ครม. ผ่านแผนพัฒนาฟื้นฟูสภาพแวดล้อม “คลองแสนแสบ” ระยะ 11 ปี กว่า 8.25 หมื่นล้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/496879

14 ธ.ค. 2564 |20:30 น.

ครม. ผ่านแผนพัฒนาฟื้นฟูสภาพแวดล้อม "คลองแสนแสบ" ระยะ 11 ปี กว่า 8.25 หมื่นล้าน

คณะรัฐมนตรีผ่านแผนพัฒนาฟื้นฟูสภาพแวดล้อม “คลองแสนแสบ” ระยะ 11 ปี 84 โครงการ รวมกว่า 8.25 หมื่นลบ. ตามที่สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติเสนอ มุ่งแก้ปัญหาน้ำเสีย

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังการประชุม “คณะรัฐมนตรี” (ครม.) เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2564 ว่า”ครม.”เห็นชอบแผนหลักการพัฒนาฟื้นฟูสภาพแวดล้อมคลองแสนแสบ ระยะเวลา 11 ปี (พ.ศ.2564 – 2574) จำนวน 84 โครงการ วงเงินรวมทั้งสิ้น 82,563 ล้านบาท ตามที่สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติเสนอ ซึ่งเป็นการสนองพระบรมราโชบายในหลวงรัชกาลที่ 10 ที่ทรงให้ความสำคัญกับการพัฒนาดูแลแหล่งน้ำลำคลอง

โดยแผนฉบับนี้มุ่งแก้ปัญหาน้ำเสียในคลองแสนแสบที่เป็นปัญหาอย่างมาก น้ำเสียส่วนใหญ่ร้อยละ 70 เกิดจากกิจกรรมชุมชนบริเวณริมคลอง รองลงมาเกิดจากโรงงานและสถานประกอบการ ในปี 2563 มีปริมาณน้ำเสียที่ไม่ผ่านการบำบัดถูกปล่อยลงคลองแสนแสบและคลองสาขารวม 807,672 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน มีค่าเฉลี่ยความสกปรกหรือบีโอดี (BOD) อยู่ระหว่าง 6.9 -12.2 มิลลิกรัมต่อลิตร (แหล่งน้ำที่มีค่าบีโอดีมากกว่า 8 มิลลิกรัมต่อลิตร ถือเป็นแหล่งน้ำที่มีมลพิษอย่างรุนแรง)

ทั้งนี้ปัญหาน้ำเสียใน “คลองแสนแสบ”ไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพเท่านั้นแต่ยังส่งผลกระทบถึงแม่น้ำบางปะกงในฉะเชิงเทราด้วย เนื่องจาก”คลองแสนแสบ”มีความยาวตลอดสายประมาณ 74 กิโลเมตร อยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร 47.5 กิโลเมตร และจังหวัดฉะเชิงเทรา 26.5 กิโลเมตร

ขณะที่วิสัยทัศน์ของแผนพัฒนาฟื้นฟู คือเพื่อให้ “คลองแสนแสบ”กลับมามีระบบนิเวศอยู่ในเกณฑ์ดีมีระยะเวลาดำเนินการ11 ปี   แบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะเร่งด่วน (พ.ศ.2564)ระยะกลาง (พ.ศ.2565 – 2570) และระยะยาว (พ.ศ.2571 – 2574) ซึ่งจะดำเนินการโดย 8 หน่วยงาน ได้แก่ กรุงเทพมหานคร กรมชลประทาน จังหวัดฉะเชิงเทรา องค์การจัดการน้ำเสีย กรมเจ้าท่า กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม

กรมควบคุมมลพิษและกรมโรงงานอุตสาหกรรม โดยจะขับเคลื่อนภายใต้ 5 เป้าประสงค์ คือ 1.การเสริมสร้างความปลอดภัยในการสัญจรทางน้ำของประชาชน 2.การปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์บริเวณ “คลองแสนแสบ” 3.การแก้ไขปัญหามลภาวะและคุณภาพน้ำใน “คลองแสนแสบ” 4.การป้องกันปราบปราม การบุกรุกทำลายทรัพยากรในคลองแสนแสบ 5.การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในคลองแสนแสบ รวม 84 โครงการ

อาทิ โครงการก่อสร้างระบบรวบรวมน้ำเสีย โครงการก่อสร้างโรงบำบัดน้ำเสีย โครงการก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสีย โครงการก่อสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กข้ามคลองแสนแสบ โครงการเดินเรือคลองแสนแสบส่วนต่อขยายระยะทาง 10 กิโลเมตร โครงการต่อเรือไฟฟ้า 12 ลำ และการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับมลพิษทางน้ำ เป็นต้น

แหล่งที่มาของงบประมาณแผนพัฒนาฟื้นฟูรวม 82,563 ล้านบาท มาจาก 1.งบประมาณแผ่นดิน ร้อยละ 81.40 2.งบ กทม. ร้อยละ 3.50 และ 3.เงินจากเอกชนร่วมลงทุน (PPP) ร้อยละ 15.10 สำหรับประโยชน์ที่จะได้รับจากแผนพัฒนาฟื้นฟู อาทิ 1)แก้ไขปัญหามลภาวะและคุณภาพน้ำในคลองแสนแสบอย่างครบวงจร สร้างระบบรวบรวมและบำบัดน้ำเสียรวม 39 แห่ง รองรับการบำบัดน้ำเสียในคลองแสนแสบได้ 1,364,525 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน

2)เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในคลองแสนแสบ โดยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร สามารถเร่งการระบายน้ำผ่านอุโมงค์ระบายน้ำได้ 30 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และเขื่อนป้องกันตลิ่ง 33.32 กิโลเมตร ช่วยเพิ่มพื้นที่ที่ได้รับการป้องกันน้ำท่วม 96,875 ไร่  ส่วนจังหวัดฉะเชิงเทรา มีสถานีสูบน้ำ ประตูระบายน้ำ เครื่องสูบน้ำและปรับปรุงคลอง ช่วยให้คลองระบายน้ำได้ 60 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ช่วยเพิ่มพื้นที่ที่ได้รับการป้องกันน้ำท่วม 15,625 ไร่

3พัฒนาระบบขนส่ง ความปลอดภัยทางน้ำ มีท่าเทียบเรือเพิ่มขึ้น ครอบคลุม “คลองแสนแสบ” ใน กทม. ทั้งสาย โดยใช้เรือไฟฟ้ารองรับการใช้บริการ 800  – 1,000 คนต่อวัน พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิดในท่าเรือ 

ลุงป้อมยอมรับ พปชร.ยังไร้ผู้สมัครผู้ว่ากทม. หลังผู้ว่าหมูป่าขาดคุณสมบัติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/496875

14 ธ.ค. 2564 |20:19 น.

