ส.ส.คนดังกล่าวเป็นผู้มีอุปการะคุณสนับสนุนกิจกรรมของทางโรงเรียนมาโดยตลอด ซึ่งถือเป็นการไปร่วมแสดงความยินดีตามปกติ

ทั้งนี้ ส.ส.คนดังกล่าวก็ไม่ได้มีการเชิญให้ทางโรงเรียนไปร่วมงานวันเกิดแต่อย่างใด เพียงแต่ทางโรงเรียนต้องการเดินทางไปร่วมแสดงความยินดีกับบุคคลซึ่งเป็นผู้มีอุปการะคุณกับโรงเรียนเท่านั้น ส่วนการที่ต้องออกเป็นหนังสือก็เพื่ออยากให้ถูกต้องตามระเบียบ และเป็นทางการ ซึ่งก็ไม่ได้เป็นการทำผิดระเบียบแต่อย่างใด

‘ตรีนุช’ห่วงโอมิครอน สั่งบุคลากร ศธ. หลังปีใหม่ Work From Home 14 วัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/625602

'ตรีนุช'ห่วงโอมิครอน สั่งบุคลากร ศธ. หลังปีใหม่ Work From Home 14 วัน

วันพฤหัสบดี ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 16.35 น.

“ตรีนุช” ห่วง “โอมิครอน” ระบาดหลังปีใหม่ สั่งบุคลากร ศธ. Work From Home 85%  14 วัน ย้ำโรงเรียนที่เปิดสอน on-site เคร่งครัดมาตรการ6-6-7 ในสถานศึกษา

วันที่ 30 ธันวาคม 2564 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา-2019 หรือ โควิด-19 ในประเทศไทยมีแนวโน้มคลี่คลายลงอย่างต่อเนื่อง แต่ขณะเดียวกันก็มีการแพร่ระบาด ของ “โอมิครอน” (Omicron) เชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ ประกอบกับในช่วงเทศกาลปีใหม่เป็นห้วงเวลาสำคัญที่จะมีการจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองในเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ จัดงานตามประเพณีท้องถิ่นและทางศาสนา ที่มีการรวมกลุ่มบุคคลจำนวนมาก มีการเดินทางท่องเที่ยว ดังนั้น เพื่อเป็นการเฝ้าระวังป้องกันการระบาดของโรคภายหลังช่วงเทศกาลปีใหม่ ตนจึงมอบหมายให้ ดร.สุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิ​การ (ศธ.) ออกประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง มาตรการป้องกันและควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของ ศธ. 

รมว.ศธ. กล่าวต่อว่า ประกาศ ศธ.ฉบับใหม่ล่าสุด ลงวันที่ 30 ธันวาคม  2564 กำหนดให้บุคลากรในสังกัดและในกำกับของ ศธ.ปฏิบัติงานภายในที่พัก ( Work From Home) อย่างต่อเนื่องไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 ตั้งแต่วันที่ 1-14  มกราคม 2565 โดยการปฏิบัติงานดังกล่าวต้องไม่กระทบกับภารกิจให้บริการแก่ประชาชน ส่วนผู้บริหารของ ศธ.ในระดับบริหารสูง ระดับบริหารต้น ระดับอำนวยการสูง และผู้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับเชี่ยวชาญ ให้ปฏิบัติงานภายในหน่วยงานต้นสังกัดตามปกติ , ให้หัวหน้าหน่วยงานในสังกัดและในกำกับของ ศธ.กำกับควบคุมดูแลการปฏิบัติงานภายในที่พักของบุคลากรในเวลาราชการให้มีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ บุคลากรที่ต้องเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะให้ปฏิบัติงานภายในที่พัก

