นายกฯ เตรียมลงใต้ ยะลา-ปัตตานีพรุ่งนี้ เปิดปฏิบัติการขจัดความยากจน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/496803

14 ธ.ค. 2564 |15:02 น.

นายกฯ เตรียมลงใต้ ยะลา-ปัตตานีพรุ่งนี้ เปิดปฏิบัติการขจัดความยากจน

โฆษกรัฐบาลเผยนายกฯ เตรียมลงพื้นที่ภาคใต้พรุ่งนี้ ในจังหวัดยะลาและปัตตานี เพื่อ เปิดปฏิบัติการขจัดความยากจน และพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

วันนี้ (14 ธ.ค.)  นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พร้อมคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องมีกำหนดการลงพื้นที่จังหวัดยะลา และจังหวัดปัตตานี ในวันพุธที่ 15 ธ.ค.64 เพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาลในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมร่วมประชุมกับ ศอ.บต. 

ทั้งนี้ กำหนดการช่วงเช้านายกรัฐมนตรีตรวจติดตามงานด้านการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ อาคารศูนย์ราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา ในมิติงานสำคัญ ได้แก่ การยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชน การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ผ่านโครงการเมืองต้นแบบ “สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” การบริหารจัดการด้านความมั่นคง และชายแดน การบริหารจัดการนำการดำเนินการแก้ไขปัญหาสถานการณ์โควิด-19 และการเตรียมการภายหลังการผ่อนคลายมาตรการควบคุมเชิงพื้นที่ในพื้นที่ รวมทั้งการติดตามการปฏิบัติราชการของคณะกรรมการยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กพต.)
 

โฆษกรัฐบาล กล่าวว่าจากนั้นนายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานเปิดปฏิบัติการ “การขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้” ภายใต้กรอบแนวทาง “1 ข้าราชการ ศอ.บต. 1 ครัวเรือนยากจน” และเป็นประธานประชุมการบูรณาการแก้ไขสถานการณ์โควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ รวมถึงงานด้านความมั่นคงและด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ 

ช่วงบ่ายจะตรวจเยี่ยมการบริหารจัดการโครงการจังหวัดชายแดนภาคใต้ เมืองปูทะเลโลก ณ กลุ่มเลี้ยงปูดำทะล อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี ตามกรอบแนวคิดการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก โดย ศอ.บต. ได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี กรมประมง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรกรในพื้นที่ ในการขับเคลื่อนโครงการพัฒนาและส่งเสริมการเลี้ยงปูทะเลให้เป็นสัตว์เศรษฐกิจชนิดใหม่ ร่วมกับการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลนรวมทั้งมีการพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่

นายธนกร กล่าวว่า ความสำเร็จของโครงการในพื้นที่ ทั้งการส่งเสริมให้ปูทะเลเป็นสัตว์เศรษฐกิจใหม่ของพื้นที่ การสร้างงานสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร การฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มุ่งตอบสนองความต้องการของประชาชนในพื้นที่สอดรับการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้และขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี ที่ต้องการสร้างงาน สร้างอาชีพที่หลากหลายให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ ให้เห็นผลเป็นรูปธรรม

ลือสนั่น “ผู้ว่าฯหมูป่าณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร” ถอยไม่ลงชิงผู้ว่าฯ กทม.แล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/496801

14 ธ.ค. 2564 |14:41 น.

ลือสนั่น "ผู้ว่าฯหมูป่าณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร" ถอยไม่ลงชิงผู้ว่าฯ กทม.แล้ว

ลือสนั่น “ผู้ว่าฯหมูป่า ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร” ไม่ลงชิงผู้ว่าฯ กทม. แล้ว เหตุขาดคุณบัติ ไม่มีทะเบียนบ้านอยู่ใน กทม. 1 ปี

มีรายงานข่าวว่า “นายณรงค์ศักดิ์  โอสถธนากร”  ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี หรือรู้จักกันในนามผู้ว่าฯหมูป่า ล่าสุดได้ตัดสินใจไม่ลงชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม.แล้ว เนื่องจากคุณสมบัติไม่ครบตามที่กฎหมายกำหนด คือต้องมีทะเบียนบ้านใน กทม.1 ปี และเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลต่อเนื่องใน กทม. เป็นเวลา 5 ปี อีกทั้ง “นายณรงค์ศักดิ์” ต้องการที่จะรับราชการต่อไปเนื่องจากมีอายุราชการเหลืออีกนานพอสมควร คือจะเกษียณอายุราชการกันยายน 2568

สำหรับ “นายณรงค์ศักดิ์” ผลงานเด่นคงหนีไม่พ้นภาพการบริหารงานในปฏิบัติการช่วยเหลือ 13 ชีวิตติดถ้ำหลวง เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เมื่อช่วงปี 2560 ก่อนที่จะย้ายมาดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ก็ยังคงโชว์ศักยภาพแก้ไขปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 สั่งห้ามและขอความร่วมมือประชาชนหยุดเผาไร่นา จนช่วยให้สถานการณ์ฝุ่นในพื้นที่ภาคเหนือทุเลาลงหลังจากที่ทวีความรุนแรงมาต่อเนื่อง ก่อนที่จะย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ก็ไม่ยากเกินความสามารถของผู้ว่าฯ หมูป่า อวดการบริหารงานผ่านยอดการจองคิวฉีดวัคซีนของประชาชนในจังหวัดลำปางที่ยอดสูงเป็นอันดับสองรองจากกรุงเทพฯ เท่านั้น

ด้านประวัติส่วนตัว “นายณรงค์ศักดิ์” เรียนจบมัธยมศึกษาปีที่ 5 (ม.ศ.5) โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) จากนั้นได้ศึกษาต่อระดับปริญญาตรี คณะวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต (วิศวกรรมโยธา) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ก่อนที่จะศึกษาต่อและสำเร็จการศึกษาในระดับ นิติศาสตรบัณฑิต, เทคโนโลยีบัณฑิต (เทคโนโลยีสารสนเทศธุรกิจ) และรัฐประศาสนศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช นอกจากนี้ ผู้ว่าฯ ผู้ป่า ยังจบการศึกษาในระดับปริญญาโท ด้าน Master of Science (Geodetic Science and Surveying), มหาวิทยาลัยโอไฮโอสเตต สหรัฐอเมริกา

“ศรีสุวรรณ” จัดให้ร้องผู้ตรวจฯส่งศาลรธน.ตีความปมนิรโทษกรรมนักโทษคดีโกง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/496787

14 ธ.ค. 2564 |13:53 น.

