เริ่มแล้ว!! งานกาชาด 2564 บนแฟลตฟอร์มออนไลน์ จัดแน่น จัดเต็ม ‘เปิดประสบการณ์สนุก สร้างสุขทุกมิติ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/622612

เริ่มแล้ว!! งานกาชาด 2564 บนแฟลตฟอร์มออนไลน์  จัดแน่น จัดเต็ม ‘เปิดประสบการณ์สนุก สร้างสุขทุกมิติ’

วันศุกร์ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

สภากาชาดไทย  เปิดตัวแพลตฟอร์มออนไลน์การจัดงานกาชาด ประจำปี 2564 ในรูปแบบ The Musical Show  พร้อมจัดกิจกรรมพิเศษมากมาย เปิดประสบการณ์สนุก สร้างสุขทุกมิติ #Fun(D) Fair x Sharing จัดเต็ม จัดแน่น ระหว่างนี้จนถึงวันที่  27 ธันวาคม นี้ ที่ http://www.งานกาชาด.com และ http://www.redcrossfair.com 14 วัน 24 ชั่วโมง

นางจันทร์ประภา วิชิตชลชัย รองผู้อำนวยการสำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการอำนวยการจัดงานกาชาดประจำปี 2564  กล่าวว่า  งานกาชาด นับเป็นสัญลักษณ์แห่งความร่วมแรงร่วมใจของทุกภาคส่วน เป็นมหกรรมรื่นเริงการกุศลคู่คนไทยที่ถ่ายทอดประสบการณ์ความสนุก แบ่งปันความสุขของผู้ให้และผู้รับจากรุ่นสู่รุ่น ซึ่งงานกาชาดประจำปี 2564 นี้ มาพร้อมกับการพัฒนาแพลตฟอร์มให้ใช้งานง่ายขึ้น สะดวกขึ้น อีกทั้งยังเพิ่มความสนุก เติมความสุขในทุกมิติของกิจกรรมให้เข้าถึงไลฟ์สไตล์ของทุกรุ่นทุกวัยมากยิ่งขึ้น จึงเป็นที่มาของแนวคิด ประสบการณ์สนุก สร้างสุขทุกมิติ #Fun(D) Fair x Sharing

“สำหรับการจัดงานกาชาดในรูปแบบออนไลน์ครั้งแรก เมื่อปีที่ผ่านมา ต้องบอกว่า เราได้รับการตอบรับดีมาก มีผู้เข้ามาเที่ยวชมงาน 11 วัน ทั้งสิ้น 500,360 คน และมีการเข้าระบบประมาณหนึ่งล้านสองแสนครั้ง มีผู้เข้าชมงานจากต่างประเทศจาก 96 ประเทศ ก็ถือเป็นโอกาสที่ทำให้คนไทยในต่างประเทศและผู้ที่ยังไม่เคยมาเที่ยวงานกาชาด มีโอกาสได้มาชม มาร่วมกิจกรรมต่างๆ และที่สำคัญเป็นบทเรียนรู้ในการพัฒนาการจัดงานกาชาดในปีนี้ด้วย เพราะเรานำข้อเสนอแนะ สิ่งที่ต้องปรับปรุงมาพัฒนาแพลตฟอร์มในปีนี้ให้เข้าถึงง่ายขึ้น และมีกิจกรรมต่างๆ ที่ทำให้สนุก เสมือนจริงมากขึ้น 

การจัดงานกาชาดปี 2564 นี้ เราใช้เวลาเตรียมตัว ประมาณ 1 ปี กว่าจะกำหนดเป็นแนวคิดการจัดงาน คิดกิจกรรมต่างๆ โดยนำบทเรียนรู้จากปีที่ผ่านมานำมาพัฒนาแก้ไขในส่วนต่างๆ ที่ทำให้เข้าถึงงานง่ายขึ้น มีความหลากหลายในแพลตฟอร์มเพื่อให้เป็นงานของทุกวัย สนุกได้ทุกคน อาทิ เที่ยวงานกาชาดออนไลน์ปีนี้ไม่ต้อง login เข้าระบบ กรอกข้อมูลขั้นตอนการชำระเงิน การจัดส่งสินค้า หรือการบริจาคเพียงไม่กี่ขั้นตอน แบ่งงานเป็น 2 รูปแบบ แบบ Lite version ชอปเพลินเดินทีหลัง และ Full version เดินให้ครบจบที่ชอป ก็จะสะดวกมาขึ้นสำหรับผู้ต้องการเข้ามาซื้อสินค้าอย่างเดียว หรือจะเข้ามาเที่ยวมาร่วมกิจกรรมต่างๆ ในแพลตฟอร์มซึ่งปีนี้แบ่งโซนกิจกรรมให้ค้นหาได้สะดวกขึ้นด้วย”

ปีนี้มีกิจกรรมใหม่ๆ เพิ่มขึ้น อาทิ  แต่ง avatar ก่อนเข้างาน โซนสวนสนุก ออกแบบให้เสมือนจริงยิ่งขึ้น, โซนร้านค้าโครงการส่วนพระองค์ มีมาร่วมออกร้านทั้งสิ้น 12 ร้าน อาทิ ร้านองค์สภานายิกาสภากาชาดไทย ร้านสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ร้านองค์อุนายิกาสภากาชาดไทย ร้านมูลนิธิชัยพัฒนา เป็นต้น   โซนสวนสนุกถือว่าเป็นไฮไลท์ มีกิจกรรมขึ้นชิงช้าสวรรค์ทิพย์กับ ดีเจพี่อ้อย อ.คฑา ชินบัญชร น้องเต๋า ภูศิลป์ และพี่อู๊ดเป็นต่อ ก็จะพาไปเที่ยวสถานที่ unseen ในประเทศไทยพร้อมพูดคุยเรื่องราวต่างๆ สร้างพลังใจ เช็คดวงราศีต่างๆ บ้านผีสิง ถีบเรือเป็ด หนังกลางแปลงยุค 70’s 14 วัน 14 เรื่องไม่ซ้ำกัน , โซนกิจกรรม  ตรวจดวงชะตาพยากรณ์จากโหรชื่อดังหลากหลายศาสตร์ เสี่ยงเซียมซีลุ้นคำทำนาย เกมเศรษฐี,  โซนหน่วยงานที่ประกวดร้าน,  โซนสภากาชาดไทย ชมนิทรรศการสวนงู จองคิวบริจาคโลหิต บริจาคดวงตาอวัยวะ ซื้อเสื้อที่ระลึกงานกาชาดที่ร้าน สำนักงานจัดหารายได้ Donation HUB “รับ” เพือ “ให้” ซื้อทองพลุ ร้านอาหารสภากาชาดไทย และสินค้าของที่จากเหล่ากาชาดจังหวัด

โซน Shopping mall ร่วมสินค้าหลากหลายแบรนด์ดังราคาพิเศษไว้มากมาย, โซนเวทีกลาง มีการแสดงศิลปะวัฒนธรรมมากมาย  และการเสวนาทางการแพทย์สาระความรู้จากแพทย์พยาบาลในสังกัดสภากาชาดไทย, มีการประกวดขวัญใจงานกาชาด ปีนี้มีความพิเศษเพราะเป็นปีแรกที่ผู้ได้รับตำแหน่งขวัญใจงานกาชาดจะได้รับมงกุฏประจำตำแหน่ง และยังคงเป็นเวทีที่เฟ้นหาทูตแห่งการให้ พิจารณาจากทัศนคติ ความคิดสร้างสรรค์ และ lifestyle ของผู้เข้าประกวดผ่านกิจกรรมต่างๆ สามารถโหวตให้ผู้เข้าประกวดด้วยการมอบดอกไม้เป็นกำลัง 10 บาท เท่ากับ 1 ดอก หรือจะทุ่มโหวตก็ทำได้เช่นกัน ชมการประกวดได้โซนที่เวทีการประกวด รอบแรกวันที่ 18 ธันวาคม และตัดสินวันที่ 26 ธันวาคม ตั้งแต่เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป, สลากกาชาด ภารกิจพิชิตรถยนต์ สั่งซื้ออาหาร เครื่องดื่มราคาพิเศษ รวมร้านค้าที่ร่วมออกร้านในงานกาชาดปีนี้ถึง 4,000 ร้านค้า และ ร่วมทำบุญ 14 บาท 14 วัน สร้าง 4 ภารกิจกับสภากาชาดไทย