รมว.ศธ. กล่าวอีกว่า สำหรับสถานศึกษาในสังกัด ศธ. ที่จัดการเรียนการสอนในชั้นเรียนแบบ on-site ทุกแห่ง ขอให้ปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัย 6-6-7 เพื่อลดความเสี่ยงโควิดในสถานศึกษาอย่างต่อเนื่องและเคร่งครัด ซึ่งประกอบด้วย 6 มาตรการหลัก (DMHT-RC) เว้นระยะห่าง สวมหน้ากาก ล้างมือ คัดกรองวัดไข้ ลดการแออัด และทำความสะอาด , 6 มาตรการเสริม (SSET-CQ )ดูแลตนเอง ใช้ช้อนกลางส่วนตัว กินอาหารปรุงสุกใหม่ ลงทะเบียนเข้าออกโรงเรียน สำรวจตรวจสอบ และกักกันตัวเอง ส่วนแนวทาง 7 มาตรการเข้มสำหรับสถานศึกษา คือ 1.ประเมิน TSC+ และรายงานผลผ่าน MOE COVID อย่างต่อเนื่อง 2.Small Bubble ทำกิจกรรมแบบกลุ่มย่อย 3.จัดอาหารตามหลักสุขาภิบาลอาหารและหลักโภชนาการ  4.อนามัยสิ่งแวดล้อม ทั้งอากาศ ความสะอาด น้ำ ขยะ 5.School Isolation มีแผนเผชิญเหตุและซักซ้อม 6.Seal Route  ดูแลการเดินทางจากบ้านไปกลับโรงเรียน  7. จัดให้มี School Pass สำหรับนักเรียน ครู และบุคลากรในสถานศึกษา

“การออกประกาศ Work From Home ของ ศธ.ครั้งนี้ เป็นมาตรการหนึ่งในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิดสายพันธุ์ต่างๆ ที่อาจจะมีการแพร่ระบาดภายหลังที่มีวันหยุดยาวช่วงเทศกาลปีใหม่ อย่างไรก็ตามช่วงเวลาวันหยุดในเทศกาลปีใหม่นี้ แม้รัฐบาลได้ผ่อนคลายมาตรการป้องกันและควบคุมโรคให้สอดคล้องกับสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทยที่ลดลง แต่ดิฉันขอให้นักเรียน นักศึกษา ครู บุคลากรทางการศึกษา และพี่ น้อง ประชาชนทุกคน ไม่ประมาท การ์ดไม่ตก ระมัดระวังการเดินทางไปร่วมกิจกรรมในสถานที่ต่างๆ ต้องสวมใส่หน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือบ่อยๆ ด้วยเจลแอลกอฮอล์ หรือสบู่ หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่ มีไข้ และไอจาม และคอยสังเกตอาการตนเองอยู่เสมอ” รมว.ศธ.กล่าว

สพฐ. รวมพลังขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษา ผ่านศึกษานิเทศก์และทีมหนุนเสริมเชิงรุก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/625402

สพฐ. รวมพลังขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษา  ผ่านศึกษานิเทศก์และทีมหนุนเสริมเชิงรุก

วันพฤหัสบดี ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นางเกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาธิการ กพฐ.) และโฆษก สพฐ. ได้รับมอบหมายจากนายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) ให้เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมสัมมนาขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษาของศึกษานิเทศก์ และเครือข่ายผู้บริหารสถานศึกษาร่วมขับเคลื่อนนโยบายการศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ครั้งที่ 1  โดยมี ศึกษานิเทศก์ทั้งส่วนกลางและในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ จำนวน 2,600 คน พร้อมด้วยคณะกรรมการเครือข่ายผู้บริหารสถานศึกษาร่วมขับเคลื่อนนโยบายการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน รวมผู้เข้าประชุมทั้งหมดประมาณ 4,000 คน ผ่านทางระบบออนไลน์ ZOOM Meeting และถ่ายทอดสดผ่าน Obec Channel 