"ศรีสุวรรณ" จัดให้ร้องผู้ตรวจฯส่งศาลรธน.ตีความปมนิรโทษกรรมนักโทษคดีโกง

ศรีสุวรรณ จรรยา ตอบรับเสียงเรียกร้อง “คัดค้านนิรโทษกรรมนักโทษคดีโกง” เตรียมยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้นำความส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษฯ ที่กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์

ความคืบหน้าเครือข่ายภาคประชาชน รวมไปถึง องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น เรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  เร่งรบทวน หลักเกณฑ์ การลดวันคุมขัง นักโทษคดีทุจริตคอร์รัปชั่น  จนทำให้มีข้อเสนอจากนักวิชาการ  อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ในหลายแนวทาง  หนึ่งในประเด็นการหาทางออกดังกล่าว คือ การส่งเรืองให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย 

ล่าสุด  นายศรีสุวรรณ  จรรยา   เปิดเผยว่า   ในวันพุธที่ 15 ธ.ค.64 เวลา 10.00 น. จะเดินทางไปยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 230(1) เพื่อขอให้นำความส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษฯ ที่กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์และขัดแย้งกันนั้น ขัดกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 50 (10) และมาตรา 63 หรือไม่ อันเนื่องมาจากเป็นการออกพระราชกฤษฎีกาตามมาตรา 175 ของรัฐธรรมนูญ 256 โดยนัดหมายสื่อมวลชน พบกัน ณ ห้อง 502 ชั้น 5 ศูนย์ราชการฯ อาคาร B
 

ก่อนหน้านี้  นายจรัญ ภักดีธนากุล อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ให้สัมภาษณ์ผ่าน FM101  ว่าเป็นเรื่องใหญ่ที่กระทบต่อกระบวนการยุติธรรมของประเทศ เพราะกว่าจะตัดสินคนที่ทำผิดต้องตรวจสอบ ไต่สวน สืบสวนนานหลายปี เพื่อไม่ให้กล่าวหาใส่ร้ายคนที่สุจริต 

ทั้งนี้ ต้องรู้ธรรมชาติของคนเกเร หากไม่จำนนด้วยหลักฐานจะมีช่องทางหาทางออกไปเรื่อย ต้นเหตุมาจากการบริหารโทษ ไม่ว่าบริหารอะไร ไม่ใช่ทำตามใจชอบต้องทำให้ถูกกฎหมาย จึงอ้างกฎหมาย และระเบียบ การบริหารกิจการใดไม่ใช่เอากฎหมายอย่างเดียว แน่นอนต้องไม่ผิดกฎหมายเป็นสำคัญ พวกฉลาดทำถูกกฎหมาย แต่ระบบคุ้มครองสังคมต้องดูต่อไปว่า ฝ่าฝืนสำนึกของสุจริตของสังคมหรือไม่ มีที่ไหนในโลก จำคุกมา 4 ปี 4เดือน ขออภัยโทษให้ 4 รอบ

นายจรัญ  กล่าวด้วยว่า การยกร่างพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษไม่ต้องโทษหน่วยงาน เพราะรัฐมนตรีเป็นคนยกร่าง เสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) และให้ความเห็นชอบ แต่ยอมรับว่า ครม. ต้องพิจารณาเป็นร้อยเรื่อง พิจารณาแบบไฟลนก้น เมื่อพิจารณาเรื่องการขอพระราชทานอภัยโทษเห็นว่าเป็นเรื่องดี เพราะปล่อยคนจน คนยาก เป็นทานบารมี แต่กรณีที่จะขอพระราชทานอภัยโทษ คือนำพระราชอำนาจมาใช้ ควรตรวจสอบรายละเอียดไม่ใช่ ขอเป็นการทั่วไป และต้องกลั่นกรอง และตรวจสอบในเหตุผลที่สมควร

“คดีทุจริตโกงบ้านกินเมืองที่ทำลายประเทศมากกว่าคดียาเสพติด และทำให้ประชาชนทุกยากแสนเข็ญมากกว่า  ดังนั้นคดีทุจริต คอร์รัปชันต้องเคร่งครัดมากกว่าคดียาเสพติดที่มีเงื่อนไข อย่างคดียาเสพติดยังมีการขอรอบเว้นรอบ แต่คดีทุจริตนี้นี้ทุกรอบ คนที่โกงและจับได้ชัด ๆ มีโทษจำคุก 50 ปี แต่ลดเหลือ 6 ปี 10 ปี แบบนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร”

“หากเป็นการบริหารไม่ใช่ good governance แบบนี้เป็น bad governance แบบนี้ต้องแก้ไข ไม่ปล่อยให้เป็นแบบนี้ ไม่เช่นนั้นจะมีแต่คนแย่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมกันหมด อย่างไรก็ดี ผมมองว่าเรื่องดังกล่าวพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมต้องดูแล เพราะคนที่เป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ว่าจะมาจากการเลือกตั้ง หรือมาจากการรัฐประหารต้องดูแลประเทศ” นายจรัญ กล่าว

ทั้งนี้ นายจรัญ เสนอแนวทางแก้ไขเรื่องดังกล่าวมีช่องทางที่ทำได้ คือ ใช้ช่องทางผู้ตรวจการแผ่นดิน ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 230(1) เพื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษนั้นขัดกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 50 (10) และมาตรา 63

โดยกรณีดังกล่าวศาลรัฐธรรมนูญต้องรับ เพราะเป็นการออกพระราชกฤษฎีกาตามมาตรา 175 และหากศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญจริงจะถูกตีตก  แต่กรณีดังกล่าวหาใช้ตามช่องทางและศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาอย่างไรต้องเคารพในอิสระและความเป็นกลางของสถาบันตุลาการของชาติ

“จาตุรนต์” ซบเพื่อไทย ลั่นทำงานให้บรรลุเป้าหมายและเสริมความแกร่งพรรค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/496775

14 ธ.ค. 2564 |13:18 น.

"จาตุรนต์" ซบเพื่อไทย ลั่นทำงานให้บรรลุเป้าหมายและเสริมความแกร่งพรรค

“จาตุรนต์” ซบเพื่อไทย ลั่นมุ่งทำงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายเปลี่ยนรัฐบาลที่สามารถแก้ไขปัญหาประเทศไทยและเป็นประชาธิปไตย ไม่ให้ประชาชนผิดหวัง ด้านเพื่อไทยเผยรับ “จาตุรนต์” เข้าร่วมงานการเมืองเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ฝ่ายประชาธิปไตย

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมาและเลขาธิการพรรค นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ประธานที่ปรึกษาพรรค นายชัยเกษม นิติสิริ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรค นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี นายภูมิธรรม เวชยชัย และนายชูศักดิ์ ศิรินิล กรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย ได้ให้การต้อนรับ นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี นายวุฒิพงษ์ ฉายแสง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นางฐิติมา ฉายแสง อดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายนายแพทย์ภูมินทร์ ลีธีระประเสริฐ อดีตรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ นายสุรชัย ชินชัย อดีตคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคไทยรักษาชาติ ที่เข้ามาสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย 

"จาตุรนต์" ซบเพื่อไทย ลั่นทำงานให้บรรลุเป้าหมายและเสริมความแกร่งพรรค

นพ.ชลน่าน กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยมีความยินดีอย่างยิ่งในการดำเนินการตามเจตนารมณ์ของพรรค ตามเป้าหมายสูงสุดคือเพื่อไทย เพื่อชีวิตใหม่ของประชาชน ประกาศแลนด์สไลด์ในการขอฉันทามติจากประชาชน เราพร้อมขอความร่วมมือรับผู้มีอุดมการณ์เช่นเดียวกับพรรคเข้ามาทำกิจกรรมการเมืองกับพรรคเพื่อไทย นำโดย นายจาตุรนต์ อดีตรักษาการพรรคไทยรักไทยและคณะ เข้ามาร่วมงานกับพรรค จึงขอต้อนรับทุกท่านด้วยความขอบคุณยิ่ง    
 

ขณะที่ นายจาตุรนต์ กล่าวว่า หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ได้ให้เกียรติเชิญตนเองและคณะเข้ามาร่วมงานกับพรรคเพื่อไทย หลังจากที่ได้พิจารณาถึงปัญหาของบ้านเมืองในวันนี้ รวมทั้งอุดมการณ์ต้องการทำงานเพื่อประชาชนและประชาธิปไตย ที่มีเป้าหมายทำงานเพื่อชีวิตใหม่เพื่ออนาคตที่ดีของพี่น้องประชาชน รวมถึงกติกาที่เอื้อให้ประชาชนสนับสนุนพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยเพื่อให้มีความพร้อมในการแก้ไขปัญหาประเทศ