นอกจากนี้ ยังมีการประกวดร้านงานกาชาดในแพลตฟอร์มด้วย ตามแนวคิดของการจัดงาน ประสบการณ์สนุก สร้างสุขทุกมิติ แบ่งการประกวดเป็น 3 ประเภท ประเภทหน่วยงานรัฐ และสถาบันการศึกษา ประเภทหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ และองค์กรอิสระ ประเภทหน่วยงานเอกชน สมาคม สโมสร และมูลนิธิ ซึ่งมีผู้เข้าประกวดทั้งสิ้น 27 หน่วยงาน ออกแบบสร้างสรรค์ร้านของหน่วยงานได้อย่างสวยงาม น่าสนใจ และแตกต่างจากปีที่ผ่านมา การออกแบบภายในเป็นรูปแบบของ virtual exhibition เผยแพร่ภารกิจหน่วยงานได้น่าสนใจ  

ขอเชิญชวนผู้ชมเข้าไปเที่ยวงานกาชาดออนไลน์ปี 2564 ที่มีกิจกรรมมากมายเหมาะกับทุกวัย ทั้งซื้อสินค้าหลากหลาย เสื้อที่ระลึกงานกาชาด กิจกรรมความสนุกสนาน การแสดงต่างๆ และร่วมทำบุญกับสภากาชาดไทยในแพลตฟอร์ม ตั้งแต่วันนี้ ถึง 27 ธันวาคม 2564 ที่ http://www.งานกาชาด.com และ http://www.redcrossfair.com ตลอด 24 ชั่วโมง

เซเลบฯ คนดังชวนสัมผัสประสบการณ์ช้อปเหนือระดับส่งท้ายปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/622609

เซเลบฯ คนดังชวนสัมผัสประสบการณ์ช้อปเหนือระดับส่งท้ายปี

วันศุกร์ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ฉลองเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปี บัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน เปิดตัวสิทธิประโยชน์เหนือระดับ ที่คัดสรรมาเพื่อมอบประสบการณ์ช้อปสุดพิเศษให้กับสมาชิกบัตรกลุ่มพรีเมียม ได้แก่ บัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน เดอะแบล็ค, เซ็นทรัล เดอะวัน แบล็ค และเซ็นทรัล เดอะวัน ลักซ์  โดยมีเซเลบริตี้คนดังมาร่วมแบ่งปันประสบการณ์การใช้จ่ายที่ช่วยให้ชีวิตสะดวกสบายยิ่งขึ้น

อธิศ รุจิรวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจเนอรัล คาร์ด เซอร์วิสเซส จำกัด กล่าวว่า เพื่อต้อนรับเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปี บัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน พร้อมมอบประสบการณ์ช้อปสุดพิเศษทั้งในห้างและออนไลน์ครบทุกหมวด  เมื่อช้อปในหมวดแฟชั่นและหมวดไลฟ์สไตล์ เพียงสะสมยอดใช้จ่ายผ่านบัตรตามเงื่อนไข รับของรางวัลรวมมูลค่าสูงสุด 25,000 บาท ที่เซ็นทรัล เอ็มบาสซี ตั้งแต่วันนี้ – 9 มกราคม 2565 รวมถึงกิจกรรมสนุกสุดคุ้ม The 1 Mission “ภารกิจพิชิตคะแนน” สำหรับสมาชิกบัตรกลุ่มพรีเมียมที่เป็นสมาชิก The 1 Exclusive รับคะแนนเดอะวันสูงสุด 10,000 คะแนน เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรฯ ตามเงื่อนไข ตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไปตลอดรายการ ที่ร้านค้าในเครือเซ็นทรัล (Central Group) ที่ร่วมรายการ ตั้งแต่ 12 พฤศจิกายน 2564 – 22 ธันวาคม 2564  นอกจากนี้ ยังเพิ่มความสะดวกสบายเมื่อช้อปแบรนด์ดังกับบริการ Rinascente On Demand (Line @RinascenteOnDemand) หรือ Illum On Demand (WhatsApp +4528936319) พร้อมรับเครดิตเงินคืนสูงสุดถึง 15% ไม่ต้องบินไปถึงยุโรป  ก็สามารถเลือกสรรสินค้าแฟชั่น เครื่องสำอาง เครื่องประดับ และสินค้าดีไซน์ได้ครบจบเพียงปลายนิ้วจากห้าง Rinascente อิตาลี หรือ ห้าง Illum เดนมาร์ก ส่งตรงถึงประเทศไทยได้อีกด้วย ตอบโจทย์นักช้อปยุคใหม่”

งานนี้ยังได้รับเกียรติจาก ม.ล.อรรถดิศ ดิศกุล, อรชุมา ดุรงค์เดช, ทัตวร สุกัณศีล และพลอยวารินทร์ ทรงปกรณ์ มาร่วมบอกเล่าเคล็ดลับการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตที่ช่วยให้ทุกไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตสะดวกสบายยิ่งขึ้น 

เริ่มด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านแฟชั่น วร-ทัตวร สุกัณศีล พูดถึงไลฟ์สไตล์การใช้จ่ายว่า ตัวเองเป็นดีไซน์เนอร์ จึงชอบที่จะช้อปปิ้งเลือกซื้อเสื้อผ้า รองเท้าเป็นประจำ ถ้าของที่เราชอบมาพร้อมกับโปรโมชั่นที่ดี ก็คิดว่าเหมาะสมที่จะซื้อเพื่อให้เกิดความคุ้มค่ามากที่สุด และยิ่งเห็นทางห้างมีบริการผู้ช่วยช้อปส่วนตัว คิดว่าหลายคนที่ไม่ถนัดในการเลือกเครื่องแต่งตัวให้เหมาะกับรูปร่างของตัวเอง ถ้ามีคนที่สามารถแนะนำสินค้าที่เหมาะกับบุคลิกภาพ นอกจากจะคุ้มค่าแล้วยังจะช่วยให้สนุกกับการช้อปปิ้งมากขึ้นด้วย

ด้านเซเลบริตี้สาวนักธุรกิจคิวทอง เฟย์-อรชุมา ดุรงค์เดช บอกเล่าถึงเคล็ดลับในการช้อปปิ้งแบบสุดคุ้มว่า ปกติชอบเดินซื้อเสื้อผ้า กระเป๋า เครื่องประดับในเซ็นทรัล เอ็มบาสซี เกือบทุกสัปดาห์ ส่วนใหญ่ก็จะมากับลูกสาว แล้วถ้ายิ่งมีโปรโมชั่นให้เราได้สะสมยอดใช้จ่ายผ่านบัตร ก็จะเป็นแรงจูงใจให้เราช้อปปิ้งด้วย และเฟย์ก็ได้ใช้แต้มที่เราสะสมอยู่เรื่อยๆ ส่วนตัวจะเตรียมเลือกของที่ชอบไว้ก่อน พอมีโปรโมชั่นดี ๆ ก็ซื้อได้เลย ได้ทั้งของที่ถูกใจ แถมยังประหยัดเงินไปได้อีกด้วย

มาถึง หมูตั้ง-ม.ล.อรรถดิศ ดิศกุล บอกเล่าถึงประสบการณ์การใช้บริการห้องรับรองพิเศษ (VIP Lounge) ว่า การที่มีห้องรับรองทำให้ตัวเองมีที่สำหรับนั่งรอเพื่อน หรือบรรเทาความเมื่อยล้าจากการซื้อของ รู้สึกว่าตอบโจทย์ที่มีพื้นที่นั่งพักผ่อนอย่างเป็นส่วนตัว มีเครื่องดื่มให้ระหว่างใช้บริการ และตอบโจทย์ความสะดวกสบายที่มากขึ้นด้วย ด้วยบริการที่จอดรถโซนพิเศษที่ทำให้เราไม่ต้องวนหาที่จอดรถ ทำให้ประหยัดเวลา