นางเกศทิพย์กล่าวว่า กระบวนการพัฒนาคุณภาพการศึกษา การนิเทศการศึกษาเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนนโยบายลงสู่ปฏิบัติ และการนิเทศเชิงรุกที่ขับเคลื่อนร่วมกับ คณะกรรมการเครือข่ายผู้บริหารสถานศึกษาแบ่งเป็นภูมิภาค ร่วมขับเคลื่อนนโยบายการศึกษา เป็นกระบวนการสำคัญในการสร้างเครือข่ายผู้นิเทศ ที่เป็นต้นแบบการนำนโยบายลงสู่การปฏิบัติในสถานศึกษาของตนเอง และสร้างความเข้มแข็งให้กับโรงเรียนเครือข่าย เป็นการนิเทศแบบลงมือปฏิบัติให้เห็นชัดเจนในการร่วมกันขับเคลื่อนในลักษณะเครือข่ายแบบกัลยาณมิตร

“ในโอกาสนี้ ได้มอบนโยบายการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้…สู่อนาคตภาพทางการศึกษา โดยการขับเคลื่อนในระดับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ และคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สู่จุดเน้นสำคัญของการพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 ด้วยกระบวนการพัฒนาการเรียนรู้เชิงรุก แบบ Active Learning ผ่านการบูรณาการตัวชี้วัด การบูรณาการข้ามกลุ่มสาระฯ และเติมAttitude and Value ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 มุ่งสู่การพัฒนาสมรรถนะผู้เรียน” รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าว

นอกจากนี้ ในการประชุมยังนำเสนอตัวอย่างของการพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนการสอนของแต่ละโรงเรียนที่หลากหลายทุกระดับชั้น อาทิ การจัดการเรียนการสอนตามแนวคิดมอนเตสซอรีในระดับปฐมวัย และการจัดการเรียนการสอนบนพื้นฐานของแนวคิด จิตศึกษา PBL+PLC ในระดับประถมศึกษา เน้นการบูรณาการตัวชี้วัดและการบูรณาการข้ามกลุ่มสาระฯ ผ่านการจัดการเรียนการสอนที่เน้นการลงมือปฏิบัติ และนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน รวมถึงการแก้ปัญหาการขาดแคลนครูตามกลุ่มสาระฯ ด้วยสื่อการเรียนการสอนในระบบ DLTV ของโรงเรียนขนาดเล็ก แต่สามารถเพิ่มผลสัมฤทธิ์ด้านคุณภาพสูงขึ้นเชิงประจักษ์ ส่วนในระดับมัธยมศึกษานั้นมีตัวอย่างการจัดการเรียนการสอน Active learning แบบ GPAS 5 Steps+PLCสู่การพัฒนานวัตกรรมที่หลากหลาย และที่สำคัญการจัดการเรียนการสอนแบบ STEAM ที่แสดงให้เห็นถึงแนวทางของการบูรณาการข้ามกลุ่มสาระฯได้อย่างมีคุณภาพ  

อีกทั้งภาพความสำเร็จของการจัดการเรียนการสอนทางด้านวิทยาศาสตร์ของโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย 12 แห่ง ทั่วประเทศ การส่งเสริมทักษะด้านกีฬา และดนตรี ในห้องเรียนพิเศษด้านกีฬาและดนตรี ทุกสิ่งที่กล่าวมานั้นเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า คุณภาพที่เกิดขึ้นในระดับพื้นที่นั้นมีอยู่มากมายจึงจำเป็นต้องมีการหนุนเสริมเติมต่อคุณภาพการศึกษาด้วยกระบวนการนิเทศเชิงรุก จากศึกษานิเทศก์ของพื้นที่และเครือข่ายผู้บริหารสถานศึกษาร่วมขับเคลื่อนนโยบายการศึกษา 