"จาตุรนต์" ซบเพื่อไทย ลั่นทำงานให้บรรลุเป้าหมายและเสริมความแกร่งพรรค

นายจาตุรนต์ กล่าวว่า วันนี้เรามองว่าประเทศไทยต้องการการเปลี่ยนแปลง รัฐบาลต้องเปลี่ยนเพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชนได้ดีกว่า เปลี่ยนแปลงเพื่อหยุดยั้งอำนาจเผด็จการ และเปลี่ยนแปลงเพื่อสร้างบ้านเมืองให้เจริญก้าวหน้า ด้วยเหตุผลนี้ฝ่ายประชาธิปไตย ต้องผนึกกำลังให้เข็มแข็งเพื่อบรรลุเป้าหมายเปลี่ยนรัฐบาลที่แก้ปัญหาประชาชนได้ ปูทางไปสู่ประชาธิปไตยเพื่อทำให้บ้านเมืองเจริญก้าวหน้า 

"จาตุรนต์" ซบเพื่อไทย ลั่นทำงานให้บรรลุเป้าหมายและเสริมความแกร่งพรรค

“เราพบว่าวันนี้พรรคเพื่อไทย กำลังจัดกระบวนรวบรวมผู้มีความรู้มีประสบการณ์ที่เคยประสบความสำเร็จ รวมถึงคนรุ่นใหม่ที่จะมาสร้างพรรคการเมืองให้เข้มแข็ง ท่านหัวหน้าพรรคได้ชักชวนกลับมาทำงานที่พรรคเพื่อไทย เรามองว่าการกลับมาพรรคเพื่อไทยทำงานร่วมกันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน จะเป็นการผนึกกำลังฝ่ายประชาธิปไตยให้เข้มแข็งเพื่อบรรลุเป้าหมายเปลี่ยนรัฐบาลที่สามารถแก้ไขปัญหาประเทศไทยและเป็นประชาธิปไตย เราหวังว่าจะร่วมงานกับพรรคเพื่อไทยและจะทำงานอย่างเต็มที่ไม่ให้ประชาชนผิดหวัง” นายจาตุรนต์ กล่าว 

"จาตุรนต์" ซบเพื่อไทย ลั่นทำงานให้บรรลุเป้าหมายและเสริมความแกร่งพรรค
"จาตุรนต์" ซบเพื่อไทย ลั่นทำงานให้บรรลุเป้าหมายและเสริมความแกร่งพรรค

ด้านนายอาจอง ฮิม บิณศิรวานิช อดีตผู้สมัคร ส.ส.จังหวัดสระบุรี พรรคเพื่อไทย หนึ่งในทีมงานนายจาตุรนต์ ฉายแสง เปิดเผยว่า เนื่องด้วยนโยบายพรรคเพื่อไทย และแนวคิดของนายจาตุรนต์ สอดคล้องต้องกัน มีมุมมองที่ตรงกันในเรื่องการพัฒนาประเทศไทย ที่สำคัญนโยบายพรรคเพื่อไทยเน้นการส่งเสริมประชาธิปไตย ต่างจากพรรคอื่น

ปชป.ชี้“ดร.เอ้” คือม้าศึกเลือกตั้งเพื่อเปลี่ยนแปลงพรรค กทม.และประเทศไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/496768

14 ธ.ค. 2564 |12:51 น.

ปชป.ชี้“ดร.เอ้” คือม้าศึกเลือกตั้งเพื่อเปลี่ยนแปลงพรรค กทม.และประเทศไทย

“เฉลิมชัย” ย้ำเชื่อมั่นศักยภาพของ “ดร.เอ้” เป็นม้านำศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. เชื่อ “เราทำได้” ด้าน “องอาจ” ชี้เป็นช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลงพรรคประชาธิปัตย์ เปลี่ยนแปลงกรุงเทพมหานคร และเปลี่ยนแปลงประเทศไทย

วันนี้ (14 ธ.ค.) ที่พรรคประชาธิปัตย์ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ได้ร่วมกันเปิดตัวผู้สมัคร สก. ของพรรคทั้ง 50 เขต 50 คน พร้อมกับ “ดร.เอ้” สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. นำทีมผู้สมัคร สก. สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ เข้าสักการะพระแม่ธรณีบีบมวยผม ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญของพรรคประชาธิปัตย์ 

ปชป.ชี้“ดร.เอ้” คือม้าศึกเลือกตั้งเพื่อเปลี่ยนแปลงพรรค กทม.และประเทศไทย

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแล กทม. กล่าวถึงการเปิดตัวผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร 50 เขต 50 คน ว่า ตามที่ได้รับภารกิจสำคัญในการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯ กทม. ที่ดีที่สุดมามอบให้ชาวกรุงเทพมหานคร เมื่อวานนี้ (13 ธ.ค.) คงได้ประจักษ์ว่าหัวหน้าพรรค นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ และเลขาธิการพรรค นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ได้ทำให้พี่น้องชาวกรุงเทพฯ ไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน เพราะ “ดร.เอ้-สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์” ได้แสดงให้พี่น้องประชาชน คนไทยไม่เฉพาะในกรุงเทพฯ ได้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงของพรรคประชาธิปัตย์ การเปลี่ยนแปลงของกรุงเทพมหานคร และการเปลี่ยนแปลงของประเทศไทย จะเริ่มขึ้น กำลังเริ่มขึ้น และได้เริ่มขึ้นไปแล้วตั้งแต่เมื่อวานนี้

ปชป.ชี้“ดร.เอ้” คือม้าศึกเลือกตั้งเพื่อเปลี่ยนแปลงพรรค กทม.และประเทศไทย
ปชป.ชี้“ดร.เอ้” คือม้าศึกเลือกตั้งเพื่อเปลี่ยนแปลงพรรค กทม.และประเทศไทย

“การเปลี่ยนแปลงนั้นไม่ได้เกิดขึ้นได้จากลำพังหัวหน้าพรรค ที่ชื่อจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หรือจากเลขาธิการพรรค เฉลิมชัย ศรีอ่อน เท่านั้น และการเปลี่ยนแปลงก็ไม่ได้เกิดขึ้นได้ แม้จะมีผู้ว่าฯ ชื่อสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ เท่านั้น แต่การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้อยู่ที่พี่น้องชาวกรุงเทพมหานครทุก ๆ คน และการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นได้อยู่ที่ สก. พรรคประชาธิปัตย์ 50 เขต 50 คน ซึ่งจะได้นำการเปลี่ยนแปลงไปบอกกล่าวให้พี่น้องประชาชนทุกเขต ทุกคนให้ได้มากที่สุด เพื่อให้พี่น้องประชาชนที่พร้อมจะเปลี่ยนแปลงกับเราให้มีความมั่นใจว่า วันนี้พรรคประชาธิปัตย์กำลังจะสร้างการเปลี่ยนแปลงร่วมกับผู้ว่าฯ กทม. ที่ชื่อ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ และร่วมกับ สก. 50 เขต 50 คน” นายองอาจ กล่าว

ปชป.ชี้“ดร.เอ้” คือม้าศึกเลือกตั้งเพื่อเปลี่ยนแปลงพรรค กทม.และประเทศไทย
ปชป.ชี้“ดร.เอ้” คือม้าศึกเลือกตั้งเพื่อเปลี่ยนแปลงพรรค กทม.และประเทศไทย
ปชป.ชี้“ดร.เอ้” คือม้าศึกเลือกตั้งเพื่อเปลี่ยนแปลงพรรค กทม.และประเทศไทย