ปิดท้ายด้วยเซเลบฯ สาวที่หลงใหลในการเดินทาง แป้ง-พลอยวารินทร์ ทรงปกรณ์ ที่เล่าถึงการช้อปออนไลน์ที่แสนสะดวกโดยไม่ต้องบินไปถึงยุโรป เป็นการช้อปที่สะดวกมากขึ้น ยิ่งช่วงนี้ไม่อยากออกจากบ้าน ก็จะเสพติดการช้อปปิ้งออนไลน์ไปเลย ยิ่งเวลาได้เห็นเสื้อผ้าที่นางแบบใส่ แถมยังมีรายละเอียดเรื่องไซส์ที่ชัดเจน ทำให้เราเลือกได้ตรงความต้องการ การช้อปออนไลน์ช้อปได้ง่าย ทำให้เราเข้าถึงสินค้าได้เร็ว อีกด้านเราก็ยังพอมีเวลาได้ตัดสินใจ ทำให้ได้สินค้าที่ตรงความต้องการมากที่สุด และสินค้าส่งตรงถึงบ้าน เพิ่มความสะดวกมาก

สัมผัสประสบการณ์ช้อปปิ้งแบบเหนือระดับ กับบัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน เดอะแบล็ค, เซ็นทรัล เดอะวัน แบล็ค และเซ็นทรัล เดอะวัน ลักซ์ ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์สำหรับสมาชิกคนสำคัญ รายละเอียดเพิ่มเติม http://www.centralthe1card.com

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ รวมพลัง Blood Hero ฝ่าวิกฤตโรคระบาดโควิด19 ส่งต่อโลหิตให้ผู้ป่วย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/622608

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ รวมพลัง Blood Hero  ฝ่าวิกฤตโรคระบาดโควิด19 ส่งต่อโลหิตให้ผู้ป่วย

วันศุกร์ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ใกล้ถึงเทศกาลปีใหม่อีกไม่มีวันข้างหน้า หลายคนเตรียมตัวเดินทางกลับบ้านเกิด หรือเดินทางท่องเที่ยวกันไว้แล้ว เพราะสถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลายลงบ้างแล้วและประชาชนส่วนใหญ่ได้รับวัคซีนกันมากขึ้น พี่น้องประชาชนจึงพร้อมที่จะเดินทางในช่วงปีใหม่กันเป็นจำนวนมาก ซึ่งเปอร์เซ็นต์การเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนก็มากตามไปด้วย รวมทั้งการเจ็บป่วย การรักษา การผ่าตัด โรงพยาบาลทุกแห่งก็ยังคงทำงานกันตามปกติ แต่ขณะที่ “โลหิต” ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของการรักษาผู้ป่วยนั้นกลับขาดแคลนอย่างหนัก

​                ที่ผ่านมา ผู้บริจาคโลหิตลดลงเป็นจำนวนมาก ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ต้องเจอวิกฤตขาดแคลน “โลหิต” อย่างหนัก ด้วยเหตุนี้ ชลิต อินดัสทรี จึงร่วมสนับสนุนศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ด้วยการสานต่อโครงการ “ชลิต อินดัสทรี รวมพลังจิตอาสา บริจาคโลหิต” ปี 2 ขึ้นเพื่อเชิญชวนผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรง มาบริจาคโลหิต ร่วมแสดงพลัง Blood Hero ส่งต่อโลหิตที่ปลอดภัยให้ผู้ป่วยได้ผ่าตัด และใช้เป็นโลหิตลำรองในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ เพื่อสานต่อนโยบายแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR)  ที่ใส่ใจให้ความช่วยเหลือสังคมมาอย่างต่อเนื่องและปลูกจิตสำนึกให้กับพนักงานในการเป็น “ผู้ให้” และมีความรับผิดชอบต่อสังคม 

​                นางสาวปิยนันท์ คุ้มครอง ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ด้านจัดหาโลหิตและภาพลักษณ์องค์กร ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย กล่าวว่า  ในทุกๆปี เมื่อถึงเทศกาลปีใหม่ ทางศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ จำเป็นต้องสำรองโลหิตไว้เพื่อใช้ในเหตุฉุกเฉิน โดยเฉพาะในเรื่องของอุบัติเหตุในการเดินทางของพี่น้องประชาชน ที่ผ่านมาตั้งแต่เกิดการระบาดของโรคโควิด-19 การบริจาคโลหิตทั่วประเทศลดลงอย่างมาก วิกฤติในครั้งนี้รุนแรงกว่าในรอบปีที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่าสถานการณ์โควิด ส่งผลให้จำนวนคนมาบริจาคโลหิตลดน้อยลงอย่างชัดเจน แต่ว่าการใช้โลหิตในการรักษาพยาบาลยังคงมีอย่างต่อเนื่องทุกวัน จนเกิดภาวะขาดแคลนโลหิตทั่วประเทศ ในภาวะปกติจะเห็นว่าต้องมีโลหิตรักษาผู้ป่วยเดือนละ 200,000 ยูนิต โดยเฉพาะกลางปีที่ผ่านมา (2564)ได้รับโลหิตจากการบริจาคเพียง 149,384 ยูนิต ซึ่งมีการขาดแคลนสะสมยาวนานมากกว่า 5 เดือน จึงมีผู้ป่วยที่ต้องเลื่อนการผ่าตัดและการรักษาพยาบาลออกไปอีกเป็นจำนวนมาก

​                ทั้งนี้ โรงพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศ กว่า 340 แห่ง มีการเบิกโลหิตเฉลี่ยวันละ 8,000 ยูนิต แต่สามารถจ่ายโลหิตให้ได้เฉลี่ย 2,300 ยูนิต ต่อวัน (28%) ซึ่งสถานการณ์ขาดแคลนโลหิตนี้จะส่งผลอันตรายแก่ชีวิตได้ ถึงเวลาแล้วที่จะคนไทยต้องช่วยกัน จึงขอเชิญชวนผู้ที่มีสุขภาพดี หรือผู้ที่ครบกำหนดบริจาคโลหิต 3 เดือนแล้ว บริจาคโลหิตอย่างเร่งด่วน เพื่อใช้เป็นโลหิตลำรองในช่วงปีใหม่นี้ อีกทั้ง ยังเป็นโลหิตลำรองในการช่วยผู้ป่วยทั่วประเทศ  โดยสามารถบริจาคเลือดได้ที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ถนนอังรีดูนังต์   โทร.02- 2564300 หรือโรงพยาบาลประจำจังหวัดทั่วประเทศที่เปิดรับบริจาคโลหิต ใกล้ที่ไหน บริจาคที่นั่นในพื้นที่ของตนเองเพื่อความสะดวกปลอดภัยของท่านผู้บริจาค

​                “เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ที่ต้องการบริจาคโลหิต ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติจึงกำหมดมาตรการชัดเจนและรัดกุมยิ่งขึ้นทั้งในเรื่องของสถานที่-เครื่องมือฯ ที่ปลอดภัยจากโควิด-19  ดังนั้น จึงขอเชิญผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรง อายุ 17-70 ปี มีน้ำหนัก 45 กิโลกรัมขึ้นไป ร่วมบริจาคโลหิตอย่างเร่งด่วน เพื่อช่วยผู้ป่วยทั่วประเทศ สำหรับผู้ที่จะไปบริจาคโลหิตให้เตรียมร่างกายให้พร้อม นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อให้ได้โลหิตที่มีคุณภาพนำไปช่วยเหลือชีวิตเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน”