ลุงป้อมยอมรับ พปชร.ยังไร้ผู้สมัครผู้ว่ากทม. หลังผู้ว่าหมูป่าขาดคุณสมบัติ

“ประวิตร” ยอมรับ” ผู้ว่าหมูป่า” มีปัญหาเรื่องคุณสมบัติ ลงชิงชัยผู้ว่ากทม.ไม่ได้ สั่ง กก.บห.พรรคเฟ้นหาผู้สมัครคนใหม่แทน ขอเวลาหาผู้ที่เหมาะสม ยืนยันยังไม่ปิดประตูตาย ด้าน “จักรพันธ์” เผย พปชร.เคาะส่งผู้สมัคร ส.ก.ครบ 50 เขต คาดต้นปี 65 เปิดตัว

วันนี้ (14 ธ.ค.) ที่พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวยอมรับว่า นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี มีปัญหาเรื่องคุณสมบัติ ไม่สามารถลงสมัครผู้ว่า กทม.ได้ 

ลุงป้อมยอมรับ พปชร.ยังไร้ผู้สมัครผู้ว่ากทม. หลังผู้ว่าหมูป่าขาดคุณสมบัติ

ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อเป็นเช่นนี้พรรคจะส่งใครแทน พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ให้กรรมการบริหารเป็นผู้เฟ้นหา ตอนนี้ยังไม่ได้เคาะว่าจะเอาใครลงสมัคร  เมื่อถามว่า ยังไม่ตัดสินใจที่จะไม่ส่งเลยใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “ยัง ๆ” เมื่อถามย้ำว่า อีกนานหรือไม่ที่พรรคจะมีการพูดคุยกันในเรื่องนี้ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เป็นสื่อจะไปยุ่งอะไร 

ลุงป้อมยอมรับ พปชร.ยังไร้ผู้สมัครผู้ว่ากทม. หลังผู้ว่าหมูป่าขาดคุณสมบัติ

ด้าน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า  เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวเรื่องเดียวกันว่า  ในการประชุมพรรควันนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค ได้ให้นโยบายไปแล้ว เมื่อถามว่า พล.อ.ประวิตร ให้คณะกรรมการบริหารพรรคเฟ้นหาผู้สมัครคนใหม่  ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่าไม่ใช่เฟ้นหา เพราะยังไม่ถึงเวลา 
 

ส่วนการส่งผู้สมัคร รับเลือกตั้งซ่อม ในพื้นที่ 2 จังหวัดภาคใต้นั้น ร.อ.ธรรมนัส กล่าว ว่า ยังหาข้อสรุปไม่ได้ รวมทั้งการส่งผู้ว่า กทม. ยังไม่ได้ ผู้สื่อข่าวถามว่า มีแนวโน้มที่จะส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อม ทั้ง 2 จังหวัดหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ยังไม่ทราบที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคยังไม่มีข้อยุติ  เมื่อถามย้ำว่าพรรคประชาธิปัตย์ระบุว่าการส่งเลือกตั้งซ่อม จะต้องดูมารยาททางการเมืองหรือไม่  

ลุงป้อมยอมรับ พปชร.ยังไร้ผู้สมัครผู้ว่ากทม. หลังผู้ว่าหมูป่าขาดคุณสมบัติ

เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวย้ำ เรายังไม่มีมติชัดเจนว่าจะส่งหรือไม่ส่ง การออกมาวิพากษ์วิจารณ์อะไรก็แล้วแต่ เป็นเรื่องของบุคคล เราไม่วิพากษ์วิจารณ์  เมื่อถามอีกว่า การพูดดักทางของพรรคร่วมแบบนี้จะเป็นปัจจัยที่เราจะนำไปพิจารณาว่าพรรคจะส่งผู้สมัครหรือไม่ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่าคงไม่ใช่  เหตุผล ทุกอย่างต้องมีที่มาที่ไป และสามารถตอบคำถามประชาชนได้
 

ขณะที่ นายจักรพันธ์ พรนิมิตร ส.ส.กทม. ในฐานะหัวหน้าภาค กทม.พรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า ในส่วนของภาคกทม.ที่ประชุมกรรมการบริหารพรรครับทราบมติคณะทำงานภาคกทม. ในส่วนของสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ทั้ง 50 เขต พลังประชารัฐยืนยันส่งครบทั้ง 50 เขตในนามของพรรค ซึ่งขณะนี้ตัวผู้สมัคร ส.ก.มีเกือบครบ 100 % แล้ว และจะมีการนำเสนอนโยบายกทม. ให้กรรมการบริหารพรรคพิจารณาให้ความเห็นชอบอีกครั้ง สำหรับการเปิดตัวผู้สมัคร ส.ก.คิดว่าไม่เกินต้นปี 65 จะเรียบร้อย

ลุงป้อมยอมรับ พปชร.ยังไร้ผู้สมัครผู้ว่ากทม. หลังผู้ว่าหมูป่าขาดคุณสมบัติ

นายจักรพันธ์ กล่าวว่าสำหรับผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. ยังยืนยันเหมือนเดิมว่า ขณะนี้อยู่ในกระบวนการคัดสรร เมื่อถามว่าผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.จะชัดเจนเมื่อไหร่ นายจักรพันธ์  กล่าวว่า ยังไม่ได้กำหนดระยะเวลา เพราะยังไม่ทราบวันเลือกตั้งชัดเจน เพียงแต่ทราบกรอบเวลาตามที่ปรากฏตามสื่อว่าประมาณกลางปี 65  ทั้งนี้ กรรมการพรรคก็ยังรับทราบว่ายังมีเวลาที่จะคัดสรรผู้สมัครที่ดีที่สุดในนามพรรค


 
เมื่อถามย้ำว่าหากไม่ได้ผู้ที่ดีที่สุดจะไม่ส่งใช่หรือไม่ นายจักรพันธ์  กล่าวว่าเอาไว้ถึงตอนนั้นก่อนแล้วกัน เมื่อถามว่า ได้มีการประเมินหรือไม่หากไม่ส่งผู้ว่าฯกทม.จะมีผลต่อพรรคหรือไม่ นายจักรพันธ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้ประเมิน เป็นเรื่องคณะทำงานภาคกทม.ที่จะนำเสนอต่อกรรมการบริหารพรรค ซึ่งเราก็คุยกันหลายทางเลือก แต่ ณ ขณะนี้รอให้มีมติชัดเจนก่อนดีกว่า และจะมีการแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

ด้าน ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส.กทม.เขต 2 ในฐานะโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้เดินทางมาเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ครั้งที่ 9 /2564  โดยมีการพิจารณาใน 2 วาระ โดยวาระแรกเป็นการหารือเลือกตั้งซ่อม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ว่างลง ในจังหวัดสงขลา และชุมพร ซึ่งในวันนี้ที่ประชุมยังไม่มีมติว่าจะส่งผู้สมัครหรือไม่ โดยจะต้องมีการพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ และจะนำมาหารือเพื่อขอมติอีกครั้ง ในวันอังคารที่ 21 ธันวาคมนี้  ส่วนวาระที่ 2 คือเรื่องการพิจารณาแผนการดำเนินงานตามนโยบายของพรรคฯ ในพื้นที่กทม.โดยเฉพาะการหาตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่า กทม. ด้วย ภายหลังจากที่มีกระแสว่านายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี หรือ “ผู้ว่าหมูป่า” อาจไม่ลงสมัครเนื่องจากคุณสมบัติไม่ครบ

