‘คริสต์มาส-ปีใหม่’ นี้ สนุกที่ ‘บลูทรี ภูเก็ต’ แหล่งท่องเที่ยวสุดยิ่งใหญ่สำหรับครอบครัว บนเกาะไข่มุกอันดามัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/622906

‘คริสต์มาส-ปีใหม่’ นี้ สนุกที่ ‘บลูทรี ภูเก็ต’ แหล่งท่องเที่ยวสุดยิ่งใหญ่สำหรับครอบครัว บนเกาะไข่มุกอันดามัน

วันศุกร์ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 17.30 น.

“บลูทรี ภูเก็ต” (Blue Tree Phuket) แลนด์มาร์คแห่งการพักผ่อนและแหล่งความบันเทิงครบวงจรที่สุดบนเกาะภูเก็ต เตรียมมอบของขวัญสุดพิเศษให้ครอบครัวคนไทย ได้เฉลิมฉลองกันอย่างสนุกสนานในช่วงเทศกาล “คริสต์มาส” และ “ปีใหม่” นี้ ด้วยขบวนกิจกรรมและความบันเทิงมากมาย

ตลอดเดือนธันวาคม 2564 บรรยากาศภายใน “บลูทรี ภูเก็ต” จะอบอวลไปด้วยความสุข เพื่อต้อนรับชาวไทยและนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ ให้ได้มาสัมผัสการพักผ่อนในช่วงเทศกาลวันหยุดแห่งปีอย่างแท้จริง บนพื้นที่มากกว่า 140 ไร่ซึ่งตั้งอยู่ในย่านเชิงทะเลแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของจังหวัดภูเก็ต เต็มเปี่ยมด้วยกิจกรรมและความบันเทิงมากมายสำหรับการพักผ่อนและเป็นศูนย์รวมกีฬาทางน้ำหลากหลายรวมถึง “บลูทรีลากูน” (Blue Tree Lagoon) มหาสมุทรจำลองขนาดใหญ่กว่า 17,000 ตารางเมตรล้อมรอบด้วยหาดทรายขาวละเอียด พร้อมด้วยเครื่องเล่นอันน่าตื่นเต้นเร้าใจทั้งสไลเดอร์ยักษ์, ซิปไลน์, กิจกรรมปีนหน้าผา, สแปลชโซน (Splash Zone), คิดส์คลับ(Kid’s Club) ยังมีเลนส์วิ่งจ๊อกกิ้งและปั่นจักรยานความยาวถึง 5 กิโลเมตร, ลานเล่นสเก็ตบอร์ดเปิดใหม่ล่าสุด, ย่านช้อปปิ้ง, ร้านอาหารและบาร์, เวทีคอนเสิร์ต และลานแสดงผลงานศิลปะให้ทุกคนในครอบครัวได้ ช้อป ชิม ชิล อย่างจุใจ

24 ธันวาคม 2564 (Christmas Eve) เดินเล่นเพลินๆ ใน “Sanook Market” ตลาดคริสต์มาสสไตล์ยุโรป แต่มีมนต์สเน่ห์แบบไทย ๆ พบกับสินค้าแฟชั่น, เครื่องประดับ, สินค้าแฮนด์เมด และร้านค้าของขวัญมากมาย พร้อมอิ่มอร่อยกับอาหารว่างและเครื่องดื่มเย็น ๆ เคล้าเสียงดนตรีสด เข้ากับฤดูกาลแห่งความสุขนี้ได้แบบฟรี ๆ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

25 ธันวาคม 2564 (Christmas) ฉลองวันคริสต์มาสด้วยการชม “ขบวนพาเหรดซานตาคลอสและบรรดาสหาย” ที่จะออกมาทักทาย พร้อมส่งมอบความของขวัญสุดพิเศษให้กับทุกคน ตลอดทั้งวัน3 รอบเวลา 11.00 น. 16.00 น. และ 19.00 น.

30 ธันวาคม 2564 สนุกสุดมันส์กับคอนเสิร์ต “Wet & Wild Concert” ณ “Blue Tree Lagoon” ตั้งแต่ 17.00 – 21.00 น. พบกับศิลปินสายร็อคชื่อดัง “สงกรานต์” และ “วงอีโบลา”

31 ธันวาคม 2564 เคาท์ดาวน์ที่ “Blue Tree Arena” กับ “Mega Zumba Session” ตลอด 2 ชั่วโมงเต็มอิ่ม โดยครูสอนเต้น Zumba มืออาชีพที่จะพาทุกท่านเต้นไม่หยุดจนจบปีนี้

1 มกราคม 2565 ต้อนรับปีใหม่กับ “Picnic on the Lawn” (ปิกนิกบนสนามหญ้า)ตั้งแต่เวลา 15.00 – 23.00 น. ชุ่มฉ่ำในสวนน้ำขนาดใหญ่ และชมภาพยนตร์กลางแจ้งให้สมาชิกทุกคนในครอบครัวได้มีช่วงเวลาแห่งความสุขร่วมกันตั้งแต่เริ่มต้นปี

ค้นหาข้อมูลความสนุกในช่วงเทศกาล “คริสต์มาส” และ “ปีใหม่” ของ “บลูทรี ภูเก็ต” เพิ่มเติมได้ที่ bluetree.fun หรือ www.facebook.com/BlueTreePhuket

-(016)

MICHELIN ประกาศรายชื่อร้านอาหารที่คว้ารางวัล ‘MICHELIN Star’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/622905

MICHELIN ประกาศรายชื่อร้านอาหารที่คว้ารางวัล ‘MICHELIN Star’

วันศุกร์ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 17.19 น.

เปิดตัวคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ฉบับประเทศไทยประจำปี 2565 ที่อัดแน่นด้วยร้านอาหารผ่านการคัดสรรรวม 361 แห่ง โดยมีร้านติดอันดับ ‘1 ดาวมิชลิน’ ครั้งแรก 6 ร้าน

ในงานเปิดตัวคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์ กรุงเทพมหานคร พระนครศรีอยุธยา เชียงใหม่ ภูเก็ตและพังงา 2565’ (The MICHELIN Guide Bangkok, Phra Nakhon Si Ayutthaya, Chiang Mai, Phuket & Phang-Nga 2022) ซึ่งเป็นคู่มือแนะนำร้านอาหารและที่พัก ‘มิชลิน ไกด์’ ฉบับที่ 5 ของประเทศไทย มิชลินได้ประกาศรายชื่อร้านอาหารที่คว้ารางวัล ‘ดาวมิชลิน’ (MICHELIN Star), รางวัล “ดาวมิชลินรักษ์โลก” (MICHELINGreen Star),รางวัล MICHELIN Guide Young Chef Award และรางวัล MICHELIN Guide Service Award โดยคู่มือฉบับล่าสุดนี้บรรจุรายชื่อร้านอาหารที่ผ่านการคัดสรรรวมทั้งสิ้น 361 แห่ง เป็นร้านที่ได้รับรางวัล ‘2ดาวมิชลิน’ จำนวน 6 ร้าน (ทุกร้านเป็นร้านที่รักษาสถานะ 2 ดาวมิชลินเอาไว้ได้), รางวัล‘1 ดาวมิชลิน’ จำนวน 26 ร้าน,รางวัล ‘บิบ กูร์มองด์’ จำนวน 133 ร้าน และร้านแนะนำอื่น ๆ อีก196 ร้านโดยมีร้านติดอันดับครั้งแรกคว้ารางวัล ‘1 ดาวมิชลิน’จำนวน6 ร้าน (ทุกร้านอยู่ในกรุงเทพฯ) และรางวัล ‘บิบ กูร์มองด์’ จำนวน33 ร้าน ทั้งยังมีร้านติดโผร้านแนะนำในคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ เป็นครั้งแรกอีกถึง 51ร้าน

เกว็นดัล ปูลเล็นเนค (Gwendal Poullennec) ผู้อำนวยการฝ่ายจัดทำคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ทั่วโลก เปิดเผยว่า“การปิดประเทศและข้อจำกัดเรื่องการนั่งทานอาหารในร้านเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในหลายประเทศ ส่งผลให้ธุรกิจร้านอาหารประสบภาวะซบเซา  อย่างไรก็ตาม ในประเทศไทยยังมีร้านอาหารใหม่ ๆ เปิดตัวขึ้นและนำเสนอประเภทอาหารที่น่าสนใจ อาทิ อาหารที่ได้รับอิทธิพลจากอาหารริมทาง และอาหารไทยดั้งเดิมสูตรโบราณ  ทั้งยังให้ความสำคัญกับการนำผลผลิตและวัตถุดิบในท้องถิ่นมาใช้ในการปรุงอาหาร เนื่องจากผู้บริโภคหันมาใส่ใจในวิถีการดำเนินชีวิตเพื่อสุขภาพที่ดีและแหล่งที่มาของอาหารมากขึ้น แนวโน้มดังกล่าวไม่เพียงทำให้อาหารโดดเด่นด้วยความสดใหม่ แต่ยังช่วยส่งเสริมความยั่งยืนของอุตสาหกรรมการเกษตรและธุรกิจร้านอาหาร ซึ่งถือเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นอีกทางหนึ่ง”

“แม้อยุธยาจะเป็นเมืองล่าสุดที่คู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ประจำปี 2565 ได้เข้าไปดำเนินการสำรวจ คัดเลือก และจัดอันดับร้านอาหาร แต่ถือเป็นเมืองที่มีความเก่าแก่และร่ำรวยมรดกทางวัฒนธรรมมากกว่าจังหวัดอื่น ๆ ในเล่ม  นอกจากนี้ ยังมีเสน่ห์จากร่องรอยอดีตและมีประวัติความเป็นมาที่ทรงอิทธิพลต่ออาหารไทยอย่างยิ่ง  เราเชื่อมั่นว่าการขยายขอบเขตเข้าสู่อยุธยาจะทำให้ผู้อ่านทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้เพลิดเพลินไปกับสีสันและบรรยากาศด้านอาหารของไทยในภาพรวมมากขึ้น” มร.ปูลเล็นเนค กล่าว

รางวัล ‘1 ดาวมิชลิน’ มีร้านติดอันดับครั้งแรก 6 ร้าน ขณะที่รางวัล ‘2 ดาวมิชลิน’ ยังคงมีรายชื่อและจำนวนเท่าเดิม

ในคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ฉบับประเทศไทย ประจำปี 2565 รายชื่อร้านอาหารคว้ารางวัล ‘2ดาวมิชลิน’ ยังคงเดิมรวมทั้งสิ้น 6 ร้าน ได้แก่ Chef’s Table(เชฟส์เทเบิล), Le Normandie (เลอ นอร์มังดี), Mezzaluna (เมซซาลูน่า), R-Haan, Sorn(ศรณ์)และ Sühring สำหรับรางวัล ‘1 ดาวมิชลิน’ มีร้านอาหารที่ติดอันดับครั้งแรก 6ร้าน โดยทุกร้านอยู่ในกรุงเทพฯ ได้แก่อักษร ร้านอาหารไทยที่นำเสนอเมนูอาหารที่ได้รับแรงบันดาลใจจากตำราอาหารไทยยุคปี พ.ศ. 2480-2515ซึ่งรวมถึงเมนูเด่นที่หารับประทานที่อื่นไม่ได้ เช่น ขนมครกหน้าหมูเค็ม และหลนเต้าหู้ยี้เสิร์ฟกับใบมะตูมแขกและใบมะกอก, Côte by Mauro Colagreco ร้านอาหารฝรั่งเศสร่วมสมัยที่นำเสนอตำรับอาหารร่วมสมัยซึ่งได้รับอิทธิพลจากอาหารประจำถิ่นเฟรนช์ริเวียรา ทั้งในเมนูเซ็ตอาหารกลางวัน,เมนูอาหารแบบเลือกสั่ง หรือ “อะลาคาร์ท” (ÀLa Carte) และเมนูมื้อเย็นที่เชฟเป็นผู้เลือกให้กับลูกค้า หรือ “คาร์ท บล็องช์”(Carte Blanche)แบบ 9 คอร์ส

Gaa ร้านอาหารสไตล์นวัตกรรมซึ่งนำเสนอจานเด็ดอินเดียต้นตำรับที่ปรุงด้วยเทคนิคใหม่ๆ และจัดแต่งอย่างทันสมัย รวมทั้งอาหารชุดแบบ Tasting Menu ที่ยกขบวนสตรีตฟู้ดอินเดียซึ่งปรับโฉมใหม่ให้ลงตัวทั้งกลิ่นรสและเนื้อสัมผัสมาให้ลิ้มรส, IGNIV ร้านอาหารยุโรปร่วมสมัยที่นำเสนออาหารยุโรปสมัยใหม่ในรูปแบบแชร์ริ่ง (Sharing)  อาหารขึ้นชื่อ คือ นักเก็ตไก่ที่กรอบนอกแต่ด้านในชุ่มฉ่ำ ซึ่งเสิร์ฟมาพร้อมซอสบาร์บีคิวสูตรพิเศษของร้าน, Savelberg (ซาเวลเบิร์ก) [ถือเป็นร้านติดอันดับครั้งแรกเนื่องจากย้ายสถานที่ตั้งใหม่] ร้านอาหารฝรั่งเศสร่วมสมัยที่นำเสนอเมนู “อะลาคาร์ท” (À La Carte) และเซ็ตเมนูที่รังสรรค์ด้วยวัตถุดิบชั้นดีจากหลากหลายประเทศและปรุงด้วยฝีมืออย่างพิถีพิถัน, Yu Ting Yuan ร้านอาหารจีนกวางตุ้งซึ่งนำเสนออาหารที่สะท้อนศิลปะความเชี่ยวชาญในการปรุงเป็นอย่างดี เมนูที่ไม่ควรพลาดคือเป็ดปักกิ่งหนังกรอบ และติ่มซำรสเยี่ยม

นอกจากนี้ ยังมีร้านใหม่ติดโผร้านแนะนำในคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ เป็นครั้งแรกอีก 51 ร้าน

นอกจากร้านอาหารที่ได้รับรางวัล ‘ดาวมิชลิน’, ‘บิบ กูร์มองด์’ และ ‘ดาวมิชลินรักษ์โลก’ แล้ว คู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ฉบับประเทศไทย ประจำปี 2565 ยังแนะนำร้านอาหารคุณภาพดีที่ใช้วัตถุดิบสดใหม่และปรุงอย่างพิถีพิถัน ไว้ในเล่มอีก 196ร้าน ในจำนวนนี้อยู่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล 91 ร้าน, อยุธยา 16 ร้าน, เชียงใหม่ 37 ร้าน, ภูเก็ตและพังงา 52 ร้าน

โดยมีร้านติดอันดับครั้งแรก 51ร้าน (กรุงเทพฯ และปริมณฑล 15 ร้าน, อยุธยา 16 ร้าน, เชียงใหม่ 5 ร้าน, ภูเก็ตและพังงา 15 ร้าน) อาทิ บ้านสุริยาศัย[กรุงเทพฯ] ร้านอาหารที่ปรุงอาหารทุกจานอย่างละเมียดละไมตามแบบชาววังและตำรับโบราณที่ส่งต่อกันมาในครอบครัว เช่น ไข่พะโล้ไทยตานี และผัดพริกขิงตามเสด็จฯ แปลง, ก๋วยเตี๋ยวผักหวาน [อยุธยา] ร้านแรกและร้านเดียวในอยุธยาที่เลือกใช้ ‘ผักหวาน’ เป็นวัตถุดิบหลัก เมนูเน้นไปที่อาหารไทยยอดนิยม แต่การมีผักหวานอยู่ในทุกจานทำให้รสชาติและเนื้อสัมผัสแตกต่างไปจากที่คุ้นเคย, แยงซีเกียง [เชียงใหม่] ร้านอาหารจีนราคามิตรภาพในบ้านสไตล์ล้านนาประยุกต์ อาหารจีนที่นี่ใช้วัตถุดิบสดสะอาด เมนูเด่นประจำร้านคือเกี๊ยวหอยเชลล์นึ่งกับเห็ดทรัฟเฟิลรสละมุน, จุมโพ่ [พังงา] ร้านอาหารที่นำเสนออาหารสไตล์เปอรานากันแบบตะกั่วป่าแท้ๆ เช่น “จอแร้ง” หรือแกงกะทิกุ้งสดหอมกลิ่นสมุนไพร, น้ำชุบหยำกุ้งสด และปลาเจี๋ยนรสเปรี้ยวหวานกลมกล่อม

PRU รักษาสถานะ “ดาวมิชลินรักษ์โลก” เอาไว้ได้ โดยเป็นร้านอาหารแห่งแรกและแห่งเดียวในไทยที่ได้รับรางวัลนี้

PRU (พรุ) ร้านอาหาร 1 ดาวมิชลินในจังหวัดภูเก็ต คว้ารางวัล MICHELIN Green Star หรือ “ดาวมิชลินรักษ์โลก” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2  โดยรางวัลนี้มอบให้กับร้านอาหารที่ดำเนินกิจการและมีแนวปฏิบัติประจำวันด้านการประกอบอาหารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน  หนึ่งในโครงการริเริ่มที่โดดเด่นของ PRU คือ “พรุจำปา” สวนผักออร์แกนิคพื้นบ้านของทางร้านที่ใช้ปลูกพืชผัก สมุนไพร และดอกไม้สำหรับประกอบอาหาร ฟาร์มแห่งนี้ไม่เพียงสะท้อนให้เห็นแนวคิดและวิถีการเกษตรอย่างยั่งยืน (Permaculture) ที่ PRU ยึดมั่นอย่างเป็นรูปธรรม แต่ยังตอบโจทย์เรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืนและสนับสนุนเกษตรกรในท้องถิ่น การใช้วัตถุดิบตามฤดูกาลในท้องถิ่น 100% ในการสร้างสรรค์เมนูอาหาร ทำให้การรับประทานอาหารที่ PRU เป็นประสบการณ์ที่ผสานรสชาติอันเป็นเลิศเข้ากับความมุ่งมั่นใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยบทบาทและวิสัยทัศน์ดังกล่าว ร้านอาหารแห่งนี้จึงมีบทบาทโดดเด่นในฐานะแหล่งสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักชิมและธุรกิจร้านอาหารในวงกว้าง

ผู้คว้ารางวัลMICHELIN Guide Thailand Young Chef Awardประจำปี 2565:

การิมา อาโรรา(Garima Arora) จากร้าน Gaa

เชฟการิมาเกิดเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2529 เป็นชาวอินเดียโดยกำเนิดถือเป็นเชฟหญิงชาวอินเดียคนแรกที่คว้าดาวมิชลินมาครองได้เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2561 อาหารที่เชฟการิมารังสรรค์เน้นไปที่การนำเทคนิคประกอบอาหารแบบอินเดียดั้งเดิมมาประยุกต์เข้ากับวัตถุดิบที่หาได้ภายในท้องถิ่น เชฟการิมาเป็นศิษย์เก่าของสถาบันสอนทำอาหารชั้นนำระดับโลก ‘เลอ กอร์ดอง เบลอ’ (Le Cordon Bleu) ในฝรั่งเศส และเคยร่วมงานกับเชฟชื่อดังของโลกหลายราย อาทิ กอร์ดอน แรมซีย์ (Gordon Ramsay), เรเน่ เรดเซปิ (René Redzepi)และ กากั้น อนันต์ (Gaggan Anand)

ผู้คว้ารางวัลMICHELIN Guide Thailand Service Award ประจำปี 2565:

ทีโบชารล์มาที(Thibaud Charlemarty) จากร้าน Côte by Mauro Colagreco

ผู้ตรวจสอบของมิชลิน ไกด์ ลงความเห็นว่าทีมบริการลูกค้าภายใต้การนำของ มร.ชาร์เลอมาร์ตี้ มีความเป็นมืออาชีพและผ่านการฝึกอบรมมาอย่างดี ลำดับขั้นตอนของการให้บริการจึงดำเนินไปอย่างราบรื่นและสมบูรณ์แบบชนิดไร้ที่ติ  พนักงานสุภาพและเข้าถึงง่าย ทั้งยังอธิบายข้อมูลต่าง ๆ รวมถึงแรงบันดาลใจและกรรมวิธีการปรุงอาหารแต่ละจานได้อย่างชัดเจน  องค์ประกอบที่ดีเยี่ยมในภาพรวม ทั้งอาหาร บริการ และบรรยากาศร้าน ล้วนส่งเสริมให้ลูกค้าอยากแวะเวียนกลับมาอีกครั้ง