​                ด้าน นายชวิศ ยงเห็นเจริญ  กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชลิต อินดัสทรี  จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายชิ้นส่วนประกอบรถยนต์และอะไหล่ยางคุณภาพสูง ภายใต้แบรนด์ “POP” กล่าวว่า ในปีใหม่นี้เชื่อว่าหลายคนเตรียมตัวกลับภูมิลำเนาฯ การพักผ่อนท่องเที่ยว ซึ่งบริษัทชลิต อินดัสทรีฯ ก็ตระหนักดีถึงสถานการณ์การบริจาคโลหิตที่ลดลง โดยทางศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติฯ ต้องเจอวิกฤติขาดแคลน “โลหิต” อย่างหนัก ดังนั้น บริษัท ชลิต อินดัสทรีฯ จึงนำทีมผู้บริหารและพนักงานร่วมทำบุญด้วยการบริจาคโลหิตรับปีใหม่ขึ้น ภายใต้กิจกรรม “ชลิต อินดัสทรี รวมพลังจิตอาสา บริจาคโลหิต” ซึ่งเราจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 2  เพื่อร่วมแสดงพลัง Blood Hero ส่งต่อโลหิตที่ปลอดภัยให้ผู้ป่วยได้ผ่าตัด สานต่อโนโยบายแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ที่ใส่ใจให้ความช่วยเหลือสังคมมาอย่างต่อเนื่องและปลุกจิตสำนึกให้กับพนักงานในการเป็น “ผู้ให้” และมีความรับผิดชอบต่อสังคม โดยได้มอบโลหิตคุณภาพที่ผู้บริหารและพนักงานร่วมกันบริจาค ให้กับสถานีกาชาดที่ 11 วิเศษนิยม บางแค ซึ่งมี นางสาวจุฑารัตน์  แก้วจันทร์เพชร รักษาการหัวหน้างานรับบริจาคโลหิตและพลาสมา สถานีกาชาดที่ 11 เป็นตัวแทน ต้อนรับ

“ในครั้งนี้มีผู้บริหารและพนักงานของ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด เดินทางมาร่วมบริจาคฯโลหิต ซึ่งเราขอเป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นให้ประชาชนคนไทยทั่วประเทศมาร่วมบริจาคกันมากขึ้น โดยทาง บริษัท ชลิต อินดัสทรีฯ จึงหวังว่า เลือดของพวกเราชาวชลิต อินดัสทรีฯ จะเป็นส่วนหนึ่งในการต่อชีวิตเพื่อนมนุษย์ให้ได้มีชีวิตต่อไป และปีใหม่นี้อยากชวนให้คนไทยทุกคนออกมาบริจาคโลหิตกันเยอะๆ เพราะนอกจากจะเป็นการทำบุญที่ไม่ได้ลงทุนอะไรแล้ว ยังส่งผลดีต่อสุขภาพของผู้ให้อีกด้วย”

ของระลึกการกุศล ‘Power of Giving ปีที่ 7’ มูลนิธิรามาธิบดีฯ จับมือ 14 ไทยดีไซเนอร์ช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/622610

ของระลึกการกุศล ‘Power of Giving ปีที่ 7’  มูลนิธิรามาธิบดีฯ จับมือ 14 ไทยดีไซเนอร์ช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้

วันศุกร์ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

มูลนิธิรามาธิบดี ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สานต่อภารกิจแห่งการให้  เชิญชวนคนไทยร่วมส่งต่อความสุขส่งท้ายปีพร้อมสมทบทุนจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์ และช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ภายใต้คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อให้ผู้ด้อยโอกาสได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผ่าน โครงการ พาวเวอร์ ออฟ กิฟวิ่ง Power of Giving ปีที่ 7 ที่ร่วมกับ 14 แบรนด์แฟชั่นชั้นนำของไทย เพื่อให้คนไทยได้มอบของขวัญที่มีความหมายให้แก่กันช่วงเทศกาลปีใหม่

พรรณสิรี คุณากรไพบูลย์ศิริ ผู้จัดการมูลนิธิรามาธิบดีฯ เผยว่า “การ “ให้” เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยทำให้คนทุกข์น้อยลง ขณะเดียวกันผู้ให้เองก็ได้รับความสุข  สำหรับโครงการ “Power of Giving ปีที่ 7” นี้ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจที่มูลนิธิรามาธิบดีฯ ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องกว่า 7 ปี โดยในแต่ละปีรูปแบบดีไซน์ของสินค้าที่ระลึกก็จะมีความแตกต่างกันออกไป และความพิเศษในปีนี้เพื่อให้เข้ากับสภานการณ์ในปัจจุบัน มูลนิธิได้เลือกจัดทำเซตแก้วและกระบอกน้ำเก็บอุณหภูมิ เพื่อให้เหมาะสำหรับการใช้งาน เป็นแยกภาชนะเพื่อป้องกันโรคต่างๆ และลดการใช้วัสดุพลาสติกที่ใช้แล้วทิ้ง แก้วและกระบอกน้ำเก็บอุณหภูมินี้ ทำหน้าที่ช่วยดูแลทั้งสุขภาพของคนและสุขภาพโลกอีกด้วย ซึ่งก็ได้รับความร่วมมืออันดีจาก 14 ไทยดีไซน์เนอร์ ที่มาร่วมสร้างสรรค์ลวดลายของที่ระลึกคอลเลกชั่นใหม่ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ใจ” เพราะหัวใจคือกุญแจสำคัญที่สุดของความสุขทุกชีวิต และเป็นจุดเริ่มต้นของการแบ่งปัน นำโดย ASAVA (อาซาว่า), DISAYA  (ดิษยา), GREYHOUND (เกรฮาวด์), ISSUE (อิชชู่), Janesuda (เจนสุดา), Kloset Etcetera (คลอเส็ท เอ็ทเซททรา), Milin (มิลิน), PAINKILLER (เพนคิลเลอร์), PATINYA (ปฏิญญา), POEM (โพเอม), Rotsaniyom (รสนิยม), Shaka (ชากะ),  SMILEYHOUND (สไมลี่ฮาวด์), และ Vickteerut (วิคธีร์รัฐ)  โดยจะซื้อใช้เอง หรือจะมอบเป็นของขวัญ เพื่อส่งความสุขให้แก่กันในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ สุขใจทั้งผู้ให้ และผู้รับ และยังได้ส่งต่อความปรารถนาดีให้กับผู้ป่วย เพราะรายได้ทั้งหมดจะนำมาช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้และสนับสนุนภารกิจการทำงานของคณะแพทย์ศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีต่อไป”

สำหรับของที่ระลึก พาวเวอร์ ออฟ กิฟวิ่ง Power of Giving ปีที่ 7 นี้ ประกอบด้วย เซตแก้วและกระบอกน้ำเก็บอุณหภูมิ สามารถเก็บความเย็นและร้อนได้เป็นอย่างดี พกพาสะดวกและปลอดภัยต่อการใช้งาน บรรจุเป็นเซ็ตในกล่องพิมพ์ลายหัวใจอินฟินิตี จำนวนในราคาชุดละ 799 บาท พร้อมวางจำหน่ายแล้วตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม เป็นต้นไป ที่มูลนิธิรามาธิบดีฯ (โรงพยาบาลรามาธิบดี และสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ จ.สมุทรปราการ) เพื่อความปลอดภัย ทางมูลนิธิมีช่องทางออนไลน์ที่สามารถสั่งซื้อได้สะดวกมากๆ จัดส่งถึงบ้าน คลิกที่เว็บไซต์ http://www.ramafoundation.or.th และ สั่งซื้อผ่าน Line Official @RAMAFOUNDATION  หรือสั่งผ่าน LINE SHOPPING  พร้อมส่งตรงของที่ระลึกน่ารักๆ ไปให้ทุกท่านถึงหน้าบ้านอีกด้วย  สอบถามเพิ่มเติมโทร 02-201 2222  

JUMBO Seafood กลับมาพร้อม 2 เมนูใหม่ ข้าวต้มกุ้งมังกรล็อบสเตอร์ และ ปูศรีลังกาไซส์ยักษ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/622611

JUMBO Seafood กลับมาพร้อม 2 เมนูใหม่  ข้าวต้มกุ้งมังกรล็อบสเตอร์ และ ปูศรีลังกาไซส์ยักษ์