“บทบาทสำคัญของเครือข่ายดังกล่าว มีหน้าที่ เป็นต้นแบบในการปฏิบัติการขับเคลื่อนนโยบายสู่สถานศึกษา การสร้างเครือข่ายโรงเรียนร่วมพัฒนา การร่วมมือ
และสนับสนุนการนิเทศร่วมกับศึกษานิเทศก์ในเขตพื้นที่ เป็นแกนนำในการขับเคลื่อนและสนับสนุนงานตามนโยบาย และเตรียมพร้อมในการรับการประเมิน และเป็นต้นแบบการนิเทศ ความสำคัญอีกประการหนึ่งของการเป็นผู้นำทางวิชาการและการบริหารการศึกษา คือการปรับ Mindset ของผู้นำ ซึ่งถือว่าเป็นหัวเรือสำคัญในการเปลี่ยนแปลงเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา ด้วยการศึกษาแนวคิดตัวอย่างจาก ท่านผู้ว่าฯชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ในประเด็นของการสะท้อนคิด “ผู้นำ…สำคัญที่ Mindset”แสดงให้เห็นถึงแนวคิดพื้นฐานของการเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง มุ่งสู่การสร้างเป้าหมายความสำเร็จของสถานศึกษาด้วยการ “ปลดรั้ว หลอมใจ ใส่คุณภาพ” ทั้ง 3 ด้าน ด้วยการสร้างคลังครู คลังแหล่งเรียนรู้ และการใช้ทรัพยากรร่วมกัน นำไปสู่การสร้างโรงเรียนคุณภาพ นักเรียนคุณภาพ และครูคุณภาพ ส่งผลให้เป็นที่ยอมรับ และเชื่อมั่นของชุมชน” นางเกศทิพย์ กล่าว

นางเกศทิพย์ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ ได้เพิ่มแนวคิดภาพรวมของ (ร่าง) กรอบหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช…(ฐานสมรรถนะ) ที่เน้นสมรรถนะหลัก
และผลลัพธ์การเรียนรู้ ที่อยู่ในกระบวนการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาสำหรับการทดลองใช้ในโรงเรียนของเขตพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา 265 โรงเรียนซึ่งเป็นตัวอย่างหนึ่งเช่นกัน และได้กล่าวถึงแผนการเพิ่มคุณภาพการเรียนการสอนประวัติศาสตร์วิถีใหม่ ในรูปแบบของ Webinar 12 เดือน ที่เกิดจากความร่วมมือระหว่าง สพฐ. และหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้อง อีกทั้งยังกล่าวถึงแนวทางการพัฒนาครูและการขับเคลื่อน Active Learning ของ สพฐ.ที่กำลังจะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ สำหรับครูที่ยังไม่ได้รับการพัฒนาหรือสนใจในการพัฒนา

พร้อมกันนั้น ยังมีบรรยายพิเศษในหลากหลายหัวข้อที่น่าสนใจ อาทิ “การขับเคลื่อนการนิเทศเพื่อพัฒนาหลักสูตรและการเรียนรู้ฐานสมรรถนะ” โดย ดร.วัฒนาพร ระงับทุกข์ ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ สพฐ., หัวข้อ “การพัฒนาเว็บไซต์และแพลตฟอร์มการนิเทศการศึกษาในยุค New Normal” โดย ศน.อานนท์ วงศ์วิศิษฎ์รังสี
ศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษ สพม.อุบลราชธานี อำนาจเจริญ, หัวข้อ “แนวทางการนิเทศเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี” โดย ดร.พรชัย อินทร์ฉาย รองผู้อำนวยการ สสวท. และ ดร.เขมวดี พงศานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารเครือข่ายและพัฒนาครู สสวท., หัวข้อ “การจัดทำข้อตกลงในการพัฒนางาน (PA) กับภารกิจนิเทศการศึกษา” โดย ศน.ยืนยง ราชวงษ์ ข้าราชการบำนาญ ศึกษานิเทศก์เชี่ยวชาญ และหัวข้อ “การพัฒนาการนิเทศการศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565” โดย ดร.เบญจลักษณ์ น้ำฟ้าผู้เชี่ยวชาญพิเศษ สพฐ. และ ศน.รวิภัทร เหล่าคุ้ม ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าหน่วยศึกษานิเทศก์ สพฐ. ซึ่งเป็นมิติใหม่ในการขับเคลื่อนนโยบายลงสู่สถานศึกษาถึงผู้เรียนไปพร้อมๆ กัน โดยทีมพี่เลี้ยง โดยศึกษานิเทศก์และทีมหนุนเสริม ให้เกิด impactการเปลี่ยนแปลง ที่แข็งแรงคุณภาพพื้นที่ ตามเป้าหมายความสำเร็จของ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศธ.