ผู้สนใจสามารถคลิกดูรายชื่อและข้อมูลร้านอาหารทั้งหมดที่ได้รับคัดสรรและจัดอันดับอยู่ในคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์ กรุงเทพมหานคร พระนครศรีอยุธยา เชียงใหม่ ภูเก็ตและพังงา’ ประจำปี 2565(The MICHELIN Guide Bangkok, Phra Nakhon Si Ayutthaya, Chiang Mai, Phuket & Phang-Nga 2022) ซึ่งจัดทำเป็น 2 ภาษา ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ได้ทางเว็บไซต์ https://guide.michelin.com/th/th สำหรับคู่มือแบบรูปเล่มจะเริ่มวางจำหน่ายตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป ในราคาเล่มละ 650บาท ตั้งแต่วันที่1กุมภาพันธ์2565 เป็นต้นไป

สรุปจำนวนร้านอาหารที่ได้รับรางวัลจากคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์ กรุงเทพมหานคร พระนครศรีอยุธยา เชียงใหม่ ภูเก็ตและพังงา’ ประจำปี 2565

– ร้านอาหาร 2 ดาวมิชลิน จำนวน 6 ร้าน

– ร้านอาหาร 1 ดาวมิชลิน จำนวน 26ร้าน (ติดอันดับครั้งแรก 6ร้าน)

– ร้านอาหาร ดาวมิชลินรักษ์โลก จำนวน 1 ร้าน

– ร้านอาหารรางวัล ‘บิบ กูร์มองด์’ จำนวน 133 ร้าน(ติดอันดับครั้งแรก 33ร้าน และเลื่อนระดับ 6ร้าน)

แอพพลิเคชั่น The MICHELIN Guide Worldwide พร้อมให้ดาวน์โหลดใช้ฟรีได้แล้ว

สำหรับอุปกรณ์สื่อสารในระบบปฏิบัติการ iOS และ Android

IOS
Android

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ guide.michelin.com/th/th , facebook.com/MichelinGuideThailand , instagram.com/michelinguide

-(016)

นิทรรศการ ‘เปลือย’ Naked Exhibitionby ChaowutCholchalathan 16 ธ.ค.64-16ม.ค.65

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/622873

นิทรรศการ ‘เปลือย’ Naked Exhibitionby ChaowutCholchalathan 16 ธ.ค.64-16ม.ค.65

วันศุกร์ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 16.11 น.

นิทรรศการ ‘เปลือย’ Naked Exhibitionby ChaowutCholchalathan 16 ธันวาคม2564 – 16 มกราคม 2565 RCB Photographers’ Gallery 1 ชั้น 2

เปิดให้ชมอย่างเป็นทางการแล้วกับนิทรรศการ “เปลือย” โดยศิลปินเชาว์วุฒิ ชลชลาธาร ผู้นำเทคโนโลยีมาผสมผสานกับศิลปะได้อย่างลงตัว งานนี้ได้ร่วมมือกับ Fuji Film Thailand โดยบรรยากาศในงานเปิดนิทรรศกา มีสื่อมวลชนและแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ร่วมด้วยมร. มาซาอากิ ยานากิยะ ผู้ดำรงตำแหน่งประธานแห่ง FUJIFILM Business Innovation (Thailand) Co., Ltd. พร้อมด้วยคุณกิตติ พรพิพัฒน์วงศ์ ผู้ดำรงตำแหน่ง Marketing Manager GCS Marketing & Business Planning บริษัทฟูจิฟิล์มบิสซิเนสอินโนเวชั่น (ประเทศไทย) จำกัดซึ่งมาร่วมแสดงความยินดีและให้คำแนะนำเกี่ยวกับนวัตกรรมที่เข้ามามีส่วนร่วมในนิทรรศการนี้

Naked Exhibition โดย เชาว์วุฒิ ชลชลาธาร เปิดให้ชมฟรีถึง 16 มกราคม2565 ที่ RCB Photographers’ Gallery 1 ชั้น 2

นิทรรศการนี้แบ่งออกเป็น โซน เพื่อเล่าถึงนิยามคำว่า เปลือย” ที่เผยให้เห็นความจริงความเสื่อม ความแปรเปลี่ยน ตั้งแต่อัตลักษณ์ ผิวหนัง เนื้อ กระดูก และ นามธรรม

พอร์ตเทรตบุคคลแล้วจะมีการนำพอร์ตเทรตสัตว์ แร่ธาตุ และงานนามธรรม มาสอดแทรกในนิทรรศการเพื่อแสดงถึงความเสมอภาคของสรรพสิ่ง หากมองเรื่องความเสื่อมสลายในแง่ วิทยาศาสตร์ ปรัชญา หรือศาสนา ทุกสรรพสิ่งจะเสมอกัน ณ จุดใดจุดหนึ่ง นอกจากนี้ยังแสดงถึงความเชื่อมโยงของชีวิต วัตถุ และ พลังงาน สิ่งมีชีวิตสลายกลายเป็นแร่ธาตุ จากแร่ธาตุถือกำเนิดกลายเป็นชีวิต สิ่งเหล่านี้ แสดงถึงความแปรเปลี่ยนกลับไปกลับมาเป็นวงจรแห่งการเกิดดับ

โซนที่ 1 อัตลักษณ์

“อัตลักษณ์” หรือ “ตัวตน” คือสิ่งที่บอกถึงความเป็นเรา คือสิ่งที่เราพยายามค้นหา หรือบางครั้งก็พยายามสร้างขึ้นมา เพื่อให้เป็นที่จดจำ ซึ่งอาจจะใช้เวลาไปทั้งชีวิต  

เมื่อคุณเข้ามาในห้องนี้ คุณจะได้พบกับภาพพอร์ตเทรตของบุคคลที่มีชื่อเสียงในสังคม ซึ่งมีอัตลักษณ์อันโดดเด่น อาทิ นักกีฬา ดารา เซเลบริตี้ ศิลปินใช้งานจิตรกรรมผสมผสานกับเทคนิคการพิมพ์ดิจิทัล เทคนิคการพิมพ์ฟอยล์ที่เล่นกับแสง รวมถึงภาพพอร์ตเทรตสัตว์ที่สร้างจากการสาน  

โซนที่ 2 ร่างกาย

ศิลปินชวนให้คุณเปลือยเปลือกนอกที่ห่อหุ้มเราไว้และใคร่ครวญถึงสิ่งที่อยู่ภายใต้เปลือกนั้น “ร่างกาย” คือสิ่งถูกสร้างมาพร้อมตัวเรานับตั้งแต่วันแรกที่เราถือกำเนิดมาบนโลกใบนี้ ศิลปินตั้งคำถามว่าหรือแท้จริงแล้วร่างกายของเราคือตัวตนที่แท้จริงของเรา? ตัวตนที่เราซุกซ่อนไว้ภายใต้เสื้อผ้า? ศิลปินได้นำลวดลายของหนังสัตว์ ผิวของใบไม้ และดิน ผสานลงไปในภาพเปลือยของมนุษย์ เพื่อสื่อถึงความเท่าเทียมกันของทุกสรรพสิ่ง  นอกจากนี้ยังมีการนำเส้นผมเข้ามาร้อยกับชิ้นงาน ซึ่งในทางวิทยาศาสตร์นั้นเส้นผมได้บรรจุ DNA ที่แสดงลักษณะเฉพาะทางพันธุกรรม ซึ่งแสดงถึงอัตลักษณ์ของมนุษย์ 

อย่างไรก็ตาม เมื่อผิวหนังย่อมมีวันเหี่ยวย่น สีผมย่อมเปลี่ยนสี และความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์มีแนวโน้มทำให้ DNA เปลี่ยนแปลงไป  สิ่งเหล่านี้บ่งบอกตัวตนที่แท้จริงของเราได้แน่หรือ? 

โซนที่3 กล้ามเนื้อ

คุณอาจรู้สึกไม่สบายใจนักเมื่ออยู่ในห้องนี้   แต่นี่คือส่วนหนึ่งของตัวคุณ  เมื่อคุณลองเปลือยผิวหนังที่ห่อหุ้มร่างกายออก 
คุณจะพบกับชั้นกล้ามเนื้อ ศิลปินนำเสนองานประติมากรรม “กล้ามก่อสลาย” ซึ่งแสดงให้เห็นอนาโตมี่อันซับซ้อนของร่างกาย  ศิลปินใช้ทั้งเทคนิคการปั้นและเทนิคการสานเพื่อให้เห็นเส้นใย คุณพร้อมจะเปลือยลึกไปมากกว่านี้หรือยัง?