วันศุกร์ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

จัมโบ้ ซีฟู้ด (JUMBO Seafood) ร้านอาหารซีฟู้ดอันเลื่องชื่อกว่า 34 ปี จากประเทศสิงคโปร์ กลับมาเปิดให้บริการนั่งรับประทานในร้านแบบเต็มรูปแบบ พร้อมด้วย Welcome Back 2 เมนูใหม่ ข้าวต้มกุ้งมังกรล็อบสเตอร์บอสตันโรยด้วยข้าวตังกรอบ และปูศรีลังกาไซส์ยักษ์ เอาใจสายกิน พร้อมเปิดให้บริการ  JUMBO Seafood สาขาที่ 2 ของประเทศไทย ที่ สยาม พารากอน ชั้น G  ฝั่ง North (ฝั่งทางออก โรงแรม Siam Kempinski )

เมนูแรก ได้แก่ ข้าวต้มกุ้งมังกรล็อบสเตอร์บอสตันโรยด้วยข้าวตังกรอบ ใช้กุ้งมังกรล็อบสเตอร์น้ำหนัก 600-800 กรัม มารังสรรค์เป็นเมนูไฮไลท์ฉลองเปิดสาขาใหม่ ความพิเศษอยู่ที่น้ำซุปที่มีความกลมกล่อม และหอมกลิ่นกุ้งแบบเข้มข้น โดยนำกุ้งลายเสือไปทอดจนเหลืองกรอบและปั่นให้ละเอียด จากนั้นจึงนำไปเคี่ยวพร้อมกุ้งล็อบสเตอร์ในน้ำซุปสูตรพิเศษของทางร้าน ผสมกับผักชนิดต่างๆ เช่น ก้านบร็อกโคลี่ ขิงซอย หอมแดง และต้นหอม เมื่อเคี่ยวจนได้ที่จึงโรยด้วยข้าวตังทอดกรอบ  เวลาทานจะได้ความหวานของน้ำซุปจากกุ้งมังกรล็อบสเตอร์เนื้อแน่นๆ แบบเต็มคำ สำหรับราคาขึ้นอยู่กับขนาดของกุ้งมังกรล็อบสเตอร์ โดยราคาจะอยู่ราวๆ 288++ บาทต่อ 100 กรัม

เมนูที่สอง เป็นปูศรีลังกายักษ์ สุดยอดวัตถุดิบสดจากทะเล ปูทะเลธรรมชาติเนื้อแน่น สด และหวาน ส่งตรงมาจากศรีลังกา มาปรุงในแบบฉบับ จัมโบ้ ซีฟู้ด โดยได้คัดไซส์พิเศษสำหรับลูกค้าจัมโบ้ ซีฟู้ด มีให้เลือกหลากหลายขนาดตั้งแต่ 1 – 2.4 กิโลกรัม ทั้งนี้ สามารถให้เชฟนำปูศรีลังกาไปปรุงกับซอสต่างๆ ที่จัมโบ้ ซีฟู้ด ได้นำเข้ามาจากสิงคโปร์โดยเฉพาะ อาทิ ซอสพริก Chilli Crab, พริกไทยดำ, พริกไทยขาว และ Cereal โดยราคาขึ้นอยู่กับขนาดของปูศรีลังกา ไซส์ 700-900 กรัม ราคา 220++ บาทต่อ 100 กรัม, ไซส์ 950 กรัม – 1.2 กิโลกรัม ราคา 240++ บาทต่อ 100 กรัม และไซส์ 1.2 กิโลกรัมขึ้นไป ราคา 260++ บาทต่อ 100 กรัม 

JUMBO Seafood เปิดให้บริการทุกวันเวลา 10.00 – 21.00 น. และเปิดให้จองคิวทาง Line Official : @Jumboseafoodth,  สาขาสยามพารากอน โทร.02-1620520, 087-785-7997 หรือสามารถสั่งบริการเดลิเวอรี่ต่างๆ ได้ที่ Grab Food, Lineman และ Robinhood    พิเศษ!!  ฟรีค่าส่ง สำหรับสั่งโดยตรงกับทางร้าน เมื่อสั่งครบ 3,000 บาทขึ้นไป (ภายในระยะทาง 15 กิโลเมตร)

ทั้งนี้ ร้าน จัมโบ้ ซีฟู้ด ทุกสาขาได้ตระหนัก และให้ความสำคัญถึงมาตรการความปลอดภัยสูงสุดตามมาตรการของรัฐบาล โดยพนักงานในร้านทุกคนได้รับการฉีดวัคซีนครบสองเข็มแล้ว รวมไปถึง การตรวจวัดอุณหภูมิของพนักงานวันละ 2 ครั้ง, พนักงานให้บริการสวมหน้ากากอนามัย, การทำความสะอาด และฆ่าเชื้อพื้นผิวสัมผัสตลอดวัน และการรักษาระยะห่าง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าในด้านการบริการ ความสะอาด และความปลอดภัย ดูข้อมูลเพิ่มเติม และโปรโมชั่นอื่นๆ ได้ผ่านช่องทาง Instagram/ Facebook : JUMBO Seafood Bangkok

จุฬาฯ ประกาศผลสุดยอด 30 แบรนด์ทรงพลัง The Most Powerful Brands of Thailand ครั้งที่ 5

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/622723

จุฬาฯ ประกาศผลสุดยอด 30 แบรนด์ทรงพลัง  The Most Powerful Brands of Thailand ครั้งที่ 5

วันพฤหัสบดี ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 23.47 น.

ภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดงานประกาศผลและมอบรางวัล “สุดยอดแบรนด์ทรงพลัง (The Most Powerful Brands of Thailand)” ใน 30 กลุ่มผลิตภัณฑ์ ซึ่งนับเป็นการสำรวจแบรนด์ครั้งยิ่งใหญ่ โดยมี ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้เกียรติเป็นประธานมอบรางวัล The Most Powerful Brands of Thailand  ให้แก่ผู้บริหารองค์กรของแบรนด์ที่ได้รับคะแนนความแข็งแกร่งของแบรนด์สูงที่สุดในแต่ละกลุ่มผลิตภัณฑ์ ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

การจัดอันดับความแข็งแกร่งของแบรนด์นี้เป็นส่วนหนึ่งของงานวิจัยเพื่อชี้นำสังคม ซึ่งภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ ได้ทำขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีการประกาศผลสุดยอดแบรนด์ทรงพลัง ทุก 2 ปี โดยครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 5 โดยความแข็งแกร่งของแบรนด์มาจากการประเมินซึ่งครอบคลุม 4 มิติ ได้แก่ ความตระหนักในแบรนด์ (Awareness) ความชื่นชอบในแบรนด์ (Preference) การใช้ผลิตภัณฑ์ (Usage) และภาพลักษณ์อันโดดเด่น (Image) ซึ่งถือเป็นการวิเคราะห์ความสำเร็จของแบรนด์ทั้งในด้าน Market Share, Mind Share และ Heart Share อย่างครบถ้วน

ในงานดังกล่าวยังได้มีการเสวนาทางวิชาการในหัวข้อ “The Five Forces of Brand Power” โดย รศ. ดร. วิเลิศ ภูริวัชร คณบดี และ รศ.ม.ล.สาวิกา อุณหนันท์ หัวหน้าโครงการวิจัย ถอดรหัสเติมขุมพลังแห่งกลยุทธ์สู่การเป็นสุดยอดแบรนด์ที่ทรงพลังมีความแข็งแกร่งที่สุดในประเทศ จำนวน 30 แบรนด์ ซึ่งนอกจากการวิจัยเชิง Quantitativeโดยเก็บข้อมูลจากลูกค้าจำนวนมากที่สุดถึง 24,000 ตัวอย่างทั่วประเทศเพื่อหาสุดยอดแบรนด์ทรงพลังแล้ว คณะผู้วิจัยยังได้ทำการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้บริหารแบรนด์เหล่านี้เพื่อทราบถึงขุมพลังของกลยุทธ์อันนำไปสู่ความเป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่งที่สุด ซึ่งแม้แต่ในสภาวะที่เต็มไปด้วยความผันผวนของโลก สุดยอดแบรนด์ที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ยังคงประสบความสำเร็จอย่างเหนือชั้นจากพลังต่อไปนี้