ด้าน ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวว่า วันนี้เป็นวันหนึ่งที่ตนเองรอคอยมาเป็นระยะเวลา 2 ปีเศษ หลังจากที่เป็นเลขาธิการพรรค เพื่อนำกรุงเทพมหานครของพวกเรากลับมาดูแลพี่น้องชาวกรุงเทพ ด้วยพรรคประชาธิปัตย์ 

ปชป.ชี้“ดร.เอ้” คือม้าศึกเลือกตั้งเพื่อเปลี่ยนแปลงพรรค กทม.และประเทศไทย

พร้อมกับได้ประกาศสู้ทั้ง 50 เขต และกล่าวกับผู้สมัคร สก. พรรคประชาธิปัตย์ว่า คนกรุงเทพฯในวันนี้ส่วนใหญ่มาจากต่างจังหวัด เพราะฉะนั้นทุกสิ่งที่จะสามารถสื่อไปถึงสมาชิกพรรค และคนที่รักพรรคประชาธิปัตย์ ขอฝากไปให้ถึงและป่าจะมาล้อมเมืองเอง ตนเองมั่นใจว่าพรรคประชาธิปัตย์ยังอยู่ในหัวใจของพี่น้องประชาชน และความเป็นพรรคประชาธิปัตย์ของพวกเรายังอยู่ในความหวังของพี่น้องประชาชนตลอดมา 

“เหมือนที่ ดร.เอ้ กล่าวไว้ว่าคนเราต้องอยู่ด้วยความหวัง ผมขอฝากต่อจากนั้นคือ เมื่อมีความหวังแล้ว โอกาสจะมา แต่ถ้าโอกาสมาถึงแล้วเราไม่คว้าเอาไว้ ก็จะเหมือนไม่มีโอกาส วันนี้โอกาสพวกเรามาถึงแล้ว เราต้องช่วยกันคว้าโอกาสนี้ไว้ ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา วันนั้นผมก็เป็นเลขาธิการพรรค มาถึงวันนี้ 9 ปีผ่านไป ผมโชคดีอีกครั้งได้เป็นเลขาธิการพรรคดูแลการเลือกตั้ง กทม. อีกครั้ง เห็นไหมว่าชนะไปครึ่งนึงแล้ว อีกครึ่งที่เหลืออยู่ที่พวกเรา” ดร.เฉลิมชัย ย้ำ

ปชป.ชี้“ดร.เอ้” คือม้าศึกเลือกตั้งเพื่อเปลี่ยนแปลงพรรค กทม.และประเทศไทย

นอกจากนี้ ยังได้กล่าวอีกด้วยว่า วันนี้พรรคประชาธิปัตย์ อุดมการณ์เราไม่เคยเปลี่ยนแปลง แต่วิธีคิด วิธีทำงาน เราต้องเปลี่ยน จากที่ตนเองได้ดูมหานครทั่วโลกพบว่า สิ่งที่เขาคาดหวังกับผู้บริหาร ผู้ว่ามหานครจากทุกที่ ก็คืออนาคตของประเทศนั้น และจากผู้บริหารมหานครเหล่านั้นก็มีโอกาสเป็นผู้นำประเทศในวันข้างหน้า เพราะเมืองหลวงคือหัวใจของประเทศนั้น เช่นเดียวกันตนเองจึงนำแนวคิดนี้มาใช้ และการจะสนับสนุนผู้บริหาร กทม. ที่ดูแลประชากรเป็น 10 ล้านคนรวมประชากรแฝง เราจะต้องหาคนที่เป็นอนาคตของประเทศด้วย ไม่ใช่เฉพาะอนาคตของ กทม. เท่านั้น 

“วันนี้การเลือกผู้บริหารกรุงเทพฯ ครั้งนี้ คือการมองอนาคตของประเทศไทยในวันข้างหน้าด้วย ผมอยากให้บริบทสังคมไทยเปลี่ยนด้วยว่า วันนี้การจะให้คนมาบริหารดูแลพี่น้องประชาชนนั้น ต้องไม่มองเฉพาะการเลือกตั้งเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมองไปถึงอนาคตด้วยว่า เขาจะดูแลประเทศไทยต่อไปอย่างไร วันนี้ผมเชื่อมั่นว่าด้วยศักยภาพของ ดร.เอ้ ที่วันนี้คือคนในครอบครัวประชาธิปัตย์คนหนึ่ง มีศักยภาพพอที่จะเดินไปถึงจุดนั้นได้ และพอที่จะบอกคน กทม. ให้ช่วยส่งเสริมคนนี้ แล้ววันข้างหน้าเขามีโอกาสจะเติบโตเพื่อกลับมาดูแลคน กทม. ได้มากกว่านี้ด้วยซ้ำ” เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวและว่า ทั้งนี้ได้บอกกับสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ว่า ขอให้รับ ดร.เอ้-สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ที่เพิ่งเป็นสมาชิกพรรคตลอดชีพหมาดๆ เข้ามาเป็นคนในครอบครัวของเรา เป็นเพื่อน เป็นพี่ เป็นน้อง ยามเมื่อเราจะกระโจนเข้าสู่สนามเลือกตั้ง ดั่งภาพมงคลของคนจีน ที่ม้าจะไม่วิ่งทะยานไปอย่างเดียว แต่จะหันมองม้าตัวอื่นด้วย 

ปชป.ชี้“ดร.เอ้” คือม้าศึกเลือกตั้งเพื่อเปลี่ยนแปลงพรรค กทม.และประเทศไทย

“คนเป็นผู้นำ ต้องดูแลห่วงใยคนที่ตามมาข้างหลังด้วย ผมฝากท่านด้วย และคนที่ตามก็ต้องช่วยเกื้อหนุนคนที่นำเราไป วันนี้ผมมั่นใจ และ ดร.เอ้ ก็เป็นความหวังของผมด้วยว่า พรรคประชาธิปัตย์ของเราจะกลับมาอยู่ในใจของพี่น้องประชาชนอีกครั้งหนึ่งจากการทำงานอย่างหนักของเรา จากอุดมการณ์การและหลักการที่มั่นคง ไม่เปลี่ยนแปลงของเรา จากพี่น้อง สก. พี่น้อง ส.ส. และสมาชิกพรรค จะช่วยกันนำพาโอกาสนี้กลับมาสู่ประชาธิปัตย์ ผมอยากทำสถิติอีกครั้งหนึ่งว่า ผมเป็นเลขาพรรคครั้งไหนไม่เคยแพ้ในศึกเลือกตั้ง ดังนั้นความหวังนี้ไม่สามารถทำได้เพียงคนใดคนหนึ่งเท่านั้น เราต้องทำงานหนักขึ้น ให้พี่น้องประชาชนเห็นความตั้งใจจริงของเราที่จะมาเปลี่ยนกรุงเทพมหานครไปในทางที่ดี และวันหน้าถ้ามีโอกาส เราจะเปลี่ยนประเทศไทยด้วยกัน” ดร.เฉลิมชัย กล่าวในที่สุด 

“ประวิตร” แย้มการเมืองเปิดกว้างส่งเลือกตั้งซ่อมได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/496766

14 ธ.ค. 2564 |12:34 น.