วธ.ไฟเขียวตั้งบอร์ดสร้างภาพลักษณ์ฯ จูงใจต่างประเทศมาถ่ายทำหนังในไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/625400

วธ.ไฟเขียวตั้งบอร์ดสร้างภาพลักษณ์ฯ  จูงใจต่างประเทศมาถ่ายทำหนังในไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ประชุมคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติล่าสุดที่มีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ เป็นประธานการประชุมได้มีมติเห็นชอบแต่งตั้งคณะอนุกรรมการส่งเสริมภาพลักษณ์ประเทศผ่านสื่อบันเทิงในลักษณะละมุน (Soft Power) โดยมีรมว.วธ.เป็นประธานอนุกรรมการ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นรองประธานอนุกรรมการคนที่หนึ่ง ประธานกรรมการปฏิรูประเทศด้านสื่อสารมวลชน เป็นรองประธานอนุกรรมการคนที่สอง ปลัดกระทรวง ผู้แทนหน่วยงาน สมาคมที่เกี่ยวข้องและผู้ทรงคุณวุฒิด้านภาพยนตร์และวีดิทัศน์ เป็นอนุกรรมการ เช่น กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงพาณิชย์ สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ สมาคมนักเขียนบทละครโทรทัศน์ไทย 

รมว.วธ. กล่าวอีกว่า คณะอนุกรรมการชุดนี้มีหน้าที่และอำนาจ เช่น ศึกษา วิเคราะห์ เสนอนโยบาย แผนและยุทธศาสตร์เกี่ยวกับการสร้างภาพลักษณ์ประเทศผ่านสื่อบันเทิงในลักษณะอำนาจละมุน (soft power) เพื่อยกระดับให้ประเทศไทยเป็นที่ยอมรับของนานาประเทศ กำหนดมาตรการแนวทางและสนับสนุนการดำเนินงานสร้างความตระหนักในตราสินค้าของประเทศไทยให้สอดคล้องกับการรับรู้ของภูมิภาคต่างๆ และสนับสนุนให้มีการผลิตหรือร่วมผลิตสื่อบันเทิงบางประเภทกับภาครัฐ เอกชนทั้งในและต่างประเทศ นอกจากนี้ที่ประชุมมีมติเห็นชอบแผนการดำเนินงานตามแผนบูรณาการแผนงานส่งเสริมและเผยแพร่ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ทั้งในและต่างประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ซึ่งวธ. กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะประสานงานสำนักงบประมาณเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพื่อดำเนินการตามแผนบูรณาการ โดยร่วมมือกับกระทรวงและหน่วยงานต่างๆ ในนามทีมประเทศไทย (Content Thailand) จัดกิจกรรมในประเทศ 15 กิจกรรม เช่น งานประกาศรางวัลโทรทัศน์ทองคำ งานประกาศรางวัลภาพยนตร์แห่งชาติสุพรรณหงส์ งานเทศกาลภาพยนตร์อาเซียนแห่งกรุงเทพมหานคร และในต่างประเทศ 10 กิจกรรม อาทิ เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ สาธารณรัฐฝรั่งเศส งานแสดงสินค้าลิขสิทธิ์นานาชาติฮ่องกง เป็นต้น ซึ่งการจัดกิจกรรมมุ่งเน้นรูปแบบปกติ (On Site) ส่วนกิจกรรมรูปแบบออนไลน์ดำเนินการตามความเหมาะสมโดยพิจารณาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)