พลังที่ 1 พลังแห่งความเข้าใจรอบด้าน : 360 Synchronized มากกว่าความเข้าใจลูกค้า แบรนด์ต้องรู้ใจลูกค้า เข้าใจถึงความปรารถนา เสมือนเชื่อมต่อโดยตรงกับความคิดและความรู้สึกส่วนลึกของลูกค้า พลังที่ 2 พลังแห่งการเชื่อมต่อ : Seamless มากกว่าการสร้างประสบการณ์ในแต่ละ touchpoint แบรนด์ต้องอยู่เคียงข้างและเชื่อมโยงกับลูกค้าด้วยประสบการณ์อันน่าประทับใจแบบไร้รอยต่อกับลูกค้า

พลังที่ 3 พลังแห่งการดูแลใส่ใจ :Simple มากกว่าความสะดวก แบรนด์ต้องออกแบบผลิตภัณฑ์และกระบวนการให้บริการให้เกิดความง่ายที่สุดตลอด Customer Journey เพื่อให้ความสบายทั้งกายและใจ ทำให้เกิด peace of mind แก่ลูกค้าอย่างแท้จริง

พลังที่ 4 พลังแห่งการมองการณ์ไกล : Visionary Speed มากกว่าการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง แบรนด์ต้องตอบสนองอย่างฉับไวและทันเหตุการณ์อย่างมีวิสัยทัศน์

พลังที่ 5 พลังแห่งความห่วงใยทุกภาคส่วน :Spiritual มากกว่าการเอาใจใส่ดูแลลูกค้า แบรนด์ต้องมีจิตวิญญาณที่จะดูแลทุกภาคส่วนและสังคม

รศ. ดร. ณัฐพล อัสสะรัตน์ หัวหน้าทีมในการเก็บข้อมูลในโครงการวิจัย กล่าวถึงที่มาของงานวิจัยนี้ว่า งานวิจัยเพื่อ ค้นหาแบรนด์ที่ทรงพลังที่สุดในประเทศไทยนี้เป็นผลงานของคณาจารย์ภาควิชาการตลาดโดยได้จัดทำขึ้นระหว่างเดือน กุมภาพันธ์-มิถุนายน 2563 โดยได้ทำการเก็บข้อมูลจากกลุ่มผู้บริโภคชาวไทย อายุระหว่าง 18-69 ปี โดยแบ่งเป็น 5 ช่วงอายุ จำนวน 24,000 ตัวอย่าง จากทุกส่วนของประเทศ แบ่งเป็นกรุงเทพมหานครและปริมณฑล 12,000 ตัวอย่าง และอีก  12,000 ตัวอย่างใน 13 จังหวัดที่เป็นหัวเมืองใหญ่ในทุกภาคทั่วประเทศ ซึ่งกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด จะต้องเป็นผู้ตัดสินใจซื้อและเป็นผู้ใช้ผลิตภัณฑ์หรือบริการต่าง ๆด้วยตนเอง การเก็บข้อมูลนี้ยังมีการกระจายโควตาการเก็บอย่างทั่วถึงทั้งเพศและช่วงวัยให้เหมาะสมกับประเภทของผลิตภัณฑ์ จึงถือเป็นการประเมินแบรนด์ที่มีการวัดพลังความแข็งแกร่งของแบรนด์ที่มีความครบถ้วนทุกมิติ มีความเป็นกลาง และน่าเชื่อถือถูกต้องตามหลักวิชาการอย่างแท้จริง  

รางวัล The Most Powerful Brands of Thailand จึงถือเป็นรางวัลอันทรงเกียรติและเป็นเครื่องยืนยันว่าแบรนด์ที่ได้รับรางวัลเป็นแบบอย่างของแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จอย่างน่าชื่นชม  

สำหรับรางวัล The Most Powerful Brands of Thailand ครั้งที่ 5 ใน 30 อุตสาหกรรม แบ่งเป็นแต่ละกลุ่ม ดังนี้

กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ส่วนบุคคลและครัวเรือน (Personal Care & Household Products)

– ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวกาย (Body Wash) ลักส์ บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด

– ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม (Hair Care) ซันซิล บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด

– ผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปาก (Oral Care) คอลเกต บริษัท คอลเกต-ปาล์มโอลีฟ (ประเทศไทย) จำกัด

– ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้า (Facial Care) พอนด์ส บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด

– ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกาย (Skin Care) นีเวีย บริษัท ไบเออร์สด๊อรฟ (ประเทศไทย) จำกัด

– ผลิตภัณฑ์ซักผ้า (Fabric Wash) บรีส บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด

กลุ่มยานยนต์ (Automotive and Energy)

– รถยนต์เชิงพาณิชย์ (Commercial Vehicle) ไฮลักซ์ รีโว่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด

– รถยนต์นั่งส่วนบุคคล (Passenger Car) วีออส บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด

– รถจักรยานยนต์ (Motorcycle) ฮอนด้า บริษัท ไทยฮอนด้า แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด จำกัด

– ยางรถยนต์ (Tyre) มิชลิน บริษัท สยามมิชลิน จำกัด

– สายการบิน (Airline) แอร์เอเชีย สายการบินไทยแอร์เอเชีย

กลุ่มผลิตภัณฑ์และบริการด้านเทคโนโลยี

(Technology Products & Service)

– แล็ปท็อป/โน้ตบุ๊ก (Laptop/Notebook) เอเซอร์ บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด

– บริการออนไลน์ช้อปปิ้ง (Online Shopping) ลาซาด้า บริษัท ลาซาด้า จำกัด (ประเทศไทย)

– โทรศัพท์มือถือ (Mobile Phone) ซัมซุง บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด

– เครือข่ายมือถือ (Mobile Operator) เอไอเอส บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)

กลุ่มอาหารและขนมขบเคี้ยว (Food & Snacks)

– บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป (Instant Noodle) มาม่า บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน)

– อาหารกระป๋อง (Caned Food) สามแม่ครัว บริษัท รอแยลฟู้ดส์ จำกัด

– ขนมขบเคี้ยว (Snack) เลย์ บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด

– ผลิตภัณฑ์จากนม (Daily Product) โฟร์โมสต์ บริษัท ฟรีสแลนด์คัมพิน่า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

กลุ่มเครื่องดื่ม (Beverage)

– เบียร์ (Beer) ลีโอ บริษัท บุญรอดบริเวอรี่ จำกัด

– เครื่องดื่มชูกำลัง (Energy Drink) เอ็ม-150 บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน)

– กาแฟสำเร็จรูป (Instant Coffee) เนสกาแฟ บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด

– กาแฟพร้อมดื่ม (RTD Coffee) เนสกาแฟ บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด

– น้ำผลไม้ (Juice) ทิปโก้ บริษัท ทิปโก้ฟูดส์ จำกัด (มหาชน)

– น้ำดื่ม (Drinking Water) คริสตัล บริษัท เสริมสุข จำกัด (มหาชน)

กลุ่มร้านอาหารและบริการทางการเงิน (Restaurant & Financial Service)

– ธนาคาร (Bank) กสิกรไทย บริษัท ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)

– ประกันชีวิต (Life Insurance) เอไอเอ บริษัท เอไอเอ จำกัด

– เชนร้านอาหาร (Chain Restaurant) เคเอฟซี บริษัท ยัม เรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด

– ประกันภัยรถยนต์ (Car Insurance) วิริยะประกันภัย บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน)

– ร้านกาแฟ (Coffee Shop) คาเฟ่ อเมซอน บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR

-(016)

‘รักษ’ชวน’รัก’สุขภาพ วอร์มร่างกายและจิตใจให้สดใสต้อนรับปีใหม่ 2565

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/622718

'รักษ'ชวน'รัก'สุขภาพ วอร์มร่างกายและจิตใจให้สดใสต้อนรับปีใหม่ 2565

วันพฤหัสบดี ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 22.51 น.