"ประวิตร" แย้มการเมืองเปิดกว้างส่งเลือกตั้งซ่อมได้

“ประวิตร” รอ กก.บห. พปชร. เคาะส่ง ผู้ว่าฯ กทม. แย้มการเมืองเปิดกว้างส่งเลือกตั้งซ่อมได้ เรื่องมารยาทแล้วแต่จะมอง

“พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงความคืบหน้าการส่งผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ว่า เรามีหน้าที่คัดเลือกใครก็ได้มาเป็นผู้ว่าฯ กทม. เพื่อให้ได้คนดี และรัฐบาลก็ต้องทำให้โปร่งใสในการเลือกตั้ง ดังนั้นจะเป็นใครก็ได้ที่สามารถทำงานร่วมกับรัฐบาลได้ ขอให้เป็นคนดีก็แล้วกัน สำหรับพรรคพลังประชารัฐต้องให้คณะกรรมการบริหารพรรค คิดให้ตกผลึกก่อนว่าจะเอาใคร 

ส่วนนายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร หรือ ผู้ว่าฯ หมูป่า จะลงในนามพรรคหรือไม่ “พล.อ.ประวิตร” กล่าวว่า ต้องไปถามผู้ว่าฯ หมูป่าว่าจะตัดสินใจอย่างไร ส่วนยังมีชื่อคนอื่นอีกหรือไม่ เป็นหน้าที่ของกรรมการบริการพรรค ที่จะหามา

ส่วนกรณีพรรคประชาธิปัตย์ เปิดตัวผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. แล้ว “พล.อ. ประวิตร” กล่าวว่า ไม่เป็นไรใครจะเปิดก็ได้ รัฐบาลก็สามารถทำงานด้วยได้ ขอให้เป็นคนดี และแม้พรรคพลังประชารัฐจะเปิดตัวผู้สมัครช้าก็ไม่มีผลอะไร

สำหรับ พลตำรวจเอก อัศวิน ขวัญเมือง ไม่ได้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจของพรรคพลังประชารัฐใช่หรือไม่ “พลเอก ประวิตร” กล่าวว่า ก็แล้วแต่ยังไม่รู้ ต้องให้กรรมการบริหารพรรคดูก่อน พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลไม่มีเกมยื้อ “ยื้อเย้อ อะไร”

สำหรับการส่งผู้สมัครเลือกตั้งซ่อมจ.ชุมพร เขต 1 และสงขลา เขต 6 นั้น” พลเอกประวิตร” กล่าวว่า ช่วงบ่ายวันนี้จะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ว่าจะส่งหรือไม่ส่ง

ส่วนที่พรรคประชาธิปัตย์พูดถึงมารยาททางการเมืองของพรรคของพรรคร่วมรัฐบาล ที่ไม่ควรส่งผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม “พล.อ. ประวิตร” กล่าวว่า เป็นเรื่องของพรรคพลังประชารัฐที่กรรมการบริหารพรรคจะต้องดูว่าอะไรเหมาะสม เพราะการเมืองเปิดกว้าง ส่วนที่พรรคประชาธิปัตย์บอกว่าเป็นเจ้าของพื้นที่ ก็แล้วแต่เขาจะคิด

ราชกิจจาฯประกาศขยับ “จักพันธ์ -ต่อศักดิ์” เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/496754

14 ธ.ค. 2564 |10:51 น.

ราชกิจจาฯประกาศขยับ "จักพันธ์ -ต่อศักดิ์" เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสภาผู้แทนราษฎร ให้ “นายจักพันธ์ ปิยพรไพบูลย์” ดำรงตำแหน่ง ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และ”นายต่อศักดิ์ อัศวเหม” ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ แทนตำแหน่งที่ว่าง

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสภาผู้แทนราษฎร ให้ “นายจักพันธ์ ปิยพรไพบูลย์” ดำรงตำแหน่ง ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และ”นายต่อศักดิ์  อัศวเหม”ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ แทนตำแหน่งที่ว่าง

รายละเอียดดังนี้

ราชกิจจานุเบกษา

ประกาศสภาผู้แทนราษฎร

เรื่อง ให้ผู้มีชื่ออยู่ในลำตับถัดไปในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองเลื่อนขึ้นมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทนตำแหน่งที่ว่าง

ด้วยศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัย ที่ ๒๒/๒๕’๖๔ วันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๖๔ วินิจฉัยว่าสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของนายอิสสระ สมชัย สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๐๑ (๖) ประกอบมาตรา ๕๘ (๔) (๒) และมาตรา ๙๖ (6) นับแต่วันที่ ๗ เมษายน ๒๕๖๔

ซึ่งเป็นวันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๘๒ วรรคสอง และให้ถือว่าวันที่ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัยให้แก่คู่กรณีฟังเป็นวันที่ตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่างลง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๕ วรรคหนึ่ง (๒) ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๗๖ วรรคหนึ่ง ที่บัญญัติให้คำวินิจฉัยของศาลมีผลในวันอ่าน คือ วันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๖๔

ดังนั้น สมาชิกภาพของนายอิสสระ สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อของพรรคประชาธิปัตย์ ลำดับที่ ๑๑ ตามประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ลงวันที่ ๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ จึงสิ้นสุดลงตามมาตรา ๑๗๑ (๖) ประกอบมาตรา ๙๘ (๔) (๖) และมาตรา ๙๖ (๒) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖0 ประกอบกับนายดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง
ผู้มีชื่ออยู่ในลำดับที่ ๒๕ ได้ลาออกจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์แล้ว
ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๕ (๒) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช ๒๕๖0

ราชกิจจาฯประกาศขยับ "จักพันธ์ -ต่อศักดิ์" เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ

จึงประกาศให้ผู้มีชื่อในลำดับถัดไป(ลำดับที่ 26 )ในบัญชีรายชื่อของพรรคประชาธิปัตย์เลื่อนขึ้นมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทน ดังนี้

รายชื่อผู้ได้รับเลื่อนขึ้นมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์
จำนวน ๑ คน “นายจักพันธ์ ปิยพรไพบูลย์”

ชวน หลีกภัย

ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๑0ธันวาคม ๒๕๖๔

และราชกิจจานุเบกษาลงประกาศสภาผู้แทนราษฎรอีกฉบับ

เรื่อง ให้ผู้มีชื่ออยู่ในลำดับถัดไปในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมือง เลื่อนขึ้นมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทนตำแหน่งที่ว่าง

ด้วยศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัย ที่ ๒๒/6๕๖๔ วันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๖๔ วินิจฉัยว่าสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๑0 (๖) ประกอบมาตรา ๙๘ (๖) นับแต่วันที่ ๗ เมษายน ๒๕๖๕ ซึ่งเป็นวันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๒วรรคสองและให้ถือว่าวันที่ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัยให้แก่คู่กรณีฟังเป็นวันที่ตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎว่างลงตามรัฐธรรมนูญ ม. ๑0๕ วรรคหนึ่ง (๒) ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๒๗๖ วรรคหนึ่ง ที่บัญญัติให้คำวินิฉัยของศาลมีผลในวันอ่าน คือ วันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๒๔

ดังนั้น สมาชิกภาพของนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อของพรรคพลังประชารัฐ ลำดับที่ ๓ ตามประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ลงวันที่ ๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ จึงสิ้นสุดลงตามมาตรา ๑0๑ (๖) ประกอบมาตรา ๙๘ (๖) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช ๒๕๖๐

ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑0๕ (๒) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช๒๕๖0 จึงประกาศให้ผู้มีชื่อในลำดับถัดไปในบัญชีรายชื่อของพรรคพลังประชารัฐเลื่อนขึ้นมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรูแทน ดังนี้ 

ราชกิจจาฯประกาศขยับ "จักพันธ์ -ต่อศักดิ์" เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ

รายชื่อผู้ได้รับเลื่อนขึ้นมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ
จำนวน ๑ คน  นายต่อศักดิ์ อัศวเหม

ประกาศ ณ วันที่ ๓๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๔

ขวน หลีกภัย

ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ธันวาคม ๒๕๖๔

ประวิตร ย้ำ ยังไม่ได้ทำอะไรกับ “นิคมอุตสาหกรรมจะนะ” ชี้ต้องทำประชาพิจารณ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/496748

14 ธ.ค. 2564 |09:56 น.

