“ชำนาญ”ชี้ก.ต.ต้องสง่างามเคลียร์เรื่องร้องเรียนตัวเองก่อนลงมติสำคัญ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/496507

12 ธ.ค. 2564 |11:20 น.

“ชำนาญ”ชี้ก.ต.ต้องสง่างามเคลียร์เรื่องร้องเรียนตัวเองก่อนลงมติสำคัญ

“ชำนาญ” ชี้ การทำหน้าที่คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ต้องสง่างาม เคลียร์เรื่องร้องเรียนตัวเอง ก่อนลงมติพิจารณาเรื่องสำคัญหลังพบการสอบสวนทางวินัยร้ายแรงเรื่องการจัดจ้างปรับปรุงอาคารศาลจังหวัดพระโขนง

ผู้สื่อข่าวมีรายงานว่า เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. ที่ผ่านมา มีการประชุมคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) มีวาระการพิจารณาที่น่าสนใจคือ ข้อเสนอให้พักราชการ นายสราวุธ เบญจกุล อดีตเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักงานศาลยุติธรรม ที่อยู่ระหว่างการสอบสวนทางวินัยร้ายแรงเรื่องการจัดจ้างปรับปรุงอาคารศาลจังหวัดพระโขนง อาคารศาลจังหวัดตลิ่งชันและอาคารศาลจังหวัดมีนบุรี  ว่า ที่ประชุม ก.ต. มีมติ 8 ต่อ 7 ไม่พักราชการนายสราวุธ  เพราะเห็นควรรอ ผลการสอบสวนที่จะเสร็จสิ้นในช่วงกลางเดือนธันวาคม 2564 นี้ก่อน  

ทั้งนี้  มีรายงานว่า ก.ต. ที่ลงมติให้พักราชการนายสราวุธ ได้แก่ นายโชติวัฒน์ เหลืองประเสริฐ นายสมเกียรติ ตั้งสกุล นายชูชัย วิริยะสุนทรวงศ์ นายปุณณะ จงนิมิตสถาพร นายสมชาย อุดมศรีสำราญ นายอนุรักษ์ สง่าอารีย์กุล และนายไผทชิต เอกจริยกร

ส่วน ก.ต.ที่ลงมติไม่พักราชการนายสราวุธ  ได้แก่ นางสาวปิยกุล บุญเพิ่ม ประธานศาลฎีกา นายพศวัจน์ กนกนาก นางนุจรินทร์ จันทร์พรายศรี นายสุทิน นาคพงศ์ นายจุมพล ชูวงษ์ นายกำพล รุ่งรัตน์ นายณรัช อิ่มสุขศรี และนายจำนง เฉลิมฉัตร

ด้าน นายชำนาญ  รวิวรรณพงษ์  อดีตประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกา  ให้ความเห็นถึงมติ ก.ต.ดังกล่าวว่า เมื่อพิจารณา บุคคลที่ลงมติ ขอให้พักราชการ นายสราวุธ จะเห็นว่า มีรายชื่อของบุคคลที่ถูกร้องเรียนเรื่องของการปฏิบัติหน้าที่ ด้วย

“ส่วนตัวมองว่า ในฐานะที่เห็นเรื่องของการสอบสวนที่ไม่เป็นธรรม จึงร้อง ป.ป.ช. ให้ตรวจสอบ ข้อร้องเรียนอีกครั้ง และในฐานะที่เป็นผู้ร้องเรียนเอง  ก็ไม่ควรไปลงมติในเรื่องที่เป็นผลร้ายแก่ใคร และหากจะพูดในมุมของจริยธรรม การที่มาทำหน้าที่ เป็น ก.ต. ควรต้องเคลียร์ตัวเองให้มีความโปร่งใส ก่อนที่จะไปทำหน้าที่ลงมติในเรื่องใดๆก็ตาม แม้ว่า จะไม่มีกฎหมายกำกับเรื่องของการสละสิทธิ์ที่จะลงมติใดๆ หาก ก.ต. ผู้นั้นถูกร้องเรียน  แต่ทั้งนี้ หากมองในมุมของจริยธรรม และความสง่างาม ขององค์กร ก.ต. ก็ควรที่ จะมีสปิริต ไม่ลงมติในเรื่องใดๆเลย และรอให้ผลการสอบสวนเสร็จสิ้นไปก่อน” นายชำนาญ กล่าว 

“ เรื่องของตัวเองยังไม่เคลียร์ จะไปลงมติคนอื่นได้อย่างไร และ หากมีปัญหาว่าตัวเองกระทำความผิด ต้องพ้นสภาพการเป็น กต. ก็จะมีปัญหาแน่นอน  เพราะการกระทำของนายอนุรักษ์ เกิดขึ้นก่อนที่จะไปลงมติทั้งหลาย ทำไมถึงไม่สอบให้เสร็จไป นายอนุรักษ์ ควรจะแสดงสปิริตของตัวเอง ด้วย เพราะเป็นถูกกล่าวหาอยู่ ซึ่งก็ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน  ว่า ตนเองเป็นผู้ถูกกล่าวหาเรื่องการปฏิบัติหน้าที่อยู่  แต่ทำเหมือนไม่รู้ไม่ชี้ และกลับไปลงมติพิจารณาเรื่องของคนอื่น”  นายชำนาญ  กล่าว 

อดีตประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกา  ยังกล่าวด้วยว่า จริยธรรมขั้นสูงของผู้ที่เป็น ก.ต. ไม่สมควรที่จะไปลงมติ ในเรื่องใดเลย จนกว่าผลการสอบสวนในเรื่องที่ตนเองถูกร้องเรียนจะเสร็จสิ้นก่อน  เพราะการเป็น ก.ต. ต้องเป็นแบบอย่างให้กับองค์กรอื่น ซึ่งในเรื่องนี้ควรเป็นบรรทัดฐานให้ ก.ต.  ท่านอื่นด้วย ว่า ถ้าตนเองถูกร้องเรียน  ก็ไม่ควรที่จะโหวตหรือลงมติในเรื่องใด  ควรรอผลสอบให้มีความชัดเจนก่อน

ทั้งนี้เพื่อความสง่างามของ ก.ต. เอง และเพื่อความสง่างามของ องค์กร ด้วย เพราะที่ผ่านมา ก.ต. อ้างว่าเป็นแบบอย่างให้องค์กรอื่น และในเรื่องความสง่างาม ถือเป็นหัวใจสำคัญของการเป็น ก.ต.

สภากาชาดไทย เปิดตัว ‘ขวัญใจงานกาชาด 2564’ เริ่มประกวดรอบแรก 18 ธ.ค.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/622995

สภากาชาดไทย เปิดตัว 'ขวัญใจงานกาชาด 2564' เริ่มประกวดรอบแรก 18 ธ.ค.

วันเสาร์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 12.03 น.

สภากาชาดไทย เปิดตัว “ขวัญใจงานกาชาด 2564” ชวนมารู้จักกับผู้เข้าประกวดให้มากขึ้น และส่งกำลังใจผ่านการมอบดอกไม้ให้กับคนที่คุณชอบ

สำหรับ การประกวดแบ่งเป็น 2 รอบ รอบแรกในวันเสาร์ที่ 18 ธ.ค.2564 และรอบตัดสินในวันอาทิตย์ที่ 26 ธันวาคม 2564 ซึ่งชมการประกวดได้ที่ https://activity.redcrossfair.com/stage

โดยในปีนี้มีสาวงาม 20 คนเข้าประกวก มีโอกาสลุ้น 3 รางวัล คือ รางวัลขวัญใจงานกาชาด ซึ่งพิจารณาจากบุคลิกภาพ การแนะนำตัว ความสวยงามวัฒนธรรมไทย การตอบคำถาม และการแสดงความสามารถพิเศษ หรือการทำกิจกรรมสาธารณกุศล รางวัลขวัญใจประชาชนและรางวัลรองขวัญใจประชาชน พิจารณาจากการทำกิจกรรมจากกล่องภารกิจ ร่วมกับคะแนนโหวตผ่านระบบออนไลน์ และรางวัลแต่งกายผ้าไทยงดงาม พิจารณาจากความสวยงามและความร่วมสมัย

สามารถโหวตเพื่อเป็นกำลังใจแก่ผู้เข้าประกวด ได้ที่ https://activity.redcrossfair.com/vote โดย 1 ดอก เท่ากับบริจาค 10 บาท สามารถทำการโหวตได้จนถึงวันอาทิตย์ที่ 26 ธ.ค.2564 เวลา 19.00 น. (รอบตัดสิน) ทั้งนี้ เงินบริจาคที่ได้จากการโหวตนำไปช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก ผู้ประสบภัย ตามภารกิจ ของสภากาชาดไทยต่อไป -(016)

ลูกเสือที่บ้าน 14.16 พาเที่ยวทั่วไทย นครสวรรค์ : อาทร จันทวิมล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/620587

ลูกเสือที่บ้าน 14.16 พาเที่ยวทั่วไทย นครสวรรค์ : อาทร จันทวิมล

วันเสาร์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 07.00 น.