ลุงป้อมยอมรับ พปชร.ยังไร้ผู้สมัครผู้ว่ากทม. หลังผู้ว่าหมูป่าขาดคุณสมบัติ

เมื่อถามว่า การเลือกตั้งซ่อมที่ยังไม่มีมติชัดเจนในวันนี้เพราะยังไม่ได้ตัวผู้ลงสมัครใช่หรือไม่ ดร.พัชรินทร์ กล่าวว่า มีหลายประเด็น ทั้งในส่วนของตัวผู้สมัคร ซึ่งทางกรรมการบริหารพรรคจะต้องมีการพิจารณาอย่างระเอียดถี่ถ้วนอีกครั้งหนึ่ง เมื่อถามย้ำว่า มติคือส่งแน่นอนแต่ยังไม่ได้ตัวผู้สมัครใช่หรือไม่ ดร.พัชรินทร์ กล่าวว่า พรรคยังไม่มีมติ เราจะมาประชุมกันอีกครั้งในวันอังคารหน้าและจะมีมติออกมาในวันนั้นเลย 

ผู้สื่อข่าวถามอีกว่าจะมีการหารือกับพรรคประชาธิปัตย์ในฐานะเจ้าของพื้นที่และเป็นพรรคร่วมรัฐบาลก่อนหรือไม่ ดร.พัชรินทร์ กล่าวว่า เป็นเรื่องของกรรมการบริหารพรรคที่จะพิจารณา

สำหรับผู้ที่เข้าร่วมประชุมวันนี้ ประกอบด้วย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ โดยมีกรรมการบริหารพรรค เข้าประชุมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค นายสันติ พร้อมพัฒน์ รองหัวหน้าพรรค และผอ.พรรค นายสมศักดิ์ เทพสุทิน  รมว.ยุติธรรม ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กรรมการบริหารพรรค นายสุชาติ ชมกลิ่น  รมว.แรงงาน เป็นต้น

“จะนะรักษ์ถิ่น”ปักหลักต่อ หลังมติ ครม.ยังไม่ชัดเจน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/496866

14 ธ.ค. 2564 |19:34 น.

"จะนะรักษ์ถิ่น"ปักหลักต่อ หลังมติ ครม.ยังไม่ชัดเจน

กลุ่มจะนะรักษ์ถิ่นตัดสินใจค้างคืนต่อ หลัง ครม.ไม่มีมติเป็นลายลักษณ์อักษรให้เห็น ระบุ กลัวเป็นแค่ลมปาก ยืนยันหากไม่ทำตามจะปิดการจราจรตามที่ประกาศไว้

เมื่อเวลา 19.00 น.ที่ผ่านมา (14 ธันวาคม 2564) นายสมบูรณ์ คำแหง แกนนำกลุ่มจะนะรักษ์ถิ่น ได้ออกมาแถลงอีกครั้ง หลังไม่มีการอัปเดตข้อเรียกร้องของกลุ่มฯ ผ่านท่างเว็บไซต์ของทำเนียบรัฐบาล และไม่มีมติ ครม.ที่เป็นลายลักษณ์อักษร โดยระบุว่า การที่มีมติเป็นแค่เพียงวาจา  ทางกลุ่มจะนะรักษ์ถิ่นจะไม่ยอมรับ  ทางเราต้องการหลักฐานมติ ครม.ที่เป็นลายลักษณ์อักษรชัดเจน  เพื่อยืนยันว่ารัฐบาลจะทำตามข้อเรียกร้อง โดยคณะกรรมการจัดทำ SEA ต้องไม่ใช่ กพต. แต่ต้องเป็นสภาพัฒน์ หรือสถาบันวิชาการท้องถิ่น 

"จะนะรักษ์ถิ่น"ปักหลักต่อ หลังมติ ครม.ยังไม่ชัดเจน

แกนนำกลุ่มจะนะรักษ์ถิ่น กล่าวย้ำว่า ถ้าไม่เห็นเอกสารที่เป็นมติของทางรัฐบาลก็จะยังปักหลักต่อไป  ซึ่งเรื่องอาหารการกิน ไฟฟ้า ไม่น่าเป็นห่วง หากรัฐบาลโกหกก็จะทำปิดถนนตามที่ประกาศไว้  จะรอจนกว่าจะมีผลมติ ครม.ที่ชัดเจน ซึ่งกลุ่มฯ สามารถรอการประชุม ครม. ได้ถึงอาทิตย์หน้า

"จะนะรักษ์ถิ่น"ปักหลักต่อ หลังมติ ครม.ยังไม่ชัดเจน

ทั้งนี้หลังการแถลงล่าสุดของกลุ่มจะนะรักษ์ถิ่น  ทางตัวแทนสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เตรียมออกมาเจรจากับชาวบ้านอีกครั้ง ซึ่งจะต้องจับตาดูอีกครั้งว่าชาวจะนะจะมีท่าทีอย่างไรต่อไป

ขณะที่บรรยากาศบริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาล  ยังมีตำรวจตรึงกำลังด้านหน้า  เพื่อดูแลความเรียบร้อยและอำนวยความสะดวกด้านการจราจรให้กับประชาชนที่สัญจรผ่านไปมา

"จะนะรักษ์ถิ่น"ปักหลักต่อ หลังมติ ครม.ยังไม่ชัดเจน

“จาตุรนต์” นำทีมคัมแบ็ค “เพื่อไทย” ผนึกกำลังดันพรรคฯ เป็นรัฐบาล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/496850

14 ธ.ค. 2564 |18:14 น.

"จาตุรนต์" นำทีมคัมแบ็ค "เพื่อไทย" ผนึกกำลังดันพรรคฯ เป็นรัฐบาล

นาย “จาตุรนต์ ฉายแสง” นายวุฒิพงษ์ ฉายแสง นางฐิติมา ฉายแสง นายเศกสิทธิ์ ไวยนิยมพงศ์ และนายอาจอง ฮิม บิณศิรวานิช พร้อมคณะ ย้ายกลับ “พรรคเพื่อไทย”


เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.64 นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ร่วมกันแถลงข่าวให้การต้อนรับนายจาตุรนต์ ฉายแสง นายวุฒิพงษ์ ฉายแสง นางฐิติมา ฉายแสง นายเศกสิทธิ์ ไวยนิยมพงศ์ และนายอาจอง ฮิม บิณศิรวานิช พร้อมคณะ ที่เดินทางเข้ามาสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย 