“รักษ” ชวน “รัก” สุขภาพ วอร์มร่างกายและจิตใจให้สดใสต้อนรับปีใหม่ 2565

ด้วยศาสตร์แห่งการดูแลสุขภาพในแบบองค์รวม กับแพ็กเกจ “3-Day Detox Programme”  

พิเศษ..3 วัน 2 คืน เพียง 39,500 บาท จองภายใน 28 ก.พ 65

“รักษ” ศูนย์บูรณาการสุขภาพและการแพทย์แบบองค์รวมแห่งแรกในไทยและในภูมิภาคเอเชีย สนับสนุนให้คนไทยก้าวเข้าสู่ปี 2565 ด้วยความสดใสทั้งกายใจ กับแพ็กเกจ “3-Day Detox Programme” โปรแกรมการชำระล้างสารพิษแบบ 3 วัน 2 คืน ที่จะช่วยคืนความสดชื่น ปรับสมดุลการทำงานของระบบร่างกาย เพื่อเริ่มต้นรับสิ่งใหม่ ให้สุขภาพดีแบบยั่งยืนตลอดปี ด้วยการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมที่นำเอาศาสตร์การแพทย์สมัยใหม่เช่นการล้างพิษตับด้วยการให้วิตามินทางเส้นเลือด ( Liver Detox IV) มาผสมผสานกับศาสตร์ดั้งเดิมเช่น การฝึกโยคะตามศาสตร์อายุรเวทเพื่อปรับสมดุลระบบย่อยอาหาร ( Yoga Detox ) ในราคาพิเศษเพียง 39,500 บาท และพิเศษสุดเมื่อชวนมาสุขภาพดีกันเป็นคู่ เหลือราคาเพียง 37,500 บาทต่อท่าน เพียงจองภายใน 28 กุมภาพันธ์ 2565 นี้

ปี 2564 ที่กำลังจะผ่านพ้นไป นับเป็นอีกหนึ่งปีที่มีเรื่องราวต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย ทำให้หลายคนต้องเผชิญกับสภาวะความเครียดและความเสี่ยงต่อสุขภาพรอบด้าน ซึ่งนำมาสู่ปัญหาในระยะยาว รวมถึงการออกไปฉลองช่วงเทศกาลซึ่งอาจหลีกเลี่ยงอาหารหรือเครื่องดื่มที่รสชาติอร่อยแต่ไม่ได้ดีต่อสุขภาพได้ยาก “รักษ” ตระหนักถึงความสำคัญในจุดนี้  จึงได้ออกแบบโปรแกรมพิเศษ  “3-Day Detox Programme”  โปรแกรมขับสารพิษทั้งทางกายและทางใจ ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ออกแบบโดยการทำงานร่วมกันของผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านเวลเนส ที่ปรึกษาทางการแพทย์เวชศาสตร์ชะลอวัยจาก ศูนย์สุขภาพ ไวทัลไลฟ์ ในเครือโรงพยาบาล บำรุงราษฎร์ นักกายภาพบำบัด และนักโภชนาการ โดยความแตกต่างของตัวโปรแกรมขับสารพิษที่ “รักษ” นั้น เป็นโปรแกรมที่ถูกออกแบบขึ้นแบบเฉพาะเจาะจง เช่น แม้จะมาเข้าโปรแกรม 3-Day Detox Programme พร้อมกัน ก็จะได้รับทรีตเมนต์ที่ไม่เหมือนกันขึ้นอยู่กับสุขภาพแต่ละบุคคล เพื่อให้เหมาะสมและเกิดประสิทธิภาพสูงสุดแก่ผู้ใช้บริการ

โดยทรีตเมนต์เด่นของโปรแกรมนี้เป็นการผสมผสานทุกศาสตร์เพื่อการขับพิษออกจากร่างกายและลดเครียดได้อย่างมีประสิทธิภาพ  อาทิ  Liver Detox IV เน้นการขับสารพิษออกจากร่างกาย ช่วยทำความสะอาด และช่วยส่งเสริมการ

ทำงานของตับ เพื่อต้านทานอันตรายจากสารอนุมูลอิสระ เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาไขมันพอกตับ และฟื้นฟูประสิทธิภาพการทำงานของร่างกาย ร่วมกับการใช้ศาสตร์อายุรเวทดั้งเดิมอย่าง Yoga Detox  ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหว

เพื่อให้ร่างกายปรับสมดุลและช่วยให้ขับถ่ายได้ดีขึ้น ซึ่งไม่เพียงทำให้สารพิษที่ตกค้างอยู่ภายในถูกขับออกมาแต่ยังช่วยจิตใจให้สงบและผ่อนคลาย  นอกจากนี้ยังมีทรีตเมนต์เพื่อการบำบัดคลายความเครียดทางจิตใจด้วยศาสตร์พลังงานบำบัด Angle Stone Healing ซึ่งเป็นการใช้คริสตัลและอัญมณีธรรมชาติช่วยในการปรับสมดุลพลังงานเพิ่มความสดใสมีออร่าให้กับใบหน้า  และผ่อนคลายร่างกายและเส้นเอ็นที่ยึดและตรึงจากความเครียดด้วยการนวดกดจุดโดยนักกายภาพบำบัดกับ Deep Tissue Massage เป็นต้น 

นอกจากนี้ตลอดระยะเวลาของดูแลสุขภาพด้วย แพ็กเกจ “3-Day Detox Programme”  3 วัน 2 คืน ที่ รักษ  ยังอิ่มอร่อยไปกับอาหารเพื่อสุขภาพ ทั้ง 6 มื้อที่ปรุงสดจากวัตถุดิบออร์แกนิค ที่ไม่เพียงแต่รสชาติที่อร่อย แต่ยังถูกหลักโภชนาการและไม่ก่อให้เกิดการอักเสบในร่างกาย พร้อมเดินเล่นยามเย็นและดื่มด่ำไปกับวิวแม่น้ำเจ้าพระยา  ก่อนเอนกายผ่อนคลายที่การ์เด้นวิลล่าส่วนตัว ใจกลางเกาะบางกะเจ้า เรียกว่าเป็นการหลีกหนีความวุ่นวายในเมืองใหญ่ มาเติมเต็มพลังชีวิตแบบเกินคุ้ม ในราคาเพียง 39,500 บาทต่อท่าน  พิเศษสุดเมื่อซื้อแพ็กเกจ 2 ท่านขึ้นไป เพื่อคนที่คุณห่วงใย เหลือราคาเพียง 37,500 บาทต่อท่าน  จองภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2565 เท่านั้น!

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ รักษ 0-2055-3100 หรือคลิก http://www.rakxawellness.com

LINE Official: @rakxawellness และ Instagram: @rakxawellness

ยู สมุย พร้อมเปิดประตูต้อนรับ 15 ธันวาคมนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/622714

ยู สมุย พร้อมเปิดประตูต้อนรับ 15 ธันวาคมนี้

วันพฤหัสบดี ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 22.38 น.

U Hotels & Resorts เปิดตัวโรงแรมแห่งใหม่ล่าสุด โรงแรม ยู สมุย (U Samui Thailand) ริมชายหาดบางรักษ์ ที่มีความเงียบสงบและสวยงาม เปิดให้บริการอย่างเป็นการตั้งแต่ 15 ธันวาคม 2564 เป็นต้นไป พร้อมมอบประสบการณ์การพักผ่อนริมทะเลแบบมีสไตล์และบริการพิเศษในแบบ U อาทิ อาหารเช้าที่ทานที่ใดเมื่อไรก็ได้ การใช้ห้องพักได้ 24 ชม. บริการยืมจักรยานฟรี ห้องสมุด เลือกกลิ่นสบู่และหมอนได้ด้วยตัวคุณเอง

ยู สมุย โรงแรมระดับห้าดาว ให้บริการห้องพักและวิลล่า รวม 51 ห้อง ในแบบดีลักซ์ การ์เด้นท์ ดีลักซ์ ซีวิว พูลวิลล่า บีชฟร้อนท์พูลวิลล่า และซิกเนเจอร์ ซีวิว สวีท