ประวิตร ย้ำ ยังไม่ได้ทำอะไรกับ "นิคมอุตสาหกรรมจะนะ" ชี้ต้องทำประชาพิจารณ์

บิ๊กป้อม พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ย้ำ ศอ.บต. ยังไม่ได้ทำอะไรกับ “โครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ” ชี้ต้องทำประชาพิจารณ์ ไม่รู้บีอาร์เอ็นร่วมชุมนุมด้วย

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ กล่าวถึง “โครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ” ว่า ศอ.บต. ยังไม่ได้ทำอะไรเลย ยังไม่ได้ทำ EIA EHIA และเปลี่ยนสีพื้นที่เลย เพราะยังอยู่ระหว่างศึกษาให้ได้ผล และต้องมีการทำประชาพิจารณ์

ส่วนจะชี้แจงผู้ชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาลอย่างไร พล.อ. ประวิตร บอกว่า เราก็ชี้แจงแบบนี้ เราดำเนินการไปตามขั้นตอน ศอ.บต. ดำเนินการตามขั้นตอน ยังไม่มีผลอะไรออกมา

ส่วนที่มีความเป็นห่วงมีความเป็นห่วงว่าอาจจะมีกลุ่มอื่นเข้ามาร่วมด้วยนั้น พล.อ. ประวิตร กล่าวว่า ทำอย่างไรได้ ก็ยังไม่ได้ทำอะไร

สำหรับกระแสข่าวกลุ่มบีอาร์เอ็น จะเข้ามาร่วมชุมนุมด้วยนั้น พล.อ. ประวิตร กล่าวว่า ตนไม่ทราบ ตนไม่ใช่เป็นบีอาร์เอ็น 

ในการประชุม คณะรัฐมนตรี” (ครม.) ที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรวม.กลาโหม เป็นประธาน ในวันนี้ (14 ธ.ค.) จะมีการหารือกันถึงประเด็นสำคัญที่สังคมกำลังจับตา เรื่องแรกหารือกันในเรื่อง”โครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ”เมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต จ.สงขลา ที่มีผู้ชุมนุมคัดค้านโครงการและปักหลักค้างที่บริเวณใกล้ทำเนียบรัฐบาลมาแล้วกว่าสัปดาห์ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลยุติโครงการดังกล่าว

ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีได้ให้สัมภาษณ์ว่าในวันนี้จะหารือกับ ครม.รวมทั้งจะหารือกับคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงฯ “โครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ” ที่มีนายสุพัฒนพงษ์ พันธุ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน เป็นประธานว่าจะหาทางออกเรื่องนี้อย่างไร 

เบื้องต้นนายกรัฐมนตรีได้ย้ำว่ารัฐบาลคงจะยกเลิกโครงการไม่ได้ เพราะเกี่ยวข้องกับกฎหมายหลายฉบับ แต่จะหาแนวทางที่จะยอมรับได้ทุกฝ่ายเช่น กระบวนการรับฟังความคิดเห็นเพิ่มเติม การทำการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม และสุขภาพ (EHIA) รวมทั้งการประเมินผลกระทบระดับยุทธศาสตร์ (SEA) ในโครงการใหม่โดยเพิ่มการมีส่วนร่วมของท่องถิ่น เป็นต้น

“จรัญ” แนะส่งศาลรธน.ตีความลดโทษคนโกง ด้านไพศาลแย้งหวั่นกระทบพระราชอำนาจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/496746

14 ธ.ค. 2564 |09:28 น.

“จรัญ” แนะส่งศาลรธน.ตีความลดโทษคนโกง ด้านไพศาลแย้งหวั่นกระทบพระราชอำนาจ

“จรัญ” แนะส่งเรื่องให้ผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษขัดกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ พร้อมตำหนิฝ่ายบริหาร ลดโทษคนโกงกระทบกระบวนยุติธรรม จี้นายกฯ ดูแลเข้มงวด ด้านไพศาลเห็นต่าง ชี้หากส่งเรื่องให้ศาลรธน.วินิจฉัย อาจจะกระทบต่อพระราชอำนาจ

นายจรัญ ภักดีธนากุล ผู้อำนวยการหลักสูตรนิติศาสตร์มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ให้สัมภาษณ์ผ่าน FM101 ต่อกรณีที่สังคมวิจารณ์กรณีที่กรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม เสนอลดโทษนักโทษในคดีทุจริต คอร์รัปชัน ว่าเป็นเรื่องใหญ่ที่กระทบต่อกระบวนการยุติธรรมของประเทศ เพราะกว่าจะตัดสินคนที่ทำผิดต้องตรวจสอบ ไต่สวน สืบสวนนานหลายปี เพื่อไม่ให้กล่าวหาใส่ร้ายคนที่สุจริต 

“จรัญ” แนะส่งศาลรธน.ตีความลดโทษคนโกง ด้านไพศาลแย้งหวั่นกระทบพระราชอำนาจ

ทั้งนี้ ต้องรู้ธรรมชาติของคนเกเร หากไม่จำนนด้วยหลักฐานจะมีช่องทางหาทางออกไปเรื่อย ต้นเหตุมาจากการบริหารโทษ ไม่ว่าบริหารอะไร ไม่ใช่ทำตามใจชอบต้องทำให้ถูกกฎหมาย จึงอ้างกฎหมาย และระเบียบ การบริหารกิจการใดไม่ใช่เอากฎหมายอย่างเดียว แน่นอนต้องไม่ผิดกฎหมายเป็นสำคัญ พวกฉลาดทำถูกกฎหมาย แต่ระบบคุ้มครองสังคมต้องดูต่อไปว่า ฝ่าฝืนสำนึกของสุจริตของสังคมหรือไม่ มีที่ไหนในโลก จำคุกมา 4 ปี 4เดือน ขออภัยโทษให้ 4 รอบ

นายจรัญกล่าวด้วยว่า การยกร่างพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษไม่ต้องโทษหน่วยงาน เพราะรัฐมนตรีเป็นคนยกร่าง เสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) และให้ความเห็นชอบ แต่ยอมรับว่า ครม. ต้องพิจารณาเป็นร้อยเรื่อง พิจารณาแบบไฟลนก้น เมื่อพิจารณาเรื่องการขอพระราชทานอภัยโทษเห็นว่าเป็นเรื่องดี เพราะปล่อยคนจน คนยาก เป็นทานบารมี แต่กรณีที่จะขอพระราชทานอภัยโทษ คือนำพระราชอำนาจมาใช้ ควรตรวจสอบรายละเอียดไม่ใช่ ขอเป็นการทั่วไป และต้องกลั่นกรอง และตรวจสอบในเหตุผลที่สมควร