นครสวรรค์  เป็นจุดที่แม่น้ำปิงกับแม่น้ำน่านไหลมาบรรจบกัน ที่ตำบลปากน้ำโพ  เกิดเป็นแม่น้ำเจ้าพระยา   นครสวรรค์เคยเป็นที่อยู่ของมนุษย์โบราณ ราว 3,000 ปีมาแล้ว  ที่มีความเจริญสามารถหล่อสำริด และทำอาวุธจากเหล็ก ปรากฏหลักฐานจากแหล่งโบราณคดีบ้านใหม่ชัยมงคล  บ้านจันเสน  ในอำเภอตาคลี   และบ้านซับตะเคียน อำเภอตากฟ้า  อำเภอตาคลี  พบเครื่องประดับทำจากหินขัด  ดินเผา สำริด และเหล็ก   โดยใช้แร่ทองแดงและเหล็ก จากเขาแม่เหล็กในอำเภอพยุหคีรี นครสวรรค์  และ เขาวงพระจันทร์  เขาทับควาย ในเขตลพบุรี    ที่บ้านจันเสน  อำเภอตาคลี และบ้านดงแม่นางเมือง อำเภอบรรพตพิสัย  มีร่องรอยบ้านเมืองในสมัยทวารวดี พุทธศตวรรษที่ 16-20 สมัยเดียวกับที่อู่ทองสุพรรณบุรี  และพงตึก นครปฐม  ซึ่งมีการติดต่อกับต่างประเทศ เช่น อินเดีย  พื้นที่นครสวรรค์ปรากฏในศิลาจารึกสุโขทัยหลักที่ 1 ในชื่อของเมืองพระบาง ซึ่งเป็นเมืองหน้าด่านของกรุงสุโขทัย

ในสมัยอยุธยา  ธนบุรี และรัตนโกสินทร์   นครสวรรค์หรือปากน้ำโพ เป็นชุมทางสินค้า เช่น ข้าวและไม้สักที่มาจากทางเหนือ   มีคนจีนพวกแต้จิ๋วและไหหลำเข้ามาทำการค้าขายจำนวนมาก   

1.กำเนิดแม่น้ำเจ้าพระยา https://www.youtube.com/watch?v=8d8XpPUK0f8 (GISTDA)

2.บึงบอระเพ็ด https://www.youtube.com/watch?v=bDM6MEzSF4U  (อมรินทร์ทีวี)

3.ฟาร์มโจพันธุ์ปลา https://www.youtube.com/watch?v=JyEqvCbPbGU (Matichon TV)

รวมพลังพนักงานจิตอาสา ซาโนฟี่ ประเทศไทย สานต่อพันธกิจองค์กร ผ่านโครงการ CSR จิตอาสา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/622787

รวมพลังพนักงานจิตอาสา ซาโนฟี่ ประเทศไทย  สานต่อพันธกิจองค์กร ผ่านโครงการ CSR จิตอาสา

วันเสาร์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมานี้ สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้สร้างผลกระทบให้กับผู้คนในวงกว้าง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ด้อยโอกาสจากชุมชนยากไร้ทั่วประเทศ และสิ่งที่ซ้ำร้ายกว่านั้น ภัยธรรมชาติจากอุทกภัยล่าสุดได้เข้ามาซ้ำเติมให้ประชาชนเหล่านั้นได้รับความเดือดร้อนและมีความเป็นอยู่ที่ย่ำแย่มากยิ่งขึ้น

ในปี 2564 นี้ ซาโนฟี่ ประเทศไทย ได้จัดโครงการ CSR จิตอาสา หรือ CSR Volunteering Week ขึ้นพร้อมกันกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ มาเลเซีย สิงคโปร์ โดยซาโนฟี่ ประเทศไทย ร่วมมือกับ 2 พันธมิตรจิตอาสา ได้แก่ มูลนิธิไอแคร์ ประเทศไทย และสภากาชาดไทย จัดโครงการ CSR จิตอาสา ทั้งหมด 3 กิจกรรม ภายใต้แนวคิด ‘Give of Life & Gift of Happiness’ เพื่อเปิดโอกาสให้พนักงานเข้าร่วมกิจกรรม CSR จิตอาสา ตามความต้องการตลอดช่วงเวลาสัปดาห์แห่งการให้ ร่วมส่งความสุขผ่านการยกระดับคุณภาพชีวิต เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีกว่าของชุมชนยากไร้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 และอุทกภัยครั้งล่าสุด โดยเฉพาะคนชรา คนว่างงาน และเด็กด้อยโอกาสในชุมชนเหล่านั้น

มารีน คินยาร์ค สตูยาโนวิช ผู้จัดการใหญ่ ซาโนฟี่ ประจำประเทศไทยและมาเลเซีย กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ซาโนฟี่ ในฐานะบริษัทชั้นนำด้านสุขภาพระดับโลก ได้มุ่งส่งเสริมให้พนักงานมีส่วนร่วมในการสร้างประโยชน์และอุทิศตนเพื่อช่วยเหลือส่วนรวม เพื่อยกระดับความเป็นอยู่ที่ดีของคนในสังคมที่เราดำเนินธุรกิจอยู่อย่างยั่งยืน โดยโครงการ CSR จิตอาสาที่จัดขึ้นในครั้งนี้ นับเป็นการสานต่อโครงการจิตอาสาของซาโนฟี่ระดับโลก (Global Corporate CSR) ที่มุ่งมั่นผลักดันและกระจายการช่วยเหลือสังคมสู่ระดับท้องถิ่น ความพิเศษในปีนี้คือ การจัดโครงการ CSR จิตอาสาพร้อมกันในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ ประเทศไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ ด้วยความร่วมมือจากพนักงานจิตอาสา ซาโนฟี่ และการสนับสนุนจากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือในระดับท้องถิ่นในแต่ละประเทศ ส่งผลให้ซาโนฟี่สามารถส่งต่อความช่วยเหลือให้กับครอบครัวต่างๆ จากชุมชนยากไร้มากกว่า 2,000 ครอบครัวผ่านการทำกิจกรรม CSR จิตอาสารวมกว่า 1,000 ชั่วโมง”

ปัณฑ์ชนิต สเนป ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรประจำประเทศไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ และเอเชีย กล่าวว่า “สำหรับโครงการ CSR จิตอาสาในปีนี้ นับเป็นอีกครั้งที่รู้สึกประทับใจและภูมิใจที่ได้เห็นถึงการรวมพลังและน้ำใจของพนักงานจิตอาสา ซาโนฟี่ ประเทศไทย ที่ให้ความสนใจตอบรับเข้าร่วมโครงการ CSR จิตอาสา ผ่านกิจกรรมที่จัดขึ้นตลอดระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์ ได้แก่ กิจกรรมบริจาคเลือดที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย กิจกรรมอาสาแพ็คถุงยังชีพให้กับกลุ่มคนชรา คนว่างงาน และเด็กด้อยโอกาสจากชุมชนผู้ยากไร้ จำนวน 500 ถุง และกิจกรรมลงพื้นที่เพื่อส่งมอบความช่วยเหลือและถุงยังชีพให้แก่ชุมชน 2 แห่ง คือชุมชนบางไทร และชุมชนบ้านแป้ง อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นชุมชนที่ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนอย่างมากจากทั้งการแพร่ระบาดของโควิด-19 และน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน

นอกจากกิจกรรมจิตอาสาดังกล่าว ซาโนฟี่ ประเทศไทย โดยมีพนักงานร่วมสมทบทุน ได้มอบเงินทุนพร้อมด้วยอุปกรณ์การศึกษาเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของมูลนิธิไอแคร์ ประเทศไทย ส่งต่อความช่วยเหลือให้กับชุมชนที่ยากไร้ทั่วประเทศไทย มูลค่ารวมกว่า 310,000 บาท ด้วยความร่วมมือและการสนับสนุนจาก มูลนิธิไอแคร์ ประเทศไทย และสภากาชาดไทย ทำให้ซาโนฟี่ ประเทศไทยสามารถส่งต่อความช่วยเหลือแก่ชุมชนที่ยากไร้ที่กำลังเผชิญกับความยากลำบาก มากกว่า 500 ครอบครัว นอกจากนี้ ยังมีส่วนช่วยสถานการณ์ที่ประเทศไทยกำลังขาดแคลนเลือดอยู่ในขณนี้ ผ่านการร่วมบริจาคเลือดของพนักงานจิตอาสา”

จากการพูดคุยกับชาวบ้านชุมชนบางไทร อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปรัศนี วงศ์ศิริศิลป์ หนึ่งในพนักงานจิตอาสา ซาโนฟี่ ประเทศไทย เล่าให้ฟังว่า “ปีนี้ชุมชนของพวกเขาได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก เนื่องผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้คนในครอบครัวส่วนใหญ่ว่างงานและมีชีวิตอยู่อย่างลำบาก นอกจากนี้ภัยน้ำท่วม ที่น้ำท่วมสูงกว่าทุกปี และท่วมขังในบริเวณบ้านเป็นเวลานานนับเดือน ทำให้ส่งกลิ่นเหม็นเน่า และมีปัญหาเรื่องยุงลาย มีน้ำกัดเท้าบ้าง ส่งผลให้ต้องใช้ชีวิตอย่างลำบากมากกว่าเดิม โดยเฉพาะบ้านที่มีเด็กเล็ก คนชรา และสัตว์เลี้ยง เพราะไม่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่อย่างไรพวกเขาก็รู้สึกดีใจที่มีหน่วยงานต่างๆ รวมถึงซาโนฟี่ ประเทศไทย มีน้ำใจและเข้ามาช่วยเหลือสนับสนุน ทำให้พวกเขามีกำลังใจมากขึ้น”