นายอิทธิพล กล่าวด้วยว่าขณะเดียวกันที่ประชุมมีมติเห็นชอบในหลักการให้ตั้งคณะอนุกรรมการพิจารณากำหนดหลักเกณฑ์การระดมทุน Crowdfunding ในระบบแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อสนับสนุนการสร้างสรรค์สื่อคอนเทนต์ไทย โดยมีผู้แทนวธ. สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นคณะอนุกรรมการ มีหน้าที่และอำนาจ เช่น  ศึกษาระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดแนวทางและหลักเกณฑ์ดำเนินการจัดตั้งแพลตฟอร์มดิจิทัล จัดทำระเบียบรองรับในการระดมทุนสาธารณะผ่านเว็บไซต์กลางจากประชาชน ภาคเอกชนและหน่วยงานรัฐ เพื่อเป็นแหล่งเงินทุนนำมาสร้างสรรค์คอนเทนต์ไทย เช่น ละคร ภาพยนตร์ แอนิเมชั่น ซึ่งเป็นการส่งเสริมและเผยแพร่ Soft Power ความเป็นไทยตามนโยบายรัฐบาลสู่นานาชาติและสร้างรายได้เข้าสู่ประเทศ 

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้รับรายงานจากกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาหลังจากที่รัฐบาลมีมาตรการผ่อนปรนให้กองถ่ายภาพยนตร์ โทรทัศน์โฆษณาทำงานต่อไปได้ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ตั้งแต่วันที่ 31กรกฎาคม 2563 จนถึงต้นเดือนธันวาคม 2564 มีภาพยนตร์ต่างประเทศถ่ายทำในประเทศไทยทั้งหมด 135 เรื่อง สร้างรายได้เข้าประเทศกว่า 5,082 ล้านบาท ซึ่งในจำนวนนี้มีภาพยนตร์ที่มีคณะถ่ายทำเดินทางมาจากต่างประเทศ 42 เรื่อง สร้างรายได้กว่า 3,702 ล้านบาทโดยประเทศที่มีงบประมาณลงทุนสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ อเมริกากว่า 1,924 ล้านบาท ออสเตรเลียกว่า 702ล้านบาท และเขตบริหารพิเศษฮ่องกงกว่า 416 ล้านบาท 

ปรึกษาหารือความร่วมมือสทนช.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/625399

ปรึกษาหารือความร่วมมือสทนช.

วันพฤหัสบดี ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายณัฎฐ์ พงศ์พูนสุขศรี, นายศุภวิทย์ ภาษิตนิรันดร์, ดร.ปริเวท วรรณโกวิท เข้าพบ นายสุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น แนวทางความร่วมมือกันในอนาคต และการขับเคลื่อนโครงการบริหารจัดการน้ำโดยชุมชน ตามแนวพระราชดำริ รวมถึงหลักสูตรชลกร ซึ่งเป็นหนึ่งในภารกิจและแผนการขับเคลื่อนนโยบายด้านการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ที่รับผิดชอบโดยดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

ผู้ช่วยเลขาฯกพฐ. ลงพื้นที่ให้กำลังใจ หน่วยพัฒนาก่อนแต่งตั้งรองผอ.รร.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/625401

ผู้ช่วยเลขาฯกพฐ. ลงพื้นที่ให้กำลังใจ  หน่วยพัฒนาก่อนแต่งตั้งรองผอ.รร.

วันพฤหัสบดี ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ดร.เทอดชาติ ชัยพงษ์  ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจและมอบเกียรติบัตรให้กับคณะทำงานหน่วยพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)ในเขตภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้  รูปแบบออนไลน์ ณ หน่วยพัฒนา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุโขทัย 

การพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้ดำเนินการพัฒนามาตั้งแต่วันที่ 13 ธันวาคม 2564 โดยได้แบ่งการพัฒนาเป็น 3 ระยะ คือ ระยะที่ 1 การเสริมสร้างสมรรถนะรองผู้อำนวยการสถานศึกษา ระหว่างวันที่ 13-19 ธันวาคม 2564 ระยะที่ 2 การเรียนรู้ในสภาพจริง ณ สถานศึกษาต้นแบบ จำนวน 95 เขตพื้นที่การศึกษา ระหว่างวันที่ 20-24 ธันวาคม 2564 และระยะที่ 3 การจัดทำและนำเสนอแผนกลยุทธ์การพัฒนาการศึกษาในสถานศึกษา ระหว่างวันที่ 24-27 ธันวาคม 2564 โดยผู้ผ่านการพัฒนาตามหลักเกณฑ์ที่ กคศ.กำหนด จะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษาต่อไป

อว.มอบของขวัญปีใหม่ให้คณาจารย์ เพิ่ม 5 ช่องทางเฉพาะ ขอตำแหน่งทางวิชาการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/625462

อว.มอบของขวัญปีใหม่ให้คณาจารย์ เพิ่ม 5 ช่องทางเฉพาะ ขอตำแหน่งทางวิชาการ

วันพุธ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 18.33 น.

อว.มอบของขวัญปีใหม่ให้คณาจารย์ เพิ่ม 5 ช่องทางเฉพาะ ขอตำแหน่งทางวิชาการ ด้วยผลงานการสอน-รับใช้ท้องถิ่นฯ -สร้างสรรค์ศิลปะ -นวัตกรรม-ศาสนา ขอตำแหน่งวิชาการ นอกเหนือด้วยตำรา-งานวิจัยตามหลักเดิม

เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. 64 ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า ตนได้ลงนามในประกาศคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (ก.พ.อ) เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ (ผศ.) รองศาสตราจารย์ (รศ.) และศาสตราจารย์ (ศ.) พ.ศ.2564 แล้ว ซึ่งจะเป็นการขอตำแหน่งวิชาการที่ไม่จำเป็นต้องใช้แต่ตำราและงานวิจัยในรูปแบบเดิม อันจะทำให้การขอตำแหน่งทางวิชาการของอาจารย์ในมหาวิทยาลัยมีช่องทางเพิ่มมากขึ้น โดยเพิ่มรูปแบบการขอตำแหน่งทางวิชาการเฉพาะด้านอีก 5 ด้าน ประกอบด้วย 1.ด้านรับใช้ท้องถิ่นและสังคม 2.ด้านสร้างสรรค์สุนทรียะ ศิลปะ 3.ด้านการสอน 4.ด้านนวัตกรรม และ 5.ด้านศาสนา

รมว.อว.กล่าวต่อว่า หลักเกณฑ์และช่องทางขอตำแหน่งทางวิชาการในรูปแบบใหม่นี้ขอมอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับอาจารย์มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ และถือเป็นครั้งแรกของประเทศไทย เป็นนวัตกรรมอุดมศึกษาแท้จริง ผู้ขอสามารถใช้ผลงานการเรียนการสอน ผลงานรับใช้ท้องถิ่นและสังคม ผลงานสร้างสรรค์ด้านศิลปะ ผลงานนวัตกรรม และผลงานที่เกี่ยวข้องกับศาสนา มาขอตำแหน่งทางวิชาการได้ โดยในการขอตำแหน่งวิชาการแบบใหม่ทั้ง 5 แบบนี้ จะมีส่วนช่วยให้การทำงานวิชาการของอาจารย์ในมหาวิทยาลัย ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ มากขึ้น เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศ การพัฒนาสังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชน นอกเหนือไปจากการทำตำราวิชาการและงานวิจัย

‘ตรีนุช’สนองพระราชดำรัสกรมสมเด็จพระเทพฯ ปรับการศึกษาหลังโควิด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/625452

'ตรีนุช'สนองพระราชดำรัสกรมสมเด็จพระเทพฯ ปรับการศึกษาหลังโควิด

วันพุธ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 17.46 น.