"จาตุรนต์" นำทีมคัมแบ็ค "เพื่อไทย" ผนึกกำลังดันพรรคฯ เป็นรัฐบาล

นายจาตุรนต์ ฉายแสง กล่าวว่า ได้รับเชิญให้กลับมาพรรคเพื่อไทย เพื่อร่วมทำงาน ต้องขอขอบคุณ รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง พร้อมยืนยันว่า พวกตนพยายามหาทางที่เป็นประโยชน์แก้ไขปัญหาบ้านเมือง สร้างบ้านเมืองให้เป็นประชาธิปไตย เจริญก้าวหน้า พบว่าสถานการณ์บ้านเมืองเกิดสภาพที่ประเทศมีปัญหามาก ทั้งจากความไม่เป็นประชาธิปไตย เรื่องเศรษฐกิจ ปัญหาการแพร่ระบาดโควิด-19 รวมทั้งรัฐธรรมนูญที่ยังไม่ได้แก้ กติกาก็เป็นปัญหา รัฐบาลล้มเหลวในการแก้ปัญหา ประเทศต้องเกิดการเปลี่ยนแปลง เพื่อให้ได้รัฐบาลที่แก้ปัญหาที่ดีกว่า หวังว่าจะสร้างบ้านเมืองให้เป็นประชาธิปไตยให้เจริญก้าวหน้า สภาวะแบบนี้ ฝ่ายประชาธิปไตยต้องผนึกกำลังให้เข้มแข็งเพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้ให้ได้ พบว่าพรรคเพื่อไทยกำลังจัดขบวน ผนึกกำลังจากผู้มีประสบการณ์ และคนรุ่นใหม่ ที่เข้ามาเพื่อที่จะทำพรรคให้เข้มแข็ง บรรลุจุดมุ่งหมาย แก้ปัญหาให้ประเทศ 

"จาตุรนต์" นำทีมคัมแบ็ค "เพื่อไทย" ผนึกกำลังดันพรรคฯ เป็นรัฐบาล

นายจาตุรนต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า พวกตนเป็นคณะเล็กๆ แม้มีประสบการณ์บ้าง แต่ไม่ได้วิเศษวิโสอะไร หวังว่าเมื่อมาอยู่กับพรรคเพื่อไทยแล้วจะทำประโยชน์ได้ไม่มากก็น้อย จะทำอย่างเต็มความสามารถ เอาประโยชน์ประชาชนเป็นที่ตั้ง เชื่อว่าจะร่วมกันในการแก้ปัญหาบ้านเมืองให้เป็นประชาธิปไตย ทำให้บ้านเมืองก้าวหน้าต่อไป

ด้านนายอาจอง ฮิม บิณศิรวานิช อดีตผู้สมัคร ส.ส.จังหวัดสระบุรี พรรคเพื่อไทย หนึ่งในทีมงานนายจาตุรนต์ ฉายแสง เปิดเผยว่า เนื่องด้วยนโยบายพรรคเพื่อไทย และแนวคิดของนายจาตุรนต์ สอดคล้องต้องกัน มีมุมมองที่ตรงกันในเรื่องการพัฒนาประเทศไทย ที่สำคัญนโยบายพรรคเพื่อไทยเน้นการส่งเสริมประชาธิปไตย ต่างจากพรรคอื่น 

"จาตุรนต์" นำทีมคัมแบ็ค "เพื่อไทย" ผนึกกำลังดันพรรคฯ เป็นรัฐบาล
"จาตุรนต์" นำทีมคัมแบ็ค "เพื่อไทย" ผนึกกำลังดันพรรคฯ เป็นรัฐบาล

“วิษณุ” เชิญ “กกต.-พรรคร่วม” หารือกฎหมายลูกประกอบการเลือกตั้ง 20 ธ.ค.นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/496848

14 ธ.ค. 2564 |18:05 น.

“วิษณุ” เชิญ “กกต.-พรรคร่วม” หารือกฎหมายลูกประกอบการเลือกตั้ง 20 ธ.ค.นี้

“วิษณุ” เชิญ “กกต.-พรรคร่วม” หารือกฎหมายลูกประกอบการเลือกตั้ง 20 ธ.ค.นี้ ยืนยันร่างรัฐบาลส่งได้เดือนมกราคมปี 65

วันนี้(14 ธ.ค.) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. และ ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งจะเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุม ครม.ว่า เบื้องต้นได้แจ้ง ครม.ว่าวันที่ 20 ธ.ค.นี้ จะเชิญกกต. กับพรรคร่วมรัฐบาลมาหารือกัน เพราะพรรคร่วมรัฐบาลมีร่างของเขาอยู่แล้ว แต่ไม่ตัดสิทธิแต่ละพรรคที่จะยื่นเสนอเพิ่มเติม และหลังพูดคุยกันแล้วได้ความว่าอย่างไรพรรคร่วมรัฐบาลจะเสนอร่างกฎหมายของต่อสภาฯ วันที่ 23 ธ.ค.  2564 

นายวิษณุ กล่าวว่า แต่ในส่วนของรัฐบาลร่างของ กกต. ยังไม่เสร็จสิ้น เพราะยังไม่ได้ให้สำนักงานคณะกรรมการกฤฎีกาตรวจสอบ เนื่องจากเมื่อกกต.รับฟังความเห็นประชาชนเสร็จแล้ว จะมาหารือกับพรรคร่วมอีกครั้งวันที่ 20 ธ.ค. นี้ ว่าจะไกล่เกลี่ยกันอย่างไร เพราะหากพรรคร่วมรัฐบาลหรือพรรคฝ่ายค้านได้เสนอร่างของตัวเองไปก่อนรัฐบาลจะขอใช้สิทธินำร่างที่เสนอไป นำกลับมาพิจารณาตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภาที่เปิดโอกาสให้รัฐบาลนำกลับมาดูได้ภายใน 1 เดือน 

“ก็จะทันกับร่างที่กกต.เสนอไปพอดี  ซึ่งรัฐบาลบริหารทัน แต่ถ้าส.ส.จะเสนอก่อนวันที่ 23 ธ.ค. 2564  ร่างของรัฐบาลยังไม่เสร็จเพราะกกต.ยังไม่เสร็จ ซึ่งถือว่าการดึงกลับมาของรัฐบาลเป็นเทคนิคการเสนอกฎหมาย สุดท้ายแล้วร่างของรัฐบาล โดยกกต. จะเข้าสภาเดือนมกราคม 2565” รองนายกฯ กล่าว

“บางกลอย”ยื่นหนังสือย้ำ ไม่เอา”วราวุธ”นั่งประธานแก้ปัญหา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/496854

14 ธ.ค. 2564 |18:02 น.