ทำเรื่องยากให้ง่าย คิดเรื่องดีๆ ใช้ความพยายามให้มากที่สุด เราจะประสบความสำเร็จ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/622830

ทำเรื่องยากให้ง่าย คิดเรื่องดีๆ ใช้ความพยายามให้มากที่สุด เราจะประสบความสำเร็จ

วันเสาร์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

อย่าไปคิดว่างานที่ทำมันเป็นเรื่องยาก แม้ยากแค่ไหนก็คิดว่าเราทำได้ ต้องทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย อย่าไปคิดว่าเราทำไม่ได้ แล้วทำมันให้สุดความสามารถ แค่นี้เราก็จะทำงานได้สำเร็จลุล่วง 

ไลฟ์ วาไรตี สัปดาห์นี้ ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัยชวนคุณไปสนทนากับ คุณประยุทธ มหากิจศิริ นักธุรกิจคนสำคัญของไทย ผู้สร้างผลงานในด้านอุตสาหกรรมมากมายให้สังคมไทยมายาวนาน  

l เรียนถามว่าธุรกิจสำคัญๆ ที่คุณประยุทธสร้างไว้บนแผ่นดินไทยมีอะไรบ้างครับ 

คุณประยุทธ : ผมทำโรงงานผลิตกาแฟให้เนสกาแฟ แล้วก็ทำโรงงานอุตสาหกรรมในชื่อบริษัทไทยน็อคซ์ สเตนเลส และไทย คอปเปอร์ และ ไทยฟิล์ม อินดัสตรี แล้วก็ทำธุรกิจอื่นๆ อีกหลายอย่าง ซึ่งนับว่าผมเป็นนักอุตส่าหากรรม (หัวเราะ) ตัวจริง เพราะทำโรงงาน ทำธุรกิจมากมายหลายอย่าง สำหรับโรงงานผลิตกาแฟนั้น ผมภูมิใจมากเพราะถือว่าช่วยให้ชาวสวนกาแฟนับแสนคนมีรายได้เพิ่มจากการขายเมล็ดกาแฟให้กับโรงงาน ผมถือว่าผมได้ช่วยเหลือสังคมไทยในรูปแบบหนึ่ง ส่วนโรงงานอื่นๆ ก็ทำให้ผมภูมิใจเช่นกัน เพราะแต่ละแห่งก็ช่วยสร้างงานให้กับคนไทยและทำให้ประเทศไทยมีชื่อเสียงในการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมที่ได้มาตรฐานสากล แล้วหลังจากนั้นก็ยังทำกิจการอื่นๆ อีกหลายอย่าง ซึ่งก็ทำไปเพราะยังมีแรงทำ และต้องการสร้างงานให้กับคนไทย 

l การที่ต้องทำงานหนักมาก และทำงานตลอดเวลาคงมีความเครียดมาก แต่ผมเห็นว่าคุณประยุทธมีความร่าเริงตลอด ยิ้มแย้มเสมอ และที่สำคัญยังมีสุขภาพดี มีเคล็ดลับอย่างไรครับ 

คุณประยุทธ : ผมมีงานเต็มมือมาตั้งแต่สมัยหนุ่มๆ ทำงานทุกวัน ถามว่าเครียดไหมก็เครียดบ้าง แต่ผมใช้หลักจัดสรรงาน จัดสรรเวลา คนเรามีเวลาวันหนึ่ง 24 ชั่วโมงเท่ากัน เราต้องแบ่งเวลาสำหรับชีวิตของเราให้ดีให้ลงตัวมากที่สุด บางวันผมไม่มีเวลาว่างเลย แม้แต่จะเข้าห้องน้ำก็ยังต้องคุยเรื่องงาน ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องรับผิดชอบให้ดีผมถือหลักว่า งานจะยากเย็นแค่ไหนก็ตาม เราก็ต้องทำให้มันเป็นเรื่องง่าย ทำเรื่องยากให้ง่าย แล้วก็ประสบความสำเร็จ หากเราไปคิดว่าเรื่องนี้ยาก เรื่องนั้นก็ยาก คิดแบบนี้เราจะทำอะไรไม่สำเร็จผมแปรเรื่องยากให้ง่าย แล้วลงมือทำ ขอให้ทุกคนใช้แนวคิดที่ผมบอกนะครับ แล้วคุณจะประสบความสำเร็จในการทำงาน แล้วอีกอย่างหนึ่งคือต้องคิดแต่เรื่องดีๆ ตลอดเวลาด้วย เมื่อคิดดีแล้ว เราก็จะพบแต่เรื่องดีๆ เสมอ 

l ผมเชื่อว่าคุณประยุทธต้องออกกำลังกายสม่ำเสมอด้วย ใช่ไหมครับ เพราะสังเกตเห็นว่ายังคล่องแคล่ว เดินตัวตรง สมาร์ทมาก ความจำก็ยังดี เล่นกีฬาอะไรเป็นประจำครับ 

คุณประยุทธ ปัจจุบันผมอายุ 78 ปีแล้ว ผมวางมือจากงานไปมากแล้ว แต่สิ่งที่ผมทำประจำทุกวัน คือ ออกกำลังกาย เช่น ตีกอล์ฟ ตีเทนนิส สองสิ่งนี้ต้องทำทุกสัปดาห์ขาดไม่ได้เลย ต่อให้งานยุ่งแค่ไหนผมก็ต้องออกกำลังกายให้ได้ 1-2 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย เมื่อออกกำลังกายแล้วผมก็บอกกับตัวเองเสมอๆ ว่าอย่าเครียดจนเกินเหตุ อย่าหมกมุ่นกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง ต้องปล่อยวาง เรารู้ว่าเรามีงานมาก มีปัญหามาก แต่เราก็ต้องปล่อยวางและผ่อนคลาย ทำให้ทุกอย่างเป็นเรื่องสบายๆ เป็นเรื่องง่าย ด้วยการดูแลจิตใจตัวเองไม่ให้ขุ่นมัวทำอารมณ์ให้ดี สร้างบรรยากาศดีๆ ผมเป็นคนที่ออกกำลังกายมาตั้งแต่เด็กๆ มีเพื่อนฝูงก็นัดกันไปออกกำลังกาย แล้วคุยเรื่องธุรกิจกันบ้างในบางครั้ง กีฬาทำให้เราสุขภาพดี ร่าเริง และมีมิตรมากมาย ปัจจุบันแม้สังคมของเราจะประสบปัญหาโควิด-19 แต่ผมก็ยังขอยืนยันว่าเราทุกคนต้องมีกำลังใจ ต้องดูแลตัวเองให้ดี ทำใจให้เบิกบานแล้วเราทุกคนจะผ่านมันไปด้วยกัน เราต้องช่วยเหลือและดูแลตัวเอง เพราะไม่มีใครช่วยเราได้ในยามนี้ 

l เวลานักธุรกิจระดับประเทศและข้ามประเทศอย่างคุณประยุทธประสบปัญหาในการทำงาน ใช้หลักการใดเพื่อให้ก้าวข้ามปัญหาไปได้ครับ 

คุณประยุทธ : ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ที่ใจเราอยู่ที่เราคิด ถ้าเราคิดว่าเราทำได้ เราก็จะทำได้ เราต้องทำอารมณ์ของเราให้เบิกบานก่อน อย่าทำให้เกิดความหดหู่ จิตต้องสดใสไม่ขุ่นมัว เมื่อเราดูแลจิตใจเราได้เป็นอันดับแรก ปัญหาจะคลี่คลายไปได้ คนเรานั้นหากใจไม่เบิกบานเสียแล้ว ต่อให้มีพระดีแค่ไหน มีอาจารย์ดีแค่ไหนก็ไม่ช่วยให้เราก้าวข้ามออกจากปัญหา ทุกอย่างอยู่ที่ตัวเรา อยู่ที่ใจเรา และอยู่ที่ความคิดของเรา ขอให้เรามั่นใจตัวเองก่อนว่าเราจะก้าวข้ามปัญหาไปได้ เราต้องพยายามช่วยให้เราหลุดพ้นจากปัญหา เราต้องคิดแต่เรื่องดีๆเมื่อเราคิดดีแล้ว สิ่งดีๆ ก็จะบังเกิดกับเรา แต่ถ้าเราไม่พยายามช่วยเหลือตัวเองให้สุดความสามารถแล้ว เราจะแก้ปัญหาได้ แม้ปัญหานั้นเป็นเรื่องเล็กๆ ก็ตาม สำหรับผม ผมชอบช่วยเหลือคนที่มีความมุมานะ คนที่มีความตั้งใจจริง คนที่มีความพยายาม ผมเชื่อว่าในสังคมไทยยังมีโอกาสดีๆ มากมาย คนที่พยายามอย่างที่สุดจะได้พบกับโอกาสดีๆ เสมอ คนที่ตั้งใจจริงจะประสบความสำเร็จ แต่คนไหนก็ตามที่ไม่มีความพยายามไม่ตั้งใจทำงาน คนกลุ่มนี้จะไม่ประสบความสำเร็จ คนเราเกิดมาทั้งทีต้องใช้ความพยายามให้ถึงที่สุด และต้องทำประโยชน์ให้กับสังคม เมื่อเราทำดี คิดดี ความดีก็จะบังเกิดกับเรา ถ้าเราพยายามเพียงพอเราจะประสบความสำเร็จ ปัญหาที่รุมเร้าก็จะหมดไปเชื่อผมเถอะครับ 

l วันนี้คุณประยุทธยังคงคิดเรื่องงานอยู่ แม้จะบอกว่าวางมือไปมากแล้ว ขอเรียนถามว่างานตัวใหม่ล่าสุดของคุณประยุทธคืออะไรครับ 