โซนที่4 กระดูก

“กระดูก” คือสิ่งที่เหลืออยู่หลังจากได้เปลือยกล้ามเนื้อทั้งหมดออก ศิลปินได้นำเสนอศิลปะจัดวาง (Installation) “กองกะโหลก” โดยได้นำซากกะโหลกสัตว์ ซากกะโหลกคน มาคละเคล้ารวมกันจนแทบไม่ปรากฎอัตลักษณ์ในอดีตใดๆหลงเหลืออยู่ เมื่อคุณยืนอยู่ต่อหน้ากองกะโหลกนี้ ศิลปินขอให้คุณหยุดความกังวลทั้งหมด หายใจเข้าลึก ๆ ใช้เวลาสักครู่ เพราะกระดูกคือสิ่งรูปธรรมสุดท้ายที่ยังคงหลงเหลืออยู่ และนี่คือการอำลาครั้งสุดท้ายในฐานะมนุษย์  

โซนที่5 นามธรรม

“ความรู้สึกนึกคิด ความเป็นตัวเรา จะยังคงอยู่หรือไม่ เมื่อชีวิตเราดับสูญไป?” ศิลปินเพียรแสวงหาคำตอบของคำถามนี้ แต่ยิ่งหาคำตอบ กลับยิ่งเกิดคำถาม “อาจจะมีอยู่แต่ก็ไม่ถาวร?” หรือ “อาจจะดับสูญไปอย่างถาวร?” แต่คำตอบที่ศิลปินได้รับคือ 

“ความว่างเปล่า” 

ศิลปินสื่อสภาวะที่ไร้ซึ่งคำตอบนี้ด้วยภาพนามธรรมที่ผสมผสานกับเทคนิคการพิมพ์อันหลากหลาย อาทิ การพิมพ์ที่นำใบไม้มาอัดลงในดิน นอกจากนี้ยังมีภาพการแตกของหน้าจอมือถือซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเสื่อมสลายของวัตถุต่างๆที่เราสัมผัสในชีวิตประจำวัน

และนี่คือการเปลือยขั้นสุดท้าย คุณได้คำตอบหรือยัง หลังจากชีวิตของคุณจบลงแล้ว 

“คุณคือใคร” 

เทคนิคการพิมพ์ที่ใช้ทั้งหมด

การนำนวัตกรรมเรื่องการพิมพ์ มาสร้างสรรค์งานศิลปะ มีมาทุกยุคทุกสมัย ปรากฏตั้งแต่ยุคหิน คือพิมพ์ภาพลงผนังถ้ำ และถูกพัฒนาต่อมาเรื่อยๆ ในยุคที่สำคัญที่สุดคือการทำบล็อกไม้จากชาวจีน คศ.220 และศตวรรษที่15 มีการใช้บล็อกเหล็กที่ประดิษฐ์โดยชาวเยอรมันซึ่งเป็นการปฏิวัติวงการพิมพ์  แต่ที่เด่นชัดมากที่สุดในแง่งานศิลปะ คือ การใช้เทคนิคการสกรีนของแอนดี้ วอฮอล์ ผู้ก่อตั้งFespa ซึ่ง เป็นแรงบัดาลใจให้กับผมในการสร้างสรรค์ผลงาน

  1. Collageคอลลาจ เทคนิคการปะติด เป็นวิธีพื้นฐานที่ศิลปินส่วนใหญ่นำงานพิมพ์มาสร้างงานศิลปะ โดยในงานจะใช้การปะติดสื่อสารในเรื่องของการก่อตัวและความไม่สมบูรณ์ และการฉีกขาดสื่อสารในแง่ของความเสื่อม
  2. Foil Heating การพิมพ์ฟอยล์ลงในงานเพ้นท์ เนื่องจากฟอยล์จะเล่นกับแสง จึงใช้สื่อสารในเรื่องของอัตลักษณ์บุคคลสำคัญ และ ในเซ็ต Anatomy บางมุมมองจะเห็นเฉพาะฟอยล์ที่สะท้อนแสงและบางมุมมองก็จะเห็นภาพเพ้นท์จริง
  3. Weaving การสานโดยการนำเอาภาพถ่าย มาสานเข้ากับงานเพ้นท์ ผสมผสานระหว่างงานดิจิทัลกับงานฝีมือเข้าด้วยกัน โดยการสานภาพจะทิ้งร้องรอยของการก่อตัวและความไม่สมบูรณ์ไว้
  4. Print on Emboss Paper การพิมพ์ลงกระดาษอัดลาย โดยนำกระดาษอัดเป็นลายหนังสัตว์มาพิมพ์ทับ ด้วย Dry Toner เพื่อขับลายหนังสัตว์ให้ชัดขึ้น ซึ่งได้นำมาอัดลงดินในงานเซทผู้หญิงเปลือย เพื่อสื่อสารถึงความเสมอภาคในแง่ความเสื่อมของทุกชีวิต
  5. Fake DryLeaves การพิมพ์เลียนแบบใบไม้แห้ง ใช้กับงานหลายชุด นำมาอัดลงกับดิน สื่อสารเรื่องของการแปรเปลี่ยน และเสื่อสลาย
  6. Blood Stainsคราบเลือด เป็นการนำผ้ามาพิมพ์ด้วยหมึกผง แล้วขยี้กับน้ำให้แตกตัว จะได้เอฟเฟคที่เหมือนคราบเลือด ใช้ทำกรอบงานเซ็ท Anatomy
  7. Broken Screenการพิมพ์ลายหน้าจอแตก เพื่อเลียนแบบความเสื่อมของวัตถุดิจิตอลที่ใช้ในชีวิตประจำวัน
  8. Crystal Reflect การนำงานพิมพ์ ไปเล่นกับการหักเหของแสงของคริสตัล เพื่อให้เกิดลวดลายในคริสตัล และคริสตอลจะอยู่ในโพรงของท้องกวาง สื่อสารในเชิงการแปรสภาพกลับไปกลับมาระหว่างสิ่งมีชีวิตและธาตุต่างๆ

9) Fake​ Dry Rose กุหลาบปลอมแห้ง ใช้กับงานประติมากรรม เพื่อสื่อสารเรื่องความงามกับความเสื่อม

10) Combine Print and Clay การนำงานพิมพ์ มาผสมผสานกับงานปั้นอนาโตมี่ส่วนศีรษะ เพื่อให้เกิดมิติ เฉดสี และแสดงถึงร่องรอยการก่อตัวและความไม่สมบูรณ์

เกี่ยวกับศิลปิน

เชาว์วุฒิ ชลชลาธารเติบโตในครอบครัวที่ชอบงานศิลปะ เริ่มชอบวาดรูปตั้งแต่เด็กๆ เป็นตัวแทนโรงเรียนไปแข่งวาดรูป จนไปถึงสอนศิลปะ โดยวัยเด็กเริ่มจากการวาดสัตว์ปะหลาด ซุปเปอร์ฮีโร่ จากนั้นเริ่มหันมาสนใจการวาดพอร์ทเทรทคนและสัตว์ และงานกึ่งนามธรรมเป็นหลัก

ในช่วงวัยรุ่นเขาได้เห็นการจัดแสดงกายวิภาค โดยนำศพจริงๆมาแยกส่วน เห็นชั้นกล้ามเนื้อ การทำงานของระบบภายใน เราเริ่มสัมผัสถึงสุนทรียภาพของกายวิภาค แต่ในขณะเดียวกันก็เห็นถึงความเสื่อม ความแปรเปลี่ยน ของร่างกาย และเริ่มตั้งคำถามเกี่ยวกับการเกิดมาของชีวิต จึงทำให้เขาเริ่มหาความรู้ ด้านแนวคิด ปรัชญา เกี่ยวกับความจริงของชีวิต และหาคำตอบว่าเราคืออะไร

ร่างกาย ความคิด ความจำ หรือ การรับรู้สภาพต่างๆ ทั้งหมดนี้ประกอบให้เราเป็นเราหรือไม่? ถ้าสิ่งเหล่านี้เสื่อมสลายได้
ความเป็นเราจะอยู่ที่ตรงไหน ซึ่งคำถามเหล่านี้ทำให้เรารู้สึกถึงความไม่มีอัตตาโดยสะท้อนผ่านงานศิลปะ

ปกติงานศิลปะที่เขาสร้างสรรค์จะไม่ได้เล่าถึงคอนเซ็ปต์ใดๆ เพราะไม่ได้ทำงานดีไซน์ ไม่ต้องตั้งโจทย์เพื่อแก้ปัญหาเพราะนั่นคือการลดคุณค่าของงานศิลปะ งานศิลปะจะออกมาจากความรู้สึก เราแค่ซื่อตรงกับงาน ความเป็นปัจเจกจะออกมาเอง โดยสุนทรียภาพของศิลปินแสดงออกมาผ่านทางองค์ประกอบศิลป์ต่างๆ  เทคนิคที่เกิดจากการทำซ้ำจนร่างกายเกิดความเคยชิน รูปแบบที่เปลี่ยนแปลงไปตามประสบการณ์ชีวิต  ซึ่งสิ่งเหล่านี้มักจะมีแนวคิดของศิลปินแฝงอยู่แล้วโดยไม่ต้องพยายาม

เทคนิคการทำงาน เชาว์วุฒิชอบทำงานศิลปะเชิงทดลอง เพ้นท์จากอุปกรณ์ต่างๆ ไปจนถึงใช้นิ้วมือ ใช้วัสดุแปลกๆ มาสร้างสรรค์งาน ด้วยความที่เติบโตมากับโรงพิมพ์ ทำให้เริ่มคุ้นชินกับใช้วัสดุต่างๆ จากโรงพิมพ์มาสร้างสรรค์งาน ซึ่งนิทรรศการครั้งนี้ เราอาศัยประสบการณ์จากการเป็นช่างพิมพ์ การประกวดสิ่งพิมพ์ต่างๆ มาสร้างสรรค์ผลงาน  ทำให้ได้เห็นว่านวัตกรรมทางการพิมพ์หลายส่วนสามารถนำมาสร้างสรรค์ความงามในงานศิลปะได้ โดยนำมาผสมผสานกับการทำงานเพ้นท์ติ้ง และประติมากรรม ออกมาเป็นสื่อผสม โดยงานทั้งหมดถูกจำแนกออกเป็น 5โซน

ค้นหาคำว่า’เปลือย‘ ผ่านงานศิลปะและนวัตกรรมได้ในนิทรรศการ Naked Exhibition
โดย เชาว์วุฒิ ชลชลาธาร เปิดให้ชมฟรีถึง 16 มกราคม2565 ที่ RCB Photographers’ Gallery 1ชั้น 2

‘เฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น’ เปิดตัว Dialogue Series เพื่อขับเคลื่อนการตระหนักรู้ด้านโภชนาการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/622800

'เฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น' เปิดตัว Dialogue Series เพื่อขับเคลื่อนการตระหนักรู้ด้านโภชนาการ

วันศุกร์ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 14.19 น.

เฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่นบริษัทด้านโภชนาการชั้นนำของโลก เปิดตัวDialogue Seriesเว็บไซต์ที่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับโภชนาการของเฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่นภายใต้หัวข้อ ‘วิสัยทัศน์การมีสุขภาพที่ดีขึ้นของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกผ่านการตระหนักรู้ด้านโภชนาการซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่รวบรวมวิดีโอที่นำเสนอสาระความรู้จากผู้เชี่ยวชาญชื่อดังด้านโภชนาการ สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี โดยเฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น มุ่งหวังที่จะให้ข้อมูลด้านโภชนาการที่ถูกต้องแก่ผู้บริโภคและเน้นย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือจากหลายภาคส่วนเพื่อสร้างชุมชนที่มีสุขภาพดีขึ้นในภูมิภาคนี้ผ่าน Dialogue Series ชุดนี้

ดร. เคนท์แบรดลีย์ประธานเจ้าหน้าที่ด้านสุขภาพและโภชนาการของ เฮอร์บาไลฟ์นิวทริชั่น และผู้ดูแลโครงการในครั้งนี้ กล่าวว่า “ใน Dialogue Series นี้ เฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ (HCPs) นักวิจัย และผู้เชี่ยวชาญอื่น ๆ เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการให้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือแก่ประชาชนทั่วไปเว็บไซต์ Dialogue Series จึงเป็นสะพานเชื่อมระหว่างกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและผู้บริโภค เพื่อแบ่งปันความรู้และมุมมองด้านโภชนาการอย่างมีส่วนร่วม ผมมีความยินดีที่ได้สนทนาแบบเจาะลึกและตรงไปตรงมากับผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้ในหัวข้อต่าง ๆ ที่มีความสำคัญต่อภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เช่น โรคเบาหวาน สุขภาพของหัวใจ การสูงวัยอย่างมีสุขภาพดี และความสำคัญของความร่วมมือเพื่อกระตุ้นการรับรู้และการศึกษาด้านโภชนาการของสาธารณชนให้ดีขึ้น”

ซีรีส์นี้เริ่มต้นด้วยหัวข้อ “เส้นทางความร่วมมือสู่การตระหนักรู้ด้านโภชนาการที่ดีขึ้น” กับ ดร. เจเรมี ลิม  ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง AMiLi บริษัทไมโครไบโอมในระบบทางเดินอาหารที่มีความแม่นยำแห่งแรกและแห่งเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และบทสนทนาต่อจากนี้จะประกอบด้วย:

  • ดร. เอริคแอนดรูว์ ฟินเคล์สต ศาสตราจารย์ด้านการบริการด้านสุขภาพและการวิจัยระบบ สถาบันการแพทย์มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ อภิปรายในหัวข้อ “การแก้ปัญหาโรคเบาหวานในเอเชียแปซิฟิก”
  • ศาสตรจารย์วิลเลี่ยมเฉิน (ผู้อำนวยการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนันยาง ประเทศสิงคโปร์) อภิปรายเกี่ยวกับ “เส้นทางสู่การสูงวัยอย่างมีสุขภาพดี”
  • คุณเดอร์ริคออง(นักกำหนดอาหารหลักและผู้ก่อตั้ง Eat Right Nutrition) แบ่งปันข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับ “การให้ความสำคัญต่อสุขภาพหัวใจ”

เว็บไซต์Dialogue Series ที่รวบรวมเนื้อหาสาระด้านโภชนาการมีการจัดทำขึ้นหลังจากที่การสำรวจของเฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น พบช่องว่างด้านความรู้เกี่ยวกับโภชนาการอย่างมากในหมู่ผู้บริโภคในเอเชียแปซิฟิก ผู้บริโภคส่วนใหญ่ในเอเชียแปซิฟิกมองว่าผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและบริษัทด้านโภชนาการเป็นแหล่งข้อมูลด้านโภชนาการที่เชื่อถือได้สูงสุด นอกจากนี้ ผู้บริโภคส่วนใหญ่ที่สำรวจต้องการข้อมูลด้านโภชนาการเพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ แต่จำนวน 2 ใน 3 ไม่กล้าขอคำแนะนำด้านโภชนาการ การสำรวจได้จัดทำเมื่อปีที่แล้วในหมู่ผู้บริโภคจำนวน 5,500 คนและผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจำนวน 250 ใน 11 ประเทศสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ทาง https://www.herbalife.com.sg/apacnews/press-release/nutrition-myth-top8/

สามารถรับชมข้อมูลด้านโภชนาการจากเว็บไซต์Dialogue Seriesในหน้าข่าวประชาสัมพันธ์/ผู้นำทางความคิด (Press Room / Thought Leadership) ของ เฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น เอเชียแปซิฟิกได้ทางhttps://www.herbalife.com.sg/content/herbalifenutrition/apac/en_sg/apacnews/home.html

สำหรับสื่อมวลชน วิดีโอดังกล่าวได้รับการแปลเป็นภาษาไทย ภายใต้ชื่อ‘วิสัยทัศน์การมีสุขภาพที่ดีขึ้นของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกผ่านการตระหนักรู้ด้านโภชนาการโดยวิดีโอเกี่ยวกับดร.เคนท์แบรดลีย์ประธานเจ้าหน้าที่ด้านสุขภาพและโภชนาการและประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านโภชนาการของเฮอร์บาไลฟ์นิวทริชั่นอภิปรายถึงปัญหาสุขภาพต่างๆเช่นโรคเบาหวานการมีสุขภาพหัวใจที่แข็งแรงการดูแลผู้สูงอายุให้มีสุขภาพที่ดีการสูงวัยอย่างมีสุขภาพดีและความสำคัญของการร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อประชาสัมพันธ์ ให้ความรู้ด้านโภชนาการที่ดี เพื่อพัฒนาทางด้านสุขภาพของประชาชนและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นซึ่งผู้สนใจสามารถรับชมวีดีโอได้ที่https://drive.google.com/file/d/1s-5Us8BVfh98HXGgbAn1ST-TrA0vxza9/view?usp=sharing

สยาม คานาเดี่ยน เสิร์ฟอาหารฮาลาลเกรดพรีเมี่ยม ผ่านครัว ‘Bangkok Halal Kitchens’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/622765

สยาม คานาเดี่ยน เสิร์ฟอาหารฮาลาลเกรดพรีเมี่ยม ผ่านครัว ‘Bangkok Halal Kitchens’

วันศุกร์ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 12.20 น.

สยาม คานาเดี่ยน  รับเทรนด์ตลาดอาหารฮาลาล ที่มีแนวโน้มการเติบโตสูง ชูจุดเด่นของ “Bangkok Halal Kitchens” เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้ามุสลิมและลูกค้าทั่วไปโดยเสิร์ฟอาหารฮาลาลปรุงสดพร้อมทาน ส่งตรงถึงบ้าน เน้นความสะอาดปลอดภัยตามมาตราฐานฮาลาล ใช้วัตถุดิบฮาลาลเกรดพรีเมียม และเมนูที่หลากหลาย ไม่จำเจ ลบภาพจำอาหารฮาลาลดั้งเดิม

นายชัยพัฒน์ คุณาภิวัฒน์กุล ผู้อำนวยการฝ่ายขายประจำประเทศไทย ภายใต้กลุ่มบริษัท สยาม คานาเดี่ยน กรุ๊ป จำกัด ผู้นำเข้าและส่งออกอาหารแช่แข็งระดับพรีเมี่ยมมากว่า 35 ปี เปิดเผยว่า ปัจจุบัน ประชากรมุสลิมคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 25 ของประชากรโลกที่มีกว่า 7,871 ล้านคน หรือคิดเป็นกว่า 2,000 ล้านคน ส่งผลให้ตลาดอาหารฮาลาลเป็นตลาดขนาดใหญ่และมีกำลังซื้อสูง มีมูลค่าตลาดทั่วโลกประมาณ 1.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยประเทศไทยเป็นประเทศผู้ส่งออกอาหารฮาลาลรายใหญ่เป็นอันดับที่ 11 ของโลก พร้อมประเทศไทยมีความได้เปรียบในด้านโลจิสติกส์และมีสินค้าที่มีความหลากหลายตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี ซึ่งปัจจุบันไทยมีบริษัทที่ได้รับรองมาตรฐานอาหารฮาลาลประมาณ 5,000 บริษัท มีผลิตภัณฑ์ที่ขอรับการรับรองฮาลาลมากกว่า 160,000 รายการ (ข้อมูลของคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย) นอกจากนี้กระทรวงพาณิชย์ ยังเดินหน้าส่งเสริมและสนับสนุนกลุ่มสินค้าฮาลาล พร้อมแนะนำผู้ประกอบการศึกษาและให้ความสำคัญกับตลาดสินค้าฮาลาลที่มีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มมากขึ้นในอนาคต จากปัจจัยและแนวโน้มตลาดสินค้าฮาลาลดังกล่าว สยาม คานาเดี่ยน  จึงมองเห็นโอกาสและเสริมการทำตลาดรองรับเทรนด์ดังกล่าว

ล่าสุด กลุ่มบริษัท สยาม คานาเดี่ยน กรุ๊ป จำกัด ชูจุดเด่นในการทำตลาดรองรับกลุ่มลูกค้ากับครัว “แบงค็อก ฮาลาล คิทเช่นส์ (Bangkok Halal Kitchens)” ที่เสิร์ฟอาหารฮาลาล ปรุงสด สะอาด อร่อย ปลอดภัยโดยทีมเชฟมืออาชีพภายใต้แนวคิด “Cloud Kitchen” ทั้งนี้เพื่อเป็นการตอบรับเทรนด์ตลาดฮาลาลที่มีการเติบโตสูงและยังเป็นการเสริมการทำตลาดได้ครอบคลุมกลุ่มมุสลิมและลูกค้ากลุ่มอื่นๆด้วย ซึ่ง “สยาม คานาเดี่ยน” เชื่อมั่นว่าอาหารที่เตรียมและปรุงสดใหม่ตามมาตรฐานฮาลาล ด้วยวัตถุดิบและเครื่องปรุงฮาลาล100%  เป็นครัวระบบปิด และใช้มาตรการนการป้องกันโควิดที่เข้มงวดภายในครัวสามารถสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าได้เป็นอย่างดี พร้อมยังมีแคมเปญส่งเสริมการตลาดโดยการร่วมกับผู้ให้บริการฟู้ดเดลิเวอร์รี่รายใหญ่ อาทิ ไลน์แมน (Lineman) ,ฟู้ดแพนด้า (Food Panda) และ โรบินฮู้ด (Robinhood) สำหรับแกร็บฟู้ด (Grab Food) จะพร้อมให้บริการภายในสิ้นเดือนนี้ การทำโปรโมชั่นพิเศษในโอกาสต่างๆ รวมทั้งการใช้สื่อโฆษณาสาธารณะ และ Influencers ในการช่วยประชาสัมพันธ์อีกด้วย