"บางกลอย"ยื่นหนังสือย้ำ ไม่เอา"วราวุธ"นั่งประธานแก้ปัญหา

ภาคีบางกลอยยื่นหนังสือถึงรัฐบาล ย้ำให้เปลี่ยน “วราวุธ ศิลปอาชา” จากประธานกรรมการแก้ปัญหาบางกลอย เหตุเป็นคู่ขัดแย้งโดยตรง

ความเคลื่อนไหวที่บริเวณทำเนียบรัฐบาล นอกจากการชุมนุมของเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่นแล้ว วันนี้กลุ่มบางกลอยคืนถิ่น ซึ่งเป็นราษฎรชาติพันธุ์กะเหรี่ยงบางกลอย ที่ได้รับผลกระทบจากการละเมิดสิทธิที่ดินทำกิน และภาคี Save บางกลอย ได้เดินทางมายื่นข้อเรียกร้อง ไม่ยอมรับการแต่งตั้ง นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้มาดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของชาวบางกลอย

โดยระบุเหตุผลว่า นายวราวุธและกระทรวงทรัพยากรฯ เป็นคู่ขัดแย้งโดยตรงของชาวบ้าน การมาดำรงตำแหน่งนี้จึงผิดจากหลักการจัดการความขัดแย้งอย่างสิ้นเชิง นอกจากนี้นายวราวุธยังขาดความรู้ ความเข้าใจ ในการพัฒนาอันเคารพความหลากหลายในมิติของสังคมพหุวัฒนธรรม  ที่ผ่านมาไม่เคยร่วมรับฟังปัญหาจากปากชาวบ้าน มีอคติกับพี่น้องชาติพันธุ์  ผลักดันการขึ้นมรดกโลกกลุ่มป่าแก่งกระจานเพื่อปิดทางการพัฒนาในวิถีของการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับป่า 
"บางกลอย"ยื่นหนังสือย้ำ ไม่เอา"วราวุธ"นั่งประธานแก้ปัญหา

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา การกระทำของนายวราวุธ มักนำพามาสู่ความขัดแย้งที่รุนแรงมากกว่าจะแก้ปัญหา การยื่นหนังสือไม่ยอมรับการดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาบางกลอยของนายวราวุธ ศิลปอาชา ในครั้งนี้  จึงเป็นสิ่งที่กลุ่มบางกลอยคืนถิ่นและภาคีเซฟบางกลอยมุ่งมาดคาดหวังว่า  จะได้รับการดำเนินพิจารณาจากนายกรัฐมนตรีอย่างเร่งด่วน 

รวมถึงได้มีการยื่นข้อเสนอเพื่อให้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาบางกลอยชุดใหม่  เนื่องจากกรรมการชุดเดิมมีปัญหาเรื่องจริยธรรมทางวิชาการ  ที่ให้ข้อมูลลำเอียงและสร้างความเข้าใจที่ผิดเกี่ยวกับวิถีเกษตรไร่หมุนเวียน  ซึ่งถือเป็นการละเมิดสิทธิวัฒนธรรมอย่างรุนแรง 

"บางกลอย"ยื่นหนังสือย้ำ ไม่เอา"วราวุธ"นั่งประธานแก้ปัญหา

ทั้งนี้การยื่นหนังสือเรียกร้องดังกล่าว นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมารับหนังสือ และยืนยันในหลักการคนเท่ากัน  ซึ่งทางกลุ่มบางกลอยคืนถิ่นและภาคีเซฟบางกลอย  จะเฝ้ารอและติดตามการพิจารณาข้อเรียกร้องดังกล่าว  หากไม่มีการดำเนินการตามข้อเรียกร้องเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ตามหลักการจัดการความขัดแย้งภายในสิ้นปีนี้  ทางกลุ่มบางกลอยคืนถิ่นและภาคีเซฟบางกลอยจะกลับมาเคลื่อนไหวอย่างแน่นอน

“วิษณุ” ระบุ นายกฯ ย้ำเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. กลางปีหน้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/496843

14 ธ.ค. 2564 |17:28 น.

“วิษณุ” ระบุ นายกฯ ย้ำเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. กลางปีหน้า

“วิษณุ” ระบุ นายกฯ ย้ำเลือกผู้ว่าฯ กทม.กลางปีหน้า แต่เลี่ยงตอบคุณสมบัติผู้สมัครฯ ต้องอยู่ในกทม.กี่ปี ระบุครม.ไฟเขียวร่างพ.ร.ฎ.เลือกตั้งซ่อม คาดได้หย่อนบัตร 16 ม.ค. 65

วันนี้ (14 ธ.ค.) ที่ทำเนียบรัฐบาล  นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ถึงการพิจารณากำหนดวันเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร  ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้พูดเรื่องนี้ในที่ประชุม ครม. โดยย้ำว่าจะให้จัดการเลือกตั้งดังกล่าวได้ในช่วงกลางปี 2565  ส่วนจะเป็นวันไหนนั้นขึ้นอยู่กับคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เป็นผู้กำหนด โดยครม. จะเป็นผู้ให้สัญญาณไปถึงกกต. แต่เวลานี้ ครม.ยังไม่ส่งสัญญาณใด ๆ

ผู้สื่อข่าวถามว่ารัฐบาลจะสามารถให้ความมั่นใจกับประชาชนได้หรือไม่ว่าจะมีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.เกิดขึ้นในกลางปี 2565 จริง ๆ  นายวิษณุ กล่าวว่าก็พูดอย่างนี้ ส่วนจะมั่นใจหรือไม่ก็แล้วแต่  

เมื่อถามว่าคุณสมบัติของผู้ที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.จำเป็นต้องอาศัยในกรุงเทพฯ ต่อเนื่องเป็นเวลา 5 ปี ใช่หรือไม่  นายวิษณุ กล่าวว่ามีการกำหนดช่วงเวลาของการอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ  แต่ตนเองจำไม่ได้ว่าต้องอยู่กี่ปี  เมื่อถามย้ำว่าถ้าบุคคลนั้นเคยอยู่กรุงเทพฯ แล้วย้ายไปอยู่จังหวัดอื่น จากนั้นกลับมาอยู่ที่กรุงเทพฯ อีกครั้ง จะนับเวลาต่อเนื่องได้หรือไม่ หรือต้องนับเฉพาะช่วงเวลาปัจจุบันที่อยู่ในกรุงเทพฯ  นายวิษณุ กล่าวว่า จำไม่ได้ แต่เรื่องดังกล่าวไม่ได้เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ รวมถึงเป็นเรื่องที่ต่างจากคุณสมบัติของผู้ที่จะลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.

รองนายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงการกำหนดวันเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขตเลือกตั้งที่ 1 จ.ชุมพร และเขตเลือกตั้งที่ 6 จ. สงขลา ว่า  ที่ประชุมครม.เห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดให้มีการจัดการเลือกตั้งซ่อมดังกล่าว ซึ่งมีใจความกำหนดว่าให้มีเลือกตั้งซ่อม ส.ส. ส่วนจะเป็นวันใดนั้น ให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนด หลังจากราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่พระราชกฤษฎีกากำหนดการเลือกตั้งซ่อมแล้ว  ทั้งนี้ ได้มีการแจ้งคร่าว ๆ ว่าการเลือกตั้งดังกล่าวน่าจะเกิดขึ้นในวันที่ 16 ม.ค. 2565

“ผู้ว่าหมูป่า” ไม่ลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. เหตุติดเงื่อนไขราชการ-ขาดคุณสมบัติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/496840

14 ธ.ค. 2564 |17:15 น.