คุณประยุทธ : ผมเป็นคนชอบคิดสร้างงานไปเรื่อย ๆ เพราะยังมีแรงคิด (หัวเราะ) หลายปีมาแล้วผมเห็นว่าเมืองไทยมีลำไยมากมาย ลำไยเป็นเสมือนผลไม้ทิพย์จากพระเจ้า ผมได้ทราบว่าลำไยมีสรรพคุณดีเยี่ยมด้านสมุนไพร มีวิตามินมากมาย มีคุณวิเศษหลายอย่าง ผมเห็นว่าชาวสวนลำไยบ้านเราไม่ได้รับการดูแลให้ดี เขาปลูกผลไม้วิเศษแต่เขากลับมีฐานะทางเศรษฐกิจไม่ดี ผมสังเกตเห็นว่าเกาหลีมีโสม จีนมีถั่งเช่า ไทยก็มีลำไย ผมจึงต้องการสนับสนุนให้ลำไยของเราเป็นผลผลิตที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย หลังจากผมได้หารือกับนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ที่ศึกษาคุณวิเศษของลำไยที่นำไปสกัดอย่างเข้มข้น แล้วนำไปศึกษาวิจัยเพิ่มเติมที่ประเทศออสเตรียโดย ADSI ให้การรับรองว่าลำไยไทยมีสารต่อต้านเชื้อไวรัสได้ และยังมีคุณประโยชน์ต่อร่างกายอีกหลายอย่าง ช่วยให้นอนหลับได้ง่าย ช่วยให้ผ่อนคลายทำให้เลือดลมเดินสะดวก และมีสารต้านอนุมูลอิสระและมีสาระสำคัญอีก 5 ชนิด คือ กาบา กรดแทนนิกกรดแกลลิก คอริลาจิน และกรมเอลาจิก นี่คือความมหัศจรรย์ของลำไยไทยในด้านสรรพคุณทางยา เมื่อผมเห็นว่าบ้านเรามีของดี ก็จึงอยากให้คนไทยและคนทั่วโลกได้มีของดีไว้รับประทานก็จึงทำ P 80 สารสกัดลำไยเข้มข้ม และทำเครื่องดื่มเพื่อสุขที่ทำจากสารสกัดลำไยเข้มข้นคือลองซา แล้วผมก็เขียนหนังสือขึ้นมาเล่มหนึ่งชื่อมหัศจรรย์แม่ลำไย เพื่อจะบอกกับสังคมว่าลำไยไทยมีคุณวิเศษหลายประการ เป็นทั้งผลไม้ เป็นทั้งยาตามตำราแพทย์แผนไทย ซึ่งมีการใช้ลำไยในด้านสมุนไพรมาตั้งแต่โบราณกาล ผมตั้งใจทำสิ่งนี้ขึ้นมาเพื่อให้คนไทยและชาวโลกมีของดีๆ ไว้ดื่ม และยังถือเป็นการช่วยชาวสวนลำไยไทยด้วย สำหรับโรงงานผลิต P80 ตั้งอยู่ในจังหวัดลำพูน เพราะเป็นแหล่งปลูกลำไยอันดับต้นๆ ของเมืองไทย 

l ปัจจุบันเครื่องดื่มที่ชื่อลองกา วางจำหน่ายแล้วใช่ไหมครับ และจะไปจำหน่ายในต่างประเทศด้วยไหมครับ 

คุณประยุทธ : วางจำหน่ายแล้วครับ หาซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อ และร้านค้าทั่วไป รวมถึงในห้างสรรพสินค้าต่างๆ แล้วเราก็ส่งลองกาไปต่างประเทศแล้วครับ โดยเริ่มที่จีนก่อน แล้วคงจะส่งไปจำหน่ายในประเทศอื่นๆ ในทวีปต่างๆ ด้วยครับ ผมย้ำนะครับลำไยไทยมีคุณสมบัติวิเศษมากมาย อยากให้คนไทยช่วยกันกินลำไยสด และอยากให้เราทุกคนช่วยเหลือให้ชาวสวนลำไยมีฐานะดีขึ้น ขายลำไยได้ราคาดีขึ้น ส่วนสินค้าที่ผมผลิตล่าสุดก็เพื่อจะบอกกับชาวโลกว่า เรามีผลไม้ทิพย์จากสวรรค์ที่ช่วยให้ร่างกายของเรามีสุขภาพดีขึ้น แข็งแรงขึ้นครับ 

l ขอเรียนถามคุณสรกฤช วรรณลักษณ์ ที่ปรึกษาอาวุโส และประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์องค์กร ของบริษัท P80 ผู้ดูสินค้าลองกา ว่าสินค้าตัวนี้ส่งไปจำหน่ายที่จีนแล้วจำนวนเท่าไรครับ 

คุณสรกฤช : เบื้องต้นส่งไปหนึ่งล้านขวด เมื่อประมาณ 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา และกำลังจะส่งไปในตลาดตะวันออกกลางครับ คาดว่าจะส่งไป
ในเร็วๆ นี้ครับ ส่วนสินค้าตัวนี้เราวางตลาดในไทยมาตั้งแต่ 15 พฤศจิกายน เบื้องต้นได้รับการตอบรับเป็นที่น่าพอใจครับ 

l ทราบมาว่า ลองกาได้รับใบรับรองว่าเป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพรคุณภาพจากกรมแพทย์แผนไทยด้วย ใช่ไหมครับ 

คุณสรกฤช : ครับ กรมแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบคุณสมบัติของลองกาแล้วเห็นว่ามีคุณสมบัติเหมาะสมควรได้รับการรับรองว่าเป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพรคุณภาพดีเด่นประจำปี 2564-2566 นี่คือความภาคภูมิใจของเรา และทำให้เรามั่นใจว่าเราผลิตสินค้าคุณภาพเพื่อผู้บริโภคครับ 

คุณจะได้พบรายการดีที่ครบครันด้วยสาระและความรู้ รายการ ไลฟ์ วาไรตีออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.00-16.25 น. ทางโทรทัศน์ NBT กดหมายเลข 2และชมรายการย้อนหลังได้ที่ YouTube ไลฟ์ วาไรตี

คุณแหน : 18 ธันวาคม 2564

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/622824

คุณแหน

วันเสาร์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ll มูลนิธิอรุณ สรเทศน์ มอบทุนการศึกษา 7 ทุน เป็นเงิน 3.34 แสนบาท แก่นิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์แล้วประชุมใหญ่21 ธ.ค.11.00 น. ที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯและเตรียมประชุมวิชาการ วันอรุณ สรเทศน์22 ม.ค.ปีหน้า รวมทั้งการแข่งขันกอล์ฟการกุศลด้วย พินิต ผลพิรุฬห์ เลขาธิการแจ้งมา.

..ll สหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาฯกำหนดลงคะแนนหยั่งเสียงล่วงหน้า 20 ม.ค.ปีหน้า…ส่วนประชุมใหญ่ก.พ.นั้น มีผู้สมัครรับการเลือกตั้งหลายคนที่น่าสนใจ อาทิ ผศ.ดร.สุชาติ ตันธนะเดชา,อ.ประเสริฐ บุญสมบูรณ์สกุล, ผศ.น.สพ.ดร.ทิลดิสร์ รุ่งเรืองกิจ และ ศิริศักดิ์ศรีคำภา เป็นต้น..