“จรัญ” แนะส่งศาลรธน.ตีความลดโทษคนโกง ด้านไพศาลแย้งหวั่นกระทบพระราชอำนาจ

“คดีทุจริตโกงบ้านกินเมืองที่ทำลายประเทศมากกว่าคดียาเสพติด และทำให้ประชาชนทุกยากแสนเข็ญมากกว่า  ดังนั้นคดีทุจริต คอร์รัปชันต้องเคร่งครัดมากกว่าคดียาเสพติดที่มีเงื่อนไข อย่างคดียาเสพติดยังมีการขอรอบเว้นรอบ แต่คดีทุจริตนี้นี้ทุกรอบ คนที่โกงและจับได้ชัด ๆ มีโทษจำคุก 50 ปี แต่ลดเหลือ 6 ปี 10 ปี แบบนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร หากเป็นการบริหารไม่ใช่ good governance แบบนี้เป็น bad governance แบบนี้ต้องแก้ไข ไม่ปล่อยให้เป็นแบบนี้ ไม่เช่นนั้นจะมีแต่คนแย่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมกันหมด อย่างไรก็ดี ผมมองว่าเรื่องดังกล่าวพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมต้องดูแล เพราะคนที่เป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ว่าจะมาจากการเลือกตั้ง หรือมาจากการรัฐประหารต้องดูแลประเทศ” นายจรัญ กล่าว

“จรัญ” แนะส่งศาลรธน.ตีความลดโทษคนโกง ด้านไพศาลแย้งหวั่นกระทบพระราชอำนาจ

นายจรัญ กล่าวอีกว่า การแก้ไขเรื่องดังกล่าวมีช่องทางที่ทำได้ คือ ใช้ช่องทางผู้ตรวจการแผ่นดิน ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 230(1) เพื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษนั้นขัดกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 50 (10) และมาตรา 63  โดยกรณีดังกล่าวศาลรัฐธรรมนูญต้องรับ เพราะเป็นการออกพระราชกฤษฎีกาตามมาตรา 175 และหากศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญจริงจะถูกตีตก  แต่กรณีดังกล่าวหาใช้ตามช่องทางและศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาอย่างไรต้องเคารพในอิสระและความเป็นกลางของสถาบันตุลาการของชาติ

“ที่ผ่านมาศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยว่ากฎหมายในชั้นพระราชกฤษฎีกา ขัดกับรัฐธรรมนูญ เช่น พระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง หลายครั้งขัดรัฐธรรมนูญ ทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ดังนั้นช่องทางนี้เป็นไปได้ และไม่กระทบกระเทือนพระองค์ เพราะไม่ใช่กระแสรับสั่ง เป็นการบริหารโทษของฝ่ายบริหารที่คานอำนาจของฝ่ายตุลาการ ทั้งนี้ ผมเชื่อว่าคำวินิจฉัยดังกล่าวจะกลายเป็นบรรทัดฐานเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นอีกในอนาคต แต่ผลที่เกิดขึ้นแล้วตามพระราชกฤษฎีกาที่ประกาศใช้ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ เพราะตามกฎหมายห้ามย้อนหลังในทางที่เป็นโทษ” นายจรัญ กล่าว

“จรัญ” แนะส่งศาลรธน.ตีความลดโทษคนโกง ด้านไพศาลแย้งหวั่นกระทบพระราชอำนาจ

ด้านนายไพศาล พืชมงคล นักกฎหมาย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Paisal Puechmongkol วันนี้(14 ธ.ค.) ระบุว่า ถ้า พรฎ.พระราชทานอภัยโทษผิดรัฐธรรมนูญ จะเกิดผลกระทบอย่างไร?
ผมเคารพ ท่านอาจารย์จรัญ ภักดีธนากุล มานาน แต่จำเป็นต้องกล่าวว่า ข้อเสนอแนะ ที่ให้ร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พรฎ.พระราชทานอภัยโทษผิดรัฐธรรมนูญนั้น จะได้ผลเพียงแค่เอาใจคนบางพวกที่ไม่พอใจพวกทักษิณไม่กี่คนเท่านั้น 
แต่จะมีผลกระทบใหญ่หลวงนัก ลองช่วยคิดกันดู

“จรัญ” แนะส่งศาลรธน.ตีความลดโทษคนโกง ด้านไพศาลแย้งหวั่นกระทบพระราชอำนาจ


1. ต้องเข้าใจว่า การพระราชทานอภัยโทษนั้นทำได้ 3 ทาง 
ก.พระเจ้าอยู่หัวทรงใช้พระราชอำนาจพระราชทานอภัยโทษโดยตรง
ข. โดยการออกพระราชบัญญัติ พระราชทานอภัยโทษ เช่นการเสนอร่างพระราชบัญญัติอภัยโทษแบบสุดซอย ซึ่งจะเป็นความรับผิดชอบของรัฐสภา
ค. โดยรัฐบาลคือ ครม.ใช้อำนาจตราพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ แล้วนำความกราบบังคมทูลเพื่อมีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าให้ตราพระราชกฤษฎีกา โดยนายกรัฐมนตรีรับสนองพระบรมราชโองการ
กรณีเรื่องนี้ เป็นกรณีที่รัฐบาลโดยคณะรัฐมนตรีใช้อำนาจของรัฐบาล แล้วกราบบังคมทูลเพื่อมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าให้ตราพระราชกฤษฎีกาโดยนายกรัฐมนตรีรับผิดชอบลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ

2 เมื่อพระราชกฤษฎีกามีผลใช้บังคับ โดยมีกฎกระทรวงยุติธรรมซึ่งคณะรัฐมนตรีอนุมัติให้ประกาศใช้ มาตั้งแต่ปี 2562 เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ ว่านักโทษใดเป็นนักโทษชั้นไหน กรมราชทัณฑ์ ก็ต้องคำนวณการลดโทษไปตามนั้น ไม่ใช่ความผิดใดของคุณสมศักดิ์ (เทพสุทิน) หรือ กรมราชทัณฑ์ 
บรรดาผู้ต้องโทษที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษได้รับพระราชทานอภัยโทษไปแล้ว จะแก้ไขอีกไม่ได้ ถ้าจะแก้ให้ถูกใจใครก็ต้องไปแก้หลักเกณฑ์ที่จะทำต่อไป

3. ถ้ารัฐบาลโดยคณะรัฐมนตรีมีเจตนาไม่ขอพระราชทานอภัยโทษแก่บรรดานักโทษคดีทุจริต ก็ต้องเขียนไว้ในพระราชกฤษฎีกานั้นว่า “พระราชกฤษฎีกานี้ไม่ใช้บังคับแก่นักโทษผู้ต้องคดีทุจริต” เพียงเท่านี้ก็ไม่เป็นปัญหาดังที่เกิดขึ้นในขณะนี้ แต่เพราะไม่เขียนไว้ในพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว จึงเป็นทางให้คนที่ไม่พอใจ เคลื่อนไหวคัดค้าน
การไม่เขียนข้อยกเว้นเรื่องนี้ ก็ต้องถือว่ามีเจตนาที่จะอภัยโทษทุกข้อหาความผิด ซึ่งดำเนินการแบบเดียวกันต่อจากการขอพระราชทานอภัยโทษครั้งก่อนหน้านี้ จึงเป็นความรับผิดชอบของคณะรัฐมนตรี!!!!