สำหรับแบงค็อก ฮาลาล คิทเช่นส์ (Bangkok Halal Kitchens) ของสยาม คานาเดี่ยน นั้น เป็นครัวเดลิเวอรี่ (Cloud Kitchen ไม่มีหน้าร้าน) ที่ต่อยอดธุรกิจหลักเป็นครัวฮาลาลสำหรับเสิร์ฟอาหารปรุงพร้อมทาน ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิท 55 (ซอยทองหล่อ) เป็นครัวระบบปิด ที่ออกแบบให้มีฟังก์ชั่นครบครันและปลอดจากสิ่งแปลกปลอมภายนอก มีอุปกรณ์และเครื่องครัวทั้งหมดเป็น สแตนเลส ตามมาตรฐานครัวระดับสากล พร้อมคัดเลือกและใช้วัตถุดิบฮาลาลพรีเมียมมา สร้างสรรค์เมนูอาหารรสเลิศ และปรุงสดใหม่ทุกวัน โดยทีมเชฟฮาลาลผู้มากประสบการณ์กว่า 20 ปีจากโรงแรมและร้านอาหารชื่อดัง พนักงานทุกคนได้รับการตรวจสุขภาพ-ฉีดวัคซีนป้องกันโควิดและปฏิบัติการตามมาตรการป้องกันโควิดอย่างเคร่งครัด เพื่อให้มั่นใจว่าอาหารทุกออร์เดอร์ที่ออกไปจากครัวนั้น สด สะอาด อร่อยและปลอดภัย พร้อมเสิร์ฟตรงถึงบ้านให้กับลูกค้าทุกวัน

สำหรับเมนูอาหาร Bangkok Halal Kitchens คัดสรรวัตถุดิบฮาลาลคุณภาพพรีเมียมมารังสรรค์ให้เป็นอาหารนานาชาติ โดยมีเมนูให้เลือกสั่งรับประทานกว่า 30 เมนู อาทิเช่น

หมวดพิซซ่า (Pizza) สไตล์อิตาเลียน ทำสด สูตรอิตาเลียนที่ปรับให้ถูกปากคนไทย ที่มีให้เลือกกว่า 10 หน้า รวมถึงที่เป็น Signature ของร้าน เช่น

– พิซซ่าฮาวายเอี้ยนเบคอนไก่

– พิซซ่าซีฟู้ดพรีเมียมเครื่องแน่น

– พิซซ่าหอยลายผัดเนยกระเทียมตัวอวบๆ

หมวดพาสต้า (Pasta) เส้นพาสต้าที่ต้มสุกกำลังดีแบบต้นตำหรับ ผสมผสานกับวัตถุดิบฮาลาลเกรดพรีเมี่ยม บวกกับซอสสูตรลับเฉพาะของเชฟ อร่อยเข้าเส้นแม้ทานที่บ้าน มีให้เลือกถึง 12 แบบ อาทิเช่น

– เฟตตูชินิคาโบนาร่าเบคอนไก่สุดครีมมี่แต่ไม่เลี่ยน

– สปาเกตตี้ซีฟู้ดผัดขี้เมา รสเผ็ดจัดจ้าน เครื่องล้นจัดเต็ม

– สปาเกตตี้ซอสเนื้อโบญองเนสรสชาติเข้มข้นขึ้นชื่อของร้าน

หมวดสลัด (Salad) คัดสรรผักสลัดสด สะอาด เอาใจสายรักสุขภาพจับคู่กับน้ำสลัดโฮมเมดสูตรเด็ดของร้าน มีให้เลือกถึง 7 ชนิด อาทิเช่น

– สลัดน่องเป็ดคองฟีตุ๋นสไตล์ฝรั่งเศส กรอบนอกนุ่มใน ไม่เหม็นสาบ เสิร์ฟคู่กับซอสส้ม ลงตัวสุดๆ

– สลัดปูนิ่ม 2 ตัวเต็มๆฟินๆไม่มีกั๊ก เสิร์ฟคู่น้ำสลัดฮันนี่ดิลมัสตาร์ดหอมกลิ่นสมุนไพร

– ซีซาร์สลัด เสิร์ฟพร้อมไข่ลาวา เบคอนไก่กรอบ พาร์เมซานชีสแผ่นและน้ำสลัดครีมมี่หอมมัน

หมวดอาหารไทย เมนูฟิวชั่นแต่รสจัดจ้านถึงเครื่องแบบไทยแท้  อาทิเช่น

– ปูนิ่ม/ท้องปลาแซลมอนทอดผัดพริกเกลือ

– ซีฟู้ดทอดราดซอสมะขามสูตรลับของร้าน

– เซ็ทแกงเขียวหวานอกเป็ดรมควันเสิร์ฟพร้อมข้าวและไข่ลาวา เป็นต้น

หมวดดงบุริ (Japanese Donburi) ข้าวด้งหน้าต่างๆสไตล์ญี่ปุ่น รสชาติเข้มข้นอร่อยถูกใจคนรักข้าวด้ง ไม่ว่าจะเป็น ด้งไก่ทอด Signature กรอบนอกนุ่มใน เสิร์ฟคูซอสทาร์ทาร์  ด้งปลาไหลย่างคาบายากิ ตัวใหญ่เน้นๆ ฟินๆ เป็นต้น

สำหรับการใช้บริการสั่งซื้ออาหารจาก แบงค็อก  ฮาลาล คิทเช่นส์ (Bangkok Halal Kitchens) ปัจจุบันมี 6 ช่องทางหลัก คือ ผ่านทาง Line OA @fdhkitchens และ ผ่านทางฟู้ดเดลิเวอรี่แพลตฟอร์มอย่าง โรบินฮู้ด (Robinhood) ไลน์แมน (Lineman) ฟู้ดแพนด้า (Food Panda) และวงใน (Wongnai) สำหรับแกร็บฟู้ด (GrabFood) พร้อมเปิดให้บริการสั่งซื้อได้ภายในสิ้นเดือนนี้

ซึ่งสามารถรองรับกลุ่มลูกค้าในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล โดยมีแผนเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายในปี 2022 เพื่อขยายพื้นที่บริการให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ทั้งหมดนี้ก็เพื่อความสะดวกของกลุ่มลูกค้าของเรา

สามารถเลือกและสั่งเมนูอาหารพร้อมส่งถึงบ้านได้ทุกวัน ผ่านแอปพลิเคชั่นที่สะดวกได้หลากหลายช่องทาง: Line OA: @fdhkitchens , Lineman: https://bit.ly/3IgUjrS , Wongnai: https://bit.ly/3pg6f4e , Robinhood:  https://bit.ly/3d930WF  , Food Panda: https://bit.ly/3uD6kRR

“สำหรับการเข้ามาเจาะกลุ่มตลาดฮาลาลนี้ เรามองการแข่งขันทางการตลาดเป็นเรื่องรอง แต่มีเป้าหมายหลัก คือ ความต้องการที่จะแก้ปัญหาอาหารฮาลาลปรุงสดที่มีให้เลือกจำกัด นำเสนอความหลากหลายเพื่อให้ผู้บริโภคมีทางเลือกในเรื่องของอาหารการกินมากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันก็เพิ่มความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภคทั้งในเรื่องความอร่อยที่ได้มาตราฐานและความปลอดภัยของอาหารซึ่งเราถือว่าสำคัญสูงสุด โดยที่เราสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าของเราได้ทุกกลุ่ม” นายชัยพัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย

ลูกเสือที่บ้าน 14.15 พาเที่ยวทั่วไทย พิจิตร : อาทร จันทวิมล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/620584

ลูกเสือที่บ้าน 14.15  พาเที่ยวทั่วไทย พิจิตร  : อาทร จันทวิมล

วันศุกร์ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 07.00 น.

พิจิตรเป็นจังหวัดที่มีแม่น้ำน่านและแม่น้ำยมไหลผ่าน สมัยกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี ใช้ชื่อว่าเมืองสระหลวง ชาวเมืองส่วนหนึ่งเป็นชาวไทยพวน  เคยมีจระเข้ใหญ่ที่ชื่อ ชาละวัน ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของวรรณคดีเรื่องไกรทอง มีการปลูกผักส่งขายตลาดกรุงเทพอย่างเป็นล่ำเป็นสัน    มีการพบแร่ทองคำที่เขาพนมพา อ.วังทรายพูน  และ เขาเจ็ดลูก  อ.ทับคล้อ

1. ขุดทองที่เขาพนมพา https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_1073988  (ข่าวสดทีวี)

2. เหมืองทองคำ https://www.youtube.com/watch?v=wb4xkfZXhIQ (Thairath)

3. ปลูกผักที่บ้านหนองจิกสี อ.บึงนาราง https://www.youtube.com/watch?v=RyrtrxpdwKk  (Perawatt)

4. https://www.youtube.com/watch?v=NygD6TBbMuE (ชื่นใจไทยแลนด์)

110 ปี‘มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง’เชิญชวนคนไทย บันทึกเรื่องราวลงบนเว็บไซต์‘ต้นไม้แห่งความดี’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/622616

110 ปี‘มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง’เชิญชวนคนไทย  บันทึกเรื่องราวลงบนเว็บไซต์‘ต้นไม้แห่งความดี’

วันศุกร์ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง องค์กรสาธารณกุศลที่อยู่เคียงคู่ชีวิตคนไทยมายาวนานกว่า 110 ปี เดินหน้าสร้างสังคมแห่งความดีที่ยั่งยืนให้แก่ประเทศชาติ ในรูปแบบดิจิทัล ภายใต้แคมเปญ “110 ปี ล้านความดีป่อเต็กตึ๊ง” ให้ทุกคนได้ร่วมกันสืบสานความดีลงบนเว็บไซต์ “ต้นไม้แห่งความดี.com” ให้ครบ 1,100,000 ความดี เพื่อรวมกันเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ร่วมขับเคลื่อนสังคมไทยต่อไป

นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เปิดเผยว่า มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เป็นองค์กรสาธารณกุศลที่มุ่งมั่นช่วยเหลือบรรเทาทุกข์และบำรุงสุขโดยไม่เลือกชั้น วรรณะ และศาสนา อย่างครบวงจรชีวิต ภายใต้ปณิธาน “ช่วยชีวิตรักษาชีวิต สร้างชีวิต” และเมื่อปี 2563 ที่ผ่านมาในโอกาส“ครบรอบ 110 ปี มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง”มูลนิธิได้จัดกิจกรรมพิเศษตลอดทั้งปี เพื่อบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ให้กับสังคมไทย ภายใต้แนวคิด “ความดีที่ยั่งยืน” โดยได้มอบอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์รวมมูลค่า 110 ล้านบาท ให้แก่โรงพยาบาลของส่วนราชการทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด รวม 37 แห่งทั่วประเทศ รวมทั้งกิจกรรมอื่นๆ มากมาย นอกจากนี้ ยังมีโครงการใหญ่อีก 2 โครงการที่จะเกิดขึ้นในโอกาสฉลองการครบรอบ 110 ปี คือ การเปิดหอประวัติมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และการสร้างศาลเจ้าไต้ฮงกง (สาทร) ถนนเจริญราษฎร์ เขตสาทร ที่สำคัญมูลนิธิได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ ทรงเปิดงานฉลอง “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง 110 ปี ความดีที่ยั่งยืน” และทรงเปิด “หอประวัติมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง” ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร ในวันเสาร์ที่ 18 ธันวาคมนี้ และในโอกาสฉลองวันดังกล่าว องค์กรในเครือของมูลนิธิยังได้ร่วมกันจัดกิจกรรมประกอบด้วย โรงพยาบาลหัวเฉียว มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ คลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว ซึ่งจะมีทั้งการให้บริการตรวจสุขภาพฟรี และการบริการในอัตราพิเศษ

และในโอกาสนี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งขอเชิญชวนคนไทยมาร่วมบันทึกเรื่องราวการทำความดีลงบนเว็บไซต์ https://www.ต้นไม้แห่งความดี.com หนึ่งในกิจกรรมสืบสานปณิธานความดีของมูลนิธิ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสะสมความดีทีละเล็กทีละน้อยหลอมรวมให้กลายเป็นพลังความดีที่ยิ่งใหญ่ นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งความดีที่ยั่งยืนต่อไป โดยผู้ที่ต้องการเข้าไปร่วมส่งต่อปณิธานความดี สามารถทำได้ง่ายๆ เพียงคลิกเข้าไปที่ http://www.ต้นไม้แห่งความดี.com เพื่อทำการสะสมความดีซึ่งสามารถเลือกหมวดสะสมความดี “11 รากแก้วแห่งความดี”ที่มีอยู่ทั้งหมด 11 หมวด

และหลังผ่านครบรอบ 110 ปีแล้วมูลนิธิจะยังคงเดินหน้าพัฒนาการปฏิบัติภารกิจทำงานช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ เอื้ออำนวยประโยชน์สุขแก่เพื่อนมนุษย์ ผู้ตกทุกข์ได้ยากจากภัยพิบัติ จนครบวงจรชีวิต คือ เกิด แก่ เจ็บ ตาย โดยไม่จำกัดชนชั้น วรรณะ เชื้อชาติ ศาสนา เพศ และวัย ภายใต้ปณิธาน ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต รวมถึงการพัฒนาแอปพลิเคชั่น และศูนย์ฝึกอบรม ซึ่งจะช่วยให้การช่วยเหลือบรรเทาทุกข์แก่เพื่อนมนุษย์ของมูลนิธิเป็นไปอย่างสมบูรณ์แบบ

นอกจากนี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งยังมีหน่วยงานในเครือในการขับเคลื่อนปณิธานซึ่งได้แก่ โรงพยาบาลหัวเฉียว โรงพยาบาลที่ทันสมัย ได้มาตรฐาน และเป็นศูนย์ฟอกไตเอกชนที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ที่มีปณิธาน “เรียนรู้เพื่อรับใช้สังคม” มุ่งมั่นพัฒนาประสิทธิภาพของการศึกษานำไปสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการ เพื่อสร้างสรรค์บัณฑิตที่รู้จริง ปฏิบัติงานได้จริง และเป็นผู้ประกอบด้วยความรู้ควบคู่คุณธรรม และคลินิกการประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว ที่ได้นำศาสตร์การแพทย์แบบจีน เพื่อเป็นทางเลือกให้กับประชาชน และปัจจุบันได้จัดตั้งหัวเฉียวศูนย์การเรียนรู้สมุนไพรจีนแบบครบวงจร อาคารคลังยาศรีสมานอ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี โดยทั้ง 3 เครือข่าย ช่วยให้มูลนิธิสามารถปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือสังคมได้อย่างต่อเนื่องและครบวงจร ตามปณิธาน “ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”ได้เป็นอย่างดี

นายวิเชียรกล่าวว่า ในโอกาสครบรอบ 110 ปี มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอเชิญชวนคนไทยมาร่วมกันส่งต่อปณิธานความดี จะเป็นสิ่งใดก็ได้ที่ทำด้วยความตั้งใจ ความดีจาก 1 ใบโพธิ์เล็กๆ จะผลิใบเจริญงอกงาม กลายเป็นต้นโพธิ์ใหญ่แผ่ร่มเงา เปรียบเสมือนหลายล้านความดีที่รวมกันกลายเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ร่วมขับเคลื่อนสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งความดีที่ยั่งยืนต่อไปติดตามข่าวสารมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่เว็บไซต์ https://www.pohtecktung.org/ และเฟซบุ๊ค แฟนเพจ http://www.facebook.com/atpohtecktung

ส่งต่อความห่วงใยแก่ผู้ป่วยมะเร็งเต้านม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/622614

ส่งต่อความห่วงใยแก่ผู้ป่วยมะเร็งเต้านม

วันศุกร์ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ข้อมูลล่าสุดจากกรมการแพทย์รายงานว่าในแต่ละปีมีผู้หญิงไทยป่วยด้วยมะเร็งเต้านมรายใหม่ราว 17,043 คน หรือคิดเป็น 47 คนต่อวันและมีผู้เสียชีวิตถึง 13 คนต่อวัน อีกทั้งยังมีแนวโน้มอัตราการเกิดโรคและอัตราการเสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง Viatris (เวียร์ทริศ) ประเทศไทย บริษัทยาชั้นนำระดับโลกตระหนักถึงผลกระทบของโรคมะเร็งเต้านมต่อการใช้ชีวิตของผู้ป่วย จึงร่วมมือ กับ บริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน) ในแคมเปญ “seVVing for HER : เพราะเธอคือคนสำคัญ” โดยทีมพนักงานจิตอาสาของ Viatris ประเทศไทย ได้ร่วมใจกันเย็บเต้านมเทียมกว่า 1,000 ชิ้นซึ่งได้รับการสนับสนุนชุดเย็บเต้านมจาก บริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน)เพื่อมอบให้กับผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่ได้รับการผ่าตัดเต้านมผ่านมูลนิธิต่างๆ

แคมเปญ “seVVing for HER : เพราะเธอคือคนสำคัญ” นอกจากจะจัดฝึกอบรมเพื่อให้ความรู้และสาธิตการเย็บเต้านมเทียมแก่พนักงานจิตอาสาของ Viatris ประเทศไทยอย่างครอบคลุม ทั้งในรูปแบบออฟไลน์และออนไลน์ โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญจาก บริษัทซาบีน่า จำกัด (มหาชน) เต้านมเทียมที่ถูกเย็บขึ้นโดยพนักงานจิตอาสาของ Viatris ประเทศไทยทั้งหมดกว่า 1,000 ชุด พร้อมชุดชั้นในสำหรับใส่เต้านมเทียมกว่า 300 ชุด ได้นำไปมอบให้แก่ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมผ่านมูลนิธิ 3 แห่ง ได้แก่ ศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถเพื่อมะเร็งเต้านมโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย หน่วยพยาบาลคลินิกการแพทย์ผสมผสานผู้ป่วยมะเร็งและญาติ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ และศูนย์ความเป็นเลิศด้านมะเร็ง โรงพยาบาลรามาธิบดี

แคมเปญดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของพันธกิจของ Viatris ประเทศไทย ที่มีความมุ่งมั่นในการเสริมสร้างให้คนไทยมีสุขภาพที่ดีขึ้นในทุกช่วงวัยของชีวิตโดยเมื่อเร็วๆ นี้ Viatris ประเทศไทย ยังได้ร่วมมือกับหน่วยงานทางการแพทย์ เช่นสมาคมสภาองค์กรโรคหืดแห่งประเทศไทย และกรมการแพทย์ ในกิจกรรมสร้างสื่อความรู้ในการฟื้นฟูการทำงานของปอดและระบบหายใจแก่ผู้ที่เคยป่วยเป็นโควิด-19 รวมถึงการจัดแคมเปญ“เรื่องเข่า ต้องให้ไว” โดยมีวัตถุประสงค์ในการสร้างความตระหนักรู้และวิธีการป้องกันโรคข้อเข่าให้แก่ผู้สูงอายุ เนื่องในโอกาสวันโรคข้อสากลในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

ไฟ-ฟ้า โดย ทีทีบี เผยความสำเร็จกิจกรรมประจำปี นิทรรศการศิลปะและการแสดงรูปแบบออนไลน์ครั้งแรก!

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/622607

ไฟ-ฟ้า โดย ทีทีบี เผยความสำเร็จกิจกรรมประจำปี  นิทรรศการศิลปะและการแสดงรูปแบบออนไลน์ครั้งแรก!