.ll ขอแสดงความยินดี กับวรพล จันทร์งาม รองอธิบดี กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สส.) ที่ได้รับรางวัล “มงกุฎนาคราช” ประจำปีพ.ศ.2564 ในฐานะ ผู้นำดีเด่นในการบริหารงานราชการ จัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวบันเทิงสากล ร่วมกับ สภาวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ โดยมี พล.ต.ม.ร.ว.ชัยวัฒน์ จักรพันธ์ุ ประธานในพิธีมอบรางวัลฯเมื่อเร็วๆ นี้…

ll รายการเปอร์สเปกทีฟ สัปดาห์นี้19 ธ.ค. 22.00 น. ทางทีวีช่อง 9 MCOT HDและ Facebook Premiere#Perspective TVพบกับ บุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ ศิษย์เก่าคณะวิศวกรรมศาสตร์มช. กับเรื่องราวชีวิตในวัยเด็กจนถึงได้เข้ามาสู่การเป็น “ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ” คนปัจจุบัน…เปิดชมกันได้ตามอัธยาศัย..

.llพระราชทานเพลิงศพ ปราโมทย์ จันทรสาขา19 ธ.ค.16.00 น.วัดพระศรีมหาธาตุฯ บางเขน(เมรุ 1)… ปานจิตต์ ภริยาจะไปส่งสามีเป็นครั้งสุดท้าย เนื่องจากตอนที่มีงานสวดพระอภิธรรมไม่ได้ไปร่วมพิธีเลยเพราะสามีล้มทับ ต้องผ่าสะโพกด่วน..

.ll แม้รีสอร์ทที่ อ.ด่านมะขามเตี้ยจ.กาญจนบุรี ของ ประภาส-เต็มภักดิ์ จารุประกรต้องปิดชั่วคราวระหว่างนี้…แต่กิจการรับแปลเอกสารที่แถวๆ หน้า รร.โอเรียนเต็ล พอมีลูกค้าบ้างเมื่อรัฐบาลประกาศเปิดประเทศ…เพราะโควิดตัวร้าย ทำให้ธุรกิจขนาดเล็ก-ใหญ่กระทบกระเทือนกันไปหมด..

.ll ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ของ อ.เกษม-จรัสพร จันทร์น้อย ไปพักบ้านไร่ที่ปากช่อง ซึ่งสร้างเสร็จแล้ว ท่ามกลางธรรมชาติป่าเขาลำเนาไพร สองตา-ยายไปรับไอหนาวราว 17 องศา สบายอุรากันแล้ว..

.ll ตอนแรกคิดว่าจะพาครอบครัว ขับรถตู้ไปเที่ยวกระบี่แวะหยุดพักไปเรื่อยๆ…สุดท้าย อานนท์ ฮุนตระกูล พา บุญธิดา ภรรยาและลูกๆ ขึ้นเครื่องบินไปกระบี่ เลยยกรถตู้พร้อมคนขับให้พ.ท.บุญชัย-จันทรา สุนทรญาณกิจ พ่อตา-แม่ยาย ใช้พร้อมเพื่อนอีก 2-3 คน ไปเที่ยวชมเขาสามวาฬ บึงกาฬ และพักค้างที่นั่น และเลยต่อไปขอนแก่น ช่วง 22-24 ธ.ค. ..

.llสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ดร.นวรัตน์-ดร.อัษฎาพรไกรพานนท์ พร้อมลูกสาวคนเดียว กับน้องหมา1 ตัวไปทริปย่านปากช่อง ชื่นมื่นกลับมาแล้ว..

.ll ช่วงนี้ อภิรดี ตันตราภรณ์, อัจฉรา เสรีบุตร, เฟื่องฉัตร บุญรัตน์ เพื่อนรักร่วมรุ่นราชินี 62 ไปสูดโอโซนที่หัวหิน..

.ll ส่วน ถาวรสวัสดิ์ ชวะโนทัย พาครอบครัวไปกินอาหาร Michelin ร้านเจ๊ไฝ ที่ได้รางวัลเป็นปีที่ 2 บอกฝีมือดี อาหารทะเลสดมากๆ และเจ๊ไฝ ลงมือเองทุกเมนูอีกต่างหาก…ยอดเยี่ยมสมชื่อจริงๆ !!…ll

บารอนเนส

33 ปี มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท ดูแลเกษตรกรและผู้สูงวัยพื้นที่ห่างไกล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/622788

33 ปี มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท  ดูแลเกษตรกรและผู้สูงวัยพื้นที่ห่างไกล

วันเสาร์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ตลอดช่วงเวลา 33 ปี ของการดำเนินงานของ”มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท” น้อมนำแนวพระราชดำริ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ร่วมส่งเสริมโครงการตามรอยใต้เบื้องพระยุคลบาท พัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน สร้างงาน สร้างอาชีพให้กับสังคมชนบท และชุมชน   ก้าวอย่างต่อเนื่องของมูลนิธิฯ เพื่อร่วมร้อยเรียงความดี  สานต่อโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชนที่ขาดโอกาสในชนบท เกษตรกรที่มีฐานะยากจน และผู้สูงวัยในชนบทห่างไกล  

นับจากปี 2530 ซึ่งเป็นปีมหามงคล เนื่องในโอกาสพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช มหาราช บรมนาถบพิตร ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ คณะผู้บริหารและเหล่าพนักงานเครือเจริญโภคภัณฑ์  ร่วมเฉลิมพระเกียรติ น้อมเกล้าฯ ถวายทั้งกำลังกาย กำลังทรัพย์ กำลังเวลา กำลังสติปัญญา เพื่อดำเนินโครงการและกิจกรรมด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตเยาวชนและเกษตรกรในชนบทห่างไกล “ตามรอยใต้เบื้องพระยุคลบาท” โดยได้ตั้งกองทุนเครือเจริญโภคภัณฑ์ ซึ่งในเวลาต่อมาได้จดทะเบียนเป็นองค์การสถานสาธารณกุศลในชื่อ “มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท”  

จอมกิตติ ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านพัฒนาความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ และผู้ช่วยบริหารสำนักประธานคณะกรรมการบริหาร  บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)  เปิดเผยว่ามูลนิธิฯ ซึ่งร่วมก่อตั้งโดยผู้บริหารและพนักงานเครือเจริญโภคภัณฑ์  ดำเนินงานครบรอบปีที่  33 ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาได้น้อมนำแนวพระราชดำริและยึดมั่นตามรอยใต้เบื้องพระยุคลบาท พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ขณะเดียวกันในการทำงานของมูลนิธิฯ ยึดหลักปรัชญา  3 ประโยชน์สู่ความยั่งยืน ที่ปฏิบัติกันมาโดยตลอด   คือ คำนึงถึงประโยชน์ต่อประเทศชาติ ประโยชน์ต่อประชาชน ก่อนประโยชน์ขององค์กร และยังได้บูรณาการการดำเนินงานให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals : SDGs)  มูลนิธิฯ สานต่องานที่เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชนและเกษตรกรที่อยู่ในชนบท โดยได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ใช้พื้นที่ของศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี จัดตั้ง“ศูนย์ฝึกอาชีพเยาวชนเกษตร” เพื่อให้เยาวชนในชนบทที่อยู่นอกการศึกษาภาคบังคับ มีโอกาสได้รับการฝึกอาชีพ ฝึกระเบียบวินัย เรียนรู้ทักษะชีวิต และเติบโตเป็นคนดี พลเมืองดี และมีอาชีพดี จากนั้นได้ริเริ่มดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับคนในชนบท ได้แก่ เด็กและเยาวชนที่ขาดโอกาสในชนบท เกษตรกรที่มีฐานะยากจน และผู้สูงวัยในชนบทที่ห่างไกล                                

งานด้านเด็กและเยาวชน ได้ดำเนิน”โครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน” เป็นโครงการที่มูลนิธิฯร่วมสนับสนุนการดำเนินโครงการอาหารกลางวัน ในโครงการส่วนพระองค์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ด้วยการสนับสนุนการเลี้ยงไก่ไข่เพื่อนำไข่ไก่มาประกอบเป็นอาหารกลางวันของนักเรียนโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนและขยายผลไปตามโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) และสังกัดอื่นทั่วประเทศ โดยมี บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ หอการค้าญี่ปุ่น-กรุงเทพ และ บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) ร่วมสนับสนุนงบประมาณ ปัจจุบัน มีโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการฯ เกือบ 900 โรงเรียนทั่วประเทศ แต่ละโรงเรียนสามารถบูรณาการการเลี้ยงไก่ไข่สู่การเรียนการสอนและเป็นแหล่งเรียนรู้การจัดการอาชีพเกษตรเชิงธุรกิจสำหรับครู นักเรียน เกษตรกรรอบโรงเรียนรวมกว่า 1,900 ชุมชน เกิดการมีส่วนร่วมแก้ปัญหาภาวะทุพโภชนาการของเยาวชนจนถึงปัจจุบันรวมกว่า 180,000 คน  นอกจากนี้ ยังมีโครงการสนับสนุนนักเรียนทุนในพระราชานุเคราะห์  ดูแลนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนที่ร่วมโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน ซึ่งมีความยากลำบาก และมีโอกาสน้อยในการเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น เนื่องจากอยู่ในพื้นที่ห่างไกล มูลนิธิฯ จึงร่วมสนับสนุนโครงการนักเรียนทุนในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รับเด็กที่มีความประพฤติดี ผลการเรียนดี มีความเป็นผู้นำจากโรงเรียน ตชด. พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มาพักค้างและเรียนต่อในระดับชั้นมัธยมศึกษาในโรงเรียนราชประชานุเคราะห์จังหวัดเลย และเด็กจากโรงเรียน ตชด. พื้นที่ภาคกลางและตะวันออก มาพักค้าง ณ ศูนย์ฝึกอาชีพเยาวชนเกษตร เพื่อเรียนต่อในระดับมัธยมศึกษา ณ โรงเรียนวังไกลกังวล ในพระบรมราชูปถัมภ์ ควบคู่กับการเรียนรู้ด้านอาชีพเกษตร  ที่ผ่านมา มูลนิธิฯ รับเด็กเข้าโครงการรวม 203 คน จบการศึกษาแล้ว 97 คน อยู่ระหว่างการศึกษา 81 คน และกลับไปศึกษาหรือประกอบอาชีพใกล้บ้าน 25 คน และพบว่าร้อยละ 24 ของนักเรียนทุนได้กลับไปสร้างงาน สร้างอาชีพในครัวเรือน และร้อยละ 54 สามารถสร้างรายได้ให้กับตนเอง ขยายผลในการสร้างวิสาหกิจชุมชน  