“ผู้ว่าหมูป่า” ไม่ลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. เหตุติดเงื่อนไขราชการ-ขาดคุณสมบัติ

“ผู้ว่าหมูป่า” ไม่ลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. เหตุติดเงื่อนไขราชการ ขาดคุณสมบัติเพราะทะเบียนบ้านอยู่ปทุมธานี ไม่ได้อยู่ในกรุงเทพฯ ย้ำขอเลือกสวมบทบาทราชการจนเกษียณ

นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าฯ ปทุมธานี หรือ “ผู้ว่าหมูป่า” แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนถึงกระแสข่าวลงชิงศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ในนามพรรคพลังประชารัฐ ยืนยันว่า ไม่ลงสมัครอย่างแน่นอน เหตุติดเงื่อนไขราชการ ขาดคุณสมบัติการลงสมัคร เนื่องจากทะเบียนบ้านตนเองอยู่ปทุมธานีแค่ 2 เดือน ไม่ได้อยู่ในกรุงเทพฯ กลัวชาวปทุมธานีจะมองไม่ดี โดยเลือกสวมบทบาทราชการจนเกษียณถึงปี 2568 เพื่อพัฒนาปทุมธานีให้ดีที่สุด เป็นเมืองท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของประเทศ 

“ผู้ว่าหมูป่า” ไม่ลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. เหตุติดเงื่อนไขราชการ-ขาดคุณสมบัติ

“อยากมีเวลาอยู่ดูแลกับครอบครัว ดูแลสุขภาพตนเอง อยากให้ชาวปทุมฯ กินอิ่มนอนหลับ มีความสุขมากหากทำให้ประชาชนมีความสุข ถือเป็นกำลังใจในการทำงานมหาศาล ไม่ถนัดเข้ามาในพื้นที่กรุงเทพ ขอดูแลพี่น้องที่อยู่ภูมิภาคมากกว่า ไม่ลงผู้ว่า กทม.คุณสมบัติเป็นไปไม่ได้เพราะทะเบียนบ้านยังอยู่ จ.ปทุมธานี และ กทม.ยังมีอะไรซับซ้อนอีกเยอะ ยอมรับไม่ถนัด ที่จะเข้าไปพื้นที่ที่เป็นหัวใจของประเทศ และขอดูแลพี่น้องภูมิภาคดีกว่า ตั้งใจเป็นข้าราชการไปจนเกษียณ ที่ยังเหลืออายุราชการอีก 3 ปี และปีนี่ตั้งใจพัฒนาจังหวัดปทุมธานี ยกระดับให้เป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยว ตั้งเป้านักท่องเที่ยวเพิ่ม 2 ล้านคน เงินสะพัด 4-5 พันล้านขอบคุณผู้ใหญ่หลายคนที่พยายามจะทาบทาม และพยายามมาชวน และขอบคุณประชาชนที่สนับสนุน ที่อยากให้ไปช่วยกทม. ขอบคุณที่ให้เกียรติผม” นายณรงค์ศักดิ์ ย้ำ

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวออกมาว่าพรรคพลังประชารัฐ เตรียมส่งนายณรงค์ศักดิ์ เป็นตัวแทนของพรรคในการลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. แทน พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม.คนปัจจุบัน ซึ่งยังแบ่งรับแบ่งสู้อยู่ว่าจะลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.หรือไม่ ขณะที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีต ผบ.ตร. ได้ยอมหลีกทางให้กับ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง โดยไม่คิดลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ทั้งที่ได้ประกาศตัวไว้อย่างชัดเจนว่าจะลงชิงตำแหน่งพ่อเมืองกทม.

นายกฯ สั่งตั้งคณะกรรมการอิสระกรองรายชื่อนักโทษ-วางเกณฑ์ขออภัยโทษ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/496828

14 ธ.ค. 2564 |16:29 น.

นายกฯ สั่งตั้งคณะกรรมการอิสระกรองรายชื่อนักโทษ-วางเกณฑ์ขออภัยโทษ

“วิษณุ” เผยนายกฯ สั่งตั้งคณะกรรมการอิสระ กรองรายชื่อนักโทษ-วางเกณฑ์ขออภัยโทษ เล็งให้ “เข็มชัย”เป็นหัวหน้าทีม คาดใช้เวลา 1 เดือน เพื่อให้เร็วและทันกำหนดเวลาที่จะมีการพิจารณาปล่อยนักโทษ

วันนี้ (14 ธ.ค.) ที่ทำเนียบรัฐบาล  นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า จากกรณีที่มีข่าวการคัดค้านการลดโทษหรือขอพระราชทานอภัยโทษแก่ผู้ต้องขังคดีทุจริตคอร์รัปชันนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้สั่งการในที่ประชุมครม.ว่า เนื่องจากเรื่องนี้เป็นเรื่องของกระบวนการการจัดชั้นนักโทษ ซึ่งอยู่ในอำนาจของกรมราชทัณฑ์  ขณะเดียวกัน จนถึงเวลานี้ยังไม่มีการปล่อยตัวผู้ต้องขังเลยแม้แต่คนเดียว โดยยังมีเวลาประมาณ 4 เดือนในการทำบัญชีรายชื่อและประวัติของผู้ต้องขังที่จะได้รับการขอพระราชทานอภัยโทษ หรือลดโทษ  ดังนั้น เพื่อความสบายใจ หลังจากมีผู้ร้องเรียนและการตั้งกระทู้ถามในสภาผู้แทนราษฎร  นายกรัฐมนตรีจึงตั้งคณะกรรมการอิสระขึ้นมา 1 คณะ ทำหน้าที่ตรวจสอบในกระบวนการและการจัดชั้นนักโทษ รวมถึงให้ทำหน้าที่เสนอแนะว่าควรจะกำหนดหลักเกณฑ์อะไร อย่างไร ในการขอพระราชทานอภัยโทษในคราวต่อ ๆ ไป โดยคณะกรรมการชุดนี้มีเวลาการทำงาน ประมาณ 1 เดือน

นายวิษณุ กล่าวด้วยว่า  ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีให้ข้อสังเกตด้วยว่าการขอพระราชทานอภัยโทษนั้น รัฐบาลคงจะไม่ขอพระราชทานบ่อยครั้ง  เพราะถ้าบ่อยครั้ง ก็จะเป็นการลดโทษลงไปเรื่อย ๆ  ซึ่งการลดโทษแต่ละครั้งคือ 1 ใน 3 ถ้าลดไปเรื่อย ๆ ก็จะทำให้เหลือโทษไม่เท่าไหร่  ส่วนความผิดฐานใดที่จะอยู่ในเกณฑ์การขอพระราชทานอภัยโทษนั้น คณะกรรมการชุดนี้จะไปทบทวนกันอีกครั้ง  