 มอบประสบการณ์การพักผ่อนที่เหนือระดับ ผู้เข้าพักจะได้ผ่อนคลายไปกับวิวทะเลที่สามารถมองเห็นได้จากห้องพัก เพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกระดับพรีเมี่ยมครบครัน เพื่อความสะดวกสบายตลอดการเข้าพัก นอกจากนี้ โรงแรมฯได้จัดเตรียมบริการอื่นๆ อาทิ ห้องอาหาร บีชบาร์ริมทะเล สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ ห้องออกกำลังกายพร้อมอุปกรณ์ทันสมัย คลาสต่อยมวย กิจกรรมทางน้ำแพดเดิ้ลบอร์ด อีกทั้ง โรงแรมฯ อยู่ห่างจากสนามบินนานาชาติสมุย เพียง 15 นาที และเพียงไม่กี่นาทีจากสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของสมุย  

ห้ามพลาดกับข้อเสนอสุดคุ้มในช่วงเปิดตัวที่ลดราคาห้องพักถึง 50% จากราคาปกติ ห้องดีลักซ์ การ์เด้นท์ ราคาเริ่มต้นเพียง 2,999 บาท รวมอาหารเช้าสำหรับ 2 ท่าน  โปรโมชั่นนี้สามารถเข้าพักได้ในช่วง 15 ธันวาคม 2564 – 31 พฤษภายน 2565

จองด่วนได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป สอบถามข้อมูลหรือสำรองห้องพัก เว็บไซต์ http://www.usamui.com อีเมล reserve@usamui.com โทร 077 238 828

ลูกเสือที่บ้าน 14.14 พาเที่ยวทั่วไทย อุตรดิตถ์ : อาทร จันทวิมล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/620579

ลูกเสือที่บ้าน  14.14 พาเที่ยวทั่วไทย อุตรดิตถ์ : อาทร จันทวิมล

วันพฤหัสบดี ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 07.00 น.

อุตรดิตถ์ เป็นดินแดนที่มีมนุษย์อาศัยอยู่กว่า 2,000 ปีมาแล้ว เพราะมีการพบเครื่องมือหินขัดที่บ้านบุ่งงิ้ว และพบกลองมโหระทึกสำริด ที่ตำบลบางโพ เหล็กน้ำพี้ของอุตรดิตถ์ใช้ทำอาวุธมาแต่ครั้งโบราณ ราว พ.ศ. 1400 พวกขอมเข้ามาปกครองบริเวณท่าอิฐ  ซึ่งเป็นชุมทางการเดินเรือ และศูนย์การค้า ในแม่น้ำน่าน  จากกรุงศรีอยุธยา แล้วสามารถเดินทางต่อไปได้ถึงเชียงแสน เชียงตุง และ สิบสองปันนา คำว่าอุตรดิตถ์ แปลว่า ท่าน้ำแห่งเมืองเหนือ พ.ศ. 2510 มีการสร้างเขื่อนสิริกิติ์ กั้นแม่น้ำน่านที่อำเภอท่าปลา    

1. 10 ที่เที่ยวอุตรดิตถ์ https://www.youtube.com/watch?v=tAIrM3S6USI (Traveller Freedom)

2. บ่อเหล็กน้ำพี้ https://www.youtube.com/watch?v=M4Oy79WGk_E  (Made in Thailand)

3. เมืองลับแลห้ามโกหก https://www.youtube.com/watch?v=LEXVu7Bwd7E (Go Went Go)

4. มเหสักข์  ต้นสักใหญ่ที่สุดในโลก https://www.youtube.com/watch?v=Di56nkybcR8 (I am Shengly)

เริ่มแล้ว Soul of the Sea ความทรงจำแห่งท้องทะเล แคมเปญต้อนรับนักท่องเที่ยว ภูเก็ต-พังงาตลอดเดือนธันวา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/622353

เริ่มแล้ว Soul of the Sea ความทรงจำแห่งท้องทะเล  แคมเปญต้อนรับนักท่องเที่ยว ภูเก็ต-พังงาตลอดเดือนธันวา

วันพฤหัสบดี ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับจังหวัดภูเก็ต และพังงา เปิดตัวกิจกรรมแคมเปญ “Soul of the Sea” ความทรงจำแห่งท้องทะเล  ตลอดเดือนธันวาคม 2564 เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ รวมถึงกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต พังงา และพื้นที่ใกล้เคียงให้กลับมาครึกครื้นอีกครั้ง ภายใต้เงื่อนไขและมาตรการทางสาธารณสุขที่กำหนด

                “Soul of the Sea” ความทรงจำแห่งท้องทะเล  จัดขึ้นตลอดทั้งเดือนธันวาคมในพื้นที่ต่างๆ ของจังหวัดภูเก็ต และพังงา เริ่มตั้งแต่วันที่ 1-31 ธันวาคม 2564 โดยมีกิจกรรมการประดับตกแต่งสถานที่สำหรับจุดถ่ายรูปเช็คอิน กิจกรรม Live AR พร้อมการแสดงบัลเลต์ การแสดงแสงสีเสียง กิจกรรม Workshop การออกร้านจำหน่ายสินค้า การจัดแสดงนิทรรศการศิลปะ การแสดงดนตรีริมชายหาด และกิจกรรมรำลึกสึนามิ ในวันที่ 26 ธันวาคม 2564

จังหวัดภูเก็ต จัดกิจกรรมทั้งหมด 2 พื้นที่ ได้แก่ บริเวณลานโลมา หาดป่าตอง และ บริเวณตลาดชมเล หาดไม้ขาว  ในวันที่ 1-31 ธันวาคม 2564 บริเวณลานโลมา หาดป่าตอง มีการจัดนิทรรศการสึนามิ การประดับไฟ Light Up และบริเวณหาดไม้ขาว มีการประดับไฟ Light Up วันที่ 17-19 ธันวาคม 2564 บริเวณหาดป่าตอง มีการประดับไฟ Light Up กิจกรรม Workshop มวยริมชายทะเล วันที่ 24-25 ธันวาคม 2564 บริเวณหาดป่าตอง มีการประดับไฟ Light Up กิจกรรม Workshop กิจกรรมแอโรบิค Street Music วันที่ 26 ธันวาคม 2564 บริเวณหาดป่าตอง มีพิธีการทางศาสนา การประดับไฟ Light Up กิจกรรม Workshop กิจกรรมแอโรบิค การ Live AR พิธีการพร้อมการแสดงบัลเลต์ งานจุดเทียนรำลึกเหตุการณ์สึนามิ และ Symphony Orchestra พร้อมการแสดงควงกระบองไฟ

จังหวัดพังงา จัดกิจกรรมทั้งหมด 4 พื้นที่ ได้แก่ บริเวณอนุสรณ์สถานสึนามิ เรือ ต.813 สวนอนุสรณ์สึนามิ บ้านน้ำเค็ม Memories beach และ Laybay Khaolak วันที่ 1-31 ธันวาคม 2564 บริเวณอนุสรณ์สถานสึนามิ เรือ ต.813 มีการจัดนิทรรศการสึนามิ การประดับตกแต่งสถานที่และสวนอนุสรณ์สึนามิ บ้านน้ำเค็ม มีการประดับตกแต่งสถานที่ วันที่ 17-19 ธันวาคม 2564 บริเวณ Laybay KhaoLak มีการจัดตกแต่งประดับสถานที่ พร้อมกิจกรรม Music by the sea การแสดงดนตรี กิจกรรม Workshop กิจกรรม Surf Skate และ Market  โดยในวันที่ 19 ธันวาคม จะมีการแสดงดนตรีโดยศิลปิน วันที่ 24-25 ธันวาคม 2564 บริเวณบริเวณอนุสรณ์สถานสึนามิ เรือ ต.813 มีการประดับไฟ Light Up กิจกรรม Workshop และ Street Music  วันที่ 26 ธันวาคม 2564 บริเวณ บริเวณอนุสรณ์สถานสึนามิ เรือ ต.813 มีพิธีการทางศาสนา การประดับไฟ Light Up กิจกรรม Workshop  Street music และงานจุดเทียนรำลึกเหตุการณ์สึนามิ

                ติดตามรายละเอียดของกิจกรรมเพิ่มเติมได้ทีhttps://www.facebook.com/souloftheseathailand