“ตรีนุช”สนองพระราชดำรัส “กรมสมเด็จพระเทพฯ” ปรับการศึกษาหลังโควิด ขยายผลงาน กพด. สู่สถานศึกษาในสังกัด ศธ.

วันที่ 29 ธันวาคม 2564 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยว่า จากการที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงบรรยายเรื่อง “การพัฒนาเด็กและเยาวชนหลังโควิด-19” ในการเป็นประธานการประชุมวิชาการ การพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร (กพด.) ตามพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปี 2564 ว่า การพัฒนาการศึกษาที่สมดุลมี 4 ด้าน คือ 1.พุทธิศึกษา หมายถึงวิชาการด้านต่างๆ 2.จริยศึกษา เรื่องของคุณงามความดี ความคิดดี ซึ่งจริยศึกษาที่สำคัญและต้องสอน คือ เรื่องความซื่อสัตย์ 3.หัตถศึกษา หรือ การศึกษาที่ใช้มือหยิบจับ การทำงานช่างต่าง ๆ และ 4.พลศึกษา เพื่อให้ร่างกายและสมองแข็งแรงมีกำลัง ไม่ใช่มีแต่ความรู้ไม่มีพลังก็ไม่มีประโยชน์ นั้น ตนได้น้อมรับกระแสพระราชดำรัสของพระองค์ท่าน โดยได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) นำการพัฒนาการศึกษาที่สมดุลทั้ง 4 ด้าน มาพิจารณากำหนดไว้ในการปรับปรุงหลักสูตรการจัดการเรียนการสอนทุกระดับ ทุกประเภท ซึ่งทั้ง สพฐ. และสอศ.กำลังดำเนินการปรับปรุงหลักสูตรและการเรียนการสอนอยู่ในขณะนี้ 

“ดิฉัน จะน้อมนำพระราชดำรัสของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ ที่ทรงเน้นย้ำถึงการแก้ปัญหาเรื่องคนที่ฟังและพูดภาษาไทยไม่ได้ ที่ต้องหาวิธีการใหม่ๆมาฝึกให้เด็กอ่านเขียน และต้องเอาจริงเอาจังกว่าเดิม, การแก้ปัญหาครูขาดทักษะในการสอนออนไลน์ , การจัดการเรียนการสอนที่ต้องสอนให้เด็กเรียนรู้รอบด้าน มีทักษะชีวิต ทักษะการทำงาน โดยต้องออกแบบการสอนแบบปฏิบัติที่เน้นให้เด็กนักเรียนลงมือปฏิบัติด้วยนั้น มาพิจารณาปรับปรุงการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมนำสิ่งที่พระองค์ท่านทรงริเริ่มทำกับโรงเรียนในโครงการ กพด.มาขยายผลต่อในโรงเรียนสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ เช่นเรื่องการใช้สื่อ 60 พรรษาสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สำหรับระดับประถมศึกษา และสื่อ 65 พรรษาฯ สำหรับระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ซึ่งมีอยู่ในถุงยังชีพเพื่อการศึกษาพระราชทานที่ช่วยได้ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19  เรื่องการสอนคุณธรรมจริยธรรมความซื่อสัตย์ ที่เน้นให้เด็กมีความซื่อสัตย์ ครูก็ต้องมีความซื่อสัตย์ด้วยนั้น ก็จะมีการปรับปรุงการวัดและประเมินผลให้หลากหลายเหมาะสมกับวิธีการสอน และมีการนิเทศการสอนด้วย“ นางสาวตรีนุช กล่าว

รมว.ศธ.กล่าวด้วยว่า จากที่ได้เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ได้ส่งผลกระทบถึงอำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน ส่งผลให้โรงเรียนในสังกัด สพฐ.ซึ่งเป็นโรงเรียนในโครงการ กพด.ได้รับผลกระทบเกิดความเสียหายด้วยนั้น ตนได้มอบหมายให้ สพฐ.เร่งสำรวจความเสีหายและดูแลซ่อมแซมโดยด่วนแล้ว