โครงการครอบครัวอุปการะในชุมชนวัฒนธรรม เป็นโครงการดูแลเด็กกำพร้ามีโอกาสได้อยู่กับครอบครัวทดแทน ช่วยให้เด็ก ๆ มีโอกาสได้รับความรัก ความอบอุ่น ได้รับการดูแลปลูกฝังด้านคุณธรรม ประกอบกับบริบทสังคมชุมชนในภาคอีสาน มีวัฒนธรรมการเลี้ยงดูปลูกฝังให้มีความกตัญญู เอื้อต่อการเป็นครอบครัวทดแทน มูลนิธิฯ จึงได้สรรหาครอบครัวเกษตรกรที่มีจิตสาธารณะในอำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ เข้าร่วมเป็นครอบครัวอุปการะ รับเด็กจากสถานสงเคราะห์มาเป็นสมาชิกของครอบครัว โดยที่ผ่านมา มีเด็กกำพร้าที่มูลนิธิฯ รับเข้าโครงการฯ แล้วกว่า 300 คน อยู่ในความดูแลของมูลนิธิฯ 67 คน ทยอยส่งมอบสู่ครอบครัวถาวร 262 คน และกลับคืนสถานสงเคราะห์ 13 คน และจบการศึกษาระดับปริญญาตรี 4 คน ในส่วนโครงการแก้ปัญหาด้านความยากจน มูลนิธิฯ ได้จัดทำศูนย์สาธิตธุรกิจเกษตรให้เป็นแหล่งเรียนรู้ของเกษตรกรโดยรอบศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จากนั้นได้ขยายไปยังโครงการตามพระราชประสงค์หมู่บ้านสหกรณ์ 7 แห่ง โครงการห้วยองคต อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดกาญจนบุรี โครงการเกษตรผสมผสานตามแนวพระราชดำริที่อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ และ โครงการพัฒนาอาชีพตำบลปากรอ ตามดำริของพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ จังหวัดสงขลา มีจำนวนเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯกว่า 5,000 คน  สร้างมูลค่าเศรษฐกิจจากโครงการส่งเสริมอาชีพและโครงการด้านสังคมเกือบ 1,000 ล้านบาท เกษตรกรสามารถรวมกลุ่มเพื่อจัดการอาชีพ แก้ปัญหาส่วนตัวและส่วนรวมกว่า 200 ชุมชน เป็นแบบอย่างในการถ่ายทอดความรู้และขยายผลต่อเนื่อง เกิดเป็นกลุ่มอาชีพใหม่ 3 กลุ่ม และกลุ่มออมทรัพย์เกษตรกร 108 ราย มีเงินออมกว่า 1 ล้านบาทด้วยความมุ่งมั่นในการดำเนินงานของ “มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท” พร้อมเป็นพลังของสังคม  ด้วยการส่งมอบโอกาสที่ดีสู่เด็กและเยาวชน เกษตรกรในชนบท รวมไปถึงการดูแลผู้สูงวัยในพื้นที่ห่างไกล  เพื่อร่วมขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศไทยให้ก้าวไปข้างหน้าด้วยความแข็งแกร่ง

‘ดอนเมืองโทลล์เวย์’ภูมิใจยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย ผ่านแนวคิดทั้ง 5 ด้านของบริษัท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/622789

'ดอนเมืองโทลล์เวย์'ภูมิใจยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย  ผ่านแนวคิดทั้ง 5 ด้านของบริษัท

วันเสาร์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เป็นระยะเวลากว่า 33 ปี ที่บริษัททางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) หรือ “DMT” มุ่งมั่นทำธุรกิจให้บริการด้านการคมนาคม-การขนส่ง ที่สะดวกรวดเร็วให้แก่พี่น้องคนไทย โดยควบคู่ไปกับการดำเนินโยบายองค์กรธุรกิจที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมโดยรวม ผู้บริหารและพนักงานดอนเมืองโทลล์เวย์ต่างมีใจที่ต้องการมอบสิ่งดีๆกลับคืนสู่สังคมในทุกด้าน โดยไม่หวังถึงผลประโยชน์ตอบแทนใดๆ เพียงหวังที่จะเป็น Social enterprise หรือกิจการเพื่อสังคมที่มีผู้บริหารและพนักงานมีแนวคิดร่วมกันในการช่วยเหลือสังคม  นอกจากนี้บริษัทยังมีเป้าหมายในการเป็นองค์กรอัจฉริยะ  ในการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยต่างๆ  มาใช้ในการอำนวยความสะดวกและสร้างความปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้ทาง  ซึ่งนับว่าเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมรูปแบบหนึ่ง 

ธานินทร์ พานิชชีวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) แม่ทัพใหญ่แห่งการขับเคลื่อนกิจกรรมเพื่อสังคมของ DMT กล่าวว่า “การดำเนินธุรกิจเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน สิ่งสำคัญนอกจากความซื่อสัตย์ โปร่งใส หรือการจัดการที่มีประสิทธิภาพแล้ว การมีความรับผิดชอบต่อสังคม ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ไม่ควรละเลย โดยในตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาทางบริษัทฯได้จัดทำกิจกรรมต่างๆเพื่อสังคมในหลายหลากรูปแบบภายในแนวคิดทั้ง 5 ด้านของบริษัทฯ โดยมีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาองค์กรธุรกิจให้เติบโตควบคู่ไปกับสังคมไทยในทุกด้าน”

ภารกิจสำคัญด้านแรกในปี 2564 ของชาวโทล์ลเวย์   คือ ด้านการยกระดับการศึกษาของสังคม (Tollway Smart Way) ซึ่งบริษัทให้ความสำคัญในการส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาทุกด้าน ทั้งการมอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนที่มีผลการเรียนดีจนจบปริญญา การบริจาคคอมพิวเตอร์และเครื่องปรับอากาศให้กับวิทยาลัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรมและพาณิชยศาสตร์ จ.นครนายก ที่เปิดสอนเยาวชนที่ยากไร้และขาดแคลนโอกาส รวมไปถึงจัดโครงการสนับสนุนกิจกรรม CSR ให้กับนิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางพระ จ.ชลบุรี  ส่งทีมงานซีเอสอาร์มืออาชีพของบริษัทไปเป็นวิทยากรพิเศษ ให้ความรู้ในเรื่องการทำกิจกรรมเพื่อสังคม และสนับสนุนการทำกิจกรรมเพื่อสังคมของนิสิตฯ โดยมีจุดมุ่งหวังที่จะปลูกฝังจิตใต้สำนึกในการมีส่วนร่วมต่อความรับผิดชอบในสังคมให้แก่เยาวชนตั้งแต่ยังเป็นต้นกล้า

สำหรับกิจกรรมในด้านการยกระดับความปลอดภัยด้านยาเสพติด (Tollway Happy Way) นั้น  บริษัทได้สนับสนุนชุดตรวจสารเสพติดเบื้องต้นจำนวน 5,000 ชุด ให้กับสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี(สถาบันธัญญารักษ์)  เพื่อนำไปตรวจหาผู้เสพและแยกตัวรักษาต่อ  เป็นการร่วมป้องกัน แก้ไขปัญหา และฟื้นฟู ให้ผู้ติดสารเสพติดกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติในสังคม

ในด้านที่สาม เป็นการดำเนินกิจกรรมเพื่อการยกระดับความปลอดภัยบนท้องถนน (Tollway Safety Way) ซึ่งเป็นอีกด้านที่บริษัทให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะองค์ประกอบของการมีคุณภาพชีวิตที่ดี จะต้องมีชีวิตที่ความปลอดภัย ด้วย บริษัทจึงได้ดำเนินโครงการการติดตั้งป้ายสัญญาณไฟกระพริบ และทำทางม้าลายให้กับโรงเรียนและชุมชนต่างจังหวัดต่างๆ มาอย่างต่อเนื่องทุกปี เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและยกระดับความปลอดภัยให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนในชุมชน และในช่วงเทศกาลสำคัญของคนไทย อย่างเทศกาลสงกรานต์ หรือปีใหม่ ที่ประชาชนมีการเดินทางกลับไปเยี่ยมบ้านยังภูมิลำเนาเป็นจำนวนมาก บริษัทได้จัดทำโครงการสงกรานต์ปลอดภัยใส่ใจเพื่อนร่วมทาง ด้วยการมอบกระเป๋ากันง่วงบริการให้กับผู้ใช้ทางตามด่านต่างๆ ภายในกระเป๋าจะบรรจุน้ำดื่ม เจลแอลกอฮอล์ล กาแฟ ผ้าเย็น ยาดม และลูกอม ช่วยให้ผู้ใช้ทางได้ตื่นตัวในการขับขี่ ช่วยลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้อีกหนทางหนึ่ง

สำหรับด้านการยกระดับคุณภาพชีวิตเพื่อสังคม (Tollway Better Way) ในปีที่ผ่านๆมา บริษัทได้ให้การสนับสนุนของขวัญและของจับสลากในวันเด็กแห่งชาติ แก่เด็กๆ ที่อาศัยอยู่ระแวงใกล้เคียงสำนักงานใหญ่ของบริษัท ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ดำเนินการต่อเนื่องมาหลายปี แต่ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้ปีนี้ไม่สามารถจัดกิจกรรม วันเด็กเหมือนเช่นทุกปีได้ บริษัทจึงได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบของกิจกรรมช่วยเหลือสังคมให้เข้ากับสถานการณ์ โดยมุ่งเน้นไปที่การช่วยเหลือหน่วยงานสาธารณสุข และบุคลากรทางการแพทย์ รวมทั้งผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบหรือติดเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยการบริจาคเตียงกระดาษ เพื่อใช้ในภารกิจโรงพยาบาลสนาม  มอบเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้กับหน่วยงานที่ขาดแคลน  รวมถึงสนับสนุนน้ำดื่มให้ประชาชนที่เดินทางมารับการฉีดวัคซีนในจุดบริการต่างๆ และยังได้จัดทำโครงการ “Tollway Better Way …ทุกเวลาคือการให้” โดยการนำเงินค่าผ่านทางของผู้ใช้ทางตั้งแต่วันที่ 12 กรกฎาคม – 12 สิงหาคม 2564 จำนวน 12 สตางค์/เที่ยว มาสบทบทุนร่วมบริจาค เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์เครื่องตรวจอวัยวะภายในด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงให้กับโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ และจากแรงสนับสนุนของผู้ใช้ทางทุกท่าน สามารถรวบรวมเงินบริจาคมากกว่า 300,000 บาท

นอกจากบริษัทจะดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อชุมชนและสังคมแล้ว บริษัทยังให้ความสำคัญกับการยกระดับสิ่งแวดล้อม  (Tollway Green Way)  โดยตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นมา บริษัทได้จัดทำโครงการสมุด Green Way โดยนำใบเสร็จค่าผ่านทางและกระดาษที่ไม่ใช้แล้ว นำมารีไซเคิลผลิตเป็นสมุด Green Way เพื่อนำไปบริจาคและส่งมอบให้กับโรงเรียนที่ขาดแคลน มอบให้เด็กๆ ที่ขาดแคลนได้ใช้กัน ในปัจจุบันทางบริษัทสามารถผลิตและบริจาคสมุดไปแล้วกว่า 10,400 เล่ม และส่งมอบให้กับโรงเรียนทั่วประเทศแล้วกว่า 35 โรงเรียน  และเมื่อเร็วๆ นี้ บริษัทได้จัดโครงการ  “โทล์ลเวย์ รับขวดช่วยหมอ” ด้วยการตั้งจุดรับบริจาคขวดน้ำพลาสติกประเภท PET ณ ด่านดินแดงและที่ทำการของบริษัท เพื่อนำไป recycle ผลิตเป็นชุด PPE  ส่งมอบให้กับบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่กู้ภัย เป็นการช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกที่จะเข้าสู่สภาพสิ่งแวดล้อมได้อีกทางหนึ่ง ณ ปัจจุบันบริษัทสามารถร่วมบริจาคขวดไปได้แล้วทั้งสิ้นจำนวน 22,000 ขวด ซึ่งขวด PET 600 ขวด สามารถนำไปผลิตเป็นชุด PPE  ได้ จำนวน 1 ชุด

แม้จะไม่ได้มุ่งเน้นที่จะทำ CSR ที่เป็นโครงการใหญ่และงบประมาณมาก  แต่โครงการ CSR ของดอนเมืองโทลล์เวย์มีความหลากหลายและครอบคลุมทุกด้าน  เพื่อตอบโจทย์ด้านความต้องการของสังคมได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ผู้บริหารและพนักงานทุกคนได้มีส่วนร่วมช่วยเหลือ แบ่งปันให้แก่สังคมไทย เพื่อก่อเกิดสังคมอุดมน้ำใจอย่างยั่งยืน และไม่ว่าเพื่อนร่วมชาติจะต้องพบกับอีกกี่วิกฤติการณ์ บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน)  พร้อมจะจับมือและผ่าฝันไปพร้อมกับคนไทยทุกคน

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 17 ธันวาคม 2564

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/622799

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 17 ธันวาคม 2564

วันเสาร์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

Pepper Lunch ชวนชิมเมนูพรีเมียม “ซี่โครงบาร์บีคิว ออน เดอะ ร็อค” เสิร์ฟพร้อมข้าวญี่ปุ่น ราคา 375 บาท ถึง 31 ม.ค. 2565 ที่ ร้านเปปเปอร์ ลันช์ โทร.1312

คริสปี้ ครีม ชวนชิมเครื่องดื่มใหม่ “Yuzu Perfect Together”เมนู 3 สไตล์ ยูซุ มิกซ์เบอร์รี่, ยูซุ มัทฉะ และยูซุ อเมริกาโน่ ราคาแก้วละ 95 บาท เมื่อซื้อ 1 แก้ว รับโดนัทคริสปี้ ครีม ออริจินัลเกลซ 2 ชิ้น ถึง 31 ม.ค. 2565

เมอเวนพิค บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท ชวนชิม “Swiss-mas High Tea” ชุดน้ำชายามบ่าย อร่อยแบบจุใจ ในราคา 999 บาท++/ชุด สำหรับ 2 ท่าน ถึง 25 ธ.ค. ทุกวัน เวลา 14.00-17.00 น. โทร.095-4424653

ชวนชิม

แมคโดนัลด์ ชวนชิมชุดแฮปปี้มีล ชุดอาหารที่มาพร้อมของเล่นใหม่ล่าสุด “Sing 2ร้องจริงเสียงจริง” ทั้ง12 แบบ จะทยอยออกมาให้สะสมทุกสัปดาห์ ถึง 20 ม.ค. 2565 ร้านแมคโดนัลด์โทร.1711

บจก.บราวน์ดีเซิร์ท ชวนชิมชานมไข่มุกและขนมหวานที่ใส่ใจในเรื่องวัตถุดิบและรสชาติ พร้อมแนะนำCream.me ร้านในรูปแบบ virtual brand สั่งผ่านแอปพลิเคชั่น แกร็บฟู้ดหรือ CRG Call Centerโทร.1312

ThyChef ชวนชิมเมนูสังขยาสำเร็จรูป สูตร“ไทเชฟ” มีให้เลือก 4รสชาติ ได้แก่ กลิ่นชาไทย, วานิลลา, ใบเตย และชาเขียวที่ร้านจำหน่ายอุปกรณ์เบเกอรี่ทั่วประเทศหรือซูเปอร์มาร์เก็ตโทร.02-9683723-6

ชวนช็อป

บัตรเครดิตเซ็นทรัล เดอะวัน ชวนช็อปพร้อมรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 3% และคะแนนเดอะวันเพิ่ม 300 คะแนน ถึง 28 ก.พ. 2565 ลงทะเบียนผ่านแอป UCHOOSE ครั้งแรกครั้งเดียว www.centralthe1card.com

ธนาคารไทยพาณิชย์ ชวนช็อปในห้างสรรพสินค้าเครือเดอะมอลล์ ผ่านบัตรเดบิต SCB Mยอดใช้จ่ายสะสมครบ 2,500 บาท รับฟรี SCB MKAKAO Sport Bag 1 ใบ มูลค่า 2,990 บาท ถึง 31 พ.ค. 2565

“Limelight Happy Hour” (Gift/Game/Give) ชวนช็อปสินค้าราคาพิเศษ สนุกกับเกมและลุ้นรางวัลมากมาย ถึง 4 ม.ค. 2565 แจกฟรี!
สเปรย์แอลกอฮอล์ออแกนิก ที่ ไลม์ไลท์ อเวนิว ภูเก็ต โทร.076-682900

ชวนใช้

ชวนสะสมชุดเครื่องเขียนมีดีไซน์เป็นเอกลักษณ์ หรือมอบเป็นของขวัญปีใหม่ Limited Edition อาทิ แฟ้มใส่เอกสาร, บัตรอวยพร, สมุดโน้ต, หนังสือรวบรวมภาพเขียนสนับสนุน มูลนิธิหม่อมเจ้าหญิงมารศรีสุขุมพันธุ์ บริพัตร โทร.02-2589461