4.ถ้าสมมุติว่าศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่าพระราชกฤษฎีกาผิดรัฐธรรมนูญและต้องตกไป ก็เท่ากับว่าคณะรัฐมนตรีโดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีทำผิดรัฐธรรมนูญ จะต้องรับผิดชอบ ทั้งทางการเมืองและทางกฎหมาย ซึ่งอีกฝ่ายหนึ่งก็สามารถร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินพร้อมกันได้ โดยอาจขอให้ศาลรัฐธรรมนูญเพิกถอนนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีออกจากตำแหน่งไปพร้อมกันด้วยก็ได้ 
จะทำอะไรกันนั้นได้คำนึงถึงความรับผิดชอบของ นายกฯกันบ้างไหม?
นี่คือผลกระทบที่อาจเกิดแก่รัฐบาล 
ซึ่ง”นักกฎหมาย” บางท่าน ที่ไปทำหน้าที่ปรึกษากฎหมายให้รัฐบาล โดยไม่เปิดเผยชื่อ(ไม่ใช่ท่านอาจารย์วิษณุ เครืองาม) ก็ควรจะรับผิดชอบด้วยแม้ในทางจิตใจและจิตสำนึก

5. ถ้าศาลรัฐธรรมนูญเพิกถอนพระราชกฤษฎีกา ที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าให้ตราขึ้น คิดกันบ้างไหมว่าจะกระทบต่อพระบรมเดชานุภาพของพระมหากษัตริย์****
เพราะการพระราชทานอภัยโทษนั้น เป็นการบำเพ็ญพระราชกุศลตามราชประเพณีในวาระสำคัญของบ้านเมือง ที่ทุกรัฐบาลจะดำเนินการตามขั้นตอนที่ถูกต้อง เพื่อมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า
ผมเชื่อว่าหลักการใช้ดุลยพินิจวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั้น ย่อมคำนึงถึงผลกระทบอย่างทั่วด้าน มากกว่าที่จะคิดถึงความไม่พอใจของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
เรื่องนี้จึงเกี่ยวข้อง และอยู่ในกรอบของโลกนิติ ธรรมนิติและราชนีติ รวมๆกัน
 จึงขอผู้เกี่ยวข้องทั้งหลายได้ใคร่ครวญให้จงหนัก


เฮ้อ เวรกรรมอะไรของกระบี่เดียวดายหนอนี่ ที่เนื้อก็ไม่ได้กินหนังก็ไม่ได้รองนั่ง แต่จำเป็นต้องเอากระดูกมาแขวนคอ

“จรัญ” แนะส่งศาลรธน.ตีความลดโทษคนโกง ด้านไพศาลแย้งหวั่นกระทบพระราชอำนาจ

ด่วนลุ้น”ครม.”วันนี้ ถกหาทางออก นิคมฯจะนะ -รับมือโควิด โอไมครอน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/496740

14 ธ.ค. 2564 |07:53 น.

ด่วนลุ้น"ครม."วันนี้ ถกหาทางออก นิคมฯจะนะ -รับมือโควิด โอไมครอน

ประชุม “ครม.” วันนี้ ( 14 ธ.ค. ) นายกฯนั่งหัวโต๊ะ ถกวาระสำคัญหาทางออกนิคมฯจะนะ รับทราบสถานการณ์โควิด-19 หลังพบผู้ติดเชื้อโอไมครอนเพิ่ม รับทราบมติศบค.ผ่อนคลายมาตรการรับเทศกาลปีใหม่ เน้นย้ำมาตรการเฝ้าระวัง รับทราบกม.เลือกตั้งซ่อมชุมพร เป้าหมายนโยบายการเงิน

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่าในการประชุม “คณะรัฐมนตรี” (ครม.) ที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรวม.กลาโหม เป็นประธาน ในวันนี้ (14 ธ.ค.) จะมีการหารือกันถึงประเด็นสำคัญที่สังคมกำลังจับตาโดยเรื่องแรกหารือกันในเรื่องโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต จ.สงขลา ที่มีผู้ชุมนุมคัดค้านโครงการและปักหลักค้างที่บริเวณใกล้ทำเนียบรัฐบาลมาแล้วกว่าสัปดาห์ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลยุติโครงการดังกล่าว

ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีได้ให้สัมภาษณ์ว่าในวันนี้จะหารือกับ “ครม.”รวมทั้งจะหารือกับคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงฯ โครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะที่มีนายสุพัฒนพงษ์ พันธุ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน เป็นประธานว่าจะหาทางออกเรื่องนี้อย่างไร 

เบื้องต้นนายกรัฐมนตรีได้ย้ำว่ารัฐบาลคงจะยกเลิกโครงการไม่ได้ เพราะเกี่ยวข้องกับกฎหมายหลายฉบับ แต่จะหาแนวทางที่จะยอมรับได้ทุกฝ่ายเช่น กระบวนการรับฟังความคิดเห็นเพิ่มเติม การทำการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม และสุขภาพ (EHIA) รวมทั้งการประเมินผลกระทบระดับยุทธศาสตร์ (SEA) ในโครงการใหม่โดยเพิ่มการมีส่วนร่วมของท่องถิ่น เป็นต้น

นอกจากนี้”ครม.”จะหารือและรับทราบสถานการณ์โควิด-19 ที่ล่าสุดมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอน เดินทางมาจากต่างประเทศเพิ่มเป็น 8 ราย และรอยืนยันผลอีก 3 ราย ขณะที่ในต่างประเทศมีการระบาดของโอไมครอนในกว่า 60 ประเทศ และมีผู้เสียชีวิตรายแรกจากสายพันธุ์นี้ที่ประเทศอังกฤษ

โดยนายกรัฐมนตรีจะใช้โอกาสในการประชุม “ครม.”สั่งการให้กระทรวงต่างๆเฝ้าระวังการระบาดโควิด-19 ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ที่จะมีการเดินทางและรวมตัวของคนจำนวนมาก 

สำหรับวาระ “ครม.”เพื่อพิจารณาที่น่าสนใจได้แก่ กระทรวงเกษตรกรฯเสนอร่างบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลประเทศสมาชิกสมาคมประชาธิปไตยแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนว่าด้วยความร่วมมือด้านสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช

กระทรวงสาธารณสุขเสนอหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขกาหนดค่าใช้จ่ายในการดาเนินการผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤติ (ฉบับที่ 3) 

กระทรวงการคลังเสนอเป้าหมายของนโยบายการเงิน ประจำปี 2564

การจัดทำโครงการบ้านพักข้าราชการ (บ้านหลวง) ของกระทรวงศึกษาธิการ ภายใต้แผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่ อาศยั ระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560 – 2579)

ผลการดำเนินงานตาม”มติคณะรัฐมนตรี”เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2564 เรื่องการป้องกันและตรวจสอบการบุกรุก ที่ดินของรัฐและแนวทางการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรที่ทาการเกษตรในพื้นที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์

สทนช.เสนอขออนุมัติแผนหลักการพัฒนา ฟื้นฟูสภาพแวดล้อมคลองแสนแสบ 

วาระเพื่อทราบ ที่น่าสนใจ ได้แก่ ผลการพิจารณารายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง แนวทางการส่งเสริมและสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งทุนของ ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ของคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจ การเงิน และการคลัง วุฒิสภา

สำนักงาน ก.ก.ต.เสนอร่างพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชุมพร เขตเลือกตั้งที่ 1และจังหวัดสงขลา เขตเลือกตั้งที่ 6 แทนตำแหน่งที่ว่าง พ.ศ…

แนวทางปฏิบัติสาหรับการนำข้อตกลงคุณธรรมมาใช้กับโครงการที่ดำเนินการตามพระราชบัญญัติการร่วมลงทุน ระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ.2562 โดยอนุโลม

รายงานผลการให้บริการสาธารณะ ประจำปีงบประมาณ 2563 และประจำปีงบประมาณ 2564 ขององค์การขน สางมวลชนกรุงเทพ และรายงานผลการให้บริการสาธารณะประจำปีงบประมาณ 2563 ของการรถไฟแห่งประเทศ ไทย

สรุปผลการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อม คร้ังที่ 16 และการประชุมอื่นที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น