      
       
เมื่อถามว่าองค์ประกอบของคณะกรรมการชุดนี้ว่ามีใครบ้าง  นายวิษณุ กล่าวว่าคาดว่าจะเชิญนายเข็มชัย ชุติวงศ์ ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม และอดีตอัยการสูงสุด มาเป็นประธานคณะกรรมการอิสระชุดนี้  
       
 

เมื่อถามต่อว่านายกฯ รับข้อเสนอที่มีผู้เรียกร้องว่าไม่ควรลดโทษหรือขอพระราชทานอภัยโทษให้ผู้ต้องขังคดีทุจริตใช่หรือไม่  นายวิษณุ กล่าวว่า นายกฯ รับในหลักการ  โดยขอให้คณะกรรมการอิสระชุดนี้ไปช่วยดู เพราะอาจจะมีอย่างอื่นหรือมีคดีอื่น ๆ อีกก็ได้  


       
เมื่อถามอีกว่าคณะกรรมการชุดดังกล่าวมีเวลาคัดกรองหนึ่งเดือนในเรื่องเหล่านี้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่าเราอยากทำให้เสร็จภายใน 1 เดือน เพื่อให้เร็วและทันกำหนดเวลาที่จะมีการพิจารณาปล่อยนักโทษ  ทั้งนี้ ถ้าคณะกรรมการดังกล่าวทำงานเสร็จสิ้นแล้ว ก็จะส่งให้ข้อมูลให้กระทรวงยุติธรรมดำเนินการต่อไป

“ชวน” เตือนสติ เลือกคนโกง-ซื้อเสียง เลือกคนทุจริตแบบไหนได้แบบนั้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/496829

14 ธ.ค. 2564 |15:42 น.

"ชวน" เตือนสติ เลือกคนโกง-ซื้อเสียง เลือกคนทุจริตแบบไหนได้แบบนั้น

ชวน ย้ำให้เด็กซึบซับเรื่องความสุจริต เพื่อสร้างค่านิยม หรือภูมิคุ้มกัน ให้คนในรุ่นต่าง ๆ เชื่อมั่นในเรื่องความสุจริต ฝากถึงประชาชน เลือกคนโกง ก็ต้องเข้ามาโกง เลือกคนซื้อเสียง มีหรือที่คนลงทุนซื้อเสียงจะมารับเงินเดือน เดือนละแสน ก็ต้องเข้ามาหาผลประโยชน์

นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา และ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวในการปาฐกฐาพิเศษ หัวข้อ คอร์รัปชันกับการเมืองไทย ว่า ผมเป็นหนึ่งในคนที่เชื่อในความสุจริต ในท่ามกลางของคนที่เชื่ออีกมากมาย เป็นเรื่องยากเหมือนกันสำหรับนักการเมือง เรื่องการคอร์รัปชั่นนั้น ถือว่าเป็นปัญหาที่ใหญ่และเกิดขึ้นในประเทศต่างๆทั่วโลก ไม่ใช่เฉพาะประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว  หรือเป็นประเทศที่กำลังพัฒนา โดยกลายเป็นปัญหาที่มีความสำคัญและยังไม่มีทีที่ว่าจะหมดไป และกลับทวีความรุนแรงและซับซ้อน มากขึ้นเรื่อยๆ แม้จะมีกฎเกณฑ์กติกาออกมาป้องกัน แต่ว่าคนที่มีพฤติกรรมทุจริตก็มีช่องทาง หลีกเลี่ยง ได้อยู่เสมอ จึงเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายนักเวลาที่จะป้องกันหรือปราบปราม 

"ชวน" เตือนสติ เลือกคนโกง-ซื้อเสียง เลือกคนทุจริตแบบไหนได้แบบนั้น

อย่างไรก็ตาม ถ้าเรามองวัดตัวเราเอง เราจะเห็นว่ามีหลายองค์กร ที่ประเมินประเทศเรา ที่เป็นไปในทางทรงๆ อย่างที่ในวงการต่อต้านทุจริตก็จะเห็นอยู่ เป็นองค์กรประเมินความโปร่งใสการทำงานในภาครัฐ ให้ตัวเลขมาตัวเลขเราก็อยู่ในที่ทรงๆอยู่  หรือองค์กรอื่นๆก็ให้คะแนนเราอยู่ในเกณฑ์ ในที่ขึ้นๆลงๆ ก็ยังมีปัญหาอยู่ แต่ถ้าเปรียบเทียบในมุมทางการเมืองเราจะอยู่ท่ามกลางรัฐธรรมนูญปี 2560 รัฐธรรมนูญฉบับนี้ เรียกว่ารัฐธรรมนูญปราบโกง

ในตัวบทบัญญัติรัฐธรรมนูญเอง มีบทบัญญัติหลายอย่าง ที่ตั้งใจที่จะปราบโกง เช่น  เราจะเห็นคำปรารภ ที่วิตกเป็นห่วงว่า พวกที่โกงบ้านโกงเมือง พวกที่ใช้อำนาจตามอำเภอใจจะเข้ามาปกครอง  ก็เป็นอย่างที่ออกบทบัญญัติ ตามมาตราควบคุมไว้และก็มีการพูดถึงเรื่องความทุจริต ความซื่อสัตย์ ไว้ในรัฐธรรมนูญ เป็นจำนวนมาก โดยมีคำว่าซื่อสัตย์อยู่ 22 คำ  แต่คำว่าทุจริต อยู่ 38 คำ บรรดาผู้มีอำนาจ นักการเมือง หรือไม่ใช่นักการเมือง  แต่อยู่ในองค์กรสำคัญ ก็มีกฏให้ต้องปฏิญาณตน

 ด้วยถ้อยคำที่คล้ายๆกัน จะทำหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต

ดังนั้นถ้าจะสรุป ก็อาจจะพูดได้ว่า แม้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ จะได้เขียนถึงความห่วงใยเรื่องนี้ ถึงขั้นบอกไว้ว่า การที่จะวางกลไกของการกำจัดการทุจริต การประพฤติมิชอบ เพื่อมิให้ผู้บริหารที่ปราศจากคุณธรรม จริยธรรม ผู้ที่ไม่มีธรรมภิบาล เข้ามาบริหาร ปกครองบ้านเมือง หรือใช้อำนาจตามอำเภอใจ

"ชวน" เตือนสติ เลือกคนโกง-ซื้อเสียง เลือกคนทุจริตแบบไหนได้แบบนั้น
"ชวน" เตือนสติ เลือกคนโกง-ซื้อเสียง เลือกคนทุจริตแบบไหนได้แบบนั้น