บมจ.ไทยสมุทรประกันชีวิต ชวนลูกค้าที่ชำระเบี้ยประกันภัยสัญญาเพิ่มเติมคุ้มครองสุขภาพเหมาจ่าย OCEAN LIFE ENJOY HEALTH ภายใน 21 ธ.ค. รับสิทธิ์ทั้งรับทั้งลุ้นรวม 3 ต่อ โทร.02-2078888

เครื่องสำอางคัฟเวอร์มาร์ค ชวนใช้สินค้าราคาลด 20% ในรายการ “YEAR END SALES” ถึง 19 ธ.ค. ที่เคาน์เตอร์ COVERMARK ทุกสาขา ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ หรือ www.central.co.th

ชวนชม

กรมศิลปากร ชวนชมพิพิธภัณฑ์ในยามค่ำคืน “Night at the Museum” ชมโบราณสถานภายในพระราชวังบวรสถานมงคล(วังหน้า) ถึง 19 ธ.ค. เวลา 16.30-20.00 น. โทร.02-2241402, 02-2241333

ชวนชมการประกวด “Junior IdolThailand 2021” รอบชิงชนะเลิศ ชิงเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 200,000 บาท เพื่อเป็นตัวแทนไปประกวดในเวทีระดับนานาชาติ เสาร์ที่ 18 ธ.ค. ที่ ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค

ชวนชมสัตว์เลี้ยงน่ารัก และสัตว์แปลกหายาก อาทิ กระต่าย แกะ หนูแกสบี้ ไก่ซิวกี้ กวางดาว หนูฮิปโป งูเหลือมสุดเชื่อง และนกหลากหลายสายพันธุ์ ในงาน “เพ็ท คาร์นิวัล 2021” ถึง 20 ธ.ค. ที่ ศูนย์การค้าเดอะไนน์ เซ็นเตอร์ ติวานนท์

ฉลองเทศกาลแห่งความสุขของทุกคน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/622870

ฉลองเทศกาลแห่งความสุขของทุกคน

วันเสาร์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

กลับมาพบกันอีกครั้งในวันเสาร์สุดสัปดาห์กับคอลัมน์ “แนวหน้า ฟู้ด รีวิว” ที่สรรหาเมนูจานเด็ด พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ ให้ผู้อ่านทุกท่านได้ทราบก่อนใคร และในสุดสัปดาห์นี้ ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่บรรยากาศแห่งเทศกาลสำคัญ ทั้งคริสต์มาสอีฟ 24 ธ.ค., วันคริสต์มาส 25 ธ.ค. และคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 31 ธ.ค. ที่กำลังจะมาถึงเต็มอิ่มกับอาหารหลากหลายสไตล์จาก 12 โรงแรมชั้นนำ เริ่มต้นกันที่

โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น นำเสนอบุฟเฟต์นานาชาติและซีฟู้ดมื้อค่ำ อาทิ ไก่งวง, ขาหมูอบน้ำผึ้ง,ปลาแซลมอนรมควัน, พุดดิ้งคริสต์มาส ฯลฯ วันศุกร์ที่ 24 ธ.ค. ท่านละ 999 บาท ที่ ห้องอาหารเปรมประชากรโทร.02-5755599

โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์นำเสนอบุฟเฟ่ต์อาหารสไตล์อิตาเลียน-ไทย, ซีฟู้ดออนไอซ์,ไก่งวงอบ ฯลฯ มื้อค่ำวันศุกร์ที่ 24 ธ.ค., มื้อกลางวัน+มื้อค่ำวันเสาร์ที่ 25 ธ.ค. และมื้อกลางวัน วันอาทิตย์ที่26 ธ.ค. ท่านละ 1,999 บาท++ ที่ ห้องอาหารเวนติซี่ โทร.02-1006255

โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ ลาดพร้าว นำเสนออาหารบุฟเฟ่ต์นานาชาติสุดพรีเมียม หรืออาหารสไตล์สเต๊กและซีฟู้ด ทั้งคริสต์มาสอีฟ, คริสต์มาสเดย์บรั้นซ์ และนิวเยียร์อีฟ ที่ ห้องอาหารจตุจักร คาเฟ่, ห้องอาหารดอน จิโอวานนี่ และ บลูสกาย รูฟท็อปบาร์ โทร.02-5411234

โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล นำเสนอบุฟเฟ่ต์นานาชาติทั้งมื้อสายและมื้อค่ำ ด้วยเมนูพิเศษ อาทิ เนื้อวากิว,กุ้งล็อบสเตอร์, ไก่งวง, ปูอลาสก้า, ตับห่าน พร้อมขนมหวาน อาทิ สโตเลนเค้ก, พุดดิ้งคริสต์มาสซอสบรั่นดี ฯลฯ ที่ ห้องอาหารเอสเพรสโซ่, ไฟร์เพลส กริลล์ แอนด์ บาร์ และ ห้องอาหารทีโอ มีโอ โทร.02-6560444

โรงแรมแบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ นำเสนอบุฟเฟ่ต์, ชุดน้ำชายามบ่าย, อาหารจีน และจุดชมวิวพลุทั้งผืนน้ำที่ 4 ห้องอาหาร ได้แก่ พระยา คิทเช่น, ห้องอาหารจีนเย่า,เย่า รูฟท็อป บาร์ และ เดอะ ล็อบบี้ เลานจ์ ในวันคริสต์มาสวันส่งท้ายปีเก่าและวันปีใหม่ โทร.02-0885666

โรงแรมแชงกรี-ลา นำเสนอ “The Infinity S Party”ธีมสีทองหรู พร้อมตื่นตาตื่นใจไปกับการแสดงดอกไม้ไฟอันงดงามเหนือลำน้ำเจ้าพระยา กาลาดินเนอร์ วันที่31 ธ.ค. ริมแม่นํ้าเจ้าพระยา ท่านละ 10,900 บาทถ้วน และที่ ริมสระว่ายน้ำ 8,900 บาทถ้วน โทร.02-2367777

โรงแรมสยามเคมปินสกี้ นำเสนออาหารไทยสมัยใหม่ระดับมิชลินสตาร์ ที่ ห้องอาหารสระบัว บาย กิน กิน,อาหารสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน ที่ ห้องอาหารอลาตี้, บุฟเฟ่ต์สไตล์นานาชาติและน้ำชายามบ่าย ที่ หนุมาน บาร์ และล็อบบี้ เลาจน์ ทั้ง Christmas Eve, Christmas Day, New Year’s Eve โทร.02-1629000

โรงแรมสินธร เคมปินสกี้ นำเสนอบุฟเฟ่ต์อาหารทะเลพรีเมี่ยม มื้อค่ำ 24 ธ.ค., มื้อสาย 25 ธ.ค. ท่านละ 3,800 บาท++ และบุฟเฟ่ต์มื้อค่ำส่งท้ายปีเก่า 31 ธ.ค. ท่านละ12,000 บาท++ ที่ ห้องอาหารเฟลอริช โทร.02-0959999

โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์ นำเสนอบุฟเฟ่ต์นานาชาติ รวมซูชิพรีเมียมและซีฟู้ด อาทิฟัวกราส์, เนื้อวากิว, กั้งกระดาน, หอยนางรม, กุ้ง, หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์,เป็ดปักกิ่ง, ไก่งวง ฯลฯ คืนวันที่24 ธ.ค. และ 31 ธ.ค. ท่านละ 999 บาท ที่ ดิเอมเมอรัลด์ ค็อฟฟี่ช็อพ โทร.02-2764567

โรงแรมดิ โอกุระ เพรสทีจ นำเสนออาหารพิเศษหลายสไตล์ วันที่ 24, 25 และ 31 ธ.ค.ที่ ห้องอาหารอัพ แอนด์ อะบัฟ, ห้องอาหารยามาซาโตะ และ ห้องอาหารเอเลเมนท์ อินสไปร์ บาย เซล เบลอ โทร.02-6879000

โรงแรมมณเฑียร สุรวงศ์ นำเสนอดินเนอร์สุดพรีเมียม 5 คอร์ส จากมาสเตอร์เชฟชาวฝรั่งเศส ท่านละ 2,500 บาท++ วันที่ 24, 25 และ 31 ธ.ค. ที่ พระรามสี่ บิสโตร โทร.02-2337060

โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส นำเสนอดินเนอร์ “ExoticNight…Flight Landing” ฉลองคืนส่งท้ายปี ที่บริเวณริมสระน้ำ ชั้น 8 ท่านละ 2,500 บาทถ้วน หรือเลือกแพ็กเกจห้องพักดีลักซ์พร้อมดินเนอร์ 31 ธ.ค. และอาหารเช้า 1 ม.ค. 2565สำหรับ 2 ท่าน ในราคา 7,500 บาทถ้วน โดยสามารถใช้สิทธิโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” โทร.02-2163700