วันศุกร์ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ไฟ-ฟ้า โดย ทีทีบี เผยความสำเร็จกิจกรรมประจำปี “fai-fah art fest 2021 ชม ช้อป แชร์ The Virtual” นิทรรศการศิลปะและการแสดงของเด็กไฟ-ฟ้า เพื่อตอกย้ำแนวคิด Make REAL Change สร้างสรรค์สิ่งดีๆ คืนสู่สังคมไทย โดยเป็นครั้งแรกที่จัดขึ้นในรูปแบบ Virtual ที่ได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีผ่านช่องทาง https://www.ttbfoundation.org/th/faifahartfest/  

นางสาวมาริสา จงคงคาวุฒิ หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารกิจกรรมสังคมเพื่อความยั่งยืน ทีเอ็มบีธนชาต หรือทีทีบี (ttb) เปิดเผยว่า ไฟ-ฟ้า โดย ทีทีบี เป็นโครงการแห่งการ “ให้” ที่ยั่งยืน มุ่งจุดประกายเยาวชนและชุมชน เพื่อเสริมสร้างสิ่งดี ๆ คืนสู่สังคมไทย โดยเราได้มีการจัดนิทรรศการศิลปะและการแสดงของเด็กไฟ-ฟ้า อย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี เพื่อให้เด็ก ๆ มีพื้นที่ในการแสดงความคิดสร้างสรรค์ และในปีนี้กิจกรรม “fai-fah art fest 2021 ชม ช้อป แชร์ The Virtual” ถือเป็นครั้งแรกที่จัดขึ้นในรูปแบบ Virtual โดยมีเด็ก ๆ จากศูนย์เรียนรู้ไฟ-ฟ้า ทั้ง 5 แห่ง ได้แก่ ประดิพัทธ์ ประชาอุทิศ จันทน์ บางกอกน้อย และสมุทรปราการ มาร่วมนิทรรศการ จัดแสดงผลงาน รวมทั้งจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ ให้บุคคลทั่วไปได้เห็นถึงพลังของเด็กๆ ที่ตั้งใจถ่ายทอดความรู้ความสามารถสู่ไอเดียต่อยอดในด้านต่างๆ อย่างมีศักยภาพ

“ไฟ-ฟ้า มีแนวคิดในการสร้างสังคมแห่งการ “ให้” ที่ยั่งยืน มุ่งจุดประกายเยาวชนและชุมชน เพื่อเสริมสร้างสิ่งดี ๆ คืนสู่สังคมไทย โดย ทีเอ็มบีธนชาต เล็งเห็นถึงพลังของเด็กๆ ในการผลักดันชุมชนและสังคมไปในทิศทางที่ดีได้ กิจกรรม ‘fai-fah art fest 2021 ชม ช้อป แชร์ The Virtual’  จึงเป็นอีกกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อนำเสนอให้สังคมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของเด็กๆ ที่ได้รับการจุดประกายจากศูนย์เรียนรู้ไฟ-ฟ้า จนสามารถพัฒนาตัวเองได้อย่างสร้างสรรค์และงดงาม รวมทั้งสร้างการมีส่วนร่วมของเด็กไฟ-ฟ้า อาสาสมัครทีทีบี และชุมชน ตอกย้ำแนวคิด Make REAL Change เปลี่ยนให้ชีวิตของคนในสังคมดีขึ้นอย่างยั่งยืน” นางสาวมาริสากล่าว

ไฮไลท์ภายในกิจกรรม “fai-fah art fest 2021 ชม ช้อป แชร์ The Virtual” ประกอบไปด้วย “ชม” นิทรรศการผลงานศิลปะในรูปแบบออนไลน์ครั้งแรก ในโซน fai-fah Art Gallery ที่ออกแบบสร้างสรรค์โดยเด็กๆ ไฟ-ฟ้า ซึ่งผู้เข้าชมงานสามารถเลือกซื้อผลงานที่ชื่นชอบได้  “ช้อป” ผลงานภาพวาดและผลิตภัณฑ์คุณภาพจากเด็กๆ ไฟ-ฟ้า ที่ทำขึ้นด้วยความตั้งใจในตลาดออนไลน์ อาทิ ผ้าพันคอ หมวก ภาพวาดงานศิลปะ รวมทั้งยังสามารถดาวน์โหลดภาพศิลปะบำบัดจากผลงานของเด็กๆ เพื่อนำไประบายสีผ่อนคลายจิตใจ  รวมไปถึงผลิตภัณฑ์จากชุมชนต่างๆ ที่ทางอาสาสมัครทีทีบี ได้เข้าไป “เปลี่ยน” เพื่อชุมชนดีขึ้นอย่างยั่งยืน   และ “แชร์” คลิปการแสดงของเด็กๆ ไฟ-ฟ้า  ลงโซเชียลมีเดีย พร้อมติดแฮชแท็ก #faifahartfest2021 ทั้งนี้ ทุก “คลิก” มีส่วนร่วมในการเป็นผู้ “ให้” ได้ โดยทุก ๆ การมีส่วนร่วมบนโซเชียล (Engagement) ทั้งยอด View และการกด Like Comment หรือ Share ในทุกช่องทาง มีค่าเท่ากับเงิน 1 บาท  ซึ่งตลอดระยะเวลาจัดงานมีจำนวน Engagement รวมสูงถึง 20,157 ครั้ง ทางมูลนิธิทีทีบีจึงได้สบทบทุนบริจาคเงิน รวมจำนวนทั้งสิ้น 25,157 บาท ให้กับมูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก มูลนิธิสถาบันดนตรีเพื่อคนตาบอด และวัดดอนจั่น ต่อไป

ไฟ-ฟ้า โดย ทีทีบี มุ่งมั่นและตั้งใจเดินหน้าจุดประกายเยาวชนและชุมชน เพื่อเปลี่ยนแปลงสังคมให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ติดตามกิจกรรมดี ๆ ได้ที่ www.ttbfoundation.org

คุณแหน : 17 ธันวาคม 2564

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/622617

คุณแหน

วันศุกร์ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ll “หลายผลิตภัณฑ์ของโครงการหลวงเป็นที่นิยมของตลาดอย่างเช่น“นมเม็ดจิตรลดา”แต่ทำไมจึงไม่เพิ่มกำลังการผลิต..สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงตอบ“พระอาจารย์”ที่กราบบังคมทูลถาม..“ฉันได้ถามคำถามเดียวกันนี้กับทูลกระหม่อมพ่อ(ร.9)คำตอบคือ เราเพียงแต่ทำการสาธิตทดลองเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องขยายการผลิตเพื่อแสวงหากำไรแข่งกับประชาชน..”น้ำพระทัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ที่มีต่อปวงชนชาวไทยลึกซึ้งไพศาลยิ่งนัก.

.ll ถึงวัยจะใกล้ 100 แต่ ท่านผู้หญิง ดร.ทัศนีย์ บุณยคุปต์ ยังเฉียบคมกับการโพสต์ใน FB ความทรงจำยังดีมาก ความคมคายยังคมกริบล่าสุด ทักหลาน กนิช บุณยัษฐิติ ที่ไปเข้าค่ายลูกเสือวชิราวุธ ศรีราชา ในวัยสูงอายุว่า..เกือบจำพ่อเสือไม่ได้ กลับเป็นเด็กไปแล้ว..(ฮา)..

ll นี่ก็กลับไปเป็นเด็กอีกคน ยศวดี บุณยเกียรติ หยิบพู่กันสีน้ำมาลองเขียนรูปดอกสวยวิสทีเรียริมหน้าต่างบานไม่ถูกใจ เลยลองใช้พู่กันจีนเป็นเครื่องมือ ได้ผลงานเป็นที่ชื่นชมของเพื่อนๆ น้องๆ วงการ’ถาปัด จุฬาฯ ที่“พี่กี้”คนเก่งที่จบไป 50 ปีที่แล้ว.

.ll สองตระกูล“นายหัวภูเก็ต”สนิทสนมกันมาถึง 3 เจเนอเรชั่นอัญชลี เทพบุตร จึงมาร่วมงานแต่ง เลิศถาวรว่องวงศ์ ลูกชาย เจริญ ถาวรว่องวงศ์ที่จัดสวยงามบนหาดกมลา ด้วย“หัวใจเต็มร้อย”..

ll อยู่เมืองไทยดูเหมือน เพียงหทัย พงษ์สุวรรณ จะกลัวโควิด-19 จนพาเอาคนรอบข้างระทึกไปด้วย แต่ตอนนี้เมืองต่างๆ คลายล็อก..“น้องแอนน์”ใจกล้า ฝ่า“โอไมครอน”เที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ทั่วกรุงปารีส..เพราะเสน่ห์ของงานจิตรกร Monet ประทับใจจนลืมตัว..

ll เป็นนักเศรษฐศาสตร์ที่รักชาติสนับสนุนเที่ยวไทย(ก่อน) ศ.ดร.พรายพลคุ้มทรัพย์ เพิ่มเสน่ห์ให้กับรีสอร์ท Chalet Hill เขาใหญ่ ด้วยการฉายหนังกลางแปลง คืนวันเสาร์..ใครอยากคิดถึงความหลัง โอบกอดสาวคืนเดือนหนาว..เชิญ.

.ll ภาโณตม์ ปรีชญานุต เห็นใจ แอนชิลี ไม่สามารถทะลุเข้ารอบ Miss Universe 2021 เหตุเพราะ..ช่างแต่งหน้ากองประกวด“แกง”หน้าไม่เก่ง ดูหมอง..เที่ยวหน้าต้องให้“โณตม์”ลางานประจำ“กต.”ไปอยู่กองประกวดนางงามเข็น Real Size Beauty อีกคน.

.ll พี่ๆ น้องๆ เด็กเตรียมอุดม วางแผนไปตีกอล์ฟภูเก็ต..กิจจา งานทวี เจ้าถิ่นไม่พลาด ขอเป็นเจ้าภาพอาหาร 1 มื้อ..คอเบียร์ไวน์ที่เตรียมไปล้มทับ มีทั้ง จริยา เทิดเกียรติศักดิ์,ศรุดา ชินวัตร,ทพ.ณัฏฐศักดิ์ อภิชัย ฯลฯ.

.ll ไปเชียงใหม่อาทิตย์นี้กับเพื่อนกลุ่มใหญ่ พัชราภรณ์ สันติเสวี ต้องรีบกลับบ้าน กทม. ก่อนคริสต์มาส เพราะ“ต้นไม้”รออยู่..รอเพื่อนที่การศึกษาดีจบนอก ปฏิบัติตามประเพณี เอาของขวัญมาติด..เป็นอีกงานที่หาเหตุดื่ม Alcohol ที่หมอห้าม..และ“ร้องเพลง”งานอดิเรกที่โปรดสุด..ll

ภิญญ์สิรี