ถ้าเราย้อนกลับไประลึกถึงพระบรมราโชวาทของในหลวงรัชกาลที่ 9 “บ้านเมืองมีทั้งคนดีและคนไม่ดี  ไม่มีใครสามารถทำให้ทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด  หากส่งเสริมคนดีให้คนดีปกครองบ้านเมือง อย่าให้คนไม่ดีมา อำนาจ ไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้” พระบรมราโชวาทนี้ ไม่ได้พึ่งออกเมื่อเร็วๆนี้ แต่ทรงรับสั่งกับเด็กลูกเสือ ว่า ลูกเสือเป็นเยาวชน วันหนึ่งอาจจะมีตำแหน่ง และในวันข้างหน้า บ้านเมืองจะมีทั้งคนดีและคนไม่ดี แสดงว่าพระองค์ท่านมองเห็นสัจธรรมความจริงมานานแล้ว ว่าบ้านเมืองจะมีเรื่องนี้ ไม่ว่าอดีตหรือจะปัจจุบัน และในอนาคตจะมีทั้งคนดีและคนไม่ดีอยู่ ตลอดเวลา

ทำอย่างไรถึงจะให้บ้านเมืองเป็นปกติ ไม่ใช่ทำให้คนทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด เป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยากแต่ก็ต้องทำ แต่ว่าในที่สุดก็คือว่า เมื่อเราไม่สามารถทำให้ทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด การส่งเสริมให้คนดีปกครองบ้านเมือง ที่พระองค์ทรงรับสั่งไว้ จึงเป็นสัจธรรมความจริง ที่จริงแท้และตลอดมา เมื่อสมัยที่พระองค์ท่านรับสั่งปี 2511 จนถึงปัจจุบัน  และต่อไปในอนาคต ในรัฐธรรมนูญเอง คือท่านกำหนดไว้เลยนะครับ ว่านอกเหนือจากที่ผมพูดไปแล้ว ยังมีการบัญญัติหน้าที่ของพลเมืองเอาไว้ นอกจากเรื่องเสียภาษีแล้ว ในวงเล็บสุดท้าย คือ ไม่ร่วมมือกับคนทุจริตทุกรูปแบบ นี่เป็นหน้าที่ของพลเมืองของปวงชนชาวไทย ที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ 

นอกจากนั้นหน้าที่ของรัฐ รัฐธรรมนูญยังบัญญัติไว้อีกว่า รัฐต้องส่งเสริมสนับสนุนและให้ความรู้แก่ประชาชน เกี่ยวกับอันตรายของการทุจริต และประพฤติมิชอบ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน และจัดให้มีมาตรการและกลไกที่มีประสิทธิภาพเพื่อป้องกันและจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบ ดังกล่าวอย่างเข้มงวด รวมทั้งกลไกในการส่งเสริมให้ประชาชนรวมตัวกัน เพื่อมีส่วนร่วมในการรณรงค์ให้ความรู้ในการต่อต้านหรือชี้เบาะแส โดยได้รับความคุ้มครองจากรัฐตามที่กฏหมายบัญญัติ คือ ได้ลงทุนในการบัญญัติข้อความไว้ทั้งในส่วนที่เป็นหน้าที่ของปวงชนชาวไทยและบทบาทหน้าที่ของรัฐ ที่ย้ำเรื่องต้องมีส่วนในการส่งเสริมการป้องการการทุจริตและประพฤติมิชอบ แต่ว่าในโลกของความเป็นจริง แม้ว่าเราจะอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญที่ว่าปราบโกง

ก็ต้องยอมรับความจริงว่า วันนี้การโกงก็ยังมีอยู่ จะมากจะน้อยก็แล้วแต่เหตุการณ์ เกือบจะพูดได้ว่าเกือบในทุกองค์กร  แม้กระทั่งเราสนับสนุนการกระจายอำนาจ ให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่น แต่ว่าท้องถิ่นไม่น้อย ถ้าเราติดตามข่าวการลงโทษ ความสำคัญในเรื่องของการทุจริต ก็ทำให้สภาต้องมาทำโครงการ บ้านเมืองสุจริต เป็นความคิดส่วนตัวว่า เราจะปล่อยไปตามยถากรรมอย่างนี้หรือ ถ้าเราปล่อยอย่างนี้ ถ้าเรารักการปกครองในระบอบรัฐสภาที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ต้องสร้างความชอบธรรมให้ถูกต้อง และความชอบธรรมจะเกิดขึ้นง่ายก็คือ การสร้างคน ด้วยการให้การศึกษา แต่ลำพังการศึกษาอย่างเดียวก็ไม่พอ ก็เลยต้องทำโครงการ ชื่อ การเมืองสุจริต แต่ภายหลังเปลี่ยนมาเป็น บ้านเมืองสุจริต ซึ่งก็ยังไม่มีผลในทางปฏิบัติมากมาย

แต่ว่าต้องการย้ำให้ เด็กและเยาวชนซึบซับเรื่องความสุจริตเข้าไปในการเรียนระหว่างที่สอน โดยที่ไม่ต้องเอามาเป็นคะแนน ใครที่สนใจเรื่องนี้ ให้มาร่วมมือกัน ผมเชื่อว่าเราจะทำได้ เป้าหมายก็คือ เพื่อสร้างค่านิยม หรือภูมิคุ้มกัน ให้คนในรุ่นต่างๆเชื่อมั่นในเรื่องความสุจริต  อันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งเป้าหมายที่อยากจะทำให้เกิดขึ้น ก็เป็นเรื่องที่จะต้องฝากพี่น้องประชาชน ถ้าพี่น้องประชาชนเลือกคนโกง เค้าก็ต้องเข้ามาโกง เลือกคนซื้อเสียง มีหรือครับที่คนลงทุนซื้อเสียงจะมารับเงินเดือน เดือนละแสน เค้าก็ต้องเข้ามาหาผลประโยชน์ในที่สุดก็ต้องมีการทุจริต

เพราะฉะนั้นพี่น้องประชาชนจะเป็นคนที่ช่วยบ้านเมืองเอาไว้ได้ แน่นอนว่ามันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายในภาวะเศรษฐกิจที่มีคนลำบาก เงิน100บาทก็มีค่ามีความหมาย ทุกที่ที่เราเคยคิดว่าซื้อไม่ได้ ก็ยังหวั่นไหวเปลี่ยนแปลงไป อย่างไรก็อยากจะฝากพี่น้องประชาชน ในฐานะที่เป็นเจ้าของประเทศที่แท้จริง ท่านเป็นผู้กำหนดชะตาของบ้านเมือง ขอให้เลือกคนดีเข้ามาปกครองบ้านเมือง บ้านเมืองก็จะได้เป็นไปด้วยดี แต่ถ้าท่านเลือกคนโกงเข้ามาปกครองบ้านเมือง บ้านเมืองก็จะมีคนโกง และเค้าก็จะเข้าโกงกินผลประโชน์ของพี่น้องประชาชน ซึ่งประชาชนมีส่วนสำคัญในการปกป้องการทุจริต และพยายามป้องกันอย่าให้คนทุจริตเข้ามา ผมรู้ว่าพูดง่าย แต่ว่าทำยาก แต่ถ้าเราทำบ้านเมืองเราก็จะดีขึ้น